The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติดอนสบเปือ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mannatthawat.115, 2021-06-19 01:58:53

ประวัติดอนสบเปือ

ประวัติดอนสบเปือ

Keywords: ประวัติดอนสบเปือ,ดอนสบเปือ

DONSUBPUEA I NAN

DONSUBPUEA I NAN

เรียบเรียงโดย : นายณฐั วัตร โนราช

คำนำ

จังหวัดน่านมีประวัติความเป็นมาที่เก่าแก่ยาวนาน มีชื่อเรียกในพงศาวดารว่า นันทบุรี เมือง
น่านในอดีตเป็นนครรัฐเล็ก ๆ ก่อตัวขึ้นราวกลางพุทธศตวรรษที่ 18 บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำน่านและ
แม่น้ำสาขาในหบุ เขาทางตะวนั ออกของภาคเหนือ มีชนหลายเช้ือชาติมาอยู่รวมกัน จึงมีประเพณีและ
วัฒนธรรมท่ีหลากหลายบางอย่างยังคงเดิม แต่บางอย่างกเ็ ปล่ียนแปลงไปตามกระแสความเจรญิ และ
ก่อนทจ่ี ะมปี ระเพณวี ัฒนธรรม ก็ตอ้ งมี "ชุมชนทอ้ งถ่ิน" เกิดขึ้นกอ่ น แต่ละชุมชนมีประวัติความเป็นมา
และพัฒนาการที่ทแี ตกตา่ งกันตามชว่ งของการเปล่ยี นแปลง

การศึกษาประวัติความเป็นมาของชุมชนจึงเป็นเสมือนการศึกษาประวัติความเป็นมาของ
บรรพบุรุษ ทำให้รู้จักตัวเอง รู้จักอดีต เห็นความสำคัญ เห็นคุณค่า ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างคน
ในชุมชนที่ผ่านมาสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องเล่าสืบต่อกันมาและบางช่วงก็ขาดหายไปโดยเฉพาะใ น
ปัจจุบันสถานการณ์ สิ่งแวดล้อม สภาพครอบครัวเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ความสัมพันธ์ในชุมชน
เปลี่ยนแปลงไปด้วย เท่ากับเป็นการตัดอดีตไปด้วย เพราะเด็กจะรับรู้แต่เรื่องราวสมัยใหม่ ไม่สนใจ
เรอื่ งราวในอดีต

บา้ นดอนสบเปือ ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ชมุ ชนหน่ึงของอำเภอเชียงกลาง ในอดีตบา้ นดอนสบเปือ
เมื่อประมาณปีพุทธศักราช 2357 เป็นระยะเวลานับย้อนหลังได้ 207 ปี (ผู้เขียนได้จัดทำเนื้อหาในปี
2564) สถานที่แห่งนี้เป็นที่ดอนหลงทางสายแม่น้ำน่านเดิม (สายน้ำเดินผิดทางและกลับเดินสายน้ำ
เดิม) อ้อมไปด้านหลังของโรงเรียนบ้านดอนสบเปือ ปัจจุบันเป็นหนองน้ำชื่อว่า “หนองสัก” เม่ือ
สายน้ำเปลี่ยนทางที่เห็นปัจจุบันจึงเกิดที่คอนทรายมูลขึ้นเป็นที่สะสมของซากพืชซากสัตว์เป็นป่า
ละเมาะ ป่าอ้อ ป่าแขม เหมาะสำหรับทำไร่ทำนาข้าม การข้ามลำน้ำน่านมาทำไร่ทำนาและปลูก
กระท่อมปลูกเพิงหมาแหงนอยู่เพราะเห็นว่าเป็นที่มีความอุดมสมบูรณ์ จากการพัดพาของน้ำน่านนำ
ซากพืชซากสัตว์มาเป็นดอนทรายที่อุดมไปด้วยปุ๋ยของพืช เมื่อปีพุทธศักราช 2367 ได้ร่วมปลูกสร้าง
บ้านเรือนที่อยูอ่ าศัยเป็นหมู่บ้านขึ้น ทิศเหนือจดติดกับป่า ทิศใต้ติดกับลำน้ำเปือ ทิศตะวันออกติดกับ
นำ้ กมุ่ และปา่ แพะห้วยเล่ือน ทศิ ตะวันตกติดกับน้ำนา่ น

แม้จะมีประวัติความเป็นมายาวนาน แต่นักเรียน เยาวชนหรือคนรุ่นใหม่ไม่รู้ประวัติความ
เป็นมา ไม่รู้ว่ามีการพัฒนามาอย่างไร คนกลุ่มแรกที่มาตั้งรกรากเป็นใคร จากไหน ด้วยเหตุผลใด
ตระกูลใครบ้าง บรรพบุรุษของตัวเองเป็นใคร เพื่อจะได้เรียนรู้หรือรู้จักวิถีชีวิตของคนในอ ดีต
ความสัมพันธ์ ความสำคัญของคนในชุมชนที่มีต่อกัน เป็นการย้อนกลับไปหา "ราก" ซึ่งเป็นที่มาของ
ปจั จุบัน

DONSUBPUEA I NAN

เรยี บเรียงโดย : นายณัฐวัตร โนราช

แม้ว่าการตั้งถ่ินฐานยุคแรกจะมีการเล่าต่อกันมาบ้าง แต่ไม่มีข้อมูลเด่นชัด การจะศึกษา
ประวัติศาสตรท์ ้องถ่ินจงึ มีความจำเปน็ ต้องศึกษาข้อมูล หลักฐานทางโบราณคดี แหล่งวัฒนธรรม การ
เปลี่ยนแปลงรูปแบบวิถีชีวิต การใช้ทรัพยากร ตั้งแต่เริ่มต้นของการที่คนกลุ่มหนึ่งอพยพเข้ามา ตั้งถิ่น
ฐานในอดีต จึงเปน็ ทน่ี ่าสนใจในการศึกษาประวดั ิศาสตรท์ ้องถน่ิ ของตัวเอง

ณัฐวตั ร โนราช
ผู้จดั ทำ

DONSUBPUEA I NAN

เรยี บเรียงโดย : นายณฐั วัตร โนราช

ยกมือสานพอ่ หนานพ่อน้อย หนมุ่ น้อยต้งั หลาย
ทั้งหญงิ และท้ังจายอา่ นสารเนอ้ เจ้า ประวัตเิ ป็นแตเ่ กา้ นมนาน
ดอนชัยใหญ่กวา้ งสร้างมาหลายปี๋ ไดผ้ นู้ ำดฮี ู้กดึ๊ ฮ้สู รา้ ง
เมอ่ื สองรอ้ ยเจด็ ปมี๋ ีคนมาสร้าง หอื้ เป็นหมู่บา้ นชุมชนใหญข่ ้นึ

DONSUBPUEA I NAN

เรยี บเรยี งโดย : นายณัฐวัตร โนราช

DONSUBPUEA I NAN

เรยี บเรยี งโดย : นายณัฐวัตร โนราช

ประวัตบิ า้ นดอนสบเปอื
หมู่ที่ 7 ตำบลเปือ อำเภอเชยี งกลาง จังหวดั นา่ น

“ยกมือสานพ่อหนานพ่อน้อย หนุม่ น้อยตั้งหลาย
ทัง้ หญงิ และท้งั จายอา่ นสารเนอ้ เจา้ ประวตั ิเปน็ แตเ่ กา้ นมนาน
ดอนชยั ใหญก่ ว้างสรา้ งมาหลายปี๋ ไดผ้ ู้นำดีฮ้กู ด๊ึ ฮู้สร้าง
เม่อื สองรอ้ ยเจด็ ป๋ีมีคนมาสร้าง หื้อเปน็ หมูบ่ า้ นชุมชนใหญ่ขึ้น”

ประวัติบ้านดอนสบเปือ หมู่ที่ 7 ตำบลเปือ อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน เมื่อประมาณปี
พุทธศักราช 2357 เป็นระยะเวลานับย้อนหลังได้ 207 ปี (ผู้เขียนได้จัดทำเนื้อหาในปี 2564) สถานท่ี
แห่งนี้เป็นที่ดอนหลงทางสายแม่น้ำน่านเดิม (สายน้ำเดินผิดทางและกลับเดินสายน้ำเดิม ) อ้ อมไป
ด้านหลังของโรงเรียนบ้านดอนสบเปือ ปัจจุบันเป็นหนองนำ้ ช่ือว่า “หนองสัก” เมื่อสายนำ้ เปลีย่ นทาง
ที่เห็นปัจจุบันจงึ เกิดท่ีคอนทรายมลู ขึน้ เป็นท่ีสะสมของซากพืชซากสัตว์เป็นป่าละเมาะ ป่าอ้อ ป่าแขม
เหมาะสำหรับทำไร่ทำนา ต่อมาก็มีบุคคลสามท่านมาเห็นที่ดังกล่าว เหมาะสำหรับทำสวนไร่นาจึงได้
ชวนกันมาทำไร่ข้าวและตอ่ มากช็ วนกันอพยพครอบครัวมาจากบา้ นเดมิ คือ บา้ นส้อ และบา้ นต้นกอ้ เก่า
ก่อนผู้อื่นคือ 1. ครอบครัวพ่อแสนเขื่อน 2. ครอบครัวพ่อเฒ่าสะตัด หรือสุทัศน์ 3. ครอบครัวพ่อแสน
จอ๋ ม ได้อพยพครอบครวั พาลูกพาเมีย และผู้ตดิ ตามจำนวนหนึง่ จากบ้านสอ้ มคี รอบครวั พอ่ ใจวฒุ ิ พอ่

