The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมเล่มหลักสูตรป4-6ปี2568

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

รวมเล่มหลักสูตรป4-6ปี2568

รวมเล่มหลักสูตรป4-6ปี2568

47อ15201 ภาษาอังกฤษรายวิชาเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เวลา 40 ชั่วโมง.............................................................................................................................................................ฝึกอ่านออกเสียงคำ วลี ประโยค ตามหลักเกณฑ์การอ่านฝึกอ่านออกเสียงและอ่านในใจเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์ การดำเนินชีวิต นิทาน เรื่องสั้น ๆ ข่าว โฆษณา คำแนะนำ คำชี้แจง แผนที่ แผนภูมิ กราฟที่ประกอบเรื่องราวที่นำมาอ่าน ฝึกคัดลายมือ เขียนสะกดคำ วลี ประโยค และข้อความตามที่กำหนดให้ เขียนบทสนทนา คำขออนุญาต ข้อมูลที่เกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัว โดยใช้กระบวนการสอนภาษาและกระบวนการกลุ่มในการฝึกทักษะการอ่าน การเขียน สนทนาโต้ตอบ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ เห็นประโยชน์ใน การเรียนภาษาอังกฤษ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เพื่อแสวงหาความรู้ ความสนุกสนานเพลิดเพลิน และการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสมผลการเรียนรู้1. อ่านออกเสียงคำ วลี ประโยค ได้ถูกต้องตามหลักการอ่าน2. อ่านออกเสียงและอ่านในใจเรื่องที่กำหนดให้ได้ 3. เขียนสะกดคำ วลี ประโยค และข้อความตามที่กำหนดให้ได้ 4. เห็นประโยชน์ในการเรียนภาษาอังกฤษ นำไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม5. สนใจเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมด้วยความสนุกสนานเพลิดเพลิน รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู้


48อ16101 ภาษาอังกฤษรายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เวลา 80 ชั่วโมง.............................................................................................................................................................เข้าใจคำสั่ง คำขอร้อง คำแนะนำ ข้อความ นิทาน บทกลอนสั้นๆ สัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายที่อ่าน บทสนทนา คำขออนุญาต ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัว แผนผัง แผนภูมิและตารางแสดงข้อมูล กิริยาท่าทาง มารยาททางสังคมและวัฒนธรรม ข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาล วันสำคัญ งานฉลอง ชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา ความเหมือน ความแตกต่างระหว่างการออกเสียง ประโยคชนิดต่างๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน การลำดับ คำตามโครงสร้างของภาษาต่างประเทศและภาษาไทยในเรื่องเสียง สระ พยัญชนะ คำ วลี ประโยค และข้อความง่าย ๆ เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรม เทศกาลและประเพณีของเจ้าของภาษากับของไทยปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้อง คำแนะนำ อ่านข้อความ นิทาน บทกลอนสั้นๆ บอกสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายที่อ่าน พูด เขียนบทสนทนา คำขออนุญาต ข้อมูลที่เกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัว วันสำคัญ เทศกาล งานฉลองและชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา เขียนภาพ แผนภูมิ แผนผัง และตารางข้อมูลต่างๆ ที่ฟังหรือได้อย่างมีวิจารณญาณร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับวัย ฤดู ตามกาลเทศะ มีนิสัยใฝ่รู้ ใฝ่เรียน เห็นประโยชน์ของการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รวมทั้งมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศรหัสตัวชี้วัดระหว่างทาง 14 ตัวชี้วัดต 1.1 ป.6/1, ป.6/3, ป.6/4 ต 1.2 ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5ต 1.3 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3ต 2.1 ป.6/3ต 2.2 ป.6/1, ป.6/2 ต 4.2 ป.6/1รหัสตัวชี้วัดปลายทาง 6 ตัวชี้วัดต 1.1 ป.6/2ต 1.2 ป.6/1ต 2.1 ป.6/1, ป.6/2ต 3.1 ป.6/1ต 4.1 ป.6/1รวม 20 ตัวชี้วัด


