The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

E-book เทคโนโลยีอวกาศ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by anyarat_am_2, 2021-10-13 06:19:09

E-book เทคโนโลยีอวกาศ

E-book เทคโนโลยีอวกาศ

Space Technology

เอทควโกนาโลศยี



คานา

E-book เล่มนี้ จัดทาข้นึ ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการ
เรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ( ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560 ) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับความหมายของเทคโนโลยี
อวกาศ ความก้าวหน้าของการสารวจอวกาศ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอวกาศ ตัวอย่าง
เทคโนโลยีอวกาศ การพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ ประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศ และการใช้
ชีวติ อยู่ในอวกาศ

ผู้จัดทา หวังเป็นอย่างยิ่งว่า E-book เล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการจัดการ
เรียนรู้ และเป็นส่วนสาคัญในการพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษากลุ่มสาระการ
เรียนรู้วิทยาศาสตร์ โลกและอวกาศ

นางสาวอัญญารัตน์ ภวิ งค์
ผู้จัดทา

ข ก

สารบัญ 1
2
คานา 3
สารบัญ 7
ความหมายของเทคโนโลยีอวกาศ 17
ความก้าวหน้าของการสารวจอวกาศ 20
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอวกาศ 21
ตัวอย่างเทคโนโลยีอวกาศ
การพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ
ประโยชนข์ องเทคโนโลยีอวกาศ
การใช้ชีวติ อยู่ในอวกาศ

1

ความหมายของเทคโนโลยี

เทคโนโลยีอวกาศ (Space Technology) หมายถึง การ
นาองค์ความรู้ วิธีการ และเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ใน
การศึกษาดาราศาสตร์และห้วงอวกาศที่อยู่นอกเหนืออาณาเขตของโลก
อย่างเหมาะสม ทั้งเพื่อการเรียนรู้และการทาความเข้าใจต่อจักรวาล
ปรากฏการณ์ และดวงดาวต่างๆ ยังรวมไปถึงการศึกษาค้นคว้าเพื่อ
พัฒนานวตั กรรมและเทคโนโลยีตา่ งๆ ที่เป็นประโยชน์แก่มนุษยชาติ ไม่ว่า
จะเป็นการสารวจทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างเครือข่ายติดต่อส่ือสาร
หรอื การเตือนภัยพิบัติต่างๆ

2

ความกา้ วหน้าของการสารวจอวกาศ

ยุคก่อนอวกาศ

ในอดีตมนุษย์มีความเข้าใจว่า ท้องฟ้าและอวกาศ เป็นสถานที่ลึกลับ การเกิด
ลม ฝน พายุ หรือสายฟ้าเกดิ จากการบันดาลของเทพเจ้า แต่ต่อมาเมื่อความก้าวหน้า
ทางเทคโนโลยมี มี ากขนึ้ มนุษยเ์ รมิ่ สารวจหาขอ้ เทจ็ จริงโดยการสารวจในช่วงแรกยังคง
เปน็ การใชก้ ลอ้ งโทรทรรศน์ (telescope) ส่องดูวัตถุต่างๆบนท้องฟ้า และใช้จานรับ
คล่ืนวทิ ยุจากดวงดาวต่างๆ

ยุคอวกาศ

ยุคอวกาศเป็นยุคที่วงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีการพัฒนาและเฟื่องฟูที่จะ
ศึกษาเรื่องของอวกาศมากขึ้น มีการประดิษฐ์ยานอวกาศเพ่ือส่งไปสารวจห้วง
อวกาศ โดยจุดเร่ิมต้นของอวกาศเกิดขึ้นเมื่อสหภาพโซเวียตส่งดาวเทียมดวงแรกของ
โลกชอื่ สปุตนิ 1 (sputnik 1) ขนึ้ สู่อวกาศเมอ่ื วนั ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ.2500 ต่อมาทงั้
สหภาพโซเวียต สหรัฐอเมริกา และอีกหลาย ๆ ประเทศ ต่างก็ตั้งโครงการสารวจ
อวกาศ โดยได้สง่ ดาวเทยี มและยานอวกาศขน้ึ ไปโครจรรอบโลกมากมาย รวม ทัง้ การ
ส่งยานอวกาศไปสารวจดาวเคราะห์ต่าง ๆ และมีการร่วมมือกันระหว่างประเทศ เพื่อ
จัดตัง้ โครงการสถานอวกาศเปน็ สถานีทดลองทางวทิ ยาศาสตร์บนห้วงอวกาศ ซึ่งคาด
ว่าจะแล้วเสรจ็ สมบูรณใ์ นปี พ.ศ.2550

