The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วันสำคัญของญี่ปุ่น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Natvara Ponjon, 2023-02-02 00:57:04

วันสำคัญของญี่ปุ่น

วันสำคัญของญี่ปุ่น

大切の日


E-book เล่มนี้จัดทำ ขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชาภาษา ญี่ปุ่นชั้นมัธยมศึกษาปีที่6/7 เพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้ในเรื่่องวัน สำ คัญของญี่ปุ่นและได้ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่อเป็นประโยชน์กับการ เรียนผู้จัดทำ หวังว่า รายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน หรือ นักเรียน นักศึกษา ที่กำ ลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่ หากมีข้อแนะนำ หรือ ข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำ ขอน้อมรับไว้และขออภัยมาณ ที่นี้ ด้วย ผู้จัดทำ นางสาว ณัฐวรา พลจร ( วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 ) คำ นำ


วันสำ คัญที่เป็นวันหยุดราชการ (祝⽇) วันสำ คัญที่เป็นวันหยุดราชการของญี่ปุ่น มีทั้งหมด 14 วันในญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการกำ หนดวัน สำ คัญ เนื่องจากรัฐบาลญี่ปุ่นมีความเห็นว่า หากมีวันหยุดในวันธรรมดาที่ ไม่ใช่วันจันทร์ จะทำ ให้การทำ งานต่างๆขาดความต่อเนื่องได้ เพื่อส่ง เสริมให้การทำ งานต่างทั้งในส่วนราชการและเอกชนมีความต่อเนื่องมาก ที่สุด จึงตัดสินใจกำ หนดวันสำ คัญหลายๆวัน ให้เป็นวันจันทร์ ซึ่งจะทำ ให้ มีวันหยุด 3 วันติดต่อกันคือ เสาร์ , อาทิตย์ และจันทร์ ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า หยุดติดต่อกันหลายๆวันว่า Renkyuu (連休) หยุดติดต่อกัน 3 วัน ก็เรียก ว่า 3 連 休 ใครที่สงสัยว่าทำ ไมญี่ปุ่นมีวันหยุดที่เป็นวันจันทร์เยอะจัง ก็คง หายสงสัยแล้วใช่ไหมครับ เป็นนโยบายส่งเสริมการทำ งานของรัฐบาล นั่นเอง นอกจากนี้ยังมีการตัดวันสิ้นปี (New Year's Eve) นั่นคือวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี ออกจากการเป็นวันหยุดราชการตั้งแต่ปี 2001 ด้วย


01. วันขึ้นปีใหม่ (元旦 : อ่านว่า Gantan / ชื่อภาษาอังกฤษ : New Year's Day) ตรงกับวันที่ 1 มกราคม ของทุกปี ความสำ คัญ : เป็นวันฉลองการเริ่มต้นของปี 02. วันบรรลุนิติภาวะ (成⼈の⽇ : อ่านว่า Seijin No Hi / ชื่อภาษาอังกฤษ : Coming of Age Day) ตรงกับ วันจันทร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม ของทุกปี ความสำ คัญ : จนถึงปี 1999 วันบรรลุนิติภาวะ คือวันที่ 15 มกราคมของทุกปี และถูก เปลี่ยนเป็นวันจันทร์ตั้งแต่ปี 2000 ตามนโยบายของรัฐบาล เป็นวันฉลองการบรรลุ นิติภาวะของวัยรุ่นญี่ปุ่น เป็นวันที่ระลึกถึงการได้ขึ้นเป็นผู้ใหญ่ของตนเอง ซึ่งต่อ จากนี้จะต้องมีความพยายามและความรับผิดชอบต่างๆ และรู้จักวางแผนในชีวิตด้วย ตนเอง หนุ่มสาวที่อายุครบ 20 ปี ในปีนั้น จะมีพิธีฉลองเกิดขึ้นที่อำ เภอของเมืองที่ ตนเองอยู่ด้วย เรียกว่า 成⼈式 (Seijin Shiki)


03. วันที่ระลึกการตั้งประเทศ (建国記念⽇ : อ่านว่า Kenkoku Kinenbi / ชื่อภาษาอังกฤษ : National Foundation Day) ตรงกับวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ของทุกปี ความสำ คัญ : เป็นวันระลึกถึงการก่อตั้งประเทศญี่ปุ่น ส่งเสริมให้คนเกิดมีใจ รักชาติ 04. วันวสันตวิษุวัต (春分の⽇ : อ่านว่า Shunbun No Hi / ชื่อภาษา อังกฤษ : First Day of Spring / Vernal Equinox Day) ตรงกับประมาณ วันที่ 21 มีนาคมของทุกปี ความสำ คัญ : เป็นวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งกลางวันจะเท่ากับกลางคืน เป็นวันสำ หรับชื่นชมธรรมชาติ และเมตตาเอ็นดูต่อสิ่งมีชีวิต


05. วันสีเขียว (みどりの⽇ : อ่านว่า Midori No Hi / ชื่อภาษาอังกฤษ : Greenery Day) ตรงกับวันที่ 29 เมษายน ของทุกปี ความสำ คัญ : เป็นวันเกิดของจักรพรรดิองค์ก่อนในสมัยโชวะ (昭和時代) นั่นคือ จักรพรรดิโชวะ (昭和天皇) ปัจจุบันเป็นวันสำ หรับระลึกถึงบุญ คุณที่ธรรมชาติมีให้แก่มนุษย์ 06. วันรัฐธรรมนูญ (憲法記念⽇ : อ่านว่า Kenpou Kinenbi / ชื่อภาษา อังกฤษ : Constitution Day) ตรงกับวันที่ 3 พฤษภาคม ของทุกปี ความสำ คัญ : เป็นวันที่ระลึกถึงการเริ่มใช้รัฐธรรมนูญครั้งแรกในประเทศ ญี่ปุ่น ทำ ให้นึกถึงการเติบโตและพัฒนาของประเทศญี่ปุ่น


07. วันแห่งทะเล (海の⽇ : อ่านว่า Umi No Hi / ชื่อภาษาอังกฤษ : Marine Day) ตรงกับวันจันทร์ที่ 3 ของเดือนกรกฏาคม ของทุกปี ความสำ คัญ : จนถึงปี 1999 วันแห่งทะเล คือวันที่ 20 กรกฏาคมของทุกปี และถูก เปลี่ยนเป็นวันจันทร์ตั้งแต่ปี 2000 ตามนโยบายของรัฐบาล เป็นวันแห่งการขอบคุณ ถึงบุญคุณของทะเล และอวยพรขอให้ญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศแห่งมหาสมุทรเจริญ รุ่งเรืองต่อไป 08. วันแห่งกีฬา (体育の⽇ : อ่านว่า Taiiku No Hi / ชื่อภาษาอังกฤษ : Sports Day / Health Sports Day) ตรงกับวันจันทร์ที่ 2 ของเดือนตุลาคม ของทุกปี ความสำ คัญ : จนถึงปี 1999 วันแห่งทะเล คือวันที่ 10 ตุลาคมของทุกปี และถูกเปลี่ยน เป็นวันจันทร์ตั้งแต่ปี 2000 ตามนโยบายของรัฐบาล เป็นวันที่ส่งเสริมให้คนรักกีฬา และมีร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง


