The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ ๑๕
เรื่อง ปลอดภัยไว้ก่อน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อภิชญา ญาดาพัชร์, 2021-07-05 03:19:46

หน่วยที่ ๑๕

หน่วยที่ ๑๕
เรื่อง ปลอดภัยไว้ก่อน

๕๑

ใบความรู้
เร่ือง ภาษาพูด ภาษาเขียน

ภาษาไทยมาตรฐานหรือภาษากลางเป็นภาษาท่ีบุคคลในสงั คมไทยร่วมกนั กาหนดหลกั เกณฑ์
และวิธีใช้ข้ึน เพื่อใช้ในราชการและสื่อสารท่วั ไปในหมู่คนไทยทั่วประเทศ สิ่งที่ควรศึกษาใน
ภาษาไทยมาตรฐาน คือ ภาษาพูดและภาษาเขียน ซ่ึงมีลกั ษณะดงั น้ี

ภาษาพดู ภาษาเขียน
๑. ภาษาท่ีใชส้ ื่อสารดว้ ยการพดู ๑. ภาษาท่ีใชส้ ื่อสารกบั ดว้ ยภาษาเขียนเป็น
ตวั หนงั สือและตวั เลขแทนการพูด
๒. เนน้ การพดู สร้างความรู้สึกท่ีเป็นกนั เอง ไม่ ๒. ใชภ้ าษาพูดปะปนในภาษาเขียนไดใ้ นบาง
นิยมใชภ้ าษาเขียนในภาษา ลกั ษณะ เช่น นิทาน นิยาย
พูด ยกเวน้ การกล่าวอา้ งถึง
๓. ไม่เคร่งครัดการใชถ้ อ้ ยคา และหลกั เกณฑ์ เร่ืองส้นั หนงั สือพมิ พ์ ฯลฯ
ตามแบบแผนของภาษามากนกั ๓. เคร่งครัดการใชถ้ อ้ ยคา และหลกั เกณฑ์
๔. ใชภ้ าษาใหถ้ ูกตอ้ ง คานึงถึงความเหมาะสม ตามแบบแผนของภาษา
กบั เวลา เหตุการณ์ สถานที่ ๔. ใชภ้ าษาใหถ้ ูกตอ้ ง คานึงถึงความ
และบุคคล เหมาะสมกบั เวลา เหตุการณ์ สถานท่ี
๕. เนน้ การใชถ้ อ้ ยคาสุภาพ
และบุคคล

๕. เนน้ การใชถ้ อ้ ยคาสุภาพ

ตัวอย่าง

ภาษาพูด ภาษาเขียน
แมโ่ ทรมาอยากพูดดว้ ย คุณแมโ่ ทรศพั ทม์ าตอ้ งการพูดว้ ย
กินขา้ วผดั ดีกวา่ นะ รับประทานขา้ วผดั กนั ดีกวา่
ตู๋ล่ืนพรืด หงายทอ้ งผล่ึงเลย ตู๋ลื่นลม้ หงายทอ้ งทนั ที
ไมด้ อกในไทยมีเยอะมาก ไมด้ อกในประเทศไทยมีหลากหลายพนั ธุ์
เดก็ พวกน้นั ทางานตวั เป็นเกลียว เด็กกลุ่มน้นั ขยนั มาก

๕๒

การฟัง เป็นการไดย้ นิ เร่ืองราวใหเ้ กิดความเขา้ ใจในเรื่องที่ไดย้ นิ และ นามาพิจารณาวา่
เรื่องราวน้นั ๆ ควรเชื่อไดห้ รือไม่ นาไปใชป้ ระโยชน์ไดเ้ พียงใด
ข้อควรปฏบิ ตั ิในการฟัง

๑. ต้งั ใจฟัง ไม่พดู หรือสนทนากนั ขณะฟังผอู้ ื่นพูด
๒. คิดติดตามเรื่องฟังวา่ เรื่องท่ีฟังเก่ียวกบั อะไร มีความถูกตอ้ งเช่ือถือไดห้ รือไม่
๓. การฟังคาบรรยายควรจดขอ้ ความสาคญั ที่ไดจ้ ากการฟังไว้
มารยาทในการฟัง
๑. ต้งั ใจฟัง มองผพู้ ดู
๒. ไมค่ ุยหรือเล่นขณะฟังผอู้ ื่นพูด
๓. ไม่ส่งเสียงดงั หรือทาความราคาญใหผ้ อู้ ่ืน
๔. ถา้ จะถามควรขออนุญาตก่อน หรือใหผ้ พู้ ูดหยดุ พูดก่อน ไมค่ วรถามขณะผพู้ ดู ยงั พูดไม่จบ
การพดู เป็นการแสดงความคิดเห็นหรือบอกเล่าเรื่องราว โดยการพูดใหผ้ อู้ ่ืนฟัง ผพู้ ูดตอ้ งมี
ความคิด มีเรื่องราวที่จะพดู และตอ้ งจดั ลาดบั ความคิดหรือเร่ืองราวที่จะพดู ไม่ใหส้ ับสน เพือ่ ผฟู้ ังจะ
ไดเ้ กิดความเขา้ ใจชดั เจน ผพู้ ูดตอ้ งพูดใหช้ ดั เจน ใชภ้ าษาท่ีถูกตอ้ ง

ข้อปฏิบัตใิ นการพูด

๑. จะพดู เร่ืองอะไร ตอ้ งมีความรู้ในเรื่องน้นั โดยการอ่าน การซกั ถาม
ผอู้ ื่นใหเ้ ขา้ ใจก่อน

๒. ใชภ้ าษาพดู ที่ถูกตอ้ ง สุภาพ
๓. พดู ใหเ้ สียงดงั ฟังชดั แต่ไมใ่ ช่ตะโกน
๔. พูดใหช้ ดั เจน ใชค้ าแทนชื่อใหถ้ ูกตอ้ ง
๕. มองผพู้ ูด
๖. ขณะพูดตอ้ งนง่ั หรือยนื ตวั ตรงในท่าสบาย
๗. ไม่เอามือลว้ ง ควกั แกะ เกา ขณะพูดหรือยนื เอามือไขวห้ ลงั

๕๓

มารยาทในการพดู

๑. ใชน้ ้าเสียงนุ่มนวล ไมพ่ ดู กระโชกโฮกฮาก
๒. ใชถ้ อ้ ยคาสุภาพ
๓. พดู ดว้ ยใจจริงและยกยอ่ งผฟู้ ัง
๔. ไม่นินทาผอู้ ื่นหรือพดู วา่ ร้ายผอู้ ่ืน
๕. ไม่แสดงความโกรธเคืองผฟู้ ัง
๖. รอจงั หวะในการพดู ซกั ถาม ไม่พูดสอดขณะผอู้ ื่นกาลงั พูด

๕๔

ใบงาน
ชื่อ…………………………………………….. เลขที่….. ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๕
คาช้ีแจง ขีดเส้นใตค้ าที่เขียนถูกตอ้ ง
๑) ตู๋ตวาดนอ้ งเสียงดงั ลน่ั “อยา่ จบั ! อยา่ จบั ! (ไฟช็อต , ไฟชอ้ ต)

๒) พป่ี ิ ดบา้ นแลว้ จะออกไปเรียก (แทก็ ซี่ , แทก๊ ซ่ี)

๓) ตู๋รอบคอบมาก ดึง (ปลกั๊ , ปล้กั ) ตูเ้ ยน็ ออกใหเ้ รียบร้อยก่อนออกจากบา้ น

๔) ตู๋พานา้ พะยอมไป (คลินิก , คลินิค) ที่อยใู่ กลบ้ า้ นที่สุด

๕) ตู๋พานอ้ งไปรับประทานอาหาร (โจก๊ , โจก้ ) เจา้ อร่อย

๕๕

ใบงาน
ชื่อ…………………………………………….. เลขท่ี….. ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๕

คาช้ีแจง เขียนภาษามาตรฐานของภาษาพดู ตอ่ ไปน้ี
ภาษาพดู
๑) ปวดหวั
๒) กินขา้ ว
๓) ดูหนงั
๔) ตู๋ไปหาหมอฟัน
๕) วนั น้ีกินนมแลว้ หรือยงั
๖) เขาโดนรถมอเตอรไซดช์ น
๗) เธอไปเจอะเพอื่ นที่หา้ งโดยบงั เอิญ
๘) เขาพูดต่อรองเพ่อื ใหท้ ุกอยา่ งหยดุ ลง
๙) เธอหาขอ้ แกต้ วั เพื่อใหต้ วั เองพน้ ผิด

ภาษามาตรฐาน
๑)
๒)
๓)
๔)
๕)
๖)
๗)
๘)
๙)

๕๖

เฉลยใบงาน
ช่ือ…………………………………………….. เลขท่ี….. ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๕

คาช้ีแจง ขีดเส้นใตค้ าที่เขียนถูกตอ้ ง
๑) ตู๋ตวาดนอ้ งเสียงดงั ลน่ั “อยา่ จบั ! อยา่ จบั ! (ไฟช็อต , ไฟชอ้ ต)
๒) พป่ี ิ ดบา้ นแลว้ จะออกไปเรียก (แทก็ ซี่ , แทก๊ ซ่ี)
๓) ตู๋รอบคอบมาก ดึง (ปลก๊ั , ปล้กั ) ตูเ้ ยน็ ออกใหเ้ รียบร้อยก่อนออกจากบา้ น
๔) ตู๋พานา้ พะยอมไป (คลินิก , คลินิค) ที่อยใู่ กลบ้ า้ นท่ีสุด
๕) ตู๋พานอ้ งไปรับประทานอาหาร (โจก๊ , โจก้ ) เจา้ อร่อย

๕๗

ใบงาน
ชื่อ…………………………………………….. เลขที่….. ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๕

คาช้ีแจง เขียนภาษามาตรฐานของภาษาพูดตอ่ ไปน้ี
ภาษาพูด
๑) ปวดหวั
๒) กินขา้ ว
๓) ดูหนงั
๔) ตู๋ไปหาหมอฟัน
๕) วนั น้ีกินนมแลว้ หรือยงั
๖) เขาโดนรถมอเตอรไซดช์ น
๗) เธอไปเจอะเพ่ือนท่ีหา้ งโดยบงั เอิญ
๘) เขาพูดต่อรองเพื่อใหท้ ุกอยา่ งหยดุ ลง
๙) เธอหาขอ้ แกต้ วั เพ่ือใหต้ วั เองพน้ ผิด

