การพฒั นาหนุ่ ยนตป์ ัญญาประดิษฐส์ ำหรับการเรยี นการสอนภาษาองั กฤษแบบ
บรู ณาการด้วยเทคโนโลยดี ิจทิ ัลและการฝกึ ปฏิบัติจรงิ สำหรบั นกั ศกึ ษา
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคล
Artificial Intelligence Robot Development for Integrated
Teaching and Learning English with Digital Technologies and
Practical Training
เกยี รตศิ ักด์ิ ลาภพาณิชยกุล
ศรณั ย์ ฉัตรธญั ญกิจ
ธนภณ รชั ตกลุ พฒั น์
ขวญั ฤทัย บญุ ยะเสนา
งานวิจยั นไี้ ด้รบั ทุนสนับสนนุ จากงบประมาณเงินรายจา่ ย
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
คณะบริหารธุรกจิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ชอ่ื นามสกุล เกยี รติศักด์ิ ลาภพาณิชยกลุ
สังกัด สาขาสารสนเทศ
คณะ บรหิ ารธุรกิจ
มหาวิทยาลัย
อีเมล เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
[email protected]
ชอ่ื นามสกุล
สังกดั ศรณั ย์ ฉตั รธญั ญกิจ
คณะ
มหาวิทยาลัย สถาบันการจัดการปญั ญาภวิ ัฒน์
อีเมล [email protected]
ช่ือ นามสกุล ดร.ธนภณ รัชตกลุ พฒั น์
สงั กดั สาขาธรุ กจิ ระหว่างประเทศ
คณะ บริหารธรุ กจิ
มหาวิทยาลัย
อีเมล เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
[email protected]
ชื่อ นามสกุล
สังกัด ดร.ขวญั ฤทัย บุญยะเสนา
คณะ สาขาวชิ าการเงนิ
มหาวิทยาลัย บริหารธุรกิจ
อเี มล
เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
[email protected]
บทคดั ยอ่
การจดั การเรยี นการสอนในศตวรรษที่ 21 นน้ั ไม่ได้เนน้ การจดเล็คเชอร์เหมือนในอดีต ที่
นักศึกษาต้องฟังอาจารย์และตอบใหต้ รงกบั ที่อาจารยส์ อนไปใหม้ ากทีส่ ดุ แตเ่ นน้ ให้ผ้สู อนเป็นผ้ฝู ึก
(coach) หรอื เปน็ ผู้อำนวยความสะดวก (facilitator) ไมใ่ ช่เป็น (teacher) ทท่ี ำการสอนเพยี งอย่าง
เดียว และตอ้ งมกี ารจัด “การเรยี นรเู้ พื่อการเปลีย่ นแปลง (Transformative Learning) คือ เรียน
เพือ่ ให้เกดิ การเปลี่ยนแปลงภายในตนเอง ทง้ั โลกทศั น์ (Affective Attributes) ความร้คู วามเข้าใจ
(Cognitive Attributes) และพฤติกรรม (Psychomotor Attributes) คือมกี ารเปลย่ี นแปลงอยา่ ง
ครบถ้วนในทุกด้าน เป็นการเปลยี่ นแปลงทเ่ี รยี กวา่ การเปลี่ยนแปลงท้ังเนื้อท้งั ตัว (Holistic Change)”
(ฐติ ิรตั น์ รกั ษาศร,ี 2562)
การเรยี นร้ดู ้วยเทคโนโลยีดจิ ทิ ัลนับไดว้ ่าเปน็ รูปแบบการเรียนรู้ทเ่ี หมาะกับคนร่นุ ใหม่ เพราะ
เป็นรปู แบบทส่ี ามารถนำเทคโนโลยีมาใชป้ ระโยชนก์ ับการเรียนการสอนทงั้ ในและนอกห้องเรยี น ทำให้
เกดิ รปู แบบการเรียนรู้ใหม่ อาทิ หลักสตู รออนไลนแ์ บบเปดิ สำหรับมวลชน (Massive Open Online
Courses : MOOCs) หรอื ช่องทางการเรียนรู้อ่ืน ๆ ไมว่ ่าจะเปน็ วีดทิ ศั น์ เกมคอมพิวเตอร์ ส่อื สงั คม
และ ส่อื ทางเสยี ง (OKMD, 2562) จึงเป็นโอกาสดีที่นักศึกษาจะสามารถเลือกรปู แบบการเรียนรู้ที่
เหมาะสมกบั ตนเองได้ จากการศึกษาของ จิรารตัน์ ประยรูวงษ์ (2562) พบวา่ การเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ
โดยใชเ้ ทคโนโลยสี ่ือดจิ ิทลั ทำให้ผเู้ รียนได้พฒั นาและมีความรู้ความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษ
สามารถใช้ในการศึกษาค้นควา้ หาความรู้และขอ้ มลู ต่าง ๆ ไดด้ ้วยตนเองในศตวรรษท่ี 21 และเกดิ
ทกั ษะการเรียนรตู้ ลอดชวี ติ ได้อย่างสมบรู ณ์และมีประสทิ ธภิ าพ
ดงั นั้น การจดั การเรยี นการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณาการดว้ ยเทคโนโลยดี จิ ทิ ัลและการฝึก
ปฏิบัตจิ ริง จงึ เป็นแนวคดิ น่าจะเหมาะสมสำหรบั การพัฒนาทกั ษะการส่ือสารภาษาองั กฤษของเยาวชน
ไทยในศตวรรษที่ 21 และสอดคล้องกับนโยบายปฏิรูปการศกึ ษายุทธศาสตร์ชาติด้านการพฒั นาและ
เสริมสร้างศักยภาพทรพั ยากรมนษุ ย์ของประเทศไทยในปจั จบุ ัน (ณัฏฐพล ทีปสวุ รรณ, 2562)1
คำสำคญั : ห่นุ ยนตป์ ญั ญาประดษิ ฐ์ การเรยี นการสอนภาษาองั กฤษ บรู ณาการ เทคโนโลยีดิจทิ ัล
การฝึกปฏิบัติจรงิ
1 https://www.kruwandee.com/news-id41124.html
ABSTRACT
Teaching and learning in the 21st century is not as focused on lecture notes as
in the past. Students must listen to the teacher and answer exactly as the teacher
teaches but emphasizes as the instructor is a coach or a facilitator is not a teacher that
teaches only and must be organized "Learning for change (Transformative Learning) is
learning to make changes within oneself, including worldview affective attributes,
cognitive attributes and behaviors (psychomotor attributes) is to change dramatically
complete in all aspects it is a change known as the Holistic Change” (Thitirat Raksasri,
2019).
Learning with digital technology is considered a learning style suitable for the
new generation. Because it is a model that can use technology to be useful in teaching
and learning both inside and outside the classroom. Result in new learning styles such
as massive open online courses (MOOCs) or other learning channels such as video,
computer games, social media and audio media (OKMD, 2019). It is therefore a good
opportunity for students to be able to choose a learning style that is suitable for
themselves. According to a study by Jiratan Prayaruwong (2019). It was found that
learning English using digital media technology allows learners to develop and develop
proficiency in English. It can be used to study and search for knowledge and information
by oneself in the 21st century and achieve complete and effective lifelong learning
skills. Therefore, teaching and learning English integrated with digital technology and
practical training it is a suitable idea for the development of English communication
skills of Thai youth in the 21st century and in line with the education reform policy,
the national strategy for the development and enhancement of human resource
capacity of Thailand at present (Nattaphon Teepsuwan, 2019).
Keywords: Artificial Intelligence, Robot Teaching English, Integrating, Digital Technology,
Practical Training
2
กิตติกรรมประกาศ
งานวิจัยฉบับนี้เสร็จสมบูรณ์ไปตามวัตถุประสงค์ของการศึกษาได้ด้วยดี ผู้วิจัยขอขอบพระคุณ
อย่างสูงต่อคณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และคณะผู้บริหารของคณะ
บริหารธุรกจิ รวมถงึ ฝา่ ยวิจยั และพัฒนา ทีไ่ ดเ้ สียสละเวลาอนั มคี า่ เพ่ือให้คำแนะนำ ติดตามความคืบหน้า
ในการทำรายงานวิจัยฉบับนี้จนลุล่วง พร้อมกับให้กำลังใจที่ดีตลอดมา ตลอดจนตัวแทนเจ้าหน้าท่ี
เจา้ หน้าทีร่ ะดับสูง คณะผ้วู จิ ัยรสู้ ึกซาบซึง้ และขอขอบพระคุณทุกท่านไว้ ณ ทีน่ ้ดี ้วย
คณะผ้วู จิ ัยหวงั วา่ งานวจิ ัยฉบบั นีจ้ ะเป็นแนวทางหน่ึงที่เป็นประโยชน์ต่อผวู้ างแผนนโยบายด้าน
การศึกษาของประเทศไทยในอนาคต
นายเกยี รตศิ ักด์ิ ลาภพาณชิ ยกุล
หวั หน้าโครงการวจิ ัย
สารบญั หนา้
บทคัดย่อ 1-1
Abstract 1-1
กติ ติกรรมประกาศ 1-2
สารบญั 1-2
บทที่ 1 บทนำ 1-4
1-4
1.1 ความเปน็ มาและความสำคญั ของปัญหา 1-7
1.2 วัตถุประสงค์ของการวจิ ัย 2-1
1.3 ขอบเขตของการวิจยั 2-1
1.4 ประโยชนข์ องการวจิ ัย 2-10
1.5 กรอบแนวคดิ ในการศึกษาวจิ ัย 3-1
1.6 นิยามศพั ท์ 3-1
บทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎี และทบทวนวรรณกรรม 3-2
2.1 แนวคดิ 3-3
2.2 ทฤษฎี 3-4
บทที่ 3 ระเบยี บวิธีวิจัย 3-5
3.1 ขัน้ ตอนการดำเนนิ การวิจยั 4-1
3.2 เคร่ืองมือการวจิ ยั 4-1
3.3 การออกแบบหนุ่ ยนต์ 4-2
3.4 การวิเคราะหข์ ้อมลู 5-1
3.4 การพทิ ักษส์ ทิ ธผิ ูใ้ ห้ข้อมลู และบทบาทผู้วจิ ยั 5-1
บทที่ 4 ผลการวเิ คราะห์ข้อมูลและอภปิ รายผล
4.1 ผลการวเิ คราะห์ข้อมูลเชิงคณุ ภาพ
4.2 การถ่ายทอดองค์ความรู้ผลงาน
บทท่ี 5 สรุปผล อภิปราย และข้อเสนอแนะ
5.1 สรปุ ผลการวิจยั
สารบัญ หน้า
5.2 การถา่ ยทอดองค์ความร้ผู ลงาน 5-2
5.3 อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ 5-3
เอกสารอ้างอิง
ภาคผนวก
ก. การถา่ ยทอดองค์ความรู้ผลงาน
ข. การถ่ายทอดองค์ความรผู้ ลงาน
2
บทที่ 1
บทนำ
1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของปญั หา
ตลอดหลายปที ผี่ า่ นมาหนุ่ ยนต์ไดถ้ กู พฒั นาขึน้ อย่างตอ่ เน่ือง โดยได้เข้ามาทำหนา้ ท่ีหลาย
อย่างเพอ่ื ตอบสนองความต้องการและเพ่ิมความสะดวกสะบายใหแ้ ก่มนุษย์ท้งั ในภาคอุตสาหกรรมและ
ภาคครัวเรือน จากการศึกษาของบริษัท Tractica ของสหรัฐอเมริกา พบว่า จำนวนหุ่นยนต์ที่ผลิตจะ
เพมิ่ ข้ึนจาก 8.8 ล้านยูนติ ในปี 2015 เป็น 61.4 ลา้ นยูนติ ในปี 2020 โดย มากกว่าคร่ึงมาจากหุ่นยนต์
สำหรับผู้บริโภคในครัวเรือน (สวทช., 2560)2 [1] นอกเหนือจากหุ่นยนต์เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ก็
เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ได้ถกู พัฒนาและนำเข้ามาประยุกต์ใช้อย่างกวา้ งขวางในปัจจบุ ัน ปัญญาประดิษฐ์เป็น
ศาสตร์ทีใ่ ช้ความรู้ทางดา้ นวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ท่ีเก่ยี วข้องทางทฤษฏีและปฏิบัติของการพัฒนา
ระบบที่มีความฉลาดคล้ายคลึงกับมนุษย์ เช่น การเข้าใจ (Perception) การประมวลผล
ภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing) การแก้ปัญหาและวางแผน (Problem Solving
and Planning) การเรียนรู้และการปรับตัว (Learning and Adaptation) และการทำงานกับ
สภาพแวดล้อม (Acting on the Environment) (Tecuci, 2012)3 [2] หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์
ได้ถูกนำมาวิจัยและพัฒนาร่วมกันเพื่อสร้างนวตั กรรมใหม่ที่มีประโยชน์ในด้านต่าง ๆ รวมถึงทางด้าน
การศึกษา Li และคณะ (2017) ได้พัฒนาระบบปฏิสัมพันธ์ผ่านทางการพูดสำหรับหุ่นยนต์เพื่อใช้ใน
การสอนบทกวีจีนสมัยโบราณ4 [3] โดยสร้างระบบการรู้จำเสียงพูด (Speech Recognition) โดยใช้
ฐานข้อมูลสำหรับการออกเสียงด้วย Sphinx และสร้างการสังเคราะห์เสียงพูด (Speech Synthesis)
ด้วย Ekho จากผลการทดลองพบว่าระบบที่พัฒนาขึ้นช่วยเพิ่มผลการเรียนรู้แก่ผู้เรียน Wistort และ
Breazeal (2009) ได้พัฒนาห่นุ ยนต์ TOFU เพื่อนำมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอนโดยเน้นเรอื่ งการเล่า
เรื่องและการแสดงออกทางศิลปะ โดยหุ่นยนต์สามารถเคลื่อนไหวได้เองหรือถูกควบคุมผ่านทางก้าน
2 https://waa.inter.nstda.or.th/prs/pub/20171025-Robot-Whitepaper-final%20-%20Cover%20v2.pdf
3 Tecuci, G. (2012). Artificial intelligence. Wiley Interdisciplinary Reviews: Computational Statistics. 4.
10.1002/wics.200.
4 Li, Z., He, B., Yu, X., and Hu, R. (2017). Speech interaction of educational robot based on Ekho and
Sphinx. in the Proceedings of the 2017 International Conference on Education and Multimedia
Technology, Singapore. pp. 14-20. 10.1145/3124116.3124119.