3

ความกา้ วหน้าของเทคโนโลยีอวกาศ

ปัจจุบันสิ่งประดิษฐ์ที่อาศัยความรู้ทางด้านเทคโนโลยี
อวกาศมีมากมายหลายชิ้น โดยเฉพาะการสร้างดาวเทียมประเภท
ต่าง ๆ ขึ้นมาช่วยอานวยประโยชน์ต่อการดารงชีวิตของมนุษย์ใน
หลาย ๆ ด้าน ที่สาคัญ ได้แก่

การสื่อสาร

การสารวจทรพั ยากรธรรมชาติ

การพยากรณอ์ ากาศ

4

การสื่อสาร

ดาวเทียมส่ือสาร เปน็ ดาวเทียมที่ทาหน้าที่เป็นสถานี
รับส่งคลื่นวิทยุเพ่ือการส่ือสารและโทรคมนาคม ทั้งที่เป็นการ
ส่ือสารภายในประเทศและระหว่างประเทศส่วนใหญ่ใช้สารับ
กิจการโทรศัพท์ โทรเลข โทรสาร รวมทั้งการถ่ายทอด
สัญญาณโทรทัศนแ์ ละสัญญาณวทิ ยุ

5

การพยากรณอ์ ากาศ

ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา ทาหน้าที่ส่งสัญญาณ
ภาพถา่ ยทางอากาศทปี่ ระกอบด้วยขอ้ มลู ทางอุตุนิยมวิทยา เช่น
จานวนและชนิดของเมฆ ความแปรปรวนของอากาศ ความเร็ว
ลม ความช้ืน อุณหภูมิ ทาให้สามารถเตือนภัยที่เกิดจาก
ธรรมชาติต่าง ๆ โดยเฉพาะการเกิดลาพายุ

6

การสารวจทรัพยากรธรรมชาติ

ดาวเทยี มสารวจทรพั ยากรธรรมชาติ เป็นดาวเทยี ม
ที่ถูกใช้เป็นสถานีเคล่ือนที่สารวจดูพ้ืนที่ผิวโลกและการ
เปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทาให้ทราบข้อมูลทั้งทางด้าน
ธรณีวิทยา นิเวศวิทยา เป็นประโยชน์ด้านการเกษตรและ
การอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติ

7

ตัวอย่างเทคโนโลยีอวกาศ

จรวด ยานอวกาศ

ชุดอวกาศ ดาวเทียม

8

จรวด

เปน็ เคร่ืองยนต์ที่ใช้ขับเคล่ือนพาหนะสาหรับขนส่งอุปกรณ์หรือมนุษย์ข้ึนสู่
อวกาศ จรวดสามารถเดินทางไปในอวกาศ เน่ืองจากไม่จาเป็นต้องอาศัยออกซิเจนใน
บรรยากาศมาใช้ในการสันดาปเช้ือเพลิง ทั้งนี้เพราะว่าจรวดมีถังบรรจุออกซิเจนอยู่ใน
ตัวเอง จรวดที่ใช้เดินทางไปสู่อวกาศจะต้องมีแรงขับเคล่ือนสูงมากและต่อเนื่อง เพื่อ
เอาชนะแรงโน้มถ่วงของโลก (Gravity) ซ่ึงมีความเร่ง 9.8 เมตร/วินาที2 ในการ
เดินทางจากพืน้ โลกสู่วงโคจรรอบโลก