2

DONSUBPUEA I NAN

เรียบเรยี งโดย : นายณฐั วัตร โนราช

แสนราช และชาวบ้านต้นก้อมีครอบครัวพ่อแสนอินต๊ะปัญญา ข้ามลำน้ำน่านมา ทำไร่ทำนาและปลูก
กระท่อมปลูกเพิงหมาแหงนอยู่เพราะเห็นว่าเป็นที่มีความอุดมสมบูรณ์ จากการพัดพาของน้ำน่านนำ
ซากพืชซากสัตว์มาเป็นดอนทรายที่อุดมไปด้วยปุ๋ยของพืช เมื่อปีพุทธศักราช 2367 ได้ร่วมปลูกสร้าง
บ้านเรอื นทอ่ี ยู่อาศยั เปน็ หมู่บา้ นขนึ้ ทิศเหนอื จดตดิ กบั ป่า ทิศใต้ติดกบั ลำน้ำเปือ ทศิ ตะวันออก ติดกับ
น้ำกุ่มและป่าแพะห้วยเลื่อน ทิศตะวันตกติดกับน้ำน่าน บุคคลทั้งสามและคณะท่านเป็นผู้มีสติปัญญา
(กำกึ๊ด) และเข้มแข็งมากในสมัยนั้น จึงพากันทำไร่ ทำนา ทำเหมือง ทำฝายขึ้น ทุกๆคนพร้อมญาติ ๆ
และ ผตู้ ดิ ตามประมาณ 16 คนกม็ าคดิ รเิ ร่ิมทำฝาย ทำเหมืองทงุ่ เหล่าก่อน เม่อื ฝายทำเหมืองได้น้ำเข้า
นา ก่อนทำนาก็มาแบ่งท่ีนากันตามสดั ตามส่วนคนใดเป็นหัวหนา้ หรือผู้มีความคิดริเริม่ ในการขุดนาจะ
ได้ที่นาสองส่วน สามส่วนก็แล้วแต่จะตกลงกัน สมัยนั้นก็พากันทำนาทางตะวันออกบ้านคือทุ่งหนอง
และทุ่งเหล่า ไดข้ ้าวไดป้ ลาเป็นที่อดุ มสมบูรณ์สมใจแล้ว ตอ่ มาคนก็พากนั อพยพจากที่อ่ืนเพ่ิมเข้าจึงพา
กนั มารเิ ริม่ ทำเหมืองทงุ่ ใหม่ พ่อแสนเข่อื น และพอ่ แสนอิน ตะ๊ ปญั ญาเป็นหวั หน้าเหมอื งเสน้ ด้านใต้ พ่อ
แสนจอม เป็นหวั หน้าเหมอื งเส้นกลางทงุ่ เหลา่ พ่อแสนราชเป็นหวั หนา้ ฝา่ ยทงุ่ ใหม่ พอทำเหมืองทำฝาย
เสร็จเรียบร้อยทุกทา่ นพร้อมลูกทีม และผู้ที่ร่วมทำเหมอื งฝ่ายก็มาแบ่งทีด่ ินเพือ่ ทำนากันตามประสาพี่
น้อง สมัยนั้นที่ดินกว้าง 20 วา ยาว 20 วา เขาเรียกวา่ ก๋วมหนึ่ง (1 ไร่) เขาไม่เรียกวา่ ไร่เพราะยังไม่มี
มาตราวัดเหมือนสมัยนี้พอทำไรท่ ำนาได้ข้าวมากไม่อดอยากก็มีคนอพยพเขา้ มาเพิ่มข้ึนเร่ือย ๆ ก็มาต้ัง
พ่อจ่อม เป็นหัวหน้าบ้านเรียกว่า แสนอ๋อม สมัยนั้นไม่เรียกว่าผู้ใหญ่บ้าน เขาจะเรียกว่าพ่อแสนบ้าน
หรอื พอ่ หลวงบา้ นหมูบ่ า้ นกเ็ จรญิ รุ่งเรืองมาตามลำดับ

ประวตั ิการสรา้ งวดั ศรชี ุม (ชือ่ วัดศรีชมุ ในสมยั นน้ั คือวัดพระบาทดอนสบเปอื ม.7 ในปจั จุบัน)
ในปัจจุบันวัดศรีชุมเป็นชื่อวัดที่ตั้งอยู่บ้านป่าแดง ม.8 ตามที่ได้รับการเล่าขานและสันนิษฐานตาม
หลักฐานที่ปรากฏที่หลงเหลือ เช่น ก้อนอิฐ หอธรรม ธรรมมาตร แท่นพระ พระพุทธรูปที่แกะด้วยไม้

3

DONSUBPUEA I NAN

เรยี บเรยี งโดย : นายณัฐวัตร โนราช

สักเป็นลักษณะการแกะสลักลงลักปิดทอง กลองยาวที่ยาว 3 เมตร พระประธานเป็นรูปปั้นที่งดงาม
มากและอื่น ๆ อีกหลายอย่างที่พระครูวิสุทธินันทวัฒน์ กาวรธัมโม และคณะกรรมการรวมท้ัง
พุทธศาสนิกชนทกุ คนไดอ้ นุรักษ์ไวใ้ หล้ ูกหลานได้ศกึ ษา(ปัจจุบนั อยู่ที่วดั ศรีชมุ บ้านป่าแดง)

ความเดิมพ่อแสนจ๋อม ได้ชักชวนให้ชาวบ้านช่วยกันปั้นก้อนอิฐ จากซากเดิมที่มีร่องรอย
ขนาดกว้าง 6 นิ้ว ยาว 12 น้วิ หนา 2 นวิ้ ทำขึ้นบริเวณด้านทิศตะวันตกของฝั่งนำ้ น่านตรงหาดหมาไหล
ข้างห้วยสอน ป้ันเสรจ็ เผาเรยี บร้อยช่วยกันหาบข้ามลำนำ้ นา่ นคนละ 4 - 6 ก้อน เพื่อมาสรา้ งวดั ข้ึนเม่ือ
ประมาณปี พ.ศ. 2385 ไดต้ ้ังชือ่ ว่า วัดศรีชุม (เป็นเพราะมตี ้นศรีมหาโพธิ์ขนาดใหญ่ใชค้ นโอบประมาณ
5 คนขึ้นไปเป็นร่มเงาสำหรับนั่งพักผ่อนข้างฝั่งน้ำเปือที่ใสสะอาดยามมาได้ทำบุญตักบาตร) ได้สร้าง
พระวิหารเป็นลักษณะวิหารของวัดไทลื้อ(คล้ายวิหารไทลื้อวัดหนองแดง ม.1 ต.เปือ อ.เชียงกลาง จ.
นา่ น) เล่าว่าสร้างพร้อมๆกัน ได้จา้ งชา่ งชาวม่าน (พม่า) มาปน้ั พระพทุ ธรปู ขนึ้ สวยงามและอิ่มเอิบ ปาง
เอกวาดภาพเก่ียวกบั พุทธประวตั ิของพระพุทธเจ้าแต่อดีตชาติปางก่อนสวยงามมาก (หากได้อนุรักษ์ไว้
กรมศลิ ปากรคงเกบ็ ไว้เป็นแหล่งศึกษาคน้ คว้าต่อไป) เม่ือมวี ดั มีสิง่ ยดึ เหนี่ยวจิตใจ มีความอุดมสมบูรณ์
ก็มีหลังคาเรือนเพิ่มขึ้นเมื่อพ่อแสนจ๋อมได้ถึงแก่กรรม ขาดผู้นำทางหมู่บ้านจึงแต่งตั้ง พ่อราชขึ้นเป็น
หัวหน้าบ้านแทนเรียกว่า พ่อแสนราช ขณะนั้นยังไม่มีนามสกุลเมื่อพ่อแสนราชได้ถึงแก่ กรรมลง
ประมาณสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการตั้งนามสกุลข้ึนโดยแบง่ ถนนเส้นหน้าวัดปัจจุบันไปถึงทุ่งใหม่ ไปทาง
ทิศเหนือมองจากวัดขึ้นไป ฝั่งตะวันออกถนนให้ใช้นามสกุลยศอาลัย ฝั่งตะวันตกของถนนให้ใช้
นามสกุลโนราช (มาจากพ่อแสนราช) และนามสกุลคำวงศ์ คำยันต์ ตามแต่ผู้ที่จะเลือกใช้จากน้ัน
หมู่บา้ นจงึ แต่งต้ังพ่อชัย โนราชเปน็ หวั หนา้ บา้ น ในสมัยของพ่อชยั โนราช เรียกผใู้ หญ่บ้านตั้งแต่นั้นมา
ท่านเป็นผู้ใหญ่บา้ นได้หนึ่งปีท่านก็มาเกิดอุบัตเิ หตุถูกเสือกัดท่ีนิ้วเท้าสมัยนั้นมีเสือมากมาย บางวันมา
ลากเอา วัว หมู สุนขั ไป กนิ บ่อยๆ ไมม่ ีอาวุธท่จี ะสกัดพวกสัตว์รา้ ยพวกน้ีได้นอกจากการก่อกองไฟสุม
ไว้ในเวลากลางคืน จุดไต้ (ตะเกียงขี้กวาง) เพราะไม่มีไฟฟ้า จากการเล่าขานมาท่านก็ได้ลาออกจาก
การเป็นผู้ใหญ่บ้าน ทางหมู่บ้านก็มาแต่งตั้งพ่อนันตา ไชยวุฒิ ขึ้นเป็นผู้ใหญ่บ้าน ต่อมาเมื่อพ่อนันตา
ไชยวุฒิ ถึงแก่กรรมชาวบ้านก็มาแต่งตั้ง พ่อบุญศรี พันธยอด ขึ้นเป็นผู้ใหญ่บ้าน ปีนั้นเกิดสงครามโลก
ครั้งที่สองพิพาทอินโดจีนปี 2485 พ่อบุญศรี พันธยอด ลาออกจากการเป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่บ้านก็มา
แต่งตัง้ พอ่ ชยั ยศอาลยั ข้นึ เป็นผ้ใู หญบ่ า้ นและไดร้ ับ แต่งตัง้ เปน็ กำนันตำบลเปือ (ควบคุมถึงตำบลพระ
ธาตุในปัจจุบัน) เป็นกำนันคนที่สามของตำบลเปือ ต่อมาเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2490 ได้เกิด
น้ำนองหลวง (อุทกภัยครั้งใหญ่) ทางหมู่บ้านเกิดความคิดเห็นแตกตา่ งกันบางกลุ่มบางพวกก็จะอพยพ
ขึ้นไปอยู่ทางแพะป่าแดง (ปัจจุบันคือบ้านป่าแดง ม.8) บางกลุ่มบางพวกก็จะขึ้นไปอยู่แพะห้วยเลื่อน
(ปัจจบุ นั คอื บ้านห้วยเลอื่ น ม.6) บางกลุ่มก็ไม่ไปไหนจะอย่ทู ่เี ดิมบ้านดอนสบเปือเหมือนเดิม

ในวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2498 คณะกรรมการหมู่บ้านนำโดยกำนันชัย ยศอาลัย สารวัตร
กำนนั พ่อบญุ รัตน์ ไชยวฒุ ิ ไวยาวัจกรมีอุบาสกทีเ่ ปน็ แกนนำพ่ออุ้ยยศ ยศอาลัยมัคทายก พ่อนานสุภา

4

DONSUBPUEA I NAN

เรยี บเรยี งโดย : นายณฐั วัตร โนราช

คำวงค์ พ่ออุ้ยอินปั๋น ยศอาลัย พ่อยใจ โนราช พ่ออุ้ยวงศ์ โนราชได้พากันไปแจ้งการครอบครองที่ดิน

ของวัดศรีชุม ได้ใบ ส.ค.1 เลขที่ 381 หมู่ที่ 4 ตำบลเปือ อำเภอและ (อำเภอทุ่งช้างปัจจุบัน) จังหวัด

น่าน มีนายสงวน ทพิ ยศ์ ักดิ์ ผู้รับแจ้ง ทด่ี นิ มเี น้อื ท่ี 4 ไร่ 50 ตารางวา ทิศเหนอื ตดิ กบั ถนน ทศิ ใต้ติดกับ

น้ำเปอื ทิศตะวันออกที่ดินได้มาจากมัคนายกในอดตี บรจิ าค สภาพทีด่ ินกลั ลปณา (ท่ีดนิ ท่ีมีบุคคลจงใจ

ให้ ) ตั้งแต่ พ.ศ. 2497 จดกับฝั่งและทุ่งนา ทิศตะวันตกติดกับแม้น้ำน่าน (ข้อมูลจากสำเนาเอกสาร

ส.ค. 1)

ต่อมาก็มีผู้ที่จะปลูกเรือนใหม่แยกครอบครัวก็ย้ายขึ้นไปทางบ้านป่าแดง และย้ายไปอยู่ทาง

บ้านห้วยเลื่อน ทำให้บ้านดอนสบเปือเดิมแยกเปน็ 3 หมู่บ้านตั้งแต่น้ันมา และวัดศรีชุมที่อยู่บ้านดอน

ก็เกิดน้ำเปือกัดเซาะเกือบถึงกำแพงวัดทางทิศใต้ คณะกรรมการหมู่บ้านขณะนั้นมี 3 หมู่บ้านจึงมีมติ

ย้ายเอาวัดศรีชุม ไปไว้ที่บ้านป่าแดง ผู้นำทุกคนชาวบ้านทุกคนรุ่นปู่ย่าตายาย ได้ช่วยกันทำนุบำรุง

ศาสนามาตลอดจงึ ยา้ ยไป ต้นโพธ์ิที่คู่กับวัดมาชา้ นานก็ลม้ ลงและไหลไปตามลำนำ้ เปอื ในทส่ี ดุ

การสร้างวัดศรีชุมได้ย้ายไปที่บ้านป่าแดงได้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 โดยศรัทธาทั้ง 3

หมูบ่ ้าน ชว่ ยกันสรา้ งมาตลอดจนแล้วเสร็จ ห่างจากบ้านดอนสบเปือและบา้ นห้วยเล่ือนประมาณ 2 -3

กิโลเมตร พอย้ายวัดออกไปลำน้ำเปือก็เปลี่ยนทางน้ำไหลไปทางอื่นห่างออกไปจากที่วัดเดิม และทั้ง3

หมบู่ า้ นอยใู่ นความปกครองของกำนนั ชยั ยศอาลยั กำนนั ตำบลเปอื มคี วามเจริญรงุ่ เรืองและมีชื่อเสียง

ไปทั่วอำเภอและ หรืออำเภอทุ่งช้างปัจจุบัน จนได้รับรางวัลกำนันแหนบทองคำ ในปี พ.ศ. 2516

กำนันชยั ยศอาลยั ได้เกษยี ณอายุและไปมีครอบครวั ใหม่อยู่ท่ีบา้ นหนองแดง ทางหมู่บ้านได้เลือกนาย

เสาร์ โนราช ขน้ึ เป็นผู้ใหญ่บา้ นเมอ่ื ปี พ.ศ. 2516 ตอ่ มาได้รับเลือกเปน็ กำนันตำบลเปือในปี พ.ศ. 2528

และปกครองบ้านตอนสบเปอื ดว้ ย ต่อมา พ.ศ.2531 นายเสาร์ โนราชกเ็ กษยี ณอายทุ างหมบู่ า้ นได้เลือก

นายคำ ยศอาลัย ขึ้นเป็นผู้ใหญ่บ้านปกครองหมู่บ้านจนถึงปี พ.ศ. 2538 นายคำ ยศอาลัย ก็

เกษียณอายุทางหมู่บ้านได้เลือกนายฉัตรชัย จิตตรง ขึ้นเป็นผู้ใหญ่บ้าน ต่อจากนั้นนายฉัตรชัย จิตตรง

ได้ทำผลงานดีเด่นจนได้รับเลือก เป็นผู้ใหญ่บ้านดีเด่นแหนบทองคำ ในปี พ.ศ.2538 ต่อมาได้รับเลือก

เปน็ กำนันตำบลเปอื และยังแสดงใหเ้ ห็นวา่ ผู้นำทุกคนไดพ้ ฒั นาหมบู่ า้ นใหด้ ขี ึ้นมาโดยลำดับ

นับถอยหลังตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2346 ถึง พ.ศ.2562 ได้ 200 กว่าปี มีหัวหน้าบ้านและ

