The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by natikone1231, 2024-01-11 07:54:40

เล่มแผนสำเร็จ

เล่มแผนสำเร็จ

4. สาระการเรียนรู้ การเติมอินดิเคเตอร์ที่มีช่วง pH ของการเปลี่ยนสีใกล้เคียงกับจุดสมมูล ซึ่งจุดที่เกิดการเปลี่ยนสีของอินดิเค เตอร์ระหว่างการไทเทรต เรียกว่า จุดยุติ (end point) อินดิเคเตอร์ที่นิยมใช้ อินดิเคเตอร์ ช่วง pH ที่เปลี่ยนสี สีที่เปลี่ยน ไทมอลบลู 1.2 –2.8 แดง –เหลือง โบโมฟีนอลบลู 3.0 –4.6 เหลือง – น้ำเงิน คองโกเรด 3.0 –5.0 น้ำเงิน –แดง เมทิลออเรนจ์ 3.2 –4.4 แดง –เหลือง โบรโมคลีซอลกรีน 3.8 –5.4 เหลือง – น้ำเงิน เมทิลเรด 4.2 –6.3 แดง –เหลือง อะโซลิตมิน 5.0 –8.0 แดง – น้ำเงิน โบรโมคลีซอลเพอร์เพิล 5.2 –6.8 เหลือง – ม่วง โบรโมไทมอลบลู 6.0 –7.6 เหลือง – น้ำเงิน ครีซอลเรด 7.0 –8.8 เหลือง –แดง 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มีความรับผิดชอบ 7. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 5E ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. นักเรียนทบทวนความรู้เดิม เรื่อง การคำนวณการไทเทรตกรดเบส “วิตามินซีกรดแอสคอร์บิก (C6H8O6 ) เป็นส่วนประกอบสำคัญ กรดนี้ทำปฏิกิริยากับโซเดียมไฮดรอก ไซด์ (NaOH) ดังสมการเคมีC6H8O6 (aq) + 2NaOH(aq) → Na2 C6H6O6 (aq) + 2H2O(l)


ถ้านำวิตามินซีชนิดเม็ดตัวอย่างหนึ่ง 0.10 กรัม มาละลายน้ำ แล้วไทเทรตกับสารละลายโซเดียมไฮดร อกไซด์ 0.020 โมลต่อลิตร พบว่าต้องใช้สารละลายโซเดียมไฮโรอกไซด์ 15.20 มิลลิลิตร วิตามินซีตัวอย่างนี้มี กรดแอสคอร์บิกร้อยละโดยมวลเท่าใด ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 1. ครูให้นักเรียนศึกษาความหมายของจุดยุติพร้อมตอบคำถาม “นอกจากการใช้พีเอชมิเตอร์ การ เปลี่ยน pH ระหว่างการไทเทรตสามารถบอกได้โดยใช้วิธีใด” (แนวคำตอบ: การใช้อินดิเคเตอร์) 2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 6 คน ศึกษาการทดลองกิจกรรม 10.3 การทดลองการไทเทรตกรด-เบส โดยใช้อินดิเคเตอร์ 3. นักเรียนทำการทดลองกิจกรรม 10.3 การทดลองการไทเทรตกรด-เบสโดยใช้อินดิเคเตอร์ ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 1. นักเรียนออกมานำเสนอผลการทดลองทีละกลุ่ม และสรุปผลการทดลองที่ได้หน้าชั้นเรียน ตัวอย่างการคำนวณความเข้มข้นของสารละลายมาตรฐาน NaOH เมื่อทำการไทเทรตสารละลาย KHP ปริมาตร 10.00 มิลลิลิตร ด้วยสารละลาย NaOH พบว่า ปริมาตร เฉลี่ยของสารละลาย NaOH ที่ใช้เท่ากับ 10 มิลลิลิตร คำนวณความเข้มข้นของ KHP = 2.04 g × 1 mol 204.23 g × 1 100 mL × 1000 mL 1 L = 0.0999 moL/L คำนวณความเข้มข้นของสารละลายมาตรฐาน NaOH ปฏิกิริยาระหว่าง KHP และ NaOH เป็นดังนี้KHC8H4O4 (aq) + NaOH(aq) → KNaC8H4O4 (aq) + H2O(l) คำนวณความเข้มข้น NaOH = 0.0999 mol 1000 mL × 10.00 mL × 1 10.0 mL × 1000 mL 1 L = 0.0999 mol/L การเปลี่ยนสีที่จุดยุติของอินดิเคเตอร์ 2 ชนิด เป็นดังนี้


ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 1. นักเรียนตอบคำถาม “อินดิเคเตอร์ใดบ้างที่เหมาะสมสำหรับใช้ในการไทเทรตระหว่างสารละลาย แอมโมเนีย (NH3 ) กับสารละลายกรดไฮโดรคลอริก (HCl) โดยพิจารณากราฟการไทเทรต และช่วง pH การ เปลี่ยนสีของอินดิเคเตอร์ ขั้นประเมิน (Evaluation) 1. นักเรียนสรุปสิ่งที่ได้จากการเรียนลงในสมุด 2. นักเรียนตอบคำถามใน Quizizz เพื่อทดสอบความเข้าใจหลังเรียน 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี 4 2. สไลด์สอน เรื่อง การไทเทรตกรด-เบส 3. กิจกรรม 10.3 การทดลองการไทเทรตกรด-เบสโดยใช้อินดิเคเตอร์ 4. Quizizz 9. การวัดผลและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด/เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน 1. ด้านความรู้ (K) 1. นักเรียนสามารถเลือกใช้อินดิเค เตอร์ที่เหมาะสมได้ 2. นักเรียนสามารถอธิบายการ ไทเทรตกรด-เบสโดยใช้อินดิเคเตอร์ได้ - การตอบคำถาม ในชั้นเรียน - ข้อคำถาม - ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป


2. ด้านทักษะ/กระบวนการคิด (P) 1. นักเรียนสามารถใช้อุปกรณ์การ ทดลองได้ถูกต้อง - ตรวจใบงาน - กิจกรรม 10.3 การทดลองการ ไทเทรตกรดเบสโดยใช้อินดิ เคเตอร์ - ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป 3. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. นักเรียนมีความรับผิดชอบต่องาน ที่ได้รับมอบหมาย 2. นักเรียนสามารถทำงานร่วมกับ ผู้อื่นได้ - การสังเกต - แบบประเมิน คุณลักษณะอัน พึงประสงค์ - ได้คะแนนในระดับ 3 (ดี) ขึ้นไป 10. บันทึกหลังการสอน ผลการเรียนรู้ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ................................................................................................................................................................ ปัญหาและอุปสรรค ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางสาวประภัสสร ยุบุญไชย) ครูผู้สอน


ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของครูพี่เลี้ยง ได้ทำการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่  ดีมาก  ดี  พอใช้ 2. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้  เน้นหลักการผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม  ยังไม่มีการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุง/พัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่  นำไปใช้ได้จริง  ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางสาวพจณี กุลชาติ) ครูพี่เลี้ยง ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ได้ทำการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่  ดีมาก  ดี  พอใช้ 2. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้  เน้นหลักการผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม  ยังไม่มีการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุง/พัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่  นำไปใช้ได้จริง  ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางฐปนี แก้วมะ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี


ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของหัวหน้าฝ่ายบริหารวิชาการ  อนุญาต นำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้  ควรปรับปรุง ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางสมฤดี แสนเภา) หัวหน้าฝ่ายบริหารวิชาการ


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรียนที่ 1/2566 รายวิชาเพิ่มเติม เคมี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 กรด-เบส เวลา 30 ชั่วโมง เรื่อง การไทเทรตกรด-เบส (3) เวลา 2 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวประภัสสร ยุบุญไชย 1. สาระการเรียนรู้และผลการเรียนรู้ สาระที่ 5 สาระเคมี เข้าใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี สมดุลในปฏิกิริยาเคมี สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์เคมีไฟฟ้า รวมทั้งการนำ ความรู้ไปใช้ประโยชน์ ผลการเรียนรู้ 1. ทดลอง และอธิบายหลักการการไทเทรต และเลือกใช้อินดิเคเตอร์ที่เหมาะสมสำหรับการไทเทรต กรด-เบส 2. คำนวณปริมาณสารหรือความเข้มข้นของสารละลายกรดหรือเบสจากการไทเทรต 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การไทเทรตเป็นเทคนิคในการวิเคราะห์หาปริมาณ หรือความเข้มข้นของสารที่ทำปฏิกิริยาพอดีกัน จุด ที่สารทำปฏิกิริยาพอดีกันเรียกว่า จุดสมมูล ในทางปฏิบัติจุดสมมูลของปฏิกิริยาอาจไม่สามารถ สังเกตเห็นได้จึง สังเกตจากการเปลี่ยนสีของ อินดิเคเตอร์เพื่อบอกจุดยุติของการไทเทรตดังนั้น อินดิเคเตอร์ที่เหมาะสมในการ ไทเทรตกรด-เบสควรเป็นอินดิเคเตอร์ที่เปลี่ยนสีในช่วง pH ตรงกับ หรือใกล้เคียงกับ pH ของสารละลาย ณ จุดสมมูล ปริมาณกรดและเบสที่ทำปฏิกิริยาพอดีกันจากการไทเทรตกรด-เบส สามารถนำไปคำนวณความ เข้มข้นของกรดหรือเบสที่ต้องการทราบความเข้มข้นได้ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถคำนวณความเข้มข้นของสารละลายตัวอย่างได้(K) 2. นักเรียนสามารถทดลองเพื่อหาความเข้มข้นของสารละลายจากการไทเทรตกรด-เบส โดยใช้อินดิเค เตอร์บอกจุดยุติได้(P) 3. นักเรียนมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย(A)