ภาษามาตรฐาน
๑) ปวดศีรษะ
๒) รับประทาน
๓) ดูภาพยนตร์
๔) ตู๋ไปหาทนั ตแพทย์
๕) วนั น้ีดื่มนมแลว้ หรือยงั
๖) เขาถูกรถมอเตอรไซดช์ น
๗) เธอไปพบเพือ่ นท่ีหา้ งโดยบงั เอิญ
๘) เขาพูดหวา่ นลอ้ มเพ่ือใหท้ ุกอยา่ งหยดุ ลง
๙) เธอหาปฏิเสธเพ่ือให้ตวั เองพน้ ผดิ

แบบบนั ทึกคะแนนพฤตกิ รรมการอ่านในใจ ๕๘

เกณฑ์การให้คะแนน ดี ให้ ๒ พอใช้ ให้ ๑ ควรปรับปรุง ให้ ๐ หมายเหตุ
เกณฑ์การประเมนิ การผา่ นการประเมินทุกรายการตอ้ งได้ ๑ ข้ึนไป

รายการประเมิน

เลขท่ี ชื่อ - สกลุ การวาง/จับหนัง ืสอหนัง
ูถีมกสต้มาองิธในการ ่อาน
การวางตาในการ ่อาน
ไม่ ้ีชตามตัวอักษร ี่ท ่อาน
ไม่สายหน้าไปมาขณะ ่อาน

คะแนนรวม ๑๐ คะแนน
ส ุรป ่ผาน / ไ ่ม ่ผาน

๑ เดก็ หญงิ วราภรณ์ หดั เอียด
๒ เดก็ หญิงภัคจริ า เต๊ะย่อ
๓ เด็กชายธรี กร แกว้ จติ ตะ
๔ เดก็ หญิงอนุศรา แกว้ นพรตั น์
๕ เด็กชายซาอุดี ราชการ
๖ เด็กชายธนวัฒ บินดเุ หลม็
๗ เด็กชายศรัณ ละซอ
๘ เด็กชายฮัสซาน ตเิ อยี ดยอ่
๙ เดก็ ชายอจั ฉริยะ เมาะสนิ
๑๐ เดก็ หญิงอัจฉารีญา เมาะสนิ
๑๑ เดก็ หญิงนชิ านันท์ ดารากยั
๑๒ เด็กหญงิ นิสรีน หีมเกะ
๑๓ เดก็ หญิงอัสมา แวยาเง๊าะ
๑๔ เด็กหญิงขวญั จริ า ติเอยี ดยอ่
๑๕ เด็กชายพายุ สุวรรณโณ
๑๖ เด็กชายสิทธิโชค สวุ รรณโน

๕๙

แบบประเมินพฤติกรรมและผลงานระหว่างเรียน

ความหมาย

๑. ต้งั ใจ หมายถึง ความมานะ อดทนทางานจนเสร็จ ( A )

๒. ความร่วมมือ หมายถึง สมาชิกในกลุ่มใหค้ วามร่วมมือทางานจนเสร็จ ( A )

๓. ความมีวินยั หมายถึง ผลงาน หรือการทางานเป็ นระบบระเบียบเรียบร้อย สะอาด

สวยงาม และไดเ้ น้ือหาครบถว้ น ทนั หรือตรงตอ่ เวลา ( A,K )

๔. คุณภาพของผลงาน หมายถึง ผลงานเรียบร้อย สวยงาม เน้ือหาครบถว้ น ภาษาท่ี

ใชเ้ หมาะสม (P – Product, K)

๕. การนาเสนอผลงาน หมายถึง การพูดอธิบายนาเสนอผลงานไดต้ ามลาดบั และ

เน้ือหาถูกตอ้ ง ( P – Process, K )

เกณฑ์การประเมิน

๔ หมายถึง ทาไดด้ ีมาก ๓ หมายถึง ทาไดด้ ี

๒ หมายถึง ทาไดพ้ อใช้ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง

ชื่อ-สกลุ ความต้งั ใจ ความร่วมมือ ความมีวนิ ยั คุณภาพของ การนาเสนอ รวม
(๔) (๔) (๔) ผลงาน (๔) ผลงาน (๔) (๒๐)
เด็กหญงิ วราภรณ์ หดั เอยี ด
เดก็ หญงิ ภัคจริ า เต๊ะยอ่

เดก็ ชายธรี กร แกว้ จติ ตะ
เดก็ หญิงอนศุ รา แกว้ นพรัตน์
เด็กชายซาอดุ ี ราชการ
เด็กชายธนวัฒ บินดุเหลม็
เด็กชายศรณั ละซอ
เด็กชายฮสั ซาน ติเอยี ดยอ่
เด็กชายอจั ฉริยะ เมาะสนิ
เด็กหญงิ อจั ฉารีญา เมาะสนิ
เด็กหญงิ นชิ านันท์ ดารากยั
เดก็ หญงิ นสิ รีน หมี เกะ
เด็กหญงิ อสั มา แวยาเง๊าะ
เดก็ หญิงขวญั จริ า ติเอียดย่อ
เด็กชายพายุ สวุ รรณโณ
เด็กชายสิทธโิ ชค สุวรรณโน

๖๐

แบบประเมนิ ชิ้นงาน

รายช่ือสมาชิกกลุ่ม
๑…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน…………..
๒…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน…………..
๓…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน…………..
๔…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน…………..
๕…………………………………….เลขท…ี่ …………ช้ัน…………..
๖.…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน………….

ชิ้นงานเรื่อง……………………..

เกณฑ์การประเมิน คะแนน คะแนนทไี่ ด้
๑๒๓๔๕
๑. รูปแบบถูกตอ้ ง
๒. จดั รูปแบบน่าสนใจ สวยงาม
๓. ความครบถว้ นในเน้ือหาสาระท่ีเสนอ
๔. การใชค้ าเหมาะสม
๕. การสะกดคาถูกตอ้ ง

ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

๖๑

เกณฑ์การให้คะแนนกระบวนการทางานกลุ่ม

ประเด็นการประเมิน ๓ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / ระดบั
๑. การกาหนด – สมาชิกทุกคนมีส่วน ๒๑
เป้าหมายร่วมกนั ร่วมในการกาหนด
เป้าหมายการทางาน สมาชิกส่วนใหญม่ ี สมาชิกส่วนนอ้ ยมี
๒. การแบ่งหนา้ ที่ อยา่ งชดั เจน ส่วนร่วมในการ ส่วนร่วมในการกาหนด
รับผดิ ชอบ กระจายงานไดอ้ ยา่ ง กาหนดเป้าหมายใน เป้าหมายในการทางาน
ทวั่ ถึงและตรงตาม การทางาน
๓. การปฏิบตั ิหนา้ ที่ ความสามารถของ กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง กระจายงานไม่ทวั่ ถึง
ที่ไดร้ ับมอบหมาย สมาชิกทุกคน แต่ไม่ตรงตาม
ทางานไดส้ าเร็จตาม ความสามารถของ
๔. การประเมินและ เป้าหมายท่ีไดร้ ับ สมาชิก
ปรับปรุงผลงาน มอบหมาย ตาม ทางานไดส้ าเร็จตาม ทางานไมส่ าเร็จตาม
ระยะเวลาที่กาหนด เป้าหมายแต่ชา้ กวา่ เป้าหมาย
สมาชิกทุกคนร่วม เวลาท่ีกาหนด
ปรึกษาหารือ ติดตาม
ตรวจสอบและ สมาชิกบางส่วนมี สมาชิกบางส่วนไมม่ ีส่วน
ปรับปรุ งผลงานเป็ น ส่วนร่วมปรึกษาหารือ ร่วมปรึกษาหารือและไม่
ระยะ แต่ไม่ช่วยปรับปรุง ช่วยปรับปรุงผลงาน
ผลงาน

แบบประเมนิ กระบวนการทางานกล่มุ ๖๒

ที่ รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คิดเห็น
๓๒๑
๑. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
๒. การแบ่งหนา้ ที่รับผดิ ชอบ
๓. การปฏิบตั ิตามหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย
๔. การประเมินและปรับปรุงผลงาน

รวม

ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

เกณฑก์ ารประเมิน

๑๑ – ๑๒ = ดีมาก

๘ – ๑๐ = ดี

๕ – ๗ = พอใช้

๐ – ๔ = ปรับปรุง

แผนการจดั การเรียนรู้ ๖๓

กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๕
หน่วยท่ี ๑๕ ปลอดภัยไว้ก่อน เวลาเรียน ๖ ชั่วโมง
แผนการเรียนรู้ที่ ๕ เรื่อง ภาษาชวนคิด เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง
สอนวนั ท…ี่ ……….เดือน……………………….พ.ศ. ……………

มาตรฐานการเรียนรู้ สัมพนั ธ์กบั มาตรฐานสาระ ท.๒.๑ ท ๔.๑
ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนาไปตดั สินใจแกป้ ัญหาในการ

ดาเนิน ชีวติ และมีนิสยั รักการอา่ น
ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบ

ต่างๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ
ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณและพดู แสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึก

ในโอกาสตา่ งๆอยา่ งมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์
ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของ

ภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ

ตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๕/๓ อธิบายความหมายโดยนยั จากเรื่องที่อ่านอยา่ งหลากหลาย
ท ๒.๑ ป.๕/๖ เขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็นไดต้ รงตามเจตนา
ท ๓.๑ ป.๕/๒ ต้งั คาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผลจากเร่ืองที่ฟังและดู
ท ๓.๑ ป.๕/๕ มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู
ท ๔.๑ ป.๕/๓ เปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐานกบั ภาษาถิ่น

สาระสาคญั
ภาษาถ่ินเป็นภาษาที่ใชเ้ ฉพาะถิ่น ซ่ึงกลุ่มคนในทอ้ งถ่ินน้นั ๆ ใชส้ ืบทอดกนั มาชา้ นาน เช่น

ภาษาถิ่นเหนือ เป็นภาษาท่ีใชใ้ นภาคเหนือ ภาษาถ่ินอีสาน เป็นภาษาที่ใชใ้ นภาค
ตะวนั ออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน ภาษาถ่ินใต้ เป็นภาษาท่ีใชใ้ นภาคใต้ ภาษาถิ่นโคราช เป็นภาษา
ท่ีใชใ้ นจงั หวดั นครราชสีมา ฯลฯ

สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
๔. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