วันเหล่านี้เป็นเทศกาลสำ คัญต่างๆของญี่ปุ่น ที่ถือเป็นพิธีกรรม แต่ไมใช่วัน หยุดราชการ 01. วันก่อนเข้าฤดูใบไม้ผลิ (節分 : อ่านว่า Setsubun) ตรงกับวันที่ 3 หรือ 4 กุมภาพันธ์ของทุกปี ความสำ คัญ : เป็นวันที่หว่านเมล็ดถั่วเพื่อกำ จัดความชั่วร้าย และนำ ความสุข ความโชคดีเข้าสู่ตนเอง 02. เทศกาลฮินะ (ひな祭り : อ่านว่า Hina Matsuri) ตรงกับวันที่ 3 มีนาคม ของทุกปี ความสำ คัญ : เป็นเทศกาลของเด็กผู้หญิงเพื่อฉลองการประดับตุ๊กตา วันสำ คัญที่ไม่ใช่วันหยุดแต่เป็นพิธีกรรม (⾏事)


03. วันแม่ (⺟の⽇ : อ่านว่า Haha No Hi) ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 3 ของ เดือนพฤษภาคม ของทุกปี 04. วันพ่อ (⽗の⽇ : อ่านว่า Chichi No Hi) ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือนมิถุนายน ของทุกปี


วันที่ระลึกประหลาดๆมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งวันเหล่านี้ ที่ได้รับการบัญญัติ อย่างเป็นทางการจากสมาคมวันที่ระลึกแห่งประเทศญี่ปุ่น (⽇本記念⽇協 会) แล้ว จึงขอทำ การแนะนำ วันที่น่าสนใจบางวันที่เลือกมาจากแต่ละเดือน วันที่ระลึกประหลาดๆ ((おもしろい)記念⽇)


01. วันแห่งภาพยนตร์ (映画の⽇ : Eiga No Hi) ตรงกับวันที่ 1 ของทุกๆเดือน สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : รณรงค์ให้คนไปดูภาพยนตร์ 02. วันแห่งการจราจรปลอดภัย (交通安全の⽇ : Koutsuu Anzen No Hi) ตรงกับ วันที่ 1 ของทุกๆเดือน สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : รณรงค์ให้คนขับรถอย่างปลอดภัย ไม่ ขับรถด้วยความเร็ว


03. วันแห่งข้าว (お⽶の⽇ : Okome No Hi) ตรงกับวันที่ 8 และ 28 ของทุกๆ เดือน สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : ระลึกถึงข้าวซึ่งเป็นอาหารหลักของชาวญี่ปุ่น 04. วันแห่งความรัก , ความปรารถนา และความกล้าหาญ (愛と希望と勇気の⽇ : อ่านว่า Ai To Kibou To Yuuki No Hi) ตรงกับวันที่ 14 มกราคม ของทุกปี สาเหตุที่ ตั้งวันนี้ขึ้นมา : เมื่อ 14 มกราคม 1959 เป็นวันที่เฮลิคอปเตอร์ที่บินออกจากเรือสังเกตุ การณ์ขั้วโลกใต้ที่ชื่อ Souya (宗⾕) ได้บินจอดถึงฐานทัพโชวะ และพบว่าสุนัข ทหารที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ที่ฐานทัพเมื่อปีก่อนหน้าจำ นวน 15 ตัว มีชีวิตรอเพียง 2 ตัว คือ สุนัขชื่อ ทาโร่ และ จิโร่ (タロ・ジロ)


06. วันแห่งการปวดหัว ( 頭 痛 の ⽇ : Zutsuu No Hi) ตรงกับวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ของทุกปี สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : รณรงค์ไม่ให้คนทำ อะไรมากเกิน ไปจนปวดหัว 05. วันแห่งแกงกระหรี่ ( カ レ ー の ⽇ : Curry No Hi) ตรงกับวันที่ 22 มกราคม ของทุกปี สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : รณรงค์ให้คนทำ และรับประทาน แกงกะหรี่


07. วันแห่งชาเขียว (抹茶の⽇ : Maccha No Hi) ตรงกับวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ของทุกปี สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : รณรงค์ให้คนดื่มชาเขียวเพื่อสุขภาพ 08. วันแห่งนามสกุล (苗字の⽇ : Myouji No Hi) ตรงกับวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ของทุกปี สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : เป็นที่ระลึกสำ หรับการเริ่มใช้นามสกุลเป็นครั้ง แรกในญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ปีเมจิที่ 8


จึงต้องใช้รถบรรทุกและรถดันดินมาช่วย ในการสร้าง และนับเป็นจุดเริ่มต้นของ การสร้างรูปปั้นหิมะขนาดใหญ่อย่างใน ปัจจุบันในปี 1954 เริ่มมีผลงานของชาว เมืองเข้าร่วมในงาน ในปี 1955 มีผู้เข้า ร่วมแสดงผลงานมากขึ้น ซึ่งรวมทั้งกอง กำ ลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นได้อาสาเข้าร่วม จัดงานขึ้นที่พื้นที่มาโกมาไน ตั้งแต่งาน 10 ในปี 1959 ก็เริ่มมีผู้ชมจากนอกจังหวัด ฮกไกโดมาชมมากขึ้น เมื่อญี่ปุ่นได้เป็น เจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาวที่ซัปโปโระใน ปี 1972 งานเทศกาลหิมะก็เป็นที่รู้จักไปทั่ว โลก ในปี 1974 เริ่มมีการแข่งขันรูปปั้น หิมะจากทีมนานาชาติ “ เทศกาลหิมะซัปโปโระ ” โลกฤดูหนาวในจินตนาการ เทศกาลหิมะของนครซัปโปโรเริ่มขึ้นเมื่อราว ปี ค.ศ. 1950 โดยความร่วมมือของสมาคมส่งเสริม การท่องเที่ยวซัปโปโรและเขตซัปโปโร ใน เทศกาลหิมะครั้งแรกนี้ เพราะไม่มีใครเคย สร้างรูปปั้นหิมะมาก่อน คณะกรรมการจัดงานจึง ต้องขอร้องให้นักเรียนชั้นมัธยมปลายในเมือง ซัปโปโรร่วมกันก่อรูปปั้นหิมะขึ้น จนได้รูปปั้น จำ นวน 6 ชิ้นในบริเวณลานในสวนสาธารณะ โอโดริซึ่งเดิมใช้เป็นที่ทิ้งหิมะ รูปปั้นหิมะรุ่น แรก ๆ นั้นมีความสูงอย่างมากเพียง 7 เมตร เท่านั้น แต่ในงาน 4 เมื่อปี ค.ศ. 1953 มีการ สร้างรูปปั้นที่มีขนาดสูงถึง 15 เมตร ซึ่งต้องใช้ หิมะจำ นวนมาก


เป็นศาสนพิธีในศาสนาชินโต จัดขึ้นทุก ๆ วันอาทิตย์แรกของเดือนเมษายน ณ อารามคา นายามะ (Kanayama) นครคาวาซากิ จังหวัด คานางาวะ ประเทศญี่ปุ่นในเทศกาลนี้ ผู้คนจะ แห่ปลัดขิก โดยตั้งปลัดขิกไว้บนเสลี่ยงแห่ไป เป็นขบวนใหญ่โตอึกทึก ทั้งนี้ เพราะอาราม คะนะยะมะนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งกราบไหว้ ของเหล่าโสเภณีให้คุ้มครองป้องกันตนจาก โรคส่งผ่านทางเพศสัมพันธ์ อนึ่ง ยังเชื่อกันว่า อารามคะนะยะมะเป็นที่สถิตของเทพพิทักษ์ ความรุ่งเรืองทางธุรกิจการค้าและการสืบพันธุ์ สร้างครอบครัว โดยเฉพาะช่วยให้คลอดบุตร ง่าย ทั้งยังมีเรื่องร่ำ ลือกันว่า ปิศาจโยนิทันตะ หรือฟันของโยนี (vagina dentata) สิง อยู่ในช่องคลอดหญิงสาววัยรุ่นในตำ บลนี้ เมื่อหญิงนั้นสมรส ปิศาจจะออกมากัดกิน องคชาตชายผู้ผัวจนสิ้นพันธุ์ หญิงสาวจึง พากันร้องขอให้นายช่างช่วยเหลือ นาย ช่างก็ทำ ปลัดขิกโลหะให้ ครั้นปิศาจเห็น ปลัดขิกก็สำ คัญว่าเป็นองคชาต จึงโผล่ออก มาขบกัดโดยไม่ชักช้า ฟันทั้งนั้นก็หักหมด สิ้น ปลัดขิกจึงเป็นที่นิยมบูชาและมีความ เชื่อกันว่า ผู้หญิงที่ผ่านพิธีสมรสแล้ว ภายในเวลาไม่เกิน 12 เดือน หากได้สวม ใส่ชุดเจ้าสาวขึ้นไปขี่คร่อมปลัดขิกขนาด ใหญ่ที่ใช้แห่ในเทศกาล จะทำ ให้ชีวิต สมรสมีความสุข “ เทศกาลคานามาระ ” แห่งคาวาซากิขอพรให้มีลูกและเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศ


“ เทศกาลซันจะ ” แห่งอาซากุสะที่จัดมาแล้วถึง 700 ปี เทศกาล "ซันจะ" เป็นเทศกาลของศาลเจ้าอะ ซะกุสะ เขตไทโตะ กรุงโตเกียว จัดขึ้นเป็น ประจำ ทุกเดือนพฤษภาคม เชื่อกันว่าเริ่มต้นใน ปี 1312 และสืบทอดมายาวนานกว่า 700 ปี ถือ เป็นเทศกาลขนาดใหญ่ที่สุดในกรุงโตเกียว มี ผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,500,000 คนทุกปี ชาวบ้าน นิยมเรียกศาลเจ้าอะสะกุสะอย่างเป็นกันเองว่า "ซันจะซะมะ" คำ ว่า "ซันจะ" มีความหมายแฝง ถึงผู้ก่อตั้งและร่วมบุกเบิกอะสะกุสะ 3 ท่าน ได้แก่ พี่น้องฮิโนคุมะ และท่านฮะจิชิ ซึ่ง เป็นต้นกำ เนิดของเทศกาล "ซันจะ" นี้ เชื่อกัน ว่าการเคลื่อนไหวซุ้มอย่างรุนแรงจะช่วยกระชับ ระยะห่างกับเหล่าทวยเทพ และการแห่ซุ้มไปรอบเมืองจะช่วยให้พลังแห่ง เทพสถิตย์อยู่บนผืนแผ่นดิน การเคลื่อนที่ซุ้ม ไปรอบเมืองจะจัดขึ้นตั้งแต่เวลาเที่ยงตรงใน วันที่ 2 ของเทศกาล มีซุ้มกว่า 100 หลังมารวม ตัวกัน ลูกหาบผู้ทรงพลังจะแบกหามซุ้มเหล่านี้ ไปรอบเมืองสร้างบรรยากาศคึกคักสมกับเป็น พื้นที่ที่ยังหลงเหลือกลิ่นอายของเอโดะอย่างเต็ม เปี่ยม จุดเด่นคือการได้ท่องเที่ยวรอบอะสะกุสะ ซึ่งเต็มเปี่ยมด้วยบรรยากาศแบบย่านชิตะมะจิ พร้อมกับชื่นชมเทศกาลในเวลาเดียวกัน


ในวันแรกของเทศกาลจะมี "ขบวนพาเหรดขนาดใหญ่" เดินไปรอบตัว เมือง ประกอบด้วยวงดนตรีฮะยะชิ การขับร้องบทเพลงโทบิกะชิคิยะริ การ ร่ายรำ บินสะซะระ และการร่ายรำ นกกระเรียนขาว ได้รับความสนใจจาก นักท่องเที่ยวต่างชาติมากเป็นพิเศเเมื่อได้ยินเสียงเพลงบรรเลงจากซุ้มของ วงฮะยะชิ คุณจะรู้สึกร่วมไปกับบรรยากาศของงานเทศกาลอะซะกุสะมากขึ้น โดย เฉพาะ "การร่ายรำ บินสะซะระ" ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทาง วัฒนธรรมประเภทที่จับต้องไม่ได้ประจำ กรุงโตเกียวและไม่สามารถหาชม ได้ที่อื่นนอกจากในเทศกาล "ซันจะ" แห่งนี้เท่านั้น ผู้แสดงจะแต่งกาย ด้วยเสื้อผ้าสีสันสะดุดตา และใช้เครื่องดนตรี "บินสะซะระ" ซึ่งทำ จาก แผ่นไม้บางๆเคาะประกอบจังหวัดระหว่างร่ายรำ ขอพรให้พืชผลทางการ เกษตรอุดมสมบูรณ์ 1.สัมผัสการแสดงโบราณใน "พาเหรดขนาดใหญ่" ช่วงเปิดเทศกาล


2.จับตามองการรวมตัวกันของซุ้มแห่กว่า 100 หลัง ช่วง 3 วันของเทศกาลซันจะจะมีซุ้มแห่มารวมตัวกันอย่างยิ่งใหญ่ประมาณ 100 หลังจาก 44 ชุมชน หลังจากได้รับคำ อวยพรจากศาลเจ้าอะสะกุสะ เรียบร้อย ซุ้มแต่ละหลังจะเริ่มเคลื่อนที่มุ่งหน้าสู่ศูนย์กลาง ลูกหาบจะแบก ซุ้มที่ประดับประดาอย่างงดงามและเป็นความภาคภูมิใจของแต่ละชุมชน นับเป็นโอกาสพิเศษที่จะได้เห็นซุ้มจำ นวนมากขนาดนี้อย่างพร้อมเพรียง กัน ทัศนียภาพเช่นนี้ช่างงดงามตระการตา ชวนให้สัมผัสถึงบรรยากาศของ ยุคเอโดะ


3.เหล่าลูกหาบชายฉกรรจ์ร่วมประชันในบริเวณศาลเจ้า หากต้องการชมซุ้มที่ทางศาลเจ้าอะสะกุสะอนุรักษ์เอาไว้ทั้งหมด 3 หลัง ขอแนะนำ ให้มาเข้าร่วมงานในวันสุดท้าย ทางศาลเจ้าจะนำ ซุ้ม ทั้งสาม ได้แก่ อิจิโนะมิยะ นิโนะมิยะ และซันโนะมิยะออกมาจาก เขตศาลเจ้า และให้เหล่าลูกหาบชายฉกรรจ์แบกซุ้มเหล่านี้อย่างเข้ม แข็ง ต้องใช้แรงผู้ชาย 3000 คนต่อซุ้ม นี่คือความคุ้มคลั่งแห่งเอโดะ หรือที่เรียกว่า "อะระมัตซึริ" หลังจากนั้น จะมีการแห่ซุ้มไปทั่วเมือง รอบนึงจะใช้เวลาแห่ประมาณ 40 นาที ร่วมสัมผัสถึงพลังงานของ ลูกหาบที่ตั้งใจปลดปล่อยออกมาเพื่อ "40 นาทีในรอบ 1 ปี"