4. สาระการเรียนรู้ การเติมอินดิเคเตอร์ที่มีช่วง pH ของการเปลี่ยนสีใกล้เคียงกับจุดสมมูล ซึ่งจุดที่เกิดการเปลี่ยนสีของอินดิเค เตอร์ระหว่างการไทเทรต เรียกว่า จุดยุติ (end point) อินดิเคเตอร์ที่นิยมใช้ อินดิเคเตอร์ ช่วง pH ที่เปลี่ยนสี สีที่เปลี่ยน ไทมอลบลู 1.2 –2.8 แดง –เหลือง โบโมฟีนอลบลู 3.0 –4.6 เหลือง – น้ำเงิน คองโกเรด 3.0 –5.0 น้ำเงิน –แดง เมทิลออเรนจ์ 3.2 –4.4 แดง –เหลือง โบรโมคลีซอลกรีน 3.8 –5.4 เหลือง – น้ำเงิน เมทิลเรด 4.2 –6.3 แดง –เหลือง อะโซลิตมิน 5.0 –8.0 แดง – น้ำเงิน โบรโมคลีซอลเพอร์เพิล 5.2 –6.8 เหลือง – ม่วง โบรโมไทมอลบลู 6.0 –7.6 เหลือง – น้ำเงิน ครีซอลเรด 7.0 –8.8 เหลือง –แดง 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มีความรับผิดชอบ 7. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. ครุกระตุ้นความคิดนักเรียนโดยการตอบคำถาม “อินดิเคเตอร์ใดบ้างที่เหมาะสมสำหรับใช้ในการ ไทเทรตระหว่างสารละลายแอมโมเนีย (NH3 ) กับสารละลายกรดไฮโดรคลอริก (HCl) โดยพิจารณากราฟการ ไทเทรต และช่วง pH การเปลี่ยนสีของอินดิเคเตอร์(แนวคำตอบ: เมทิลเรดและเมทิลออเรนจ์ เพราะค่า pH เหมาะสมต่อการเปลี่ยนสีของอินดิเคเตอร์)


ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 1. ครูให้นักเรียนเข้ากลุ่ม กลุ่มเดิมที่ได้แบ่งคาบที่แล้ว 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษากิจกรรม 10.4 การทดลองหาความเข้มข้นของสารละลายจากการไทเทรต กรด-เบส โดยใช้อินดิเคเตอร์บอกจุดยุติ 3. ครูใช้คำถาม “จากการทดลอง ให้นักเรียนเลือกอินดิเคเตอร์ 1 ชนิด ซึ่งได้แก่ เมดทิลเรด โบรโมไท มอลบลู และฟีนอล์ฟทาลีน กลุ่มของนักเรียนจะเลือกอินดิเคเตอร์ชนิดใด เพราะเหตุใด” 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มทำการทดลองกิจกรรมที่ 10.4 การทดลองหาความเข้มข้นของสารละลายจาก การไทเทรตกรด-เบส โดยใช้อินดิเคเตอร์บอกจุดยุติพร้อมบันทึกผลการทดลอง ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 1. นักเรียนนำเสนอผลการทดลองหน้าชั้นเรียน ตัวอย่างผลการทดลอง


ชื่อสารละลาย ตัวอย่าง ................................................................... อินดิเคเตอร์ที่ใช้ในการไทเทรต ………………………………………………. ความเข้มข้นของสารละลายมาตรฐาน NaOH ............................... ผลการทดลองใช้โบรโมไทมอลบลูเป็นอินดิเคเตอร์ ครั้งที่ ปริมาตร สารละลาย ตัวอย่าง (mL) สารละลายมาตรฐาน NaOH ขีดวัดปริมาตร เริ่มต้น ขีดวัดปริมาตรเมื่อถึง จุดยุติ ปริมาตรที่ใช้ (mL) 1 10.00 0.00 7.80 7.80 2 10.00 7.80 15.50 7.70 3 10.00 15.50 23.20 7.70 เฉลี่ย 7.73 ** หมายเหตุหากใช้เมดทิลเรดหรือฟีนอล์ฟทาลีนเป็นอินดิเคเตอร์ก็จะให้ผลการทดลองใกล้เคียงกับเมื่อใช้ โบรโมไทมอลบลูเป็นอินดิเคเตอร์ อภิปรายผลการทดลอง ปฏิกิริยาระหว่าง HCl และ NaOH เขียนแสดงสมการเคมีได้ดังนี้ HCl(aq) + NaOH(aq) → NaCl(aq) + H2O(l) จากการทดลองไทเทรตสารละลายตัวอย่าง A ด้วยสารละลายมาตรฐาน NaOH โดยใช้โบโมไทมอลบลูเป็นอินดิ เคเตอร์ พบว่าใช้สารละลาย NaOH ปริมาตร 7.73 mL ซึ่งคำนวณความเข้มข้นได้ดังนี้


ความเข้มข้นของ HCl = 0.102 mol 1000 mL ×7.73 mL × 1 10.0 mL × 1000 mL 1 L = 0.0788 mol/L สรุปผลการทดลอง เมื่อทำการไทเทรตสารละลายตัวอย่าง A ซึ่งเป็นสารละลายกรดไฮโดรคลอริกด้วยสารละลาย มาตรฐาน NaOH โดยใช้โบรโมไทมอลบลูเป็นอินดิเคเตอร์แล้วคำนวณหาความเข้มข้นพบว่า ความเข้มข้นของ สารละลายตัวอย่าง A เท่ากับ 0.0788 โมลต่อลิตร 2. นักเรียนตอบคำถามท้ายการทดลองในหนังสือเรียน ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 1. นักเรียนตอบคำถาม เพื่อเชื่อมโยงกับกิจกรรมที่ศึกษาข้างต้น พิจารณาข้อมูลต่อไปนี้ อินดิเคเตอร์ ช่วง pH ที่เปลี่ยนสี สีที่เปลี่ยน เมทิลเรด 4.2 – 6.3 แดง – เหลือง โบรโมไทมอลบลู 6.0 – 7.6 เหลือง – น้ำเงิน ฟีนอล์ฟทาลีน 8.3 – 10.0 ไม่มีสี – ชมพู อินดิเคเตอร์ใดบ้างที่เหมาะสมสำหรับใช้ในการไทเทรตระหว่างสารละลายกรด-เบสที่มีความเข้มข้นเท่ากัน ต่อไปนี้ HNO3 และ NH3 HF และ NaOH HCl และ LiOH ขั้นประเมิน (Evaluation) 1. นักเรียนสรุปสิ่งที่ได้จากการเรียนลงในสมุด 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี 4 2. สไลด์สอน เรื่อง การไทเทรตกรด-เบส 3. กิจกรรม 10.4 การทดลองหาความเข้มข้นของสารละลายจากการไทเทรตกรด-เบส โดยใช้อินดิเค เตอร์บอกจุดยุติ


9. การวัดผลและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การ ประเมิน 1. ด้านความรู้ (K) นักเรียนสามารถคำนวณความ เข้มข้นของสารละลายตัวอย่างได้ - การตอบคำถาม ในชั้นเรียน - ข้อคำถาม - ได้คะแนนร้อย ละ 70 ขึ้นไป 2. ด้านทักษะ/กระบวนการคิด (P) นักเรียนสามารถทดลองเพื่อหา ความเข้มข้นของสารละลายจากการ ไทเทรตกรด-เบส โดยใช้อินดิเคเตอร์ บอกจุดยุติ - ตรวจใบงาน - กิจกรรม 10.4 การ ทดลองหาความเข้มข้น ของสารละลายจากการ ไทเทรตกรด-เบส โดยใช้ อินดิเคเตอร์ บอกจุดยุติ - ได้คะแนนร้อย ละ 70 ขึ้นไป 3. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) นักเรียนมีความรับผิดชอบต่องานที่ ได้รับมอบหมาย - การสังเกต - แ บ บ ป ร ะ เ มิ น ค ุ ณ ล ั ก ษ ณ ะ อ ั น พึ ง ประสงค์ - ได้คะแนนใน ระดับ 3 (ดี) ขึ้น ไป


10. บันทึกหลังการสอน ผลการเรียนรู้ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ................................................................................................................................................................ ปัญหาและอุปสรรค ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ................................................................................................................................................................ ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ………………………………………………. (นางสาวประภัสสร ยุบุญไชย) ครูผู้สอน


ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของครูพี่เลี้ยง ได้ทำการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่  ดีมาก  ดี  พอใช้ 2. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้  เน้นหลักการผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม  ยังไม่มีการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุง/พัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่  นำไปใช้ได้จริง  ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางสาวพจณี กุลชาติ) ครูพี่เลี้ยง ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ได้ทำการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่  ดีมาก  ดี  พอใช้ 2. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้  เน้นหลักการผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม  ยังไม่มีการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุง/พัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่  นำไปใช้ได้จริง  ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางฐปนี แก้วมะ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี


ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของหัวหน้าฝ่ายบริหารวิชาการ  อนุญาต นำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้  ควรปรับปรุง ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางสมฤดี แสนเภา) หัวหน้าฝ่ายบริหารวิชาการ