๖๔

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. ซื่อสตั ยส์ ุจริต
๒. มีวนิ ยั
๓. ใฝ่ เรียนรู้
๔. มุง่ มนั่ ในการทางาน

สาระการเรียนรู้

เรื่อง “ภาษาถ่ิน ”
กระบวนการเรียนรู้

๑. ครูเปิ ดวทิ ยหุ รือวดี ิทศั น์ เพลงท่ีมีภาษาถ่ินที่กาลงั ยอดนิยม เช่นเพลงของไผ่ พงศธร
เพลง คนบา้ นเดียวกนั เพลง ของ ตกั๊ แตนชลดา โดยครูถามนาเพอ่ื เขา้ สู่เน้ือหาการเรียนรู้ เช่น ถามวา่

- เน้ือเพลงกล่าวถึงอะไรบา้ ง (การอภิปรายแสดงความคิดเห็น)
- ในเน้ือเพลงมีภาถ่ินคาใดบา้ ง ตรงกบั ภาษกลางวา่ อยา่ งไร
- ใหน้ กั เรียนนาเน้ือเพลงของถิ่นอื่น นอกจากครูยกมาใหพ้ จิ ารณา เช่นภาคเหนือ
กลาง เหนือ ใต้ วา่ มีคาภาถ่ินตา่ งกนั อยา่ งไร
- ในชีวติ ประจาวนั ของคนเราใชถ้ ิ่น หรือใชภ้ าษากลางตา่ งกนั ในโอกาสใดบา้ ง
- ภาษาถิ่นใหค้ ุณค่าอะไรบา้ ง
๒. ซกั ถามนกั เรียนวา่ ภาษาถิ่น เราไดป้ ระโยชน์อะไรบา้ งจาการพดู ใหน้ กั เรียนแสดงความ
คิดเห็น หรือต้งั คาถามใหม้ ากที่สุด
๓. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่มตามความเหมาะสม แลว้ ใหน้ กั เรียนศึกษาใบความรู้ เรื่อง
“ภาษาถ่ิน” ใหน้ กั เรียนส่งตวั แทนออกมานาเสนอและสรุปรายงาน
๔. นกั เรียนดูตวั อยา่ งขอ้ ความเปรียบเทียบระหวา่ ง ภาษาถิ่นของท้งั ๔ ภาค กบั ภาษา
มาตรฐาน ( ภาษกลาง) บตั รขอ้ ความ และใหน้ กั เรียนร่วมกนั อภิปรายความหมาย ระหวา่ งการพดู
อภิปราย ครูพยายามสงั เกตพฤติกรรมการพดู และการฟัง โดยเนน้ ในเรื่องมารยาทเป็ นสาคญั
๕. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั ทบทวนเน้ือหาของบทเรียน และช่วยกนั หา ขอ้ ความที่เป็น
ภาษาถิ่น แลว้ อภิปรายในกลุ่ม จากน้นั ใหต้ วั แทนของกลุ่มออกมานาเสนออภิปราย สรุป โดยพยายาม
ใหเ้ นน้ ถึงมารยาทในการพดู และการฟัง
๖. นกั เรียนช่วยกนั ทาแผนภูมิเปรียบเทียบขอ้ ความท่ีเป็ นภาษาถ่ิน ๔ ภาค กบั ภาษา
มาตรฐานเขียน แลว้ นาไปติดแสดงที่ป้ายนิเทศ ของหอ้ งเรียน เพื่อไวศ้ ึกษาแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ซ่ึง
กนั และกนั ต่อไป
๗. มอบหมายใหน้ กั เรียนทาใบงาน

๖๕

สื่อและแหล่งเรียนรู้
๓. เคร่ืองเล่นวีดิทศั น์ เพลง
๔. ใบงาน
๓. ป้ายนิเทศ
๔. ตวั อยา่ ง บตั รขอ้ ความ
๕. ใบความรู้

กระบวนการวดั ผลและประเมินผล

๑.วธิ ีการ
๑.๑ สงั เกต
๑.๑.๑ การฟัง การพดู
๑.๑.๒ การอา่ น
๑.๑.๓ การตอบคาถาม
๑.๑.๔ การรายงาน
๑.๑.๕ การร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ ใบงานที่หดั
๑.๒.๒ ใบงานท่ี
๑.๒.๓ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้

๒.เคร่ืองมือการวดั และประเมนิ ผล
๒.๑ ใบงานที่หดั
๒.๒ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้
๒.๓ ใบงานที่
๒.๔ แบบสังเกตพฤติกรรม

๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมนิ ผล
ใชก้ ารผา่ นเกณฑ์ร้อยละ ๗๐ ข้ึนไป

๖๖

บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลการจัดการเรียนรู้ตามตวั ชี้วดั
จานวนนกั เรียนท้งั หมด ......... คน
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ดี ........คน คิดเป็นร้อยละ ....................
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปานกลาง .......คน คิดเป็ นร้อยละ ..........
– ไม่ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปรับปรุง .......คน คิดเป็นร้อยละ ..........

กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………….…
…. . . ……………………………………………………………………………………………………
….……...………………………………………………………………………………………………
……….……............................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ความเห็นของผู้อานวยการโรงเรียน
……………………………………………………………………………………………………….…
….............................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.....................……………………………………………………………………………………………
………….……........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

ลงชื่อ...............................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )

ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
............./......................../..............

๖๗

บนั ทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ท่ีเกิดข้ึนกบั ผูเ้ รียน

…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………….................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
…………………….................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ปัญหา / อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………….................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
…………………….................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………….................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
…………………….................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ลงชื่อ ……………………………….…ผสู้ อน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
….…../…………./………….

๖๘

ใบความรู้
เรื่อง ภาษาถิ่น

ภาษาถิ่นเป็นภาษาท่ีใชเ้ ฉพาะถ่ิน ซ่ึงกลุ่มคนในทอ้ งถิ่นน้นั ๆ ใชส้ ืบทอดกนั มาชา้ นาน เช่น
ภ าษ าถิ่ น เห นื อ เป็ น ภ าษ าที่ ใช้ใน ภ าค เห นื อ ภ าษ าถ่ิ น อี ส าน เป็ น ภ าษ าท่ี ใช้ใน ภ าค
ตะวนั ออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน ภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาที่ใชใ้ นภาคใต้ ภาษาถ่ินโคราช เป็นภาษา
ท่ีใชใ้ นจงั หวดั นครราชสีมา ฯลฯ

คนไทยที่อยูใ่ นภาคต่าง ๆ ควรศึกษาหาความรู้ ทาความเขา้ ใจ ช่วยกนั รักษาและสืบทอด
ภาษาถ่ินของตนเองใหค้ งอยตู่ ลอดไป เช่นเดียวกบั ภาษาไทยมาตรฐาน

ตวั อย่าง

ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาไทยถ่ินเหนือ ภาษาไทยถ่ินอีสาน ภาษาไทยถ่ินใต้
๑. กิน ก๋ิน กิ๋น ก่ิน
๒. วงิ่ ล่น แล่น แหล็น
๓. รัก ฮกั ฮกั หรัก
๔. อร่อย ลา แซบ ร่อย
๕. มะละกอ มะกว้ ยเตด้ บกั หุ่ง ลอกอ
๖. สับปะรด มะขะนดั บกั นดั หยานดั
๗. พอ่ ป้อ ป้อ ผอ
๘. มด มด มด หมด
๙. ชา้ ง จา๊ ง ซ่าง ร่อย
๑๐. เสื่อ สาด สาด ชา้ ด

๖๙

ใบงาน
ช่ือ…………………………………………….. เลขท่ี….. ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๕

คาช้ีแจง ๑) รวบรวมคาท่ีเป็ นภาษาถ่ินของนกั เรียน เทียบกบั คาที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาไทยถิ่น.....

คาช้ีแจง ๒) รวบรวมอุบตั ิเหตุท่ีอาจเกิดข้ึนไดท้ ้งั ในโรงเรียนและท่ีบา้ นหรือที่อ่ืน ๆ

๗๐

เฉลยใบงาน
ชื่อ…………………………………………….. เลขที่….. ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๕

คาช้ีแจง ๑) รวบรวมคาที่เป็ นภาษาถ่ินของนกั เรียน เทียบกบั คาท่ีเป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาไทยถ่ิน.....

( อยใู่ นดุลพนิ ิจของครู)
คาช้ีแจง ๒) รวบรวมอุบตั ิเหตุท่ีอาจเกิดข้ึนไดท้ ้งั ในโรงเรียนและท่ีบา้ นหรือที่อ่ืน ๆ

( อยใู่ นดุลพนิ ิจของครู)

แบบบนั ทึกคะแนนพฤตกิ รรมการอ่านในใจ ๗๑

เกณฑ์การให้คะแนน ดี ให้ ๒ พอใช้ ให้ ๑ ควรปรับปรุง ให้ ๐ หมายเหตุ
เกณฑ์การประเมนิ การผา่ นการประเมินทุกรายการตอ้ งได้ ๑ ข้ึนไป

รายการประเมิน

เลขที่ ชื่อ - สกลุ การวาง/จับหนัง ืสอหนัง
ูถีมกสต้มาองิธในการ ่อาน
การวางตาในการ ่อาน
ไม่ ้ีชตามตัวอักษร ี่ท ่อาน
ไม่สายหน้าไปมาขณะ ่อาน

คะแนนรวม ๑๐ คะแนน
ส ุรป ่ผาน / ไ ่ม ่ผาน

๑ เดก็ หญงิ วราภรณ์ หดั เอียด
๒ เดก็ หญิงภัคจริ า เต๊ะย่อ
๓ เดก็ ชายธีรกร แกว้ จติ ตะ
๔ เด็กหญิงอนุศรา แกว้ นพรตั น์
๕ เด็กชายซาอุดี ราชการ
๖ เด็กชายธนวัฒ บนิ ดเุ หลม็
๗ เด็กชายศรัณ ละซอ
๘ เด็กชายฮัสซาน ตเิ อยี ดยอ่
๙ เด็กชายอจั ฉรยิ ะ เมาะสนิ
๑๐ เดก็ หญิงอัจฉารีญา เมาะสนิ
๑๑ เดก็ หญงิ นชิ านันท์ ดารากยั
๑๒ เด็กหญงิ นิสรีน หีมเกะ
๑๓ เด็กหญิงอัสมา แวยาเง๊าะ
๑๔ เด็กหญงิ ขวญั จริ า ติเอยี ดยอ่
๑๕ เดก็ ชายพายุ สุวรรณโณ
๑๖ เดก็ ชายสิทธิโชค สวุ รรณโน

