The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารผลงาน นางสาววรรณี วุฒิฤทธากุล นายอำเภอไทรน้อย ตามโครงการนายอำเภอแหวนเพชร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by fA Fa, 2023-07-18 10:56:57

เอกสารผลงานนายอำเภอไทรน้อย

เอกสารผลงาน นางสาววรรณี วุฒิฤทธากุล นายอำเภอไทรน้อย ตามโครงการนายอำเภอแหวนเพชร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566

Keywords: นายอำเภอไทรน้อย

๑ โครงการนายอำเภอแหวนเพชร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เอกสารผลงาน นางสาววรรณี วุฒิฤทธากุล นายอำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี


๒ ประวัติส่วนตัว


๓ พ.ศ. ๒๕๔๖ หลักสูตรปลัดอำเภอ รุ่นที่ ๑๖๐ พ.ศ. ๒๕๕๒ หลักสูตรนายอำเภอ รุ่นที่ ๖๙ พ.ศ. ๒๕๖๔ หลักสูตรนักปกครอง ระดับสูง (นปส.) รุ่นที่ ๗๗ รางวัล “ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๙” อำเภอนำร่องบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แบบบูรณาการ กระทรวงมหาดไทย ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ระดับกลุ่มจังหวัด (ภาคกลางปริมณฑล) ประวัติส่วนตัว ชื่อ - สกุล วรรณี วุฒิฤทธากุล วันเกิด ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๑๙ อายุ ๔๖ ปี ตำแหน่งปัจจุบัน นายอำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี พ.ศ. ๒๕๔๓ ปลัดอำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร ช่วยราชการ สำนักงานเลขานุการ กรมการปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๔ ปลัดอำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี พ.ศ. ๒๕๔๖ บุคลากร ๔ กลุ่มงานวางแผนอัตรากำลัง และพัฒนาระบบงาน กองการเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๕๓ หัวหน้าฝ่ายอำนวยการเลือกตั้ง สำนักบริหารการปกครองท้องที่ พ.ศ. ๒๕๕๖ หัวหน้าฝ่ายแผนงานยุทธศาสตร์ กองวิชาการและแผนงาน พ.ศ. ๒๕๕๘ หัวหน้ากลุ่มงานวิเทศสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน พ.ศ. ๒๕๕๙ หัวหน้ากลุ่มงานแผนงานยุทธศาสตร์ กองวิชาการและแผนงาน พ.ศ. ๒๕๖๑ นายอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก พ.ศ. ๒๕๖๓ นายอำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก พ.ศ. ๒๕๖๔ นายอำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ปริญญาโท - ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (เศรษฐศาสตร์การเมือง) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาตรี - ศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) เกียรตินิยมอันดับ 2 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ - นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ข้อมูลส่วนตัว ประวัติการทำงาน ประวัติการศึกษาอบรม ประวัติการศึกษา ผลงานดีเด่น


๔ ข้อมูลพื้นฐานของอำเภอไทรน้อย


๕ อำเภอไทรน้อย เป็นอำเภอที่จัดตั้งขึ้นล่าสุด รวมทั้งมีพื้นที่มากที่สุดและมีจำนวนประชากรน้อยที่สุด ในจังหวัดนนทบุรี สภาพพื้นที่ทั่วไปยังคงสภาพชนบทไว้ เช่น ท้องนา ท้องไร่ บ้านเรือนแบบเรียบง่าย แต่มีระบบ สาธารณูปโภคชั้นสูง เช่น โรงไฟฟ้า บ่อขยะ คลองชลประทาน และยังพบวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวนนทบุรีอีกด้วย อำเภอไทรน้อยเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญระหว่างจังหวัดนนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และสุพรรณบุรี อำเภอไทรน้อยประชากรทั้งหมด จำนวน ๗๒,๗๕๙ คน แบ่งเป็น ♂ เพศชาย จำนวน ๓๔,๕๖๘ คน ♀ เพศหญิง จำนวน ๓๘,๑๙๑ คน อำเภอไทรน้อยตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดนนทบุรี ห่างจากจังหวัดนนทบุรี 28 กิโลเมตร ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรีและอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอบางเลน และอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม อำเภอไทรน้อย แบ่งเขตการปกครอง ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2457 รวมทั้งสิ้น 7 ตำบล 68 หมู่บ้าน ได้แก่ 1. ตำบลไทรน้อย มีจำนวน 11 หมู่บ้าน 2. ตำบลไทรใหญ่ มีจำนวน 11 หมู่บ้าน 3. ตำบลราษฎร์นิยม มีจำนวน 8 หมู่บ้าน 4. ตำบลคลองขวาง มีจำนวน 10 หมู่บ้าน 5. ตำบลขุนศรี มีจำนวน 8 หมู่บ้าน 6. ตำบลทวีวัฒนา มีจำนวน 8 หมู่บ้าน 7. ตำบลหนองเพรางาย มีจำนวน 12 หมู่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอไทรน้อย ประกอบด้วย - เทศบาลตำบล 1 แห่ง ได้แก่ เทศบาลตำบลไทรน้อย - องค์การบริหารส่วนตำบล 7 แห่ง ได้แก่ 1. องค์การบริหารส่วนตำบลไทรน้อย 5. องค์การบริหารส่วนตำบลคลองขวาง 2. องค์การบริหารส่วนตำบลไทรใหญ่ 6. องค์การบริหารส่วนตำบลขุนศรี 3. องค์การบริหารส่วนตำบลหนองเพรางาย 7. องค์การบริหารส่วนตำบลทวีวัฒนา 4. องค์การบริหารส่วนตำบลราษฎร์นิยม อำเภอ เขตปกครอง ตำบล หมู่บ้าน เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล อบต. ขนาดพื้นที่ ไทรน้อย 7 68 - - 1 7 186.02 ตร.กม. ตารางแสดงขนาดพื้นที่ จำนวนตำบล หมู่บ้าน อบต. เทศบาล จำนวนประชากร ขนาดและที่ตั้ง เขตการปกครอง


๖ เนื่องจากพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มสภาพดินเหมาะแก่การเพาะปลูก มีลำคลองผ่านหลายสาย การ ใช้ประโยชน์ ในพื้นที่หรือการประกอบอาชีพ ส่วนใหญ่จึงมุ่งเน้นในด้านเกษตรกรรม เลี้ยงสัตว์ โดยมีสัดส่วนของ การประกอบอาชีพ ดังนี้ ที่ ประเภทอาชีพ พื้นที่ (ไร่) จำนวนราย 1 ข้าว 89,821 3,449 2 ไม้ผล 8,136 1,981 3 สวนผัก 3,536 983 4 ไม้ดอกไม้ประดับ 48,550 122 5 เห็ด 5 5 6 ประมง 1,888 906 7 ปศุสัตว์ 118,673 (ตัว) 737 ตารางการประกอบอาชีพ กลุ่มผู้ผลิตสินค้าชุมชน (OTOP) ประกอบด้วย ประเภทอาหาร - กลุ่มอาชีพสตรีน้ำพริก - กลุ่มผู้ผลิตขนมเปี๊ยะ - กลุ่มแม่บ้านคลองหม่อมแช่ม (ใบบัวบกทอดกรอบ) - กลุ่มผักปลอดสารพิษ ประเภทเครื่องดื่ม - กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรไทย (น้ำมะพร้าวพร้อมดื่ม) ประเภทของใช้และของประดับตกแต่ง - กลุ่มอาชีพบ้านสวนศิลป์ (เรซิ่น) - กลุ่มหยกไหมงานประดิษฐ์จากผ้า (กล่องใส่ทิชชู) - กลุ่มอาชีพดอกไม้ประดับ (บอนสี) ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร - กลุ่มเกษตรกรไทรน้อย (ผลิตภัณฑ์สมุนไพร) การประกอบอาชีพ กลุ่มอาชีพ


