39
ภาพที่ 2.41 Donskoy
ท่ีมา: สอ่ งสตั ว์ (2564)
2.1.5.4 แมวพันธุ์ขนยาว
แมวต่างประเทศพนั ธ์ขุ นยาว ได้แก่
1) แมวพันธุ์เปอร์เซยี Persian Longhair
2) แมวพนั ธุ์หิมาลายัน Himalayan
3) แมวพันธุ์เทอร์คิชแองโกรา Turkish Angora
4) แมวพันธุ์เทอรก์ ชิ แวน Turkish Van
5) แมวพนั ธุ์เมนคูน Maine Coon
6) แมวพนั ธุ์เบอรแ์ มน Birman
7) แมวพันธ์ุโซมาลิ Somali
8) แมวพนั ธ์ุบาลิเนส Balinese
9) แมวพนั ธุ์แร็กดอลล์ Regdall
10) แมวพันธ์ุเนบีลัง Nebelung
11) แมวพันธุ์อเมริกันเคิร์ล American Curl
12) แมวพนั ธุ์เซลเกิร์ก เรกซ์ Selkirk Rex
13) แมวพันธ์ุรากามัฟฟนิ Ragamuffin
1) แมวพันธุ์เปอร์เซีย Persian Longhair แมวเปอร์เซียมีขนาดปานกลางไปจนถึงขนาด
ใหญ่ ชว่ งคอสนั้ ลำตวั ป้อมสนั้ แต่ดูแนน่ ขาสนั้ ๆแข็งแรง เท้าอวบใหญห่ ัวโต หนา้ กลมและกว้าง ดวงตา
กลมโต ใบหเู ล็กปลายกลม จมกู สัน้ กวา้ งและแบน ดเู ปน็ เหมอื นรอยหักฉากลงมา กรามกว้างแข็งแรง
คางได้รูป หางสั้นเป็นพวงระย้า ขนเส้นยาวละเอียดคล้ายเส้นไหมและอ่อนนุ่มสลวยปกคลุมทั่วตัว มี
หลายสี เชน่ ขาว ดำ ฟา้ เทาอ่อน ครีม ควันบุหร่ี แดง น้ำตาล เงนิ และสผี สม 2-3 สี
40
แมวพันธุ์เปอร์เซียมีถิ่นกำเนิดในประเทศอิหร่าน ถูกนำไปลี้ยงในประเทศสหรัฐอเมริกาและ
ยุโรปเป็นเวลานานแล้ว ประมาณ 200-300 ปี ตั้งแต่สมัยวิตอเรีย ได้รับการผสมจนมีสีต่างๆเพ่ิมขึ้น
มากมาย แมวเปอร์เซียเปน็ แมวต่างประเทศพันธ์ุแรกท่ีถูกนำเข้ามาเล้ยี งในประเทศไทย
ภาพท่ี 2.42 Persian Longhair
ทีม่ า: mypersiancat (2564)
2) แมวพันธุ์หิมาลายนั Himalayan เเมวหมิ าลายันหรือแมวหิมาลยั เปน็ แมวท่ีเกิดจากการ
ผสมข้ามพันธุ์แบบ 3 สายเลือดในประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา เมื่อปีค.ศ. 1930 โดยนำแมว
วิเชียรมาศมาผสมกับแมวเปอร์เซียและแมวเบอร์แมน (Biman cat) ได้เป็นแมวพันธุ์หิมาลายัน ซึ่งมี
ลักษณะผสมผสาน คือ ขนยาวและรูปทรงแบบแมวเปอร์เซีย แต้มและสีแบบแมววิเชียรมาศและแมว
เบอรแ์ มน แมวหมิ าลายนั เปน็ แมวพนั ธุ์ขนยาวขนาดปานกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ ลำตวั ส้นั กระชับ หัว
ใหญ่ คอสั้น จมูกแบน แก้มนูนเต็ม ส่วนหูค่อนข้างต่ำ นัยน์ตาสีฟ้า กลมโต ขนยาวอ่อนนุ่ม รอบๆคอ
และแกม้ มขี นห้อยย้อยทูมีขนยาวเปน็ กระจุกห้อยย้อย บรเิ วณทางขนหนาทึบ เมอ่ื ยังเป็นลูกเมวสีแต้ม
ออ่ น โตข้นึ สแี ต้มจะชดั ข้ึน และมสี เี ข้มเม่ือโตมท่ี
ภาพที่ 2.43 Himalayan
ทม่ี า: aadeutah (2564)
41
3) แมวพนั ธุ์เทอร์คชิ แองโกรา Turkish Angora แมวเทอรค์ ิชแองโกร่า (Turkish Angora)
เป็นแมวที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศตุรกี ที่ได้รับชื่อ Angora ต่อท้าย เนื่องจากเป็นแมวตุรกีขนยาวจาก
เมอื งแองโกรา เป็นแมวพันธเ์ุ ก่าแก่ ทมี่ มี าตง้ั แตส่ มัย ค.ศ.1600 มคี วามคลอ่ งแคล่ว เฉลยี วฉลาด และ
มีความผูกพันกับมนุษย์ เป็นแมวตัวยาว ขนสีขาว หางเล็ก คอสั้น หูตั้ง ลูกในตากลมรี ขายาว อุ้งเท้า
ค่อนข้างเล็กกลมมน สะโพกใหญ่เม่อื เคลื่อนไหวหางจะกระเพ่ือมอยา่ งแรง ขนหน้าทอ้ งดก นวิ้ เท้าและ
ปลายหูจะมขี นเปน็ จกุ นยั นต์ าสีนำ้ เงิน สอี ำพนั หรืออาจเปน็ สีใดสีหนงึ่ หรือตาสองสใี นตวั เดยี วกัน อุ้ง
ฝ่าเท้า ริมฝีปากและจมูกจะเป็นสีชมพู
ภาพท่ี 2.44 Turkish Angora
ท่ีมา: aadeutah (2564)
4) แมวพนั ธ์ุเทอร์กิชแวน Turkish Van
แมวเทอร์กิชแวน เป็นแมวที่ชอบเข้าสังคมและมีความเป็นมิตรกับผู้คน, มีความผูกพันกับ
เจ้าของมาก, เป็นแมวที่มีชีวิตชีวา, และรักความสุนกสนาน แมวสายพันธุ์เทอร์กิชแวน เป็นแมวพันธ์ุ
พนื้ เมืองโบราณของประเทศตุรกี โดยถกู เรียกว่า 'แมวนกั ว่ายน้ำ' ดว้ ยความทช่ี ่ืนชอบน้ำมากเป็นพิเศษ
ซึ่งต่างจากแมวสายพันธุ์อื่นๆ อย่างไรก็ตาม แมวสายพันธุ์เทอร์กิชแวนนั้นยังมีสายเลือดนักล่าที่ยอด
เยี่ยมอกี ด้วย
ภาพที่ 2.45 Turkish Van
ทม่ี า: pet-az (2564)
42
5) แมวพันธุ์เมนคูน Maine Coon เมนคูนเปน็ แมวขนขาวชนดิ เดียวทีได้รบั การจัดกลุ่มเป็น
แมวพน้ื เมอื งของสหรฐั อเมรกิ า ซงึ่ มกี ำเนิดจากชาวเรือท่ีแล่นเรอื ไปยังไปนวิ อิงแลนด์ (New England)
เมนคูนเป็นแมวที่มีกระดูกหนาและมีกล้ามเนื้อ โดยกำเนิดเป็นแมวที่เลี้ยงนอกบ้านภายหลังได้ถูก
นำมาใช้งานในการกำจดั สตั ว์จำพวกหนู มีศีรษะและหูขนาดใหญ่ มีเสน้ ลายใต้ดวงตาม มีอกกว้าง และ
ขาหนา ขนของเมนคูนหนาและนุม่ ดุจเส้นไหม มีลักษณะที่น่าสนใจคือขนท่ีบริเวณทอ้ งและหลังขาจะ
ยาวย้วยลงมา แต่ขนที่บริเวณไหล่จะสั้น เป็นแมวที่ใจเย็น เรียบร้อย สามารถปรับตัวเข้ากับ
ส่งิ แวดลอ้ มไดด้ ี ตราบเท่าท่มี พี ืน้ ท่ีออกกำลงั กายให้เขา เมอ่ื เขาวิ่ง อาจจะส่งเสียงเบาๆ ได้
ภาพท่ี 2.46 Maine Coon
ท่มี า: petsocietythailand (2564)
6) แมวพันธ์ุเบอรแ์ มน Birman แมวสายพันธุ์ เบอร์แมน หรือที่เรียกว่า "แมวศักดิ์สิทธิแ์ ห่ง
พม่า" เปน็ แมวพันธุ์พ้นื เมอื งท่ีมีลักษณะโดดเดน่ คือมขี นยาว สีขาวออกครีม หรอื น้ำตาลออ่ น ตาสีฟ้า
เข้ม และ มีถุงมือและถงุ เท้าสีขาว ตัดกันกบั สตี ัว และแมวพนั ธุ์เบอร์แมนมีนิสัย ร่าเรงิ และนมุ่ นวล, มี
ชีวิตชีวา, ขี้เล่น, แต่ก็เงียบสงบและไม่ชอบรบกวนผู้อื่น บางครั้งพวกมันจะดรู าวกับว่าเรียบร้อยมากๆ
จนไดร้ บั การเคารพนบั ถอื จากผู้คนมากมายในพมา่ จากตำนานเลา่ ขานกนั มาว่าเป็นแมวศักด์ิสทิ ธิ์ พวก
มนั จึงคอ่ นขา้ งเป็นทน่ี ิยม เพราะสามารถเล้ียงได้ในสถานที่จำกดั อย่างเช่นอพารต์ เมนท์
ภาพท่ี 2.47 Birman
ที่มา: petsocietythailand (2564)
43
7) แมวพนั ธ์ุโซมาลิ Somali แมวพันธ์ุโซมาลี เปน็ แมวทม่ี ลี กั ษณะนสิ ยั ทีค่ ่อนข้างข้ีเลน่ ชอบ
เล่นกับของเล่น กระโดด และปีนป่าย ในส่วนของลักษณะทั่วไป โซมาลีจะมีลักษณะของศีรษะทรง
สามเหล่ียม ใบหูขนาดใหญ่ที่ตั้งขึ้น ไม่พับ หรืองอลง ดวงตากลมโต และที่สำคัญคือ ขนของมันจะมี
ลกั ษณะท่คี ลา้ ยกบั สุนขั จ้ิงจอกเปน็ อย่างยง่ิ ซึง่ นี่ก็นบั วา่ เป็นเอกลักษณ์อยา่ งหนึง่ ของแมวสายพนั ธุ์น้ี
ภาพท่ี 2.48 Somali
ที่มา: petsocietythailand (2564)
8) แมวพันธุ์บาลเิ นส Balinese โดยทั่วไป แมวบาลิเนส มีขนยาว เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
ซึ่งเกิดจากการกลายพันธุ์ของแมวสยาม ลักษณะมาตราฐานของแมวพันธุ์นี้ถูกกำหนดโดย Cat
Fanciers’ Association โดยมีลักษณะดังนี้ หุ่นเพรียวยาว รวมไปถึง หัว ขา และหาง ขนยาวเรียว
แหลมอ่อนนิ่ม และมีกล้ามเนื้อแข็งแรงซึ่งมีลักษณะคล้ายบรรพบุรุษของมันคือ แมวสยามนั้นเอง แต่
มันก็ก้าวไปอีกข้ันหนึง่ ในเรื่องของความยาวของส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และลักษณะที่พิเศษอีกอย่าง
หนึ่งก็คือ มขี นหางที่ยาวปุยคล้ายขนนก เพราะแมวบาลิเนส มีขนช้ันเดยี ว ซึง่ แตกตา่ งจากสัตว์ขนยาว
อื่น ๆ ทั่วไปซึ่งจะมีขนสองชั้นขนของแมวพันธุ์นี้จะวางตัวราบเรียบชี้ไปด้านหลัง และไม่ทำให้เสีย
รูปทรงของแมวพนั ธ์นุ ี้
ภาพที่ 2.49 Balinese
ท่มี า: petsocietythailand (2564)
44
9) แมวพนั ธแ์ุ รก็ ดอลล์ Regdall ประวัตคิ วามเปน็ มาของแมวแร็กดอลล์ (Ragdoll Cat) ถูก
พัฒนาสายพนั ธโุ์ ดยนักผสมพนั ธุ์ Ann Baker นกั ผสมพนั ธชุ์ าว แคลิฟอรเ์ นยี ในปี ค.ศ.1960 โดย แมว
Ragdoll ตัวแรกมีชื่อว่า Josephine เป็นแมวที่น่ารัก มีนิสัยสุภาพเรียบร้อย และมีแต้มสีแบบ แมว
วิเชียรมาศ โดย Josephine เป็นลูกผสมระหว่างแมวเปอร์เซีย แมวแร็กดอลล์เป็นแมวที่มีโครงร่าง
ขนาดใหญ่ มีรา่ งกายท่แี ขง็ แรง โดยขนาดตัวใหญ่กวา่ แมวไทยราวๆ 3 เทา่ ตัว ขนหนานุ่ม
ภาพที่ 2.50 Regdall
ท่ีมา: petsocietythailand (2564)
10) แมวพันธุ์เนบีลัง Nebelung เนบีลัง เป็นภาษาเยอรมัน หมายถึง เจ้าแห่งสายหมอก
เป็นแมวที่ขี้อาย ไม่ค่อยยุ่งกับคนแปลกหน้า รักสงบ อ่อนโยน และรักเจ้าของมาก วันนี้เราจะมาทำ
ความรู้จักน้องเพิ่มขึ้นกัน เป็นแมวที่มีสีเดียวคือ สีเทา ขนกึ่งยาว ลำตัวขนาดกลางค่อนไปทางเล็ก
บอบบาง ขายาว ใบหนา้ ยาวยน่ื จมูกยาวไมม่ ีจุดหักของจมูก มีใบหใู หญ่ ตั้งชี้อยบู่ นศรี ษะไดส้ ัดส่วน มี
องุ้ เท้าขนาดเลก็ หางยาว แถมขนนมุ่ ฟแู ละเงางาม โดยดวงตาของแมวสายพันธ์ุนก้ี ็จะเปน็ สีเขียวสดใส
ซง่ึ มีลักษณะคลา้ ยกับรูปเมลด็ อัลมอนด์
ภาพที่ 2.51 Nebelung
ท่มี า: ส่องสตั ว์ (2564)
45
11) แมวพันธุ์อเมริกันเคิร์ล American Curl ลักษณะเด่นของแมวอเมริกัน เคิร์ล คือมีหู
ม้วนหลุบไปข้างหลัง ลูกแมวอเมริกัน เคิร์ลจะเกิดมาพร้อมกับการมีหูตรงและหูของมันจะเริ่มขด
ภายใน 10 วัน หลังจากนั้น 4 เดือน หูของมันจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆอีก แค่แข็งขึ้นเท่าน้ัน ถ้า
ลักษณะหทู ่ีถอื วา่ สวยคือต้องมว้ นไปขา้ งหลงั อย่างน้อย 90 องศา แตไ่ มถ่ ึง 180 องศา ไมม่ ้วนจนไปชน
หลงั ใบหูหรือหวั (petsocietythailand, 2564)
ภาพท่ี 2.52 American Curl
ทม่ี า: petsocietythailand (2564)
12) แมวพันธุ์เซลเกิร์ก เรกซ์ Selkirk Rex เซลเกิร์กเรกซ์ เป็นแมวที่มีนิสัยชอบเล่น, กล้า
หาญ, และมีเสน่ห์ แมวเซลเกิรก์ ไม่ชอบแมวที่ชอบคลอเคลียอยบู่ นตักของเจา้ ของตลอดเวลา แต่พวก
เขาก็ยังชอบทจ่ี ะเล่นกับผคู้ นหรือสตั ว์ตัวอ่ืนๆ เพราะโดยธรรมชาติแล้วแมวเซลเกริ ์กไม่ชอบท่ีจะถูกท้ิง
ไว้เพียงลำพัง มันชอบเมื่อมีคนมาเล่นด้วยหรือเล่นกับของเล่นอยู่เสมอ เช่นวิ่งตามสิ่งของหรือวิ่งตาม
ไฟฉาย แต่ถ้าเมื่อพวกเขารู้สึกว่าถูกละเลย พวกเขาอาจจะส่งเสียงร้อง เพื่อเรียกร้องความสนใจจาก
เจา้ ของบ้างเป็นบางครง้ั
ภาพที่ 2.53 Selkirk Rex
ที่มา: pet-az (2564)
46
13) แมวพันธุ์รากามัฟฟิน Ragamuffin แมวสายพันธุ์ รากามัฟฟิน มีความคล้ายกับแมว
สายพันธ์ุ แร็กดอลล์ เพราะเช่ือว่ารากามัฟฟนิ ถกู พฒั นามาจากสายพันธแ์ุ ร็กดอลล์ โดยแมวสายพันธุ์
รากามัฟฟิน มีนิสัยชอบแสดงความรัก และทักทายผู้คนเป็นประจำ มีความขี้อ้อนและชอบที่จะคลอ
เคลียอยู่กับเจ้าของ เป็นแมวที่ชอบเรียนรู้และเชื่อฟังเจ้าของ และยังเป็นแมวที่เข้ากันได้ดีกับเด็กๆ
แต่การามฟั ฟนิ มกั จะเรียกร้องความสนใจมากยงิ่ ขึ้น ถา้ ถูกทงิ้ ให้อย่บู า้ นเพียงลำพงั (pet-az, 2564)
ภาพที่ 2.54 Ragamuffin
ที่มา: pet-az (2564)
2.1.6 พฤติกรรมแมว
แมวมีพฤติกรรมในการติดต่อสื่อสารระหว่างแมวด้วยกัน เพื่อที่จะแสดงออกถึงความรู้สึกท่ี
ต้องการสอื่ ทางอารมณ์ ความรู้สึก อาณาเขต เป็นตน้ แมวจะแสดงพฤติกรรมด้วยลักษณะท่าทางและ
เสียงรอ้ ง เช่น การแสดงออกของใบหนา้ หู และกิรยิ าทา่ ทางต่างๆ ตลอดจนการสง่ สัญญาณโดยการใช้
กลิ่น เป็นต้น การที่เราใกล้ชิดและคุ้นเคยกับแมวจะทำให้สามารถรับรู้พฤติกรรมต่างๆและเข้าใจ
ความหมายเหล่าน้นั ได้ ทำให้เกดิ ความรักความเอน็ ดโู ดยไม่รู้ตวั ผทู้ ไ่ี มไ่ ด้ใกล้ชดิ กับแมวจะไม่เข้าใจส่ิง
เหล่านี้ ดังนั้นผู้ที่เพิ่งเริ่มเลี้ยงแมวควรจะทำความเข้าใจถึงพฤติกรรมและธรรมชาติของแมวที่ตนเอง
เล้ยี งไวใ้ ห้อยูก่ บั เราไปนานๆดงั น้ันพฤติกรรมตา่ งๆของแมวมีดังนี้
2.1.6.1 การส่งสญั ญาณโดยใชก้ ลิน่
การส่งสัญญาณโดยใช้กลิ่นนั้นเกิดขึ้นมาจากการสัมผัสโดยตรงและโดยอ้อม แมวจะมีต่อม
กลน่ิ อย่บู รเิ วณใต้ผวิ หนังบริเวณแกม้ คางเท้า และโดคนหาง ซ่ึงจะมหี น้าทที่ ำการผลติ ฮอร์โมนออกมา
กลน่ิ เหล่าน้ีจะทำหนา้ ท่ชี ่วยใหแ้ มวจำกนั ได้
47
การทักทายแมว เมื่อแมว 2 ตัวมาเจอกันจะทำการทักทายกันด้วยการสัมผัสโดยใช้หัว คาง
แก้ม และสีขา้ งทำการ ถูตวั ไปมา แมวทีม่ อี ายนุ อ้ ยกว่าจะเป็นฝ่ายท่ีใช้หลังของมันถูคางของแมวตัวท่ีมี
อายมุ ากกว่า
การแสดงความแข็งแรง เมื่อแมวต่อสู้กันแมวตัวที่ชนะจะทำการปล่อยกลิ่นหลายๆครั้งใน
บรเิ วณน้ัน เพ่อื เปน็ การแสดงอาณาเขต ความมน่ั ใจและความแข็งแรงให้คู่ต่อสู้ได้เห็น ส่วนฝ่ายท่ีแพ้ก็
จะพยายามแอบมาปล่อยกล่ินทบั บรเิ วณน้นั โดยจะไมใ่ ห้ฝ่ายท่ีชนะเห็น
การแสดงอาณาเขต แมวตัวผู้มักจะทำการปล่อยกลิ่นเพื่อแสดงถึงความเป็นเจ้าของบริเวณ
นั้น โดยจะยกหางให้ตั้งตรงขึ้นและแกว่งไปมา พร้อมกับปล่อยของเหลวต่อมใต้โคนหาง กลิ่นนี้จะคง
อยปู่ ระมาณ 1-2 สัปดาห์ หรอื มากกว่าน้แี ละกจ็ างหายไป
2.1.6.2 การรักษาความสะอาด แมวเป็นสตั วท์ ่ีรักความสะอาด ในแตล่ ะวนั จะใช้เวลาในการ
ทำความสะอาดมาก ในน้ำลายแมวจะมีสารที่ช่ือว่า “ดีเทอร์เจนต์” สารชนิดนี้จะทำหน้าที่ช่วยให้ขน
ของแมวสะอาดและมีกลิ่นหอมโดยในแต่ละวันแมวจะใช้ลิ้นเลียบริเวณขนของตัวเองเพื่อท ำให้ส่ิง
สกปรกและขนที่หมดสภาพหลุดออกไป และเนื่องจากแมวจะมีต่อมเหงื่อบริเวณเฉพาะที่เท้าเท่านั้น
การเลียขนจงึ เปน็ การควบคุมอุณหภูมิของรา่ งกายแมวอีกด้วย แมวนน้ั สามารถใช้ลิ้นของมันเลียได้ทุก
สว่ นยกเวน้ บริเวณหวั แต่ก็สามารถแก้ปัญหาไดโ้ ดยการเลียเทา้ และใช้เทา้ ทำความสะอาดส่วนหัวที่ไม่
สามารถเลยี ถึง
2.1.6.3 การลับเล็บ แมวจะชอบทำลายข้าวของ เช่น ทำการตะกุยเก้าอี้หรือเฟอร์นิเจอร์
เป็นต้น การกระทำเหล่านี้ทำให้เกิดความเสยี หายต่อผู้เป็นเจา้ ของ ซึ่งสิ่งเหล่าน้ีเป็นพฤตกิ รรมการลบั
เล็บของแมว เพอ่ื ทำการขดั เล็บท่เี กา่ ออกไปใหเ้ ลบ็ ใหม่ขนึ้ มาและขณะที่ทำการลบั เล็บ แมวจะท าการ
ปลอ่ ยกลิ่นจากต่อมเหงอื่ ทมี่ ีกล่นิ พิเศษ เพ่ือให้แมวตวั อ่นื รู้ว่าเฟอรน์ ิเจอร์เหลา่ นม้ี เี จา้ ของ
2.1.6.4 การเคล้าแข้งเคล้าขา พฤติกรรมของแมวที่ชอบทำการเคล้าแข้งเคล้าขาคนนั้น ไม่
เพียงแต่จะแสดงออกถึงความเป็นมิตรแต่บางครั้งยังเป็นการปล่อยกลิ่นชนิดพิเศษมาจากต่อมกลิ่นที่
อยู่บริเวณขมับและที่โคนหางของมันใส่คน หลังจากที่ทำการปล่อยกลิ่นใส่แล้วจะช่วยทำให้แมว
อารมณด์ ี นอกจากการปล่อยกลน่ิ ใสแ่ ล้ว แมวยังจำกล่ินตวั ที่มนั คลอเคลียดว้ ยการเลียขนของมันเอง
2.1.6.5 การแสดงออกทางใบหน้า
ใบหนา้ ของแมวสามารถบง่ บอกถึงอารมณต์ า่ งๆที่แสดงออกมาดงั น้ี
หนวด
