The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by วนิดา ปรัชญรัตน, 2022-02-07 01:18:34

งานวิจัยในชั้นเรียน

รายงานวิจัย

รายงานวจิ ยั ในช้นั เรียน
การพัฒนาบทเรยี นออนไลน์ เรอื่ ง ความนา่ จะเป็น รายวิชา คณติ ศาสตร์

ของนกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 โรงเรยี นห้วยกระเจาพิทยาคม

ผ้วู ิจยั
นางวนดิ า ปรัชญรัตน
ตาแหน่ง ครู อนั ดบั ค.ศ.3 กลมุ่ สาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์

โรงเรยี นหว้ ยกระเจาพทิ ยาคม
สานกั งานเขตพ้นื ที่การศกึ ษามัธยมศึกษากาญจนบรุ ี

สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน



ช่ือเรอ่ื งวิจยั การพัฒนาบทเรยี นออนไลน์ เร่อื ง ความน่าจะเปน็ รายวชิ า คณิตศาสตร์ ของนกั เรียนชั้น
มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 โรงเรียนห้วยกระเจาพิทยาคม

ผู้วจิ ยั นางวนิดา ปรัชญรตั น
ตาแหน่ง ครู กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์
ปกี ารศกึ ษา 2564

1.ความเปน็ มาและความสาคญั ของปญั หา

คณิตศาสตร์มีบทบาทสาคัญย่ิงต่อความสาเร็จในการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 เน่ืองจากคณิตศาสตร์
ช่วยให้มนุษย์มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหา
หรือสถานการณ์ได้อย่างรอบคอบและถี่ถ้วน ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม และสามารถนาไปใชใ้ นชวี ติ จริงไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ นอกจากนี้คณิตศาสตรย์ งั เปน็ เครื่องมือใน
การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศาสตร์อ่ืนๆ อันเป็นรากฐานในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของ
ชาติให้มีคุณภาพและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้ทัดเทียมเทียมกับนานาชาติ การศึกษาคณิตศาสตร์จึง
จาเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันสมัยและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม และความรู้
ทางวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยที ่เี จรญิ ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในยุคโลกาภิวัตน์ (กระทรวงศึกษาธิการ 2560 :
1 ) จากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วในทุก ๆ ด้าน รวมไปถึงด้านการศึกษา จาเป็นต้อง
เปล่ียนแปลงรูปแบบการจัดการศึกษาให้ทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในยุคสารสนเทศ การจัดการ
ศึกษามีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ส่ิงต่าง ๆ ตามความมุ่งหมายของหลักสูตร ซ่ึงเทคโนโลยีที่มีการ
เปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว การเรียนการสอนมีการเปล่ียนแปลงเนื้อหา กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียน
การสอน สื่อการเรียนรู้ รวมไปถึงวิธีการสอนแบบใหม่ ๆ จะต้องจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิด
การ เรียนรู้ให้ทันการเปล่ียนแปลงดังกล่าว และอีกสาเหตุหนึ่งท่ีสาคัญเป็นปัญหาต่อการจัดการเรียนการ
สอนต้ังแต่ อดีตถึงปัจจุบันคือ ความรู้พื้นฐานของผู้เรียนที่มีความแตกต่างกัน ความสามารถในการเรียนรู้
ความสนใจและ สมาธิในการเรียน แตกต่างกัน (นิวัตร ศิลา. 2553 : 1) จะเห็นได้ว่าการจัดการศึกษาในยุค
ของการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศสามารถเปล่ียนแปลงกระบวนการเรียนรู้ และความตอ้ งการของการศกึ ษาใน
อนาคต ส่ือและอุปกรณ์การศึกษารูปแบบใหม่จะเข้ามาแทนที่ส่ือแบบเก่า มีแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ที่
หลากหลายนับเป็นส่ิงท่ีช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมทางการศึกษา แบบใหม่ ทาให้การเรียน
การสอนไมจ่ ากดั อยูเ่ ฉพาะในหอ้ งเรยี นและอยภู่ ายใต้การควบคุมของผู้สอนเท่านั้น แต่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้
ได้จากแหล่งความรู้ท่ีหลากหลาย โดยเฉพาะเครือข่ายอินเทอร์เน็ต กระบวนการเรียนรู้ ของผู้เรียนจัดว่า
สาคญั อยา่ งยิ่งในการจดั การศึกษาท่มี งุ่ เนน้ ให้ผ้เู รยี นเปน็ ศูนยก์ ลางการเรียนรู้ โดยแนวคิด มุ่งเน้นในเรื่องการ
คิดและแก้ปัญหาเป็น ซ่ึงแนวคดิ น้จี ะตอ้ งอาศยั เทคโนโลยีและการเช่อื มโยงเป็นเครือข่ายท่มี ี ท่ัวโลกมาพัฒนา
ศกั ยภาพของผู้เรยี น มาปรบั เปลีย่ นแนวทางการเรยี นรูใ้ หม่จากแนวทางและวิธีการส่ังสอน มาเป็นการเรียนรู้
ทส่ี อดคลอ้ งกับแหล่งการเรยี นรูใ้ หมท่ างสารสนเทศ ซึ่งเป็นการจัดสภาพแวดล้อมใหม่ในการ เรียนรู้ท่ีเน้นให้
ผูเ้ รยี นมสี ว่ นรว่ มคดิ แกป้ ญั หาและนาความรทู้ ี่ไดม้ าน้นั ไปใชจ้ รงิ ในชวี ติ ประจาวัน

จากการเปลีย่ นแปลงทางด้านเทคโนโลยี ยังมีปัญหาทีส่ าคัญต่อการจดั การเรยี นการสอนของครู
ดงั ที่ ฟาฎินา วงศเ์ ลขา (2563 ) กล่าววา่ ปัญหาสาคัญของการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ คือ ครู
ส่วนใหญ่ยังคงใช้วิธีการสอนแบบบรรยาย โดยไม่คานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน ทาให้
นักเรยี นที่เรียนรูไ้ ดเ้ ร็วสามารถเข้าใจเนื้อหาไดง้ ่าย ส่วนผู้เรียนท่ีเรียนรู้ช้าหรือฟังบรรยายไม่ทันหรือไม่เข้าใจ
เนื้อหาที่บรรยายก็จะเกิดความเบื่อหน่าย ไม่อยากเรียน เม่ือต้องเรียนเรื่องใหม่จะยิ่งประสบปัญหามากขึ้น
เพราะขาดความรคู้ วามเขา้ ใจในเรอ่ื งเดิมทเ่ี ปน็ พน้ื ฐาน ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นตา่ ลง และจะมเี จตคติ
ทีไ่ ม่ดีต่อการเรยี นคณติ ศาสตร์ในท่ีสดุ ซ่งึ สอดคลอ้ งกับงานวจิ ัยของ พัฒนา เครือคา และคณะ (2557 : 90)
ไดศ้ ึกษาสภาพปัญหาการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1พบว่า นักเรียนที่มาเรียนมา
จากตา่ งอาเภอ มีความสามารถแตกตา่ งกนั การจัดหอ้ งเรียนเป็นแบบคละความสามารถ ครูคณิตศาสตร์บาง
คนไม่ได้จบเอกคณติ ศาสตรโ์ ดยตรง ครูคณิตศาสตร์ทาหน้าทท่ี ัง้ การสอนและงานพเิ ศษของทางโรงเรยี นทาให้
มเี วลาให้กับการสอนไม่เต็มท่ี และในเร่ืองเนื้อหา พบว่า ครูสอนแบบบรรยายยึดครูเป็นศูนย์กลาง ครูไม่ใช้
ส่ือการสอน สอนโดยไม่แบ่งกลุ่มนักเรียนตามความสามารถ และตัวนักเรียนไม่สนใจการเรียน เพ่ือนหวง
ความรูไ้ ม่เอื้อเฟอ้ื เผอื่ แผ่ และจากผลการทดสอบ o –net ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 ปกี ารศึกษา 2560 – 2563
พบว่าในรายวิชาคณิตศาสตร์ ปีการศึกษา 2560 มีคะแนนเฉล่ีย 15.29 ปีการศึกษา 2561มีคะแนนเฉลี่ย
21.25 ปีการศึกษา 2562 มีคะแนนเฉล่ียน 15.88 ปีการศึกษา 2563 มีคะแนนเฉลี่ย 18.36 ซ่ึงแสดงให้
เหน็ ว่านกั เรยี นมผี ลสัมฤทธิ์ ทางการเรยี นวิชาคณิตศาสตรต์ ่ากว่าเกณฑม์ าตรฐานท่ีกาหนดไว้