49อ16201 ภาษาอังกฤษรายวิชาเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เวลา 40 ชั่วโมง.............................................................................................................................................................ฝึกอ่านออกเสียงคำ วลี ประโยค ตามหลักเกณฑ์การอ่านฝึกอ่านออกเสียงและอ่านในใจเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์ การดำเนินชีวิต นิทาน เรื่องสั้น ๆ ข่าว โฆษณา คำแนะนำ คำชี้แจง แผนที่ แผนภูมิ กราฟที่ประกอบเรื่องราวที่นำมาอ่าน ฝึกคัดลายมือ เขียนสะกดคำ วลี ประโยค และข้อความตามที่กำหนดให้ เขียนบทสนทนา คำขออนุญาต ข้อมูลที่เกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัว โดยใช้กระบวนการสอนภาษาและกระบวนการกลุ่มในการฝึกทักษะการอ่าน การเขียน สนทนาโต้ตอบ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ เห็นประโยชน์ใน การเรียนภาษาอังกฤษ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เพื่อแสวงหาความรู้ ความสนุกสนานเพลิดเพลิน และการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสมผลการเรียนรู้1. อ่านออกเสียงคำ วลี ประโยค ได้ถูกต้องตามหลักการอ่าน2. อ่านออกเสียงและอ่านในใจเรื่องที่กำหนดให้ได้ 3. เขียนสะกดคำ วลี ประโยค และข้อความตามที่กำหนดให้ได้ 4. เห็นประโยชน์ในการเรียนภาษาอังกฤษ นำไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม5. สนใจเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมด้วยความสนุกสนานเพลิดเพลิน รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู้


50ส14202 การป้องกันการทุจริตรายวิชาเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เวลา 40 ชั่วโมง.............................................................................................................................................................ศึกษาเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม การคิดแยกแยะ ระบบคิดฐาน 2 ระบบคิดฐาน 10 ความแตกต่างระหว่างจริยธรรมและการทุจริต ประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวมความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต การทำการบ้าน การทำเวร การสอบ การแต่งกาย กิจกรรมนักเรียน(ภายในโรงเรียน) การเข้าแถว STRONG/จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต การดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ความโปร่งใส ความตื่นรู้/ความรู้ต้านทุจริต มุ่งไปข้างหน้า ความเอื้ออาทร พลเมืองกับความรับผิดชอบต่อสังคม เรื่องการเคารพสิทธิหน้าที่ต่อตนเองและผู้อื่นที่มีต่อครอบครัว ระเบียบ กฎ กติกากฎหมายความรับผิดชอบ(ต่อชุมชน) ความเป็นพลเมืองในการต่อต้านการทุจริตโดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์จำแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบัติจริง การทำโครงงานกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปัญหาทักษะการอ่านและการเขียน เพื่อให้มีความตระหนักและเห็นความสำคัญของการต่อต้านและการป้องกันการทุจริตผลการเรียนรู้1. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน กับผลประโยชน์ส่วนรวม2. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต3. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ STRONG/จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต4. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพลเมืองและมีความรับผิดชอบต่อสังคม5. สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน กับผลประโยชน์ส่วนรวมได้6. ปฏิบัติตนเป็นผู้ละอายและไม่ทนต่อการทุจริตทุกรูปแบบ7. ปฏิบัติตนเป็นผู้ที่ STRONG/จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต8. ปฏิบัติตนตามหน้าที่พลเมืองและมีความรับผิดชอบต่อสังคม9. ตระหนักและเห็นความสำคัญของการต่อต้านและป้องกันการทุจริตรวมทั้งหมด 9 ผลการเรียนรู้


51ส15202 การป้องกันการทุจริตรายวิชาเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เวลา 40 ชั่วโมง.............................................................................................................................................................ศึกษาเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม การคิดแยกแยะ ระบบคิดฐาน 2 ระบบคิดฐาน 10 ความแตกต่างระหว่างจริยธรรมและการทุจริต ประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวมการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ผลประโยชน์ทับซ้อน ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต การทำการบ้าน การทำเวร การสอบ การแต่งกาย กิจกรรมนักเรียน (ในห้องเรียน โรงเรียน ชุมชน)การเข้าแถว STRONG/จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต ความพอเพียง ความโปร่งใส ความตื่นรู้/ความรู้ต้านทุจริตมุ่งไปข้างหน้า ความเอื้ออาทร พลเมืองกับความรับผิดชอบต่อสังคม เรื่องการเคารพสิทธิหน้าที่ต่อตนเองและผู้อื่นระเบียบ กฎ กติกา กฎหมาย ความรับผิดชอบ (ต่อสังคม) ความเป็นพลเมืองในการต่อต้านการทุจริตโดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์จำแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบัติจริง การทำโครงงานกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน(5 STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการอ่านและการเขียน เพื่อให้มีความตระหนักและเห็นความสำคัญของการต่อต้านและการป้องกันการทุจริตผลการเรียนรู้1. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน กับผลประโยชน์ส่วนรวม2. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต3. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ STRONG/จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต4. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพลเมืองและมีความรับผิดชอบต่อสังคม5. สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน กับผลประโยชน์ส่วนรวมได้6. ปฏิบัติตนเป็นผู้ละอายและไม่ทนต่อการทุจริตทุกรูปแบบ7. ปฏิบัติตนเป็นผู้ที่ STRONG/จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต8. ปฏิบัติตนตามหน้าที่พลเมืองและมีความรับผิดชอบต่อสังคม9. ตระหนักและเห็นความสำคัญของการต่อต้านและป้องกันการทุจริตรวมทั้งหมด 9 ผลการเรียนรู้