- ถ้าหากหมวดมีลกั ษณะไปอยู่ด้านขา้ งเป็นพมุ่ แสดงถงึ ความสงบสบายใจและความ
เป็นมติ ร
48
- ถ้าหากหนวดมีลักษณะลาดและรวบไปไว้ข้างแก้ม จะแสดงถึงว่าตอนนี้อยู่ในท่าที่
ระมดั ระวงั หรืออาย
- ถ้าหากหมวดมีลักษณะแผ่ออก แสดงว่ากำลังสนใจอะไรบางอย่างหรือมีสิ่งที่น่า
ตืน่ เตน้
หเู ป็นส่วนท่ีสามารถรบั รู้ได้ไวมาก
- ถ้าหากหูมีลักษณะถกู ยกยื่นไปขา้ งหลังนน้ั เป็นการเตือนภยั วา่ มีศัตรูอยู่บริเวณน้ี
- ถา้ หากหมู ีลกั ษณะโคง้ กลับถูกดึงใหต้ ่ำลงข้างๆ เปน็ การแสดงถงึ การป้องกันตัวและ
พร้อมที่จะตอ่ สู้
ตา
- ม่านตาลดลง แสดงถึงความตงึ เครยี ดหรอื กำลงั สนใจบางสิ่งบางอยา่ งอยู่
- ม่านตาเปิดกวา้ ง แสดงถึงอาการตกใจกลวั หรือกำลังเตรียมพรอ้ มป้องกนั ตวั
2.1.6.6 กิรยิ าทา่ ทาง
หัว เมื่อแมว 2 ตัวที่ไม่เคยรู้จักกันมาเผชิญหน้ากันการท าความรู้จักของแมวนั้นคือ
การยืดหัวทีต่ ั้งตรงไปข้างหน้าถ้าหากตวั ใดรูส้ กึ วา่ ตัวเองเด่นกว่าจะท าการเชิดหัวใหส้ ูงขึ้นไป
อกี สว่ นตวั ทีด่ อ้ ยกวา่ จะทำการกม้ หัวใหต้ ่ำลง
ลำตัว
- ลำตวั โค้งงอหรอื หลังโก่ง แสดงถึงความกลัวและพร้อมทีจ่ ะจู่โจม
- ลำตวั ยดื ตรง แสดงถงึ ความม่นั ใจ
หาง
- อาการยกหางขึ้นและเข้าไปดมก้นของแมวตัวอื่นแสดงถึงความเป็นมิตรหรือยินดี
ตอ้ นรับ
- อาการสะบดั หางจากทางหน่ึงไปยงั อีกทางหนึ่งแสดงถึงความรสู้ กึ ตนื่ เตน้ มาก
- อาการมว้ นหาง แสดงถึงความรูส้ ึกกลัว
- อาการเหยียดหางยาวอยู่ข้างหลังเมื่อเดินผ่านประตู แสดงว่าแมวกำลังอยู่ใน
สภาวะปอ้ งกันตัว
- อาการแกว่งหางไปมา แสดงถึงวา่ ตอนนี้กำลังมคี วามขัดแยง้ ทางอารมณ์ แต่ถ้าหาก
หยดุ แกวง่ หางแสดงวา่ ตัดสินใจได้แลว้
ขน เมื่อแมวอยู่ในสภาวะที่กำลังกลัวขนจะตั้งชันข้ึนทั้งตัว ในกรณีที่ขู่หรือเตรียมจะ
ตะปบเหย่อื ขนจะต้ังชนั เพยี งเลก็ น้อยทีบ่ รเิ วณลำตัวและหาง
49
2.1.6.7 การสง่ เสียง
เสียงร้องของแมวเป็นสิ่งที่คนเรารู้จักกันทั่วไปในเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ (เหมียว เหมียว) ของ
แมว อาจจะเกิดได้จากการท่ีลกู แมวถูกปล่อยทง้ิ ไว้หรือไม่มีความสุขบางร้ังแมวจะร้องเมื่อเกิดความไม่
พอใจจะรอ้ งเสียงสูงขนึ้ และอาจยังรอ้ งเรยี กหาค่ไู ดอ้ ีกดว้ ย
การทำเสียงแหลม เมื่อแมวตกอยู่ในสภาพเครียดจัด มันจะแสดงความโกรธโดยการส่งเสียง
แหลมๆซึ่งเรียกวา่ “เสียงป้องกันตัว” ออกมาถี่ๆ นอกจากนี้ เสียงร้องที่สูงและต่ำก็เพ่ือเป็นการแสดง
ถงึ การจับคกู่ นั
การทำเสียงสูง การทำระดับเสียงให้สูง จะแสดงถึงความเป็นมิตรและความยินดีที่จะเป็น
เพอ่ื นดว้ ย ถา้ หากมกี ารรอ้ งเบาๆ หมายถึง การสนทนาอย่างเปน็ กันเอง
การทำเสียงคำราม เสียงคำรามของแมวนั้นจะทำได้โดยการยกมุมปาก การคำรามอย่าง
เต็มก าลงั นนั้ จะแสดงถงึ ความจรงิ จงั
2.1.6.8 การมองเหน็
แมวสามารถวิเคราะห์สัญญาณภาพได้ 2 สี คือ สีน้ำเงินและสีเขียว สีที่แมวสามารถมองเห็น
นั้นค่อนข้างจะจางมาก ทำให้แมวเห็นภาพเป็นสีเทาซีด ทั้งนี้เพราะแมวนั้นไม่มีความจำเป็นต้อง
มองเห็นสีสัน แต่ต้องการมองเห็นเพียงแค่การเคลื่อนไหวของเหยื่อ ซึ่งการเคลื่อนไหวที่แมวสามารถ
มองเห็นได้ชัดคือการเคลื่อนไหวในแนวราบ นอกจากนี้แมวยังมีสายตาสั้น สามารถมองเห็นได้ชัดคือ
การเคลือ่ นไหวในแนวราบ นอกจากนีแ้ มวยังมีสายตาสนั้ สามารถมองเหน็ ได้ในระยะประมาณ 20 ฟุต
ทำใหต้ ้องล่าเหยอ่ื ในระยะประชดิ ตวั โดยการกระโดดจูโ่ จมเข้าหากอ่ นท่ีเหยื่อจะรู้ตัว ถา้ หากว่าแมวน้ัน
ไม่สนใจจะจ้องสิ่งใดเป็นพิเศษ ลูกตาของแมวจะทำการเลื่อนห่างออกไปจากกันจนชิดขอบตาอีกข้าง
ทำใหส้ ามารถเพ่มิ มุมมองได้อยา่ งกวา้ งขน้ึ นอกจากนต้ี าของแมวนน้ั ยังมีลักษณะพเิ ศษ คือ มเี ยอื่ บางๆ
คอยคลุมแก้วตาอีกชัน้ เพื่อชว่ ยป้องกันประสาทตา และยังชว่ ยให้สามารถหลบั ตาเพ่ือต้านแสงอาทิตย์
ได้ เม่อื แมวหลับลองจับเปลือกตาของแมวเปิดดูจะเหน็ เหยอื่ บางแผ่นนไี้ ด้
2.1.6.9 การลา่ เหยื่อ
แมวมีสัญชาตญาณของนักล่า แมวนั้นจะชอบออกหาเหยื่อตามลำพังในเวลากลางคืน สัตว์ที่
แมวทำการล่าส่วนใหญ่จะเป็นหนูและสัตว์ชนิดเล็กๆที่ออกหากินในเวลากลางคืน การล่าเหยื่อนี้จะมี
การเรยี นร้ตู ้งั แต่ยงั เป็นลูกแมวจากแมวแมวและแมวตวั อืน่ ๆโดยการท่ีแม่แมวคาบเหยื่อกลับมาที่รงันั้น
ไดท้ ำใหล้ ูกแมวเรยี นรวู้ ่าสตั วช์ นิดไหนท่คี วรทำการล่า เมือ่ ลูกแมวได้เหน็ วิธกี ารและทำการฝึกอยู่เสมอ
เมื่อโตข้ึนจะเป็นนกั ล่าท่ดี ี
แมวจะมคี วามอดทนรอคอยเหยื่อไดเ้ ป็นเวลานานๆเมื่อเหยื่อโผล่ออกมามนั จะทำการตะครุบ
ทันที เมื่อจับได้เหยื่อมันจะวิ่งพร้อมกับสะบัดเหยื่อไปตามพื้นจนกว่าเหยื่อจะหยุดดิ้น ขณะที่แมวเข้า
ไปหาเหยื่อ มันจะแสดงท่าทางหมอบและหุบหูและหางให้ต่ำลงเพื่อไม่ให้เหยื่อรู้ตัว แต่ปลายหางของ
50
แมวนั้นจะแกว่งอยู่ตลอดเวลาเพื่อจับจังหวะ บางครั้งแมวจะทำการกระโจนเข้าหาเหยื่อในลักษณะที่
ขาคูห่ ลังคงท่ีอยู่กับพื้นและกดั เหย่อื อยา่ งแรงบริเวณลำคอ
2.1.6.10 ประสาทสมั ผัส
แมวเป็นสัตว์ที่มีการเคลื่อนไหวตัวโดยให้น้ำหนักทุกส่วนของร่างกายอยู่บริเวณอุ้งฝ่าเท้า
เพอ่ื ใหก้ ารทรงตวั เกิดความสมดุล ขอ้ เท้า ขา และช่วงหลังของแมวสามารถโค้งงอไดโ้ ครงสร้างกระดูก
สันหลังและระหว่างนิ้วเท้าทั้ง 4 ข้างที่ข้อนิ้วเท้าจะสามารถเชื่อมติดกับอุ้งฝ่าเท้า นอกจากนี้บริเวณ
ศีรษะจะสามารถหมุนพลิกไปด้านหลังได้องค์ประกอบของโครงสร้างกระดูกสันหลังจะเชื่อมโยงสู่ทุก
ส่วนต่างๆ ของกล้ามเนื้อ กลายมาเป็นแหลง่ กำลังสะสม บริเวณพื้นทีข่ องกระดูกเชิงกรานและขาหลัง
จะมีความแข็งแรงและแกร่งมากเป็นพิเศษ แมวนั้นมีความสามารถในการกระโดดอย่างวิเศษสุดใน
บรรดาสตั ว์ 4 เทา้ ชว่ งคอและไหล่ของแมวจะมกี ลา้ มเน้อื คอยชว่ ยให้สามารถจบั เหย่ือได้อยา่ งแม่นยำ
แมวสามารถทรงตัวในกลางอากาศได้แม้ว่าจะตกลงมาจากที่สูง การที่แมวทรงตัวอยู่ได้นั้น
เป็นเพราะกระดูกสันหลังที่ยืดหยุ่นได้ เมื่อแมวรู้สึกตัวว่ากำลังตกลงมาจากที่สูง มันจะบิดหลัง
จนกระทั่งหัวและขาของมันชี้สู่พื้น จากนั้นก็ตวัดหางขึ้นเพื่อช่วยหมนุ ลำตวั ด้านหลงั กลับมาอย่างเดิม
แมวจะทำการแผ่ขาทั้ง 4 ขาลงสู่พื้นเพื่อรองรับน้ำหนักตัว แต่ถ้าหากแมวตกลงมาจากที่สูงมากๆ
อาจจะไดร้ บั อนั ตรายได้
2.1.6.11 การสมั ผัส
แมวนั้นจะใช้หนวดของมันทำการสัมผัส ที่หนวดของแมวมีเส้นประสาท เมื่อปลายหนวดทำ
การสัมผัสกับสิ่งกีดขวางเส้นประสาทก็จะเกิดการรับรู้จากการกระตุ้นท ำให้แมวรู้สึกถึงส่ิ งนั้นและ
ตำแหน่งของสิ่งนั้นๆ ถ้าหากแมวได้เดินเข้าไปในท่อหรืออุโมงมืด มันจะทำการกางหนวดออกมาเพื่อ
สัมผัสผนังทั้ง 2 ด้าน ทำให้รู้ว่าจะสามารถผ่านไปได้หรือไม่ ดังน้ันจึงไม่ควรถอนหนวดแมวหหรือตัด
หนวดของแมวทง้ิ
2.1.6.12 การนอนหลับ
แมวจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการนอนซึ่งคิดเป็นเวลาประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์ของแต่ละวัน
การนอนของแมวนั้นจะเปน็ ระยะเวลาสัน้ ๆท่ีเรียกว่า การงีบ ขณะกำลังนอนหลับแมวจะสามารถรับรู้
ถึงสง่ิ ท่เี กิดขน้ึ ตา่ งๆ รอบตวั ของมันได้ เสียงใดๆท่แี มวได้ทำการวิเคราะห์แลว้ ว่าไม่เกีย่ วข้องและไม่เป็น
อันตรายกับตัวของมันเอง แมวจะทำการปิดกั้นเสียงนั้นและนอนหลับต่อ ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าแมว
เปน็ สตั ว์กินเน้อื ซ่ึงจำเปน็ ตอ้ งรักษาพลังงานให้มากทส่ี ดุ เพ่ือใช้ในการลา่ เหย่ือ
51
2.1.6.13 ความฉลาด
แมวจัดได้ว่าเป็นสัตว์ที่มีความฉลาด เพราะสามารถปรับตัวตามสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าสัตว์
ชนิดอื่นๆ ในโลก ถ้าหากเปรียบเทียบความฉลาดของแมวกับมนุษย์เป็นการยากที่จะเปรียบเทียบ
เพราะมนษุ ย์มีสมองหนักถึง 3 ปอนด์ และมีเซลล์ประสาทมากกวา่ 100,000 ลา้ นเซลล์ ในขณะท่ีแมว
มมี ันสมองหนักเพยี ง 1-2 ปอนด์และเซลลป์ ระสาทเพียง 10,000, ลา้ นเซลลเ์ ทา่ น้ัน
2.1.6.14 การดมกลิ่น
แมวมีจมูกไวกว่ามนุษย์หลายเท่าตวั เนื่องจากต่อมประสาทการรับกลิ่นของแมวโตกว่าถึง 10
เท่าตัว และยังมีระบบรับความไวของกลิ่นสำรองอีกชุด เมื่อใดที่แมวต้องการจะทำการพิสูจน์กลิ่นให้
ชัดเจน มันจะทำการยืดคออ้าปากทำท่าเหมือนหอบหายใจ ซึ่งเป็นการดึงกลิ่นเข้ามาในปาก กลิ่นจะ
ผ่านไปตามท่อเล็กๆ 2 ท่อตรงไปยังต่อมความไวกลิ่นสำรอง ดังนั้นถ้าหากแมวมาเคล้าแข้งเคล้าขา
หรือถูไถตามสิ่งของต่างๆ ระบบต่อมกลิ่นข้างแก้ม หน้าผาก และสีข้างของแมวจะทำการปล่อยกลิ่น
ออกมาเพ่อื ใหแ้ มวตวั อ่ืนท่มี าเขา้ ใกล้รับรู้ถึงอาณาเขต
2.1.6.15 การคาบลูก
แมแ่ มวสว่ นใหญจ่ ะห่วงลูกและคอยดูแลป้องกันอันตรายไมใ่ หเ้ กิดอนั ตรายกับลูกน้อยของมัน
เมอื่ ลกู แมวเดินออกมาห่างไกลเกินไปแม่แมวจะคาบลูกกลับไปไว้ในรัง โดยการใชป้ ากคาบตรงหลังคอ
พากลบั ไปเพอ่ื หลบหลีกศัตรทู จ่ี ะทำอันตรายแก่ลูกแมว
2.1.6.16 การปีนป่าย
แมวส่วนใหญ่เป็นนักปีนป่ายที่คล่องแคล่ว ว่องไว แมวจะใช้ขาและกรงเล็บยึดตัวไว้บนกิ่งไม้
และลกู แมวจะต้องทำการเรียนรู้ทักษะการปีนป่ายโดยการลองปนี ถึงแม้วา่ จะถูกหรือผิดก็ตาม
2.1.6.17 พฤติกรรมความรักและความเชื่อใจทแี่ มวให้กบั ผเู้ ลีย้ ง
หากคุณสงสัยว่าแมวของคุณรักและเชื่อใจคุณมากแค่ไหน ลองสังเกตพฤติกรรมของพวกมัน
ได้ ซึ่งจริงๆแล้วการแสดงออกของแมวได้บ่งบอกอะไรบางอย่างกับเรา เพียงแต่ว่าบางครั้งพวกเรา
อาจจะไม่ทราบกไ็ ดว้ ่าสงิ่ ท่มี นั ทำคือการแสดงความรกั และความเช่ือใจอย่างหนง่ึ
1) เสียงครางในลำคอ เสียงเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อแมวรู้สึกมีความสุขหรือว่ากำลังผ่อนคลาย
มนั เปน็ เสียงพเิ ศษสำหรับคนท่ีพิเศษเทา่ นั้น
2) เอาจมูกมาชน เป็นการแสดงความไว้เนื้อเชื้อใจ ปกติแล้วแมวจะเป็นสัตว์ที่ขี้ระแวง
พอสมควรและเมื่อมนั เชอื่ ใจแล้วก็จะใช้จมูกชนกนั กบั ผูเ้ ล้ยี ง แมวกับแมวเองกท็ ำเหมอื นกัน
3) สามารถสัมผัสหวั ไดแ้ บบสบายๆ การกระทำนี้เป็นข้นั พน้ื ฐานที่สุดที่แสดงว่าแมวเร่ิมเชื่อใจ
คณุ บ้างแล้ว
52
4) เอาตัวหรือหวั มาถไู ถ เปน็ ส่ิงที่แมวกำลังแสดงคุณเปน็ ของๆมนั
5) เดินวนเวียนไปรอบๆ บางครั้งพวกมันอาจจะเอาเท้ามาเข่ียๆหรือกวดั แกว่งหางไปมาใสผ่ ู้
เลี้ยงกไ็ ด้
6) นอนหลับพักผ่อนแบบไม่กังวล อย่างที่บอกคือแมวเป็นสัตว์ที่ขี้ระแวงและระมัดระวัง
ตวั เองอยูต่ ลอดเวลา ดังน้นั การทีม่ ันนอนหลับแบบไมก่ งั วลส่ิงใด แสดงว่ามนั ไว้ใจว่าคณุ จะไม่ไปทำร้าย
มนั อย่างแน่นอน
7) เวลาเรียกจะร้องตอบ หลายคนอาจจะคิดว่าแมวไม่รู้จักชื่อของตัวเอง แต่เชื่อเถอะว่ามัน
แคไ่ มส่ นใจมนษุ ยใ์ นบางครง้ั เทา่ นนั้ เอง แต่สำหรับผ้เู ลีย้ งเรียกเม่ือไรก็จะร้องตอบกลับมาเม่ือนั้น
8) นอนแผ่หนาสองสลิง การที่แมวเผยจุดอ่อนที่สุดคือพุงของมันให้พวกเราได้เห็นแสดงว่า
มันเช่อื ใจเราแบบสุดๆวา่ พวกเราไมเ่ ปน็ อันตรายตอ่ มนั อย่างแนน่ อน
9) ติดตามไปทุกหนทุกแห่ง ถ้าแมวเหมียวของคุณชอบที่จะติดตามคุณไปทุกที่ภายในบ้าน
ถงึ แม้ว่าคณุ จะแยกห้องกับพวกมันก็ตามแสดงว่ามันเร่ิมคล่ังไคลค้ ุณแล้ว
10) ทักทายคุณเมื่อกลับถึงบ้าน อาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับแมวบางตัว แต่ว่ามีแมวอีก
หลายตวั ทแี่ สดงทา่ ทีและออกมาต้นรบั เจ้าของท่ีกลบั มาบ้านทุกครง้ั เหมือนกนั
11) ให้ของขวัญ แมวเป็นสัตว์ที่เป็นนักล่า ถ้าหากว่ามันล่าสัตว์หรือคาบสิ่งต่างๆมาให้คุณ
แสดงว่ามันเหน็ คณุ เปน็ หน่ึงในสมาชิกในครอบครวั
12) ชอบมาใหค้ วามอบอุ่น ถึงแม้ว่าอากาศจะรอ้ นแต่อย่าลมื วา่ ความต้านทานความหนาว
เยน็ ของคนกบั แมวไม่เหมือนกัน มนั จะเข้ามาซุกหรือกอดเพื่อสร้างความอบอุ่นใหแ้ ก่คณุ เพราะว่าคุณ
คอื คนสำคญั (บา้ นและสวน,2565)
2.1.7 การเล้ยี งดแู มว
การดแู ลสขุ ภาพของแมว เปน็ สิง่ จำเปน็ อย่างย่ิงสำหรบั ผู้เล้ียงแมว โดยการสงั เกตและตรวจดู
อวัยวะต่างๆถ้าพบเห็นความผิดปกติของแมว ควรรีบพาไปพบสัตว์แพทย์และควรพาไปตรวจสุขภาพ
อย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แมวที่มีสุขภาพที่ดีนั้นจะทานอาหารได้มาก ขนจะเงางามและ
อัตราระบบการหายใจเปน็ ไปอยา่ งปกติ
อุณหภูมิของแมวปกติจะอยู่ระหว่าง 37.8 - 39.2 องศาเซลเซียส ชีพจรออกลูกแมวนั้นจะตั้ง
150-200 ครั้ง/นาที แมวที่มีอายุน้อยจะอยู่ที่ 80-175 ครั้ง/นาที แมวที่มีอายุมากจะอยู่ที่ 150-200
ครั้ง/นาที อัตราการหายใจในลูกแมวนั้น 30-40 ครั้ง/นาที แมวอายุน้อยอยู่ที่ 20-30 ครั้ง/นาที แมว
อายุมากแล้วอยู่ที่ 20 ครั้ง/นาที ชีพจรและการหายใจของแมวนั้นจะน้อยหรือมากขึ้นอยู่กับอายุของ
แมวซง่ึ เป็นส่งิ ปกติ
ตา แมวทม่ี ีสขุ ภาพดจี ะมีแววตาที่สดใส ไม่ขุ่นมัวและไม่มขี ีต้ าหรือคราบน้ำตา ถ้าหากพบเห็น
อาการดังกลา่ วแสดงวา่ แมวมีอาการผิดปกตคิ วรรบี พาไปหาสัตวแพทย์หรือทำการรักษาโดยการลา้ งตา
แมวเพอ่ื เอาหนองและสง่ิ สกปรกออก
53
หู เปน็ สิ่งจำเปน็ ในการรบั ฟังเสียงต่างๆของแมว ผู้เลี้ยงจะตอ้ งระมดั ระวังสิ่งที่จะเป็นอันตราย
ต่อหูของแมว เช่น สบู่ น้ำ หมัดและเห็บเข้าไปอยูใ่ นรูหู ควรหมั่นตรวจสอบอยู่เสมอ ถ้าหากหูสกปรก
ควรใช้สำลชี ุบน้ำและเชด็ ใหส้ ะอาด แตถ่ า้ เปน็ แผลหรือมีตุ่มข้ึนควรพาไปพบสตั วแพทยท์ ันที
ฟัน ผู้เลี้ยงควรทำการตรวจฟันและทำความสะอาดของแมวบ่อยครั้ง โดยทำการแคะเศษ
อาหารที่ติดฟันแมวออกจากนั้นใช้แปรงสีฟันที่มีขนอ่อนหรือสำลีชบุ น้ำเกลอื หรือยาสีฟันทำการแปรง
หรือเช็ดฟันให้สะ-อาดจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคเหงือกและฟัน ถ้าหากพบว่าแมวมีอาการเหงือก
บวมหรือมีปญั หาเรอ่ื งฟนั จะต้องรีบไปหาสตั วแพทย์เพื่อทำการรกั ษาทันที
จมูก เป็นสิ่งบ่งชี้ได้ชัดเจนเมื่อแมวมีอาการป่วย แมวที่มีสุขภาพดีจมูกจะชื้นและเย็น แต่ถ้า
หากว่าแมวมีอาการป่วยจมกู จะแหง้ และถ้ามีน้ำมกู หรือได้ยินเสียงหายใจแรงๆหรือเห็นแมวใชเ้ ทา้ เตะ
กุมจมกู บ่อยๆ ควรรบี ไปปรกึ ษาสตั วแพทย์ทนั ที
