อะไรคือ หม่าล่า
ก
คำนำ
ฮอตฮิตติดลมบนสุด ๆ กับอาหารชื่อแปลกชนิดนี้ “หม่าล่า” ที่กำลัง
ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เรียกว่าเดินไปที่ไหนก็เจอแผงหรือ
ร้านขายหม่าล่ากันเต็มไปหมด เพื่อน ๆ หลายคนคงเคยลองและติดใจ
รสชาติเผ็ดซ่าจนลิ้นชาของหม่าล่ากันมาเยอะแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า แท้จริง
แล้ว หม่าล่าคืออะไร และมีที่มาจากที่ไหนกันแน่
คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้อ่านจะได้รับประโยชน์เป็นอย่าง
ยิ่งจากการอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ "หม่าล่า"
ผู้จัดทำ
ไตรพิรุัณ ตากุล
สารบัญ ข
คำนำ ก
สารบัญ ข
ความหมายหม่าล่า 1
ประวัติของหม่าล่า 2
ความเผ็ดของหม่าล่า มาจากไหน 3
ส่วนผสมหลักของหม่าล่า 4
หม่าล่ากับรสนิยมการกินของไทย 5
เมนูหม่าล่ายอดฮิต 6
ประโยชน์ของหม่าล่า 9
อ้างอิง
หม่าล่า จัดว่าเป็นอาหารที่มีรสชาติที่ถูกปากคนไทยซึ่งชอบ
อาหารรสจัดจ้านเป็นอย่างมาก จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า
ทำไมถึงได้รับความนิยมและฮิตติดตลาดได้อย่างรวดเร็ว
ขนาดนี้ นอกจากรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังสามารถ
นำไปประยุกต์กับอาหารประเภทอื่น ๆ ได้อย่างอิสระ ไม่
แน่ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ อาจจะมีพิซซ่าหน้าหม่าล่า หรือ
ก๋วยเตี๋ยวต้มยำหม่าล่า ก็เป็นได้นะ
1
ความจริงแล้วหม่าล่าไม่ใช่อาหาร แต่เป็นรสชาติ มาจากการรวมตัวอักษรจีน 2 ตัว
คือ
" หม่า คือ การทำให้ชา
麻辣ล่า คือ เผ็ดฉุน "
()
รวมกันแล้วจึงแปลว่า “ความเผ็ดฉุนที่ทำให้ชา” เมื่อกินเข้าไปแล้วก็จะทำให้ลิ้น
และภายในปากของเรารู้สึกชานั่นเอง
2
ประวัติของหม่าล่า
ต้นกำเนิดที่ชัดเจนของหม่าล่ายังไม่เป็นที่แน่ชัดนักว่าเริ่ม
ต้นจากเมื่อใดและที่ใด แต่มีแหล่งข้อมูลหลายแห่งระบุว่า น่าจะเริ่ม
ต้นมาจากตลาดกลางคืน ที่ครัวของท่าเรือในนครฉงชิ่ง
สาธารณรัฐประชาชนจีน ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 ด้วยรสชาติที่
เข้มข้น เผ็ดร้อน ให้ความรู้สึกอบอุ่น และชั้นน้ำมันหนาที่ช่วยถนอม
อาหาร รวมถึงช่วยกำจัดกลิ่นคาวที่ไม่พึงประสงค์ของอาหารที่มี
ราคาถูกหรือกลิ่นสาบของเนื้อสัตว์ เช่น เลือดที่แข็งตัว กระเพาะ
และไตของเนื้อสัตว์ ทำให้มีการนำซอสหม่าล่ามาทำอาหารให้กับคน
งานในท่าเรือนั่นเอง
3
