The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by KruNote Social Room, 2021-05-29 06:16:59

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

เครื่องมอื ทใี่ ชใ้ นการวจิ ยั

ตัวอยา่ งแผนกิจกรรมการเรยี นรู้

โรงเรยี นเชยี งยืนพิทยาคม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

กลุม่ สาระการเรียนรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม วชิ ากฎหมาย (ส30201)

ช่ือหนว่ ย ความรู้ทั่วไปเกย่ี วกับกฎหมายและกฎหมายลกั ษณะบุคคล จำนวน 10 ช่วั โมง

เร่ือง ศักด์ขิ องกฎหมาย เวลา 1 คาบ/ชว่ั โมง

ผู้สอน นายพฒุ พิ ัฒน์ พัดปุย ภาคเรียนที่ 1/2563

สอนวันที่…….……………..เดือน…………………….……………พ.ศ…….……………………….ช้นั ………….………………

1) มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 2.1 เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงามและธำรงรักษา

ประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย ดำรงชวี ิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสงั คมโลกอย่างสันตสิ ุข
2) ตัวชี้วดั ชว่ งชนั้

ส 2.1 ม.4-6/1 วิเคราะห์และปฏิบัติตนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ครอบครัว ชุมชน ประเทศชาติ
และสงั คมโลก

3) สาระสำคญั
กฎหมายเป็นกฎเกณฑ์ กติกาของสังคมเพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุขและภายใต้กรอบเหรือ

ระเบยี บอนั เดียวกนั และมาตรฐานเดยี วกัน ลำดับศักดขิ์ องกฎหมาย เป็นแนวความคิดทางกฎหมายของฝรง่ั เศส ซ่ึง
กำหนดลำดบั ชั้นระหวา่ งกฎหมายประเภทต่างๆ ซงึ่ ทำให้ผู้มอี ำนาจในการตรากฎหมายท่ีมีศักด์ดิ ้อยกว่าต้องเคารพ
และไม่สามารถตรากฎหมายท่ีละเมดิ กฎหมายท่ีมีศักดส์ิ ูงกว่าได้

4) จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายความสำคัญของศกั ด์ิของกฎหมายได้ (K)
2. สามารถแสวงหาแนวทางการสบื คน้ ตามลำดบั ข้นั อย่างเหมาะสมได้ (P)
3. ตระหนกั ถงึ ความสำคญั ของการปฏบิ ัติตนตามกฎหมายได้ (A)

5) สาระการเรยี นรู้ 2. พระราชบญั ญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนญู
ศักดิข์ องกฎหมาย 4. พระราชกำหนด
1. รัฐธรรมนูญ 6. กฎกระทรวง
3. พระราชบญั ญัติ
5. พระราชกฤษฎกี า
7. กฎหมายที่ตราโดยองคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ

6) สมรรถนะที่สำคัญ ( √ ) การคดิ ( ) การแกป้ ญั หา
( ) การส่ือสาร ( √ ) การใช้เทคโนโลยี
( ) ทกั ษะชีวติ

7) คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

( ) รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ( ) ซื่อสตั ย์สุจริต ( ) มีวินยั
( √ ) มุง่ ม่ันในการทำงาน
( ) ใฝ่เรียนรู้ ( ) อยอู่ ยา่ งพอเพียง

( ) รักความเป็นไทย ( ) มจี ติ สาธารณะ

8). กิจกรรมการเรยี นรู้

1 ขนั้ นำเขา้ สูบ่ ทเรียน

ก่อนจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ที่โดยการสืบเสาะหาความรู้แก่นักเรียน ครูทำการ

ปฐมนิเทศนักเรียนเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ และบทบาทของประธานกลุ่ม เลขานุการกลุ่ม และ

สมาชกิ ในกลุม่ เพือ่ ใหก้ ารจัดกจิ กรรมในครั้งน้บี รรลุวัตถุประสงค์ท่ตี ้ังไว้

เมื่อปฐมนิเทศเสร็จแล้ว ให้นักเรียนทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (ก่อนเรียน) เพื่อวัดความรู้

เดมิ ก่อนเรียน ซง่ึ ในการจัดกิจกรรมปฐมนิเทศและทดสอบกอ่ นเรยี น ผูส้ อนใชช้ วั่ โมงสอนซอ่ มเสริม

2 ขั้นจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

กิจกรรมการเรยี นรู้ ทักษะการคดิ

1 ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement) ใชเ้ วลา 5 นาที การสงั เกตและ

1.1 ครูนำแผนผังลำดับศักด์ิของกฎหมายให้นักเรียนดูและให้นักเรียนร่วมกันอภิปราย กระบวนการคดิ วเิ คราะห์

ว่า เหตใุ ดจงึ ต้องมีการจดั ลำดับข้ันของกฎหมาย และทำไมจงึ ต้องเรยี งลำดบั แบบนี้

1.2 ครฝู ึกการตง้ั คำถามโดยใช้แนวคำถาม ดังนี้ การต้ังคำถาม
1) การจัดลำดับศักดข์ิ องกฎหมายใชอ้ ะไรเป็นเกณฑ์
2) ทำไมรัฐธรรมนญู จงึ เป็นกฎหมายสงู สดุ ของประเทศ

1.3 สุ่มนักเรียน 2-3 คน ลองฝึกตั้งคำถามเกี่ยวกับแผนผังลำดับศักดิ์ของกฎหมายว่า การต้งั คำถาม
นกั เรยี นตอ้ งการร้อู ะไรเก่ยี วกับอะไรบา้ ง เชน่
การสำรวจ และ
1) รฐั ธรรมนูญมีส่งผลต่อกฎหมายอืน่ อยา่ งไรบ้าง การเก็บรวบรวมข้อมลู
2) เหตุใดกฎหมายลูกจึงต้องปฏิบัตติ ามกฎหมายแมอ่ ยา่ งเครง่ ครดั
2 ขน้ั สำรวจและค้นหา (Exploration) ใชเ้ วลา 20 นาที
2.1 ครูแจง้ ผลการทดสอบก่อนเรียนใหน้ กั เรียนทราบ

กิจกรรมการเรียนรู้ ทกั ษะการคดิ

2 ข้นั สำรวจและค้นหา (Exploration) (ตอ่ ) การตั้งคำถาม และ
การเก็บรวบรวมข้อมลู
2.2 นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 - 6 คน โดยคละนักเรียนเก่ง ปานกลาง และอ่อน การสงั เกต ,การสำรวจ

ตามผลการทดสอบก่อนเรียน การใหเ้ หตุผล

2.3 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาใบความรู้ เรื่อง ลำดับศักดิ์ของกฎหมาย และ

หนงั สอื แบบเรยี น

2.4 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสำรวจและค้นหาข้อมูลการจัดลำดับศักดิ์ของ

กฎหมาย รวมถึงรูปแบบของกฎหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษรของไทยเรียงตามลำดับศักดิ์