๗ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอไทรน้อย มี 2 แห่ง ดังนี้ 1. “วัดไทรใหญ่” และ “ตลาดน้ำไทรน้อย”ตั้งอยู่ที่ ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี การเดินทาง หากมาจากถนนรัตนาธิเบศร์ ให้ตรงมาจนถึงสามแยกบางใหญ่ ขึ้นสะพานวงแวนเลี้ยวมาทางขวา มุ่งหน้า อ.บาง บัวทอง แล้วตรงมาเรื่อย ๆ ผ่านบิ๊กซี หมู่บ้านบางบัวทอง ผ่านซอยวัดลาดปลาดุก สังเกตทางซ้ายมือจะเป็นถนน บ้านกล้วย - ไทรน้อย ให้เลี้ยวเข้าไป (มีป้ายบอกทางไปตลาดน้ำไทรน้อย) ตรงเข้าไปเรื่อยๆ ประมาณ 13 กิโลเมตร ก็จะเห็นบริเวณที่จอดรถของตลาดสำหรับ “ตลาดน้ำไทรน้อย” จะเปิดเฉพาะวันเสาร์- อาทิตย์ และวันหยุด นักขัตฤกษ์ เปิดขายตั้งแต่ประมาณ 08.00 - 16.00 น. วัดไทรใหญ่ ตลาดน้ำไทรน้อย 2. ตลาดน้ำวัดไทรน้อย ตั้งอยู่ที่วัดไทรน้อย ต.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เปิดบริการทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ที่จอดรถสะดวก กว้างขวาง มาเที่ยว ทำบุญพร้อมทั้งได้กราบสักการะบูชาพระประธาน ศักดิ์สิทธิ์และมหาเจดีย์มุนีภิรมย์ ตลาดน้ำมีร้านค้า ของกินของฝากมากมาย ริมน้ำแพให้อาหารปลา เรือถีบ ฯลฯ ตลาดน้ำวัดไทรน้อย ด้านการท่องเที่ยว


๘ ทรัพยากรดิน มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะต่อการทำเกษตร ทรัพยากรน้ำ มีลำคลองต่าง ๆ จำนวน 54 คลอง คลองพระพิมล ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม


๙ วิสัยทัศน์ของนายอำเภอ


รัฐบาลกำหนดแนวทางการบริหารประเทศโดยการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ.๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) ๑๐ และกำหนดกรอบการพัฒนาระยะยาวเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์“ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนเป็นประเทศ พัฒนาแล้วด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อนำไปสู่การพัฒนาให้คนไทยมีความสุข และตอบสนองต่อการบรรลุซึ่งประโยชน์แห่งชาติในการพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างรายได้ระดับสูงและสร้าง ความสุขของคนไทย สังคมมั่นคง เสมอภาคและเป็นธรรม ประเทศสามารถแข่งขันได้ในระบบเศรษฐกิจ โดย กำหนดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ทั้งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๓ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติที่สอดคล้องกับการดำเนินการ ตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี โดยมีหน่วยงานราชการ จังหวัด อำเภอในฐานะหน่วยงานระดับภูมิภาคเป็นกลไก สำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญต่าง ๆ นำไปปฏิบัติให้บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี แบ่งการปกครองออกเป็น ๗ ตำบล ๖๘ หมู่บ้าน มีองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น ๘ แห่ง ประกอบด้วย ๑ เทศบาลตำบล ๗ องค์การบริหารส่วนตำบล สภาพพื้นที่โดยทั่วไปมีลักษณะ ผสมผสานระหว่างพื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่โรงงาน บ้านจัดสรร ประชาชนมีลักษณะสังคมแบบชนบทกึ่งเมือง ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ ปัจจุบันพบว่าจากสภาพความเจริญเติบโตของเมืองหลวงขยายตัวเข้า มาในพื้นที่อำเภอไทรน้อยอย่างต่อเนื่อง และมีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของชุมชนและประชาชนในพื้นที่ดั้งเดิม ทั้งในด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และโลจิสติสก์ ไม่ว่าจะเป็นการผุดขึ้นของบ้านจัดสรร การซื้อขาย ที่ดินจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวของเมือง อำเภอในฐานะหน่วยงานภูมิภาคซึ่งเป็นกลไก สำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีนายอำเภอเป็นผู้นำ ขับเคลื่อนการดำเนินงานในพื้นที่ จึงต้องกำหนดแนวทางการดำเนินงานในพื้นที่ให้มีความเข้มแข็ง สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายสำคัญของรัฐบาล และที่สำคัญต้องตอบสนองรองรับกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและ สภาพปัญหาความต้องการ ความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการการ ทำงานของภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ในพื้นที่ ได้แก่ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สถาบันการศึกษา วัด กลุ่มสตรี ภาคเอกชน และประชาชน ในการทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ในพื้นที่ และบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับประชาชน โดยมีเป้าหมายการพัฒนาที่เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วม ในการเดินไปสู่จุดหมายเดียวกัน คือ การมุ่งมั่นพัฒนา เพื่อให้อำเภอไทรน้อยเป็นอำเภอน่าอยู่ สังคมมีความ เข้มแข็งปลอดภัย ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และได้กำหนดเป้าหมายการขับ เคลื่อนที่เรียกว่า SAINOI Goals


๑๑ SAINOI Goals ประกอบด้วย การขับเคลื่อนในด้านต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับเป้าหมายอำเภอไทรน้อยน่าอยู่ สังคมมีความเข้มแข็งปลอดภัย ประชาชนมีคุณภาพชีวิตและนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ดังนี้ S Sustainability การพัฒนาอย่างยั่งยืน A Agriculture การส่งเสริมเกษตรกรรมก้าวหน้า เกษตรกรรมที่สร้างมูลค่าสูง I Infrastructure โครงสร้างพื้นฐานมีมาตรฐาน รองรับการขยายตัวของเมือง N Nature การดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ต้นไม้ แหล่งน้ำ ทรัพยากรดิน) O Opportunity ประชาชนได้รับโอกาสในการเข้าถึงบริการภาครัฐอย่างเท่าเทียมกัน I Integrity การเสริมสร้างคุณธรรมในสังคม การขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าวให้บรรลุผล จะต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคีเครือข่ายที่ จะต้องดำเนินการให้เกิดความความต่อเนื่องจนเป็นความยั่งยืนไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมและพัฒนาด้าน การเกษตร โครงสร้างพื้นฐานที่มีมาตรฐานครอบคลุมทุกพื้นที่ การสร้างความตระหนักรู้ร่วมกันอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติทั้งแหล่งน้ำ ดิน อากาศ เพิ่มต้นไม้พื้นที่สีเขียว การดูแลประชาชนให้ได้รับโอกาสอย่างเท่า เทียมกัน และการสร้างค่านิยมยึดถือคุณธรรม ความถูกต้อง มีเหตุมีผล และรู้รักสามัคคีในสังคม ทั้งนี้ ได้กำหนดกลไกวิธีการในการขับเคลื่อนเพื่อไปสู่เป้าหมาย ดังนี้ “สร้างเครือข่าย ขยายความร่วมมือ ยึดถือประชาชน” สร้างเครือข่าย - เนื่องจากการบริหารราชการอำเภอมีข้อจำกัดของทรัพยากรทางการบริหาร โดยเฉพาะเรื่องคนและงบประมาณ นายอำเภอจึงต้องสร้างเครือข่ายจากทุกภาคส่วนในพื้นที่เพื่อมาเป็นกลไกใน การขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง และงาน/กิจกรรมที่ดำเนินการใน พื้นที่ ประกอบด้วย ส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ (กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯลฯ) ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักวิชาการ ผู้นำทางศาสนา ภาคเอกชน ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม กลุ่มสตรี และสื่อสารมวลชน นำทุก ภาคส่วนมาเป็นพันธมิตร ภาคีเครือข่ายในการทำงานต่าง ๆ ให้ได้ ขยายความร่วมมือ - เมื่อมีภาคีเครือข่ายการทำงานที่รอบด้านจะทำให้เกิดความร่วมมือที่ครอบคลุม การดำเนินงานในทุกมิติ และก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างรวดเร็ว รวมทั้งเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของภาครัฐ ในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ก่อให้เกิดการมีส่วนร่วม สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน ยึดถือประชาชน - การเน้นย้ำให้ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ให้ ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน ต้องมีการสร้างการรับรู้ แจ้งข้อมูลข่าวสาร สร้างความเข้าใจในการ ดำเนินกิจกรรม/โครงการต่าง ๆ ที่มีผลกระทบและเกี่ยวข้องกับประชาชน รวมทั้งต้องเปิดโอกาสให้ประชาชน สามารถแสดงความคิดเห็น นำเสนอข้อมูลได้อย่างเต็มที่ หากเรื่องใดประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ไม่เห็นด้วย ต้องมี การทบทวนและปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง นอกจากนี้ นายอำเภอไทรน้อย ยังได้กำหนดเป้าหมายในการปฏิบัติราชการ โดยเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วน ได้มีส่วนร่วมในการเดินไปสู่จุดหมายเดียวกัน คือ การมุ่งมั่นพัฒนา เพื่อให้อำเภอไทรน้อยเป็นอำเภอน่าอยู่ สังคมมีความเข้มแข็งปลอดภัย ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายการพัฒนาของไทรน้อย SAINOI Goals