ควบคุม5 [4] หุ่นยนต์ NAO ได้ถูกพัฒนาเพื่อนำมาเล่นเกมส์แข่งกับนักเรียนเพื่อช่วยในการจดจำ
คำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก (Meiirbekov et al., 2016)6 [5] เมื่อนำ NAO ไปทดลองกับเด็ก
นักเรียนชั้นประถมศึกษาจำนวน 22 คน พบว่าเด็กนักเรียนสามารถเพิ่มความสามารถในการจำ
คำศัพท์ได้ดีขึ้น โดยสามารถจำคำศัพท์ได้เฉลี่ยท่ี 3.5 คำ ทำให้สามารถสรุปได้ว่าการนำหุ่นยนต์และ
ปัญญาประดิษฐ์มาบูรณาการกับการเรียนการสอนนั้น ช่วยส่งผลให้ผู้เรียนสามารถเพิ่มความรู้ได้ดี
ยิง่ ข้นึ
ดังนั้นผู้วิจัยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์มาเป็นสื่ออย่างหนึ่งของ
การเรยี นการสอนนอกเหนือจาก หลักสตู รออนไลน์แบบเปดิ สำหรบั มวลชน (Massive Open Online
Courses : MOOCs), วีดิทัศน์ เกมคอมพิวเตอร์ สื่อสังคม youtube website e-learning และ สื่อ
ทางเสียง (OKMD, 2562) ต่าง ๆ เนื่องจากเทคโนโลยีหุ่นยนต์สามารถพัฒนาให้สามารถโต้ตอบกับ
ผเู้ รียนในแบบ Active to Active และก่อใหเ้ กดิ การดึงดูดความสนใจของผเู้ รียนต่อการเรยี นรู้เพ่ิมมาก
ยิง่ ขึ้น และในอนาคตอันใกลน้ ้ี เทคโนโลยหี ่นุ ยนต์สามารถท่ีจะเขยี นโปรแกรมทำให้เกิดการเรียนรู้ของ
เครื่อง (Machine Learning) เพื่อต่อยอดในรูปแบบของหุ่นยนต์อัจฉริยะ ที่สามารถบริหารจัดการ
บทเรียนให้สอดคล้องกับผู้เรียนแต่ละคนได้ดว้ ยตัวของเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ในการพัฒนาศักยภาพด้าน
การสื่อสารภาษาอังกฤษของบัณทิตมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ผ่านการเรียนการสอนแบบ
บูรณาการดว้ ยเทคโนโลยดี จิ ิทัลและการฝึกปฏิบัติจริง
1.2 วัตถปุ ระสงคข์ องการวิจัย
1.2.1 เพื่อพัฒนาหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณา
การด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและการฝึกปฏิบัติจริง เพื่อการพัฒนาทักษะและศักยภาพของบัณทิตราช
มงคลในยุคไทยแลนด์ 4.0
1.3 ขอบเขตการวิจัย
1.3.1 การศึกษาเรื่อง “การพัฒนาหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการเรียนการสอน
ภาษาอังกฤษแบบบูรณาการดว้ ยเทคโนโลยีดิจิทัลและการฝึกปฏิบัติจริงสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคล” โดยเก็บรวบรวมข้อมลู โดยใชว้ ธิ ีการแบบผสม (mixed method) สำหรับข้อมูล
5 Wistort, R. and Breazeal, C. (2009). TOFU: a socially expressive robot character for child interaction. pp. 292-293.
10.1145/1551788.1551862.
6 Meiirbekov, S., Balkibekov, K., Jalankuzov, Z. and Sandygulova, A. (2016). “You win, I lose”: Towards adapting robot's teaching strategy.
pp. 475-476. 10.1109/HRI.2016.7451813.
หน้าท่ี 1-2
ในเชิงปริมาณทำการศึกษาโดยการการวิเคราะห์การถดถอยพหุ (Multiple Regression Analysis)
สำหรับข้อมูลในเชิงคุณภาพทำการศึกษาโดยวิจัยเอกสาร (documentary research) และการ
สัมภาษณ์เชิงลึก (in-depth interview technique) ซึ่งคณะผู้วิจัยได้กำหนดขอบเขตของการวิจัยไว้
ดงั นี้ ขอบเขตดา้ นเนื้อหา ขอบเขตของตัวแปร ขอบเขตดา้ นประชากร และขอบเขตด้านเวลา
1.3.2 ขอบเขตด้านประชากร
1) การสัมภาษณ์เชิงลึก เป็นการซักถามพูดคุยกันระหว่างผู้สัมภาษณ์และผู้ให้
สัมภาษณ์ เป็นการถามเจาะลึกคำตอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้ได้ข้อมูลมาพัฒนาหุ่นยนต์
ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณาการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและ
การฝึกปฏิบัติจริง โดยสร้างการเรียนรู้ให้สนุกสำหรับนักศึกษาสายสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยรี าชมงคล
2) แบบสอบถาม การวิจัยในส่วนของการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณ คณะผู้วิจัย
จะใช้แบบสอบถามซึ่งเป็นทั้งคำถามปลายปิดและปลายเปิดสำหรับทักษะ การฟัง การพูด และการ
อ่าน รวมถึงการสัมภาษณ์เพื่อเก็บคะแนนลงในแบบสอบถามสำหรับทักษะการพูด เป็นเครื่องมือใน
การเก็บรวบรวมขอ้ มลู แลว้ นำมาวิเคราะห์โดยใช้สถิตเิ ชิงพรรณนาและสถิติ เครื่องมือทางสถิติท่ีนำมา
วิเคราะห์ข้อมูลในการศึกษาวิจัยครั้งน้ี คณะผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา
(descriptive statistic) ไดแ้ ก่ ค่ารอ้ ยละ (percentage) คา่ ความถี่ (frequency) คา่ เฉล่ีย (average)
และสว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน (standard deviation) และสถติ อิ ้างองิ (inferential statistics)
3) การสงั เกต การเฝ้าดูสง่ิ ทเี่ กิดข้ึนอย่างใส่ใจและมีระเบียบวธิ ี เพ่อื วิเคราะห์หรือหา
ความสมั พันธ์ของสง่ิ ที่เกดิ ขึน้ น้นั กับสิง่ อ่ืน (สุภางค์ จันทวานชิ , 2549: 45) ในการศึกษาครงั้ น้ีจะใช้การ
สังเกตุแบบไม่มีส่วนร่วม (Non-Participant Observation) คือ การสังเกตที่ผู้วิจัยเฝ้าสังเกตอยู่วง
นอก ไม่เข้าไปร่วมในกจิ กรรมที่ทำอยู่ ซึ่งมีข้อดีที่เหมาะสมกับการเก็บขอ้ มูลในโครงการวิจัยน้ี คือ ทำ
ได้ง่าย ไม่ต้องเสียเวลาให้ได้รับการยอมรับจากกลุ่มศึกษา เพราะมีบทบาทเป็นคนนอก ทำให้มีโอกาส
เกิดอารมณ์ร่วมน้อย เก็บข้อมูลในระยะเวลาสั้นและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อยกว่าวิธีการสังเกตแบบมี
ส่วนร่วม แต่มีข้อจำกัดที่ต้องพึงระวังคื อข้อจำกัดของวิธีการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม ถ้าผู้สังเกตรู้ว่า
ถูกสังเกต อาจทำให้ไม่แสดงพฤติกรรมที่เป็นธรรมชาตอิ อกมาได้ ดังนั้นคณะวิจัยจึงต้องระมดั ระวังใน
การเกบ็ ขอ้ มลู และแปรผลข้อมูล
1.3.3 ขอบเขตดา้ นเวลา
1) ขอ้ มลู ทุตยิ ภมู ิ (วจิ ยั เชงิ ปริมาณ) ใชข้ อ้ มลู รายเดือน ระหว่างปี พ.ศ. 2555 - 2564
2) ข้อมูลปฐมภูมิ (วิจัยเชิงคุณภาพ) ใช้การออกแบบสอบถามและการสัมภาษณ์เชิง
ลกึ ในปี พ.ศ. 2564
หนา้ ท่ี 1-3
1.4 ประโยชนข์ องการวิจัย
ผลการศึกษาเรื่อง “ทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษของบัณฑิตมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
ราชมงคลกับการเปลีย่ นแปลงของตลาดแรงงานไทยในยุคเศรษฐกจิ ดิจิทลั ” ในคร้งั นี้ จะนำไปเผยแพร่
ในวารสาร ซ่งึ จะเป็นประโยชนอ์ ยา่ งยงิ่ ต่อ
1.4.1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่ง จะทราบถึงความสัมพันธ์ของทักษะการ
สื่อสารภาษาอังกฤษของบัณฑิตมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกับการเปลี่ยนแปลงของ
ตลาดแรงงานไทยในยุคเศรษฐกิจดิจทิ ลั และสามารถนำไปใชใ้ นการวางแผนเชิงนโยบาย
1.4.2 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วจิ ยั และนวตั กรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช
มงคลทงั้ 9 แห่ง สถาบนั การศกึ ษาอนื่ ๆ ภาคเอกชน และองคก์ รในการพัฒนาแรงงาน รวมถึงแรงงาน
และผูป้ ระกอบการไทยในยุค 4.0 สามารถนำข้อมลู ไปใช้ในวางแผนในการพฒั นาศักยภาพของแรงงาน
และผู้ประกอบการในด้านทักษะภาษาอังกฤษ ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในยุค
ดจิ ทิ ัล
1.4.3 รัฐบาลไทยสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ
แรงงานไทยประเทศในเวทโี ลก และการพัฒนากำลงั คนสูต่ ลาดแรงงานอย่างมีประสิทธภิ าพและอย่าง
ย่งั ยนื
1.5 กรอบแนวคดิ ในการศกึ ษาวจิ ัย
โครงการวิจัยนี้มีกรอบแนวคิดการวิจัยท่ีเป็นแผนผังภาพแสดงถึงเป้าหมายและตัวช้ีวัด
ของชุดโครงการ และมีการแสดงความเชื่อมโยงโครงการย่อยภายในชุดเพื่อตอบเป้าใหญ่ร่วมกัน
หน้าท่ี 1-4
ภาพที่ 1-1 กรอบแนวคิดการวิจัย
หนา้ ท่ี 1-5
แผนงานวิจัย เรื่อง “การพัฒนาศักยภาพด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษของนักศึกษา
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลผ่านการเรียนการสอนแบบบูรณาการด้วยเทคโนโลยีดจิ ิทัลและการ
ฝกึ ปฏิบัตจิ ริง” น้ี ทางคณะผู้วิจัยไดว้ างแผนทีจ่ ะทำการวิจัยในประเด็นดังต่อไปนี้
1.5.1 โครงการวิจยั ต้นนำ้
1) วิเคราะห์ความต้องการของตลาดแรงงานบัณฑิตมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช
มงคลในยคุ เศรษฐกิจดิจทิ ัล (ปงี บประมาณ 2564)
เพื่อนำข้อมูลจากผลการวิจัยไปออกแบบการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษแบบ
บูรณาการดว้ ยเทคโนโลยีดจิ ทิ ลั และการฝึกปฏบิ ตั ิจริง โดยการสร้างการเรียนร้ใู หส้ นกุ สำหรับนักศึกษา
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับการเรียนการสอน
ภาษาองั กฤษแบบบูรณาการด้วยการฝกึ ปฏิบตั ิจริงสำหรบั นักศึกษามหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคล
1.5.2 โครงการวิจยั กลางน้ำ
2) การเรียนการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณาการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและการฝึก
ปฏิบัติจริง โดยการสร้างการเรียนรู้ให้สนุกสำหรับนักศึกษาสายสังคมศาสตร์ของมหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคล (ปีงบประมาณ 2564-2565)
3) การเรียนการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณาการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและการฝึก
ปฏิบัติจริง โดยการสร้างการเรียนรู้ให้สนุกสำหรับนักศึกษาสายวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคล (ปีงบประมาณ 2564-2565)
4) การพัฒนาหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษแบบ
บูรณาการด้วยเทคโนโลยีดจิ ทิ ลั และการฝกึ ปฏิบตั จิ รงิ (ปงี บประมาณ 2564-2565)
5) การพฒั นาแอปพลิเคชัน 3 มติ ิ สำหรบั การเรยี นการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณา
การดว้ ยเทคโนโลยดี ิจิทัลและการฝกึ ปฏบิ ัติจริง (ปีงบประมาณ 2564-2565)
6) ห้องฝึกปฏิบัติการและศูนย์การเรียนรู้การเรียนการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณา
การดว้ ยเทคโนโลยีดจิ ทิ ลั และการฝกึ ปฏบิ ัติจริง (ปงี บประมาณ 2564-2565)
โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากผลการวิจัยในชุดโครงการนี้ไปวิเคราะห์ศักยภาพของ
อาจารย์ผู้สอน ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ และสร้างศูนย์การเรียนรู้ของการจัดการเรียนการสอน
ภาษาอังกฤษแบบบูรณาการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและการฝึกปฏิบัติจริงของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
ราชมงคล ในชุดโครงการวิจยั ท่ี 7
หน้าที่ 1-6
1.5.3 โครงการวิจยั ปลายน้ำ
7) การวิเคราะห์ศักยภาพของอาจารย์ผู้สอนและความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของ
การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณาการดว้ ยเทคโนโลยีดิจิทัลและการฝึกปฏิบัติจริงของ
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคล (ปีงบประมาณ 2565)
1.6 นิยามศัพท์
1.6.1 ปัญญาประดิษฐ์ เป็นนวัตกรรม และสถาปัตยกรรมแนวใหม่ ในการทำให้หุ่นยนต์มี
ความฉลาดเหมือนกับ หรอื เทียบเท่ากับมนุษย์ มีความสามารถในการเรยี นรู้ในส่ิงตา่ ง ๆ เรียนรู้ถึงเหตุ
และผล มคี วามสามารถในการใชภ้ าษา และมคี วามสามารถในการมีความคิดสร้างสรรค์
1.6.2 การเรียนการสอนภาษาอังกฤษ หมายถึง การสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองหรือ
ภาษาต่างประเทศ (English as a Second Language or English as a Foreign Language) ท่ีทั่ว