จรวดทางานตามกฎของนวิ ตนั 3 ข้อดังนี้

กฎขอ้ ที่ 1 "กฎของความเฉอ่ื ย" เมื่อจรวดนาดาวเทยี มหรอื ยานอวกาศเขา้
สู่วงโคจรรอบโลกแลว้ จะดับเครอ่ื งยนตเ์ พอ่ื เคลอ่ื นทดี่ ้วยแรงเฉอื่ ย ให้ได้ความเรว็ คงที่
เพ่ือรกั ษาระดบั ความสูงของวงโคจรใหค้ งที่

กฏข้อที่ 2 "ความเร่งของจรวดแปรผนั ตามแรงขบั ของจรวด แต่แปรผกผนั
กับมวลของจรวด" (a = F/m) ดังนัน้ จรวดตอ้ งเผาไหมเ้ ชอื้ เพลิงอยา่ งตอ่ เนอื่ ง เพื่อ
สร้างความเรง่ เอาชนะแรงโนม้ ถว่ ง และเพอื่ ให้ไดค้ วามเรง่ สูงสุด นักวิทยาศาสตรจ์ ะตอ้ ง
ออกแบบให้จรวดมมี วลนอ้ ยทสี่ ุดแตม่ แี รงขบั ดนั มากทสี่ ุด

กฎขอ้ ที่ 3 “แรงกรยิ า = แรงปฏกิ ริ ยิ า” จรวดปลอ่ ยแกส๊ รอ้ นออกทางทอ่
ท้ายด้านล่าง (แรงกรยิ า) ทาให้จรวดเคลอื่ นทขี่ นึ้ สอู่ ากาศ (แรงปฏกิ ริ ิยา)

9

ประเภทของจรวด

จรวดเชอ้ื เพลิงแขง็ มีโครงสร้างไม่ซับซ้อน แต่เมื่อการเผาไหม้เช้ือเพลิงเกิดข้ึนแล้ว ไม่
สามารถหยุดได้ ตัวอย่างของจรวดเช้ือเพลิงแข็งได้แก่ บั้งไฟภาคอีสาน จรวดทาลาย
รถถัง เปน็ ต้น
จรวดเช้ือเพลิงเหลว มีโครงสร้างซับซ้อนกว่าจรวดเชื้อเพลิงแข็ง เพราะต้องมีถังเก็บ
เชอ้ื เพลงิ เหลว และออกซเิ จนเหลว (เพื่อช่วยให้เกิดการสันดาป) ซ่ึงมีอุณหภูมิต่ากว่าจุด
เยอื กแขง็ และยังตอ้ งมรี ะบบปมั๊ และท่อเพ่ือลาเลียงเชือ้ เพลิงเข้าสู่ห้องเครื่องยนต์เพื่อทา
การเผาไหม้ดังภาพที่ 1 ด้วยเหตุนีจ้ รวดเช้ือเพลงิ เหลวจึงมีราคาสูง อย่างไรก็ตามจรวด
เช้อื เพลงิ เหลวมขี อ้ ดคี อื สามารถควบคุมปรมิ าณการเผาไหม้ และปรบั ทศิ ทางของกระแส
แก๊สได้ ทาให้ปลอดภัย ควบคุมทิศทางและความเร็วได้ง่าย
จรวดไอออน ไม่ได้ใช้พลังงานจากการสันดาปเชื้อเพลิงดังเช่นจรวดเชื้อเพลิงแข็งและ
จรวดเชอ้ื เพลงิ เหลว แต่ใช้พลังงานไฟฟ้ายิงอิเล็กตรอนเข้าใส่อะตอมของแก๊สเฉ่ือย เช่น
ซีนอน (Xenon) ให้แตกเป็นประจุ แล้วเร่งปฏิกิริยาให้ประจุเคล่ือนที่ออกจากท่อท้าย
ของเคร่ืองยนต์ด้วยความเร็วสูงเพ่ือให้เกดิ แรงดัน (แรงกรยิ า) ผลักจรวดให้เคล่ือนที่ไป
ด้านหน้า (แรงปฏิกิริยา) จรวดไอออนมีขนาดเล็กจึงมีแรงขับเคล่ือนต่าแต่มีความ
ประหยัดสูง จงึ เหมาะสาหรับใช้ในการเดินทางระหว่างดวงดาวเป็นระยะเวลานาน

