The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วัสดุงานช่างอุตสาหกรรม 64

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by supachaina.b, 2021-10-12 04:17:39

วัสดุงานช่างอุตสาหกรรม 64

วัสดุงานช่างอุตสาหกรรม 64

51

6. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดหน่วยที่ 6 หลังจาก 30
นักเรียนทำเสร็จแล้วเฉลยแบบทดสอบหลังเรียน
(Post-test) หนว่ ยท่ี 6
7.ขน้ั สรุป ครูและนักเรียนช่วยกนั สรุปเนือ้ หาบทเรียน 10
และครูเพม่ิ เติมในสว่ นท่ียังไม่ครอบคลมุ
8. ครูมอบหมายงาน ให้ทำรายงานเพิ่มเติม เรื่อง 5
วสั ดสุ งั เคราะห์ จากสือ่ ออนไลน์
รวม 120
6. สอ่ื การเรยี นรู้

6.1 หนังสือเรียน วิชาวัสดุช่างอุตสาหกรรม รหัสวิชา 20100 – 1002 บริษัทศูนย์หนังสือเมืองไทย
จำกดั
6.2 เวบ็ ไซต์ออนไลน์
6.3 สือ่ ส่ิงพมิ พท์ ีเ่ กีย่ วขอ้ งกบั เน้อื หาบทเรยี น

7.หลักฐานการเรียนรู้
7.1 ผลการนำเสนองานกลุม่
7.2 แบบฝกึ หัดหน่วยท่ี 6
7.3 คะแนนแบบทดสอบหลงั เรียน (Post-test) หนว่ ยที่ 6
7.4 เนือ้ หาเพม่ิ เตมิ รายงาน วสั ดุสงั เคราะห์
8. การวัดผลและประเมนิ ผล

การวดั ผล การประเมินผล
(ใชเ้ ครื่องมอื ) (นำผลเทียบกับเกณฑ์และแปลความหมาย)
1. แบบทดสอบกอ่ นเรียน (Pre-test) หน่วยท่ี 6 ไวเ้ ปรยี บเทยี บกบั คะแนนสอบหลงั เรยี น
2. แบบสังเกตการณ์ทำงานกลุม่ และการนำเสนอผลงานกลุม่ เกณฑผ์ ่าน 50 %
3. แบบฝึกหัดหน่วยท่ี 6 เกณฑ์ผา่ น 50 %
4. แบบทดสอบหลงั เรียน (Post-test) หนว่ ยท่ี 6 เกณฑผ์ า่ น 50 %
5. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ตามสภาพจริง เกณฑผ์ ่าน 50 %

แผนกเทคนคิ พ้ืนฐาน วทิ ยาลัยการอาชีพขุนหาญ

52

9. การขับเคล่อื นปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง

สมรรถนะ น้อมนำเศรษฐกจิ พอเพียง โดยการใช้ทรพั ยากรธรรมชาติอยา่ งประหยัด

จดุ ประสงคท์ วั่ ไป จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม/ ผลกระทบ

พฤติกรรมบง่ ช้ี สงั คม เศรษฐกจิ วฒั นธรรม สิ่งแวดล้อม

ประยุกต์ใช้ปรัชญา 1.การเข้าใจธรรมชาติ  

ข อ ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ 2.รักษาดแู ลธรรมชาติ  
พ อ เพี ย ง ด้ า น มี 3.การเรยี นรโู้ ดยใชเ้ งือ่ นไข 

เห ตุ ผ ล ใ น ก า ร สภุ าพและประหยัด  
ดำรงชีวติ

แผนกเทคนิคพื้นฐาน วิทยาลัยการอาชพี ขุนหาญ

53

10. บนั ทึกหลังการสอน
10.1 ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้
....................................................................................................................................................................... .......
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................. .................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
10.2 ผลการเรยี นของนกั เรียน/ผลการสอนของคร/ู ปัญหาท่ีพบ
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................. ................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................... .........................
10.3 แนวทางการแกป้ ญั หา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .........................................
( นายศุภชยั นามศิริ )
ครผู ้สู อน

แผนกเทคนคิ พื้นฐาน วทิ ยาลัยการอาชพี ขนุ หาญ

54

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 7 หน่วยที่ 7

ชื่อวิชา วัสดุช่างอตุ สาหกรรม เวลาเรียนรวม 36 คาบ
ช่ือหน่วย วัสดไุ ฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ สอนคร้ังที 13-14/18
ชอื่ เร่อื ง วสั ดุไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 4 คาบ
หวั ข้อเรอ่ื ง
7.6 วสั ดุแม่เหลก็
7.1 บทนำ 7.7 วสั ดุสวทิ ชไ์ ฟฟา้
7.2 ความหมายของวสั ดุไฟฟา้ 7.8 วสั ดุอิเลก็ ทรอนิกส์
7.3 วสั ดุตัวนำ 7.9 บทสรุป
7.4 วสั ดฉุ นวนไฟฟา้
7.5 วัสดกุ ่งึ ตัวนำ

1. สาระสำคญั
วัสดุไฟฟ้า เป็นวัสดุที่นำมาใช้ในงานอุตสาหกรรมไฟฟ้า เช่น วัสดุตัวนำ วัสดุฉนวนไฟฟ้า วัสดุกึ่งตัว นำ
วัสดุแม่เหล็ก และวัสดสุ วทิ ช์ เป็นต้น การท่ีมนษุ ยน์ ำมาผลติ เป็นอุปกรณ์ตา่ งๆ เพ่อื อำนวยความสะดวกมาก
มาย ก็จำเป็นจะต้องเลือกใช้วสั ดุไฟฟ้าให้ถูก ต้องกับการใช้งาน เพ่ือความปลอดภัยในการใช้งาน และทำ
ใหก้ ารทำงานมปี ระสิทธิภาพมากขน้ึ

วัสดุอิเล็กทรอนิกส์ ในปัจจุบันได้เจรญิ เตบิ โตก้าวหน้าอย่างรวดเร็วตามเทคโนโลยี ได้มีวิวัฒนาการอยู่
ด้วยกัน 4 ยุคคือ ยุคหลอดสุญญากาศ ยุคทรานซิสเตอร์ ยุคไอซี และยุคชิพ เป็นต้น วัสดุเล็กทรอนิกส์
โดยทั่วไปมีดังนี้คือ ตัวต้านทาน ตัวเก็บประจุ ตัวเหนี่ยวนำ และหม้อแปลงไฟฟ้า เป็นต้น นอกจากนี้อิเล็ก
ทรอนิกส์ ได้เข้ามามีบทบาทมากมาย เช่น ด้านอุตสาหกรรม ด้านการสื่อสาร ด้านการแพทย์ ด้าน
วิทยา ศาสตร์ และเทคโนโลยี ด้านการทหาร และด้านการบนั เทงิ เปน็ ต้น
2. สมรรถนะประจำหน่วย

แสดงความรู้เกย่ี วกับวสั ดุไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ ส์
3. จดุ ประสงคก์ ารการเรยี นรู้
3.1 จุดประสงคท์ ่ัวไป
3.1.1 ด้านความรแู้ ละทกั ษะ

แผนกเทคนิคพ้นื ฐาน วิทยาลยั การอาชีพขนุ หาญ

55

3.1.1.1 อธิบายความหมายของวสั ดุไฟฟา้ ไดถ้ กู ต้อง
3.1.1.2 บอกวัสดตุ วั นำได้
3.1.1.3 บอกวสั ดุฉนวนไฟฟ้าได้
3.1.1.4 บอกวัสดกุ ึ่งตัวนำได้
3.1.1.5 บอกวัสดุสวิทช์ไฟฟา้ ได้
3.1.1.7 บอกวสั ดุอิเลก็ ทรอนิกสไ์ ด้
3.2 จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
3.2.1 ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม / บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
แสดงออกด้านการตรงต่อเวลา ความสนใจใฝ่รู้ ความซื่อสัตย์ สุจริต ความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน ความ
ร่วมมือ มีความรบั ผดิ ชอบ และความมมี ารยาท

4. สาระการเรยี นรู้
4.1 บทนำ
สภาพปัจจุบันมนุษย์เราได้นำวัสดุไฟฟ้า มาใช้ในชีวิตประจำวัน ท่ีเก่ียวข้องกับไฟฟ้าเป็นอย่างมาก เช่น
บ้านพักอาศัย ธุรกิจโรงแรม โรงงานอุตสาหกรรม และอ่ืนๆ การที่มนุษย์นำมาผลิตเป็นอุปกรณ์ต่างๆ
เพื่ออำนวยความสะดวกมากมาย ก็จำเป็นจะต้องเลือกใช้วัสดุไฟฟ้าให้ถูกต้องกับการใช้งาน เพื่อความ
ปลอดภัยในการใช้งาน โดยวัสดุท่ีนำมาใช้ทำอุปกรณ์ต่างๆ ในงานไฟฟ้า เช่น สายไฟฟ้ า สวิตช์
ฉนวน หลอดไฟฟ้า และฟิวส์ เปน็ ต้น
4.2 ความหมายของวสั ดุไฟฟา้
วัสดุไฟฟ้า เป็นวัสดุที่นำมาใช้ในงานอุตสาหกรรมไฟฟ้า ได้แก่ วัสดุที่เป็นสื่อไฟฟ้า วัสดุก่ึงตัวนำ วัสดุ
ฉนวนไฟฟ้า วัสดุแม่เหล็ก และวัสดุสวิทช์ไฟฟ้า เป็นต้น โดยเป็นวัสดุท่ียอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ง่าย
เชน่ เงนิ ทองแดง และอลูมเิ นียม เป็นตน้
4.3 วสั ดตุ วั นำ หรือวสั ดุทเี่ ป็นสอ่ื ไฟฟ้า

วัสดุตัวนำ หรือวัสดุท่ีเป็นส่ือไฟฟ้า เป็นวัสดุที่ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ง่าย เช่น เงิน ทอง
แดง และอลูมิเนียม เป็นต้น แต่ปัจจุบันนิยมใช้ทองแดง เพราะว่าราคาถูกกว่าเงิน และเป็นตัวนำ
ไฟฟ้ารองจากเงิน ส่วนสายไฟแรงสูง สายเคเบิลต่างๆ จะเลือกใช้อลูมิเนียมแทน เน่ืองจากมีน้ำหนักเบา
และราคาถกู กว่าทองแดง เช่น สายไฟ ฟิวส์ แปรงถา่ น และหลอดไฟ
4.4 วสั ดุฉนวนไฟฟา้

วัสดุฉนวนไฟฟ้า เป็นตัวกั้นการไหลของกระแสไฟฟ้า ซึ่งวัสดุท่ีมีความต้านทานมาก จนถึงตัวนำ
ไฟฟ้าท่ีแยห่ รือเลว โดยไม่สามารถนำไฟฟ้าได้เลย เช่น พลาสติก ฝ้าย เซรามิกส์ ใยหิน และไมก้า เป็นต้น
ซ่งึ แต่ละชนิดจะมีคุณสมบตั ิ การนำไปใช้งานท่ีแตกต่างกัน จำเป็นอย่างย่ิงท่ีผผู้ ลิต หรือผู้ประกอบการ จะ
ตอ้ งเลือกนำไปใชง้ านใหถ้ ูกต้อง เพือ่ ทำใหผ้ ลิตภณั ฑท์ อี่ อกมามคี ุณภาพตามทต่ี ้องการ
4.5 วสั ดกุ ึ่งตวั นำ หรอื สารกง่ึ ตัวนำ

แผนกเทคนคิ พน้ื ฐาน วิทยาลยั การอาชีพขุนหาญ

56

วัสดุก่ึงตัวนำ หรือสารก่ึงตัวนำ เป็นสารท่ีมีสภาพระหว่างตัวนำกับฉนวน นิยมนำไป ใช้ในอุปกรณ์
อิเล็กทรอนิกส์ เช่น ไดโอด ทรานซีสเตอร์ และไอซี เป็นต้น สำหรับสสารที่มีอิเล็กตรอนวงนอกสุด
ประกอบด้วย 4 ตัว เช่น ซิลิกอน (Silicon) และเยอรมันเนียม(Germanium) โดยจะมีสภาพการนำไฟฟ้า
อยู่
ระหว่าง ตัวนำ (Conductor) และฉนวน (Insulator) เรียกวา่ สารกึง่ ตวั นำ (Semiconductor)
4.6 วสั ดุแม่เหล็ก

วัสดุแม่เหล็ก ถูกค้นพบโดยชาวกรีกโบราณ เป็นผู้ค้นพบคร้ังแรก โดยการนำก้อนหินสามารถ ดูด
เศษโลหะช้ินเล็กๆให้ติดกับก้อนหินได้ จึงเรียกก้อนหิน แมกนีไตท์ (Magnetite) การเกิดอำนาจแม่เหล็ก
จะมมี วลสารขนาดใหญห่ มุนอยู่รอบตัวตลอด จงึ ทำให้เกดิ สนามแม่เหล็กขนึ้
อำนาจแม่เหล็ก เป็นการท่ีตัวแม่เหล็กสามารถดึงดูดเศษโลหะท่ีมีสารแม่เหล็ก เป็นองค์ประกอบให้ เคลื่อนท่ี
เข้าหาได้ โดยแม่เหล็กประกอบไปด้วย 2 ขั้ว คือ ข้ัวเหนือ (North Pole) และข้ัวใต้ (South Pole)
ชนดิ ของแม่เหลก็ เชน่ แม่เหลก็ ธรรมชาติ แม่เหลก็ ช่วั คราว แม่เหล็กถาวร และแมเ่ หล็กไฟฟ้า เปน็ ตน้
4.7 วัสดุสวิทช์

วัสดุสวิทช์ เป็นเซอร์กิตเบรกเกอร์ หรือสวิทช์ตัดวงจรอัตโนมัติ เป็นอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าที่ได้รับ
การออกแบบวงจรไฟฟ้าไหลผ่าน โดยไม่ทำให้อุปกรณ์ภายในตัวเซอร์กิตเบรกเกอร์ เกิดการชำรุด หรือเสีย
หายได้ และสามารถทำการรีเซต็ (Reset) ใหก้ ลบั มาใช้งานใหมไ่ ด้อกี นอกจากนเ้ี ซอร์กิตเบรกเกอร์ เป็น
อปุ กรณ์ท่ีนิยมนำมาใช้ใน บา้ นพักอาศยั อาคารสำนักงาน และโรงงานอตุ สาหกรรม เปน็ ตน้ เซอร์กิต
เบรกเกอร์ แบ่งออกได้ 3 ชนิดดังน้คี อื ชนิดแบบความรอ้ น ชนดิ แบบสนามแมเ่ หลก็ และชนิดแบบผสม
4.8 วสั ดุอเิ ล็กทรอนิกส์

วัสดุอิเล็กทรอนิกส์ ได้เจริญเติบโตก้าวหน้าข้ึนอย่างรวดเร็วตามเทคโนโลยี ซ่ึงจะทำให้มนุษย์เราได้
รจู้ ักใช้วัสดุอุปกรณ์ต่างๆที่มีความทันสมัย เช่น ระบบทีวีจอแบน โน้ตบุคส์ คอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นซีดี
เครอ่ื งเลน่ ดวี ีดี และโทรศัพท์มือถอื เป็นต้น โดยสามารถแบ่งออกได้ 4 ยคุ คือ
1. ยคุ ของหลอดสญุ ญากาศ (Vacuum Tube)
2. ยคุ ทรานซิสเตอร์ (Transistor)
3. ยุคไอซี (Integrated Circuits)
4. ยคุ ชิพ (Chip)

วัสดุอิเล็กทรอนิกส์ท่ีใช้งาน โดยท่ัวไปมีดังน้ีคือ ตัวต้านทาน (Resistance) ตัวเก็บประจุ หรือคอน
เดนเซอร์ (Capacitor or Condenser) ตวั เหน่ียวนำ (Inductor) และหม้อแปลงไฟฟา้ (Transformer)

แผนกเทคนิคพ้นื ฐาน วทิ ยาลัยการอาชพี ขุนหาญ

57

5. กิจกรรมการเรยี นรู้ (สปั ดาหท์ ี่ 13-14 / 18)

กิจกรรม เวลาโดยประมาณ (นาท)ี

1. ครเู ช็คชอ่ื 5

2.พูดทักทายปราศรัยทั่วไปและอบรมคุณธรรม 10

จริยธรรม และหลังจากนั้นทำแบบทดสอบก่อนเรียน

(Pre-test)

3. ขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรยี น ด้วยการสนทนา การซักถาม 10

ดูภาพจากสอ่ื ออนไลน์ เน้ือหาที่เก่ยี วข้องกบั บทเรียน

4. ขั้นสอน แนะนำประเด็นสำคัญ และแบ่งนักเรียน 35

ค้นคว้าตามหัวข้อเร่ือง ตัวแทนแต่ละกลุ่ม นำเสนอ

ผลงานหนา้ ชนั้ เรยี น

5. นักเรียนอภิปรายร่วมกันในประเด็น วัสดุไฟฟ้า 15

และอเิ ล็กทรอนกิ ส์

6. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดหน่วยท่ี 7 หลังจาก 30

นักเรียนทำเสร็จแล้ว เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน

(Post-test) หน่วยที่ 7

7. ข้ันสรุป ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปเน้ือหา 10

บทเรยี น และครูเพ่ิมเตมิ ในส่วนทย่ี ังไมค่ รอบคลุม

8. ครูมอบหมายงาน ให้ทำรายงานเพ่ิมเติม เรื่อง 5

วสั ดุไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์ จากส่ือออนไลน์

รวม 120

6. สอ่ื การเรยี นรู้

6.1 หนงั สอื เรียน วิชาวัสดชุ า่ งอุตสาหกรรม รหสั วชิ า 20100 – 1002 บรษิ ทั ศนู ยห์ นังสอื เมอื งไทย จำกัด