2.1.7.1 การดูแลแมว
1) การออกกำลังกายของแมว การออกกำลังกายของแมวควรจะทำเป็นประจำเพราะการ
ออกกำลงั หายจะช่วยไม่ให้แมวมีอาการท้องผูกและยังชว่ ยทำให้กินอาหารได้ดีขึ้น โดยผ้เู ล้ยี งอาจจะจูง
แมวไปเดินเล่นโดยให้มันปีนปา่ ยต้นไม้หรือปล่อยใหไ้ ด้วง่ิ เลน่ อยา่ งอิสระหรือถ้าหากเป็นลูกแมวอาจจะ
หาของเลน่ มาใหเ้ ล่นกไ็ ด้ เพอื่ สุขภาพท่ดี ีต่อไปของแมว
2) ทีอ่ ย่แู ละอุปกรณ์
การเล้ยี งแมวนอกจากจะเลยี้ งไว้เพื่อดูเลน่ และเป็นเพื่อนยามเหงาแลว้ ผู้เลีย้ งควรจะให้ความ
รัก ความเอาใจใส่ดูแล ในการเลี้ยงแมวนั้นควรจะจัดการหาที่อยู่อาศัยที่มีความสะอาดให้แมวได้อยู่
เพอื่ สุขภาพท่ีดีต่อไป
การจดั การเก่ยี วกับท่ีอยู่
การเลี้ยงแมวภายในบ้านนั้นควรจะทำการศึกษาข้อมูลของแมวว่าต้องการอยู่แบบไหน
ลักษณะอย่างไร แล้วทำการจัดที่อยู่ให้แมวโดยอาจจะจัดหากล่องหรือตะกร้า แล้วใช้กระดาษ
หนังสือพิมพ์หรือเศษผ้าที่ไม่ใช้มาปูหลายๆชั้นเพื่อทำเป็นที่นอนแล้วนำไปวางไว้ที่มุมใดมุมหนึ่งของ
บริเวณบา้ นทีม่ ีอากาศถ่ายเทได้สะดวก นอกจากน้ีควรจดั หาท่อนไม้แข็งๆหรือแผน่ ไม้ไว้ให้แมวทำการ
ลับเล็บของมัน ถ้าหากผู้เลี้ยงไม่ได้เตรียมอุปกรณ์นี้ แมวก็จะทำการลับเล็บในที่ต่างๆของบ้าน เช่น
โต๊ะ ประตู หน้าต่าง เป็นต้น และจะทำให้เกิดความเสียหายตามมา ไม่ควรกักขังแมวไว้ในบ้านเป็น
เวลานานๆ เพื่อความสะดวกในการทำความสะอาด ควรจะวางกรงไวท้ ีท่ ี่มีแสงแดดอ่อนๆ ในตอนเช้า
และไม่มีลมโกรกและไม่ให้ฝนสามารถสาดโดนแมวได้ เพราะแมวนั้นเป็นสัตวข์ ี้หนาว ถ้าโดนฝนทำให้
แมวเกิดเป็นโรคปวดบวม ไขห้ วัด และโรคอนื่ ๆตามมา ถ้าหากมฝี นตกหรืออากาศ หนาว ควรจะจดั หา
กระสอบมาปูเพื่อให้ความอบอุ่นและควรมีผ้าหลุมกรงหรือคอกที่ทำมาจากผ้าฝ้ายหรือผ้าในล่อนเพ่ือ
กันไมใ่ ห้แมลง ยงุ เขา้ ไปรบกวนแมวในเวลากลางคนื
54
นอกจากนี้ควรจะทำการปล่อยแมวให้ออกจากกรงหรือคอกบ้างเป็นบางเวลา เพื่อให้แมวไม่
หวาดกลัวและมีสังคมกับแมวตัวอื่นๆและควรทำการกักขังแมวในระยะที่แมวติดสัตว์เพ่ือป้องกันการ
ผสมพันธุ์กับแมวที่ไม่ต้องการ ถ้าหากผู้เลี้ยงมีแมวตัวผู้และตัวเมีย ควรจะทำการแยกกรงกัน เพราะ
แมวตวั ผูม้ ีนสิ ยั ชอบรงั แกและดรุ า้ ย
อุปกรณ์สำหรบั แมว
การเลย้ี งแมวให้มีสุขภาพดีน้ันควรจดั หาอุปกรณ์ตา่ งๆ ทีจ่ ำเป็นดงั น้ี
• ทใี่ สอ่ าหารควรมลี ักษณะเปน็ จานตื้น มีขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลาง 8 น้ิว ลกึ 1 นว้ิ
• ทใ่ี ส่น้ำควรเป็นถ้วยเคลอื บหรือถ้วยพลาสติกขนาดพอเหมาะ
• ที่นอนอาจจะใช้ตะกร้าหรือกล่องปูพื้นด้วยเศษผ้าและปูด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์
หลายๆชนั้ ขนาดของท่นี อนนนั้ ข้ึนอยู่กับตัวแมว ถ้าเป็นแมแ่ มวที่มีลูกอ่อน ควรทำที่
นอนขนาดใหญแ่ ละปูพนื้ ให้นุ่มๆ
• กระบะทรายหรือกะละมังใส่ทรายไว้สำหรับให้แมวขับถ่ายของเสีย ควรจะมีขนาด
เส้นผ่าศูยน์กลาง 14 นิ้ว ลึก 5 นิ้ว ไม่ควรจะใช้วัสดุท่ีทำมาจากโลหะหรือสแตนเลส
เพราะอุจจาระและปัสสาวะแมวนั้นจะทำการกัดเนื้อโลหะทำใหเ้ กิดการผุกร่อนและ
ควรจะทำการเปลีย่ นทรายทุกวันเพือ่ ความสะอาด
• ควรมีท่อนไม้แข็งๆ ไม่มีเสี้ยนไว้สำหรับให้แมวลับเล็บ วางไว้ในกรงหรือบริเวณที่
แมวชอบเลน่ เพ่ือกันไมใ่ ห้แมวไปทำการลบั เลบ็ กับเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน
• สายจูงแมว เป็นอุปกรณ์ที่ใช้พาแมวออกไปเที่ยวข้างนอกและต้องการให้แมวเดิน
ดว้ ยตัวเอง
• สายบังเหียนสำหรับแมว เป็นอุปกรณ์ที่ทำขึ้นพิเศษ สายบังเหียนควรจะถักด้วยใน
ล่อนท่ีออกแบบมาไว้ให้ใส่คล้องขาหน้าทั้ง 2 เพื่อป้องกันไม่ให้แมวลอดหลุดออกไป
และสามารถปรบั สายได้ตามขนาดของแมว
• ปลอกคอแมว ควรจะทำมาจากแถบยางยืดถักหรือสายหนัง ที่มีสีสันหลากสี
นอกจากนี้ควระจะใส่กระดิ่งสะท้อนแสงที่สามารถช่วยส่งเสียงเตือนคนขับรถได้ใน
ขณะทแ่ี มวของคุณออกจากบ้านไปในเวลากลางคืน เพอื่ ลดปญั หาแมวของคุณถูกรถ
ชนหรอื อุบัตเิ หตทุ เ่ี กิดขนึ้ จากแมว
• ของเล่น แมวเป็นสัตว์ที่ชอบเล่นจึงควรจะมีของเล่นไว้ให้ อาจจะเป็นกระดาษม้วน
กลมๆ หรอื แกนหลอดด้าย หรือต๊กุ ตา เป็นตน้ ซึ่งในปจั จุบนั ไดม้ ขี องเล่นสำหรับแมว
ออกมาจำหน่ายหลากหลาย
• กรงสำหรบั การเคล่ือนยา้ ยแมว ในปัจจบุ ันได้มีหลากหลายชนิด เช่น ตะกรา้ หวายหู
หิ้ว ตะกร้าพลาสติก กระเป๋าพลาสติกหูหิ้ว หรือกรงสแตนเลส เป็นต้น จะมี
หลากหลายขนาดให้เลือกใช้
55
• กรรไกรตัดเล็บ ตะไบ ใช้สำหรับตัดเล็บแมวไม่ให้มีความยาวมากเกินไป และช่วย
ปอ้ งกันการข่วนของแมวเพราะเล็บแมวมีความ
• แชมพูและครีมนวดขนแชมพูและครีมนวดขน ควรจะเลือกที่มีสารไม่รุนแรงต่อ
สภาพผิวของแมวมากจนเกินไปและมีกลิ่นที่ฉุนหรือรุนแรงเพราะแมวสามารถรับรู้
กล่ินไดไ้ ว
• แปรงหรือหวี ในปัจจุบันมีหลายชนิดที่ทำมาจากพลาสติก มีทั้งหวีที่ใช้สำหรับแมว
ขนสั้นและขนยาวให้เลือกตามความพอใจ อุปกรณ์ต่างๆของแมวนั้น ควรได้รับการ
ดูแลเอาใจใสใ่ ห้สะอาดอยเู่ สมอ
3) การอาบน้ำ แปรงขนและการตัดเลบ็
การอาบน้ำ
แมวเป็นสัตว์ที่รักความสะอาดมันจะทำการเลียขนของมันอยู่ตลอดเวลา แต่การอาบน้ำก็
จำเป็นสำหรับแมวเพราะว่า บางครงั้ มสี ่งิ ที่ไม่ต้องการ เช่น เห็บ เหา ไร และกลน่ิ เหม็นหรือส่ิงสกปรก
ตา่ งๆติดมากับขน ผิวหนังหรือตามซอกเล็บของแมว แต่ก็ไม่ควรอาบน้ำใหแ้ มวบอ่ ยจนเกนิ ไป ควรอาบ
เดอื นละ 1-2 คร้ัง เพราะปกติแลว้ ขนของแมวจะทำการผลิตไขมนั ออกมาจากต่อมไขมันเพ่ือทำให้เกิด
ความชุ่มช้นื ไม่ทำใหข้ นแหง้ จนเกนิ ไปถ้าหากอาบน้ำบ่อยเกินไปจะทำใหข้ นแหง้ และเป็นขยุ ตกสะเก็ด
และขนรว่ ง นอกจากนี้อาจจะทำใหแ้ มวป่วยเป็น หวดั ปอดบวม ตาอักเสบ หเู นา่ เป็นต้น
การแปรงขนแมว
การแปรงขนแมวเปน็ ส่ิงที่จำเป็น ไมว่ า่ จะเปน็ แมวขนสัน้ หรอื แมวขนยาว เปน็ การกระต้นุ การ
ไหลเวียนของเลือดที่ผิวหนงั ให้ดีขึน้ ทำให้ผิวหนังและเส้นขนมสี ุขภาพดี ขนเป็นเงางาม ยังช่วยกำจัด
สิ่งสกปรกและทำให้เสน้ ขนไม่พนั เกาะติดกันเปน็ สงั กะตงั ซ่ึงจะทำให้เกิดโรคผวิ หนงั อกั เสบได้
การตัดเลบ็ แมว
ข้ันแรกจะตอ้ งอมุ้ และวางแมวไวบ้ นตักและจบั ขาแมวหร้อมกบั เอามือกดบริเวณนิว้ เท้าเพื่อให้
เล็บกางออก ตัดเฉพาะส่วนปลายของเล็บ ไม่ควรจะตัดสั้นจนเกินไปเพราะจะทำให้แมวเจ็บและอาจ
ไปโดนเนื้อเล็บทำให้เลือดออกได้ ถ้าหากแมวมีอาการดิน้ ก็ไมค่ วรฟื้นตัดต่อ ค่อยๆเล็มวันละ 2-3 เลบ็
เพือ่ ใหแ้ มวเคยชนิ ต่อการตัดเลบ็ ในแต่ละครัง้
4) การเล้ยี งลูกแมว
ในช่วงที่แม่แมวให้นมลูกแมว ผู้เลี้ยงควรจะบำรุงแม่แมวโดยการให้กินอาหารบ่อยๆ และให้
อาหารสำเร็จรูปสำหรับแมวกำลังเจริญเติบโต ซึ่งปริมาณสารอาหารจะมีมากกว่าอาหารสำเร็จรูป
56
สำหรับแมวโต เนื่องจากช่วงนี้แม่แมวจะสูญเสียอาหารไปกับน้ำนมเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจจะทำให้
สภาพรา่ งกายของแม่แมวนั้นทรุดโทรมลงได้
การให้ภูมิคุ้มกันโรคและการถ่ายพยาธิเป็นสิ่งจำเป็นอย่างย่ิง ควรจะทำการให้วัคซีนลูกแมว
ครั้งแรกเมื่อมีอายุประมาณ 7-8 สัปดาห์โดยที่ผู้เลี้ยงควรจะนำลูกแมวไปฉีดวัคซีนป้องกัน โรคไข้หัด
โรคทางเดนิ หายใจ และช่องปากอักเสบ วคั ซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า โดยให้ห่างกนั 1 สปั ดาห์และทำ
ให้ซ้ำอีกครั้งห่างจากครั้งแรกประมาณ 4 สัปดาห์ ต่อจากนั้นให้ทำการฉีดวัคซีนซ้ำปีละครั้ง และลูก
แมวควรจะทำการถ้ายพยาธคิ รง้ั แรกเม่ืออายปุ ระมาณ 6 สัปดาห์ ควรทำติดต่อกนั 3 วัน แล้วเว้นช่วง
เป็นเวลา 15 วัน แล้วทำการถ่ายพยาธิเดือนละครั้งทุกเดือน ลูกแมวในวัยนี้จะมีความซุกซนมาก
อาจจะทำให้ข้าวของเสียหายได้ง่าย ผู้เล้ียงควรจะหาของเล่นสำหรับแมวไว้ให้ ในปัจจุบันนี้มีของเลน่
สำหรบั ลูกแมวเพ่อื ทำการฝึกระบบประสาทสัมผสั ตา่ งๆ เชน่ สายตา ความว่องไว ซ่ึงจะมปี ระโยชน์ต่อ
การพฒั นาทั้งทางร่างกายและจิตใจของลูกแมว ทำใหล้ ูกแมวสามารถปรับตวั ในการดำรงชีวิตต่อไปใน
อนาคตได้
5) การดแู ลลูกแมวกำพร้า
ลูกแมวที่มีอายุ 3-6 สัปดาห์นั้น ถ้าหากไม่ได้รับการเลี้ยงดูจากแม่แมวส่วนใหญ่ก็จะตายลง
ส่วนลูกแมวมีอายุเกิน 6 สัปดาห์ จะสามารถกินอาหารและดดู นมได้ แต่สำหรับลกู แมวที่มอี ายุต่ำกว่า
3-6 สัปดาห์จะต้องเลีย้ งดูด้วยนมการเล้ียงลูกแมวกำพร้าหรือลูกแมวที่แม่แมวไม่มีนำ้ นมใหด้ ูดอาจจะ
ใช้นมสุนัขแทนก็ได้เพราะส่วนประกอบของน้ำนมสนุ ัขคล้ายกับน้ำนมแมว อีกวิธหี น่ึงผู้เลี้ยงต้องทำตัว
เป็นแม่แมวคอยให้น้ำมันและอาหารแทนไปจนกว่าลูกแมวจะกินอาหารเองได้ ซึ่งใช้เวลา 6 สัปดาห์
หลักในการช่วยเหลอื ลกู แมวมีดังนี้
• การจัดให้ลูกแมวอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม อย่าให้ลูกแมวอยู่ในที่ที่หนาว
จนเกินไป ที่อยู่ของลูกแมวควรจะอยู่ในลังหรือตะกร้าที่มีความอบอุ่น ควรปูที่นอน
ของแมวด้วยเศษผ้าหลายๆชั้นและทำการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนบ่อยๆตรวจดูอุจจาระ
ของลูกแมวเสมอ และคอยสังเกตพุ ฤตกิ รรมความผดิ ปกติของลกู แมวตลอดเวลา
• ควรให้ลูกแมวกินนมทดแทน ผู้เลี้ยงควรหาสูตรอาหารนมทดแทนให้ลูกแมวดูดนม
ทดแทนนั้นต้องมีคุณภาพที่เหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการของลูกแมวเพ่ือ
ความแขง็ แรง
• ควรให้อาหารลูกแมวทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพราะร่างกายของลูกแมวกำลัง
เจริญเติบโต ผู้เลี้ยงจะต้องเตรียมอุปกรณ์และภาชนะที่ใช้ใส่นม ซึ่งจะต้องสะอาด
นำ้ นมทีใ่ หล้ กู แมวดูดนนั้ ไม่ควรเกบ็ ไวน้ านจนเกนิ กวา่ 48 ชวั่ โมง และผู้เลี้ยงควรเก็บ
ไว้ในตู้เย็น เมื่อก่อนใช้จะต้องนำมาอุ่นก่อนที่อุณหภูมิประมาณ 101.5 องศาฟาเรน
ไฮต์ ซง่ึ อณุ หภูมนิ ี้เท่ากบั น้ำนมแม่แมว
57
• ควรกระตนุ้ ระบบขับถ่าย ตามธรรมชาตแิ ลว้ ลูกแมวทีม่ ีอายตุ ่ำกวา่ 3 สปั ดาห์
การดูแลลูกแมวหลังการหย่านมการหย่านมให้ลูกแมวสามารถทำได้เมื่อแมวมีอายุตั้งแต่ 4
สัปดาห์ ซึ่งในระยะนี้ปริมาณน้ำนมของแม่แมวจะลดน้อยลง แต่ก่อนที่จะทำการหย่านมนั้นผู้เลี้ยง
จะตอ้ งทำการฝึกให้ลูกแมวกินอาหารเสริมก่อนเพ่ือไม่ให้เกดิ ปญั หาหลังการหย่านม และทำให้ลูกแมว
มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์และเจรญิ ไดเ้ ต็มที่โดย ผู้เลี้ยงควรจะให้อาหารลูกแมวหลังหยา่ นมดังตอ่ ไปน้ี
(ชนากานต์ จริยวัฒนากุลกิจ,2560)
ตารางท่ี 2.4 อายขุ องแมว
อายุแมว จำนวนคร้งั ทใี่ ห้อาหารต่อวนั
หยา่ นมใหม่ๆ ควรใหน้ มวนั ละ 5 ครง้ั และให้อาหารเสริม
อายุ 3-6 เดอื น ควรใหน้ มวนั ละ 4 ครง้ั
อายุ 6-8 เดอื น ควรใหน้ มวันละ 4 คร้ัง
อายุ 8 เดือน ควรใหน้ มวนั ละ 2 คร้งั อย่างน้อย
อายุ 9 เดอื น ควรให้นมวันละ 2 ครั้งและเสริมด้วยอาหารที่
ผสมเน้อื สับอย่างละเอยี ด
ทม่ี า: การศึกษาแมวไทยเพื่อออกแบบคาแรคเตอรเ์ กม (2560)
6) วัคซนี ในแมว (Feline vaccination)
การให้วัดชีน คือ การนำเชื้อโรคที่ไม่มีความสามารถในการทำให้เกิดโรคเข้าไปในร่างกาย
จากนน้ั ระบบภมู ิตา้ นทานของร่างกายกจ็ ะสามารถจดจำและสร้างภมู ิตา้ นทานต่อเชื้อโรคดังกลา่ ว
ชนิดของวคั ซนี วคั ซีนทใ่ี ช้ในแมวมหี ลายชนิด ประกอบด้วย
วัคซีนเชือ้ ตาย (inactivated vaccines) เชื้อโรคท่ีอยู่ในวักชีนถูกทำลายจนไมส่ ามารถทำให้
เกิดโรคและแบ่งตัวได้อีกในร่างกายของแมวแต่ยังมีความสามารถกระตุ้นให้สร้างภูมิต้านทานวัดชีน
ชนดิ นจ้ี ะปลอดภยั แตใ่ ช้เวลานานในการสรา้ งภูมิดา้ นทาน
วัคชีนเชื้อเป็น (modified live-virus vaccines: MLV) เชื้อโรคที่อยู่ในวัดซีนถูกทำให้อ่อน
แรงจนไม่สามารถทำให้เกิดโรค แต่สามารถแบ่งตัวเพิ่มจำนวนได้ในร่างกายของแมว ทำให้การสร้าง
ภูมิด้านทานได้เร็วและเป็นจำนวนมาก ในบางกรณีไวรัสที่อยู่ในวักชื่นชนิดนี้สามารถขับออกมา
ภายนอกร่างกายของแมวหลังจากได้รับวัคชื่น และ สามารถติดต่อไปยังแมวตัวอื่นที่มาใกล้ชิดได้ วัก
ซีนชนดิ นไ้ี มค่ วรใช้ในแมว
subunit vaccine เป็นการนำบางส่วนของเชื้อโรดที่มีความสามารถในการกระตุ้นให้สร้าง
ภมู ติ ้านทานมาทำวักชีน ดังนั้นวักชนี ชนิดน้จี ะปลอดภัยเพราะไมม่ ีตัวเช้อื โรค
58
genetically engincered vaccines หรือ recombinant vaccines เป็นวัดชีนที่เกิดจาก
การตดั ตอ่ สารทางพนั ธกุ รรม ซ่งึ เปน็ เทคนคิ ท่กี ำลังพฒั นาในปจั จบุ ัน
7) ทางสำหรบั ใหว้ ัคซนี (route of vaccination)
ทางสำหรบั ให้วดั ซนี มีผลต่อความเร็ว และระดับของการสรา้ งภูมติ ้านทาน โดยท่ัวไปแล้วทาง
สำหรับให้วัคซีนขึ้นโดยตรงกับบริษัทที่ผลิต หรือสัตวแพทย์ ปัจจุบันทางสำหรับให้วัคซีนในแมว
ประกอบด้วย
1. ฉดี เขา้ กล้ามเน้ือ (intramuscular: IM)
2. ฉีดเข้าใตผ้ ิวหนงั (subcutaneous; SC)
3. การหยอดจมูก (intranasal; IN)
ส่วนมากวัคชีนที่ให้โดยการจืดเข้ากล้ามเนื้อสามารถให้โดยการดใด้ผิวหนังได้ ส่วนวักชีน
สำหรับการหยอดจมูกจะเป็นวัดซีนเชื้อเป็น วัคซีนชนิดนี้จะผลิตภูมิต้านทานได้เร็วแต่อาจพบอาการ
ขา้ งเกียงไดห้ ลังใหว้ ดั ชนี แมว เช่น มกี ารถาม น้ำมูกและนำ้ ตาไหล 4-7 วัน และแมวสามารถขับไวรัสที่
อยู่ในวัคซนี ออกมาหลายวันหลังไดร้ ับวัคซีน
8) ข้อควรระวงั สำหรับการให้วัคซีน (precautions for vaccination)
ถงึ แมก้ ารให้วัคซนี จะเป็นวิธที ง่ี ่ายและมีประสิทธภิ าพ แต่กอ็ าจมผี ลขา้ งเดยี ง เกดิ ข้ึน (ซ่ึงปกติ
แล้วเกดิ ขึ้นน้อยมาก) ไดห้ ลายชนดิ เช่น
1.ก่อให้เกิดโรคจากวัคซีน กรณีที่เชื้อไวรัสในวัดชีนถูกทำลายอย่างไม่เหมาะสมระหว่างการ
ผลิตหรือขัน้ ตอนการเตรียมไม่เหมาะสมเช่น พบอาการของโรคพิษสุนขั บ้าหลังจากใช้วัคซนี เช้ือเปน็ ท่ี
ไมแ่ นะนำใหใ้ ช้สำหรับแมว
2. มีผลตอ่ ลกู ในท้อง การใหว้ ดั ชนี ขณะแมวตงั้ ท้อง อาจมผี ลต่อการพฒั นาของลูกในท้อง เช่น
ลกู ตาย แท้ง หรอื มีความพกิ าร
3. ปฏิกิริยาการแพ้ บางครั้งอาจเกิดรุนแรงถึงชีวิตได้ ดังนั้นหลังการทำวัคชีนควรรอ ณ.
