ก
รายงานบันทกึ การเรียน
วิชาการออกแบบเชิงสรา้ งสรรค์ทางคหกรรมศาสตร์
รหัสวชิ า HE4017105
นางสาวจรรยา คงแกว้
รหสั นกั ศกึ ษา 126470703509-4
สาขาวชิ าคหกรรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ข
คำนำ
รายงานเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในรายวิชาการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ทางคหกรรมศาสตร์ รหัส
วิชา HE4017105 เนื้อหาในเล่มเป็นการสรุปความรู้ที่ได้รับจากการเรียนรู้ในชั้นเรียน นำมารวบรวมเป็นเล่ม
รายงานเพื่อสรุปผลการเรยี นรทู้ ่ไี ด้รับและเพอ่ื นำไปใช้ประโยชน์ไปใช้ในการทำงานให้มปี ระสทิ ธภิ าพตอ่ ไป
ผู้จัดทำหวังว่ารายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจในการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ทาง
คหกรรมศาสตร์ตอ่ ไป
นางสาวจรรยา คงแกว้
ผู้จัดทำ
สารบัญ ค
คำนำ หน้า
สารบัญ ข
เรื่องที่ 1 แนวคิดและทฤษฎีเกยี่ วกับกระบวนการออกแบบ ค
เรือ่ งที่ 2 เคร่ืองหอมไทย 1
เรื่องที่ 3 Pinn Shop 2
เรื่องที่ 4 หลักการออกแบบในงานคหกรรมศาสตร์ 4
เรอื่ งที่ 5 Packaging Desing 7
เรอ่ื งท่ี 6 การตกแต่งอาหารแนวสรา้ งสรรค์ 9
เร่ืองที่ 7 ความหลากหลายทางคหกรรมศาสตร์ 12
เร่ืองที่ 8 องค์ประกอบศิลป์และการจัดองค์ประกอบศลิ ป์ 14
19
1
วิชาการออกแบบเชิงสรา้ งสรรค์ทางคหกรรมศาสตร์
รหสั วชิ า HE4017105
บทท่ี 1 แนวคิดและทฤษฎีเกย่ี วกบั กระบวนการออกแบบ
วันท่ี 9 มกราคม 2565
หลักการออกแบบ มีวัตถุประสงค์คือกลุ่มเป้าหมายเป็นใคร งานออกแบบมีความหมายหรือต้องการจะ
บอกอะไรและต้องการนำเสนอแบบใด หลักการนี้จะช่วยใหง้ านออกแบบแข็งแรงและส่ือกับผูด้ ูงานได้อยา่ งชัดเจน
ยิง่ ขนึ้ ซึง่ ประโยชน์หลักของการออกแบบน้ันคอื จะชว่ ยทำใหง้ านออกแบบที่สรา้ งสรรค์ออกมาสามารถเปน็ ไปตามท่ี
นักสรา้ งสรรคต์ อ้ งการมากทส่ี ุดข้นั ตอนในการออกแบบจะถูกต้องแมน่ ยำไมเ่ กิดการผดิ พลาด
หลักในการออกแบบประกอบไปด้วย Desing,Patterns,Creational,Behavioral,Structural การ
ออกแบบงานกราฟฟิคหรือศิลปะต่างๆถือเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่จะต้องมีหลักก ารควบคุมอยู่เสมอเนื่องจาก
หลักการในการออกแบบน้ันคือกระบวนการทจ่ี ะช่วยให้นักออกแบบสามารถสร้างสรรค์ได้อย่างราบรื่น โดยหลักใน
การออกแบบจะประกอบไปด้วย 4 ข้ันตอน ต่อไปนี้
1. จุดประสงค์ของงาน ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเป็นแนวทางในการออกแบบที่ชัดเจนขึ้น เพื่อเนการ
จำกดั วา่ งานน้ีต้องการทจ่ี ะสือ่ ถงึ อะไรและมีประโยชน์อย่างไร เชน่ ใชส้ ำหรบั โฆษณา ใชเ้ พื่อความรู้
2.กล่มุ เป้าหมาย จะตอ้ งทำการกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน เพอ่ื ช่วยกำหนดขอบเขตใหส้ ามารถเข้าถึง
ไดต้ รงธรุ กิจหรืองานนัน้ ๆ
3.ความหมายของงานออกแบบ งานออกแบบทุกชนิดล้วนจะต้องมีความหมายที่ต้องสื่อออกมา ไม่ว่าจะ
เป็นงานประเภทใดก็ตามต้องทราบถึงความหมายว่าตอ้ งการส่ืออะไร เช่น ตัวหนังสือนั้นแปลว่า สัญลักษณ์นั้น คือ
อะไรมที ่มี าจากอะไร ใชส้ ีสนั แบบนเ้ี พราะอะไรและรวมไปถงึ การจัดวางต่างๆ
4.สื่อที่ใช้ในการออกแบบ งานออกแบบในปัจจุบันประกอบไปด้วยสื่อมากมายหลายชนิดเช่น กราฟฟิค
ภาพเขยี น โลโก้ งานประดษิ ฐ์ งานทัศนศิลป์ ป้ายโฆษณา นามบตั ร แผ่นพับ หรือสือ่ สิง่ พิมพ์ต่างๆ ส่งิ เหลา่ นี้เป็นสิ่ง