6.2 เว็บไซตอ์ อนไลน์

6.3 สอื่ ส่ิงพมิ พท์ ่เี กย่ี วขอ้ งกับเนื้อหาบทเรียน

7. หลักฐานการเรียนรู้

7.1 ผลการนำเสนองานกลมุ่

7.2 แบบฝึกหดั หนว่ ยท่ี 7

7.3 คะแนนแบบทดสอบหลังเรยี น (Post-test) หนว่ ยท่ี 7

7.4 เนื้อหาเพ่มิ เติม รายงาน วสั ดไุ ฟฟ้า และอเิ ลก็ ทรอนิกส์

แผนกเทคนคิ พนื้ ฐาน วิทยาลยั การอาชพี ขนุ หาญ

58

8. การวัดผลและประเมินผล

การวดั ผล การประเมินผล
(ใช้เครอ่ื งมอื ) (นำผลเทยี บกบั เกณฑ์และแปลความหมาย)
1. แบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) หน่วยท่ี 7 ไวเ้ ปรยี บเทียบกบั คะแนนสอบหลังเรียน
2. แบบสังเกตการณ์ทำงานกลุ่ม และการนำเสนอผลงานกลุ่ม เกณฑผ์ า่ น 50 %
3. แบบฝึกหดั หน่วยท่ี 7 เกณฑ์ผา่ น 50 %
4. แบบทดสอบหลงั เรียน (Post-test) หนว่ ยท่ี 7 เกณฑผ์ ่าน 50 %
5. แบบประเมินคณุ ธรรม จริยธรรม ตามสภาพจรงิ เกณฑผ์ า่ น 50 %

9. การขบั เคลอ่ื นปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

สมรรถนะ นอ้ มนำเศรษฐกจิ พอเพียง โดยการใช้ทรพั ยากรธรรมชาติอย่างประหยดั

จุดประสงค์ทั่วไป จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม/ ผลกระทบ

พฤตกิ รรมบ่งชี้ สังคม เศรษฐกจิ วฒั นธรรม ส่งิ แวดลอ้ ม

ประยุกต์ใช้ปรัชญา 1.การเขา้ ใจธรรมชาติ  

ข อ ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ 2.รกั ษาดแู ลธรรมชาติ  
พ อ เพี ย ง ด้ า น มี 3.การเรียนรู้โดยใชเ้ ง่อื นไข 

เห ตุ ผ ล ใ น ก า ร สุภาพและประหยัด  
ดำรงชวี ติ

แผนกเทคนคิ พนื้ ฐาน วทิ ยาลัยการอาชพี ขุนหาญ

59

10บนั ทกึ หลังการสอน
10.1 ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................. .
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
10.2 ผลการเรยี นของนักเรียน/ผลการสอนของครู/ปญั หาทพ่ี บ
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................. ................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................... .........................
10.3 แนวทางการแกป้ ญั หา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ..........................................
(นายศภุ ชยั นามศริ ิ)
ครผู สู้ อน

แผนกเทคนคิ พื้นฐาน วิทยาลยั การอาชพี ขนุ หาญ

60

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 8 หนว่ ยท่ี 8

ชอื่ วชิ า วัสดุช่างอุตสาหกรรม เวลาเรียนรวม 36 คาบ
ช่ือหนว่ ย การกดั กร่อน และการป้องกัน สอนครงั้ ที 15/18
ชื่อเรื่อง การกัดกรอ่ น และการป้องกนั จำนวน 2 คาบ
หวั ข้อเรื่อง
8.1 บทนำ
8.2 ความหมายของการกดั กร่อน

8.3 สาเหตขุ องการกดั กรอ่ น
8.4 ประเภทของการกดั กรอ่ น
8.5 การปอ้ งกนั การกัดกร่อน
8.6 บทสรุป

1. สาระสำคัญ
การกัดกร่อน เป็นการผุพังของโลหะเมื่อทิ้งไว้นานๆ ก็จะทำให้เกิดความชื้น ทำปฏิกิริยากับออกซิ เจน ทำ
ให้เกิดการกัดกร่อนเป็นสนิมได้ โดยจะมีผลเสียต่อช้ินงานหรือวัสดุนั้นๆ การกัดกร่อนมีด้วยกัน 4 ลักษณะ
คือ การกัดกร่อนท่ีเกิดจากปฏิกิริยาเคมี การกัดกร่อนท่ีเกิดจากไฟฟ้า-เคมี การกัดกร่อนท่ีเกิดจากการสัมผัส
ของโลหะต่างชนิดกัน และการกัดกร่อนจากเม็ดเกรนโลหะ ดังนั้นช่างผู้ปฏิบัติงานจะต้องรู้จักวิธีการป้องกัน
การกัดกร่อน เพื่อท่ีจะช่วยทำให้อายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ยาวนานข้ึน เป็นการประหยัดวัสดุ และ
ช่วยลดต้นทนุ การผลติ ดว้ ย
2. สมรรถนะประจำหน่วย

แสดงความรู้เกย่ี วกับการกดั กรอ่ น และการปอ้ งกัน
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 จดุ ประสงคท์ ว่ั ไป
3.1.1 ด้านความร้แู ละทกั ษะ
3.1.2 อธิบายความหมายของการกัดกร่อนไดถ้ ูกต้อง
3.1.3 บอกสาเหตขุ องการกดั กรอ่ นได้

แผนกเทคนิคพนื้ ฐาน วิทยาลัยการอาชีพขนุ หาญ

61

3.1.4 บอกประเภทของการกัดกร่อนได้
3.1.5 บอกวิธกี ารปอ้ งกันการกัดกร่อนได้
3.2 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
3.2.1 ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม / บูรณาการปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
แสดงออกด้านการตรงต่อเวลา ความสนใจใฝ่รู้ ความซื่อสัตย์ สุจริต ความมีน้ำใจ เอ้ือเฟื้อ แบ่งปัน ความ
รว่ มมือ มีความรบั ผิดชอบ และความมีมารยาท
4. สาระการเรียนรู้
4.1 บทนำ
การป้องกันการกัดกร่อนมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ท่ีผู้ประกอบการจะต้องให้ความสำคัญ เช่น ช้ินส่วน
อุปกรณ์เครื่องจกั รกล ท่อสง่ น้ำมัน โครงหลงั คา และอุปกรณ์อ่ืนๆ เป็นต้น ดูเหมอื น ว่าจะไม่เกิดเป็นสนิมข้ึน
แต่เมื่อเหล็กถูกความชนื้ กจ็ ะเกิดเป็นสนิม และเกดิ การสึกกรอ่ นได้งา่ ย ดงั นั้นบางคร้งั ต้องเลือกโลหะผสม
มาใช้งาน ก็จะช่วยลดการกัดกร่อนข้ึน และในส่วนของเครื่อง จักรบางครั้งก็อาจจะหยอดน้ ำมันหล่อลื่น
เพ่ือจะชว่ ยลดการกัดกร่อน และชว่ ยยดื อายุการใช้งาน
4.2 ความหมายของการกดั กรอ่ น
การกัดกร่อน (Corrosion ) คือการผุพังของโลหะเม่ือทิ้งไว้ผิวนอกจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจน และเกิด
ความชื้นเป็นปฏิกิริยาเคมีข้ึน ตามสภาพแวดล้อมของการใช้งาน ซ่ึงเมื่อทิ้งไว้นานๆ โดยไม่มีการเคลือบผิวก็
จะเกดิ การกัดกรอ่ น ผพุ ังกลายเป็นสนิมเหล็กต่อไป และทำให้คุณสมบัตขิ องโลหะเปลี่ยนแปลงไป เช่น ความ
แขง็ ลดลง การรบั แรงนอ้ ยลง การยืดตัว การอ่อนตวั และความแข็งแรง เปน็ ต้น
4.3 สาเหตุของการกัดกรอ่ น

การกัดกรอ่ น เป็นการผุพงั ของโลหะ หรือวัสดุชา่ งเมื่อใช้ไปเปน็ เวลานานๆ และเปน็ การเปลยี่ น
แปลงคณุ สมบตั ิของโลหะเน่ืองจากปฏกิ ิริยาเคมีต่างๆ คุณสมบัติของโลหะทเ่ี ปลยี่ นแปลงไป สาเหตขุ องการกัด
กร่อนมี 4 ลักษณะดังนีค้ ือ
1. การกดั กร่อนท่ีเกดิ จากปฏกิ ิรยิ าเคมี
2. การกัดกรอ่ นทเ่ี กดิ จากไฟฟา้ -เคมี
3. การกดั กร่อนทเี่ กิดจากการสัมผสั ของโลหะต่างชนดิ กัน
4. การกัดกรอ่ นจากเมด็ เกรนโลหะ
4.4 ประเภทของการกัดกรอ่ น
ประเภทของการกดั กรอ่ น สามารถแบ่งออกได้ 3 ประเภทดังนค้ี อื
1. การกดั กรอ่ นแบบเรียบสมำ่ เสมอ
2. การกัดกรอ่ นซึมลึก
3. การกัดกรอ่ นภายในเนือ้ โลหะ
4.5 การป้องกันการกดั กรอ่ น
การปอ้ งกันการกดั กรอ่ นของโลหะของโลหะ เพอ่ื ทจี่ ะช่วยให้มอี ายุการใชง้ านท่ยี าวนาน มคี วาม

แผนกเทคนคิ พื้นฐาน วิทยาลยั การอาชีพขนุ หาญ

62

แข็งแรงมากและชว่ ยประหยัดวสั ดุเงนิ ทองด้วย โดยสามารถทีจ่ ะแบง่ ออกได้ 6 วธิ คี ือ
1. การเคลอื บผิวดว้ ยนำ้ มนั 2. การเคลือบผวิ ด้วยการทาสีและพ่นสี
3. การเคลือบผิวด้วยน้ำยาแก้ว 4. การเคลือบผิวด้วยวิธีเคมี
5. การเคลือบผวิ ดว้ ยโลหะ 6. การเคลือบผิวด้วยพลาสติก

5. กิจกรรมการเรยี นรู้ (สปั ดาห์ที่ 15 / 18)

กิจกรรม เวลาโดยประมาณ (นาที)

1. ครูเชค็ ชอื่ 5

2. พูดทักทายปราศรัยทั่วไป และอบรมคุณธรรม 10

จริยธรรม และหลังจากน้ันทำแบบทดสอบก่อนเรียน

(Pre-test)

3. ขัน้ นำเขา้ สูบ่ ทเรียน ด้วยการสนทนา การซักถาม 10

ดภู าพจากส่อื ออนไลน์ เนอ้ื หาทีเ่ กีย่ วขอ้ งกับบทเรยี น

4. ขั้นสอน แนะนำประเด็นสำคัญ และแบ่งนักเรียน 35

ค้นคว้าตามหัวข้อเร่ือง ตัวแทนแต่ละกลุ่ม นำเสนอ

ผลงานหน้าชั้นเรียน

5. นักเรียนอภิปรายร่วมกันในประเด็น การกัดกร่อน 15

และการป้องกนั

6. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดหน่วยที่ 8 หลังจาก 30

นักเรียนทำเสร็จแล้ว เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน

(Post-test) หน่วยท่ี 8

7. ข้ันสรุป ครูและนักเรียนช่วยกันสรุป เน้ือหา 10

บทเรียน และครเู พ่ิมเตมิ ในสว่ นท่ียังไม่ครอบคลมุ

8. ครูมอบหมายงาน ให้ทำรายงานเพ่ิมเติม เรื่อง 5

การกดั กร่อน และการป้องกัน จากส่ือออนไลน์

รวม 120

6. สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้
6.1 หนังสอื เรยี น วชิ าวสั ดชุ า่ งอุตสาหกรรม รหัสวิชา 20100 – 1002 บรษิ ทั ศนู ย์หนงั สือเมอื งไทย จำกัด
6.2 เว็บไซต์ออนไลน์
6.3 สอื่ ส่ิงพมิ พท์ ่เี ก่ยี วขอ้ งกับเน้ือหาบทเรยี น

แผนกเทคนคิ พน้ื ฐาน วิทยาลัยการอาชีพขุนหาญ

63

7. หลกั ฐานการเรียนรู้
1. ผลการนำเสนองานกลุ่ม
2. แบบฝึกหัดหน่วยท่ี 8
3. คะแนนแบบทดสอบหลงั เรยี น (Post-test) หน่วยท่ี 8
4. เนือ้ หาเพ่มิ เตมิ รายงาน การกดั กรอ่ น และการปอ้ งกัน
8. การวัดผลและประเมนิ ผล

การวัดผล การประเมินผล
(ใช้เคร่ืองมอื ) (นำผลเทียบกับเกณฑ์และแปลความหมาย)
1. แบบทดสอบกอ่ นเรียน (Pre-test) หน่วยที่ 8 ไวเ้ ปรียบเทยี บกับคะแนนสอบหลังเรียน
2. แบบสงั เกตการณท์ ำงานกลุม่ และการนำเสนอผลงานกลุ่ม เกณฑผ์ า่ น 50 %
3. แบบฝึกหัดหนว่ ยท่ี 8 เกณฑ์ผ่าน 50 %
4. แบบทดสอบหลงั เรียน (Post-test) หน่วยท่ี 8 เกณฑ์ผ่าน 50 %
5. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม ตามสภาพจรงิ เกณฑผ์ า่ น 50 %

9. การขบั เคลือ่ นปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

สมรรถนะ นอ้ มนำเศรษฐกจิ พอเพยี ง โดยการใช้ทรพั ยากรธรรมชาติอยา่ งประหยัด

จดุ ประสงค์ทว่ั ไป จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม/ ผลกระทบ

พฤตกิ รรมบง่ ชี้ สังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ส่งิ แวดลอ้ ม

ประยุกต์ใช้ปรัชญา 1.การเข้าใจธรรมชาติ  

ข อ ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ 2.รกั ษาดูแลธรรมชาติ  
พ อ เพี ย ง ด้ า น มี 3.การเรียนรูโ้ ดยใช้เง่ือนไข 

เห ตุ ผ ล ใ น ก า ร สุภาพและประหยัด  
ดำรงชวี ิต

แผนกเทคนคิ พื้นฐาน วิทยาลยั การอาชพี ขุนหาญ

64

10. บันทึกหลงั การสอน
10.1 ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................ ......................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................. ................................
..............................................................................................................................................................................

10.2. ผลการเรียนของนักเรียน/ผลการสอนของคร/ู ปญั หาที่พบ
..............................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................ ......................................
..............................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................... .....
.............................................................................................................................. ...............................................
10.3 แนวทางการแกป้ ัญหา
..............................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................ ......................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................. ................................
...........................................................................................................................................................................

ลงช่ือ........................................
( นายศุภชยั นามศิริ )
ครผู สู้ อน

แผนกเทคนคิ พน้ื ฐาน วิทยาลยั การอาชีพขนุ หาญ

65

แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 9 หน่วยท่ี 9

ชอ่ื วชิ า วสั ดชุ ่างอุตสาหกรรม เวลาเรยี นรวม 36 คาบ
ชอ่ื หนว่ ย การตรวจสอบวสั ดเุ บือ้ งต้น สอนครงั้ ที 16/18
ชอ่ื เรอื่ ง การตรวจสอบวัสดุเบื้องตน้
หัวข้อเรอื่ ง จำนวน 2 คาบ
บทนำ

9.1 คุณสมบตั ขิ องวัสดุ
9.2 การทดสอบวัสดุ
9.3 บทสรุป

1. สาระสำคญั
การตรวจสอบวัสดเุ บอ้ื งต้น จำเปน็ อย่างยิง่ ทผ่ี ดู้ ำเนิน การผลิต จะต้องทำความเข้าใจเกย่ี วกับวสั ดุ

ให้ดเี สียก่อนที่จะนำไปใช้งาน คุณสมบัติของวสั ดุ แบ่งแยกได้เป็น 3 ประเภท คือ คุณสมบัติทางเคมี
คุณสมบตั ิทางฟสิ กิ ส์ และคุณสมบัติทางกล

การทดสอบวสั ดุ หมายถึง การคัดแยกชนิ้ งานท่ีผา่ นกรรมวธิ กี ารขึ้นรปู ด้วยเครอื่ งจกั รกล แลว้ เกดิ
มีตำหนิ ชำรุด หรือคุณภาพไม่ได้มาตรฐานออกจากกลุ่ม และเพ่ือจะได้รับทราบถึงคุณสมบัติเฉพาะตัวของ
วสั ดุนนั้ จะได้เปน็ ข้อมูลในการพิจารณาเลือกนำวัสดุนั้นมาใช้งาน ในการทดสอบวัสดแุ บ่งออกได้ 2 ประเภท คือ
การทดสอบแบบทำลายสภาพ และการทดสอบแบบไมท่ ำลายสภาพ
2. สมรรถนะ

แสดงความรเู้ กีย่ วกบั การตรวจสอบวัสดเุ บ้อื งต้น
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 จุดประสงค์ทวั่ ไป
3.1.1ดา้ นความรู้และทักษะ

3.1.1.1 อธิบายคณุ สมบัตขิ องวัสดุได้ถูกต้อง
3.1.1.2 บอกการทดสอบวสั ดุได้

แผนกเทคนิคพน้ื ฐาน วทิ ยาลยั การอาชพี ขุนหาญ

66

3.2 จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม / บรู ณาการปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
แสดงออกด้านการตรงต่อเวลา ความสนใจใฝ่รู้ ความซ่ือสัตย์ สุจริต ความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน ความ
รว่ มมือ มีความรบั ผดิ ชอบ และความมมี ารยาท