๑๒ หลักธรรมาภิบาลของนายอำเภอ


๑๓ ได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยยึดกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับของทางราชการ เป็นหลักสำคัญ และ เน้นย้ำให้ทุกส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ใน สังกัด ได้ยึดถือปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด การทำหน้าที่นายอำเภอได้ยึดถือคุณธรรมของนักปกครองในการปฏิบัติงาน และการประพฤติตน มาโดยตลอด ไม่มีการเลือกปฏิบัติทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบ ข้อบังคับและมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งได้ ทุ่มเทความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาและ หน่วยงานต่าง ๆ ในการปฏิบัติหน้าที่นอกจากจะยึดระเบียบ กฎหมาย และมีคุณธรรมประจำใจแล้ว จะต้อง ปฏิบัติงานโดยเน้นให้มีการเปิดเผย เผยแพร่ข้อมูลที่จำเป็นให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนได้รับรู้ รับทราบ และสามารถตรวจสอบการทำงานได้ภายใต้กฎระเบียบที่กำหนด การขับเคลื่อนภารกิจ กิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภารกิจตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง และการดำเนินงานต่าง ๆ ในระดับพื้นที่ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานได้ ร่วมกันแสดงความคิดเห็น กำหนดแนวทาง วิธีการดำเนินงานร่วมกันอย่างเป็นประจำ ในรูปแบบของการประชุม อย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ โดยไม่ยึดถือความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง ทั้งนี้ จะใช้เหตุผลในการตัดสินใจ ร่วมกันเพื่อให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันและสร้างความร่วมมือร่วมใจในการทำงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ในฐานะนายอำเภอที่จะต้องเป็นผู้นำขับเคลื่อนภารกิจต่าง ๆ ได้มุ่งเน้นให้ผู้ปฏิบัติงานทุกระดับมี ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ มีวินัยในการทำงาน โดยผู้บริหารจะต้องเป็นแบบอย่างและรับผิดชอบมากกว่าผู้ปฏิบัติ และหากมีปัญหาอุปสรรคเกิดขึ้นจะต้องร่วมกันคิด ร่วมกันทำ และร่วมกับรับผิดชอบ ไม่ผลักภาระให้กับ ผู้ใต้บังคับบัญชา ได้ดำเนินโครงการ กิจกรรมต่าง ๆ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการและประชาชนส่วนรวม เป็นที่ตั้ง โดยเฉพาะการจัดทำและบริหารงบประมาณจะต้องตอบสนองต่อภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ตามกรอบ อำนาจหน้าที่และเกิดความคุ้มค่า มีประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งเน้นย้ำให้ทุกส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นยึดถือและปฏิบัติตาม ๑ หลักนิติธรรม ๒ หลักคุณธรรม ๓ หลักความโปร่งใส ๔ หลักการมีส่วนร่วม ๕ หลักความรับผิดชอบ ๖ หลักความคุ้มค่า


๑๔ ผลสัมฤทธิ์การปฏิบัติงาน ตามนโยบายรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และ ภารกิจของกรมการปกครอง


๑๕ การขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี รัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการแก้ไขปัญหาความยากจนตามโครงการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เนื่องจากเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้กำหนดให้เรื่องขจัดความยากจนเป็น เป้าหมายที่หนึ่งภายใต้หลักการขจัดความยากจนในมิติต่าง ๆ ครอบคลุมคนทุกเพศทุกวัย โดยการแก้ไขปัญหา ความยากจนแบบพุ่งเป้าใน 5 มิติ ประกอบด้วย มิติด้านสุขภาพ มิติด้านความเป็นอยู่ มิติด้านการศึกษา มิติด้าน รายได้ และมิติด้านการเข้าถึงบริการภาครัฐ รวมถึงปัญหาความเดือดร้อนอื่น ๆ เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตความ เป็นอยู่ที่ดีขึ้นผ่านกลไกระดับจังหวัดและอำเภอ สำหรับอำเภอได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการปฏิบัติการขจัดความ ยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอำเภอ (ศจพ.อ.) โดยมีคณะ กรรมการบริหารศูนย์อำนวยการปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอำเภอ (คจพ.อ.) ซึ่งมีนายอำเภอเป็นประธานกรรมการ พัฒนาการอำเภอและ ท้องถิ่นอำเภอเป็นกรรมการและเลขานุการ มีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน และบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไข ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมกับการพัฒนาคนในทุกช่วงวัย ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึงทีมปฏิบัติการ และทีมพี่เลี้ยงที่คอยส่งเสริมสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงาน การแก้ไขปัญหาความยากจนให้สำเร็จตามเป้าหมาย สำหรับการดำเนินโครงการดังกล่าว ได้ดำเนินการในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๕ และต่อเนื่อง จนถึงปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๖ โดยนำข้อมูลครัวเรือนตามระบบ TPMAP เป็นฐานในการสำรวจ ตรวจสอบ จำแนกแยะแยะประเด็นปัญหาของครัวเรือนในแต่ละมิติ ทั้งนี้ได้มุ่งเน้นการทำงานแบบบูรณาการกับทุกภาคส่วน ทั้งส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจที่มีที่ตั้งในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน วัด สถานศึกษา กลุ่ม องค์กรต่าง ๆ ภาคเอกชน เข้ามามีส่วนในการดูแลช่วยเหลือผู้ยากจน และกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ ให้ได้รับการ ช่วยเหลืออย่างทั่วถึง โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้ประชาชนเหล่านี้มีขวัญกำลังใจ สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมี ความสุข สบายกาย สบายใจและนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ๑ ที่มาของการดำเนินงาน