โลก ให้ความสำคัญเกี่ยวกับสมรรถนะทางด้านการสื่อสาร (Communicative Competency) การ
จัดการเรียนการสอนจะมุ่งเน้นให้ ผู้เรียนภาษาสามารถใช้ภาษาสื่อสารในสังคมโลกได้จริง พัฒนา
ผู้เรียนภาษาให้มีความรู้หลักภาษา (Form) ควบคู่กับการใช้ภาษาสื่อสาร (Use) ได้อย่างเหมาะสมกับ
บริบทต่าง ๆ ผ่านกิจกรรม ต่าง ๆ อาทิ การเล่นเกมส์ การฝึกสนทนากับอาจารย์ การฝึกสนทนากับ
เพื่อน การฝึกสนทนากับหุ่นยนต์ การเรียนรู้ภาษาอังกฤษมีความจำเป็นในสังคมปัจจุบัน ที่ต้องการ
พัฒนาคนไทยใหม้ ีทักษะ ภาษาองั กฤษในระดบั ส่ือสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เปน็ ทรัพยากรสำคัญต่อ
การพัฒนาประเทศ สอดรบั กับแนวคดิ การพฒั นาประเทศในยุค Thailand 4.0
1.6.3 การสื่อสารแบบบูรณาการ หมายถึง กระบวนการพัฒนาทักษะทางด้านการสื่อสารที่
ต้องใช้การสื่อสารหลายรูปแบบกับกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง สำหรับโครงการนี้หมายถึง การที่
นกั ศึกษาสามารถสอื่ สารได้ครบทกุ ทักษะ คือ พดู ฟงั อ่าน และ เขียน
1.6.4 เทคโนโลยดี ิจทิ ลั หมายถงึ การนำเทคโนโลยีดิจทิ ลั มาใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งสร้างสรรค์และ
เต็มศกั ยภาพในการพัฒนาการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณาการด้วยเทคโนโลยีดิจิทลั และการ
ฝึกปฏิบัติจริง โดยสร้างการเรียนรู้ให้สนุกสำหรับนักศึกษาสายสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
ราชมงคล
1.6.5 การฝึกปฏิบัติจริง หมายถึง การฝึกปฏิบัติจริง หมายถึง การสอนที่มุ่งจัดกิจกรรมที่
สอดคล้องกับการดำรงชีวิต เหมาะสมกับความสามารถ และความสนใจของนักศึกษา โดยให้ผู้เรียนมี
ส่วนรว่ ม และลงมือปฏิบตั จิ รงิ ทกุ ขั้นตอนจนเกิดการเรียนรูด้ ว้ ยตนเองจากสถานการณ์จริง
หนา้ ท่ี 1-7
บทท่ี 2
แนวคิด ทฤษฏี และทบทวนวรรณกรรม
การวิจัยเรอ่ื ง “การพฒั นาหนุ่ ยนต์ปัญญาประดษิ ฐส์ ำหรับการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษแบบ
บูรณาการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและการฝึกปฏิบัติจริงสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช
มงคล” ผู้วิจัยไดค้ น้ ควา้ แนวความคดิ ทฤษฎี เอกสาร และงานวิจยั ที่เกี่ยวข้อง เพอ่ื นำมาประกอบการ
สร้างเครื่องมือวิจัย ประกอบการสนับสนุนผลการวิจัย และประกอบการนำเสนอผลการวิจัยไปใช้
ประโยชน์ เพื่อใหบ้ รรลุวัตถปุ ระสงค์ของการวิจยั ทไ่ี ดก้ ำหนดไว้ ดงั ตอ่ ไปน้ี
2.1 แนวคิด
2.1.1 การสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร
จุดมุ่งหมายของวิธีสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารมุ่งใหผ้ ู้เรียนใช้ภาษาที่เรียนใน
การสื่อสารทำความเข้าใจระหวา่ งกัน สมุ ติ รา องั วฒั นกลุ (2540 : 17–21) กล่าวถึงการสอนภาษาเพื่อ
การสื่อสาร ว่าการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารเป็นแนวคิดที่เกิดจากความตระหนักถึงความจริงที่ว่า
ความรู้ความสามารถทางด้านศัพท์ ไวยากรณ์ และโครงสร้างทางภาษาเพยี งอยา่ งเดียว ไม่สามารถช่วย
ให้ผู้เรียนใช้ภาษาที่เรยี นได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมในการสื่อสารกับผู้อื่น การใช้ภาษาเพื่อ
การสื่อสารเป็นการใช้ภาษาระหว่างผู้รับสารและผู้ส่งสาร ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับว่าวิธีสอนที่ทำให้
ผู้เรียนสามารถนำภาษาไปใช้ในการสื่อสารได้จริง (Actual Communication) ได้แก่ วิธีการสอนตาม
แนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร (The Communicative Approach) เนื่องจากจุดมุ่งหมายหลัก
ของวิธีการสอนดังกล่าวเน้นความสามารถในการสื่อสาร (Communicative Competence) ของ
ผ้เู รียน
ธูปทอง กว้างสวาสด์ิ (2544 : 24-30) ได้สรุปไว้ว่ากิจกรรมการเรียนการสอนตาม
แนวสื่อสารมีกิจกรรมที่หลากหลาย แต่กิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจ คือการสอนภาษาที่สองของ บิลาช
Bilash’s Second Language Instructional Model หรือ B-SLIM Model ซึ่งอธิบายขั้นทำความ
เข้าใจตัวป้อนหรือข้อความรู้ใหม่ (Comprehensible Input) เอาไว้ว่า ครูต้องอธิบายความรู้ใหม่
ข้อมูลหรือตัวป้อนใหม่ โดยตั้งอยู่บนฐานความรูเ้ ดิมของผูเ้ รยี น ครูสามารถให้ตัวป้อนเหล่าน้ี ในการที่
นกั เรียนจะเขา้ ใจหรือเกิดการเรียนรู้ โดยการขยายความ อธิบายเพ่มิ เติม บิลาช ได้จำแนกตัวป้อนด้าน
ความรู้ออกเปน็ 9 ชนดิ ดงั นี้
1) การรับรู้ภาษา (Language Awareness) บิลาชและทูลาซิวิคซ์ กล่าวถึงการรับรู้
ทางภาษาว่า การรบั รภู้ าษาเกย่ี วขอ้ งกับเรือ่ งต่อไปน้ี
- ทกั ษะทางภาษา
- ทศั นคติ
- การเรยี นรู้และการใชภ้ าษา
สิ่งเหล่านี้ผู้สอนต้องบูรณาการเข้าในกิจกรรมการเรียนการสอน และสอนแบบ
ผ้เู รียนเปน็ ศูนยก์ ลางและข้ึนอยกู่ บั ความพรอ้ มของผูเ้ รียน
2) การออกเสียง (Pronunciation) เป็นส่วนสำคัญของการพูด และเปน็ ทกั ษะท่ียาก
สำหรับผู้เรียนภาษาต่างประเทศ ก่อนที่ผู้เรียนจะสามารถพูดได้เป็นประโยค เขาต้องออกเสียงคำได้
กอ่ น การออกเสียงควรเน้นความคล่องและจงั หวะ การขน้ึ เสียงสูงตำ่ ตามบรบิ ทและสถานการณ์
3) ศัพท์ (Vocabulary) สามารถแยกออกเป็น 2 ชนิด คือ Active Vocabulary
หมายถึง คำศัพท์ที่ผู้เรียนเข้าใจความหมายออกเสียงได้ถูกต้องและใช้การพูดและเขียนได้ Passive
Vocabulary หมายถึง คำศัพท์ที่ผู้เรียนรู้ความหมายและเข้าใจเมื่อพบคำนั้น ในรูปประโยคหรือ
ข้อความ แต่ไม่สามารถใช้พูดและเขียนได้ คำศัพท์ในการสอนแต่ละครั้งต้องไม่มากหรือน้อยเกินไป
และตอ้ งสอนจากศัพทท์ ่ีใกลต้ ัว หรอื คำศัพทเ์ พ่ือการดำรงชวี ิต (Survival Vocabulary) หมายถึง ศพั ท์
ทีผ่ ู้เรียนใชส้ อื่ สารในชีวิตประจำวนั เชน่ ศพั ท์เกย่ี วกับ สัตว์ คำถาม คำทกั ทาย
4) ไวยากรณ์ (Grammar) การสอนหลักไวยากรณ์ในปัจจุบันมีแนวโน้มจะยึด
หลักการสอนตามแนวสือ่ สาร สามารถสอนได้ 2 วิธี คอื
4.1) การสอนแบบอุปนัย คือ การสอนโดยใช้กิจกรรมต่าง ๆ ขึ้นมาก่อนแล้วครู
และนกั เรยี นชว่ ยกนั สรปุ กฎเกณฑ์
4.2) การสอนแบบนิรนัย คือ การสอนที่เริ่มจากกฎเกณฑ์ แล้วจึงฝึกการใช้
กฎเกณฑ์ โดยใชก้ ิจกรรมต่าง ๆ หรือใหท้ ำแบบฝึกหดั เพอื่ ใหส้ นองวิธีการเรียนรูข้ องนักเรยี น ครูต้องให้
ตวั อย่างเพยี งพอ และสาธติ การใชจ้ นผเู้ รยี นรแู้ ละผสู้ อนตอ้ งแม่นกฎเกณฑ์กอ่ นท่จี ะสอนนักเรียน
5) สถานการณ์และความคล่องแคล่ว (Situation/Fluency) การเรียนรู้ภาษาที่สอง
(Second Language-SL) และภาษาต่างประเทศ (Foreign Language FL) หมายถึง การพัฒนา
ความสามารถในการใชภ้ าษาได้หลากหลายตามบรบิ ทและสถานการณ์ได้อยา่ งคลอ่ งแคลว่
6 วัฒนธรรม (Culture) วัฒนธรรมสามารถแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ซีใหญ่ (Big “C”)
หมายถึง ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ วรรณคดี ศิลปะดนตรี และซีเล็ก (Small “c”) หมายถึง
ขนบธรรมเนียมประเพณี ลักษณะนิสัย การแต่งกาย อาหาร การใช้เวลาว่าง การเรียน
ภาษาต่างประเทศ คือการเรียนวัฒนธรรมต่างประเทศ ซึ่งไม่สามารถแยกภาษาออกจากวัฒนธรรมได้
หนา้ ท่ี 2-2
การสอนวฒั นธรรม ครูควรสอนในรปู ของกระบวนการพบปะสังสรรค์ มากกว่าทจ่ี ะบอกใหร้ ู้ข้อเท็จจริง
ทางวัฒนธรรม ครตู ้องจดั กิจกรรมเพ่ือช่วยให้ผ้เู รยี นเขา้ ใจวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
7) กลวิธีการเรียนรู้ (Learning Strategy) กลวิธีการเรียนรู้ หมายถึง การกระทำ
พฤติกรรม ขั้นตอน และเทคนิคเฉพาะในการเรียนภาษาที่สองและภาษาต่างประเทศ เช่น การหา
ผชู้ ว่ ยในการฝกึ การสนทนาเพอื่ พฒั นาทักษะพูด การใชเ้ ทคนคิ ปรบั ปรุงปัญหาในการเรียนภาษาของตัว
ผู้เรียนเอง ซึ่งมีวิธีการเรียนที่ต่างกัน กลวิธีการเรียนมีความสำคัญเพราะเป็นเครื่องมือสำหรับการใช้
ภาษาในการปฏิสัมพันธ์ การจะเลือกเทคนิคที่มีความคล้ายคลึงกัน และเลือกซ้ำบ่อยครั้ง จะใช้ภาษา
ในการสื่อสารได้ไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้นครูจำเป็นต้องรู้และเข้าใจถึงกลวิธีที่หลากหลายและประสบ
ผลสำเรจ็ ซึง่ จะส่งผลให้ผเู้ รยี นเรียนรู้ได้ดว้ ยตนเอง
8) ทัศนคติ (Attitude) เป็นองค์ประกอบที่บ่งบอกถึงความเชื่อว่าผูเ้ รียนมีทัศนคติท่ี
แตกต่างต่อสิ่งต่อไปน้ี คือ ภาษาเป้าหมาย (Target Language) ผู้พูดภาษาเป้าหมาย (Target
Language Speaker) ค่านิยมสังคมทางการเรียนภาษาเป้าหมาย ทัศนคติเหล่านี้มีผลต่อความสำเร็จ
ทางการเรียนภาษาที่สอง การมีทัศนคติด้านบวกต่อภาษาเป้าหมาย และวัฒนธรรมของภาษานั้นมี
ความสำคัญต่อผู้เรียน เพราะทัศนคติบวกย่อมเป็นสิ่งเร้าให้ผู้เรียนอยากปฏิสัมพันธ์กับเจ้าของภาษา
นอกจากนั้น ทัศนคติด้านบวกยังส่งผลให้ผู้เรียนเลือกใช้กลวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลาย อันจะช่วยให้
ผู้เรียนพัฒนาการเรียนรู้ด้านการฟัง อ่าน และเขียนได้อย่างรวดเร็ว จะเห็นได้วา่ ทัศนคติสำคัญมากใน
การเรียนภาษาท่ีสอง ครูควรจำไว้เสมอวา่ การแก้ไขทศั นคติน้ัน ไม่สามารถทำได้ในเวลาอันสั้น ต้องใช้
เวลาและเทคนิคทีห่ ลากหลาย
9) ทักษะ (Skill) หมายถงึ ทักษะฟงั พูด อา่ น และเขียน และยงั รวมไปถงึ ทักษะอ่ืนๆ
เช่น ทักษะการแก้ปญั หา การคน้ ควา้ วิจัย การหาความรู้ดว้ ยตนเอง การเรียนรว่ มกบั ผอู้ ่นื
9.1) ทกั ษะการฟัง (Listening) ทักษะการฟงั ถือวา่ เปน็ ทักษะแรกในการส่ือสาร
ถา้ ฟังไมร่ ู้เรือ่ งก็จะไม่สามารถพูดโตต้ อบได้ ดงั นั้นครจู ำเปน็ ต้องออกแบบกจิ กรรมเพ่ือส่งเสริมทักษะฟัง
นูนันและแลมป์ แนะนำว่าสิ่งสำคัญที่ครูจำเป็นต้องรู้ก่อนที่จะเตรียมกิจกรรม คือ การสอนทักษะฟัง
ควรคำนึงถึงสถานการณ์หรือบริบท กล่าวคือ เลือกเนื้อหา ครูควรออกแบบกิจกรรมฝึกการฟังท่ี
หลากหลายและน่าสนใจ เช่น ครใู หน้ กั เรียนฟงั เทปแลว้ วาดภาพ เปน็ ตน้
9.2 ทักษะการพูด (Speaking) ในการออกแบบกจิ กรรมเพ่ือเสริมทกั ษะพูด ครู
ต้องดูว่ากิจกรรมนั้นต้องเริ่มจากง่ายไปหายาก โดยเริ่มจากกิจกรรมที่ครูควบคุม ให้ความช่วยเหลือ
พร้อมทั้งมีรูปแบบและตัวอย่างให้นักเรียน กิจกรรมเหล่านี้ เรียกว่า กิจกรรมภายใต้การควบคุม
(Conversation) เช่น ในช่วง Intake-Using It ก่อนที่ครูจะให้นักเรียนฝึกสนทนาครูต้องมีแบบการ
สนทนา (Conversation Matrix) หรือ Dialogue ให้นักเรียนหลังจากนั้นจึงให้นักเรียนทำกิจกรรมที่
หนา้ ที่ 2-3
ยากขึ้น เช่น บทบาทสมมุติ การเลียนแบบการอภิปราย ในช่วง Intake-Using It การออกแบบ
กิจกรรมจากง่ายไปหายากเป็นการลดความวติ กกงั วล (Anxiety) ของผู้เรยี น
9.3) ทกั ษะการอ่าน (Reading) ก่อนทจี่ ะลงมือปฏิบัติกิจกรรมที่เกี่ยวกับทักษะ
การอ่าน ครูต้องจัดกิจกรรมก่อนการอ่าน (Preceding Activity) เช่นการพูดคุยหรืออภิปราย
ประสบการณ์หรือเรื่องราวที่สัมพันธ์กับเรื่องที่จะอ่าน หลังจากนั้นเป็นการแจ้งจดุ ประสงค์การอ่านวา่
หลังจากการอ่านแล้วนักเรียนต้องได้อะไรบ้าง เช่น ตอบคำถาม อภิปรายกับเรื่องที่อ่าน สิ่งท่ีสำคัญ
ที่สุดคือ ครูต้องแนะนำคำศัพท์หรือโครงสร้างใหม่ก่อนที่จะให้นักเรียนทำกิจกรรม กิจกรรมสำหรับ
พัฒนาทกั ษะการอ่านจัดได้ทั้งกิจกรรมเด่ยี ว คู่ กลมุ่ ทัง้ ชั้น ขนึ้ อย่กู บั ความยากง่ายของเนื้อหาทอี่ ่าน
9.4) ทักษะการเขียน (Writing) บิลาชย้ำว่า ทักษะการเขียนเป็นกุญแจดอก
