The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นำเสนอหลักสูตรโรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Choi-Jong Arm, 2021-10-12 15:59:42

นำเสนอหลักสูตรโรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์

นำเสนอหลักสูตรโรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์

ความนา

จากการทบทวนหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 นาไปสกู่ ารพัฒนามาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชี้วัดกลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตรว์ ทิ ยาศาสตร์
และสาระภมู ิศาสตร์ ในกลุม่ สาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ( ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560 ) ทีม่ ีความเหมาะสม สอดคลอ้ งกบั การเปลี่ยนแกลงทางเศรษฐกิจ
สงั คม วฒั นธรรม สภาพแวดล้อม และความรทู้ างวทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยที เ่ี จริญกา้ วหน้าอย่างรวดเรว็ เปน็ การพัฒนาส่งเสริมศกั ยภาพคนของชาตใิ ห้สามารถเพิ่มขดี
ความสามารถในการแขง่ ขนั ของประเทศ การยกระดบั คุณภาพการศึกษาและการเรยี นรใู้ หม้ คี ณุ ภาพและมาตรฐานระดบั สากล สอดคลอ้ งกบั ประเทศไทย 4.0 ในศตวรรษที่ 21
และทดั เทียมกบั นานาชาติ ผู้เรียนมศี กั ยภาพในการแข่งขนั และดารงชีวติ อยา่ งสร้างสรรคใ์ นประชาคมโลก ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง โรงเรียนจงึ พฒั นาหลกั สตู ร
สถานศึกษาดว้ ยการวางแผนและการดาเนนิ การใช้หลักสูตร การเพิ่มพูน คณุ ภาพหลกั สตู รด้วยการวจิ ัยและพัฒนา การปรับปรงุ และพัฒนาหลักสูตรจัดทาระเบียบการวัดและ
ประเมินผล สอดคล้องกบั หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน สภาพปัญหาในชมุ ชนและสงั คม และความ ต้องการของผ้เู รยี น โดยทุกภาคสว่ น โรงเรยี นพบิ ูลอุปถมั ภ์ได้
ดาเนินการประเมินผลใช้หลักสูตรสถานศกึ ษาเปน็ ระยะอย่างต่อเนอ่ื งและนามาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชีว้ ัด กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์และสาระภมู ศิ าสตร์
ในกลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ( ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560 ) มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ช้ีวดั ของรายวชิ าอื่นจากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พ้ืนฐานพุทธศักราช 2551 มาใช้ เปน็ กรอบในการจดั ทาหลักสูตรโรงเรียนพิบลู อปุ ถัมภ์ พทุ ธศกั ราช 2563 ทง้ั การกาหนดวสิ ยั ทัศนส์ มรรถนะสาคญั ของผู้เรยี นและคุณลักษณะ
อนั พึงประสงคเ์ น้นใหน้ กั เรียนโรงเรยี นพบิ ลู อุปถมั ภ์ เป็นผู้ประพฤตดิ ี เปน็ ผู้เจริญสมดังปรัชญาของโรงเรยี น รวมทง้ั มที ักษะท่จี าเปน็ ในการดารงชีวิตในสงั คมท่ีมกี ารเปล่ียนแปลง
และแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาตนเองอยา่ งต่อเนื่องและตลอดชวี ิต ซง่ึ เปน็ ทศิ ทางหลักในการจัดโครงสรา้ งเวลาเรยี น และคาอธิบายรายวชิ า โดยมผี ทู้ เ่ี กีย่ วขอ้ งทุกฝา่ ยรว่ มกนั
พฒั นาหลักสตู รโรงเรยี นพบิ ลู อุปถมั ภ์ ทาใหห้ ลกั สูตรสถานศึกษามคี ณุ ภาพ รวมทั้งมกี รอบทศิ ทางในการจัดการศกึ ษาเพมิ่ เติมตามความตอ้ งการของทอ้ งถนิ่ ครอบคลมุ
สมรรถนะและคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ของผู้เรยี นทกุ กลุ่มเป้าหมาย ท้ังน้กี ารจดั หลกั สูตรโรงเรียนพบิ ลู อปุ ถัมภ์จะประสบความสาเรจ็ ตามเป้าหมายท่คี าดหวังได้ ทกุ ฝ่ายที่
เก่ียวข้องต้องรับผิดชอบ โดยรว่ มกันทางานอยา่ งเปน็ ระบบและตอ่ เนื่อง ในการวางแผนดาเนินการ สนับสนนุ ตรวจสอบ ตลอดจนปรบั ปรงุ แก้ไข เพ่ือพฒั นานกั เรยี นโรงเรยี น
พิบูลอปุ ถัมภ์ ให้มคี ุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรแู้ ละผลการเรยี นรทู้ ีก่ าหนดไว้