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรียนที่ 1/2566 รายวิชาเพิ่มเติม เคมี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 กรด-เบส เวลา 30 ชั่วโมง เรื่อง สารละลายบัฟเฟอร์ เวลา 3 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวประภัสสร ยุบุญไชย 1. สาระการเรียนรู้และผลการเรียนรู้ สาระที่ 5 สาระเคมี เข้าใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี สมดุลในปฏิกิริยาเคมี สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์เคมีไฟฟ้า รวมทั้งการนำ ความรู้ไปใช้ประโยชน์ ผลการเรียนรู้ อธิบายสมบัติองค์ประกอบ และประโยชน์ของสารละลายบัฟเฟอร์ 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด สารละลายบัฟเฟอร์เป็นสารละลายของกรดอ่อนกับเกลือของกรดอ่อนนั้น หรือเบสอ่อนกับเกลือของ เบสอ่อนนั้น เมื่อเติมกรด เบส หรือน้ำ จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงค่า pH น้อยกว่าสารละลายทั่วไป สมบัติ เฉพาะของสารละลายบัฟเฟอร์เป็นประโยชน์ต่อการควบคุม pH ของระบบในสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายสมบัติของสารละลายบัฟเฟอร์ได้(K) 2. นักเรียนสามารถบอกองค์ประกอบของสารละลายบัฟเฟอร์ได้(K) 3. นักเรียนสามารถทำการทดลอง และเปรียบเทียบสารละลายบัฟเฟอร์ได้(P) 4. นักเรียนมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมายและสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้(A) 4. สาระการเรียนรู้ สารละลายบางชนิดมีการเปลี่ยนแปลง pH น้อยมากหรือรักษาค่า pH ได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับน้ำ เมื่อมี การเติมกรดหรือเบสลงไปเล็กน้อย เรียกสารละลายที่มีสมบัติดังกล่าวว่า สารละลายบัฟเฟอร์(buffer solution) สารละลายบัฟเฟอร์ประกอบด้วยกรดอ่อนกับเกลือของกรดอ่อนหรือเบสอ่อนกับเกลือของเบสอ่อนซึ่ง เป็นคู่กรด-เบสกัน


สารละลายบัฟเฟอร์ คู่กรด-เบส 1. สารละลายผสม CH3 COOH กับ CH3 COONa CH3 COOH กับ CH3 COO2. สารละลายผสม H3 PO4 กับ NaH2 PO4 H3 PO4 กับ H2 PO4 - 3. สารละลายผสม NaH2 PO4 กับ Na2HPO4 H2 PO4 - กับ HPO4 2- 4. สารละลายผสม H2 CO3 กับ NaHCO3 H2 CO3 กับ HCO3 - 5. สารละลายผสม NaHCO3 กับ Na2 CO3 HCO3 - กับ CO3 2- 6. สารละลายผสม NH4 Cl กับ NH3 NH4 + กับ NH3 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มีความรับผิดชอบ 7. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. นักเรียนทบทวนความรู้เดิม โดยการตอบคำถาม 1) เมื่อเติมกรดหรือเบสลงในน้ำ จะทำให้ pH ของสารละลายเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร 2) การเติมกรดหรือเบสลงในสารละลายผสมระหว่างกรดแอซิติกและโซเดียมแอซีเตต จะมี ผลต่อการเปลี่ยนแปลง pH ของสารละลายเหมือนหรือแตกต่างจากน้ำอย่างไร ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 1. นักเรียนศึกษากิจกรรม 10.5 การทดลองการเปลี่ยนแปลง pH ของน้ำและสารละลายผสมระหว่าง กรดแอซิติกกับโซเดียมแอซิเตต 2. นักเรียนตอบคำถาม ก่อนการทำกิจกรรม 1) เมื่อเติม HCl ค่า pH ของสารละลายหลอดที่ 1 และ 3 เปลี่ยนแปลงเหมือนหรือต่างกัน อย่างไร 2) เมื่อเติม NaOH ค่า pH ของสารละลายหลอดที่ 2 และ 4 เปลี่ยนแปลงเหมือนกันหรือ ต่างกันอย่างไร


3. นักเรียนทำการทดลองกิจกรรม 10.5 การทดลองการเปลี่ยนแปลง pH ของน้ำและสารละลายผสม ระหว่างกรดแอซิติกกับโซเดียมแอซิเตต และบันทึกผลการทดลอง ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 1. นักเรียนสรุปผลการทดลองที่ได้และครูสุ่มออกมานำเสนอผลการทดลองหน้าชั้นเรียน ตัวอย่างผลการทดลอง อภิปรายผลการทดลอง เมื่อเติม HCl ลงในน้ำพบว่าค่า pH ลดลงจาก 7 เป็นประมาณ 1-2 แต่เมื่อเติม HCl ลงในสารละลาย ผสมระหว่าง CH3 COOH และ CH3 COONa พบว่าค่า pH ค่อนข้างคงที่ที่ pH 4 เมื่อเติม NaOH ลงในน้ำพบว่าค่า pH เพิ่มขึ้นจาก 7 เป็น 13 แต่การเติม NaOH ลงในสารละลายผสมระหว่าง CH3 COOH และ CH3 COONa พบว่าค่า pH ค่อนข้างคงที่ที่ pH 4 สรุปผลการทดลอง เมื่อมีการเติมกรดหรือเบสลงไปเล็กน้อย pH ของสารละลายผสมระหว่าง CH3COOH และ CH3 COONa เปลี่ยนแปลงน้อยกว่าของน้ำ 2. นักเรียนตอบคำถามท้ายการทดลอง 1) เมื่อเติม HCl ค่า pH ของสารละลายหลอดที่ 1 และ 3 เปลี่ยนแปลงเหมือนหรือต่างกัน อย่างไร 2) เมื่อเติม NaOH ค่า pH ของสารละลายหลอดที่ 2 และ 4 เปลี่ยนแปลงเหมือนกันหรือ ต่างกันอย่างไร


ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 1. นักเรียนศึกษาความหมายของสารละลายบัฟเฟอร์ สารละลายบางชนิดมีการเปลี่ยนแปลง pH น้อย มากหรือรักษาค่า pH ได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับน้ำ เมื่อมีการเติมกรดหรือเบสลงไปเล็กน้อย เรียกสารละลายที่มี สมบัติดังกล่าวว่า สารละลายบัฟเฟอร์ (buffer solution) 2. นักเรียนดูตัวอย่างสารละลายบัฟเฟอร์ในหนังสือเรียน ตาราง 10.5 สารละลายบัฟเฟอร์ ประกอบด้วยกรดอ่อนกับเกลือของกรดอ่อนหรือเบสอ่อนกับเกลือของเบสอ่อนซึ่งเป็นคู่กรด-เบสกัน สารละลายบัฟเฟอร์ คู่กรด-เบส สารละลายผสม CH3 COOH กับ CH3 COONa CH3 COOH กับ CH3 COOสารละลายผสม H3 PO4 กับ NaH2 PO4 H3 PO4 กับ H2 PO4 - สารละลายผสม NaH2 PO4 กับ Na2HPO4 H2 PO4 - กับ HPO4 2- สารละลายผสม H2 CO3 กับ NaHCO3 H2 CO3 กับ HCO3 - สารละลายผสม NaHCO3 กับ Na2 CO3 HCO3 - กับ CO3 2- สารละลายผสม NH4 Cl กับ NH3 NH4 + กับ NH3 3. นักเรียนดูตัวอย่างสมการของสารละลายบัฟเฟอร์ สำหรับน้ำและสารละลายทั่วไป การเติมกรดมีผลทำให้ H3O + ในสารละลายเพิ่มขึ้น ส่วนการเติมเบส มีผลทำให้ OHในสารละลายเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับปริมาณที่เติมลงไป ในขณะที่สารละลายบัฟเฟอร์มีคู่กรด-เบส ที่ทำปฏิกิริยากับกรดหรือเบสที่เติมลงไปจึงช่วยควบคุมไม่ให้ความเข้มข้นของ H3O + หรือ OHเปลี่ยนแปลงไป มากนัก เช่น สารละลายบัฟเฟอร์ที่เป็นสารละลายผสมของแอมโมเนีย (NH3 ) และเกลือแอมโมเนียมคลอไรด์ (NH4 Cl) ซึ่งมี NH3 และ NH4 + ในสารละลาย เมื่อมีการเติมกรดลงไป H3O + ที่เติมลงไปจะทำปฏิกิริยากับ NH3 ในระบบ เขียนสมการเคมีได้ดังนี้NH3 (aq) + H3O + (aq) ↔ NH4 + (aq) + H2O(l) ดังนั้น ความเข้มข้นของ H3O + ในสารละลายจึงเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย และ pH ของสารละลายมีค่า ค่อนข้างคงที่ ในทางตรงข้ามกันการเติมเบสลงไปเล็กน้อย OHที่เติมลงไปจะทำปฏิกิริยากับ NH4 + ในระบบ เขียน สมการได้ดังนี้NH4 + (aq) + OH- (aq) ↔ NH3 (aq) + H2O(l) ดังนั้นความเข้มข้นของ OHในสารละลายจึงเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย และ pH ของสารละลายมีค่า ค่อนข้างคงที่ จากหลักการควบคุม pH ที่อธิบายข้างต้น สารละลายบัฟเฟอร์ที่ควบคุม pH ได้ดีควรมีอัตราส่วน ความเข้มข้นของคู่กรด-เบสเท่ากับ 1 อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนความเข้มข้นของคู่กรด-เบสอาจปรับให้อยู่ ระหว่าง 0.1 - 10 ได้เพื่อให้สารละลายบัฟเฟอร์ที่มี pH ตามต้องการ นอกจากนี้สารละลายบัฟเฟอร์ที่มีความ เข้มข้นสูง จะควบคุม pH ได้ดีกว่าสารละลายบัฟเฟอร์ที่มีความเข้มข้นต่ำเนื่องจากมีปริมาณคู่กรด-เบสมากกว่า