สำคัญทจ่ี ะทำใหผ้ ู้เรยี นประสบผลสำเร็จในการเรียนภาษาทส่ี อง การเรียนรู้การเขยี นไม่ใช่ท่ีเกิดได้โดย
ธรรมชาติ เหมือนการพูดสิ่งที่พูดบางครั้งผู้เรียนไม่สามารถเขียนได้ บิลาชได้ออกแบบการสอนเขียน
เรยี กว่า แบบ (Form) เทคนิค “แบบ” นี้ บลิ าชออกแบบจากงา่ ยไปหายากเพ่ือลดสงิ่ ที่เปน็ อุปสรรคใน
การเรยี นรู้ (Affective Filter) ซง่ึ ได้แก่ เจตคติ แรงจงู ใจ ความวิตกกังวล
2.1.2 การเรยี นรูย้ ุคดจิ ทิ ัล
อติพร เกิดเรือง (2017)7 [1] ได้อธิบายว่า ในอดีตการเรียนรู้จะเกิดจากครู
อาจารย์พยายามแบ่งปันความรู้ของตนเองออกมา ผู้เรียนตั้งใจรับความรู้เหล่านั้น และจดลงสมุด
ตลอดจนคน้ คว้าหาข้อมลู จากหนงั สือเพ่ือรายงานและเตรียมตวั สอบ แตก่ ารศกึ ษายุคดิจิทัลในอนาคต
มีต้องไปไกลกว่านั้น ต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างการเรียน การทำงานและการดำเนินชีวิต อัน
นำไปสู่การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ พร้อมรองรับสภาพสังคมในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดัง
ตารางที่ 2-1
ตารางที่ 2-1 การเปล่ียนผา่ นการเรยี นรูจ้ ากยคุ ดัง้ เดมิ ส่ยู ุคดิจทิ ลั
การเรียนร้ยู คุ ด้งั เดมิ การเรียนรยู้ ุคดจิ ิทลั
1. การหาความรจู้ ากโรงเรียนและมหาวทิ ยาลัย 1. การเรยี นตอ้ งศึกษาตลอดชวี ิตเพ่ือพรอ้ มรับ
เพอ่ื ใหเ้ กิดเฉพาะความรู้ทักษะและ สงิ่ ใหม่ ๆ เพ่ือใหเ้ กิดทกั ษะและสามารถ
ความสามารถ ประยุกตใ์ ช้ได้
7 https://www.tci-thaijo.org/index.php/JLPRU/article/view/91025
หน้าท่ี 2-4
การเรียนรู้ยคุ ดงั้ เดมิ การเรียนรยู้ คุ ดิจิทลั
2. ความสามารถของคนเปน็ ความสามารถคงที่ 2. ความสามารถของคนต้องเรยี นรู้ตลอดเวลา
ไมต่ ้องการเปลย่ี นแปลงอะไรมากมาย เพยี ง มากขน้ึ ต้องสามารถวางแผนพัฒนาวจิ ยั และ
ประยุกต์ใช้ความสามารถให้สอดคล้องกับ นำไปใชไ้ ดจ้ รงิ
สถานการณ์
3. ความรจู้ ากห้องเรยี นสามารถใช้ได้เพยี ง 10 3. ความรูท้ ไ่ี ดจ้ ากการเรียนต้องไม่หยดุ น่งิ มีการ
ปี การศกึ ษาเริ่มตน้ จากโรงเรียนและ ร่วมกนั จดั การศึกษาจากหนว่ ยงานทัง้ ภาครฐั
มหาวทิ ยาลยั และเอกชน เพื่อสรา้ งแนวทางการศกึ ษารปู แบบ
ใหม่ขึ้นมา ท่ไี ม่ใช่การเรียนท่ีบ้านหรอื โรงเรียน
อีกต่อไป
4. การศึกษามีการเคลื่อนตัวอยา่ งช้า ๆ ครู 4. การศกึ ษามีการจัดสิ่งแวดล้อมทางการศึกษา
คณาจารยท์ ี่มอี ายุมาก มักรู้สึกว่าเทคโนโลยีคือ เป็นแบบสมยั ใหม่ มีการจดั แหลง่ ความร้ดู ว้ ย
ภัยคกุ คามความสขุ ของตนเอง แต่ยงั มคี วามสุข ข้อมลู จำนวนมากเพ่ือการค้นควา้ ดว้ ยตนเอง มี
กับการสอนแบบเดิม ๆ ซ่ึงมกี ารแขง่ ขันท่ีนอ้ ย ระบบอินเทอรเ์ นต็ ให้ใชง้ านได้ทกุ คน และการ
และสอนดว้ ยการจดบันทึกบนกระดาน และจบ นำเทคโนโลยีมาเปล่ียนหลกั การพ้นื ฐานในการ
ลงดว้ ยการจดลงบนสมดุ ของผู้เรียน เรียนการสอนในห้องเรยี น
5. การพัฒนาของสถานศึกษายังไมค่ ่อยใส่ใจ 5. การพฒั นาของสถานศึกษาควรเน้นให้เกดิ
เร่อื ง การแข่งขันเปน็ การพฒั นาความรเู้ ฉพาะ การเรยี นรซู้ ่ึงกันและกัน แบ่งปนั มุมมอง ความรู้
ดา้ นมากกว่าพฒั นา ใหเ้ กิดขึ้น ขาดการทำงาน คุณคา่ และประสบการณ์ มีการปรบั ตวั และ
เชอื่ มโยงสัมพนั ธ์กนั มกี ารกระจดั กระจายทาง พัฒนาใหเ้ กิด
ความคิดและการทำงาน การเรียนรรู้ ่วมกนั จน
ทำให้เป็นองคก์ รแหง่ การเรยี นรู้
6. ครูเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ซำ้ ๆ ผา่ นชอล์กและ 6. ครูเปน็ ผู้ชว่ ยคอยชี้แนะเป็นผู้นำาทางและ
การเขยี นกระดาน หรือเสนอผา่ นพรเี ซน็ เตช่ัน สนบั สนนุ ใหแ้ ก่ผูเ้ รยี น เพื่อให้เกดิ แรงปรารถนา
แบบการสอนทางเดยี ว ในการเรียนรู้ ครูและนักเรยี นเรียนร้รู ว่ มกนั โดย
มหี อ้ งสมุดดิจิทลั ในการสนับสนุน โดยไม่ต้องไป
พิพธิ ภัณฑห์ ้องจดั แสดงทางวิทยาศาสตร์ ไม่
จำเปน็ ต้องออกห้องเรียน ครูมีหน้าท่ีกระตุ้น
ให้กำาลังใจและให้คำแนะนำในการสอน
หนา้ ท่ี 2-5
การเรียนรู้ยุคดั้งเดมิ การเรยี นรยู้ ุคดจิ ิทัล
7. ยงั มีข้อจำากัดในการเขา้ ถึงข้อมลู สารสนเทศ 7. ระบบการศึกษาต้องเชือ่ มต่อเข้ากบั ทางด่วน
จากห้องสมุด แตส่ วนสัตวห์ รือศนู ยว์ ิทยาศาสตร์ สารสนเทศ อยา่ งเต็มรปู แบบ เพื่อเรง่ อตั ราการ
เพือ่ การเรียนรู้ ยังเปน็ ทางเลอื กหน่ึงของเด็ก ๆ เติบโตของข้อมลู และเทคโนโลยใี นทุกแขนงได้
ทอี่ ยู่ห่างไกลและ ต้องการศึกษาเรยี นร้จู าก อย่างแท้จรงิ
สภาพจริง
8. สถานศึกษาแยกตัวเป็นเอกเทศเมอื่ ถงึ เวลา 8. สถานศึกษาพัฒนาระบบเทคโนโลยีเชื่อมโยง
เลกิ เรียนครูและผู้เรียนต่างคนต่างกลบั บา้ น ขาด ระบบ คอมพิวเตอร์ในทุกหนทุกแห่งใน
การเชือ่ มโยงกันตลอดเวลา สถานศึกษา โดยร่วม ดำเนินงานกับหน่วยงาน
ต่าง ๆ ด้านเทคโนโลยีแทนที่จะรองบประมาณ
จากรฐั
9. หลักสตู รและเนื้อหาการเรียนการสอนต้อง 9. หลกั สตู รการเรยี นการสอนสามารถจัดเน้ือหา
คน้ ควา้ ศกึ ษาจากตำราเรยี นเท่านน้ั ความรู้ทักษะชีวติ ศิลปะ และความคดิ
สรา้ งสรรค์ ผ่านระบบเครือขา่ ยและสง่ ตอ่ ไปยงั
ฐานข้อมลู ที่อยู่ภายนอกได้
10. การวัดผลและประเมินผลยงั มุ่งท่ีจะประเมิน 10. การวดั ผลและประเมินผล มงุ่ ให้ครแู ละ
ความรู้ที่เกิดจากการเรียนการสอนในห้องเรยี น ผเู้ รียนรว่ มกนั กำหนดแนวทางในการประเมนิ
เทา่ น้ัน การประเมินท่หี ลากหลาย และให้ เน้นการประเมินเพื่อพัฒนา มากกวา่ การ
ความสำคัญต่อการประเมินเพื่อวดั ผลสมั ฤทธ์ิ ประเมนิ เพ่ือวัดผลสัมฤทธ์ิ
2.1.3 การสอนแบบปฏบิ ตั จิ ริง (Practical Learning)8
รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติเป็นการนำแนวคิดทฤษฎี
รูปแบบการสอนชื่อ การสืบเสาะหาความรู้เป็นกลุ่ม จอห์น ดิวอ้ี (John Dewey: Group
Investigation Model) กบั รปู แบบการสอนแบบปฏบิ ัติการมาประยุกต์เขา้ ด้วยกันเปน็ รูปแบบการจัด
กระบวนการเรยี นรู้ที่เน้นการปฏิบัติจรงิ เน่ืองจากทงั้ สองรปู แบบนี้มลี ักษณะ จดุ มุ่งหมายกระบวนการ
และผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนมีลักษณะที่สอดคล้องกัน นำมาสังเคราะห์และพัฒนาแนวทางการจัด
กระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติได้ ต้องเชื่อว่าความรู้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ลักษณะการ
ออกแบบการเรียนรู้จะกระตุ้นให้ผู้เรียนค้นพบ เรียนรู้จากประสบการณ์ เรียนรู้สภาพจริง เป็นการ
8 https://sites.google.com/site/naranya2010/3-1
หน้าที่ 2-6
ส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ เน้นให้ผู้เรียนเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง มี
อสิ ระในการปฏบิ ัติงาน
การสอนแบบปฏิบัติการ มีกำเนิดมาจากการศึกษาค้นคว้าด้วยวิธีทดลองใน
สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ที่ต้องใช้สารเคมีในการตรวจสอบ วเิ คราะห์ ตอ่ มากลายเป็นกระบวนการสอนที่
อาศัยการทดลองเครื่องไม้เครื่องมือและวัสดุต่าง ๆ ในปัจจุบันการสอนแบบปฏิบัติการมิได้ใช้เฉพาะ
วิชาวิทยาศาสตร์ ปัจจุบันการสอนแบบวิธีการปฏิบัติการเป็นการสอนที่ให้ผู้เรียนได้เรียนจากการ
ปฏิบัติจริง เป็นการเรียนจากประสบการณ์ตรง ผู้เรียนได้ทดลองทำปฏิบัติ เสาะหาข้อมูล จัดระเบียบ
ข้อมลู พจิ ารณาหาขอ้ สรุป คน้ ควา้ หาวธิ กี าร กระบวนการด้วยตนเอง หรือรว่ มกันเปน็ กลุ่ม
ลักษณะเด่นของการจัดการเรียนรู้แบบทีเ่ น้นการปฏิบตั ิ
1) ผู้เรียนมีความสุขกับการเรียนได้เรียนรู้อย่างสนุกสนาน โดยผ่านกิจกรรมที่
หลากหลายและส่ือที่เน้นความสนใจ
2) ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามความสนใจ ความถนัด ตามศักยภาพของตน ด้วย
การศกึ ษา ค้นคว้า ฝึกปฏิบัติ ฝกึ ทกั ษะ สรปุ องค์ความรู้ได้ ทำใหเ้ กดิ ความเชื่อมั่น เป็นแรงจูงใจให้เกิด
การใฝร่ ูใ้ ฝเ่ รียน
3) กิจกรรมกลุ่มช่วยเสริมสร้างลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์ เกิดกระบวนการ
ทำงานกลุ่ม เช่น มีการวางแผนการทำงานร่วมกัน มีความรับผิดชอบและเสียสละ มีวินัยในตนเอง มี
พฤติกรรมที่เป็นประชาธิปไตย เป็นผู้นำและผู้ตามท่ีดี รู้จักรบั ฟังความคิดเห็นของผ้อู ่ืน
4) ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิดจากการร่วมกิจกรรม และการค้นหาคำตอบจาก
ประเด็นคำถามของผู้สอนและเพื่อน ๆ สามารถค้นหาวิธีการและคำตอบได้ด้วยตนเอง สามารถ
แสดงออกไดช้ ัดเจนมีเหตุผล
5) ทุกขั้นตอนการจัดกิจกรรม จะสอดแทรกคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อให้
ผู้เรียนไดซ้ ึมซบั สงิ่ ทด่ี ีงามไว้ในตนเองตลอดเวลา
6) กระบวนการเรียนรู้คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลโดยให้แต่ละคน
เรียนรูเ้ ต็มตามศกั ยภาพของตน
ผู้เรยี นเรียนรอู้ ย่างมีความสขุ เกดิ การพัฒนารอบดา้ น มอี สิ ระทจ่ี ะเลือกสาระการ
เรียนรู้ท่เี หมาะสมกบั ตนเอง และนำความรู้ทไ่ี ด้รับไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ติ ประจำวันไดอ้ ย่างเหมาะสม
ทางคณะผวู้ จิ ัยจึงมีความต้องการท่ีจะนำขัน้ ตอนของรปู แบบข้างตน้ มาประยุกต์ใช้
ในการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณาการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและการฝึกปฏิบัติจริง
โดยสร้างการเรียนรู้ให้สนุกสำหรบั นักศึกษามหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคล โดยมกี ารศกึ ษา ทดลอง
เน้นการปฏิบัติ สรุปผลการเรียนรู้ที่ได้ รวมไปถึงการประเมินผลการเรียนรู้ที่เกิดในชั้นเรียนของตัว
หน้าที่ 2-7
ผู้เรียนเอง โดยเชื่อว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนนัน้ มแี นวโน้มที่จะพัฒนาสงู ขึ้น และนอกจากนี้ยงั พัฒนา
กระบวนการคิดวิเคราะห์ให้เกิดแก่ผู้เรียน ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญยิ่งของการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21
(21st-Century Skill) ดงั แสดงในกรอบแนวคิดชุดโครงการวิจยั (ดภู าพท่ี 2-1)
2.1.4 การจัดการเรียนรูท้ ีเ่ น้นผูเ้ รียนเป็นสำคัญ
ประเวศ วะสี (2543) ใหค้ วามหมายของการเรียนรูท้ ีเ่ นน้ ผูเ้ รียนเปน็ สำคัญวา่ เป็น
การเรียนร้ใู นสถานการณจ์ ริง และเนอื่ งจากสถานการณ์จรงิ ของผู้เรียนแต่ละคนนนั้ มคี วามแตกต่างกัน
การเรียนรู้จึงต้องยึดผู้เรียนแต่ละคนเป็นหลักสำคัญ ดังนั้น ผู้สอนจึงมีหน้าที่จัดประสบการณ์การ
เรียนรู้ที่หลากหลายและเหมาะสมกับผู้เรียน มุ่งพัฒนาผู้เรียนในทุกด้าน คือ ทางร่างกาย อารมณ์
สตปิ ัญญา สังคม และจติ วญิ ญาณ
กิ่งฟ้า สินธุวงษ์ และ สุลัดดา ลอยฟ้า (2545) อธิบายว่าการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียน
เปน็ สำคัญเปน็ การจัดกระบวนการเรียนรู้ทผี่ ู้เรียนสร้างความรู้ดว้ ยตนเอง ผ่านการทำกิจกรรมที่ต้องใช้
ความคิด การลงมือปฏิบัติจริง และจากการสะท้อนความคิด จึงเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมายข้ึน
นอกจากน้ีผู้เรียนจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อการเรยี นรู้ของตนเองซึ่งจะนำไปสู่การให้อำนาจแก่ผู้เรียน
และการเรียนรู้ตลอดชีวิตการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญนี้มีรากฐานแนวคิดมาจากทฤษฎี
การสร้างองค์ความรู้ (Constructionism) ของ Semour Papert (1960, อ้างอิงจาก Papert &
Harel, 1991) ที่ให้ความสำคัญด้านกระบวนการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กจากการสร้างความรู้ด้วย