๑๖ 2.1 สร้างการรับรู้ ๑) ประชุมและมอบนโยบายให้กับผู้ปฏิบัติงานและผู้เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย หัวหน้าส่วน ราชการต่าง ๆ คณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่าง ยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอำเภอ (คจพ.อ.) ทีมปฏิบัติการ ทีมพี่เลี้ยง ผ่านทางรูปแบบ onsite และ online เพื่อให้ทุกหน่วยได้รับทราบวัตถุประสงค์ บทบาทหน้าที่ กรอบแนวทางการดำเนินงาน และนำไปสู่ เป้าหมายการดำเนินงานร่วมกันได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ๒) อบรมการใช้งาน ระบบ Logbook แก่ทีมปฏิบัติการ และทีมพี่เลี้ยง ซึ่งมีหน้าที่ในการ จัดเก็บข้อมูล และบันทึกข้อมูลการดำเนินงาน ให้มีการจัดทำที่ถูกต้อง 2.2 วิเคราะห์สภาพปัญหา และกำหนดแนวทางแก้ไข ๑) ทีมพี่เลี้ยงนำข้อมูลจากระบบ TPMAP ลงพื้นที่ร่วมกับครัวเรือนในการสำรวจสภาพปัญหา ตามหลัก 4 ท (ทัศนคติ ทักษะ ทรัพยากรและทางออก) และร่วมกันกำหนดจัดทำแผนชีวิตและหาแนวทางแก้ไข ให้แต่ละครัวเรือน เพื่อให้การแก้ปัญหาตรงจุดและตรงกับความต้องการของครัวเรือนอย่างแท้จริง ๒) ทีมพี่เลี้ยงบันทึกปัญหาครัวเรือนในระบบ Logbook ๒.๓ จำแนกประเภทครัวเรือน โครงการ/กิจกรรม ๑) ทีมปฏิบัติการฯ จำแนกครัวเรือนที่ต้องการความช่วยเหลือ และครอบครัวที่ยังสามารถ ช่วยเหลือตัวเองได้ (สงเคราะห์/พัฒนาได้) เพื่อทำให้ทราบเป้าหมายในการดำเนินงานช่วยเหลือประชาชน ๒) ทีมปฏิบัติการฯ รวบรวมแนวทางการแก้ไขปัญหาของครัวเรือนจากทีมพี่เลี้ยงมาจำแนกเป็นโครงการ กิจกรรม เป็นรายมิติ และส่งต่อ ศจพ.อ. พิจารณาให้ความเห็นชอบและกำหนดแนวทางเพื่อบูรณาการความช่วยเหลือ ๒.๔ บูรณาการแนวทางการให้ความช่วยเหลือ ๑) จัดประชุม ศจพ.อ. เพื่อบูรณาการ และมอบหมายหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือโดย หน่วยงานต่าง ๆ ที่ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่และภาคีการพัฒนาต่าง ๆ โดยการนำแผนงาน โครงการจากเมนูแก้ จนมาเป็นกรอบแนวทางการให้ความช่วยเหลือ หากสภาพปัญหาไม่ตรงกับเมนูแก้จนให้หน่วยงานดำเนินการ ช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ๒) รายงานข้อมูลผลการดำเนินงานให้ ศจพ.จ. ทราบ เป็นประจำทุกเดือน ๓) ทีมพี่เลี้ยงบันทึกแนวทางการแก้ไขปัญหาในระบบ Logbook อย่างต่อเนื่อง ๒.๕ ดำเนินการให้ความช่วยเหลือ ๑) หน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ ดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามโครงการ/กิจกรรม ที่ผ่านการประชุม ศจพ.อ. ๒) ดำเนินการแก้ไขปัญหาทุกครัวเรือนให้เสร็จสิ้นในระดับอำเภอ หากเกินกว่าศักยภาพอำเภอ ให้ส่งต่อในระดับจังหวัด ๒.๖ บันทึกการข้อมูลในระบบ Logbook ๑) ทีมพี่เลี้ยงร่วมติดตามการให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ ๒) ทีมพี่เลี้ยงบันทึกผลการให้ความช่วยเหลือในระบบ Logbook ๒.7 ติดตามการดำเนินงาน รายงานผล ประชาสัมพันธ์ ตลอดอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาดำเนินการ ๒ วิธีการ/ขั้นตอนดำเนินงาน


๑๗ ผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง อำเภอไทรน้อย มีดังนี้ จากการที่ทีมพี่เลี้ยงลงพื้นที่ร่วมกับครัวเรือนในการวิเคราะห์สภาพปัญหาและหาแนวทางแก้ไข พบว่ามีครัวเรือนที่จะต้องให้ความช่วยเหลือ จำนวน 377 ครัวเรือน (มาจากครัวเรือนตั้งต้น บวก ครัวเรือนตก หล่นที่ตก MPI ลบ เสียชีวิต และย้ายออก) ร่วมแก้ไขปัญหาระดับครัวเรือน/บุคคล แบ่งตามมิติต่าง ๆ ดังนี้ ๓ ผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินงาน มิติสุขภาพ มีจำนวน 53 ครัวเรือน 220 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้าง พบว่า ประสบปัญหาไม่ออกกำลังกาย หรือออกกำลังกายน้อยกว่า สัปดาห์ละ 3 วัน สาเหตุมาจากเป็นผู้สูงอายุมีปัญหาสุขภาพ มีวิธีการ แก้ไขโดยเยี่ยมเยียนและ แนะนำการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับวัย และโรคประจำตัว หน่วยงานที่ร่วมบูรณาการให้ความช่วยเหลือ ประกอบด้วย ทีมปฏิบัติการระดับตำบล ทีมพี่เลี้ยง พัฒนาชุมชน สาธารณสุข อสม. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


๑๘ มิติความเป็นอยู่ มีจำนวน 45 ครัวเรือน 127 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้าง พบว่า ประสบปัญหา สภาพบ้านไม่มั่นคงถาวรและการจัดบ้านเรือนไม่เป็นระเบียบ เรียบร้อยไม่สะอาด และไม่ถูกสุขลักษณะ สาเหตุมาจากบ้านเก่ามีสภาพทรุดโทรม และไม่มีการจัดเก็บเครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ มีวิธีการแก้ไขโดยขอรับ การสนับสนุนงบประมาณการซ่อมแซมบ้านสำหรับรายที่บ้านมีความทรุดโทรม มากไม่เหมาะที่จะอยู่อาศัย สำหรับรายที่บ้านเรือนยังไม่ชำรุดทรุดโทรมมากนัก ได้มีการเยี่ยมเยียนเพื่อแนะนำการจัดบ้านให้ถูกสุขลักษณะ ให้น่าอยู่มากขึ้น หน่วยงานที่ร่วมบูรณาการให้ความช่วยเหลือ ประกอบด้วย เหล่ากาชาด จังหวัดนนทบุรี กิ่งกาชาดอำเภอไทรน้อย สำนักงานจังหวัดนนทบุรี ทีมปฏิบัติการ ระดับตำบล พัฒนาชุมชน อสม. ประชาชนจิตอาสา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน


๑๙ มิติการศึกษา มีจำนวน 29 ครัวเรือน 162 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม พบว่า ประสบปัญหา ไม่ได้รับการศึกษาภาคบังคับ และคนอายุ 15 - 59 ปี เขียนภาษาไทยและคิดเลขอย่างง่ายไม่ได้ สาเหตุมาจากเป็นผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง และบางรายไม่ประสงค์เข้ารับการศึกษาแล้ว มีวิธีการ แก้ไข โดยมอบทุนการศึกษา เยี่ยมเยียนและแนะนำการเรียนรู้ หน่วยงานที่ร่วมบูรณาการให้ความช่วยเหลือ ประกอบด้วย ทีมปฏิบัติการ ตำบล ทีมพี่เลี้ยง กศน.อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


๒๐ มิติด้านการเข้าถึงบริการภาครัฐ (ไม่มี) มิติด้านรายได้ มีจำนวน 294 ครัวเรือน 1,485 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ รับจ้าง พบว่า ประสบปัญหา คนอายุ 60 ปีขึ้นไปไม่มีอาชีพไม่มีรายได้ สาเหตุมาจาก เป็น ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วย ไม่มีอาชีพ จากการเยี่ยมเยียนส่วนใหญ่แจ้งว่า ลูกหลาน ดูแลและส่งเสียค่าใช้จ่าย และได้รับเงินจากเบี้ยยังชีพ และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีวิธีการแก้ไขโดยเยี่ยมเยียน มอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และแนะนำการปลูกผักสวนครัว สร้างความมั่นคงทางอาหาร บางครัวเรือนที่ สามารถพัฒนาประกอบอาชีพ ได้ขอรับงบประมาณจาก หน่วยงานต่าง ๆ หน่วยงานที่ร่วมบูรณาการให้ความช่วยเหลือ ประกอบด้วย ทีมปฏิบัติการ ระดับตำบล ทีมพี่เลี้ยง พัฒนาชุมชน เกษตรอำเภอ กศน.อำเภอ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สาขาไทรน้อย