4. เน้ือหาสาระ
4.1 บทนำ
การตรวจสอบวัสดุเบ้ืองต้น วัสดุท่ีใช้ในกรรมวิธีการผลิตในงานอุตสาหกรรม จำเป็นอย่างย่ิงที่ผู้ ดำเนินการ
ผลิต จะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัสดุให้ดีเสียก่อนที่จะนำไปใช้งาน ความหมายของศัพท์ที่ใช้เกี่ยวกับวัสดุ
ตา่ งๆ เช่น เหลก็ หล่อ เหล็กกล้า และเหล็กไรส้ นมิ เป็นต้น จะมีคณุ สมบัติที่แตกต่างกนั ออกไป โดยจะต้อง
ทราบคุณสมบัติต่างๆของวัสดุน้ันให้แน่ชัดด้วย ในยุคปัจจุบันวัสดุอุปกรณ์ต่างก็เข้ามามีความ สำคัญ มี
บทบาทในการส่งเสริมศักยภาพ สร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติมากมาย ซ่ึงจะเห็นได้ว่าประเทศท่ีมี
การพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรม มีเทคโนโลยีท่ีรวด เร็วทันสมัย จึงจำเป็นจะต้องมีวัสดุอุปกรณ์ท่ีได้ท่ีมี
มาตรฐาน และจะตอ้ งมีการตรวจสอบเครอื่ งมือเคร่ืองจักร วัสดุชิ้นงานตา่ งๆกอ่ นท่ีจะนำไปใช้งาน เพื่อให้ได้
คณุ ภาพตามที่ต้องการ
4.2 คณุ สมบัติของวัสดุ

คุณสมบตั ขิ องวัสดุ สามารถแบง่ ออกได้ 3 ประเภทคือ
1. คุณสมบัติทางเคมี เช่น การกัดกร่อน การหลอมละลาย ส่วนผสม และลักษณะโครงสร้างทางเคมี
ของส่วนผสมในวสั ดุ เปน็ ต้น
2. คุณสมบัติทางกายภาพ หรือฟิสิกส์ เช่น ความสามารถในการนำความร้อน ความ สามารถในการนำ
ไฟฟา้ ความหนาแนน่ มวล นำ้ หนัก สี และความต้านทาน เป็นตน้
3. คณุ สมบัตทิ างกล ไดแ้ ก่ ความแข็งแรง ความแข็ง ความสามารถในการยดื ตัว ความยืดหยุ่น และความ
เหนยี ว เป็นต้น
4.3 การตรวจสอบ

การตรวจสอบ หมายถึง การกระทำการตรวจสอบวัสดุช้ินงาน เพื่อหารอยตำหนิ จุดบก พร่อง
ของชิ้นงาน โดยวัสดุชิ้นงานนั้นอาจจะใช้งานได้ หรือใช้งานไม่ได้ เช่น การตรวจสอบด้วยสายตา การ
ตรวจสอบด้วยน้ำยาแทรกซึม การตรวจสอบแนวเชื่อมด้วยผงแม่เหล็ก และการตรวจ สอบแนวเช่ือมด้วย
การถา่ ยภาพรังสี เปน็ ตน้
4.5 การทดสอบ

การทดสอบ หมายถึง การคัดแยกช้ินงานท่ีผ่านกรรมวิธีการขึ้นรูป ด้วยเครื่องจักรกล แล้วเกิดมี
ตำหนิ ชำรุด หรือคุณภาพไม่ได้มาตรฐานออกจากกลุ่ม และเพ่ือจะได้รับทราบถึงคุณสมบัติเฉพาะตัวของ
วัสดนุ นั้ จะได้เปน็ ข้อมลู ในการพิจารณาเลือกนำวสั ดนุ ้นั มาใช้งาน
ประเภทของการทดสอบวัสดุ แบ่งได้ 2 ประเภทใหญ่ๆคือ

แผนกเทคนิคพ้นื ฐาน วทิ ยาลยั การอาชีพขนุ หาญ

67

1. การทดสอบแบบทำลายสภาพ ( Destructive Testing )
2. การทดสอบแบบไม่ทำลายสภาพ ( Nondestructive Testing )
5. กิจกรรมการเรยี นรู้ (สัปดาห์ท่ี 16 / 18)

กิจกรรม เวลาโดยประมาณ (นาท)ี

1. ครเู ช็คชอ่ื 5

2. พูดทักทายปราศรัยท่ัวไป และอบรมคุณธรรม 10

จริยธรรม และหลังจากน้ันทำแบบทดสอบก่อนเรียน

(Pre-test)

3. ข้ันนำเขา้ สู่บทเรยี น ด้วยการสนทนา การซักถาม 10

ดูภาพจากสื่อออนไลน์ เนอ้ื หาทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั บทเรียน

4. ข้ันสอน แนะนำประเด็นสำคัญ และแบ่งนักเรียน 35

ค้นคว้าตามหัวข้อเร่ือง ตัวแทนแต่ละกลุ่ม นำเสนอ

ผลงานหน้าชนั้ เรียน

5. นักเรียนอภิปรายร่วมกันในประเด็น การตรวจ 15

สอบวสั ดเุ บื้องต้น

6. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดหน่วยที่ 9 หลังจาก 30

นักเรียนทำเสร็จแล้ว เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน

(Post-test) หน่วยที่ 9

7. ขั้นสรุป ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปเนื้อหา 10

บทเรยี น และครูเพ่ิมเติมในสว่ นท่ยี ังไมค่ รอบคลมุ

8. ครูมอบหมายงาน ให้ทำรายงานเพ่ิมเติม เรื่อง 5

การตรวจสอบวัสดุเบอ้ื งตน้ จากสอื่ ออนไลน์

รวม 120

6. ส่อื การเรียนรู้
6.1 หนงั สอื เรยี น วิชาวัสดชุ า่ งอุตสาหกรรม รหสั วชิ า 20100 – 1002 บรษิ ทั ศนู ยห์ นงั สือเมอื งไทย จำกดั
6.2 เวบ็ ไซตอ์ อนไลน์
6.2 และสือ่ ส่งิ พมิ พ์ที่เก่ียวขอ้ งกบั เน้ือหาบทเรียน
7. หลกั ฐานการเรียนรู้
7.1 ผลการนำเสนองานกล่มุ
7.2 แบบฝกึ หัดหน่วยท่ี 9
7.3 คะแนนแบบทดสอบหลังเรยี น (Post-test) หน่วยที่ 9

แผนกเทคนิคพนื้ ฐาน วิทยาลยั การอาชีพขุนหาญ

68

7.4 เนอ้ื หาเพิ่มเติม รายงาน การตรวจสอบวสั ดเุ บ้อื งต้น
8. การวัดผลและประเมนิ ผล

การวดั ผล การประเมนิ ผล
(ใชเ้ คร่อื งมือ) (นำผลเทยี บกับเกณฑ์และแปลความหมาย)
1. แบบทดสอบก่อนเรยี น (Pre-test) หนว่ ยท่ี 9 ไว้เปรียบเทียบกับคะแนนสอบหลังเรียน
2. แบบสังเกตการณ์ทำงานกลุ่ม และการนำเสนอผลงานกลุม่ เกณฑผ์ ่าน 50 %
3. แบบฝกึ หัดหนว่ ยท่ี 9 เกณฑผ์ า่ น 50 %
4. แบบทดสอบหลงั เรยี น (Post-test) หนว่ ยท่ี 9 เกณฑ์ผ่าน 50 %
5. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ตามสภาพจรงิ เกณฑ์ผา่ น 50 %

9. การขบั เคลอ่ื นปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

สมรรถนะ นอ้ มนำเศรษฐกจิ พอเพียง โดยการใชท้ รัพยากรธรรมชาติอยา่ งประหยัด

จดุ ประสงคท์ ่วั ไป จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม/ ผลกระทบ

พฤตกิ รรมบ่งชี้ สังคม เศรษฐกิจ วฒั นธรรม ส่งิ แวดลอ้ ม

ประยุกต์ใช้ปรัชญา 1.การเขา้ ใจธรรมชาติ  

ข อ ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ 2.รักษาดูแลธรรมชาติ  
พ อ เพี ย ง ด้ า น มี 3.การเรยี นรู้โดยใชเ้ ง่ือนไข 

เห ตุ ผ ล ใ น ก า ร สภุ าพและประหยดั  
ดำรงชวี ิต

แผนกเทคนคิ พ้ืนฐาน วิทยาลยั การอาชพี ขุนหาญ

69

10. บนั ทกึ หลังการสอน
10.1 ผลการใช้แผนการจดั การเรียนรู้
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
................................................................................................................................... ...........................................
..............................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................... ..........
......................................................................................................................... ....................................................
10.2 ผลการเรยี นของนกั เรียน/ผลการสอนของคร/ู ปญั หาที่พบ
...................................................................................................................................................... ........................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................ ..................................
..............................................................................................................................................................................
10.3 แนวทางการแกป้ ัญหา
..................................................................................................................................................... .........................
........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................. ............................
........................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ......................................
( นายศุภชัย นามศิริ )
ครูผสู้ อน

แผนกเทคนคิ พ้ืนฐาน วทิ ยาลัยการอาชีพขุนหาญ

70

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 10 หน่วยที่ 10

ช่ือวิชา วสั ดชุ า่ งอุตสาหกรรม เวลาเรียนรวม 36 คาบ
ชื่อหนว่ ย พลงั งานในอนาคต สอนคร้ังที 17-18/18
ชือ่ เรื่อง พลงั งานในอนาคต
หวั ข้อเรือ่ ง จำนวน 4 คาบ
10.1 บทนำ
10.2 ความหมายของพลังงาน 10.8 พลงั งานน้ำ
10.9 พลงั งานน้ำข้ึนนำ้ ลง
10.3 บทบาทของพลงั งาน
10.4 แหลง่ ของพลงั งาน 10.10 พ ลั ง ง า น ค ว า ม ร้ อ น ใ ต้ พิ ภ พ
10.5 พลังงานแสงอาทิตย์ 10.11 พลงั งานคลื่น
10.6 พลงั งานลม 10.12 พลังงานนวิ เคลยี ร์
10.7 พลังงานชีวมวล 10.13 การเลอื กแหล่งพลังงาน
10.14 บทสรุป

1. สาระสำคญั

พลงั งาน ( Energy ) คือสิ่งต่างๆทีอ่ ยู่รอบตวั เราที่ทำให้ส่ิงต่างๆ เคลื่อนที่ได้ โดยใช้พลังงานเป็นตัว

ช่วยถ้าไม่มีพลังงานก็ไม่เกิดอะไรข้ึน หรือส่ิงใดก็ตามที่เกิดการเคล่ือนไหวขยายตัว ย่อมมีพลังงานเป็นตัว

ช่วยให้เกิดการเคลื่อนท่ีหรือเกิดงาน นอกจากนี้พลังงานพ้ืนฐานโดยทั่วไป เช่น พลังงานศักย์ พลังงานจลน์

พลงั งาน เคมี พลังงานความรอ้ น พลังงานเสียง พลังงานแสงหรือรังสี และพลงั งานไฟฟ้า เปน็ ตน้

แหล่งพลังงาน มีดังน้ีคือ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานชีวมวล พลังงาน

นำ้ ขน้ึ นำ้ ลง พลังงานความร้อนใตพ้ ภิ พ พลังงานคลน่ื และพลงั งานิวเคลยี ร์ เปน็ ตน้

2. สมรรถนะ

แสดงความรู้เก่ยี วกบั พลงั งานในอนาคต

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

3.1 จดุ ประสงค์ท่วั ไป

3.1.1ดา้ นความรูแ้ ละทักษะ

3.1.1.1 อธิบายความหมายของพลงั งานไดถ้ กู ตอ้ ง 3.1.1.7 บอกพลงั งานนำ้ ได้

3.1.1.2 บอกบทบาทของพลงั งานได้ 3.1.1.8 บอกพลงั งานน้ำข้ึนนำ้ ลงได้

แผนกเทคนิคพน้ื ฐาน วทิ ยาลยั การอาชพี ขุนหาญ

3.1.1.3 บอกแหลง่ ของพลังงานได้ 71
3.1.1.4 บอกพลังงานแสงอาทติ ยไ์ ด้
3.1.1.5 บอกพลังงานลมได้ 3.1.1.9 บอกพลังงานความร้อนใต้พิภพได้
3.1.1.6 บอกพลังงานชวี มวลได้ 3.1.1.10 บอกพลังงานคลนื่ ได้
3.1.1.11 บอกพลังงานนิวเคลยี ร์ได้
3.1.1.12 บอกการเลอื กแหล่งพลังงานได้

3.2 จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
3.2.1 ด้านคุณธรรม จริยธรรม / บรู ณาการปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
แสดงออกด้านการตรงต่อเวลา ความสนใจใฝ่รู้ ความซื่อสัตย์ สุจริต ความมีน้ำใจ เอ้ือเฟ้ือ แบ่งปัน ความ
รว่ มมอื มคี วามรบั ผดิ ชอบ และความมีมารยาท
4. สาระการเรียนรู้
4.1 บทนำ

ในสมัยโบราณมนุษย์เราได้ใช้แรงงานจากสัตว์เลี้ยง มาใช้ทำงานในด้านต่างๆมากมาย เช่น ใช้ช้าง
ลากซงุ ใช้ควายไถนา และใช้ลิงปืนต้นมะพรา้ ว เป็นตน้ ในอนาคตอันใกล้นีส้ ถานการณ์พลังงาน จะเข้า
สู่ภาวะวิกฤต ซ่ึงท่ีสำคัญพลังงานเชื้อเพลิงท่ีเป็นตัวขับเคลื่อนกิจกรรม และโครงการต่างๆบนโลกจะได้รับ
ผลกระทบโดยตรง สิ่งท่ีเกิดนี้มนุษย์จะต้องหาวิธีการในการแก้ไขโดยอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นแนวความ
คดิ เกี่ยวกับวิธีการใช้พลังงานหมุนเวียน พลังงานทดแทน หรืออาจจะเป็นพลังงานนิวเคลียร์ กอ็ าจจะถูกนำ
มาใช้กันอย่างหลกี เลย่ี งไม่ได้
4.2 ความหมายของพลงั งาน
พลังงาน คอื สิ่งตา่ งๆท่ีอยู่รอบตัวเราท่ีทำให้ส่ิงต่างๆเคล่ือนท่ีได้ โดยใช้พลังงานเป็นตัวช่วย ถ้าไม่มีพลังงาน
ก็ไม่เกิดอะไรขึ้น หรือส่ิงใดก็ตามที่เกิดการเคล่ือนไหว ขยายตัวย่อมมีพลังงานเป็นตัวช่วยให้เกิดการ
เคลอื่ นที่หรอื เกดิ งาน
4.3 บทบาทของพลังงาน

พลงั งานมีความสำคัญ และบทบาทต่อสิง่ มีชีวติ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงตา่ งๆท่ีเกิดข้ึนบนโลกใน
ดา้ นต่างๆ อย่างมากมาย ซ่ึงอาจสามารถนำมากล่าวโดยสรุปไดด้ งั นค้ี ือ ใช้ในการดำรง ชวี ิตของสง่ิ มีชีวิต
โดยจำเปน็ ทจี่ ะต้องใชพ้ ลังงาน ในการประกอบกจิ กรรม หรือการปฏบิ ัติงานตา่ งๆ เช่น

1. ในการเคลอื่ นไหวสว่ นตา่ งๆ
2. ในกระบวนการทางสรรี ะวิทยาตา่ งๆ
3. ในการตดิ ต่อส่อื สาร
4.4 แหล่งของพลังงาน
แหล่งพลงั งานมีอยูห่ ลายชนิด ท่ีสามารถทำให้โลกเราเกดิ การทำงาน และหากศึกษาวิเคราะห์ในเชิง
ลกึ แลว้ จะพบวา่ แหล่งต้นตอของพลังงาน ที่ใชท้ ำงานในชวี ติ ประจำวนั สว่ นใหญ่กล็ ว้ นมาจาก พลังงานอนั
มหาศาลทีแ่ ผ่มาจากดวงอาทิตย์มาสู่โลกเรานีเ่ อง แล้วกย็ งั กอ่ ให้เกดิ แหล่งพลงั งานอื่นๆ อกี มากมาย เช่น
1. พลังงานแสงอาทติ ย์

แผนกเทคนคิ พ้ืนฐาน วิทยาลัยการอาชพี ขุนหาญ

72

2. พลังงานลม
3. พลังงานนำ้
4. พลงั งานชีวมวล
5. พลังงานนำ้ ข้นึ น้ำลง
6. พลงั งานความร้อนใต้พภิ พ
7. พลังงานคลนื่
8. พลงั งานวิ เคลยี ร์
4.5 พลงั งานแสงอาทิตย์
พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานสะอาดไม่ทำปฏิกิริยาใดๆ ที่จะทำให้สิ่งแวดล้อมเป็นพิษเซลล์แสง อาทิตย์
จึงเป็นสิ่งประดิษฐ์ทางอิเลคทรอนิคส์ชนิดหน่ึงท่ีถูกนำมาใช้ผลิตไฟฟ้า เน่ืองจากสามารถเปล่ียนพลังงาน
แสงอาทิตย์ ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง ปัจจุบันในประเทศไทย มีหลายหน่วยงาน ได้ทำการ ติดต้ัง
เซลล์แสงอาทิตย์ เพอ่ื ใชง้ านในลักษณะตา่ งๆกนั
4.6 พลังงานลม
พลังงานลม หมายถึง เกดิ จากมวลของอากาศท่ีมีการเคล่อื นที่ ถ่ายเทจากทีห่ น่ึงไปยังอกี ที่หนึ่ง ซงึ่ มี
ความสัมพันธ์ และเปน็ ผลมาจาก
1. ความแตกตา่ ง และทรงตัวของสภาพอากาศ
2. ความแตกตา่ งของอุณหภมู ิ
3. การหมุนของโลก
4. สง่ิ กีดขวาง และความขรุขระของพน้ื ผวิ และอ่นื ๆ
4.7 พลังงานชีวมวล
ชีวมวล (Biomass) หมายถึง อินทรีย์สารที่ได้จากพืชและสัตว์ต่างๆ เช่น เศษไม้ ขยะ วัสดุเหลือใช้ทาง
การเกษตร ท่ีเป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียนท่ีสำคญั ของโลก ชีวมวลสามารถนำมาเผาไหม้ เพื่อนำพลัง งาน
ความรอ้ นที่ได้ไปใชใ้ นกระบวนการผลิตไฟฟ้าทดแทนพลงั งานจากฟอสซลิ ซ่ึงมีอยู่อยา่ งจำกัดและอาจหมดลง
ได้
พลังงานชีวมวล (Bio-energy) หมายถึง พลังงานท่ีได้จากชีวมวลชนิดต่างๆ โดยกระบวน การแปร
รปู ชีวมวลไปเป็นพลังงานรูปแบบต่างๆ มดี ังน้ีคอื
1. การเผาไหมโ้ ดยตรง (Combustion)
2. การผลติ ก๊าซ (Gasification)
3. การหมกั (Fermentation)
4. การผลติ เช้ือเพลงิ เหลวจากพชื