“ เทศกาลคันดะ ” ชุบชีวิตยุคเฮอัน ใจกลางกรุงโตเกียว เทศกาลคันดะมัตสึริ (Kanda Matsuri) เป็นงานเทศกาลประจำ ศาลเจ้าคันดะเมียวจิน (Kanda Myojin Shrine) ศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ใน เขตชิโยดะของโตเกียว ใกล้กับย่านอากิฮาบา ระ (Akihabara) โดยเป็นหนึ่งใน 3 งาน เทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น คู่กับ งานเท ศกาลกิองมัตสึริ ในเกียวโตและงานเทศกาล เท็นจินมัตสึริ ในโอซาก้า งานเทศกาลคันดะ มัตสึริมี 2 แบบคือ ฮมมัตสึริ จัดขึ้นในปีเลขคี่ และ คาเกะมัตสึริ จัดขึ้นในปีเลขคู่ โดยเรียก กันอีกชื่อหนึ่งว่า “เท็งกะมัตสึริ (งานเทศกาล รวมเป็นหนึ่ง)” ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับ “โทกุ กาวะ อิเอยาสึ” ผู้ก่อตั้งโทกุกาวะบาคุฟุ อย่าง ในปัจจุบัน (*1) ว่ากันว่าก่อนทำ สงครามกับนายพลคน อื่นๆ เขาได้สั่งให้ลูกน้องเดินทางมาขอพรที่ ศาลเจ้าคันดะให้ชนะสงคราม หลังจากนั้น “โทกุกาวะ อิเอยาสึ” ก็สามารถเอาชนะและ รวมอาณาจักรเป็นหนึ่งเดียวได้สำ เร็จอย่าง งดงาม ด้วยเหตุนี้ เขาจึงรู้สึกขอบคุณศาลเจ้า คันดะและทำ บุญสร้างวิหารหลักและเกี้ยวอัน สง่างามขึ้นมา ด้วยความช่วยเหลือเกื้อหนุนขอ งอิเอยาสึจึงทำ ให้งานเทศกาลที่จัดขึ้นภายใน ศาลเจ้าแห่งนี้มีความยิ่งใหญ่อลังการ


“ เทศกาลกิอง ” ย้อมเกียวโตด้วยสีสันของงานเทศกาล กิองมัตสึริเริ่มต้นขึ้นในปีค.ศ.869 เพื่อเอาใจเทพเจ้าระหว่างที่มีโรค ระบาด ตามประเพณี ทุกๆ ปีจะมีเด็กชายท้องถิ่นที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้ส่ง สารศักดิ์สิทธิ์ต่อเทพเจ้า ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคมจนถึงวันที่ 17 กรกฎาคม ซึ่งขบวนแห่ขบวนแรกสิ้นสุดลง เด็กชายจะนั่งบนหนึ่งในรถแห่ที่วิจิตร งดงามจำ นวนมาก และเท้าของเด็กจะไม่แตะที่พื้น เทศกาลกิองแห่งเกียวโตเป็นหนึ่งในสามงานเทศกาลใหญ่ของญี่ปุ่นตาม ที่ได้กล่าวไปแล้ว งานจัดขึ้นเป็นเวลาหนึ่งเดือนโดยเริ่มตั้งแต่ต้นเดือน กรกฎาคม มีคนเข้าร่วมมากมายจากทั่วทุกมุมโลกเลยทีเดียว ในขบวนแห่ของเทศกาลกิองจะมีการนำ รถลากที่เรียกว่ายามาโบโกะจำ นวน 33 คันออกมาจัดแสดง การตกแต่งยามาโบโกะแต่ละคันจะอิงเรื่องราวตาม ประเพณีหรือตำ นานของญี่ปุ่น


ชมสมบัติส่วนตัวของชาวเกียวโต เทศกาลเปิดประตูบ้านหรือที่รู้จักในชื่อเบี ยวบุมัตสึริ เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นในช่วงวันโยอิ ยามะของงานเทศกาล ครอบครัวที่ร่ำ รวยใน ย่านชินมาจิและมุโรมาจิจะแสดงสมบัติส่วนตัว เช่นฉากและชุดกิโมโนหน้าบ้านของตน หรือ แม้แต่ต้อนรับผู้คนเข้ามาในบ้านเพื่อชม สมบัติต่างๆ พ่อค้าท้องถิ่นยังแสดงงานศิลปะที่ เก็บสะสมด้วยความภาคภูมิใจอีกด้วย งานเลี้ยงเวลากลางคืน จะมีการเฉลิมฉลอง 3 คืน ซึ่งรู้จักกันในชื่อ โยอิยามะก่อนที่จะมีการแห่แต่ละขบวน (14, 15, 16 และ 21, 22, 23 ของเดือนกรกฎาคม ตามลำ ดับ) ผู้คนสามารถไปเที่ยวชมรถแห่ ซึ่งจอดอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ของเมืองได้ในช่วง 3 คืนนี้ ผู้คนสามารถซื้อเครื่องรางโชคลาภที่ เรียกว่าชิมากิและเพลิดเพลินชิมอาหารริม ถนนในท้องถิ่นที่อยู่รอบๆ รถแห่ ร่วมเฉลิม ฉลองกับชาวบ้านในชุดคลุมยูกาตะผ้าฝ้ายที่มี สีสันสดใส และดื่มด่ำ บรรยากาศของเทศกาล เกียวโตแบบดั้งเดิมนี้


วิธีการเดินทาง กิองมัตสึริจัดขึ้นใจกลางเมืองเกียวโต และสามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟใต้ดิน รถบัส รถแท็กซี่ หรือเดินเท้าอย่าง ง่ายดายงานเฉลิมฉลองหลักของเทศกาล นี้มีศูนย์กลางอยู่ที่ถนนชิโจ คะวะระมะจิ และโออิเกะ การหาจุดชมขบวนแห่ตาม เส้นทางแห่นั้นค่อนข้างง่าย โดยคุณควร ต้องระวังเรื่องการปิดถนนที่อาจเกิดขึ้น กิองมัตสึริจัดขึ้นเป็นระยะเวลา ประมาณ 1 เดือนในเดือนกรกฎาคม ขบวนแห่หลักจะจัดขึ้นในวันที่ 17 กรกฎาคม (ซากิมัตสึริจุนโกะ) และ 24 กรกฎาคม (อาโตะมัตสึริจุนโกะ) รถแห่ที่ใหญ่ที่สุดในขบวนแห่เรียก ว่ายามะโบโกะ ซึ่งมีน้ำ หนักถึง 12 ตัน เกร็ดน่าสนใจ


“ เทศกาลเท็นจิน ” ย้อนเวลาสู่โอซาก้ายุคแรกเริ่ม จัดขึ้นเป็นประจำ ทุกวันที่ 24 และ 25 กรกฏาคมทุกปี สถานที่ ศาลเจ้าเท็นมังกู (Tenmangu-Shrine) จังหวัดโอซาก้า ประวัติเทศกาลเท็นจิน เทศกาลเท็นจิน (天神祭Tenjin Matsuri) นับเป็นเทศกาลที่ยิ่ง ใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของเทศกาลที่ประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ เทศกาลนี้ ยังนับเป็นเทศกาลเรือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกด้วย เทศกาลเท็นจินจัดโดยศาลเจ้า เท็นมังกู (Tenmangu-Shrine) ตั้งอยู่ที่จังหวัดโอซาก้า มีประวัติยาวนาน เป็นศาลของลัทธิชินโตซึ่งบูชาเทพเจ้าเท็นจิน (ศาลเจ้าหลายแห่งในญี่ปุ่น ก็มีการบูชาเทพเจ้าเท็นจินเช่นกัน) มีการประกอพิธีกรรมเฉลิมฉลองประจำ ปีเพื่อระลึกถึงเทพเท็นจิน ศาลเจ้าเท็นมังกูในเมืองโอซาก้าเป็นศาลเจ้าที่ ชาวโอซาก้าให้ความเคารพนับถืออย่างสูง ตั้งแต่สมัยเฮอันตอนปลายจนล่วง เลยมาถึงปัจจุบันนับเป็นเวลานานถึง 1,050 ปี เทศกาลนี้เป็นงานแห่ เทพเจ้าทั้งทางบกและทางน้ำ มีการอัญเชิญดวงวิญญาณของเทพเจ้า Sugawara No Michizane ซึ่งเป็น “เทพเจ้าแห่งการเรียนรู้” หรือ “เทพแห่งปัญญา” วันเวลาจัดงาน