ตนเอง โดยผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงระหว่างความรู้หรือประสบการณ์เดิมในตัวของผู้เรียนกับความรู้
หรอื ประสบการณ์ใหม่ซึง่ นำไปสูก่ ารสรา้ งองค์ความร้ใู หม่
นอกจากนี้ ทฤษฎีนี้เน้นว่าความรู้มาจากการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ
ด้วยการลงมือปฏิบัติ แก้ไขปัญหาและสร้างสรรค์ผลงานที่มีความหมายกับตนเองอาจกล่าวได้ว่า การ
จัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ หมายถึง การใช้วิธีการใด ๆ ในการจัดการเรียนการสอนที่มุ่ง
หมายให้กระบวนการเรียนรู้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียน กล่าวคือสนับสนุนให้ผู้เรียนได้มีโอกาสสร้างสรรค์
ความรจู้ ากการค้นควา้ ดำเนินการ ตัดสินใจ และรบั ผดิ ชอบต่อการเรยี นรูด้ ้วยตนเอง ทงั้ นี้ ผสู้ อนจะทำ
หน้าที่เป็นผู้ให้แนวทาง ให้คำปรึกษา และช่วยเหลือให้ผู้เรียนซึ่งมีความแตกต่างกันได้พัฒนาตนเอง
ตามศกั ยภาพอย่างสูงสุด และสามารถบรรลวุ ัตถุประสงค์ในการเรียนรูไ้ ด้ตามท่ตี ้ังไว้
2.1.5 หุน่ ยนตป์ ญั ญาประดิษฐ์
หนงั สือทเี่ ขยี นโดย George A. Bekey (2005) ได้ระบุไว้ว่า หนุ่ ยนต์คอื เครอ่ื งจักร
ที่สามารถรับรู้ คิด และกระทำ เพราะฉะนั้นหุ่นยนต์จะประกอบด้วย 1) ตัวรับรู้ (Sensor) เพื่อรับ
ข้อมูลของสภาพแวดล้อม 2) ความสามารถในการประมวลผล (Processing Ability) เพื่อให้หุ่นยนต์
หน้าที่ 2-8
สามารถดำเนินการภารกิจได้สำเร็จ และ 3) ตัวขับ (Actuator) เพื่อส่งแรงออกไปยังสภาพแวดล้อม
โ ด ย ท ั ่ ว ไ ป แ ล ้ ว ป ั ญ ญ า ป ร ะ ดิ ษ ฐ ์ ม ั ก จ ะ ถ ู ก น ิ ย า ม ไ ว ้ ว ่ า เ ป ็ น ส ่ ว น ป ร ะ ก อ บ ข อ ง ว ิ ท ย า ศ า ส ต ร ์ แ ล ะ
วิศวกรรมศาสตร์ของการเลียนแบบและเพิ่มพูนความฉลาดของมนุษย์ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นเพื่อให้
เครื่องจักรมีความฉลาด (Shi, 2011) ด้วยการวิวัฒนาการของเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้ศาสตร์
ทางด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์ เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีการสื่อสาร และปัญญาประดิษฐ์ ได้ถูก
นำเข้ามาบูรณาการร่วมกันเพิ่มมากขึ้น เป็นผลให้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ได้ก้าวผ่านเข้าสู่ศักราชใหม่
นับตั้งแต่ยุคสมัยของไฟฟ้าและดิจิทัลในเรือ่ งของความฉลาด ซึ่งแสดงให้เห็นได้ในสามด้านดว้ ยกัน ใน
ด้านแรกคือการเปลี่ยนจากเทคโนโลยีอุตสาหกรรมดังเดิม ตัวอย่างเช่น การควบคุมและเซอร์โว
มอเตอร์ เป็นการมองเหน็ ของเครือ่ งจกั ร การประมวลผลภาษาธรรมชาติ และการเรียนร้เู ชิงลกึ ซงึ่ เป็น
เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ในด้านที่สองคือการที่หุ่นยนต์เข้ามามีบทบาทกับมนุษย์เพิ่มมากขึ้นทั้งการ
ใช้งานในทางอุตสาหกรรม ครอบครัว และผู้ใช้รายย่อย ในด้านที่สามคือการลดช่องว่างระหว่างการ
ทำงานของหนุ่ ยนต์และมนษุ ย์ ซึง่ ในปจั จุบนั ตอ้ งทำงานและมปี ฏสิ ัมพันธร์ ว่ มกนั (Wang et al., 2018)
ในปัจจุบันหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ถูกพัฒนาและบูรณาการร่วมกันเพ่ือ
ตอบสนองความต้องการในภาคอุตสาหกรรมและภาคการบริการ ในภาคอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์
เช่น การมองเห็นของเครื่อง (Machine Vision) ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพใน
การทำงาน ตัวอย่างเช่น การใช้กล้องทำงานรว่ มกับหุ่นยนต์ในการตรวจสอบความผิดปกติของตัวเกบ็
ประจุ โดยหุ่นยนต์สามารถที่จะระบุตำแหนง่ จับ ตรวจสอบคุณภาพ และทิ้งตัวเกบ็ ประจุที่ผิดปกติใน
สายการผลิตได้ (Wang et al., 2017) อีกทั้งระบบการจัดเรียงสินค้ากับการมองเห็นของเครื่องได้ถูก
พัฒนาโดย Zia และ Wei (2016) โดยใชก้ ารตรวจจับเสน้ ขอบและการระบรุ ปู ร่างในการจัดเรียงสินค้า
ซึ่งหลังจากทำการทดลองพบว่าระบบสามารถตรวจจับได้อย่างรวดเร็ว ส่วนในภาคการบริการ
ปัญญาประดิษฐ์ได้ถูกประยุกต์ใช้ด้วยเช่นกันโดยเฉพาะในส่วนของการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ ระบบ
ตรวจจับอารมณ์โดยใช้ใบหน้าและส่วนบนของร่างกายโดยใช้ตาของหุ่นยนต์ถูกพัฒนาโดย
Vithanawasam และ Madhusanka (2019) หุ่นยนต์บริการที่ถูกพัฒนาขึ้นอาศัยการเรียนรู้แบบมี
ผู้สอน (Supervised Learning Method) ในการตรวจจับการแสดงอารมณ์ทางใบหน้าและท่าทาง
ของมนุษย์ ในอีกหน่ึงงานวจิ ยั การเรยี นรเู้ ชิงลึก (Deep Learning) ไดถ้ ูกใช้สำหรับการจำแนกวัตถุโดย
ใช้กล้อง RGB-D เพื่อเก็บข้อมูลความลึกของภาพเพื่อใช้สำหรับหุ่นยนต์บริการ (Yoshimoto and
Tamukoh, 2018) หุ่นยนต์บริการได้ถูกพัฒนาในวงกว้างสำหรับการใช้งานในบ้านหรือแม้กระทั่งใน
ภาคธุรกิจ ภาพท่ี 4 แสดงถึงตัวอย่างของหุ่นยนต์บริการที่ถูกพัฒนาขึ้นและใช้ในปัจจุบัน
นอกเหนอื จากการใชง้ านที่ได้กล่าวไปขา้ งต้น ปญั ญาประดษิ ฐย์ ังได้ถูกโปรแกรมเขา้ ไปในตัวหุ่นยนต์ใน
ด้านอื่น ๆ เช่น หุ่นยนต์สำหรบั กู้ภัย หุ่นยนต์สำหรับอวกาศ หุ่นยนต์สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้พิการ เป็น
หนา้ ที่ 2-9
ตน้ (Chella et al., 2006) จึงสามารถสรุปได้ว่าหนุ่ ยนต์ปญั ญาประดษิ ฐ์ คอื หุ่นยนต์ทไ่ี ดน้ ำเทคโนโลยี
ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้กับหุ่นยนต์ในด้านต่าง ๆ ตามความ
ตอ้ งการของผู้ใชโ้ ดยจะต้องมีความสามารถในการรับรู้ คดิ และกระทำภารกิจได้ ซึ่งเปน็ การบูรณาการ
ความรู้ในหลากหลายด้าน ยกตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีสาระสนเทศและการสื่อสาร เป็นผลให้หุ่นยนต์
สามารถกระทำและแก้ปญั หาได้เหมือนกบั มนุษยเ์ พื่อในทงั้ ภาคอตุ สาหกรรมและภาคครวั เรอื น
ภาพท่ี 2-1 ตวั อย่างของหุ่นยนต์บรกิ าร (Asfour et al., 2012)
2.2 ทฤษฎี
2.2.1 Speech-to-Text
การแปลงเสียงพูดเป็นข้อความ (Speech-to-Text) หรือการจำแนกเสียง
(Speech Recognition) เป็นกระบวนการหนึ่งในการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural
Language Processing) ซึง่ ถกู ใชง้ านอย่างกว้างขวางในการมปี ฎิสัมพันธก์ ับมนษุ ย์โดยใช้เสยี ง รวมถึง
การใช้งานในหุ่นยนต์บริการ (Social Robot) เช่น หุ่นยนต์ Peper สำหรับเคานเตอร์บริการ
(Gardecki, et. al., 2018) ระบบการจำแนกเสียงแบ่งได้เป็นส่องส่วนหลัก ๆ คือ การวิเคราะห์ส่วน
หนา้ (Front End Analysis) และการวิเคราะห์สว่ นหลงั (Back End Analysis) ดงั แสดงในภาพท่ี 2-2
ในการวิเคราะห์ส่วนหน้าเสียงจะถูกนำเข้าไปในการเตรียมการประมวลผล (Speech Pre-
processing) เพื่อให้สัญญาณเสียงมีความพร้อมในการสกัดคุณลักษณะในลำดับถัดไป เช่น การปรับ
ขนาดเสียง การกรองเสียง เป็นต้น หลังจากที่สัญญาณเสียงมีความพร้อมแล้วจะถูกนำไปสกัด
หนา้ ที่ 2-10
คุณลักษณะ (Feature Extraction) เพื่อนำไปแยกประเภทเสียง (Speech Classification) ในการ
วิเคราะห์ส่วนหลังแล้วแปลงมาเป็นข้อความ (Text) โดยหาความสัมพันธ์กับเสียงที่นำเขา้ มากับข้อมลู
ในฐานข้อมลู
ภาพท่ี 2-2 ระบบการจำแนกเสียง (Washani and Sharma, 2015)
ในการพัฒนาหุ่นยนต์อาจารย์การเปลี่ยนเสียงเป็นข้อความได้ถูกนำมาใช้ในการ
พูดคยุ ระหวา่ งหุ่นยนต์กับมนุษย์ โดยผใู้ ช้งานสามารถสอบถามการใช้งานหนุ่ ยนต์ การใช้งานห้องเรียน
หรือเรื่องอื่น ๆ โดยหน้าจอแสดงผลของหุ่นยนต์อาจารย์จะแสดงดังภาพที่ 2-3 แสดงลักษณะการรอ
ฟังเสียงพูดจากผู้ใช้งาน โดยจะมีสัญลักษณ์รูปหู เมื่อมีสัญญาณเสียงเข้ามาในระบบแลว้ หุ่นยนต์จะทำ
การประมวลผลและแปลงเป็นข้อความเพ่ือนำไปเลือกการโต้ตอบกับผู้ใช้งาน นอกเหนือจากการพูดคุย
กับหุ่นยนต์อาจารย์ ระบบการแปลงเสียงพูดเป็นข้อความยังถูกใช้ในการตอบคำถามของผู้ใช้ระหว่าง
แบบทดสอบภาษาอังกฤษ โดยที่หน้าจอหุ่นยนต์จะแสดงสัญลักษณ์รูปหู เมื่อผู้ใช้งานพูดแล้วจะมี
ขอ้ ความทร่ี ะบบได้ทำการแปลงเป็นข้อความและแสดงผลในกรอบสีเขยี วดงั ภาพที่ 2-4
หน้าท่ี 2-11
ภาพที่ 2-3 หนา้ จอแสดงผลของหุ่นยนต์อาจารยข์ ณะรับฟังเสยี งจากผใู้ ชง้ าน
ภาพท่ี 2-4 หน้าจอแสดงผลของหนุ่ ยนตอ์ าจารย์ระหว่างการทดสอบของผ้ใู ช้งาน
2.3 บทความและงานวิจัยท่ีเกย่ี วขอ้ ง
2.3.1 การสอนภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร (Communicative Language Teaching: CLT)
การสอนภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสารเป็นวธิ ีการในการจัดการเรียนการสอนภาษา
จากการโต้ตอบระหว่างกัน โดยเน้นทั้งความหมายในการสื่อสารและเป้าหมายในการเรียนรู้ [6] [7]
โดยท่ีผู้เรียนสามารถสนทนาเกย่ี วกบั ประสบการณ์ส่วนตวั กบั เพ่อื นและผสู้ อนในหวั ข้อตา่ ง ๆ ทอี่ ยู่นอก
บทเรียนและนอกไวยากรณ์ เพื่อส่งเสริมทักษะด้านภาษาจากสถานการณ์ต่าง ๆ จากประสบการณ์
ส่วนตัว ดังนั้นภาษาจึงทำหน้าที่เปน็ ทั้งเครือ่ งมือในการสื่อสารทางด้านความคิดและอารมณ์ [8] ตาม
กลไกทางธรรมชาติ นอกจากน้ี บิลาช (Bilash’s Second Language Instructional Model) หรือ B-
SLIM Model [9] [10] ได้เสนอแนวคิดว่า กิจกรรมการเรียนการสอนตามแนวภาษาเพื่อการสื่อสารท่ี
น่าสนใจ คือ การสอนภาษาที่สอง ซึ่งประกอบไปด้วย 5 ขั้นตอน คือ 1) ขั้นวางแผนและการเตรียม
(planning and preparation) 2) ขั้นทำความเข้าใจตัวป้อนหรือข้อความรู้ใหม่ (comprehensible
input) 3) ขั้นกิจกรรมเพื่อความเข้าใจและฝึกทักษะ (intake activity) 4) ขั้นผล (output) และ 5)
ข้ันประเมินผล (evaluation)
2.3.2 การจดั การเรียนรู้แบบบรู ณาการ (Integrated Instruction)
การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ (Integrated Instruction) เป็นการสอนที่
เชื่อมโยงความรู้ความคิด ในภาพรวมหรือทักษะเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้โดยองค์รวม ท้ัง
ด้านพุทธิพิสัย จิตพิสัย และทักษะ พิสัย [11] ซึ่งสอดคล้องตามแนวการจัดการศึกษาตาม
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 23 ที่เน้นความสำคัญทั้งความรู้ คุณธรรม
กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตามความเหมาะสมตามความเป็นจริงของสังคม นอกจากนี้การ
หนา้ ที่ 2-12
เรียนรูปแบบบูรณาการยังเป็นการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและสามารถนําไป
ประยุกต์ใชใ้ นชีวติ จริง [12] ซงึ่ สอดคล้องกับปริ ามิดการเรียนรู้ (The Learning Pyramid) ของ Edgar
Dale (1946) ซึ่งเป็นที่ยอมรับในวงการศึกษาระดับนานาชาติและถูกพัฒนามาใช้จนถึงในปัจจุบัน ท่ี
ระบุว่าการเรียนรู้จากการลงมือทำหรือปฏิบัติจริง [13] [14] ซึ่งสอดคล้องกับ การจัดจำแนกของบลูม
(Bloom's Taxonomy)ซึ่งจะมีการจำแนกระดับความสามารถในการเรียนรู้จากต่ำสุดไปถึงสูงสุด ซึ่ง
ระบุว่านอกจาก “การสอนผู้อื่น” แล้ว “การเรียนรู้จากการปฏิบัติ” จะทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้
มากกวา่ วิธกี ารอนื่ ๆ [15] [16]
2.3.3 การเรยี นรูแ้ บบปฏบิ ัติจรงิ (Practical Learning)
ในปี 1984 David A. Kolb ได้ออกแบบโมเดลการเรียนรู้แบบปฏิบัติจริง
(Practical Learning) หรือ ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory:
ELT) โดยทฤษฎีที่เชื่อว่ามีปัจจัยสำคัญ 3 ประการในการเรียนรู้ของแต่ละคน คือ 1) พันธุกรรม 2)
