ใบความรทู้ ี่ 1 เร่อื ง การตงั้ ประเดน็ ปัญหาหรอื ตงั้ คาถาม
รายวชิ า การศึกษาค้นคว้า (IS1) รหัสวชิ า I20201 ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 2
การใช้คาถามเป็นเทคนิคสาคัญในการเสาะแสวงหาความรทู้ ่ีมปี ระสิทธิภาพ เป็นกลวธิ ีการสอนที่ ก่อให้เกิด
การเรียนรู้ท่ีพฒั นาทกั ษะการคิด การตีความ การไตร่ตรอง การถ่ายทอดความคิด สามารถนาไปสู่ การเปล่ยี นแปลง
และปรับปรุงการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี การถามเป็นส่วนหน่ึงของกระบวนการเรียนรู้ ช่วยให้ผู้เรียน
สร้างความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนา ความคิดใหม่ ๆ กระบวนการถามจะชว่ ยขยายทักษะการคิด ทาความเขา้ ใจให้
กระจ่าง ได้ข้อมูลป้อนกลับทั้ง ด้านการเรียนการสอน ก่อให้เกิดการทบทวน การเช่ือมโยงระหว่างความคิดต่าง ๆ
ส่งเสริมความอยากรู้ อยากเห็นและเกิดความท้าทาย การสังเกต (Observation) วิธีการทางวทิ ยาศาสตร์มกั จะเริ่ม
จากการสังเกตปรากฏการณต์ า่ ง ๆ ที่อย่รู อบ ๆ ตัวเรา เม่อื ไดข้ อ้ สงั เกตบางอย่างทีเ่ ราสนใจจะทาให้ไดส้ ิ่งท่ตี ามมาคือ
ปัญหา (Problem) เช่น การ สังเกต ต้นหญ้าใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือต้นหญ้าท่ีอยู่ใต้หลังคามักจะไม่งอกงาม ส่วน
ต้นหญ้าในบรเิ วณใกล้เคยี งกันทไ่ี ด้รบั แสงเจริญงอกงามดี
การตง้ั ปญั หา
"แสงแดดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเจริญงอกงามของต้นหญ้าหรือไม่" "แบคทีเรียในจานเพาะเชื่อเจริญช้าไม่
งอกงามถ้ามีราสีเขียวอยู่ในจานเพาะเชื้อนั้น" "การตั้งปัญหานั้นสาคัญกว่าการแก้ปัญหา" เพราะ การต้ังปัญหาท่ีดี
และชัดเจนจะทาให้ผตู้ ้ังปัญหา เกดิ ความเข้าใจและมองเห็นลู่ทางของการค้นหาคาตอบเพ่ือแกป้ ัญหาท่ตี ้ังขึ้น ดังน้ัน
จึงต้องหม่ันฝึกการสังเกต ส่ิงที่สังเกตน้ันเป็นอะไร? เกิดข้ึนเมื่อไร? เกิดขึ้นที่ไหน? เกิดข้ึนได้อย่างไร? ทาไมจึงเป็น
เชน่ นน้ั ?