แผนกเทคนคิ พื้นฐาน วิทยาลัยการอาชพี ขนุ หาญ

73

4.8 พลงั งานน้ำ
น้ำ (Water) เป็นสารประกอบที่ประกอบด้วย ธาตุไฮโดรเจน (Hydrogen) และออกซิเจน

(Oxygen) ในอัตราส่วน 1 ต่อ 8 โดยน้ำหนักพบ 3 สถานะ คือ ของเหลว ของแข็ง (น้ำแข็งข้ัวโลก) และ
กา๊ ซ (นำ้ ในบรรยากาศ) สูตรทางเคมี คอื H2O น้ำท่ีบริสุทธิ์จะเป็นของเหลวใส ไม่มสี ี และไม่มกี ล่ิน

โรงไฟฟา้ พลังงานน้ำ
โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ คอื ใช้น้ำในลำธารตามธรรมชาติ เพื่อเป็นพลังงานในการเดินเครื่อง โดยการสรา้ งเขื่อน
ปิดก้ันน้ำไว้เป็นอ่างเก็บน้ำ ให้อยู่ในระดับสูงท่ีมีแรงดันเพียงพอ เพื่อหมุนเครื่องจักรกังหันไอน้ำ และเครื่อง
กำเนิดไฟฟา้ (Generator) ซงึ่ พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจะเพิม่ เป็นสดั สว่ นโดยตรงกบั แรงดัน และปริมาณน้ำ
ทไ่ี หลผา่ นเครือ่ งจกั รกังหันไอนำ้
4.9 พลังงานน้ำขึ้นน้ำลง

พลงั งานน้ำข้นึ นำ้ ลง คืออาศยั หลักการพ้นื ฐานของพลังงานศักย์ และพลังงานจลน์ เช่น เดียวกับ
เขื่อนพลงั นำ้ แตแ่ ทนที่จะใช้เข่อื นกักน้ำบนพนื้ ทีส่ ูงๆ ให้มีความสูง และมปี รมิ าณมากๆ กลบั อาศัยการตา่ ง
ระดับของน้ำขึ้น และนำ้ ลงในแตล่ ะวัน เพื่อเพิ่มศักยภาพของกำลังงาน โดยจะสร้างเข่ือนที่ปากแมน่ ้ำ หรอื
ปากอ่าวท่ีมพี น้ื ท่ีเกบ็ นำ้ ได้มาก และการต่างระดับ หรอื พิสยั ของนำ้ ขน้ึ น้ำลง โดยเม่อื น้ำขึ้นน้ำจะไหลเขา้ สู่
อา่ งเก็บน้ำ และเม่ือนำ้ ลง นำ้ จะไหลออกจากอ่างเก็บน้ำ การไหลเขา้ และออกจากอ่างเก็บน้ำสามารถนำไป
หมนุ กงั หันนำ้ ฉดุ เครอื่ งกำเนิดไฟฟ้า เช่นเดยี วกับการผลติ กำลังไฟฟา้ พลังนำ้
4.10 พลงั งานความรอ้ นใตพ้ ภิ พ
พลังงานความร้อนใต้พิภพ เป็นปรากฏการณ์ท่ีเกิดข้ึนตามธรรมชาติ ในลักษณะน้ำพุร้อนกว่าหกสิบแห่ง
ตามแนวทิศเหนือ ทศิ ใต้ และบริเวณแถบชายแดนตะวนั ตกของประเทศไทย (แนวเทอื ก เขาตะนาวศร)ี โดย
สนั นิษฐานว่าจะเป็นแหลง่ เดียวกันกับที่แคว้นยูนาน ในประเทศจีนตอนใต้เนื่องจากอยู่แนวซ้อนของแผ่นทวีปคู่
เดียวกัน ( Indian Plate ซ่ึงมุดลงใต้ Chinese Plate และเกิดแรง ดันในลักษณะ Back Arch ) ซึ่งจัดอยู่ใน
แหล่งพลังงานขนาดเล็กถึงปานกลาง และคาดวา่ จะสามารถผลิตพลังงานให้กับโรงไฟฟ้าขนาดไม่เกิน 50 เมกะ
วัตต์
4.11 พลังงานคล่ืน
พลังงานคลื่น (Wave Energy) คือกระแสคลื่นในทะเล หรือมหาสมุทรสามารถที่จะนำมาผลิตไฟฟ้าได้ โดย
อาศัยอุปกรณ์ท่ีดึงพลังงานจากคล่ืนมาใช้โดยตรง ซึ่งจะทำการแปลงการเคล่ือน ไหวในแนวตั้งของกระแส
คล่นื และการพองตัวของฟองอากาศ ไปผลักให้เคร่ืองกำเนิดไฟฟ้าหมนุ การผลิตไฟฟ้าจากพลงั งานคลืน่ โดย
สามารถทีจ่ ะทำไดท้ ้ังแบบระบบทต่ี ดิ ตั้งไปตามชายฝั่ง และระบบนอกฝง่ั นำ้ ลึกมากกว่า 40 เมตร
4.12 พลงั งานนิวเคลยี ร์
พลังงานนิวเคลียร์ หรือพลังงานปรมาณู (Atomic Nuclear) หมายถึง พลังงานท่ีเกิดการแตกตัวของธาตุ
การเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์น้ัน ซึ่งจะต้องอาศัยแร่ธาตุบางอย่าง เช่น ธาตุยูเรเนียม (Uranium) ธาตุทอเรียม
(Thorium) และธาตุพลูโตเนียม (Plutonium) เป็นเช้ือเพลิงซึ่งอาจถือได้ว่า เป็นแหล่งพลังงานที่มีต้น
กำเนิดจากโลกเรานี้

แผนกเทคนคิ พืน้ ฐาน วิทยาลยั การอาชพี ขนุ หาญ

74

4.13 การเลือกแหลง่ พลงั งาน
การเลอื กใช้ใหเ้ หมาะสมมีอยู่ 3 ด้าน คอื
1. เทคโนโลยีหรือเทคนิค
2. เศรษฐศาสตร์
3. สงั คมและส่งิ แวดลอ้ ม

5. กิจกรรมการเรยี นรู้ (สัปดาห์ที่ 17-18 / 18)

กิจกรรม เวลาโดยประมาณ (นาท)ี

1. ครูเช็คชอ่ื 5

2. พูดทักทายปราศรัยท่ัวไป และอบรมคุณธรรม 10

จริยธรรม และหลังจากนั้นทำแบบทดสอบก่อนเรียน

(Pre-test)

3. ขัน้ นำเข้าสู่บทเรยี น ด้วยการสนทนา การซักถาม 10

ดูภาพจากสอื่ ออนไลน์ เน้ือหาทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั บทเรยี น

4. ข้ันสอน แนะนำประเด็นสำคัญ และแบ่งนักเรียน 35

ค้นคว้าตามหัวข้อเร่ือง ตัวแทนแต่ละกลุ่ม นำเสนอ

ผลงานหน้าช้ันเรียน

5. นักเรียนอภิปรายร่วมกันในประเด็น พลังงานใน 15

อนาคต

6. ครใู ห้นักเรียนทำแบบฝึกหัดหนว่ ยที่ 10 หลังจาก 30

นักเรียนทำเสร็จแล้ว เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน

(Post-test) หนว่ ยท่ี 10

7. ข้ันสรุป ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปเนื้อหา 10

บทเรียน และครูเพมิ่ เตมิ ในส่วนทย่ี งั ไม่ครอบคลมุ

8. ครูมอบหมายงาน ให้ทำรายงานเพิ่มเติม เรื่อง 5

พลงั งานในอนาคต จากส่อื ออนไลน์

รวม 120

6. ส่ือการเรียนรู้
6.1 หนังสอื เรียน วิชาวสั ดุช่างอตุ สาหกรรม รหสั วิชา 20100 – 1002 บริษัทศนู ย์หนงั สือเมืองไทย จำกัด
6.2 เว็บไซตอ์ อนไลน์
6.3 และส่อื ส่งิ พมิ พท์ ่ีเกยี่ วข้องกบั เนอ้ื หาบทเรียน

แผนกเทคนิคพ้ืนฐาน วทิ ยาลัยการอาชพี ขนุ หาญ

75

7. หลกั ฐานการเรยี นรู้
7.1 ผลการนำเสนองานกลุ่ม
7.2 แบบฝึกหดั หนว่ ยท่ี 10
7.3 คะแนนแบบทดสอบหลังเรียน (Post-test) หนว่ ยท่ี 10
7.4 เน้ือหาศึกษาเพม่ิ เตมิ เรอ่ื งพลงั งานในอนาคต
8. การวดั ผลและประเมินผล

การวัดผล การประเมนิ ผล
(ใชเ้ ครือ่ งมือ) (นำผลเทียบกบั เกณฑแ์ ละแปลความหมาย)
1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น (Pre-test) หนว่ ยท่ี 10 ไวเ้ ปรยี บเทียบกบั คะแนนสอบหลังเรียน
2. แบบสังเกตการณ์ทำงานกล่มุ และการนำเสนอผลงานกลุม่ เกณฑ์ผา่ น 50 %
3. แบบฝึกหดั หน่วยท่ี 10 เกณฑผ์ ่าน 50 %
4. แบบทดสอบหลงั เรียน (Post-test) หนว่ ยที่ 10 เกณฑ์ผ่าน 50 %
5. แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ตามสภาพจริง เกณฑผ์ ่าน 50 %

9. การขับเคลอ่ื นปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

สมรรถนะ น้อมนำเศรษฐกจิ พอเพียง โดยการใช้ทรพั ยากรธรรมชาติอยา่ งประหยัด

จดุ ประสงค์ท่วั ไป จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม/ ผลกระทบ

พฤติกรรมบง่ ช้ี สงั คม เศรษฐกจิ วัฒนธรรม ส่งิ แวดลอ้ ม

ประยุกต์ใช้ปรัชญา 1.การเขา้ ใจธรรมชาติ  

ข อ ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ 2.รกั ษาดูแลธรรมชาติ  
พ อ เพี ย ง ด้ า น มี 3.การเรยี นร้โู ดยใช้เงื่อนไข 

เห ตุ ผ ล ใ น ก า ร สภุ าพและประหยัด  
ดำรงชีวติ

แผนกเทคนคิ พ้ืนฐาน วทิ ยาลัยการอาชพี ขุนหาญ

76

10. บันทึกหลังการสอน
10.1 ผลการใชแ้ ผนการจดั การเรียนรู้
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................... ........................................
..............................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................... ...
........................................................................................................................... ..................................................
10.2 ผลการเรยี นของนกั เรยี น/ผลการสอนของคร/ู ปญั หาทพี่ บ
............................................................................................................................................................. .................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................... ...........................
..............................................................................................................................................................................
10.3 แนวทางการแก้ปญั หา
............................................................................................................................................................ ..................
................................................................................................................. .............................................................
..............................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................. ............................
....................................................................................................... ........................................................ ...............

ลงชื่อ............................................
( นายศุภชัย นามศริ ิ )
ครผู สู้ อน

แผนกเทคนิคพ้นื ฐาน วทิ ยาลยั การอาชีพขุนหาญ

77

แบบฝกึ หัดพร้อมเฉลย

แผนกเทคนิคพน้ื ฐาน วทิ ยาลยั การอาชีพขนุ หาญ

78

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนหนว่ ยท่ี 1
วัสดุในงานอุตสาหกรรม
คำส่งั จงเลือกคำตอบทถ่ี กู ต้อง
1. หลักการเลือกวัสดุมาใชง้ านตอ้ งพิจารณาอะไรบา้ ง
ง. ถูกทกุ ขอ้
2. วัสดุในงานอุตสาหกรรมแบง่ ออกไดก้ ป่ี ระเภท
ค. 2 ประเภท
3. โลหะจำพวกเหลก็ (Ferrous Metal) หมายถงึ ข้อใด
ง. โลหะทีม่ ีส่วนผสมของเหล็ก
4. ข้อใดจัดเป็นอนิ ทรียส์ าร (Organic)
ก. หนงั
5. โลหะจำพวกเหลก็ มีความหนาแน่นเทา่ ไร
ข. มากกว่า 4 กรัม/ซม.3
6. เหลก็ กล้าคารบ์ อนสามารถแบง่ ออกได้กี่ชนดิ
ค. 3 ชนิด
7. เหล็กกล้าคาร์บอนสงู (High Carbon Steel) เปน็ เหล็กทมี่ ีคาร์บอนผสมอยู่เท่าไร
ง. ระหวา่ ง 0.6–1.50%
8. เหลก็ กลา้ ไรส้ นมิ (Stainless Steels) หรอื เหล็กอะไร
ก. เหล็กกล้าสแตนเลส
9. เหลก็ กลา้ ไรส้ นิมกลมุ่ ใดแม่เหลก็ สามารถดดู ติดได้
ข. กล่มุ เฟอรร์ ิตกิ (Ferritic)
10. เหลก็ หลอ่ หมายถึงเหลก็ ที่มปี รมิ าณคาร์บอนผสมอย่ตู งั้ แต่เท่าไร
ค. 2–6.67%

แผนกเทคนคิ พื้นฐาน วิทยาลยั การอาชพี ขนุ หาญ

79

เฉลยแบบฝึ กหัดหน่วยท่ี 1

วัสดใุ นงานอุตสาหกรรม

คำสั่ง จงตอบคำถามตอ่ ไปนี้

1. หลกั การเลอื กวสั ดมุ าใชง้ าน ต้องพจิ ารณาอะไรบ้าง

ตอบ 1. ความแขง็ แรง 2. ความหนาแน่น 3. ความเปราะ

4. ด้านการนำไปใช้งาน 5. ราคาต้นทนุ หรือค่าโสหุ้ย 6. กรรมวธิ ีการผลติ

2. วสั ดอุ ุตสาหกรรมหมายถงึ อะไร

ตอบ วสั ดุอุตสาหกรรม หมายถึง ศาสตรท์ ่ีเกี่ยวขอ้ งกับวัสดุที่ใช้ในงานช่าง ท่ีเปน็ พนื้ ฐานสำหรบั ชา่ งทุกสาขา

ในงานอุตสาหกรรมนำไปใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ชิ้นส่วนรถยนต์ อุปกรณ์เคร่ืองจักรกล และ

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น โดยมี 2 ลักษณะ คือ วัสดุงาน คือ วัสดุที่ใช้ทำงานจริง และวัสดุช่วยงาน เป็น

วสั ดทุ ่ชี ่วยในการผลติ

3. วสั ดุประเภทโลหะหมายถงึ อะไร และแบ่งแยกออกไดก้ ่ีชนดิ

ตอบ วัสดุประเภทโลหะ คือ วัสดุท่ีได้จากการถลุงสินแร่ต่าง ๆ ส่วนใหญ่แล้วค่อนข้างจะเป็นโลหะบริสุทธ์ิ

เนอื้ อ่อน แขง็ แรงนอ้ ย ไม่นิยมนำมาใช้งานโดยตรง แตจ่ ะต้องนำไปปรับปรุงคณุ สมบตั กิ อ่ นทจี่ ะนำมาใช้งาน

แยกเป็น 2 กลุ่ม คอื โลหะจำพวกเหลก็ และโลหะนอกจำพวกเหล็ก

4. วสั ดุประเภทอโลหะ (Non–Metallic) สามารถทจ่ี ะแบง่ ย่อยออกได้ก่ชี นิด

ตอบ วสั ดปุ ระเภทอโลหะ แบง่ ออกได้ 2 ชนดิ คอื อินทรยี ส์ ารและอนนิ ทรยี ์สาร

5. โลหะ (Metals) หมายถึงอะไร และแบง่ ออกไดก้ ชี่ นดิ

ตอบ โลหะ หมายถึง วัสดุที่ได้จากการถลุงแร่ธาตุชนิดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ที่มีการจัดเรียงตัว

ของอะตอมอย่างเป็นระเบียบดีกว่าอโลหะ แต่เน้ือโลหะยังบริสุทธ์ิ ต้องนำไปปรับปรุงคุณสมบัติให้เหมาะสม

กอ่ นที่จะนำไปใช้งาน

แบง่ ออกได้ 2 ประเภท คอื โลหะจำพวกเหล็กและโลหะนอกจำพวกเหลก็

6. เหล็กกล้าคาร์บอนแบง่ ออกได้กีช่ นิด อะไรบ้าง

ตอบ เหล็กกล้าคารบ์ อนสามารถแบ่งออกได้ 3 ชนิด คือ เหลก็ กล้าคาร์บอนต่ำ เหลก็ กล้าคาร์บอนปานกลาง

และเหล็กกลา้ คารบ์ อนสงู

7. คาร์บอนมีคุณสมบตั ิเด่นทางกลอยู่ 2 ส่วน มีอะไรบา้ งจงอธบิ าย

ตอบ คาร์บอน มีคณุ สมบัติทางกลที่เด่นอยู่ 2 ส่วน คอื

1. การเพิ่มคุณสมบัติด้านความแข็ง (Hardness) ความต้านทานแรงดึง (Tensile Strength) การทนต่อการ

เสยี ดสี (Wear Resistance) และความสามารถในการชบุ แข็ง (Hardening)