10
จรวดเชือ้ เพลงิ เหลว

จรวดไอออน

11

ยานอวกาศ

ยานพาหนะที่นามนุษย์หรอื อุปกรณ์อัตโนมัติขึ้นไปสู่อวกาศ โดยมี
วัตถุประสงค์เพื่อสารวจโลกหรือเดินทางไปยังดาวดวงอื่น ยานอวกาศ
มี 2 ประเภท คือ ยานอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุม และยานอวกาศที่ไม่มีมนุษย์
ควบคุม

ยานอวกาศทมี่ มี นุษยค์ วบคุม (Manned Spacecraft)

มีขนาดใหญ่ เพราะต้องมีปริมาตรพอที่มนุษย์อยู่อาศัยได้ และยัง
ต้องบรรทุกปัจจัยต่างๆ ที่มนุษย์ต้องการ เช่น อากาศ อาหาร และเครื่อง
อานวยความสะดวกในการยงั ชพี เช่น เตียงนอน ห้องน้า ดังนั้นยานอวกาศที่
มีมนุษยค์ วบคุมจงึ มีมวลมาก การขับดันยานอวกาศที่มีมวลมากให้มีอัตราเร่ง
สูงจาเป็นต้องใช้จรวดที่บรรทุกเช้ือเพลิงจานวนมาก ซ่ึงทาให้มีค่าใช้จ่ายสูง
มาก ยานอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมได้แก่ ยานอะพอลโล (Apollo) ซึ่งนา
มนุษยไ์ ปยังดวงจันทร์

ยานอะพอลโล (Apollo)

12

ยานอวกาศทไี่ ม่มีมนุษย์ควบคุม (Manned Spacecraft)

มีขนาดเล็กมากเม่ือเปรียบเทียบกับยานอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุม
ยานอวกาศชนิดนี้มีมวลน้อยไม่จาเป็นต้องใช้จรวดนาส่งขนาดใหญ่ จึงมีความ
ประหยัดเชื้อเพลงิ มาก อย่างไรก็ตามในการควบคุมยานในระยะไกลไม่สามารถ
ใช้วิทยุควบคุมได้ เนื่องจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าต้องใช้เวลาในการเดินทาง
ยกตัวอย่างเช่น ดาวเสารอ์ ยู่ไกลจากโลกประมาณ 1 พันล้านกิโลเมตร หรือ 1
ชั่วโมงแสง หากส่งคล่ืนวิทยุไปยังดาวเสาร์ คล่ืนวิทยุต้องใช้เวลานานถึง 1
ชั่วโมง ดังนั้นการควบคุมให้ยานเลี้ยวหลบหลีกก้อนน้าแข็งบริเวณวงแหวนจะ
ไม่ทัน ยานอวกาศประเภทนี้จึงต้องมีสมองกลคอมพิวเตอร์และระบบ
ซอฟต์แวร์ซ่ึงฉลาดมาก เพื่อให้ยานอวกาศสามารถต้องปฏบิ ัตภิ ารกิจได้เองทุก
ประการและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันท่วงที

ยานแคสสีนี

13

ชุดอวกาศ

รู้หรือไม่ว่าทำไมมนุษยอ์ วกาศต้องใส่ชุดอวกาศ หากจะสวมเส้ือผ้าเหมอื นที่อยู่
บนโลกจะได้หรอื ไม่...?
ทำไม...! มนุษยอ์ วกาศจำเป็นต้องสวมใส่ชุดอวกาศ?