๗๒

แบบประเมินพฤติกรรมและผลงานระหว่างเรียน

ความหมาย

๑. ต้งั ใจ หมายถึง ความมานะ อดทนทางานจนเสร็จ ( A )

๒. ความร่วมมือ หมายถึง สมาชิกในกลุ่มใหค้ วามร่วมมือทางานจนเสร็จ ( A )

๓. ความมีวินยั หมายถึง ผลงาน หรือการทางานเป็ นระบบระเบียบเรียบร้อย สะอาด

สวยงาม และไดเ้ น้ือหาครบถว้ น ทนั หรือตรงตอ่ เวลา ( A,K )

๔. คุณภาพของผลงาน หมายถึง ผลงานเรียบร้อย สวยงาม เน้ือหาครบถว้ น ภาษาท่ี

ใชเ้ หมาะสม (P – Product, K)

๕. การนาเสนอผลงาน หมายถึง การพูดอธิบายนาเสนอผลงานไดต้ ามลาดบั และ

เน้ือหาถูกตอ้ ง ( P – Process, K )

เกณฑ์การประเมิน

๔ หมายถึง ทาไดด้ ีมาก ๓ หมายถึง ทาไดด้ ี

๒ หมายถึง ทาไดพ้ อใช้ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง

ชื่อ-สกลุ ความต้งั ใจ ความร่วมมือ ความมีวนิ ยั คุณภาพของ การนาเสนอ รวม
(๔) (๔) (๔) ผลงาน (๔) ผลงาน (๔) (๒๐)
เด็กหญงิ วราภรณ์ หดั เอยี ด
เด็กหญงิ ภัคจริ า เต๊ะยอ่

เดก็ ชายธรี กร แกว้ จติ ตะ
เด็กหญิงอนศุ รา แกว้ นพรัตน์
เด็กชายซาอดุ ี ราชการ
เดก็ ชายธนวัฒ บินดุเหลม็
เด็กชายศรณั ละซอ
เด็กชายฮสั ซาน ติเอยี ดยอ่
เด็กชายอจั ฉริยะ เมาะสนิ
เด็กหญงิ อจั ฉารีญา เมาะสนิ
เด็กหญงิ นชิ านันท์ ดารากยั
เด็กหญงิ นสิ รีน หมี เกะ
เดก็ หญงิ อสั มา แวยาเง๊าะ
เดก็ หญิงขวญั จริ า ติเอียดย่อ
เดก็ ชายพายุ สวุ รรณโณ
เด็กชายสิทธโิ ชค สุวรรณโน

๗๓

แบบประเมนิ ชิ้นงาน

รายช่ือสมาชิกกลุ่ม
๑…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน…………..
๒…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน…………..
๓…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน…………..
๔…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน…………..
๕…………………………………….เลขท…ี่ …………ช้ัน…………..
๖.…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน………….

ชิ้นงานเรื่อง……………………..

เกณฑ์การประเมิน คะแนน คะแนนทไี่ ด้
๑๒๓๔๕
๑. รูปแบบถูกตอ้ ง
๒. จดั รูปแบบน่าสนใจ สวยงาม
๓. ความครบถว้ นในเน้ือหาสาระท่ีเสนอ
๔. การใชค้ าเหมาะสม
๕. การสะกดคาถูกตอ้ ง

ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

๗๔

เกณฑ์การให้คะแนนกระบวนการทางานกลุ่ม

ประเด็นการประเมิน ๓ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / ระดบั
๑. การกาหนด – สมาชิกทุกคนมีส่วน ๒๑
เป้าหมายร่วมกนั ร่วมในการกาหนด
เป้าหมายการทางาน สมาชิกส่วนใหญม่ ี สมาชิกส่วนนอ้ ยมี
๒. การแบ่งหนา้ ที่ อยา่ งชดั เจน ส่วนร่วมในการ ส่วนร่วมในการกาหนด
รับผดิ ชอบ กระจายงานไดอ้ ยา่ ง กาหนดเป้าหมายใน เป้าหมายในการทางาน
ทว่ั ถึงและตรงตาม การทางาน
๓. การปฏิบตั ิหนา้ ที่ ความสามารถของ กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง กระจายงานไม่ทวั่ ถึง
ที่ไดร้ ับมอบหมาย สมาชิกทุกคน แต่ไม่ตรงตาม
ทางานไดส้ าเร็จตาม ความสามารถของ
๔. การประเมินและ เป้าหมายท่ีไดร้ ับ สมาชิก
ปรับปรุงผลงาน มอบหมาย ตาม ทางานไดส้ าเร็จตาม ทางานไมส่ าเร็จตาม
ระยะเวลาที่กาหนด เป้าหมายแต่ชา้ กวา่ เป้าหมาย
สมาชิกทุกคนร่วม เวลาท่ีกาหนด
ปรึกษาหารือ ติดตาม
ตรวจสอบและ สมาชิกบางส่วนมี สมาชิกบางส่วนไมม่ ีส่วน
ปรับปรุ งผลงานเป็ น ส่วนร่วมปรึกษาหารือ ร่วมปรึกษาหารือและไม่
ระยะ แต่ไม่ช่วยปรับปรุง ช่วยปรับปรุงผลงาน
ผลงาน

แบบประเมนิ กระบวนการทางานกล่มุ ๗๕

ที่ รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คิดเห็น
๓๒๑
๑. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
๒. การแบ่งหนา้ ที่รับผดิ ชอบ
๓. การปฏิบตั ิตามหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย
๔. การประเมินและปรับปรุงผลงาน

รวม

ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

เกณฑก์ ารประเมิน

๑๑ – ๑๒ = ดีมาก

๘ – ๑๐ = ดี

๕ – ๗ = พอใช้

๐ – ๔ = ปรับปรุง

แผนการจดั การเรียนรู้ ๗๖

กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๕
หน่วยที่ ๑๕ ปลอดภยั ไว้ก่อน เวลาเรียน ๖ ช่ัวโมง
แผนการเรียนรู้ท่ี ๖ เรื่อง พูดดวี จีไพเราะ เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง
สอนวนั ท…่ี ……….เดือน……………………….พ.ศ. ……………

มาตรฐานการเรียนรู้
ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปตดั สินใจแกป้ ัญหาในการ

ดาเนิน ชีวติ และมีนิสยั รักการอ่าน
ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเร่ืองราวในรูปแบบ

ต่างๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ
ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณและพดู แสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึก

ในโอกาสตา่ งๆอยา่ งมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์

ตัวชี้วดั
ท ๑๑ ป.๕/๕ วิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เรื่องท่ีอ่านเพ่ือนาไปใชใ้ นการดาเนิน
ชีวติ
ท ๒.๑ ป.๕/๒ เขียนสื่อสารโดยใชค้ าไดถ้ ูกตอ้ งชดั เจน และเหมาะสม
ท ๓.๑ ป.๕/๑ พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็น และความรู้สึกจากเร่ืองที่ฟังและดู
ท ๓.๑ ป.๕/๒ ต้งั คาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผลจากเร่ืองท่ีฟังและดู
ท ๓.๑ ป.๕/๔ พูดรายงานเร่ืองหรือประเด็นท่ีศึกษาคน้ ควา้ จากการฟัง การดู และการสนทนา

สาระสาคัญ
การศึกษาคน้ ควา้ จากการฟัง การดู หรือการสนทนา เป็ นการรวบรวมขอ้ มูลความรู้ และ

ความคิดวธิ ีหน่ึง นอกเหนือจากการอ่าน ก่อนจะนาสิ่งที่ไดจ้ ากการคน้ ควา้ มาพดู รายงาน จาเป็นตอ้ ง
จดบนั ทึกรายละเอียด ซ่ึงอาจะเขียนเป็นหวั ขอ้ พร้อมรายละเอียด และเขียนรายงานจดั ทาเป็นรูปเล่ม
ตามแบบที่ครูกาหนด

การพดู แสดงความรู้ ความคิด เป็นการถ่ายทอดความรู้ ความคิดของตนเองใหผ้ ูอ้ ื่นเขา้ ใจ
เพื่อใหเ้ ห็นคลอ้ ยตาม สนบั สนุนหรือโตแ้ ยง้ การพดู ที่จะทาใหผ้ อู้ ่ืนเขา้ ใจน้นั ผพู้ ูดตอ้ งรู้จกั ลาดบั
เหตุการณ์ในเรื่องที่พูดไดเ้ ป็ นอยา่ งดี

สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด

๗๗

๓. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

๑. มีวนิ ยั
๒. ใฝ่ เรียนรู้
๓. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๔. รักความเป็ นไทย
สาระการเรียนรู้
การพูดรายงานการศึกษาคน้ ควา้
กระบวนการจัดการเรียนรู้
๑. ครูสนทนากบั นกั เรียนในเรื่องการจดบนั ทึกจากการอ่านหนงั สือ เป็ นการทาก่อนจะนาส่ิง
ท่ีไดจ้ ากการคน้ ควา้ มาพูดรายงาน มีเหตุผลเพราะอะไร
๒ นกั เรียนแบ่งกลุ่ม ศึกษาใบความรู้ เรื่อง การพูดรายงานการศึกษาคน้ ควา้
๓.นกั เรียนช่วยกบั สรุปวธิ ีการจดบนั ทึก การพดู รายงานการศึกษาคน้ ควา้
๔. นกั เรียนในกลุ่มเตรียมจดบนั ทึกเรื่องจากใบงาน ๑ ที่ครูนามาให้ แลว้ ออกมาพูดรายงาน
นาเสนอเรื่อง
๕. นกั เรียนทบทวนหลกั การพูดรายงานการศึกษาคน้ ควา้ ครูใหค้ วามรู้ขอ้ มูลเพ่มิ เติม ให้
นกั เรียนเขา้ ใจตรงกนั
๖. นกั เรียนทาใบงาน ๒
๗. มอบหมายใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกหดั พฒั นาทกั ษะทางภาษาชุดภาษาเพื่อชีวติ เป็ นการบา้ น
สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
๑. ใบความรู้การพูดรายงานการศึกษาคน้ ควา้
๒. บทร้อยกรอง เร่ือง ไหมแทท้ ่ีแมท่ อ
๓. เครื่องบนั ทึกเสียง
๔. ใบงาน
๕. แบบเรียนภาษาพาที ชุดภาษาเพ่ือชีวติ
กระบวนการวดั ผลและประเมนิ ผล
๑.วธิ ีการ

๑.๑ สงั เกต
๑.๑.๑ การฟัง การพดู
๑.๑.๒ การอ่าน
๑.๑.๓ การตอบคาถาม
๑.๑.๔ การรายงาน

๗๘

๑.๑.๕ การร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงาน

๑.๒.๑ ใบงานท่ีหดั
๑.๒.๒ ใบงานที่
๑.๒.๓ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้

๒.เครื่องมือการวดั และประเมินผล
๒.๑ ใบงานท่ีหดั
๒.๒ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้
๒.๓ ใบงานที่
๒.๔ แบบสังเกตพฤติกรรม

๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมินผล
ใชก้ ารผา่ นเกณฑ์ร้อยละ ๗๐ ข้ึนไป

บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้

ผลการจัดการเรียนรู้ตามตัวชี้วดั
จานวนนกั เรียนท้งั หมด ......... คน

– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ดี ........คน คิดเป็นร้อยละ ....................
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปานกลาง .......คน คิดเป็ นร้อยละ ..........
– ไม่ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปรับปรุง .......คน คิดเป็นร้อยละ ..........

กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………….…
…. . . ……………………………………………………………………………………………………
….……...………………………………………………………………………………………………

ความเหน็ ของผู้อานวยการโรงเรียน
……………………………………………………………………………………………………….…
….............................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.....................……………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ...............................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )

ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
............./......................../..............

๗๙

บนั ทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ที่เกิดข้ึนกบั ผูเ้ รียน

…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………….................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
…………………….................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ปัญหา / อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………….................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
…………………….................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………….................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
…………………….................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ลงชื่อ ……………………………….…ผสู้ อน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
….…../…………./………….

๘๐

ใบความรู้
เร่ือง การพดู รายงานการศึกษาค้นคว้า
จากการฟัง การดู และการสนทนา

การศึกษาคน้ ควา้ จากการฟัง การดู หรือการสนทนา เป็ นการรวบรวมขอ้ มูลความรู้ และ
ความคิดวิธีหน่ึง นอกเหนือจากการอ่าน ก่อนจะนาส่ิงท่ีไดจ้ ากการคน้ ควา้ มาพูดรายงาน จาเป็ นตอ้ ง
จดบนั ทึกรายละเอียด ซ่ึงอาจะเขียนเป็ นหัวขอ้ พร้อมรายละเอียด และเขียนรายงานจดั ทาเป็ นรูปเล่ม
ตามแบบท่ีครูกาหนด

การจดบันทกึ
สาระความรู้ที่จาเป็นตอ้ งจดบนั ทึกจากการฟัง การดูหรือการสนทนา มีดงั น้ี
๑. สรุปสาระสาคญั ของเรื่องใหค้ รอบคลุมและครบถว้ น ตามเร่ืองที่ศึกษาคน้ ควา้ อาจบนั ทึก

รายละเอียดที่จะเป็ น
๒. เรียบเรียงเน้ือหาตามลาดบั ความสาคญั ก่อน - หลงั เพื่อใหใ้ จง่าย ไมว่ กวนสบั สน
๓. เสนอความคิดเห็นเพิม่ เติมวา่ ไดข้ อ้ คิดอะไร จะนาความรู้ที่ไดไ้ ปใชป้ ระโยชน์อะไร
๔ จดบนั ทึกแหล่งท่ีมา เช่น ฟังจากที่ใด เรื่องอะไร ใครพดู เม่ือไร หรือไปชมอะไร ท่ีใด

เม่ือไร ฯลฯ
๕. อาจเขียนรายงานตามแบบที่กาหนด เช่น มีคานา สารบญั เน้ือเร่ือง แหล่งที่มา ฯลฯ

การพดู รายงาน
หลงั จากไดค้ วามรู้ ความคิดจากการคน้ ควา้ และมีการจดบนั ทึกหรือเขียนรายงานเรียบร้อย

แลว้ จึงนาเสนอใหค้ รูและเพือ่ นฟัง มีขอ้ ปฏิบตั ิ ดงั น้ี
๑. เตรียมตวั พดู รายงาน เช่น
กาหนดหวั ขอ้ ที่จะพูด เรียงลาดบั ความสาคญั เพ่อื ใหเ้ ขา้ ใจง่าย
กาหนดส่ือที่ใชป้ ระกอบ และควรทดลองส่ือก่อน เพื่อไมใ่ หเ้ กิดปัญหา
การนาเสนอวธิ ีการนาเสนอ เช่น พดู อยา่ งเดียว พูดโดยใชส้ ่ือประกอบ แสดง

หรือสาธิตประกอบ ฯลฯ
๒.แบง่ เวลาใหเ้ หมาะสมกบั ความสาคญั ของเร่ือง มีเวลาสาหรับเกริ่นนา

เสนอเน้ือหาที่เป็ น สาระสาคญั เสนอขอ้ คิดที่เป็ นประโยชน์ สรุปความรู้ท้งั หมดที่ไดแ้ ละควรมี
เวลาใหผ้ ฟู้ ังซกั ถาม

๓. เปิ ดโอกาสให้ผูฟ้ ังมีส่วนรวมตามความเหมาะสม เช่น การซักถาม การแสดงประกอบ
การ ทดลอง ฯลฯ

๔. ใชภ้ าษาพูดใหถ้ ูกตอ้ ง ชดั เจน และสุภาพ พยายามเนน้ จุดสาคญั เพอื่ ใหผ้ ฟู้ ังต่ืนเตน้
ติดตาม และประทบั ใจ

๘๑

การพูดแสดงความรู้ ความคิด
การพูดแสดงความรู้ ความคิด เป็ นการถ่ายทอดความรู้ ความคิดของตนเองให้ผูอ้ ่ืนเขา้ ใจ

เพ่ือให้เห็นคลอ้ ยตาม สนบั สนุนหรือโตแ้ ยง้ การพูดที่จะทาให้ผูอ้ ื่นเขา้ ใจน้นั ผูพ้ ูดตอ้ งรู้จกั ลาดบั
เหตุการณ์ในเร่ืองท่ีพดู ไดเ้ ป็นอยา่ งดีและมีขอ้ ควรปฏิบตั ิดงั น้ี

๑. ตอ้ งเขา้ ใจเรื่องท่ีจะพูดเป็นอยา่ งดี
๒. จดั ลาดบั เหตุการณ์ก่อนหลงั ใหม้ ีความเชื่อมโยงสมั พนั ธ์กนั
๓. อธิบายแตล่ ะเหตุการณ์ใหผ้ ฟู้ ังเขา้ ใจแจ่มแจง้ ชดั เจน
๔. สอดแทรกขอ้ คิด ขอ้ สงั เกตท่ีน่าสนใจซ่ึงเกี่ยวขอ้ งกบั เรื่องท่ีพูด
๕. ใชภ้ าษา น้าเสียง จงั หวะท่าทางในการพดู ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม เพื่อทาใหผ้ ฟู้ ัง
สนใจ
๖. สรุปเร่ืองที่พดู ในตอนจบอีกคร้ัง เพอื่ ย้าความเขา้ ใจ

๘๒

ใบงาน ๑
ช่ือ....................................................................ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๕ เลขที่..............

คาชี้แจง ใหอ้ า่ นเรื่องแลว้ จดบนั ทึกขอ้ ความ แลว้ พดู รายงานหนา้ ช้นั เรียน

ไบโอดเี ซล และก๊าซโซฮอล์ เชื้อเพลงิ ชีวภาพแห่งยุคสมยั

นบั ต้งั แต่ปลายปี พ.ศ. ๒๕๔๓ เป็นตน้ มาจนถึงปัจจุบนั ( ๒๕๔๘ ) ราคาน้ามนั ได้
เพ่มิ ข้ึนเร่ือย ๆ จนตอนน้ีทะลุชาร์ตไปเป็ นท่ีเรียบร้อยแลว้ ราคาน้ามนั ดีเซลปกติ ( ก่อนหนา้ ราคา
วกิ ฤติ ) อยทู่ ี่ประมาณลิตรละ ๗ – ๘ บาท กไ็ ดพ้ ุง่ สูงไปถึงลิตรละ ๑๓ – ๑๔ บาท ตามปริมาณการ
ใชท้ ่ีเพ่ิมข้ึน และการจากดั การผลิตของกลุ่มประเทศโอเปก ผทู้ ี่มีอิทธิพลสูงสุดในการกาหนดชะตา
ราคาน้ามนั ตลาดโลก ( ปริมาณน้ามนั ดิบในธรรมชาติเคยมีผปู้ ระมาณการเอาไวว้ า่ จะเหลือใหเ้ ราใช้
กนั อีกแคป่ ระมาณ ๒๐ ปี เท่าน้นั เองครับ ) ในปี พ.ศ. ๒๕๔๔ จึงถือวา่ เป็นวาระอีกคร้ังหน่ึงที่
ประเทศไทยของเรามีความตื่นตวั ในเรื่องของพลงั งาน มีการหาแหล่งพลงั งานทดแทนน้ามนั กนั อยา่ ง
มากมาย อาทิ พลงั งานแสงอาทิตย์ พลงั งานชีวมวล ( biomass ) ไบโอแก๊ส ( biogas ) เป็นตน้ แต่
ที่เป็นขา่ วครึกโครมมากท่ีสุดในตอนน้ีเห็นจะไม่มีใครเกิน “ ไบโอดีเซล ” (biodiesel ) ไปไดล้ ่ะครับ
ที่พอมีการเปิ ดปั๊มไบโอดีเซลข้ึนที่จงั หวดั ประจวบคีรีขนั ธ์ป๊ ุบ คนตน้ คิดก็ดงั เป็ นพลุแตกปั๊บ แลว้ ยงั
ทาใหเ้ กิดกระแสไบโอดีเซลฟี เวอร์ไดอ้ ีกพกั ใหญ่ ๆ ในบทความน้ีจะพาคุณผูอ้ ่านไปรู้จกั กบั น้ามนั ไบ
โอดีเซลวา่ คืออะไร? ทามาจากอะไร? แลว้ สามารถใชแ้ ทนน้ามนั ไดจ้ ริง ๆ หรือ

ไบโอดเี ซล คืออะไร
ไบโอดีเซลกค็ ือการนาน้ามนั จากพืชหรือไขมนั สตั วห์ รือแมแ้ ต่น้ามนั ที่ใชแ้ ลว้ อยา่ ง