ทีน่ ักออกแบบจะตอ้ งเลอื กว่าต้องการใช้ส่ือใดสำหรบั เผยแพร่การออกแบบที่ตนเองได้คิดและวางแผนเอาไว้
หลักการออกแบบทั้ง 4 อย่างเหล่านี้เป็นกระบวนการที่สำคัญที่นักออกแบบจะต้องทำความเข้าใจมากที่สุด เพื่อ
ช่วยให้สามารถทำงานออกแบบได้อย่างสวยงาม ถูกต้อง และตรงกับความต้องการ ทั้งผู้ออกแบบหรือผู้ว่าจ้าง
ร่วมกัน เมื่อเรียนรู้และใช้หลักการออกแบบอย่างสม่ำเสมอจะสามารถสร้างสรรค์งานศิลปะหรือการออกแบบได้
อย่างคลอ่ งแคล่ว
สนุ ทรยี ศาสตร์ คอื ปรชั ญาสาขาหน่ึงทว่ี ่าดว้ ยเรื่องของความงาม เปน็ การ แสวงหาค าตอบเกี่ยวกับนิยาม
ความหมายของความงาม ประสบการณ์การรับรู้ความงาม และการตัดสิน คุณค่าความงาม ทั้งที่มีอยู่ในธรรมชาติ
และในศิลปะ เนื่องจากสุนทรียศาสตร์เป็นสาขาหนึ่งของปรัชญาแบ่งเป็น ความงามในธรรมชาติ และความงามท่ี
มนษุ ย์สร้างข้นึ
2
วิชาการออกแบบเชิงสรา้ งสรรค์ทางคหกรรมศาสตร์
รหสั วิชา HE4017105
บทท่ี 2 เรือ่ งความรทู้ ว่ั ไปเกย่ี วกับเครือ่ งหอม
วนั ท่ี 16 มกราคม 2565
ความหอมเป็นความสนุ ทรยี ภาพทเี่ กดิ จากการสัมผสั กลิน่ เคร่อื ง หมายถงึ ส่งิ ของ ส่งิ ท่ีใชป้ ระกอบกนั
หอม หมายถึง ไดร้ บั หรือกล่ินหอม สมาคมนกั คหเศรษฐศาสตร์ ได้นิยามวา่ การผสมของหอม ทำให้กลนิ่ สดชืน่ พงึ
พอใจ ทำจากพชื สัตว์นำมาสังเคราะห์ ปรุงแต่งด้วยวิธกี ารต่างๆเชน่ นำ้ หอม แป้งร่ำ บุหงารำไป
ประวัติเครอ่ื งหอม
1. การใชเ้ คร่อื งหอมในอียิปต์ มนษุ ยม์ ีการเผาไมห้ อมบางชนิดท่ีมียาง และกลนิ่ หอมในพิธีศาสนา ปรากฎ
ว่ากล่นิ ลอยมากับควันอบอวลอย่ใู นบรเิ วณงานสร้างความพึงพอใจแก่ผรู้ ว่ มงาน Kyphi ชาวอยี ปิ ตไ์ ด้คิดคน้ เครื่อง
หอมมากกว่า 4000 ปี และในสมัยฟารโ์ ร ตอ่ มาชาวกรีกและชาวโรมนั ได้เรยี นณูเ้ ครือ่ งหอมจากอยี ิปต์
2. เคร่ืองหอมยโุ รป ฝร่งั เศส พระเจา้ หลยุ สท์ ่ี 16 มีความหลงใหลในเคร่ืองหอมมาก มีการนำนำ้ ปรงุ
จำนวนมาก ทำใหน้ ำ้ หอมในปัจจุบันมักมาจากฝร่งั เศส
3.เคร่อื งหอมของไทย เครื่องหอมไทยไมป่ รากฎเป็นลายลกั ษณอ์ ักษรว่าไดน้ ำมาใช้และเป็นทน่ี ยิ มตั้งแต่
สมยั ใด ถ้าสันนษิ ฐานการเริ่มตน้ คนไทยนา่ จะเริม่ มาจากจีนและอนิ เดยี ซึ่งเปน็ ประเทศอำนาจใกล้ชดิ กับไทย
เคร่ืองหอมสมยั สุโขทัย สบื ค้นจากวรรณกรรม ไตรภูมพิ ระร่วงมกี ารใช้อยู่ 3 ชนิด ธปู วาศชวาลา กระแจะ
จวงจนั ทร์ และนำ้ มนั หอม เพ่ือบูชาส่ิงทีเ่ คารพ
เครื่องหอมสมันอยุธยา มีการนำดอกไมเ้ ทศ (นำ้ กุหลาบ) เพ่อื เป็นเครือ่ งประทนิ ผวิ สำหรับสตรี ในสมยั
อยุธยาตอนปลาย พบหลักฐานว่ามีหม่บู า้ นผลติ เครือ่ งหอมขายในเชิงพาณชฺ ย์ จากเอกสารหอหลวง บ้านรมิ วดั
พร้าว พวกพราหมณ์แลไทยนำแปง้ หอม น้ำมนั หอม
สมัยรตั นโกสินทร์ วรรณกรรมเรื่องอเิ หนา พนักงานพระสุคนธ์ จากวรรณกรรมเรือ่ งส่ีแผน่ ดิน เคร่ืองหอม
หลังสมยั ร.5 เปดิ รบั วฒั นธรรมตา่ งประเทศมกี ารเอาเครื่องหอมจากตา่ งประเทศ แสดงถึงค่านิยมใหมๆ่ ทำใหเ้ คร่ือง
หอมไทยถูกลดราคาลง
วัตถดุ บิ ในการผลติ เครื่องหอมไทย
มาจากธรรมชาติ และ การสงั เคราะห์
1. จากธรรมชาติ จากพชื และสตั ว์
จากพืช เชน่ ดอก ใบ ผล ราก เหง้า ยางไม้
จากสตั ว์ ชะมดเชด็ อำพนั ทอง ชะมดเชยี ง
2. สารสังเคราะห์ การสังเคราะหก์ ล่นิ ตา่ งๆตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
