๑
บทที่ ๑
บทนำ
ทมี่ าและความสำคญั ของโครงงาน
การศึกษาวิชาภาษาไทยมีประโยชน์ช่วยพัฒนาทักษะสื่อสารในชีวติ ประจำ ภาษาไทยเป็นเคร่ืองมือ
ในการดำเนินชีวิตประจำวัน การศกึ ษา รวมถึงการทำงาน
หลกั สตู รสาระการเรียนรวู้ ชิ าภาษาไทย สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม กำหนดมาตรฐาน
ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและนำมา
ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง และระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๔ ภาคเรียนท่ี ๑ กำหนดสาระการเรียนรู้เร่ือง
วรรณคดีสมัยสุโขทัย ให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม เพ่ือให้ได้ความรู้เก่ียวกับวัฒนธรรม สภาพสังคม
และเหตุการณ์บ้านเมือง ควบคู่กันไปกับวิวัฒนาการของวรรณคดีในสมัยสุโขทัย อีกทั้งช่วยเพ่ิมความเข้าใจ
และความซาบซ้ึงในคณุ คา่ ของวรรณคดี
กลุ่มข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้ศึกษาค้นคว้าเร่ือง โคลงหรภิ ุญชัย ซ่ึงได้พิจารณาร่วมกันแล้วเห็นว่า
ควรนำเสนอในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e – book) เพราะสามารถอ่านได้ทุกที่ ทุกเวลา สามารถใช้
โปรแกรมคอมพิวเตอร์สร้างสรรค์หนังสือที่มีสีสัน ภาพ เสียง ที่น่าสนใจ ไม่น่าเบื่อหน่ายได้ และยังมี
ประโยชน์ ใช้เป็นส่ือการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการอ่านวรรณคดี ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งได้ฝึกการทำงานร่วมกัน
เป็นกลุ่ม รู้จักการประสานงานร่วมกันที่ดี ฝึกทักษะการใช้ภาษา หรือการใช้คำในการแต่งเร่ือง รวมถึงฝึก
ทกั ษะการเทคโนโลยี ความคิดสรา้ งสรรค์ และจนิ ตนาการไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
วตั ถุประสงค์
๑. จัดทำหนงั สืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (e – book) ประกอบการเรยี นเรือ่ ง วรรณคดีสมยั สโุ ขทัย
๒. เชิญชวนผู้สนใจอ่าน อยา่ งน้อย ๒๐ คน
๓. ผอู้ ่านมีความพึงพอใจตอ่ หนังสอื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ (e – book) ทจ่ี ดั ทำข้ืน อยูใ่ นระดบั ดี – ดีมาก
สมมุติฐานของการศกึ ษา
หนังสอื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ (e – book) ส่งเสริมการอ่านวรรณคดีไทย มีความสวยงาม เนือ้ หาสาระดี
สนุกสนาน นา่ สนใจ ช่วยการเรยี นรูเ้ รอื่ ง วรรณคดสี มยั สโุ ขทัย
ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า
๑. เน้ือหาของหนงั สืออิเล็กทรอนิกส์ (e – book) เปน็ เนื้อหาเก่ยี วกับวรรณคดสี มัยสโุ ขทัย เรอ่ื ง
โคลงหริภุญชยั
๒. ระยะเวลาจดั ทำ ตั้งแต่ ๑ มิถนุ ายน - ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๕
เชญิ ชวนผ้สู นใจอ่านและสรุปรายงานผลการจัดทำโครงงาน สิงหาคม ๒๕๖๕
นำเสนอโครงงานภาษาไทยในชั้นเรียน กันยายน ๒๕๖๕
๒
บทที่ ๒
การศึกษาเอกสารทเี่ กีย่ วข้อง
การจัดทำหนงั สือหนังสอื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ (e – book) ช่ือหนงั สือ โคลงหรภิ ุญชัย
ในการดำเนินการจัดทำ กลุ่มขา้ พเจา้ ได้ศกึ ษาหาความรู้ ดังน้ี
๑. ศึกษาวรรณคดีสมัยสโุ ขทัย เรอ่ื ง โคลงหริภุญชัย
๒. ศึกษาเร่ือง หนงั สอื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ (e – book)
๓. ศกึ ษาเรื่อง โปรแกรมท่ีใช้จัดทำหนังสอื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ (e – book) โปรแกรม Anyflip
๑.วรรณคดีสมัยสโุ ขทัย
เรื่อง โคลงหรภิ ญุ ชัย
บทนำ
โคลงนริ าศหรภิ ุญชัยนับเป็นโคลงนริ าศเรอื่ งแรกในวรรณคดีไทย ซ่ึงโคลงนริ าศหริภุญชยั เปน็ งานวรรณศลิ ป์ท่ี
มีคุณค่าทางด้านภาษา ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ โบราณ ฯลฯ นิราศ นับว่าเป็น วรรณกรรมที่มีความ
โดดเด่นทงั้ ในแง่การบันทึกการเดินทาง บันทึกเรือ่ งราวความเป็นอยู่ วิถีชวี ิต วฒั นธรรม คติชน ประวัตศิ าสตร์
ท้องถ่ิน และกลุ่มชาติพันธุ์ ตามเส้นทางและพื้นท่ีท่ีผู้ประพันธ์ได้เดิน ทางผ่านหรือพบเห็นระหว่างการ
เดินทาง ความหมายของนริ าศในทางวรรณคดเี ป็นคําท่มี ีความหมายกวา้ งออกตามลักษณะความ หลากหลาย
แขนงเนื้อหาท่ีกวีต่าง ๆ ได้สร้างสรรค์ข้ึนในสมัยต่อ ๆ มา ในระยะแรก ๆ นิราศมักแต่ง เป็น “นิราศรัก” ใน
ระยะหลัง ๆ ไม่จําเป็นต้องเป็นนิราศรัก แค่เป็นการจาก คน วัตถุ สถานท่ีไปไกลก็ ได้ บางเรื่องมิได้กล่าวถึง
การเดินทางไปไหน ไม่มีบทคร่ำครวญถึงนาง ก็ยังอนุโลมเรียกชื่อว่า “นิราศ” ด้วย คําว่านิราศจึงเป็นคําทีมี
ความหมายกว้างออก หมายรวมไปถึงวรรณกรรมที่เป็นจดหมายเหตุ บันทึกการเดินทาง หรือส ารคดี
ท่องเท่ียวบางเร่ือง สําหรับโคลงนิราศหริภุญชัยนับว่าเป็นการบันทึกการเดินทางของผู้ประพันธ์ท่ีได้เดินทาง
จาก วัดพระสิงห์จังหวัดเชียงใหม่จนถึงวัดพระธาตุหริภุญชัยจังหวัดลําพูน ซึ่งตลอดระยะการเดินทางจะ
พรรณนาราํ พึงราํ พนั ถงึ หญิงอันเป็นท่ีรักและสถานทต่ี ่าง ๆ
เนอ้ื เรื่อง
โคลงนริ าศหริภุญชัย: การวิเคราะหค์ ุณค่าโคลงนิราศหริภุญชัย
การวเิ คราะหโ์ คลงนริ าศหรภิ ุญชัยในครง้ั น้ี ได้แบ่งหวั ข้อการวิเคราะห์เปน็ ๖ ประเด็น ได้แก่
๑. ความเป็นมาของตน้ ฉบบั
๒. ผูแ้ ต่ง
๓. วัตถปุ ระสงค์ในการแตง่
๔. ลักษณะคาํ ประพนั ธ์
๕. เนือ้ หา
๖. คุณค่าของโครงนิราศหริภุญชัย
๓
๑. ความเปน็ มาของตน้ ฉบับ
โคลงนิราศหริภุญชัยมีต้นฉบับอยู่หลายฉบับแต่ละฉบับมีรายละเอียดแตกต่างกันซ่ึงพบว่ามี อยู่
ด้วยกัน ๖ ฉบับ คือ (๑) โคลงนิราศหริภุญชัยฉบับวัดศรีโคมคํา อําเภอเมือง จังหวัดพะเยา ต้นฉบับ มี
เนื้อหาของโคลงไม่จบเรื่องคือมีเฉพาะตอนต้นเพียง ๒๖ บท และแต่งเป็นโคลงกลบทเพิ่มเข้ามาอีก ๙ บท
รวมเป็นโคลงจํานวน ๓๕ บท ส่วนปีที่จาร คือ จ.ศ. ๑๑๒๐ ตรงกับพ.ศ. ๒๓๑๐ (๒) โคลงนิราศหริภุญชัย
ฉบับวัดก่ิวพร้าว ต้นฉบับมีเน้ือหาจบเรื่องมีโคลงจํานวน ๑๘๓ บท ปีท่ีจารคือ จ.ศ. ๑๒๑๘ ตรง กับ พ.ศ.