วสิ ยั ทศั น์

สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

➢ โรงเรียนพบิ ูลอุปถมั ภ์มงุ่ พัฒนาผ้เู รยี นตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้
พืน้ ฐานมงุ่ เนน้ พฒั นาผู้เรียนใหม้ คี ณุ ภาพตามมาตรฐานทีก่ าหนด ซง่ึ จะชว่ ย
ใหผ้ ้เู รยี นเกิดสมรรถนะสาคัญ 5 ประการ ดังนี้

1) ความสามารถในการส่ือสาร
2) ความสามารถในการคิด
3) ความสามารถในการแก้ปญั หา
4) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

➢ โรงเรยี นพบิ ูลอปุ ถัมภ์มงุ่ พัฒนาผเู้ รยี นใหม้ ี
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์เพ่ือให้สามารถอยู่
ร่วมกบั ผู้อน่ื ในสังคมได้อยา่ งมีความสุข ในฐานะ
เป็นพลเมอื งไทยและพลโลก ตามหลกั สูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐานดงั นี้

1) รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
2) ซ่อื สตั ยส์ จุ รติ
3) มีวินยั
4) ใฝ่เรียนรู้
5) อยู่อยา่ งพอเพยี ง
6) มงุ่ มั่นในการทางาน
7) รกั ความเปน็ ไทย
8) มีจิตสาธารณะ

กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน

โรงเรยี นพบิ ูลอุปถมั ภ์ จดั กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี นโดยแบ่งออกเปน็ 3 ลกั ษณะ ดังนี้
1. กิจกรรมแนะแนว

เป็นกิจกรรมทสี่ ่งเสรมิ และพัฒนาผ้เู รียนใหร้ จู้ กั ตนเองรรู้ กั ษ์ส่ิงแวดล้อม สามารถคดิ ตัดสนิ ใจ
คิดแกป้ ัญหากาหนดเปา้ หมาย วางแผนชีวติ ทั้งดา้ นการเรยี นและอาชพี สามารถปรบั ตนได้อยา่ งเหมาะสม
นอกจากนีย้ ังชว่ ยให้ครรู จู้ กั และเขา้ ใจผู้เรียน ทั้งยังเป็นกจิ กรรม ทชี่ ว่ ยเหลือและใหค้ าปรกึ ษาแกผ่ ้ปู กครองใน
การมีส่วนร่วมพัฒนาผู้เรยี น โดยนักเรยี นทกุ คนต้องเขา้ รว่ มกจิ กรรมแนะแนว ดังนี้

▪ ระดับประถมศึกษา 40 ช่ัวโมงตอ่ ปี
▪ ระดบั มัธยมศึกษา 20 ชั่วโมงต่อภาคเรียน

2. กิจกรรมนกั เรยี น
เป็นกจิ กรรมทมี่ งุ่ พัฒนาความมรี ะเบยี บวินยั ความเปน็ ผนู้ า ผตู้ ามทีด่ ีความรับผิดชอบ การทางาน