52ส16202 การป้องกันการทุจริตรายวิชาเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เวลา 40 ชั่วโมง.............................................................................................................................................................ศึกษาเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม การคิดแยกแยะ ระบบคิดฐาน 2 ระบบคิดฐาน 10 ความแตกต่างระหว่างจริยธรรมและการทุจริต ประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวมการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ผลประโยชน์ทับซ้อน รูปแบบของผลประโยชน์ทับซ้อนความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต การทำการบ้าน การทำเวร การสอบ การแต่งกาย กิจกรรมนักเรียน(ในห้องเรียน โรงเรียน ชุมชน สังคม) การเข้าแถว STRONG/จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต การสร้างจิตสำนึกความพอเพียงต่อต้านการทุจริต ความโปร่งใส ความตื่นรู้/ความรู้ต้านทุจริต มุ่งไปข้างหน้า ความเอื้ออาทรพลเมืองกับความรับผิดชอบต่อสังคม เรื่องการเคารพสิทธิหน้าที่ต่อตนเองและผู้อื่นที่มีต่อประเทศชาติระเบียบ กฎกติกา กฎหมาย ความรับผิดชอบ (ต่อประเทศชาติ) ความเป็นพลเมืองในการต่อต้านการทุจริตโดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์จำแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบัติจริง การทำโครงงานกระบวนการเรียนรู้ 5ขั้นตอน (5 STEPs) การอภิปรายการสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการอ่านและการเขียน เพื่อให้มีความตระหนักและเห็นความสำคัญของการต่อต้านและการป้องกันการทุจริตผลการเรียนรู้1. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน กับผลประโยชน์ส่วนรวม2. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต3. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ STRONG/จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต4. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพลเมืองและมีความรับผิดชอบต่อสังคม5. สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน กับผลประโยชน์ส่วนรวมได้6. ปฏิบัติตนเป็นผู้ละอายและไม่ทนต่อการทุจริตทุกรูปแบบ7. ปฏิบัติตนเป็นผู้ที่ STRONG/จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต8. ปฏิบัติตนตามหน้าที่พลเมืองและมีความรับผิดชอบต่อสังคม9. ตระหนักและเห็นความสำคัญของการต่อต้านและป้องกันการทุจริตรวมทั้งหมด 9 ผลการเรียนรู้


53กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มุ่งให้ผู้เรียนพัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้าน เพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และสังคม เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพื่อสังคม สามารถจัดการตนเองได้ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข โรงเรียนชุมชนบ้านปากชมได้จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยแบ่งเป็น 3 ลักษณะดังนี้1. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถคิดตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา กำหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียนและอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครองในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาผู้เรียน นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมแนะแนว 40 ชั่วโมงต่อปีการศึกษาแนวการจัดกิจกรรมแนะแนว1. สำรวจสภาพปัญหา ความต้องการ ความสนใจและธรรมชาติของผู้เรียน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดแนวทางและแผนการปฏิบัติกิจกรรมแนะแนว2. ศึกษาวิสัยทัศน์ของสถานศึกษา และวิเคราะห์ข้อมูลของผู้เรียนที่ได้จากฐานข้อมูลผู้เรียนรายบุคคล หรือการสำรวจเพื่อทราบปัญหา ความต้องการและความสนใจ เพื่อนำไปกำหนดสาระ และรายละเอียดของกิจกรรมแนะแนว3. กำหนดสัดส่วนของกิจกรรมด้านการศึกษา การงานอาชีพ รวมทั้งชีวิตและสังคมให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสม โดยยึดสภาพปัญหา ความต้องการ ความสนใจ ตลอดจนธรรมชาติของผู้เรียนเป็นหลัก ทั้งนี้ครูและผู้เรียนมีส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรม4. กำหนดแผนการปฏิบัติกิจกรรมแนะแนว โดยระดับประถมศึกษาจัดรายปีเมื่อกำหนดสัดส่วนของกิจกรรมในแต่ละด้านแล้ว จะต้องระบุว่าจะจัดกิจกรรมแนะแนวในด้านใด จำนวนกี่ชั่วโมง พร้อมทั้งจะต้องกำหนดรายละเอียดของแต่ละด้านให้ชัดเจนว่าควรมีเรื่องอะไรบ้าง เพื่อจะได้จัดทำเป็นรายละเอียดของแต่ละกิจกรรมย่อยต่อไป5. การจัดทำรายละเอียดของแต่ละแผนการปฏิบัติกิจกรรม เริ่มตั้งแต่การกำหนดชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ เวลา เนื้อหา/สาระ และการประเมินผล6. ปฏิบัติตามแผนการปฏิบัติกิจกรรมแนะแนว วัดและประเมินผล และสรุป2. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบ การทำงานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันกัน เอื้ออาทรและสมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัดและความสนใจของผู้เรียน ให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติตนด้วยตนเองทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุงการทำงาน เน้นการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียน บริบทของสถานศึกษาและท้องถิ่น กิจกรรมนักเรียนประกอบด้วย2.1 กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ผู้บำเพ็ญประโยชน์ นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรม 40 ชั่วโมงต่อปีการศึกษา


54 แนวการจัดกิจกรรม การจัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี มีแนวทางการจัดกิจกรรมตามวิธีการลูกเสือ (Scout Method) ซึ่งมีองค์ประกอบ 7 ประการ คือ1. คำปฎิญาณและกฎ ถือเป็นหลักเกณฑ์ที่ลูกเสือทุกคนให้คำมั่นสัญญาว่าจะปฏิบัติตามกฎของลูกเสือ กฎของลูกเสือมีไว้ให้ลูกเสือเป็นหลักในการปฏิบัติไม่ได้ “ห้าม” ทำหรือ “บังคับให้” ทำ แต่ถ้า “ทำ” ก็จะทำให้เกิดผลดีแก่ตนเอง เป็นคนดี ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีเกียรติเชื่อถือได้ฯลฯ2. เรียนรู้จากการกระทำเป็นการพัฒนาส่วนบุคคล ความสำเร็จหรือไม่สำเร็จของผลงานอยู่ที่การกระทำของตนเอง ทำให้มีความรู้ที่ชัดเจน และสามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ด้วยตนเองได้ และท้าทายความสามารถของตนเอง3. ระบบหมู่ เป็นรากฐานอันแท้จริงของการลูกเสือ เป็นพื้นฐานในการอยู่ร่วมกัน การยอมรับซึ่งกันและกัน การแบ่งหน้าความรับผิดชอบ การช่วยเหลือซึ่งกันและกันซึ่งเป็นการเรียนรู้ การใช้ประชาธิปไตยเบื้องต้น4. การใช้สัญลักษณ์ร่วมกัน ฝึกให้มีความเป็นหนึ่งเดียวในการเป็นสมาชิกลูกเสือ เนตรนารีด้วยการใช้สัญลักษณ์ร่วมกัน ได้แก่ เครื่องแบบ เครื่องหมาย การทำความเคารพ รหัส คำปฏิญาณ กฎ คติพจน์ คำขวัญ ธง เป็นต้น วิธีการนี้จะช่วยให้ผู้เรียนตระหนัก และภาคภูมิใจ ในการเป็นสมาชิกขององค์การลูกเสือแห่งโลก ซึ่งมีสมาชิกอยู่ทั่วโลกและเป็นองค์กรที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุดในโลก5. การศึกษาธรรมชาติ คือสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งในกิจกรรมลูกเสือ ธรรมชาติอันโปร่งใสตามชนบท ป่าเขา ป่าละเมาะ และพุ่มไม้ เป็นที่ปรารถนาอย่างยิ่งในการไปทำกิจกรรมกับธรรมชาติ การปีนเขา ตั้งค่ายพักแรมในสุดสัปดาห์ หรือตามวาระของการอยู่ค่ายพักแรมตามกฎระเบียบ เป็นที่เสน่หาแก่เด็กทุกคน ถ้าขาดสิ่งนี้แล้วก็ไม่เรียกว่าใช้ชีวิตแบบลูกเสือ 6. ความก้าวหน้าในการเข้าร่วมกิจกรรม กิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดให้เด็กทำ ต้องให้มีความก้าวหน้าและดึงดูดใจ สร้างให้เกิดความกระตือรือร้น อยากที่จะทำและวัตถุประสงค์ในการจัดแต่ละอย่างให้สัมพันธ์กับความหลากหลายในการพัฒนาตนเอง เกมการเล่นที่สนุกสนาน การแข่งขันกันก็เป็นสิ่งดึงดูดและเป็นการจูงใจที่ดี7. การสนับสนุนโดยผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่เป็นผู้ชี้แนะหนทางที่ถูกต้องให้แก่เด็ก เพื่อให้เขาเกิดความมั่นใจในการที่จะตัดสินใจ กระทำสิ่งใดลงไปทั้งคู่มีความต้องการซึ่งกันและกัน เด็กก็ต้องการให้ผู้ใหญ่ช่วยชี้นำ ผู้ใหญ่เองก็ต้องการนำพาให้ไปสู่หนทางที่ดี ให้ได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้องและดีที่สุด จึงเป็นการร่วมมือกันทั้งสองฝ่าย 2.2 กิจกรรมชุมนุม นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุม 30 ชั่วโมงต่อปีการศึกษา แนวการจัดกิจกรรมชุมนุม1. บริหารจัดการให้ผู้เรียนดำเนินกิจกรรมได้หลากหลายทั้งในรูปแบบภายใน ภายนอกห้องเรียน และระยะเวลาการจัดกิจกรรม2. สำรวจความสนใจของผู้เรียนในการเลือกเข้าชุมนุม 3. การจัดตั้งชุมนุม แต่งตั้งครูที่ปรึกษา4. จัดประสบการณ์แลกเปลี่ยนเรียนรู้5. ครูที่ปรึกษาชุมนุม ประเมินตามหลักเกณฑ์การประเมินโรงเรียนชุมชนบ้านปากชมได้มีการจัดชุมนุม ดังต่อไปนี้1. ชุมนุมคอมพิวเตอร์2. ชุมนุมรักการอ่าน