ของกฎหมาย โดยการระดมความคิดในประเด็นตอ่ ไปน้ี

1) การจัดลำดบั ศักดข์ิ องกฎหมาย 2) รัฐธรรมนญู

3) พระราชบัญญตั ิประกอบรับธรรมนญู 4) พระราชบญั ญัติ

5) พระราชกำหนด 6) พระราชกฤษฎีกา

7) กฎกระทรวง

2.5 นักเรียนแต่ละกลุ่มบันทึกผลการทำกิจกรรมลงในแบบบันทึกกิจกรรม และ

ร่วมกนั ตอบถาม

3 ข้นั อธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation) ใชเ้ วลา 10 นาที

ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันอภิปรายและสรปุ สาระการเรยี นรู้ โดยใช้คำถามต่อไปน้ี

3.1 การจดั ลำดับฐานะหรือความสูงต่ำของกฎหมายมีหลักการอย่างไร

3.2 ลกั ษณะของกฎหมายลูกแตล่ ะฉบับมีความสำคญั อยา่ งไร

3.3 จากการคน้ คว้า สำรวจนักเรียนไดค้ วามรู้อะไรบา้ ง จงสรา้ งองค์ความรขู้ องตัวเอง

4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) ใช้เวลา 10 นาที

4.1 สนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการจัดลำดับศักดิ์ของกฎหมาย รวมถึงรูปแบบของ

กฎหมายทีเ่ ป็นลายลกั ษณอ์ กั ษรของไทยเรยี งตามลำดบั ศักดิ์ของกฎหมาย

1) กฎหมายทีม่ ศี ักดิ์ต่ำกวา่ หรือลำดับชน้ั ต่ำกว่าจะขดั หรือแย้งต่อกฎหมายท่ีมี

ศักดสิ์ ูงกว่า หรือมีลำดับช้นั สูงกวา่ มไิ ด้

2) กฎหมายที่มีศักดิ์หรือลำดับชั้นต่ำกว่า ให้เรียกว่ากฎหมายลูก และ

กฎหมายทล่ี ำดับศักด์ิสงู ท่ีสุด เรียกวา่ กฎหมายแม่

3) กฎหมายลูกหากบัญญัติออกมามีข้อความขัดแย้งหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติของ

กฎหมายแมแ่ ล้ว จะมผี ลให้กฎหมายลูกทีม่ ีศกั ดิ์ต่ำกวา่ ใช้บังคับมิได้

4.2 ใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั บอกประโยชน์ของการจดั ลำดับศักดิข์ องกฎหมาย

4.3 ให้นกั เรยี นยกตัวอย่างกฎหมายเฉพาะกิจท่ีเคยประกาศใช้

กจิ กรรมการเรยี นรู้ ทักษะการคิด
5 ข้ันประเมนิ (Evaluation) ใช้เวลา 5 นาที การคดิ วเิ คราะห์

5.1 นกั เรียนทำแบบฝึกหดั ทา้ ยกจิ กรรม จำนวน 3 ขอ้
5.2 ครูสังเกตและประเมินพฤตกิ รรมการเรียนรู้ของนักเรียนจากการตอบคำถาม และ
การทำกจิ กรรม

3 ข้นั สรปุ
3.1 สมุ่ นกั เรียนออกมาสรปุ หนา้ ช้นั เรียนและร่วมกันอภิปรายผลระหวา่ งนกั เรยี นและครู
3.2 มอบหมายให้นกั เรียนศึกษาเนือ้ หาลว่ งหน้าสำหรบั ช่ัวโมงถัดไปผา่ นแหล่งเรยี นรทู้ ค่ี รูสร้างขน้ึ

9. ส่ือและแหล่งเรยี นรู้

ข้อมลู วัสดอุ ปุ กรณ์/ส่ือและแหลง่ เรียนรู้
สือ่ 1. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าเพมิ่ เตมิ กฎหมายทปี่ ระชาชนควรรู้ ม.4 - 6

2. ใบความรู้ เร่อื ง ลำดับศักดขิ์ องกฎหมาย
3. ใบกจิ กรรม เรือ่ ง การจดั ลำดับขน้ั ของกฎหมาย
เทคนคิ 1. การสบื เสาะหาความรู้
2. การสบื ค้นอย่างเป็นระบบ
3. กระบวนการกลมุ่
แหลง่ เรียนรู้ https://sites.google.com/view/krunotessocialroom/
วัสดอุ ปุ กรณ์ -

(Google Site สำหรบั ค้นคว้าขอ้ มลู เพม่ิ เติม)

10). การวดั และประเมินผล การวัดผล เคร่อื งมอื วัด เกณฑ์การ
การวดั และ ประเมินผล
ประเมนิ ผล
ผ่านเกณฑ์ใน
จดุ ประสงค์ ระดบั ดขี น้ึ ไป

ความรคู้ วามเข้าใจ (K) อธิบายความสำคัญของศักดิ์ ใบกิจกรรม เรื่อง การ ผ่านเกณฑ์ใน
ของกฎหมายได้ จดั ลำดับขน้ั ของกฎหมาย ระดบั ดีขึ้นไป

ทกั ษะปฏบิ ัติ (P) สามารถแสวงหาแนวทางการ ใบกิจกรรม เรื่อง การ ผา่ นเกณฑ์ใน
สืบค้นตามลำดับขั้นอย่าง จัดลำดบั ข้นั ของกฎหมาย ระดบั ดีข้นึ ไป
เหมาะสมได้

เจตคติ (A) ตระหนักถึงความสำคัญของ แบบสังเกตพฤติกรรมความ
การปฏบิ ตั ิตนตามกฎหมายได้ ม่งุ มั่นในการทำงาน

บนั ทกึ ผลการสอน
ผลการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ..................................................
(นายพฒุ ิพัฒน์ พัดปยุ )
ครูผ้สู อน/บนั ทึก

ใบความรู้
เร่อื ง ลำดับศกั ด์ขิ องกฎหมาย

กฎหมายทอี่ อกใชบ้ งั คบั ในประเทศแบง่ ออกเป็นหลายระดบั เนื่องจากอำนาจในการ
ออกกฎหมายมที มี่ าตา่ งกัน ไดแ้ ก่ กฎหมายทอ่ี อกโดยฝา่ ยนติ บิ ัญญัติ ฝ่ายบรหิ าร หรอื องค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น กฎหมายที่ออกโดยฝ่ายนิติบัญญัติจะมีระดับความสำคัญสูงและใช้
บังคับได้กว้างขวางกว่ากฎหมายที่ออกโดยฝ่ายบริหาร กฎหมายที่ออกโดยฝ่ายบรหิ ารก็จะมี
ระดับความสำคัญสูงและใช้บังคับได้กว้างขวางกว่ากฎหมายที่ออกโดยองค์กรปกครองส่วน
ท้องถนิ่ อธิบายระดบั ความสำคญั ของกฎหมายได้ ดังน้ี

1. กฎหมายรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายที่มีลำดับความสำคัญสูงสุดใช้ในการปกครองประเทศ มี
บทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพตลอดจนหน้าที่ของพลเมืองไทย แนวนโยบายแห่งรัฐ สถาบันนิติบัญญัติ
ฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการ และการปกครองส่วนท้องถิ่น กฎหมายอื่นที่ออกใช้จะขัดหรือแย้งกับกฎหมาย
รฐั ธรรมนญู ไม่ได้

2. พระราชบัญญัติ เป็นกฎหมายที่พระมหากษัตริย์ทรงตราขึ้นโดยผ่านกระบวนการทางรัฐสภามี
ความสำคัญรองลงมาจากกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผู้มีสิทธิเสนอร่างพระราชบัญญัติคือ คณะรัฐมนตรีหรือ
สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร เมอื่ สภาผแู้ ทนราษฎรเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติแล้วกจ็ ะส่งให้วุฒิสภาพิจารณา
หากเห็นชอบก็จะนำขึ้นทูลเกล้าฯพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย เมื่อได้ลงประกาศในราชกิจจา
นุเบกษาแล้วก็สามารถใชบ้ ังคับได้

3. พระราชกำหนด เป็นกฎหมายที่พระมหากษัตริย์ทรงตราขึ้นตามคำแนะนำของคณะรัฐมนตรี มี
ความสำคัญในระดับเดียวกันกับพระราชบัญญตั ิ แต่พระราชกำหนดจะออกใช้ตอ่ เมือ่ เปน็ กรณีฉุกเฉินท่ีมคี วาม
จำเป็นเร่งด่วนในการรักษาความปลอดภัยของประเทศ หรอื ความปลอดภัยของสาธารณะ หรอื ความม่ันคงทาง
เศรษฐกิจของประเทศ หรอื การป้องกนั ภยั ภบิ ัติของสาธารณะ และไมอ่ าจจะเรยี กประชุมรัฐสภาใหท้ นั ทว่ งที

พระราชกำหนดมี 2 ประเภท คอื พระราชกำหนดในเร่ืองทวั่ ไปและพระราชกำหนดเกย่ี วดว้ ยเรื่องภาษี
อากรและเงินตรา ในกรณีเป็นพระราชกำหนดเกี่ยวด้วยเรื่องภาษีอากรและเงินตรามีเงื่อนไขว่าการเสนอร่าง
พระราชกำหนดต้องอยู่ในระหว่างสมัยประชุมสภาและมีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อรักษาผลประโยชน์ของ
ประเทศ รัฐมนตรีผู้รบั ผิดชอบจะเป็นผ้เู สนอรา่ งพระราชกำหนดต่อคณะรฐั มนตรีให้พิจารณา หากเหน็ ชอบก็จะ
นำขน้ึ ทลู เกลา้ ฯพระมหากษตั ริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย เม่อื ไดล้ งประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วก็สามารถใช้
บงั คบั เป็นกฎหมาย

รัฐธรรมนูญกำหนดให้นำพระราชกำหนดเสนอต่อรัฐสภาเพื่ออนุมัติในการประชุมคราวต่อไป ในกรณี
เป็นพระราชกำหนดเกี่ยวด้วยเรื่องภาษีอากรและเงินตราจะต้องเสนอพระราชกำหนดต่อสภาผู้แทนราษฎร
ภายใน 3 วันนับตัง้ แต่วันที่ไดล้ งประกาศในราชกิจจานุเบกษา หากสภาไม่เห็นชอบพระราชกำหนดนั้นก็จะตก
ไป แต่จะไมก่ ระทบกระเทือนกิจการท่ไี ด้ทำไปในระหว่างทีใ่ ชพ้ ระราชกำหนดนัน้

4. พระราชกฤษฎีกา เป็นกฎหมายที่พระมหากษัตริย์ทรงตราขึ้นตามคำแนะนำของคณะรัฐมนตรี
ตามที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ หรือพระราชกำหนดให้อำนาจฝ่ายบริหารสามารถกำหนด
รายละเอียดเพ่ิมเตมิ ภายใต้กรอบของกฎหมายน้ัน รฐั มนตรผี ูร้ ับผดิ ชอบจะเปน็ ผู้เสนอรา่ งพระราชกฤษฎีกาต่อ
คณะรัฐมนตรใี ห้พิจารณา หากเห็นชอบก็จะนำขึ้นทูลเกล้าฯพระมหากษตั ริย์ทรงลงพระปรมาภไิ ธย เมื่อได้ลง
ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วกส็ ามารถใชบ้ ังคบั เปน็ กฎหมายได้

5. กฎกระทรวง เป็นกฎหมายที่รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบญั ญัติกำหนดรายละเอียดเพิ่มเตมิ
เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบจะเป็นผู้เสนอร่างกฎกระทรวงต่อ
คณะรัฐมนตรีให้พิจารณา หากเห็นชอบก็จะนำลงประกาศในราชกจิ จานุเบกษาใช้บงั คบั เปน็ กฎหมายต่อไป

6. ข้อบัญญัติจังหวัด เป็นกฎหมายท้องถิ่นที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดได้รับอำนาจตาม
พระราชบญั ญตั ิระเบยี บบรหิ ารราชการส่วนจังหวดั หรอื กฎหมายอ่นื ให้ออกข้อบัญญัติจังหวดั เพื่อใช้บังคับใน
เขตจังหวดั ที่รับผิดชอบ นอกเขตเทศบาล เขตสุขาภิบาล และเขตตำบลในกรณีที่ตำบลใดมีการจดั ต้ังองค์การ
บริหารส่วนตำบลแล้ว โดยผู้ว่าราชการจังหวัดหรือสมาชิกสภาจังหวัดเสนอร่างข้อบัญญัติจังหวัดต่อสภา
จังหวัดเพื่อพิจารณา เมื่อเห็นชอบแล้วก็จะประกาศที่ศาลากลางจังหวัดเป็นเวลา 15 วันก็ใช้บังคับเป็น
กฎหมาย เว้นแตก่ รณีเรง่ ดว่ นกอ็ าจให้มผี ลใชบ้ งั คับในวนั ถดั จากวันทีป่ ระกาศนัน้

7. เทศบัญญัติ เป็นกฎหมายท้องถิ่นที่เทศบาลได้รับอำนาจตามพระราชบัญญัติเทศบาล หรือ
กฎหมายอื่น ให้ออกเทศบัญญัติเพื่อใช้บังคับในเขตเทศบาลที่รับผิดชอบ คณะเทศมนตรีหรือสมาชิกสภา
เทศบาลจะเปน็ ผู้เสนอร่างเทศบัญญตั ิต่อสภาเทศบาลเพ่ือพิจารณา เมอ่ื เห็นชอบแลว้ ก็จะประกาศท่ีสำนักงาน
เทศบาลเปน็ เวลา 7 วนั ก็ใชบ้ ังคบั เป็นกฎหมาย เวน้ แตก่ รณีเร่งดว่ นก็อาจให้มผี ลใช้บังคบั ในวนั ที่ประกาศนั้น