ผ้ใู หญ่บา้ น กำนันปกครองมาถึงปัจจุบันคอื

1. แสนเข่อื น ตำแหน่ง ผใู้ หญ่บา้ น

2. แสนจอม ตำแหนง่ ผู้ใหญ่บ้าน

3. แสนราช ตำแหน่ง ผใู้ หญ่บ้าน

4. นายชยั โนราช ตำแหน่ง ผู้ใหญบ่ ้าน

5. นายนนั ตา ไชยวฒุ ิ ตำแหน่ง ผใู้ หญบ่ า้ น

6. นายบุญศรี พนั ธยอด ตำแหน่ง ผูใ้ หญ่บ้าน

5

DONSUBPUEA I NAN

เรียบเรยี งโดย : นายณฐั วัตร โนราช

7. นายชยั ยศอาลัย ตำแหน่ง กำนนั ตำบลเปือพระธาตุ
8. นายเสาร์ โนราช ตำแหน่ง กำนนั ตำบลเปอื
9. นายคำ ยศอาลยั ตำแหน่ง ผใู้ หญบ่ ้าน
10. นายฉัตรชัย จิตตรง ตำแหน่ง กำนนั ตำบลเปอื
11. นายณรงค์ ยศอาลยั ตำแหน่ง ผใู้ หญบ่ ้าน
12. นายพเิ ชษฐ๋ คำวงค์ ตำแหน่ง ผู้ใหญ่บา้ น (คนปัจจุบนั )
จากการนำโดยกำนันฉัตรชัย จิตตรง และคณะผู้เฒ่าผู้แก่กรรมการหมู่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน
สารวัตร กำนัน หัวหมวดของคุ้มต่างๆ ตลอดจนประชาชนทุกคนในหมู่บ้านทุกคน และความต่อ
เนื่องมาจากการนำเอารอยพระพุทธบาทขึ้นมาจากแม่น้ำน่าน โดยการจุดประกายจากท่านพระครู
ชัยวัฒน์ อชิโต จากวัดท่าซุง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี และคณะลูกศิษย์ของท่านพระฤษีลิงดำได้
นั่งวิปัสนากรรมฐานรจู้ ากญานจึงได้พาคณะศษิ ยานศุ ิษยไ์ ด้ตามรอยพระพุทธบาทจากการได้รับฟังการ
เล่าขานจากท่าน พระครูชัยวัฒน์ อชิโต ท่านได้พาคณะได้เดินทางขึ้นมาทางภาคเหนือเพื่อตามรอย
พระพุทธบาทโดยระเหเร่ร่อนข้ามวันข้ามคืน ตลอดการเดินทางขึ้นภาคเหนือจนเกือบจะเกิดความ
ท้อแท้เพราะเดินทางไกลไปที่ไหนก็ถามชาวบ้านมาหลายหมู่บ้าน หลายอำเภอ หลายจังหวัดที่มีรอย
พระพทุ ธบาทท่ีมีก็ไมเ่ หมือนในที่นมิ ิตรของท่านจนในท่สี ุดไดท้ ราบวา่ มีอยู่ท่ีทา่ นำ้ ทางบ้านดอนสบเปือ
จึงได้ตามมาจนพบเห็นรอยพระพุทธบาทที่อยู่รมิ น้ำน่านทศิ ตะวันออก ใกล้ๆกับที่ประดิษฐานปจั จบุ ัน
โดยพบครั้งแรกท่านตะลงึ มากบอกช่างอัศจรรย์จริงๆ ไมค่ ดิ ว่าในนมิ ติ รจะเป็นความจริงเพียงนี้ ท่านได้
ทำการอธิษฐานหากเป็นสิ่งที่เป็นรอยพุทธพระบาทอันศักดิ์สิทธิ์ขอให้ยกก้อนหินก้อนใหญ่นั้นขึ้นและ
ขอนำขึ้นไปประดิษฐานบนฝงั่ น้ำ ทา่ นก็สามรถยกก้อนหินก้อนใหญน่ ัน้ ขึน้ สร้างความตกตะลึงให้กับศิษ
ยานุศิษย์และผู้ที่อยู่ร่วม ณ ที่นั้นเป็นอย่างยิ่ง หลังจากนั้นเป็นการจุดประกายทำให้ผู้นำหมู่บ้านได้
ช่วยกันสร้างโดยท่านและคณะได้ให้ทุนการก่อสร้างจนสำเร็จเป็นที่สักการบูชาของเราชาว
พุทธศาสนิกชนมาจนถงึ ทุกวนั นี้
เม่อื มรี อยพระพทุ ธบาทขึ้นเปน็ ที่สักการบูชาเป็นทย่ี ึดเหน่ียวจติ ใจชาวบ้าน จึงมีความคดิ ว่าเรา
น่าจะมีการสร้างวัดขึ้นมาใหม่แทนวัดเดิม แรงบันดาลใจมาจากรอยพระพุทธบาทที่มีส่วนกระตุ้นจุด
ประกายให้กับชาวบ้าน เนื่องจากการเดินทางไปวัดศรีชุม (ย้ายไปอยู่ที่บ้านป่าแดง ม.8) มีผู้เฒ่าผู้แก่
โอดครวญจะไปวัดวันไหนถา้ ไม่มลี กู หลานไปรับ - ส่งก็จะไปไม่ถึงจึงเป็นแรงเสริมอีกแรงหนึ่งที่ผ้เู ฒ่าผู้
แกใ่ หก้ ารสนบั สนนุ ท่จี ะสรา้ งวัดข้ึน
เริ่มจากการประชุมประจำเดือนของโดยการนำของกำนันฉัตรชัย จิตตรง ในวันที่ 3 เดือน
มิถุนายน พ.ศ. 2545 จากการที่ผู้ช่วยทอง อันชัน ได้ไปทำงานที่วัดบ้านทุ่งผึ้งได้ไปพบกับท่านพระ
อาจารย์ บำรงุ (ณรงค์) ญาณสโี ร เจ้าอาวาสวดั ทุ่งผ้ึงได้พาท่านดูรอยพระพุทธบาทและมาแวะดูวัดร้างก็
เลยสอบถามกันว่าชาวบ้านมีแรงศรัทธาจะต้องการสร้าวัดใหม่หรือไม่ เพราะท่านมีประสบการณ์ใน

6

DONSUBPUEA I NAN

เรยี บเรียงโดย : นายณัฐวัตร โนราช

การสร้างวัดมาแล้วหลายแห่ง หากมีความต้องการจะเป็นผู้หนึ่งพร้อมที่จะให้การสนับสนุนหา
แหล่งที่มาของผู้ที่มีจิตศรัทธาที่จะสร้างวัดให้ โดยชาวบ้านเป็นแรงงานแรงทรัพย์บางส่วน ทางผู้ช่วย
ทอง อนั ชั้น ได้นำความจากพระอาจารยบ์ ำรุง (ณรงค)์ ญาณสโี ร มาเขา้ ประชุมประจำเดือน ในวันท่ี 4
มิถุนายน พ.ศ. 2545 ชาวบ้านจึงมีมติตกลงจะสร้างวัดใหม่ขึ้นโดยให้ชื่อสำรองไว้วา่ วัดพระบาทดอน
สบเปอื

ต่อมาเมื่อมีมติของชาวบ้านทุกคนได้พร้อมใจกันที่จะสร้างแล้ว ทางกำนันฉัตรชัย จิตตรง
พรอ้ มคณะกรรมการหมู่บ้านทุกคนได้ขอเปล่ียนแปลงโรงเล้ียงไหม ซง่ึ เป็นสถานท่ีทางราชการให้ใช้ ใน
วันวิสาขบูชา พระอาจารย์บำรุง(ณรงค์) ญาณสโี ร ได้พาชาวบ้านไปขออธิษฐานสรา้ งวดั จากนัน้ ในวนั ท่ี
6-7 มิถุนายน พ.ศ. 2545 ได้ถือกระเบื้องหลังคาโรงเลี้ยงไหม ในวันที่ 12,13,14,20,21,25-28
มิถุนายน พ.ศ. 2545 ได้สร้างสำนักสงฆ์เสร็จเรียบร้อยปานเนรมิตร เพราะด้วยความสมัครสมาน
สามัคคีของพี่น้องชาวบ้านคอนสบเปือ บ้านห้วยเลื่อนและผู้ที่ให้ความสนับสนุน ในวันที่ 27 มิถุนายน
พ.ศ. 2545 ทางคณะกรรมการหมูบ่ ้านได้พร้อมใจกนั ไปนิมนต์ พระอาจารยท์ วศี กั ด์ิ (ตุ๊ลงุ ทองสุข) พุทธ
จิตโต มาจากจังหวัดเชยี งใหม่ เพราะท่านเป็นพระนักเทศน์ซ่ึงชาวบ้านเคยนิมนตท์ ่านมาเข้ารกุ มูล(วัด
ปา่ ทป่ี า่ สสุ านบ้านดอนสบเปือ) ใหม้ าดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ฝ่ายสงฆ์ได้กำหนดเขตวางศิลาฤกษ์งาน
ก่อสร้างอุโบสถวัดพระบาทดอนสบเปือ ในวันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 ตรงกับขึ้น 2
ค่ำ เดือนเกี๋ยง (เดือน 12) โดยรับความเมตตาจาก พระมหาดิรก วชิรปญโญ รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน
วัดพญาภู อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พระครูนันทชัยคุณ เจ้าคณะอำเภอเชียงกลาง วัดหนองแดง
อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน พร้อมคณะสงฆ์อำเภอเชียงกลาง ประธานฝ่ายฆราวาสทางหมู่บ้าน
ได้รบั ความอนุเคราะห์การเปน็ เจา้ ภาพเปน็ ประธานถวายพระประธานในวหิ าร คอื ตระกลู ของท่าน ดร.
วัลลภ สุปริยศิลป์ และให้เกียรติเป็นประธานในงานวางศิลาฤกษ์พระวิหาร ในวันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม
พ.ศ. 2545 เป็นวันขนึ้ 3 ค่ำ เดือนยีเ่ ปน็ รากฐานตอ่ ไป