4. นักเรียนทำแบบตรวจสอบความเข้าใจในหนังสือเรียน 1) สารละลายบัฟเฟอร์ CH3 COOH/CH3 COONa ควบคุม pH ของสารละลายเมื่อมีการเติม กรดหรือเบสเล็กน้อย ได้อย่างไร พร้อมเขียนสมการเคมีที่เกี่ยวข้องประกอบการอธิบาย 2) สารละลายใดต่อไปนี้ควบคุม pH ได้ดีที่สุด 2.1 สารละลายผสมที่มี HCl 0.50 mol/L และ NaOH 0.50 mol/L 2.2 สารละลายผสมที่มี NaHCO3 0.10 mol/L และ Na2 CO3 0.10 mol/L 2.3 สารละลายผสมที่มีCH3 COONa 0.10 mol/L และ CH3 COOH 0.10 mol/L 2.4 สารละลายผสมที่มีH3 PO4 0.50 mol/L และ NaH2 PO4 0.50 mol/L 3) pH ของสารละลายบัฟเฟอร์ NH3 /NH4 Cl สัมพันธ์กับค่า pKa ของ NH4 + และ อัตราส่วน ความเข้มข้นของ NH4 + และ NH3 อย่างไร ขั้นประเมิน (Evaluation) 1. นักเรียนสรุปสิ่งที่ได้จากการเรียนลงในสมุด 2. นักเรียนทำแบบฝึกหัด 10.8 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี 4 2. สไลด์สอน เรื่อง สารละลายบัฟเฟอร์ 3. กิจกรรม 10.5 การทดลองการเปลี่ยนแปลง pH ของน้ำและสารละลายผสมระหว่างกรดแอซิติกกับ โซเดียมแอซิเตต 4. แบบฝึกหัด 10.8 9. การวัดผลและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การ ประเมิน 1. ด้านความรู้ (K) 1. นักเรียนสามารถอธิบาย สมบัติของสารละลายบัฟเฟอร์ได้ 2. นักเรียนสามารถบอกองค์ ประกอบของสารละลายบัฟเฟอร์ได้ - การตอบคำถาม ในชั้นเรียน - แบบฝึกหัด 10.8 - ข้อคำถาม - แบบฝึกหัด 10.8 - ได้คะแนนร้อย ละ 70 ขึ้นไป


2. ด้านทักษะ/กระบวนการคิด (P) 1. นักเรียนสามารถทำการทดลอง และเปรียบเทียบสารละลายบัฟเฟอร์ ได้ - ตรวจใบงาน - กิจกรรม 10.5 การ ทดลองการเปลี่ยนแปลง pH ของน้ำและสารละลาย ผสมระหว่างกรดแอซิติก กับโซเดียมแอซิเตต - ได้คะแนนร้อย ละ 70 ขึ้นไป 3. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. นักเรียนมีความรับผิดชอบต่อ งานที่ได้รับมอบหมาย 2. นักเรียนสามารถทำงานร่วมกับ ผู้อื่นได้ - การสังเกต - แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ได้คะแนนใน ระดับ 3 (ดี) ขึ้น ไป 10. บันทึกหลังการสอน ผลการเรียนรู้ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ................................................................................................................................................................ ปัญหาและอุปสรรค ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางสาวประภัสสร ยุบุญไชย) ครูผู้สอน


ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของครูพี่เลี้ยง ได้ทำการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่  ดีมาก  ดี  พอใช้ 2. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้  เน้นหลักการผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม  ยังไม่มีการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุง/พัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่  นำไปใช้ได้จริง  ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางสาวพจณี กุลชาติ) ครูพี่เลี้ยง ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ได้ทำการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่  ดีมาก  ดี  พอใช้ 2. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้  เน้นหลักการผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม  ยังไม่มีการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุง/พัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่  นำไปใช้ได้จริง  ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางฐปนี แก้วมะ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี


ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของหัวหน้าฝ่ายบริหารวิชาการ  อนุญาต นำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้  ควรปรับปรุง ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางสมฤดี แสนเภา) หัวหน้าฝ่ายบริหารวิชาการ


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรียนที่ 1/2566 รายวิชาเพิ่มเติม เคมี 4 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 กรด-เบส เวลา 30 ชั่วโมง เรื่อง การประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับกรด-เบส เวลา 2 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวประภัสสร ยุบุญไชย 1. สาระการเรียนรู้และผลการเรียนรู้ สาระที่ 5 สาระเคมี เข้าใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี สมดุลในปฏิกิริยาเคมี สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์เคมีไฟฟ้า รวมทั้งการนำ ความรู้ไปใช้ประโยชน์ ผลการเรียนรู้ สืบค้นข้อมูลและนำเสนอตัวอย่างการใช้ประโยชน์และการแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้เกี่ยวกับ กรด-เบส 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ความรู้เกี่ยวกับกรด-เบสสามารถนำมาใช้ประโยชน์และแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการแพทย์ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถบอกประโยชน์ และการแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้เกี่ยวกับกรด-เบสได้(K) 2. นักเรียนมีทักษะการสื่อสาร การรู้เท่าทันสื่อเทคโนโลยี(P) 3. นักเรียนมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมายและสามารถทำงานร่วมกันผู้อื่นได้ (A) 4. สาระการเรียนรู้ การแก้ปัญหาดินเปรี้ยว การวิเคราะห์ปริมาณกรดในอาหาร การควบคุม pH ของสารละลายในร่างกายและในธรรมชาติ กระบวนการกำจัดแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มีความรับผิดชอบ


7. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. ครูใช้คำถามกระตุ้นความสนใจนักเรียนว่า “ให้นักเรียนยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับ กรด-เบสที่อยู่ใกล้ตัวของนักเรียน” ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 1. นักเรียนศึกษาตัวอย่างการประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับกรด-เบส ในหนังสือเรียน ซึ่งแบ่งหัวข้อ ออกเป็น การแก้ปัญหาดินเปรี้ยว,การวิเคราะห์ปริมาณกรดในอาหาร,การควบคุม pH ของสารละลายใน ร่างกายและในธรรมชาติ,กระบวนการกำจัดแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ 2. นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 5 คน จากนั้นทำกิจกรรม 10.6 สืบค้นข้อมูลการประยุกต์ใช้ความรู้ เกี่ยวกับกรด-เบส 3. นักเรียนเขียนกิจกรรมของแต่ละกลุ่มลงในกระดาษชาร์ตที่ครูแจกให้ ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานของตนเองหน้าชั้นเรียน จากนั้นครูคอยแนะนำเพิ่มเติมและ อภิปรายผลร่วมกัน ตัวอย่างผลการทำกิจกรรม การบำบัดน้ำเสียให้มีค่า pH ที่เหมาะสม น้ำเสียที่ปล่อยจากอุตสาหกรรมบางประเภทเป็นกรดที่มีค่า pH ต่ำกว่าข้อกำหนดของกฎหมาย จึง จำเป็นต้องมีการปรับค่า pH ของน้ำเสียดังกล่าวก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ในการปรับค่า pH ของน้ำ เสียจำเป็นต้องมีการเติมเบสในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งการคำนวณปริมาณเบสที่ใช้สัมพันธ์กับ pH ของ สารละลาย เช่นน้ำเสียในบ่อบำบัดแห่งหนึ่งซึ่งเกิดจากการใช้สารละลาย HClในอุตสาหกรรมปริมาตร 100 ลูกบาศก์เมตร หากต้องการปรับ pH ของน้ำเสียจาก pH 2.0 ให้เป็น pH 7.0 โดยการเติม NaOH ซึ่งจากการ คำนวณต้องใช้ NaOH 40 กิโลกรัม สีแดงในเค้กเรดเวลเวท (red velvet) เค้กเรดเวลเวทเป็นเค้กที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันเพราะเนื้อเค้กมีสีแดงสดน่ารับประทานในอดีตการ ทำเค้กเรดเวลเวทจะนำน้ำส้มสายชูมาทำปฏิกิริยากับผงโกโก้ โดยผงโกโก้มีสารสีที่ชื่อว่าแอนโทไซยานิน (anthocyanin) ซึ่งมีสีในรูปกรดและรูปเบสแตกต่างกัน โดยรูปกรดมีสีแดงอมม่วง ส่วนรูปเบสมีสีน้ำเงินอม เขียว เมื่อเติมน้ำส้มสายชูซึ่งเป็นกรดลงไปแอนโทไซยานินในผงโกโก้จึงเปลี่ยนเป็นสีแดงส่งผลให้เนื้อเค้กมีสีแดง ตามไปด้วย แสดงว่าแอนโทไซยานินสามารถเป็นอินดิเคเตอร์ได้ การปรับสมดุล pH ในแชมพู เส้นผมของมนุษย์ประกอบด้วยโปรตีนชนิดหนึ่งเรียกว่า เคราติน กรดอะมิโนใน เคราตินยึดเหนี่ยวกัน ด้วยพันธะเคมีหลายชนิด เช่น พันธะไฮโดรเจน พันธะไดซัลไฟด์ ซึ่งพันธะเหล่านี้จะยึดเหนียวกันได้ดีที่ pH ประมาณ 4.6 - 6.0 แชมพูที่มีความเป็นกรดหรือเบสมากเกินไปอาจทำร้ายเส้นผม แชมพูบางชนิด เช่นแชมพู


สำหรับเด็กจะเติมสารละลายบัฟเฟอร์ เช่นกรดซิทริก (C3H5O(COOH)3 ) และโซเดียมซิเทรต (C3H5O(COONa)3 ) เพื่อปรับและควบคุม pH ให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมกับสภาพเส้นผม ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 1. นักเรียนตอบคำถาม “เมื่อนำน้ำทะเลหยดกรดแก่หรือเบสแก่ลงไปเล็กน้อยพบว่าค่า pH ค่อนข้าง คงที่ เพราะเหตุใด เขียนสมการเคมีประกอบคำอธิบาย” ถ้าเติมกรดเล็กน้อยลงในน้ำทะเล CO3 2- และ HCO3 - จะทำปฏิกิริยากับ H3O + ดังสมการเคมี H3O + (aq) + CO3 2- (aq) ↔ HCO3 - (aq) + H2O(l) H3O + (aq) + HCO3 - (aq) ↔ H2 CO3 (aq) + H2O(l) ถ้าเติมเบสเล็กน้อยลงในน้ำทะเล HCO3 - จะทำปฏิกิริยากับ OHดังสมการเคมี OH- (aq) + HCO3 - (aq) ↔ CO3 2- (aq) + H2O(l) ขั้นประเมิน (Evaluation) 1. นักเรียนทำแบบฝึกหัดท้ายบทในหนังสือเรียน 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี 4 2. สไลด์สอน เรื่อง การประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับกรด-เบส 3. กิจกรรม 10.6 สืบค้นข้อมูลการประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับกรด-เบส 4. แบบฝึกหัดท้ายบท 9. การวัดผลและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด/เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน 1. ด้านความรู้ (K) 1. นักเรียนสามารถบอก ประโยชน์ และการแก้ปัญหาโดยใช้ ความรู้เกี่ยวกับกรด-เบสได้ - การตอบคำถาม ในชั้นเรียน - ข้อคำถาม - ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป 2. ด้านทักษะ/กระบวนการคิด (P) 1. นักเรียนมีทักษะการสื่อสาร การ รู้เท่าทันสื่อเทคโนโลยี - ตรวจใบงาน - กิจกรรม 10. สืบค้นข้อมูลการ ป ร ะ ย ุ ก ต ์ ใช้ ความรู้เกี่ยวกับ กรด-เบส - ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป 3. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) - การสังเกต - แบบประเมิน คุณลักษณะอัน พึงประสงค์ - ได้คะแนนใน ระดับ 3 (ดี) ขึ้นไป