8. ข้อบังคับตำบล เป็นกฎหมายทอ้ งถิ่นท่ีองค์การบริหารส่วนตำบลได้รับอำนาจตามพระราชบญั ญตั ิ
สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 หรือกฎหมายอื่น ให้ออกข้อบังคับตำบลเพือ่ ใชบ้ ังคับใน
เขตตำบลที่รับผิดชอบ คณะกรรมการบริหารหรือสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลจะเป็นผู้เสนอร่าง
ข้อบังคับตำบลต่อสภาองค์การบริหารสว่ นตำบลและนายอำเภอเพื่อพจิ ารณา

ใบกิจกรรม
การจดั ลำดบั ขน้ั ของกฎหมาย

คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนสบื คน้ ข้อมูล วิเคราะห์ อภิปรายผล และสรุปขอ้ มลู เพอ่ื ตอบคำถามดังต่อไปนี้

1. ใหน้ ักเรยี นอธบิ ายวธิ ีการการจดั ลำดับศกั ดขิ์ องกฎหมายพอสงั เขป
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ให้นกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายและสรุปว่า เพราะเหตุใดกฎหมายที่มีศักดิต์ ่ำกวา่ จะขัดหรือแย้งต่อกฎหมายท่ีมีศักด์ิ
สูงกวา่ หรอื มลี ำดับชั้นสูงกว่ามไิ ด้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ให้นกั เรยี นอภิปรายถงึ เน้อื หาของกฎหมายทม่ี ศี ักด์ิตำ่ กว่าซง่ึ ออกโดยอาศยั อำนาจของกฎหมายศักด์สิ ูงกว่า
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. ให้นักเรียนวิเคราะห์และสรุปว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญมีความสำคัญอย่างไร และจงยกตัวอย่าง
พระราชบัญญัติประกอบรฐั ธรรมนญู พรอ้ มอธบิ ายความเปน็ มาของพระราชบัญญตั ิดงั กลา่ ว
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. ใหน้ กั เรียนบอกประโยชน์ของการจดั ลำดบั ศักดิข์ องกฎหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

สมาชิก
1. ………………………………………………………………เลขท…ี่ .……… 2. ………………………………………………………เลขท…่ี ………
3. ………………………………………………………………เลขท…่ี .……… 4. ………………………………………………………เลขท…่ี ………

5. ………………………………………………………………เลขท…ี่ .………

แบบฝึกหัดทา้ ยกจิ กรรม ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 6
ภาคเรียนที่ 1
รายวิชา กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ ส30201
กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ปีการศึกษา 2563
ชอ่ื หนว่ ย ความรู้ทั่วไปเก่ยี วกบั กฎหมาย เวลา 5 นาที
จำนวน 3 ขอ้

คำส่งั ใหน้ ักเรียนวิเคราะห์และตอบคำถามใหถ้ กู ต้อง

1. นักเรียนคดิ ว่าเพราะเหตใุ ดจึงต้องมกี ารจดั ลำดับข้นั ทางกฎหมาย อธบิ ายพอสังเขป
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. นกั เรียนมคี วามคิดเห็นอย่างไรกับคำว่า “กฎหมายลูกหากบัญญตั ิออกมามีข้อความขดั แย้งหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติ
ของกฎหมายแม่แล้ว จะมผี ลให้กฎหมายลูกที่มศี ักดิ์ตำ่ กวา่ ใชบ้ ังคบั มไิ ด้”
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. นักเรยี นมคี วามคิดเหน็ อย่างไรหากประเทศไทยไมไ่ ด้การจดั ลำดบั ศักดิ์ของกฎหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ช่ือ-สกุล ……………………………………..…………………………………… ชน้ั …………….. เลขท่ี……………

แบบประเมนิ พฤติกรรมรายบคุ คล

ลำดับ ช่ือ-สกุล ขั้นสร้าง ขนั้ สำรวจ ข้ัน ขัน้ ขยาย ขน้ั รวม หมายเหตุ
ของผรู้ ับการประเมนิ ความ และ อธิบาย ความรู้ ประเมนิ
สนใจ คน้ หา และลง
ข้อสรปุ

321321321321321

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ 1 คะแนน 7 – 9 ดี
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมน้อยครงั้ 4 –6 พอใช้
0 - 3 ปรบั ปรุง

*หมายเหตุ: การปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมในการตั้งคำถามหรอื ตอบคำถาม

แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์รายบคุ คลดา้ นความมงุ่ มัน่ ในการทำงาน

ลำดับ ชอ่ื -สกลุ มีความกระตอื รือร้น ทำงานเสร็จ มีส่วนร่วมในการนำเสนอ รวม
ของผู้รับการประเมิน ในการทำงาน ตรงตามเวลา งาน

4321 4321 4321

เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ

เกณฑก์ ารให้คะแนน 4 คะแนน 13 - 16 ดมี าก
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมำ่ เสมอ ให้ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้ ให้ 2 คะแนน 9 – 12 ดี
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางครัง้ ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ 5 – 8 พอใช้

0 - 4 ปรบั ปรุง

แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน
วชิ ากฎหมายที่ประชาชนควรรู้ รหัส ส30201 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6

กล่มุ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
โรงเรียนเชยี งยืนพิทยาคม อำเภอเชียงยืน จงั หวัดมหาสารคาม