๒๓๙๙ (๓) โคลงนิราศหริภุญชัยฉบับวัดฝายหนิ อําเภอเมือง จังหวดั เชียงใหม่ ต้นฉบับมีคํา ประพันธ์โคลง
สี่สุภาพ โคลงสาม และโคลงสอง โคลงส่ีสุภาพมีจํานวน ๑๘๑ บท มีโคลงสลับท้ายโคลงส่ี สุภาพด้วยโคลง
สองมีจํานวน ๑๒๖ บท และโคลงสามมีจํานวน ๕๓ บท ปีท่ีจารคือ จ.ศ. ๑๒๓๙ ตรงกับ พ.ศ. ๒๔๒๐ (๔)
โคลงนิราศหริภุญชัยฉบับวัดเจดีย์หลวง ฉบับที่ ๑ อําเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ฉบับน้ี จารด้วยตัวอักษร
ล้านนา มีเนื้อหาของโคลงจบเรื่อง มีโคลงจํานวน ๑๘๓ บท ไม่ปรากฏปีท่จี าร ทราบ แต่ผูค้ ัดลอกชื่ออาภิไชย
หรอื อภิชัย (๕) โคลงนิราศหรภิ ุญชัยฉบบั วัดเจดยี ์หลวง ฉบบั ท่ี ๒ อําเภอเมือง จังหวดั เชยี งใหม่ ฉบับนี้จาร
ดว้ ยตัวอกั ษรไทยนเิ ทศ ต้นฉบับมีเนื้อหาของโคลงไม่จบเรือ่ ง มีโคลง จํานวน ๑๔๙ บท ไม่ปรากฏปีท่ีจาร (๖)
โคลงนิราศหริภุญชัยฉบับที่สงวน โชติสุขรัตน์มอบให้แก่ ประเสริฐ ณ นคร ฉบับนี้จารด้วยตัวอักษรไทย
นิเทศ มีเน้ือหาของโคลงจบเรื่อง มีโคลงจํานวน ๑๘๐ บท ไม่ปรากฏปีที่จาร ต้นฉบับทั้ง ๖ ฉบับดังกล่าว
ลมูล จันทรน์หอม พบว่าต้นฉบับโคลงนิราศหริภุญ ชัยท่ีมีอายุเก่าแก่ที่สุดคือ ฉบับของวัดศรีโคมคํา อําเภอ
เมือง จังหวัดพะเยา ซึ่งจารในปี พ.ศ. ๒๓๐๑ ส่วนต้นฉบับที่มีอายุน้อยที่สุดคือฉบับวัดฝายหิน อําเภอเมือง
จังหวัดเชียงใหม่ ซ่ึงระบุว่าจารในปี พ.ศ. ๒๔๒๐ ต้นฉบับโคลงนิราศหริภุญชัยปรากฏชื่อผู้คัดลอกเนื้อหา
คือ “อภิชยั ” และฉบับท่คี ัดลอก เนอ้ื หาโดย “สุรินทร์” หรือ “แสนสรุ ินทร์” ปัจจุบันตน้ ฉบับโคลงนิราศหริ
ภญุ ชัยที่มีมาตรฐาน ตรวจสอบชําระและจัดทาํ คําอธบิ ายทั้งคําศัพทแ์ ละถอดความเปน็ ฉบับคู่มือนักศึกษา คือ
ฉบับที่ ตรวจสอบชาํ ระโดยประเสริฐ ณ นคร ซงึ่ มโี คลงจาํ นวนทัง้ สิน้ ๑๘๑ บท
๒. ผแู้ ตง่ และชว่ งเวลาในการแต่ง
โคลงนิราศหริภุญชัย เป็นโคลงนิราศโบราณล้านนาท่ีมีความเก่าแก่มาก มีผู้รู้และนักวิชาการ หลาย
ทา่ นสันนษิ ฐานเร่ืองการแต่งโคลงนิราศหริภุญชัย แต่ก็ไมท่ ราบแน่ชัดวา่ แต่งข้ึนในสมัยไหน บางท่านว่าแตง่ ใน
สมัยพระเจ้าปราสาททอง ในราว พ.ศ. ๒๑๘๑ บางท่านว่าแต่งในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชท่ี ๒ ในราว
พ.ศ. ๒๐๖๐ นอกจากน้ีสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดํารงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานช่วงเวลาใน
การแต่งโคลงนิราศหรภิ ุญชัยไว้ว่า อาจแต่งประมาณ พ.ศ. ๒๑๘๐ หรือก่อน หน้าน้ันข้นึ ไป ซึ่งเป็นระยะเวลา
ท่ีพระพุทธสิหิงค์ยังประดิษฐานอยู่ที่เชียงใหม่ราวรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง และกวีทางใต้คงนํามา
ดัดแปลงราวรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ศาสตราจารย์ประเสริฐ ณ นคร ได้ศึกษาโคลงเร่ืองนี้ โดย
เทียบกับต้นฉบับภาษาไทยเหนอื ที่เชยี งใหม่ปีทแ่ี ตง่ โคลงนิราศหริภญุ ชัยปรากฏชดั เจนในตัวบทแรกที่ว่า “เมิง
