The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชนะเลิศเหรียญทองระดับเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา นครราชสีมา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by เกศสุดา สุพรหม, 2023-06-28 01:24:49

รางวัลชนะเลิศประกายเพชร ปี 2564 สพม.นม.

ชนะเลิศเหรียญทองระดับเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา นครราชสีมา

ก คำนำ การพัฒนาคนไทยจะต้องเน้นในเรื่องความสามารถของการเรียนรู้โดยเฉพาะผู้เรียนให้มีทักษะ ชีวิตในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่เกี่ยวข้องทางด้านการศึกษาจะต้องจัดการศึกษาที่เน้น กระบวนการและเพิ่มเรื่องทักษะชีวิต มีทักษะทางด้านภาษาในการสื่อสาร การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ บุคคลในวงการศึกษาจะต้องใช้หลักคิดที่ดีในการจัดการเรียนรู้เน้นการคิดขั้นสูงที่เน้นกระบวนการสร้าง ความเข้าใจที่ลุ่มลึกเป็น “การดึงความสามารถและความดีที่ซ่อนอยู่ในตัวเด็กออกมาพัฒนา นับว่า เป็น การสร้าง การกุศลอันยิ่งใหญ่ให้เกิดกับชีวิตของตนเองซึ่งประโยชน์ย่อมเกิดกับผู้เรียน” การศึกษาต้อง พิจารณาไปที่ความรู้เหล่านั้น มีการถ่ายโยงไปสู่เรื่องอื่นได้มากน้อยแค่ไหน โรงเรียนควรพิจารณาสาระ ที่จะนำไปสู่ความรู้เฉพาะของศาสตร์และความรู้ข้ามศาสตร์ระบุและจัดโครงสร้างรายวิชาและสาระ ที่จะช่วยพัฒนาสมรรถนะด้านต่าง ๆ ของผู้เรียนให้สูงขึ้น การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน พัฒนาคุณภาพ การศึกษา ให้เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ ซึ่งผู้วิจัยได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้การพัฒนาทักษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 การใช้สื่อและการวัดประเมินผล แบบช่วยเหลือพัฒนาผู้เรียน มีการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้สะท้อนคิดทางวิชาชีพครูผู้เรียนได้สร้างความรู้ฝึกทักษะการเชื่อมโยงความรู้ทาง คณิตศาสตร์หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาและ การจัดการเรียนการสอน สำหรับการยกระดับคุณภาพการศึกษาจึงเป็นเครื่องมือสำคัญยิ่งในการ ขับเคลื่อน คุณภาพการศึกษาทั้งในปัจจุบันและอนาคตตามนโยบายทางการศึกษา ของชาติต่อไป เกศสุดา สุพรหม


ข สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ......................................................................................................................... ก สารบัญ ......................................................................................................................... ข ส่วนที่ 1 เนื้อหา............................................................................................................. 1 1. บทสรุปหรือบทคัดย่อ......................................................................................... 1 2. ชื่อเรื่องวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ................................................................................ 2 3. ความเป็นมาและความสำคัญของผลงาน........................................................... 2 4. วัตถุประสงค์และเป้าหมายของผลงาน ............................................................. 3 5. กระบวนการพัฒนาผลงานหรือขั้นตอนการดำเนินงาน ....................................... 3 6. ผลการดำเนินการ/ผลสัมฤทธิ์/ประโยชน์ที่ได้รับ................................................ 8 7. ปัจจัยความสำเร็จ............................................................................................. 10 8. บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learned)............................................................... 11 9. การเผยแพร่ผลงาน............................................................................................ . 14 10. บรรณานุกรม ................................................................................................... 16 ส่วนที่ 2 ภาคผนวก...................................................................................................... 17 ภาคผนวก ก ผลการประเมินเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยโดยผู้เชี่ยวชาญ................... 18 ภาคผนวก ข เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย.................................................................. 23 ภาคผนวก ค ภาพถ่าย.......................................................................................... 39 ภาคผนวก ง เกียรติบัตร....................................................................................... 42 ภาคผนวก จ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล..................................................................... 45


1 ผลงานการปฏิบัติหน้าที่ที่เป็นเลิศ (Best Practice) เพื่อขอรับรางวัลประกายเพชร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา ของครูผู้สอน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ชื่อผู้ส่งผลงาน นางเกศสุดา สุพรหม ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย นครราชสีมา กลุ่มโรงเรียนอุบลรัตน ส่วนที่ 1 ส่วนเนื้อหา 1. บทสรุปหรือบทคัดย่อ ชื่องานวิจัย การพัฒนาทักษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ผู้วิจัย นางเกศสุดา สุพรหม ปีการศึกษา 2562 การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ ก่อน เรียนและหลังเรียน เรื่อง ความน่าจะเป็น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้กิจกรรมการ เรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps และเพื่อศึกษาความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ความน่าจะเป็น ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปี ที่ 4 โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษาวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัยนครราชสีมา จำนวน 1 ห้องเรียน รวม 37 คน ระยะเวลาในการวิจัย จำนวน 8 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการ เก็บรวบรวม ข้อมูล ได้แก่แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องความน่าจะเป็น โดยการจัดการเรียนรู้ แบบ GPAS 5 Steps ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 4 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องความน่าจะเป็น ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 4 เป็นแบบปรนัยแบบเลือกตอบ ชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ และแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรูเรื่อง ความน่าจะเป็น โดยการจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 15 ข้อ เป็นแบบมาตรส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ตามวิธีของลิเคริ์ท สถิติที่ใช้ในการ วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานโดยใช้ สถิติ t-test for dependent sample ผลการวิจัยพบว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 4 โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญา ราชวิทยาลัย นครราชสีมา มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ความน่าจะเป็น โดยใช้กิจกรรม


2 การเรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ.05 โดยนักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 4.49 ตะแนน นักเรียนมีความพึงพอใจในการเรียน เรื่อง ความน่าจะเป็น โดยวิธีสอนแบบ GPAS 5 Steps อยู่ในระดับมาก 2. ชื่อเรื่องวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การพัฒนาทักษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 3. ความเป็นมาและความสำคัญของผลงาน การพัฒนาคนไทยจะต้องเน้นในเรื่องความสามารถของการเรียนรู้ โดยเฉพาะผู้เรียนให้มีทักษะ ชีวิตในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่เกี่ยวข้องทางด้านการศึกษาจะต้องจัดการศึกษาที่เน้น กระบวนการและเพิ่มเรื่องทักษะชีวิต มีทักษะการเชื่อมโยงไปสู่เรื่องอื่นได้มากน้อยแค่ไหน โรงเรียนควร พิจารณาสาระสำคัญที่จะนำ ไปสู่ความรู้เฉพาะของศาสตร์และความรู้ข้ามศาสตร์ระบุและจัดโครงสร้าง รายวิชาและสาระ ที่จะช่วยพัฒนาสมรรถนะด้านต่าง ๆ เป็นสิ่งที่คงที่การจัดกระบวนการ เรียนรู้ที่ช่วย ให้ผู้เรียนได้ฝึกคิดและลงมือทำจะช่วยเพิ่มสมรรถนะด้านต่าง ๆ ทั้งการเรียนรู้ควบคู่ความดีของตนใน การนำ ความแตกต่างของตนจากผู้อื่น มาใช้ให้เกิดประโยชน์การสอนที่เน้นแก่นความรู้อันจะทำให้ ผู้เรียนเข้าใจ บทเรียนอย่างมีคุณภาพแท้จริงผู้เรียนอาจต้องการบรรลุจุดหมายหลายประการ ในการ เรียนรู้ แต่ครูผู้สอนต้องมีเป้าหมายการสอนที่ชัดเจน โรงเรียนก็ควรกำกับ ดูแลตรวจสอบ ประเมินให้ ผู้สอนเน้นกระบวนการเรียนรู้ผู้เรียนจะเพิ่มพูน ความรู้ความสามารถ ทักษะกระบวนการ มีความเข้าใจที่ ลุ่มลึกที่สะท้อน ออกมาได้จากชิ้นงานหรือการปฏิบัติงานของผู้เรียนเอง ดังนั้น การสอนเพื่อให้รู้จริง ทำได้จริง และนำ ไปใช้ได้จริง จึงเป็นการเรียนรู้ที่มีพลัง เป็นการเรียนรู้ที่ต้องใช้เทคนิควิธีการที่ หลากหลายซึ่งมีแม่แบบที่สำคัญ คือ การไต่ระดับความสามารถซึ่งสามารถจูงใจ และเชื่อมโยงไปสู่บริบท ต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจ การให้ความสำคัญกับการประเมินการเรียนรู้ การที่ครูนำสถานการณ์ที่ซับซ้อนมา ใช้ร่วม ในการเรียนการสอน จะเป็นเวทีหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เรียนได้เผชิญกับสถานการณ์ปัญหาที่ซับซ้อนตาม สภาพความเป็นจริงเพื่อผู้เรียนจะได้ฝึกคิด ในระดับต่าง ๆ จากหลายมุมมอง มีโอกาสพัฒนาทักษะหลาย ด้าน ใช้ความสามารถที่แตกต่างค้นหาวิธีใหม่ ๆ ในการสร้างความรู้แก้ปัญหา เฉพาะหน้า และเพิ่มพูน ทักษะชีวิต ถ้าโรงเรียนหรือสถานศึกษาทำได้ย่อมจะได้ชื่อว่าโรงเรียนเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้เป็น สถานที่ที่ผู้บริหาร ครูและผู้เรียนมีพื้นที่ให้ยืนอย่างสง่างาม เติบโตด้วยความรู้ความสามารถ เรียนรู้อย่าง ผู้มีปัญญา บุคคลที่มีปัญญาทางโลกย่อมหาทาง ประกอบอาชีพเลี้ยงตนได้หากเขามีปัญญาและมีความ เชี่ยวชาญในการงาน วิธีการจัดกระบวนการเรียนการสอนให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามที่หลักสูตร กำหนดกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่นำมาใช้นั้น สามารถนําทักษะการคิดแก้ปัญหามาพัฒนา ศักยภาพของนักเรียน เพราะนักเรียนต้องเจอกับปัญหาทุกวันโดยการรู้จัดคิดและใช้เสมอมิใช่ พัฒนาการทางด้านวิชาการอย่างเดียว ส่งผลให้นักเรียนเกิดทักษะการสังเกต การเก็บขอมูล นําไปสู่ การสรุปความ และฝึกการทำงานเป็นกลุ่ม มีการแลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์ซึ่งกันและกัน เพื่อให้นักเรียนมีโอกาสแสวงหาความรู้คิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และพัฒนาในด้านอื่น ๆ เรียนรู้ได้ด้วย ตนเอง สร้างความรู้ได้เอง แสวงหาความรู้โดยใช้วิธีการเรียนรู้และวิธีคิดของตน มีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอน


3 และผู้เรียนด้วยกันเรียนรู้ตามสภาพจริง ได้รับประสบการณ์คิดวิเคราะห์วิจารณ์แก้ปัญหาและตัดสินใจ ได้อย่างเมาะสม (มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, 2555,หน้า 20) การจัดกิจกรรมการเรียนการ สอนให้ประสบผลสำเร็จบรรลุตามสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ครูผู้สอนต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้สอนหรือ ผู้ถ่ายทอดความรู้มาเป็นผู้วางแผนและจัด ประสบการณ์การเรียนรู้ ส่งเสริมและสนับสนุน ให้นักเรียนรู้จักแสวงหาความรู้ฝึกทักษะการคิด วิเคราะห์ โดยครูใช้คําถามกระตุ้นความคิดของนักเรียน เปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และในขณะจัดการเรียนการสอน ครูผู้สอนประเมิน นักเรียนเป็นระยะ เพื่อสะท้อนให้นักเรียนทราบถึง จุดเด่นและข้อบกพร่องของตนเอง ซึ่งจะทำให้นักเรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์สูงขึ้น ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียนสูงขึ้นด้วย นั่นคือ ในการจัดการเรียนการสอน ครูผู้สอนจะต้องหาเทคนิค กระบวนการที่สามารถพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียน เพื่อให้สอดคล้องกบการรับการ ประเมินในระดับต่าง การจัดการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการ GPAS 5 Steps เป็นการจัดกิจกรรมที่เน้นทักษะ การเชื่อมโยง ซึ่งครูจะเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถาม อภิปรายในชั้นเรียน โดยครูจะใช้คําถามกระตุ้นให้ นักเรียนเกิดกระบวนการคิดตลอดเวลา และการประเมินเพื่อการเรียนรู้ เป็นการ ประเมินที่สะท้อนให้ นักเรียนทราบจุดเด่น จุดด้อยของตนเอง เพื่อนําไปปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น จากที่กล่าวข้างต้น ผู้วิจัยในฐานะครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จึงมี ความสนใจที่จะพัฒนาทักษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และการประเมินเพื่อการเรียนรู้เป็นการพัฒนาทักษะด้านอื่น ๆ ของ นักเรียนให้มีระดับคุณภาพที่ดียิงขึ้นต่อไป 4. วัตถุประสงค์และเป้าหมายของผลงาน 1. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง ความน่าจะเป็น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยวิธีสอนแบบ GPAS 5 Steps 2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ความน่าจะเป็น ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยวิธีสอนแบบ GPAS 5 Steps ระยะเวลาในการดำเนินงาน พฤษภาคม พ.ศ. 2562 – มีนาคม พ.ศ. 2563 5. กระบวนการพัฒนาผลงานหรือขั้นตอนการดำเนินงาน วิธีการดำเนินงาน การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องโดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1. ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี(2561-2580) นโยบายรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการ ด้านนโยบายรัฐบาลหลัก ด้านการศึกษา ได้แก่ นโยบายที่ 4 การศึกษาและเรียนรู้ การทำนุบำรุงศาสนาศิลปะและวัฒนธรรม 1) จัดให้มีการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้ 2) ในระยะเฉพาะหน้าจะปรับเปลี่ยนการจัดสรรงบประมาณ สนับสนุนการศึกษา 3) ให้องค์กรภาคประชาสังคม ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ ประชาชน ทั่วไป มีโอกาสร่วมจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและทั่วถึง 4) พัฒนาคนทุกช่วงวัย โดยส่งเสริม


4 การเรียนรู้ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี(2561-2580) ตลอดชีวิต 5) ส่งเสริมอาชีวศึกษาและการศึกษา ระดับวิทยาลัยชุมชน 6) พัฒนา ระบบการผลิตและพัฒนาครูที่มีคุณภาพและมีจิตวิญญาณของความเป็น คน 7) ทำนุบำรุงและอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ๆสนับสนุนให้องค์กร ทางศาสนามีบทบาท สำคัญในการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างสันติสุขและความปรองดอง สมานฉันท์ในสังคมไทย อย่างยั่งยืน 8) อนุรักษ์ฟื้นฟูและเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมภาษาไทยและ ภาษาถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งความหลากหลายของศิลปวัฒนธรรมไทย 9) สนับสนุนการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ วัฒนธรรมของประเทศ เพื่อนบ้าน และวัฒนธรรมสากล และ 10) ปลูกฝังค่านิยมและ จิตสำนึกที่ดี 2. กระบวนการ GPAS 5 Steps เป็นเครื่องมือพัฒนา ศักยภาพของคนในศตวรรษที่ 21 OECD ประกาศเข็มทิศการศึกษาใน ปี2030 เพื่อความยั่งยืนของสังคม และสิ่งแวดล้อม นักเรียนที่จะดำเนินชีวิตในอนาคตต้องเรียนรู้แบบ องค์รวม ทั้งด้านความรู้ ทักษะและกระบวนการ เจตคติและค่านิยมที่กว้างขึ้น และนำ ไปสู่การปฏิบัติ ผ่านกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) เพื่อถักทอให้เป็นสมรรถนะด้านต่าง ๆ เมื่อผู้เรียน เชื่อมโยงตนเอง กับบริบทของสังคม โดยใช้กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) จะเข้าใจ องค์ความรู้ของศาสตร์เฉพาะวิชาและความเชื่อมโยงของศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รู้เข้าใจวิธีเรียนรู้ ขั้นตอนของการเรียนรู้ในขณะเดียวกันมีทักษะ ในการคิดและการรู้คิด ทักษะทางสังคม อารมณ์ และการแสดงออก ที่เหมาะสม รวมทั้งยังช่วยพัฒนาเจตคติและค่านิยมต่อตนเองและสังคม การถักทอ ความรู้ทักษะกระบวนการ เจตคติและค่านิยมอย่างต่อเนื่อง สร้างสมรรถนะเพื่อการเปลี่ยนแปลง (Transformative Competencies) ในบริบทสังคมโลกที่มุ่งให้บุคคลมีความสมดุลทางกายและจิตใจ พัฒนา คุณภาพชีวิต ทำประโยชน์แก่สาธารณะและสร้างความยั่งยืนในสังคมโลก กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) เป็นกระบวนการ เรียนรู้ที่สามารถถักทอ ความรู้ทักษะกระบวนการ และค่านิยมอย่างกลมกลืน ในกระบวนการขั้นต่าง ๆ โดยไม่ติดกับเนื้อหาวิชา จึงสามารถนำ ไปใช้ได้กับ ทุกวิชาและการเรียนรู้ที่ต้องใช้ศาสตร์ต่าง ๆ มาสัมพันธ์กัน เมื่อนักเรียน


5 มีความสนใจ ความถนัดด้านใด สามารถเริ่มจากคำ ถาม ข้อสงสัยของตน หรือของกลุ่ม แล้วแสวงหา ข้อมูลเพื่อวิเคราะห์สังเคราะห์เป็นความรู้ที่เป็นหลักการ แล้วนำหลักการที่ได้ไปประยุกต์ใช้สร้างผลงาน นวัตกรรมที่นำ ไปใช้ประโยชน์กับชุมชน มีการประเมินกำกับตนเอง ประเมินผลที่เป็นคุณค่าต่อสังคม รวมทั้งสิ่งที่ต้องพัฒนาต่อไป เกิดเป็นองค์ความรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติในสภาพจริง ของชุมชน แล้วจึงเป็น กระบวนการเรียนรู้ที่พัฒนาสมรรถนะของนักเรียน ซึ่งสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงตนเองและสังคม ดังนั้น กระบวนการคิดขั้นสูง เชิงระบบ (GPAS 5 Steps) จึงเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่สามารถพัฒนา สมรรถนะเพื่อการเปลี่ยนแปลงตามทิศทางของการเรียนรู้ที่จะช่วยสร้างอนาคตที่ดี การพัฒนาทักษะพื้นฐานสำหรับอนาคต เช่น ทักษะการคิดวิเคราะห์ทักษะการคิดอย่างมี วิจารณญาณ ทักษะทางสังคม ทักษะการคิดสร้างสรรค์และทักษะการแก้ปัญหา ทักษะที่จำเป็นดังกล่าว นำไปสู่การพัฒนาคนให้มีความสามารถอยู่ในสังคมโลกอย่างสร้างสรรค์และมีความสุข ดังนั้น ผู้เรียน จึงต้องมีความสามารถในการคิดเชิงระบบ การคิดแก้ปัญหา และการตัดสินใจ บนพื้นฐานของข้อมูล สารสนเทศได้อย่างมีคุณภาพเที่ยงตรง โดยใช้กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เป็น เครื่องมือการเรียนรู้แบบ Active Learning จากข้อความข้างต้นจึงสามารถสรุปได้ว่า กระบวนการ GPAS 5 STEPs เป็นกระบวนการจัดการ เรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดกระบวนการหนึ่ง ที่ประกอบด้วยโครงสร้าง 5 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering) ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ(Applying and Constructing the Knowledge) ขั้นสื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill) ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating) 3. ทักษะและกระบวนการการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ ความหมายของการเชื่อมโยง (Connections) สภาครูคณิตศาสตรแหงชาติของ สหรัฐอเมริกา (สมบัติแสงทองคําสุก. 2545: 33; อางอิงจาก NCTM. 1991: 102) ได้ใหความหมายของ การเชื่อมโยง คือ การผสมผสานแนวคิดที่มีความเกี่ยวข้องกันใหรวมเป็นองคประกอบเดียวกันซึ่ง แบงออกเป็น ดังนี้


6 1. การเชื่อมโยงภายในวิชา เป็นการนำเนื้อหาภายในวิชาเดียวกันไปสัมพันธ์กันให้ ผู้เรียนได้ประยุกต์ความรู้และทักษะไปใชในชีวิตจริง ช่วยให้นักเรียนทำความเขาใจถึงความแตกต่าง ของเนื้อหาวิชารวมทั้งพีชคณิต เรขาคณิตและตรีโกณมิติซึ่งจะทำให้การเรียนของผู้เรียนมีความหมาย 2. การเชื่อมโยงระหว่างวิชาเป็นการรวมศาสตร์ตั้งแต่ 2 สาขาขึ้นไป ภายใตหัวเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกันให้มาสัมพันธ์กัน เช่น วิชาคณิตศาสตร์กับวิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคม กีฬา หรือ ศิลปะ เป็นการเรียนรู้โดยใช้ความรู้ ความเข้าใจและทักษะในวิชาต่าง ๆ มากกวา 1 วิชาขึ้นไปจะช่วย ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรูที่ลึกซึ้งและตรงกับสภาพชีวิตจริง ดอสเซยและคนอื่น ๆ (Dossey; & other. 2002: 81) ได้กล่าวถึงการเชื่อมโยงทาง คณิตศาสตร์ว่า ความเขาใจทางคณิตศาสตร์ สร้างขึ้นได้ทันทีขณะเกิดการเรียนรูโดยสร้างการเชื่อมโยง ระหว่างความรูใหม่และความรูสวนหนึ่งที่เคยเรียนรูมาแลว การเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยการคิดวิเคราะห์และความคิด ริเริ่มสร้างสรรค์ในการนำ ความรู้เนื้อหา และหลักการ ทางคณิตศาสตร์มาสร้างความสัมพันธ์อย่างเป็น เหตุเป็นผลระหว่างความรู้และ ทักษะและกระบวนการที่มีในเนื้อหาคณิตศาสตร์กับงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อ นำ ไปสู่การแก้ปัญหาและการเรียนรู้แนวคิดใหม่ที่ซับซ้อนหรือสมบูรณ์ขึ้น การที่ผู้เรียนเห็นการเชื่อมโยง ทางคณิตศาสตร์จะส่งเสริมให้ผู้เรียนเห็นความสัมพันธ์ของเนื้อหาต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์และ ความสัมพันธ์ ระหว่างแนวคิด ทางคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ ทำให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาทาง คณิตศาสตร์ได้ลึกซึ้งและมีความคงทนในการเรียนรู้ตลอดจนช่วยให้ผู้เรียนเห็นว่าคณิตศาสตร์มีคุณค่า น่าสนใจ และสามารถนำ ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริงได้ในการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ที่ต้องการให้ ผู้เรียนมีความรู้และมีพื้นฐานในการที่จะนำ ไปศึกษาต่อนั้น จำเป็นต้องบูรณาการเนื้อหาต่าง ๆ ในวิชา คณิตศาสตร์เข้าด้วยกัน เช่น การใช้ความรู้ในเรื่องเซตในการให้คำ จำกัดความหรือบทนิยามในเรื่อง ต่าง ๆ เช่น บทนิยามของฟังก์ชันในรูปของเซต บทนิยาม ของลำดับในรูปของฟังก์ชัน นอกจากการเชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์ด้วยกันแล้ว ยังมีการเชื่อมโยง คณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ โดยใช้คณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือ ในการเรียนรู้และใช้การแก้ปัญหา เช่น เรื่องการเงิน การคิดดอกเบี้ยทบต้น ก็อาศัยความรู้ในเรื่องเลขยกกำลังและผลบวกของอนุกรม ในงาน ศิลปะและ การออกแบบบางชนิดก็ใช้ความรู้เกี่ยวกับรูปเรขาคณิต นอกจากนั้นแล้วยังมีการนำ ความรู้ ทางคณิตศาสตร์ไปประยุกต์ใน วิชาชีพบางอย่างโดยตรง เช่น การตัดเย็บเสื้อผ้า งานคหกรรมเกี่ยวกับ อาหาร งานเกษตร งานออกแบบสร้างหีบห่อ บรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ รวมถึงการนำคณิตศาสตร์ไปเชื่อมโยง กับชีวิตความเป็นอยู่ประจำวัน เช่น การซื้อขาย การชั่ง ตวง วัด การคำนวณระยะทางและเวลาที่ใช้ใน การเดินทาง การวางแผนใน การออมเงินไว้ใช้ในช่วงบั้นปลายของชีวิต องค์ประกอบหลักที่ส่งเสริมการ พัฒนาการเรียนรู้ทักษะและกระบวนการ การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเชื่อมโยง คณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ มีดังนี้ 1. มีความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์อย่างเด่นชัดในเรื่องนั้น 2. มีความรู้ในเนื้อหาที่จะนำ ไปเชื่อมโยงกับสถานการณ์หรืองานอื่น ๆ ที่ต้องการเป็น อย่างดี