2. การลดคุณสมบัติด้านความเหนียว (Ductility) ความยืดตัว (Elongation) ความสามารถในการตัดเฉือน

(Machine Ability) และความสามารถในการเชอื่ ม (Welding Ability)

8. การเพ่มิ ธาตุตา่ ง ๆ เขา้ ไปในเน้ือเหลก็ กลา้ ผสม เพ่อื ทำให้มีคณุ สมบัติตามทต่ี ้องการ ด้านใดบ้าง บอกมา 5 ข้อ

ตอบ 1. เพิ่มความแข็ง 2. เพม่ิ ความแข็งแรงท่ีอุณหภมู ปิ กตแิ ละอุณหภมู ิสงู

แผนกเทคนิคพน้ื ฐาน วทิ ยาลัยการอาชพี ขุนหาญ

80

3. เพม่ิ คุณสมบัตทิ างฟสิ ิกส์ 4. เพ่ิมความตา้ นทานการสกึ หรอ

5. เพิ่มความต้านทานการกดั กร่อน

9. เ ห ล็ ก ก ล้ า ไ ร้ ส นิ ม ก ลุ่ ม ม า ร์ เ ต น ซิ ติ ก ( Martensitic) แ บ่ ง อ อ ก ไ ด้ ก่ี ป ร ะ เ ภ ท

ตอบ 3 ประเภท คอื 1. ประเภทท่มี คี ารบ์ อนต่ำ ไม่เกนิ 0.15% โครเมยี มระหวา่ ง 12–14%

2. ประเภทท่มี ีคารบ์ อนปานกลาง ประมาณ 0.2–0.4% โครเมียมระหวา่ ง 13–15%

3. ประเภททีม่ คี าร์บอนสูง ระหว่าง 0.6–1% โครเมยี มระหวา่ ง 14–16%

10. เหล็กหลอ่ มีก่ชี นิด อะไรบา้ ง

ตอบ 5 ชนิด คือ เหล็กหล่อสีขาว เหล็กหล่อสีเทา เหล็กหล่อเหนียว เหล็กหล่อแกรไฟต์ก้อนกลม และ

เหล็กหล่อผสม

เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยท่ี 1
วสั ดใุ นงานอตุ สาหกรรม
คำส่ัง จงเลือกคำตอบท่ถี กู ตอ้ ง
1. หลักการเลือกวัสดุมาใช้งานต้องพจิ ารณาอะไรบ้าง
ง. ถูกทกุ ข้อ
2. วัสดุในงานอุตสาหกรรมแบง่ ออกไดก้ ป่ี ระเภท
ก. 2 ประเภท
3. โลหะจำพวกเหล็ก (Ferrous Metal) หมายถึงขอ้ ใด
ข. โลหะทม่ี ีส่วนผสมของเหลก็
4. ขอ้ ใดจดั เปน็ อนิ ทรียส์ าร (Organic)
ค. หนงั
5. โลหะจำพวกเหล็กมีความหนาแนน่ เท่าไร
ง. มากกว่า 4 กรัม/ซม.3
6. เหลก็ กล้าคาร์บอนสามารถแบ่งออกได้กี่ชนิด
ก. 3 ชนิด
7. เหลก็ กล้าคาร์บอนสูง (High Carbon Steel) เปน็ เหล็กทมี่ ีคารบ์ อนผสมอยเู่ ทา่ ไร
ข. ระหว่าง 0.6–1.50%
8. เหล็กกล้าไรส้ นมิ (Stainless Steels) หรือเหลก็ อะไร
ค. เหล็กกลา้ สแตนเลส
9. เหล็กกลา้ ไรส้ นมิ กลมุ่ ใดแม่เหลก็ สามารถดดู ตดิ ได้
ง. กลมุ่ เฟอรร์ ิติก (Ferritic)
10. เหล็กหลอ่ หมายถงึ เหล็กท่ีมีปริมาณคารบ์ อนผสมอยตู่ ั้งแต่เท่าไร
ก. 2–6.67%

แผนกเทคนิคพน้ื ฐาน วิทยาลยั การอาชีพขนุ หาญ

81

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยท่ี 2

กรรมวธิ กี ารผลติ เหล็ก

คำสัง่ จงเลือกคำตอบท่ีถูกตอ้ งท่สี ุด

1. โลหะทีไ่ ดจ้ ากแรต่ อ้ งทำให้บรสิ ุทธ์ิขนึ้ อกี เรยี กวา่ อะไร

ก. การรีไฟนน์ ิ่ง

2. ส่ิงสกปรกที่ลอยอยใู่ นกระบวนการหลอมละลายสนิ แร่ดว้ ยเตาสงู เรยี กว่าอะไร

ข. สแลก (Slag)

3. เตาสงู หรอื เรียกว่าเตาอะไร

ง. เตาบลาสต์เฟอรเ์ นซ

4. หินปนู (Limestone) หรือมีชือ่ ทางเคมีวา่ อะไร

ค. แคลเซยี มคาร์บอเนต (CaCO3)

5. สนิ แรเ่ หล็กเฮมาไทต์ (Hematite : Fe2O3) หรอื เรียกวา่ อะไร

ก. เหล็กออกไซด์

6. เตาสูงเป็นเตาทีใ่ ช้ในการผลติ เหลก็ ดบิ โดยทั่วไปประมาณก่ปี จี ึงตอ้ งทำการหยดุ ซอ่ มแซม

ข. 7 ปี

7. เหลก็ ดิบมกี ่ชี นิด

ค. 3 ชนิด

8. เหล็กกล้าคาร์บอน (Carbon Steel) แบง่ ออกไดก้ ีช่ นิด

ง. 3 ชนิด

9. เตากระทะทใี่ ชใ้ นการถลุงเหล็กกลา้ หรอื เรียกว่าเตาอะไร

ก. เตาโอเพนฮาร์ท

10. กรรมวิธีการผลิตเหลก็ หล่อได้จากเตาชนิดใด ง. เตาควิ โปลา

เฉลยแบบฝึ กหัดหน่วยท่ี 2
กรรมวิธกี ารผลิตเหล็ก
คำสัง่ จงตอบคำถามต่อไปนี้
1. วัตถดุ ิบทีใ่ ชใ้ นการถลุงเหล็กดิบมอี ะไรบ้าง
ตอบ สนิ แรเ่ หลก็ ถา่ นโค้ก หินปนู เศษเหลก็ อากาศ และนำ้
2. สนิ แร่เหล็ก (Iron Ore) มอี ะไรบา้ ง
ตอบ 1. สินแรเ่ หลก็ แมกนีไทต์ (Magnetite : Fe3O4) หรอื เรยี กวา่ เฟอร์โรเฟอรร์ กิ ออกไซค์
2. สินแรเ่ หล็กเฮมาไทต์ (Hematite : Fe2O3) หรือเรียกว่า เหล็กออกไซด์
3. สินแรเ่ หล็กลโิ มไนต์ (Limonite) หรอื เฮมาไทต์ (Hematite) (Fe2O3+ n(H2O)
4. สนิ แร่เหลก็ ซิเดอร์ไรด์ (Siderite : Fe2CO3) หรือเหลก็ คารบ์ อเนต

แผนกเทคนคิ พนื้ ฐาน วิทยาลัยการอาชพี ขุนหาญ

82

5. สนิ แร่เหล็กไพไรต์ (Pyrite : FeS2)
3. จงบอกลำดบั ข้นั ตอนการเตรียมสนิ แร่แบบเบ้อื งตน้

ตอบ 1. สินแร่ 2. ลา้ งหิน ดนิ ทราย

3. บด ทำใหเ้ ป็นผงละเอยี ด 4. ใช้แม่เหล็กดูด เพอื่ แยกเอาผงเหล็ก

5. ผสมผงถา่ นและหนิ ปนู 6. อบไลค่ วามช้ืนและอดั ใหเ้ ปน็ กอ้ นกลม

4. จงบอกวิธีการถลงุ เหลก็ ดิบ เช่น ในการถลงุ เหล็กดิบ 500 ตนั เม่ือใช้วัตถดุ บิ ดงั น้ี คือ สินแร่เหล็ก 1,000 ตัน

ถา่ นโค้ก 400 ตนั หินปูน 250 ตนั และลมรอ้ นประมาณ 2,000 ตนั มีลำดบั ข้ันตอนอยา่ งไร

ตอบ 1. เตรยี มสนิ แรเ่ หลก็ ถ่านโคก้ หินปูน เศษเหลก็ และลมร้อนให้พรอ้ ม

2. นำวัตถทุ ่ีเตรียมป้อนเขา้ เตาทางปาก

3. ด้านล่างของเตาจะมลี มรอ้ นเป่าทำใหถ้ ่านโคก้ เกดิ การเผาไหม้อุณหภมู ิ 200 องศาเซลเซียส

4. ถ่านโค้กเกิดการลุกไหม้ทำปฏิกิริยาดึงออกซเิ จนท่ีอุณหภูมิ 1,200 °C จากสินแร่เหล็กทำให้กลายเป็นเหล็ก

ดบิ หลอมละลายท่ีอุณหภูมิ 1,528 °C ตกลงมาด้านล่าง

5. หินปูนที่ใส่เข้าไป รวมตัวกับสารมลทินในสินแร่เหล็กกลายเป็นสแลก ลอยตัวอยู่บนผิวน้ำเหล็ก

ทอ่ี ณุ หภูมิ 1,600 °C และเตรียมตักทิง้ หรอื ระบายออกไป

6. ผลผลิตทีอ่ อกมาไดเ้ ป็นเหลก็ ดิบ โดยมี 2 ชนิด คือ เหล็กดบิ สเี ทา เหล็กดบิ ขาว ขี้ตะกรนั และแก๊สรอ้ น เป็น

ตน้

5. ผลผลิตทไี่ ดจ้ ากเตาสงู มอี ะไรบ้าง

ตอบ 1. เหล็กดิบ ผลผลิตสำคัญซึ่งได้จากการถลุงแร่ในเตาสูง เหล็กดิบ ท่ีได้จากเตาน้ันมีหลายประเภท

ขึน้ อย่กู ับชนดิ ของแรเ่ หลก็ และวตั ถดุ บิ ทีใ่ สเ่ ข้าไป ชนดิ ของเหลก็ ดบิ มี 3 ชนิด คอื

1.1เบสิกพิก เปน็ เหลก็ ดบิ ทน่ี ำไปถลุงเปน็ เหลก็ กล้า ด้วยกรรมวิธขี องเตากระทะท่เี ปน็ แบบด่าง

1.2เบสเซเมอรพ์ กิ เปน็ เหล็กดบิ ทนี่ ำไปถลุงเหลก็ กลา้ ด้วยกรรมวิธเี บสเซมเมอร์

1.3ฟาวน์ดริ้พกิ เปน็ เหลก็ ดิบท่ีนำไปถลงุ ในโรงหลอ่ โดยอาจเปน็ หล่อหรือเหล็กหลอ่ เหนียว

2. ขี้ตะกรัน เป็นสิ่งสกปรกท่ีอยู่ในสินแร่เหล็ก ซึ่งถูกกำจัดโดยหินปูน ข้ีตะกรันท่ีไดจ้ ากเตาสูงจะมเี น้ือละเอียด

ใช้เป็นส่วนผสมในการทำปูนซีเมนต์ และเป็นวัตถุดิบอย่างหน่ึงสำหรบั ผลิตใยหิน มีคุณสมบัตเิ ปน็ ฉนวนป้องกัน

ความร้อนและเป็นฉนวนปอ้ งกันเสียงได้ดี

3. แก๊สรอ้ น (Hot Gas) ที่ไดจ้ ากเตาสูงในการผลติ เหลก็ ดบิ

6. การผลติ เหลก็ กลา้ ชนดิ ต่าง ๆ สามารถผลิตได้ด้วยเตาประเภทใดบอกมา 5 ขอ้

ตอบ 1. การผลติ เหล็กกล้าจากเตาโทมาส (Thomas Furnace)

2. การผลิตเหล็กกล้าจากเตากระทะหรือเตาโอเพนฮารท์ (Open Hearth Furnace)

3. การผลิตเหล็กกล้าจากเตาไฟฟา้ (Electric Arc Furnace)

4. การผลิตเหล็กกลา้ จากเตาเปา่ ด้วยออกซเิ จน (Direct Oxygen Process or L.D. Process)

5. การผลติ เหล็กกลา้ ดว้ ยเตาเหน่ียวนำกระแสไฟฟา้ (Induction or High Frequency Furnace)

7. จงบอกขัน้ ตอนกรรมวิธกี ารเป่าด้วยออกซิเจน หรอื L.D.–Process ต่อไปนี้

แผนกเทคนิคพ้ืนฐาน วทิ ยาลัยการอาชพี ขุนหาญ

83

ตอบ 1. ภำชนะมที ่อนำ้

ใส่ส่วนประสม (เจือ) ต่ำง ๆ

ท่อออกซเิ จน

2. ใส่เศษเหลก็ 3. ใส่เหลก็ ดบิ 4. ตำแหน่งเป่ ำออกซิเจน 5. เทนำ้ ขตี้ ะกรัน (Slag) 6. เทนำ้ เหลก็ ลงเบ้ำ

8. จงบอกสว่ นประกอบของเตาสงู ต่อไปน้ี ออกลงเบ้ำ

1. ปลอ่ งควนั 6. ลม

2. เครื่องทำลมร้อน 7. ลมภายนอก

3. ก๊าซเสีย 8. ชาร์จ

4. ลมรอ้ น 9. โซนอุน่ สนิ แร่

5. ก๊าซรอ้ น 10. ทางไหลน้ำเหล็ก

9. จงอธิบายกรรมวธิ ีการผลติ เหล็กหล่อจากเตาคิวโปลา มีขนั้ ตอนอะไรบ้าง

ตอบ 1. เริ่มตน้ ด้วยการติดเตาโดยใช้ถา่ นฟนื หรือวัตถเุ ช้ือเพลิง ในครง้ั แรกเมื่อตดิ ดแี ล้วจงึ เติมถ่านโค้กลงไป

ใหม้ ีปริมาณสูงกว่ารพู น่ ลม

2. คอ่ ย ๆ พ่นลมเขา้ ไปในเตาจนกว่าถา่ นโคก้ จะตดิ ไฟ แลว้ จงึ ลดปรมิ าณลมลง

แผนกเทคนิคพ้ืนฐาน วทิ ยาลยั การอาชีพขนุ หาญ

84

3. เติมหินปูนสลับกับเหล็กดิบและเศษเหล็กสลับกันไปเป็นช้ัน ๆ จนเต็ม สลับกันในอัตราส่วน เฉล่ีย
8 : 1 (เหล็กดิบ 8 สว่ น ถา่ นโค้ก 1 สว่ น)
4. เมื่อเติมวัตถุดิบจนเต็ม แล้วให้ปิดรูน้ำเหล็ก รูขี้ตะกรันให้หมด แล้วเพ่ิมปริมาณกระแสลม ทำให้เกิดความ
รอ้ นจนกระท่ังเหล็กหลอมละลาย
5. เม่ือเหล็กหลอมละลายใหเ้ ตมิ วัตถุดิบลงมาเรื่อย ๆ โดยเติมสลับกนั เป็นช้นั ๆ
6. เมื่อเหล็กหลอมละลายจนกระทั่งได้ปริมาณท่ีต้องการให้เปิดรูขี้ตะกรันออกก่อน แล้วจึงเปิดรู
น้ำเหลก็ ออก นำเบ้ามารองรบั น้ำเหล็ก เพอื่ เทลงแบบหล่อท่ีเตรียมไว้
10. เหล็กหลอ่ หมายถึงอะไร และบอกชนดิ เหลก็ หล่อมา 3 ชนิด
ตอบ เหล็กหล่อ คือเหล็กที่มีปริมาณคาร์บอน 2–6.67% มีจุดหลอมเหลวประมาณ 1,150–1,250 °C อัตรา
การขยายตัวต่ำ รับแรงอัดดี รับแรงดึงได้น้อย มีความแข็งแรงอยู่ในเกณฑ์ปานกลางและราคาถูก ประหยัด
เชือ้ เพลงิ ในการถลุง
ชนดิ ของเหลก็ หลอ่ ได้แก่ เหลก็ หลอ่ สเี ทา เหล็กหลอ่ สขี าว และเหล็กหล่ออบเหนยี ว

เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยท่ี 2
กรรมวธิ ีการผลิตเหลก็
คำสั่ง จงเลอื กคำตอบท่ถี กู ต้องทส่ี ุด
1. โลหะที่ได้จากแรต่ ้องทำใหบ้ รสิ ทุ ธ์ิขึน้ อกี เรยี กว่าอะไร
ข. การรไี ฟนน์ ่ิง
2. สงิ่ สกปรกทล่ี อยอยูใ่ นกระบวนการหลอมละลายสินแร่ด้วยเตาสูงเรียกว่าอะไร
ก. สแลก (Slag)
3. เตาสูงหรือเรยี กว่าเตาอะไร
ก. เตาบลาสตเ์ ฟอรเ์ นซ
4. หนิ ปูน (Limestone) มชี ือ่ ทางเคมีว่าอะไร
ง. แคลเซยี มคาร์บอเนต (CaCO3)
5. สินแรเ่ หล็กเฮมาไทต์ (Hematite : Fe2O3) หรอื เรยี กวา่ อะไร
ข. เหล็กออกไซด์
6. เตาสูงเป็นเตาทใ่ี ชใ้ นการผลิตเหลก็ ดิบ โดยทวั่ ไปประมาณกป่ี ีจึงต้องทำการหยุดซ่อมแซม
ข. 7 ปี
7. เหล็กดิบมีกช่ี นดิ
ค. 3 ชนดิ
8. เหลก็ กล้าคาร์บอน (Carbon Steel) แบง่ ออกได้กช่ี นดิ
ค. 3 ชนิด
9. เตากระทะที่ใช้ในการถลงุ เหลก็ กลา้ หรือเรยี กวา่ เตาอะไร