เป้า”หรือ “เมิงเปล้า” อธิบาย ความหมายได้ว่าปีฉลู นพศก คือ พ.ศ. ๒๐๖๐ หรือจุลศักราช ๘๗๙ จึงลง
ความเห็นวา่ น่าจะแต่งข้ึนใน พ.ศ. ๒๐๖๐ ตรงกับรชั กาลสมเด็จพระรามาธิบดที ี่ ๒ จากชว่ งเวลาท่สี ันนิษฐาน
๔
ในการแต่งโคลงนิราศหรภิ ุญชัย ประมาณปีพ.ศ. ๒๐๖๐ ซ่ึงชว่ งเวลาดังกล่าวยังตรงกับสมยั อาณาจกั รล้านนา
ทม่ี ีพระญาแก้ว (พระเมืองแก้ว) กษัตรยิ ์ราชวงศ์มงั รายครองราชย์ ในช่วงพ.ศ. ๒๐๓๘-๒๐๖๘ อกี ท้ังยังมีการ
สันนษิ ฐานท่ีสอดคล้องกับประเสรฐิ ณ นคร โดยได้กล่าวถงึ ช่วงเวลาการแต่งโคลงนิราศหริภญุ ชัยไวว้ ่า ในต้น
พุทธศักราช ๒๐๖๐ มหาราชเมืองแก้วเสด็จไปหริภุญชัยด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ ประการแรก เมื่อจุลศักราช
๘๗๔ (ตรงกับค.ศ. ๑๕๑๒ หรือพ.ศ. ๒๐๕๖) มีรบั สั่งให้สร้างพระราชมณเฑียร (วงั ) ข้ึนท่ตี ําบลศรีบุญยืนทาง
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของหริภุญชัยตรงท่ีแม่น้ำปิงและแม่น้ำกวงมาประจบกัน ในปีถัดมา (พ.ศ. ๒๐๕๗)
ไดเ้ สด็จข้ึนพระราชมณเฑียรนั้น พร้อมทั้งมีรบั ส่งั ให้สรา้ งมหาวิหารข้ึน ณ พระบรมสารีริกธาตุ ประการท่ีสอง
มหาราชเมืองแก้วโปรดให้ก่อกําแพงเมืองหริภุญชัยใหม่ การเสด็จหริภุญชัยจึงอาจเป็นพระราชประสงค์ที่จะ
ไปประทับ ณ พระราชมณเฑียรใหม่ ตรวจดูกําแพงเมืองใหม่ เม่ือเสด็จไปน้ันได้ไปฉลองพระมหาวิหาร และ
นมสั การพระบรมสารีริกธาตุตามราชประเพณีดว้ ยในโอกาสเดียวกนั จากข้อสันนษิ ฐานดังกล่าวจงึ สันนษิ ฐาน
ไดว้ า่ ชว่ งเวลาในการแต่งโคลงนิราศหริภุญชยั ตรงกับปี พ.ศ.ฺ ๒๐๖๐
สาํ หรับกวีผแู้ ตง่ โคลงนริ าศหริภญุ ชัยยงั ไม่ทราบแน่ชัดวา่ ใครเป็นผูแ้ ต่ง เนือ่ งจากว่าในสมยั โบราณน้ัน
ผู้แต่งไม่นิยมบอกช่ือตน กวีน่าจะมีชีวิตความเป็นอยู่ท่ีดีและนางท่ีกวีครวญถึงนั้นก็น่าจะเป็นสตรีท่ีอยู่ใน
สถานภาพท่ีสูงดังที่กวีเรียกนางว่า “ศรีทิพ” “ทิพทอง” “ทิพดวงดอกฟ้า” หรือ เรียกว่า “ทิพอาชญา” มี
ขอ้ สังเกตคอื ในโคลงบทท่ี ๑๒ และโคลงบทท่ี ๑๙ กวีใช้คําบ่งชี้ถึงนางอันเป็นทร่ี ักว่า “ราช” แสดงให้เห็นว่า
นางที่กวีครวญถึงนี้สืบเช้ือสายราชวงศ์ โคลงบทท่ี ๑๖๔ กวีกล่าวถึง เทวดาให้สลักชื่อของน้องผู้เป็น “อัคค
ชา” หมายความว่านางน้ันจะต้องมีสถานะเป็นชายาของกวีอย่างแน่นอน อีกท้ังเนื้อหาในโคลงบทสุดท้ายกวี
กล่าวถึงจุดมุ่งหมายในการแตง่ โคลงนิราศหริภุญชัยเพ่ือ “ถวายแด่นุช” บ่งบอกสถานภาพของผู้รับสารว่าอยู่
ในสถานภาพที่สูง กวีจึงมุ่งใช้คําว่า “ถวาย” อีกท้ังยังมีข้อสันนิษฐานที่ว่าผู้แต่งเป็นสามีนางศรที ิพ ถ้านางศรี
ทพิ ใน ประวตั ิศาสตร์คือ พระราชมารดาของพญาเมอื งแก้ว ผู้แต่งจะเป็นใครจะเป็นไปได้ไหมว่า คือพญายอด
เชียงรายซ่ึงเป็นพระสวามีของพระนาง แต่ตามหลักฐานชินกาลมาลีปกรณ์น้ัน พญายอดเชียงรายได้ถูกขุน
นางถอดถอนจากความเป็นกษัตริย์เมื่อ พ.ศ. ๒๐๓๘ และถูกส่งไปประทับที่เมืองชะมาศ ส้ินพระชนมป์ ี พ.ศ.