๒๑ นอกจากนี้ ในการขับเคลื่อนขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง อำเภอไทรน้อย นอกจากจะนำข้อมูลจากระบบ TPMAP แล้วยังได้นำข้อมูลจากการ สำรวจครัวเรือนยากจนตามระบบ Thai QM ของกรมการปกครอง มาดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วย โดยมีการ สำรวจครัวเรือน จำนวน ๒๑,๓๘๔ ครัวเรือน พบปัญหา ๔๖๖ ครัวเรือน (ส่วนใหญ่เป็นครัวเรือนที่มีปัญหาอยู่ใน ระบบข้อมูล TPMAP) โดยใช้กระบวนการทำงานผ่านกลไก ศจพ.อ. ทีมปฏิบัติการ และทีมพี่เลี้ยงในการแก้ไข ปัญหาครัวเรือนดังกล่าว ปัจจุบันสามารถช่วยเหลือเบื้องต้นได้อย่างครบถ้วน ผลจากความมุ่งมั่น ตั้งใจ ทุ่มเท เพียรพยายาม ประสานงานการบูรณาการให้ความช่วยเหลือให้บังเกิดผล อย่างเป็นรูปธรรม และความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจของภาคีเครือข่ายการพัฒนาทุกภาคส่วนในการสนับสนุน ส่งเสริมการขับเคลื่อนการขจัดความยากจนฯ ที่มุ่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชน อยู่รอด พอเพียง ยั่งยืน สามารถช่วยเหลือ ประชาชนกว่า ๑,๓๐๐ ครัวเรือน รวมมูลค่ากว่า ๗๕๕,๓๓๖ บาท โดยมีรายละเอียดดังนี้ ๑. เหล่ากาชาดจังหวัดนนทบุรี ๑.๑ สนับสนุนข้าวสารและไข่ไก่ สำหรับครัวเรือน TPMAP และครัวเรือน Thai QM รวม ๓๗ ชุด มูลค่า ๙๐,๔๘๐ บาท ๑.๒ สนับสนุนงบประมาณซ่อมบ้าน สำหรับครัวเรือน TPMAP จำนวน ๓ หลัง ๆ ละ ๔๐,๐๐๐ บาท รวม ๑๒๐,๐๐๐ บาท ๒. จังหวัดนนทบุรี โดยสำนักงานจังหวัดนนทบุรีสนับสนุนงบประมาณซ่อมบ้าน สำหรับ ครัวเรือน TPMAP จำนวน ๒ หลัง ๆ ละ ๖๐,๐๐๐ บาท รวม ๑๒๐,๐๐๐ บาท ๓. บริษัท สยาม พาวเวอร์ จำกัด สนับสนุนงบประมาณซ่อมบ้าน ครัวเรือน TPMAP จำนวน ๑ ครัวเรือน จำนวนเงิน ๑๘,๙๔๖ บาท ๔. กำนันตำบลคลองขวาง สนับสนุนงบประมาณซ่อมห้องน้ำ ครัวเรือน TPMAP จำนวน ๑ ครัวเรือน จำนวนเงิน ๖,๐๐๐ บาท ๕. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สำนักงานไทรน้อย ๕.๑ สนับสนุนถุงยังชีพและน้ำดื่มสำหรับครัวเรือน TPMAP จำนวน ๑๓๐ ชุด มูลค่า ๔๔,๘๕๐ บาท ๕.๒ สนับสนุนวัสดุประกอบอาชีพ, จัดซื้อเครื่องนอน ครัวเรือน TPMAP จำนวน ๔ ครัวเรือน เป็นเงิน ๒๙,๐๙๐ บาท ๕.๓ สนับสนุนงบประมาณจัดซื้อเครื่องอุปโภค บริโภคผู้ยากไร้ และครัวเรือนตกเกณฑ์Thai QM และครัวเรือนเด็กผู้ยากไร้ เป็นเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท ๕.๔ สนับสนุนถุงยังชีพและน้ำดื่มสำหรับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น จำนวน ๓๐๐ ชุด มูลค่า ๙๐,๐๐๐ บาท และน้ำดื่ม ๕๐๐ แพ็ค มูลค่า ๒๒,๕๐๐ บาท รวมมูลค่า ๑๑๒,๕๐๐ บาท ๕.๕ สนับสนุนทุนการศึกษาเด็กผู้ยากไร้ จำนวน ๑๑ ราย เด็กผู้ยากไร้ในครัวเรือนตกเกณฑ์Thai QM จำนวน ๑ ราย รวม ๑๒ ราย เป็นเงิน ๒๕,๐๐๐ บาท ๕.๖ สนับสนุนงบประมาณจัดซื้อเมล็ดพันธุ์ผักสำหรับครัวเรือน TPMAP และครัวเรือนตกเกณฑ์ Thai QM จำนวน ๒๑๗ ครัวเรือน เป็นเงิน ๑๔,๐๐๐ บาท


๒๒ ๖. ศูนย์ปฏิบัติการระบบท่อ เขต ๖ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ๖.๑ สนับสนุนผ้าอ้อมสำเร็จรูป แก่ผู้ป่วยติดเตียง ครัวเรือน TPMAP จำนวน ๘ ราย รวม ๕๒ แพ็ค มูลค่า ๒๐,๘๐๐ บาท ๖.๒ สนับสนุนถุงยังชีพสำหรับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น จำนวน ๓๐ ชุด มูลค่า ๙,๐๐๐ บาท ๖.๓ สนับสนุนทุนการศึกษาเด็กผู้ยากไร้ จำนวน ๕ ราย ๆ ละ ๓,๐๐๐ บาท เป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท ๗. ชมรมจักรยาน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (กลุ่มเพื่อนนายอำเภอไทรน้อย) มอบจักรยานคัน ใหม่ให้กับเด็กนักเรียนที่ครอบครัวมีรายได้น้อย และยากลำบากในการเดินทางมาโรงเรียน จำนวน ๑๒ คัน มูลค่า ๖๐,๐๐๐ บาท ๘. บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด (ศรแดง) สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ผักสวนครัว แก่ครัวเรือน TPMAP จำนวน ๕๐๐ ซอง มูลค่า ๑๐,๐๐๐ บาท ๙. ศูนย์แบ่งปันอำเภอไทรน้อย ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอไทรน้อย มอบเมล็ดพันธุ์ผักสวน ครัว TPMAP จำนวน ๓๗๗ ชุด มูลค่า ๓,๗๗๐ บาท ๑๐. กิ่งกาชาดอำเภอไทรน้อย สนับสนุนเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน ๔ ชุด แก่ครัวเรือน TPMAP มูลค่า ๑,๒๐๐ บาท ๑๑. สำนักงานเกษตรอำเภอไทรน้อย สนับสนุนต้นพันธุ์ผักสวนครัว แก่ครัวเรือน TPMAP จำนวน ๑๒๐ ชุด มูลค่า ๗,๒๐๐ บาท และสนับสนุนกิ่งพันธุ์อ้อยและมะขามเทศ จำนวน ๑๕๐ ต้น มูลค่า ๗,๕๐๐ บาท รวมมูลค่า ๑๔,๗๐๐ บาท ๑๒. องค์การบริหารส่วนตำบลไทรใหญ่ตำบลหนองเพรางาย หน่วยทหาร ผู้นำจิตอาสาและประชาชน ในพื้นที่ ร่วมลงแรงซ่อมแซมบ้านเรือน ครัวเรือน TPMAP รวม ๕ หลัง ปัญหาอุปสรรค การให้ความช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย กรณีบ้านเรือนไม่มั่นคงถาวร จำเป็นต้องซ่อมแซม แต่ติดปัญหา ที่ครัวเรือนตามกลุ่มเป้าหมายบางรายไม่ได้มีที่ดินเป็นของตนเอง หรืออยู่ในที่ของหน่วยงานภาครัฐเป็นการอาศัย อยู่แบบไม่ถูกต้อง ทำให้การช่วยเหลือในส่วนของงบประมาณของภาครัฐไม่สามารถดำเนินการได้ การแก้ไขของ อำเภอดำเนินการโดยประสานภาคเอกชนในพื้นที่ครัวเรือนเป้าหมายตั้งอยู่สนับสนุนงบประมาณให้ความช่วยเหลือ ข้อเสนอแนะ บางกรณีต้องการความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง แต่เกินความสามารถของอำเภอที่จะสามารถ ดำเนินการได้ จึงต้องส่งต่อให้จังหวัดดำเนินการต่อไป ๔ ปัญหาอุปสรรค/ข้อเสนอแนะ