จากปญั หาดงั กล่าว ดังนั้น ผ้วู จิ ัยจึงสนใจ บทเรียนออนไลน์ มาเปน็ ส่อื การสอนซึ่งจะทาใหเ้ กดิ การ

เรียนรตู้ าม ความสามารถของผู้เรยี น และเปน็ แหลง่ การศกึ ษาค้นควา้ โดยไมจ่ ากัดสถานท่ี ผวู้ ิจยั จึงสนใจทา

การวิจยั การพัฒนาบทเรยี นออนไลน์ รายวชิ า คณติ ศาสตร์ โดยใชG้ oogle Classroom เพอ่ื ใหเ้ ปน็ บทเรยี น

ท่เี ปน็ แนวทางในการจัดการเรยี นการสอนท่ีมุง่ เน้นผเู้ รยี นเปน็ สาคญั

2. วตั ถปุ ระสงค์ของการวจิ ยั
2.1 เพ่อื พฒั นาบทเรียนออนไลน์ เร่ือง ความนา่ จะเปน็ รายวิชาคณิตศาสตร์ ของนกั เรยี นชน้ั

มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 โรงเรียนหว้ ยกระเจาพิทยาคม

2.2เพ่ือเปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธกิ์ ่อนเรยี นและหลังเรียนของนักเรยี นโดยบทเรยี นออนไลน์ เรื่อง

ความน่าจะเป็น รายวิชาคณติ ศาสตร์ ของนักเรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 โรงเรยี นห้วยกระเจาพิทยาคม

2.3 เพอื่ ศึกษาความพงึ พอใจของนกั เรียนทม่ี ตี อ่ บทเรียนออนไลน์ เรอ่ื ง ความน่าจะเปน็ รายวชิ า
คณติ ศาสตร์ ของนักเรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 โรงเรียนหว้ ยกระเจาพทิ ยาคม
3. ความสาคญั ของการวจิ ยั

ทาให้ทราบวา่ หลังจากใช้ บทเรียนออนไลน์ เรอ่ื ง ความน่าจะเปน็ รายวชิ า คณติ ศาสตร์ แลว้
นกั เรียนมผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลงั เรียนสงู กวา่ เกณฑ์ และเพ่ือใชเ้ ป็นแนวทางในการจดั การเรยี นการสอน
โดยใช้ บทเรียนออนไลน์ กลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ ในสาระการเรยี นรู้ และระดับช้ันอน่ื ๆ

4. สมมตฐิ านการวิจยั

1. บทเรยี นออนไลน์ เรอ่ื ง เรอื่ ง ความน่าจะเปน็ รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ของนกั เรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปี

ท่ี 4 โรงเรยี นหว้ ยกระเจาพทิ ยาคม มปี ระสทิ ธิภาพตามเกณฑ์ 70/70

2.ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนของนกั เรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 ท่ีได้รับการสอนดว้ ยบทเรยี นออนไลน์
หลังเรยี นสูงกวา่ ก่อนเรียน

3. นักเรยี นมีความพงึ พอใจต่อการเรียนดว้ ยบทเรยี นออนไลน์ อยใู่ นระดับมาก
5. ขอบเขตการวิจยั

5.1.ประชากรและกลุม่ ตวั อยา่ งท่ใี ช้ในการวจิ ัย
5.1.1 ประชากร ประชากรท่ใี ชใ้ นการวิจัยเปน็ นกั เรียนโรงเรียนห้วยกระเจาพทิ ยาคม อาเภอ

ห้วยกระเจา จงั หวดั กาญจนบรุ ี สังกดั สานกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศึกษากาญจนบรุ ี ทกี่ าลงั ศึกษาอยู่
ในภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 จานวน 362 คน

5.1.2 กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตวั อยา่ งทใ่ี ช้ในการวจิ ัยเป็นนกั เรียนชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรยี นห้วย
กระเจาพิทยาคม อาเภอหว้ ยกระเจา จงั หวัดกาญจนบรุ ี ที่กาลงั ศึกษาอย่ใู นภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา
2564 จานวน 34 คน ได้มาโดยการสมุ่ แบบเจาะจง (Purposive sampling)

5.2 ตัวแปรทีศ่ กึ ษา
5.2.1 ตวั แปรต้น (Indepentdent Variable)
บทเรียนออนไลน์ เรอื่ ง ความน่าจะเปน็ รายวชิ าคณติ ศาสตร์
5.2.2 ตัวแปรตาม (Depentdent Variable)
1) ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นก่อนเรยี นและหลังเรยี น เรื่อง ความน่าจะเป็น รายวชิ า

คณิตศาสตร์
2) ความพงึ พอใจของนักเรียนทม่ี ตี ่อการเรยี นโดยใช้บทเรียนออนไลน์ เรอื่ ง ความนา่ จะ

เปน็ รายวชิ าคณิตศาสตร์
5.3. เนือ้ หาที่ใชใ้ นการวิจยั
เนือ้ หาทน่ี ามาใช้ในการวิจัยคร้งั นี้ เปน็ เนอื้ หาตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน

พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ 2560) ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 เรอ่ื ง ความนา่ จะเปน็ แบง่ ออกเปน็
4 หนว่ ยคือ (1) การทดลองสุม่ (2) ปริภูมติ วั อยา่ ง (3) เหตกุ ารณ์ (4) ความนา่ จะเปน็ ของเหตุการณ์

5.4 ระยะเวลาในการทดลอง
ใช้เวลาเรยี น คาบละ 50 นาที จานวน 12 คาบ

6. นยิ ามศพั ทเ์ ฉพาะ
1) บทเรียนออนไลน์ เร่อื ง ความน่าจะเป็น รายวิชาคณติ ศาสตร์ หมายถงึ บทเรียนท่ีใช้

คอมพวิ เตอรใ์ นการนาเสนอเน้ือหาในรปู บทเรียน โดยผ่าน โปรแกรม Google classroom ใน Google
classroom ประกอบดว้ ย แบบทดสอบก่อนเรยี น ใช้ Liveworksheet ในการจดั สรา้ งข้อสอบ สไลด์
แบบฝึกหัดทาโดย Quizizz

2) ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน เรื่อง ความน่าจะเป็น รายวชิ าคณติ ศาสตร์ หมายถงึ คะแนนท่ีไดจ้ าก
การเรยี นหลังเรยี นบทเรยี นออนไลน์ ท่ผี ูว้ จิ ัยสรา้ งขนึ้

3) ความพงึ พอใจตอ่ การเรียน เร่อื ง ความน่าจะเปน็ รายวชิ าคณิตศาสตร์ หมายถึง ความร้สู กึ ของ
นักเรยี นท่ีมตี อ่ การสอน โดยบทเรียนออนไลน์ โดยใชแ้ บบประเมินความพงึ พอใจทีผ่ วู้ จิ ัยสรา้ งข้นึ

4) ประสทิ ธภิ าพ หมายถงึ ประสทิ ธภิ าพของบทเรยี นออนไลน์ ตามเกณฑ์ 70/70
70 ตัวแรก หมายถึง คะแนนเฉล่ียคดิ เปน็ ร้อยละของคาตอบในการทาแบบฝกึ หัดของ

นกั เรียนทุกคน
70 ตวั หลงั หมายถึง คะแนนเฉลย่ี คิดเป็นร้อยละของขอ้ สอบทน่ี ักเรยี นทุกคนทาได้หลังจาก

เรยี นบทเรยี นแลว้
7. วธิ กี ารดาเนนิ การวิจยั

7.1 แบบแผนการวิจยั
การวิจัยครัง้ นม้ี ีรูปแบบการทดลองท่มี ี 1 กล่มุ และมกี ารทดสอบก่อนเรียน และหลังเรยี น

(One group pretest – posttest)

ทดสอบก่อนเรยี น ทดลอง ทดสอบหลงั เรียน
T1 X T2

สัญลกั ษณ์ท่ใี ชใ้ นการวจิ ยั
T1 คือ การสอบก่อนการทดลอง
T2 คือ การสอบหลงั การทดลอง
X คือ การดาเนินการทดลอง

7.2 เครอ่ื งมอื ท่ใี ช้ในการวิจยั
7.2.1 เครอ่ื งมือวจิ ยั ที่ใชเ้ กบ็ รวบรวมขอ้ มลู ประกอบดว้ ย
1) แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น เรอื่ ง ความน่าจะเปน็ รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ชั้น

มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 ผู้วจิ ยั สรา้ งแบบทดสอบปรนยั เลอื กตอบ 4 ตวั เลอื ก ประกอบดว้ ยคาถามจานวน 60 ข้อ
หลังจากการทดลองใชว้ ิเคราะห์คุณภาพแลว้ เลอื กตอบมา 30 ขอ้ เพ่อื วดั ผลสัมฤทธิท์ างการเรียนของนกั เรยี น
ชว่ งกอ่ นและหลังการสอนบทเรยี นออนไลน์

รายละเอยี ดและข้นั ตอนการสรา้ งมีดังนี้
1.ศึกษาหลกั สตู ร และตัวชี้วัด รายวิชาคณิตศาสตร์ ให้ครอบคลุมเนื้อหา เร่ืองความน่าจะเป็น
สาหรับนกั เรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรยี นหว้ ยกระเจาพิทยาคม
2. ออกข้อสอบแบบปรนัยชนิดเลือกตอบคาตอบ 4 ตัวเลือก จานวน 60 ข้อ ให้ครอบคลุม
เน้ือหาและตัวชวี้ ัด

3.นาแบบทดสอบที่สรา้ งขึ้นให้ผู้เช่ยี วชาญดา้ นเนื้อหา 3 คน ตรวจสอบดชั นคี วามสอดคล้อง
(IOC) ของข้อคาถามกับเนื้อหากับตัวช้ีวัด ผลการตรวจสอบค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC ได้ค่าเฉล่ียของ
แบบทดสอบทั้งชดุ ̅ = 0.81 แลว้ เลอื กขอ้ สอบที่มคี า่ IOC ตง้ั แต่ .05 ขึน้ ไปคัดเลือกไว้ 30 ขอ้

4. นาแบบทดสอบไปทดลองใช้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 จานวน 26 คน ที่
ผา่ นการเรยี นเรอ่ื งน้มี าแลว้

5. นาผลการสอบไปวิเคราะห์หาคุณภาพรายข้อ ได้แก่ หาความยากง่าย (p) ค่าอานาจ
จาแนก (r) เพอ่ื พจิ ารณาขอ้ คาถามท่ีมคี า่ ความยากง่ายระหวา่ ง 0.51-0.79 และค่าอานาจจาแนกตัง้ แต่ 0.20

– 0.60
6. ทาการคัดเลือกข้อสอบไว้จานวน 30 ข้อ และนาไป หาค่าความเช่ือม่ัน (Reliability)

ของแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาโดยใช้สูตรของ KR – 20 ของคูเดอร์ริชาร์ดสัน (Kuder –
Richardson) (บุญเรียง ขจรศิลป์ 2530 : 163) ผลการหาค่าความเช่ือมั่นมีค่าเท่ากับ 0.72 (ดัง
ภาคผนวก หนา้ )

7. จดั ทาแบบทดสอบฉบับสมบูรณเ์ พื่อนาไปใช้ในการเกบ็ รวบรวมข้อมูล

2. แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรยี นที่มีต่อวธิ สี อนโดยใช้บทเรยี นออนไลน์ รายละเอียดและ
ขัน้ ตอนการ สรา้ งมดี ังน้ี

1.ศึกษาการสรา้ งแบบความพึงพอใจตามแนวเบสท์ (Best 1986 : 182)
2.สร้างแบบความพงึ พอใจแบบมาตราสว่ นประมาณคา่ (Rating Scale) 5 ระดับ โดยมี
เกณฑด์ ังน้ี ระดับ 5 หมายถงึ พงึ พอใจมากท่สี ดุ ระดบั 4 หมายถึง พงึ พอใจมาก ระดบั 3 หมายถึง พึง

พอใจปานกลาง ระดับ 2 พึงพอใจ นอ้ ย ระดับ 1 หมายถงึ พงึ พอใจนอ้ ยทสี่ ดุ การแปลความหมายใชค้ ะแนน
เฉลย่ี ที่ได้จากการวเิ คราะห์ ข้อมูล มาเทยี บกบั เกณฑข์ องเบสท์ นามาค่าเฉลย่ี สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐานโดยให้
คา่ เฉลี่ยเปน็ รายดา้ นและรายข้อดังนี้

4.50 – 5.00 หมายถึง นกั เรียนมคี วามพึงพอใจในระดบั มากทสี่ ุด
3.50 – 4.49 หมายถึง นกั เรยี นมคี วามพึงพอใจในระดบั มาก
2.50 – 3.49 หมายถงึ นกั เรยี นมคี วามพงึ พอใจในระดับปานกลาง

1.50 - 2.49 หมายถงึ นกั เรยี นมีความพงึ พอใจในระดบั นอ้ ย
1.00 - 1.49 หมายถงึ นกั เรียนมคี วามพงึ พอใจในระดบั น้อยท่สี ดุ
3.นาแบบสอบถามความพึงพอใจไปใช้กับนักเรียนกลุ่มทดลองเพ่ือหาค่าความพึงพอใจของ
นักเรียนท่ีมีต่อการสอนบทเรียนออนไลน์ เรื่อง ความน่าจะเป็น รายวิชาคณิตศาสตร์ สาหรับนักเรียนช้ัน
มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4
7.2.2 เครอ่ื งมอื วจิ ัยทใ่ี ช้ในการทดลอง ประกอบดว้ ย

1) บทเรียนออนไลน์ สาหรบั นักเรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 เรื่อง ความนา่ จะเปน็ รายวชิ า
คณิตศาสตร์ โดยผวู้ ิจยั ไดว้ างแผน การสรา้ งโดยมีขนั้ ตอนดงั น้ี

1.1 ศกึ ษาเอกสาร งานวิจยั ทีเ่ กี่ยวข้องกับบทเรยี นออนไลนโ์ ดยใช้ Google classroom
1.2 ศกึ ษาเนือ้ หาหลักสูตรคณิตศาสตร์ พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560)
1.3 วเิ คราะหเ์ นอื้ หาคณติ ศาสตร์ ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 4 เรือ่ ง ความนา่ จะเป็น

1.4 สรา้ งบทเรยี นออนไลน์ โดยใช้ Google classroom ครอบคลุมเนอ้ื หา จานวน 4
เร่อื ง ไดแ้ ก่ การทดลองส่มุ ปรภิ ูมิตัวอยา่ ง เหตุการณ์ ความนา่ จะเป็นของเหตกุ ารณ์ แต่ละหนว่ ย
ประกอบดว้ ย ใบความรู้ ใบงาน แบบฝกึ หัด ใช้เวลาเรยี น 12 คาบ

1.5 หาประสทิ ธิภาพรายบคุ คล (1 : 1) เปน็ นักเรยี นโรงเรยี นห้วยกระเจาพิทยาคม ท่ีไมใ่ ช่

กล่มุ ทดลอง อ.หว้ ยกระเจา จ.กาญจนบรุ ี จานวน 3 คน ไดแ้ ก่ เก่ง 1 คน ปานกลาง 1 คน ออ่ น 1 คน และ

นาไปทดลองเพ่อื หาประสทิ ธภิ าพของบทเรียนออนไลน์ นาผลคะแนนทีไ่ ดม้ าคานวณ หาประสทิ ธภิ าพตาม

เกณฑ์ 60/60 และแก้ไขปรับปรุงข้อบกพรอ่ ง ซ่ึงได้ผลการทดลอง ดงั ตารางที่ 1

ตารางท่ี 1 การหาประสทิ ธิภาพของรูปบทเรียนออนไลน์ วชิ าคณติ ศาสตร์ เรอ่ื ง ความนา่ จะเป็น ของ
นักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนหว้ ยกระเจาพิทยาคม ท่ีทดลองใชก้ บั นักเรยี นเปน็ รายบคุ คล ( 1: 1)

ที่ คะแนนแบบฝึกหดั คะแนนทดสอบหลงั เรยี น ประสทิ ธิภาพ
/
หน่วยท่/ี คะแนนเตม็ 4 หนว่ ยที่/คะแนนเต็ม
123 10 1234 85/78.33
10 10 10 7 10 10 10 10
1. 8 9 9 8 7678
2. 8 9 10 9 8998
3. 9 8 8 24 8897
รวม 25 26 27 8 23 23 25 23
เฉลย่ี 8.33 8.66 9 7.66 7.66 8.33 7.66