7 3. มีทักษะในการมองเห็นความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงระหว่างความรู้และทักษะ และ กระบวนการที่มีในเนื้อหานั้นกับงานที่เกี่ยวข้อง 4. มีทักษะในการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อสร้างความสัมพันธ์และ เชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ หรือคณิตศาสตร์กับสถานการณ์ที่ต้องเกี่ยวข้อง 5. มีความเข้าใจในการแปลความหมายของคำตอบที่หาได้จากแบบจำลอง ทาง คณิตศาสตร์ว่ามีความเป็นไปได้หรือสอดคล้องกับสถานการณ์นั้น ๆ อย่างสมเหตุสมผล ในการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะและกระบวนการการเชื่อมโยงความรู้ทาง คณิตศาสตร์นั้นผู้สอนอาจจัดกิจกรรมหรือสถานการณ์ปัญหาสอดแทรกในการเรียนรู้อยู่เสมอ เพื่อให้ ผู้เรียนได้เห็นการนำ ความรู้เนื้อหา สาระ และกระบวนการทางคณิตศาสตร์มาใช้ในการเรียนรู้เนื้อหา ใหม่ หรือนำความรู้และกระบวนการทางคณิตศาสตร์มาแก้ปัญหาในสถานการณ์ที่ผู้สอน กำหนดขึ้น เพื่อให้ผู้เรียนเห็นความเชื่อมโยงของคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ หรือ เห็นการนำคณิตศาสตร์ ไปประยุกต์ในชีวิตประจำวันเพื่อให้ผู้เรียนได้มีการปฏิบัติจริงและมีทักษะและกระบวนการเชื่อมโยง ความรู้นี้ผู้สอนอาจมอบหมายงาน หรือกิจกรรมให้ผู้เรียนได้ไปศึกษาค้นคว้าหาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับ กิจกรรมนั้น ๆ แล้วนำ เสนองานต่อผู้สอนและผู้เรียน ให้มีการอภิปรายและหาข้อสรุปร่วมกัน ในการ จัดการเรียนรู้ที่ต้องการให้ผู้เรียนมีการ พัฒนาการเรียนรู้ผู้สอนควรจัดกิจกรรมหรือให้ปัญหาที่เปิดโอกาส ให้ผู้เรียน ได้คิด สามารถบอกแนวคิดและแสดงเหตุผลได้ผู้สอนไม่ควรดูเฉพาะคำ ตอบที่หาได้จากการ คำนวณเท่านั้น คำตอบของปัญหาอาจมีมากกว่า 1 คำ ตอบ ขึ้นอยู่กับการให้เหตุผลประกอบที่ สมเหตุสมผลด้วย สำหรับทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่ปรากฏในคู่มือวัดผลประเมินผลคณิตศาสตร์ของ สถาบันส่งเสริมการ สอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท., 2546, หน้า 19) มี 5 ระบุการแสดงออก ตามขั้นตอนของทักษะกระบวนการเชื่อมโยงความรู้ ดังนี้ ทักษะกระบวนการ การแสดงออกตามขั้นตอนของทักษะ การเชื่อมโยงความรู้ - เปรียบเทียบความรู้ของแต่ละสาระ - เชื่อมโยงสถานการณ์จริงกับตัวแบบเชิงคณิตศาสตร์ - หาข้อสรุปจากตัวแบบคณิตศาสตร์ - เชื่อมโยงความรู้ในแต่ละสาระทางคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ เพื่อนําไปสู่ การเรียนรู้มโนทัศน์ที่ซับซ้อนสรุปสาระที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์และ ศาสตร์อื่น ๆ จากที่กล่าวมาข้างตนพอสรุปได้วาทักษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์หมายถึงความสามารถ ของผู้เรียนในการนําความรูเนื้อหาสาระวิธีการ และกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่ได้เรียนรูมาแล้วไปใช ในการเรียนรูเนื้อหา สาระหรือสถานการณใหม่ๆ เพื่อพัฒนาความเขาใจทางคณิตศาสตร์ได้มากยิ่งขึ้น และสามารถนำความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปประยุกต์ใช้ในศาสตร์วิชาอื่นๆหรือนําไปใชในชีวิตประจำวันได้


8 กลุ่มเป้าหมาย การวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาเพื่อศึกษาสภาพการณ์การเปลี่ยนแปลงในระดับ ชั้นเรียนที่เน้น การเรียนรู้ตามแนวคิด GPAS 5 Steps ซึ่งเป็นการพัฒนาทักษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ตาม แนวคิดกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) และเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อน การปฏิรูปการศึกษาที่เน้นการเปลี่ยนแปลงในชั้นเรียน และการขยายผลอย่างก้าวกระโดด ขอบเขต กลุ่มเป้าหมายการวิจัยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มเป้าหมายหลักได้แก่ครูและกลุ่มเป้าหมายรอง ได้แก่ นักเรียนที่ครูนำมาเป็นเป้าหมายในการพัฒนา เครื่องมือที่ใช้ที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 1. ดำเนินการทดสอบก่อนเรียน โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คณิตศาสตร์ เรื่องความน่าจะเป็น ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 2. จัดการเรียนรู้โดยผู้วิจัยจัดการเรียนรู้เรื่องความน่าจะเป็น โดยการจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps ใช้เวลาในการเรียนการสอนทั้งสิ้น 6 ชั่วโมง ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 ขณะจัดการเรียนรู้ผู้วิจัยวัดและประเมินผล 3 ด้าน คือ ด้านความรู้ โดยการตรวจสอบใบกิจกรรมต่าง ๆ ด้านทักษะและกระบวนการ โดยการสังเกตการณ์ปฏิบัติงานในด้านการแก้ปัญหาและการเชื่อมโยง ด้านคุณลักษณะอังพึงประสงค์โดยการสังเกตความร่วมมือและความรับผิดชอบ 3. หลังการจัดการเรียนผู้วิจัยดำเนินการทดสอบหลังเรียนโดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน คณิตศาสตร์ เรื่องความน่าจะเป็น ที่ผู้วิจัยสร้างและพัฒนาขึ้น โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมงแล้ว นํามาวิเคราะห์ด้วยวิธีทางสถิติเพื่อทดสอบสมมติฐาน 4. หลังจากดำเนินการทดสอบหลังเรียน ผู้วิจัยให้ผู้เรียนทำแบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อ การจัดการเรียนรู้ เรื่อง ความน่าจะเป็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยวิธีสอนแบบ GPAS 5 Steps แล้วนํามาวิเคราะห์ด้วยวิธีทางสถิติเพื่อวิเคราะห์ความพึงพอใจของผู้เรียน วิธีดำเนินการงาน 1. ขั้นตอนการศึกษา การศึกษาครั้งนี้ ผู้จัดทำโครงงานได้ดำเนินการศึกษาตามขั้นตอน ดังนี้ 1.1 ขั้นกำหนดจุดมุ่งหมายหรือตั้งประเด็นปัญหา 1.2 ขั้นรวบรวมงานและศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1.3 จัดทำแผนพัฒนาทักษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 1.4 นำแผนการจัดการเรียนรู้ไปใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอน 1.5 เก็บข้อมูลจาการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 1.6 ประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้เรื่อง ความน่าจะเป็น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยวิธีสอนแบบ GPAS 5 Steps แล้วนํามาวิเคราะห์ด้วยวิธีทางสถิติ เพื่อวิเคราะห์ความพึงพอใจของผู้เรียน 6. ผลการดำเนินการ/ผลสัมฤทธิ์/ประโยชน์ที่ได้รับ ผลการดำเนินงาน/ผลสัมฤทธิ์ จากการพัฒนาทักษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เรื่อง ความน่าจะเป็นปรากฏว่าส่งผลดังนี้


9 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน - คะแนนทีเฉลี่ย (Average T score) ของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน = 42.03 - คะแนนทีเฉลี่ย (Average T score) ของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน = 57.97 - ความแตกต่างของคะแนนทีก่อนเรียนและหลังเรียนเพิ่มขึ้นเท่ากับ 15.94 คิดเป็นร้อยละ 37.93 สรุปผล จากการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยพบว่า 1. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย นครราชสีมา มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ความน่าจะเป็น โดยใช้กิจกรรม การเรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ .05 โดยนักเรียนมีคะแนนการทดสอบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนหลังเรียนเพิ่มขึ้นจากก่อนเรียนเฉลี่ย 4.49 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 22.45 2. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย นครราชสีมา มีความพึงพอใจในการเรียน เรื่อง ความน่าจะเป็น โดยวิธีสอนแบบ GPAS 5 Steps อยู่ในระดับมาก อภิปรายผล จากการจัดการเรียนรู้กิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง ความน่าจะเป็นโดยการจัดการ เรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย นครราชสีมา พบว่า 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังได้รับการจัดการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสําคัญ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมุติฐาน และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของ นักเรียนหลังได้รับการจัดการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้มีคะแนนการทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนหลังเรียนเพิ่มขึ้นจากก่อนเรียนเฉลี่ย 4.49 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 22.45 ทั้งนี้เนื่องมาจากหลาย เหตุผลด้วยกัน คือ การจัดการเรียนรู้โดยวิธีสอนแบบ GPAS 5 Steps เป็นกระบวนการสอนให้นักเรียน เกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ โดยครูเป็นผู้กระตุ้นความคิดให้กับนักเรียน นักเรียนเป็นผู้ตั้งคําถาม และ ตอบคําถามด้วยตนเองซึ่งสอดคล้องกับ ทองสุข รวยสูงเนิน (2552, หน้า 27-29) ที่กล่าววา กระบวนการ ่ GPAS 5 Steps เป็นกระบวนการพัฒนาทักษะการคิด โดยครูผู้สอนเป็น ผู้คอยกระตุ้น สร้างบรรยากาศสถานการณ์เร้าใจตลอดจนอํานวยความสะดวกทุกอย่างแก่นักเรียน คอยชี้แนะชักนําให้ นักเรียนเกิดความคิดขึ้นครูช่วยทุกอย่างแต่เด็กเป็นผู้กระทำคิดเองทำเองและเป็น การจัดกิจกรรมการ เรียนโดยใช้กระบวนการกลุ่มในการทำงานและกิจกรรมกิจกรรมการร่วมกันเรียนรู้เป็นกลุ่มๆละ 4-5 คน โดยแต่กลุ่มที่ประกอบด้วยนักเรียนที่มีความสามารถแตกต่างกัน คือ เก่ง ปานกลาง อ่อน มีความ ร่วมมือกัน ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในด้านการเรียนและการทำงาน โดยนักเรียนที่มี ความสามารถสูงกว่า มีความรู้ความเข้าใจในเนื้อของบทเรียนได้ดีกว่าได้ช่วยอธิบาย และแลกเปลี่ยน ความคิดกับเพื่อนนักเรียนด้วยกันที่มีความสามารถตํ่ากว่าไม่เข้าใจเนื้อหาในบทเรียนและกิจกรรม ให้มี คามเข้าใจในเนื้อหาและกิจกรรมของบทเรียนมากขึ้น 2. ความพึงพอใจของนักเรียนหลังได้รับการจัดการเรียนรู้ เรื่อง ความน่าจะเป็น โดยการ จัดการ เรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps ซึ่งนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps


10 ทำให้นักเรียนได้พัฒนากระบวนการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์อย่างเป็นระบบเฉลี่ย 4.11 ซึ่ง อยู่ในระดับ มาก อาจเนื่องมาจากแผนการจัดการเรียนรู้ต่างๆที่ได้ผ่านการพิจารณาและแก้ไข จากผู้เชี่ยวชาญทำให้ บทเรียนมีความเหมาะสมกับนักเรียน และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียน ตามแผนการจัดการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ช่วยสร้างบรรยากาศสำหรับส่งเสริม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ช่วยให้บรรยากาศในการเรียนเป็นกันเองมากยิ่งขึ้น และช่วยส่งเสริมให้เกิดการ แลกเปลี่ยน ประสบการณ์ ความรู้และทัศนคติระหว่างเพื่อน ซึ่ง ผลความดังกล่าวทำให้เกิดการพัฒนา ผู้เรียนให้เกิดทักษะการคิดแบบกระบวนการเรียนรู้ที่เน้น ผู้เรียนเป็นสำคัญ ตามนโยบายของ กระทรวงศึกษาธิการที่ต้องการให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิดใน แบบ GPAS 5 Steps เกิดการเรียนรู้ ด้วยตนเอง เกิดทักษะชีวิตและรู้จักการแสวงหาความรู้จาก แหล่งเรียนรู้ต่างๆ และสอดคล้องกับผล ความพึงพอใจของรัตน์ นพเก้า(2556) ที่นำกระบวนการระบบพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring) มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน ผลการศึกษาพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมากต่อ การจัดการเรียนการสอนโดยกระบวนการระบบพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring) ในระดับมากที่สุด จึงส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนดีขึ้น นักเรียนเกิดความพึงพอใจเกิดทัศนคติที่ดี ในการเรียน ความสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อนในกลุ่ม และ ทำงานให้บรรลุตามเป้าหมายที่กาํหนดไว้ได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ประโยชน์ที่ได้รับ 1. ครูสามารถนำวิธีการสอนแบบ GPAS 5 Steps ไปใช้ในการพัฒนานักเรียนในระดับชั้นและ หน่วยการเรียนรู้อื่น 2. ผู้บริหารนำการจัดการเรียนรู้โดยวิธีการสอนแบบ GPAS 5 Steps พัฒนาการจัดการเรียนรู้ ของครูให้มีประสิทธิภาพ ข้อเสนอแนะ 1. ควรศึกษาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps กับเนื้อหาเรื่องอื่นหรือ ชั้นอื่นๆ ในสาระการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เพื่อการนำการจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps ไป ใช้ให้เหมาะสม 2. ควรศึกษาวิธีการสอนที่เน้นทักษะกระบวนการคิด ในรูปแบบต่างๆ ให้ผู้เรียนได้เกิดทักษะ การคิดวิเคราะห์เพื่อให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น 7. ปัจจัยความสำเร็จ การพัฒนาทักษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ใช้การวิจัยเพื่อพัฒนาโดยใช้วงจรการพัฒนาคุณภาพงานแบบวงจร Deming ประกอบด้วย P D C A ( Plan Do Check Action) มีการวางแผนปฏิบัติการ ตรวจสอบ สะท้อนผลการปฏิบัติ และปรับปรุงงาน มีขั้นตอนดังนี้ 1. ขั้นวางแผนการวิจัย (Plan-P) ผู้วิจัย 1.1 การวางแผนการวิจัย (Plan-P) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะ การเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 1) ศึกษาเอกสารของงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2) เลือกกลุ่มเป้าหมาย


11 3) ปฏิบัติการวิเคราะห์ หน่วยการเรียนรู้เพื่อดำเนินการสร้างแผนการเรียนรู้ที่ใช้ กิจกรรมการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps 2. ขั้นดำเนินการ (Do-D) ขั้นนี้ผู้วิจัยได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยการดำเนินการสอนตามแผนการจัดการ เรียนรู้ที่เตรียมไว้ในขั้นวางแผน 3. ขั้นตรวจสอบ (Check-C) ขั้นตอนนี้เป็นการนำเครื่องมือที่ครูสร้างขึ้นไปทดลองใช้สอนจริง โดยสอน หลังจากนั้น รวบรวมข้อมูลต่างๆที่ได้จากการทดลองสอนเพื่อจะได้ทราบข้อบกพร่องต่างๆที่จะต้องปรับปรุงต่อไป ผู้วิจัยใช้เครื่องมือคือแบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นทักษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ โดย ใช้กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 บันทึกการเขียนวิจารณ์การจัด กิจกรรมเรียนรู้ และแบบสังเกตการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครู 4. ขั้นปรับปรุงแก้ไข (Action-A) ขั้นนี้ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆจากเครื่องมือการสะท้อนผลการจัดการเรียนรู้จาก ข้อ 3. ให้ครูผู้สอนนำไปปรับแก้ไขก่อนดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ต่อไป เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเพื่อพัฒนา เครื่องมือที่ใช้มีดังนี้ 1. เครื่องมือที่ใช้ในขั้นวางแผน เช่น เอกสารประกอบการอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพครู ด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นทักษะการเชื่อมโยง การจัดทำแผนการเรียนรู้ และการจัดเตรียมสื่ออุปกรณ์ 2. เครื่องมือที่ใช้ในขั้นดำเนินการ คือ แบบกำหนดการนิเทศกลุ่มเป้าหมาย ให้ดำเนินการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นทักษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps 3. เครื่องมือที่ใช้ในขั้นตรวจสอบ คือ แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นทักษะการ เชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แบบนิเทศการจัดกิจกรรมเรียนรู้ และแบบสังเกตการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครู 4 เครื่องมือที่ใช้ในขั้น ปรับปรุงแก้ไข คือ แบบบันทึกการเขียนวิจารณ์การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยผู้นิเทศก์ การเก็บข้อมูลในการวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเพื่อพัฒนา การเก็บข้อมูลโดยการสังเกต แบบบันทึกการเขียนวิจารณ์ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยผู้นิเทศก์ และการสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องทั้งนักเรียน เพื่อนครูในโรงเรียน การวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเพื่อพัฒนา การวิเคราะห์ข้อมูล โดยการใช้ข้อมูลเชิงคุณภาพที่ได้จาก แบบบันทึก แบบสังเกต การสัมภาษณ์ มาตีความสรุป และเขียนเป็นรายงานเชิงบรรยาย 8. บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learned) 1. ทักษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ ทักษะการเชื่อมโยงเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยการคิดวิเคราะห์และความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ในการนำ ความรู้เนื้อหา และหลักการ ทางคณิตศาสตร์มาสร้างความสัมพันธ์อย่างเป็นเหตุ


12 เป็นผลระหว่างความรู้และทักษะและกระบวนการที่มีในเนื้อหาคณิตศาสตร์กับงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำ ไปสู่การแก้ปัญหาและการเรียนรู้แนวคิดใหม่ที่ซับซ้อนหรือสมบูรณ์ขึ้น การที่ผู้เรียนเห็นการเชื่อมโยงทาง คณิตศาสตร์จะส่งเสริมให้ผู้เรียนเห็นความสัมพันธ์ของเนื้อหาต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์และความสัมพันธ์ ระหว่างแนวคิด ทางคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ ทำให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาทางคณิตศาสตร์ได้ลึกซึ้งและ มีความคงทนในการเรียนรู้ตลอดจนช่วยให้ผู้เรียนเห็นว่าคณิตศาสตร์มีคุณค่า น่าสนใจ และสามารถนำ ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริงได้ในการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ที่ต้องการให้ผู้เรียนมีความรู้และมีพื้นฐาน ในการที่จะนำ ไปศึกษาต่อนั้น จำเป็นต้องบูรณาการเนื้อหาต่าง ๆ ในวิชาคณิตศาสตร์เข้าด้วยกัน เช่น การใช้ความรู้ในเรื่องเซตในการให้คำ จำกัดความหรือบทนิยามในเรื่องต่าง ๆ เช่น บทนิยามของฟังก์ชัน ในรูปของเซต บทนิยาม ของลำดับในรูปของฟังก์ชัน นอกจากการเชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์ด้วยกันแล้ว ยังมีการเชื่อมโยง คณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ โดยใช้คณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือ ในการเรียนรู้และใช้การแก้ปัญหา เช่น เรื่องการเงิน การคิดดอกเบี้ยทบต้น ก็อาศัยความรู้ในเรื่องเลขยกกำลังและผลบวกของอนุกรม ในงาน ศิลปะและ การออกแบบบางชนิดก็ใช้ความรู้เกี่ยวกับรูปเรขาคณิต นอกจากนั้นแล้วยังมีการนำ ความรู้ ทางคณิตศาสตร์ไปประยุกต์ใน วิชาชีพบางอย่างโดยตรง เช่น การตัดเย็บเสื้อผ้า งานคหกรรมเกี่ยวกับ อาหาร งานเกษตร งานออกแบบสร้างหีบห่อ บรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ รวมถึงการนำคณิตศาสตร์ไปเชื่อมโยง กับชีวิตความเป็นอยู่ประจำวัน เช่น การซื้อขาย การชั่ง ตวง วัด การคำนวณระยะทางและเวลาที่ใช้ใน การเดินทาง การวางแผนใน การออมเงินไว้ใช้ในช่วงบั้นปลายของชีวิต องค์ประกอบหลักที่ส่งเสริมการ พัฒนาการเรียนรู้ทักษะและกระบวนการ การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเชื่อมโยง คณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ มีดังนี้ 1. มีความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์อย่างเด่นชัดในเรื่องนั้น 2. มีความรู้ในเนื้อหาที่จะนำ ไปเชื่อมโยงกับสถานการณ์หรืองานอื่น ๆ ที่ต้องการเป็น อย่างดี 3. มีทักษะในการมองเห็นความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงระหว่างความรู้และทักษะ และ กระบวนการที่มีในเนื้อหานั้นกับงานที่เกี่ยวข้อง 4. มีทักษะในการสร้างแบบจำ ลองทางคณิตศาสตร์เพื่อสร้างความสัมพันธ์และ เชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ หรือคณิตศาสตร์กับสถานการณ์ที่ต้องเกี่ยวข้อง 5. มีความเข้าใจในการแปลความหมายของคำตอบที่หาได้จากแบบจำลอง ทาง คณิตศาสตร์ว่ามีความเป็นไปได้หรือสอดคล้องกับสถานการณ์นั้น ๆ อย่างสมเหตุสมผล ในการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะและกระบวนการการเชื่อมโยงความรู้ทาง คณิตศาสตร์นั้นผู้สอนอาจจัดกิจกรรมหรือสถานการณ์ปัญหาสอดแทรกในการเรียนรู้อยู่เสมอ เพื่อให้ ผู้เรียนได้เห็นการนำ ความรู้เนื้อหา สาระ และกระบวนการทางคณิตศาสตร์มาใช้ในการเรียนรู้เนื้อหา ใหม่ หรือนำความรู้และกระบวนการทางคณิตศาสตร์มาแก้ปัญหาในสถานการณ์ที่ผู้สอน กำหนดขึ้น เพื่อให้ผู้เรียนเห็นความเชื่อมโยงของคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ หรือ เห็นการนำคณิตศาสตร์ ไปประยุกต์ในชีวิตประจำวันเพื่อให้ผู้เรียนได้มีการปฏิบัติจริงและมีทักษะและกระบวนการเชื่อมโยง ความรู้นี้ผู้สอนอาจมอบหมายงาน หรือกิจกรรมให้ผู้เรียนได้ไปศึกษาค้นคว้าหาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับ


13 กิจกรรมนั้น ๆ แล้วนำ เสนองานต่อผู้สอนและผู้เรียน ให้มีการอภิปรายและหาข้อสรุปร่วมกัน ในการ จัดการเรียนรู้ที่ต้องการให้ผู้เรียนมีการ พัฒนาการเรียนรู้ผู้สอนควรจัดกิจกรรมหรือให้ปัญหาที่เปิดโอกาส ให้ผู้เรียน ได้คิด สามารถบอกแนวคิดและแสดงเหตุผลได้ผู้สอนไม่ควรดูเฉพาะคำ ตอบที่ หาได้จากการ คำนวณเท่านั้น คำตอบของปัญหาอาจมีมากกว่า 1 คำ ตอบ ขึ้นอยู่กับการให้เหตุผลประกอบที่ สมเหตุสมผลด้วย 2. กระบวนการ GPAS 5 Steps กระบวนการ GPAS 5 STEPs เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิด กระบวนการหนึ่ง ที่ประกอบด้วยโครงสร้าง 5 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering) ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ(Applying and Constructing the Knowledge) ขั้นสื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill) ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating) กลุ่มเป้าหมาย การวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาเพื่อศึกษาสภาพการณ์การเปลี่ยนแปลงในระดับ ชั้นเรียนที่เน้น การเรียนรู้ตามแนวคิด GPAS 5 Steps ซึ่งเป็นการพัฒนาทักษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ตาม แนวคิดกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) และเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อน การปฏิรูปการศึกษาที่เน้นการเปลี่ยนแปลงในชั้นเรียน และการขยายผลอย่างก้าวกระโดด ขอบเขต กลุ่มเป้าหมายการวิจัยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มเป้าหมายหลักได้แก่ครูและกลุ่มเป้าหมายรอง ได้แก่ นักเรียนที่ครูนำมาเป็นเป้าหมายในการพัฒนา ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งนี้ 1. การจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ GPAS 5 STEPs เป็นการจัดการเรียนการสอนที่ฝึกให้ ผู้เรียน มีทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ได้เป็นอย่างดีในทั้ง 4 ขั้นตอนของการจัดการเรียนรู้ด้วย กระบวนการ GPAS เป็นการฝึกทักษะด้านการคิดทั้งหมดและการใช้แบบทดสอบอัตนัยในการวัด ความสามารถใน การคิดวิเคราะห์ของนักเรียนจะสามารถประเมินทักษะของนักเรียนได้เป็นอย่างดี เพราะ สังเกตได้จาก การตอบคำถามของนักเรียน นักเรียนสามารถวิเคราะห์ข้อคำถามได้ครบถ้วนทั้ง สามด้าน ดังนี้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ วิเคราะห์ความสำคัญ และวิเคราะห์หลักการ 2. ผู้เรียนสามารถสรุปความคิดรวบยอด โดยกระบวนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แสดง ความคิด ระหว่างเพื่อนนักเรียนด้วยกัน ทำให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจยิ่งขึ้น ครูผู้สอนมีบทบาทกระตุ้น ให้ผู้เรียนเกิดแนวคิดด้วยการตั้งคำถาม ทำให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจยิ่งขึ้น ซึ่งผู้เรียนมีส่วนรวมใน กิจกรรมการเรียน โดยทราบผลการปฏิบัติงานของตน ตลอดจนมีการใช้สื่อแหล่งเรียนรู้อย่างหลากหลาย จึงทำให้ผู้เรียนเกิดความสนใจในการเรียนและมีความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมโดยใช้กระบวนการ เรียนจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ GPAS 3. การจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ GPAS เป็นเครื่องมือทางการเรียนที่มุ่งเน้นในการใช้ ทักษะการคิดวิเคราะห์ในทุกขั้นตอน ดังนั้นครูผู้สอนควรจะอธิบายในแต่ละขั้นตอนให้ผู้เรียนทราบอย่าง ชัดเจน เพื่อที่ผู้เรียนจะได้ปฏิบัติในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการ GPAS ได้เป็นอย่างดี ครูต้องเตรียม


14 ความพร้อมในด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับบทเรียนก่อนเพื่อให้การจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ศึกษา แผนการจัดการเรียนรู้ล่วงหน้า เพื่อให้การปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียนในแต่ละ ขั้นตอนให้มีความชัดเจน ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป 1. ควรมีการศึกษาวิจัยที่ใช้การจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ GPAS 5 STEPs ร่วมกับการ จัดการ เรียนรู้ด้วยวิธีการสอนหรือเทคนิคอื่นๆ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ในรายวิชาสังคมศึกษา และรายวิชาอื่นๆ 2. ควรมีการศึกษา โดยใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ GPAS 5 STEPs ร่วมกับ ตัวแปรอื่นๆ เช่น ทักษะในการเรียนรู้ร่วมกัน ทักษะการคิดสร้างสรรค์ ทักษะการคิดสังเคราะห์ เป็น ต้น 3. ควรมีการวิจัยเพื่อศึกษา และเปรียบเทียบพัฒนาการของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ พัฒนาการของทักษะการเชื่อมโยง ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ GPAS 5 STEPs ระหว่าง กลุ่ม เด็กเก่ง ปานกลาง และอ่อน 9. การเผยแพร่ผลงาน การพัฒนาทักษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4


15


16 บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. ทิศนา แขมมณี. (2550). ทฤษฎีการเรียนรู้ เพื่อพัฒนากระบวนการคิด. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ : วัฒนาพานิช สำราญราษฎร์. ทิศนา แขมมณี และคณะ. (2545). กระบวนการเรียนรู้ ความหมาย แนวทางการพัฒนา และปัญหาข้อง ใจ.กรุงเทพฯ : พัฒนาคุณภาพวิชาการ. มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์. (2550) . งานหลักสูตรและพัฒนาอาจารย์. นราธิวาส : มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2550) . แนวทางการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะ การคิดวเคราะห์กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 11 ทองสุข รวยสูงเนิน .(2552). เอกสารชุดพัฒนาทักษะการคิด โครงการวิจัยและพัฒนารูปแบบการ จัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดสำหรับนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เล่ม2 รูปแบบ การจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะการคิด .กรุงเทพฯ : สถาบันพัฒนาความกาวหน้า รัตน์ นพเก้า . (2556). รายงานผลการจัดการการเรียนการสอน โดยกระบวนการระบบพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring) สาระภูมิศาสตร์ หน่วยทวีปยุโรป ระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2. ค้น เมื่อ 25ธันวาคม 2561, จาก http://www.bankaeng.ac.th/bk/images/stories/2556/PDF/ คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร. (2556). เอกสารประกอบการอบรมหลักสูตรพัฒนาครูคุณภาพ โดยใช้กระบวนการสร้างระบบพี่เลี้ยง Coaching and Mentoring. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัย นเรศวร. มหาวิทยาลัยนเรศวร.(2561). การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์โดยใช้กระบวนการ GPAS และการ ประเมินเพื่อการเรียนรู้ ในรายวิชาพื้นฐานคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 6 โรงเรียนวัดดอนเมือง (ทหารอากาศอุทิศ) สังกัด กรุงเทพฯ: วารสารศึกษาศาสตร์ , มหาวิทยาลัยนเรศว


17 ภาคผนวก


18 ภาคผนวก ก ผลการประเมินเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยโดยผู้เชี่ยวชาญ - ผลการตรวจสอบคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1-8 โดยผู้เชี่ยวชาญ - คะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ด้านความสอดคล้องระหว่างแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ ทางการเรียน เรื่องความน่าจะเป็น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กับจุดประสงค์การเรียนรู้ - ผลการประเมินคุณภาพของแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps


19 ตารางที่ 1 ผลการตรวจสอบคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้พัฒนาทักษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยผู้เชี่ยวชาญ ข้อ รายการ ผู้เชี่ยวชาญคนที่ X S.D แปลผล 1 2 3 4 5 1. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1.1 มีความชัดเจน 4 5 4 5 3 4.20 0.84 มาก 1.2 ครอบคลุมเนื้อหาในแผนการจัดการ เรียนรู้ 3 4 5 4 4 4.00 0.71 มาก 1.3 ครอบคลุม กิจกรรมการเรียนรู้ 4 4 4 3 4 3.80 0.45 มาก 1.4 การใช้ภาษาถูกต้อง 5 4 4 5 4 4.40 0.55 มาก 1.5 เขียนในรูปพฤติกรรมที่วัดและสังเกตได้ 5 4 4 4 4 4.20 0.45 มาก คะแนนเฉลี่ย 4.12 0.60 มาก 2. สาระการเรียนรู้ 2.1 มีความชัดเจน 4 4 5 4 3 4.00 0.71 มาก 2.2 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ 5 3 5 4 4 4.20 0.84 มาก 2.3 มีความเหมาะสมกับเวลา 5 5 3 4 4 4.20 0.84 มาก 2.4 มีความเหมาะสมกับระดับชั้นของผู้เรียน 4 4 5 4 4 4.20 0.45 มาก คะแนนเฉลี่ย 4.15 0.71 มาก 3. กิจกรรมการเรียนรู้ 3.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ 5 3 5 4 4 4.20 0.84 มาก 3.2 สอดคล้องกับเนื้อหาที่ระบุไว้ 4 3 5 4 4 4.00 0.71 มาก 3.3 เหมาะสมกับเวลา 5 4 3 4 4 4.00 0.71 มาก 3.4 นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม 4 3 5 4 4 4.00 0.71 มาก 3.5 เป็นไปได้ในทางปฏิบัติ 5 4 3 4 4 4.00 0.71 มาก คะแนนเฉลี่ย 4.04 0.73 4. สื่อการเรียนรู้ 4.1 สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนการสอน 4 4 5 4 4 4.20 0.45 มาก 4.2 เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน 4 3 5 3 4 3.80 0.84 มาก 4.3 สามารถทำให้เกิดการเรียนรู้ได้จริง 4 5 4 5 4 4.40 0.55 มาก คะแนนเฉลี่ย 4.13 0.61 มาก


20 ตารางที่ 1 ผลการตรวจสอบคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้พัฒนาทักษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยผู้เชี่ยวชาญ (ต่อ) ข้อ รายการ ผู้เชี่ยวชาญคนที่ X S.D แปลผล 1 2 3 4 5 5. การวัดและประเมินผล 5.1 วัดได้ตามจุดประสงค์การเรียนรู้ 3 5 4 5 4 4.20 0.84 มาก 5.2 วัดครอบคลุมด้านพุทธพิสัย จิตพิสัยและ ทักษะพิสัย 4 4 3 4 4 3.80 0.45 มาก 5.3 กำหนดเกณฑ์การประเมินที่ชัดเจน 4 3 4 3 4 3.60 0.55 มาก 5.4 สามารถวัดและประเมินผลได้จริง 5 4 4 5 4 4.40 0.55 มาก 5.5 ใช้เครื่องมือวัดผลได้อย่างเหมาะสม 4 5 3 4 4 4.00 0.74 มาก 5.6 ใช้วิธีการวัดที่หลากหลาย 4 4 5 4 4 4.20 0.45 มาก คะแนนเฉลี่ย 4.03 0.59 มาก รวมคะแนนเฉลี่ย 4.10 0.65 มาก


21 ตารางที่ 2 คะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ด้านความสอดคล้องระหว่างแบบทดสอบวัดผลการ เรียนรู้ทางการเรียน เรื่องความน่าจะเป็น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กับจุดประสงค์การเรียนรู้ ข้อที่ คะแนนจากผู้เชี่ยวชาญแต่ละท่าน ค่า IOC คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 คนที่4 คนที่ 5 1 +1 +1 +1 +1 +1 1.00 2 +1 +1 +1 +1 +1 1.00 3 +1 0 +1 +1 +1 0.80 4 +1 +1 +1 +1 +1 1.00 5 +1 +1 +1 +1 +1 1.00 6 0 +1 +1 +1 0 0.60 7 +1 +1 +1 +1 +1 1.00 8 +1 +1 +1 +1 +1 1.00 9 0 +1 0 +1 +1 0.60 10 +1 +1 +1 +1 +1 1.00 11 +1 +1 +1 +1 +1 1.00 12 0 +1 +1 0 +1 0.60 13 +1 0 +1 +1 +1 0.80 14 +1 +1 +1 +1 0 0.80 15 +1 +1 +1 0 +1 0.80 16 +1 0 +1 +1 +1 0.80 17 +1 +1 +1 +1 +1 1.00 18 +1 +1 +1 +1 +1 1.00 19 +1 +1 +1 +1 +1 1.00 20 +1 +1 +1 +1 +1 1.00 หมายเหตุ +1 หมายถึง แน่ใจว่าข้อสอบสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ 0 หมายถึง ไม่แน่ใจว่าข้อสอบสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ -1 หมายถึง แน่ใจว่าข้อสอบไม่สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้


22 ตารางที่ 3 ผลการประเมินคุณภาพของแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps ข้อที่ ผลการพิจารณาผู้เชี่ยวชาญคนที่ X S.D ระดับความ เหมาะสม 1 2 3 4 5 1 5 4 4 5 4 4.40 0.55 มาก 2 4 4 5 4 4 4.20 0.45 มาก 3 4 4 5 4 3 4.00 0.71 มาก 4 4 4 5 3 4 4.00 0.71 มาก 5 4 4 5 5 5 4.60 0.55 มากที่สุด 6 4 4 5 4 4 4.20 0.45 มาก 7 4 4 4 4 4 4.00 0.00 มาก 8 4 4 5 4 4 4.20 0.45 มาก 9 4 4 5 5 3 4.20 0.84 มาก 10 4 4 5 4 4 4.20 0.45 มาก 11 4 4 5 4 4 4.20 0.45 มาก 12 4 3 4 4 3 3.60 0.55 มาก 13 3 4 4 5 4 4.00 0.71 มาก 14 4 4 4 5 4 4.20 0.45 มาก 15 5 4 4 5 4 4.40 0.55 มาก เฉลี่ย 4.07 3.93 4.60 4.33 3.87 4.43 0.52 มาก