น้ามนั ท่ีทอดไก่ หรือปาท่องโก๋มาใชเ้ ป็นเช้ือเพลิงในเคร่ืองยนตด์ ีเซล ซ่ึงเราอาจแบ่งไบโอดีเซลตาม
ประเภทของน้ามนั ที่นามาใช้ ออกเป็ น ๓ ประเภท

๑. นา้ มันพืชหรือนา้ มันสัตว์
ไบโอดีเซลประเภทน้ีกค็ ือน้ามนั พืชแท้ ๆ ( เช่น น้ามนั มะพร้าว, น้ามนั ปาลม์ ,

น้ามนั ถวั่ ลิสง, น้ามนั ถวั่ เหลือง ) หรือน้ามนั จากไขมนั สัตว์ ( เช่น น้ามนั หมู ) ซ่ึงเราสามารถเอามา
ใชไ้ ดเ้ ลยกบั เคร่ืองยนตด์ ีเซลโดยไมต่ อ้ งผสม หรือเติมสารเคมีอ่ืนใด หรือไมต่ อ้ งนามาเปลี่ยนแปลง
คุณ สมบตั ิของน้ามนั ใหเ้ ปลืองเวลา เปลืองทรัพยากรอีก

๘๓

๒. ไบโอดีเซลแบบลกู ผสม
ใช่แลว้ ครับ ลูกผสม ไบโอดีเซลชนิดน้ีเป็นลูกผสมระหวา่ งน้ามนั พืช

( หรือสัตว์ ) กบั น้ามนั กา๊ ด น้ามนั ดีเซล หรืออะไรก็ไดเ้ พ่อื ใหไ้ บโอดีเซลท่ีไดม้ ีคุณสมบตั ิใกลเ้ คียง
กบั น้ามนั ดีเซลใหม้ ากท่ีสุด อยา่ งเช่น โคโคดีเซล ( coco – diesel ) ท่ี อ.ทบั สะแก ประจวบคีรีขนั ธ์
นนั่ แหละครับ ซ่ึงเป็ นการผสมกนั ระหวา่ งน้ามนั มะพร้าวกบั น้ามนั ก๊าด หรือปาลม์ ดีเซล ( palm –
diesel ) เป็นการผสมระหวา่ งน้ามนั ปาลม์ กบั น้ามนั ดีเซล

๓. ไบโอดีเซลแบบเอสเทอร์
อนั น้ี โกอินเตอร์ครับ เป็นความหมายของไบโอดีเซลท่ีแทจ้ ริงที่เมืองนอกเมืองนา

เขาใชก้ นั ทว่ั ไป อยา่ งเช่น ในเยอรมนั สหรัฐอเมริกา หรือแมแ้ ต่มาเลเซีย ดงั น้นั ถา้ พดู ถึงคาวา่ “ไบ
โอดีเซล ” ในความหมายของสากลเขาจะหมายถึง ไบโอดีเซลแบบเอสเทอร์นี่เอง แน่นอนครับ เม่ือ
เป็นอินเตอร์กต็ อ้ งยงุ่ ยากหน่อย สาหรับไบโอดีเซลประเภทน้ีตอ้ งผา่ น กระบวนการแปรรูปดว้ ย
กระบวนการทางเคมีท่ีเรียกวา่ ทรานส์เอสเทอริฟิ เคชนั่ ( Transesterification ) เสียก่อนครับ นน่ั คือ
การนาเอาน้ามนั พชื หรือสัตวท์ ี่มีกรดไขมนั ไปทาปฏิกิริยากบั แอลกอฮอลโ์ ดยใชก้ รดหรือด่างเป็น
ตวั เร่งปฏิกิริยา ทาใหไ้ ดเ้ อสเทอร์ โดยจะเรียกชนิดของไบโอดีเซลแบบเอสเทอร์ตามชนิดของ
แอลกอฮอลท์ ่ีใชใ้ นการทาปฏิกิริยาไบโอดีเซลชนิดเอสเทอร์น้ี คุณสมบตั ิท่ีเหมือนกบั น้ามนั ดีเซลมาก
ท่ีสุด ทาใหไ้ มม่ ีปัญหากบั เคร่ืองยนตค์ รับ เราสามารถนามาใชก้ บั รถยนตไ์ ด้ แต่ปัญหาท่ีจะมีก็คือ
ตน้ ทุนการผลิตท่ีแพงนน่ั เอง

๘๔

ทาไมต้องไบโอดีเซล
โดยสรุปขอ้ ดีของไบโอดีเซลในเชิงเศรษฐศาสตร์กค็ ือ ราคาถูก ช่วยพยงุ ราคาพืชผลทาง

การเกษตรของไทย ลดการนาเขา้ น้ามนั จากตา่ งประเทศ ขอ้ ดีในดา้ นส่ิงแวดลอ้ มและคุณภาพชีวติ ก็
คือ ช่วยลดมลพษิ ในอากาศ ทาใหล้ ดการสูญเสียจากการรักษาพยาบาลผปู้ ่ วยท่ีไดร้ ับมลพษิ จาก
อากาศ เป็นตน้ ท่ีน่าสนใจอีกอยา่ งคือดว้ ยกระแสที่ดงั กระฉ่อนของไบโอดีเซลในตอนน้ี ทาใหบ้ ริษทั
ผลิตรถยนตช์ ้นั นาของโลก หลาย ๆ คา่ ย ออกมาประกาศรับรองวา่ สามารถใชไ้ บโอดีเซลกบั รถที่
ออกมาจากค่ายน้นั ๆ ไดโ้ ดยไม่มีปัญหากบั เคร่ืองยนตค์ รับ ผมขอยกตวั อยา่ งแค่ ๒ ค่าย คา่ ยแรกก็
เป็นคา่ ยสุดดงั ท่ีผลิตรถสุดหรูจากแถบยโุ รป ท่ีมีชื่อวา่ เมอร์เซเดสเบนซ์ และอีกคา่ ยหน่ึงกเ็ ป็นคา่ ยสุด
คลาสสิกที่เป็นเจา้ ของรถรูปทรงประหลาดโฟลค์ เต่าและบีทเทิลท่ีไดร้ ับความนิยมอยา่ งมาก นามวา่
โฟลค์ สวาเกน้

…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………….……………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………….……………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………….……………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………

๘๕

ใบงาน ๒
ช่ือ....................................................................ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๕ เลขที่..............

คาชี้แจง ใหอ้ ่านเร่ืองจากใบงานที่ ๑ แลว้ ตอบคาถาม

๑. ไบโอดีเซล คืออะไร
........................................................................................................................................
๒. เพราะเหตุใดประเทศไทยของเรามีความต่ืนตวั ในเร่ืองของพลงั งาน มีการหาแหล่ง
พลงั งานทดแทนน้ามนั กนั อยา่ งมากมาย
.........................................................................................................................................
๓. ขอ้ ดีของไบโอดีเซลในเชิงเศรษฐศาสตร์และส่ิงดา้ นสิ่งแวดลอ้ มและคุณภาพชีวติ
มีอะไรบา้ ง
.........................................................................................................................................
๔. ผเู้ ขียนมีจุดมุ่งหมายในการเขียนอยา่ งไร
.........................................................................................................................................
๕. นกั เรียนสามารถนาสาระที่ไดจ้ ากเรื่องน้ีไปปฏิบตั ิตนอยา่ งไร
.........................................................................................................................................
๖. เน้ือเรื่อง/เน้ือความเป็นเร่ืองท่ีดีมีประโยชนห์ รือไม่อยา่ งไร น่าเช่ือถือหรือไม่
.........................................................................................................................................
........................................................................................................................................
๗. บอกความหมายของคาศพั ท์

ชาร์ต............................................................................................................
กลุ่มประเทศโอเปค.................................................................................
เศรษฐศาสตร์ ...............................................................................

๘๖

เฉลยใบงาน ๑
ช่ือ....................................................................ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๕ เลขที่..............

( อยใู่ นดุลพินิจของครู )

เฉลยใบงาน ๒
ช่ือ....................................................................ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๕ เลขท่ี..............

๑. ไบโอดีเซลคืออะไร

คือ การนาน้ามนั จากพืชหรือไขมนั สัตวม์ าใชเ้ ป็นเช้ือเพลิงในเคร่ืองยนตด์ ีเซล
๒. เพราะเหตุใดประเทศไทยของเรามีความตื่นตวั ในเร่ืองของพลงั งาน มีการหาแหล่งพลงั งาน
ทดแทนน้ามนั กนั อยา่ งมากมาย

เพราะราคาน้ามนั ในตลาดโลกมีราคาสูงข้ึนมาก
๓. ขอ้ ดีของไบโอดีเซลในเชิงเศรษฐศาสตร์และส่ิงดา้ นสิ่งแวดลอ้ มและคุณภาพชีวติ มีอะไรบา้ ง

คือ ราคาถูก ช่วยพยงุ ราคาพืชผลทางการเกษตรของไทย ลดการนาเขา้ น้ามนั
จากตา่ งประเทศ ช่วยลดมลพษิ ในอากาศ ทาใหล้ ดการสูญเสียจากการรักษาพยาบาลผปู้ ่ วยท่ีไดร้ ับ

มลพิษจากอากาศ
๔. ผเู้ ขียนมีจุดมุง่ หมายในการเขียนอยา่ งไร

ช้ีใหต้ ระหนกั ถึงราคานามนั ที่สูงข้ึนและการผลิตพลงั ทดแทนในประเทศไทย
๕. นกั เรียนสามารถนาสาระที่ไดจ้ ากเร่ืองน้ีไปปฏิบตั ิตนอยา่ งไร

ประหยดั น้ามนั ใชพ้ ลงั ไฟฟ้าเท่าท่ีจาเป็น
๖. เน้ือเร่ือง/เน้ือความเป็นเร่ืองที่ดีมีประโยชน์หรือไม่อยา่ งไร น่าเชื่อถือหรือไม่

อา่ นแลว้ เกิดความน่าเชื่อถือ และสามารถนาขอ้ คิดน้ีไปปฏิบตั ิได้
๗. ใหน้ กั เรียนบอกความหมายของคาศพั ท์

ชาร์ต ราคาพุง่ สูงสุด
กลุ่มประเทศโอเปค กลุ่มประเทศท่ีคา้ น้ามนั ในตะวนั ออกกลาง
เศรษฐศาสตร์ วชิ าท่ีวา่ ดว้ ยการผลิต การจาหน่ายจา่ ยแจกและการบริโภคใชส้ อยส่ิงต่าง
ของชุมชน