ร่วมกนั การรจู้ กั แกป้ ญั หา การตดั สินใจท่ีเหมาะสม ความมีเหตผุ ล การชว่ ยเหลือแบ่งปนั เออ้ื อาทรและ
สมานฉันทโ์ ดยจัดให้สอดคลอ้ งกบั ความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผเู้ รียนให้ได้ปฏบิ ตั ิด้วยตนเอง
ในทุกขัน้ ตอนไดแ้ ก่ การศึกษาวิเคราะหว์ างแผน ปฏบิ ตั ิตามแผน ประเมนิ และปรับปรุงการทางาน เน้นการ
ทางานร่วมกนั เป็นกลุ่มตามความเหมาะสม และสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผเู้ รียนและบรบิ ทของสถานศกึ ษา
และท้องถน่ิ กจิ กรรมนกั เรยี น ประกอบดว้ ย
2.1 กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารแี ละยวุ กาชาด
2.2 กิจกรรมชุมนุม/ชมุ นมุ วิชาการ
โดยนกั เรยี นทกุ คนต้องเข้าร่วมกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีและยุวกาชาด ดังน้ี
ระดับประถมศกึ ษา 30 ช่วั โมงต่อปี
ระดับมัธยมศึกษา 15 ชว่ั โมงตอ่ ภาคเรยี น
โดยนักเรยี นทุกคนต้องเข้ารว่ มกจิ กรรมชุมนมุ /ชุมนมุ วิชาการ ดังน้ี
ระดบั ประถมศึกษา 40 ชัว่ โมงตอ่ ปี
ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น 35 ช่วั โมงตอ่ ปี แบ่งออกดังนี้
- ภาคเรยี นที่ 1 จานวน 15 ช่ัวโมง
- ภาคเรียนท่ี2 จานวน 20 ชั่วโมง
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย เข้ารว่ มกิจกรรมชุมนมุ วิชาการ 60 ชั่วโมงตอ่ ปี แบง่ ออกดังน้ี
- ภาคเรียนท่ี 1 จานวน 30 ช่ัวโมง
- ภาคเรียนท่ี 2 จานวน 30 ช่ัวโมง

3. กิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์
เปน็ กิจกรรมท่ีสง่ เสรมิ ให้ผู้เรยี นบาเพ็ญตนใหเ้ ป็นประโยชน์ต่อสงั คม ชุมชนและท้องถ่นิ ตามความ

สนใจในลกั ษณะอาสาสมคั รเพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดงี าม ความเสยี สละ ต่อสังคม และการมีจติ
สาธารณะ เช่นกิจกรรมอาสาพฒั นาตา่ ง ๆ กจิ กรรมสรา้ งสรรคส์ ังคม โดยนักเรียนทกุ คนตอ้ งเขา้ รว่ มกิจกรรม
เพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ โดยบูรณาการในกจิ กรรมแนะแนว และกิจกรรมลกู เสือ เนตรนารี และ
ยุวกาชาด ดงั นี้
❑ ระดับประถมศกึ ษา 10 ช่ัวโมงตอ่ ปี
❑ ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้ 15 ชวั่ โมงต่อปีแบง่ ออกดงั น้ี
o ภาคเรียนที่ 1 จานวน 10 ช่ัวโมง
o ภาคเรยี นท่ี 2 จานวน 5 ชวั่ โมง
❑ ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย 20 ชัว่ โมงตอ่ ปี แบ่งออกดงั น้ี
o ภาคเรียนท่ี 1 จานวน 10 ชั่วโมง
o ภาคเรียนที่ 2 จานวน 10 ช่ัวโมง

➢ โดยทงั้ 3 กิจกรรม คอื กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมนกั เรียน และกิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ เมื่อผู้เรียนไดป้ ฏิบตั กิ จิ กรรมแล้วนาไปสเู่ ป้าหมาย
เพือ่ เสริมสรา้ งสมรรถนะสาคญั และคณุ ลักษณะอันพึงประสงคข์ องผ้เู รียนตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐานพุทธศกั ราช 2551 มีความสัมพันธเ์ ชอื่ มโยง
กัน