23 ภาคผนวก ข เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย - ตัวอย่างแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps - แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน - แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps


24 ศิลปะ : ทัศนศิลป์ •การออกแบบวาดภาพประกอบ การนำเสนอผลงาน ภาษาไทย •เขียนสื่อสารได้ •เขียนสรุปความหรือย่อความได้ •อภิปรายสรุปได้ •นำเสนอผลงานโดยใช้การสื่อสาร ที่เข้าใจง่าย สุขศึกษาและพลศึกษา •เคารพและปฏิบัติตามกฎ กติกา •เข้าร่วมกิจกรรมและเล่นเกม การงานอาชีพและเทคโนโลยี •การทำงานกลุ่มร่วมกัน •การทำงานอย่างเป็นกระบวนการ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม • การรู้จักบทบาทหน้าที่ • มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ความน่าจะเป็น เบื้องต้น หาความน่าจะเป็นและนำความรู้เกี่ยวกับความน่าจะเป็นไปใช้ (ค 3.2 ม.4/2) หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ความน่าจะเป็ นเบื้องต้น + – แผนผังการเรียนรู้แบบบูรณาการ ตัวชี้วัด


25 แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps รหัสวิชา ค31106 รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ชื่อหน่วย ความน่าจะเป็นเบื้องต้น แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องการทดลองสุ่ม : 1 เวลา 1 ชั่วโมง ชื่อครูผู้สอน นางเกศสุดา สุพรหม 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 3.2 เข้าใจหลักการนับเบื้องต้น ความน่าจะเป็น และนำไปใช้ ตัวชี้วัด ค 3.2 ม.4/2 หาความน่าจะเป็นและนำความรู้เกี่ยวกับความน่าจะเป็นไปใช้ 2. สาระสำคัญ การทดลองสุ่ม (Random Experiment) เป็นการทดลองที่สามารถทราบผลทั้งหมดที่อาจจะ เกิดขึ้น แต่ไม่สามารถบอกได้แน่นอนว่าจะเกิดผลอะไร 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมายของการทดลองสุ่ม (K) 2. แสดงการทดลองสุ่ม (P) 3. มีความกระตือรือร้น สนใจ และเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ในชั้นเรียน (A) 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 เนื้อหา การทดลองสุ่ม 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด - การจำแนก การให้เหตุผล การสรุปความรู้ การปฏิบัติ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน


26 7. คำถามสำคัญ นักเรียนสามารถเขียนแสดงการทดลองสุ่มได้อย่างไร และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร 8. กิจกรรมการเรียนรู้(การจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps) 1.นักเรียนคาดการณ์ผลของเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้โดยใช้การถาม-ตอบ ดังนี้ 1) การโยนเหรียญ 1 เหรียญ 2) การทอดลูกเต๋า 1 ลูก 3) การหยิบบัตรตัวเลข 0-9 จากกล่องใบหนึ่ง 4) การเลือกร้านอาหารที่อยากรับประทาน จากทั้งหมด 3 ร้าน ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering) • • • • • • • • • • • • • • • • • ในการโยน 1คร้ัง มีผลออกมาได้ 2 แบบ คือ ออกหัวหรือออกก้อยเป็ นผลการทดลองสุ่ม เนื่องจากมีการคาดการณ์คา ตอบที่จะเกิดข้ึนทุกกรณีแต่ไม่สามารถบอกไดว้า่จะมีผล เป็ นอย่างใดอย่างหนึ่งที่แน่นอนได้ ในการทอดลูกเต๋า 1 ครั้ง หน้าที่หงายขึ้นมีผลออกมาได้ 6 แบบ คือ ทอดออกมาได้แต้ม เท่ากับ 1, 2, 3, 4, 5 หรือ 6 แต้ม เป็นผลการทดลองสุ่ม เนื่องจากมีการคาดการณ์คำตอบที่จะเกิดขึ้น ทุกกรณี แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีผลเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งที่แน่นอนได้ ในการหยิบบัตร 1 ครั้ง มีผลออกมาได้ 10 แบบ คือ หยิบบัตรออกมาได้ เลข 0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8 หรือ 9 เป็นผลการทดลองสุ่ม เนื่องจากมีการคาดการณ์คำตอบที่จะเกิดขึ้นทุกกรณี แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีผลเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งที่แน่นอนได้ ในการเลือกร้านอาหาร 1 ครั้ง มีผลออกมาได้ 3 แบบ คือ รับประทานอาหารจากร้านที่ 1 หรือรับประทานอาหารจากร้านที่ 2 หรือรับประทานอาหารจากร้านที่ 3 เป็นผลการทดลองสุ่ม เนื่องจากมีการคาดการณ์คำตอบที่จะเกิดขึ้นทุกกรณี แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีผลเป็นอย่างใดอย่าง หนึ่งที่แน่นอนได้


27 2. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยใช้คำถามกระตุ้นความคิด ดังนี้ • นักเรียนสามารถเขียนแสดงการทดลองสุ่มได้อย่างไร 3. นักเรียนศึกษา รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการทดลองสุ่ม จากแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น จากการสังเกต การร่วมสนทนากับเพื่อนในชั้นเรียน จากหนังสือเรียนหรืออินเทอร์เน็ต 4. นักเรียนพิจารณาตัวอย่างเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การเล่นไพ่ การทอดลูกเต๋า การโยนเหรียญ การมีบุตร 2 คน การหยิบตัวเลข 0-9 จากกล่องใบหนึ่ง จากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการทดลองสุ่ม เพราะเหตุใด (เป็นผลการทดลองสุ่ม เนื่องจากมีการคาดการณ์คำตอบที่จะเกิดขึ้นทุกกรณี แต่ไม่สามารถ บอกได้ว่าจะมีผลเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งที่แน่นอนได้) ผลทั้งหมดของการสุ่มมีอะไรบ้าง การเล่นไพ่ ไพ่หนึ่งสำรับมีจำนวนไพ่ทั้งหมด 52 ใบ แบ่งเป็น 4 ชุด ได้แก่ ชุดโพดำ โพแดง ดอกจิก และข้าวหลามตัด โดยที่ไพ่แต่ละชุดมี 13 ใบ ได้แก่ 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, J, Q, K และ A เพราะฉะนั้นผลทั้งหมดมี 52 แบบ คือ ((A โพดำ), (A โพแดง), (A ข้าวหลามตัด), (A ดอกจิก), (2 โพดำ), (2 โพแดง), (2 ข้าวหลามตัด), (2 ดอกจิก), (3 โพดำ), (3 โพแดง), (3 ข้าวหลามตัด), (3 ดอกจิก), (4 โพดำ), (4 โพแดง), (4 ข้าวหลามตัด), (4 ดอกจิก), (5 โพดำ), (5 โพแดง), (5 ข้าวหลามตัด), (5 ดอกจิก), (6 โพดำ), (6 โพแดง), (6 ข้าวหลามตัด), (6 ดอกจิก), (7 โพดำ), (7 โพแดง), (7 ข้าวหลามตัด), (7 ดอกจิก), (8 โพดำ), (8 โพแดง), (8 ข้าวหลามตัด), (8 ดอกจิก), ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) (Gathering) • • • • • • • • • • • • • • • • • •


28 (9 โพดำ), (9 โพแดง), (9 ข้าวหลามตัด), (9 ดอกจิก), (10 โพดำ), (10 โพแดง), (10 ข้าวหลามตัด), (10 ดอกจิก), (J โพดำ), (J โพแดง), (J ข้าวหลามตัด), (J ดอกจิก), (Q โพดำ), (Q โพแดง), (Q ข้าวหลามตัด), (Q ดอกจิก), (K โพดำ), (K โพแดง), (K ข้าวหลามตัด), (K ดอกจิก)) การทอดลูกเต๋า ในการทอดลูกเต๋า 1 ครั้ง หน้าที่หงายขึ้นมีผลออกมาได้ 6 แบบ คือ (1, 2, 3, 4, 5 หรือ 6 แต้ม) การโยนเหรียญ ในการโยนเหรียญ 1 ครั้ง มีผลออกมาได้ 2 แบบ คือ (ออกหัวหรือออกก้อย) การมีบุตร 2 คน การมีบุตร 2 คน มีผลออกมาได้ 4 แบบ คือ (คนแรกเป็นชาย, คนที่สองเป็นชาย), (คนแรกเป็นชาย, คนที่สองเป็นหญิง), (คนแรกเป็นหญิง, คนที่สองเป็นชาย), (คนแรกเป็นหญิง, คนที่สองเป็นหญิง) การหยิบบัตรตัวเลข 0-9 จากกล่องใบหนึ่ง ในการหยิบบัตร 1 ครั้ง มีผลออกมาได้ 10 แบบ คือ (เลข 0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8 หรือ 9) 5. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน แต่ละกลุ่มร่วมกันสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการทดลองสุ่ม แล้วเขียนผลที่จะเกิดขึ้นทุกกรณี จากนั้นสลับผลงานกับกลุ่มอื่น เพื่อร่วมกันตรวจสอบและแก้ไข ให้ถูกต้อง 6. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ การทดลองสุ่ม (Random Experiment) เป็นการทดลองที่สามารถทราบผลทั้งหมด ที่อาจจะเกิดขึ้น แต่ไม่สามารถบอกได้แน่นอนว่าจะเกิดผลอะไร ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ(Applying and Constructing the Knowledge) • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • •


29 7. นักเรียนออกมานำเสนอผลงานเกี่ยวกับการทดลองสุ่มหน้าชั้นเรียน โดยมีนักเรียนและครู ร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง 8. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการ ทำงานที่มีแบบแผน 9. นักเรียนนำความรู้ไปช่วยสอนเพื่อน ๆ ที่ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับการทดลองสุ่ม ให้เกิดความเข้าใจยิ่งขึ้น 10. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ • สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 2. เหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน ขั้นสื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill) • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • ข้ันประเมินเพื่อเพมิ่คุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ(Self-Regulating) • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกัษะศตวรรษที่21 ดา้นการสื่อสาร


30 3. ตัวอย่างผลทั้งหมดของการทดลองสุ่ม 4. แหล่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน 1. ประเมินความรู้ เรื่อง ความหมายของการทดลองสุ่ม (K) ด้วยแบบทดสอบ 2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน 3. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) ด้วยแบบประเมิน แบบประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม รายการการ ประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 กระบวนการ ทำงานกลุ่ม มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน และมี การชี้แจงเป้าหมาย การทำงาน มีการ ปฏิบัติงานร่วมกัน อย่างร่วมมือร่วมใจ พร้อมกับการ ประเมินเป็นระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน มีการ ชี้แจงเป้าหมายอย่าง ชัดเจนแลปฏิบัติงาน ร่วมกันแต่ไม่มีการ ประเมินเป็นระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท เฉพาะหัวหน้าไม่มี การชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจปฏิบัติงาน ร่วมกันไม่ครบทุกคน ไม่มีการกำหนด บทบาทสมาชิกและ ไม่มีการชี้แจง เป้าหมาย สมาชิก ต่างคนต่างทำงาน การประเมินการเรียนรู้ แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)


31 ลงชื่อ......................................... (นายสุพล เชื่อมพงษ์) ผู้อำนวยการโรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย นครราชสีมา ผลการจัดการเรียนการสอน ปัญหา/อุปสรรค แนวทางแก้ไข ลงชื่อ........................................... (นางเกศสุดา สุพรหม) ตำแหน่งครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ บันทึกหลังการสอน ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา


32 แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง ความน่าจะเป็น คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ถ้ามีเสื้อที่แตกต่างกัน 3 ตัว และกางเกงที่ แตกต่างกัน 2 ตัว จะมีวิธีการแต่งตัวได้กี่วิธี ก. 5 วิธี ข. 6 วิธี ค. 7 วิธี ง. 8 วิธี 2. มีถนนจากบ้านไปโรงเรียน 3 สาย และมีถนนจาก โรงเรียนไปวัด 4 สาย ถ้าสุชาติขี่จักรยานจากบ้าน ไปวัดโดยต้องผ่านโรงเรียนสุชาติมีวิธีเลือกเส้นทางได้ กี่วิธี ก. 7 วิธี ข. 8 วิธี ค. 10 วิธี ง. 12 วิธี 3. มีอาหารคาว 6 อย่าง และขนมหวาน 4 อย่าง ถ้า ต้องการเลือกอาหารคาวและขนมหวานอย่างละ 1 อย่าง จะมีวิธีการเลือกได้กี่วิธี ก. 6 วิธี ข. 10 วิธี ค. 24 วิธี ง. 25 วิธี 4. เมื่อโยนเหรียญหนึ่งเหรียญ จำนวน 3 ครั้ง จะได้ ผลลัพธ์ต่าง ๆ กันทั้งหมดกี่วิธี ก. 3 วิธี ข. 8 วิธี ค. 9 วิธี ง. 27 วิธี 5. มีโรงแรมอยู่ 5 แห่ง อยากทราบว่านักท่องเที่ยว 4 คน จะเลือกพักโรงแรมดังกล่าวโดยไม่ซ้ำกันได้กี่วิธี ก. 9 วิธี ข. 20 วิธี ค. 120 วิธี ง. 256 วิธี 6. รุจมีกางเกงต่างกันอยู่ 2 ตัว เสื้อต่างกัน 3 ตัว เนคไทต่างกัน 2 เส้น อยากทราบว่ารุจแต่งตัวได้ ทั้งหมดกี่วิธี ก.7 วิธี ข. 12 วิธี ค. 20 วิธี ง. 24 วิธี 7. ถ้าต้องการแจกขนม 4 ชิ้นที่แตกต่างกันให้กับ เด็ก 5 คน จะมีวิธีแจกขนมให้เด็กกี่วิธี โดยแจกไม่ ซ้ำคนเดิม ก. 9 วิธี ข. 20 วิธี ค. 120 วิธี ง. 256 วิธี 8. จำนวนเต็มตั้งแต่ 1-500 ที่หารด้วย 2 ลงตัว แต่หารด้วย 3 หรือ 5 ไม่ลงตัว มีกี่จำนวน ก. 117 ข. 123 ค. 127 ง. 133 9. ในหนึ่งสัปดาห์เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ จะมีวิธีเลือก วันไม่น้อยกว่า 2 วัน ที่ไม่ติดกันได้กี่วิธี ก. 20 วิธี ข. 23 วิธี ค. 26 วิธี ง. 30 วิธี 10.จงหาค่า n เมื่อ n (n - 1)(n - 2) = 336 ก. 6 ข. 7 ค. 8 ง. 9


33 เฉลย 1. ข 2. ง 3. ค 4. ข 5. ค 6. ข 7. ค 8. ง 9. ค 10. ค 11. ง 12. ง 13. ข 14. ก 15. ค 16. ง 17. ค 18. ง 19. ค 20. ก 11. ข้อสอบฉบับหนึ่งเป็นแบบกาถูกผิดมีจำนวน 10 ข้อ จงหาจำนวนวิธีที่จะทำข้อสอทั้งหมด ก. 2 × 10 ข. 4 × 10 ค. 4 10 ง. 2 10 12.จากข้อ 11. ถ้าข้อ 1-5 กาถูกหมดทุกข้อแล้ว วิธี ในการทำ ข้อสอบที่เหลืออยู่มีกี่วิธี ก. 2 × 5 ข. 4 × 5 ค. 4 5 ง. 2 5 13.ถ้าห้องประชุมแห่งหนึ่งมีทางเข้าออก 5 ประตู ชายคนหนึ่งเข้า ออกประตูวันละครั้ง โดยมีเงื่อนไข ว่าการเข้าออกประตูห้ามซ้ำกัน จะเข้าออกได้กี่วิธี ก. 15 วิธี ข. 20 วิธี ค. 25 วิธี ง. 30 วิธี 14.จงหา xy เมื่อ x! = 24 และ y! =120 ก. 20 ข. 25 ค. 30 ง. 35 15.จงหาค่า n เมื่อ 6Cn,3 = 2,730 ก. 11 ข. 13 ค. 15 ง. 17 16.ถ้ามีหนังสืออยู่ 5 วิชา และต้องการนำหนังสือ มาจัดเรียงเป็นแถวบนโต๊ะ 3 เล่ม จะจัดหนังสือ ได้กี่วิธี ก. 10 วิธี ข.20 วิธี ค. 30 วิธี ง. 60 วิธี 17.ถ้ามีหนังสืออยู่ 5 เล่ม และต้องการนำหนังสือ มาจัดเรียงเป็นแถวบนโต๊ะทั้ง 5 เล่ม จะจัดหนังสือ ได้กี่วิธี ก. 10 วิธี ข. 100 วิธี ค. 120 วิธี ง. 150 วิธี 18. โยนเหรียญ 3 เหรียญ จำนวน 1 ครั้ง ความ น่าจะเป็นที่ เหรียญทั้ง 3 เหรียญ ขึ้นหน้า เหมือนกันเพียง 2 เหรียญ เท่ากับเท่าใด ก. 1 8 ข. 1 4 ค. 1 2 ง. 3 4 19. โยนเหรียญ 4 เหรียญ จำนวน 1 ครั้ง ความ น่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่เหรียญขึ้นหน้าหัวและ ก้อยจำนวนเท่ากัน เท่ากับเท่าใด ก. 1 8 ข. 1 4 ค. 3 8 ง. 5 8 20. ทอดลูกเต๋า 1 ลูก จำนวน 3 ครั้ง ความ น่าจะเป็นที่ลูกเต๋าหงายแต้มคี่ทั้ง 3 ครั้ง เท่ากับ เท่าใด ก. 1 8 ข. 1 4 ค. 1 2 ง. 3 4


34 แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง ความน่าจะเป็น คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ถ้ามีหมวกที่แตกต่างกัน 3 ใบ และแว่นกันแดดที่ แตกต่างกัน 2 อัน จะมีวิธีการแต่งตัวได้กี่วิธี ก. 5 วิธี ข. 6 วิธี ค. 7 วิธี ง. 8 วิธี 2. กำหนดจุด 6 จุด บนแผ่นกระดาษ มี 4 จุดอยู่บน เส้นตรง เดียวกัน นอกนั้นไม่มี 3 จุดใดอยู่บน เส้นตรงเดียวกัน จำนวนรูปสามเหลี่ยมที่เกิดจากการ ลากเส้นตรงเชื่อมจุดที่กำหนดให้เท่ากับข้อใดต่อไปนี้ ก. 10 ข. 12 ค. 14 ง. 16 3. นักเรียนห้องหนึ่งมี 30 คน ต้องการเลือกหัวหน้า ห้อง 1 คน และ รองหัวหน้าห้อง 1 คน โดยทั้งสอง ตำแหน่งจะเป็นคนเดียวกันไม่ได้ จะมีวิธีการเลือกได้ กี่วิธี ก. 87 วิธี ข. 325 วิธี ค. 435 วิธี ง. 870 วิธี 4. จงหาค่า n เมื่อ Pn, 3 = 3Pn, 2 ก.4 ข. 5 ค. 6 ง. 7 5. เส้นขนานชุดหนึ่งมี 5 เส้น ตัดกับเส้นขนานอีกชุด หนึ่งมี 4 เส้น ทำให้เกิดสี่เหลี่ยมด้านขนานกี่รูป ก. 36 รูป ข. 60 รูป ค. 120 รูป ง. 240 รูป 6. สร้างเลขจำนวนที่มี 3 หลัก โดยใช้ตัวเลข 1, 2, 3, 4, 5 และ 6 (ไม่ใช้ตัวเลขซ้ำกัน) ให้มีค่ามากกว่า 300 จะสร้างได้ทั้งหมดกี่จำนวน ก.70 จำนวน ข. 80 จำนวน ค. 90 จำนวน ง. 100 จำนวน 7. บริษัทแห่งหนึ่งเปิดรับพนักงานใหม่เข้าทำงานใน 4 แผนก แผนกละ 4 คน โดยให้แต่ละแผนกมี พนักงานใหม่เป็นชาย 2 คน หญิง 2 คน มีผู้สมัคร เป็นชาย 10 คน หญิง 9 คน จะมี จำนวนวิธี คัดเลือกพนักงานเข้าทำงานในแผนกต่าง ๆ ทั้งหมด เท่ากับข้อใดต่อไปนี้ ก. 10!9! (8!) 2 ข. 10!9! 2 4 ค. 10!9! 2 9 ง. 10!9! (4!) 2 8. ในการจัดคน 6 คน ซึ่งมีปรีชาและนารีรวมอยู่ ด้วย เพื่อนั่งโต๊ะ กลมสองตัว ตัวแรกมี 3 ที่นั่ง และ ตัวที่สองมี 3 ที่นั่ง ความ น่าจะเป็นที่ปรีชานั่งโต๊ะ ตัวแรกและนารีนั่งโต๊ะตัวที่สอง เท่ากับข้อใดต่อไปนี้ ก. 0.25 ข. 0.30 ค. 0.35 ง. 0.40 9. กำหนดให้ Cn,4=126 และ Pn,r=3,024จงหาค่า r ก.4 ข. 12 ค. 14 ง. 24 10. จงหาค่า n เมื่อ n (n - 1)(n - 2) = 504 ก.6 ข. 7 ค. 8 ง. 9


35 11. ข้อสอบฉบับหนึ่งเป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือกมี จำนวน 10 ข้อ จงหาจำนวนวิธีที่จะทำข้อสอบ ทั้งหมด ก. 2 × 10 ข. 4 × 10 ค. 4 10 ง. 2 10 12. จากข้อ 11 ถ้าข้อ 1-5 เลือกตอบ ก. หมดทุกข้อ แล้ว วิธีในการทำข้อสอบที่เหลืออยู่มีกี่วิธี ก.2 × 5 ข. 4 × 5 ค. 4 5 ง. 2 5 13. ในการทำกิจกรรมอย่างหนึ่งของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ห้อง ก. ห้อง ข. และ ห้อง ค. ส่งนักเรียนให้เข้าร่วม กิจกรรมจำนวน 2 คน 3 คน และ 4 คนตามลำดับ โดยที่นักเรียนแต่ละคนมีความสามารถต่างกัน ถ้า ต้องการจัดนักเรียน 3 คน จากจำนวน ดังกล่าว เพื่อให้คนหนึ่งเป็นหัวหน้าคนหนึ่งเป็นผู้ช่วย และอีก คนหนึ่งเป็นเลขานุการจะสามารถจัดได้กี่วิธี ก. 84 วิธี ข. 504 วิธี ค. 9! 2!3!4! วิธี ง. 9! 1!1!1! วิธี 14. จงหา x + y เมื่อ x! = 24 และ y! =120 ก. 9 ข. 15 ค. 20 ง. 25 15. กำหนดให้ A เป็นเหตุการณ์ในปริภูมิตัวอย่าง S ถ้า 2P(A) = 3P(A ) แล้ว P(A) มีค่าเท่ากับข้อใด ก. 0.3 ข. 0.4 ค. 0.5 ง. 0.6 16. ถ้ามีหนังสืออยู่ 5 วิชา และต้องการนำหนังสือมา จัดเรียงเป็นแถวบนโต๊ะ 4 เล่ม จะจัดหนังสือได้กี่วิธี ก. 20 วิธี ข. 30 วิธี ค. 60 วิธี ง. 120 วิธี 17. ในการเรียงลำดับตัวอักษร A, B, C, a, b โดยที่ เริ่มต้นและลงท้ายด้วยตัวอักษรใหญ่ โดยไม่ใช้ ตัวอักษรซ้ำกันเลยจะทำได้กี่วิธี (คำเหล่านี้ไม่ จำเป็นต้องมีความหมาย) ก. 12 ข. 36 ค. 72 ง. 120 18. หมายเลขโทรศัพท์ 7 ตัว ที่ขึ้นต้นด้วยหมายเลข 377 จะมีได้ ทั้งหมดกี่หมายเลข ก. ( 377 7 ) ข. ( 10 7 ) ค. 4 10 ง. 104 19. โยนเหรียญ 1 เหรียญ จำนวน 4 ครั้ง ความ น่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่เหรียญขึ้นหน้าหัวและ ก้อยจำนวนเท่ากัน เท่ากับเท่าใด ก. 1 8 ข. 1 4 ค. 3 8 ง. 5 8 20. ทอดลูกเต๋า 3 ลูก จำนวน 1 ครั้ง ความน่าจะ เป็นที่ลูกเต๋า หงายแต้มคี่ทั้ง 3 ครั้ง เท่ากับเท่าใด ก. 1 8 ข. 1 4 ค. 1 2 ง. 3 4 เฉลย 1.ข 2. ง 3. ง 4. ข 5. ข 6. ข 7. ค 8. ข 9. ก 10. ง 11. ค 12. ค 13. ข 14. ก 15. ง 16. ง 17. ข 18. ง 19. ค 20. ก