๒๐๕๐ ก่อนที่ผู้แต่งจะแต่งโคลงนิราศหริภุญชัย ๑๐ ปี ดังนั้นผู้แต่งจึงไม่ใช่พญายอดเชียงราย สันนิษฐานว่า
พระนางอาจจะมีพระสวามีคนใหม่ ซ่งึ เป็นราชนิกลู และอํามาตย์ใหญ่ชื่อ ศิรยิ วาปมี หาอํามาตย์ อกี ทัง้ ในโคลง
นริ าศหริภุญชัยผู้แต่งไดบ้ รรยายรายละเอียดการเดินทางของตน ไว้อย่างละเอียดว่า เดินทางล่วงหน้ามาเมือง
ลาํ พนู ด้วยขบวนเกวยี นทอง ซึ่งประดบั ประดาหางนกยูง และตราหงส์อย่างสวยงามเดินทางโดยขบวนเกวียน
มีเกวียนร่วมร้อยเล่มมาที่เมืองลําพูนเพ่ือมาตรวจตราความพร้อมของงานเฉลิมฉลองท่ีวัดพระธาตุหริภุญชัย
ก่อนท่ีพญาเมืองแก้วและพระราชมารดาจะเดินทางตามมาภายหลัง นอกจากนั้นภูมิรู้ตา่ ง ๆ ของผู้แต่งมีมาก
คงได้มาจากระบบศึกษาของราชสํานัก ดังน้ันผู้แต่งคงต้องมีฐานะทางสังคมสูง และจากการสังเกตการใช้คํา
ในโคลงนิราศแล้ว ทําให้คิดว่าจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก ศิริยวาปีมหาอํามาตย์ผู้เป็นพระสวามี จากข้อ
สันนิษฐานข้างต้นแสดงให้เห็นว่า โคลงนิราศหริภุญชัยได้แต่งข้ึนในปีเมิง เป้า จุลศักราช ๘๗๙ ซึ่งตรงกับ
พุทธศักราช ๒๐๖๐ กวีผู้แต่งโคลงนิราศหริภุญชัยยังไม่ทราบชื่อแน่ชัด ทว่าต้องเป็นชนชั้นสูงในราชสํานัก
ขณะน้นั เน่อื งจากลักษณะการใช้ภาษาและกลวธิ ีในการประพนั ธท์ ี่ยอดเยี่ยม
๕
๓. วตั ถปุ ระสงค์ในการแตง่
โคลงนิราศหริภุญชัยเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมคนชั้นสูงในราชสํานัก เวลาท่ีพระเจ้าแผ่นดินเสด็จ
ประพาสท่ีใดที่หนึ่งด้วยพระราชกิจหรือการเปลี่ยนพระอิริยาบถเป็นโอกาสที่จะทรงแสดงพระปรีชาสามารถ
ด้านวรรณศิลป์ โคลงบทที่ ๑๕๙ กล่าวถึงพระราชโอรสของกษัตริย์ท่ีเสด็จมาในการพระราชพิธีที่พระ
มหาธาตุหรภิ ุญชัยหรือการเฉลมิ ฉลองพระวหิ ารหลวงที่มีรบั ส่ังให้สร้างใหม่ก่อนหนา้ นน้ั ย้อนหลังไป ๕ ปี ส่วน
ในโคลงบทส่งท้ายกวีกล่าวว่า ต้องการแต่งกวีนิพนธ์นี้เพื่อให้เป็นตํานานแห่งความรักไปเนิ่นนานและควรค่า
แก่การสงวนรักษา กวีได้กล่าวว่าได้เริม่ แต่งตั้งแต่ออกเดินทางในวันพุธ ท่ี ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๐๖๐ และ
แต่งเสรจ็ ในวนั อังคารท่ี ๑๓ เดือนตุลาคม ปีฉลู จ.ศ.๘๖๙ หรอื พ.ศ. ๒๐๖๐ ด้วยขบวนอักษรท่ีสวยงาม การ
ร้อยกรองกวีนิพนธ์ท่ียาวนานถึงเกือบ ๘ เดือนเต็ม ดูเหมือนยาวนานมาก แต่ไม่ใช่เป็นเรื่องผิดปกติสําหรับ
พระราชนพิ นธ์ของพระเจ้าแผ่นดิน นักปราชญ์ราชสํานกั คงได้มีส่วนชว่ ยในการเกลาคําประพันธ์จนไร้ท่ีติ อีก
ท้ังต้องทดลองขับลํานําจนราบรื่น เน่ืองจากโคลงหริภุญชัยเขียนขึ้นเพื่อการขับและการสดับให้ไพเราะหู ซ่ึง
วัตถุประสงค์หลักในการแต่งโคลงนิราศหริภุญชัยมีอยู่ ๒ ประการ ได้แก่ ประการแรก เพ่ือแสดงถึงอารมณ์
ของกวีในการพรรณนาบทร้อยกรองท่ไี พเราะอันเนื่องจากการเดนิ ทางพลดั พรากทอี่ ยู่เดมิ ไปชว่ั คราว
เกิดความรู้สึกอาลยั รักคนใกล้ชดิ ท่อี ยเู่ บื้องหลัง ประการท่สี อง เพ่ือสะทอ้ นให้เหน็ ทัศนะของกวี ในการบนั ทึก
การเดนิ ทางท่ไี ด้ประสบพบเห็นระหว่างเดินทางไปจากจงั หวดั เชยี งใหมไ่ ปนมสั การพระธาตุหริภญุ ชยั ท่ีจงั หวัด
ลําพูน
๔. ลกั ษณะคาํ ประพนั ธ์
โคลงนิราศหริภุญชัย เป็นวรรณคดีประเภทนิราศ ซึ่งประพันธ์ด้วยภาษาล้านนาโบราณ จารึกด้วย
อักษร 2 ชนิด คือ อักษรล้านนาและอักษรไทยนิเทศ โดยมีลักษณะคําประพันธ์เป็นโคลงส่ีห้องซ่ึงเป็นโคลงส่ี
สุภาพล้านนาหรือเรียกว่า “กันโลง” และ “ก่ันโลง” หรืออาจเรียกว่า “ครรโลง” “คะโลง” หรือ “กะโลง”
โคลงลา้ นนามหี ลายประเภท เชน่ โคลง ๒ โคลง ๓ โคลง ๔ และโคลงด้ัน รวมท้งั โคลงกลบท โคลงหรอื ก่ันโลง
4 สุภาพ โคลงด้ันและกลบทมีลักษณะคล้ายกับของภาคกลาง แต่โคลง ๒ โคลง ๓ มีฉันทลักษณ์ต่างออกไป
โคลงดังวา่ นมี้ เี สนห่ ท์ ่ีเสยี งโดยเฉพาะคํารูปวรรณยุกตโ์ ท บางคาํ ทป่ี รากฏเสยี งเฉพาะในล้านนา เช่น หน้อย
เหล้น เจ้า หล้า คําเหล่าน้ีมีเสียงเอ้ือต่อการแต่งโคลงล้านนาอย่างมาก โคลงนับเป็นคําประพันธ์เก่าแก่ของ
ล้านนาเช่ือกันว่าวรรณกรรมประเภทโคลงนี้เกิดข้ึนในล้านนาก่อนแล้วจึงแพร่ขยายไปสู่เมืองอ่ืนอย่างอยุธยา
ล้านช้าง ชาวล้านนาใช้โคลงแต่งวรรณกรรมก่อนยุครัตนโกสินทร์ซ่ึงโคลงหรือก่ันโลงน้ีรุ่งเรืองในยุคหลังจาก
การรจนาคัมภีร์เป็นภาษาบาลี และคงได้รับความนิยมมากในยุคประมาณปี พ.ศ. ๒๐๐๐ - ๒๒๐๐ คำ
ประพันธ์ประเภทโคลงสห่ี ้องมีลักษณะดังนี้ โคลง ๑ บทมี ๔ บาท แต่ละบาทจะมี ๒ วรรค วรรคหนา้ มี ๕ คํา