คำช้ีแจง ข้อสอบมีทั้งหมดให้นักเรยี นเลือกคำตอบท่ีถูกต้องทีส่ ดุ เพียงข้อเดยี ว

1. ข้อใดกล่าวถึงความหมายของ “กฎหมาย” ได้ 5. องค์กรใดทำหน้าท่อี อกกฎหมาย

ถกู ต้องทีส่ ุด ก. รัฐสภา

ก. เปน็ กฎเกณฑ์ข้อบังคับในสังคม ข. วุฒิสภา

ข. เปน็ คำส่ังของผู้มีอำนาจสงู สดุ ในรัฐ ค. คณะรัฐมนตรี

ค. เป็นกฎเกณฑท์ ี่รฐั ใชค้ วบคมุ พลเมือง ง. สภาผ้แู ทนราษฎร

ง. เปน็ ข้อบังคบั ของรัฐท่ีใช้ควบคุมพลเมือง 6. ข้อใดไม่ใช่กฎหมายมหาชน

2. ขอ้ ใดไม่ใช่ลักษณะของกฎหมาย ก. กฎหมายปกครอง

ก. เป็นคำสั่ง คำขอร้อง ข้อบงั คับ ข. กฎหมายแพง่

ข. ใชบ้ งั คับไดก้ บั ประชาชนทุกคน ค. กฎหมายอาญา

ค. ผ้อู อกกฎหมายมีอำนาจสูงสุดในประเทศ ง. ธรรมนูญศาลยุติธรรม

ง. มีผลใช้บงั คบั ไดต้ ลอดไป 7. ข้อใดให้ความหมายของกฎหมายเอกชนถูกต้อง

3. กฎหมายมีความสำคัญอยา่ งไรต่อสังคม ทีส่ ุด

ก. ทำให้สังคมมคี วามสามคั คี ก. กฎหมายที่บังคับโดยคำนึงถึงความสัมพันธ์

ข. ทำใหส้ ังคมมีความเจริญกา้ วหน้า ระหวา่ งรฐั ตอ่ พลเมอื ง

ค. ทำใหส้ ังคมเกดิ ความสงบเรียบรอ้ ย ข. กฎหมายที่บังคับโดยคำนึงถึงความสัมพันธ์

ง. ทำใหค้ นในสังคมมีการศึกษาทด่ี ีขึ้น ระหวา่ งรฐั ตอ่ เอกชน

4. กฎหมายมที ี่มาอย่างไร ค. กฎหมายที่บังคับโดยคำนึงถึงความสัมพันธ์

ก. หลักคำสอนของศาสนา ระหวา่ งเอกชนต่อพลเมือง

ข. มาจากผู้มีอำนาจสูงสดุ ในรฐั ง. กฎหมายที่บังคับโดยคำนึงถึงความสัมพันธ์

ค. มาจากจารีตประเพณีท่ีปฏิบตั ิตอ่ ๆ กันมา ระหวา่ งเอกชนตอ่ เอกชน

ง. ถกู ทุกข้อ

8. ข้อใดไม่ใช่กฎหมายท่ีแบ่งตามความสมั พันธ์ของผูท้ ี่ 12. ข้อใดเรยี งลำดบั ศักด์ขิ องกฎหมายไดถ้ ูกต้อง

ตอ้ งเกยี่ วข้องหรือถกู ใชบ้ งั คับ ก. พระราชกำหนด พระราชบัญญัติ ข้อบัญญัติเมือง

ก. กฎหมายสารบญั ญตั ิ พัทยา

ข. กฎหมายเอกชน ข. พระราชกฤษฎีกา พระราชกำหนด ข้อบัญญัติ

ค. กฎหมายระหว่างประเทศ กทม.

ง. กฎหมายมหาชน ค. พระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎกี า เทศบัญญัติ

9. ขอ้ ใดถูกต้อง ง. พระราชกฤษฎีกา พระราชบัญญัติ ข้อบัญญัติ

ก. กฎหมายวิธีสบัญญัติคือกฎหมายที่มีลักษณะ อบจ.

กำหนดขน้ั ตอนของกระบวนวธิ ีการใช้กฎหมาย 13. ข้อใดถูกต้องทีส่ ุดเกี่ยวกบั พระราชบัญญัติ

ข. กฎหมายสารบัญญัติคือกฎหมายที่มีลักษณะ ก. เป็นกฎหมายที่พระมหากษัตริย์ตราขึ้นโดย

กำหนดกระบวนวิธพี ิจารณาคดี คำแนะนำของรฐั มนตรี

ค. กฎหมายมหาชนคือกฎหมายท่บี งั คบั โดยคำนึงถึง ข. เป็นกฎหมายที่มีการเสนอร่างโดยอาจผ่านทาง

ความสัมพนั ธ์ระหว่างเอกชนตอ่ เอกชน สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร

ง. กฎหมายเอกชนคือกฎหมายที่กำหน ด ค. ขั้นแรกจะต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจาก

ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งรัฐกบั พลเมืองของรฐั วฒุ สิ ภา

10. กฎหมายระหวา่ งประเทศมีกี่ลักษณะ อะไรบ้าง ง. เม่ือผา่ นการเหน็ ชอบในขนั้ ท่ี 2 แลว้ องคมนตรีจะ

ก. 3 ลกั ษณะ คือ คดีแพ่ง คดีบุคคล คดอี าญา นำความข้นึ กราบบังคมทลู

ข. 3 ลกั ษณะ คือ คดเี มอื ง คดีบุคคล คดอี าญา 14. ข้อไมใ่ ช่กฎหมายประกอบรฐั ธรรมนูญ

ค. 4 ลักษณะ คือ คดีเมือง คดีบุคคล คดีอาญา คดี ก. กฎหมายฯ วา่ ดว้ ยการเลอื กต้ังสภาผ้แู ทนราษฎร

พาณชิ ย์ ข. กฎหมายฯ ว่าดว้ ยการยุบสภาผูแ้ ทนราษฎร

ง. 4 ลักษณะ คือ คดีแพ่ง คดีบุคคล คดีอาญา คดี ค. กฎหมายฯ ว่าดว้ ยคณะกรรมการการเลอื กตง้ั

พาณิชย์ ง. กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการ

11. ข้อใดแตกต่างจากข้ออืน่ ทจุ ริต

ก. พระราชบัญญัติ 15. กฎหมายที่ตราขึ้นโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ข. พระราชกำหนด มีกรี่ ูปแบบ

ค. พระราชกฤษฎีกา ก. 5 รปู แบบ

ง. พระราชบัญญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญ ข. 6 รปู แบบ

ค. 7 รูปแบบ

ง. 8 รปู แบบ

16. จงเรยี งลำดับข้ันตอนการตรากฎหมายใหถ้ ูกต้อง 20. ใครคือผู้ยกร่างแก้ไขกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการ

1. แจง้ ให้นายกรัฐมนตรที ราบ สบื สันตตวิ งศ์

2. ทำรายงานเสนอตอ่ รฐั สภา ก. คณะรฐั มนตรี

3. วุฒิสภาลงมตขิ ยายเวลากรณีไมเ่ หน็ ชอบ ข. คณะรัฐสภา

4. แจ้งใหส้ ภาผูแ้ ทนราษฎรทราบ ค. คณะสภาผ้แู ทนราษฎร

5. แปรบัญญตั ิ ง. คณะองคมนตรี

ก. 2 3 4 5 1 ข. 2 3 1 5 4 21. นับถึงปัจจุบัน ประเทศไทยได้ประกาศใช้

ค. 2 5 3 4 1 ง. 2 5 4 1 3 รัฐธรรมนญู มาแล้วกี่ฉบับ

17. กรณีใดท่ีทำให้ร่างพระราชบญั ญตั ินน้ั ตกไปท้งั ก. 17 ฉบับ ข. 18 ฉบับ

ฉบบั ค. 19 ฉบบั ง. 20 ฉบบั

ก. วุฒิสภาส่งกลบั คืนไปยงั สภาผแู้ ทนราษฎร 22. ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 มี

ข. ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีข้อความขัดแย้งต่อ ทง้ั หมดก่หี มวด ก่ีมาตรา

รัฐธรรมนญู ก. 15 หมวด 279 มาตรา

ค. ประธานคณะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติไม่ ข. 15 หมวด 289 มาตรา

เห็นชอบ ค. 16 หมวด 279 มาตรา

ง. วุฒิสภาไม่พิจารณาและลงนามเห็นชอบภายใน ง. 16 หมวด 289 มาตรา

30 วนั 23. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 ให้มี

18. ข้อใดผิด ประธานองคมนตรี 1 คน และองคมนตรอี ื่นอกี ไม่เกินกี่

ก. การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติทั่วไปแล้วเสร็จ คน

ภายใน 60 วนั ก. 18 คน ข. ไมเ่ กิน 18 คน

ข. รา่ งพระราชบัญญตั ิเกย่ี วกบั การเงนิ ต้องแล้วเสร็จ ค. 20 คน ง. ไมเ่ กิน 20 คน