ประสบการณ์ชีวิต และ 3) ความต้องการตามสภาพแวดล้อม และมีกระบวนการในประมวลผลข้อมูล
จากการเรียนรู้แบบปฏิบัติอยู่ 4 ขั้นตอน คือ 1) ประสบการณ์คอนกรีต (concrete experience
followed by) 2) การสังเกตการณ์เชิงสะท้อน (observation and experience followed by) 3)
บทคัดย่อแนวความคิด (forming abstract concepts followed by) และ 4) ทดลองใช้งาน
(testing in new situations) เม่ือเสรจ็ สนิ้ ขั้นตอนท้งั 4 น้ี กระบวนการการเรียนร้แู บบปฏิบตั จิ รงิ ก็จะ
เริ่มต้นใหม่ เพื่อดำเนินการสร้างความรู้และข้อมูลต่อไป [17] [18] [19] ดังนั้น การเรียนรู้แบบปฏิบัติ
จริงจึงเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ต้องสร้างสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ที่เน้น
การปฏิบัติเป็นฐาน เพื่อสร้างให้ผู้เรียนเกิดความเชี่ยวชาญในเนื้อหาความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะท่ี
พงึ ประสงค์ โดยสามารถนำเทคโนโลยแี ละสารสนเทศประยุกตใ์ ช้ในกระบวนการเรยี นรู้แบบฝึกปฏิบัติ
เปน็ ฐาน [19] [20]
2.3.4 การเรียนรู้ในยคุ ดิจทิ ลั
อติพร เกิดเรือง อธิบายว่าในอดีตการเรียนรู้จะเกิดจากครู (อาจารย์) ถ่ายทอด
ความรู้ของตนเองออกมา โดยนักเรียน(นักศึกษา)จะเป็นผู้รับความรู้เหล่านั้นและจดลงสมุด ตลอดจน
ค้นควา้ หาขอ้ มูลจากหนังสือเพื่อจัดทำรายงานและเตรียมตัวสอบ แต่การศึกษายคุ ดิจิทลั น้ตี ้องคำนึงถึง
ความสัมพันธ์ระหว่างการเรียน การทำงาน และการดำเนินชีวิต อันนำไปสู่การจัดการศึกษาที่มี
คุณภาพ [21] เพอื่ สร้างทักษะท่ีสำคัญของการเรียนรใู้ นศตวรรษที่ 21 (21st-Century Skill) [22] ดงั น้ี
1) การเรียนจะเป็นศึกษาตลอดชีวิต สร้างให้ผู้เรียนพร้อมรับสิ่งใหม่ ๆ เพื่อให้เกิด
ทกั ษะและสามารถประยกุ ตใ์ ช้ความรู้
2) การเรยี นต้องสามารถนำวางแผนพัฒนาวจิ ยั และนำไปใชไ้ ด้จริง
หนา้ ที่ 2-13
3) มีการจัดการศึกษาร่วมกันระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้าง
แนวทางการศึกษารูปแบบใหม่ ทไ่ี ม่ใชก่ ารเรียนทบ่ี ้านหรือโรงเรียนเทา่ นนั้
4) การจัดสิ่งแวดล้อมทางการศึกษาเป็นแบบสมัยใหม่ มีการจัดแหล่งความรู้ด้วย
ข้อมูลจำนวนมากเพื่อการค้นคว้าด้วยตนเอง มีระบบอินเทอร์เน็ตสามารถเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์
และการนำเทคโนโลยีมาจดั การเรียนการสอนในหอ้ งเรียน
การพัฒนาของสถานศึกษาต้องเน้นให้เกิดการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน แบ่งปันมุมมอง
ความรู้ คุณค่า และประสบการณ์ เพื่อให้สามารถปรับตัวและพัฒนาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ใน
ปัจจบุ นั และอนาคต
ความสัมพันธ์ระหว่างการเรียน การทำงาน และการดำเนินชีวิต อันนำไปสู่การจัด
การศึกษาที่มีคุณภาพ [21] เพื่อสร้างทักษะที่สำคัญของการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 (21st-Century
Skill) [22] ดงั นี้
1) การเรียนจะเป็นศึกษาตลอดชีวิต สร้างให้ผู้เรียนพร้อมรับสิ่งใหม่ ๆ เพื่อให้เกิด
ทกั ษะและสามารถประยุกตใ์ ชค้ วามรู้
2) การเรียนตอ้ งสามารถนำวางแผนพัฒนาวจิ ยั และนำไปใชไ้ ด้จรงิ
3) มีการจัดการศึกษาร่วมกันระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้าง
แนวทางการศกึ ษารปู แบบใหม่ ท่ีไม่ใช่การเรยี นทบ่ี ้านหรอื โรงเรยี นเทา่ น้นั
4) การจัดสิ่งแวดล้อมทางการศึกษาเป็นแบบสมัยใหม่ มีการจัดแหล่งความรู้ด้วย
ข้อมูลจำนวนมากเพื่อการค้นคว้าด้วยตนเอง มีระบบอินเทอร์เน็ตสามารถเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์
และการนำเทคโนโลยมี าจดั การเรียนการสอนในห้องเรียน
5) การพัฒนาของสถานศกึ ษาตอ้ งเน้นให้เกิดการเรียนรู้ซ่ึงกันและกัน แบง่ ปันมุมมอง
ความรู้ คุณค่า และประสบการณ์ เพื่อให้สามารถปรับตัวและพัฒนาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ใน
ปจั จบุ นั และอนาคต
6) ครู (อาจารย์) เป็นผู้ช่วยคอยชี้แนะเป็นผู้นำาทางและสนับสนุนให้แก่นักเรียน
(นักศึกษา) เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ ครู (อาจารย์) และนักเรียน (นักศึกษา) เรียนรู้
รว่ มกนั ครู (อาจารย์) มหี น้าทีก่ ระตนุ้ ใหก้ ำาลังใจและใหค้ ำแนะนำในการสอน
7) ระบบการศึกษาต้องเชื่อมต่อเข้าระบบสารสนเทศอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเร่งการ
เรยี นร้ผู า่ นข้อมลู และเทคโนโลยใี นทกุ สาขา
8) สถานศึกษาต้องพัฒนาระบบเทคโนโลยีเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ใน
สถานศกึ ษา
หนา้ ท่ี 2-14
9) หลักสูตรการเรียนการสอนสามารถจัดเนื้อหาความรู้ทักษะชีวิต ศิลปะ และ
ความคิดสร้างสรรค์ ผ่านระบบเครอื ข่ายและส่งตอ่ ไปยงั ฐานข้อมูลทีอ่ ยู่ภายนอกห้องเรียนได้
10) การวัดผลและประเมินผลควรให้ครู(อาจารย์)และนักเรียน(นักศึกษา)ร่วมกัน
กำหนดแนวทางในการประเมนิ โดยเน้นการประเมนิ เพื่อพัฒนามากกว่าการประเมินเพ่อื วัดผลสัมฤทธิ์
[21]
หนา้ ที่ 2-15
บทที่ 3
ระเบยี บวิธวี จิ ยั
ผู้วิจัยได้กำหนดวิธีการและอุปกรณ์ที่ใช้ในการวิจัย ซึ่งประกอบด้วยประชากรและกลุ่ม
ตวั อยา่ งเคร่ืองมอื ในการวิจัย การเก็บรวบรวมข้อมูล และสถติ ทิ ่ีใช้ในการวเิ คราะห์ขอ้ มลู ดังนี้
3.1 ข้ันตอนการดำเนนิ การวิจัยประกอบด้วย 5 ข้นั ตอน ดงั นี้
3.1.1 ศึกษาความเป็นไปได้ ปัญหา และกำหนดเป้าหมายของการพัฒนาหุ่นยนต์
ปัญญาประดษิ ฐ์ โดยศึกษาและรวบรวมขอ้ มูลทงั้ ปฐมภมู แิ ละทตุ ยิ ภมู ิ
1) ข้อมลู ปฐมภูมิ
- การสัมภาษณ์เชิงลึก ได้แก่ ผู้เช่ยี วชาญด้านการสอนภาษาอังกฤษ อาจารย์ และ
นักศึกษาสายสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ในกลุ่มราชมงคล และ Nihon University
- แบบสอบถาม ไดแ้ ก่ นกั ศึกษาสายสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั ในกลุ่มราชมงคล
- การสงั เกต ได้แก่ อาจารย์สอนภาษาอังกฤษและนักศึกษาสายสังคมศาสตร์ ของ
Nihon University ประเทศญี่ป่นุ (ในฐานะหนงึ่ ในประเทศทีม่ เี ทคโนโลยที สี่ ดุ ในโลก)
2) กลมุ่ ตัวอย่าง
- การสมั ภาษณเ์ ชิงลกึ ได้แก่ ผูเ้ ช่ยี วชาญด้านการสอนภาษาองั กฤษ อาจารย์ และ
นักศกึ ษาสายสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ในกลุ่มราชมงคล รวมจำนวน 10 คน
- แบบสอบถาม ได้แก่ นักศึกษาสายสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยในกลุ่มราชมงคล
นักศกึ ษาทเี่ ข้ารับการอบรมภาษาองั กฤษในโครงการวิจยั จำนวน 30 คน
- การสังเกต ได้แก่ อาจารย์สอนภาษาอังกฤษและนักศึกษาสายสังคมศาสตร์ ใน
หอ้ งสงั เกตการเรยี นการสอน (class observation) ของ Nihon University
3) ขอ้ มูลทุติยภูมิ
3.1.2 วิเคราะหข์ ้อมูลที่ไดจ้ ากการศกึ ษาในชนั้ ที่ 1 โดยวเิ คราะห์
- ต้องการใหเ้ พ่ิมขดี ความสามารถในการสอนของอาจารย์และช่วยให้นักศกึ ษาสามารถ
เรยี นรู้ไดด้ ยี ่งิ ข้นึ
3.1.3 ออกแบบระบบโดยทำการออกแบบ
- ออกแบบห่นุ ยนตป์ ญั ญาประดิษฐ์
- ออกแบบโปรแกรม
- ออกแบบแบบประเมิน
3.1.4 ดำเนนิ การพัฒนาสือ่ การเรียนร้ดู ้วยเทคโนโลยีหุน่ ยนต์ปญั ญาประดิษฐ์
3.1.5 ทดสอบ แกไ้ ขข้อบกพรอ่ ง สรปุ วเิ คราะห์ และจดั ทำคู่มือการใชง้ านระบบ
3.2 เครอ่ื งมือการวิจยั
3.2.1 การสมั ภาษณเ์ ชงิ ลกึ (In-depth Interview)
เป็นการซักถามพูดคุยกันระหว่างผู้สัมภาษณ์และผู้ให้สัมภาษณ์ เป็นการถาม
เจาะลึกคำตอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้ได้ข้อมูลมาพัฒนาหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อการจัดการ
เรียนการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณาการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและการฝึกปฏิบัติจริง โดยสร้างการ
เรียนรใู้ หส้ นกุ สำหรบั นักศกึ ษาสายสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
3.2.2 แบบสอบถาม (Questionnaire)
การวิจัยในส่วนของการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณ คณะผู้วิจัยจะใช้
แบบสอบถามซึ่งเป็นทั้งคำถามปลายปิดและปลายเปิดสำหรับทักษะ การฟัง การพูด และการอ่าน
รวมถงึ การสัมภาษณ์เพื่อเก็บคะแนนลงในแบบสอบถามสำหรบั ทกั ษะการพูด เปน็ เครอื่ งมอื ในการเก็บ
รวบรวมข้อมูล แล้วนำมาวิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติ เครื่องมือทางสถิติที่นำมา
วิเคราะห์ข้อมูลในการศึกษาวิจัยครั้งน้ี คณะผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา
(descriptive statistic) ได้แก่ ค่ารอ้ ยละ (percentage) ค่าความถี่ (frequency) ค่าเฉลีย่ (average)
และส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน (standard deviation) และสถิติอา้ งองิ (inferential statistics)
3.2.3 การสังเกต
การสังเกต คือ การเฝ้าดูสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างใส่ใจและมีระเบียบวิธี เพื่อวิเคราะห์
หรอื หาความสมั พันธ์ของสิ่งที่เกดิ ขึ้นน้ันกับสิ่งอนื่ (สภุ างค์ จนั ทวานิช, 2549: 45)9 ในการศึกษาคร้ังนี้
จะใชก้ ารสังเกตแุ บบไมม่ สี ่วนรว่ ม (Non-Participant Observation) คือ การสงั เกตท่ีผวู้ จิ ัยเฝ้าสังเกต
อยู่วงนอก ไมเ่ ข้าไปรว่ มในกิจกรรมทที่ ำอยู่ ซง่ึ มขี ้อดีทเ่ี หมาะสมกับการเก็บข้อมูลในโครงการวจิ ัยนี้ คอื
ทำได้ง่าย ไม่ต้องเสียเวลาให้ได้รับการยอมรับจากกลุ่มศึกษา เพราะมีบทบาทเป็นคนนอก ทำให้มี
โอกาสเกิดอารมณ์ร่วมน้อย เก็บข้อมูลในระยะเวลาสั้นและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อยกว่าวิธีการสังเกต
แบบมีสว่ นร่วม แต่มีข้อจำกัดทตี่ ้องพงึ ระวังคื อข้อจำกัดของวิธกี ารสังเกตแบบไม่มสี ่วนรว่ ม ถ้าผู้สงั เกต
9 https://home.kku.ac.th/korcha/obs1.html
หนา้ ที่ 3-2
รูว้ า่ ถกู สังเกต อาจทำใหไ้ มแ่ สดงพฤตกิ รรมทเี่ ป็นธรรมชาติออกมาได้ ดงั น้นั คณะวิจัยจงึ ต้องระมัดระวัง
ในการเกบ็ ขอ้ มูลและแปรผลขอ้ มลู
3.3 การออกแบบหนุ่ ยนต์
หน้าที่ 3-3
3.4 การวเิ คราะหข์ ้อมลู
ในการศึกษาวจิ ัยครัง้ นี้ คณะผูว้ จิ ัยไดท้ ำการวเิ คราะหข์ ้อมูลดงั น้ี
3.4.1 การสัมภาษณแ์ บบเจาะลึกรายบุคคล (in-depth interview) ในการวิจัยคร้ังนี้เป็นการ
สัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง (semi-structured interview) เมื่อผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนาม
แล้ว คณะผู้วิจัยจะทำการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นต้น โดยนำมาจัดหมวดหมู่ให้เป็นระเบียบตามเค้าโครง
เร่อื งเพ่ือสรปุ ผล นอกจากนีค้ ณะผวู้ จิ ยั ไดใ้ ช้การตรวจสอบคณุ ภาพของข้อมูลแบบสามเส้า คือ ผวู้ ิจัยได้
หนา้ ที่ 3-4
ตรวจสอบสามเส้าใน 3 กลุ่ม คือ ผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์ และนักศึกษา เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการ
ออกแบบจดั ทำข้อกำหนดและข้อเสนอกระบวนการพฒั นาห้องปฏบิ ัติการไปสู่ห้องปฏิบตั กิ ารตน้ แบบ
3.4.2 หลังจากที่ได้รับข้อมูลการสำรวจและประเมินสถานภาพ ด้านความประสิทธิภาพและ
ปลอดภัยผ่านรายการสำรวจห้องปฏิบัติการ (ESPReL Checklist) [23] ด้วยตนเองและผู้เชี่ยวชาญ
คณะวจิ ัยได้ทำการวเิ คราะหข์ อ้ มูล และนำมาออกแบบประเมนิ
3.5 การพทิ กั ษส์ ทิ ธผิ ู้ใหข้ อ้ มลู และบทบาทผู้วจิ ัย
คณะวิจัยได้คำนึงถึงจรรยาบรรณผู้วิจัยและพิทักษ์สิทธิตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการเก็บ