ระดบั ของการต้ังคาถาม การตั้งคาถามมี 2 ระดับ คอื คาถามระดบั พ้นื ฐาน และคาถามระดบั สงู ซ่งึ มี
รายละเอียดดงั น้ี
1) คาถามระดับพ้นื ฐาน เป็นการถามความรคู้ วามจาเป็นคาถามที่ใช้ความคดิ ทั่วไป หรือความคิด ระดบั
ตา่ ใชพ้ ้นื ฐานความรเู้ ดิมหรือสงิ่ ท่ีประจักษใ์ นการตอบ เน่อื งจากเปน็ คาถามที่ฝกึ ให้เกดิ ความคลอ่ งตวั ใน การตอบ
คาถามในระดบั นี้เป็นการประเมนิ ความพร้อมของผเู้ รยี นกอ่ นเรียน วินิจฉยั จุดอ่อน – จุดแขง็ และ สรุปเนื้อหาท่เี รียน
ไปแลว้ คาถามระดับพื้นฐานไดแ้ ก่
1.1) คาถามใหส้ ังเกต เปน็ คาถามท่ีให้ผูเ้ รียนคิดตอบจากการสังเกต เป็นคาถามทีต่ อ้ งการ
ใหผ้ ู้เรยี นใช้ประสาทสมั ผัสท้งั ห้าในการสืบค้นหาคาตอบ คอื ใช้ตาดู มือสัมผัส จมูกดมกลน่ิ
ลนิ้ ชิมรส และ หฟู ังเสียง ตวั อยา่ งคาถาม เชน่
- เม่ือนกั เรยี นฟงั เพลงน้แี ลว้ รสู้ ึกอย่างไร
- ภาพน้ีมีลักษณะอย่างไร
- สารเคมีใน 2 บีกเกอร์ ตา่ งกันอยา่ งไร
- พ้ืนผิวของวตั ถุเป็นอยา่ งไร
1.2) คาถามทบทวนความจาเปน็ คาถามที่ใชท้ บทวนความรเู้ ดิมของผู้เรยี น เพื่อใช้
เช่ือมโยงไปสู่ความรใู้ หม่ก่อนเริม่ บทเรียน ตัวอยา่ งคาถาม เชน่
- วันวสิ าขบูชาตรงกบั วันใด
- ดาวเคราะหด์ วงใดทมี่ ีขนาดใหญท่ ี่สุด
- ใครเป็นผู้แต่งเรื่องอเิ หนา
- เมือ่ เกิดอาการแพย้ าควรโทรศัพท์ไปท่ีเบอรใ์ ด
1.3) คาถามทใ่ี หบ้ อกความหมายหรือคาจากัดความ เป็นการถามความเข้าใจ โดยการให้
บอกความหมายของข้อมลู ต่าง ๆ ตวั อย่างคาถาม เชน่
- คาวา่ สทิ ธมิ นุษยชนหมายความวา่ อย่างไร
- ภาษีเงินไดบ้ ุคคลธรรมดาคอื อะไร
- สถิติ (Statistics) หมายความวา่ อยา่ งไร
- บอกความหมายของ Passive Voice
1.4) คาถามบ่งชี้หรือระบุ เปน็ คาถามที่ให้ผเู้ รียนบ่งช้ี หรอื ระบุคาตอบจากคาถามให้ถูกต้อง
ตวั อย่างคาถาม เชน่
- ประโยคทป่ี รากฏบนกระดานประโยคใดบ้างท่ีเป็น Past Simple Tense
- คาใดตอ่ ไปน้ีเปน็ คาควบกลา้ ไม่แท้
- ระบุชื่อสตั ว์ทมี่ ีกระดูกสนั หลงั
- ประเทศใดบ้างที่เป็นสมาชกิ APEC
2) คาถามระดบั สงู เป็นการถามให้คิดคน้ หมายถึง คาตอบท่ีผูเ้ รยี นตอบตอ้ งใช้ความคิดซับซ้อน
เป็นการสง่ เสรมิ ความคิดสรา้ งสรรค์และกระตนุ้ ให้ผเู้ รียนสามารถใช้สมองซีกซ้ายและซกี ขวาในการคิดหา
คาตอบ โดยอาจใช้ความรหู้ รือประสบการณเ์ ดมิ มาเปน็ พื้นฐานในการคดิ และตอบคาถาม ตัวอยา่ งคาถาม
ระดบั สูงไดแ้ ก่