แบบบนั ทึกคะแนนพฤตกิ รรมการอ่านในใจ ๘๗

เกณฑ์การให้คะแนน ดี ให้ ๒ พอใช้ ให้ ๑ ควรปรับปรุง ให้ ๐ หมายเหตุ
เกณฑ์การประเมนิ การผา่ นการประเมินทุกรายการตอ้ งได้ ๑ ข้ึนไป

รายการประเมิน

เลขท่ี ชื่อ - สกลุ การวาง/จับหนัง ืสอหนัง
ูถีมกสต้มาองิธในการ ่อาน
การวางตาในการ ่อาน
ไม่ ้ีชตามตัวอักษร ี่ท ่อาน
ไม่สายหน้าไปมาขณะ ่อาน

คะแนนรวม ๑๐ คะแนน
ส ุรป ่ผาน / ไ ่ม ่ผาน

๑ เดก็ หญงิ วราภรณ์ หดั เอียด
๒ เดก็ หญิงภัคจริ า เต๊ะย่อ
๓ เด็กชายธรี กร แกว้ จติ ตะ
๔ เดก็ หญิงอนุศรา แกว้ นพรตั น์
๕ เด็กชายซาอุดี ราชการ
๖ เด็กชายธนวัฒ บนิ ดเุ หลม็
๗ เด็กชายศรัณ ละซอ
๘ เด็กชายฮัสซาน ตเิ อยี ดยอ่
๙ เดก็ ชายอจั ฉริยะ เมาะสนิ
๑๐ เดก็ หญิงอัจฉารีญา เมาะสนิ
๑๑ เดก็ หญิงนชิ านันท์ ดารากยั
๑๒ เด็กหญงิ นิสรีน หีมเกะ
๑๓ เดก็ หญิงอัสมา แวยาเง๊าะ
๑๔ เด็กหญิงขวญั จริ า ติเอยี ดยอ่
๑๕ เด็กชายพายุ สุวรรณโณ
๑๖ เด็กชายสิทธิโชค สวุ รรณโน

๘๘

แบบประเมินพฤติกรรมและผลงานระหว่างเรียน

ความหมาย

๑. ต้งั ใจ หมายถึง ความมานะ อดทนทางานจนเสร็จ ( A )

๒. ความร่วมมือ หมายถึง สมาชิกในกลุ่มใหค้ วามร่วมมือทางานจนเสร็จ ( A )

๓. ความมีวินยั หมายถึง ผลงาน หรือการทางานเป็ นระบบระเบียบเรียบร้อย สะอาด

สวยงาม และไดเ้ น้ือหาครบถว้ น ทนั หรือตรงตอ่ เวลา ( A,K )

๔. คุณภาพของผลงาน หมายถึง ผลงานเรียบร้อย สวยงาม เน้ือหาครบถว้ น ภาษาท่ี

ใชเ้ หมาะสม (P – Product, K)

๕. การนาเสนอผลงาน หมายถึง การพูดอธิบายนาเสนอผลงานไดต้ ามลาดบั และ

เน้ือหาถูกตอ้ ง ( P – Process, K )

เกณฑ์การประเมิน

๔ หมายถึง ทาไดด้ ีมาก ๓ หมายถึง ทาไดด้ ี

๒ หมายถึง ทาไดพ้ อใช้ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง

ชื่อ-สกลุ ความต้งั ใจ ความร่วมมือ ความมีวนิ ยั คุณภาพของ การนาเสนอ รวม
(๔) (๔) (๔) ผลงาน (๔) ผลงาน (๔) (๒๐)
เด็กหญงิ วราภรณ์ หดั เอยี ด
เดก็ หญงิ ภัคจริ า เต๊ะยอ่

เดก็ ชายธรี กร แกว้ จติ ตะ
เดก็ หญิงอนศุ รา แกว้ นพรัตน์
เด็กชายซาอดุ ี ราชการ
เด็กชายธนวัฒ บินดุเหลม็
เด็กชายศรณั ละซอ
เด็กชายฮสั ซาน ติเอยี ดยอ่
เด็กชายอจั ฉริยะ เมาะสนิ
เด็กหญงิ อจั ฉารีญา เมาะสนิ
เด็กหญงิ นิชานันท์ ดารากยั
เดก็ หญงิ นสิ รีน หมี เกะ
เด็กหญงิ อสั มา แวยาเง๊าะ
เดก็ หญิงขวญั จริ า ติเอียดย่อ
เด็กชายพายุ สวุ รรณโณ
เด็กชายสิทธโิ ชค สุวรรณโน

๘๙

แบบประเมนิ ชิ้นงาน

รายช่ือสมาชิกกลุ่ม
๑…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน…………..
๒…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน…………..
๓…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน…………..
๔…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน…………..
๕…………………………………….เลขท…ี่ …………ช้ัน…………..
๖.…………………………………….เลขท…่ี …………ช้ัน………….

ชิ้นงานเรื่อง……………………..

เกณฑ์การประเมิน คะแนน คะแนนทไี่ ด้
๑๒๓๔๕
๑. รูปแบบถูกตอ้ ง
๒. จดั รูปแบบน่าสนใจ สวยงาม
๓. ความครบถว้ นในเน้ือหาสาระท่ีเสนอ
๔. การใชค้ าเหมาะสม
๕. การสะกดคาถูกตอ้ ง

ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

๙๐

เกณฑ์การให้คะแนนกระบวนการทางานกลุ่ม

ประเด็นการประเมิน ๓ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / ระดบั
๑. การกาหนด – สมาชิกทุกคนมีส่วน ๒๑
เป้าหมายร่วมกนั ร่วมในการกาหนด
เป้าหมายการทางาน สมาชิกส่วนใหญม่ ี สมาชิกส่วนนอ้ ยมี
๒. การแบ่งหนา้ ที่ อยา่ งชดั เจน ส่วนร่วมในการ ส่วนร่วมในการกาหนด
รับผดิ ชอบ กระจายงานไดอ้ ยา่ ง กาหนดเป้าหมายใน เป้าหมายในการทางาน
ทว่ั ถึงและตรงตาม การทางาน
๓. การปฏิบตั ิหนา้ ที่ ความสามารถของ กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง กระจายงานไม่ทวั่ ถึง
ที่ไดร้ ับมอบหมาย สมาชิกทุกคน แต่ไม่ตรงตาม
ทางานไดส้ าเร็จตาม ความสามารถของ
๔. การประเมินและ เป้าหมายท่ีไดร้ ับ สมาชิก
ปรับปรุงผลงาน มอบหมาย ตาม ทางานไดส้ าเร็จตาม ทางานไมส่ าเร็จตาม
ระยะเวลาที่กาหนด เป้าหมายแต่ชา้ กวา่ เป้าหมาย
สมาชิกทุกคนร่วม เวลาท่ีกาหนด
ปรึกษาหารือ ติดตาม
ตรวจสอบและ สมาชิกบางส่วนมี สมาชิกบางส่วนไมม่ ีส่วน
ปรับปรุ งผลงานเป็ น ส่วนร่วมปรึกษาหารือ ร่วมปรึกษาหารือและไม่
ระยะ แต่ไม่ช่วยปรับปรุง ช่วยปรับปรุงผลงาน
ผลงาน

แบบประเมนิ กระบวนการทางานกล่มุ ๙๑

ที่ รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คิดเห็น
๓๒๑
๑. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
๒. การแบ่งหนา้ ที่รับผดิ ชอบ
๓. การปฏิบตั ิตามหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย
๔. การประเมินและปรับปรุงผลงาน

รวม

ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

เกณฑก์ ารประเมิน

๑๑ – ๑๒ = ดีมาก

๘ – ๑๐ = ดี

๕ – ๗ = พอใช้

๐ – ๔ = ปรับปรุง

๙๒

แบบทดสอบหลังการเรียนรู้
เร่ือง ปลอดภยั ไว้ก่อน

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขียนเคร่ืองหมาย x ทบั ตวั อกั ษร ก ข ค ง ท่ีถูกที่สุดเพียงขอ้ เดียว

๑. จากเรื่องที่อา่ น ผทู้ ี่มีสติ รอบคอบ ใส่ใจวธิ ีการและไม่ประมาทมากท่ีสุดคือใคร

ก. ตู๋ ข. ต๋าว

ค. นา้ พะยอม ง. คุณหมอ

๒. ขอ้ ใดปฏิบตั ิไม่ถูกต้องในการใชไ้ ฟฟ้า

ก. มานี ดึงปลกั๊ ไฟท่ีสาย

ข. มานะ มือเปี ยกน้าจะไมจ่ บั เครื่องใชไ้ ฟฟ้า

ค. มาโนช เมื่อพดั ลมมีเสียงดงั จึงถอดปลกั๊ ออก

ง. มาลี เม่ือปลก๊ั แตกหรือสายไฟขาดจะเปล่ียนทนั ที

๓. การเดินเทา้ ของคนในการจราจรเดินอยา่ งไรจึงจะถูกตอ้ ง

ก. เดินตามสบาย

ข. เดินชิดซา้ ยถนน

ค. เดินชิดขวาถนน

ง. เดินกลางถนน

๔. ขอ้ ใดเป็ นชื่อของไมด้ อกยนื ตน้ ท้งั หมด

ก. การเวก กระดงั งา

ข. โมก ปี บ

ค. จาปี สายหยดุ

ง. ชบา ผกากรอง

๕. “ เหตุการณ์ท่ีเกิดอยา่ งไม่ความคิดมาก่อน” เรียกวา่ อะไร

ก. อุบตั ิภยั ข. อุบตั ิการณ์

ค. อุบตั ิเหตุ ง. อุทกภยั

๖. “ เป็นไมน้ ้าข้ึนในน้า ฝักแกมีสีดา มีเขาคลา้ ยเขาควาย เน้ือในสีขาว รสหวานมนั “ เป็นพชื ชนิด

ใด

ก. บวั ข. แหน

ค. ผกั ตบชวา ง. กระจบั

๙๓

๗. ดอกไมป้ ระจาชาติไทยมีช่ือวา่ อะไร
ก. ชยั พฤกษ์
ข. ราชพฤกษ์
ค. กลั ปพฤกษ์
ง. ดอกกลว้ ยไม้