ขอ้ มลู จนกระทง่ั นำเสนอผลงานการวิจัย ดงั น้ี
3.5.1 คณะผู้วิจัยแนะนำตัวแก่ผู้ให้ข้อมูลจากแบบการสัมภาษณ์ว่า เป็นคณะวิจัยจาก
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พร้อมทั้งบอกวัตถุประสงค์ของการวิจัย ในการสัมภาษณ์
คณะวิจัยจะบอกแนวคำถามก่อนการการสัมภาษณ์ วัตถุประสงค์ของการวิจัย ในการสัมภาษณ์
คณะวิจยั จะบอกแนวคำถามกอ่ นการการสมั ภาษณ์
3.5.2 คณะผ้วู จิ ัยขอความร่วมมอื ในการให้ข้อมลู จากผ้ใู ห้ข้อมลู แตล่ ะราย ในการสมั ภาษณ์จะ
ขออนุญาตบันทึกข้อมลู โดยใช้เครือ่ งบนั ทึกเสียงหรือวิดโี อ
3.5.3 คณะผู้วิจัยแจ้งผู้ให้ข้อมูลได้ทราบว่า ข้อมูลที่ได้จากการเก็บแบบสอบถามและการ
สมั ภาษณ์นี้ จะนำไปใช้เพ่อื เปน็ สว่ นหนงึ่ ของการทำวจิ ัย ทนุ งบประมาณแผน่ ดิน ประจำปี 2564 จะไม่
มีการนำไปใช้ผิดจากวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยเด็ดขาด และหากผู้ให้ข้อมูลไม่สะดวกที่จะตอบใน
คำถามใด ผู้ให้ขอ้ มูลสามารถปฏิเสธในการตอบคำถามในขอ้ ดงั กล่าวได้
หนา้ ท่ี 3-5
บทท่ี 4
ผลการวิเคราะห์ข้อมลู และอภปิ รายผล
การศึกษาวิจัยเรื่อง “การพัฒนาหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการเรียนการสอน
ภาษาองั กฤษแบบบูรณาการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและการฝึกปฏบิ ัติจรงิ สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัย
เทคโนโลยรี าชมงคล” น้ี ประมวลผลข้อมูลและนำเสนอเปน็ ผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู ได้ดังนี้
4.1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ
4.1.1 กระบวนการการออกแบบ (Design Process)
คณะวจิ ัยมีเป้าหมายทจ่ี ะสรา้ ง “หุ่นยนต์ Ajarn” ซง่ึ เป็น หุ่นยนตป์ ญั ญาประดิษฐ์
สำหรับผู้เรียนที่ต้องการฝึกเรียนภาษาอังกฤษ ในทักษะ การพูด การฟัง และการเขียน ไม่ได้มุ่งเน้น
เฉพาะกล่มุ เดก็ ทม่ี คี วามสามารถพิเศษ โดยเนน้ การจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการผา่ นเทคโนโลยี
ดิจิทัลและการฝึกปฏิบัติจริง (ระหว่างผู้เรียน ผู้สอน และหุ่นยนต์) เพื่อให้ผู้เรียนได้รับความรู้ควบ
คูค่ วามสนกุ
1) ลักษณะและความมุ่งหมายของการประดิษฐ์
ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับในระดับสากลว่า การเรียนที่มีประสิทธิภาพในปัจจบุ ันและ
ในอนาคตไม่ใช่การเลคเชอร์ หรือการนำความรู้มาป้อนให้กับผู้เรียนโดยตรงเช่นในอดีตอีกต่อไป แต่
ตอ้ งเปน็ “การเรยี นรจู้ ากประสบการณ์จริง” (Experiential Learning) ที่เริ่มต้นจาก “การตั้งคำถาม”
ให้ผู้เรียนค้นคว้าหาข้อมูลนำมาปะติดปะต่อกันและสะท้อนออกมาเป็นความคิด ความรู้สึก ก่อนที่ครู
จะทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้เกิดความคิด สามารถวิเคราะห์เพื่อสร้างองค์ความรู้และสามารถ
นำไปใช้ประโยชน์ไดจ้ ริงในทุกรายวิชา ดังนั้นบทบาทของครูยุคใหมจ่ ึงไม่ใชผ่ ู้สอน (Lecturer) แต่เปน็
“ผู้อำนวยความสะดวกให้เกิดความคิด” (Facilitator) ห้องฝึกปฏิบัติการจัดการเรียนการสอนแบบ
บูรณาการผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลและการฝึกปฏบิ ัติจริงจึงเป็นสิง่ อำนวยความสะดวก (Facility) สำคัญ
ที่จะทำให้ผู้เรียนสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน ไม่จำกัดเวลา และสถานท่ี (Ezekoka and
Gertrude, 2015)
คณะวจิ ัยมเี ปา้ หมายทจ่ี ะสรา้ ง “หุน่ ยนต์ Ajarn” ซงึ่ เป็น ห่นุ ยนต์ปัญญาประดิษฐ์
สำหรับผู้เรียนที่ต้องการฝึกเรียนภาษาอังกฤษ ในทักษะ การพูด การฟัง และการเขียน ไม่ได้มุ่งเน้น
เฉพาะกล่มุ เดก็ ท่มี คี วามสามารถพเิ ศษ โดยเนน้ การจดั การเรียนการสอนแบบบรู ณาการผา่ นเทคโนโลยี
ดิจิทัลและการฝึกปฏิบัติจริง (ระหว่างผู้เรียน ผู้สอน และหุ่นยนต์) เพื่อให้ผู้เรียนได้รับความรู้ควบ
คคู่ วามสนุก
หน้าท่ี 4-1
4.1.2 การจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการผ่านระบบดิจิทัลและการฝึกปฏิบัติระหว่าง
ผู้เรียน ผู้สอน และหุ่นยนต์ ที่สามารถทำให้ผู้เรียนสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน ไม่จำกัด
เวลา และสถานท่ี ผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ให้บริการทางด้านเครือข่ายสังคม (Social
Networking)
ภาพท่ี 4-1 การออกแบบหุน่ ยนตอ์ าจารย์ (Ajarn Robot)
หมายเหตุ : เลขทค่ี ำขอจดทะเบยี นอนุสิทธบิ ตั ร 2203000081
4.2 การถ่ายทอดองค์ความร้ผู ลงาน
4.2.1 “หุ่นยนต์ Ajarn” ถูกนำไปแสดงและได้รับรางวัล “เหรียญทอง” จากงาน “SPECIAL
EDITION 2022 - INVENTION GENEVA EVALUATION DAYS” ณ สมาพันธรัฐสวิส เมื่อวันท่ี 16 -
20 มนี าคม 2565
4.2.2 “หุ่นยนต์ Ajarn” ถูกนำไปแสดงและได้รับรางวัล “เหรียญทองแดง” จากงาน “2022
JAPAN DESIGN, IDEAL & INVENTION EXPO” ณ ประเทศญ่ปี นุ่ เมอื่ วันที่ 1 - 3 กรกฎาคม 2565
หนา้ ที่ 4-2
4.2 ผลการ
ตารางที่ 4-1 ผลการดำเนนิ งานตาม Objectives และ Key Results (KRs) ของ
Program ววน. แผน
Obj. KRs Obj.
1. การพฒั นากำลังคน 1 เครือข่าย 1. การพัฒนากำลังคน
- เครือข่ายความ - เครอื ขา่ ยความ
ร่วมมอื ร่วมมอื
2. ทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา 1 เร่ือง 2. ทรพั ย์สนิ ทางปญั ญา
- ลขิ สิทธ์ิ - ลขิ สทิ ธิ์
รศึกษา ผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจรงิ
งแผนงาน
นงาน การพัฒนาเครอื ข่าย - The University of
Tampere, Finland - Nihon University,
KRs Japan - The University of Leicester,
4 เครอื ข่าย U.K. - บริษัท ซีที เอเซยี โรโบติกส์ จำกดั
1 เรื่อง หุ่นยนตป์ ัญญาประดิษฐ์สำหรับการเรยี นการ
สอนภาษาอังกฤษแบบบูรณาการดว้ ย
เทคโนโลยีดิจทิ ลั และการฝึกปฏบิ ตั ิจรงิ สำหรบั
นักศึกษามหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคล
(เลขทค่ี ำขอจดทะเบียนสิทธิบัตร
2203000081)
หน้าที่ 4-3
ตารางท่ี 4-2 ผลผลิตท่เี กิดขึ้นจรงิ (Output) หนว่ ยนับ
ผลผลิตที่เกดิ ขน้ึ จริง 1 ต้นแบบ
1. ต้นแบบผลติ ภัณฑ์ 2 งาน
1.1 ห่นุ ยนตป์ ัญญาประดษิ ฐ์
2. การประกวดโครงการวจิ ยั
2.1 หุ่นยนตป์ ัญญาประดิษฐ์
รายละเอยี ด (พร้อมแนบหลักฐาน)
ต้นแบบหนุ่ ยนต์ Ajarn
การประกวดในงาน “SPECIAL EDITION 2022 - INVENTION GENEVA
EVALUATION DAYS” ณ นครเจนวี า สมาพนั ธรัฐสวิส ในระหวา่ งวนั ท่ี
16 - 20 มนี าคม พ.ศ. 2565
ผลงานช่อื Ajarn Robot
ไดร้ บั รางวัลประกาศนยี บัตร GOLD MEDAL
การประกวดสงิ่ ประดิษฐ์ ในงาน“Japan Design, Idea and Invention
Expo 2022” ณ Hotel Kyoto Eminence เมอื งเกยี วโต ประเทศญป่ี นุ่
ผลงานชื่อ Ajarn Robot ได้รับรางวลั ประกาศนียบตั ร BRONZE MEDAL
หน้าท่ี 4-4
ตารางที่ 4-3 ผลลัพธ์ท่เี กดิ ข้ึนจรงิ (Outcome) 1 ต้น
Outcome (ตาม MoA) บรู ณ
มหา
ระดับปฏบิ ตั กิ าร
นักศ
ตารางท่ี 4-4 ผลกระทบทเ่ี กิดขึ้นจริง (Impact) ปัญญ
Impact (ตาม MoA) เทค
ราช
ระดบั ปฏบิ ัตกิ าร การ
ผลลัพธ์ทเ่ี กดิ ขนึ้ จริง
นแบบ หนุ่ ยนต์ปัญญาประดษิ ฐ์สำหรบั การเรยี นการสอนภาษาอังกฤษแบบ
ณาการด้วยเทคโนโลยดี ิจิทลั และการฝกึ ปฏิบตั จิ ริงสำหรับนักศึกษา
าวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคล
ผลกระทบทเี่ กดิ ขึน้ จริง
ศกึ ษามีความสนใจ ในการฝึกการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษกับหุน่ ยนต์
ญาประดิษฐส์ ำหรบั การเรียนการสอนภาษาองั กฤษแบบบรู ณาการด้วย
คโนโลยีดิจทิ ัลและการฝึกปฏิบัติจริงสำหรับนักศกึ ษามหาวิทยาลยั เทคโนโลยี
มงคล มคี วามกลา้ พูดคยุ กับห่นุ ยนต์ ในการเรียนภาษาอังกฤษ ทำใหม้ ผี ล
รเรียนทด่ี ีขนึ้
หน้าที่ 4-5
บทท่ี 5
สรปุ ผล อภิปราย และข้อเสนอแนะ
การศึกษาวิจัยเรื่อง “หุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษแบบ
บูรณาการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและการฝึกปฏิบัติจริงสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช
มงคล” มวี ัตถุประสงคใ์ นการวจิ ยั ดงั น้ี
1) เพื่อพฒั นาหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐส์ ำหรบั การเรียนการสอนภาษาองั กฤษแบบบูรณา
การดว้ ยเทคโนโลยีดจิ ิทัลและการฝึกปฏิบตั จิ ริง เพื่อการพฒั นาทักษะและศกั ยภาพของบัณทิตราชมงคล
ในยุคไทยแลนด์ 4.0
โครงการวิจัยนี้เก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ (qualitative research) โดย การวิจัยเอกสาร
(documentary research) และการสัมภาษณ์เชิงลึก (in-depth Interview) จากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ
(key informants) โดยใชว้ ิธีเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (purposive sampling) การสำรวจและประเมิน
สถานภาพ ด้านความประสิทธิภาพและปลอดภัยผ่านรายการสำรวจห้องปฏิบัติการ (ESPReL
Checklist) ด้วยตนเองและผู้เชีย่ วชาญ และมีการออกแบบประเมินเพอื่ เปน็ เคร่ืองมือในการเก็บรวบรวม
ข้อมูล ทางคณะผู้วิจัยได้ทำการกำหนด ลักษณะประชากรและกลุ่มตัวอยา่ ง วิธีการสุ่มตวั อย่าง การเก็บ
รวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์และประมวลผลขอ้ มูล
5.1 สรุปผลการวิจยั
การศึกษาวิจัยจากเกบ็ ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิจัยเอกสารและการสมั ภาษณ์เชิงลึกจาก
ผู้ใหข้ ้อมลู สำคัญจำนวน 10 คน มดี ังน้ี
จากการวจิ ยั เอกสาร พบว่า เดิมจุดมงุ่ หมายของการเรียนรใู้ นห้องปฏิบัติการ คอื การเสริม
ทฤษฎีความรู้ที่ได้รับจากการบรรยายเป็นหลัก โดยมีผู้ที่มีส่วนร่วม คือ มหาวิทยาลัย อาจารย์ และ
นักศึกษา [25] แต่การเรียนที่มีประสิทธิภาพในปัจจุบันและในอนาคตไม่ใช่การบรรยายหรือการนำ
ความรู้มาป้อนให้กับผู้เรียนโดยตรงเชน่ ในอดีตอีกต่อไป แต่ต้องเป็น “การเรียนรู้จากประสบการณ์จรงิ ”
(Experiential Learning) [26] ซึ่งต้องมีกรอบความคิด (Conceptual Framework) ของการเรียนรู้
แบบมสี ่วนร่วม (Participatory Learning) เปน็ การเรยี นรูท้ ่ีแสดงถึงความสัมพันธ์ในสามมิติ คอื 1) การ
คิด 2) แรงจูงใจ และ 3) บริบททางสังคม [24] ห้องปฏิบัติการแบบบูรณาการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและ
การฝึกปฏิบตั จิ ริงจึงนับไดว้ า่ เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้การจัดการเรียนการสอนน้สี มั ฤทธ์ิผลจากการ
เชื่อมโยงทั้ง 3 มิติ ผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ให้บริการทางด้านเครือข่ายสังคม การประมวลผลแบบ
แบ่งปนั ทรพั ยากรผา่ นเครือขา่ ยหรือการคำนวณแบบคลาวด์
หน้าท่ี 5-1
ในปัจจุบันการเรียนรใู้ นห้องปฏิบัตกิ ารควรจะสามารถแบบบูรณาการดว้ ยเทคโนโลยีดิจิทัล
และการฝึกปฏิบัติจริงได้อย่างหลากหลาย เช่น การเรียนแบบผสมผสาน (Blended Learning: BL)
หมายถงึ การผสมผสานระหว่างการเรยี นรใู้ นชนั้ เรียนกับการเรียนรจู้ ากเทคโนโลยตี า่ ง ๆ เขา้ ด้วยกนั เช่น
อาจารย์สอนโดยจัดกิจกรรมในชั้นเรียนแบบปกติ และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้การศึกษาเพิ่มเติมด้วย
ตนเองนอกชั้นเรียนด้วยบทเรียนออนไลน์ [27] [28] แนวทางการศึกษาที่ผสมผสานสื่อการศึกษา
ออนไลน์นี้ยังรวมถึงการโต้ตอบออนไลน์ ที่จะเพิ่มการมีส่วนร่วม (engagement) ของผู้เรียน ดังนั้น จึง
จำเป็นต้องมีเครื่องมือที่จะก่อให้เกิดการปรากฏตัวทางกายภาพของทั้งครูและนักเรียน ทั้งในห้องเรียน