วิธีการทำเครื่องหอมของไทย
3
มี 3 วิธี คือการอบ การร่ำ การปรุง
1. การอบ คือ การปรงุ กลิน่ ด้วยควัน หรอื ปรุงกลนิ่ ดว้ ยดอกไมห้ อม การอบให้มีกลน่ิ หอมช่วั ขณะหนง่ึ กล่ินหอมน้นั
จะซึมซาบเข้าไปในของทีน่ ำไปอบ โดยวัตถุน้ันตอ้ งอย่ใู นภาชนะปิดสนทิ
2.การรำ่ การอบกลิน่ หอมซบั ซอ้ นหลายอย่าง และกระทำโดยใชภ้ าชนะเผาไฟแลว้ ใสเ่ คร่ืองหอมเพื่อใหเ้ กิดควัน
กล่นิ หอม
3.การปรุง การผสม การรวมของหลายๆสิ่ง หลายๆอย่างเข้าดว้ ยกนั
ประเภทของเคร่อื งหอมไทย
1. เคร่อื งหอมไทยประเภทแป้ง
2.เครอื่ งหอมไทยประเภทเครื่องอบไทย
ประโยชน์ของเครื่องหอม
1.ประทินผิว
2.ใชใ้ นเทศกาลและงานพิธีสำคญั ตา่ งๆ
3.ใช้เป็นของชำร่วย
4.ใชใ้ นการบำบดั
5.ด้านอื่นๆ
บรรจภุ ัณฑต์ ่างๆ
การเปลีย่ นแปลงเคร่ืองหอมไทยให้เหมาะกบั สมยั นยิ ม เช่น ยาดมสมุนไพร ยาดมสมุนไพรโมเดิร์น น้ำหอมแบรน
ไทยสยาม นำ้ หอมแบรนด์ไทยบตั เตอร์ฟลาย เป็นต้น
4
วิชาการออกแบบเชงิ สรา้ งสรรคท์ างคหกรรมศาสตร์
รหัสวชิ า HE4017105
บทท่ี 3
Pinn shop ศูนย์รวมจกั รเยบ็ ผา้ จักรปกั คอมและวัสดอุ ปุ กรณจ์ ักรเย็บครบวงจร
การออกแบบเชงิ สรา้ งสรรค์ ทางคหกรรมศาสตร์
Create Communication Deliver
Value
Target Audience
Technology & Trend สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ผู้บรโิ ภค
จาก AI ฉลาดขึ้น ถึงองค์กรในโลกใหม่ 12 เทรนดเ์ ทคโนโลยนี ่าสนใจ 2022
Trend เศรษฐกิจ
- Bioeconomy
-Circular economy
-Green economy
Trend สงั คมการเมอื ง
Trend ผบู้ รโิ ภค
-Baby Bommer 1946-1964
-Gen X 1965-1980
-Gen y 1981-1996
Gen Z 1997-2012
สุขภาพ 1.ครบ 5 หมูสดั สว่ น
2.สะอาด ปลอดภัย
3.Personalization
5
4.กัญชา
สง่ิ แวดล้อม 1.วัตถดุ บิ มที ่มี าทไ่ี ป
2.การกำจัดของเสยี
3.โปรตนี ทางเลือกจากพืช
4.โปรตนี ทางเลือกจากแมลง
Trend : ผบู้ ริโภค
BABY BOOMER (1946 – 1964)
Gen X (1965 - 1980)
Gen Y (1981 - 1996)
Gen Z (1997- 2012)
Gen Alpha (2010 - 2024)
อาหารอนาคต’ หรือ ‘Future Food’ เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ในอุตสาหกรรมอาหารที่กำลังถูกพูด
ถงึ อยา่ งแพร่หลาย เพือ่ ใหอ้ าหารการกินในจานมสี ว่ นช่วยสรา้ งความยั่งยืนในวันท่ีโลกถงึ จดุ เปลย่ี นการดูแลโลกผ่าน
มอ้ื อาหาร เกดิ ข้ึนได้ด้วยการนำนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์มาสวมลงบนวตั ถุดิบตา่ งๆ เพื่อลดผลกระทบที่จะ
เกิดต่อสภาพแวดล้อม ขณะเดียวกันก็ยังต้องนำหน้าด้วยรสชาติดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพควบคู่กันไปด้วย
อาหารอนาคต ยังถือเป็น ‘ทางเลือกใหม่’ ให้กับผู้บริโภคที่คำนึงถึงสุขภาพตัว และสนับสนุนกระบวนการผลิ ต
อาหารทใ่ี ชท้ รัพยากรไม่เยอะ แต่สร้างผลกระทบตอ่ สง่ิ แวดล้อมใหน้ ้อยลงกวา่ เดมิ ดว้ ยแนวทางท่ยี ั่งยนื
แนวคิดเรื่องการดูแลโลกผ่านมื้ออาหาร เป็นอีกหนึ่งเทรนด์สำคัญเกี่ยวกับปากและท้อง ตีคู่มา
กับภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่เริ่มส่งผลกระทบให้เห็นในหลายด้านทว่าเพียงแค่อาหารใน
จานและการกินอยา่ งยั่งยืน จะชว่ ยยับยั้งความรุนแรงในวันทโ่ี ลกกำลังเผชญิ กับวิกฤตไดจ้ ริงหรือ? เราไม่อาจฟันธง
ได้หนักแน่นถึงขั้นนั้น แต่การช่วยลดกำลังของกระบวนการผลิตที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วย