553. ชุมนุมกีฬา- ชุมนุมฟุตบอล- ชุมนุมเปตอง- ชุมนุมวอลเลย์บอล4. ชุมนุมพัฒนาศักยภาพวิทย์-คณิต (วิทยาศาสตร์พลังสิบ)3. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และท้องถิ่น ตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละต่อสังคม มีจิตสาธารณเช่น กิจกรรมอาสาพัฒนาต่าง ๆ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 10 ชั่วโมงต่อปีการศึกษาแนวการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ได้หลากหลายทั้งในรูปแบบภายใน และภายนอกห้องเรียน ดังนี้ 1. จัดกิจกรรมในลักษณะบูรณาการใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้และประสบการณ์ของผู้เรียน โดยผู้เรียนสามารถจัดกิจกรรมตามองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเรียนรู้และประสบการณ์ ซึ่งสามารถจัดกิจกรรมได้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน 2. จัดกิจกรรมในลักษณะโครงการ โครงงาน กิจกรรม หมายถึง กิจกรรมที่ผู้เรียนนำเสนอการจัดกิจกรรมต่อโรงเรียน เพื่อขอความเห็นชอบในการจัดทำโครงการ โครงงานหรือกิจกรรม ซึ่งมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดที่ชัดเจน ซึ่งสามารถจัดกิจกรรมได้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน3. จัดกิจกรรมร่วมกับองค์การอื่น หมายถึง กิจกรรมอาสาสมัครเข้าร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานหรือองค์กรอื่น ๆเกณฑ์การจบระดับประถมศึกษาโรงเรียนชุมชนบ้านปากชมกำหนดเกณฑ์การจบการศึกษาระดับประถมศึกษาดังนี้ 1. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน จำนวน 840 ชั่วโมง และรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติม จำนวน 120 ชั่วโมง โดยเป็นรายวิชาพื้นฐานตามโครงสร้างเวลาเรียนที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดและรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนด2. ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐาน ผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด3. ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด4. ผู้เรียนต้องมีผลการประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด5. ผู้เรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และได้รับการตัดสินผลการในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด


56เกณฑ์การตัดสินผลการเรียนระดับประถมศึกษา โรงเรียนชุมชนบ้านปากชมกำหนดเกณฑ์การตัดสินผลการเรียนระดับประถมศึกษาดังนี้1. ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด2. ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินตัวชี้วัดปลายทาง ผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด 3. ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา4. ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ในการอ่าน คิดวิเคราะห์และการเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน


57บรรณานุกรมกระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). เอกสารประกอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้. กรุงเทพมหานคร :โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด._________. (2551). ร่างแนวการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. (อัดสำเนา)_________. (2552). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด._________. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช2551.กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. _________. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด._________. (2552). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด._________. (2552). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด._________. (2552). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด._________. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมนุม สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด._________. (2552). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.โรงเรียนวัดหาดสูง. (2563). หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดหาดสูง(ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช2563) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551.