จากตารางท่ี 1 แสดงให้เห็นถงึ คะแนนจากการทาแบบฝึกหดั ในแต่ละหนว่ ย โดยนกั เรยี นทา
แบบฝกึ หดั หน่วยที่ 3 ได้มากทสี่ ดุ รองลงมา หนว่ ยท่ี 2 หน่วยท่ี 1 และหนว่ ยท่ี 4 ตามลาดับ

เมอ่ื หาคา่ E1/ E2 ไดเ้ ท่ากับ 85/78.33 แสดงใหเ้ ห็นวา่ สอ่ื ท่ีสร้างขนึ้ มปี ระสทิ ธภิ าพสงู กวา่ เกณฑท์ ่ีกาหนดไว้
ว่ายอมรับได้ คอื 60/60

สาหรับขอ้ คิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะ ของนักเรียน สอื่ ทส่ี รา้ งขึ้น วดี ีโอเสียงไมช่ ดั เจน ไมค่ อ่ ยได้ยิน
สว่ นใบงานใน Liveworksheet ตวั เลก็ ไป

1.6 นาข้อเสนอแนะ มาปรับปรุงแก้ไข ไปหาประสิทธิภาพกับนักเรียนกลุ่มย่อย 3 กลุ่ม เป็น

นักเรียนโรงเรยี นห้วยกระเจาพทิ ยาคม ท่ีไม่ใช่กลุ่มทดลอง จานวน 9 คน ได้แก่ เก่ง 3 คน ปานกลาง 3 คน
อ่อน 3 คน นาไปทดลองเพ่ือหาประสิทธิภาพของส่ือ นาผลคะแนนที่ได้มาคานวณหาประสิทธิภาพ ตาม
เกณฑ์ 65/65 และแกไ้ ข ขอ้ บกพรอ่ งข้อเสนอแนะ ซงึ่ ไดผ้ ลการทดลองครั้งที่ 2 ดังตารางที่ 2

ตารางที่ 2 การหาประสิทธภิ าพของบทเรยี นออนไลน์ วชิ าคณติ ศาสตร์ เรอื่ ง ความนา่ จะเปน็ ของ
นักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 4 โรงเรียนหว้ ยกระเจาพิทยาคม ทท่ี ดลองใช้กบั นกั เรยี นกลมุ่ ยอ่ ย

ที่ คะแนนแบบฝึกหัด คะแนนทดสอบหลงั เรยี น ประสทิ ธภิ าพ
หน่วยท/่ี คะแนนเตม็ หน่วยท่/ี คะแนนเตม็ /

1234 1234 80.55/77.77
10 10 10 10 10 10 10 10
18987 8687
27888 7878
38998 8679
48787 9899
57786 9987
6 9 10 9 8 8799
78898 7967
87877 9776
9 9 10 9 9 8789
รวม 71 76 75 68 73 67 69 71
เฉลย่ี 7.88 8.44 8.33 7.55 8.11 7.44 7.66 7.88

จากตารางท่ี 2 แสดงใหเ้ หน็ ถึงคะแนนจากการทาแบบฝกึ หัดในแตล่ ะหนว่ ยโดยนกั เรียนทา
แบบฝึกหดั ในหน่วยท่ี 2 ได้มากท่สี ดุ รองลงมา หนว่ ยท่ี 3 หนว่ ยที่ 1 และหนว่ ยท่ี 4 ตามลาดบั เมอ่ื หาค่า
E1/ E2 ไดเ้ ทา่ กับ 80.55 / 77.77 แสดงวา่ ส่อื ทสี่ ร้างขนึ้ ยงั มปี ระสทิ ธิภาพสงู กว่าเกณฑท์ กี่ าหนดไว้ว่า
ยอมรับได้คือ 65/65

สาหรับขอ้ คดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะของนกั เรียนมีดงั น้ี เร่ืองตวั อกั ษรในใบงานและสี ควรมีสีที่
หลากหลายและสวยงามเพอื่ ดึงดดู ในเวลาทาแบบฝกึ หัด

2 ) แผนการจดั การเรยี นรู้ เร่ือง ความนา่ จะเป็น รายวชิ าคณติ ศาสตร์ โดยใช้ บทเรียนออนไลน์
จานวน 12 คาบ ซึง่ ผวู้ จิ ัยสรา้ งข้ึน ประกอบดว้ ยทั้งหมด 4 หนว่ ย หน่วยท่ี 1 เรือ่ ง การทดลองสุ่ม จานวน
3 คาบ หน่วยท่ี 2 เรอ่ื งปรภิ มู ิตัวอยา่ ง จานวน 3 คาบ หนว่ ยท่ี 3 เรื่อง เหตกุ ารณ์ จานวน 3 คาบ หน่วย
ที่ 4 เรื่อง ความนา่ จะเปน็ ของเหตกุ ารณ์ จานวน 3 คาบ

7.3 การดาเนินการทดลองและเกบ็ รวบรวมข้อมลู
1) ชี้แจงขน้ั ตอนการเรยี นใหน้ กั เรยี นทราบ
2) ทดสอบก่อนเรียนโดยใชแ้ บบทดสอบท่สี รา้ งขนึ้ จาก Liveworksheet จานวน 30 ข้อ
3) ดาเนินการทดลองตามขั้นตอนดงั นี้
3.1) ให้นกั เรียนแบง่ กลุม่ กลุ่มละ 4 คน แบ่งออกเป็นเกง่ 1 คน ปานกลาง 2 คน ออ่ น 1 คน

ศกึ ษาจากโปรแกรม Google classroom โดยเรมิ่ ต้นจากศึกษาหาความรจู้ ากคลิปวีดีโอ ใบงาน
แบบฝกึ หดั แบบทดสอบ ตามลาดบั

3.2) นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ศกึ ษาความรู้จากคลปิ สไลด์ทีค่ รูสร้างขนึ้ ให้เขา้ ใจ
3.3) เม่ือนกั เรียนเขา้ ใจให้แตล่ ะคนทาใบงาน คะแนนทไ่ี ดข้ องแต่ละคน รวมเป็นคะแนนของ
กลมุ่
3.4) กลุ่มทีไ่ ด้คะแนนสงู สุดแตล่ ะหนว่ ยจะได้รับรางวลั
3.5) ให้นักเรยี นแตล่ ะคนทาแบบฝกึ หดั ในแต่ละหนว่ ยการเรียนรู้
3.6) ทดสอบหลงั เรียน โดยใช้แบบทดสอบทส่ี ร้างขน้ึ แลว้ บันทกึ ลงในแบบบันทกึ ผลการ
ทดสอบหลังเรียน
3.7)ให้นกั เรยี นตอบแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มตี ่อการเรียนบทเรยี นออนไลน์
เรื่องความน่าจะเป็น รายวชิ าคณิตศาสตร์
3.8) นาผลที่ได้ไปวิเคราะหท์ างสถติ ิต่อไป
7.4 การวเิ คราะหข์ ้อมลู และสถิตทิ ่ใี ช้ในการวิจยั
สถิติทใ่ี ช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
ในการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ใชส้ ถติ ใิ นการคานวณแตล่ ะส่วนดงั นี้
1. การวเิ คราะหร์ ะดับความยาก ( level of difficulty) และคา่ อานาจจาแนก (discriminant
power) ของแบบทดสอบท โดยใชส้ ตู ร

p=

r=

p คอื ระดบั ความยากของข้อสอบ

r คือ คา่ อานาจจาแนก

RH คือ จานวนคนทตี่ อบถกู ในกล่มุ สงู
RL คอื จานวนคนท่ตี อบถกู ในกลุ่มต่า
N คือ จานวนคนในแตล่ ะกลมุ่

2. หาคา่ ความเชอ่ื มน่ั (Reliability) ของแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นโดยใชส้ ตู ร คูเด

อรร์ ชิ าร์ดสัน 20 (Kuder Richardson Formula 20) (พวงรัตน์ ทวีรตั น์ 2543 : 123)

Rtt = { ∑}

เมอื่ n หมายถงึ จานวนขอ้
P หมายถึง สัดสว่ นของทาถกู ในแต่ละขอ้
q หมายถึง สดั ส่วนของคนทาผิดในแต่ละขอ้ = 1 – p
หมายถงึ ความแปรปรวนของคะแนนทั้งฉบับ