การหันมาพึ่งพาวัตถุดิบใกล้ตัว ใส่นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ลงในการพัฒนาวัตถุดิบและประยุกต์
เมนูอาหาร โดยไม่ละทิ้งแนวคิดด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการเกื้อกูลกันทั้งห่วงโซ่อาหารของผู้ผลิต
ผปู้ ระกอบการ และผู้บรโิ ภค กด็ ูจะเป็นสง่ิ ท่ีตอบโจทยก์ ารกินอยา่ งย่งั ยนื ได้อย่างมีนยั สำคัญ
อนาคตของ ‘อาหารเพือ่ อนาคต’
ก่อนจะพาไปรู้จกั กับอาหารอนาคตท่ีถูกออกแบบขึ้นมาอย่างน่าทึง่ พร้อมทั้งจุดความหวังใหก้ ับวตั ถุดิบบา้ นๆ ได้มี
โอกาสเชิดหน้าอยู่บนจานอาหารที่ร่วมสมัยนั้น เราขอหยิบเอาประเด็นที่น่าสนใจจากงานสัมมนาด้านอาหาร
อนาคต จดั โดย Tastebub Lab และ Bio Buddy ครัง้ ที่ผา่ นมา ซึ่งมผี ้บู ุกเบิกอาหารอนาคตและองค์กรภาคเอกชน
เข้าร่วมด้วยมาเล่าให้ฟังกันก่อนว่าผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมอาหารกลุ่มนี้ มีทิศทางอย่างไรในการนำพาอนาคตของ
‘อาหาร(เพอื่ )อนาคต’ ใหม้ ีกา้ วที่แขง็ แรงยงิ่ ขน้ึ กวา่ เดมิ
6
ในการสมั มนาทจ่ี ัดขึ้นแบบ virtual ด้วยสถานการณแ์ พรร่ ะบาดไม่เป็นใจ มีการพดู ถึงการพฒั นาด้านอาหารอนาคต
ของประเทศไทย ซ่งึ หยบิ เอามุมมองด้านการพฒั นาอย่างยั่งยนื (Sustainable Development) ตามเป้าหมายการ
พัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ มาวางเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาวงการอาหารอนาคตของไทย เพื่อ
เดินหนา้ ไปสู่การฟน้ื ฟเู ศรษฐกิจหลงั เผชญิ กับวกิ ฤตโรคระบาด
ขณะเดียวกันก็ยังยืนอยู่บนพื้นฐานของความมั่นคงทางอาหารและสิ่งแวดล้อม ตามความตั้งใจที่มมี าตั้งแต่แรกเรมิ่
ด้วยการนำเทคโนโลยมี าเปน็ ตวั จกั รสำคญั ในการขับเคลื่อน ท้ังเทคโนโลยีชวี ภาพด้านอาหาร เทคโนโลยเี สรมิ ระบบ
การผลิตทางการเกษตร เทคโนโลยีอุปกรณ์การแปรรูปอาหาร ปัญญาประดิษฐ์และระบบข้อมูลด้านเกษตร ไป
จนถึงบล็อกเชนและระบบการตรวจสอบย้อนหลัง เพื่อความโปร่งใสของทั้งกระบวนการ ทำให้ผู้บริโภคเกิดความ
มน่ั ใจถงึ ความปลอดภัยไดย้ งิ่ ขึน้
ในทางเดยี วกนั นอกจากการนำนวตั กรรมมาเป็นกุญแจในการขับเคล่ือนระบบแลว้ จุดเด่นของอาหารท่ีมีอัตลักษณ์
ทั้งรสสัมผัส รสชาติ ที่เราคุ้นเคย ก็ได้ถูกนำมาพัฒนาต่อยอด รวมไปถึงชอ่ งทางการเขา้ ถึงของผู้บริโภคที่จะเปน็ ไป
อยา่ งงา่ ยดายข้ึนจากการกระจายอาหารดว้ ยเทคโนโลยี นอกจากน้ีกต็ ้องพัฒนาไปถึงหลักสตู รการเรยี น การพัฒนา
คน ให้เรียนรู้รากและอัตลกั ษณ์ของอาหารในประเทศไทย เพราะความเข้าใจในพืน้ ฐานนั้นย่อมมีผลในการต่อยอด
อย่างยง่ั ยืน ทงั้ หมดนี้ก็เป็นส่งิ ท่ีกลุ่มผบู้ กุ เบกิ อตุ สาหกรรมอาหารแหง่ อนาคต จะได้รว่ มกนั ทำงานตอ่ ไป
7
วชิ าการออกแบบเชงิ สร้างสรรค์ทางคหกรรมศาสตร์
รหัสวิชา HE4017105
บทที่ 4
หลกั การออกแบบในงานคหกรรมศาสตร์
วนั ที่ 30 มกราคม 2565
จุด หมายถึง รอยหรือแต้มที่มีลักษณะกลม ๆ ปรากฎที่พื้นผิว ซึ่งเกิดจากการจิ้ม กด กระแทก ด้วย
วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ดินสอ ปากกา พู่กัน และวัสดุปลายแหลมทุกชนิด จุด เป็นต้นกำเนิดของเส้น รูปร่าง
รปู ทรง แสงเงา พ้ืนผวิ ฯลฯ เชน่ นำจดุ มาวางเรียงต่อกนั จะเกดิ เป็นเส้น และการนำจดุ มาวางใหเ้ หมาะสม ก็จะ
เกดิ เปน็ รปู ร่าง รูปทรง และลกั ษณะผิวได้