ความเผ็ดของหม่าล่า มาจากไหน
ความเผ็ดนั้นมาจากพริกไทยเสฉวน (Sichuan
Peppercorn) หรือฮวาเจียว (huājiāo) มีรูปร่างคล้ายกับพริก
ไทย และรสชาติคล้ายกับมะแขว่นในบ้านเรา ผสมกับเครื่องเทศอีก
หลายชนิด นำมาคั่วกับน้ำมันจนกลายเป็นซอสหม่าล่า เป็นหนึ่งใน
ส่วนผสมสำคัญของอาหารจีนเสฉวน โดยเฉพาะอาหารของนคร
ฉงชิ่ง ต่อมาได้แพร่หลายออกไปตามภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศจีน
จนในที่สุดก็ได้กระจายความนิยมออกมาสู่ประเทศไทยบ้านเราด้วย
หม่าล่า
ซอสหม่าล่า ถูกนำมาใช้ในการปรุงอาหารมากมายหลาก
หลายวิธี ตั้งแต่ ผัด ต้ม ตุ๋น ซุป หม้อไฟหรือหม้อจุ่ม หรือทำเป็นน้ำ
จิ้ม และในมณฑลเสฉวนและยูนนาน จะมีผงหม่าล่า (málàfĕn)
สำหรับปรุงรสอาหารที่เอาไว้โรยบนขนมของว่างหรืออาหารข้างทาง
ต่าง ๆ เช่น เต้าหู้เหม็น มันฝรั่งทอด และบาร์บีคิวเนื้อและผักเสียบ
ไม้ เป็นต้น
4
ส่วนผสมหลักของหม่าล่า
หม่าล่า มีส่วนผสมสำคัญหลัก ๆ คือ พริกไทยเสฉวน
พริกแห้ง พริกป่น ซอสโต้วป้าน (ซอสถั่วที่มีความเผ็ด เป็นเครื่อง
ปรุงรสชนิดหนึ่งของจีน คล้าย ๆ น้ำพริกเผาของบ้านเรา) กานพลู
กระเทียม โป๊ยกั๊ก กระวานดำ ยี่หร่า ขิง อบเชย เกลือ และน้ำตาล
ส่วนผสมต่าง ๆ เหล่านี้จะนำไปเคี่ยวกับไขกระดูกของวัวและน้ำมัน
พืชเป็นเวลาหลายชั่วโมง เมื่อได้ที่ก็จะนำไปบรรจุลงขวดโหลเพื่อเก็บ
ต่อไป ทั้งนี้ สามารถเพิ่มสมุนไพรและเครื่องเทศอื่น ๆ เช่น ขิงทราย
แปะจี้ และเมล็ดงาดำ เพื่อสร้างรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ได้ ซึ่งแต่ละ
บ้านแต่ละครัวก็จะมีสูตรเฉพาะเป็นของตัวเอง เพราะใช้เครื่องเทศ
หรือส่วนผสมที่อาจจะเหมือนหรือแตกต่างกันก็ได้
5
หม่าล่า กับรสนิยมการกินของคนไทย
ความฮิตของหม่าล่าที่เข้ามามีบทบาทในวงการอาหารของเมืองไทย
เริ่มต้นมาจากภาคเหนือค่ะ จังหวัดเชียงใหม่ถือว่าเป็นจังหวัดแรก ๆ เลยที่รับ
เอาวัฒนธรรมหม่าล่าเข้ามา ส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบของปิ้งย่าง เช่น เนื้อสัตว์
และผักเสียบไม้ย่างแล้วโรยผงหม่าล่าเพิ่มความเผ็ดร้อน และในปัจจุบันได้
กระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย ประยุกต์ให้มีรูปแบบที่หลากหลาย
มากขึ้น เช่น ชาบู สุกี้ หม้อไฟ และอาหารจานเดียวต่าง ๆ เพราะหม่าล่านั้น
สามารถทำมาปรุงอาหารได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็น ต้ม ผัด แกง ทอด ปิ้งย่าง