สถานทฉ่ี ีดประมาณ 30 นาที
4. เนื้องอกบริเวณที่ฉีดวัคชีน เช่น วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า หรือ feline leukemia
vaccine อยา่ งไรก็ตามพบว่าอัตราการเกิดต่ำมากประมาณ 0.01- 1.05 %
5. การติดเช้อื มักเกิดจากการเตรียมอปุ กรณ์การฉีดวัดชนี ไม่ดพี อเกิด การปนเปื้อนเชื้อแบกที่
เรยี เกิดฝีหนองบริเวณทฉี่ ีด หรอื การตดิ เช้อื ท่วั รา่ งกาย
6. เส้นประสาทถูกทำลาย กรณีตำแหน่งของการฉีดวัคซีนไม่เหมาะสม ทำให้เส้นประสาท
ส่วนปลายเสยี หาย แมวอาจแสดงอาการเจ็บขาหรือเป็นอมั พาตได้
59
ตารางท่ี 2.5 โปรแกรมการฉีดวัคชนี ในประเทศไทย
อายุ วคั ซนี ป้องกันโรค
8-9 อาทิตย์ ไขห้ ดั แมว,หวดั แมว
9-10 อาทิตย์ มะเรง็ เม็ดโลหติ ขาว
12 อาทิตย์ พิษสุนัขบ้า
12-14 อาทิตย์ ไขห้ ัดแมว,หวัดแมวและมะเร็งเม็ดโลหิตขาว
ทุกปี พษิ สนุ ัขบ้า,ไขห้ ดั แมว,หวัดแมว และมะเรง็ เม็ด
โลหิตขาว
ทมี่ า: ผศ.พัชนี ศรงี าม (2560)
ตารางท่ี 2.6 ประยุกต์จากโปรแกรมการฉีดวัคชีนตามมาตรฐานของสตั วแพทย์สมาคมใน
สหรฐั อเมรกิ า
โรค รปู แบบของวคั ซีน อายกุ ารให้วคั ซนี อายกุ ารให้ การกระตุ้น
ครั้งแรก วคั ซนี ครั้งท่ี วัคซีน
(อาทิตย)์ สอง (อาทิตย์) ประจำปี
ไขห้ ดั แมว แบบฉดี เชอื้ เปน็ และ 8-10 12-16 ทุกปี
เชื้อตาย
หวัดแมว แบบฉดี เช้อื เป็นและ 8-10 12-16 ทุกปี
เชอ้ื ตาย
แบบหยอดจมูกเชือ้ เปน็
พิษสนุ ัขบ้า แบบฉีดเช้ือตาย 12 64 ทกุ ปี
มะเรง็ เมด็ โรหติ แบบฉดี เชื้อตาย 8 12-16 ทุกปี
ขาว
ช่องท้องอักเสบ แบบหยอดจมูกเชือ้ เปน็ 16 20 ทุกปี
ตดิ ต่อ
ปอดอักเสบ แบบฉดี เชอ้ื เปน็ และ 9 12-16 ทุกปี
เช้ือตาย
กลาก แบบฉีดเช้อื ตาย 16 8และ22 ไม่กำหนด
ทีม่ า: ผศ.พัชนี ศรีงาม (2560)
60
9) เทคนคิ การฝกึ หดั แมว
การฝึกแมวนั้นควรฝึกตั้งแต่เล็กๆ เพราะแมวจะทำการเรียนรู้ได้จนถึงอายุประมาณ 2 ปี
จากนั้นแมวก็จะไม่สามารถนำมาฝึกได้อีก การฝึกหัดแมวมีกฏเกณฑ์หลายข้อที่ผู้เลี้ยงจะต้องจำและ
นำไปปฏิบัติให้ถูกวิธี เพราะแมวนั้นมีประสามสัมผัสที่ดีในการจำ หลักการฝึกหัดแมวมีข้อปฏิบัติ
ดงั ตอ่ ไปน้ี
ควรสอนแมวช้าๆ สอนให้ทำอะไรก็ค่อยๆ สอนทีละอย่างทีละขั้นตอน เช่น การสอนให้จับ
มือ ผู้เลี้ยงควรพูว่า “ขอมือ” และทำการจับเท้าหน้าข้างขวาหรือข้างซ้ายของแมวขึ้นมาช้าๆและถ้า
หากแมวปฏบิ ตั ติ ามแล้ว ผู้เล้ียงจะตอ้ งส่งรางวลั ใหแ้ มวกนิ ทันที การสง่ รางวลั ใหก้ ค็ วรกระทำอย่างช้าๆ
เหมอื นกัน
ควรให้รางวัลทันที เมื่อแมวทำตามคำสั่งไม่ว่าแมวนั้นจะทำตามคำสั่งได้โดยที่ผู้เลี้ยงคอย
ช่วยเหลอื หรือไมก่ ต็ าม บางคร้งั ผเู้ ล้ยี งอาจจะให้รางวลั ดว้ ยการแสดงความรักหรือความพอใจแทนท่ีจะ
ให้ของกนิ แกแ่ มวก็ได้
ควรทำการฝึกทกุ ๆวนั และต้องฝึกใหต้ รงเวลาทุกวัน
ควรจะสังเกตถึงความรู้สึกของแมว ถ้าหากเห็นว่าแมวมีอาการเหน็ดเหนื่อย ผู้เลี้ยงควรทำ
การยุติการฝกึ ไว้และควรฝึกชนดิ อืน่ ต่อไปถา้ หากวา่ แมวของผูเ้ ลี้ยงยงั มีอาการไม่เต็มใจในการฝึกผู้เลี้ยง
ควรจะหยุดการฝึกทันที
ควรฝึกแมวให้ทำตามคำสั่งทีละอย่าง เมื่อทำตามที่สั่งได้แล้ว จึงทำการฝึกอย่างอื่นต่อไป
โดยวิธีการเช่นนี้ ผู้เลี้ยงจะฝึกแมวทำตามคำสั่งเร็วกว่าการฝึกหัดให้ทำตามคำสั่งหลายๆอย่างในการ
ฝกึ หดั แตล่ ะคราว
ควรปฏบิ ตั ติ ่อแมวเชน่ เดียวกับการปฏบิ ัติต่อสนุ ัขหรือสตั วช์ นิดอนื่ ๆด้วยกิริยาวาจาและใจที่
รักสตั ว์
10) การฝกึ แมวใหร้ ูจ้ กั ช่ือ
การตั้งชื่อให้แมวนั้น ผู้เลี้ยงควรจะตั้งชื่อให้สั้นๆง่ายๆ ไม่ควรเกิน 2 พยางค์ และไม่ควร
เปลี่ยนชื่อบ่อย เพราะจะทำให้แมวเกิดการสับสน ควรจะทำการฝึกตั้งแต่แมวยังเล็ก ซึ่งจะเป็น
ประโยชนต์ ่อการฝึกขั้นต่อไป
11) การฝกึ ใหแ้ มวถ่ายเปน็ ทีเ่ ปน็ ทาง
การฝึกให้แมวถ่ายเป็นที่นั้น ผู้เลี้ยงควรจัดเตรียมถาดทรายตื้นๆวางไว้มุมใดมุมหนึ่งของบ้าน
จากนั้นให้สังเกตอาการถ่ายของแมว โดยทั่วไปแล้วถ้าหากว่าแมวถูกขังกรงและต้องการถ่าย แมวจะ
แสดงอาการกระสับกระส่ายและตะกุยพื้นส่งเสียงร้อง ถ้าหากว่าผู้เลี้ยงไม่สนใจแมวจะกลั้นอุจจาระ
และปสั สาวะจนทำให้แมวกลายเปน็ โรคท้องผูกได้ ดงั น้นั เมอื่ เหน็ แมวกำลังจะถ่าย ผเู้ ลีย้ งควรรีบพาไป
ยังถาดทรายที่เตรียมไว้ ทำเช่นนี้เป็นประจำประมาณ 3-4 ครั้ง แมวจะจดจำที่ขับถ่ายของมันได้เม่ือ
61
เห็นวา่ แมวกำลงั ถา่ ยในบริเวณอื่น ผู้เลย้ี งควรจะดุทันทวี ่า “ไม่ หรือ อยา่ ”แลว้ รีบนำแมวไปยังสถานท่ี
เดิมของมันเพื่อเปน็ การฝึกให้แมวรู้วา่ สิ่งน้ีถกู ต้องควรจะปฏิบัติ ในไม่ช้าแมวก็จะถ่ายเป็นที่เปน็ ทาง ผู้
เลีย้ งอาจจะฝกึ ให้แมวทำการถา่ ยนอกบ้านก็ได้ โดยการจัดเตรยี มทางเข้าทางออกให้เป็นประตูสำหรับ
แมวโดยเฉพาะ การสอนใหแ้ มวร้จู ักใชบ้ านประตูเริม่ แรก ผ้เู ลยี้ งจะต้องคอยช่วยเหลือจบั ยึดบานประตู
ไว้ให้แมวเดินเข้าออกได้ก่อน หลังจากนั้นพยายามปล่อยให้แมวปฏิบัติเองจนในที่สุดแมวจะคุ้นเคย
และสามารถใชอ้ ุง้ เทา้ ทำการผลักบานประตูใหเ้ ปิดออกเองได้ในทส่ี ุด
12) การฝึกแมวโดยใช้สายฝกึ
การฝึกแมวโดยการใช้สายฝึกสามารถทำได้ ผู้เลี้ยงจะต้องอาศัยความพยายามและความ
อดทน อุปกรณท์ ่ีใชส้ ำหรับในการฝึกน้ันมีอยู่ 2 อยา่ งคอื ปลอกคอและสายฝึก (สายจูง) ปลอกคอของ
แมวควรมีลักษณะเบา เป็นอานเลข 8 หรือ รูปตัว H และสายหนึ่งควรทำการพาดคอแมวอีกสายพาด
ผ่านลำตัวหลังขาหน้า ปลอกคอแมวนั้นไม่ควรรัดจนเกินไป และมีห้วงอยู่ตรงกลางอานเป็นที่เกี่ยว
สำหรับสายฝึก และสายฝกึ ควรมีลักษณะเบาและยาวไม่เกิน 5 ฟุต ด้านปลายมีทีจ่ บั เป็นห่วงคล้องมือ
ผู้เลีย้ ง ก่อนท่ีจะทำการฝึกน้ันผเู้ ล้ียงควรจะทำใหแ้ มวคุน้ เคยกับสายฝึกก่อนและเตรียมอาหารเพื่อเป็น
รางวลั ไว้สำหรบั แมว ข้ันตอนการฝึกควรปฏิบัตดิ งั น้ี
ขั้นตอนที่ 1 การฝึกในบ้าน ผู้เลี้ยงควรสามอานให้กับแมวแต่ยังไม่ต้องทำการฝึก ควรจะให้
แมวนั้นเคยชินกับอานก่อนและไม่ว่าแมวจะแสดงท่าทางอะไรผู้เลี้ยงไม่ต้องกังวล ควรให้รางวัลเป็น
การตอบแทน เมื่อแมวหยุดแสดงท่าทางต่างๆแล้ว เดินมาหาผู้เลี้ยงก็ควรจะให้รางวัล ควรใส่อานไว้
ประมาณ 10 นาที แล้วทำการปลดอานออก ผเู้ ล้ยี งควรทำซำ้ อยา่ งนีว้ ันละ 2-3 คร้งั จะทำให้แมวรู้สึก
ชินกับอานและคอ่ ยทำการฝกึ ต่อไป
ขั้นตอนที่ 2 สอนให้แมวเดินโดยการใช้สายฝึก โดยผู้เล้ียงควรจะถือสายฝึกอยู่ในมือแล้วก้าว
ไปข้างหน้า 1 ก้าว พร้อมกับกระตุกสายฝึกเบาๆ ถ้าหากว่าแมวเดินตามก็ควรจะให้รางวัลเตรียมไว้
แล้วค่อยๆ เดินไปข้างหน้าช้าๆ ถ้าหากว่าแมวดิ้นหรือพยายามหนีจากการฝึก ผู้เลี้ยงควรจะมีความ
อดทนและใจเย็น ถ้าหากว่าแมวปฏิบัติตามคำสั่งควรจะให้รางวัลและปฏิบัติซ้ำๆอย่างนี้เป็นเวลา
หลายๆวนั จนแมวปฏิบัติตามโดยไม่มีการขดั ขืน
ขัน้ ตอนท่ี 3 การฝึกนอกบ้าน การฝกึ แมวนอกบา้ นน้ันผู้เลี้ยงอาจจะจูงแมวเดินไปทางซ้ายมือ
ของผู้เลี้ยง ให้พันสายจูงไว้ในมือขวาแล้วบังคับด้วยมือซ้าย ควรทำการเดินช้าๆ ผู้เลี้ยงต้องใจเย็นๆ
เพราะว่าแมวนั้นมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นและสิ่งแวดล้อมรอบๆตัว อาจจะหยุดเดินก็ไม่ควรจะบังคับ
แมวให้เดินเรว็ ๆ กรณีที่แมวตกใจจหรือเกิดปัญหาขึน้ ให้ผู้เลี้ยงทำการอุ้มแมวด้วยมือซ้ายแลว้ ยึดสาย
ฝึกไวที่มมี อื ขวาทันที
62
13) การฝกึ ใหเ้ ช่อื ฟงั คำสง่ั
การฝึกท่าเตรียมหรือคำสั่งให้คอย ผู้เลี้ยงควรเริ่มต้นโดยจับมือมาวางไว้ทีพ่ ื้นหรือโต๊ะแล้วผู้
เลี้ยงออกคำสั่ง “คอย หรือ หมอบ” พร้อมกับท าสัญญาณมือด้วยการยกฝ่ามือขึ้น หันหน้ามือไปหา
แมว ไม่ต้องวางมือบนหัวแมว เมื่อผู้เลี้ยงหยุดแมวอาจจะเดินหนีหรือกระโดดลง ผู้เลี้ยงจะต้องออก
คำส่ังว่า “ไม”่ แลว้ ตามด้วยคำวา่ “คอย” ทำเช่นน้ีหลายๆคร้ัง จนในที่สุดแมวจะปฏิบัตติ าม
การฝึกจับมือ (ขอมือ) หลังจากที่ผู้เลี้ยงทำการฝึกออกค าสั่งคอยและหมอบแล้ว ก็สามารถ
ฝึกให้แมวจับมือ โดยพูดคำว่า “จับมือ” หรือ “ขอมือ” พร้อมกับจับเท้าหน้าข้างขวาของแมวขึ้นมา
ช้าๆและมือซ้ายของผู้ฝึกต้องส่งรางวัลเปน็ การขอบคุณใหแ้ ก่แมวอย่างช้าๆ ทำอยา่ งน้หี ลายๆ ครั้ง จน
แมวทำได้อย่างถูกต้องโดยไมต่ อ้ งใหร้ างวัล แตเ่ ปล่ียนเปน็ คำชมเชยแทน
การฝึกให้นั่งยกสองขา ผู้เลี้ยงควรจะถืออาหารหรือจานข้าวของแมวยกขึ้นเหนือหัวแมว
พรอ้ มกบั ใช้มืออีกข้างจับแมวนงั่ แล้วยกขาทั้ง 2 ข้างขึ้น ถ้าหากวา่ แมวล้มตัวลงให้เอามือช่วยประคอง
ให้แมวนั่งท่าเดิม เมื่อแมวนั่งอยู่ในท่าที่ต้องการแล้วผู้เลี้ยงออกคำสั่ง “นั่ง” ทำเช่นนี้หลายๆ ครั้ง
จนกระท่งั แมวสามารถนง่ั ได้ด้วยตวั เองเมื่อได้ยนิ เสียงท่ีผู้เลีย้ งสั่งวา่ "นง่ั " แล้วแมวทำการเคลื่อนไหว ผู้
เล้ียงควรออกคำสงั่ ว่า “ไม”่ แล้วตามดว้ ยคำว่า “นั่ง” และเพ่ิมระยะใหห้ ่างจากแมว 2-3 ฟุต เม่ือแมว
ทำถกู ต้องควรให้รางวลั เปน็ การตอบแทน
การฝึกใหก้ ลงิ้ หรือพลกิ ตัว ผู้เลย้ี งควรจะจบั แมวให้นอนตะแคง ในระยะแรกของแมวอาจจะ
ดิ้นบ้างเล็กน้อย พยายามจับแมวนอนอยู่ในท่านั้นจนหยุดนิ่ง จากนั้นให้ใช้มือจับขาแมวเพื่อทำการ
พลิกกลิ้งไปพร้อมกับออกค าสั่ง “กลิ้ง หรือ พลิก” พร้อมกับคำชมเชย ทำเช่นนี้หลายๆ ครั้ง ขณะที่
แมวนอนตะแคงถ้าได้ยินค าส่ังแมวก็จะทำการกลง้ิ ตัวไปเองโดยไมต่ ้องใชม้ ือชว่ ย
การฝึกท่าโบกมือ ผู้เลี้ยงควรจบั แมวให้อยูใ่ นท่านัง่ ควรถืออาหารไว้ในมือพร้อมกับแสดงให้
แมวได้รับรู้ว่ามีอาหารอยู่ในมือ โบกมือที่ถืออาหารไปมาในระดับสูงกว่าหัวแมว พร้อมกับออกคำสั่ง
“โบกมอื ” แมวจะยกขาหน้าขน้ึ ตะปบอาหารและทำการเคล่ือนไปตามมือท่ีถืออาหารของผู้เลี้ยงคล้าย
กับการโบกมือ ขณะแมวทำท่าโบกมือผู้ฝึกต้องทำการชมเชยทุกครั้ง แต่จะต้องทำด้วยความ
ระมัดระวังอย่าให้แมวกินอาหารจากมือโดยตรงจนกว่าจะฝึกเสร็จค่อยให้อาหารแก่แมวเป็นรางวัล
ทำซำ้ ๆ กันอย่างน้ีจนแมวเข้าใจและปฏบิ ตั ไิ ดถ้ ูกต้อง (ชนากานต์ จรยิ วฒั นากลุ กจิ ,2560)
2.1.8 โรคและวิธกี ารรักษา
แมวนับได้ว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีความน่ารัก การที่จะทำให้แมวมีสุขภาพที่แข็งแรงนั้น ผู้เลี้ยง
จะตอ้ งหม่ันเอาใจใส่อยู่ตลอดเวลา นอกจากอุปกรณแ์ ละการให้อาหารทสี่ ะอาดแล้ว การป้องกันโรคก็
เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อแมวเพราะจะช่วยป้องกันให้แมวมีสุขภาพที่แข็งแรง ผู้เลี้ยงควรจะหมั่นพา
แมวไปฉีดวัคซีนตามระยะเวลาที่กำหนดหรือตามช่วงอายุของแมว เพื่อทำให้แมวมีภูมิป้องกันโรค
ต่างๆขึน้ ในรา่ งกายและเปน็ การช่วยลดการกอ่ ให้เกดิ โรคและเจ็บป่วยได้
63
ผู้เลย้ี งควรหมั่นเอาใจใส่สังเกตพฤติกรรมที่ผดิ ปกติของแมวอย่เู สมอ เพราะถา้ หากปลอ่ ยไว้จน
แมวไมส่ บายมากจะทำใหก้ ารรักษายากลำบากข้นึ ผูเ้ ลยี้ งจะตอ้ งหม่นั ตรวจสุขภาพแมวอยู่เสมออาการ
เริ่มแรกของแมวนนั้ จะสงั เกตได้จาก
1.) มไี ข้ ตาแฉะ น้ำมูกไหล
2.) เซอื่ งซมึ ไม่สดใส
3.) อาเจยี น กินอาหารและอาเจียนออกมา
4.) ท้องร่วง มกี ารถ่ายท้องเป็นน้ำเหลวอยู่ตลอด
5.) เดินกระโผลกกระเผลก
6.) พฤตกิ รรมการกนิ อาหารเปล่ียนไป ไมย่ อมกนิ หรอื ขา้ วกินไดน้ อ้ ยกวา่ เดมิ
7.) การดม่ื นำ้ เปล่ียนไป ดื่มน้ำไดน้ อ้ ย
8.) ขนสาก ขนรว่ ง ผวิ หนงั เป็นผนื่ แดงและมีอาการคัน
นอกจากนี้น้ำหนักที่เพิ่มหรือลดของแมวนั้นสามารถบ่งบอกถึงอาการที่ผิดปกติได้ ถ้าหาก
น้ำหนกั ตัวของแมวลดมาก ใหพ้ าแมวไปพบสัตวแพทย์ทนั ทแี ละทำการแยกแมวตวั ที่ปว่ ยออกจากแมว
ที่มีสุขภาพแข็งแรง เพื่อป้องกันโรคไม่ให้ติดต่อไปยังแมวตัวอื่น โรคที่มักจะพบบ่อยๆในแมว และ
วธิ กี ารรักษาโรคทถ่ี กู ต้องมีดงั นี้
1) โรคพิษสุนขั บ้า หรอื โรคกลัวนำ้ (rabies, hydrophobia)
โรคนี้เป็นอันตรายร้ายแรงสามารถเป็นได้ทุกฤดูและสามารถติดกับสัตว์อื่นๆ เช่น สุนัข วัว
รวมทง้ั คนดว้ ย โรคนเ้ี กิดจากเชอ้ื ไวรสั เรบี้ส์ (Rabies)
อาการ แมวทีป่ ่วยจะแสดงอาการทางประสาท ลกั ษณะอาการท่แี มวจะแสดงออกมานั้นจะมี
ทง้ั พฤตกิ รรมดรุ ้ายและมอี าการซมึ เศร้าตลอดอาการของโรคน้แี บง่ ได้ 3 ระยะดังนี้
ระยะท่ี 1 แมวจะมีนิสยั แปลกไปจากเดมิ เช่น กนิ อาหารและน้ำน้อยลง
ระยะที่ 2 แมวจะมีอาการทางประสาทออกมาให้เห็นเด่นชัดได้แก่แมวจะแสดงอาการตื่นตัว
กระวนกระวาย หงดุ หงดิ เมอื่ ผเู้ ลย้ี งไปสัมผัสท่ีตัวแมวจะถกู แมวข่วนหรือกัดได้ แมวจะรอ้ งเสียงแปลก
ออกไปจากเดิม ตัวแข็งทื่อ ขากรรไกรแข็ง ปากอ้าลิ้นห้อย น้ำลายไหลและจะซึมเช่นน้ีจนกว่าแมวจะ
ตายลง
ระยะสดุ ท้าย แมวจะเกิดอาการอัมพาตท้ังตวั เร่มิ จากขาต่อมากท็ ่ีกลา้ มเนื้อ กลนื น้ำลายและ
อาหารไมไ่ ดร้ ะบบหายใจล้มเหลวและตายในท่สี ุด
การติดต่อ แมวจะทำการแพร่เชื้อทางน้ำลายสู่คนหรือสัตวท์ ่ีอยู่ใกล้ เชื้อโรคน้จี ะสามารถผ่าน
เข้าสบู่ าดแผลหรือเยอ่ื เมอื ก เชน่ ตา จมูก ปาก และโดยการถูกกัดจากแมวท่เี ป็นโรคนไี้ ด้
การรักษา ผู้เลี้ยงควรจะพาแมวไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้แก่ลูกแมวและแมวโต
สมบูรณ์ ตง้ั แตอ่ ายุ 10-12 สัปดาห์ และจะพาไปฉีดซ้ำเมื่อแมวมีอายุ 14-16 สัปดาห์ และฉดี ซ้ำทุกๆปี
ปีละครัง้ เพ่ือปอ้ งกันการเกิดโรคพิษสนุ ัขบา้
64
2) โรคหวดั แมว หรอื โรคระบบทางเดินหายใจในแมว ( Cat Flu )
โรคหวัดนเ้ี ป็นโรคทไ่ี มร่ า้ ยแรง แมวจะทำการรักษาด้วยตวั เองไดถ้ า้ หากแมวเป็นมากหรือหนัก
ถา้ หากพบให้รีบพาไปพบสตั วแพทยท์ นั ที
อาการ แมวจะมีอาการซึม เบ่ืออาหาร ตาแฉะมขี ้ีตาจบั น้ำมลู ไหล ไอและจาม
การตดิ ต่อ สามารถติดตอ่ เช้ือไวรสั นไ้ี ด้จากการหายใจและการกินอาหารท่ีมีเชื้อโรคชนิดน้ีเข้า
ไปจึงเกิดอาการได้
การรักษา ถ้าแมวเป็นโรคหวัดจริงแต่ไม่เป็นไม่มากแมวจะหายเองได้ แต่ผู้เลี้ยงควรทำการ
แยกแมวท่ปี ว่ ยออกกอ่ นและให้แมวอยูใ่ นท่ีอุน่ มีอากาศถ่ายเทและทำการให้ยาเพ่ือช่วยบรรเทาอาการ
ไอ เช่น ยาแก้ปวดลดไข้ ยาลดน้ำมูก และหมั่นทำความสะอาดตาและจมูกด้วยผ้าที่ผสมน้ำเกลือและ
น้ำอนุ่ เจือจางเชด็ เบาๆ ควรให้แมวพกั ผ่อนมากๆ กนิ อาหารอ่อนๆ ถา้ หากไมท่ ุเลาและเป็นนาน ผู้เล้ียง
ควรพาไปพบสตั วแพทยเ์ พือ่ ทำการรักษาทนั ที
3) โรคไข้หัดแมว หรือ โรคลำไส้อักเสบติดต่อในแมว ( Feline Panleukopenia Virus
/Feline Distemper )
โรคลำไส้อักเสบเป็นโรคติดต่อที่ร้ายแรงอีกชนิดหนึ่ง สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากไวรัส ถ้าผู้เล้ยี ง
พบวา่ แมวมอี าการอาเจยี นและท้องรว่ งอยา่ งรุนแรง ควรจะพาไปพบสัตวแพทยเ์ พ่ือทำการตรวจเลือด
ถา้ หากพบวา่ เลอื ดของแมวมเี มด็ เลือดขาวน้อย จึงเรียกวา่ โรคเม็ดเลอื ดขาว
อาการ แมวทีต่ ิดโรคจะมลี ักษณะอาการไขข้ ึ้นสงู ซมึ เบอื่ อาหาร แมวจะอาเจยี นถา่ ยอุจจาระ
เหลวมีกลิ่นเหม็นอยา่ งรนุ แรง ทอ้ งร่วงฉบั พลัน ซบู ผอมและแสดงทา่ ทางคอตก มอี าการข้นั รนุ แรงและ
ถ้าหากผู้เลยี้ งไม่พาไปรกั ษาแมวท่ีเป็นโรคจะตายลงในท่ีสดุ
การติดต่อ สามารถตติ ตอ่ ไดจ้ ากการสมั ผัสอุจจาระของแมวทีป่ ่วยเป็นโรคได้
การรักษา ผเู้ ล้ยี งควรจะรีบพาแมวท่เี ป็นโรคไปพบสัตวแพทย์เพ่ือทำการรักษาใหเ้ รว็ ที่สุดและ
ทำการฆ่าเชื้อบริเวณที่แมวเคยอยู่ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ หลังจากนั้นผู้เลี้ยงควรพาแมวไปฉีดวัคซนี ป้องกัน
โรคตั้งแต่แมวมีอายุ 9 สัปดาห์ ควรพาไปฉีดซ้ำอีกครั้งหลังจากครั้งแรก 1 เดือน เพื่อช่วยกระตุ้น