เส้น ( Line ) หมายถงึ ทศั นธาตเุ บ้อื งต้นทส่ี ำคัญที่สุด เป็นแกนของทศั นศิลป์ทกุ ๆ แขนง เส้นเป็นพืน้ ฐาน
ของโครงสรา้ งของทุกสงิ่ ในจกั รวาล เสน้ แสดงความรูส้ ึกได้ท้งั ดว้ ยตัวของมันเองและด้วยการสรา้ งเป็นรูปทรงต่าง ๆ
ขึ้น เส้นทเ่ี ป็นพ้นื ฐาน ได้แกเ่ สน้ ตรงและเส้นโค้ง สามารถนำมาสร้างใหเ้ กิดเป็นเส้นใหม่ท่ีให้ความรู้สึกที่แตกต่างท้ัง
ชว่ ยแสดงถงึ อารมณแ์ ละความรสู้ ึกของศลิ ปนิ ดว้ ย เสน้ แตล่ ะชนดิ กม็ ีความหมายแตกตา่ งกนั ดงั เชน่
พื้นที่ว่าง (Space) หมายถึง บริเวณที่เป็นความว่างไม่ใช่ส่วนที่เป็นรูปทรงหรือเนื้อหาาในการจัด
องค์ประกอบใดกต็ าม ถา้ ปลอ่ ยให้มีพ้นื ทวี่ า่ งมากและใหม้ รี ูปทรงน้อย การจัดนน้ั จะให้ความร้สู กึ อ้างอา้ ง โดดเดยี่ ว
พื้นผิว หมายถึง ลักษณะของบริเวณผิวหน้าของสิ่งต่าง ๆ ที่เมื่อสัมผัสแล้วสามารถรับรู้ได้ ว่ามีลักษณะ
อยา่ งไร คือร้วู ่า หยาบ ขรุขระ เรียบ มนั ดา้ น เนยี น สาก เปน็ ตน้ ลกั ษณะทีส่ มั ผสั ไดข้ องพ้นื ผิว มี 2 ประเภท คือ
1. พื้นผิวที่สัมผัสได้ด้วยมือ หรือกายสัมผัส เป็นลักษณะพื้นผิวที่เป็นอยู่จริง ๆ ของผิวหน้าของวัสดุนั้น ๆ ซ่ึง
สามารถสมั ผสั ไดจ้ ากงานประตมิ ากรรม งานสถาปตั กรรม และส่งิ ประดิษฐอ์ ืน่ ๆ
2. พน้ื ผวิ ท่ีสัมผัสได้ด้วยสายตา จากการมองเห็นแต่ไม่ใช่ลักษณะทแี่ ทจ้ ริงของผิว วัสดุนัน้ ๆ เช่น การวาดภาพก้อน
หินบนกระดาษ จะให้ความรู้สึกเป็นก้อนหิน แต่มือสัมผัสเป็นกระดาษ หรือใช้กระดาษพิมพ์ลายไม้ หรือลายหิน
อ่อน เพื่อปะทับบนผิวหน้าของสิ่งต่าง ๆ เป็นต้น ลักษณะเช่นนี้ถือว่า เป็นการสร้างพื้นผิวลวงตาให้สัมผัสได้ด้วย
การมองเห็นเทา่ นั้น
ขนาด เป็นส่วนย่อย (Detail) หมายถึง ขนาดความใหญ่ ความเล็ก ความกว้าง ความยาว หรือความลึก
ของสงิ่ ใดสิง่ หนงึ่ ซึง่ วดั ได้ตามมาตรา ทม่ี นษุ ยไ์ ด้กำหนดหนว่ ยวดั ขนึ้ มา เพื่อเป็นมาตรฐานใช้เรยี กกนั
สดั ส่วน เปน็ ส่วนรวม (Mass) หมายถึงความสัมพนั ธ์ระหวา่ ง สิง่ สองส่งิ ท่ีมีขนาดตา่ งกนั เช่นการท่ีจะระบุ
ว่าขนาดนั้นมีความใหญ่ เล็ก หรือมีความเหมาะเจาะพอดีแค่ใหนนั้น ต้องนำไปเปรียบกับขนาดโดยส่วนรวม
(Mass) ทเ่ี รยี กว่าสดั ส่วน (Proportion)
แสงเงา : เป็นสิ่งที่สำคัญทำให้ภาพดูกลมกลืน ตื้นลึก เหมือนจริง ทั้งยังทำให้เกิดรูปทรง แสงเงาเป็น
กระบวนการทำให้เกิดการมองเห็นอย่างหนึ่งในวัตถุทุกชนิดที่มีสามมิติ จะมีแสงเงาปรากฎอยู่เสมอ กฏเกณฑ์ของ
แสงเงาไม่ว่าจะเกดิ ข้ึนเองตามธรรมชาติหรอื ทีม่ นุษย์สร้างขึน้ ด้านที่ถูกแสงจะสว่าง ด้านที่ไมถ่ ูกแสงจะมืด หรือใน
8
ส่วนที่ไมไ่ด้ถูกแสงมาจนถึงส่วนที่ถูกแสงมากที่สุดจะทำให้เกิดน้ำหนักของเงา น้ำหนักเข้มมาหาอ่อน จะแบ่ง
ออกเป็น 7 ระยะ แต่ในงานจิตรกรรมนั้น แสงเงาเกิดข้ึนได้จากการทำงานของเส้นและสี หรือเรียกอีกอย่างว่าการ
แรเงา การแรเงา ทำได้วิธีเกลี่ยให้เรียบ ใช้เส้นตัดกัน แต่ไม่ว่ากระบวนการแรเงาด้วยวิธีใดก็ตาม ก็ต้องมีน้ำหนัก
ต่างๆดงั นี้
สี หมายถึง สิ่งที่ปรากฎอยู่ทั่้วไปรอบ ๆ ตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นสีที่เกิดขึ้นเองในธรรมชาติ หรือ สิ่งที่มนุษย์
สร้างขึ้น สีทำให้เกิดความรู้สึกแตกต่างมากมาย เช่น ทำให้รู้สึกสดใส ร่าเริง ตื่นเต้น หม่นหมอง หรือ
เศรา้ ซมึ ได้ เป็นต้น
เอกภาพ หมายถึง การรวมกันเปน็ กลมุ่ ก้อน ไม่แตกแยกกระจดั กระจายไปคนละทศิ ทางทำให้ขาดประสาน
