การป้องกันโรคตดิ ตอ่ และภัยทเ่ี กดิ ในฤดหู นาว
ด้วยขณะนี้ เป็นช่วงฤดูหนาวสภาพอากาศหนาวเย็นปกคลุมเกือบทุกพ้ืนที่ การเปล่ียนแปลง
สภาพอากาศเช่นน้ีอาจเป็นสาเหตุของโรคติดต่อหลายชนิด ได้แก่ โรคไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ โรคติดเชื้อ
ไวรัส RSV โรคปอดบวม โรคหัด โรคสุกใส โรคมือ เท้า ปาก และโรคอุจจาระร่วง สามารถแพร่กระจายได้ง่าย
และเร็ว อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน หากร่างกายปรับสภาพไม่ทันก็อาจทาให้เกิดโรคติดต่อ
ดังกลา่ วได้
กองควบคุมโรคติดต่อ สานักอนามัย กรุงเทพมหานคร มีความห่วงใยสุขภาพอนามัยของ
ประชาชนเปน็ อย่างยงิ่ จึงขอใหป้ ระชาชนระมัดระวังดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยเฉพาะกลุ่มเส่ียง
เด็กเล็กช่วงอายุ 0 – 4 ปี ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยท่ีมีโรคประจาตัวเรื้อรังเช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
ไขมันในเลือดสูงกว่าปกติ เป็นต้น และขอแนะนาให้ทราบถึงโรคติดต่อ อาการสาคัญ การป้องกันควบคุมโรคท่ี
อาจจะเกดิ ในฤดหู นาวน้ี ดังตอ่ ไปน้ี
1. โรคไขห้ วัด และโรคไขห้ วัดใหญ่
สาเหตุ เกดิ จากเช้ือไวรสั
การตดิ ตอ่ เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายทางจมูก ปาก ตา เชื้อน้ีอยู่ในละอองเสมหะ น้ามูก น้าลายของผู้ป่วยท่ีไอจาม
ออกมาและสามารถแพร่กระจายเปน็ วงกว้างในท่ีที่มคี นอยูร่ วมกนั มากๆ
อาการ มีไข้ ปวดศีรษะ น้ามูกไหล ไอ จาม เจ็บหรือแสบคอ สาหรับอาการไข้หวัดใหญ่จะรุนแรงกว่า คือ
ตัวร้อนจัด หนาวสั่น ปวดเวียนศีรษะมาก ปวดตามกระดูก กล้ามเน้ือ มักมีอาการคล่ืนไส้ร่วมด้วย
ถา้ พักผ่อนอย่าเพยี งพอและได้รบั การรักษาอย่างถูกต้อง ผูป้ ว่ ยจะหายภายใน 5 – 7 วัน
การป้องกนั และดูแลรกั ษาเบือ้ งตน้
1. หลีกเลี่ยงการสัมผัส หรือคลุกคลีกับผู้ป่วย รวมท้ังไม่ใช้ส่ิงของส่วนตัวร่วมกับผู้ป่วย เช่น จาน
ช้อนสอ้ ม แก้วน้า ผ้าเชด็ หนา้ ผ้าเช็ดตวั ฯลฯ ถ้ามีผู้ป่วยในบ้านควรแนะนาให้ปิดปากด้วยผ้า
หรอื กระดาษเชด็ หนา้ เวลาไอ หรือจาม
2. ลา้ งมอื บอ่ ยๆ ด้วยนา้ และสบู่ หรอื ใชแ้ อลกอฮอลเ์ จลทาความสะอาดมือ
3. ในขณะท่มี กี ารระบาดของไข้หวัดใหญ่ ควรหลกี เลี่ยงการเข้าไปอยู่ในสถานท่ีท่ีมีคนแออัดอากาศ
ถา่ ยเทไมส่ ะดวกเป็นเวลานาน
4. หมั่นดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยการกินอาหารท่ีมีประโยชน์