2.1) คาถามให้อธบิ าย เป็นการถามโดยใหผ้ ู้เรยี นตคี วามหมาย ขยายความ โดยการให้
อธิบายแนวคดิ ของขอ้ มลู ต่าง ๆ ตัวอยา่ งคาถาม เชน่
- เพราะเหตใุ ดใบไมจ้ งึ มีสีเขียว
- นกั เรยี นควรมีบทบาทหนา้ ที่ในโรงเรียนอย่างไร
- ชาวพทุ ธทด่ี ีควรปฏบิ ตั ิตนอยา่ งไร
- นกั เรียนจะปฏิบตั ิตนอยา่ งไรจึงจะทาให้ร่างกายแขง็ แรง
2.2) คาถามใหเ้ ปรยี บเทียบ เป็นการตั้งคาถามให้ผู้เรียนสามารถจาแนกความเหมอื น –
ความแตกต่างของขอ้ มลู ได้ ตวั อยา่ งคาถาม เชน่
- พืชใบเลย้ี งคู่ต่างจากพชื ใบเล้ียงเดี่ยวอยา่ งไร
- จงเปรยี บเทียบวถิ ชี ีวติ ของคนไทยในภูมภิ าคตา่ ง ๆ ของประเทศไทย
- DNA กบั RNA แตกตา่ งกนั หรอื ไม่ อย่างไร
- สังคมเมอื งกบั สงั คมชนบทเหมอื นและต่างกนั อยา่ งไร
2.3) คาถามใหว้ เิ คราะห์ เปน็ คาถามใหผ้ ู้เรียนวิเคราะห์ แยกแยะปญั หา จดั หมวดหมู่ วิจารณ์
แนวคิด หรอื บอกความสมั พันธแ์ ละเหตุผล ตัวอย่างคาถาม เช่น
- อะไรเป็นสาเหตทุ ่ีทาให้เกดิ ภาวะโลกรอ้ น
- วัฒนธรรมแบง่ ออกเป็นก่ปี ระเภท อะไรบ้าง
- สาเหตุใดท่ที าให้นางวันทองถูกประหารชวี ิต
- การตดิ ยาเสพตดิ ของเยาวชนเกิดจากสาเหตใุ ด
2.4) คาถามให้ยกตัวอย่าง เปน็ การถามให้ผู้เรยี นใช้ความสามารถในการคดิ นามา
ยกตัวอย่าง ตัวอย่างคาถาม เชน่
- รา่ งกายขับของเสียออกจากส่วนใดบ้าง
- ยกตวั อยา่ งการเคล่ือนทีแ่ บบโปรเจกไตล์
- หินอัคนสี ามารถนาไปใช้ประโยชนไ์ ดอ้ ย่างไรบ้าง
- อาหารคาวหวานในพระราชนิพนธก์ าพย์เห่ชมเคร่ืองคาวหวานได้แก่อะไรบา้ ง
2.5) คาถามให้สรปุ เปน็ การใช้คาถามเมื่อจบบทเรยี น เพ่อื ใหท้ ราบวา่ ผู้เรียนไดร้ บั ความร้หู รือมี
ความกา้ วหนา้ ในการเรยี นมากนอ้ ยเพยี งใด และเปน็ การช่วยเน้นย้าความรทู้ ไ่ี ด้เรียนไปแลว้ ทาให้
สามารถจดจาเนื้อหาได้ดยี งิ่ ข้ึน ตัวอยา่ งคาถาม เช่น
- จงสรปุ เหตุผลทท่ี าให้พระเจ้าตากสนิ ทรงยา้ ยเมืองหลวง
- เมอื่ นักเรียนอา่ นบทความเรื่องนี้แล้วนกั เรียนไดข้ ้อคดิ อะไรบ้าง
- จงสรปุ แนวทางในการอนุรกั ษท์ รัพยากรนา้ เพ่อื ใหเ้ กิดคณุ ค่าสงู สดุ
- จงสรุปข้นั ตอนการทาผ้าบาตคิ
2.6) คาถามเพ่อื ใหป้ ระเมนิ และเลอื กทางเลือก เป็นการใช้คาถามที่ให้ผเู้ รยี นเปรยี บเทยี บหรือใช้
วจิ ารณญาณในการตัดสินใจเลือกทางเลอื กที่หลากหลาย ตวั อย่างคาถามเช่น
- การว่ายน้ากับการวิง่ เหยาะ อยา่ งไหนเป็นการออกก าลังกายท่ีดกี วา่ กนั เพราะเหตใุ ด