วรรคหลังมี ๒ คํา ยกเว้นบาทที่ ๔ วรรคหลังจะมี ๔ คํา คําสร้อยจะปรากฏท่ีบาทท่ี ๑ หรือบาทที่ ๓ ก็ได้
ข้อกําหนดเรื่องวรรณยุกต์ในโคลงมีความยืดหยุ่น โดยมากปรากฏเอกเจ็ด โทห้า คือเพ่ิมคําโทพิเศษตําแหน่ง
คาํ ที่ ๔ ในบาท ๔ คาํ เอก ในโคลงนริ าศหรภิ ุญชัยจะใชค้ ําตายอยู่บ่อยครัง้ การสง่ สัมผสั น้ันคําสุดทา้ ยในบาทท่ี
๑ ส่งสัมผัสไปยงั คําสุดท้ายวรรคหน้าของบาทที่ ๒ และบาทที่ ๓ รวมท้ังคาํ สุดทา้ ยในบาทท่ี ๒ ส่งสัมผัสไปยัง
คาํ สุดทา้ ยวรรคหน้าของบาทท่ี ๔
๖
๕. เนือ้ หา
สําหรับเน้ือหาในโคลงนิราศหริภุญชัยน้ี กวีได้เดินทางไปไหว้พระบรมธาตุเม่ือเดือนสี่ภาคกลาง คือ
เดือนหกเหนือ หรือประมาณเดือนมีนาคม แต่กวีมาประพันธ์เร่ืองน้ีในเดือนสิบเอ็ดของภาคกลาง คือ เดือน
อ้ายของภาคเหนือ หรือประมาณเดือนตุลาคม รวมระยะเวลาห่างจากท่ีกวีเดินทางไปจริงราวเจ็ดเดือน
สําหรับเส้นทางการเดินทางท่ีระบุไว้ในโคลงนิราศหริภุญชัยจะเร่ิมจากบทบูชาพระรัตนตรัย บอกวันเวลาที่
แต่ง แล้วกล่าวถึงการท่ีต้องจากนางที่เชียงใหม่ไปบูชาพระธาตุหริภุญชัยที่เมืองหริภุญชัย(ลําพูน) ก่อนออก
เดินทางไดน้ มัสการลาพระพุทธสิหงิ ค์ ขอพรพระมังราชหรือพระมงั รายซง่ึ สถิต ณ ศาลเทพารักษ์ นมัสการลา
พระแก้วมรกต เมื่อเดินทางพบสิ่งใดหรือ ตําบลใดก็พรรณนาคร่ำครวญรําพันรักไปตลอดทางจนถึงเมืองหริ
ภญุ ชยั ได้นมัสการพระธาตุสมความตั้งใจ บรรยายพระธาตุงานสมโภชพระธาตุ ตอนสุดท้ายลาพระธาตุกลับ
เชียงใหม่กล่าวถึงการเดนิ ทางของผแู้ ต่ง ซึง่ เดนิ ทางไปในขบวนเกวยี นจากจงั หวัดเชยี งใหม่เพื่อไปไหว้พระธาตุ
หริภุญชัย กล่าวถึงสถานที่ต่าง ๆ ที่เดินทางผ่าน พร้อมกับบรรยายความทุกข์เน่ืองจากอาลัยหญิงคนรัก
ระยะทางท่ีผ่านไปออกจากเชียงใหม่ไปยังลําพูน ผ่านวัดพระสิงห์แวะไหว้พระพุทธสิหิงค์ วัดทุงยู วัดสิริเกิด
วัดผาเกียร (ชัยพระเกียรติ) ผ่านข้างกุฏาราม (วัดเจดีย์หลวง) วัดอูปแป้น (ร้างไปประมาณร้อยปีแล้ว) มาถึง
ส่ีแยกกลางเวียงเชียงใหม่ ไหว้หอพญามังรายของพญามังราย (เหลือแต่ต้นโพธิ์) แวะวัดเจดีย์หลวงไหว้
พระอัสดารสซ่ึงเป็นพระประธานในปัจจุบันนี้ ไหว้พระแก้วมรกตและรูปยักขราราชภุมภัณฑ์คู่ (ไม่ใช่คู่ ท่ี
ปรากฏอยู่เด๋ียวน้ี เพราะเพิ่งสร้างขึ้นใหม่ในสมัยเจ้ากาวิละ) ผ่านวัดฟ่อนสร้อยและเชียงสง (วัดหรือ ตลาด)
ออกประตูเมอื งช่ือประตูเชยี งใหม่ ผ่านวัดพันงอ้ ม (ร้างไปนานจนไม่มีใครรู้จกั ) วัดกุฎีคํา (วัด ธาตุคํา) วัดน่าง
ร้ัว ผ่านประตูชั้นท่ีสอง ผ่านอุทยานถึงเวียงกุมกาม วัดกู่คํา (วัดเจดีย์เหล่ียม) ต่อจากนี้ หาทางไม่ได้แน่ชัด
บางทีจะผา่ นพระนอนบา้ นพิงด้วย ผ่านปา่ ผ่านยางหนุ่ม (วดั กองทราย) ถึงปงิ เก่า หัวฝาย แมน่ ้ำปิงสมัยน้ีย้าย
ไปจากเดิมหลายกิโลเมตรแล้ว ดูหมายเหตุเวียงกุมกามท้ายเร่ือง ผ่านตลาด ต้นไร (คล้ายต้นไทร บางคนว่า
๗
ต้นกร่าง) หยุดพักนอนหน่ึงคืน พอข้ามไปถึงเมืองลําพูน ไหวพ้ ระธาตุ ชมสถานท่ีตอนกลางคืน ดูการฟ้อนรํา
การเล่นต่าง การแสดงไต่ดาบ ไปไหว้พระยืน ซึ่งพระมหาสมณ เถรมาปฏิสังขรณ์ไว้หลังสมัยพระมหาธรรม
ราชาที่ ๑ พระร่วงลิไทย กลบั มาวัดพระธาตุหริภญุ ชัยอกี พระเจ้าแผ่นดินมาในงานมีจุดดอกไม้ไฟ พกั หนึง่ คืน
ลาพระธาตกุ ลบั
นอกจากน้ียังสามารถสรุประยะเวลาการเดินทางของกวีที่ประพันธ์โคลงนิราศหริภุญชัยได้ว่า ความ
คาดหมายจากการเดินทางของชาวเกวียนสมัยโบราณที่นิยมเดินทางตอนบ่ายคล้อยมากกว่าจะนิยมเดินทาง
ตอนเช้า เพราะเกวยี นจะต้องเดนิ ทางกลางแดดจัด ดังนั้นจงึ สันนิษฐานไดว้ ่า กวคี งออกเดินทางวนั ขึ้น ๑๔ ค่ำ
เดือนสี่ภาคกลาง คือเดือนหกเหนือ โดยออกเดินทางราว ๑๕ นาฬิกา จากวัด พระสิงห์ อําเภอเมือง จังหวัด
เชียงใหม่ แวะพักขบวนที่วัดพระนอนหนองผ้ึง อําเภอสารภี จังหวัด เชียงใหม่ แล้วเดินทางต่อไปจนค่ำ พัก
ค้างคืนที่ตลาดต้นไทร (ต้นไร) ซ่ึงเป็นระยะทางก่ึงกลางระหว่าง เชียงใหม่-ลําพูน รุ่งขึ้นจึงเดินทางต่อไปจน
ใกล้เท่ียงจึงไปถึงวัดพระธาตุหริภุญชัย ในคืนวันข้ึน ๑๕ ค่ำ กวีพักค้างคืนที่น่ี รุ่งขึ้นวันแรม ๑ ค่ำ จึงเดินทาง
ไปไหว้พระท่ีวัดพระยืน แล้วกลับมาค้างคืนที่วัดพระบรมธาตุหริภุญชัยอีก รวมเป็น ๒ คืน รุ่งขึ้น วันแรม ๓
ค่ำ จึงออกเดินทางกลับเชียงใหม่ สําหรับเส้นทางผ่านของกวีตามท่ีกล่าวไว้ในโคลงนิราศหริภุญชัย ได้