ต่อมาในวนั ที่ 14 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2546 คณะกรรมการหมู่บ้าน ได้พาพนี่ อ้ งชาวบ้านดอนสบ
เปือ และบ้านห้วยเลื่อนมาพัฒนาวัด บางส่วนไปตัดไม้ในป่าสุสานมาเลื่อยใช้แรงงานสมัยเก่าเลื่อยไม้
แบบเสาพระวหิ าร

ต่อมาในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 ทางกำนัน สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยและคณะกรรม
หมู่บ้าน พร้อมท้งั ชาวบา้ นได้ไปพัฒนาอีกครั้งได้ใหช้ า่ งวางผังใชร้ ถแมคโครของกำน้ันนำรอ่ งขดุ หลุมเสา
และรถยนต์ของหลายๆท่านช่วยงานอำนวยความสะดวกตลอดในการทำงาน ได้ลงเสาเอกเพียง 2 ต้น
เพราะได้งบมาจากผู้มีจิตศรัทธาและผ้าป่าสามัคคีหลายกองทยอยกันมาตลอดจองเสาให้งบคนละต้น
หรือมากกว่านั้น โดยมีชาวบ้านร่วมสมทบเพื่อเป็นแรงใจแทบทุกครั้ง หลังจากนั้นได้ปล่อยให้เป็น
หน้าที่ของช่างนำโดยนายสิงคาน สุรินทร์ นายเสนอ ยศอาลัยและคณะช่างได้ดำเนินไปสร้างจนได้รูป
โครงหลังคาต่อมาในวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2546 ขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 มีงานที่ต้องใช้คนจำนวนมาก

7

DONSUBPUEA I NAN

เรียบเรยี งโดย : นายณฐั วัตร โนราช

โดยเชิญชาวบ้านทุกคนระดมแรงงานชุดใหญ่ทั้งหมู่บ้าน โดยให้รอหลังร้านและเก็บเศษไม้ทำความ
สะอาดเพอื่ จะไดจ้ ้างเหมาให้ช่างเหล็กดำเนินการเช่ือมหลังคา นำโดยนายตะวนั หาปอ้ งและลกู มือ ทํา
จนเสร็จ

ต่อมาในวันท่ี 30 สิงหาคม พ.ศ. 2546 ทางกำนนั พรอ้ มด้วยคณะกรรมการและพ่นี อ้ งชาวบ้าน
ดอนสบเปือ และบ้านห้วยเลื่อน ได้ระดมกันอีกครั้งจากการได้รับบริจาคกระเบื้องจากทุกคนที่มีส่วน
รว่ ม ไดก้ ระเบื้องมุงหลังคาร่วมกนั คนละเล็กละน้อยคนละไม้คนละมือเปรียบเหมือนพลังมดหรือปลวก
ที่ช่วยกันทำงานช่วยกันมุงหลังคาเพียงครึ่งวันจนแล้วเสร็จ ซึ่งการร่วมมือร่วมใจกันของคนในชุมชน
เป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นน้ำหนึง่ ใจเดียวกนั เป็นสิง่ ที่ประจักษ์ต่อสายตาผู้พบเห็นได้รับการกลา่ วขาน
ไปทัว่ ทัง้ อำเภอเชียงกลางและอำเภอใกลเ้ คยี งมาจนถึงปัจจุบัน

ในปัจจุบันบ้านดอนสบเปือ ม.7 ตำบลเปือ อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน เป็นที่รู้จักอย่าง
กวา้ งขวาง เป็นชุมชนทส่ี งบทา่ มกลางหุบเขา และสายนำ้ โดยมแี ม่นำ้ สายหลักคือแม่นำ้ นา่ นท่ีหล่อเลี้ยง
คนในชุมชน ชมวิถีชีวิตคนต้นน้ำน่าน ชุมชนเข้มแข็ง หมู่บ้านเกษตรกรรม หมู่บ้านท่องเที่ยว ไม่ว่าจะ
เปน็ เดนิ ป่า หาปลา หรอื มาพกั ผ่อนรับลมหนาวเยน็ สบาย นอนดดู าวชิวๆ สมั ผสั บรรยากาศท่ีรอบล้อม
ไปดว้ ยธรรมชาติ มีสถานทีท่ อ่ งเทย่ี วที่เลอ่ื งลือไปทั่วจงั หวดั น่าน และจังหวดั ใกล้เคียงน่นั ก็คอื หาดดอน
สบเปอื และรอยพระบาทบ้านดอนสบเปอื จะร้จู ักกนั ในชือ่ ของสกั การะรอยพระบาทเท่ยี วหาดดอนสบ
เปือ ซึ่งหาดดอนสบเปือเเหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในหน้าร้อน ทางกลุ่มชาวบ้านได้จัดทำและ
พัฒนาขึ้น เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวหน้าร้อน มีการจัดทำเป็นแพลอยกลางน้ำ โดยระดับน้ำบริเวณ
ดังกล่าวไม่ลึกมาก และสามารถอุดหนุนอาหารจากกลุ่มแม่บ้านบ้านดอนสบเปือได้ ซึ่งในแพกลางน้ำ
จะมีถุงขยะ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเก็บขยะและเศษอาหารที่นำมารับประทานใส่ถุง ไม่ให้ทิ้งลงแม่น้ำ
และยังสามารถพบเห็นปลาตัวเล็กตัวนอ้ ยต่างเเหวกว่ายอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมอย่างใกลช้ ิด
รอบๆแพ น้ำใส ไหลเย็น เห็นตัวปลา อีกทั้งยังสามารถสักการะรอยพระบาทบริเวณด้านบนของหาด
ดอนสบเปือได้อีกด้วย และทางหมู่บ้านดอนสบเปือมีกิจกรรมใหม่ล่าสุด Adventure ล่องแก่งน้ำน่าน

8

DONSUBPUEA I NAN

เรยี บเรียงโดย : นายณฐั วัตร โนราช

ผจญภัยไปบนสายน้ำ ณ ดอนสบเปือ อ.เชียงกลาง จ.น่าน ซึ่งเป็นกิจกรรมบริหารจัดการและพัฒนา
แหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่ใครๆเห็นก็อยากมาเยือน เป็นการล่องแก่งน้ำน่านชมวิวทิวทัศน์ ชม
ธรรมชาติทีอ่ ุดมสมบูรณ์รายรอบไปดว้ ยภเู ขาสองฝากฝ่ัง อากาศเยน็ สบายๆ โดยระยะทางการล่องแก่ง
นนั้ มีหลายระยะทางเรม่ิ ตง้ั แต่อำเภอทงุ่ ชา้ งกันเลยทเี ดยี ว

นอกจากน้ียงั มีกจิ กรรมตา่ งๆท่ชี ุมชนจดั ขึ้นมากมาย ไม่วา่ จะเป็นกจิ กรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับ
ปีใหม่ ทำบุญตักบาตรในวันสำคัญต่างๆ ประเพณสี งกรานต์รดนำ้ ดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ ประเพณีสักการะ
รอยพระบาท ประเพณีสืบชะตาบ้าน ประเพณีเลี้ยงผปี ูย่ ่า กีฬาสานสมั พันธ์ 3 หมบู่ ้าน กิจกรรมทำฝาย
กจิ กรรมทำแนวกนั ไฟ และประเพณลี อยกระทง เป็นต้น

เอกสารฉบับนีย้ งั ไมส่ มบรู ณ์เท่าทค่ี วรหากมีการเลา่ ขานเติมเสริมจากผู้ท่ีเคยประสบการณ์ พบ
เห็น จากอดีตจนถึงปัจจุบันยังขาดตกบกพร่องก็จะเติมแต่งให้จักเป็นพระคุณยิ่ง เพื่อให้บุคคลที่มีจิต
ศรัทธาและบตุ รหลานไดใ้ ชศ้ กึ ษาประวตั ิของหมู่บ้านเปน็ หลักสูตรทอ้ งถน่ิ เปน็ ภมู คิ วามร้ไู วต้ อ่ ไป

9

DONSUBPUEA I NAN

เรียบเรยี งโดย : นายณฐั วัตร โนราช

ประวัตขิ องรอยพระพุทธบาท “ดอนสบเปือ”
บ้านดอนสบเปอื ตำบลเปือ อำเภอเชยี งกลาง จังหวดั นา่ น

รอยพระพุทธบาทเดิมอยู่ที่แทน่ แผ่นผาริมฝั่งแมน่ ้ำนา่ น ทางทศิ เหนือของหมู่บ้านดอนสบเปือ
ขึ้นไปประมาณ 2 กิโลเมตร รอยพระพุทธบาทติดอยู่กับแท่นศลิ าหรือแท่นผาท่ีรมิ ฝัง่ น้ำน่าน ด้านทาง
ทิศตะวันตกของวังพระพุทธบาท ชาวบ้านเรียกที่ตรงนั้นว่า “วังพระบาท” เรียกจนติดปากของ
ชาวบ้านเล่าต่อกันมาตลอด ไม่มีใครทราบว่ากี่ร้อยกี่พันปี ซึ่งเป็นที่หาปูปลาเพื่อหล่อเลี้ยงของชาว
บา้ นดอนสบเปือและชาวตำบลเปือมานาน
ลกั ษณะเดมิ ก่อนท่จี ะมีการขดุ เจาะรอยพระพุทธบาท