๘. ภาษาที่ใชพ้ ดู กนั ทว่ั ไปในสงั คมไทยคือขอ้ ใด
ก. ภาษาถิ่น
ข. ภาษามาตรฐาน
ค. ภาษากลาง
ง. ถูก ข กบั ค

๙. ขอ้ ใดเป็นช่ือภาษาถิ่นภาคใตข้ อง “ มะละกอ”
ก. บกั หุ่ง
ข. มะกอ
ค. ลอกอ
ง. มะกว้ ยเตด้

๑๐. ขอ้ ใดไม่ใช่วธิ ีการพูดและแสดงความรู้ ความคิดที่ดี
ก. สอดแทรกอารมณ์ขนั
ข. เขา้ ใจเร่ืองท่ีพูดเป็นอยา่ งดี
ค. จดั ลาดบั เหตุการณ์ก่อนหลงั
ง. ใชน้ าเสียง ภาษาไดเ้ หมาะสม

๙๔

แบบทดสอบหลังการเรียนรู้
เร่ือง ปลอดภยั ไว้ก่อน

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขียนเคร่ืองหมาย x ทบั ตวั อกั ษร ก ข ค ง ท่ีถูกที่สุดเพียงขอ้ เดียว

๑. จากเรื่องที่อา่ น ผทู้ ี่มีสติ รอบคอบ ใส่ใจวธิ ีการและไม่ประมาทมากท่ีสุดคือใคร

ก. ตู๋ ข. ต๋าว

ค. นา้ พะยอม ง. คุณหมอ

๒. ขอ้ ใดปฏิบตั ิไม่ถูกต้องในการใชไ้ ฟฟ้า

ก. มานี ดึงปลกั๊ ไฟท่ีสาย

ข. มานะ มือเปี ยกน้าจะไมจ่ บั เครื่องใชไ้ ฟฟ้า

ค. มาโนช เมื่อพดั ลมมีเสียงดงั จึงถอดปลกั๊ ออก

ง. มาลี เม่ือปลก๊ั แตกหรือสายไฟขาดจะเปล่ียนทนั ที

๓. การเดินเทา้ ของคนในการจราจรเดินอยา่ งไรจึงจะถูกตอ้ ง

ก. เดินตามสบาย

ข. เดินชิดซา้ ยถนน

ค. เดินชิดขวาถนน

ง. เดินกลางถนน

๔. ขอ้ ใดเป็ นชื่อของไมด้ อกยนื ตน้ ท้งั หมด

ก. การเวก กระดงั งา

ข. โมก ปี บ

ค. จาปี สายหยดุ

ง. ชบา ผกากรอง

๕. “ เหตุการณ์ท่ีเกิดอยา่ งไม่ความคิดมาก่อน” เรียกวา่ อะไร

ก. อุบตั ิภยั ข. อุบตั ิการณ์

ค. อุบตั ิเหตุ ง. อุทกภยั

๖. “ เป็นไมน้ ้าข้ึนในน้า ฝักแกมีสีดา มีเขาคลา้ ยเขาควาย เน้ือในสีขาว รสหวานมนั “ เป็นพชื ชนิด

ใด

ก. บวั ข. แหน

ค. ผกั ตบชวา ง. กระจบั

๙๕

๗. ดอกไมป้ ระจาชาติไทยมีช่ือวา่ อะไร
ก. ชยั พฤกษ์
ข. ราชพฤกษ์
ค. กลั ปพฤกษ์
ง. ดอกกลว้ ยไม้

๘. ภาษาท่ีใชพ้ ดู กนั ทว่ั ไปในสงั คมไทยคือขอ้ ใด
ก. ภาษาถิ่น
ข. ภาษามาตรฐาน
ค. ภาษากลาง
ง. ถูก ข กบั ค

๙. ขอ้ ใดเป็นช่ือภาษาถิ่นภาคใตข้ อง “ มะละกอ”
ก. บกั หุ่ง
ข. มะกอ
ค. ลอกอ
ง. มะกว้ ยเตด้

๑๐. ขอ้ ใดไม่ใช่วธิ ีการพูดและแสดงความรู้ ความคิดที่ดี
ก. สอดแทรกอารมณ์ขนั
ข. เขา้ ใจเร่ืองท่ีพูดเป็นอยา่ งดี
ค. จดั ลาดบั เหตุการณ์ก่อนหลงั
ง. ใชน้ าเสียง ภาษาไดเ้ หมาะสม

๙๖

แบบประเมนิ แบบ Rubrics

หลงั แผนการจดั การเรียนรู้

๙๗

แบบประเมนิ การเขียน Mind Mapping

กลุ่มที่.........................................................หอ้ ง....................

ประเด็น ความคิด ความคิด ความคิด การเชื่อมโยง ความ รวม
สวยงาม คะแนน
รวบยอด รอง ยอ่ ย ความคิด ๔ ๒๐

ชื่อ – สกุล ๔ ๔ ๔ ๔

ลงช่ือ.................................................ผปู้ ระเมิน
()

วนั ที่........เดือน..................ปี ..............

เกณฑ์การประเมนิ ๔ หมายถึง ดีมาก
๓ หมายถึง ดี
๒ หมายถึง พอใช้
๑ หมายถึง ปรับปรุง

๙๘

เกณฑ์การให้คะแนนการแต่งบทร้อยกรอง

๑. รูปแบบของฉันทลกั ษณ์
๔ คะแนน = มีฉนั ทลกั ษณ์ถูกตอ้ งตามรูปแบบคาประพนั ธ์
๓ คะแนน = มีฉนั ทลกั ษณ์ตามรูปแบบคาประพนั ธ์แต่ไมถ่ ูกตอ้ งท้งั หมด
๒ คะแนน = มีฉนั ทลกั ษณ์ท่ีถูกตอ้ งตามรูปแบบคาประพนั ธ์เพียงเล็กนอ้ ย
๑ คะแนน = มีฉนั ทลกั ษณ์ตามรูปแบบคาประพนั ธ์แต่ไมถ่ ูกตอ้ ง

๒. สาระ/ความรู้
๒ คะแนน = มีสาระความรู้ครบถว้ นตามหวั ขอ้ ชื่อเร่ืองที่แต่ง
๑ คะแนน = มีสาระความรู้เพียงเลก็ นอ้ ย ไมค่ รบถว้ นตามหวั ขอ้ หรือชื่อเรื่อง

๓. ข้อคดิ /คติธรรม
๒ คะแนน = มีขอ้ คิดและคติธรรมที่ครบถว้ นชดั เจน
๑ คะแนน = มีขอ้ คิดหรือคติธรรมเพยี งเลก็ นอ้ ย

๔. ใช้คาเหมาะสมไพเราะ
๔ คะแนน = ใชค้ าไดเ้ หมาะสม และมีความไพเราะดี
๓ คะแนน = ใชค้ าเป็นเพียงบางคาท่ีเหมาะสม และมีความไพเราะ
๒ คะแนน = ใชค้ าไม่ไดเ้ หมาะสม แต่มีความไพเราะพอสมควร
๑ คะแนน = ใชค้ าเหมาะสมบา้ ง และมีความไพเราะเพยี งเล็กนอ้ ย

๕. เรียบเรียงถ้อยคา/สัมผสั
๔ คะแนน = เรียบเรียงถอ้ ยคาไดด้ ีมีสมั ผสั คลอ้ งจองครบถว้ น
๓ คะแนน = เรียบเรียงถอ้ ยคามีสมั ผสั คลอ้ งจองแต่ไม่ครบถว้ นทุกคา
๒ คะแนน = เรียบเรียงถอ้ ยคามีสมั ผสั คลอ้ งจองที่ถูกตอ้ งเพยี งบางคา
๑ คะแนน = มีการเรียบเรียงถอ้ ยคามีสัมผสั แตไ่ ม่ถูกตอ้ งตามฉนั ทลกั ษณ์

๖. ความหมายตรงเนื้อเรื่อง
๒ คะแนน = ใชค้ าที่มีความหมายตรงหวั ขอ้ เรื่อง
๑ คะแนน = ใชค้ ามีความหมายใกลเ้ คียงแต่ไมต่ รงเร่ือง

๗. ความคดิ สร้างสรรค์
๒ คะแนน = มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์
๑ คะแนน = มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรคเ์ พยี งเล็กนอ้ ย

แบบประเมนิ คุณภาพผลงานการแต่งบทร้อยกรอง ๙๙

คุณค่า ความงามของภาษา หมายเหตุ

การประเมินผลงาน
แตง่ บทร้อยกรอง
ูรปแบบของฉันท์
ลัสากรษะ ์ณ/ ความ ู้ร
ข้อ ิคด / ค ิตธรรม
ใช้คาเหมาะสมไพเราะ
เ ีรยบเ ีรยงคา/สัมผัส
ความหมายตรงเ ่ืรอง
ความ ิคดส ้รางสรรค์

รวมคะแนน

กลุ่มท่ี ๔ ๒ ๒ ๔ ๔ ๒ ๒ ๒๐

ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
(.............................................)

๑๐๐

แบบประเมินการเขียนเร่ืองส้ัน กล่มุ ท…่ี …

คาชี้แจง ขีดเครื่องหมาย ( / ) ในช่องทผี่ ่านการประเมนิ

รายการประเมนิ

๑. ช่ือ และจานวนตวั ละครที่ปรากฏมีความเหมาะสม ๒ คะแนน
คะแนน
๒. แนวคิดของเรื่องมีความน่าสนใจ ๒ คะแนน
คะแนน
๓. ฉาก ( เวลา สถานที่ ) เหมาะสม ๒ คะแนน

๔. ใชภ้ าษาไดเ้ หมาะสมกบั เรื่อง ๒

๕. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ๒

รายการประเมิน / เกณฑก์ ารประเมิน รวม

เลข ่ีท ช่ือ – สกลุ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๑๐

๒๑ ๐ ๒๑ ๐ ๒๑ ๐ ๒๑ ๐ ๒๑ ๐

หมายเหตุ ๑. เกณฑก์ ารประเมิน ๒ หมายถึง ดี
๑ หมายถึง พอใช้
๐ หมายถึง ตอ้ งปรับปรุง

๒. ผลการประเมินแต่ละเกณฑ์ นกั เรียนตอ้ งไดร้ ะดบั ๑ ข้ึนไปทุกรายการจึงจะถือวา่
ผา่ นเกณฑ์

( ลงช่ือ )…………………………………..ผปู้ ระเมิน
( .......................................... )


Click to View FlipBook Version