หม้อจุ่ม ที่เห็นบ่อยและนิยมกันในบ้านเรา ได้แก่
ใช้ซอสทาให้ชุ่มบนเนื้อสัตว์และผักเสียบไม้ย่าง และอาจจะโรยผงหม่าล่าอีกรอบ
เพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้นขึ้น ใช้เป็นส่วนผสมของน้ำซุปหม่าล่าในร้านชาบูหม่าล่า
ใช้ซอสเป็นเครื่องปรุงในการผัดเนื้อสัตว์และผักต่าง ๆ
ใช้เป็นส่วนผสมในการทำน้ำจิ้มต่าง ๆ เช่น น้ำจิ้มหมูกระทะ สูตรหม่าล่า
6
เมนูหมาล่ายอดฮิต
วัตถุดิบซอสหม่าล่า
พริกฮวาเจียว 2 ช้อนโต๊ะ - ลักษณะคล้ายพริกไทย ให้กลิ่นหอมแรง
และรสเผ็ดชาลิ้นที่เป็นเอกลักษณ์
พริกไทยดำ 2 ช้อนโต๊ะ - เพื่อเพิ่มความเผ็ดร้อนและให้กลิ่มเฉพาะ
ตัว
พริกขี้หนูแห้ง 8 เม็ด - เพื่อเพิ่มความเผ็ดร้อนให้กับซอสหม่าล่า
พริกป่น 2 ช้อนโต๊ะ - เพิ่มรสชาติซอสหม่าล่าที่เผ็ดร้อน เพิ่มสีสัน
ส่วนในไทยพริกที่มีความเผ็ดมากที่สุดคือพริกขี้หนูสวน
ยี่หร่าป่น 2 ช้อนโต๊ะ - พืชสมุนไพรของไทยที่มีกลิ่นเฉพาะตัว
กระเทียม 16 กลีบ - ช่วยชูกลิ่นหอมน่าทาน
ขิง 2 แง่ง - สมุนไพรที่ช่วยให้มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เพิ่มรสชาติเผ็ด
ร้อน แถมสรรพคุณดีเด่นมากมาย
ผงพะโล้ 2 ช้อนโต๊ะ - เครื่องเทศที่มีฤทธิ์ร้อน ให้รสชาติหวานเค็ม
ซีอิ๊วขาว 4 ช้อนโต๊ะ - แนะนำให้ใช้ที่ทำมาจากถั่วเหลืองเพื่อกลิ่นที่
หอมกว่า
น้ำมันมะกอก 4 ช้อนโต๊ะ - เพื่อเพิ่มความมันของซอสหม่าล่า
ซอสฮอยซิน 2 ช้อนโต๊ะ - ซอสข้นสีดำ หวานเค็ม มีกลิ่นหอม หาซื้อ
ได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตชั้นนำทั่วไปหรือสั่งซื้อทางออนไลน์ได้เลยค่ะ
น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ - มีลักษณะเม็ดน้ำตาลที่ละเอียด
ละลายง่ายเวลาหมัก และเมื่อเคี่ยวจะส่งกลิ่นหอมปนไหม้นิดๆ
วัตถุดิบปิ้งย่างหม่าล่า
สะโพกไก่หั่นชิ้นเล็ก 200 กรัม - สามารถใช้ส่วนอื่นได้ตามชอบเลยค่ะ
กุ้งขาว 20 ตัว - ควรนำเส้นกลางหลังกุ้งออกก่อนนำไปปิ้ง
หมูสันคอหั่นชิ้นเล็ก 200 กรัม - เนื้อหมูส่วนนี้เป็นส่วนที่มีมันแทรกอยู่
ทำให้มีความหนึบ และ นุ่ม
เนื้อสันแหลมหั่นชิ้นเล็ก 200 กรัม - เนื้อส่วนนี้ชุ่มฉ่ำไปด้วยไขมัน ทำให้
เนื้อมีความนุ่ม
หอมหัวใหญ่ 1 หัว - กินเป็นเครื่องเคียง เมื่อนำไปปิ้ง ความร้อนทำให้
กลิ่นฉุนหายไปและแทนด้วยรสหวานฉ่ำ
พริกชี้ฟ้าเขียว 1 หัว - กินเป็นเครื่องเคียง พริกเขียวจะรสชาติเผ็ดน้อย
กว่าพริกแดง
เห็ดออรินจิ 50 กรัม - กินเป็นเครื่องเคียง