1. นักเรียนสามารถทำงานร่วมกัน ผู้อื่นได้ 2. นักเรียนมีความรับผิดชอบต่อ งานที่ได้รับมอบหมาย 10. บันทึกหลังการสอน ผลการเรียนรู้ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ................................................................................................................................................................ ปัญหาและอุปสรรค ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางสาวประภัสสร ยุบุญไชย) ครูผู้สอน


ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของครูพี่เลี้ยง ได้ทำการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่  ดีมาก  ดี  พอใช้ 2. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้  เน้นหลักการผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม  ยังไม่มีการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุง/พัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่  นำไปใช้ได้จริง  ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางสาวพจณี กุลชาติ) ครูพี่เลี้ยง ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ได้ทำการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่  ดีมาก  ดี  พอใช้ 2. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้  เน้นหลักการผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม  ยังไม่มีการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุง/พัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่  นำไปใช้ได้จริง  ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางฐปนี แก้วมะ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี


ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของหัวหน้าฝ่ายบริหารวิชาการ  อนุญาต นำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้  ควรปรับปรุง ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางสมฤดี แสนเภา) หัวหน้าฝ่ายบริหารวิชาการ


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรียนที่ 1/2566 รายวิชาเพิ่มเติม เคมี 4 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เคมีไฟฟ้า เวลา 30 ชั่วโมง เรื่อง เลขออกซิเดชันและปฏิกิริยารีดอกซ์ (1) เวลา 3 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวประภัสสร ยุบุญไชย 1. สาระการเรียนรู้และผลการเรียนรู้ สาระที่ 5 สาระเคมี เข้าใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี สมดุลในปฏิกิริยาเคมี สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์เคมีไฟฟ้า รวมทั้งการนำ ความรู้ไปใช้ประโยชน์ ผลการเรียนรู้ คำนวณเลขออกซิเดชัน และระบุปฏิกิริยาที่เป็นปฏิกิริยารีดอกซ์ 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด เคมีไฟฟ้าเป็นการศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงระหว่างพลังงานไฟฟ้าและการเกิดปฏิกิริยาเคมีที่มี การถ่ายโอนอิเล็กตรอนแล้วทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชัน ซึ่งเป็นเลขที่แสดงประจุไฟฟ้าหรือประจุ ไฟฟ้าสมมติของอะตอมธาตุเรียกปฏิกิริยาชนิดนี้ว่า ปฏิกิริยารีดอกซ์ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายความหมายของปฏิกิริยารีดอกซ์ และระบุปฏิกิริยารีดอกซ์จากเลข ออกซิเดชันของสารในปฏิกิริยาได้(K) 2. นักเรียนสามารถคำนวณเลขออกซิเดชันของธาตุในสารประกอบและไอออนต่าง ๆ ได้(K) 3. นักเรียนสามารถวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชันของสมการได้(P) 4. นักเรียนมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย (A) 4. สาระการเรียนรู้ ปฏิกิริยาเคมีที่มีการถ่ายโอนอิเล็กตรอนระหว่างสารเรียกว่า ปฏิกิริยารีดอกซ์(Redox reaction) เลขออกซิเดชัน เป็นค่าที่แสดงประจุไฟฟ้าสมมุติของไอออนหรืออะตอมของธาตุ


5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มีความรับผิดชอบ 7. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนในหนังสือเรียน 2. ครูกระตุ้นความสนใจนักเรียนโดยใช้คำถาม “ยกตัวอย่างแหล่งกำเนิดไฟฟ้าที่รู้จัก” (แนวคำตอบ: ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่รถยนต์เป็นต้น) ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 1. นักเรียนศึกษาเนื้อหาเกี่ยวกับความหมายของเคมีไฟฟ้า เคมีไฟฟ้า (Electrochemistry) คือ การเกิดปฏิกิริยาเคมีและไฟฟ้า เช่น เครื่องกำเนิดไฟฟ้าซึ่งอาศัยพลังงาน กลเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า แบตเตอรี่ซึ่งอาศัยปฏิกิริยาเคมีเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า เป็นต้น 2. นักเรียนศึกษาความหมายของปฏิกิริยารีดอกซ์และเลขออกซิเดชัน ปฏิกิริยารีดอกซ์ (Redox reaction) หมายถึงปฏิกิริยาเคมีที่มีการถ่ายโอนอิเล็กตรอนระหว่างสารนั้นๆ เลขออกซิเดชัน เป็นเลขที่แสดงค่าประจุไฟฟ้าสมมติของไอออนหรืออะตอมของธาตุ โดยมีข้อกำหนด ดังนี้ อะตอมของธาตุอิสระทุกชนิดที่อยู่ในรูปอะตอมหรือโมเลกุล เช่น Ca Fe O2 S8 อะตอมของธาตุ เหล่านี้มีเลข ออกซิเดชันเท่ากับ 0 ไอออนของธาตุมีเลขออกซิเดชันเท่ากับประจุของไอออนนั้น เช่น Na+ มีเลขออกซิเดชันเท่ากับ +1 Mg2+ มีเลขออกซิเดชันเท่ากับ +2 Clมีเลขออกซิเดชันเท่ากับ -1 S 2- มีเลขออกซิเดชันเท่ากับ -2 ในสารประกอบเลขออกซิเดชันของธาตุหมู่หลักมีค่าดังนี้ ฟลูออรีน มีเลขออกซิเดชันเป็น -1 เสมอ ธาตุโลหะ IA (หมู่ 1) มีเลขออกซิเดชันเป็น +1 เสมอ ธาตุโลหะ IIA (หมู่ 2) มีเลขออกซิเดชันเป็น +2 เสมอ ธาตุโลหะ IIIA (หมู่ 3) มีเลขออกซิเดชันเป็น +3 เสมอ (ยกเว้น Tl มีเลขออกซิเดชันเป็น +3 หรือ +1 ก็ได้)


ไฮโดรเจนมีเลขออกซิเดชันเป็น +1 เมื่อเกิดพันธะกับธาตุอโลหะ เช่น NaOH และมีเลขออกซิเดชัน เป็น -1 เมื่อเกิดพันธะกับธาตุโลหะ เช่น NaH ออกซิเจนมีเลขออกซิเดชันเท่ากับ -2 ในสารประกอบส่วนใหญ่ สารประกอบมีผลรวมของเลข ออกซิเดชันเท่ากับ 0 เช่น NaOH HCl กลุ่มไอออนมีผลรวมของเลขออกซิเดชันเท่ากับประจุของกลุ่มไอออนนั้น เช่น PO4 3- 2. นักเรียนดูตัวอย่างการคำนวณเลขออกซิเดชันจากหนังสือเรียน ตัวอย่างที่ 1 และ 2 3. นักเรียนดูตารางเลขออกซิเดชันของสารประกอบบางชนิดที่มีหลายค่า ในหนังสือเรียน 4. นักเรียนศึกษาปฏิกิริยาที่เป็นปฏิกิริยารีดอกซ์ และไม่เป็นปฏิกิริยารีดอกซ์ ปฏิกิริยาเคมีระหว่างสารละลายกรดไฮโดรคลอริกกับสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ HCl(aq) + NaOH(aq) → NaCl(aq) + H2O(l) เลขออกซิเดชัน (+1) (-1) (+1) (-2) (+1) (+1) (-1) (+1) (-2) สรุปได้ว่า ปฏิกิริยานี้ไม่เป็นปฏิกิริยารีดอกซ์ เนื่องจากธาตุทุกชนิดในปฏิกิริยาเคมีไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลข ออกซิเดชัน ปฏิกิริยาเคมีระหว่างโลหะสังกะสีกับสารละลายคอปเปอร์(II)ซัลเฟต เลขออกซิเดชันลดลง Zn(s) + CuSO4 (aq) → ZnSO4 (aq) + Cu(s) เลขออกซิเดชันเพิ่มขึ้น เลขออกซิเดชัน (0) (+2) (+6) (-2) (+2) (+6) (-2) (0) สรุปได้ว่า ปฏิกิริยานี้เป็นปฏิกิริยารีดอกซ์ เนื่องจากมีธาตุที่มีการเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชัน โดย Zn มีเลข ออกซิเดชันเพิ่มขึ้น ส่วน Cu มีเลขออกซิเดชันลดลง


ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 1. นักเรียนร่วมกันตอบคำถาม “จากปฏิกิริยาเคมีระหว่างโลหะสังกะสีกับสารละลายคอปเปอร์(II) ซัลเฟตที่ครูยกตัวอย่างข้างต้น ทำให้นักเรียนทราบแล้วว่าปฏิกิริยารีดอกซ์เกิดจากการเปลี่ยนแปลงเลข ออกซิเดชัน นอกว่าวิธีการดูเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชัน นักเรียนคิดว่ามีวิธีการอื่นหรือไม่ที่บอกได้ว่ามี ปฏิกิริยารีดอกซ์เกิดขึ้น” (แนวคำตอบ : ขึ้นอยู่กับผู้เรียน) 2. นักเรียนแบ่งกลุ่มให้ได้ 6 กลุ่ม จากนั้นนักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษากิจกรรม 11.1 การทดลองการ เกิดปฏิกิริยารีดอกซ์ระหว่างโลหะกับไอออนของโลหะ 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติการทดลอง กิจกรรม 11.1 การทดลองการเกิดปฏิกิริยารีดอกซ์ ระหว่างโลหะกับไอออนของโลหะ 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มบันทึกผลการทดลองลงในแบบบันทึกผลการทดลอง ตัวอย่างผลการทดลอง การทดลอง การเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้ สารละลาย แผ่นโลหะ ก่อนการทดลอง สารละลายมีสีฟ้า โลหะมีสีเทาเงิน หลังการทดลอง สารละลายสีฟ้าจางลง เมื่อตั้งทิ้งไว้เป็น เวลา 1–2 นาที มีของแข็งสีน้ำตาลแดงเกาะบนแผ่น โลหะส่วนที่จุ่มอยู่ในสารละลายเมื่อ เขี่ยของแข็งสีน้ำตาลแดงออก พบว่า ผิวโลหะกร่อนและบางลง 5. นักเรียนร่วมกันตอบคำถามท้ายการทดลอง “การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นการถ่ายโอนอิเล็กตรอน ของปฏิกิริยารีดอกซ์ระหว่างโลหะสังกะสีกับสารละลายคอปเปอร์(II)ซัลเฟตอย่างไร” โดยครูอธิบายการถ่าย โอนอิเล็กตรอน


ก. ทันทีที่จุ่มแผ่นสังกะสี ข. ตั้งทิ้งไว้ 1-2 นาที ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการทดลอง พร้อมเปรียบเทียบความ เหมือนและความแตกต่างระหว่างผลการทำนายและผลการทดลอง 2. นักเรียนส่งตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลการทดลองของกลุ่มตนเอง 3. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการทดลองและแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน จาก การสนทนาเกี่ยวกับผลการทดลองของแต่ละกลุ่ม โดยครูคอยให้คำแนะนำเพิ่มเติม 4. นักเรียนทำแบบตรวจสอบความเข้าใจในหนังสือเรียนหน้า ขั้นประเมิน (Evaluation) 1. นักเรียนตรวจสอบบันทึกผลการทดลอง 2. นักเรียนสรุปสิ่งที่ได้เรียนลงในสมุด 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี 4 2. สไลด์สอน เรื่อง เลขออกซิเดชันและปฏิกิริยารีดอกซ์ 3. กิจกรรม 11.1 การทดลองการเกิดปฏิกิริยารีดอกซ์ระหว่างโลหะกับไอออนของโลหะ 9. การวัดผลและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด/เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน 1. ด้านความรู้ (K) 1. นักเรียนสามารถอธิบาย ความหมายของปฏิกิริยารีดอกซ์ และ ระบุปฏิกิริยารีดอกซ์จากเลข ออกซิเดชันของสารในปฏิกิริยาได้ 2. นักเรียนสามารถคำนวณเลข ออกซิเดชันของธาตุในสารประกอบ และไอออนต่าง ๆ ได้ - การตอบคำถาม ในชั้นเรียน - ข้อคำถาม - แบบตรวจ สอบความเข้าใจ - ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป


2. ด้านทักษะ/กระบวนการคิด (P) 1. นักเรียนสามารถวิเคราะห์การ เปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชันของ สมการได้ - ตรวจใบงาน - กิจกรรม 11.1 การทดลองการ เกิดปฏิกิริยารี ดอกซ์ระหว่าง โลหะกับไอออน ของโลหะ - ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป 3. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. นักเรียนมีความรับผิดชอบต่อ งานที่ได้รับมอบหมาย - การสังเกต - แบบประเมิน คุณลักษณะอัน พึงประสงค์ - ได้คะแนนใน ระดับ 3 (ดี) ขึ้นไป 10. บันทึกหลังการสอน ผลการเรียนรู้ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ................................................................................................................................................................ ปัญหาและอุปสรรค ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางสาวประภัสสร ยุบุญไชย) ครูผู้สอน


ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของครูพี่เลี้ยง ได้ทำการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่  ดีมาก  ดี  พอใช้ 2. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้  เน้นหลักการผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม  ยังไม่มีการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุง/พัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่  นำไปใช้ได้จริง  ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางสาวพจณี กุลชาติ) ครูพี่เลี้ยง ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ได้ทำการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่  ดีมาก  ดี  พอใช้ 2. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้  เน้นหลักการผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม  ยังไม่มีการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุง/พัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่  นำไปใช้ได้จริง  ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางฐปนี แก้วมะ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี


ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของหัวหน้าฝ่ายบริหารวิชาการ  อนุญาต นำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้  ควรปรับปรุง ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางสมฤดี แสนเภา) หัวหน้าฝ่ายบริหารวิชาการ


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรียนที่ 1/2566 รายวิชาเพิ่มเติม เคมี 4 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เคมีไฟฟ้า เวลา 30 ชั่วโมง เรื่อง เลขออกซิเดชันและปฏิกิริยารีดอกซ์ (2) เวลา 3 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวประภัสสร ยุบุญไชย 1. สาระการเรียนรู้และผลการเรียนรู้ สาระที่ 5 สาระเคมี เข้าใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี สมดุลในปฏิกิริยาเคมี สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์เคมีไฟฟ้า รวมทั้งการนำ ความรู้ไปใช้ประโยชน์ ผลการเรียนรู้ ทดลอง และเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์หรือตัวออกซิไดส์และเขียนแสดงปฏิกิริยา รีดอกซ์ 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์หรือตัวออกซิไดส์สามารถพิจารณาได้จากผลการ ทดลองของปฏิกิริยารีดอกซ์ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์ของโลหะได้ (K) 2. นักเรียนสามารถเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวออกซิไดส์ของไอออนของโลหะได้(K) 3. นักเรียนสามารถทดลองปฏิกิริยารีดอกซ์ระหว่างโละหะและไอออนของโลหะคู่ต่าง ๆ ได้(P) 4. นักเรียนมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมายและสามารถทำงานร่วมกันผู้อื่นได้(A) 4. สาระการเรียนรู้ ปฏิกิริยาเคมีที่มีการถ่ายโอนอิเล็กตรอนระหว่างสารเรียกว่า ปฏิกิริยารีดอกซ์(Redox reaction) เลขออกซิเดชัน เป็นค่าที่แสดงประจุไฟฟ้าสมมุติของไอออนหรืออะตอมของธาตุ ในปฏิกิริยารีดอกซ์ สารที่มีเลขออกซิเดชันเพิ่มขึ้นซึ่งเกิดจากการให้อิเล็กตรอนเรียกว่า ตัวรีดิวซ์ (Reducing agent) ส่วนสารที่มีเลขออกซิเดชันลดลงซึ่งเกิดจากการรับอิเล็กตรอนเรียกว่า ตัวออกซิไดซ์ (Oxidizing agent)


ปฏิกิริยารีดอกซ์สามารถแบ่งได้สองครึ่งปฏิกิริยาคือ ปฏิกิริยาที่ให้อิเล็กตรอนเรียกว่า ครึ่งปฏิกิริยา ออกซิเดชัน (Oxidation half-reaction) และครึ่งปฏิกิริยาที่รับอิเล็กตรอนเรียกว่า ครึ่งปฏิกิริยารีดักชัน (Reduction half-reaction) 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มีความรับผิดชอบ 7. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 5E ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. ครูใช้คำถามกระตุ้นนักเรียนเพื่อทบทวนความรู้เดิม โดยใช้คำถามดังนี้ 1) ตัวรีดิวซ์ หมายถึงอะไร (สารที่มีเลขออกซิเดชันเพิ่มขึ้น ซึ่งเกิดจากการให้อิเล็กตรอน) 2) ตัวออกซิไดส์ หมายถึงอะไร (สารที่มีเลขออกซิเดชันลดลง ซึ่งเกิดจากการรับอิเล็กตรอน) ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม 6 กลุ่ม (หรือใช้กลุ่มเดิมในการทำกิจกรรมที่แล้ว) จากนั้นแบ่งหน้าที่ในการทำ การทดลอง 2. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาการทดลองกิจกรรม 11.2 การทดลองเปรียบเทียบความสามารถใน การเป็นตัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดส์ของโลหะและไอออนของโลหะ 3. นักเรียนออกมารับอุปกรณ์และแบบบันทึกผลการทดลอง เรื่อง การทดลองเปรียบเทียบ ความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดส์ของโลหะและไอออนของโลหะ 4. นักเรียนศึกษาสารละลายที่ต้องใช้ในการทำกิจกรรม สารละลายคอปเปอร์(II)ซัลเฟต 0.10 mol/L สารละลายซิงค์ซัลเฟต 0.10 mol/L สารละลายแมกนีเซียมซัลเฟต 0.10 mol/L 5. นักเรียนทำนายผลการทดลอง จากสิ่งที่ได้จากการศึกษากิจกรรม โดยครูใช้คำถามดังนี้ 1) นักเรียนคิดว่าโลหะชนิดใดทำหน้าที่เป็นตัวรีดิวซ์ได้ดีที่สุด (แนวคำตอบ: Mg > Zn > Cu)