36 แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps คำชี้แจง แบบสอบถามฉบับนี้เป็นแบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เรื่อง ความน่าจะเป็น ตอนที่ 1 ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของนักเรียนมีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps ตอนที่ 2 ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ 2. ให้นักเรียนอ่านข้อความให้เข้าใจแล้วเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องว่างที่ตรงกับความ คิดเห็นของนักเรียนมากที่สุด 3. คำตอบของนักเรียนนั้นไม่มีถูกหรือผิด และจะไม่มีผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียน 4. เครื่องหมาย และตัวเลขในแต่ละระดับความคิดเห็นของนักเรียน ทางด้านขวามือของ แบบสอบถาม มีความหมายดังนี้ ระดับ 5 หมายถึง มีความคิดเห็นมากที่สุด ระดับ 4 หมายถึง มีความคิดเห็นมาก ระดับ 3 หมายถึง มีความคิดเห็นปานกลาง ระดับ 2 หมายถึง มีความคิดเห็นน้อย ระดับ 1 หมายถึง มีความคิดเห็นน้อยที่สุด ตอนที่ 1 ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของนักเรียนมีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps ข้อ รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น 5 4 3 2 1 1. การจัดห้องเรียนเหมาะสมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 2. ครูผู้สอนแต่งกายสุภาพเรียบร้อยและพูดจาไพเราะ 3. ครูมีความเป็นกันเองกับนักเรียนยิ้มแย้มแจ่มใส 4. ครูใช้สื่อที่เอื้อต่อการสอนมีความหลากหลายทำให้เข้าใจง่าย 5. ครูผู้สอนรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน 6. นักเรียนมีความสุขในการทำกิจกรรมทั้งแบบรายบุคคลและแบบกลุ่ม


37 ตอนที่ 2 ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ....................................... .................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................... ................................................................................................................................................. ................... ................................................................................................................ .................................................... ............................................................................................................................. ..................................... ข้อ รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น 5 4 3 2 1 7. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงความรู้เดิมและเชื่อมโยงความรู้เดิม 8. ครูใช้บัตรภาพ บทกลอน และคำถามนำความสนใจเพื่อเชื่อมโยง ความรู้เดิม 9. การจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps ทำให้นักเรียนได้ พัฒนากระบวนการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์อย่างเป็นระบบ 10. ครูจัดกิจกรรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย กระตุ้นให้นักเรียนเกิด ความคิด 11. นักเรียนมีส่วนร่วมในการสรุปความรู้ด้วยตนเองกับสมาชิกภายในกลุ่ม 12. นักเรียนมีโอกาสในการจัดแสดงผลงานของนักเรียนด้วยตนเอง 13. นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้จากระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ 14. นักเรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ และสรุป ความรู้ด้วยตนเอง 15. นักเรียนสามารถนำความรู้และความสามารถในการเชื่อมโยงทาง คณิตศาสตร์ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้


38 เกณฑ์คุณภาพการสังเกตพฤติกรรมนักเรียน ที่ รายการประเมิน ระดับคุณภาพ 1 2 3 1 การทำงานร่วมกัน ไม่ยอมรับการ ทำงานของกลุ่ม ยอมรับมติของกลุ่ม - ยอมรับมติของกลุ่ม - รับผิดชอบงานที่ได้รับ มอบหมายจากกลุ่ม 2 ความกระตือรือร้น ไม่ช่วยเหลืองาน ภายในกลุ่ม - ช่วยเหลืองานในกลุ่ม - ร่วมแสดงความ คิดเห็น - ช่วยเหลืองานภายใน กลุ่ม - ร่วมแสดงความคิดเห็น - ใฝ่รู้ใฝ่เรียน - ศึกษาค้นคว้า 3 การตอบคำถาม ไม่มีส่วนร่วมในการ ตอบคำถาม มีส่วนร่วมในการตอบ คำถามบางครั้ง ให้ความร่วมมือในการ ตอบคำถามเป็นอย่างดี 4 ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ไม่สนใจในการทำ กิจกรรม รับฟังแต่ไม่แสดงความ คิดเห็น ร่วมรับฟังและแสดง ความคิดเห็น


39 ภาคผนวก ค ภาพถ่าย


40 รูปภาพการจัดกิจกรรมและผลที่เกิดขึ้นจากการที่นักเรียนได้พัฒนาทักษะการเชื่อมโยงทาง คณิตศาสตร์ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 STEPs


41 รูปภาพการจัดกิจกรรมและผลที่เกิดขึ้นจากการที่นักเรียนได้พัฒนาทักษะการเชื่อมโยงทาง คณิตศาสตร์ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการ GPAS 5 STEPs


42 ภาคผนวก ง เกียรติบัตร


43 ผลงานภาคภูมิใจเกียรติบัตรการฝีกซ้อมนักเรียนเข้าร่วมแข่งขัน รางวัลผู้สอนนักเรียนได้รับรางวัลเหรียญทองแดง การแข่งขันซูโดกุระดับชาติ ปีการศึกษา 2561 รางวัลผู้สอนนักเรียนได้รับรางวัลการแข่งขันซูโดกุเหรียญทองระดับเขต ปีการศึกษา 2562


44 ผลงานภาคภูมิใจเกียรติบัตรการฝีกซ้อมนักเรียนเข้าร่วมแข่งขัน รางวัลผู้สอนนักเรียนได้รับรางวัลเหรียญทองชนะเลิศการแข่งขันซูโดกุระดับเขต ปีการศึกษา 25661 รางวัลผู้สอนนักเรียนได้รับรางวัลเหรียญทองการแข่งขันซูโดกุระดับเขต ปีการศึกษา 2560


45 ภาคผนวก จ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล


46 ตารางที่ 4 แสดงคะแนนความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ ด้วยวิธีการ GPAS 5 Steps ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ข้อ เลขที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 1 3 4 3 4 3 4 3 3 4 3 4 4 4 4 3 2 3 4 3 3 3 3 3 4 4 3 4 3 3 4 4 3 3 3 3 4 3 4 4 3 4 4 4 4 4 4 4 4 3 4 4 4 3 3 3 3 4 4 4 3 3 3 3 5 4 4 4 3 4 4 4 4 4 3 4 4 4 4 4 6 4 3 4 4 4 4 4 4 4 4 4 4 4 4 4 7 4 4 3 4 3 4 3 3 4 4 3 4 4 4 3 8 4 4 4 5 4 4 4 4 4 5 4 5 4 4 4 9 4 5 4 4 4 3 4 4 4 4 4 4 4 4 5 10 4 4 4 5 4 3 4 4 4 5 4 4 4 3 4 11 4 5 5 4 5 4 4 4 5 4 4 4 4 4 5 12 5 4 4 5 4 4 4 5 4 5 4 4 5 5 4 13 5 5 5 4 5 4 4 4 5 4 4 4 5 4 5 14 5 4 5 5 5 4 4 5 4 5 4 4 4 4 4 15 4 5 5 4 4 4 4 5 4 5 4 4 5 5 4 16 4 3 3 4 3 3 4 4 4 4 4 4 4 4 4 17 4 4 4 4 4 4 3 4 4 4 4 4 4 4 4 18 4 4 4 4 3 3 4 5 4 4 5 5 4 4 4 19 4 4 3 4 4 4 5 4 4 4 5 4 4 4 4 20 4 4 4 4 4 4 4 5 4 4 4 5 4 4 3 21 4 4 4 3 4 4 4 3 4 4 3 3 4 4 4 22 4 4 5 4 5 4 4 4 4 4 4 4 4 4 4 23 4 4 4 4 4 4 4 3 4 4 4 4 4 3 3 24 4 4 5 4 4 4 3 4 3 3 3 3 4 3 4 25 4 3 4 4 4 4 3 4 4 4 4 4 4 4 4 26 5 4 5 4 4 3 3 4 4 4 3 3 4 3 4 27 4 5 4 4 5 5 4 4 5 4 4 4 4 4 4 28 5 4 5 4 4 4 4 4 4 4 4 4 4 4 3 29 3 4 3 4 4 3 4 4 4 3 4 4 4 5 3 30 4 4 4 4 5 4 4 4 5 4 5 4 4 4 4 31 5 4 5 4 5 5 4 4 5 4 4 4 4 5 4 32 4 4 4 4 4 4 3 4 4 4 4 4 3 4 4 33 4 4 4 4 3 3 3 4 4 4 4 4 4 5 4 34 3 4 3 4 4 4 4 4 3 3 4 3 3 3 4 35 4 4 4 4 4 4 4 4 4 4 4 5 5 4 3 36 4 4 4 3 4 4 4 4 4 4 4 4 4 5 4 37 4 4 5 4 5 4 4 4 5 4 4 5 5 4 5 เฉลี่ย 4.00 4.03 4.05 4.00 4.00 3.81 3.76 3.97 4.11 3.97 3.97 3.97 4.03 4.00 3.89 ร้อยละ 80 80.54 81.08 80 80 76.22 75.14 79.46 82.16 79.46 79.46 79.46 80.54 80 77.84


47 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค31106 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ครูผู้สอน นางเกศสุดา สุพรหม โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย นครราชสีมา ที่ ชื่อ-สกุล รายการประเมิน รวม (12) สรุปผล การทำงานร่วมกัน (3) ความกระตือรือร้น (3) การตอบคำถาม (3) ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ (3) ผ่าน ไม่ผ่าน 1 นายทรงวุฒิ วาดเขียน 3 3 2 3 11 ✓ 2 นายธนภัทร นุชแดง 3 2 2 2 10 ✓ 3 นายพงศกร วงศ์สุทธาวาส 3 3 3 3 12 ✓ 4 นายภัทรดนัย บุญปลูก 3 3 2 3 11 ✓ 5 นายปฐมพงษ์ ถิ่นขาม 2 3 3 3 11 ✓ 6 นางสาวเบญจวรรณ ไวสูงเนิน 3 3 2 3 11 ✓ 7 นางสาวดรุณี เวกสูงเนิน 3 2 3 2 10 ✓ 8 นางสาวปาจรีย์ โนนสูงเนิน 3 3 2 3 11 ✓ 9 นางสาวปิยดาภรณ์ พันธุ 3 2 3 3 11 ✓ 10 นางสาวมุทิตา ทักสูงเนิน 3 2 3 3 11 ✓ 11 นางสาวศศิประภา โมงขุนทด 3 2 3 2 10 ✓ 12 นางสาววชิราภรณ์ ซ้ายขวา 3 2 2 3 10 ✓ 13 นางสาวสุวิชญา ปราณีตพลกรัง 3 2 3 3 11 ✓ 14 นางสาวพิยดา แก้วประถม 3 3 3 3 12 ✓ 15 นางสาวพรภวิศย์ กามขุนทด 3 2 2 3 10 ✓ 16 นางสาวกมลพรรณ ดุมใหม่ 3 2 3 2 10 ✓ 17 นางสาวกัญญาณี ประโยชน์โยธิน 3 2 2 3 10 ✓ 18 นางสาวอรกัญญา ทอนสูงเนิน 3 3 3 2 11 ✓ 19 นายนรภัทร อัมพันศิริ 3 3 3 2 11 ✓ 20 นายปิยะ กองพลพรหม 3 2 2 3 10 ✓ 21 นายศิขรินทร์ ศรีวะสุทธิ์ 3 3 3 3 12 ✓ 22 นางสาวฐิติรัตน์ เรืองสูงเนิน 3 3 3 3 12 ✓ 23 นางสาวถิรดา ตอมพุดซา 3 3 3 3 12 ✓ 24 นางสาวทัตพิชา วีระยุทธศิลป์ 3 3 3 3 12 ✓


Click to View FlipBook Version