เ พ่ื อ ป้อง กันตัวเอง จ า ก ฝุ†นละออง รัง สีอันตรายในอวกาศ
แ ล ะ ช่วยควบคุมความด ันภายในร่าง กายให้คง ที่ขณะเ ค ลื่ อ น ที่นอกจ าก
นี้ ชุด อวกาศยัง ช่วยป้อง กันตัวนักบินจ ากสภาพบรรยากาศและอุณหภูมสิ ูง
ถึง 121 องศาเซลเซียส หรอื ต่ำกว่า -156 องศาเซลเซียส

ประเภทของชุดอวกาศ...? ชุดอวกาศมี 2 แบบ
1.ชุดอวกาศสำหรับใช้สวมใสข่ ณะเดินทางออกหรือเข้าสู่โลก
2.ชุดอวกาศสำหรับใช้สวมใสข่ ณะปฏบิ ัตภิ ารกิจในอวกาศ

ส่วนประกอบของชุดอวกาศ
ชุดอวกาศ ประกอบด้วย ถุงมือ รองเท้าบู๊ท หมวกเหล็ก

ซึ่งมีอุปกรณด์ ำรงชีพออกซเิ จนสำหรับหายใจ น้ำด่ืม อุปกรณค์ วบคุมความดัน
เÎดโฟน ไมโครโฟนเพ่ือติดต่อส่ือสารกับเพอ่ื นๆ นักบิน

14

หากไม่สวมชุดอวกาศขณะเคลอ่ื นที่ในอวกาศ จะเป็นอย่างไร..?
มนุษยอ์ วกาศจะสลบภาพในเวลา 15 วินาทีของเหลวในร่างกาย

จะเกิดฟองและแข็งตัวถึงจุดเยือกแข็ง “ชุดอวกาศ จึงเปรียบเสมอื นเกราะ
ชีวติ ของนักบินอวกาศ”

15

ดาวเทียม

อุปกรณ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นแล้วปล่อยไว้ในวงโคจรรอบโลก เพ่ือใช้
ประโยชนใ์ นด้านต่างๆ เช่น ถ่ายภาพ ตรวจอากาศ โทรคมนาคม และปฏิบัติการ
ทางวิทยาศาสตร์ เป็นต้น ดาวเทียมถูกส่งขึ้นสู่อวกาศโดยติดตั้งบนจรวดหรือ
ยานขนส่งอวกาศ ดาวเทียมดวงแรกของโลกเป็นของสหภาพโซเวียตช่ือ สปุตนิก
1 (Sputnik 1) ถูกส่งข้ึนสู่อวกาศเม่ือวันที่ 4 ตุลาคม 2500 นับเปน็ จุดเริ่มต้น
ของยุคอวกาศ

ประโยชนข์ องดาวเทียม

1. ดาวเทียมสื่อสารเป็นดาวเทียมที่ทำหน้าที่เป็นสถานีรับคลื่นวิทยุเพ่ือการส่ือ
สารและโทรคมนาคมรวมทั้งการส่ือสารภายในประเทศและระหว่างประเทศ

2. กิจการโทรศัพท์ โทรเลข โทรสารรวมทั้งการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์
และสัญญาณวิทยุ

3. ดาวเทียมอุตุนิยมวทิ ยาเป็นดาวเทียมที่ทำหน้าที่สง่ สัญญาณภาพถ่ายทอด
ทางอากาศประกอบด้วยข้อมูลทางอุตุนิยมวทิ ยา เช่นจำนวนและชนิดของเมฆความ
แปรปรวนของอากาศ ความเรว็ ลม ความชนื้ อุณหภูมิ เป็นตน้

4. ดาวเทียมสาหรับทรัพยากรธรรมชาติ เป็นดาวเทียมที่ถูกใช้สำรวจ
ดพู ื้นผวิ โลกและการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้ทราบข้อมูลทั้งทางดา้ นธรณีวทิ ยา
ซ่ึงเป็นประโยชน์ด้านการเกษตรและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

16
องคป์ ระกอบหลกั ของดาวเทียม

ระบบนาร่อง เป็นระบบคอมพิวเตอร์และไจโรสโคป มีหน้าที่ตรวจสอบ
ตาแหน่งของดาวเทียม

ระบบควบคุมและส่ือสาร ประกอบด้วย คอมพิวเตอร์ที่เก็บรวมรวมข้อมูล
และประมวลผลคาสั่งต่างๆ ที่ได้รับจากส่วนควบคุมบนโลก โดยมีอุปกรณ์วิทยุและเสา
อากาศ เพื่อใช้ในการรับส่งข้อมูล