โครงสรา้ งหลกั สตู ร



















วิเคราะห์ความสัมพนั ธ์ของ วิสยั ทศั น์ และวัตถปุ ระสงค์ของหลกั สตู ร ของหลกั สตู รกบั ความเชื่อมโยงของวชิ าเรียนเพิ่มเติม/กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น

วสิ ยั ทศั น์: เป็นองคก์ รทม่ี ุ่งเน้นสรา้ งผเู้ รยี นใหม้ คี วามรู้ความเขา้ ใจในการน้อมนาปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาใชใ้ นชีวติ ประจาวนั และมี
ความรู้ตามมาตรฐานสากล ความเข้าใจเกยี่ วกับอาเซยี น

วัตถปุ ระสงค์

1. ผู้เรยี นสามารถเรยี นรปู้ ฏบิ ตั ิตนตามหนา้ ท่ขี องการเป็นพลเมอื งดมี คี ่านยิ มทีด่ ีงาม
2. และ ใส่ใจคณุ ธรรม ดารงชีวิตอยูร่ ว่ มกนั ในสงั คมไทยและสังคมโลกอย่างสนั ติสุข
3. ผเู้ รยี นสามารถเรยี นรจู้ ดั การทรัพยากรในการผลิตและการบรโิ ภคการใช้
4. ทรพั ยากรทม่ี ีอยู่จากดั ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพและค้มุ คา่ รวมทั้งเข้าใจหลักการของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
5. ผเู้ รียนสามารถมสี ่วนร่วมในการเรียนรสู้ ู่ ประชาคมอาเซยี นมากขน้ึ
6. ผ้เู รียนสามารถเรยี นรรู้ ว่ มกับชมุ ชนนาข้อมูลทีไ่ ด้ศึกษาไปใช้ประโยชน์
7. ผู้เรยี นผูเ้ รียนมีความสนใจ ความสามารถ ความถนดั ตามศกั ยภาพ และมสี นุ ทรยี ภาพ ลักษณะนสิ ยั ดา้ นศิลปะ ดนตรแี ละกีฬา
8. ผู้เรยี นมีความสามารถในการคดิ มคี วามรู้ ทักษะทีจ่ าเป็นตามหลักสูตร และมคี วามเปน็ เลศิ ทางดา้ นวิชาการ การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
9. ผู้เรียนสามารถส่อื สารภาษาไทยและภาษาตา่ งประเทศในชวี ติ ประจาวนั ได้

หลักสูตรสถานศึกษาสง่ เสริมใหผ้ ้เู รียนเกิดความร้คู วามสามารถและเจตคติตามวสิ ยั ทศั น์และวตั ถุประสงคข์ องหลักสูตร ดงั น้ี

1. มคี วามร้คู วามเขา้ ใจในการน้อมนาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในรายวิชาเพิ่มเติมและในรายวชิาเพ่มิ เตมิ และกิจกรรมไดแ้ ก่

1) สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
2) กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
3) กิจกรรมนกั เรยี น
4) กิจกรรมเเนะเเนว

2. มีความร้ตู ามมาตรฐานสากล ความเขา้ ใจเกีย่ วกบั อาเซยี นในรายวิชาเพิ่มเติมและในรายวชิาเพ่ิมเตมิ และกิจกรรมได้แก่
1. -วิชา ภาษาองั กฤษ ฟงั -พดู
2. -วชิ า ภาษาองั กฤษเพ่ือการสนทนา
3. -วชิ า ภาษาองั กฤษ อา่ น-เขียน
4. -วิชา ภาษาอังกฤษเพือ่ นการเรียนรู้
5. -วชิ า ภาษาจีนเพื่อชีวติ ประจาวัน
6. -วชิ า ภาษาจนี สอ่ื สาร
7. -วิชา ภาษาจีนอ่าน เขียนเพอ่ื การสอ่ื สาร
8. -วชิ า การศกึ ษาวฒั นธรรมจนี
9. -วชิ าการเขียน
10. -วชิ าประวัตวิ รรณคดี
11. -วชิ าภาษาไทยเพอ่ื การส่อื สาร


Click to View FlipBook Version