3. การวเิ คราะหห์ าประสิทธิภาพของบทเรยี นออนไลน์ เรอ่ื ง ความนา่ จะเป็น รายวชิ าคณติ ศาสตร์
ตามเกณฑป์ ระสิทธภ์ิ าพ 80/80 (ชยั ยงค์ พรหมวงศ์ 2556 : 131 – 132)
สตู รท่ี 1



E1 = × 100

E1 คือ ประสทิ ธิภาพของกระบวนการ
∑ คือ ผลรวมของคะแนนแบบฝกึ หดั หรืองาน
A คอื คะแนนเตม็ ของแบบฝึกหดั รวมทกุ ช้ิน
N คอื จานวนผูเ้ รยี น
สูตรท่ี 2



E2 = × 100

E2 คอื ประสทิ ธภิ าพของผลลพั ธ์
∑ คือ ผลรวมของคะแนนสอบหลงั เรยี น
B คือ คะแนนเต็มของการสอบหลงั เรยี น
N คอื จานวนผเู้ รยี น
4. ทาการวเิ คราะหข์ ้อมลู จากแบบประเมินความพึงพอใจดว้ ยสถิติบรรยาย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย รอ้ ย
ละ และส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน (บุญเรียง ขจรศิลป์ 2542 : 27)
สตู ร ̅ = ∑

̅ คอื ค่าเฉลีย่
∑ คือ ผลรวมของคะแนน
n คือ จานวนคน
สูตร

% = × 100

a คือ จานวนทไ่ี ด้
n คอื จานวนทง้ั หมด
% คือ รอ้ ยละ (เปอรเ์ ซน็ ต)์

สตู ร

S.D. = √∑ ̅̅̅̅

S.D. คือ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

̅ คอื ค่าเฉล่ยี
n คือ จานวนคน

∑ คือ ผลรวม

8. ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูล
8.1 ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น เรือ่ ง ความน่าจะเป็น รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ของนกั เรยี นชน้ั

มัธยมศึกษาปีที่ 4 ทเ่ี รยี นโดยใช้ บทเรียนออนไลน์
ตารางท่ี 3 การคานวณหาประสิทธภิ าพของบทเรียนออนไลน์ ทีท่ ดลองใช้กับกลุ่มตวั อยา่ ง

คนท่ี คะแนนแบบฝกึ หดั ระหว่างเรยี น คะแนนรวมแบบฝกึ หดั คะแนนสอบหลังเรยี น
(40) (30)
1234

10 10 10 10

1. 8 6 7 9 30 21

29 6 6 8 29 23

37 9 9 7 32 22

46 7 7 8 28 23

59 8 6 7 30 25

67 7 8 6 28 24

7 8 6 10 8 32 23

89 2 8 7 26 20

9 8 6 10 9 33 20

10 6 5 6 8 25 16

11 9 8 9 8 34 17

12 8 8 7 9 32 19

13 9 3 5 9 26 15

14 5 5 3 8 21 16

15 7 8 8 9 32 17

16 8 7 8 9 32 20

17 3 7 7 8 25 19

18 9 6 9 8 32 25

19 7 4 3 8 22 23

20 8 3 4 7 22 24

21 7 2 3 7 21 20

22 7 4 6 6 23 22

23 6 8 8 8 30 21

24 9 6 8 7 30 24

คนที่ คะแนนแบบฝึกหัดระหวา่ งเรยี น คะแนนรวมแบบฝกึ หดั คะแนนสอบหลงั เรยี น
(40) (30)
1234

10 10 10 10

25 8 8 7 8 31 20

26 8 8 7 7 30 24

27 7 7 8 9 31 23

28 6 6 9 8 29 24

29 7 7 6 7 27 20

30 10 10 8 8 36 24

31 6 6 7 6 25 24

32 5 5 8 7 25 25

33 9 9 9 8 35 23

34 8 8 10 8 34 21

978 727

E1/E2 71.91 71.27

จากตารางที่ 3 สามารถนามาวิเคราะห์หาประสทิ ธภิ าพของบทเรยี นออนไลน์ ทส่ี ร้างขน้ึ ตามเกณฑ์
มาตรฐาน 70/70

E1 หมายถึง คะแนนเฉลย่ี คดิ เป็นรอ้ ยละของคาตอบในการทาแบบฝกึ หัดของนักเรียนทกุ คน คิด
เป็นคะแนนเฉลย่ี รอ้ ยละ 71.91

E2 หมายถึง คะแนนเฉลย่ี คิดเปน็ ร้อยละของขอ้ สอบท่ีนกั เรยี นทกุ คนทาได้ หลงั จากเรยี นบทเรียน

คดิ เปน็ คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 71.27 แสดงว่ารูปแบบการเรยี นรู้แบบออนไลน์ เรอื่ ง ความน่าจะเปน็ มี

ประสทิ ธิภาพ ซึง่ สงู กวา่ เกณฑม์ าตรฐาน 70/70

ตอนที่ 2 การเปรียบเทยี บผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น เรอื่ ง ความน่าจะเป็น ระหว่างการทดสอบก่อนเรียยน

และหลังเรียน

ตารางท่ี 4 เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นเรอื่ ง ความน่าจะเปน็ ก่อนเรยี นและหลงั เรยี นของนกั เรยี น
ทเี่ รียนดว้ ยบทเรยี นออนไลน์

การทดสอบ จานวน (คน) คะแนนเตม็ คะแนนเฉลีย่ S.D. t-test
ก่อนเรียน 34 30 17.05 2.98 6.44*
หลังเรยี น 34 30 21.38 2.82
*p < 0.05

จากตารางที่ 4 นักเรยี นทีเ่ รยี นด้วยบทเรยี นออนไลน์ วิชาคณิตศาสตร์ เรอ่ื ง ความน่าจะเป็น มี
ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนสงู กวา่ ก่อนเรียนอย่างมีนัยสาคัญทางสถติ ิท่รี ะดบั .05

8.2 ความพงึ พอใจตอ่ การเรยี นโดยใช้ บทเรียนออนไลน์ เรื่อง ความนา่ จะเปน็ รายวชิ าคณติ ศาสตร์

ของนกั เรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ดงั ตารางที่ 5

ตารางท่ี 5 ความพึงพอใจตอ่ การเรียนโดยใช้บทเรยี นออนไลน์ เร่ือง ความน่าจะเปน็ รายวชิ า

คณิตศาสตร์ ของนกั เรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4

ขอ้ ความ ̅ S.D. ระดบั ความ

พงึ พอใจ

1.ส่ือการสอนนา่ สนใจ 4.36 0.66 มาก

2.เสียงชดั เจน 3.58 0.54 มาก
3.ใบงานและแบบฝกึ หดั น่าสนใจ
4.61 0.45 มากทีส่ ุด

4.ศึกษาได้ดว้ ยตนเองและเขา้ ใจ 4.46 0.62 มาก

5.ความนา่ สนใจของเนอื้ หา 4.56 0.67 มากที่สุด

6.เนอื้ หามีความยากงา่ ยเหมาะสม 4.12 0.54 มาก

7.มีการจดั ลาดับเนอื้ หา 4.33 0.69 มาก

8.นักเรยี นมีความสนกุ กับการเรียน 3.45 0.43 มาก

9.นักเรียนมคี วามพึงพอใจในการเรียนโดยบทเรยี นออนไลน์ 4.42 0.56 มาก
10.นักเรยี นมีความพึงพอใจกับคะแนนท่ีได้รบั 4.47 0.67 มาก

11.นกั เรยี นมีความต้องการเรยี นด้วยบทเรยี นออนไลนใ์ น 4.13 0.48 มาก
เนอ้ื หาอน่ื ๆ 4.22 0.57 มาก

รวม

จากตารางที่ 5 พบวา่ นกั เรยี นมคี วามพึงพอใจต่อการเรียนด้วยบทเรียนออนไลน์ วิชาคณิตศาสตร์

เรื่อง ความนา่ จะเปน็ คดิ เปน็ คะแนนเฉลีย่ 4.22 และมรี ะดับความพึงพอใจในระดับมาก โดยมีรายละเอียด

ดังนี้

นกั เรยี นมีความพึงพอใจเก่ียวกับใบงานและแบบฝึกหดั มคี ะแนนเฉลยี่ มากท่สี ดุ คือ

4.61 มรี ะดบั ความพงึ พอใจในระดบั มากที่สุด รองลงมาคือ ความนา่ สนใจของเนือ้ หา มีคะแนนเฉลย่ี 4.56 มี

ระดับความพึงพอใจในระดับมากที่สุด นักเรียนมีความพึงพอใจกับคะแนนท่ีได้รับ มีคะแนนเฉลี่ย 4.47