2) นักเรียนคิดว่าไอออนของโลหะชนิดใดทำหน้าที่เป็นตัวออกซิไดส์ได้ดีมากที่สุด (แนว คำตอบ: Cu2+ > Zn2+ > Mg2+) 3) นักเรียนคิดว่าปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในการทดลองทั้งหมด เป็นปฏิกิริยารีดอกซ์หรือไม่ 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติการทดลอง กิจกรรมที่ 11.2 การทดลองเปรียบเทียบ ความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดส์ของโลหะและไอออนของโลหะ ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มบันทึกผลการทดลองลงในแบบบันทึกผลการทดลอง ตัวอย่างผลการทดลอง โลหะ สารละลาย Mg Zn Cu CuSO4 มีของแข็งสีน้ำตาลแดงเกาะบน แผ่นโลหะส่วนที่จุ่มอยู่ใน สารละลายเมื่อเขี่ยของแข็งสี น้ำตาลแดงออกพบว่าผิวโลหะมี ลักษณะขรุขระและสารละลายมีสี ฟ้าแกมเขียวเมื่อตั้งไว้เป็น เวลานานขึ้น มีของแข็งสีน้ำตาลแดงเกาะ บนแผ่นโลหะส่วนที่จุ่มอยู่ใน สารละลายเมื่อเขี่ยของแข็งสี น้ำตาลในออกพบว่าผิวโลหะ มีลักษณะขรุขระและ สารละลายสีฟ้าจางลงเมื่อตั้ง ทิ้งไว้เป็นเวลานานขึ้น - ZnSO4 มีของแข็งสีดำเกาะบนแผ่นโลหะ ส่วนที่จุ่มอยู่ในสารละลายเมื่อเขี่ย ของแข็งสีดำออกพบว่าผิวโลหะมี ลักษณะขรุขระ - ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง


ตัวอย่างผลการทดลอง (ต่อ) โลหะ สารละลาย Mg Zn Cu MgSO4 - ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง 2. นักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการทดลองที่เกิดขึ้น จากการทดลองเมื่อจุ่มแผ่นโลหะลงในสารละลายที่มีไอออนของโลหะบางคู่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงแสดงว่า มีปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นโดยโลหะและไอออนของโลหะที่เกิดปฏิกิริยาเคมีเป็นดังนี้ โลหะ สารละลาย Mg Zn Cu CuSO4 √ √ - ZnSO4 √ - × MgSO4 - × × ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นปฏิกิริยารีดอกซ์ เขียนสมการแสดงปฏิกิริยารีดอกซ์ และระบุตัวรีดิวซ์และตัวออกซิ ไดส์ของแต่ละปฏิกิริยาได้ดังนี้ - โลหะ Mg ที่จุ่มใน CuSO4 Mg(s) + Cu2+(aq) → Mg2+(aq) + Cu(s) ตัวรีดิวซ์ คือ Mg(s) ตัวออกซิไดซ์ คือ Cu2+(aq) - โลหะ Zn ที่จุ่มใน CuSO4 Zn(s) + Cu2+(aq) → Zn2+(aq) + Cu(s) ตัวรีดิวซ์ คือ Zn(s) ตัวออกซิไดซ์ คือ Cu2+(aq) - โลหะ Mg ที่จุ่มใน ZnSO4 Mg(s) + Zn2+(aq) → Mg2+(aq) + Zn(s) ตัวรีดิวซ์ คือ Mg(s) ตัวออกซิไดซ์ คือ Zn2+(aq) 3. นักเรียนตอบคำถามท้ายการทดลอง ดังนี้ 1) โลหะและไอออนของโลหะคู่ใดที่เกิดปฏิกิริยาเคมี ทราบได้อย่างไร แนวคำตอบ:


คู่ที่ 1 Mg(s) และ Cu2+(aq) คู่ที่ 2 Zn(s) และ Cu2+(aq) คู่ที่ 3 Mg(s) และ Zn2+(aq) 2) สารใดเป็นตัวรีดิวซ์และสารใดเป็นตัวออกซิไดส์แต่ละปฏิกิริยาในข้อ 1 แนวคำตอบ: คู่ที่ 1 Mg(s) ตัวรีดิวซ์และ Cu2+(aq) ตัวออกซิไดส์ คู่ที่ 2 Zn(s) ตัวรีดิวซ์และ Cu2+(aq) ตัวออกซิไดส์ คู่ที่ 3 Mg(s) ตัวรีดิวซ์และ Zn2+(aq) ตัวออกซิไดส์ 3) เขียนสมการเคมีของปฏิกิริยารีดอกซ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด แนวคำตอบ: Mg(s) + Cu2+(aq) → Mg2+(aq) + Cu(s) Zn(s) + Cu2+(aq) → Zn2+(aq) + Cu(s) Mg(s) + Zn2+(aq) → Mg2+(aq) + Zn(s) 4) เรียงลำดับความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์ของโลหะ แนวคำตอบ: Mg > Zn > Cu 5) เรียนลำดับความสามารถในการเป็นตัวออกซิไดส์ของไอออนของโลหะ แนวคำตอบ: Cu2+ > Zn2+ > Mg2+ ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 1. นักเรียนพิจารณาความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดส์จากกิจกรรม 11.2 ซึ่ง เปรียบเทียบกับตาราง 11.2 ในหนังสือเรียนว่าสอดคล้องกันหรือไม่ จากรูปตัวอย่างจะเห็นว่า ธาตุโลหะหมู่หลักเป็นตัวรีดิวซ์ที่ดีกว่าธาตุโลหะแทรนซิชัน ในขณะที่ไอออนของ โลหะแทรนซิชันเป็นตัวออกซิไดส์ที่ดีกว่าไอออนของธาตุโลหะหมู่หลัก 2. นักเรียนตอบคำถามเพิ่มเติม ดังนี้ 1) จากตาราง 11.2 โลหะใดบ้างเมื่อจุ่มลงในสารละลายกรดแล้วเกิดปฏิกิริยาให้แก๊ส ไฮโดรเจน (แนวคำตอบ: K Ca Na Mg Al Zn Fe Ni Pb เพราะ H + เป็นตัวออกซิไดส์ที่ดีกว่าไอออนของโลหะ เหล่านั้น)


2) ถ้าใส่สร้อยคอทองคำ (Au) ลงในสารละลายกรดไฮโดรคลอริก (HCl) ทองคำจะเกิดการ ออกซิไดส์กลายเป็นไอออนหรือไม่ เพราะเหตุใด (แนวคำตอบ: ไม่เกิด เนื่องจากไอออนของ Au เป็นตัวออกซิ ไดส์ที่ดีกว่า H + ดังนั้น H + จึงไม่สามารถรับอิเล็กตรอนจาก Au ได้ ) 3) ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนชักถามในหัวข้อที่ยังไม่เข้าใจ ขั้นประเมิน (Evaluation) 1. ตรวจแบบบันทึกผลการทดลอง 2. นักเรียนทำแบบฝึกหัด 11.1 ในหนังสือเรียน 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี 4 2. แบบบันทึกผลการทดลองกิจกรรม 11.2 การทดลองเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์ และตัวออกซิไดส์ของโลหะและไอออนของโลหะ 3. อุปกรณ์ในการทดลอง 9. การวัดผลและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด/เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน 1. ด้านความรู้ (K) 1. นักเรียนสามารถเปรียบเทียบ ความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์ของ โลหะได้ 2. นักเรียนสามารถเปรียบเทียบ ความสามารถในการเป็นตัวออกซิไดส์ ของไอออนของโลหะได้ - การตอบคำถาม ในชั้นเรียน -แบบฝึกหัด11.1 - ข้อคำถาม - แบบฝึกหัด 11.1 - ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป 2. ด้านทักษะ/กระบวนการคิด (P) 1. นักเรียนสามารถทดลองปฏิกิริยา รีดอกซ์ระหว่างโละหะและไอออนของ โลหะคู่ต่าง ๆ ได้ - ตรวจใบงาน - กิจกรรมการ ทดลอง - แบบบันทึกผลการ ทดลอง - ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป 3. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. นักเรียนมีความรับผิดชอบต่อ งานที่ได้รับมอบหมาย 2. นักเรียนสามารถทำงานร่วมกัน ผู้อื่นได้ - การสังเกต - แ บ บ ป ร ะ เ มิ น คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ - ได้คะแนนในระดับ 3 (ดี) ขึ้นไป


10. บันทึกหลังการสอน ผลการเรียนรู้ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ................................................................................................................................................................ ปัญหาและอุปสรรค ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางสาวประภัสสร ยุบุญไชย) ครูผู้สอน


ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของครูพี่เลี้ยง ได้ทำการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่  ดีมาก  ดี  พอใช้ 2. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้  เน้นหลักการผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม  ยังไม่มีการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุง/พัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่  นำไปใช้ได้จริง  ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางสาวพจณี กุลชาติ) ครูพี่เลี้ยง ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ได้ทำการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่  ดีมาก  ดี  พอใช้ 2. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้  เน้นหลักการผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม  ยังไม่มีการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุง/พัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่  นำไปใช้ได้จริง  ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางฐปนี แก้วมะ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี


ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของหัวหน้าฝ่ายบริหารวิชาการ  อนุญาต นำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้  ควรปรับปรุง ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางสมฤดี แสนเภา) หัวหน้าฝ่ายบริหารวิชาการ