ระบบเซ็นเซอร์ และอุปกรณ์วิทยาศาสตร์อื่นๆ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของ
ภารกิจ เช่น ดาวเทียมสารวจโลกติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับช่วงคล่ืนต่างๆ, ดาวเทียม
ปฏิบัตกิ ารทางวิทยาศาสตรต์ ดิ ตั้งห้องทดลอง เปน็ ต้น

ระบบพลังงาน ทาหนา้ ทผี่ ลติ พลังงานและกักเกบ็ ไว้เพื่อแจกจ่ายไปยังระบบ
ไฟฟ้าของดาวเทียม

ระบบเครอื่ งยนต์ ดาวเทยี มขนาดใหญ่ทมี่ อี ายุใชง้ านยาว จะมีเครอื่ งยนตซ์ ่ึง
ทางานคล้ายกบั เครอื่ งอดั อากาศ และปลอ่ ยออกทางปลายทอ่ มีหน้าทสี่ รา้ งแรงขบั ดนั เพอ่ื
รักษาระดับความสูงของวงโคจร เน่ืองจากที่ระดับวงโคจรในอวกาศยังคงมีโมเลกุลอยู่
อย่างเบาบาง แต่ดาวเทียมโคจรด้วยความเรว็ สูง

ส่วนประกอบของดาวเทียมธีออส

17

การพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ

เม่ือมนุษย์สามารถเดินทางไปยังอวกาศที่อยู่แสนไกลได้ ทาให้เกิดการค้นพบ
มากมายในอวกาศ มนุษย์จึงนาความรู้ที่ได้ค้นพบมาพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกี่ยวกับ
อวกาศ การพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ ทาให้เกิดการพัฒนาในด้านอ่ืนๆ อีก เช่น การสารวจ
ทรัพยากรธรรมชาติ การส่ือสาร การสารวจสภาพอากาศ ด้านการแพทย์ และด้านอื่นๆ อีก
มากมาย การศกึ ษาด้านอวกาศจงึ เจริญรุดหนา้ ตอ่ ไป เพ่ือยงั ประโยชน์แก่มนุษยชาตอิ ย่างไม่มี
ที่สน้ิ สุด ซึ่งเราสามารถลาดับความก้าวหน้าในการสารวจอวกาศได้ดังนี้

พ.ศ.1775 ชาวจีนได้พัฒนาจรวดดนิ ปืน

พ.ศ.2152 กาลิเลโอ นักดาราศาสตรช์ าวอติ าเลยี น
ใช้กลอ้ งโทรทรรศนท์ ปี่ ระดษิ ฐข์ นึ้ ศกึ ษาดาว
เคราะห์และดาวตา่ งๆ บนทอ้ งฟ้า

พ.ศ.2383 นักดาราศาสตร์ชาวอเมรกิ นั ถา่ ยภาพ
ดวงจันทรไ์ ด้เปน็ ครัง้ แรก

พ.ศ.2446 พี่น้องตระกลู ไรท์ นักประดิษฐช์ าว
อเมรกิ นั ประดิษฐเ์ ครอื่ งบนิ เป็นครงั้ แรก

18

พ.ศ.2480 นักดาราศาสตรช์ าวอเมรกิ นั ใชก้ ลอ้ ง
โทรทรรศนว์ ิทยุเพอื่ การวจิ ยั เปน็ ครั้งแรก

พ.ศ.2487 กองทพั เยอรมนั ใชจ้ รวดในระหวา่ ง
สงครามโลกครัง้ ที่ 2

พ.ศ.2500 สหภาพโซเวียตส่งยานสปุตนกิ 1
ซึ่งเปน็ ดาวเทยี มดวงแรกขนึ้ ไปโคจรในอวกาศ

พ.ศ.2504 มนุษยอ์ วกาศโซเวียตชอ่ื ยูริ กาการนิ
ขนึ้ ไปในอวกาศเปน็ คนแรก

พ.ศ.2512 ยานอวกาศอพอลโล 11 พร้อมมนุษย์
อวกาศไปลงบนดวงจนั ทร์
พ.ศ.2520 ยานอวกาศของสหรฐั อเมรกิ าไป
สารวจดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยเู รนสั
และดาวเนปจนู