ระดบั ความพึงพอใจในระดับมาก ศึกษาได้ด้วยตนเองและเข้าใจ มีคะแนนเฉล่ีย 4.46 ระดับความพึงพอใจ

ในระดับมาก นกั เรยี นมคี วามพึงพอใจในการเรียนโดยบทเรียนออนไลน์ มีคะแนนเฉลี่ย 4.42 ระดับความพึง

พอใจในระดับมาก ส่ือการสอนน่าสนใจ มีคะแนนเฉล่ีย 4.36 ระดับความพึงพอใจในระดับมาก มีการ

จัดลาดับเนอ้ื หา มีคะแนนเฉลี่ย 4.33 ระดับความพงึ พอใจในระดบั มาก นักเรียนมีความต้องการเรียนรู้ด้วย

บทเรียนออนไลนก์ ับเนือ้ หาอน่ื ๆ มีคะแนนเฉลี่ย 4.13 ระดับความพึงพอใจในระดับมาก เนื้อหามีความยาก
ง่ายเหมาะสม มีคะแนนเฉลี่ย 4.12 ระดับความพึงพอใจในระดับมาก เสียงชัดเจน มีคะแนนเฉลี่ย 3.58
ระดับความพึงพอใจในระดับมาก และอันดับสุดท้าย นักเรียนมีความสนุกกับการเรียน มีคะแนนเฉลี่ย 3.45
ระดับความพึงพอใจในระดับมาก

9. สรุปผลการวิจยั

9.1 บทเรียนออนไลน์ เรอื่ ง เรื่อง ความน่าจะเป็น รายวชิ าคณิตศาสตร์ ของนกั เรียนชั้นมัธยมศกึ ษา
ปที ่ี 4 โรงเรยี นห้วยกระเจาพทิ ยาคม มปี ระสทิ ธิภาพตามเกณฑ์ 71.92/71.27

9.2 ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น เรื่อง ความนา่ จะเป็น รายวชิ าคณิตศาสตร์ ของนักเรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษา
ปีท่ี 4 ท่ีเรยี นโดยใช้บทเรียนออนไลน์ ก่อนเรียน มคี ะแนนเฉลี่ย 17.05 คะแนน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 56.83 ของ
คะแนนเตม็ และมคี ่าสว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน เท่ากับ 2.98 หลังเรยี น มคี ะแนนเฉล่ีย 21.38 ของคะแนน คิด
เปน็ ร้อยละ 71.26 ของคะแนนเตม็ ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 2.82 และนักเรยี นท่ีเรยี นดว้ ยบทเรยี น
ออนไลน์ วิชาคณติ ศาสตร์ เรอื่ ง ความนา่ จะเปน็ มีผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นสงู กว่ากอ่ นเรยี นอย่างมีนัยสาคัญ
ทางสถติ ิทรี่ ะดบั .05

9.3 นกั เรยี นช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 4 มคี วามพงึ พอใจตอ่ การเรยี นด้วยบทเรยี นออนไลน์ เร่อื ง ความ
นา่ จะเป็น รายวชิ าคณิตศาสตร์ โดยภาพรวมอยใู่ นระดบั มาก โดยมคี า่ เฉลีย่ ความพงึ พอใจ เทา่ กบั 4.22
และมีสว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน เท่ากบั 0.57

10. อภปิ รายผลการวจิ ัย
จากการวิจยั ครงั้ น้ี พบว่ามขี อ้ นา่ สนใจและสามารถอภิปรายผลได้ดงั นี้

1. ประสิทธิภาพของบทเรยี นออนไลน์ เร่อื ง ความนา่ จะเป็น รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
มีคา่ E1 / E2 เท่ากบั 71.91/71.27 ซง่ึ มปี ระสทิ ธิภาพตามเกณฑ์ 70/70 เน่อื งมาจากการวางแผนการวิจัย
จากการเรียนการสอน โดยใช้โปรแกรม Google classroom เนื้อหาประกอบด้วย การใช้ โปรแกรม
Quizizz Liveworksheet Vondergo โดยใช้วิธีการจัดการเรียนการสอนแบบ STAD ในการจัดการ
เรยี นการสอน พบว่านักเรียนต่นื เต้นกับการเรียนรแู้ บบใหม่ เนื่องจาก นักเรียนสามารถทบทวนความรู้จากที่
เรียนผ่านไปแล้ว โดยศึกษาจากวีดีโอเพ่ิมเติมได้ ตลอดเวลา จนกระทั่งเข้าใจ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย
ของศภุ เศรษฐ์ พึ่งบวั (บทคัดยอ่ ) ผลการศกึ ษาพบว่า บทเรยี นออนไลน์ วิชาอนิ เทอรเ์ นต็ ดว้ ยแอปพลิเคชัน
Google Classroom สาหรับนักเรียนช้ัน มัธัยมศึกษาปีที่1 ท่ีสร้างข้ึนมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์E1 มีค่า
เท่ากบั 82.06 E2 มีค่าเท่ากับ 81.10 และสอดคล้องกับงานวิจัยของ สุภิดา เท่ียงจันทร์ ศิวนิต อรรถ
วฒุ กิ ลุ (บทคัดยอ่ ) ผลการวิจัย พบว่า ประสิทธิภาพบทเรียนออนไลน์ มีประสิทธิภาพ 81.19/82.08 เป็นไป
ตาม เกณฑ์ท่ีกาหนด 80/80 จากงานวิจัยยังพบว่าสอดคล้องกับ จุฑามาศ ใจสบาย (บทคัดย่อ) ผลการ
วเิ คราะห์หาประสทิ ธิภาพของบทเรียนออนไลน์โดยใช้ Google Classroom รายวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศ

เพื่อชีวิต มีค่าประสิทธิภาพของกระบวนการและประสิทธิภาพของผลสัมฤทธ์ิ หลังเรียน (E1/ E2) เท่ากับ
80.25/84.88

2. จากการวิจัยพบว่า นักเรียนท่ีเรียนด้วยบทเรียนออนไลน์ เร่ือง ความน่าจะเป็น รายวิชา
คณิตศาสตร์ มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ด้วยคะแนนแบบทดสอบก่อนเรียนได้เท่ากับ 17.05 และคะแนนแบบทดสอบหลังเรียนได้เท่ากับ 21.38
สรุปแล้วคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนเท่ากับ 4.33 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคะแนนก่อนเรียนอยู่ในเกณฑ์
ระดบั ตา่ จากคะแนน 30 คะแนน เนื่องจากนักเรยี นยงั ไมเ่ ขา้ ใจ และยังสับสนเนื้อหา เกย่ี วกับปรภิ ูมิตัวอยา่ ง
และเหตุการณ์ นกั เรยี นส่วนใหญ่ยงั หาค่าปริภูมิตัวอย่างไม่ได้ จึงทาให้ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียนต่า
และเมอ่ื ได้ใช้บทเรียนออนไลน์ ทผี่ วู้ จิ ยั สร้างข้ึน พบว่านักเรียนมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสูงขึ้น ( t= 6.44)
อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .05 เนื่องจากบทเรียนออนไลน์ มีส่วนช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้แบบ
ใหม่ ไม่น่าเบ่ือ นักเรียนมีความกระตือรือร้นที่จะได้เจอส่ิงการเรียนรู้แบบใหม่ๆ เช่น สื่อวีดีโอ ใบงาน ใบ
ความรู้ แบบฝึกหัด โดยใช้การเรียนรู้ผ่านโปรแกรม Google classroom และใช้วิธีการเรียนแบบ STAD
ซึง่ นกั เรียนจะต้องต้ังใจเรยี นเพ่ือใหค้ ะแนนของกลมุ่ น้ันสูงขน้ึ และคนท่เี กง่ จะช่วยเหลือคนท่ีอ่อนกว่า การใช้
Liveworksheet ให้นักเรียนทาใบงานนักเรียนสนุกสนาน เน่ืองจากนักเรียนไม่ต้องลอกโจทย์ นักเรียน
สามารถมีเวลาในการคิดและทาได้มาก และรูปแบบใบงาน มีความน่าสนใจ ในการทา ส่วนแบบฝึกหัด ใช้
โปรแกรม Quizizz นักเรียนจะสนใจในการทาเน่ืองจาก นักเรียนต้องการแข่งขันภายในช้ันเรียนและ
นกั เรียนสามารถตรวจสอบคะแนนไดท้ ันที นักเรียนเรียนอย่างมีความสนุกสนาน และสุดท้ายสรุปเน้ือหา
โดยใช้ เกม Vondergo เป็นการสรุปเน้ือหาแต่หน่วย จึงส่งผลให้ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่า
กอ่ นเรียนท่คี า่ คะแนน 4.33 ซ่ึงสอดคลอ้ งกับงานวจิ ยั ของ วนั เพญ็ กันสทุ ธิ (บทคัดย่อ ) ผลการวิจัย พบว่า
การพัฒนาบทเรียนโปรแกรมออนไลน์ วิชา การออกแบบและนาเสนอ เร่ือง การดราฟรูป โดยใช้โปรแกรม
Illustrator สาหรับนักเรียนโครงการนักกีฬาพิเศษ ช้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 การทดสอบหลังเรียนสูงกว่า
คะแนนก่อนเรียนอยางมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ . 05 และสอดคล้องกับงานวิจัยของ สุภิดา เท่ียงจันทร์
ศิวนิต อรรถวุฒิกุล (บทคัดย่อ) ผลการวิจัย พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนเม่ือเรียนผ่าน
บทเรยี นออนไลน์ พบวา่ คะแนน หลังเรียน มีคา่ เฉลยี่ เลขคณิต ( x =22.00, S.D.= 4.87) สูงกว่าคะแนนก่อน
เรียน ( x =11.08, S.D.= 3.91) อย่างนัยสาคัญ .01 จะเห็นได้ว่าการเรียนด้วยบทเรียนออนไลน์จะมี
ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ดังงานวิจัยของ วัฒนา พลาชัย ,วินัย เพ็งภิญโญ
(บทคัดย่อ) พบว่านักเรียนมีคะแนนเฉล่ียก่อนเรียนเท่ากับ 9.57 และคะแนนเฉล่ียหลังเรียน เท่ากับ 24.63
การทดสอบทไี ด้ค่า t = 28.34 แสดงว่ามผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นหลังเรยี นสูงกว่ากอ่ นเรียน อย่างมีนัยสาคัญ
ทางสถติ ทิ ร่ี ะดับ .01