ต้นหอมญี่ปุ่น 1/2 หัว - กินเป็นเครื่องเคียง มีรสชาติหวานและกลิ่น
หอม
กระเจี๊ยบ 4 ฝัก - กินเป็นเครื่องเคียง มีรสหวานนุ่มนวล กรอบและมัน
นิดๆ
ถั่วฝักยาว 4 ฝัก - กินเป็นเครื่องเคียง มีรสชาติหวานมัน เนื้อกรอบ
7
วิธีทำหม่าล่าปิ้งย่าง
หั่นวัตถุดิบทั้งเนื้อสัตว์และผักเป็นชิ้นเล็ก ๆ เตรียมไว้สำหรับเสียบไม้
นำพริกขี้หนูแห้ง พริกป่น พริกฮวาเจียว พริกไทยดำ กระเทียม ขิง และผงพะโล้มาตำรวมกันให้ละเอียด
นำส่วนผสมของพริกไปผสมกับซอสฮอยซิน ซีอิ๊วขาว น้ำมันมะกอก และน้ำตาลทรายแดง คนให้เข้ากัน แล้ว
พักไว้
นำตัวซอสหม่าล่าที่ผสมเสร็จแล้ว ไปคลุกกับเนื้อสัตว์ที่หั่นเตรียมไว้ตอนแรก แล้วเสียบไม้ แช่ตู้เย็นไว้
ประมาณ 30 นาที ส่วนผักเสียบไม้ไว้ได้เลย ไม่ต้องหมัก
8
ตั้งกระทะให้ร้อน แล้วนำเนื้อสัตว์ที่หมักไว้มาปิ้งให้สุก ส่วนผัก ปิ้งให้สุกก่อนแล้วค่อยทาด้วยซอส เท่านี้ปิ้งย่าง
หม่าล่าของเราก็พร้อมรับประทานกันแล้ว
ประโยชน์ของหม่าล่า 9
อันที่จริงแล้วควรจะบอกว่าเป็นประโยชน์ของ
ฮวาเจียว มากกว่า รสเผ็ดของฮวาเจียวช่วย
ขับลมในลำไส้ แก้หวัด แก้วิงเวียนศีรษะ บาง
คนนำมาต้มดื่มเป็นยาแก้ไข้ นอกจากนี้ยังช่วย
ขับระดูสำหรับสตรีอีกด้วย ส่วนตัวเม็ดฮวา
เจียวเอง ถูกนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของยา
บำรุงหัวใจ และบำรุงเลือดในตำรักยาสมุนไพร
ของจีนมานานแล้ว
อ้างอิง
kapook ,18 มิถุนายน 2564.รู้จัก หม่าล่า อาหารเผ็ดซ่า ที่ใคร ๆ
ก็อยากลอง.สืบค้นเมื่อวันที่10 กุมภาพันธ์ 2565,
https://cooking.kapook.com/view23826.html
แม่บ้าน,Openrice,08 มีนาคม 2562. “หมาล่า” กับประโยชน์ดีๆ ที่ได้มา
พร้อมรสชาติเผ็ดจนชาที่ปลายลิ้น. สืบค้นเมื่อวันที่8 กุมภาพันธ์ 2565 ,
https://www.sanook.com/health/10665
pimtp, 20 กุมภาพันธ์ 2022 .10 สูตร “เมนูหม่าล่า” ชาลิ้น ลงมือทำ
เมื่อไหร่ หยุดกินไม่ได้เมื่อนั้น! . สืบค้นวันที่20กุมภาพันธ์ 2565,
https://www.wongnai.com/cooking/cookbooks/mala-
recipes?ref=ct
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E- book)
รายวิชา คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยิสารสนเทศ
จัดทำโดย
นายไตรพิรุร ตากุล
เลขที่31 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6/3
ครูผู้สอน
นางสาวไรวรรณ รักษาผล
โรงเรียนเทศบาล 2 (คลองจิหลาด)
สังกัดเทศบาลเมืองกระบี่
จังหวัดกระบี่