ภายใน 30 วัน 24. การศึกษาขั้นพื้นฐานของไทยอยู่ในส่วนใดของ

ค. การเสนอร่างพระราชบัญญัติจะเสนอได้ก็ต่อเมอ่ื รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย

จำนวน ครม. และ สส. มไี มน่ ้อยกว่า 30 คน ก. นโยบายของรฐั

ง. สส. และ สว. จำนวนไม่น้อยกวา่ 1 ใน 10 ไมเ่ หน็ ข. บทบาทท่ัวไป

ด้วยใหเ้ สนอความเห็นตอ่ ประธาน ค. สิทธิเสรภี าพของปวงชนชาวไทย

19. รูปแบบของร่างกฎหมายที่จะเสนอให้รัฐสภา ง. หนา้ ที่ของรฐั

พจิ ารณาเรยี กว่าอะไร 25. รัฐตอ้ งดำเนนิ การให้เด็กทุกคนไดร้ ับการศึกษาเป็น

ก. ร่างพระราชกำหนด ข. ร่างพระราชบัญญตั ิ เวลากป่ี ี

ค. รา่ งพระราชกฤษฎกี า ง. รา่ งรัฐธรรมนญู ก. 10 ปี ข. 12 ปี

ค. 15 ปี ง. 18 ปี

26. พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และ 29. คณะรฐั สภามีทงั้ สน้ิ กีค่ น

รฐั มนตรีอน่ื อีกไมเ่ กินกีค่ น ก. 300 คน ข. 400 คน

ก. 34 คน ข.35 คน ค. 500 คน ง. 700 คน

ค. 36 คน ง. 37 คน 30. ข้อใดต่อไปน้ีไมถ่ กู ตอ้ ง

27. ขอ้ ใดผิดเกย่ี วกับมาตรา 258 จ. ดา้ นการศึกษา ก. สมาชิกวฒุ ิสภาตอ้ งมีสัญชาตไิ ทยโดยการเกดิ

ก. ให้ดำเนินการอบรมครูเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ ข. มีสิทธิสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

การสอนออนไลน์ อายไุ ม่ต่ำกว่า 25 ปี

ข. ดูแลและพัฒนาเดก็ เล็กก่อนเขา้ รับการศกึ ษา ค. สภาผแู้ ทนราษฎรมีสมาชกิ 500 คน

ค. ให้ดำเนนิ การตรากฎหมายเพ่อื จัดตั้งกองทุน ง. วฒุ ิสภาประกอบดว้ ยสมาชกิ จำนวน 250 คน

ง. ปรับปรุงการเรียนการสอนทุกระดับตาม

ความสามารถของผเู้ รียน

28. สภาผู้แทนราษฎรมรี องประธานสภาจำนวนก่คี น

ก. 1 คน

ข. 2 คน

ค. 1 คน หรอื 2 คน

ง. 2 คน หรอื 3 คน

เฉลย

เฉลยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิท์ างการเรยี น
วชิ ากฎหมายที่ประชาชนควรรู้ รหัส ส30201 ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 6

กล่มุ สาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
โรงเรยี นเชียงยืนพิทยาคม อำเภอเชียงยืน จงั หวัดมหาสารคาม

ข้อ เฉลย ข้อ เฉลย ขอ้ เฉลย
1 ง 11 ง 21 ง
2 ง 12 ค 22 ค
3 ก 13 ข 23 ค
4 ง 14 ข 24 ค
5 ก 15 ก 25 ข
6 ข 16 ค 26 ง
7 ง 17 ข 27 ข
8 ก 18 ค 28 ค
9 ก 19 ข 29 ง
10 ข 20 ง 30 ง

แบบทดสอบวดั ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์
สำหรบั นักเรียนชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 6

โรงเรียนเชยี งยนื พิทยาคม อำเภอเชยี งยนื จงั หวดั มหาสารคาม

รายละเอียดขอ้ สอบ
ขอ้ สอบมที ัง้ หมด 5 หนา้ (รวมปก) ประกอบไปดว้ ย
1. แบบทดสอบฉบับน้ี มจี ำนวน 20 ข้อ 20 คะแนน
2. แบบทดสอบฉบับนี้เปน็ แบบทดสอบวัดความสามารถทางการคดิ วเคราะห์ ประกอบด้วยทักษะ

ย่อย 5 ด้าน คือ ด้านการจบั คู่ ด้านการจัดหมวดหมู่ ด้านการวเิ คราะหข์ ้อผิดพลาด ดา้ นการสรุปเปน็ หลกั เกณฑ์
ทวั่ ไปและด้านการสรุปเป็นหลักเกณฑ์เฉพาะ

3. แบบทดสอบฉบับนี้เป็นแบบทดสอบชนดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก โดยใหน้ กั เรียนเลอื กคำตอบที่
ถกู ท่สี ุดเพียงคำตอบเดยี ว เม่อื นกั เรยี นเลือกไดแ้ ลว้ ให้ กากบาท (X) ลงในช่อง ก, ข, ค, หรือ ง ลงใน
กระดาษคำตอบ ดงั ตัวอย่างการตอบ ข้อ 0 ตวั เลอื ก ข

ขอ้ ก ข ค ง
0X

กรณีต้องการเปลี่ยนคำตอบใหท้ ำเครือ่ งหมาย – ทบลงบนเคร่ืองหมายกากบาท (X) เดิม แล้ว
กากบาทเลอื กข้อใหม่ เช่น เปลี่ยนจากตัวเลือก ข เปน็ ง

ขอ้ ก ข ค ง
0 XX

4. อ่านคำช้แี จง ตรวจสอบจำนวนหนา้ และจำนวนขอ้ ของข้อสอบใหล้ ะเอียดและครบถ้วน
5. เขียนชื่อ-นามสกลุ เลขท่ี ห้องเรียนลงในกระดาษคำตอบให้เรยี บรอ้ ย
6. หา้ มทจุ รติ ใด ๆ หากมีการทจุ รติ จะถูกลงโทษตามกฎของโรงเรียน
7. เมือ่ ทำขอ้ สอบเสร็จ ใหแ้ นบกระดาษคำตอบไว้ในหนา้ แรกของชุดคำถามก่อนส่ง