สัมพันธก์ ัน งานทัศนศลิ ป์ที่ขาดเอกภาพจะทำให้ขากการจงู ใจในการคิด ขาดความสนใจ ขาดจดุ เดน่ เกิดความ
สบั สนในความหมาย งานทัศนศลิ ปค์ วนนำเสนอเร่ืองราว แนวความคิด จุดสนใจเพียงหนงึ่ เดยี ว โดยมสี ว่ นประกอบ
อน่ื มาช่วยสนบั สนนุ ใหจ้ ดุ เด่นท่ตี ้องการนา่ สนใจขึน้ มา ดังนั้นในงานทศั นศิลปผ์ สู้ ร้างงานต้องอาศยั จุดมุ่งหมายไว้ให้
แนน่ อนว่าจะเสนอเนอ้ื หาในแนวใด
สมดุล หมายถงึ การจัดวางองค์ประกอบศิลป์ให้มีความเหมาะสมไม่เอยี งเอนไปข้างใดข้างหน่ึงของภาพ
สมดลุ มี 2 แบบ คือ สมดลุ แบบซา้ ย-ขวาเทา่ กัน เปน็ ลักษณะการจดั วางองคป์ ระกอบศลิ ป์ท่ยี ึดถอื ความเหมือนกนั
ทุกประการทั้ง 2 ข้าง เชน่ ความสมดลุ ของรา่ งกายมนุษย์ เปน็ ตน้
จุดเด่นและการเน้น หมายถึง ส่วนสำคัญที่สุดของภาพที่ต้องการแสดง ซ่ึงนำไปสู่การบอกเล่าเนื้อหา
ท้งั หมดของภาพหรือเปน็ จุดที่ดึงดูดความสนใจให้มอง ในทางทัศนศิลปจ์ ุดสนใจควรมจี ุดเดียว ซึง่ อาจจะเป็นส่วนที่
แสดงความสำคัญหรือมสี ีสันสดใสทส่ี ุด นอกจากนัน้ ยังอาจเนน้ ให้เกดิ จุดเด่นดว้ ยการสร้างความแตกต่างข้ึนในภาพ
จุดเดน่ ไมจ่ ำเป็นตอ้ งอยู่กลางภาพเสมอไป อาจจะอยูส่ ว่ นใดส่วนหนึ่งของภาพก็ได้
จงั หวะในทางศิลปะ หมายถึง การจดั ภาพลักษณะการซ้ำทเี่ ป็นระเบยี บ ใหค้ วามรสู้ ึกเคลื่อนไหวทต่ี ่อเนอื่ ง
ของเสน้ น้ำหนัก สี และรปู ทรง ประกอบเขา้ ดว้ ยกันจนเกิดเป็นจุดสนใจ
9
วิชาการออกแบบเชงิ สร้างสรรคท์ างคหกรรมศาสตร์
รหัสวชิ า HE4017105
บทท่ี 5
เรือ่ ง Packaging Desing
วนั ที่ 6 กมุ ภาพันธ์ 2565
บรรจภุ ัณฑม์ ีประโยชน์อยา่ งไร
บรรจุภัณฑ์ หรือ แพคเกจ Package หมายถึงโครงสร้างที่ผลิตจากวัสดุต่างๆสามารถป้องกันและประชาสัมพันธ์
สินคา้ จากภายใน ปอ้ งกันไม่ใหส้ นิ ค้าภายในถูกทำลายและประชาสมั พนั ธ์ใหข้ อ้ มูลเก่ยี วกบั ผลิตภณั ฑ์
เทรนดข์ องบรรจุภัณฑ์ อนาคตสำหรับ SME
1.ออกแบบเพอื่ มวลชน สามารถใชไ้ ดก้ ับทุกคนโดยไมม่ ีอายุและสภาพร่างกายมาเปน็ ข้อกำหนด
2. เพอ่ื สขุ ภาพและความปลอดภัย เลอื กท่มี คี ุณภาพ ชว่ ยรักษาความสะอาดความปลอดภยั
3.ช่วยยืดอายุสนิ ค้า ต้องอาศัยการนำเทคโนโลยีมาใช้ร่วมกับบรรจุภณั ฑ์ เช่น เทคโนโลยีการยืดอายุการเก็บรักษา
ขนมไทยเพอ่ื การสง่ ออก ใช้กระปอ๋ งโลหะฆ่าเชอื้ ดว้ ยความร้อนสามารเกบ็ ได้ 1 ปี
4.รักษ์สิ่งแวดล้อม บรรจุภัณฑ์ที่เลือกใช้ต้องผลิตจากวัสดุย่อยสลายได้ไม่เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถ
นำมายอ่ ยสลายได้
5.ลูกค้าการศกึ ษาดี มีโอกาสและกำลังซ้ือผลิตภัณฑ์ท่ีเป็นงานดีไซน์และงานออกแบบมากกว่ากลุ่มคนท่ัวไป คนท่ีมี
การศกึ ษาสูงจึงใหค้ ณุ คา่ และราคาของความคิดสรา้ งสรรค์ในงานดีไซน์นนั้ ๆ เน้นราคาสงู กวา่ สนิ คา้ ท่วั ไป
6.การจำหน่ายทางออนไลน์ คนส่วนใหญ่ตัดสินใจซื้อจากรูปภาพ Pakaging หรือบรรจุภัณฑ์ ที่สวยงาม สะดุดตา
ทางโซเชียล
7.รูปทรงที่แตกต่างปัจจุบันมีการส่งเสรมิ และสนับสนุนให้มีการผลิตสินค้านวัตกรรมต่างๆ ขึ้นมามากมาย ไม่ว่าจะ
เป็นอาหาร สินคา้ อปุ โภคบรโิ ภคต่างๆ ดังนน้ั แล้วหากเปน็ สินค้านวตั กรรมที่มีการคดิ คน้ ข้ึนมาใหม่ แตย่ งั คงใช้บรรจุ
ภัณฑ์ในรูปแบบเดิมๆ ผ้บู รโิ ภคคงแยกไม่ออกวา่ ตัวไหนคือสนิ ค้านวัตกรรมใหม่ ตวั ไหนคือสินคา้ รูปแบบเดิมท่ีมีอยู่