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรียนที่ 1/2566 รายวิชาเพิ่มเติม เคมี 4 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เคมีไฟฟ้า เวลา 30 ชั่วโมง เรื่อง การดุลสมการรีดอกซ์ (1) เวลา 3 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวประภัสสร ยุบุญไชย 1. สาระการเรียนรู้และผลการเรียนรู้ สาระที่ 5 สาระเคมี เข้าใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี สมดุลในปฏิกิริยาเคมี สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์เคมีไฟฟ้า รวมทั้งการนำ ความรู้ไปใช้ประโยชน์ ผลการเรียนรู้ ดุลสมการรีดอกซ์ด้วยการใช้เลขออกซิเดชันและวิธีครึ่งปฏิกิริยา 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ปฏิกิริยารีดอกซ์เขียนแทนได้ด้วยสมการรีดอกซ์ซึ่งการดุลสมการรีดอกซ์ทำได้โดยการใช้เลข ออกซิเดชันและวิธีครึ่งปฏิกิริยา 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถดุลสมการรีดอกซ์โดยวิธีเลขออกซิเดชันได้ (K) 2. นักเรียนสามารถคำนวณการดุลสมการโดยวิธีครึ่งปฏิกิริยาได้(P) 3. นักเรียนมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย (A) 4. สาระการเรียนรู้ ขั้นตอนการดุลสมการรีดอกซ์โดยวิธีเลขออกซิเดชันมีดังนี้ 1. พิจารณาเลขออกซิเดชันที่เปลี่ยนแปลง 2. ดุลเลขออกซิเดชันที่เพิ่มขึ้นให้เท่ากับเลขออกซิเดชันที่ลดลง 3. ดุลจำนวนอะตอมของธาตุที่ไม่เปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชัน - ดุลจำนวนอะตอมที่ไม่ใช่ O และ H - ดุลจำนวนอะตอม O โดยการเติม H2O และดุลอะตอม H โดยเติม H + - สำหรับปฏิกิริยาในภาวะเบส ให้เติม OHจำนวนเท่ากับ H + ทั้งสองด้านของสมการรวม H + กับ OHเป็น H2O และหักล้าง H2O ที่ปรากฏทั้งสองด้านของสมการ


ขั้นตอนการดุลสมการรีดอกซ์โดยวิธีครึ่งปฏิกิริยามีดังนี้ 1. ดุลจำนวนอะตอมของแต่ละธาตุและผลรวมประจุไฟฟ้าแต่ละครึ่งปฏิกิริยา - ดุลจำนวนอะตอมที่ไม่ใช่ O และ H - ดุลจำนวนอะตอม O โดยการเติม H2O - ดุลจำนวนอะตอม H โดยการเติม H + - ดุลจำนวนแระจุไฟฟ้า โดยการเติม e - 2. ทำจำนวน e - ในแต่ละครึ่งปฏิกิริยาให้เท่ากัน 3. รวมสองครึ่งปฏิกิริยาเข้าด้วยกัน และหักล้างจำนวนอิเล็กตรอน โมเลกุล หรือไอออนที่เหมือนกันทั้ง สองด้านของสมการ สำหรับปฏิกิริยาในภาวะเบส ให้เติม OHจำนวนเท่ากับ H + ทั้งสองด้านของสมการ รวม H + กับ OHเป็น H2O และหักล้าง H2O ที่ปรากฏทั้งสองด้านของสมการ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มีความรับผิดชอบ 7. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 5E ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. นักเรียนทบทวนความรู้เกี่ยวกับการดุลสมการเคมีทั่วไป โดยการตอบคำถามดังนี้ จงดุลสมการของปฏิกิริยาต่อไปนี้ 1) BaCl2 + HNO3 → Ba(NO3 ) 2 +HCl 2) H2 + O2 → H2O ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 1. ครูให้นักเรียนศึกษาขั้นตอนการดุลสมการรีดอกซ์โดยวิธีเลขออกซิเดชัน ขั้นตอนการดุลสมการรี ดอกซ์โดยวิธีเลขออกซิเดชันมีดังนี้ - พิจารณาเลขออกซิเดชันที่เปลี่ยนแปลง


- ดุลเลขออกซิเดชันที่เพิ่มขึ้นให้เท่ากับเลขออกซิเดชันที่ลดลง - ดุลจำนวนอะตอมของธาตุที่ไม่เปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชัน - ดุลจำนวนอะตอมที่ไม่ใช่ O และ H - ดุลจำนวนอะตอม O โดยการเติม H2O และดุลอะตอม H โดยเติม H + - สำหรับปฏิกิริยาในภาวะเบส ให้เติม OHจำนวนเท่ากับ H + ทั้งสองด้านของสมการรวม H + กับ OHเป็น H2O และหักล้าง H2O ที่ปรากฏทั้งสองด้านของสมการ 2. นักเรียนศึกษาตัวอย่างการดุลสมการรีดอกซ์โดยวิธีเลขออกซิเดชัน ตัวอย่างที่ 3 – 5 ในหนังสือ เรียน ตัวอย่างที่ 3 ดุลสมการรีดอกซ์ต่อไปนี้ Al(s) + Zn2+(aq) → Al3+(aq) + Zn(s) วิธีทำ ขั้นที่ 1 พิจารณาเลขออกซิเดชันที่เปลี่ยนแปลง Al(s) + Zn2+(aq) → Al3+(aq) + Zn(s) เลขออกซิเดชัน 0 +2 +3 0 Al มีเลขออกซิเดชันเพิ่มขึ้น 3 ส่วน Zn มีเลขออกซิเดชันลดลง 2 ขั้นที่ 2 ดุลเลขออกซิเดชันที่เพิ่มขึ้นให้เท่ากันกับเลขออกซิเดชันที่ลดลง โดยเติมเลขสัมประสิทธิ์หน้า สารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์ เพิ่มขึ้น 2 × 3 = 6 2Al(s) + 3Zn2+(aq) → 2Al3+(aq) + 3Zn(s) ลดลง 3 × 2 = 6 ขั้นที่ 3 ดุลจำนวนอะตอมของธาตุที่ไม่เปลี่ยนเลขออกซิเดชัน ซึ่งในที่นี้ไม่มีธาตุที่ไม่เปลี่ยนเลข ออกซิเดชัน ตรวจสอบความถูกต้อง โดยนับผลรวมของจำนวนอะตอมของแต่ละธาตุและประจุไฟฟ้าทางด้านซ้าย และด้านขวาของสมการ ซึ่งต้องนับได้จำนวนเท่ากัน 2Al(s) + 3Zn2+(aq) 2Al3+(aq) + 3Zn(s) จำนวน Al 2 2 จำนวน Zn 3 3 ผลรวมประจุไฟฟ้า 6 6 ดังนั้น สมการรีดอกซ์ที่ดุลแล้วเป็นดังนี้ 2Al(s) + 3Zn2+(aq) → 2Al3+(aq) + 3Zn(s) ตัวอย่างที่ 4 ดุลสมการรีดอกซ์ต่อไปนี้ Au(s) + HNO3 (aq) + HCl(aq) → HAuCl4 (aq) + NO2 (g) วิธีทำ ขั้นที่ 1 พิจารณาเลขออกซิเดชันที่เปลี่ยนแปลง Au(s) + HNO3 (aq) + HCl (aq) → HAuCl4 (aq) + NO2 (g) เลขออกซิเดชัน 0 +5 +3 +4


Au มีเลขออกซิเดชันเพิ่มขึ้น 3 ส่วน N มีเลขออกซิเดชันลดลง 1 ขั้นที่ 2 ดุลเลขออกซิเดชันที่เพิ่มขึ้นให้เท่ากันกับเลขออกซิเดชันที่ลดลง โดยเติมเลขสัมประสิทธิ์หน้า สารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์ เพิ่มขึ้น 1 × 3 = 3 Au(s) + 3HNO3 (aq) + HCl (aq) → HAuCl4 (aq) + 3NO2 (g) ลดลง 3 × 1 = 3 ขั้นที่ 3 ดุลจำนวนอะตอมของธาตุที่ไม่เปลี่ยนเลขออกซิเดชัน และไม่ใช่ O และ H ในที่นี้คือ Cl Au(s) + 3HNO3 (aq) + 4HCl (aq) → HAuCl4 (aq) + 3NO2 (g) ดุลจำนวนอะตอม O ด้วย H2O โดยการเติม 3H2O และดุลอะตอม H ซึ่งในที่นี้ค่าเท่ากันทั่งสองด้านของ สมการแล้ว เพื่อทำให้จำนวนอะตอมของ O เป็น 9 และ H เป็น 7 เท่ากันทั้งสองข้างของสมการ Au(s) + 3HNO3 (aq) + 4HCl (aq) → HAuCl4 (aq) + 3NO2 (g) + 3H2O ตรวจสอบความถูกต้อง โดยนับผลรวมของจำนวนอะตอมของธาตุแต่ละธาตุและประจุไฟฟ้าทาง ด้านซ้ายแล้วขวาของสมการ ซึ่งต้องได้จำนวนเท่ากัน Au(s) + 3HNO3 (aq) + 4HCl (aq) HAuCl4 (aq) + 3NO2 (g) + 3H2O จำนวน Au 1 1 จำนวน N 3 3 จำนวน Cl 4 4 จำนวน O 9 9 จำนวน H 7 7 ผลรวมประจุไฟฟ้า 0 0 ดังนั้น สมการรีดอกซ์ที่ดุลแล้ว เป็นดังนี้ Au(s) + 3HNO3 (aq) + 4HCl (aq) → HAuCl4 (aq) + 3NO2 (g) + 3H2O ตัวอย่างที่ 5 ดุลสมการรีดอกซ์ต่อไปนี้ Zn(s) + MnO4 - (aq) → Zn2+(aq) + MnO2 (s) (ในภาวะเบส) วิธีทำ ขั้นที่ 1 พิจารณาเลขออกซิเดชันที่เปลี่ยนแปลง Zn(s) + MnO4 - (aq) → Zn2+(aq) + MnO2 (s) เลขออกซิเดชัน 0 +7 +2 +4 Zn มีเลขออกซิเดชันเพิ่มขึ้น 2 ส่วน Mn มีเลขออกซิเดชันลดลง 3 ขั้นที่ 2 ดุลเลขออกซิเดชันที่เพิ่มขึ้นให้เท่ากันกับเลขออกซิเดชันที่ลดลง โดยเติมเลขสัมประสิทธิ์หน้า สารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์ 3 × 2 = 6 3Zn(s) + 2MnO4 - (aq) → 3Zn2+(aq) + 2MnO2 (s) 2 × 3 = 6


Click to View FlipBook Version