แผนกเทคนคิ พนื้ ฐาน วิทยาลยั การอาชีพขนุ หาญ

85

ค. เตาโอเพนฮารท์
10. กรรมวิธกี ารผลติ เหล็กหลอ่ ได้จากเตาชนิดใด
ข. เตาควิ โปลา

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยท่ี 3
โลหะนอกจำพวกเหลก็
คำส่ัง จงเลอื กคำตอบท่ีถูกตอ้ ง
1. โลหะนอกจำพวกเหล็กแบง่ ออกไดก้ ่ีประเภทใหญ่ ๆ
ค. 3 ประเภท
2. โลหะหนกั มคี วามหนาแนน่ เท่าใด
ก. มากกว่า 4 กรมั /ซม.3
3. ขอ้ ใดจัดอย่ใู นประเภทของโลหะหนัก
ข. ทองแดง
4. ตะกวั่ มสี ญั ลักษณ์ทางเคมอี ยา่ งไร
ง. Pb
5. Light Metal หมายถงึ อะไร
ค. โลหะเบา
6. โลหะผสมแบ่งออกได้ก่ปี ระเภท
ก. 2 ประเภท
7. ทองเหลืองเป็นโลหะผสมระหว่างอะไร
ข. ทองแดงและสังกะสี
8. BZAL เป็นโลหะผสมระหวา่ งอะไร
ง. บรอนซ์อะลูมเิ นียม
9. เงนิ บดั กรีเบอร์ 25 เหมาะสำหรบั งานลกั ษณะใด
ก. งานละเอียด
10. ซนิ เตอร์หมายถงึ อะไร
ก. ผงละเอียด

แผนกเทคนิคพ้นื ฐาน วทิ ยาลยั การอาชีพขนุ หาญ

86

โลหะนอกจำพวกเหลก็

คำสั่ง จงตอบคำถามตอ่ ไปน้ี

1. โลหะนอกจำพวกเหลก็ แบ่งออกไดก้ ช่ี นดิ อะไรบ้าง

ตอบ 3 ชนดิ ได้แก่ โลหะหนกั โลหะเบา และโลหะผสม

2. โลหะหนักหมายถงึ อะไร พรอ้ มยกตัวอยา่ งมา 5 ข้อ

ตอบ โลหะหนัก หมายถึง โลหะท่ีมีความหนาแน่นมากกว่า 4 กรัม/ซม.3 ท่ีมีความสำคัญต่อระบบงาน

อุตสาหกรรม ยกตัวอย่างเชน่ ทองแดง ดบี กุ ทองคำ ตะกวั่ และโครเมียม

3. สังกะสนี ำไปใช้งานอะไรบ้าง

ตอบ ใช้เคลือบเหล็กอาบสังกะสี เคลือบลวด ท่อประปา ทำแผ่นแบตเตอรี่ ใช้เป็นโลหะผสมทำทองเหลือง

ทำสี กระบอกถ่านไฟฉาย กระปอ๋ ง และเคลอื บภาชนะใสอ่ าหาร เป็นตน้

4. โลหะเบาหมายถงึ อะไร พรอ้ มยกตัวอยา่ งมา 5 ขอ้

ตอบ โลหะเบา หมายถึง โลหะท่ีมีความหนาแน่นน้อยกว่า 4 กก./ซม.3 เช่น อะลูมิเนียม แมกนีเซียม

ไทเทเนยี ม เซอรโ์ คเนยี ม และแบรลิ เลยี ม เปน็ ต้น

5. อะลมู ิเนียมใช้ทำผลติ ภัณฑ์อะไรได้บา้ ง บอกมา 10 ข้อ

ตอบ 1. ลวดสายไฟ 2. หมอ้ หุงขา้ ว 3. กระทะไฟฟา้ 4. กระป๋อง 5 . ขั น น้ ำ

6. ทำเฟอร์นเิ จอร์ 7. ทำประตูบ้าน 8. มงุ้ ลวด 9 . ตั ว เรือ น

เครอ่ื งสบู 10. ลูกสูบ

6. โลหะผสมหมายถึงอะไร

ตอบ โลหะผสม หมายถึง การนำโลหะต้ังแต่ 2 ชนิดขึ้นไป ผสมกันในอัตราส่วนที่แตกต่างกัน หรือใน

อัตราส่วนที่กำหนด โดยหลอมละลายให้เป็นเน้ือเดียวกันหรือในอัตราส่วนที่กำหนด เพื่อให้มีคุณสมบัติท่ี

เหมาะสมจะนำไปใชง้ าน

7. ทองเหลืองแบ่งออกได้ก่ีชนดิ อะไรบ้าง

ตอบ ทองเหลืองแบง่ ออกได้ 3 ชนดิ ไดแ้ ก่ ทองเหลอื งหล่อ ทองเหลืองรีด และทองเหลืองพเิ ศษ

8. จงอธิบายกรรมวิธกี ารผลติ โลหะซินเตอรม์ าพอเขา้ ใจ

ตอบ 1. บดโลหะทต่ี อ้ งการผลติ ใหเ้ ปน็ ผงละเอียด

2. ทำการบดอดั โลหะผงลงในแบบที่เตรียมไว้

3. นำเขา้ เตาอบไฟฟา้ ทีอ่ ณุ หภมู ิ 900–1,100 °C

4. เขา้ เคร่ืองอดั เพือ่ ตกแตง่ ขนาดของชิน้ งาน อบท่ีอณุ หภูมิ 1,300–1,700 °C แล้วแกะออกจากแบบ

9. จงบอกคณุ สมบัตขิ องโลหะซนิ เตอร์มาอย่างน้อย 5 ข้อ

ตอบ 1. เป็นโลหะท่มี ีความแขง็ สูง 2. ทนต่อความรอ้ นและทนต่อการกดั กรอ่ นได้ดี

3. สามารถใชเ้ ป็นโลหะแขง็ 4. มีรูพรุน ทำให้เปราะแตกหักง่าย

5. มนี ำ้ หนักเบาและมีความหนาแนน่ นอ้ ย

แผนกเทคนิคพ้ืนฐาน วิทยาลยั การอาชพี ขุนหาญ

87

10. วตั ถดุ ิบท่ีนำมาผลติ เป็นโลหะซินเตอรม์ อี ะไรบา้ ง 3. ผงไทเทเนียมคาร์ไบด์ 4. ผงแทนทาลมั คาร์
ตอบ 1. ผงคารบ์ อน 2. ผงทังสเตนคาร์ไบด์
ไบด์

เฉลยแบบทดสอบหลังเรียนหน่วยท่ี 3
โลหะนอกจำพวกเหล็ก
คำสง่ั จงเลอื กคำตอบทถี่ กู ตอ้ ง
1. โลหะนอกจำพวกเหล็กแบ่งออกได้ก่ปี ระเภทใหญ่ ๆ
ข. 3 ประเภท
2. โลหะหนักมคี วามหนาแน่นเทา่ ใด
ค. มากกว่า 4 กรมั /ซม.3
3. ข้อใดจดั อยใู่ นประเภทของโลหะหนัก
ง. ทองแดง
4. ตะก่วั มีสัญลักษณท์ างเคมีอย่างไร
ข. Pb
5. Light Metal หมายถึงอะไร
ก. โลหะเบา
6. โลหะผสมแบ่งออกไดก้ ป่ี ระเภท
ค. 2 ประเภท
7. ทองเหลืองเปน็ โลหะผสมระหว่างอะไร
ง. ทองแดงและสังกะสี
8. BZAL เปน็ โลหะผสมระหวา่ งอะไร
ข. บรอนซอ์ ะลูมิเนยี ม
9. เงนิ บดั กรีเบอร์ 25 เหมาะสำหรับงานลักษณะใด
ค. งานละเอยี ด
10. ซินเตอร์หมายถึงอะไร
ค. ผงละเอยี ด

แผนกเทคนิคพน้ื ฐาน วิทยาลยั การอาชีพขุนหาญ

88

เช้อื เพลิง วัสดหุ ล่อลนื่ และวัสดุหล่อเย็น
คำสัง่ จงเลอื กคำตอบทีถ่ ูกต้อง
1. เชื้อเพลงิ มสี ว่ นประกอบของธาตอุ ะไรเปน็ หลัก
ง. คารบ์ อนและไฮโดรเจน
2. ข้อใดคอื องคป์ ระกอบการเผาไหม้เชือ้ เพลิง
ง. ถูกทุกขอ้
3. เชอื้ เพลงิ แบ่งไดก้ ีป่ ระเภท
ก. 3 ประเภท
4. ข้อใดต่อไปนจ้ี ดั เปน็ เช้ือเพลิงแขง็
ข. ถา่ นหนิ
5. นำ้ มันดบิ แบบพาราฟนิ เบส (Paraffin–Based) มีสว่ นประกอบของสารอะไร
ค. สารประกอบของสารไฮโดรคารบ์ อน
6. นำ้ มันเบนซิน ออกเทน 95 มีสอี ะไร
ง. สีเหลือง
7. แอลกอฮอล์ชนิดใดทไ่ี ด้จากผลผลติ จากการเกษตร
ก. เอทิลแอลกอฮอล์
8. กา๊ ซมเี ทน มสี ูตรทางเคมีตรงกบั ขอ้ ใด
ข. CH4
9. ก๊าซอะเซทีลีน (Acetylene) มสี ัญลักษณท์ างเคมี ตรงกบั ขอ้ ใด
ข. C2H2
10. ขอ้ ใดเปน็ สารหล่อลนื่ ชนดิ ก่ึงเหลว
ค. จาระบี

แผนกเทคนคิ พ้นื ฐาน วทิ ยาลัยการอาชพี ขุนหาญ

89

เฉลยแบบฝึ กหัดหน่วยท่ี 4
เช้อื เพลงิ วสั ดุหล่อลื่น และวสั ดุหลอ่ เยน็
คำสง่ั จงตอบคำถามตอ่ ไปน้ี
1. เชื้อเพลิงแบง่ ไดก้ ี่ประเภท อะไรบ้าง
ตอบ เช้อื เพลงิ แบ่งได้ 3 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้คือ
1. เชอ้ื เพลงิ แข็ง เชน่ ถา่ นหิน ไม้ แกลบ ข้เี ล่ือย ชานอ้อย และฟางออ้ ย เป็นต้น
2. เชอ้ื เพลงิ เหลว เช่น นำ้ มนั ปโิ ตรเลียม แอลกอฮอล์ นำ้ มนั พืช และนำ้ มันสตั ว์ เป็นต้น
3. เชือ้ เพลงิ ก๊าซ เช่น กา๊ ซธรรมชาติ กา๊ ซหงุ ตม้ และกา๊ ซชีวภาพ เปน็ ตน้
2. องค์ประกอบการเผาไหมเ้ ชื้อเพลงิ มีกสี่ ่วน อะไรบ้าง
ตอบ 3 สว่ น ได้แก่ เช้ือเพลงิ ออกซเิ จน และความรอ้ น
3. ประเภทของถา่ นหิน สามารถแบ่งออกได้ก่ีชนดิ
ตอบ 5 ชนิด ได้แก่ ถ่านหินแบบพีต ถ่านหินแบบลิกไนต์ ถ่านหินแบบซับบิทูมินัส ถ่านหินแบบบิทูมินัส
และ
ถา่ นหินแบบแอนทราไซต์
4. เชื้อเพลงิ เหลว (Liquid Fuel) หมายถึงอะไร
ตอบ เชื้อเพลิงเหลวท่ีไดจ้ ากน้ำมันดิบ จากการทับถมของซากพืช ซากสัตว์ที่ตายแล้ว โดยทับถมกันมาเป็น
เวลาหลาย ๆ ล้านปี น้ำมันดิบ เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน มีองค์ประกอบดังนี้คือ คาร์บอน 83–87%
ไฮโดรเจน 11–15% ออกซิเจน 5% กำมะถัน 6% และไนโตรเจน 0.05% ดังนั้นในการนำน้ำมันดิบหรือน้ำมัน
ปโิ ตรเลยี มมาใช้จะต้องผ่านกรรมวธิ ีการกล่นั
5. ประโยชน์ของก๊าซชีวภาพมีก่ีดา้ น อะไรบา้ ง
ตอบ 3 ดา้ น ได้แก่ ดา้ นสงิ่ แวดลอ้ ม ดา้ นพลงั งาน และด้านการเกษตร
6. จงบอกคณุ สมบตั ิของกา๊ ซอะเซทีลีนมา 5 ข้อ
ตอบ 1. เปน็ แกส๊ ท่ีไม่มสี ี แตม่ กี ลิ่นฉนุ รนุ แรง
2. ติดไฟไดง้ ่ายเมือ่ รวมตวั กับออกซิเจนในอตั ราส่วนทีเ่ หมาะสม
3. เป็นแก๊สทีม่ ีน้ำหนกั เบากว่าอากาศ
4. ละลายในนำ้ แอลกอฮอล์ และอะซโี ตนไดด้ ี
5. เม่ือเย็นจดั จะกลายเป็นของแข็งสีขาว ซงึ่ อาจจะระเบดิ ไดท้ อ่ี ณุ หภมู ิ –83 °C
7. จงอธบิ ายชนิดของสารหลอ่ ล่ืน แบง่ ตามสภาพอณุ หภูมิไดก้ ช่ี นิด อะไรบา้ ง
ตอบ ชนดิ ของสารหล่อลืน่ แบ่งตามสภาพของอณุ หภูมิได้ 3 ชนดิ ไดแ้ ก่
1. สารหลอ่ ล่นื ชนิดเหลว เชน่ นำ้ มนั เคร่อื ง นำ้ มนั พชื และนำ้ มันสตั ว์ เป็นต้น
2. สารหลอ่ ล่นื ชนดิ กง่ึ เหลว เช่น จาระบี เปน็ ต้น
3. สารหล่อลื่นชนิดแข็ง เชน่ แกรไฟต์ ผงหินสบู่ และผงโมลิบดนิ ัม เปน็ ต้น

แผนกเทคนิคพน้ื ฐาน วทิ ยาลัยการอาชีพขุนหาญ

90

8. จงบอกหนา้ ท่ขี องนำ้ มนั เคร่ืองมา 5 ข้อ

ตอบ 1. เป็นตัวชว่ ยในการหลอ่ ลนื่ 2. ช่วยระบายความร้อนของเคร่อื งยนต์

3. ช่วยรักษาความสะอาดภายในเครอ่ื งยนต์ 4. ชว่ ยปอ้ งกันการรั่วซึมของกา๊ ซ

5. ชว่ ยปอ้ งกันการเกิดสนิม

9. จาระบหี มายถงึ อะไร

ตอบ จาระบี เป็นวัสดุหล่อล่ืนแบบก่ึงของเหลว โดยมีส่วนประกอบระหว่างน้ำมันกับสบู่ น้ำมันหล่อลื่นท่ีมี

ดชั นีความหนืดสงู การเติมสารเพ่ิมคุณภาพเพื่อช่วยให้การทำงานได้ที่อณุ หภมู ิต่ำและสูง ในการเลือกใช้จาระบี

ไปใช้ใหเ้ หมาะสมกบั งาน จะต้องพิจารณาถงึ สบทู่ ่นี ำมาผสมเป็นจาระบี

10. วสั ดุหล่อเย็นหมายถึงอะไร และแบง่ ออกไดก้ ี่ประเภท อะไรบ้าง

ตอบ วัสดุหล่อเย็นหรือสารหล่อเย็นท่ีใช้ในการแปรรูปและตัดเฉือนโลหะด้วยคมตัด เช่น การกลึง การเจาะ

การตัด การไส และการเจียระไน เป็นต้น เม่ือนำคมตัดไปใช้งานจะเกิดการเสียดสีระหว่างหน้าคมกับวัสดุ

ชิ้นงาน ทำใหเ้ กิดความรอ้ นขึน้ ซึ่งทำใหค้ มตัดของเคร่อื งมือตัดเสียหายได้

วสั ดหุ ล่อเย็น แบ่งออกได้ 3 ประเภทใหญ่ ๆ ดงั นค้ี ือ อากาศ น้ำ และน้ำมัน

เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยท่ี 4
เชอ้ื เพลิง วัสดุหลอ่ ล่ืน และวัสดหุ ลอ่ เยน็
คำสงั่ จงเลือกคำตอบท่ถี กู ตอ้ ง
1. เช้อื เพลิงมสี ่วนประกอบของธาตุอะไรเปน็ หลัก
ข. คาร์บอนและไฮโดรเจน
2. องคป์ ระกอบการเผาไหมเ้ ช้ือเพลงิ
ง. ถกู ทกุ ขอ้
3. เชอื้ เพลิงแบง่ ไดก้ ่ปี ระเภท
ง. 3 ประเภท
4. ข้อใดต่อไปนีจ้ ัดเปน็ เชอ้ื เพลิงแข็ง
ง. ถ่านหนิ
5. น้ำมนั ดบิ แบบพาราฟนิ เบส (Paraffin–Based) มีส่วนประกอบของสารอะไร
ก. สารประกอบของสารไฮโดรคาร์บอน
6. นำ้ มันเบนซิน ออกเทน 95 มสี อี ะไร
ข. สเี หลือง
7. แอลกอฮอล์ชนดิ ใดทไ่ี ดจ้ ากผลผลิตจากการเกษตร
ค. เอทลิ แอลกอฮอล์
8. ก๊าซมีเทนมีสูตรทางเคมตี รงกับขอ้ ใด

แผนกเทคนิคพ้ืนฐาน วทิ ยาลยั การอาชพี ขุนหาญ

91

ง. CH4
9. กา๊ ซอะเซทลี นี (Acetylene) มสี ัญลักษณท์ างเคมีตรงกันขอ้ ใด
ง. C2H2
10. ข้อใดเป็นสารหลอ่ ลนื่ ชนิดกึง่ เหลว
ก. จาระบี