58ภาคผนวก


59คำสั่งโรงเรียนชุมชนบ้านปากชม ที่ ๑๙ / 256๘เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ปีการศึกษา 256๘----------------------------------------------------ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 1ได้ปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อให้โรงเรียนในสังกัดได้ปฏิบัติตามกรอบนโยบายที่กำหนดไว้ จึงให้โรงเรียนดำเนินการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช2551 ตามที่กำหนดไว้ฉะนั้น เพื่อสนองนโยบายของหน่วยงานต้นสังกัด โรงเรียนชุมชนบ้านปากชม จึงแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ดังนี้1. คณะกรรมการที่ปรึกษา 1. นายวิรัตน์ พุทธทองศรี ผู้ทรงคุณวุฒิ ประธานกรรมการ2. นางสุรีภรณ์ สุขสำราญ ผู้แทนผู้ปกครอง กรรมการ3. นางวรรณภา ม่วงเพชร ผู้แทนครู กรรมการ4. นายมลตรี ทีจันทร์ ผู้แทนองค์กรชุมชน กรรมการ5. นายสันติ หะธรรมวงษ์ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรรมการ6. นายไพฑูรย์ หงษ์แพง ผู้แทนศิษย์เก่า กรรมการ7. พระใหม่ แสนโคตร ผู้แทนพระภิกษุสงฆ์ กรรมการ8. นายพิทักษ์ สารีพิมพ์ ผู้แทนศาสนา กรรมการ9. นายสมบัติ ยศปัญญา ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการ10. นายโกวิทย์ ปราบพาล ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการ11. นายประทีป ดอนนอก ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการ12. นางอุทัย สุระเสียง ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการ13. นางนงคราญ จันทะบุตร ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการ14. นายสมเพชร ชมภูทอง ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการ15. นางสาวชฎาพร ยืนยงกิตติชัย ผู้อำนายการสถานศึกษา กรรมการและเลขานุการมีหน้าที่ อำนวยความสะดวกและให้คำปรึกษาในการดำเนินงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย


602. คณะกรรมการดำเนินงานจัดทำหลักสูตรและเอกสารประกอบหลักสูตร2.1 หลักสูตรสถานศึกษา ประกอบด้วย1. นางสาวชฎาพร ยืนยงกิตติชัย ผู้อำนายการสถานศึกษา ประธานกรรมการ2. นางทัศนันท์ จันทร์บุตรสา ครู กรรมการ2.2 เอกสารประกอบหลักสูตร ประกอบด้วยกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยนายฤทธิชัย ภูมีแสง ครู กรรมการกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์นางชนิดา พวงศิริ ครู กรรมการกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนางสาวฉัตรวิไล พูดขุนทศ ครู กรรมการกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมนายพรพล สกุณาธวงศ์ ครู กรรมการกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะนายฤทธิ์ไกร วันหากิจ ครู กรรมการกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาที่ว่า ร.ต.ศิริสวัสดิ์ พันน้อย ครู กรรมการกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานนายยุทธพล ศรีพล ครู กรรมการกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศนางชินนาวรณ์ วงษ์ศิริ ครู กรรมการสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม การป้องกันการทุจริตนางวัฒนา จันทะพล ครู กรรมการกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนางจินตนา สีภา ครู กรรมการให้คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่งนี้ ดำเนินการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนชุมชนบ้านปากชม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และเอกสารประกอบหลักสูตร เพื่อพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ นักเรียน ชุมชน หากมีอุปสรรคใด ๆ ในการปฏิบัติงาน ให้ปรึกษาคณะกรรมการที่ปรึกษา เพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขต่อไปสั่ง ณ วันที่ ๒ เดือน พฤษภาคม พ. ศ 256๘ (ลงชื่อ) (นางสาวชฎาพร ยืนยงกิตติชัย) ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านปากชม


Click to View FlipBook Version