ตรวจสอบหาจุดท่ีกวีเดินทางผ่านตลอดระยะทางจากเชียงใหม่ถึงลําพูน เห็นว่าจุดต่าง ๆ ที่กวีผ่านมี
ตามลําดับดังตอ่ ไปน้ี
๑. ในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ ตงั้ แต่วัดพระสงิ หจ์ นถึงประตูเมอื งชั้นนอก ได้แก่ วัดพระสิงห์ ตัง้ อยู่ถนนสามล้าน
ตอ่ กับถนนราชดําเนิน, วัดทงุ ยู ต้ังอยู่ถนนราชดาํ เนนิ เยอ้ื งกับสถานีตํารวจภธู ร อําเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
ไปทางทิศตะวันตก, วัดศรีเกิด ต้ังอยู่ถนนราชดําเนินตรงข้ามวัดทุงยู, วัด ผาเกียน ตั้งอยู่ถนนราชดาํ เนิน เยอื้ ง
กับสถานีตํารวจภูธร อําเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ไปทางทิศ ตะวันออก (ปจั จบุ ันเรียกวัดชัยพระเกียรติ), วัด
อูปแป้น ปัจจุบันร้าง สันนิษฐานว่าบริเวณบางส่วนคือ ท่ีตั้งอนุสาวรีย์พระยามังรายปัจจุบัน, ศาลท่ีสถิตพระ
วิญญาณพระยามังราย ตรงสี่แยกกลางเวยี ง เชียงใหม่ กลา่ วกันวา่ ศาลเดิมตัง้ อยู่ในบริเวณ บรษิ ัททวิสิทธ์ิกล
การ, วัดกุฎารามปัจจุบันเรียกวัดเจดีย์ หลวง ต้ังอยู่ถนนพระปกเกล้า, วัดช่างแต้ม ตั้งอยู่ถนนพระปกเกล้า
เย้อื งโรงเรียนพุทธโิ ศภณ, วัดเจ็ด ลนิ ปจั จบุ ันรา้ ง ตั้งอยู่ถนนพระปกเกล้า, วัดฟ่อนสร้อย วัดเดมิ อยูใ่ กลต้ ลาด
ประตูเชียงใหม่ วัดปัจจุบัน ต้ังอยู่ถนนพระปกเกล้า ถัดจากวัดเดิมไปทางเหนือเล็กน้อย, วัดเชียงสง ปัจจุบัน
ร้าง ตั้งอยู่ถนนราช เชียงแสน ตรงคิวรถประตูเชียงใหม่, ประตูเชียงใหม่ เป็นประตูเมืองทางด้านทิศใต้, วัด
พันงอ้ ม ปัจจุบันร้าง และไม่ทราบที่ตั้ง, วัดเถียงเล่า ปัจจุบันร้าง และไม่ทราบที่ตั้ง, วดั กุฎีคําปัจจุบันเรียกวัด
ธาตุคํา ต้ังอยู่ถนนสุริยวงค์, วัดน่างร้ัว ปัจจุบันร้าง ต้ังอยู่ถนนสุริยวงค์เรียกวัดยางกวง, และประตูเชียงใหม่
ชั้นนอกเปน็ ประตกู าํ แพงดิน ปัจจุบนั เรียกประตขู วั กอ้ ม
๒. นอกเขตประตูเมืองเชียงใหม่จนถึงลําพูน ได้แก่ วัดกู่คําปัจจุบันเรียกวัดเจดีย์เหล่ียม ต้ังอยู่ ในเขต ตําบล
ท่าวังตาล อําเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่, เวียงกุมกาม เมืองท่ีพระยามังรายสร้างก่อนท่ี จะสร้างเมือง
เชียงใหม่, วัดพระนอนหนองผ้ึงต้ังอยู่ริมถนนเชียงใหม่-ลําพูนสายเก่า, วัดยางหนุ่ม ปัจจุบันเรียกช่ือวัดกอง
ทราย ตั้งอยู่ริมถนนเชียงใหม่-ลําพูนสายเก่า, วัดหัวฝาย ปัจจุบันตั้งอยู่ในเขต อําเภอสารภี เชียงใหม่ และ
ตลาดตน้ ไทรล้านนาเรียก “ตน้ ไร” ออกเสียงเป็น “ตน้ ไฮ” อยู่ตาํ บลหวั ฝาย อาํ เภอสารภี เชยี งใหม่
๘
๓. ในบริเวณวดั พระบรมธาตหุ รภิ ุญชัย และแหล่งใกล้เคียง ซง่ึ ถือวา่ เปน็ สถานที่สาํ คญั ทีท่ ําให้ เกิดโคลงนิราศ
เร่ืองน้ีข้ึน กวีได้พรรณนาเก่ียวกับสถานท่ี ได้แก่ องค์พระบรมธาตุในบริเวณพระธาตุหริ ภุญชัย ซ่ึงเป็นพระ
อารามหลวงชั้นเอกชนิด “มหาวรวิหาร”, ฉัตร ซ่ึงประดับองค์พระธาตุทั้งสี่มุม, ร้ัว ล้อมรอบพระเจดีย์ เดิม
เรียก “ลําเวียง” มีสองชั้น, วิหารขนาดเล็ก ๆ ประดับองค์พระธาตุท้ังส่ีด้าน, พระพุทธรูปซึ่งมีจํานวนมาก
อาจจะอยู่ในศาลารายด้านทิศเหนอื และทิศใต้, วิหารพระพันตน ตงั้ อยู่ หลังวหิ ารพระละโว้ บรรจพุ ระพทุ ธรูป
เป็นจํานวนมาก, พระพุทธรูปยืนเข้าใจว่าจะเป็นพระพุทธรูปใน วิหารพระเจ้าทันใจ ซ่ึงประดิษฐาน
พระพุทธรูปปางลีลาสมัยเชียงแสนขนาดใหญ่หล่อด้วยโลหะ เรียกว่า พระเจ้าทันใจ, พระสังกัจจายน์ เป็น
พระพุทธรูปท่ีมีวิหารอยู่นอกกําแพงวัดช้ันใน ทางด้านทิศ ตะวันตกเฉียงเหนือ, พระพุทธรูปนอนหรือพระ
ไสยาสน์ อยูใ่ นวิหารหลังย่อม ต้ังอยู่ดา้ นเหนอื พระ ละโว้ เป็นพระพุทธรูปนอนก่อด้วยอิฐถือปูนลงรักปิดทอง,
พระเจา้ บอกเกลือ (กลักเกลือ) ประดิษฐาน ในวิหารทางทศิ ตะวันตกเฉียงใต้เป็นพระพุทธรปู ปางมารวิชัย ก่อ
ด้วยอิฐถือปูน ขนาดใหญ่ ทาสีแดง จึงมักเรียกว่า พระเจ้าแดง, พระพุทธรูปวัดพระยืนซึ่งมีส่ีองค์ วัดพระยืน
ตง้ั อยู่ฝากตะวันออกของลาํ น้ำ แม่กวงตรงขา้ มกับพระบรมธาตุ ปจั จุบนั อยู่ในเขตตําบลเวียงยอง อําเภอเมือง
จังหวดั ลําพูน
จากข้อมูลข้างต้นเมื่อนําเส้นทางมาเปรียบเทียบกับเส้นทางปัจจุบัน โดยออกเดินทางจากวัด พระ
สิงคจ์ ังหวดั เชียงใหม่มาถึงวัดพระธาตหุ ริภุญชยั จังหวดั ลําพนู ผ่านสถานทีแ่ ละจดุ สําคัญตาม เสน้ ทางตา่ ง ๆ ที่
โคลงนิราศหริภุญชัยได้กล่าวไว้ โดยการสืบค้นออนไลน์ เพ่ือกําหนดจุดเส้นทางการ เดินทาง โดย พบว่า