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ก็คือ น้ำดื่มวิตามินต่างๆ เช่นเดิมที่บางยี่ห้อมีการทำออกมาเป็นลักษณะขวดเตี้ยๆ ทำให้
ผูบ้ รโิ ภคเห็นแล้ว สามารถแยกออกได้ทนั ที
8.ยุคผู้สูงอายุ ต้องเริ่มปรับกลยุทธ์ การออกแบบและการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ตอบสนองการใช้ชีวิตที่สะดวก
ปลอดภัยจากผูส้ ูงอายุ
เราจะผลิตบรรจภุ ณั ฑไ์ ด้อยา่ งไร
1.การผลติ บรรจภุ ณั ฑด์ ว้ ยตนเอง เริ่มจากการ คดิ วาด ลองทำ
2.การออกแบบด้วยตนเอง แต่จ้างร้านผลิต เริ่มจากมีแนวคิดนำมาคิด วาดภาพ ให้กับผู้รับจ้างเข้าใจ จนเกิด
กระบวนการ ผลิตเปน็ บรรจุภัณฑต์ ามความตอ้ งการของผวู้ า่ จ้าง
10
3.การจ้างรา้ นหรือโรงงานพิมพผ์ ลิต 100 % อาจต้นทนุ สูง ข้ึนอยกู่ ับจำนวน และกำหนดส่ง
องค์ประกอบสำคัญบนบรรจุภณั ฑ์
องค์ประกอบที่ออกแบบไว้บนบรรจุภัณฑ์ เป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อสินค้านั้น รายละเอียด หรือ
ส่วนประกอบบนบรรจุภัณฑ์จะแสดงออกถงึ จติ สำนึกของผผู้ ลิตสินค้าและสถานะของบรรจภุ ัณฑ์ สามารถขยับเป็น
สื่อโฆษณาระยะยาว 1. ชื่อสินค้า 2. ตราสินค้า 3. สัญลักษณ์ทางการค้า 4. รายละเอียดของสินค้า 5.
รายละเอียดส่งเสริมการขาย 6. รปู ภาพ 7. ส่วนประกอบของสินค้า 8. ปริมาตรหรือปรมิ าณ9. ช่อื ผู้ผลิตและ
ผู้จำหน่าย (ถ้ามี) 10. รายละเอียดตามข้อบังคับของกฎหมาย เช่น วันผลิต และวันหมดอายุ เป็นต้น หลังจากที่มี
การเก็บข้อมูลรายละเอียดตา่ ง ๆ ดังกล่าวมาแล้วจึงเริ่มกระบวนการออกแบบดว้ ยการเปลี่ยนข้อมูลที่ได้รับมาเป็น
กราฟฟกิ บนบรรจภุ ัณฑ์
ขอ้ พิจารณาในการออกแบบบรรจุภณั ฑ์
1. ลักษณะของสินค้า คุณสมบัติทางกายภาพประกอบด้วย ขนาด รูปทรง ปริมาตร ส่วนประกอบหรือ
ส่วนผสม ของแข็ง ของเหลว ผู้ออกแบบต้องทราบความเหนียวข้น ในกรณีเป็นของเหลวและต้องรู้น้ำหนักหรื
อปรมิ าณหรือความหนาแน่นสำหรับสินค้า
2. ตลาดเป้าหมา ต้องศึกษาความต้องการของลูกค้าเป้าหมายเพื่อจะได้เลือกบรรจุภัณฑ์ที่ตรงกับความ
ตอ้ งการของตลาดหรือกลุ่มลกู ค้าการพฒั นาบรรจุภณั ฑ์ ให้สนองกบั ความตอ้ งการของกลุ่มเป้าหมาย
3. วิธีจัดจำหน่าย การจำหน่ายโดยตรงจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคย่อมต้องการบรรจุภัณฑ์ลักษณะหนึ่ง แต่
หากจำหน่ายผ่านคนกลาง เป็นคนกลางประเภทใด มีวิธีการซื้อของเข้าร้านอย่างไร วางขายสินค้าอย่างไร เพราะ
พฤติกรรมของร้านคา้ ยอ่ มมีอิทธิพลต่อโอกาสขายของผลติ ภณั ฑน์ ั้น
4. การขนส่ง มีหลายวิธี การคำนงึ ถึงวธิ ีท่ีจะใชใ้ นการขนสง่ ก็เพ่ือพิจารณาเปรียบเทียบให้เกิดผลเสียนอ้ ย
5. การเก็บรักษา การเลือกบรรจุภัณฑ์จะต้องพิจารณาถึงวิธีการเก็บรักษา สภาพของสถานที่เก็บรักษา
รวมท้งั วิธกี าร เคล่ือนย้ายในสถานทีเ่ ก็บรกั ษาด้วย
6. ลกั ษณะการนำไปใชง้ าน ต้องนำไปใชง้ านไดส้ ะดวกเพือ่ ประหยัดเวลา แรงงาน และค่าใช้จ่าย
7. ต้นทุนของบรรจุภัณฑ์ เป็นปัจจัยที่จะต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมาก และต้องคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อ
ยอดขาย หรือความสูญเสียคา่ ใช้จา่ ยอน่ื ๆ บรรจุภณั ฑด์ อี าจต้องจา่ ยสงู แตด่ งึ ดดู ความสนใจของผูซ้ ้ือ
8. ปญั หาด้านกฎหมาย บทบัญญตั ิด้านกฎหมายเก่ียวกับบรรจภุ ัณฑ์ท่ปี รากฏชนั เจน คอื กฎระเบียบและ