3. 3. ความพึงพอใจของนักเรยี นทมี่ ตี อ่ บทเรียนออนไลน์ พบวา่ นักเรียนสว่ นใหญ่ มีความพึงพอใจ
อย่ใู นระดับมาก ( ̅ = 4.22) เนอ่ื งจากบทเรยี นออนไลน์ เนน้ ใหน้ กั เรียนไดศ้ ึกษาเรียนรู้ดว้ ยตนเองได้ และ
มีส่อื ทางด้านเทคโนโลยีทห่ี ลากหลาย ใหน้ ักเรียนไดฝ้ กึ ปฏบิ ัติ นกั เรียนสามารถทบทวนความรไู้ ดห้ ลายครง้ั
จนกว่า นักเรียนจะเข้าใจ ในส่วนของการเรยี นบทเรยี นออนไลน์ พบวา่ นักเรียนมคี วามพงึ พอใจเก่ียวกับใบ
งานและแบบฝกึ หดั มีคะแนนเฉล่ียมากทีส่ ุด คอื 4.61 รองลงมาความนา่ สนใจของเนอ้ื หา มีคะแนนเฉลยี่
4.56 ซงึ่ สอดคลอ้ งกับ สุภดิ า เท่ยี งจนั ทร์ ศิวนิต อรรถวฒุ ิกุล (บทคัดย่อ) ผลการวจิ ัย นกั เรยี นมีความพงึ
พอใจของนักเรยี นเม่ือเรยี นผา่ นบทเรียนออนไลน์ มีคะแนนรวมเฉล่ีย อยใู่ นระดับ มาก ( x = 4.33 ,S.D =
0.67) และยังสอดคลอ้ งกบั งานวิจยั ของ วันเพญ็ กนั สทุ ธิ (บทคัดยอ่ ) นักเรยี นมีความพึงพอใจอยู่ในระดับ
มากทสี่ ุด โดยมคี า่ เฉล่ยี เทา่ กับ 4.52 และค่าเบยี่ งเบนมาตรฐานเทา่ กับ 0.57 และยงั สอดคล้องกับงานวิจยั
ศภุ เศรษฐ์ พงึ่ บัว (บทคดั ย่อ) ผลการศึกษาพบว่า นักเรยี นมี ความพึงพอใจตอ่ การเรียน หลงั เรียน อยู่ใน
ระดบั มากทส่ี ุด

ข้อสังเกตที่พบจากการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเรียนปรากฏว่า นักเรียนส่วน
ใหญใ่ หค้ วามสนใจในการศกึ ษาจากการเรียนแบบกลุ่ม เนือ่ งจากนกั เรยี นต้องการคะแนนกลุ่มให้มาก และยัง
ชว่ ยเหลือเพื่อนในกลุ่มกนั ไม่มใี ครท่ีทอดท้งิ อธบิ ายเนื้อหาให้คนที่อ่อนกว่าให้เข้าใจ สาหรับกลุ่มที่ไม่เข้าใจ
จะใหค้ รูเข้าไปช่วยเหลืออธิบายเพิ่มเติมให้เข้าใจ และนักเรียนยังสนุกกับการทาแบบฝึกหัดโดยใช้ Quizizz
และทบทวนเน้ือหาโดยใช้ Vondergo ซึ่งนักเรียนสนุกสนานเพราะเป็นเกม ซึ่งนักเรียนต่ืนเต้นกับการเล่น
เกม และกล่มุ ใดไดค้ ะแนนสูงสุดได้รบั รางวลั

11.ขอ้ เสนอแนะ

ขอ้ เสนอแนะในการนาไปจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยบทเรียนออนไลน์ เร่ือง ความน่าจะเป็น

ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4

1. นากระบวนการคิดวิเคราะห์ และ การแก้ปัญหา สอดแทรกในบทเรยี นออนไลน์

2. ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนซ่อมเสริมสาหรับนักเรียนท่ีเรียนอ่อน เรียนไม่ทันหรือ

ขาดเรียน

3. ควรจัดกจิ กรรมการเรียนด้วยบทเรียนออนไลน์หรือเทคนิคการเรียนรู้ เช่น ส่ือทางด้านเว็บไซต์

เกม เทคนิคการเรียนแบบรว่ มมือ และวธิ กี ารสอนตา่ งๆที่หลากหลาย

12. ขอ้ เสนอแนะในการทาวจิ ยั คร้งั ตอ่ ไป

1.ควรทาการวจิ ยั การจดั เรยี นการสอนบทเรียนออนไลน์ ในเนือ้ หาบทอ่ืนรายวชิ าอน่ื ๆและใน

ระดบั ชัน้ อนื่ ๆอกี

2. ควรทาการศกึ ษาวิจยั เกยี่ วกับเทคนคิ วธิ ีการสอนรปู แบบอื่นรว่ มกับบทเรยี นออนไลน์ เช่น การ

เรียนรู้แบบโครงงาน การเรยี นรู้แบบ Acetive learning ฯลฯ

บรรณานกุ รม
กระทรวงศกึ ษาธิการ.(2560).หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง

พ.ศ. 2560).กรงุ เทพฯ :โรงพมิ พช์ ุมนมุ สหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทยจากดั .
จฑุ ามาศ ใจบญุ (2562)การพฒั นาบทเรยี นออนไลน์ โดยใช้ Google Classroom รายวชิ า เทคโนโลยี