ภูมิคุม้ กนั และควรพาไปพบสตั วแพทย์ทกุ ๆปี เพื่อทำการฉีดยาปอ้ งกันโรค
4) โรคมะเร็งเม็ดเลือดในแมว ( FeLv )
โรคมะเร็งเม็ดเลือดในแมวเกิดจาก “เรโทรไวรัส (Retrovirus)" ซึ่งอยู่ในกลุ่มเชื้อไวรัสแบบเดียวกับ
“เอชไอวี (HIV)” แต่ไมส่ ามารถแพร่ส่มู นษุ ยไ์ ด้
อาการ ร่างกายสุดโทรม ป่วยง่าย ป่วยเรื้อรัง มีอาการโลหิตจาง เม็ดเลือดขาวลดลง เกล็ด
เลอื ดผดิ ปกติ
การรักษา พบแพทย์รักษาตามอาการ (ทำได้เพียงแค่ยืดอายุ) ให้ยาปฏิชีวนะ (เพื่อป้องกันโรคแทรก
ซอ้ น)
65
การป้องกัน ทำวัคซีน และเลี้ยงแมวระบบปดิ
5) โรคเยื่อบุชอ่ งท้องอกั เสบติดตอ่ ( FIP )
โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบติดต่อมาจากการติดเชื้อ “โคโรน่าไวรัสในแมว (FCoV: Feline
Coronavirus) เชื้อติดต่อทางน้ำลาย (อาจได้รับเชื้อทาง ตา จมูก และปาก) เชื้อติดต่อผ่านอุจาระ
แหล่งเชอื้ โรค คือ ส่งิ ของทป่ี นเปื้อน (โดยเฉพาะ ชามอาหาร ท่นี อน และกระบะทราย) มักเกิดในแมว
อายุต้งั แต่ 3 เดือน ถึง 3 ปี อาการไม่เด่นชัดในการตดิ เช้ือครง้ั แรก ร่างกายไมต่ อบสนองตอ่ ยา
อาการ (มหี ลักๆอยู่ 2 แบบ)
แบบเปียก -ซึม มไี ข้ เบอื่ อาหาร นำ้ หนักลด อาเจยี น ท้องเสยี หายใจลำบาก ทอ้ งบวม
แบบแห้ง - ซึม มีไข้ น้ำหนักลด โลหิตจาง มักเกิดการอักเสบแบบเรื้อรัง อาการขึ้นอยู่กับ
อวัยวะทีไ่ ดร้ ับผลกระทบ
การรกั ษา พบแพทย์รกั ษาตามอาการ (รกั ษาหายไดย้ าก) ใหย้ าลดการอกั เสบ
การป้องกัน ทำวคั ซีน ดูแลสขุ อนามยั ความสะอาด
2.1.8.1 โรคตดิ ต่อทีเ่ กิดจากแมวสูค่ น
โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) โรคพิษสุนัขบ้าในคนนิยมเรียก “โรคกลัวน้ำ (Hydrophobia)”
ส่วนในภาษา อีสานเรียก “โรคหมาว้อ” เกิดจากเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้า (Rabies Virus) เป็นโรคติดต่อ
จากสัตว์เลือดอุ่นโดยเฉพาะสัตว์ เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ติดต่อมาสู่คนโดยถูกสัตว์ที่มีเชื้อพิษสุนัขบ้า กัด
ข่วน หรอื เลยี บรเิ วณทีม่ ีแผลรอยข่วน หรอื นำ้ ลาย ของสัตว์ท่มี เี ชอ้ื พษิ สุนขั บ้าเข้าตา ปาก จมูก สตั ว์ท่ี
นำโรคที่สำคัญที่สุดได้แก่ สุนัข แมว และอาจพบในสัตว์อื่น ๆ เช่นหมู ม้า วัว ควาย ลิง ชะนี เป็นต้น
เมื่อคนได้รับเชื้อแล้ว และไม่ได้รับการป้องกันที่ถูกต้อง ส่วนใหญ่จะมีอาการหลังจาก รับเชื้อ 15-60
วัน บางรายอาจน้อยกว่า 10 วัน หรือนานเป็นปี เนื่องจากขณะนี้ไม่มียาที่ใช้ในการรักษาโรคพิษสุนัข
บ้า ผู้ที่ป่วยด้วยโรคนี้จะเสียชีวิตทุกราย ฉะนั้นการป้องกันโรคจึงสำคัญที่สุดอาการที่สำคัญ คือ เร่ิม
ด้วยอาการปวดศีรษะ มไี ขต้ ำ่ เจ็บคอ ปวดเม่ือยตามตัว เบ่อื อาหาร ออ่ นเพลีย อาการทพ่ี บไดบ้ ่อย คือ
คันบริเวณบาดแผลที่ถูกกัดซึ่งแผลอาจหายสนิทไปนานแล้ว ต่อมาลุกลามไปที่อื่นๆ ผู้ป่วยจะเกามาก
จนเลือดออกซิบๆ และมีอาการกลืนลำบากเพราะกล้ามเนื้อที่ลำคอและกล่องเสียงหดเกร็งตัว อยาก
ด่ืมน้ำแต่กลนื ไมไ่ ด้ ทำใหม้ อี าการกลวั น้ำ น้ำลายฟูมปาก บ้วนน้ำลายบอ่ ย กระวนกระวาย ตืน่ เต้น ใจ
คอหงุดหงิด หายใจเร็ว ประสาทสัมผัสจะไวต่อการกระตุ้น ทำให้ตกใจง่ายและสะดุ้งผวาเมื่อถูกลม
หรอื ได้ยนิ เสียงดัง กล้ามเน้อื แขนขาเกร็ง กระตุก ระยะหลงั จะเป็นอัมพาตหมดสติและเสียชีวิตภายใน
2-7 วนั นับจากเรมิ่ แสดงอาการ
โรคเชื้อราบนผิวหนัง (Dermatophyte / Ringworm) เชื้อราที่อยู่บนผิวหนังของแมว
สามารถติดส่คู นไดจ้ ากการสมั ผสั หรือคลุกคลี คนทม่ี รี ่างกายอ่อนแอหรือมภี ูมิคุ้มกนั ที่บกพร่องมีความ
66
เสี่ยงต่อการติดโรคนี้มากขึ้น อาการที่จะแสดงออกก็คือจะเป็นวงแดง ผื่นคัน แนะนำให้หมั่นทำความ
สะอาดและล้างมอื ทุกครง้ั หลงั จากที่สมั ผัสแมว
โรคท็อกโซพลาสโมซิส (Toxoplasmosis) หรือบางคนเรียกว่าโรคอุจจาระแมวขึ้นสมอง
เกิดจากการติดเชื้อโปรโตซัวจากอุจจาระของแมวที่มีเชื้ออยู่ คนที่ได้รับเชื้อชนิดนี้อาจจะมีต่อม
นำ้ เหลอื งโต อาจจะแสดงอาการเย่ือหุ้มสมองอกั เสบผหู้ ญงิ ที่มีครรภ์อาจจะทำใหแ้ ทง้ ได้
โรคหอบหืด หรือภูมิแพ้ (Asthma) เชื่อว่าโรคนี้เกิดจากขนแมวหรือแมวที่ไปคลุกฝุ่น
ทางแกไ้ ขคอื ทำความสะอาดบ้านหรือถ้าจะนำแมวไปนอนด้วยแนะนำให้เช็ดตวั หรืออาบน้ำแมวก่อน
โรคแมวข่วน (Cat scratch disease) เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียชนิดกึ่งเฉียบพลันสามารถ
หายได้เอง โรคแมวข่วน อาจเกิดความสับสนกับโรคอ่ืนๆ ที่เกิดอาการต่อมนํ้าเหลืองโตได้ เช่น โรคทู
ลารีเมีย,บรูเซลโลสิส, ทูเบอร์คูโลสิส, กาฬโรค, โรคพลาสเจอเรลโลซิส (Pasteurellosis) และ
โรคมะเร็งต่อมนํา้ เหลือง
อาการของโรคมีอาการวิงเวียน ต่อมนํ้าเหลืองอักเสบโตเป็นก้อน (granulomatous
lymphadenitis) และมีไข้ได้หลายแบบ เกิดแผลเป็นผื่นสีแดง เกี่ยวเนื่องจากต่อมนํ้าเหลอื งภายใน 2
สัปดาห์ และพัฒนากลายเป็นหนองผู้ป่วยรอ้ ยละ 50 - 90 เกิดผดขึ้นบรเิ วณท่ีถูกแมวข่วนกลุ่มอาการ
Parinaud Oculoglandular Syndrome(granulomatous conjunctivitis with pretragala
denopathy) เกิดขึ้นหลังจากการติดเชื้อตาแดงโดยตรงหรือโดยอ้อม และอาจเกิดอาการแทรกซ้อน
ทางระบบประสาท เช่น สมองอักเสบ และ ระบบประสาทตาอกั เสบ (optic neuritis) ได้ อาการไข้สูง
เรื้อรังอาจเกิดร่วมกับรอยโรคของกระดูกที่มีการสลายหรือแทนที่เนื้อกระดูกด้วยสิ่งอื่นๆ และ/หรือ
การเกดิ ก้อนท่ีตับ และมา้ ม
ผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันโรคปกติ และไม่มีโรคแทรกซ้อนจะหายได้เอง โดยไม่ต้องใช้ยารักษา แต่
สำหรบั ผปู้ ่วยทีม่ ภี ูมิต้านทานต่ํา ต้องรกั ษาเป็นเวลา 1-3 เดอื น ด้วยการใหย้ าปฏิชวี นะ เชน่ อีริโทรมัย
ซิน (Erythromycin), ไรแฟมปิซิน (Rifampicin), ซิโพรโปรฟล็อกซาซิน (Ciprofl oxacin) หรือเจน
ตามิซิน (Gentamicin) ในรายที่ต่อมนํ้าเหลืองอักเสบ เป็นหนอง การใช้เข็มเจาะให้หนองออกมาก็
สามารถลดอาการปวดลงได้ แตแ่ นะนำให้หลีกเลีย่ งการตดั ชิ้นเนอ้ื จากตอ่ มนํ้าเหลอื งไปตรวจ
การแพร่ติดต่อโรค เกิดจากการโดนแมวข่วนหรือกัด สัมผัสกับขนแมว ซึ่งมีเชื้อจากนํ้าลาย
แมวที่มันเลียขนติดอยู่ ทำให้มือเกิดการปนเปื้อน แล้วไปสัมผัสกับอวัยวะเช่น ตา ก็สามารถทำให้ติด
เช้ือได้
67
โรคบาดทะยัก (Tetanus) จะเริ่มแสดงอาการหลังได้รับเชื้อแบคทีเรีย ตั้งแต่ 2-3 วันแรก
และอาจกินเวลาหลายสัปดาห์ อาการที่พบคือ ภาวะกรามติด กล้ามเนื้อคอแข็ง ปัญหาการกลืน
กล้ามเน้ือท้องแขง็ เหงื่อออก ความดนั โลหิตสูง
การดูแลเมือ่ ถูกกัดแมวกัด ขว่ น หรือเลียบริเวณแผล
ส่วนใหญ่แล้วเราไม่อาจทราบได้ทันทีว่าแมวที่กัดหรือข่วนเรามีการติดเชื้อหรือไม่ ดังนั้น สิ่ง
แรกที่ควรปฏิบัติเลย คือการปฐมพยาบาลตนเองหรือผู้ที่ถูกกัดเพื่อทำความสะอาดบาดแผลไว้ก่อน
ดังน้ี
• ล้างบาดแผล รวมไปถึงอวัยวะส่วนที่สัมผัสกับน้ำลาย ด้วยน้ำสะอาดและสบู่โดยการถูเบาๆ
เพื่อไม่ให้แผล ได้รับความกระทบกระเทือน นานอย่างน้อย 10-15 นาที หากเป็นแผลรูลึก
อาจใช้สำลีพันปลายไม้หมนุ เข้าไปล้างก้นแผลด้วยก็จะดี ทั้งนี้เพื่อจะล้างเชื้อออกจากแผลให้
มากทสี่ ุด
• เช็ดแผลให้แห้งด้วยผ้าก๊อซ ผ้าที่สะอาดหรือสำลี แล้วใส่ยารักษาบาดแผลสดประเภท
ทิงเจอรไ์ อโอดีน ยาเหลือง ยาแดง หรือแอลกอฮอล์สำหรับเช็ดแผล เทา่ ที่จะหาได้ในขณะน้ัน
กรณแี ผลเหวะหวะให้ปล่อยแผลไวโ้ ดยไม่ตอ้ งเย็บแผล แตป่ ดิ แผลดว้ ยผ้ากอ๊ ซสะอาด
• ไปพบแพทยเ์ พอ่ื ไปรบั การรกั ษาพยาบาล เช่น ฉีดทอ็ กซอยล์ปอ้ งกนั บาดทะยัก ฉีดยา รบั ยา
ไปกินเพื่อลดอาการปวด รักษาการติดเชื้อ รวมทั้งการเย็บแผลและการฉีดหรือไม่ฉีดวัคซีน
หรืออิมมูโนโกลบูลิน (Immunoglobulin) ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งจะอยู่ในดุลพินิจของ
แพทย์
2.1.9 การขยายพนั ธแ์ุ ละการคมุ กำเนดิ
การผสมพันธุ์
อวัยวะสืบพันธุข์ องแมวจะเริม่ ทำงานอย่างเต็มทีเ่ มื่อแมวอย่างเข้าสู่วัยเจริญพันธ์ุ ซึ่งโดยปกติ
จะมีอายุประมาณ 7-9 เดือนในเพศเมียแต่ไม่ควรให้มีการผสมพันธุ์เมื่อเป็นสัดครั้งแรกเนื่องจาก
โครงสร้างและระบบสบื พันธุย์ ังไม่เจริญสมบูรณ์เต็มที่ ควรรอให้แมวโตเตม็ ที่ก่อนเมื่อครบกำหนดการ
ติดสัดอีกครั้งจึงคอ่ ยทำการผสมพันธ์ุ เมื่อแมวได้รับการผสมพันธุก์ ็จะตั้งท้องได้ทนั ที ส่วนมากตัวแมว
จะเป็นสดั ปีละครง้ั
ปัจจัยที่มผี ลตอ่ การเข้าสู่วยั เจรญิ พนั ธ์ุของแมว คอื น้ำหนักตวั และการได้รบั แสงแดด น้ำหนัก
ของแมวควรอยู่ที่ 2.3 - 3.2 กิโลกรัม โดยประมาณและได้รับแสงแดดอย่างน้อย 10 ชม./วัน ดังนั้น
แมวที่เลี้ยงไว้ภายในบ้านจะมีโอกาศที่จะได้รับแสงแดดน้อยกว่าแมวที่เลี้ยงปล่อย แต่ผู้เลี้ยงสามารถ
บังคับให้แมวเป็นสดั ได้ตลอดปี โดยทำการเลี้ยงในห้องทีม่ ีขนาด 4X4 เมตรและได้รับแสงไฟประมาณ
100 วัตต์ อย่างน้อย 10 ชม./วัน เนื่องจากอิทธิพลต่อแสงจะมีผลต่อการสร้างฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับ
68
ระบบสบื พันธใ์ุ นแมว จึงทำใหก้ ารเปน็ สดั ของแมวนน้ั เกดิ ขึ้นเปน็ ฤดูกาล โดยแมวจะเป็นสัดในช่วงหน้า
ร้อนและหยดุ เปน็ สดั ในช่วงหน้าหนาว การเปน็ สัดของแมวในแตล่ ะฤดนู ั้น จะเป็นสัดได้หลายๆครั้ง ใน
บางครั้งแมวจะเป็นสัดในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังคลอดลูก นอกจากนี้แมวยังมีความพิเศษกว่าสัตว์
ตระกูลอน่ื ๆ คือ สามารถไดร้ บั การผสมพันธุก์ อ่ นจงึ จะเกิดการตกไข่ได้
การตดิ สัด
แมวที่เป็นสัดจะไม่มีเลือดไหลทางช่องคลอดและไม่มีการบวมของอวัยวะเพศเหมือนในสุนัข
เพศเมยี ส่ิงท่ผี ้เู ลี้ยงจะสังเกตได้คือ พฤติกรรม โดยแมวจะมีอาการเคล้าเคลียมากกวา่ ปกติ จะส่งเสียง
ร้องและเลียอวัยวะเพศ จะมีแมวเพศผู้มาติดพัน แมวเพศผู้มักจะส่งเสียงร้องเรียกหรือทำการต่อสู้กบั
แมวตัวอื่นๆ ที่มาติดพันแมวเพศเมีย แมวจะแสดงท่าทางเป็นสัดโดยแสดงท่าหมอบ และยกท้ายขึ้น
เล็กน้อย อาการเป็นสัดของแมวจะมีระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ และถ้าหากแมวไม่ตั้งท้องก็จะ
กลบั มาเป็นสดั อกี คร้ังในระยะเวลาอกี ประมาณ 10 วนั ถดั มา
การคุมกำเนดิ แมว
แมวจะมีลูกได้ปีละ 2 คลอก หรือประมาณ 4-6 ตัว ถ้าหากผู้เลี้ยงปล่อยให้แมวคลอดลูก
บ่อยๆจำนวนลูกแมวจะทำการเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นภาระของผู้เลี้ยงต่อไป ถ้าหากว่าผู้เลี้ยงคนใดไม่
ต้องการทจี่ ะได้ลกู ออกหรือไม่อยากให้แมวที่บ้านมีจำนวนมากจนเกนิ ไป ควรควบคุมจำนวนแมวไม่ให้
เพิม่ จำนวนขึ้นโดยการคุมการกำเนิดแมวดังน้ี
1) การคมุ กำเนดิ ถาวร (การคุมกำเนิดโดยศลั ยกรรม)
การทำหมันในแมวเพศเมยี คอื การทต่ี ัดเอารังไข่และมดลกู ออกมา สว่ นในแมวเพศผูนั้นทไได้
โดยการตดั เอาอัณฑะทั้ง 2 ข้างออก การคมุ กำเนิดโดยวธิ ีการศัลยกรรมถือเปย็ วิธีที่ปลอดถัยที่สุดของ
แมวและจะมีผลขา้ งเคียงน้อยมาก ในแมวเพศเมียที่ทำหมันต้ังแต่กอ่ นการเป็นสัดคร้ังแรกจะลดความ
เสี้ยงในการเกิดเนื้องอกที่เต้านมได้ ส่วนในแมวเพศผู้นั้นจะลดพฤติกรรมการปัสสาวะไม่เป็นที่ลงได้
และยังช่วยลดความเสีย่ งในการบาดเจบ็ การตดิ เช้ือโรค การเกิดฝี ข้ึนได้
แมวเพศผู้และแมวเพศเมีย สามารถผ่าตัดทำหมันได้ต่อเมื่อมีอายุประมาณ 5 เดือน การ
ผ่าตัดทำหมันผู้เลี้ยงจะต้องทำการควบคุมไม่ให้แมวนั้นกินอาหารก่อนการผ่าตัด 12 ชม. และอดน้ำ
ก่อนผ่าตัด 6 ชม. เมอ่ื ทำการผา่ ตัดเสร็จเรียบร้อยจะต้องดแู ลหลังการผา่ ตัด โดยการทาแผลด้วยน้ำยา
ฆา่ เชอื้ ทกุ วนั และไม่ให้แมวเลยี หรือทำการกัดไหมที่เยบ็ ไว้ ผเู้ ลย้ี งควรจะใสเ่ สอื้ ให้แมวเพื่อช่วยป้องกัน
ปญั หาแมวกัดแผลทเ่ี ยบ็ แผลจะหายสนทิ ใช้เวลาประมาณ 7 วนั แลว้ ทำการตดั ไหมเป็นคร้งั สุดท้าย
69
2.1.10 แมวช่วยใหม้ ีความสขุ -สขุ ภาพดี
ผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นเผยว่า การเลี้ยงแมวในบ้าน ช่วยให้เด็กที่เกิดใหม่มีภูมิ
ต้านทานโรคภูมิแพ้ได้ดีกว่า ห่างไกลจากโรคติดเชื้อทั้งหลาย และช่วยให้อารมณ์ดี มีความมั่นใจใน
ตวั เองมากกวา่ บ้านทีไ่ มม่ ีแมว หา่ งไกลโรคซึมเศร้า
แมวช่วยใหห้ วั ใจเราแขง็ แรง
จากผลวิจัยปี 2008 ของสถาบันโรคหัวใจ มหาวิทยาลัยมินเนโซตา สหรัฐ ที่ทำวิจัยกับกลุ่ม
คน 4,500 คน เปน็ เวลา 10 ปี และ 3 ใน 5 เป็นคนเล้ียงแมว สรุปผลได้ว่า คนที่เล้ียงแมวมคี วามเส่ียง
ที่จะเสียชีวิตจากอาการหวั ใจวายเฉียบพลัน น้อยกว่าคนที่ไม่เลี้ยงถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2009 ยังมี
ผลวิจัยย่อยๆ ตามมาสนับสนุนด้วยว่า การเลี้ยงแมวช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด
อีกดว้ ย
เสยี งรอ้ งเหมียวๆ ชว่ ยผอ่ นคลาย
มีผลการศกึ ษาทีบ่ อกว่า เสียงร้องเหมยี วๆ ของแมว ชว่ ยลดความเครียดให้เจ้าของได้ รวมทั้ง
ชว่ ยลดความดนั โลหิตดว้ ย เสยี งร้องของแมวมีความถีต่ ั้งแต่ 25 - 150 เฮิร์ตซ์ ซึ่งตรงกบั ความถ่ีซ่ึงเป็น
ท่ียอมรับในวงการแพทยว์ า่ ชว่ ยบรรเทาอาการปว่ ยของหลายๆ โรคด้วยกัน (จากนิตยสาร Scientific
American)
แมวอยูก่ บั ปัจจบุ นั
เกิดเป็นแมวไม่ต้องคิดอะไรมาก พวกมันมีความสุขกว่าคนเราก็แล้วกัน แมวสามารดื่ม ด่ำ
ความสุขกบั การน่งั เฉยๆ อยกู่ ับทที่ ่หี นง่ึ ไดน้ านๆ โดยไมไ่ ดห้ ลับ สถานทโ่ี ปรดอาจเป็นช่องหนา้ ต่างที่มัน
ได้นั่งมองความเป็นไปขา้ งนอกอย่างไม่ไหวติง หรือบนชั้นหนังสือที่มองเห็นทุกอณูของห้องนั่งเล่น ถ้า
ถามวา่ เหมียวนอ้ ยกำลงั คดิ อะไร หลายๆ คนเชอ่ื ว่า เขากำลงั ทำสมาธิอยู่
แมวสรา้ งเสยี งหัวเราะ
แมวทั้งน่ารักและตลก หลายๆ ครั้งที่มักทำอะไรโง่ๆ ผิดพลาดขำๆ อย่างที่เรานึกไม่ถึง และ
อดไม่ได้ที่จะต้องขำมากถึงมากที่สุด มหาวิทยาลัยโลมา ลินดา ในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ ทำการสำรวจ
คนที่ชอบดูวิดีโอพฤติกรรมขำๆ ของแมว ช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติโซล ที่ต่อมหมวกไตหลั่งออกมา
เมื่อเกิดความเครียดได้ ทั้งยังช่วยกระตุ้นความทรงจำระยะสั้นได้ดี ขณะที่อีกผลสำรวจหนึ่งบอกว่า
การหวั เราะยังชว่ ยให้ระบบองคร์ วมของรา่ งกายดีข้ึน
70
แมวสอนใหว้ างกลยทุ ธ์
“ถ้าสัตว์พูดได้ หมาคงจะเป็นเพื่อนซี้ที่ช่างเจรจา ขณะที่แมว จะเลือกพูดแต่ประโยคเด็ด
เท่าน้ัน” มาร์ค ทเี วน เคยกล่าวเอาไว้ ซึ่งหากดจู ากพฤตกิ รรมการเล่น หมาจะวง่ิ ไล่ลูกเทนนิสท่ีกล้ิงอยู่
บนพื้นอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่ว่ามันจะกลิ้งไปตรงไหนก็ตาม ส่วนแมวจะเขี่ยให้กลิ้งไป แล้วจดจ้อง
ตามว่าจะไปเล่นต่อหรือเอายังไงดี ก่อนแมวจะเล่นหรือทำการใดๆ มักจะวางแผนในสมองก่อนเสมอ
ซึง่ อาจสง่ อทิ ธพิ ลสู่ทาสแมวทั้งหลายได้บ้าง ไมม่ ากกน็ อ้ ย
แมวช่วยคนออทิสตกิ ส่อื สาร
คนกลุ่มนีม้ กั มีปัญหาเรื่องการส่ือสารกับคนรอบตัว ผลงานศกึ ษาในประเทศฝรั่งเศสปี 2012
ที่ไปศกึ ษากับเดก็ ออทสิ ติกใน 40 ครอบครัว ออกมาว่า บา้ นท่ีมสี ัตวเ์ ลีย้ ง ช่วยใหเ้ ดก็ ออทิสติกอารมณ์
ดีและมีส่วนร่วมกับครอบครัวมากกว่าบ้านที่ไม่เลี้ยงสัตว์ โดยไอริส เกรซ ฮัลม์ชอว์ เด็กอังกฤษวัย 5
ขวบ ได้ตูล่า แมวของเธอชว่ ยให้มีความม่ันใจในการพูดส่ือสารกับคนอื่นๆ ในครอบครัว ทั้งยังเป็นแรง
บนั ดาลใจใหเ้ ธอวาดภาพทีช่ ว่ ยเยยี วยาอาการออทิสตกิ ของเธอใหด้ ขี ้ึนด้วย
แมวรู้ดวี ่าอย่าเก็บกด
ถึงแม้ว่าแมวจะดูเป็นสัตว์ที่เงียบๆ แต่ใช่ว่ามันจะเก็บกด ไม่แสดงออกทางอารมณ์ หากแมว