ลกั ษณะเดมิ ตามธรรมชาติท่ีปรากฏอยู่ขณะนนั้ อยู่ทางทศิ ตะวันตกของวังพระบาทเป็นฝั่งแผ่น
ผาขนาดใหญ่ดูแล้วคล้ายกับเป็นการก้าวข้ามลำน้ำน่านประทับลงบนแผ่นผาด้วยพระบาทเบื้อง ซ้าย
เปน็ ลกั ษณะคล้ายเหยยี บโคลนหมาดๆสน้ พระบาทเปน็ ลกั ษณะลื่นไถลเล็กน้อยปลายพระบาท เห็นหัว
แม่เท้าเป็นพระบาทเบื้องซ้ายซึ่งสังเกตได้ง่าย จากปลายพระบาทมีรอยคล้ายกับใช้ไม้เท้า กระทุ้งเป็น
หลุมเล็กๆลงบนแผ่นผา ชาวบ้านเรียกว่ารอยไม้เท้าของพระองค์ท่าน ห่างจากรอยพระบาทไปไม่ก่ี
เมตรมีแอ่งเล็กๆรองรับน้ำฝนผู้เฒ่าผู้แก่เล่าขานกนั วา่ คงเป็นบาตรน้ำมนต์ห่างจากนั้นตรงท้ายหาดนำ้
ก่อนถงึ วงั พระบาทมเี สาหนิ ปักอยู่ มลี ักษณะคล้ายเหมือนถูด้วยเชอื กหลายๆรอบเปน็ ร่องลึก เลา่ วา่ คง

10

DONSUBPUEA I NAN

เรียบเรยี งโดย : นายณัฐวัตร โนราช

เป็นเสาผูกมา้ ช่างเป็นส่ิงมหัศจรรย์จรงิ ๆทป่ี ระจอบเหมาะกนั เมอ่ื พ.ศ. 2528 ขณะน้ันพระครู
สถิต วรรณกร เจ้าคณะอำเภอเชียงกลาง พร้อมด้วยพระ เณร กำนันเสาร์ โนราช (กำนันตำบลเปือใน
สมัยนั้น) และผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน มีความคิดและลงมติกันว่าควรจะนำไปไว้ที่ใกล้ๆบ้านเพื่อเป็นที่
สักการะบูชาจึงชวนไปเจาะรอยพระบาท ขณะนั้นคิดว่ายากต่อการคมนาคมจะไปถึงเพราะไม่มี
งบประมาณสง่ิ อำนวยความสะควกท่ีจะตดั ถนนไปถงึ จึงชวนผู้ใหญ่บ้าน ผชู้ ่วยผู้ใหญ่บ้านและชาว บ้าน
เป็นจำนวนมากพอสมควรระดมกำลงั พากนั ระดมชา่ งตีเหล็ก นำโดยพ่อบญุ ถึง ยศอาลยั พอ่ กู้ ยศอาลยั
พ่อนอ้ ยทอน คำวงค์ พอ่ สวย คำวงค์ ชว่ ยกนั ตเี หล็กสกัดหินผาเพ่ือผลัดเปล่ียนตลอดเมื่อเหล็กทู่ ซ่ึงใน
ขณะนนั้ ไมม่ ีเคร่อื งมือทที่ ันสมยั

การเจาะผาที่แข็งแกร่ง พ่อโสภณ คำวงค์ มัคทายกเป็นผู้จัดการงานกิจของสงฆ์เพราะก่อน
จะดำเนินการเจาะผาได้ทำการขอเจ้าที่เจ้าทางเสียก่อนจึงเริ่มทำการเจาะ การเริ่มเจาะขณะทำการ
เจาะสกัดบางครั้งใช้ไฟเผาแล้วใช้น้ำลาดใช้หลักวิทยาศาสตร์ความร้อนกระทบความเย็นทำให้ผาแต ก
เป็นชิ้นๆ หากคิดอีกมุมหนึ่งก็เป็นการทำลายธรรมชาติแต่คงไม่ว่ากันเพราะเป็นมติของคนส่วนใหญ่
การดำเนนิ การเจาะมักมีสง่ิ มหัศจรรยเ์ กิดขน้ึ หลายคร้งั มีลกั ษณะฟ้าแลบฟา้ ร้องฝนตก เสยี งดนิ ถล่มมา
จากลำห้วยเสียงอีกกระทึกครึกโครมพอไปสังเกตดูแล้วไม่มอี ะไรคงจะเปน็ ความหวงแหนของเจ้าท่เี จ้า
ทางคงที่หวงแหนรอยพระบาท และได้ทำการนิมนต์เจ้าคณะอำเภอพร้อมด้วยพระเณรได้กรวดน้ำ
ทำบุญกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล สวดมนต์ภาวนาทุกครั้งเมื่อมีสิ่งแปลกๆเกิดขึ้น ทุกเช้ามีชาวบ้านห้วย
พ่านมาทำบุญตักบาตร ใช้เวลาเป็นแรมเดือนมีความลำบากในการเจาะสกัดหินผาที่แข็งแกร่งมาก ใน

11

DONSUBPUEA I NAN

เรียบเรียงโดย : นายณฐั วัตร โนราช

ท่สี ุดก็จงึ สามารถนำเอารอยพระบาทข้นึ แพไม้ไผข่ นาดใหญ่ทสี่ ามารถรับนำ้ หนักรอยพระบาทได้ล่องมา
ตามลำน้ำน่านมาขึ้นท่าที่ประดิษฐานปัจจุบัน (บริเวณที่ประดิษฐานรอยพระบาท หาดดอนสบเปือใน
ปัจจุบัน) จากนั้นนำไปไว้ทีว่ ดั พระบาทบ้านดอนสบเปอื 1 คืนและได้มีส่ิงมหัศจรรย์เกิดข้ึนเป็นฤดูแล้ง
แต่มีฝนตกตลอดทั้งคืนทั้งวัน จากนั้นชาวบ้านทั่วตำบลเปือพากันมาแห่รับตีฆ้องตีกลองนำไปไว้ที่วัด
บ้านนาหนุนเป็นวดั ทเี่ จ้าคณะอำเภอจำพรรษาอยู่ ปลอ่ ยทงิ้ ไว้หลายปีเนอ่ื งจากไม่มีงบประมาณไปสร้าง
ที่ประดิษฐาน จนเกิดมีความเป็นไปชาวบ้านในตำบลเปือถูกฟ้าผ่าหลายคน จากนั้นกม็ ีเจา้ คณะอำเภอ
ขณะนั้นได้มรณะภาพลง และกำนันก็เกษียณอายุมีการเปลี่ยนผู้นำคือ ผู้ใหญ่คำ ยศอาลัย กำนัน
ตำบลเปอื ก็เปล่ียนไป ขาดการดแู ล เอาใจใส่ ชาวบ้านจงึ นำมาท้ิงไว้ทีท่ ่านำ้ บา้ นดอนสบเปือเหมือนเดิม
(บริเวณที่ประดิษฐานรอยพระบาท หาดดอนสบเปือในปัจจุบัน) เป็นที่เล่นกระโดดน้ำของเด็กๆ และ
เปน็ ที่วางที่ซกั ผา้ ของผู้ท่ีมาซกั ผ้าท่ลี ำนำ้ น่าน แตผ่ ู้ท่ีซักผ้ามกั จะฝนั ไปต่าง ๆ นา ๆ ทีไ่ มเ่ คยพบเคยเห็น
มากอ่ น

การเริ่มกระตุ้นให้ชาวบ้านดอนสบเปือและชาวบ้านใกล้เคียงมีจิตสำนึกก็เกิดขึ้นเมื่อมีท่าน
พระครูชัยวัฒน์ อชิโต เดินทางมาจากจังหวัดอุทัยธานีท่านมาเห็นรอยพระพุทธบาทท่านก็ทำการ
บริกรรมบูชาอธิษฐานเล่าว่าเป็นรอยพระพุทธบาทอันศักดิ์สิทธิ์ขอจงยกก้อนหินก้อนที่ใหญ่นี้ขึ้น และ
ขอนำไปไว้ที่บนฝั่งที่ประดิษฐานปัจจุบัน (บริเวณหินก้อนนี้อยู่ที่ประดิษฐานรอยพระบาท หาดดอน
สบเปือในปัจจุบัน) ปรากฏว่ายกก้อนหินนั้นขึ้นอย่างน่าทึ้งมาก ท่านรู้ว่ารอยพระพุทธบาทนี้เป็นของ
จริงและศักดิ์สิทธิ์ท่านจึงเลื่อมใสศรัทธาเป็นผู้อุปถัมภ์ร่วมกับชาวบ้านดอนสบเปือและชาวตำบลเปือ
ชาวเชียงกลางชว่ ยกันบริจาคทรัพย์และแรงกายจัดหาวัสดุสิง่ ของทำแท่นมณฑปขึ้น โดยมีท่านพระครู
ชัยวัฒน์ อชิโต และคณะศิษยานุศิษย์ของท่านได้อุปถัมภ์กระเบื้องมุงหลังคาและอื่น ๆ ท่านและคณะ