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยท่ี 5
วสั ดกุ อ่ สร้าง
คำส่งั จงเลอื กคำตอบทถ่ี ูกตอ้ ง
1. วสั ดกุ ่อสรา้ งสามารถแบง่ ออกไดก้ ีป่ ระเภทใหญ่ ๆ
ก. 3 ประเภท
2. ขอ้ ใดเป็นสว่ นประกอบของต้นไม้
ข. ลำตน้
3. ข้อใดจดั เป็นไมเ้ นอ้ื ออ่ น
ค. ไม้มะยมป่า
4. ไมอ้ ดั หรอื มีชื่อเรียกว่าอะไร
ง. ไม้อดั สลบั ชน้ั
5. ไมอ้ ดั ประเภทใชง้ านภายใน เหมาะสำหรับงานลกั ษณะใด
ก. ตกแต่งภายใน
6. ไม้อดั MFD ไดจ้ ากวตั ถดุ บิ ชนิดใด
ข. ซงั อ้อยทเี่ หลอื จากการผลติ น้ำตาล
7. อฐิ เปน็ วสั ดทุ ี่เกดิ จากการผสมวสั ดุชนิดใด
ค. ทราย ดนิ ถ่าน และแกลบ
8. ขอ้ ใดจดั เปน็ แร่ตระกลู คาร์บอเนต
ง. แคลไซด์
9. ทรายถ้ามขี นาดเสน้ ผ่านศูนย์กลางโตกว่า 2 มม. เรยี กว่าอะไร
ก. กรวด
10. คอนกรตี ประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง
ข. ปูน ทราย หิน และน้ำ

แผนกเทคนิคพื้นฐาน วิทยาลัยการอาชีพขนุ หาญ

92

เฉลยแบบฝึ กหดั หน่วยท่ี 5
วสั ดุก่อสร้าง
คำสัง่ จงตอบคำถามต่อไปน้ี
1. วสั ดุก่อสรา้ งสามารถแบ่งออกไดก้ ี่ประเภท และยกตัวอย่างประกอบ
ตอบ 3 ประเภท ได้แก่ 1. วัสดกุ ่อสร้างทั่วไป เช่น ไม้ หนิ ทราย กรวด และอิฐ เป็นต้น
2. วัสดมุ ุงหลังคา เชน่ สงั กะสี และกระเบ้ืองมุมหลังคา เป็นตน้
3. วัสดุปพู น้ื เชน่ ปาเก้ และกระเบื้องปูพ้นื เปน็ ต้น
2. จงบอกโครงสรา้ งของตน้ ไมม้ าอยา่ งน้อย 7 ขอ้
ตอบ 1. ใจกลาง เป็นจุดศนู ย์กลางของตน้ ไม้ จะเป็นรูเล็ก ๆ

2. แก่นไม้ คือ จะอยูร่ ะหวา่ งใจกลาง และกระพ้ี
3. กระพี้ คอื จะอยรู่ ะหว่างแก่นไม้ กบั ทางเลี้ยงลำตน้
4. ทางเลี้ยงลำต้น เปน็ วงปนี อกสดุ ของไม้ ส่วนท่สี ง่ อาหารที่ปรงุ แล้วไปเลี้ยงลำตน้
5. เส้นรศั มี เปน็ เส้นท่ีวิง่ จากใจกลาง ไปหาเปลอื กไม้
6. วงปี เป็นวงแสดงการเจริญเติบโตของตน้ ไม้ โดย 1 ปี จะมี 1 วง หรือมากกวา่ น้ัน
7. เปลอื ก เป็นส่วนทอ่ี ยู่วงนอกสุดของลำตน้
3. จงอธบิ ายกรรมวิธกี ารแปรรปู ไม้
ตอบ 1. Cutting คือ การแปรรูปโดยใช้เคร่ืองทุ่นแรงในการตัด เช่น การเล่ือย การกลึง การตัด การไส เป็น
ต้ น
2. Forming คือ การแปรรูปมาจากการ Cutting โดยไม้พร้อมที่จะนำไปดัดหรือตกแต่ง ทำสลัก และ
ขอ้ ตอ่ ต่าง ๆ
3. Fastening คอื เม่อื ผา่ นขบวนการ Forming เรียบร้อยแล้ว จะนำเขา้ ไปประกอบ ยึดกาว ยดึ สกรู
4. Finishing คือ ขบวนการแปรรูปขั้นสดุ ทา้ ย จะเป็นการตกแต่งเพม่ิ สีสนั ให้ไม้
4. ไม้อดั หมายถงึ อะไร
ตอบ ไม้อัดหรือไม้อัดสลับช้ัน หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการประกอบสมดุล โดยการนำไม้บางหลายแผ่น
มาประกอบให้ยึดติดกันด้วยกาว ลักษณะที่สำคัญคือ การจัดให้ไม้บางแต่ละแผ่นมีแนวเสี้ยนขวางตั้งฉากกัน
เพือ่ เพ่ิมคณุ สมบตั ทิ างความแขง็ แรงและลดการขยายตวั หรอื หดตัวในระนาบของแผน่ ใหน้ อ้ ยท่ีสดุ
5. อฐิ (Brick) หมายถงึ อะไร และยกตวั อยา่ งชนดิ ของอฐิ ที่นำมาใช้งาน อยา่ งนอ้ ย 2 ตวั อย่าง
ตอบ อิฐเปน็ วสั ดุก่อสร้างทเ่ี กดิ จากการผสม ทราย ดิน ถา่ น และแกลบอดั บดให้เป็นดินเหนียวแน่นเป็นกอ้ น
ส่ีเหลี่ยม นำไปตากให้แห้งแล้วนำไปเผาอบให้สุก เพ่ือใช้ในการก่อกำแพง ผนังบ้านพักอาศัย แต่ปัจจุบันมีการ
นำเอาซเี มนตม์ าอดั บดทำเปน็ “อิฐบล็อก”
อิฐมอญ เป็นอิฐท่ีทำขึ้นจากดินโคลน ผสมกับแกลบ 10% เพ่ือให้มีความโปร่ง นำไปอัดข้ึนรูปด้วยมือ
ในแบบ นำไปตากให้แหง้ แลว้ นำไปเผาผิวไม่ค่อยเรียบร้อยเทา่ ใดนัก ราคาถูก เหมาะสำหรับก่อกำแพง ฉาบปูน
ทับ มีความหนา 5 ซม. กว้าง 9 ซม. และยาว 20 ซม.

แผนกเทคนคิ พืน้ ฐาน วทิ ยาลยั การอาชีพขนุ หาญ

93

6. วัฏจกั รของหิน (Rock Cycle) แบง่ ออกได้กปี่ ระเภท อะไรบา้ ง
ตอบ นักธรณีวิทยาได้แบง่ หินออกเป็น 3 ประเภท คือ หินอัคนี หนิ ตะกอนหรอื หินชน้ั และหนิ แปร
7. ทราย (Sand) หมายถงึ อะไร และแบ่งออกไดก้ ่ปี ระเภท อะไรบ้าง
ตอบ ทราย คือ เมล็ดของแร่ธาตุต่าง ๆ ท่ีเป็นวัสดุก่อสร้างใช้เป็นส่วนผสมของคอนกรีต ทรายจะเป็นเม็ด
เล็กๆ ที่แตกแยกออกมาจากหิน โดยเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีขนาดเสน้ ผา่ นศูนยก์ ลางโตไม่เกนิ 2 มม.

ประเภทของทราย โดยท่ัวไปแบ่งออกเป็น 4 ชนิด คือ ทรายบก ทรายแม่น้ำ ทรายทะเล และทราย
ย่อย
8. วตั ถุดบิ ท่ใี ช้ในการผลิตปูนซีเมนต์แบง่ ออกไดก้ ชี่ นิด อะไรบา้ ง
ตอบ 3 ชนิด คือ วัตถุดิบที่มีส่วนประกอบของปูนขาว วัตถุดิบท่ีมีส่วนประกอบของดินดำ และวัตถุดิบ
ปรับแต่งคุณสมบตั ิ
9. ปูนขาว (Limes) หมายถึงอะไร
ตอบ ปนู ขาว คือ วัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้าง ได้มาจากการเผาหินปูน แล้วบดให้เป็นผง ใช้ยึดประสานหิน เพ่ือ
ปรบั ค่าความเปน็ กรดดา่ งของดนิ น้ำ เหมาะสำหรบั บอ่ กุง้ บ่อปลา เลา้ ไก่ และบ่อบำบัดน้ำเสีย เปน็ ต้น
10. คอนกรตี ทใี่ ชใ้ นงานทวั่ ไปตามสดั ส่วนของส่วนผสมแบง่ ได้กชี่ นิด อะไรบา้ ง
ตอบ 3 ชนิด คือ คอนกรีตสำหรับงานท่ัว ๆ ไป คอนกรีตสำหรับงานที่ต้องการรับแรงสูงเป็นพิเศษ และ
คอนกรตี หยาบสำหรบั งานทเ่ี ทเหนอื เสาเข็มเพ่ือรองรับฐานราก

เฉลยแบบทดสอบหลังเรียนหน่วยท่ี 5
วสั ดกุ ่อสร้าง
คำสัง่ จงเลอื กคำตอบที่ถกู ต้องท่สี ดุ
1. วัสดุก่อสรา้ งสามารถแบ่งออกได้กป่ี ระเภทใหญ่ ๆ
ง. 3 ประเภท
2. ข้อใดเป็นส่วนประกอบของตน้ ไม้
ง. ลำต้น
3. ขอ้ ใดจัดเปน็ ไม้เนอื้ ออ่ น
ก. ไมม้ ะยมปา่
4. ไม้อดั หรือมีชอื่ เรยี กวา่ อะไร
ข. ไมอ้ ดั สลบั ชน้ั
5. ไมอ้ ดั ประเภทใช้งานภายใน เหมาะสำหรบั งานลักษณะใด
ค. ตกแตง่ ภายใน
6. ไม้อดั MFD ได้จากวัตถดุ บิ ชนิดใด
ง. ซงั ออ้ ยทีเ่ หลอื จากการผลติ นำ้ ตาล

แผนกเทคนิคพน้ื ฐาน วิทยาลยั การอาชพี ขุนหาญ

94

7. อฐิ เป็นวสั ดทุ เี่ กดิ จากการผสมวัสดุชนดิ ใด

ก. ทราย ดนิ ถา่ น และแกลบ
8. ข้อใดจดั เป็นแร่ตระกลู คารบ์ อเนต
ข. แคลไซด์
9. ทรายถา้ มีขนาดเส้นผ่านศูนยก์ ลางโตกวา่ 2 มม. เรยี กว่าอะไร
ค. กรวด
10. คอนกรตี ประกอบด้วยอะไรบ้าง
ง. ปูน ทราย หนิ และน้ำ

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยท่ี 6
วัสดสุ งั เคราะห์
คำสงั่ จงเลือกคำตอบทถ่ี กู ตอ้ งทีส่ ุด
1. พลาสติกมชี อ่ื เรียกทางเคมีวา่ อะไร
ก. โพลีเมอร์
2. พลาสตกิ เป็นสารประกอบด้วยธาตอุ ะไรบ้าง
ง. ถกู ทกุ ข้อ
3. พลาสติกแบง่ ออกเป็นกป่ี ระเภท
ข. 2 ชนดิ
4. ยางแบ่งออกไดก้ ป่ี ระเภทใหญ่ ๆ
ค. 2 ประเภท
5. Adhesive คอื อะไร
ก. วสั ดปุ ระสาน
6. กาวชนดิ ใดที่เหมาะนำมาตดิ กระจกในตู้ปลา
ง. กาวซลิ โิ คน
7. แก้วมตี น้ กำเนิดมาจากประเทศอะไร
ก. อิยปิ ต์
8. อณุ หภูมิในการหลอมแก้วประมาณเทา่ ไร
ค. 1,200–1,500 oC
9. เซรามกิ ท่เี ปน็ ฉนวนจะประกอบดว้ ยอะไรบ้าง
ง. ถูกทุกขอ้
10. ข้อใดต่อไปนจี้ ัดเปน็ สีรองพน้ื สำหรับเหลก็
ก. สีรองพ้ืนเรดออกไซด์

แผนกเทคนคิ พื้นฐาน วิทยาลัยการอาชพี ขนุ หาญ

95

เฉลยแบบฝึ กหัดหน่วยท่ี 6
วัสดสุ ังเคราะห์
คำสั่ง จงตอบคำถามตอ่ ไปนี้
1. วสั ดุสังเคราะหห์ มายถงึ อะไร
ตอบ วัสดุที่ถูกผลิตขึ้นมาเพ่ือทดแทนสารใหม่ท่ีมีอยู่ตามธรรมชาติ โดยให้มีคุณสมบัติที่ดีกว่า เหมาะท่ีจะ
นำไปใช้งานและมีประโยชน์ตอ่ ไป
2. พลาสติกคอื อะไร
ตอบ พลาสตกิ คือ สารสังเคราะห์ ที่ผลิตข้ึนมาด้วยกรรมวิธีทางเคมี เพ่ือที่จะให้เกิดสารใหม่ ซึ่งมีโครงสร้าง
โมเลกลุ ที่ประกอบดว้ ยธาตคุ าร์บอน (C) ไฮโดรเจน (H) ออกซิเจน (O2) ไนโตรเจน (N) และคลอรนี (Cl)
3. พลาสติกแบ่งออกเปน็ ก่ีประเภท อะไรบ้าง
ตอบ 2 ประเภท คอื พลาสติกแข็งและพลาสติกอ่อน
4. จงอธบิ ายคุณสมบตั ิของยางธรรมชาตแิ ละยางสังเคราะห์
ตอบ ยางธรรมชาติ จะทนต่อการสึกหรอ มีความยืดหยุ่นตัวดี เหนียวทนทานต่อแรงกระแทกได้ดี ใช้ใน
อตุ สาหกรรมรถยนต์ ทำสายพาน แผ่นปะเกน็ รองเทา้ และใช้ในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์
ยางสังเคราะห์ ทนความร้อน สารเคมี น้ำมัน และเก็บไว้ได้นาน การใช้งาน ใช้ทำสายเคเบิล สายไฟ
ถังน้ำพลาสตกิ และสายยาง เปน็ ต้น
5. วสั ดุประสานคอื อะไร
ตอบ วสั ดุประสาน คือ วัสดุทใ่ี ช้ประสานวัสดุหรอื วตั ถุต่าง ๆ ให้ยดึ ตดิ แน่นกนั ตั้งแต่ 2 ชิ้นขนึ้ ไป โดยใช้แรง
ประสานยึดเกาะให้ติดแน่นกับผวิ งาน
6. จงยกตัวอย่างวัสดปุ ระสานธรรมชาติ มาอยา่ งนอ้ ย 5 ชนดิ
ตอบ 1. กาวสัตว์ 2. กาวพืช 3. กาวลาเทก็ ซ์ 4. กาวยาง 5. กาวเคซนิ
7. จงบอกคุณสมบัตขิ องแก้วมา 5 ขอ้
ตอบ 1. ไม่มกี ล่นิ 2. โปรง่ ใสและทึบแสง 3. แข็งเปราะและอ่อนตัวง่ายเมื่อถูกความร้อน (Heat)

4. ทนตอ่ กรดและดา่ ง 5. ป้องกนั การซมึ ของนำ้
8. แก้วแบ่งได้ก่ปี ระเภทใหญ่ ๆ อะไรบา้ ง
ตอบ 3 ประเภท คอื แก้วโซดาไลม์ แกว้ หิน และแกว้ บอโรซลิ ิเกตุ
9. เซรามิกหมายถึงอะไร และแบง่ ออกไดก้ ี่ชนิด อะไรบา้ ง
ตอบ เซรามิก คือ วัสดุที่ผลิตขึ้นจากดินเหนียวและวัสดุอื่น หรือเป็นเครื่องปั้นดินเผาที่มนุษย์คิดค้นสร้าง
ข้นึ มา เพือ่ ประโยชน์ใชใ้ นชวี ิตประจำวัน โดยเปน็ วัสดุท่เี ปน็ โลหะและอโลหะ
แบง่ ได้ 3 ชนดิ ได้แก่ เซรามิกที่เปน็ ฉนวน เซรามิกที่ใช้ป้องกันการส่นั สะเทอื น และเซรามกิ ท่ีเปน็ ผง

แผนกเทคนคิ พื้นฐาน วิทยาลยั การอาชพี ขุนหาญ

96

10. จงอธบิ ายองค์ประกอบของสมี อี ะไรบ้าง
ตอบ 1. กาว คือ สารท่ีทำหน้าท่ียึดประสานอนุภาคของสารประกอบในสเี ข้าไว้ด้วยกันให้เกดิ เป็นฟิล์มของ
สีตดิ แนน่ กบั พื้นผวิ ที่ถกู เคลือบ
2. ผงสี (Pigment) เป็นสารท่ีมีความสามารถในการปิดบงั พื้นผิวหรือซ่อนแสง ผงสีอาจเป็นสารประกอบอินทรีย์
หรอื อนนิ ทรยี ์กไ็ ด้
3. ตัวทำละลาย (Solvent) มีหน้าท่ีช่วยปรับความหนืดของสี เพ่ือให้เหมาะต่อการผลิตหรือสะดวกต่อการใช้
ตัวทำละลายสว่ นใหญ่เป็นสารอนิ ทรยี ์

เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยท่ี 6
วัสดุสังเคราะห์
คำสงั่ จงเลือกคำตอบทถ่ี กู ตอ้ งท่ีสดุ
1. พลาสตกิ มีชอื่ เรียกทางเคมีวา่ อะไร
ค. โพลเี มอร์
2. พลาสติกเปน็ สารประกอบดว้ ยธาตอุ ะไรบ้าง
ง. ถูกทุกขอ้
3. พลาสติกแบ่งออกเปน็ กี่ประเภท
ง. 2 ชนิด
4. ยางแบง่ ออกได้กี่ประเภทใหญ่ ๆ
ง. 2 ประเภท
5. Adhesive คืออะไร
ค. วสั ดปุ ระสาน
6. กาวชนดิ ใดท่ีเหมาะนำมาตดิ กระจกในตู้ปลา
ข. กาวซลิ ิโคน
7. แกว้ มีตน้ กำเนิดมาจากประเทศอะไร
ค. อยิ ิปต์
8. อณุ หภูมใิ นการหลอมแกว้ ประมาณเทา่ ไร
ก. 1,200–1,500 °C
9. เซรามิกทเ่ี ป็นฉนวนจะประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง
ง. ถูกทุกขอ้
10. ข้อใดต่อไปน้จี ัดเป็นสรี องพืน้ สำหรบั เหลก็
ค. สีรองพืน้ เรดออกไซด์