ปกตแิ ละในหอ้ งเรยี นออนไลน์
การจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการผ่านระบบดจิ ิทัลและการฝึกปฏิบัติระหว่างผ้เู รยี น
ผู้สอน และหุ่นยนต์
ภาพที่ 5-1 การออกแบบหนุ่ ยนตอ์ าจารย์ (Ajarn Robot)
หมายเหตุ : เลขที่คำขอจดทะเบยี นอนุสทิ ธบิ ตั ร 2203000081
5.2 การถ่ายทอดองคค์ วามรผู้ ลงาน
“Ajarn Robot” ถูกนำไปแสดงและได้รับรางวัล “เหรียญทอง” จากงาน “SPECIAL
EDITION 2022 - INVENTION GENEVA EVALUATION DAYS” ณ สมาพันธรัฐสวิส เมื่อวันท่ี 16 - 20
ม ี น า ค ม 2565 ( https://inventions-geneva.event maker.io/inventions/620f9cc7030b735
43467766a) และไดถ้ ่ายทอดองค์ความรู้ดงั กลา่ วในการประชมุ ออนไลน์ “สอนออนไลน์อย่างไร...ให้เด็ก
ไม่เบื่อ?” ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2564
ซง่ึ มจี ำนวนการรับชมจนถึงปัจจบุ นั กวา่ 1,600 ครงั้
(https://web.facebook.com/102724691969271/ videos/3902764206460 018)
หนา้ ท่ี 5-2
ภาพที่ 5-4 การถ่ายทอดองค์ความรู้ผา่ น Youtube
5.3 อภิปรายผลและขอ้ เสนอแนะ
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ “หุ่นยนต์ Ajarn” จึง
ถูกออกแบบมาในรูปแบบของ Interactive ผู้เรียน ผู้สอน และหุ่นยนต์ ที่สามารถทำให้ผู้เรียนสามารถ
เรียนรู้ ฝึกทักษะ หรือทบทวนภาษาอังกฤษได้ด้วยตนเอง ไม่จำกัดเวลา และจากการสัมภาษณ์เชิงลึก
พบว่าต้นแบบหุ่นยนต์ Ajarn สามารถช่วยให้ผู้เรียนได้รับความรู้ควบคู่ความสนุกในการเรียนวิชา
ภาษาอังกฤษ สามารถทบทวน Gramma หรือฝึกปฏิบตั ิกับหุ่นยนต์ Ajarn เพิ่มมากขึ้น โดยมีการศึกษา
ทดลอง เน้นการปฏิบัติ สรุปผลการเรียนรู้ที่ได้รับ รวมไปถึงการประเมินผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นด้วยตัว
ผู้เรียนเอง ซึ่งถือว่าเป็นทักษะที่สำคัญของการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 ที่จะพัฒนากระบวนการคิด
วิเคราะห์ให้เกิดแก่ผู้เรียนและเพิ่มผลสัมฤทธิ์ในการจัดการเรียนการสอน จึงทำให้ได้รับรางวัลจากการ
ประกวดสง่ิ ประดษิ ฐใ์ นระดบั นานาชาติ
หนา้ ที่ 5-3
เอกสารอา้ งองิ
[1] https://waa.inter.nstda.or.th/prs/pub/20171025-Robot-Whitepaper-final%20-
%20Cover%20v2.pdf
[2] Tecuci, G. (2012). Artificial intelligence. Wiley Interdisciplinary Reviews:
Computational Statistics. 4. 10.1002/wics.200.
[3] Li, Z., He, B., Yu, X., and Hu, R. (2017). Speech interaction of educational robot
based on Ekho and Sphinx. in the Proceedings of the 2017 International
Conference on Education and Multimedia Technology, Singapore. pp. 14-20.
10.1145/3124116.3124119.
[4] Wistort, R. and Breazeal, C. (2009). TOFU: a socially expressive robot character for
child interaction. pp. 292-293. 10.1145/1551788.1551862.
[5] Meiirbekov, S., Balkibekov, K., Jalankuzov, Z. and Sandygulova, A. (2016). “You
win, I lose”: Towards adapting robot's teaching strategy. pp. 475-476.
10.1109/HRI.2016.7451813.
[6] D. Nunan, “Communicative Tasks and the Language Curriculum,” TESOL
Quarterly, Vol. 25, no. 2, pp. 279-295, 1991.
[7] K. Brandl, “Communicative Language Teaching in Action: Putting Principles to
Work,” Upper Saddle River, NJ: Phil Miller, pp. 284–297, 2007.
[8] M. Whong, “Language Teaching: Linguistic Theory in Practice,” Edinburgh
University Press, Edinburgh, 2011.
[9] O. Bilash, “The Challenges and successes of Developing a Literacy Community in
a Minority Language in Western Canada: An Action Research Study,” Foreign
Language Annuals, Vol 35, no. 3, pp. 307-319, 2002.
[10] O. Bilash, “Proving It: What Has Been Learned,” Retrieve January 5, 2019, from
https://sites.educ.ualberta.ca/staff/olenka.bilash/Best%20of%20Bilash/provingit.
html
[11] B. Easley, “Integrated Learning Model 2017,” Retrieved January 17, 2 0 22,
https://www.linkedin.com/in/bryaneasley/overlay/experience/556459123/multip
le-media-viewer/?treasuryMediaId=1493045970381
หน้าท่ี 5-49
50
[12] สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการ, “พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พ. ศ. ๒๕๔๒ และที่แ ก้ ไ ข เ พิ ่ มเ ติ ม , ” สืบค้นเมื ่ อ 2 พฤศจิก าย น 2564, จาก
https://www.bic.moe.go.th/images/stories/5Porobor._2542pdf.pdf
[13] A. Kovalchick and K. Dawson, “Education and Technology: An Encyclopedia,”
ABC-CLIO, p. 161, 2004. ISBN 1576073513.
[14] W. K. Lawrence, “Learning and Personality: The Experience of Introverted
Reflective Learners in a World of Extroverts,” Cambridge Scholars Publishing,
2015. ISBN 9781443878074.
[15] B. S. Bloom, M. D. Engelhart, E. J. Furst, W. H. Hill and D. R. Krathwohl, “Taxonomy
of Educational Objectives: The Classification of Educational Goals. Vol. Handbook
I: Cognitive Domain,” David McKay Company, New York, 1956.
[16] B. J. Jansen, D. Booth and B. Smith, “Using the Taxonomy of Cognitive Learning
to Model Online Searching,” Information Processing & Management, Vol. 45, no.
6, pp. 643-663, 2009.
[17] Lu, H. ; Gong, S. and Clarke, B. (2007). The Relationship of Kolb Learning Styles,
Online Learning Behaviors and Learning Outcomes". Journal of Educational
Technology and Society, vol. 10, no. 4, pp. 187-196, 2007.
[18] Smith, M. K. (2010). David A. Kolb on experiential learning, the encyclopedia of
informal education. Retrieve October 3, 2019, from https://infed.org/david-a-
kolb-on-experiential-learning/
[19] ธีระวัฒน์ เหมือนศรีชัย, ขวัญฤทัย บุญยะเสนา, ศิริภรณ์ ศิลปวานิช, สุภัทรา โกไศยกานนท์,
อัมพร อนุพันธ์ และ Milla Kinnunen. “การพัฒนาชุดกิจกรรมภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร
แบบบูรณาการผ่านการฝึกปฏิบัติจริงของนักศึกษาโปรแกรมภาษาไทย: กรณีศึกษา คณะ
บริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยในกลุ่มรัตนโกสินทร์,” การประชุมวิชาการ Thailand Research
Expo: Symposium 2020, ส ำ น ั ก ง า น ก า ร ว ิ จ ั ย แ ห ่ ง ช า ติ ( ว ช . ) , ก ร ุ ง เ ท พ ,
ประเทศไทย, น. 282-294, 2563.
[20] ทิพย์ ขำอยู่, สุกฤษฎิ์ วงแวงน้อย และสมยศ เผือดจันทึก, “การจัดการเรียนรู้แบบฝึกปฏิบัติ
เป็นฐาน,” แสงอีสาน. มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน, ป. 15, ฉ. 2, น.
215–226, 2561.
[21] อติพร เกิดเรือง, “การส่งเสริมการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 เพื่อรองรับสังคมไทยในยุคดิจิทัล,”
วารสารวชิ าการ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, ป. 6, ฉ. 1, น. 173-184, 2660.
51
[22] สำนักบริการงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย สพฐ., “แนวทางจัดการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21,”
ส ื บ ค ้ น เ ม ื ่ อ 15 ก ุ ม ภ า พ ั น ธ์ 2564, จ า ก https://webs.rmutl.ac.th/assets/upload
/files/2016/09/20160908101755_51855.pdf
[23] โครงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการวิจัยในประเทศไทย, “คู่มือการ
ประเมินความปลอดภัยห้องปฏิบัติการ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ครั้งท่ี 2,” กองมาตรฐานการวิจัย
สำนักงานคณะกรรมการวจิ ยั แห่งชาติ, 2558.
[24] D. A. Kolb and R. Fry, “Toward an applied theory of experiential learning," In C.
Cooper (Ed.), Studies of Group Process, Wiley, New York, pp. 33–57, 1975.
[25] T. Budai and M. Kuczmann, “Towards a Modern, Integrated Virtual Laboratory
System,” Acta Polytechnica Hungarica, Vol. 15, No. 3, pp. 119-204, 2018.
[26] H. Tavangar, “The Out of Eden Walk: An Experiential Learning,” Journey from
the Virtual to the Real, Edutopia, January 3, 2014.
[27] C. Lawless, “What is Blended Learning?,” Digital Marketing Manager at LearnUpon,
January, 2019, Retrieved from: https://www.learnupon.com/blog/what-is-
blended-learning/
[28] K. Boonyasana, “Learning Diary Student Outcomes Assessment: Experimental
Research in Education,” Journal of Critical Reviews, Vol. 7, no. 17, pp. 1867-1873,
2020.
52
ภาคผนวก ก
53
การประกวดในงาน “SPECIAL EDITION 2022 - INVENTION GENEVA EVALUATION DAYS”
ณ นครเจนีวา สมาพันธรฐั สวิส ในระหว่างวนั ท่ี ๑๖ - ๒๐ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖๕
ชุดโครงการวิจัย “การพัฒนาศักยภาพด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษของนักศึกษา
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยี ราชมงคลผ่านการเรียนการสอนแบบบรู ณาการด้วยเทคโนโลยดี ิจิทัลและการ
ฝึกปฏิบัติจริง” ได้รับทุนงบประมาณรายจ่าย ประจำปีประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งมีระยะเวลาการ
ดำเนินงานตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๓๐ กันยนยน ๒๕๖๕ รวมระยะเวลา ๒๒ เดือน
และทางสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กำลังพิจารณาคัดเลือก ๒ นวัตกรรมจากชุดโครงการวิจัย
ดังกล่าว เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยให้เข้าร่วมการประกวดในงาน “SPECIAL EDITION 2022 -
INVENTION GENEVA EVALUATION DAYS” ณ น ค ร เ จ น ี ว า ส ม า พ ั น ธ ร ั ฐ ส วิ ส
(https://inventorday.nrct.go.th/ewt_news.php?nid=178) ในระหว่างวันที่ ๑๖ - ๒๐ มีนาคม
พ.ศ. ๒๕๖๕ ด้วยรูปแบบ online และได้ขออนุมัติจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครให้
เขา้ ร่วมการประกวดดงั กล่าว ตามบันทกึ ขอ้ ความเลขท่ี กง ๐๑๑/๒๕๖๕ โดยมีรายละเอยี ด ดงั นี้
๑. ผลงานเรื่อง “อาจารย์หุ่นยนต์ (Ajarn Robot)” จากโครงการวิจัย “การพัฒนา
หุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณาการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
และการฝึกปฏิบัติจรงิ ” ซึง่ มีรายช่ือคณะวิจัยทเ่ี ขา้ ร่วมการประกวด ดังนี้
- ดร.ขวัญฤทัย บุญยะเสนา มหาวิทยาลยั เทคโนโลยราชมงคลพระนคร
- นายเกียรติศกั ดิ์ ลาภพาณชิ ยกุล มหาวิทยาลยั เทคโนโลยราชมงคลพระนคร
- ดร.ศรณั ย์ ฉัตรธญั ญกิจ สถาบันการจดั การปัญญาภวิ ัฒน์
- ดร.ธนภณ รัชตกลุ พัฒน์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยราชมงคลพระนคร
- ผศ.ดร.จนั ทรวรรณ สำราญสำรวจกจิ มหาวิทยาลยั ราชภัฏจันทรเกษม
- ดร.มงคล มลี นุ กรมสอบสวนคดีพเิ ศษ
- นายพรี วชิ ญ์ จัดละ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยราชมงคลพระนคร
- นายเฉลิมพล ปุณโณทก บรษิ ทั ซีที เอเซยี โรโบตกิ ส์ จำกัด
- นายยืนยง เหินฟา้ ปญั ญา บรษิ ัท ซีที เอเซยี โรโบตกิ ส์ จำกัด
- Prof. Dr.Milla Kinnunen Tampere University (Finland)