12

DONSUBPUEA I NAN

เรยี บเรยี งโดย : นายณัฐวัตร โนราช

พร้อมด้วยกำนันฉัตรชัย จิตตรง นำชาวบ้านทั้งหมู่บ้านได้อันเชิญรอยพระพุทธบาทจากริมแม่น้ำน่าน
มาประดษิ ฐานที่มณฑปทีส่ ร้างดว้ ยชาวบ้านดอนสบเปือและผู้มีจิตศรัทธา รอยพระพุทธบาทข้ึนจากลำ
น้ำน่านเมื่อวันที่ 10 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 โดยมีนายพงศ์เดช ทิพย์เดช นายอำเภอเชียงกลาง
เป็นประธานและพุทธศาสนิกชน ประมาณ 2,000 คน ตั้งแต่นั้นมาได้มีผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสมากราบ
ไหว้บูชากราบไหว้ตลอดเวลาไม่ขาดสาย คณะกรรมการหมู่บ้านจึงกำหนดเอาวันที่ 16 เดือนเมษายน
ของทุกปีเป็นวันจดั งานสมโภชทำบุญตักบาททุกปีและจัดลอยกระทงตามรอยพระพุทธบาททุกปีในวัน
เพ็ญเดอื นสบิ สอง

รายละเอียดการเดินทางไปสู่ที่ประดิษฐานเดิมก่อนจะถึงที่ประดิษฐานของรอยพระพุทธบาท
หากเริ่มออกเดินทางเริ่มจากบ้านดอนสบเปือสามารถเดินทางด้วยรถยนต์หรือจกั รยานยนต์ไป เริ่มตน้
เดินทางเท้าลัดเลาะริมฝั่งน้ำน่านมีทิวทัศน์ที่สวยงามคดเคี้ยวไปตามร่องเขาสองฝั่งน้ำน่าน จากหาด
หมาไหลเดินไปริมฝ่ังน้ำถึงวังเลี้ยง (เป็นวังน้ำที่มีปลาอุดมสมบูรณ์เลี้ยงชาวบ้านดอนสบเปือและบ้าน
ใกล้เคียงมาดั้งนมนาน เดินทางต่อไปจะถึงวังมน(วังน้ำวน) ต่อไปจะถึงย่านขอแหเดินต่อไปถึงหาด
สาระ ตรงนั้นจะมีทางรถยนต์โผล่ถึง ต่อไปจะมีก้อนผาขนาดใหญ่มหึมาก้อนกลม ๆ ที่ธรรมชาติสร้าง
ขึ้นหนักประมาณพันกว่าตน้ หรือมากกว่านั้น ชาวบ้านเรียกผากอ้ นนี้วา่ “ผาปู่สา” ใกล้ ๆ จากผาก้อน
นี้ไปไม่กี่เมตร ได้มีเสาหินตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำตะวันออกเป็นหลักเสาหลักหิน รูปทรงกระบอกคล้ายรูปเสา
หลักหิน แต่ดูคล้ายว่ามีใครนำเชือกไปมัดและถูไปมาจนเกินร่องรอย เหมือนเชือกบาดเข้าไปเป็นร่อง
ชาวบา้ นไดเ้ ล่าต่อกันมาวา่ “เปน็ เสาแหลง่ ม้า” (เสาท่ผี ูกเชือกม้า) ของพระพุทธเจ้า เสน้ ผ่านศนู ย์กลาง
ประมาณ 20 เซนติเมตร ซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์อีกชิ้นหนึ่ง จากนั้นเดินขึ้นเลาะริมฝั่งน้ำขึ้นไปประมาณ

13

DONSUBPUEA I NAN

เรียบเรยี งโดย : นายณัฐวัตร โนราช

80 เมตร ถึง“วังทะนุงต่อวังขอนหลัง” จากนั้นจะมีดอนทราย หินขาวสะอาดที่กองเต็มลานกว้าง
ประมาณ 30 ตารางเมตร ทางทิศตะวันออกและที่ตรงนั้นมีวังน้ำวนที่ลึกพอสมควรชาวบ้านเรียกว่า
“วังพระพทุ ธบาท” (วังพระบาท) และทตี่ รงนน้ั ของฝัง่ น้ำนา่ นด้านทิศตะวันตกไดม้ สี ่งิ มหศั จรรย์บริเวณ
นั้นกว้างประมาณ 19 ตารางเมตร ณ ที่ตรงนั้นของฝั่งแม่น้ำมี “รอยพระพุทธบาท” สิ่งศักดิ์สิทธ์ิ
ประดิษฐานอยู่ ฝ่าพระบาทกว้าง 18 เซนติเมตร ความกว้าง 37.5 เซนติเมตร เป็นลักษณะพระบาท
เบื้องซ้ายเป็นลกั ษณะเหมือนการเหยียบโคลนบนทีห่ มาด ๆ ซึ่งคล้ายของจริงมาก ตรงข้างหน้านิ้วเท้า
ข้างซ้ายมีลักษณะเป็นหลุมที่เหมือนถูกกระทุ้งด้วยเกิดรอย ชาวบ้านเรียกว่า “รอยไม้เท้า” และห่าง
จากรอยพระพุทธบาทประมาณ 2 เมตร มีหลุมบนแผ่นผาปากหลุมเป็นวงกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง
ประมาณ 40 เมตร ลึก 27 เซนติเมตร คล้ายกับครก ชาวบ้านเรียกว่า “บาตรน้ำมนต์" สิ่งมหัศจรรย์
เหลา่ น้ีเกดิ ขน้ึ ในบริเวณเดียวกนั นบั ว่าเป็นส่ิงท่ีแปลกประหลาดอย่างยิ่งทนี่ ่าเคารพยำ่ เกรงเป็นที่นับถือ
อย่างย่ิงชาวพุทธควรอนรุ ักษ์ไว้ ให้ลูกหลานให้ไดก้ ราบไหว้เคารพบูชาต่อไป และหา่ งจากรอยพระพุทธ
บาทเดินเลาะริมแก่งตู้น (หาดน้ำที่เชี่ยว) ฝั่งน้ำน่านขึ้นไปอีกประมาณ 300 เมตร ทางทิศตะวันออก
ของฝง่ั ลาํ นำ้ นา่ นมลี านแผน่ ผากว้างประมาณ 20 ตารางเมตร มีหลุมอย่ตู รงกลางลานมลี ักษณะเหมือน
ครกตำขา้ วซอ้ มมือหรอื ครกกระเด่ืองมีลักษณะปากหลุมเป็นวงกลมเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณฟุตคร่ึง
ลึกประมาณ 2 ฟุต ข้างในมีลักษณะเกลี้ยงเกลาสามารถดำข้าวซ้อมมือได้ครั้งละ 1 กระบุง ชาวบ้าน
มักจะนำแหไปย้อมตรงหลุมเสมอๆ เมื่อไปหาปลาและด้านทิศตะวันตกของลานจะเป็นวังน้ำวนที่ลึก
ประมาณ 3 เมตร ชาวบา้ นเรียกทต่ี รงน้ันวา่ “วงั ครก” เดินต่อไปจะถึงย่านพา่ น (ลกั ษณะน้ำน่ิงไหลลึก
เป็นที่อยู่ของปลาและที่หาปลาของชาวบ้าน) จากนั้นจะถึงบ้านห้วยพ่านขึ้นไปถึงวังมะเดื่อจากน้ั น
สามารถเดินทางออกไปสูถ่ นนสายทุ่งช้าง-น่านโผลอ่ อกตรงอนุสาวรีย์พลเรือนตาํ รวจ ทหาร อำเภอทุ่ง
ช้าง จังหวัดน่าน ซึ่งถ้าหากผู้ที่ชอบชมธรรมชาติเดินทางด้วยเท้าเลาะริมฝั่งแม่น้ำน่านจะได้ชม
ธรรมชาตทิ ี่สวยงามมากกว่าคำบรรยายน้ี

รายละเอียดความเป็นมาทมี่ กี ารขดุ เจาะ
การนำรอยพระพุทธบาทมาประดิษฐานอยู่ที่นี่เนื่องจากการเดินทางไปชมรอยพระพุทธบาท