แผนกเทคนิคพนื้ ฐาน วทิ ยาลัยการอาชีพขุนหาญ

97

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยท่ี 7
วสั ดไุ ฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์
คำสัง่ จงเลอื กคำตอบท่ถี ูกตอ้ ง
1. วัสดุทเี่ ปน็ สือ่ ไฟฟ้าหรอื เรยี กวา่ อะไร
ก. วัสดตุ ่อนำ
2. วสั ดชุ นิดใดนยิ มนำมาใช้ทำสายไฟฟา้
ข. ทองแดง
3. สายไฟอะลูมิเนียมเปลือยมกี ชี่ นดิ
ค. 3 ชนดิ
4. ฟิวส์เส้นลวดใชก้ ับอปุ กรณช์ นดิ ใด
ง. สะพานไฟ
5. วัสดชุ นดิ ใดที่ใช้ตดั ตอ่ วงจรไฟฟ้า เมื่อกระแสไฟฟา้ ไหลผา่ นเข้าวงจรไฟฟา้ มากเกินพกิ ดั
ก. ฟวิ ส์
6. ถ่านชนิดใดใชท้ ำไฟฉายเครอ่ื งบินหรอื ใชท้ ำไฟอารก์ ไฟฉายภาพยนตร์
ข. ถ่านขดี อารก์
7. หลอดมีไส้ (Incandescent Lamps) ไสห้ ลอดทำจากวสั ดุชนดิ ใด
ค. ทังสเตน
8. หลอดฟลูออเรสเซนต์ (Fluorescent Lamps) ตัวหลอดเปน็ หลอดแกว้ ใสหนาประมาณเทา่ ไร
ง. 0.8–1.0 มม.
9. ไดโอด ขั้วที่ต่อกับสาร P เรียกว่าอะไร
ก. อาโนด
10. ชนิดของตัวต้านทานแบง่ ออกได้ก่ีชนิด
ข. 3 ชนดิ

เฉลยแบบฝึ กหดั หน่วยท่ี 7
วสั ดไุ ฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์
คำสัง่ จงตอบคำถามต่อไปนี้
1. สายไฟฟ้าหมายถงึ อะไร และมสี ่วนประกอบกี่สว่ น อะไรบ้าง
ตอบ สายไฟ คือ ตัวนำท่ีใช้ในการส่งพลังงานไฟฟ้าจากสถานที่แห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหน่ึง หรือตัวนำไฟฟ้า
ท่ีใช้ในการส่งจา่ ยพลังงานไฟฟ้า จากผู้ผลติ ไปยงั ผ้ใู ช้
มีส่วนประกอบ 2 สว่ น คอื ตวั นำ (Conductor) และฉนวน (Insulator)

แผนกเทคนคิ พน้ื ฐาน วทิ ยาลัยการอาชีพขนุ หาญ

98

2. สายไฟฟา้ เปลือยหมายถึงอะไร แบ่งออกไดก้ ี่ชนิด
ตอบ สายไฟฟ้าเปลือย (Bare Wire Conductor) เป็นสายท่ีไม่มีฉนวนหุ้ม ใช้ได้กับแรงเคล่ือนทุกขนาด
มพี นื้ ที่หน้าตดั ขนาดใหญ่ หรือเปน็ สายเส้นเล็ก ๆ หลายเสน้ นำมาตเี กลยี วรวมกันเพื่อให้ได้พ้ืนที่หน้าตดั รวมกัน
ใหญ่ขน้ึ ทำจากอะลูมิเนียม น้ำหนักเบา ไม่เหมาะทจี่ ะนำมาใชเ้ ดินสายไฟภายในบ้าน
สายเปลือยท่ีนิยมใช้ในปจั จุบัน มีอยู่ 3 ชนดิ คือ สายอะลูมเิ นียมล้วน สายอะลูมิเนียมผสม และสายอะลูมเิ นยี ม
แกนเหลก็
3. ฟิวส์หมายถงึ อะไร ยกตวั อย่างมา 3 ชนิด พร้อมบอกการนำไปใชง้ าน
ตอบ ฟิวส์ (Fuse) คือ อุปกรณ์ไฟฟ้าใช้สำหรับตัดต่อวงจรไฟฟ้า เม่ือกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าวงจรไฟฟ้า
มากเกินไป โดยเป็นตัวนำไฟฟ้าที่เป็นโลหะชนิดหน่ึง ประกอบด้วยเส้นลวดท่ีทำจากวัสดุที่มีจุดหลอมละลายต่ำ
บรรจุอยู่ในภาชนะห่อหุ้ม เช่น ใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าหลายชนิดพร้อมกันมาก ๆ หรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ฟิวส์ ก็จะ
ร้อน และหลอมเหลวขาดออกจากกันทันที ฟิวสจ์ ึงเป็นตัวชว่ ยตดั วงจรไฟฟ้า
1. ฟิวส์เส้นลวด ใช้กับสะพานไฟ ท่ีแผงไฟตามบ้านเรือนทั่ว ๆ ไป เช่น เส้นลวดทองแดง เส้นลวดตะก่ัว และ
เส้นลวดเงิน เป็นต้น
2. ฟวิ ส์หลอด ใชใ้ นวงจรไฟฟา้ ในเครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ เช่น วทิ ยุ โทรทัศน์ เครอ่ื งขยายเสยี ง เปน็ ตน้
3. ฟวิ ส์ขวดกระเบ้ือง เปน็ ฟวิ ส์ท่ีใชก้ ับแผงไฟในบ้าน

4. จงบอกชนิดของถา่ นมา 5 ชนิด และการนำไปใช้งาน
ตอบ 1. ถา่ นความต้านทาน คอื ใช้ทำตวั ตา้ นทาน (Resistance) นิยมใชใ้ นงานอเิ ลก็ ทรอนิกส์
2. ถา่ นอาโนดแกรไฟต์ คือ ใชท้ ำเรคตไิ ฟต์เออร์
3. ถา่ นอเิ ล็กโทรด คือ นิยมนำไปใช้ในเตาอารก์ ไฟฟา้ และเตาหลอมเหล็กไฟฟา้
4. ถ่านขีดอาร์ก คือ ใช้ทำไฟอาร์ก ไฟฉายภาพยนตร์ และไฟฉายเครอ่ื งบนิ
5. ถา่ นอารก์ ไฟฟ้า คือ นิยมนำไปใชใ้ นสวติ ชร์ ถเครนและสวติ ช์เลื่อนรถไฟฟา้
5. หลอดมไี ส้และหลอดฟลูออเรสเซนสห์ มายถึงอะไร
ตอบ 1. หลอดมีไส้ เป็นหลอดท่ีอาศัยการกำเนิดแสงจากความร้อน โดยการให้กระแสไหลผ่านไส้หลอดที่ทำ
ด้วยทังสเตน จนร้อนแล้วเปล่งแสงออกมา มีประสิทธิภาพการส่องสว่างต่ำราว 5–12 Lumen/Watt แตข่ ึ้นอยู่
กบั วัตตข์ องหลอด อายกุ ารใช้งานสัน้ คือเฉลีย่ ประมาณ1,000 ชว่ั โมง มีอณุ หภูมสิ ีประมาณ
2,500–2,700 องศาเคลวนิ แต่ใหด้ ัชนคี วามถกู ต้องของสีประมาณ 97% แต่เปน็ หลอดทไี่ มป่ ระหยัดไฟ
2. หลอดฟลูออเรสเซนต์ เป็นหลอดไฟฟ้าท่ีตอ้ งการความส้ินเปลืองทางพลงั งานไฟฟ้านอ้ ย แต่ให้ความเขม้ ของ
แสงสว่างมาก และความร้อนที่เกิดขึ้นจากหลอดชนิดน้ี มีน้อยกว่าหลอดธรรมดา หลอดชนิดน้ีอาศัยการปล่อย
ประจุไฟฟ้าระหว่างข้ัวของอิเล็กโทรด ส่วนภายในหลอดแก้วจะฉาบด้วยหลอดเรืองแสง ภายในหลอดบรรจุไอ
ปรอทและก๊าซอารก์ อน
6. บลั ลาสต์และสตารต์ เตอร์ หมายถงึ อะไร

แผนกเทคนคิ พน้ื ฐาน วิทยาลยั การอาชีพขุนหาญ

99

ตอบ บัลลาสต์ (Ballast) เป็นขดลวดทำหน้าท่ีแปลงหรือผลิตแรงดันให้ลดลงหรือสูงขึ้นก่อนจ่ายเข้าหลอด
และเปน็ ตวั จำกัดปรมิ าณของกระแสท่จี ะไหลเข้าหลอดในปริมาณท่ีเหมาะสม
สตาร์ตเตอร์ (Starter) เป็นอุปกรณ์ท่ีช่วยทำให้บัลลาสต์ผลิตแรงดันเพ่ือจุดไส้หลอดให้สูงข้ึนและ
ทำหนา้ ท่ีตัดกระแสไฟฟ้าจากอิเล็กโทรด 2 ข้าง เมื่อเรม่ิ จดุ ไสห้ ลอดไปแลว้
7. จงบอกวัสดุฉนวนไฟฟ้ามา 5 ชนดิ และการนำไปใชง้ าน
ตอบ 1. พลาสติกแข็ง คือ ใช้ทำด้ามไขควง ด้ามค้อน สวิตช์ ปล๊ัก หูกระทะ หม้อหุงข้าว หัวจับลวดเช่ือม
และแบตเตอร่ี เป็นตน้
2. พลาสติกออ่ น คอื ใช้ห้มุ สายไฟ ด้ามมดี นาฬิกา สายยาง ไส้ปากกา หลอดกาแฟ และชนิ้ สว่ นอิเลก็ ทรอนิกส์
เป็นตน้
3. ฝ้าย เปน็ ฉนวนอนิ ทรยี ์ ใชห้ ุ้มสายเตารดี เตาไฟฟ้า และสายป๊ัมลม เป็นตน้
4. เซรามิก สามารถทนความร้อนได้สูง ใช้ทำถ้วยเดินสายไฟ ตลับฟิวส์หลอด สะพานไฟ แกนหัวเทียน ฟิวส์
ถ้วย ถว้ ย ชาม แก้วกาแฟ แกว้ น้ำ และแจกัน เปน็ ต้น
5. ใยหิน สามารถทนความร้อนได้สูงถึงประมาณ 300 °C มีสีขาว ใช้ทำผ้าแอสเบสตอส แผ่นปะเก็น ท่อไอน้ำ
และช่วยปอ้ งกนั การสูญเสยี ความร้อน
8. ไดโอดหมายถึงอะไร และบอกชนิดของไดโอดมา 3 ชนิด
ตอบ ไดโอด ทำขึ้นมาจากการเอาสารกงึ่ ตัวนำชนิด N และสารก่ึงตัวนำชนิด P มาเช่ือมต่อกนั โดยเรยี กขั้วท่ี
ต่อกับสาร P วา่ อาโนด (Anode) และข้ัวที่ต่อกบั สาร N วา่ คาโทด (Cathode)
ชนดิ ของไดโอดมีดังนีค้ อื ไดโอดเรค็ ตไิ ฟต์ ซเี นอรไ์ ดโอด และไดโอดเปลง่ แสง
9. ทรานซิสเตอรห์ มายถงึ อะไร
ตอบ ทรานซิสเตอร์ เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้รับการพัฒนามาจากไดโอด สร้างมาจากสารกึ่งตัวนำ
3 ชิ้น มาเช่ือมต่อกันคือ อิมิตเตอร์ (Emitter) เบส (Base) และคอลเลกเตอร์ (Collector) ถูกนำมาใช้งานแทน
สุญญากาศ มขี นาดเลก็ รปู รา่ งแตกตา่ งกัน และใชง้ านงา่ ยกวา่
10. แมเ่ หล็กธรรมชาตแิ ละแม่เหลก็ ถาวรแตกต่างกันอย่างไร
ตอบ 1. แม่เหล็กธรรมชาติ เป็นแม่เหล็กท่ีเกิดข้ึนเองตามธรรมชาติ โดยการนำก้อนหินท่ีสามารถดูดเศษ
โลหะชิ้นเล็ก ๆ ให้ติดกับตัวก้อนหินได้ ทางวิชาธรณีวิทยา เรียกแร่นี้ว่า Magnetite มีสูตรทางเคมี คือ Fe3O4
ไมค่ อ่ ยมีประโยชนเ์ พราะมอี ำนาจน้อย
2. แม่เหล็กถาวร เป็นแม่เหล็กที่สามารถคงสภาพการเป็นแม่เหล็กได้อย่างคงทนถาวรตลอดเวลา ส่วนใหญ่
วัสดใุ ชท้ ำแม่เหล็ก ไดแ้ ก่ โลหะอัลนิโก (Alnico) ได้จากโลหะผสมระหวา่ งโครเมียม โคบอลต์ และแบเรียมเฟอร์
ไรต์ ซ่ึงจะนำมาขน้ึ รปู โดยกรรมวธิ ซี นิ เตอร์
11. เซอร์กิตเบรกเกอร์แบง่ ออกไดก้ ช่ี นดิ อะไรบ้าง
ตอบ 3 ชนิด คอื ชนดิ แบบความรอ้ น ชนดิ แบบสนามแม่เหล็ก และชนดิ แบบผสม
12. วัสดอุ เิ ล็กทรอนิกสม์ ีวิวฒั นาการอยูด่ ้วยกนั ก่ยี ุค อะไรบา้ ง
ตอบ 4 ยุค คอื ยุคของหลอดสุญญากาศ ยุคทรานซิสเตอร์ ยุคไอซี และยคุ ชพิ

แผนกเทคนคิ พื้นฐาน วทิ ยาลยั การอาชีพขนุ หาญ

100

13. ตัวต้านทานหมายถึงอะไร และแบง่ ออกได้กี่ชนิด อะไรบ้าง

ตอบ ตัวต้านทาน เป็นอุปกรณ์ท่ีทำหนา้ ที่จำกัดการไหลของกระแสไฟฟ้าในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ โดยนำไปใช้

ในการแบ่งแรงดนั ไฟฟา้ และใช้เป็นอปุ กรณ์ท่ใี ห้กำเนดิ ความรอ้ น นิยมนำมาประกอบในวงจรด้านอิเลก็ ทรอนิกส์

เช่น วิทยุ โทรทัศน์ เคร่ืองขยายเสียง โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ และแผงวงจรต่าง ๆ เป็นต้น ซ่ึงค่าความต้านทาน

จะมีหนว่ ยเป็นโอหม์

ชนิดของตัวต้านทานแบ่งออกได้ 3 ชนิด คือ ตัวต้านทานแบบค่าคงท่ี ตัวต้านทานแบบปรับค่าได้ และ

ตัวต้านทานแบบปรับเปล่ยี นค่าได้

14. ตัวเกบ็ ประจแุ บบคา่ คงท่หี มายถงึ อะไร และใหบ้ อกตวั เกบ็ ประจุแบบค่าคงทมี่ า 5 ขอ้

ตอบ ตัวเก็บประจุแบบค่าคงที่ (Fix Capacitor) เป็นตัวเก็บประจุที่มีค่าคงที่โดยไม่สามารถเปล่ียนแปลงค่าได้

สว่ นใหญแ่ บ่งตามชนดิ วัสดฉุ นวน ทนี่ ำมาใช้ทำเป็นไดอเิ ลก็ ตริก มีดังนค้ี อื

1. ตัวเกบ็ ประจุชนิดกระดาษ 2. ตวั เกบ็ ประจุชนิดไมกา้ 3. ตัวเก็บประจุชนิดเซรา

มกิ 4. ตวั เก็บประจุชนดิ ฟลิ ม์ พลาสติก 5. ตัวเก็บประจุชนิดอิ

เล็กโทรลติ ิก (Electrolytic Capacitor)

15. การเปล่ียนแรงดนั ไฟฟา้ แบง่ ออกได้ก่ลี กั ษณะ อะไรบ้าง

ตอบ 2 ลักษณะ คือ หม้อแปลงไฟขึ้น (Step–up Transformer) และหม้อแปลงไฟลง (Step–down

Transformer)

เฉลยแบบทดสอบหลังเรียนหน่วยท่ี 7
วสั ดุไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์
คำสงั่ จงเลือกคำตอบทีถ่ ูกต้อง
1. วัสดทุ ่เี ปน็ สอื่ ไฟฟ้าหรอื เรียกวา่ อะไร
ค. วสั ดตุ ่อนำ
2. วัสดชุ นิดใดนิยมนำมาใช้ทำสายไฟฟา้
ง. ทองแดง
3. สายไฟอะลูมเิ นยี มเปลือยมกี ช่ี นิด
ง. 3 ชนิด
4. ฟิวสเ์ ส้นลวดใชก้ ับอปุ กรณช์ นดิ ใด
ข. สะพานไฟ
5. วัสดุชนดิ ใดท่ีใชต้ ดั ตอ่ วงจรไฟฟ้า เม่ือกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเขา้ วงจรไฟฟ้ามากเกนิ พิกดั
ค. ฟวิ ส์
6. ถ่านชนดิ ใดใช้ทำไฟฉายเครือ่ งบินหรือใช้ทำไฟอาร์ก ไฟฉายภาพยนตร์
ง. ถ่านขดี อารก์

แผนกเทคนคิ พืน้ ฐาน วิทยาลัยการอาชีพขุนหาญ


Click to View FlipBook Version