ออกกาลงั กายสมา่ เสมอ ผกั ผ่อนให้เพยี งพอ รักษาร่างกายใหอ้ บอุน่ และไมใ่ สเ่ สื้อผา้ ท่เี ปยี กช้นื
5. เมื่อเร่ิมมีอาการไข้หวัดใหญ่ ควรนอนพักผ่อนมาก ๆ และดื่มน้าบ่อยๆ ถ้าตัวร้อนมาก ใช้ผ้าชุบ
น้าอ่นุ เช็ดตัวและกินยาลดไข้ ถา้ อาการไม่ดีข้นึ คือ มไี ขส้ ูงนานเกิน 2 วัน และมีอาการไอมากข้ึน
ต้องรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลหรือศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้านทันที โดยเฉพาะกลุ่ม
เสย่ี งดังกล่าวขา้ งตน้ ทม่ี ีอาการหายใจเรว็ หอบเหนือ่ ย หายใจแรง จนชายโครงบุ๋ม หรือหายใจ
มีเสียงดัง อาจเกดิ โรคแทรกซอ้ น เชน่ ปอดบวม ซง่ึ อาจเปน็ อนั ตรายถงึ ชีวติ ได้
6. ฉดี วัคซนี ป้องกนั โรคไข้หวัดใหญ่ ปจั จุบนั ยังไมม่ นี โยบายใหป้ ระชาชนฉดี วคั ซนี ไขห้ วดั ใหญ่ทุกคน
แต่พิจารณาให้เฉพาะกลุ่มเส่ียง โดยผู้ที่ควรรับวัคซีน ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเร้ือรัง ผู้ท่ี
เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ และบคุ ลากรทางการแพทย์ ซงึ่ ตอ้ งเข้ารบั การฉีดวัคซีนทุกปี
/-2. โรคตดิ เช้ือ...
-2-
2. โรคติดเชือ้ ไวรสั RSV (Respiratory Syncytial Virus)
สาเหตุ เกิดจากเชือ้ ไวรัส
ระยะฟกั ตัว ประมาณ 4 – 6 วัน
การติดตอ่ เหมอื นโรคไข้หวดั และไข้หวัดใหญ่
อาการ เด็กโตและผใู้ หญ่ ปวดศรีษะ มีไข้ต่าๆ ไอแห้ง เจ็บคอ น้ามูก คัดจมูก อาการเหล่าน้ีมักหายเองได้
1 - 2 สปั ดาห์
เดก็ อายตุ ่ากวา่ 5 ปี และผปู้ ว่ ยทม่ี โี รคเร้ือรงั เกย่ี วกับหัวใจและปอด หรือผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกัน
บกพรอ่ ง มีไข้สูง (39 องศาเซลเซยี ส) ไอมากและมีเสมหะ หายใจเร็วและแรง หอบเหน่ือย หรือมี
เสยี งวีด๊ ขณะหายใจ และอาจติดเชื้อทางเดนิ หายใจส่วนล่างได้ อาจมีภาวะแทรกซ้อนระบบหายใจ
ล้มเหลวรวมถงึ มีโอกาสเสยี ชีวิตได้
การป้องกนั และดแู ลรักษาเบอ้ื งต้น
การป้องกนั เหมอื นกับการป้องกันไขห้ วดั และไขห้ วดั ใหญ่
3. โรคปอดบวม
สาเหตุ อาจเปน็ ผลสืบเน่อื งจากไขห้ วดั และการตดิ เช้อื ปอดบวมโดยตรง
ระยะฟกั ตัว ประมาณ 1 – 3 วนั
การติดตอ่ เหมอื นโรคไข้หวดั และไข้หวัดใหญ่
อาการ มีไขส้ งู (มากกวา่ 38 องศาเซลเซียส) ไอมาก หายใจหอบเรว็ ถา้ มีอาการดังกล่าวควรรีบไปพบแพทย์ทนั ที
การปอ้ งกนั และดแู ลรักษาเบ้ืองตน้
การปอ้ งกันเหมอื นกบั การป้องกนั ไข้หวัด และไขห้ วัดใหญ่
4. โรคหดั