แบบทดสอบวดั ความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์

คำช้แี จง จงใชส้ ถานการณน์ ต้ี อบคำถามข้อที่ 1 – 6

แม่ให้เงินเด็กชายหนุ่ม 150 บาท เพื่อไปซื้ออุปกรณ์การเรียน เขาเลือกซื้อไม้บรรทัด 1 อัน ราคา 5 บาท
ดินสอ 1 แท่ง ราคา 5 บาท ปากกา 2 ด้าม ราคาด้ามละ 10 บาท สมุดบันทึก 2 เล่ม ราคาเล่มละ 15
บาท กล่องดนิ สอ 1 กลอ่ ง ราคากลอ่ งละ 25 บาท เมือ่ เด็กชายหน่มุ เลือกซื้อของเสร็จ เขาให้ธนบัตรฉบับ
ละ 100 บาท แกค่ นขาย ปรากฏวา่ คนขายทอนเงนิ เปน็ เหรยี ญ 10 บาท จำนวน 2 เหรียญ เดก็ ชายหนุ่ม
จงึ บอกกบั คนขายวา่ ทอนเงนิ ผิด โดยทอนเงนิ เกนิ คนขายเหน็ ดงั นนั้ จึงชมเชยวา่ เดก็ ชายหนุ่มเป็นเด็กทีด่ ี

1. ข้อใดมวี ิธีคดิ หาคำตอบเหมอื นกบั สถานการณท์ ่ีกำหหนด

ก. ฟ้าขายขนม 15 ชน้ิ ช้ินละ 30 บาท จะได้เงินกบ่ี าท

ข. เก่งมีเงิน 50 บาท แม่ใหอ้ กี 25 บาท เกง่ มเี งนิ กบ่ี าท

ค. สมใจมเี งิน 60 บาท แบง่ ใหน้ ้อง 5 คน คนละเท่า ๆ กนั จะได้คะละกบี่ าท

ง. ดอยคำมีเงิน 75 บาท ซือ้ สบู่ 10 บาท ยาสีฟนั 15 บาท เหลอื เงินเทา่ ไร

2. ราคาอปุ กร์การเรียน ข้อใดมคี ่าเท่ากนั

ก. ดนิ สอ 2 แทง่ เท่ากับ สมดุ 1 เลม่ ข. สมุด 1 เล่ม เท่ากบั ปากกา 2 ด้าม

ค. ปากกา 1 ด้าม เท่ากบั ดนิ สอ 2 แทง่ ง. ไม้บรรทดั 5 อัน เทา่ กบั กล่องดินสอ 1 กล่อง

3. คนขายทอนเงินใหเ้ ด็กหนมุ่ เกนิ ไปกบ่ี าท

ก. 5 บาท ข. 10 บาท ค. 15 บาท ง. 20 บาท

4. ถ้านักเรียนเปน็ เด็กชายหนุ่มจะคนื เงนิ ใหค้ นขาย หรือไม่ เพราะเหตใุ ด

ก. คนื เพราะการคดโกงเปน็ ส่ิงไมด่ ี ข. ไม่คืน เพราะไม่ใช่ความผิดของเรา

ค. คืน เพราะคนขายนา่ สงสาร ทำงานหาเงินยาก ง. ไมค่ นื เพราะคนขายได้กำไรจากการขายอยู่แลว้

5. เด็กชายหนุ่มจะเหลอื เงนิ ที่ตอ้ งนำไปคนื แมก่ บ่ี าท

ก. 60 บาท ข. 65 บาท ค. 70 บาท ง. 75 บาท

6. จากความสามารถในการคิดคำนวณของเด็กชาย หนุ่ม เมื่อเติบโตขึ้น อาชีพใดเหมาะสมมากท่ีสุด

ก. ครู ข. แพทย์ ค. ตำรวจ ง. นายธนาคาร

คำชี้แจง จงใชส้ ถานการณน์ ี้ตอบคำถามขอ้ ท่ี 7 – 10

ปิดเทอมที่ผ่านมา โน๊ตได้ไปเที่ยวหาลุงท่ีขอนแก่น และได้เดินทางโดยรถไฟเป็นคร้ังแรก สถานีรถไฟอยู่
ห่างจากบ้านโน๊ตประมาณ 3 กิโลเมตร ก่อนถึงสถานีรถไฟจะผ่านปั๊มน้ำมัน ร้านหารตามสั่ง ห้างสรรพสินค้า
สวนสาธารณะและร้านหนังสือ โน๊ตปั่นจักรยานออกจากบ้านเวลา 15.30 น. ก่อนถึงเวลารถไฟออกประมาณ 1
ชัว่ โมง เมอื่ ผ่านห้างสรรพสินคา้ โนต้ พบเพ่ือน 2 คน กำลงั จะไปสวนสาธารณะ โน้ตจึงเดนิ จงู รถคุยไปกับเพื่อจนถึง
สวนสาธารณะ แลว้ จงึ ปั่นจักรยานตอ่ ไปยงั สถานีรถไฟ และพบว่ารถไฟกำลงั เคลอ่ื นออกจกจากสถานีพอดี

7. ข้อใดมีระยะทางเท่ากับบ้านของโนต๊ ถึงสถานีรถไฟ

ก. บา้ นของแมวอยหู่ า่ งจากธนาคาร 300 เมตร

ข. บ้านของหมูอยู่ห่างจากอนามัย 2,500 เมตร

ค. บ้านของเสืออยหู่ ่างจากตลาด 1,000 เมตร

ง. ไปรษณยี อ์ ยู่ห่างจากบ้านของหนู 3,500 เมตร

8. พาหนะในข้อใดใกล้เคยี งกับทโ่ี น๊ตใชม้ ากทส่ี ุด

ก. รถตกุ๊ ตุ๊ก ข. รถโดยสาร ค. รถสามลอ้ ถีบ ง. รถมอเตอร์ไซด์
ง. 16.30 น.
9. ข้อใดสรปุ ถูกต้อง

ก. โนต๊ ไปบา้ นลงุ ท่ภี าคอีสาน

ข. มเี พ่ือน 2 คนไปเที่ยวขอนแก่นกับโนต๊

ค. ร้านอาหารตามสัง่ อยู่ใกลก้ บั สถานรี ถไฟมากทีส่ ดุ

ง. โนต้ ใชเ้ วลาเดนิ ทางไปสถานีรถไฟประมาณ 1 ชวั่ โมงครึง่

10. รถไฟออกจากสถานเี วลาเทา่ ใด

ก. 15.00 น. ข. 15.30 น. ค. 16.00 น.

คำชี้แจง จงใช้สถานการณน์ ต้ี อบคำถามข้อที่ 11 – 20

การสร้างความสดุลในชีวิตไม่ใช่แค่เรื่องรายได้ แต่รวมถึงความสมดุลด้านสิทธคิ วามเป็นมนุษย์ที่คนจนมักคดิ
ว่าตัวเองจน เพราะไม่เท่าเทียมกับผู้ที่มีรายได้มากกว่าหรือจนเพราะไม่มีความรู้เท่า แต่ถ้าทุ กคนได้ศึกษาหลักของ
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ซึ่งคอื ความพอเพยี งทป่ี ะกอบไปด้วย 3 ห่วง 2 เง่ือนไข คือ