ระยะทางของการเดินทางตามแผนที่ปัจจุบันที่โคลงนิราศหริภุญชัยได้กล่าวไว้ มี ระยะทางทั้งสิ้น ๓๔.๔
กิโลเมตร
๖. คุณค่าของโคลงนริ าศหรภิ ญุ ชัย
โคลงนิราศหริภุญชยั เป็นวรรณศิลป์ทีท่ รงคุณค่าของชาติ นกั วิชาการหลายทา่ นกล่าวถึง คุณค่าของ
วรรณกรรมเร่อื งน้ีไวม้ ากมาย ซ่งึ สามารถสรุปได้ดังน้ี
๑) คุณค่าด้านอักษรศาสตร์ โคลงนิราศหริภุญชัยเป็นร้อยกรองที่ใช้ถ้อยคําพรรณนา ท่ีไพเราะมาก เป็นการ
แต่งแบบโคลงดั้นโบราณ มีคําสัมผัสไพเราะ มีภาษาต่าง ๆ ปะปนอยู่หลายภาษาไม่ว่าจะเป็นภาษาบาลี
สนั สกฤต เขมร มอญ ลัวะและภาษาล้านนา โบราณ ทีส่ ําคัญมกี ารถอื กันว่า โคลงหริภุญชัยถอื เป็นโคลงนริ าศ
เรื่องแรกท่มี อี ิทธพิ ลต่อการแต่งนิราศในยคุ ต่อ ๆ มา
๒) คุณค่าด้านประวัติศาสตร์ เป็นการบนั ทึกเร่ืองราวที่เกิดขึ้นเมื่อ ๕๐๐ ปีก่อน โคลง หริภุญชัยนถี้ ือว่าเป็น
มรดกวรรณศิลป์ท่ีสําคัญไม่เฉพาะของอาณาจักรล้านนา แต่ยังเป็นเอกสารสําคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติ
ด้วย เน่ืองจากในอดีตอาณาจักรล้านนาเคยเจริญรุ่งเรืองแผ่อํานาจครอบคลุมดินแดนกว้างขวางตั้งแต่เมือง
ตามโบราณและแพร่-น่าน ทางใต้ไปถึงเชียงรุ่งทางเหนือ ดินแดนทางตะวันออกของลุ่มน้ำสาละวิน และทาง
ตะวันออกจรดดินแดนหลวงพระบาง กลา่ วกันว่า ลา้ นนามี ๕๗ หัวเมืองหรือพันนา ในบรรดาหัวเมืองทง้ั ๕๗
เมืองที่โดดเด่นในประวัติศาสตร์ล้านนา คือ หริภุญชัย เชียงใหม่ เชียงราย เชียงแสน ฝางและเวียงกุมกาม
นอกจากน้ีพระบรมสารีริกธาตุที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหน่ึงในบรรดาเจดีย์ที่งดงามและศักดิ์สิทธิ์ท่ีสุดแห่ง
๙
หนึ่งในโลกพุทธศาสนา คือ พระ บรมสารีริกธาตุหริภุญชัย ซึ่งตามธรรมเนียมปฏิบัติท่ีมหาราชเชียงใหม่ทุก
พระองค์ต้องเสด็จมา บูรณปฏิสังขรณ์และบํารุงพระบรมธาตุน้ีทุกปี โดยถือว่าเป็นการจาริกแสวงบุญอย่าง
หนง่ึ
๓) คุณค่าด้านโบราณคดี ช่วยให้สามารถตรวจสอบเร่ืองราว และท่ีตั้งของวัดในเมืองเชียงใหม่สมัยโบราณ
ตลอดจนสถานที่ต่าง ๆ ที่ปรากฏในโคลงทําให้รู้เร่ืองราวของพระพุทธรูปสําคัญ ๆ อยา่ งพระพุทธสิหิงค์ พระ
แก้วมรกต ได้รู้ว่ามีสถานที่สําคัญ ๆ หลายแหล่งมีอยู่ทางภาคเหนือ อย่างเช่น วัดพระธาตุหริภุญชัย วัดพระ
สงิ ห์ วัดกฎุ าราม ซ่งึ ปัจจุบนั คือวัดเจดีย์หลวง เปน็ ต้น
๔) คุณคา่ ด้านศาสนา แสดงใหเ้ หน็ วา่ ผู้คนสมัยนนั้ มีพระศาสนาเป็นท่ีพึ่งพํานักเปน็ สรณะทพ่ี ง่ึ เวลาจะไหนมา
ไหนต้องไหวพ้ ระกอ่ นเพ่ือความสบายใจในการเดินทางและให้การเดนิ ทาง
๒. หนงั สอื อิเล็กทรอนกิ ส์ (e – book)
e-Book ย่อมาจากคำว่า Electronic Book หมายถึงหนังสือท่สี ร้างข้ึนด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มี
ลักษณะ เป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ โดยปกติมักจะเป็นแฟ้มข้อมูลท่ีสามารถอ่านเอกสารผ่านทางหน้า
จอคอมพิวเตอร์ ทั้งในระบบออฟไลน์ และออนไลน์ คุณลักษณะของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถเชื่อมโยง
จุดไปยังส่วนต่าง ๆ ของหนังสือ เว็บไซต์ต่าง ๆ ตลอดจนมีปฏิสัมพันธ์และโต้ตอบกับผู้เรียนได้ นอกจากนั้น
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถแทรกภาพ เสียง ภาพเคล่ือนไหว แบบทดสอบ และสามารถส่ังพิมพ์เอกสารท่ี
ต้องการออกทางเคร่ืองพิมพ์ได้ อีกประการหนึ่งท่ีสำคัญก็คือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถปรับปรุงให้
ทันสมยั ไดต้ ลอดเวลา ซ่งึ คณุ สมบตั เิ หลา่ น้ีจะไมม่ ใี นหนงั สือธรรมดาทว่ั ไป
๓. โปรแกรมที่ใชจ้ ดั ทำหนงั สอื อเิ ล็กทรอนิกส์ (e – book) โปรแกรม Anyflip
Anyflip คือ เว็บไซต์บริการสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) หรือ ฟลิปบุ๊ค (Flipbook) ใน
รปู แบบพลิกหน้า ผูอ้ ่านสามารถพลกิ อ่านหนังสือหน้าตา่ งๆได้ตามความต้องการ อีกทัง้ ยังสามารถดาวน์โหลด
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เก็บไว้ได้ด้วย นิมนำมาใช้ในในการสร้างแมกกาซีนอิเล็กทรอนิกส์ โบรชัวร์
อิเล็กทรอนิกส์ แคตตาล็อคอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ผู้ใช้สามารถสร้างและเผยแพร่ได้ด้วยตนเองผ่านทาง
เว็บไซต์ www.anyflip.com ด้วยการอัพโหลดไฟล์ pdf และกำหนดค่ารายละเอียดข้อมูลของเอกสาร
เทา่ นนั้
๑๐
บทท่ี ๓
การดำเนินการโครงงาน
วธิ ีการจดั ทำ
๑. ศกึ ษาเน้ือหาวรรณคดีสมัยสุโขทัย เรื่อง โคลงหรภิ ญุ ชยั