“ เทศกาลอาโอโมริเนบุตะ ” ชมโคมไฟสว่างไสว เทศกาลอาโอโมริเนบุตะ (Aomori Nebuta Festival) เป็นเทศกาลดั้งเดิมของจังหวัดอา โอโมริ (Aomori)ที่อยู่ในภูมิภาคโทโฮคุของ ญี่ปุ่น เป็นงานเทศกาลสุดยิ่งใหญ่ที่มีขบวน แห่โคมไฟเนบุตะขนาดใหญ่ยักษ์อย่างที่ เห็นในรูปข้างบนไปตามถนนเส้นหลักของ เมือง ว่ากันว่าเทศกาลเนบุตะมีจุดเริ่มต้นมาจากการ ลอยโคม เพื่อขอให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ โดยการลอยโคมไฟที่แม่น้ำ หรือทะเลในคืน วันทานาบาตะ ช่วงกลางยุคเอโดะในปี 1716 ได้เปลี่ยนไป เป็นงานเทศกาลที่มีผู้คนเต้นรำ โดยถือ โคมลอยไปด้วย มีดาชิ (รถลากประดับ) ใน งานด้วย และในช่วงตอนปลายยุคสมัยเอโดะ เทศกาลก็เริ่มครึกครื้นขึ้น เพราะมีการแสดง โคมไฟขนาดใหญ่แบบปัจจุบัน โดยมีธีม เกี่ยวกับละครคาบูกิ ลักษณะเด่นอีกอย่างของเทศกาลเนบุตะก็คือ การเต้นรำ ของนักเต้น ที่เรียกว่า "ฮาเนโตะ"


เป็นความเชื่อตั้งแต่สมัยโบราณของประเทศญี่ปุ่นว่ามีเทพเจ้า มากมายจำ นวนนับไม่ถ้วนสิงสถิตย์อยู่ในสิ่งมีชีวิต และไม่มีชีวิตที่ราย ล้อมผู้คน ควบคุมธรรมชาติในทุกรูปแบบ และส่งผลต่อความเป็นอยู่ ของผู้คน ดังนั้นผู้คนจึงจัดงานเทศกาลมากมายเพื่อส่งคำ ภาวนาโดยหวัง ว่าเหล่าทวยเทพจะประทานพรให้กับพวกเขา และเพื่อขอบคุณ เทพเจ้าเวลาที่สิ่งที่ขอไปแล้วส่งผล ตัวอย่างเช่น พวกเขาได้จัดเทศกา มากมายเพื่ออธิษฐานขอให้ต้นข้าวออกรวงสมบูรณ์เต็มที่, เพื่อ ขอบคุณเทพเจ้าสำ หรับการเก็บเกี่ยวพืชผลที่ดีและอื่นๆ แม้แต่ในทุก วันนี้เองก็ตาม เทศกาลต่างๆก็ยังมีความสำ คัญในวัฒนธรรมของญี่ปุ่น เทศกาลใหญ่ซาวาระเป็นเทศกาลดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่เมื่อ 300 ปีก่อน ในอดีตกาล มีการจัดขึ้น 2 ครั้งต่อปี ในฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง เทศกาลใหญ่ซาวาระฤดูร้อน เป็นที่รู้จักในชื่อ กิออนมัตสึริ, จัดขึ้น เพื่อเทพเจ้าโกซูเทนโน ที่สถิตย์อยู่ในศาลเจ้ายาซากะ ผู้ที่ถูกมองว่า เป็นผู้ที่ทำ ให้เกิดโรคระบาด เนื่องจากว่าโรคระบาดมักจะเกิดขึ้นใน ช่วงฤดูฝนในเดือนกรกฎาคม, เทศกาลกิออนจึงจัดขึ้นในเดือน กรกฎาคม เทศกาลใหญ่ซาวาระฤดูใบไม้ร่วง, อีกงานหนึ่งที่จัดขึ้นใน เดือนตุลาคมเพื่อขอบคุณเทพเจ้าของศาลเจ้าสุวะที่ประทานพรให้ สามารถเก็บเกี่ยวพืชผลได้อย่างสมบูรณ์ “ เทศกาลใหญ่แห่งซาวาระ ” ชมรถลากดาชิขนาดใหญ่ใกล้โตเกียว


"นางาซากิคุนจิ (Nagasaki Kunchi)" เป็นเทศกาลใหญ่ในฤดู ใบไม้ร่วงของศาลเจ้าซุวะ (ซุวะจินจะ) ที่จังหวัดนางาซากิ ใน ภูมิภาคคิวชู เทศกาลนี้จัดขึ้นในช่วงวันที่ 7-9 ตุลาคมของทุกปี และถูกคัดเลือกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมภูมิปัญญาชาวบ้านไร้ รูปร่างที่สำ คัญด้วย คำ ว่า "คุนจิ" เป็นภาษาท้องถิ่นของทางตอน เหนือของคิวชู แปลว่า เทศกาลในฤดูใบไม้ผลิ มีเทศกาลคุนจิที่ ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น 3 แห่ง ได้แก่ งานนางาซากิคุนจิ งานฮากาตะ โอะคุนจิ ของจังหวัดฟุกุโอกะ และงานคาราซึคุนจิของจังหวัดซากะ จุดเริ่มต้นของนางาซากิคุนจินั้นต้องย้อนกลับไปเมื่อราว 400 ปีที่ แล้ว เริ่มต้นจากนักแสดงสาว 2 คน ได้ทำ การร่ายรำ บทเพลง ละครโนห์ "โคเมเอะ" หน้าศาลเจ้าซุวะเพื่อเป็นการถวายสักการะ ในยุคนั้นนางาซากิถือได้ว่าเป็นเมืองศูนย์กลางค้าระหว่างประเทศ ของญี่ปุ่น จึงมีอิทธิพลจากประเทศที่ทำ ความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นใน เวลานั้นเข้ามาไม่ว่าจะเป็นจีน ฮอลันดา และโปรตุเกส ทำ ให้ เทศกาลนี้มีหรูหราสีสันสดใสมากขึ้นเรื่อยๆ “ เทศกาลนางาซากิคุนจิ ” เทศกาลที่ได้รับอิทธิพลจากนานาชาติ


สิ่งที่น่าสนใจในงานเทศกาลนี้ก็คือ ดาชิโม โนะ(*1)ที่แสนคึกคัก ซึ่งคือขบวนแห่นำ ด้วยเครื่องประดับขนาดใหญ่คล้ายร่มที่เรียก ว่า "คาซาโบโกะ" ตามมาด้วยขบวนร่ายรำ แบบญี่ปุ่น และฮิคิโมโนะ(*2) ที่จำ ลองมา ให้เหมือนกับทาคาระบุเนะ(*3) นัมบังเซน (เรือแบบเนเธอร์แลนด์) และโทเซ็น (เรือแบบจีน) และยังมีการแสดงเชิด มังกร"จะโอโดริ" และการเชิดสิงโต "ชิชิ โอโดริ" ผู้รับผิดชอบดำ เนินการเรื่องดาชิโมโนะ จะสับ เปลี่ยนหมุนเวียนไปตามเมืองต่างๆ ในอำ เภอนา งาซากิรอบละ 7 ปี ไม่ใช่ว่าแขกที่มาชมจะได้ เห็นดาชิโมโนะเหมือนๆ กันทุกปี กว่าจะได้เห็น ของเดิมก็ต้องอีก 7 ปีต่อมาทีเดียวค่ะ การได้ชม ขบวนที่แตกต่างกันในแต่ละปีก็เป็นข้อดีอย่าง หนึ่งของงานนางาซากิคุนจิ *1 : ดาชิโมโนะ .... เป็นคำ ศัพท์ที่ใช้ในงาน นางาซากิคุนจิ หมายถึงการเต้นรำ หรือฮิคิโมโนะ ที่ใช้ประกอบในงานเทศกาล *2 : ฮิคิโมโนะ .... ลักษณะคล้ายรถขนาดใหญ่ ให้ผู้ชายดึงลากในงานเทศกาลของญี่ปุ่น การ เรียกจะแตกต่างกันออกไปแล้วแต่ท้องที่ ได้แก่ ดาชิ ฮิคิยามะ ยะไต ดันจิริ เป็นต้น *3 : ทาคาระบุเนะ .... เรือที่มีชิจิฟุคุจิน (เจ็ด เทพแห่งความสุข) นั่งอยู่ พร้อมของมีค่าอยู่บน เรือ ที่ญี่ปุ่นมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความสุข


สิ่งที่น่าสนใจในวันที่ 7 ตุลาคม เวลา 7.00น. ของวันที่ 7 ตุลาคม จะมีการแสดง เซ่นไหว้ดาชิโมโนะที่ศาลเจ้าซุวะ หลังจากนั้น จะเคลื่อนย้ายจากลานกว้างหน้าหอประชุมประจำ เมืองไปที่โอทาบิโชะ (ที่ประทับชั่วคราวของ เทพเจ้าที่ออกมาจากศาลเจ้าซุวะ) แล้วจะเปิดให้ ชมดาชิโมโนะ หลังจากเซ่นไหว้เสร็จแล้วใน ช่วงเช้า จะมีการเปิดให้ชมดาชิโมโนะตามหน้า บริษัท หน่วยงานราชการ และที่พักอาศัยของ ประชาชน เวลา 16.00น. จะมีการร่ายรำ บวงสรวงในตอน บ่ายที่เรียกว่า "คุนจิ โนะ ยูเบะ" ที่ศาลเจ้าซุวะ หลังจากนั้นจะย้ายกลับไปที่ลานกว้างหน้าหอ ประชุมประจำ เมืองเพื่อเปิดแสดงดาชิโมโนะต่อ สิ่งที่น่าสนใจในวันที่ 8 ตุลาคม เวลา 7.00น. ของวันที่ 8 ตุลาคม จะมีการเซ่น ไหว้ดาชิโมโนะที่ศาลเจ้ายาซากะ และจะมีการ แสดงดาชิโมโนะซ้ำ ที่ลานกว้างหน้าหอประชุม ประจำ เมือง หลังจากทำ การำ บวงสรวงแล้ว จะมี การเปิดให้ชมดาชิโมโนะตามหน้าบริษัท และ ที่พักอาศัยของประชาชน สิ่งที่น่าสนใจในวันที่ 9 ตุลาคม เวลา 7.00น. มีการแสดงเซ่นไหว้ดาชิโมโนะที่ โอทาบิโชะ หลังจากนั้นจะเคลื่อนย้ายไปที่ศาล เจ้าซุวะ แล้วทำ การแสดงอีกครั้ง


งานนางาซากิคุนจิจะมีที่จัดงานทั้งหมด 4 ที่ ได้แก่ ศาลเจ้าซุวะ โอทาบิ โชะ ศาลเจ้ายาซากะและลานกว้างหน้าหอประชุมประจำ เมืองนางาซากิ (Nagasaki Kokaidomae Hiroba) ในแต่ละสถานที่จะมีที่นั่งสำ หรับชม การแสดงจัดเตรียมไว้ให้ ใครที่อยากได้นั่งชมการแสดงดาชิโมโนะ จำ เป็นต้องจองล่วงหน้าในช่วงเดือนมิถุนายน - สิงหาคม มีแค่ที่ลานกว้าง หน้าหอประชุมประจำ เมืองนางาซากิเท่าน้น ที่สามารถจองผ่านอินเตอร์เน็ต ได้ (จองผ่าน ticket pia หรือเวบไซต์อื่นๆ มีแค่ภาษาญี่ปุ่น) สถานที่ อื่นๆ ต้องทำ การจองที่สถานที่จัดงานเท่านั้น แนะนำ สถานที่จัดงาน


เทศกาลจิจิบุคือขบวนรถบุปผชาติและดอกไม้ไฟ รถแห่จาก 6 ตำ บลจะ มารวมตัวกัน แต่ละคันแกะสลักอย่างงดงาม ปักดิ้นทองอย่างหรูหรา และมี น้ำ หนักสูงสุดถึง 20 ตัน แต่ละคันต้องอาศัยแรงของลูกหาบชายฉกรรจ์ ประมาณ 150 - 200 คนเพื่อเคลื่อนที่รถไปรอบเมืองประกอบเสียงเพลง จากวงดนตรีโบราณที่เรียกว่าวงฮะยะชิ เมื่อถึงเนินชันบริเวณสวนจิจิบุ บรรยากาศจะเริ่มเข้าสู่ช่วงครึกครื้นสูงสุด เหล่าลูกหาบจะลากดึงรถแห่ไป บนเนินที่เอียงประมาณ 25 องศาโดยมีฉากหลังเป็นดอกไม้ไฟกลางค่ำ คืน ฤดูหนาวประมาณ 7,000 นัด ถือเป็นการผสมผสานอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมการ ร่ายรำ และการแสดงละครบนขบวนรถบุปผชาติอย่างพร้อมเพรียง เทศกาลจิจิบุเป็นเทศกาลประจำ ปีของศาลเจ้าจิจิบุ เติบโตขึ้นพร้อมกับการ พัฒนาของตลาดสิ่งทอ มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาเก่าแก่ประมาณ 300 ปี ปัจจุบันถือเป็น 1 ใน 3 รถแห่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเทศกาลญี่ปุ่น “ เทศกาลจิจิบุโย ” ชมท้องฟ้ายามค่ำ คืนที่สว่างไสวด้วยดอกไม้ไฟและโคมไฟ


รถแห่ 6 ขบวนที่เคลื่อนที่ไปรอบพื้นที่จัดงานจะประกอบด้วยรถที่เรียกว่า "ยะไต" 2 คันและรถที่เรียกว่า "คะสะโบโกะ" มองเผิน ๆ เหมือนไม่มีข้อ แตกต่าง แต่เมื่อพิจารณารายละเอียด เช่น บริเวณหลังคาหรือลวดลายการ ปักผ้า ก็จะเห็นว่ามีจุดที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ ในอดีตจะมีการประดับ ประดาช่อดอกไม้บนคะสะโบโกะด้วย แต่เป็นอันตรายเนื่องจากเข้าไปเกี่ยว กับสายไฟ จึงถอดออกและแห่เหมือนซุ้มยะไตในปัจจุบัน 1.รถแห่มี 2 รูปแบบ ลองเปรียบเทียบ "ยะไต" กับ "คะสะโบโกะ"


ขบวนรถบุปผชาติขนาด 20 ตันเคลื่อนที่อย่างทรงพลังแม้ในจังหวะที่ขึ้น เนินสูงชัน ด้วยเหตุนี้ จึงได้รับเสียงปรบมือจากเหล่านักท่องเที่ยวอย่าง ครึกครื้น นอกจากนี้ จังหวะที่รถหักเปลี่ยนทิศทางอย่างจริงจังก็น่าตื่นเต้นไม่ แพ้กัน ลูกหาบจะยกรถแห่ขึ้นด้วยไม้ท่อน และเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว ด้วยเทคนิคที่เรียกว่า "กิริมะวะชิ" จากนั้นจะเปล่งเสียงตะโกนพร้อมกันเมื่อ รถหมุนอย่างสง่างาม นอกจากนี้ อยากให้เพลิดเพลินกับการบรรเลงดนตรี ของวงฮะยะชิที่กระตุ้นความสนุกให้ทั้งลูกหาบและผู้ร่วมงาน 2.การหักมุมอันทรงพลัง ดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยว


3.การเต้นและแสดงบนซุ้มยะไต ซุ้มยะไตไม่ได้เคลื่อนที่ไปรอบพื้นที่จัดงานเฉย ๆ แต่ยังมีการประกอบ พิธีกรรมต่าง ๆ ด้านบนรถแห่ด้วย นอกเหนือจากการแสดงดนตรีโบราณ ของวงฮะยะชิแล้ว ยังมีการเต้นรำ และการแสดงต่าง ๆ อีกด้วย การร่ายรำ ที่ เรียกว่า "ฮิคิโอโดริ" ถือเป็นหนึ่งในการแสดงบนรถแห่ดังกล่าว สาวชาว บ้านจะจัดแสดงเพื่อบวงสรวงเทพเจ้า และมีการแสดงละคร "ยะไตคะบุกิ" เพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยว


เทศกาลทานาบาตะ วันที่ 7 กรกฎาคม คือวันแห่งเทศกาล “ทานาบาตะ (Tanabata)” ซึ่งเป็น เทศกาลตามฤดูกาลของญี่ปุ่นที่มีมาแต่โบราณ ในวันเทศกาลทานาบาตะ ผู้คนจะเขียนคำ อธิษฐานลงบนกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่เรียกว่า “ทังซะกุ (Tanzaku)” แล้วนำ ไปแขวนไว้กับกิ่งไผ่เพื่ออธิษฐานขอพรจากดวงดาว หากมีโอกาสก็ไม่ควรพลาดไปร่วมงานเทศกาลที่จัดขึ้นทั่วประเทศญี่ปุ่น เช่นนี้ดูสักครั้ง


ทังซะกุ (Tanzaku) กระดาษสำ หรับเขียนคำ อธิษฐานนั้น จะใช้กระดาษ ทั้งหมด 5 สี ได้แก่สีฟ้า แดง เหลือง ขาว และดำ (หรือม่วง) โอริทสึรุ คือ นกกระเรียนกระดาษ เพื่อขอพรให้อายุยืนยาว ถุงคินชะกุ คือ ถุงใบเล็กๆ สำ หรับใส่ของกระจุกกระจิกเป็นสัญลักษณ์ แทนกระเป๋าเงิน เพื่อขอพรให้ร่ำ รวย อามิคาซาริ คือ ของตกแต่งรูปร่างคล้ายแหทำ จากกระดาษ เพื่อขอพร ให้การประมงรุ่งเรือง และอื่นๆ ตามแต่วัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น การประดับตกแต่งในเทศกาลทานาบาตะ ในเทศกาลทานาบาตะ จะมีการนำ เอาแผ่นทังซะกุ (Tanzaku) ที่ด้าน ในเขียนคำ อธิษฐานไว้ พร้อมด้วยของประดับชนิดอื่นๆ ที่ทำ จากกระดาษไป แขวนประดับไว้กับกิ่งไผ่ ซึ่งกิ่งไผ่นี้ชาวญี่ปุ่นเชื่อถือกันมาแต่โบราณว่าเป็น สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายได้ กระดาษขอพรและของประดับที่จะนำ มาใช้ได้แก่


ตำ นานทานาบาตะ ในคืนวันเทศกาลทานาบาตะ เราจะเห็นดวงดาวสองดวง คือ ดาวโอริฮิเมะ (Orihime) หรือดาวเจ้าหญิงทอผ้า และดาวฮิโคะโบชิ (Hikoboshi) หรือดาวชายเลี้ยงวัว ซึ่งส่องแสงโดดเด่นที่สุดในรอบปี ส่องประกายระยิบระยับอยู่โดยมีทางช้างเผือกกั้นอยู่ระหว่างกลาง ชาว ญี่ปุ่นจึงถือว่าวันทานาบาตะคือวันแห่งความรักอันโรแมนติกที่เจ้าหญิง ทอผ้าและชายเลี้ยงวัวจะได้พบกันเพียงปีละครั้ง


เทศกาลที่เพียงแค่ได้ยินชื่อก็คิดถึงบรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติก เพราะมีเทียนที่จุดอยู่ท่ามกลางหิมะจำ นวนมากที่ตกอยู่ทั่วเมือง เทศกาลยิ่ง ใหญ่ของจังหวัดฟุคุชิมะ ที่จะจัดอยู่ที่ปราสาทซึรุงะ หรือปราสาทนก กระเรียนและสวนโอยะคุ เทศกาลนี้มีอายุยาวนานมาตั้งแต่อดีตจนตอนนี้ ก็เกือบ 500 ปีแล้ว โดยที่จะมีการวาดภาพลงบทแท่งเทียนที่จะถูกวาดเป็น รูปดอกไม้และพืชพันธุ์ต่างๆ ลงไปด้วยช่างฝีมือและประดับตกแต่งอยู่ทั่ว บริเวณปราสาทซึรุงะที่จะจัดงานธีม “ความเคลื่อนไหว” และที่สวนโอยะ คุจะถูกจัดขึ้นในธีม “ความเงียบสงบ” เทศกาลเทียนประดับภาพวาดของดินแดนไอซุ


เทศกาลที่เก่าแก่ยาวนานมากกว่า 370 ปี และยังได้รับการขึ้นทะเบียน เป็นมรดกทางวัฒนธรรมจากยูเนสโก เทศกาลนี้จะมีการแห่เกี๊ยวหรือคน ญี่ปุ่นเรียกว่ารถดาชิที่มีขนาดสวยโดดเด่นถึง 8 เมตร ขบวนแห่ที่จะแห่ รอบปราสาทอินุยามะ ในจังหวัดไอจิ สองข้างทางเต็มไปด้วยทิวทัศน์ของ ดอกซากุระทั้งสองข้างทาง เทศกาลอินุยามะ


1 ) วันสีเขียวเป็นวันอะไรของญี่ปุ่น ก. เป็นวันที่ระลึกถึงบรรพบุรุษ ข. เป็นวันเกิดของจักรพรรดิองค์ก่อนในสมัยโชวะ ค. เป็นวันที่ทุกๆคนต้องรณรงค์ดื่มชาเขียว ง. เป็นวันที่ต้องไปทำ ความสะอาด 2 ) เทศกาลหิมะของนครซัปโปโรเริ่มขึ้นเมื่อราวปีใด ก. พุทธศักราช 1960 ข. คริสต์ศตวรรษ 1879 ค. พุทธศักราช 1950 ง. คริสต์ศตวรรษ 1988 3 ) วันแห่งทะเลมีความสำ คัญอย่างไร ก. เป็นวันที่ต้องไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่อาศัยในศาลเจ้า ข. คือวันที่ขบวนรถบุปผชาติและดอกไม้ไฟ รถแห่จาก 6 ตำ บลจะมา รวมตัวกัน และแกะสลักงามสวยงาม ค. เป็นการรณรงค์ไม่ให้ทำ ลายและสร้างความเสียหายให้แก่มหาสมุทร ง. เป็นวันแห่งการขอบคุณและอวยพรขอให้ญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศแห่ง มหาสมุทรเจริญรุ่งเรือง 4 ) คำ ว่า "ซันจะ" มีความหมายแฝงถึงผู้ก่อตั้งและร่วมบุกเบิกอะสะกุสะ 3 ท่านได้แก่ท่านอะไรบ้าง? ก. พี่น้องฮิโนคุมะ และท่านฮะจิชิ ข. จักรพรรดิโชวะ ท่านฮะจิชิ และเทพเจ้าโกซูเทนโน ค. พี่น้องฮิโรคุมะ และผู้ก่อตั้งโทกุกาวะบาคุฟุ ง. ผู้ก่อตั้งโทกุกาวะบาคุฟุ เจ้าอาสะกุสะ และท่านฮะจิชิ 5 ) เทศกาลคานามาระจัดขึ้นในจังหวัดอะไร? ก. จังหวัดฮิโรชิมะ เกาะฮิชิมะ ข. จังหวัดฟูอูโอกะ ค. จังหวัดโอซาก้า ง. นครคาวาซากิ จังหวัดคานางาวะ คำ ถาม