สาเหตุ เกิดจากเช้อื ไวรสั หดั
ระยะฟกั ตัว ประมาณ 8 – 12 วัน
การตดิ ตอ่ สัมผัสโดยตรงจากการไอ จาม สารคัดหล่งั เช่น นา้ มกู น้าลายของผูป้ ่วย
อาการ ระยะแรกคล้ายไข้หวัด หลังจากนั้นมีไข้สูงทันที ลักษณะไข้สูงลอยกินยาลดไข้แล้วไข้ยังไม่ลด
ลักษณะผื่นจะปรากฏหลัง มีไข้ 3 – 4 วัน ขนาดผ่ืนแดงเท่าหัวเข็มหมุดมักจะเร่ิมข้ึนที่ไรผม และ
ซอกคอกอ่ น ต่อมาผื่นจะลามไปทห่ี นา้ ผาก ใบหน้า ลาตัว แขน ขา ตามลาดับ
การปอ้ งกนั และรักษา
1. เม่ือสงสัยว่าเป็นโรคหัด ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย และรักษาท่ีถูกต้องการ
รักษาสว่ นใหญ่เปน็ การรกั ษาตามอาการ และใหย้ าท่ีเหมาะสมถ้ามีโรคแทรกซ้อน
2. นอนพกั ผอ่ นให้เพียงพอ เชด็ ตัวลดไขใ้ นช่วงที่มไี ข้สงู และให้อาหารออ่ นท่ีมีประโยชน์
3. แยกผปู้ ่วยออกจากเดก็ อนื่ ๆ จนถึงระยะ 4 – 5 วนั หลงั ผนื่ ข้นึ
4. ล้างมือบ่อยๆ ดว้ ยสบูแ่ ละน้าให้สะอาด หรือใชแ้ อลกอฮอลเ์ จลทาความสะอาดมือ
5. ระวังโรคแทรกซ้อนต่างๆ เพราะระยะที่เป็น เด็กจะมีความต้านทานโรคบางอย่างลดลง
โดยเฉพาะวณั โรค ดังนัน้ จึงตอ้ งระวังการติดเชอ้ื จากผูใ้ หญ่
/-6. โรคหดั เป็น...
-3-
6. โรคหัดเป็นโรคติดต่อที่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน โดยให้เด็กได้รับวัคซีนหัด 2 คร้ัง
ครง้ั ท่ี 1 อายุระหว่าง 9 – 12 เดอื น
ครง้ั ท่ี 2 อายุ 2 ปี 6 เดือน หรือ ป.1 อายุ 6 – 7 ปี
5. โรคสกุ ใส
สาเหตุ เกิดจากเชื้อไวรัส
ระยะฟกั ตวั ประมาณ 10 – 20 วัน (1 – 3 สัปดาห์)
อาการ มไี ขต้ า่ ๆ เบ่ืออาหาร ในผู้ใหญม่ ีไขส้ งู อ่อนเพลียและปวดเม่ือยตามตัว
ลักษณะผ่นื เกิดข้ึนพร้อมๆกับวันที่มีไข้ หรือหลังจากมีไข้ 1 วัน เริ่มแรกผ่ืนจะแดงราบ ต่อมาจะกลายเป็น
ตุ่มนูนมนี า้ ใสๆอยู่ และมอี าการคัน
การปอ้ งกนั และรักษา
1. การปอ้ งกนั โดยท่ัวไปเหมือนกับโรคไขห้ วัด ไขห้ วดั ใหญ่ และโรคหัด
2. ผู้ป่วยควรพักผ่อนและให้ร่างกายได้รับความอบอุ่นเพียงพอ หากมีไข้ควรกินยาลดไข้ประเภท
พาราเซตามอล หากมอี าการเจบ็ คอ หรือไอ ควรปรกึ ษาแพทย์
3. ลา้ งมือบอ่ ยๆ ดว้ ยนา้ และสบใู่ หส้ ะอาด หรือใชแ้ อลกอฮอลเ์ จลทาความสะอาดมือ
4. เด็กนักเรียนที่มอี าการปว่ ย ควรให้หยดุ เรยี นประมาณ 1 สัปดาห์
5. ผู้ป่วยทม่ี อี าการคนั มากอาจใช้ยาทา (โดยปรกึ ษาแพทย์กอ่ น) และในเด็กควรตดั เลบ็ ให้สัน้
6. โรคมอื เทา้ ปาก
สาเหตุ เป็นโรคตดิ ตอ่ ท่ีพบในเด็กอายุน้อยกวา่ 5 ปี เกดิ จากเช้ือไวรัส