พ.ศ.2524 สหรัฐอเมรกิ าส่งยานขนสง่ อวกาศลา
แรกชอ่ื โคลัมเบยี ออกจากแหลมคาราเวอรลั รัฐ
ฟลอรดิ า

19

พ.ศ.2533 สหรัฐอเมรกิ าและองคก์ ารอวกาศ
ยุโรปส่งกลอ้ งโทรทรรศนอ์ วกาศÎับเบลิ ขนึ้ ไปโคจร
รอบโลก

พ.ศ.2533 องคก์ ารนาซาสง่ ยานอวกาศโซโหของ
องคก์ ารฯ ยุโรปขน้ึ ไปสารวจดวงอาทติ ย์

พ.ศ.2539 มาร์ส โกลบอล เซอร์เวเยอร์ และ
มาร์ส พาทไฟนเ์ ดอร์ โครงการยานอวกาศสารวจ
ดาวองั คาร

พ.ศ.2544 เกิดธุรกจิ ทอ่ งเทยี่ วในอวกาศโดย
รัสเซยี จาหนา่ ยตวั๋ ทอ่ งเทยี่ วอวกาศซง่ึ มหาเศรษฐี
ชาวอเมรกิ นั วยั 60 ปี ช่ือเอนสิ ตโิ ต ข้ึนไป

20

ประโยชนข์ องเทคโนโลยีอวกาศ

การส่ือสาร
ดาวเทียมสื่อสาร เป็นดาวเทยี มทที่ าหน้าทเี่ ปน็ สถานีรับส่งคลนื่

วทิ ยุเพอ่ื การสื่อสารและโทรคมนาคม ทัง้ ที่เปน็ การสื่อสารภายในประเทศและ
ระหว่างประเทศ ส่วนใหญใ่ ชส้ ารับกิจการโทรศัพท์ โทรเลข โทรสาร
รวมทัง้ การถ่ายทอดสญั ญาณโทรทัศนแ์ ละสัญญาณวทิ ยุ
การพยากรณอ์ ากาศ

ดาวเทียมอุตุนยิ มวทิ ยา ทาหน้าทสี่ ่งสญั ญาณภาพถ่ายทาง
อากาศที่ ประกอบด้วยขอ้ มลู ทางอุตุนิยมวทิ ยา เช่น จานวนและชนดิ ของ
เมฆ ความแปรปรวน ของอากาศ ความเรว็ ลม ความชน้ื อุณหภูมิ ทา
ให้สามารถเตอื นภยั ทเี่ กิดจาก ธรรมชาตติ า่ ง ๆ ไโดยเฉพาะการเกิดลาพายุ
การสารวจทรพั ยากรธรรมชาติ

ดาวเทียมสารวจทรพั ยากรธรรมชาติ เป็นดาวเทียมทถี่ ูกใช้เปน็
สถานี เคล่ือนที่สารวจดพู นื้ ทผี่ วิ โลกและการเปลยี่ นแปลงตา่ ง ๆ ที่เกดิ ขึ้น ทา
ให้ทราบขอ้ มลู ทั้งทางดา้ นธรณีวทิ ยา นิเวศวิทยา เป็น ประโยชนด์ า้ น
การเกษตรและการอนุรักษท์ รพั ยากรธรรมชาติ