๒๓ ผลสำเร็จของงาน โครงการ หรือนวัตกรรม ที่เกิดจากการ ริเริ่มของนายอำเภอ


๒๔ การดำเนินโครงการ Care คลอง Care คุณ (การดูแลรักษาคลองพระพิมลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันอุทกภัย และพัฒนาการใช้ประโยชน์จากผักตบชวาในพื้นที่) อำเภอไทรน้อย มีพื้นที่ทั้งหมด ๑๘๖ ตารางกิโลเมตร (ประมาณ ๑๑๖,๐๐๐ ไร่) มีประชากรจำนวน ๖๖,๔๖๐ คน แบ่งการปกครองออกเป็น ๗ ตำบล มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน ๘ แห่ง ประกอบด้วย เทศบาลตำบล ๑ แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล ๗ แห่ง สภาพพื้นที่โดยทั่วไปมีความผสมผสานระหว่าง ชุมชนเมืองและเกษตรกรรม เนื่องจากมีการขยายตัวของบ้านจัดสรร โรงงาน บริษัทต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีระบบสาธารณูปโภคขึ้นสูง เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ เป็นต้น สำหรับพื้นที่ทางการเกษตร จำนวน ๕๕,๕๓๒ ไร่ ทั้งนี้ จากการที่อำเภอไทรน้อยยังมีพื้นที่การเกษตรจำนวนมาก รวมถึงสภาพการเติบโตของเมือง ทำให้ปัจจุบัน คลองพระพิมล ซึ่งเป็นคลองที่ขุดขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ. ๒๔๓๓ จาก อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ผ่านอำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ไปสิ้นสุดบรรจบกับแม่น้ำท่าจีน ที่อำเภอ บางเลน จังหวัดนครปฐม มีความยาวทั้งสิ้น ๓๑.๕๐ กิโลเมตร โดยมีความมุ่งหมายในขณะนั้นเพื่อการขยายพื้นที่ เพาะปลูก การคมนาคมและขนส่งสินค้า และมีคลองสาขาแยกย่อยไปในแต่ละตำบลในพื้นที่อำเภอไทรน้อย ปัจจุบันคลองมีสภาพเสื่อมโทรมอย่างต่อเนื่องตามกาลเวลา มีสภาพตื้นเขิน มีปัญหาวัชพืชและสิ่งกีดขวาง ทางน้ำ เริ่มเกิดปัญหาน้ำเน่าเสีย ในฤดูแล้งไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ได้ในฤดูฝน ไม่สามารถรับและ ระบายน้ำได้ทัน ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่งท่วมบริเวณที่พักอาศัย พื้นที่ทางการเกษตรและพื้นที่เศรษฐกิจของ ประชาชนสองฝั่งคลองทำให้ประสบปัญหาความเดือดร้อนรุนแรงเพิ่มมากขึ้นในทุก ๆ ปีนอกจากนี้ ในปัจจุบัน อำเภอไทรน้อย มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ตั้งอยู่บริเวณริมคลองพระพิมล ได้แก่ วัดไทรใหญ่ ตลาดน้ำวัดไทรใหญ่ และตลาดน้ำวัดไทรน้อย โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาในช่วงวันเสาร์ -อาทิตย์ เฉลี่ยวันละประมาณ ๗๐๐ - ๑,๐๐๐ คน จากความสำคัญดังกล่าว จะเห็นได้ว่า จากสภาพความเสื่อมโทรมที่เกิดขึ้น จึงจำเป็นต้องมีการฟื้นฟู และพัฒนาสภาพคลองอย่างเร่งด่วน นายอำเภอไทรน้อยจึงได้เสนอให้มีการจัดทำโครงการ Care คลอง Care คุณ โดยมีเป้าหมายสำคัญที่จะแก้ไขปัญหาการระบายน้ำและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ โดยการขุดลอกคลอง และกำจัดผักตบชวา วัชพืชในลำคลองพระพิมล ซึ่งมีการสะสมตะกอนดินมาเป็นเวลานาน และผักตบชวา วัชพืช หนาแน่น รวมถึงการนำผักตบชวาไปใช้ประโยชน์เพื่อลดขยะและสร้างมูลค่าเพิ่มอาชีพและรายได้ให้กับ ประชาชน ซึ่งภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนให้การตอบรับในการดำเนินงานเป็นอย่างดี และนายอำเภอได้เสนอ โครงการดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของกระทรวงมหาดไทยด้วย จนทำให้อำเภอไทรน้อยได้รับการคัดเลือกเป็น อำเภอนำร่องบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแบบบูรณาการและสร้างนักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นำการเปลี่ยนแปลง กระทรวงมหาดไทย ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ระดับกลุ่มจังหวัด (กลุ่มจังหวัดภาคกลางและปริมณฑล) การดำเนิน โครงการดังกล่าวจะทำให้คลองพระพิมลสามารถรองรับปริมาณน้ำได้มากขึ้น ช่วยป้องกันปัญหาน้ำท่วมในฤดูน้ำ หลาก และพร่องน้ำเข้าสู่คลองสาขา และพื้นที่การเกษตรได้ในฤดูแล้ง รวมถึงจะทำให้น้ำมีคุณภาพที่ดีขึ้น เป็น ประโยชน์ต่อการนำน้ำไปใช้ในด้านต่าง ๆ สร้างสมดุลของระบบนิเวศ และมีการส่งเสริมให้นำผักตบชวาไปใช้ ประโยชน์มากขึ้น นำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน ๑ ที่มาของการดำเนินงาน


๒๕ ๑) เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และการบริหารจัดการน้ำ เพื่อป้องกันปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน ๒) ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวตลาดน้ำ/ทางน้ำ ให้มีความยั่งยืน ๓) ส่งเสริมและพัฒนาการใช้ประโยชน์จากผักตบชวา เพื่อลดปริมาณขยะและสร้างอาชีพเสริมให้กับ ประชาชน ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๕ โครงการ Care คลอง...Care คุณ ได้กำหนดขั้นตอนการดำเนินการ ประกอบด้วย ๕ กิจกรรม ได้แก่ ๒ วัตถุประสงค์ของโครงการ ๓ ช่วงเวลาดำเนินการ ๔ วิธีการ/ขั้นตอนดำเนินงาน จัดกิจกรรมรณรงค์ สร้างการรับรู้ให้กับประชาชน สร้างการมี ส่วนร่วม โดยกำหนดจัดกิจกรรม kick off ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย ส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา วัด ภาคเอกชน ประชาชนจิตอาสา ร่วมกันเก็บผักตบชวา วัชพืช ปรับภูมิทัศน์ริมฝั่งคลอง กิจกรรมที่ ๑ กิจกรรม Kick off รวมพลคน Care คลอง


๒๖ การขุดลอกคลองพระพิมลซึ่งมีสภาพตื้นเขิน โดยใช้ เครื่องจักรกล ขุดลอกดินระยะทาง ๕.๑ กิโลเมตร กิจกรรมที่ ๒ การขุดลอกคลองพระพิมล


๒๗ การร่วมกันเก็บและกำจัดผักตบชวา วัชพืช โดยภาคราชการ ภาคีเครือข่าย ประชาชนริมคลอง และจิตอาสา อย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง กิจกรรมที่ ๓ การระดมพลังประชาชนจัดเก็บผักตบชวา และวัชพืช


๒๘ จัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว บริเวณตลาด น้ำวัดไทรใหญ่ และตลาดน้ำวัดไทรน้อย รวมถึงกิจกรรมทางน้ำ เช่น กิจกรรมล่องเรือชมวิถีชีวิตริมคลอง การแสดงดนตรีและ ศิลปะ เป็นต้น ในวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ กิจกรรมที่ ๔ การส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว ตลาดน้ำ/ทางน้ำ