สารสนเทศเพอ่ื ชวี ติ Development of learning achievement for Information
Technology to Life Using Google Classroom . วารสารบณั ฑิตการศึกษา,12(32),
54 - 58
ชยั ยงค์ พรหมวงศ์.(2556).การทดสอบประสิทธภิภาพสอ่ื หรือชุดการสอน.วารสารศิลปากร ศกึ ษาศาสตร์.
5,(3) : 7 -20
บญุ เรยี ง ขจรศลิ ป.์ (2542). สถติ วิ ิจยั 1.(พิมพค์ รงั้ ท่ี 7) กรงุ เทพฯ.: โรงพมิ พ์พ.ี เอ็น.การพมิ พ์.
พวงรตั น์ ทวรี ัตน์ (2543).วธิ กี ารวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์.(พมิ พค์ รงั้ ท่ี 7) กรุงเทพฯ :
สานักทดสอบทางการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินวโิ รฒ.
พฒั นา เครอื คา,หาญชยั อมั ภาผล.(2557).การพัฒนาการสอนวชิ าคณติ ศาสตร์โดยใช้ชุดการสอนกับการ
เรียนแบบรว่ มมอื ทม่ี ีตอ่ ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี น คณุ ธรรม จริยธรรมดา้ นความเออื้ เฟอ้ื เผอื่ แผ่
และความพึงพอใจต่อการเรยี นของนักเรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 1 โรงเรียนธาตนุ ารายณ์วทิ ยา.
วารสาร บณั ฑติ ศึกษา,11(52), 89-103.
ฟาฎินา วงศเ์ ลขา.การเรยี นคณติ ศาสตร์ : ความจาเปน็ ท่ีไม่ควรมองข้าม.[ออนไลน]์ . เข้าถงึ ได้จาก
:http://social.obec.go.th/node/22 ( 20 ธนั วาคม 2564)
วัฒนา พลาชัย , วินยั เพง็ ภญิ โญ (2562)การพฒั นาบทเรียนออนไลน์ Mobile Learning โดยใช้ปญั หา
เปน็ ฐานร่วมกบั เทคนคิ การเรยี นแบบรว่ มมอื ในรายวชิ าการเขียนเว็บไซต์ ส าหรบั นกั เรียน
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 โรงเรยี นศรีประจันต์ “เมธีประมุข. JOURNAL FOR SOCIAL SCIENCES
RESEARCH Vol. 10 No. 1 (January-June 2019)186.
วันเพญ็ กนั สทุ ธิ (2561) การพฒั นาบทเรียนออนไลน์ วชิ าการออกแบบและนาเสนอ เรอื่ ง การวาดรปู
โดยใช้ โปรแกรม IIIustrator สาหรบั นกั เรียนโครงการนักกฬี าพเิ ศษ ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5.
วทิ ยานิพนธ์ ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาเทคโนโลยกี ารศกึ ษา มหาวทิ ยาลัยบรู พา.
ศุภเศรษฐ์ พึ่งบัว (2562) การพัฒนาบทเรียนออนไลน์ วชิ าอนิ เทอร์เน็ต ดว้ ยแอปพลเิ คชนั Google
Classroom สาหรบั นักเรียนชนั้ มธั ัยมศึกษาปที 1่ี . ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ า
การสอนการงานอาชีพและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยบูรพา.
สุภดิ า เทย่ี งจันทร์ ศวิ นติ อรรถวฒุ ิกลุ .ผลการเรยี นรู้ผา่ นบทเรียนออนไลนด์ ว้ ยกลวิธกี ารแกป้ ญั หา STAR

วิชาคณิตศาสตร์ เรอื่ งพน้ื ทผี่ วิ และปรมิ าตร ของนักเรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 โรงเรยี นวดั

ธรรมศาลา (หลวงพอ่ นอ้ ยอปุ ถัมภ์). เข้าถึงได้จาก

https://he02.tcithaijo.org/index.php/Veridian-E-Journal/article/view/99743 ( 15 ธนั วาคม2564)

ภาคผนวก

ภาคผนวก ก
เครื่องมอื การวจิ ยั

บทเรียนออนไลน์ โดยใชโ้ ปรแกรม Google classroom

แบบทดสอบวัดผลกอ่ นเรียนเรื่อง ความนา่ จะเปน็ รายวชิ าคณิตศาสตร์ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4



สอ่ื การเรยี นการสอนบทเรียนออนไลน์
https://www.canva.com/design/DAEywk6oLns/jMWnIrk4f1HfGOM6ek4GqQ/edit
https://www.canva.com/design/DAEyw9p4mrI/nxKWex4kT5j83TPEPiD-KA/edit

https://www.canva.com/design/DAEy3UqMwkU/8wh7Ye4iqKl6OK432ZF97A/edit
https://www.canva.com/design/DAE1Nu8arYg/Cex8Pb10a2EIYSdpaoPiUg/edit

ใบงานเรอ่ื ง การทดลองส่มุ

ใบงานเรอ่ื ง เหตุการณ์

ใบงานเรอื่ ง ความนา่ จะเปน็ ของเหตกุ ารณ์

แบบฝึกหดั เรอ่ื งการทดลองส่มุ
แบบฝึกหดั เร่อื งปรภิ ูมิตวั อยา่ ง

แบบฝกึ หัดเร่ือง เหตกุ ารณ์
แบบฝกึ หดั เรอื่ งความนา่ จะเป็นของเหตกุ ารณ์

ทบทวนบทเรยี น เรอ่ื ง การทดลองส่มุ

แบบสอบถามความพงึ พอใจของนักเรียนทมี่ ตี อ่ การเรยี นบทเรียนออนไลน์ เรอ่ื งความน่าจะเป็น
รายวิชาคณติ ศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4

คาช้แี จง โปรดการเครอ่ื งหมาย  ลงในชอ่ ว่างทางขวามือท่ตี รงกับความร้สู กึ ของนกั เรยี นมากทส่ี ดุ โดย
กาหนดเกณฑ์ดังตอ่ ไปน้ี

5 หมายถึง ระดับความพงึ พอใจมากทส่ี ุด
4 หมายถงึ ระดับความพงึ พอใจมาก
3 หมายถงึ ระดับความพงึ พอใจปานกลาง
2 หมายถึง ระดบั ความพึงพอใจนอ้ ย
1 หมายถงึ ระดบั ความพึงพอใจนอ้ ยทส่ี ุด

ข้อ รายการประเมนิ ระดบั ความพึงพอใจ

54321

1 สื่อการสอนนา่ สนใจ

2 เสียงชัดเจน

3 ใบงานและแบบฝกึ หดั นา่ สนใจ

4 ศึกษาได้ด้วยตนเองและเขา้ ใจ

5 ความนา่ สนใจของเนอื้ หา

6 เนือ้ หามคี วามยากง่ายเหมาะสม

7 มกี ารจัดลาดับเนอ้ื หา

8 นักเรียนมีความสนุกกับการเรยี น

9 นักเรยี นมีความพงึ พอใจในการเรียนโดยบทเรยี น

ออนไลน์

10 นักเรยี นมีความพึงพอใจกับคะแนนทไี่ ด้รบั

11 นกั เรียนมคี วามต้องการเรยี นด้วยรปู แบบการเรียนรู้

แบบบทเรียนออนไลน์กบั เนอื้ หาอ่นื ๆ

ข้อเสนอแนะ
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................
.

ภาคผนวก ข
ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู

ตารางท่ี ผลการวเิ คราะหห์ าค่าความยากงา่ ย (p) ค่าอานาจจาแนก (r) และคา่ ความเชอื่ มัน่ ( rtt )

ข้อท่ี แบบทดสอบ ขอ้ ท่ี แบบทดสอบ

pr pr

1 0.62 0.40 16 0.72 0.33

2 0.51 0.43 17 0.72 0.20

3 0.58 0.33 18 0.68 0.27

4 0.75 0.33 19 0.75 0.13

5 0.55 0.33 20 0.72 0.20

6 0.62 0.41 21 0.65 0.47

7 0.62 0.47 22 0.58 0.20

8 0.55 0.60 23 0.65 0.33

9 0.62 0.20 24 0.79 0.53

10 0.58 0.27 25 0.58 0.33

11 0.79 0.33 26 0.72 0.23

12 0.72 0.33 27 0.68 0.20

13 0.55 0.20 28 0.75 0.33

14 0.58 0.27 29 0.62 0.21

15 0.75 0.23 30 0.55 0.26

Rtt = 0.72

ตารางท่ี ผลการวิเคราะหค์ า่ ความเชื่อมนั่

Reliability Statistics

Cronbach's N of Items
Alpha

.727 30

ตารางท่ี ผลการวเิ คราะหข์ อ้ สอบก่อนเรียนและหลังเรียน

Paired Samples Statistics

Mean N Std. Deviation Std. Error

Pair 1 pretest 17.0588 34 2.98421 .

posttest 21.3824 34 2.82858 .

Paired Samples Correlations

N Correlation Sig.
.596
Pair 1 pretest & posttest 34 .094

Pa
Paired

Mean Std. Deviation Std. Erro

Pair 1 pretest - posttest -4.32353 3.91362

Mean
.51179
.48510

aired Samples Test

Differences

95% Confidence Interval of the
Difference

or Mean Lower Upper t df Sig. (2-tailed)
-6.442 33 .000
.67118 -5.68905 -2.95800

ผลงานของนกั เรยี น







รปู ภาพการจดั กิจกรรม












Click to View FlipBook Version