21

การใช้ชีวิตอยใู่ นอวกาศ

การเดินทางของนักบนิ อวกาศเพ่ือเข้าสู่อวกาศครั้งแรก ๆ ในทศวรรษ 1960
แต่ละครัง้ นัน้ เปน็ การก้าวกระโดดเข้าสู่อวกาศในระยะเวลาอันสั้น ๆ เพียงสอง สาม ชั่วโมง
แต่เมื่อสหรัฐฯท้าทายอดีตสหภาพโซเวียตด้วยการส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ในปลายทศวรรษ
1960 ก็ได้ทาใหย้ านอวกาศพฒั นาไปสคู่ วามทันสมัยยิ่งขึ้น นักบินอวกาศสามารถใช้เวลาอยู่
ในยานได้นานขึ้น แต่หลังการชิงชัยไปดวงจันทร์ ก็ทาให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เมื่อสอง
ประเทศเรม่ิ เห็นวา่ การส่งนกั บนิ อวกาศเป็นสง่ิ ทฟี่ ุม† เฟอื ยและ ราคาแพง รวมทงั้ ตอ้ งเสยี่ งกบั
อันตรายทมี่ อี ยู่ ในอวกาศด้วย ดังนัน้ เพอ่ื ให้การขนึ้ ไปบนยานอวกาศเป็นไปอย่างเหมาะสม
กับค่าใช้จ่าย นักบินอวกาศจะต้องทางานให้คุ้มค่า ด้วยเหตุนี้อวกาศจึงได้ เปลี่ยนโฉมหน้า
ของมันไป จากเวทีการแสดงวีรกรรม และสร้าง "สงครามดวงดาว" ไปสู่เวทีของ
การทดสอบทางเทคนิคใหม่ ๆ ในการผลิต โซเวียตเป็นผู้บุกเบิกในทางนี้โดยพัฒนาสถานี
อวกาศ ซาลยุต และ เมียร์ ซึ่งนักบินอวกาศสามารถที่จะดาเนินการทดลองในเร่ืองต่าง ๆ
ได้นานเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน หรือว่าเป็นปีได้ ส่วนสหรัฐอเมริกาก็ได้ทาการทดลองต่าง ๆ
บนกระสวยอวกาศในช่วงเวลาที่สัน้ กว่า และขณะนีก้ าลังสร้างสถานีอวกาศของตนเอง

22

เกร็ดน่ารู้ ?

ส่ิงมีชีวิตแรกที่เดินทางไปยังอวกาศคือสุนัขมีชื่อว่า
ไลก้า โดยขน้ึ ไปกับยานสปุตนิก 2

นักบินอวกาศคนแรกของโลกคือ ยูริ กาการิน
สหภาพโซเวียตขนึ้ ไปกับยานวอสต๊อก 1

นั ก บิ น อ ว ก า ศ ค น แ ร ก ที่ โ ค จ ร ร อ บ โ ล ก คื อ
จอห์น เกลน สหรัฐอเมริกา

นักบินอวกาศหญิงคนแรกของโลกเป็นชาวโซเวียต
ช่ือ วาเลนติน่า เทเรชโกว่า เดินทางไปกับ
ยานวอสต๊อก

ยานอวกาศที่เดินทางไปยังดวงจันทร์เป็นของ
สหรัฐอเมรกิ าโดย นีลอารม์ สตรอง เป็นคนแรกที่
ได้เดินบนดวงจันทร์เดินทางไปกับยานอพอลโล 11

23

บรรณานุกรม

คัดคณัฐ ชื่นวงศ์อรุณ. (2564). เทคโนโลยีอวกาศ (Space Technology).

สบื ค้นวันที่ 29 กันยายน 2564, จาก
https://ngthai.com/science/33270/space-
technology/

ศุภาวิตา จรรยา. (2564). เทคโนโลยีอวกาศ. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน

2564, จาก https://www.scimath.org/

Ruhaya haya Pearaning. (2556). เทคโนโลยีอวกาศ (Technology).

สบื ค้นเม่ือวันที่ 29 กันยายน 2564, จาก
https://www.gotoknow.org/

ผู้จัดทา

นางสาวอญั ญารตั น์ ภิวงค์
รหัสนักศกึ ษา ๖๑๐๓๑๐๕๐๑๖๖

สาขาวทิ ยาศาสตรท์ ั่วไป
ครุศาสตรบ์ ัณฑติ ชนั้ ปีที่ ๔
คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อตุ รดติ ถ์


Click to View FlipBook Version