๒๙ ปุ๋ยหมักจากผักตบชวา ภาชนะจากผักตบชวา การจัดฝึกอบรมและฝึกปฏิบัติการนำผักตบชวามาใช้ประโยชน์ ให้กับกลุ่มอาชีพ/กลุ่มสตรี เช่น การทำน้ำหมักรสจืด การทำอิฐ มวลเบา การทำภาชนะใส่ของ เป็นต้น โดยใช้วิทยากรจากภาคี เครือข่ายที่มีความรู้เป็นผู้ดำเนินการ กิจกรรมที่ ๕ การส่งเสริมและพัฒนาการใช้ประโยชน์ จากผักตบชวา


๓๐ อิฐบล็อกจากผักตบชวา ผลิตภัณฑ์จักสาน และวงพวงหรีดจากผักตบชวา


โดยอำเภอไทรน้อยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย ดังนี้ ๓๑ พื้นที่ ๓ ระดับ ประกอบด้วย ๑) ระดับชุมชน/หมู่บ้าน ได้รับความร่วมมือจาก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกตำบล ผู้นำชุมชนในเขต เทศบาล วัด โรงเรียน ประชาชนในพื้นที่ ในการร่วมกับขับเคลื่อนกิจกรรมตามโครงการที่กำหนดไว้ ๒) ระดับอำเภอ/จังหวัด อำเภอไทรน้อยเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักโดยได้รับความร่วมมือ สนับสนุนจากส่วนราชการต่าง ๆ ระดับอำเภอ เทศบาลตำบลไทรน้อย องค์การบริหารส่วนตำบลไทรน้อยและ องค์การบริหารส่วนตำบลทุกแห่งในพื้นที่ วัด วิทยาลัยเทคนิคนนทบุรี โรงเรียนวัดไทรใหญ่ โรงเรียนไทรน้อย กลุ่มสตรี สื่อมวลชน และสำนักงานจังหวัด ในการขับเคลื่อนกิจกรรมต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ ๓) หน่วยงานส่วนกลาง โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานส่วนกลาง คือ กรมชลประทาน สนับสนุนกิจกรรมขุดคลอกคลองพระพิมล กลไก/วิธีการในการดำเนินงาน ๑) การประสานงานภาคีเครือข่าย อำเภอไทรน้อยได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการ Care คลอง Care คุณ โดยมีภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนร่วมเป็นคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการ และร่วมกัน ดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ ๒) การบูรณาการแผนงานและยุทธศาสตร์อำเภอไทรน้อยได้กระตุ้น ผลักดันให้มีการบูรณาการ แผนงาน/โครงการ ตั้งแต่แผนพัฒนาหมู่บ้าน แผนพัฒนาตำบล แผนพัฒนาท้องถิ่น แผนพัฒนาอำเภอ และ แผนพัฒนาจังหวัด โดยให้มีแผนงาน/โครงการที่สอดคล้องเชื่อมโยงกับโครงการ Care คลอง Care คุณ บรรจุไว้ ในแผนพัฒนาระดับต่าง ๆ เพื่อทำให้โครงการมีการพัฒนาต่อยอดและสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป ๓) การติดตามหนุนเสริมและประเมินผล โดยที่ทำการปกครองอำเภอไทรน้อย ทำหน้าที่ติดตาม อย่างใกล้ชิดและประเมินผลว่าแต่ละกิจกรรมสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม ตามวัตถุประสงค์และ ภายในเวลาที่กำหนดหรือไม่ รวมถึงการเสนอแนะ ปรับปรุงการดำเนินงานในแต่ละกิจกรรมให้มีความเหมาะสม กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย ๔) การจัดการความรู้อำเภอไทรน้อยโดยที่ทำการปกครองอำเภอและสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ ดำเนินการรวบรวมข้อมูลแผนงาน องค์ความรู้จากการดำเนินกิจกรรมตามโครงการ ปัญหาอุปสรรค เพื่อนำไปสู่ การถอดบทเรียน และประเมินผลการดำเนินโครงการต่อไป ๕) การสื่อสารสังคม ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ สื่อสารทำความเข้าใจการดำเนินโครงการกับภาคี เครือข่ายที่ร่วมดำเนินงาน และประชาชน ผ่านทางกลไกช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ เวทีการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ระดับอำเภอและจังหวัด การประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน การจัดประชุมประชาคมในทุกตำบล เสียงตามสาย หอกระจายข่าว การจัดสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบจดหมายข่าว ภาพอินโฟกราฟฟิก ลงช่องทางออนไลน์ทางเพจ Facebook อำเภอ YouTube ช่องทางการรายงานผลการดำเนินงานของกระทรวงมหาดไทยฯลฯ เพื่อสร้างการรับรู้ และมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน นำไปสู่การร่วมมือสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ภาคีเครือข่ายที่ร่วมดำเนินงาน ประกอบด้วย อำเภอไทรน้อย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ สำนักงานเกษตรอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทุกตำบล เทศบาลตำบลไทรน้อย องค์การบริหารส่วนตำบลทุกแห่งใน พื้นที่ วัดไทรใหญ่ วัดไทรน้อย วัดอ่วมอ่องประชานฤมิต วิทยาลัยเทคนิคนนทบุรี โรงเรียนไทรน้อย โรงเรียนวัด ไทรใหญ่ กลุ่มสตรีอำเภอ สื่อมวลชนท้องถิ่น หอการค้าจังหวัดนนทบุรี และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่


๓๒ ๕.๑ ผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ๑) เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และการบริหารจัดการน้ำ เพื่อป้องกันปัญหาอุทกภัยและ ภัยแล้งและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน เนื่องจากเดิมคลองพระพิมลและคลองซอย คลองสาขาต่าง ๆ ประสบปัญหาผักตบชวาและ วัชพืชหนาแน่น ส่งผลต่อการระบายน้ำ สภาพภูมิทัศน์ไม่เอื้ออำนวยต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นมีการดำเนินการจัดเก็บผักตบชวาและวัชพืชเพื่อบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้า แต่ก็ยัง ดำเนินการไม่ทั่วถึง เนื่องจากผักตบชวามีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และงบประมาณ เครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่มี ประสิทธิภาพเพียงพอ ดังนั้น เมื่อมีการประสานความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในการจัดทำโครงการ Care คลอง Care คุณ ภายใต้โครงการอำเภอนำร่องบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แบบบูรณาการฯ เกิดขึ้น โดยได้รับความร่วมมือ สนับสนุนจากทุกภาคส่วนในการดำเนินกิจกรรมตามโครงการ ทำให้สามารถขุดลอกคลอง กำจัดผักตบชวาและ วัชพืชได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และการบริหารจัดการน้ำ สามารถป้องกัน ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที โดยจะเห็นได้จากสถานการณ์ปัจจุบันที่แต่ละพื้นที่ของประเทศไทย ประสบปัญหาอุทกภัยจนถึงขั้นวิกฤต แต่อำเภอไทรน้อยยังคงรักษาพื้นที่ส่วนใหญ่ไว้ได้ มีเพียงพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณ ริมน้ำที่ไม่มีตลิ่ง พนังกั้นน้ำเพียงไม่กี่ครัวเรือนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณนอกบ้าน ส่งผลให้ประชาชนส่วน ใหญ่เกิดความพึงพอใจจากการดำเนินโครงการฯ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ๒) ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวตลาดน้ำ/ทางน้ำ ให้มีความยั่งยืน หลังจากที่ได้มีการดำเนินโครงการ Care คลอง Care คุณ ทำให้น้ำในคลองใสสะอาด มีการ ปรับสภาพภูมิทัศน์ริมคลอง สร้างจุด check in รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวเฉลี่ยในวัน เสาร์ -อาทิตย์ เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ เทศบาลตำบลไทรน้อยยังได้กำหนดโครงการจัดหาเรือไฟฟ้า ซึ่งจะดำเนินการ ในช่วงต้นปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๖ เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำโดยจะให้บริการล่องเรือชมธรรมชาติวิถีชีวิต คนริมคลอง และเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างตลาดน้ำวัดไทรใหญ่และวัดไทรน้อย ซึ่งจะทำให้การท่องเที่ยวตลาดน้ำ และทางน้ำมีการพัฒนาต่อยอด สร้างรายได้ให้กับประชาชนมากขึ้น ๓) ส่งเสริมและพัฒนาการใช้ประโยชน์จากผักตบชวา เพื่อลดปริมาณขยะและสร้างอาชีพเสริม ให้กับประชาชน นายอำเภอไทรน้อยได้มุ่งเน้นการพัฒนานำผักตบชวาไปใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง ดังนี้ ๓.๑) การจัดฝึกอบรมและฝึกปฏิบัติให้กับกลุ่มสตรี กลุ่มผู้นำท้องถิ่นเพื่อกระตุ้นส่งเสริมให้ นำผักตบชวาไปใช้ประโยชน์ เช่น การทำปุ๋ย การทำภาชนะจากผักตบชวา การสานตะกร้าผักตบชวา เป็นต้น ทั้งนี้ ได้มีการวางขายตะกร้าสานผักตบชวาที่ตลาดน้ำวัดไทรใหญ่ให้ผู้ที่สนใจได้ซื้อและนำไปใช้ต่อไป ๓.๒) การส่งเสริมการรวมกลุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผักตบชวา โดยตั้งขึ้นที่หมู่ ๔ ตำบลคลองขวาง และหมู่ ๔ ตำบลไทรน้อย ๓.๓) ขอความร่วมมือจากวิทยาลัยเทคนิคนนทบุรีในการผลิตอิฐบล็อกทางเท้าจาก ผักตบชวาไปใช้ประโยชน์ในที่สาธารณะ เพื่อกระตุ้นส่งเสริมให้หน่วยงานต่างๆได้นำไปพัฒนาและใช้ประโยชน์ซึ่ง จะร่วมมือกับจังหวัดในการผลิตให้ได้ปริมาณที่มากขึ้นและขยายผลการใช้ประโยชน์ให้มากขึ้นด้วย ๕ ผลสำเร็จจากการดำเนินงาน