๒. ศกึ ษาเร่ืองการจัดทำหนังสืออิเลก็ ทรอนิกส์ (e – book)
๓. นำเนือ้ หาวรรณคดีเรื่อง โคลงหรภิ ุญชัย มาออกแบบการดำเนนิ เรอ่ื ง โดยกำหนดให้มีตวั ละครและ
การดำเนนิ เร่อื ง
๔. ออกแบบหนังสอื ฉบบั ร่างตามข้อกำหนด คือ
๑.๑ รปู เล่มหนงั สืออิเลก็ ทรอนิกส์ (e – book) ตอ้ งมี ปกนอก ปกใน คำนำ สารบัญ
เน้ือเร่อื ง (ไม่น้อยกวา่ ๑๐ หนา้ ) และบรรณานุกรม
๑.๒ เนอื้ เร่อื ง (ไม่น้อยกว่า ๑๐ หน้า) ตอ้ งมีตัวละครและการดำเนินเรื่อง
๑.๓ เนอ้ื เรือ่ งต้องใหค้ วามรเู้ กี่ยวกับวรรณคดีเรื่องที่ได้รบั มอบหมาย ในดา้ น ผแู้ ต่ง
จดุ ประสงค์การแต่ง ลักษณะคำประพันธ์ เน้ือหา และความดเี ด่นของวรรณคดี
๕. จดั พมิ พ์และออกแบบภาพประกอบ ภาพเคล่ือนไหว ให้สวยงาม นา่ สนใจ
๖. สร้างช่องทางการเขา้ อ่านไดอ้ ย่างสะดวก รวดเร็ว
การจดั แบ่งหน้าที่
๑. ผู้เขียนเรอื่ ง ออกแบบการดำเนินเรื่อง
๑.๑. นายภมู ิพัฒน์ พมิ พ์บุญมา
๑.๒. นางสาวลดาดล อินถาเครอื
๒. ฝ่ายพมิ พ์ ออกแบบ จัดแตง่ หน้าหนงั สือ ภาพ กราฟกิ ตา่ ง ๆ ใหส้ วยงาม ชวนอ่าน
๒.๑. นายภมู พิ ฒั น์ พิมพบ์ ุญมา
๒.๒. นายตปธน จนั ทมาศ
๓. ฝ่ายบรรณาธกิ าร อ่าน ตรวจสอบความถกู ต้อง เหมาะสมของหนังสอื ทงั้ เล่ม
๓.๑. นายตปธน จนั ทมาศ
๓.๒. นางสาวปัณฑิตา เศรษฐมาตย์
๔. ฝ่ายเชิญผ้อู ่านเข้าอ่านหนงั สือทีจ่ ัดทำขน้ึ และจัดทำแบบประเมนิ ให้ผ้อู ่านไดป้ ระเมนิ หนงั สือ
๔.๑. นายกฤตมุข ศรโี พธิ์
๔.๒. นางสาวปณั ฑิตา เศรษฐมาตย์
๕. ผูร้ วบรวม วิเคราะหข์ ้อมลู และจดั ทำเล่มรายงานโครงงานภาษาไทย
๕.๑. นายกฤตมุข ศรีโพธ์ิ
๕.๒. นางสาวลดาดล อนิ ถาเครอื
๑๑
บทท่ี ๔
ผลการศึกษาและอภิปรายผลการศกึ ษา
การจัดทำหนังสอื อเิ ล็กทรอนิกส์ (e – book) ส่งเสรมิ การอ่านวรรณคดีไทย ชอ่ื หนังสอื โคลงหรภิ ญุ
ชัย โดยมวี ตั ถปุ ระสงคจ์ ดั ทำหนงั สอื อเิ ล็กทรอนิกส์ (e – book) ประกอบการเรยี นเรื่อง วรรณคดีสมัยสโุ ขทยั
และเชญิ ชวนผ้สู นใจอ่าน อย่างนอ้ ย ๒๐ คน ผ้อู า่ นมีความพงึ พอใจตอ่ หนังสอื อิเลก็ ทรอนิกส์ (e – book)
ที่จดั ทำข้ืน อยู่ในระดบั ดี – ดีมาก สรปุ ผลการจดั ทำได้ ดังนี้
๑. หนงั สอื อเิ ล็กทรอนิกส์ (e – book) เรื่อง โคลงหริภญุ ชยั
มเี น้ือหาจำนวน................หนา้ มีภาพประกอบสวยงาม
๒. นำเสนอและเชญิ ชวนผสู้ นใจอ่าน มผี ู้อา่ นจำนวน..............คน
๓. ผ้อู ่านมีความพงึ พอใจ ดงั น้ี
ระดับปรบั ปรงุ จำนวน.................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ........................
ระดบั พอใช้ จำนวน...............คน คิดเปน็ ร้อยละ........................
ระดบั ดี จำนวน.............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ........................
ระดับดีมาก จำนวน...............คน คดิ เปน็ ร้อยละ........................
๑๒
บทท่ี ๕
สรุปผลการศึกษา
โครงงานการจัดทำหนังสอื อเิ ล็กทรอนิกส์ ( e–book ) ส่งเสรมิ การอ่านวรรณคดไี ทย เรอ่ื ง โคลงหริ
ภุญชยั และนำเสนอ เชิญชวนผอู้ ่าน มผี ูส้ นใจร่วมอ่านหนงั สอื จำนวน......................คน โดยผู้อ่านมีความพงึ
พอใจต่อหนังสือที่จัดทำอยูใ่ นระดบั ............................
ประโยชน์ทไี่ ดร้ ับ
๑. ไดห้ นงั สืออิเลก็ ทรอนิกส์ ( e–book ) ส่งเสริมการอา่ นวรรณคดีไทย ประกอบการเรยี นรู้เร่อื ง
วรรณคดีสมยั สโุ ขทยั
๒. ไดฝ้ ึกการทำงานเปน็ หมู่คณะ
๑. ฝึกทกั ษะการใช้ภาษาไทย
๒. ฝึกทกั ษะการใช้เทคโนโลยี
๓. ฝึกความคดิ รเิ ริ่มสร้างสรรค์และจินตนาการ
ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………..............……
………………………………………………......................................................................................................................
.................................................................................................... ……………………………………………..........……....
๑๓
บรรณานกุ รม
นิตยา เอกบาง และ พิศาพมิ พ์ จันทร์พรหม. ๒๕๖๕. โคลงหริภุญชยั .
[ระบออนไลน]์ . แหลง่ ท่ีมา https://so0.tci-thaijo.org. (๙ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๕)
Pattarapon Singhakulpitak. ๒๕๕๙. โคลงส่ีสุภาพ.
[ระบออนไลน]์ . แหล่งที่มา http://www.digitalschool.club. (๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๕)