ระยะฟกั ตัว ประมาณ 3 – 6 วัน
การติดต่อ เชื้อโรคเขา้ สู่ร่างกายโดยชอ่ งทางเดินอาหาร
อาการ มีไข้ 2 – 4 วัน เบื่ออาหาร ในปากมีแผลเหมือนแผลร้อนในและมีผ่ืนเป็นจุดแดง (มักไม่คัน)
อักเสบที่ล้ิน เหงือก กระพุ่งแก้ม ฝ่ามือ ฝ่าเท้าหรือท่ีก้น ต่อมาตุ่มจะกลายเป็นผ่ืนพองใสแดง
อาการจะทเุ ลาและหายเป็นปกติภายใน 10 วนั
การปอ้ งกันและรักษา
1. การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ดี เช่น การล้างมือด้วยสบู่และน้าให้สะอาด หรือเจลล้างมือ
ทกุ คร้งั ก่อน – หลงั การรับประทานอาหาร หลังการขับถ่าย และการเล่นของเล่น หมั่นล้างมือ
บ่อยๆ ตดั เลบ็ ให้สัน้ ซึง่ เป็นวธิ ีปอ้ งกนั การตดิ เชื้อ และการแพร่เช้ือได้ดี
2. การดูแลอนามัยส่ิงแวดล้อมที่ดี เช่น การกาจัดขยะและส่ิงปฏิกูลท่ีถูกต้อง ดูแลรักษาและทา
ความสะอาดอาคาร สถานที่ อุปกรณ์ เคร่ืองมือและเคร่ืองใช้ และของเล่นต่างๆเป็นประจา
และสม่าเสมอด้วยนา้ ยาทาความสะอาด
3. รับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ๆไม่มีแมลงวันตอม และควรใช้ช้อนกลางในการ
รบั ประทานอาหารไม่ใชแ้ กว้ น้า หลอดดดู ช้อน ขวดนม รว่ มกับผู้อน่ื
4. หลีกเลี่ยงการนาเด็กเล็กไปในท่ีชุมชนในช่วงท่ีมีการระบาด เช่น สนามเด็กเล่น
หา้ งสรรพสินคา้ ตลาด สระวา่ ยนา้ ควรอยใู่ นท่มี อี าการถ่ายเทไดด้ ี
5. หลีกเลี่ยงการคลุกคลี อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย ควรแยกเด็กป่วยจากเด็กปกติ และเด็กที่ป่วยเป็น
โรคมือ เท้า ปาก ควรหยดุ พักรกั ษาตวั ท่บี ้านประมาณ 1 สปั ดาห์ หรือจนกว่าจะหายเป็นปกติ
เพือ่ ปอ้ งกันการแพร่เช้อื ใหเ้ ดก็ อื่นๆ
/-6. โรคอจุ จาระ...
-4-
7. โรคอจุ จาระร่วงในเดก็ เลก็
สาเหตุ โรคอุจจาระร่วงในฤดูหนาวมักจะเกิดข้ึนกับเด็กอายุต่ากว่า 2 ปี เกิดจากเช้ือไวรัสซึ่งติดต่อได้
โดยการดื่มนา้ หรอื กนิ อาหารทม่ี เี ชอื้ ปนเปอื้ นเขา้ ไป
อาการ ถ่ายอุจจาระร่วงเป็นน้าหรือถ่ายเหลวบ่อยคร้ัง อาจเริ่มมีอาการคล้ายไข้หวัดก่อนถ่ายเหลว
โดยทั่วไปอาการไม่รุนแรง แต่เด็กบางคนมีอาการขาดน้ารุนแรงจนถึงต้องเข้ารับการรักษา
ในโรงพยาบาล เดก็ ทป่ี ่วยเปน็ โรคอจุ จาระรว่ งจะมนี ้าหนกั ลดลง และการเจรญิ เติบโตหยุดชะงกั ไปพกั หน่งึ
การปอ้ งกนั และดูแลรักษาเบ้ืองต้น
1. ควรใหอ้ าหารเหลวแกเ่ ด็กบอ่ ยคร้งั เชน่ นา้ ขา้ วตม้ น้าแกงจืด รวมท้ังน้านมแม่ แต่สาหรับเด็ก
ที่ดืม่ นมผสม ควรผสมนมใหเ้ จือจางลงคร่งึ หนึง่ จนกวา่ อาการจะดขี นึ้ ถ้าเด็กยังอุจจาระบ่อย