๓๓ ๕.๒ ความสอดคล้องต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) อำเภอไทรน้อยได้จัดทำโครงการ Care คลอง Care คุณ โดยมีความสอดคล้องเชื่อมโยงกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ดังนี้ เป้าหมายที่ ๖ Clean Water and Sanitation สร้างหลักประกันว่าจะมีการจัดให้มีน้ำและ สุขอนามัย สำหรับทุกคน และมีการบริหารจัดการที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ ๑๑ Sustainable Cities and Communities ทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐาน ของมนุษย์มีความปลอดภัยทั่วถึง พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งนี้ ผลจากการขับเคลื่อนการดำเนินโครงการก่อให้เกิดผล ดังนี้ ๑) ปัจจุบันสภาพคลองพระพิมลตั้งแต่บริเวณหน้าวัดไทรใหญ่จนถึงวัดไทรน้อย ระยะทาง ๕.๑ กิโลเมตร น้ำมีความใส สะอาดมากขึ้น ส่งผลต่อคุณภาพน้ำดีขึ้น เป็นประโยชน์ต่อการนำน้ำไปใช้ในด้านต่าง ๆ สร้างสมดุลของระบบนิเวศ ทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามไปด้วย ๒) สามารถป้องกันปัญหาอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากในฤดูฝนที่ผ่านมามี ปริมาณฝนในแต่ละพื้นที่ของประเทศเป็นจำนวนมาก ประกอบกับการระบายน้ำจากพื้นที่ตอนเหนือเข้าสู่เขต พื้นที่ไทรน้อยอย่างต่อเนื่องเพื่อระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีนต่อไป จะเห็นได้ว่า อำเภอไทรน้อย ยังสามารถป้องกันน้ำท่วมได้เป็นอย่างดี เมื่อเทียบกับในปีก่อน ๆ ที่มีน้ำท่วมขังในระดับสูงในบริเวณริมคลองและ พื้นที่ที่ไม่มีตลิ่ง พนังกั้นน้ำ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก ๓) ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนโดยเฉพาะคนในพื้นที่ ตระหนักถึงความสำคัญในการร่วมมือร่วม ใจกันในการดูแลรักษาแหล่งน้ำโดยเฉพาะประโยชน์ที่ได้รับจากการป้องกันอุทกภัย ซึ่งจะนำไปสู่การหวงแหน เอาใจใส่และพัฒนาต่อยอดให้เกิดผลอย่างยั่งยืนต่อไป ๔) มีการนำผักตบชวาไปใช้ประโยชน์ก่อให้เกิดอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่มากขึ้น สามารถต่อยอดนำไปสู่การใช้ประโยชน์จากผักตบชวาได้อย่างหลากหลายเป็นการนำขยะมาสร้างมูลค่าได้อีกทางหนึ่งด้วย


๓๔ ๖.1 กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับประโยชน์จากการดำเนินแผนงาน/โครงการ (เชิงปริมาณ) ๑) ประชาชนริมน้ำ จำนวน ๑๒ หมู่บ้าน/ชุมชน ๑,๕๑๕ ครัวเรือน ๒) ประชาชนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ประมาณ ๔,๒๐๐ ครัวเรือน ๓) ประชาชน/ผู้ประกอบการ ที่ค้าขายที่ตลาดน้ำและริมฝั่งคลอง ประมาณ ๔๐๐ ร้านค้า ๔) ชุมชนบ้านจัดสรร ผู้ประกอบการร้านค้า บริษัทต่างๆ ในเขตพื้นที่เศรษฐกิจของอำเภอที่ไม่ได้รับ ความเสียหายจากปัญหาอุทกภัย ประมาณ ๑,๒๐๐ หลังคาเรือน/ร้านค้า/บริษัท ๖.2 ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับในรูปแบบมูลค่าทางเศรษฐกิจและ/หรือสังคม ที่เพิ่มขึ้นจากการ ดำเนินโครงการ มูลค่าทางเศรษฐกิจ ที่สำคัญคือ ๑) มีพื้นที่ได้รับประโยชน์โดยตรง ๑๒,๐๐๐ ไร่ พื้นที่ป้องกันน้ำท่วมได้ ๗,๐๐๐ ไร่ (ข้อมูลจาก สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)) ๒) สามารถป้องกันปัญหาอุทกภัย/ภัยแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความเสียหายทาง เศรษฐกิจและทรัพย์สินให้กับกลุ่มอาชีพต่าง ๆ และประชาชนในพื้นที่ ๓) มูลค่ารายได้จากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ๔) การพัฒนาด้านอาชีพโดยส่งเสริมการสร้างมูลค่าจากผักตบชวา ๕) เพิ่มช่องทางการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชน ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร มูลค่าทางสังคม ที่สำคัญคือ ๑) ประชาชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของแหล่งน้ำ มีความหวง แหน และมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาแหล่งน้ำ ๒) ระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์ สภาพแวดล้อมน่าอยู่ สะอาด ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ๓) แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ๔) การนำผักตบชวาไปใช้ประโยชน์ ช่วยลดปริมาณขยะให้น้อยลงได้ ๕) สังคมมีความเข้มแข็ง มั่นคง ปลอดภัย มีความร่วมมือร่วมใจนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ผลจากการดำเนินโครงการดังกล่าวได้มีส่วนสำคัญทำให้คลองพระพิมลและคลองต่าง ๆ ใน พื้นที่อำเภอไทรน้อย มีความสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีขึ้น เนื่องจากการตื่นตัวและมีส่วนร่วมจากทุกหน่วยงานที่ สำคัญช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับประชาชนริมคลองและประชาชนในพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ เศรษฐกิจของอำเภอ ทำให้บ้านเรือนและประชาชน มีความมั่นคง ปลอดภัย และนำไปสู่ความร่วมมือร่วมใจของ ทุกภาคส่วนในพื้นที่ที่จะช่วยกันพัฒนาต่อยอดให้เกิดผลอย่างยั่งยืนต่อไป ประโยชน์และผลสัมฤทธิ์ต่อประชาชน (High Impact) และการก่อให้เกิดการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม (High Value) ในพื้นที่ ๖


๓๕


Click to View FlipBook Version