เครียดจะแสดงให้รู้ทันที เช่น แกล้งพามันไปส่องกระจกมันจะแว้ดใส่ ข่วนทาสหนึ่งทีแล้วกระโดดหนี
ไป ผลการศกึ ษาปี 2012 ของโรงเรยี นสาธารณสุขในฮาวาร์ด บอกวา่ คนทเ่ี ก็บกดมักจะเกดิ การสะสม
ของเสียในร่างกาย ซ่ึงทำใหเ้ สีย่ งต่อการเป็นโรคหัวใจและมะเรง็ เพราะฉะนัน้ มีอะไรก็ปล่อยๆ ออกมา
เหมอื นแมวดกี วา่ นะ
แมวสอนใหร้ ถู้ งึ ความรกั ทีป่ ราศจากเงื่อนไข
นอกจากเลี้ยงแมวจะช่วยคลายเหงาแล้ว แมวยังเป็นผู้ฟังที่ดี และขี้อ้อน ผลวิจัยจาก
มหาวิทยาลัยไมอามี และมหาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์ บอกเหมือนกันว่า สัตว์เลี้ยงช่วยตอบสนองความ
เป็นสัตว์สังคมของมนษุ ย์ ได้ดเี ทา่ การมีเพ่ือนเปน็ คนด้วยกนั เลยทเี ดียว (40plus,2560)
2.1.11 แมวกบั ความเชื่อ
ความเช่ือเก่ียวกบั แมวในอียิปต์โบราณ
ในอารยธรรมอียิปต์มีการบูชาแมวเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากชาวอียิป์นับถือ เทพีบาเตส
(Bastet) เทพีแหง่ ความรกั ความอดุ มสมบรู ณ์ และช่วยต่อตา้ นส่ิงชว่ั ร้ายและความเจ็บป่วย เทพีองค์นี้
มีส่วนหัวเป็นแมว ลำตัวเป็นคน เมื่อมีแมวเป็นสัตว์เทพเจา้ ชาวอียิปต์จึงมีกฎห้ามทำร้ายแมว หรือนำ
แมวออกจากอาณาจักร ผู้ใดละเมิดกฎอาจมีโทษถึงชีวิต มีตำนานเล่าว่าทหารโรมันผู้หนึ่งฆ่าแมวโดย
ไม่ต้ังใจ แตน่ นั่ ทำให้ชาวอยี ิปต์โกรธแคน้ มากจนรวมตัวกนั สงั หารทหารโรมนั
71
นอกจากจะบูชาแมวแล้ว แมวยังมีประโยชน์ต่อชาวอียิปต์คือพวกมันช่วยกำจัดหนูและล่างู
ด้วย ซึ่งสัตว์ทั้งสองชนิดนี้นับเป็นภัยคุกคามชาวอียิป์ในยุคโบราณอย่างมาก จึงไม่แปลกที่จะยกย่อง
บูชาแมวเป็นสญั ลักษณแ์ ห่งเทพเจ้า แมวยังปรากฏในอักษรเฮียโรกลิฟฟิคของชาวอยี ปิ ์ โดยคำว่าแมว
นนั้ คอื “miu” หรือ “mau” ซง่ึ สอดคล้องกับเสียงรอ้ งของแมวนั่นเอง
พิธีกรรมเกี่ยวกับแมวในสมัยอียิปต์ล้วนเกี่ยวเนื่องกับโลกหลังความตาย มีทั้งการทำมัมม่ี
สรา้ งสุสาน ทำหีบศพเฉพาะแมว ซึง่ มัมมี่สัตวถ์ ือเปน็ เครือ่ งบชู าทางศาสนาของอยี ิปต์
เมื่อแมวในบ้านตาย เจ้าของแมวจะโกนคิ้วตัวเอง เพื่อแสดงความโศกเศร้า ชาวอียิปต์มักจะ
ทำแมวมัมมี่ เอาศพมาทำมัมม่ีบรรจุลงในหีบศพรูปตัวแมว และฝังในสุสานของแมวเป็นการเฉพาะ
บา้ งกม็ กี ารทำหนุ่ โลหะรูปแมวฝังลงไปด้วย บางคร้งั เมือ่ แมวตายก็มีการสร้างวิหารใหญ่โตให้แมวด้วย
เช่นกัน ปัจจุบัน แมวมัมมี่ มีตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอังกฤษ หรือ บริติช มิวเซียม ( British
Museum)
ความเช่อื เกย่ี วกบั แมวในโรมันโบราณ
นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าแมวเข้าสู่ยุโรปในช่วงต้นศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสต์กาล โดย
พ่อค้าชาวฟินิเชียนที่ทำการคา้ ขายในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ชาวโรมันชอบแมวเป็นพิเศษและนำแมว
เข้ามาประจำในป้อมปราการ เพราะพวกมันสามารถจับหนแู ละสัตว์อื่น ๆ ได้ กองทพั โรมันนำแมวเป็น
ตัวช่วยในการจับหนู เพราะหนูนั้นชอบกัดกินอาหารในคลัง ชอบเคี้ยวไม้และหนังซึ่งเป็นอันตรายต่อ
ชดุ เกราะและยทุ โธปกรณ์ จนแมวถูกย่องยอ่ งสรรเสริญและกลายเปน็ มิตรค่กู ายของทหารโรมนั ก็ว่าได้
ชาวโรมันมองวา่ แมวเปน็ สัตว์สญั ลักษณแ์ ห่งเสรภี าพและอิสรภาพ สะทอ้ นจากเทพเจ้าลิเบอร์
ตัส (Libertas) เทพเจา้ แหง่ เสรีภาพทีม่ กั จำแลงกายเป็นแมว
ความเช่ือเกย่ี วกับแมวในญี่ปุ่นโบราณ
แมวถูกนำไปยังเกาะญี่ปุ่นครั้งแรกประมาณคริสต์ศักราช 500 คาดว่าอาจนำเข้ามาโดยชาว
จีน โดยชาวญี่ปุ่นนำแมวไปเลี้ยงเพื่อปกป้องคลังอาหารเช่นเดียวกับที่อียิปต์และโรมัน หนูไม่เพียง
ทำลายคลังอาหารของมนุษย์เท่านั้น พวกมันยังแทะกินเอกสารหรือหนังสือของวัดในญี่ปุ่น เช่น
พระไตรปิฎก พวกพระจึงอาศัยแมวเป็นตัวช่วยจับหนู ในเวลาต่อมาแมวก็กลายเป็นที่รู้จักในฐานะผู้
ปกป้องหนังสอื หายาก ซึ่งไทำให้พวกมนั ไดร้ บั การยกย่องและความรักเพิม่ ขนึ้ ด้วย
วัฒนธรรมญป่ี นุ่ มองว่าแมวเป็นเครื่องรางแหง่ ความโชคดี มตี ำนานเก่าแกเ่ ร่ืองหน่ึงเล่าว่า ขุน
นางผู้ย่ิงใหญ่ท่านหนึ่งกำลังเดินบนถนน เมื่อท่านเห็นแมวตัวหนึ่งยกอุ้งเท้าขึ้นมาราวกับกำลังกวักมือ
เรียก ด้วยความอยากรทู้ า่ นจึงเดินเขา้ ไปหา ทันใดน้นั สายฟา้ ก็ฟาดลงมายังด้านหลงั ท่ีท่านพ่ึงเดินผ่าน
ไป จงึ เชอื่ กันวา่ แมวเป็นผชู้ ่วยชีวติ ทา่ นไว้
และนับตั้งแต่นั้นมา ชาวญี่ปุ่นก็เชื่อว่าแมวเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี จนกระทั่งในยุค
สมยั ใหมจ่ ึงมกี ารประดษิ ฐ์ “แมวกวัก” ขึ้นมานนั่ เอง
72
1) แมวกวัก หรือ Maneki Neko เป็นหนึ่งในเครื่องรางนำโชคตามความเชื่อของชาวญีป่ ุ่นที่
ได้รับความนิยมอย่างมาก ชาวญีป่ ุน่ สว่ นใหญ่มกั จะต้ังรปู ปั้นตุ๊กตาแมวกวักไวห้ น้าร้าน โดยเช่ือว่าแมว
จะกวักเงิน กวักทอง กวักเรียกลูกค้าเพื่อให้กิจการค้าขายเจริญรุ่งเรือง แต่คุณทราบหรือไม่ว่าใน
ปัจจุบันไม่ได้มีเพียงแมวกวักที่นำโชคด้านค้าขายเท่านั้น ยังมีแมวกวักนำโชคอีกหลายรูปแบบ
หลากหลายสีสันทม่ี คี วามหมายแตกต่างกันออกไปอกี ด้วย
2) ตำแหน่งมือของแมวกวักที่มีความหมายต่างกนั รูปปัน้ ต๊กุ ตาแมวกวักโดยท่ัวไปมักจะอยู่
ในท่ายกมือ (ขา) ข้างเดียวขึ้นมา ราวกับว่ากำลังกวักเช้ือเชิญลูกค้า โชคลาภ เงินทอง ฯลฯ ตามของ
เชอื่ ของแต่ละบุคคล ซงึ่ คลา้ ยคลึงกับความเชื่อเรอ่ื ง “นางกวัก” ของประเทศไทย
ในความเชือ่ ของชาวญ่ีปุ่น เชื่อว่าแมวกวักนำโชคทีย่ กมือขวาจะ “เพิ่มเงินทองและโชคลาภ”
มักนิยมใช้รูปปั้นตุ๊กตาแมวเพศผู้ ส่วนแมวกกวักที่ยกมือซ้ายจะ “เรียกแขก เรียกลูกค้า” ซึ่งแมวกวัก
ท้งั 2 แบบต่างก็มคี วามหมายด้านโชคลาภเงินทองในการค้าขายเช่นเดียวกัน สว่ นแมวกวักท่ียกมือขึ้น
ท้ังสองขา้ ง มคี วามหมายเหมือนนำแมวกวักท่ียกมือขวาและซา้ ยมารวมกนั คอื “เพ่มิ เงินทองโชคลาภ
และเรยี กลูกคา้ ”
แต่ทว่าการยกมือขึ้นสองข้างพร้อมกันเป็นแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ มีความหมายใน
ภาษาญป่ี นุ่ ว่า “Banzai wo suru” (การโห่ร้องไชโย), “Oteage” (การยกมือท้ังสองข้างขึ้นเพ่ือแสดง
ท่าทางว่าเราหมดตัว/ยอมจำนนแล้ว) ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าผู้ทำกิจการค้าขายก็มักจะพูดว่า “Banzai wo
suru” หรือ “Oteage” ในกรณีทก่ี จิ การร้านคา้ ขายไม่ดีอีกดว้ ย เพราะฉะนน้ั แมวกวักที่ยกมือข้ึนทั้ง
สองขา้ งจึงไม่นยิ มนำมาตั้งทหี่ น้าร้านคา้ ดว้ ยเหตุน้เี อง และมักจะนำแมวกวักสองขา้ งไปต้ังไว้ที่บ้านพัก
เสยี มากกว่า
3) ส่วนตำแหนง่ การวางแมวกวักท่ีถกู ต้อง จะวางโดยคำนึงถงึ พน้ื ฐาน 3 ข้อ ดังนี้
• ต้งั ไว้ในตำแหน่งท่ีโดดเด่นสะดดุ ตา ผคู้ นมองเหน็ ง่าย
• ตั้งไวใ้ ห้สงู กว่าระดับสายตา
• ต้งั ให้แมวกวักหนั หน้าออกไปนอกรา้ น
4) ความหมายของสี มาถึงส่วนที่ทุกคนน่าจะอยากรูก้ ันมากที่สุด นั่นก็คือความหมายของสี
บนแมวกวัก เพราะนอกจากตำแหน่งมือที่มีความหมายที่แตกต่างกันแล้ว “สี” ก็มีความหมายตาม
ความเชอื่ ท่ีแตกต่างกันอกี ด้วย จงึ ขอรวบรวมสีแมวกวกั ทีพ่ บเห็นได้บอ่ ยมารวมกนั ไว้ ดังน้ี
• แมวกวกั สีขาว = กวกั เรยี กโชค ลาภ ความสขุ (หันหนา้ แมวกวกั ไปทิศตะวันตกเฉียง
เหนือเพอ่ื เพ่ิมโชค)
• แมวกวักสีดำ = คุ้มครองป้องกันจากภัยอันตราย (หันหน้าแมวกวักไปทิศเหนือหรือ
ทิศตะวนั ตกเฉียงใตเ้ พ่ือเพม่ิ โชค)
73
• แมวกวกั สีแดง = ค้มุ ครองป้องกันจากโรคและความเจ็บป่วย (หันหนา้ แมวกวักไปทิศ
ตะวันตกเพอื่ เพ่ิมโชค)
• แมวกวกั สีฟา้ = เพิ่มโชคดา้ นการศึกษาหาความรู้ (หันหนา้ แมวกวักไปทิศตะวันออก
เพอ่ื เพม่ิ โชค)
• แมวกวักสเี หลอื ง = เพม่ิ โชคให้ไดพ้ บคู่ครองทดี่ ี (หันหน้าแมวกวักไปทิศตะวนั ตกเพ่ือ
เพิ่มโชค)
• แมวกวักสเี ขียว = คมุ้ ครองใหช้ วี ติ สงบสุข ร่มเย็น ปลอดภัย (หันหนา้ แมวกวักไปทิศ
ใต้เพื่อเพมิ่ โชค)
• แมวกวักสีชมพู = เพิ่มโชคด้านความรัก (หันหน้าแมวกวักไปทิศเหนือหรือทิศ
ตะวันตกเฉียงใต้เพ่ือเพม่ิ โชค)
• แมวกวักสีทอง = เพ่ิมโชคด้านการเงนิ (หันหน้าแมวกวกั ไปทศิ ตะวนั ตกเพ่อื เพมิ่ โชค)
• แมวกวักลายเสือดาว = เพิ่มโชคด้านผลการโหวตหรือเลือกตั้งต่าง ๆ (วางตาม
ตำแหนง่ วางแมวกวักพืน้ ฐาน)
เพชรตาแมว เพชรตาแมวเปน็ อัญมณีศักสิทธ์ิ เชือ่ กนั วา่ ถา้ ผใู้ ดได้ครอบครองจะถือว่าเป็นผู้มี
บุญสูงส่ง แต่ใครจะรู้ว่าในความสวยงามนั้น ต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดของเจ้าแมวผู้น่าสงสาร
ตามตำนานเลา่ ว่า เมื่อครบรอบ 100 ปี ถึง 1,000 ปี จะมีเทพจากสรวงสรรค์ลงมาจุติยังโลกมนุษย์ 1
องค์ โดยเทพดังกล่าวจะมาเกิดเป็นแมว และได้นำแก้วมณีสารพัดนึก ซึ่งเป็นของวิเศษประจำตัวล ง
ที่มาโลกมนุษย์ เพื่อชดใช้กรรมที่ยังเหลืออยู่ และก่อนที่เทพองค์ดังกล่าวจะละสังขารแมว ท่านจะ
ประทานแกว้ วเิ ศษท่ีรู้จักกันในนาม "เพชรตาแมว" ให้แก่ผู้ที่มพี ระคุณ ทีเ่ ลีย้ งดูมาจนถึงวาระที่ได้ชดใช้
กรรมหมดสิ้นแล้ว โดยก่อนจากไปท่านจะเข้ามาคลอเคลียกับผู้ที่เป็นเจ้าของเหมือนเป็นการบอกลา
ครงั้ สดุ ท้าย และทิ้งเพชรตาแมวของตนไวใ้ ห้ ก่อนจะกลับข้นึ ไปบำเพญ็ ตบะบนสรวงสวรรคด์ งั เดมิ
ในขณะเดียวกัน หากมองในแง่ของวิทยาศาสตร์ อาจกล่าวได้ว่า เพชรตาแมวเกิดจากแมวท่ี
ตาเป็นต้อหิน โดยดวงตาข้างนั้นจะมีน้ำออกในตา แม้แมวไม่เจ็บปวด แต่ตาข้างนั้นจะไม่สามารถใช้
การได้ และเมือ่ แมวตัวดังกล่าวได้ตายลง ดวงตาข้างที่เป็นตอ้ กจ็ ะแขง็ ขน้ึ ราวกบั ก้อนหิน แตจ่ ะมีความ
สวยงาม แวววาว ราวกับเพชร ดังท่เี รยี กว่า เพชรตาแมว โดยเพชรตาแมว มกั มลี ักษณะ ดังนี้
1) เพชรตาแมวชนิดหินใส มีลักษณะใสปนขุ่น ขนาดเท่าลูกแก้ว ในความใสจะเหมือนมี
เส้ยี นไผ่อยู่ในตา หรอื มา่ นตา เม่อื สอ่ งดว้ ยกลอ้ งขยายจะเห็นเป็นรังผงึ้ ขนาดเล็ก และมเี ส้นเลือดขนาด
เล็กด้วย
2) เพชรตาแมวชนดิ ใสเปน็ แกว้ เพชรตาแมวชนดิ นี้จะมีลักษณะเหมือนดวงตาแมวขณะท่ียัง
มีชีวิตอยู่ ในความใสจะไม่มีสีขาวขุ่นมาเจือปน มีมิติซับซ้อน และไม่สามารถทำเทียมเลียนแบบได้
เนอ่ื งจากเนื้อจะใสบรสิ ทุ ธิ์ และมคี วามแวววาวมาก
74
เช่ือกันว่าแมวตาเพชรน้ันจะมีดวงตาทอ่ี ำนาจลึกลบั หากแมวตาเพชรจ้องมองไปทเ่ี หย่ือตัวใด
นานๆ เช่น จิ้งจก หรือหนู เหยื่อจะไม่สามารถขยับตัวได้และตกลงมาตายในที่สุด โดยที่แมวไม่ต้อง
ขยบั ตัวหรือทำอะไรเลยนอกจากจ้องเพียงอย่างเดยี ว
ทั้งนี้ ปัจจุบัน เพชรตาแมว ยังคงเป็นวัตถุมงคล ที่บุคคลจำนวนมากอยากได้มาครอบครอง
แตเ่ น่ืองจากเป็นของหายาก และมีโอกาสเกิดขึ้นได้ราว 1 ในล้าน ดังนน้ั สนนราคาของเพชรตาแมวจึง
อยู่ในหลักสิบล้านบาทขึ้นไป โดยเฉพาะเพชรตาแมวที่มีลักษณะดี หรือเป็นของเก่าแก่อายุกว่าร้อยปี
อย่างไรก็ดี เพชรตาแมวท่ีจำหน่ายตอ้ งผา่ นการรบั รองจากสถาบนั ตา่ ง ๆ ทนี่ ่าเช่อื ถือ เชน่ สถาบันวิจัย
และพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือมีใบรับรองเป็นวัตถุธรรมชาติ
จากกรมทรพั ยากรธรณี เป็นต้น
พิธีแห่นางแมว พิธีแห่นางแมวของชาวอีสานเพราะเชื่อว่าเหตุที่ฝนไม่ตกมี เหตุผลหลาย
ประการ เช่น เกิดจากดินฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลง,ประชาชนชาวเมอื งหย่อนในศีลธรรม ,เจ้าเมืองหรือ
เจ้าแผ่นดินไม่ทรงอยู่ในทศพิธราชธรรม, เป็นต้น เหตุนี้ชาวเมือง ชาวอีสานจึงต้องทำพิธีอ้อนวอนขอ
ฝน และการทีต่ อ้ งใช้แมวเป็นตัวประกอบสำคัญในการขอฝน เพราะเชอ่ื วา่ แมวเป็นสตั ว์ทเ่ี กลียดฝน ถ้า
ฝนตกครัง้ ใดแมวจะร้องทนั ที ชาวอีสานจงึ ถอื เอาเคล็ดที่แมวร้องในเวลาฝนตกว่า จะเป็นเหตุให้ฝนตก
จริงๆ ชาวบ้านจึงร่วมมือกันสาดน้ำและทำให้แมวร้องมากที่สุดจึงจะเป็นผลดี และชาวอีสานเชื่อว่า
หลังจากทำพิธีแห่นางแมวแล้วฝนจะตกลงมาตามคำอ้อนวอน และตามคำเซงิ้ ของนางแมว (สำนกั งาน
วฒั นธรรมจังหวัดศรีสะเกษ,2560)
สัมผัสพิเศษของแมวกับวิญญาณร้าย และช่วยปกป้องเรา เป็นความเชื่อตั้งแต่อดีตมาว่า
แมวรู้สึกได้ถึงพลังงานของวิญญาณร้ายในบ้าน สิ่งแรกที่แมวจะทำ คือ การขับไล่พลังงานดังกล่าว
ไม่ให้มารบกวนในบริเวณที่มันอยู่ โดยในเรื่องนี้ทำให้คนประเทศรัสเซียในอดีตจะนิยมการเลี้ยงแมว
มาก และมักจะปล่อยให้แมววิ่งเข้าไปบ้านก่อนที่พวกเขาจะเดินตามเข้าไป เพื่อให้แมวได้ส่งสัญญาณ
เตือนว่า มีอะไรผิดปกติในบ้านหรือไม่ ขณะที่ความเชื่อของคนบางกลุ่ม ถ้าต้องเข้าไปอยู่ในบ้านหลัง
ใหม่ แล้วบ้านหลังนั้นเคยมีคนอยู่มาแล้ว พวกเขาจะปล่อยให้แมวเข้าไปในบ้านก่อน เพื่อดูว่าภายใน
บา้ นนัน้ มีพลังงานของวญิ ญาณร้ายวนเวียนอยู่หรือไม่
แมวช่วยเยียวยาจิตใจให้เราได้ ในเรื่องนี้ เจ้าของน่าจะรับรู้ได้ดีที่สุด หากเวลาใดท่ีเรารู้สึก
ว่า ทุกอย่างรอบตัวไม่เป็นไปอย่างที่ใจคิด หรือรู้สึกผิดหวังจากความสัมพันธ์ แมว คือ สัตว์เลี้ยงท่ี
สามารถเยียวยาหัวใจและทำให้เรารู้สึกดีขึ้นได้ เพราะนอกจากมันจะส่งพลังบวกให้กับเจ้าของแล้ว
แมวยังคอยปกปอ้ งคณุ จากพลงั ลบตา่ งๆ ท่ีเขา้ หาเจา้ ของดว้ ย ไมธ่ รรมดาเลยจริงๆ
75
พลังพิเศษที่ซ่อนอยู่จากสีขนของแมวกับแมวดำ สำหรับความมีความเชื่อในเรื่องนี้กับ
“แมวดำ” ว่าเปน็ แมวของแม่มด แตเ่ ช่อื หรือไมว่ า่ พลังพเิ ศษของแมวดำน้ัน สามารถทำให้ปัญหาหมด
ไปจากทอ่ี ยู่อาศยั ของเราได้ และจะทำใหเ้ จา้ ของมสี ตินกึ รู้มองเหน็ ทางออกของปญั หาด้วยเชน่ กนั
แมวสีสม้ หรือส้มออกแดง แมวสีส้มน้ี ไม่ว่าแมวเพศใดจะมีความเช่อื วา่ จะนำมาซง่ึ สุขภาพท่ีดี
การเงนิ มง่ั คง่ั และความแนน่ อนในชวี ติ ให้แก่ผ้เู ลย้ี งนั่นเอง
แมวสีเทา จะนำมาซึ่งความรัก ความสขุ และโชคดี รวมถงึ ชว่ ยให้คณุ มีความสงบทางอารมณ์
มากขึน้
แมวสีขาว ที่ช่วยเยียวยาจิตใจได้ดีที่สุด ถ้าคุณรู้สึกว่า ตัวเองกำลังตกอยู่ในความเศร้า หรือ
จมอยใู่ นความทุกข์มายาวนาน ก็ลองหาแมวสีขาวมาเลีย้ งไว้สักตัว
แมววเิ ชียรมาศ (Siamese Cats) แมวไทยท่ีมคี วามเชื่อว่า จะชว่ ยปกป้องเจา้ ของจากความ
อจิ ฉารษิ ยาที่ล้อมรอบได้ และจะนำพามาซง่ึ ชื่อเสยี ง ความสำเรจ็ และการมอี ายยุ นื ยาวด้วย
แมวสามสี แมวทม่ี สี ่วนผสมของสีขาว สีส้ม และสีดำ โดยมีความเชือ่ วา่ จะนำมาซึง่ ความโชค
ดีทั้งบนบกและในทะเล ช่วยปกป้องครอบครัวจากภัยร้าย และสร้างความสุขให้แก่ผู้เลี้ยงด้วยเช่นกนั
(บ้านและสวน Pets,2564)
2.1.12 กฎหมายที่เก่ยี วข้อง
พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 เป็นกฎหมายใหม่ที่มุ่ง
คุ้มครอง “สัตว์” โดยแบ่งเป็น สัตว์บ้าน สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้งาน สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นพาหนะ สัตว์เลี้ยง
เพอ่ื ใชเ้ ปน็ เพ่ือน สตั ว์เลีย้ งเพอื่ ใช้เป็นอาหาร สตั ว์เลยี้ งเพื่อใชใ้ นการแสดง หรือสตั ว์เล้ียงเพ่ือใช้ในการ
อืน่ ใด
จุดประสงค์ของกฎหมาย คือ เพื่อป้องกันการทารุณกรรมสัตว์โดยฝีมือมนุษย์ โดยเฉพาะผู้ท่ี
เป็นเจา้ ของสตั ว์ ท่ีปล่อย ละทงิ้ ไมด่ ูแลสัตว์ และเพ่อื ปกป้องมนุษย์จากความเสียหายในทรัพย์สินหรือ
รา่ งกายท่เี กดิ จากสัตว์ด้วยเช่นกัน
กฎหมายก็ให้มนุษย์มีสิทธิในการต่อสู้ป้องกันตัวได้ตามสมควรแก่เหตุเช่นกัน ประชาชนคน
ทว่ั ไปจงึ ควรศกึ ษาทำความเขา้ ใจในเนอื้ หาสาระในเบ้ืองตน้ โดยเฉพาะ ส่วนสำคัญ 4 ประการ ดังน้ี