- ระหวา่ งน้าอดั ลมกบั นมอยา่ งไหนมปี ระโยชน์ตอ่ รา่ งกายมากกว่ากัน เพราะเหตุใด
- ดินรว่ นดนิ ทรายและดินเหนียวดนิ ชนดิ ใดเหมาะแก่การปลูกมะม่วงมากกว่ากนั เพราะ
เหตุใด
- ไก่ทอดกบั สลดั ไก่ นักเรียนจะเลือกรับประทานอาหารชนิดใด เพราะเหตใุ ด
2.7) คาถามให้ประยกุ ต์ เป็นการถามให้ผเู้ รยี นใช้พ้ืนฐานความร้เู ดิมทม่ี ีอยู่มาประยกุ ต์ใช้ใน
สถานการณ์ใหม่หรือในชีวิตประจาวัน ตัวอยา่ งคาถามเชน่
- นกั เรียนมวี ิธกี ารประหยดั พลงั งานอยา่ งไรบา้ ง
- เมือ่ นกั เรียนเหน็ เพอื่ นในหอ้ งขาแพลง นักเรยี นจะทาการปฐมพยาบาลอย่างไร
- นกั เรียนนาปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปประยุกตใ์ ชใ้ นการดาเนนิ ชีวิต
ประจาวันอย่างไรบา้ ง
- นกั เรียนจะทาการสง่ ขอ้ ความผา่ นทางอีเมลลไ์ ด้อย่างไร
2.8) คาถามให้สร้างหรือคดิ ค้นสิ่งใหม่ ๆ หรอื ผลิตผลใหม่ ๆ เปน็ ลักษณะการถามให้ผเู้ รยี นคิด
สร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ ทไี่ มซ่ า้ กับผอู้ นื่ หรือที่มอี ยู่แล้ว ตัวอย่างคาถามเชน่
- กระดาษหนังสอื พิมพท์ ีไ่ มใ่ ช้แลว้ สามารถนาไปประดิษฐข์ องเล่นอะไรไดบ้ ้าง
- กล่องหรอื ลงั ไม้เกา่ ๆ สามารถดดั แปลงกลบั ไปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชนไ์ ดอ้ ยา่ งไร
- เสอื้ ผา้ ท่ีไมใ่ ชแ้ ลว้ นกั เรยี นจะนาไปดดั แปลงเปน็ สงิ่ ใดเพ่ือให้เกิดประโยชน์
- นกั เรยี นจะนากระดาษทใี่ ชเ้ พียงหนา้ เดียวมาประดิษฐ์เปน็ สง่ิ ใดบ้าง
การตั้งคาถามระดับสูงจะทาให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิดระดับสูง และเป็นคนมีเหตุผล ผู้เรียนไม่เพียงแต่
จดจาความรู้ ข้อเท็จจริงไดอ้ ย่างเดียวแต่สามารถนาความรู้ไปใช้ในการแก้ปัญหา วเิ คราะห์ และประเมนิ ส่ิงท่ีถามได้
นอกจากน้ียังช่วยใหผ้ ้เู รียนเขา้ ใจสาระสาคัญของเร่ืองราวที่เรียนไดอ้ ย่างถูกต้องและกระต้นุ ให้ผเู้ รยี นค้นหาข้อมูลมา
ตอบคาถามด้วยตนเอง การตอบคาถามระดับสูง ผู้สอนต้องให้เวลาผู้เรยี นในการคิดหาคาตอบเปน็ เวลามากกวา่ การ
ตอบคาถามระดับพ้ืนฐาน เพราะผู้เรียนต้องใช้เวลาในการคิดวิเคราะห์อย่างลึกซ้ึงและมีวิจารณญาณในการตอบ
คาถาม ความผิดพลาดอยา่ งหนึ่งของการตั้งคาถามคือ การถามแล้วต้องการคาตอบในทันทีโดยไม่ให้เวลาผู้เรยี นใน
การคิดหาคาตอบ
บันทึกเพ่ิมเติม
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………