เดินทางค่อนข้างลำบากโดยเฉพาะฤดูฝน หากน้ำนองเต็มตลิ่งจะไม่สามารถเดินทางไปได้ ส่วนฤดูแลง้
สามารถเดินทางไปชมได้แต่ไม่มีถนนผ่านการเดินทางไปเป็นตลิ่งสูงชันเป็นโขดหิน โขด ยากต่อการ
สัญจรไปมา โดยลัดเลาะริมฝั่งน้ำไปตามช่องหินช่องผาหรือใช้เรือหางยาวพายขึ้นไปตามลำน้ำน่าน
จนถึงที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทที่อยู่ตรงนั้นมานานกี่หมื่นกี่พันปีก็ไม่มีใครทราบเพราะไม่มี
ตำนานเลา่ ขานเอาไว้ มาเม่อื ปี พ.ศ. 2528 นายเสาร์ โนราช ไดร้ ับเลือกเปน็ กำนันตำบลเบือ ท่านพระ
ครูสถิต วรรณกรเจ้าอาวาสวัดนาหนุนและเจ้าคณะอำเภอเชียงกลางสมัยนั้นได้เข้ามาปรึกษาหารือ มี
ความคิดทจี่ ะเอารอยพระพุทธบาทลงมาไวเ้ พ่ือเป็นทีส่ ักการะบูชาจงึ นำเรื่องเข้ามาหารือที่ประชุมสภา

14

DONSUBPUEA I NAN

เรยี บเรียงโดย : นายณฐั วัตร โนราช

ตำบลเปือถึงสองครั้ง ที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นและอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ผลสุดท้ายท่ี
ประชมุ กม็ ีมติจะย้ายเอารอยพระพุทธบาทลงมา ทป่ี ระชมุ จึงตกลงกนั จดั คนทำงานและช่างเตรียมวัสดุ
อุปกรณ์แล้วก็มาประชุมอีกครั้งเพื่อกำหนดคนทำคือทางฝ่ายสงฆ์ท่านพระครูสถิต วรรณกรเป็น
ประธานเจ้าอาวาส เจ้าอาวาสวัดพร้อมดว้ ยภิกษุสามเณรทุกวดั ในตำบลเมือ ฝ่ายบ้านเมอื งมี นายเสาร์
โนราช กำนันตำบลเปือในสมัยนั้นเป็นประธานและผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่ บ้านทุกหมู่บ้านในเขต
ตำบลเปือ ราษฎรทำงานและช่างตีเหล็ก ช่างที่ชำนาญในการขุดเจาะหินผา หมู่บ้านละ 10 คน
ตำบลเปือขณะนั้นมี 12 หมบู่ า้ น พอไดฤ้ กษ์วนั ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2529 คณะทำงานก็ยกกระบวนเดิน
เทา้ เอาวสั ดบุ รรทุกเรือหางยาว เรอื พาย เสบยี งอาหาร ทหี่ ลบั นอนข้ึนไปตามลำนำ้ น่าน พอถึงท่ีวังพระ
พุทธบาทคณะทำงานและช่างเริ่มทำการขุดเจาะเอารอยพระพุทธบาท พอตกกลางคืนเกิดเหตุการณ์
อัศจรรย์หลายอย่าง เช่น มีสภาพบรรยากาศที่มีฟ้าครึ้ม ฟ้าร้อง ฟ้าครวญ เหมือนฝนจะตก และเสียง
กลิ้งก้อนหินก้อนผาจากที่สูงดังอึกทึกครึกโครมลงมาเหมือนจะทับเต้นท์ที่นอน ท่านพระครูสถิต
วรรณกรและพระสงฆ์พากันสวดมนต์ทำให้เหตุการณ์เหล่านั้นนิ่งสงบลง ตั้งแต่นั้นมาเวลาเช้าก็ทำบุญ
ตักบาตร โดยคณะศรัทธาบ้านห้วยพ่านและคณะทำงานที่นอนทุกคืนก็ทำการสวดมนต์ทุกคืน การขุด
เจาะดว้ ยความลำบากเนอ่ื งจากเป็นหินผาทแ่ี ข็งแกรง่ ถงึ 7 วัน รวมถึงการวางแผนเปน็ แรมเดือนจึงแล้ว
เสร็จเมือ่ ได้แล้วก็เตรียมแพบรรทุกรอยพระพุทธบาทลากลงน้ำน่านลงมาวนั ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2529
ชาวบ้านในตำบลเปือทุกหมู่บ้านก็ช่วยกันแห่กลองเป็นที่สนุกสนานครึกครื้น วันนั้นก็เกิดเหตุการณ์
อัศจรรยข์ นึ้ อีกคือกลางวนั เดือนมนี าคมมีอากาศร้อนกลับมีอากาศครึ้มฟ้าคร้ึมฝน ฟ้าแลบฟ้าร้องเป็นท่ี
น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างนั้นอยู่ครึ่งวันก็หายไป พอมาถึงท่าน้ำบ้านดอนสบเปือก็ยกเอารอยพระบา ท
ขึ้นมาพักอยู่ที่ลานหอประชุม 1 คืน คืนนั้นฝนตกตลอดทั้งคืน พอรุ่งเช้าก็ทำบุญตักบาตร กลางวันจัด
ขบวนแห่รอยพระพุทธบาท โดยรถยนต์ไปที่วัดนาหนุนได้ทำการประดับตกแต่งด้วยช่อตุงและ
เครื่องประดับต่าง ๆ มีการสมโภชทุกปี อยู่ที่วัดนาหนุนประมาณ 6 ปี ท่านพระครูสถิต วรรณกรเจ้า
คณะอำเภอเชียงกลางก็ได้มรณะภาพลง ทางตำบลเปือก็สับเปล่ียนผู้นำรอยพระพุทธบาทกข็ าดผู้ดแู ล
ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2531 เกิดแห้งแล้งฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลทางตำบลเปือจึงประชุมกันเสนอให้เอา
รอยพระพุทธบาทมาไว้ที่แม่น้ำน่านเหมือนเดิม โดยนำมาไว้ที่ท่าน้ำบ้านดอนสบเปือต่อมาเ ม่ือ
กลางเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2542 มีท่านพระครูชัยวัฒน์ อชิโต เดินทางมาจากจังหวัดอุทัยธานีท่าน
มาเห็นรอยพระพุทธบาทท่านก็ทำการบริกรรมบูชา ท่านรู้ว่ารอยพระพุทธบาทนี้เป็นของจริงและ
ศักดิ์สิทธิ์ท่านจึงเลื่อมใสศรัทธา เป็นผู้อุปถัมภ์ร่วมกับชาวบ้านดอนสบเปือและชาวตำบลเปือ ชาว
อำเภอเชยี งกลางชว่ ยกนั บริจาคทรัพย์ และแรงกายจัดหาวสั ดุสิ่งของทำแท่นมณฑปข้ึน โดยมีท่านพระ
ครูชัยวฒั น์ อชิโต และคณะศิษยานุศิษยข์ องท่านได้อุปถัมภก์ ระเบื้องมุงหลังคาและอื่น ๆ ท่านพระครู
ชัยวัฒน์และคณะพร้อมด้วย กำนันฉัตรชัย จิตตรงนำชาวบ้านทั้งหมู่บ้านได้อันเชิญรอยพระพุทธบาท
ขึ้นจากริมแม่น้ำน่านประดิษฐานที่มณฑป ที่สร้างด้วยชาวบ้านดอนสบเปือและผู้มีจิตศรัทธารอยพระ

15

DONSUBPUEA I NAN

เรียบเรยี งโดย : นายณัฐวัตร โนราช

พุทธบาทขึ้นจากลำน้ำน่านเมื่อวันที่ 10 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 โดยมีนายพงศ์เดช ทิพย์เดช
นายอำเภอเชียงกลาง เป็นประธานและพุทธศาสนิกชนประมาณ 2,000 คน ตั้งแต่น้ันมาได้มีผู้มีจิต
ศรัทธาเลื่อมใสมากราบไหว้บูชากราบไหว้ตลอดเวลาไม่ขาดสายคณะกรรมการหมู่บ้านจึงกำหนดเอา
วันที่ 16 เดือนเมษายนของทุกปีเป็นวันจัดงานสมโภชทำบุญตักบาตร และได้กำหนดวันที่ 18
กมุ ภาพันธข์ องทกุ ปีกจ็ ะมีประเพณีนมสั การรอยพระพทุ ธบาทดอนสบเปือพร้อมสรงนำ้ พระเจา้ ทันใจ 5
พระองค์ และวันเพ็ญเดือนสิบสองจะมีการรอยกระทงตามรอยพระบาทอันศักดิ์สิทธิ์ และปัจจุบันได้
สร้างมณฑปใหม่แทนหลังเกา่ ดังภาพตอ่ ไปนี้

16

DONSUBPUEA I NAN

เรียบเรียงโดย : นายณัฐวัตร โนราช

17

DONSUBPUEA I NAN

เรยี บเรยี งโดย : นายณฐั วัตร โนราช

*** เอกสารประวัติรอยพระพุทธบาทดอนสบเปือฉบับนี้ อาจจะยังไม่สมบูรณ์ขอน้อมรับ
ความคิดเห็นต่อเติม เสริมแต่งได้ ด้วยความยินดีย่ิงเพ่ือที่จะได้เปน็ ประโยชน์ต่อบุตรหลานของท่านได้
ศึกษา และผูท้ ม่ี ีความศรทั ธาในองค์พระสมั มาสัมพุทธเจ้าอันเป็นพระศาสดาของเราชาวพุทธ ***

18

DONSUBPUEA I NAN

เรียบเรียงโดย : นายณัฐวัตร โนราช

19


Click to View FlipBook Version