ควรผสมสารละลายน้าตาลเกลือแร่ให้เด็กด่ืมทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง พร้อมท้ังให้รับประทาน
อาหารท่ยี ่อยง่าย โดยอาการจะกลบั เปน็ ปกติได้ภายใน 8 – 12 ชั่วโมง ถ้าให้การรักษาเอง
ท่ีบ้านแล้ว อาการไม่ดีขึ้นต้องรีบพาไปพบแพทย์ท่ีโรงพยาบาลหรือศูนย์บริการสาธารณสุข
ใกล้บา้ นทนั ที
2. ควรเลี้ยงลูกดว้ ยนมแม่ เพราะสะอาด ปลอดภัย และทาให้เดก็ มภี มู ิต้านทานต่อเชือ้ โรคต่างๆ
3. ผู้ดูแลเด็กต้องล้างมือด้วยสบู่และน้าให้สะอาดทุกครั้งก่อนการเตรียมอาหาร และหลังเข้า
ห้องน้า
4. ให้เดก็ กินอาหารท่ีสะอาด ปรงุ สุกใหม่ ๆ และดื่มนา้ สะอาด
5. ให้เด็กท่ีป่วยถ่ายอุจจาระในภาชนะท่ีรองรับมิดชิด แล้วนาไปกาจัดในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ
เพื่อไมใ่ ห้เชื้อโรคแพรก่ ระจายต่อไป
อันตรายจากการดื่มเหลา้ แก้หนาว
สาเหตุและอาการ
การเสียชีวิตหลังดื่มเหล้าในหน้าหนาว เป็นสาเหตุหนึ่งเน่ืองจากมีความเช่ือท่ีผิดว่าเหล้าจะช่วย
เพม่ิ ความอบอนุ่ ให้แกร่ า่ งกาย แก้หนาวได้ ซึ่งนักด่ืมบางรายเชื่อว่าไม่ต้องสวมเสื้อผ้าให้อบอุ่นก็ได้ เพราะเหล้า
จะทาให้อนุ่ อย่แู ล้ว ในทางการแพทย์จัดว่าเป็นความเช่ือที่ผิด และเป็นอันตรายต่อร่างกายมาก หากน่ังด่ืมเหล้า
ขณะผิงไฟด้วยก็อาจเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้เส้ือผ้าผิวหนังพุพองจากความร้อน เปลวไฟ หรือไฟไหม้บ้านได้
จึงขอให้ประชาชนระมัดระวัง เพราะมีขา่ วผู้เสยี ชีวิตจากความเชื่อดังกล่าวทกุ ปี
ฤทธ์ขิ องแอลกอฮอลไ์ มไ่ ด้เพ่ิมอณุ หภมู ใิ นรา่ งกาย แต่เกิดจากการขยายตัวของหลอดเลือดฝอย ใต้
ผิวหนัง รู้สึกร้อนวูบวาบ ใบหน้าดูแดงระเรื่อจากการท่ีหลอดเลือดฝอยขยายตัวจะเป็นช่องทางให้ความร้อนใน
ร่างกายถูกระบายออกได้ง่ายข้ึน การดื่มเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอล์เข้าไปมากจะมีฤทธ์ิกดประสาทส่วนกลาง
ซ่ึงถ้าเมาจนหลับโดยไม่มกี ารทาให้รา่ งกายอบอุน่ เพยี งพอ ก็อาจส่งผลให้เสยี ชวี ติ ได้
การป้องกันและการรักษา
การทาใหร้ า่ งกายอบอุ่นในช่วงฤดูหนาว ขอให้ประชาชนออกกาลังกายอย่างสม่าเสมอ อย่างน้อย
วนั ละ 30 นาที รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้วไม่ควรก่อไฟผิง
เพราะควนั จากการผิงไฟจะระคายเคอื งต่อระบบทางเดินหายใจจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
/-ดูแลรกั ษา...