6 ) คำ ว่า "คุนจิ" เป็นภาษาท้องถิ่นของทางตอนเหนือของคิวชู แปลว่าอะไร? ก. ดอกไม้ไฟ ข. เต่า ค. เทศกาลในฤดูใบไม้ผลิ ง. โคมไฟ 7 ) ศาลเจ้าเท็นมังกูในเมืองโอซาก้าเป็นศาลเจ้าที่ชาวโอซาก้าให้ความ เคารพนับถืออย่างสูง ตั้งแต่สมัยใด ก. สมัยเฮอันตอนปลาย ข. สมัยโชวะ ค. สมัยเอโดะ ง. สมัยไทโช 8 ) ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเทศกาลใหญ่แห่งซาวาระ ก. เป็นความเชื่อตั้งแต่สมัยโบราณของประเทศญี่ปุ่นว่ามีเทพเจ้า มากมายจำ นวนนับไม่ถ้วนสิงสถิตย์อยู่ ข. คือวันที่ขบวนรถบุปผชาติและดอกไม้ไฟ รถแห่จาก 6 ตำ บลจะมา รวมตัวกัน และแกะสลักงามสวยงาม ค. เพื่อขอบคุณเทพเจ้าเวลาที่สิ่งที่ขอไปแล้วส่งผล ง. เทศกาลใหญ่ซาวาระเป็นเทศกาลดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่เมื่อ 300 ปีก่อน 9 ) เทศกาลจิจิบุโยเป็นเทศกาลอะไร? ก. เทศกาลที่ได้รับอิทธิพลจากนานาชาติ ข. เทศกาลย้อมเกียวโตด้วยสีสันของงานเทศกาล ค. เทศกาลชมรถลาก ง. เทศกาลชมท้องฟ้ายามค่ำ คืนที่สว่างไสวด้วยดอกไม้ไฟและโคมไฟ 10 ) วันที่ 7 กรกฎาคมเป็นวันอะไร? ก. วันเกิดจักรพรรดิโชวะ ข. วันขอพรพระเจ้า ค. วันทานาบาตะ ง. วันรณรงค์ให้กินข้าวแกงกะหรี่


1 ) วันสีเขียวเป็นวันอะไรของญี่ปุ่น ก. เป็นวันที่ระลึกถึงบรรพบุรุษ ข. เป็นวันเกิดของจักรพรรดิองค์ก่อนในสมัยโชวะ ค. เป็นวันที่ทุกๆคนต้องรณรงค์ดื่มชาเขียว ง. เป็นวันที่ต้องไปทำ ความสะอาด 2 ) เทศกาลหิมะของนครซัปโปโรเริ่มขึ้นเมื่อราวปีใด ก. พุทธศักราช 1960 ข. คริสต์ศตวรรษ 1879 ค. พุทธศักราช 1950 ง. คริสต์ศตวรรษ 1988 3 ) วันแห่งทะเลมีความสำ คัญอย่างไร ก. เป็นวันที่ต้องไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่อาศัยในศาลเจ้า ข. คือวันที่ขบวนรถบุปผชาติและดอกไม้ไฟ รถแห่จาก 6 ตำ บลจะมา รวมตัวกัน และแกะสลักงามสวยงาม ค. เป็นการรณรงค์ไม่ให้ทำ ลายและสร้างความเสียหายให้แก่มหาสมุทร ง. เป็นวันแห่งการขอบคุณและอวยพรขอให้ญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศแห่ง มหาสมุทรเจริญรุ่งเรือง 4 ) คำ ว่า "ซันจะ" มีความหมายแฝงถึงผู้ก่อตั้งและร่วมบุกเบิกอะสะกุสะ 3 ท่านได้แก่ท่านอะไรบ้าง ก. พี่น้องฮิโนคุมะ และท่านฮะจิชิ ข. จักรพรรดิโชวะ ท่านฮะจิชิ และเทพเจ้าโกซูเทนโน ค. พี่น้องฮิโรคุมะ และผู้ก่อตั้งโทกุกาวะบาคุฟุ ง. ผู้ก่อตั้งโทกุกาวะบาคุฟุ เจ้าอาสะกุสะ และท่านฮะจิชิ 5 ) เทศกาลคานามาระจัดขึ้นในจังหวัดอะไร? ก. จังหวัดฮิโรชิมะ เกาะฮิชิมะ ข. จังหวัดฟูอูโอกะ ค. จังหวัดโอซาก้า ง. นครคาวาซากิ จังหวัดคานางาวะ เฉลย


6 ) คำ ว่า "คุนจิ" เป็นภาษาท้องถิ่นของทางตอนเหนือของคิวชู แปลว่าอะไร? ก. ดอกไม้ไฟ ข. เต่า ค. เทศกาลในฤดูใบไม้ผลิ ง. โคมไฟ 7 ) ศาลเจ้าเท็นมังกูในเมืองโอซาก้าเป็นศาลเจ้าที่ชาวโอซาก้าให้ความ เคารพนับถืออย่างสูง ตั้งแต่สมัยใด ก. สมัยเฮอันตอนปลาย ข. สมัยโชวะ ค. สมัยเอโดะ ง. สมัยไทโช 8 ) ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเทศกาลใหญ่แห่งซาวาระ ก. เป็นความเชื่อตั้งแต่สมัยโบราณของประเทศญี่ปุ่นว่ามีเทพเจ้า มากมายจำ นวนนับไม่ถ้วนสิงสถิตย์อยู่ ข. คือวันที่ขบวนรถบุปผชาติและดอกไม้ไฟ รถแห่จาก 6 ตำ บลจะมา รวมตัวกัน และแกะสลักงามสวยงาม ค. เพื่อขอบคุณเทพเจ้าเวลาที่สิ่งที่ขอไปแล้วส่งผล ง. เทศกาลใหญ่ซาวาระเป็นเทศกาลดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่เมื่อ 300 ปีก่อน 9 ) เทศกาลจิจิบุโยเป็นเทศกาลอะไร? ก. เทศกาลที่ได้รับอิทธิพลจากนานาชาติ ข. เทศกาลย้อมเกียวโตด้วยสีสันของงานเทศกาล ค. เทศกาลชมรถลาก ง. เทศกาลชมท้องฟ้ายามค่ำ คืนที่สว่างไสวด้วยดอกไม้ไฟและโคมไฟ 10 ) วันที่ 7 กรกฎาคมเป็นวันอะไร? ก. วันเกิดจักรพรรดิโชวะ ข. วันขอพรพระเจ้า ค. วันทานาบาตะ ง. วันรณรงค์ให้กินข้าวแกงกะหรี่


บรรณานุกรม https://sites.google.com/site/wimolrayanaka34/wan-sakhay-khxng-yipun https://matcha-jp.com/th/5946 https://chillchilljapan.com/japan-festival/


Click to View FlipBook Version