1 . ความพอประมาณ คือ ความพอดที ่ไี มม่ ากไม่น้อยเกนิ ไป และไม่เบยี ดเบยี นตนเองและผูอ้ ่นื
2. ความมเี หตุผล คือ การตดั สินใจเกยี่ วกบั ระดับความพอเพยี งน้ันจะต้องเปน็ ไปอย่างมีเหตุผล
3. การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว คือ การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น โดย
คำนึงถึงความเปน็ ไปได้ของสถานการณต์ า่ ง ๆ
สว่ นเงือ่ นไขของความพอเพยี ง ประกอบด้วย
1. ความรู้ คือ ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้านและสามารถที่จะนำความรู้
เหลา่ น้นั มาพิจารณาให้เชื่อมโยงกนั เพอื่ ประกอบการวางแผน
2. คุณธรรม คือ ความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์ อดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนิน
ชวี ติ
จากหลักการดังกล่าวจะสร้างให้ทุกคนตระหนักว่า ตนเองมีศักยภาพที่จะพัฒนาได้ หากมีความเพียรและ
ความอดทน จงึ ต้องเนน้ การพัฒนาคนให้มีความรู้ มจี ติ ท่ีเข้มแขง็ เขา้ ใจในภมู ิสงั คม และเลอื กใช้ทรัพยากรทเี่ หมาะสม

11. คำว่า “สทิ ธิความเปน็ มนุษย”์ หมายถึงข้อใด

ก. การมคี วามเสมอภาค ข. การมีฐานะเทา่ เทียมกัน

ค. การได้มีโอกาสเล่าเรียน ง. การได้รบั การยอมรบั ในสังคม

12. ขอ้ ใดเป็นปัจจยั ท่ที ำให้ประสบความสำเร็จ

ก. ความรู้ ข. ความเพียร ค. ความซือ่ สัตย์ ง. ความประหยดั

13. “เง่ือนไขความร้”ู ในข้อความท่ีกล่าวใช้ในสถานการณใ์ ด

ก. การศึกษาเล่าเรยี น ข. การเสาะแสวงหาทรัพย์

ค. การปฏบิ ตั ิตามหลักธรรมของศาสนา ง. การแกป้ ัญหาและการใช้ชีวติ ประจำวนั

14. ขอ้ ใดคือการเลือกใช้ทรัพยากรทเี่ หมาะสมทสี่ ดุ

ก. ใช้ให้ดที ีส่ ดุ ข. ใชอ้ ย่างประหยดั

ค. ใชใ้ ห้ถูกกาลเทศะ ง. ใช้ใหเ้ กิดประโยชน์สงู สดุ

15. การกระทำของใครสอดคล้องกับความมีเหตผุ ล

ก. สมพรซ้ือเข็มทีห่ ้างสรรพสนิ ค้า ข. สมทรงซอ้ื ทองกกั ตนุ ไวท้ ีบ่ ้าน

ค. สมศรีซ้อื รถจักรยานข่ีมาโรงเรียน ง. สมชายซอื้ สลากกนิ แบ่งเพ่ือหวงั รางวลั

16. ข้อความน้ีกล่าวถึงอะไร

ก. การพัฒนาคน ข. รายได้ รายจ่าย

ค. ความรวย ความจน ง. การดำรงชีวติ อย่างเหมาะสม

17. ขอ้ ใดใหค้ วามหมายของคำว่า “พอประมาณ” ได้อยา่ งเหมาะสม

ก. การระมัดระวงั ในการใช้จา่ ย ข. การคาดการณใ์ นการดำเนินชวี ติ

ค. ความพอดีมีไมม่ ากหรือนอ้ ยเกนิ ไป ง. การคำนึงถงึ เหตแุ ละผลของการกระทำ

18. ขอ้ ใดต่อไปนี้ ควรยดึ ถอื เป็นแบบอยา่ งในการ ดำรงชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงในช่วงภาวะเศรษฐกิจ

ตกตำ่

ก. ตอ้ ม ตัดสินใจซื้อรถยนตม์ อื สอง

ข. ตา่ ย ไปทานอาหารทรี่ ้านอาหารทุกสัปดาห์

ค. ต้อย ซอื้ เครอื่ งสำอางราคาถูกมาใช้

ง. ติ๋ม น่ังรถประจำทางมาทำงานทุวนั

19. ขอ้ ใดเปน็ แนวทางปฏบิ ัติตนตามแนวคอื เศรษฐกจิ พอเพยี งที่นักเรียนควรยึดเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตมาก

ท่ีสุด

ก. ประกอบอาชีพดว้ ยความสจุ ริต ข. นำทรัพยากรมาใช้อย่างรู้คุณค่า

ค. มีความประหยัด ลดความฟมุ่ เฟอื ย ง. ใช้ความรู้ในการพัฒนาภมู ิปญั ญาท้องถ่นิ

20. เศรษฐกิจพอเพียงเปน็ ระบบเศรษฐกิจท่ียึดหลัก ตรงกบั สำนวนไทยในข้อใด

ก. น้ำข้นึ ให้รบี ตัก ข. ชา้ ๆ ได้พร้าเลม่ งาม

ค. ตนเป็นท่ีพึ่งแห่งตน ง. เงินคอื งานบนั ดาลสุข

แบบสอบถามความพงึ พอใจของนักเรยี นที่มตี ่อการจัดการเรียนรู้โดยการสืบเสาะหาความรู้
เรื่อง ความรู้ทวั่ ไปเกยี่ วกับกฎหมาย วชิ ากฎหมายท่ีประชาชนควรรู้
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
สำหรบั นักเรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6

คำชแี้ จง ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย  ใหต้ รงกับความคดิ เห็นของนกั เรียน

ระดับความพึงพอใจ

ประเด็นความพึงพอใจ มากที่สุด
มาก

ปานกลาง
น้อย

้นอย ี่ทสุด

1. นักเรียนพอใจกับการมีส่วนร่วมในการกำหนดกฎเกณฑแ์ ละกติกาสำหรบั
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
2. นักเรียนพอใจกับการมีส่วนร่วมในการกำหนดเกณฑ์การวัดและ
ประเมินผล
3. นักเรียนชอบการเลา่ ขา่ วสถานการณแ์ ละใหน้ ักเรียนแสดงความคดิ เหน็

4. นักเรยี นชอบการนำบทความของแต่ละสถานการณม์ าให้วิเคราะห์เพื่อเข้า
สู่กระบวนการสบื เสาะหาความรู้
5. นักเรียนชอบการสำรวจและค้นหาข้อมูลเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลอย่าง
เพียงพอตามทสี่ นใจ
6. นักเรียนสนุกกับการอธิบายและลงข้อสรุปเกี่ยวกับสิ่งที่สนใจและลงมือ
คน้ หา
7. นักเรียนพอใจกับการขยายความรู้ที่สามารถเชื่อมโยงกับความรู้เดิมหรือ
แนวคิดท่ีไดค้ ้นคว้าเพ่ิมเติม
8. นักเรียนพอใจกับแหล่งเรียนรู้ที่ครูสร้างขึ้น เพราะทำให้นักเรียนสามารถ
ค้นควา้ ขอ้ มลู ไดต้ รงประเดน็
9. นักเรียนชอบส่อื การเรยี นการสอนทค่ี รูนำเสนอ

10. นักเรยี นพอใจกับรูปแบบการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน


Click to View FlipBook Version