-5-
ดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงและทาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ สวมใส่เส่ือผ้าหนาๆ โดยเฉพาะเด็กเล็ก
ผ้สู ูงอายุ และผู้ทมี่ ีโรคประจาตัว เพราะเสย่ี งต่อการติดเช้ือไดง้ า่ ย
ไม่ด่ืมสุราแก้หนาว เพราะนอกจากจะไม่ช่วยสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายแล้วฤทธิ์ของ
แอลกอฮอล์จะทาให้ร่างกายสูญเสียความร้อน และกดประสาท ทาให้ง่วงซึมและหมดสติโดยไม่รู้ตัว หากมีโรค
ประจาตวั จะทาให้เสยี่ งตอ่ การเสยี ชวี ติ ได้
สานกั อนามยั กรุงเทพมหานคร จงึ ขอแนะนาให้ประชาชนระวังป้องกันโรคท่ีเกิดในช่วงฤดูหนาว ดังน้ี
1. รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ เพ่ือให้ร่างกายมีความต้านทานโรค สวมเสื้อผ้าหลายๆช้ันเพ่ือให้ร่างกาย
อบอุ่น
2. รบั ประทานอาหารใหค้ รบ 5 หมู่ สะอาดปรุงสกุ ใหม่ ๆ ไม่มแี มลงวนั ตอม และดม่ื น้าที่สะอาดทุกครั้ง หรือ
น้าตม้ สุก นา้ บรรจขุ วดท่ีมีเคร่ืองหมายรับรองคุณภาพ (เคร่ืองหมาย อย.) รวมทั้งเลือกซื้อน้าแข็งที่สะอาด
ไม่มตี ะกอน ไม่ควรรบั ประทานนา้ แข็งทใี่ ช้แช่อาหารอน่ื
3. ล้างมือด้วยสบู่และน้าใหส้ ะอาดกอ่ นรับประทานอาหารทุกคร้งั
4. ถ่ายอุจจาระลงในสว้ ม และลา้ งมือให้สะอาดหลงั ถ่ายอุจจาระทุกคร้ัง
5. หลีกเลีย่ งการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีโรคติดเช้ือของระบบทางเดินหายใจ ผู้ป่วยควรอยู่บ้าน พักรักษา
ตัวให้หาย ไม่ควรเข้าไปในท่ีชุมชน แต่หากเข้าไปในท่ีชุมชนให้สวมหน้ากากอนามัย หรือใช้ผ้าเช็ดหน้า
ปิดปาก ปดิ จมกู เวลาไอ จาม
6. สถานรับเลี้ยงเด็กและโรงเรียนอนุบาล หมั่นดูแลรักษาสุขลักษณะของสถานท่ีและอุปกรณ์เครื่องใช้ให้
สะอาดอย่เู สมอ ตอ้ งจดั ใหม้ อี า่ งลา้ งมอื และสว้ มท่ถี ูกสุขลกั ษณะ รวมถงึ การกาจดั อจุ จาระเดก็ ให้ถกู ต้อง
8. อย่าให้ถูกยุงกัด และทาลายแหล่งเพาะพันธ์ุยุง โดยตรวจดูภาชนะเก็บกักน้าต่างๆ ต้องปิดฝาให้มิดชิด
เปลี่ยนน้าในภาชนะขังน้าท่ีไม่มีฝาปิด ทุก 7 วัน ใส่เกลือหรือผงซักฟอก ลงในจานรองตู้กับข้าว
ปลอ่ ยปลากินลูกนา้ ลงในภาชนะเก็บน้าใช้ หรืออ่างบัว ปรับปรุงสุขาภิบาลส่ิงแวดล้อม เช่นจัดบ้านให้เป็น
ระเบียบ สะอาด ทาลายเศษภาชนะท่มี ีนา้ ขังเช่น ขวด กระปอ๋ ง กะลา กล่องโฟม พลาสตกิ ฯลฯ
***หากประชาชนมีอาการเจ็บปว่ ยหรอื ไมส่ บาย ขอให้รีบไปพบแพทย์ได้ทศ่ี ูนย์บริการสาธารณสุขใกลบ้ า้ น***
______________________________________________
กลมุ่ งานโรคตดิ ต่อทัว่ ไป กองควบคุมโรคตดิ ต่อ
สานักอนามยั กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2203 2887 - 9