– สตั ว์ท่ีได้รบั การคุม้ ครอง หมายถงึ สตั ว์ประเภทใดบ้าง
76
– การทารณุ กรรมสตั ว์ หมายความว่าอยา่ งไร
– การกระทำอยา่ งไรท่ีไม่ถอื วา่ เป็นการทารุณกรรมสตั ว์
– เจา้ ของสัตว์ตอ้ งดูแล รับผิดชอบสัตวอ์ ย่างไร จึงจะถอื วา่ ไมป่ ล่อยปละละเลย
สัตว์ที่ได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์
พ.ศ. 2557
พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 มีนิยามที่มุ่งคุ้มครอง
“สัตว์” ที่โดยปกติเลี้ยงไว้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสัตว์บ้าน สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้งาน สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้
เป็นพาหนะ สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นเพื่อน สัตว์เลีย้ งเพ่ือใชเ้ ป็นอาหาร สัตว์เลี้ยงเพื่อใชใ้ นการแสดง หรือ
สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้ในการอื่นใด ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีเจ้าของหรือไม่ก็ตาม และให้หมายความรวมถึงสัตว์ที่
อาศยั อยู่ในธรรมชาติตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
ภาพที่ 2.55 ภาพการเผยแพร่ พ.ร.บ. ปอ้ งกนั การทารุณกรรมและการจดั สวสั ดภิ าพสตั ว์
ท่ีมา: สำนักวชิ าการ สำนักงานเลขาธิการสภาผูแ้ ทนราษฎร (2559)
77
การทารุณกรรมสตั ว์
มาตรา 20 “ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร”
ผฝู้ ่าฝืนมโี ทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไมเ่ กิน 40,000 บาท หรือทง้ั จำท้งั ปรับในมาตรา 3 กำหนดนิยาม
คำวา่ “การทารณุ กรรม” แบ่งออกไดเ้ ป็น 2 ส่วน ไดแ้ ก่
• เป็นการกระทำ หรืองดเว้นการกระทำใด ๆ ที่ทำให้สัตว์ได้รับความทุกข์ทรมานไม่ว่าทาง
รา่ งกายหรอื จติ ใจ ได้รับความเจบ็ ปวด ความเจบ็ ปว่ ย ทุพพลภาพ หรืออาจมีผลทำให้สัตว์น้ัน
ตาย
• ให้หมายความรวมถึงการใช้สัตว์พิการ สัตว์เจ็บป่วย สัตว์ชราหรือสัตว์ที่กำลังตั้งท้อง เพ่ือ
แสวงหาประโยชน์ ใช้สัตว์ประกอบกามกจิ ใช้สัตว์ทำงานจนเกินสมควร หรือใช้ให้ทำงานอนั
ไมส่ มควรเพราะเหตทุ สี่ ัตวน์ ้ันเจบ็ ปว่ ย ชราหรืออ่อนอายุ
ภาพที่ 2.56 ภาพการเผยแพร่ถือเปน็ การทารุณกรรมสตั ว์
ที่มา: สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (2559)
การกระทำทไ่ี มถ่ อื ว่าเป็นการทารณุ กรรมสตั ว์
มาตรา 21 ไดบ้ ญั ญัติว่า การกระทำดังตอ่ ไปน้ี ไมถ่ ือว่าเป็นการทารณุ กรรมสัตว์ ได้แก่
1) การฆ่าสัตว์เพื่อใช้เป็นอาหาร แต่หมายรวมถึงเฉพาะสัตว์ที่ถูกเลี้ยงไว้เพื่อใช้เป็นอาหาร
เชน่ สกุ ร ไก่
2) การฆ่าสตั ว์ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการควบคมุ การฆ่าสัตว์และจาํ หนา่ ยเน้ือสตั ว์
3) การฆา่ สัตว์เพ่ือควบคมุ โรคระบาดตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์
4) การฆ่าสัตว์ในกรณีที่สัตวแพทย์เห็นว่าสัตว์ป่วย พิการ หรือบาดเจ็บและไม่สามารถ
เยียวยา หรอื รกั ษาให้มีชีวิตอยู่รอดได้โดยปราศจากความทุกข์ทรมาน
78
5) การฆ่าสัตว์ตามพธิ ีกรรมความเชอื่ ทางศาสนา
6) การฆ่าสัตว์เพื่อป้องกันอันตรายแก่ชีวิตหรือร่างกายของมนุษย์ หรือสัตว์อื่น หรือป้องกัน
ความเสียหายท่จี ะเกดิ แกท่ รพั ยส์ นิ
7) การกระทำใด ๆ ต่อร่างกายสัตว์ซึ่งเข้าลักษณะของการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์
ตามกฎหมายว่าดว้ ยวิชาชีพการสตั วแพทย์
8) การตัด หู หาง ขน เขา หรืองา โดยมีเหตุอันสมควรและไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์ หรือการ
ดำรงชวี ิตของสตั ว์
9) การจดั ใหม้ กี ารตอ่ สู้ของสตั วต์ ามประเพณีท้องถ่ิน
10) การกระทำอ่นื ใดท่ีมีกฎหมายกำหนดใหส้ ามารถกระทำไดเ้ ปน็ การเฉพาะ
11) การกระทำอ่ืนใดท่รี ัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการ
ภาพท่ี 2.57 ภาพเผยแพร่การกระทำท่ไี มถ่ ือวา่ เปน็ การทารุณกรรมสตั ว์
ที่มา: สำนกั วิชาการ สำนกั งานเลขาธกิ ารสภาผ้แู ทนราษฎร (2559)
ผเู้ ป็นเจา้ ของสตั ว์ตอ้ งดแู ล ไมป่ ล่อยทิง้
แมว้ ่ากฎหมายจะมงุ่ เอาผดิ กบั ผุ้ทท่ี ารุณกรรมสตั ว์ แตใ่ นส่วนของผเู้ ปน็ เจา้ ของสัตว์เล้ยี ง นน้ั
กฎหมายก็เอาผิดดว้ ยเชน่ กนั โดยเฉพาะหากผุ้ทีเ่ ป็นเจา้ ของสัตว์ ปลอ่ ย ละท้ิง ไม่ดแู ลสตั ว์ โดยไมม่ ี
เหตุผลอันสมควร ซงึ่ จะมโี ทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท
79
ภาพที่ 2.58 ภาพเผยแพร่กฏหมายเกีย่ วกบั เจา้ ของสตั ว์
ท่ีมา: สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธกิ ารสภาผแู้ ทนราษฎร (2559)
พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ถือได้ว่าเป็นกฎหมาย
อีกฉบับที่สร้างคุณธรรมความดีให้เกิดกับจิตใจของมนุษย์ นำไปสู่การปฏิบัติต่อสัตว์ด้วยความเมตตา
กรุณา ซึ่งจะทำให้ผู้คนในสังคมมีจิตใจที่โอบอ้อมอารี จิตใจอ่อนโยน เป็นรากฐานให้คนและสัตว์
สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย (พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.
2557)
2.2 สถานการณ์ COVID-19 กับยคุ New normal
COVID-19 คอื โรคติดตอ่ ซ่งึ เกิดจากไวรัสโคโรนาชนิดทีม่ ีการ ค้นพบล่าสุด ไวรัสและโรคอุบัติ
ใหม่นไ้ี มเ่ ปน็ ที่รจู้ ักเลยก่อนที่จะมีการระบาดใน เมืองอูฮ่ ั่น ประเทศจีนในเดือนธันวาคมปี2019 ขณะนี้
โรคโควิด19 มีการระบาดใหญ่ไปทั่ว ส่ง ผลกระทบแก่หลาย ประเทศทั่วโลก (World Health
Organization, 2564)
การแพร่ระบาดของเช้ือไวรัส COVID-19 เปรยี บเสมือนคล่ืนที่เข้ามาเปลีย่ นแปลงวิถีชีวิตของ
ผ้คู นครงั้ ใหญ่ ทั้งวถิ ชี ีวติ และเร่งให้เกิด Digital Disruption ทำให้โลกกา้ วเขา้ สูย่ คุ New Normal และ
หลายองค์กรตอ้ งปรบั ตวั ให้ทนั เชน่ กัน
2.2.1 New Normal มอี ะไรบ้าง
New Normal เป็นคำที่ถูกบัญญัติขึ้นมาใหม่ โดยมีความหมายว่า “ความปกติใหม่ รากฐาน
ชีวิตหรือรูปแบบการดำเนินชีวติ แบบใหม่” ซึ่ง New Normal สามารถนำมาปรับใช้ได้หลายบรบิ ทใน
80
การดำเนินชีวิต เช่น วิธีคิด การสื่อสาร วิถีปฏิบัติในชีวิตประจำวัน หรือในบริบทของการทำงาน เช่น
การปรับรปู แบบการทำงาน และ การเปลีย่ นโมเดลธุรกิจ เปน็ ตน้
2.2.2 การจดั งานให้ปลอดภยั จาก COVID-19
เนื่องจากสถานการณ์โควิดที่ยังมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เชื่อว่าหลายๆ บริษัทและ
หลายๆ แบรนด์ก็ต้องเลื่อนงานอีเว้นท์ต่างๆ ออกไป หรือไม่ก็ทำการตลาดแบบออนไลน์ทดแทน แต่
สำหรับบริษัทไหนที่ตั้งใจยังอยากจะจัดงานอีเว้นท์ในสถานที่จริง การจัดงานให้อยู่ภายใต้มาตรการ
และความปลอดภัยไวก้ ่อนกท็ ำไดเ้ ช่นกัน ซึง่ มีดงั นี้
การลงทะเบยี นออนไลน์
ปรับการลงทะเบียนหรือเชค็ อินเข้ารว่ มงาน ณ จุดลงทะเบียนหนา้ งาน ให้เป็นการลงทะเบียน
แบบออนไลน์แทนเพื่อเป็นการลดความแออัดของผู้เข้าร่วมงานที่มายืนรอกรอกข้อมูล และลดการ
แพร่กระจายของเชื้อโรคได้อีกด้วย นอกจากนี้พี่กล้วยว่ายังทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการเก็บ
ข้อมูลผู้เข้าร่วมงานมากขน้ึ ดว้ ย
ตัง้ จุดคดั กรองก่อนเข้างาน
ตั้งจุดคัดกรองวัดไข้ก่อนเข้างาน และจัดเตรียมอุปกรณ์หน้ากากและเจลแอลกอฮอล์ 70%
ขึ้นไปไวส้ ำหรับล้างมือให้เพียงพอต่อจำนวนผู้เข้าร่วมงาน โดยตั้งไวต้ ามจุดต่างๆของงาน เช่น บริเวณ
กอ่ นเข้างาน บรเิ วณประตเู ข้าออก จุดบริการอาหารเครอ่ื งด่ืม ตามมมุ ตา่ งๆทเ่ี ห็นไดช้ ดั และห้องสุขา
วัดอุณหภูมกิ อ่ นเข้างาน
เบอ้ื งตน้ ผูจ้ ดั งานสามารถตรวจสอบและดูแลความปลอดภัยผ่านการตรวจวดั อณุ หภูมิร่างกาย
เพื่อเป็นการตรวจว่ามีผู้เข้างานท่านไหน ที่อุณหภูมิสูงเกินกว่าเกณฑ์ปกติหรือไม่ การมีเครื่องวัด
อุณหภูมกิ อ่ นเข้างาน ถอื ว่าจำเป็นมากๆ ในช่วงนี้
ตรวจ ATK ก่อนเข้างาน
ยิง่ บางงานอีเวน้ ท์ทม่ี ีความเขม้ งวดมากๆ ก็ควรจะมีโซนท่ใี ห้ผูเ้ ข้างานไดต้ รวจ ATK เพ่อื วัดผล
โควิดก่อน เป็นการป้องกันในระดับหนึ่ง จะได้เพิ่มความไว้วางใจให้กับสตาฟและผู้เข้างานของคุณ
นั่นเอง เพราะบางทีการที่อุณหภูมิปกติ ไม่ได้สูง ก็ไม่ได้แปลว่าจะปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ไปสัก
ทีเดียว หากเป็นงานที่พร้อมสร้างความปลอดภัยมากๆ ก็ควรให้พนักงานและผู้เข้างานทุกคน ตรวจ
ATK กนั เบือ้ งตน้ จะดีกวา่ นนั่ เอง
81
จดั ตารางให้มีการทำความสะอาดสม่ำเสมอ
จัดตารางให้มีการทำความสะอาดบริเวณต่างๆที่ผู้เข้าร่วมงานจะมีโอกาสสัมผัสบ่อยครั้ง เช่น ประตู
ลูกบิดประตูห้องประชุม ลิฟต์ ราวบันได ห้องน้ำ ด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพอย่าง
สม่ำเสมอ
จัดบธู แบบ Social Distancing
นอกจากนัน้ การวางโซนและออกแบบแผนผังของงานก็เป็นเร่ืองสำคัญ โดยผจู้ ดั งานสามารถ
วางบูธต่างๆ ใหม้ ีระยะหา่ งที่พอสมควร เพื่อลดการใกล้ชดิ และสมั ผัสกนั กับคนอืน่ ๆ หรือเปน็ การจำกัด
จำนวนคนเข้างานให้มีการเว้นระยะในการเดินชมงานได้ ก็ถือว่าเป็นการรักษาความปลอดภัยใน
รูปแบบที่ทำได้ไมย่ าก (Zipevent, 2565)
2.3 หลักการจัดนิทรรศการ
2.3.1 ความรู้เกี่ยวกับนิทรรศการ
การสื่อสาร ไม่ว่ารูปแบบใด จะได้ผลดีหรือไม่นั้นต้องอาศัยการวิเคราะห์ประชากรที่เป็น
กลุ่มเป้าหมายของสารนั้นอย่างรอบคอบ เพราะจะต้องจัดการให้สอดคล้องกับหลักจิตวิทยาของการ
รับรู้และหลักจิตวิทยาสังคมของกลุ่มผู้รับสาร ซึ่งมีอยู่ต่าง ๆ กัน การออกแบบนิทรรศการจะต้อง
ออกแบบให้ผู้ชมที่เป็นเป้าหมาย รับรู้ได้ถูกต้องและง่าย ในด้านจิตวิทยาสังคม สิ่งที่จะจัดจะต้อง
สอดคล้องกับอารมณ์ ความรู้สึก ความต้องการของผู้ชม จึงจะได้ผลดี ดังนั้นการวางแผนการจัด
นิทรรศการจึงต้องคำนึกถึงผู้ชม หลักสำคัญที่สุดอันดับแรกของการวางแผนนิทรรศการ จะต้อง
คำนึงถึงส่วนประกอบของผู้ชมและทัศนคติ จะเป็นเครื่องพิจารณา คุณสมบัติคุณภาพ ขนาด
ระยะเวลา การแสดง การจัด และการนำเสนอว่าควรจะเป็นอย่างไรนิทรรศการที่ดีจะต้องพิจารณา
หลายทาง ความสำเร็จของนิทรรศการมิได้อยู่ที่จำนวนผู้ชม นิทรรศการที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นงานที่มี
คนดมู ากทส่ี ุด แตอ่ ย่ทู ่ีนิทรรศการนนั้ สามารถถา่ ยทอดความรูส้ ึก เรง่ เร้า ใหค้ วามรู้ ความบันเทิงใจแก่
ผู้ชมไดม้ ากทีส่ ุด
2.3.2 ประเภทของนทิ รรศการ
แบง่ ตามลกั ษณะของวธิ กี ารจดั แบง่ ได้เป็น 3 ประเภท คือ
1) นิทรรศการถาวร (Permanent Exhibition) หมายถึงนิทรรศการที่จัดแสดงเรื่องราว
เดิมๆ ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นที่รวบรวมสิง่ แสดงของที่ใช้จัดอาจจะเป็นของจริง หุ่นจำลอง รูปภาพ ฯลฯ
ที่นำมาแสดงนั้น ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ และวิธีการ จัดอยู่ในอาคารหรือสถานที่เดิม ไม่
เปลี่ยนแปลง ผู้ชมสามารถเข้ามาชมได้ตลอดเวลา เพื่อศึกษาหรือหาความรู้/เพลิดเพลิน เช่น
พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มีจุดประสงค์ เพื่อการศึกษาทั้งทาง
ประวตั ิศาสตรศ์ ิลป์ โบราณคดี ตลอดจนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี นอกจากนย้ี ังมพี ิพิธภัณฑ์หุ่นข้ีผึ้ง
ไทย เป็นต้น
82
2) นทิ รรศการช่วั คราว (Non-Permanent Exhibition) คอื การจัดนทิ รรศการเป็นคร้ังคราว
ในวาระโอกาสหรือเทศกาลพิเศษเพื่อแสดงความรู้ใหม่ๆ แผนงานพิเศษ วาระในวันสำคัญต่างๆ ของ
หน่วยงาน นิทรรศการชั่วคราวอาจจดั แสดงในสถานที่เดิมเป็นประจำ แต่สื่อที่นำมาแสดงชุดนัน้ ๆ จัด
อยู่ไมน่ าน อาจเป็นสปั ดาหห์ รอื สองสามเดอื นกเ็ ปลีย่ นใหมห่ รอื เลกิ ไป
3) นทิ รรศการเคลอ่ื นท่ี นิทรรศการเคลื่อนท่ี หมายถงึ นทิ รรศการทจ่ี ัดขึน้ เป็นชดุ สำเรจ็ เพ่ือ
แสดงในหลายๆ สถานท่ีหมนุ เวยี นกันไป รูปแบบและสอ่ื หลกั ที่นำมาแสดง เปน็ แบบเดิม วัตถุประสงค์
ในการจัดเป็นแบบเดิม อาจมีสิ่งของหรือการแสดงประกอบเพิ่มเติมในบางครั้ง ส่วนสถานที่จัดก็
หมุนเวียน เปลี่ยนไปเรื่อย อาจเคลื่อนที่ไปต่างจังหวัดหรือจังหวัดเดียวกันแต่เปลี่ยนชุมชนที่นำไป
แสดง เช่น นิทรรศการศิลปะนิทรรศการตราไปรษณียากร ในการเคลื่อนที่ก็จะ ร่วมกับหน่วยงานใน
ท้องถิ่นซึ่งหน่วยงานหลักก็คือหน่วยงานในสังกัดสำนักงานไปรษณีย์โทรเลขจังหวัดที่ไปจัด แบ่งตาม
ลักษณะของสถานที่จัด มี 3 ประเภท ได้แก่ นิทรรศการกลางแจ้ง นิทรรศการในร่ม นิทรรศการ
หมนุ เวียน
นิทรรศการกลางแจง้ (Outdoor Exhibition) เป็นการจดั นทิ รรศการภายนอกตวั อาคาร
และอาจจัดในสนามโดยใชเ้ ต็นท์นทิ รรศการประเภทน้ี มีขนาดใหญ่หรอื เล็กขึน้ อยู่กับรปู แบบ ลักษณะ
วิธีจัดด้วย และมีขอบเขตการแสดงกว้างขวาง นิทรรศการกลางแจ้งแบบชั่วคราว อาจจะจัดในสนาม
โดยใช้เต็นท์กาง และยกพื้นขึ้นเพื่อจัดแสดงก็ได้ นิทรรศการ กลางแจ้งแบบชั่วคราวนี้ อาจจะมีขนาด
ใหญ่หรือเล็กก็ได้ เช่น งานประจำปี งานฉลองเทศกาลปีใหม่ของจังหวัดต่างๆ ก็จัดค่อนข้างใหญ่ แต่
หากจัดประกอบงานพิธีอ่ืนๆ กม็ ักเลก็ ลง นทิ รรศการกลางแจ้งแบบเคลื่อนที่ มกั เป็นนิทรรศการขนาด
ย่อยที่สุด เช่น รถเผยแพร่ การทำหมันของโรงพยาบาลซึ่งอาจมีการฉายภาพยนตร์สไลด์หรือวีดีทัศน์
ประกอบ
นิทรรศการในร่ม (Indoor Exhibition) คือ นิทรรศการที่จัดในบริเวณอาคาร หรือจัดสร้าง
อาคารเพื่อแสดงนิทรรศการโดยวิธี แบบถาวร แบบชั่วคราว หรือแบบเคลื่อนที่ก็ได้ นิทรรศการในร่ม
แบบถาวร เช่น ในอาคารของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรุงเทพมหานาคร หรือพิพิธภัณฑ์จังหวัด
นิทรรศการในร่มแบบชั่วคราว จัดขึ้นโดยมีระยะเวลาแสดงแน่นอน มีจุดมุ่งหมาย แคบลงแต่เด่นชัด
การจัดนิทรรศการประเภทนี้ผู้จดั มคี วามสะดวกในการเตรยี มงานได้ดีกวา่ จัดภายนอกอาคาร
นิทรรศการหมนุ เวียน (Traveling Exhibition) หรือนทิ รรศการสญั จร หมายถงึ นทิ รรศการที่
จัดทำเป็นชุดสำเร็จรูปถาวร สามารถเคลื่อนย้ายไปแสดงในที่ต่าง ๆ หมุนเวียนสลับกันไปหรืออา จ
แสดงในรูปของรถเผยแพร่เคลื่อนที่ (mobile units) ซึ่งจัดแสดงเพียงครึ่งวันหรือหนึ่งวันนิทรรศการ
ประเภทนี้สามารถเข้าถึงบุคคลเป้าหมายได้อย่างแท้จริงโดยเฉพาะในท้องถิ่นทุรกันดารการคมนาคม
ไม่สะดวก
83
ประเภทของนทิ รรศการแบง่ ตามจดุ ประสงค์การจัด มี 6 ประเภท คือ
1) นทิ รรศการทางการศึกษา เปน็ นทิ รรศการทีม่ งุ่ จัดเพ่ือการศึกษา และให้ข้อมลู ความรู้ทาง
วิชาการแก่ผู้ชมโดยเฉพาะอาจจดั เปน็ เฉพาะเรือ่ ง หรือจัดในแบบความรู้กว้างๆ นิทรรศการโดยทัว่ ไป
แทบทุกประเภทจะมีจุดประสงค์ เพื่อการศึกษาแฝงอยู่ด้วยเสมอ เช่น นิทรรศการสัปดาห์วัน
วทิ ยาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยอุบลราชธานี เพ่อื เผยแพรว่ ิชาการด้านวิทยาศาสตร์และความก้าวหน้าทาง
เทคโนโลยี นิทรรศการการศึกษา จัดได้ทุกสาขาวิชา ไม่ว่าจะเป็นวิทยาการทางด้าน มนุษยศาสตร์
สังคมศาสตร์ และศลิ ปะศาสตร์ ตลอดจนวทิ ยาศาสตร์ประยุกต์สาขาวชิ าต่างๆ
2) นิทรรศการทางการตลาด เป็นนิทรรศการอีกแบบหนึ่ง ที่จัดกันแพร่หลายพอๆ กับ
นทิ รรศการทางการศกึ ษาๆ ประเภทนอี้ าจจดั ในร่มหรอื กลางแจ้งก็ได้ แต่เปน็ นทิ รรศการแบบชั่วคราว
เทา่ น้ัน จุดประสงค์เพ่ือการขายสนิ ค้า และการพาณิชย์ นทิ รรศการทางการตลาดทใี่ หญ่ที่สดุ คือ งาน
มหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติ (Thailand Expo) ซึ่งหมุนเวียนจัดในประเทศต่างๆ ทั่วโลก
ห้างสรรพสนิ คา้ หรอื ศนู ย์การค้าใหญ่ๆ กม็ กี ารจัดนิทรรศการทางการตลาดกันตลอดปี เพอ่ื ดึงดูดลูกค้า
ให้เขา้ มาซือ้ สนิ ค้าน้ัน ซงึ่ มกี ารจัดกนั อยเู่ สมอ โดยทัว่ ไปจะจัดในช่วงเทศกาลตา่ งๆ
3) นิทรรศการทางการเมือง ในหลายๆ ประเทศทางด้านการเมืองและรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะ
ประเทศกลุ่มสังคมนิยมจะใช้พิพิธภัณฑ์เป็นเครื่องมือปลุกระดม สำนึกทางการเมืองของประชาชน
เชน่ พิพิธภัณฑแ์ สดงร่องรอยการฆ่าล้างเผ่าพนั ธ์ุ ทจ่ี ัดแสดงโดยรฐั บาลกัมพูชาประชาธปิ ไตย เพ่ือปลุก
สำนึกของเยาวชนรุ่นใหม่ ใหม้ ีความรู้สึกร่วม กบั บรรพบรุ ุษรุ่นก่อน ซง่ึ ถูกกดข่ีทำทารุณกรรม สำหรับ
ประเทศไทย นิสติ นักศึกษาในสถาบนั อดุ มศึกษาจะจัดนิทรรศการประเภทนี้กนั เป็นประจำ
4) นิทรรศการศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม นิทรรศการทางศิลปะรวมถึงศิลปะแขนง
อื่นๆ ด้วย เช่น อัญมณี เครื่องแก้ว งานศิลปหัตถกรรมต่างๆ นิทรรศการวัฒนธรรม นอกจากการจัด
แบบถาวรแล้ว ก็มีการจัด นิทรรศการเกี่ยวกับการส่งเสริมอนุรักษ์วัฒนธรรม ต่างๆ ด้วย นิทรรศการ
ทางสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันมีหน่วยงานสมาคม มูลนิธิ สถาบันทางการศึกษาทุกระดับ จัดกันแพร่หลาย
โดยเฉพาะการรณรงค์เกยี่ วกับการนำมาใชใ้ หม่ นิทรรศการทางศลิ ปะ ทีเ่ ดน่ ดังและดเี ยย่ี มทีด่ ีท่ีสุดของ
ไทย คอื "นิทรรศการศิลปาชีพ"ของมลู นธิ สิ ่งเสรมิ ศลิ ปาชีพฯ
5) นิทรรศการทางการทหาร นิทรรศการทางการทหารโดยทั่วไปนยิ มจัดแบบถาวรจัดแสดง
เพื่อเป็นอนสุ รณส์ ถานและเกยี รติประวัตกิ ารสูร้ บของท้ังสามเหล่าทัพ
6) นิทรรศการเพื่อการประชาสัมพันธ์องค์กร นิทรรศการตลาดนัดหลักสูตรโดย
คณะกรรมการการอุดมศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธิการ จัดข้ึน
เพ่ือประชาสมั พนั ธ์ ใหน้ ักเรียนชน้ั มธั ยมปลาย ได้รู้ถึงหลกั สตู รทเี่ ปดิ สอนอยูใ่ นสถาบันอดุ มศึกษาต่างๆ
ทั่วประเทศ และจัดตามมหาวิทยาลัยในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคการแบ่งประเภทของนิทรรศการ
ตามวัตถุประสงค์ ของการจัดนั้น แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆด้วยกันคือ นิทรรศการเพื่อการศึกษา กับ
นิทรรศการทางการตลาด และนิทรรศการ ทางการตลาดที่สำคัญ และกล่าวถึงกันมากที่สุดก็คือ
มหกรรม นานาชาติ หรืองานเอ็กซโ์ ป Expo และท่นี ำไปแสดง เชน่ นิทรรศการศิลปะ นทิ รรศการตรา
84
ไปรษณียากร ในการเคลื่อนที่ก็จะ ร่วมกับหน่วยงานในท้องถิ่นซึ่งหน่วยงานหลักก็คือ หน่วยงานใน
สังกดั สำนกั งานไปรษณยี โ์ ทรเลขจังหวดั ทไ่ี ปจัด
2.4 หลกั การออกแบบ
การออกแบบ มีอิทธิพลต่อการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของมนุษย์เรา เกี่ยวข้องกับทุก
ระดับอายุ ทุกเพศ ทุกอาชีพ ทุกคนมีความรักสวย รักงาม ดังสุภาษิตไทยที่ว่า " ไก่งามเพราะขน คน
งามเพราะแต่ง " เช่น การแต่งกายที่แต่ละคนต่างล้วนเลือกสรรและเลือกอย่างรอบคอบให้เข้ากับ
บุคลิคและสรีระของตน เริ่มตั้งแต่ ลวดลาย สีเสื้อผ้าจะต้องกลมกลืนเข้ากัน มีผลต่อความสูง ความ
อ้วน เช่น คนตัวเตี้ยควรจะใส่เสื้อลายเส้นตรงแนวดิ่งที่มีหลายเส้น ส่วนคนอ้วนควรเลือกลายเสน้ ตรง
แนวดิ่งท่ีมีสามสี่เส้น เน้นสีสดอยู่ส่วนที่เป็นแถบกลางตัว สีเข้มมืดๆอยูแถบข้างลำตัวทั้งสองข้าง เป็น
ต้น รวมไปถึงเครื่องประดับต่างๆ เช่น แหวน นาฬิกา สร้อยคอ เข็มกลัดติดเสื้อ จนถึงแว่นตา ต้องมี
การออกแบบเพื่อให้ถูกใจเหมาะสมผู้ใช้ทัง้ สิ้น ถ้ามองไปถึงเก้าอี้น่ัง รูปทรงแบบใดเหมาะกับงานชนดิ
ใด สถานที่ใด เช่น ใช้กับโต๊ะทำงานปกติ ใช้กับโต๊ะคอมพิวเตอร์ ติดตั้งบนรถเก๋ง รถโดยสาร รถไฟฟ้า
หรือในโรงภาพยนตร์ การเลือกซื้อรถยนต์ เกินกว่า 70 % เลือกที่รูปทรงและสขี องรถ แม้แต่เม็ดยาท่ี
เรากนิ รักษาโรค ยังต้องออกแบบให้มีสนี า่ กิน เคลือบรสหวาน รปู ทรงกลม มน กลืนงา่ ย เป็นตน้
1) หลกั การออกแบบกราฟิก THE PRINCIPLE OF GRAPHIC DESIGN
ก่อนที่จะทำงานออกแบบกราฟิกประเภทใดก็ตาม สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือ การกำหนด
จุดประสงค์ที่ชัดเจนของงาน เพราะช่องทาง รูปแบบและวิธีการ ของการนำเสนอมีมาก มีความ
รวดเร็ว ไรข้ อบเขต เชน่ ใน เวป็ ไซต์ เครอื ข่ายอนิ เตอร์เน็ตต่างๆ ซงึ่ ตอ้ งมกี ารปรบั ปรุง เปล่ียนแปลงให้
ทันเหตุการณ์ อาจจะทำให้เกิดความสับสน ยุ่งยากในการดำเนินงาน มีผลกระทบต่อการทำงาน เกิด
ความไม่เปน็ ระบบ มีการสูญเสยี และสนิ้ เปลืองโดยไม่จำเป็น ดงั น้นั ผอู้ อกแบบจงึ ควรมหี ลักการและข้อ
ควรคำนึงกอ่ นการเร่ิมงานเพ่ือการแก้ปญั หาท่ีถูกต้อง รัดกมุ และวางแผนการดำเนนิ งานใหส้ ำเร็จลุล่วง
ไปได้ด้วยดีตลอดจนจบกระบวนการ ไม่มีปัญหาและอุปสรรค หลักการดำเนินงานออกแบบกราฟิก
หลกั การดำเนินงานและการวางแผนขน้ั ต้นของการออกแบบกราฟิกมีดังน้ี
วตั ถุประสงค์เพ่ืออะไร ผู้ออกแบบต้องรวู้ ่า จะบอกกล่าว เรือ่ งราวขา่ วสารอะไรแก่ผู้รับรู้บ้าง
เช่น ทฤษฎีหรือหลักการ การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ฯลฯ ผู้ออกแบบต้องรู้วิธีการนำเสนอ
(Presentation) ที่ดีและเหมาะสมกับเรื่องราวเหล่านั้นว่ามีเป้าหมายของการออกแบบเป็นไปเพื่อ
วัตถุประสงค์ใด เช่น เพ่ือแนะนำ เผยแพร่ เพ่อื ใหค้ วามรู้ หรอื ความบันเทงิ เป็นต้น
กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร แบ่งเป็นเพศ ชาย หญิง หรือบุคคลทั่วไป มีช่วงอายุเท่าใด นิสิต
นักศึกษาหรอื เฉพาะกลมุ่ สนใจ ขา่ วสารทีใ่ ห้มีระดับความยาก-งา่ ย หรอื มีความเปน็ สากลหรือไม่เฉพาะ
85
คนในประเทศหรือชาวต่างชาติ ซึ่งผู้ออกแบบจำเป็นจะต้องรู้และเข้าใจเพื่อวางแผน ดำเนินการกับ
ข่าวสาร ออกแบบ และการนำเสนอใหต้ รงจุดกับกลมุ่ เป้าหมายที่ตอ้ งการได้ถูกต้อง
สิ่งที่ต้องการบอกคืออะไร หมายถึง วิธีการที่จะสื่อความหมายกับผู้รับรู้หรือกลุ่มเป้าหมาย
และถา้ ที่มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายไวล้ ว่ งหน้า ชดั เจนแลว้ กจ็ ะทำใหผ้ ู้ออกแบบมคี วามสะดวกในการ
ทีจ่ ะบอกหรือสื่อความหมายไดง้ ่ายขึน้ เช่น การเลือกใช้สญั ลักษณ์ เคร่ืองหมายและภาพประกอบต่าง
ๆสื่อแทนคำศัพท์ ข้อความทเี่ ป็นนามธรรม ไดต้ รงตามระดบั ความสามารถในการรับรู้ของผู้รับ จะช่วย
ให้เกิดความเขา้ ใจในความหมายของข่าวสารนน้ั ๆ จำไดใ้ นเวลาอนั รวดเร็วและจดจำไว้ตลอดไป
นำเสนอข่าวสารด้วยสื่อใด แบบใด ผู้ออกแบบต้องมีความรู้เกี่ยวกับประเภทของสื่อ
ศกั ยภาพของส่ือชนิดต่างๆ คำนึงถึงการเลือกใชส้ ่ือในการนำเสนอข่าวสารเปน็ รูปแบบใด จึงจะได้ผลดี
มีความเหมาะสมกับข่าวสาร และผู้ออกแบบควรจะใช้วิธีการจัดการกับข่าวสารนั้น อย่างไร จึงจะ
สามารถโน้มน้าวจิตใจและสื่อความหมายต่อผู้รับได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น โปสเตอร์
หนงั สอื พิมพ์ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ อนิ เตอร์เนต็ ฯลฯ
การออกแบบกราฟิก ส่วนใหญ่เป็นวิธีการที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกถึงการสื่อความหมาย
ในลักษณะของตัวอักษรและภาพในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งเป็นการสื่อสารทางทัศนสัญลักษณ์
(Visualform) ดังนั้นในการออกแบบจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีการเรียนรู้เกี่ยว การมองเห็นและ
จติ วทิ ยาทเ่ี กีย่ วขอ้ ง
องค์ประกอบในการออกแบบ ( DESIGN ELEMENTS)
1) จุด (Point) จะเป็นจุดที่ช้ีให้เห็น ตำแหน่งในที่วา่ ง หรือที่ต่างๆ ไม่มีความกว้าง ความยาว
ความลึก จุดให้ความรูส้ กึ คงที่ ไม่มีทิศทาง ไม่ครอบคลุมพื้นที่ จุดจะเกิดอยู่ในบรเิ วณต่างๆดังเช่น จุด
A จดุ B
2) เส้น (Line) เส้นเกิดจากการนำจุดหลาย ๆ จุดมาเรียงต่อกัน หรือเกิดจากจุดเคลื่อนท่ี
เส้นทางออก ที่จุดเคลื่อนที่ไปคือ เส้น มีความยาว ไม่มีความกว้างหรือความหนามาก การกำหนด
ทิศทางของเส้นให้อยู่ในแนวที่ต่างกัน จะให้ความรู้สึกที่ต่างกัน ดูมั่นคง บางครั้งดูเคลื่อนไหว และ
เจรญิ งอกงาม เติบโต
3) เส้นต้ัง (Verical Line) ให้ความรสู้ กึ สงู สง่า แขง็ แรง มัน่ คง ถ้าสงู มาก ๆ ก็จะใหค้ วาม รู้สึก
ไม่ปลอดภัย แต่จะบอกความเติบโต ถ้านำมาประยุกต์ในการแต่งกาย โดยใส่เสื้อ ลายแนวเส้นตั้งฉาก
แนวดิง่ จะช่วยให้ดูสงู ขนึ้ และถ้าออกแบบให้ดูผอมลง อาจใชเ้ พยี ง2-3 เสน้
4) เสน้ นอน (Horizontal Line) ให้ความรู้สกึ สงบ ราบเรียบ แน่นอน มัน่ คง ปลอดภยั ความ
นง่ิ พกั ผอ่ นเป็นธรรมชาติ
86
5) เส้นเฉียง (Oblique Line) ให้ความรู้สึกไม่มั่นคงไม่ปลอดภัย ตื่นต้น สนุกสนานแสดงการ
เคลื่อนที่ ไม่อยนู่ งิ่
6) เส้นโคง้ (Curve) จะใหค้ วามรสู้ ึกเคลื่อนไหว นุ่มนวล อ่อนหวาน เชื่องชา้ กระชับและเป็น
อันหน่ึงอันเดย๋ี ว
7) เส้นกระจาย เป็นเส้นที่ออกจากจุดศูนย์กลางให้ความรู้สึก มีพลังกระปรี้กระเปร่า
สร้างสรรค์ เดินทางออกไปทุกทิศพร้อมๆกัน พองออก แตกตัว เส้นลักษณะอื่นๆ เช่น เส้นหยัก
เส้นประ เส้นจุดผสมเส้นประ ต่างก็ให้ความรู้แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า จะนำไปประกอบ
กบั รปู อะไร
ทิศทาง (DIRECTION)
ทิศทาง คือ ลักษณะที่แสดงให้รู้ว่า รูปแบบทั้งหมดมีแนวโน้มไปทางใด ทำให้ผู้พบเห็นเกิด
ความรู้สกึ ว่ามกี ารเคลอ่ื นไหว (Movement) นำไปสจู่ ุดสนใจ
รูปทรงเรขาคณิตและรปู ทรงธรรมชาติ
• รปู ทรงเรขาคณติ (Geometric Form) เปน็ รปู ทรงทม่ี ดี ้านแต่ละด้านคล้ายกนั มีความสัมพนั ธ์
กนั อยา่ งเป็นระเบยี บ มแี กนทส่ี มดลุ มกั จะประกอบด้วยเส้นตรงและเส้นโค้ง ท่มี ีแบบแผน
• รูปทรงธรรมชาติ ( Originat Form) มักจะประกอบด้วยเส้นโค้ง (Curves) เส้นอิสระ ทั้งอยู่
ในลักษณะสมดลุ และไมส่ มดลุ รูปทรงธรรมชาติจะให้ความร้สู กึ ออ่ นไหว
• รูปทรงอิสระ (Free Form) รูปด้านแต่ละด้านมักจะไม่สัมพันธ์กัน ไม่มีความสมดุล ไม่เป็น
ระเบียบ ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวได้การเปลี่ยนแปลงรูปทรงเป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อความลง
ตัว ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ หรือมีรูปทรงใหม่ในเชิงเพิ่ม ลดปริมาตร การแยก
สว่ นการเจาะทะลเุ ป็นต้น
เทคนิคการกลบั พ้นื ภาพมีผลต่อสายตาผู้ดู
จากการออกแบบกลับพื้นภาพ ทำใหเ้ กิดการสรา้ งสรรคง์ าน เปน็ สัญลักษณ์ (Logo)และเป็นท่ี
นิยม เพราะมีความแปลกใหม่ น่าสนใจ นอกจากนี้ยังมีผลของการมองเห็นว่า ภาพสีขาวที่อยู่ในพื้นสี
ดำ จะทำให้ดูโตขึ้น 10-15 % สังเกตภาพตัวอักษร A ในข้อที่ 6 ตัวอักษรดำและขาวโตเท่ากันในการ
ทำตน้ แบบ เมอื่ ตวั A อกี ตวั หนึ่งไปอยู่ในพน้ื ดำทำให้ดโู ตกว่า เทคนิคนน้ี ยิ มนำไปใชท้ ำตัวอกั ษรพาดหัว
ขา่ วสำคญั ในหน้าหนงึ่ ของหนงั สือพมิ พ์
87
ขนาดและสัดส่วน (Size & Scale) ขนาด (Size)
ขนาด คือ การเปรียบเทียบรูปร่างหรือรูปทรง การวัดสัดส่วน ระยะหรือขอบเขตของรูปร่าง
น้นั ๆสัดส่วน (Scale)
สัดส่วน คือ ความเหมาะสมของสิ่งของตั้งแต่ 2 สิ่งขึ้นไป มีความสัมพันธ์กัน การหา
ความสัมพันธ์ของขนาดและสัดส่วนในการออกแบบต้องคำนึงถึงขนาดและสัดส่วนของผู้ใช้ และ
กิจกรรมภายในเป็นหลัก ในงานออกแบบโดยทวั่ ไป มีหลกั เกย่ี วกบั ขนาดและสัดสว่ นดังน้ี
- ขนาดทีแ่ ตกต่างกัน จะใหค้ วามรู้สึกขัดกนั (Contrast)
- ขนาดใกล้เคยี งกัน ให้ความรู้สึกกลมกลืนกนั (Harmony)
- ความแตกต่างของขนาดทำให้เกดิ ความรสู้ ึกเคล่ือนไหว (Dynamic)
วสั ดุและพ้ืนผิว ( Material and Texture )
วสั ดุ คอื วตั ถุดิบทจ่ี ะนำมาใช้ในการออกแบบ โดยเลือกความเหมาะสม ตรงตามลักษณะของ
งาน ถ้าทำลงบนกระดาษวาดเขียน อาจเป็นรูปลอกลวดลายต่างๆแบบทึบแสง ถ้าทำลงบนแผ่น
โปรง่ ใสกใ็ ชร้ ปู หรืออักษรลอกแบบสีโปรง่ แสง เป็นตน้ พนื้ ผิว (Texture)
พ้ืนผิว คอื ลักษณะเฉพาะ ทเ่ี กิดจากโครงสร้างของวัสดุ อาจนำวตั ถุดบิ หลาย ๆอย่างมาสร้าง
ให้เกิดพื้นผิวใหม่ หรือความรู้สึกในการแยก จำแนกความเรียบความขรขุ ระ ความแตกต่างของพื้นผวิ
ในทางกราฟิก สามารถแยกออกไดด้ ว้ ยประสาทสัมผัส ทางตา เป็นส่วนใหญ่พื้นผิวที่แตกต่างกนั จะให้
ความรู้สึกต่างกัน เช่น ผิวขรุขระ ให้ความรู้สึกปลอดภัย มั่นคง แข็งแรง สาก สะดุด หยาบ ระคาย
เคือง ในบางสถานะทำให้ดูเล็กกว่า ความจริง เช่น ผิวขรุขระของกำแพงที่ก่อด้วยศิลาแลงหรือหิน
กาบ จะดูแข็งแรงบีกบีน ในการสร้างงานกราฟิกลงบนกระดาษ เช่น รูปหลังคาบ้านลายสังก ะสี
กระเบื้องลอนแบบต่างๆ ผนังตึก ซึ่งลวดลาย ขรุขระ เหล่านี้จะนำมาจากแผ่นรูปลอก ซึ่งใน ปัจจุบัน
ใชล้ วดลายสำเร็จรูปจากคอมพิวเตอร์
ผิวเรยี บมัน ให้ความรู้สึกไม่มัน่ คง ล่ืน หรูหรา วาบหวาม สดใส แสงสะท้อน ในบางสถานะทำ
ให้ดูใหญ่กว่าปกติ เช่น ผนังตึกที่ฉาบปูนเรียบหรืออาคารที่เป็นกระจกทั้งหลังเปราะบาง แวววาว
ตัวอย่างงานกราฟิกที่ต้องการความเป็นมันวาว ที่ใช้เทคนิคแผ่นรูปลอกที่มีลายไล่โทนสำเร็จรูป
ตัวอย่างภาพกราฟิกที่สรา้ งความเป็นมันวาวด้วย เทคนิคพู่กันลม(airbrush) ผสมกับจะดูการวาดด้วย
มอื
ระนาบ (Plane)
ระนาบ คือ เส้นท่ีขยายออกไปในทางเดียวกัน จนเกดิ เป็นพ้นื ท่ีข้ึนมา แบ่งไดด้ งั นี้
88
1) Overhead plane ระนาบที่อยู่เหนือศีรษะอยู่ทข้างบน ให้ความรสู้ ึกปลอดภัย เหมือนมี
หลังคาคลมุ มีสิ่งปกปอ้ งจากดา้ นบน
2) Vertical plane ระนาบแนวตั้ง หรือตัวปิดล้อม เป็นส่วนบอกขอบเขตที่ว่าง ตาม
แนวนอนความกว้าง ความยาว
3) Base plane ระนาบพื้น ระดับดิน หรือระดับเสมอสายตา อาจมีการเปลี่ยนหรือเล่น
ระดบั เพื่อใหเ้ กิดความรสู้ กึ ต่างๆ
การจัดองคป์ ระกอบ (Composition)
1) ความสมดุล (Balance) คือความเท่ากันหรือเท่าเทียมกันทั้งสองข้าง แบ่งออกเป็น
สมดุลแบบท้ัง 2 ขา้ งเหมือนกัน (Symmetrical balance) ทงั้ ซ้ายขวาเหมือนกัน การสมดุลแบบน้ีจะ
ทำให้ดูมั่นคงหนักแน่น ยุตธรรม เช่น งานราชการ ใบวุฒิบัตร ประกาศณียบัตร การถ่ายรูปติดบัตร
เป็นต้น สมดุลแบบ 2 ด้วยน้ำหนักทางสายตา เช่น สมดุลด้วยน้ำหนักและขนาดของรูปทรง ด้วยจุด
สนใจ ด้วยจำนวนด้วยความแตกตา่ งของรายละเอียด ด้วยค่าความเข้ม-จางของสี เปน็ ตน้
2) การเน้นให้เกิดจุดเด่น (Emphasis) ในการออกแบบจะประกอบด้วยจุดสำคัญหรือส่วน
ประธานในภาพ จดุ รองลงมาหรอื สว่ นรองประธาน ส่วนประกอบหรือพวกรายละเอียดปลีกย่อย ต่างๆ
หลกั และวธิ ใี นการใชก้ ารเนน้
- เน้นดว้ ยการใชห้ ลกั เร่ือง Contrast
- เนน้ ดว้ ยการประดบั
- เน้นด้วยการจดั กลุ่มในส่วนท่ีตอ้ งการเนน้
- เน้นด้วยการใชส้ ี
- เน้นดว้ ยขนาด
- เนน้ ดว้ ยการทำจุดรวมสายตา
3) เอกภาพ (Unity) ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เป็นกลุ่มเป็นก้อน โดยที่องค์ประกอบ
ภายในต้องกลมกลนื กนั มี 2 แบบคอื
เอกภาพแบบหยุดน่งิ (Static unity) โดยใช้รูปทรงเรขาคณิตทำใหเ้ กดิ ลกั ษณะหนักแนน่
เอกภาพแบบเคลื่อนไหว (Dynamic unity) ใช้รูปทรงหรือรูปร่างแบบธรรมชาติทำให้
เคลอื่ นไหวสนุกสนาน
4) ความกลมกลืน (Harmony) การจัดองค์ประกอบที่ใกล้เคียงกันหรือคล้าย ๆ กันมาจัด
ภาพทำให้เกิดความนุ่มนวลกลมกลืนกันมี 3 แบบ คือ
• กลมกลืนในด้านประโยชน์ใช้สอย คือ ทำให้เป็นชุดเดยี วกัน
• กลมกลนื ในความหมาย เช่น การออกแบบเคร่อื งหมายการค้า & โลโก้
• กลมกลนื ในองคป์ ระกอบ ไดแ้ ก่