ข้อบังคับเกี่ยวกบั ฉลากการออกแบบกราฟิกของผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามข้อบังคับ นอกจากนี้ยังตอ้ งศึกษาการใช้
สญั ลักษณเ์ ก่ียวกบั สง่ิ แวดลอ้ ม เปน็ ต้น และกฎระเบยี บและข้อบงั คับเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เปน็ ตน้
ลักษณะของการบรรจุภัณฑ์
1. บรรจุภัณฑ์ขัน้ ท่ีหน่งึ (Primary Packaging)
11
คือบรรจุภัณฑ์ที่มาห่อหุ้มตัวสินค้า เพื่อป้องกันรักษาไม่ให้ตัวสินค้าได้รับความเสียหายหรือเพื่อความ
สะดวกในการนำไปใช้งาน ตวั อย่างเชน่ หลอดยาสีฟนั ขวดแชมพู
2. บรรจุภัณฑ์ขั้นที่สอง (Secondary Packaging) คือบรรจุภัณฑ์ที่มาห่อหุ้มบรรจุภัณฑ์ขั้นที่หนึ่ง เพ่ือ
ปอ้ งกันไม่ใหต้ วั สินค้าไดร้ ับความเสียหาย อกี ทัง้ ยังชว่ ยสรา้ งมลู คา่ เพ่ิมใหก้ ับตัวสินค้า ช่วยในการขายสินค้าโดยการ
ดงึ ดดู ความสนใจของผ้บู รโิ ภค ตัวอยา่ งเช่น กลอ่ งยาสีฟัน และกลอ่ งใสข่ วดเบียร์
3. บรรจุภัณฑ์เพ่ือการขนส่ง (Shipping Packaging) คือ บรรจุภัณฑ์ที่ทำหน้าที่ในการเก็บรักษาและ
ขนส่งสนิ ค้า ตัวอยา่ งเชน่ ลงั ตู้คอนเทนเนอร์ เป็นตน้
12
วชิ าการออกแบบเชงิ สร้างสรรค์ทางคหกรรมศาสตร์
รหสั วชิ า HE4017105
บทท่ี 6
การตกแต่งอาหารแนวสร้างสรรค์
วนั ที่ 13 กมุ ภาพันธ์ 2565
การจัดตกแต่งอาหาร
การจัดตกแต่งอาหารมีความสำคัญมากเพราะจะช่วยให้อาหารนั้นเพิ่มมูลค่าและมองดูน่ารับประทาน
การศึกษาเพื่อดูตัวอย่างแนวทางการจัดตกแต่งอาหารจากแหล่งความรู้ต่างๆ จะมีส่วนช่วยให้ผู้ประกอบอาหาร
นำมาประยุกต์ให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ มีจินตนาการที่จะจัดอาหารใส่ในภาชนะที่เหมาะสม สวยงามจัดเสิ ร์ฟ
อาหารอยา่ งเป็นเรือ่ งราวได้
ความคิดสร้างสรรค์(Creative thinking)
ความคิดสร้างสรรค์ คือ กระบวนการคิดของสมองซึ่งมีความสามารถในการคิดได้หลากหลายและแปลก
ใหม่จากเดิม โดยสามารถนำไปประยุกต์ทฤษฎี หรือหลักการได้อย่างรอบคอบและมีความถูกต้อง จนนำไปสู่การ
คิดคน้ และสรา้ งสงิ่ ประดิษฐ์ที่แปลกใหม่หรือรูปแบบความคิดใหมน่ อกจากลักษณะการคดิ สรา้ งสรรค์ดังกล่าวน้ีแล้ว
ยงั มสี ามารถมองความคิดสร้างสรรคใ์ นหลาย ซึ่งอาจจะมองในแง่ท่ีเปน็ กระบวนการคิดมากกว่าเน้ือหาการคิด โดย
ที่สามารถใช้ลักษณะการคดิ สร้างสรรคใ์ นมติ ิที่กว้างขึ้น เช่นการมีความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน การเรียน หรือ
กิจกรรมที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ด้วย อย่างเช่น การทดลองทางวิทยาศาสตร์ หรือการเล่นกีฬาที่ต้อง
สรา้ งสรรค์รูปแบบเกมให้หลากหลายไม่ซ้ำแบบเดิม เพอื่ ไมใ่ ห้คตู่ ่อสู่รูท้ นั เป็นตน้ ซงึ่ อาจกลา่ วไดว้ ่าเปน็ ลักษณะการ
คิดสร้างสรรค์ในเชิงวิชาการ แต่อย่างไรก็ตาม ลักษณะการคิดสร้างสรรค์ต่างๆ ที่กล่าวนั้นต่างก็อยูบ่ นพื้นฐานของ
ความคิดสร้างสรรค์ โดยทบ่ี คุ คลสามารถเช่อื มโยงนำไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั ได้ดี
ไอเดียการสรา้ งสรรค์เมนูทีเ่ ป็นคุณผ่านSignature Menu Signature Menu
คอื เมนูท่โี ดดเดน่ ในร้าน และทำใหร้ า้ นมีชื่อเสียง เป็นเมนูทสี่ ำคัญ เพราะสามารถเรียกลูกค้าให้เข้ามาทาน
ทร่ี ้านได้เปน็ อยา่ งดี หลกั ในการเรม่ิ ต้นกำหนดSignature Menuมีดังนี้
1.กำหนดว่าเมนูน้จี ะอยู่ในหมวดไหน เช่น อาหารจานหลกั อาหารทานเล่น
2.กำหนดคอนเซปตท์ ชี่ ัดเจน สามารถจดั ตกแต่งจานไดไ้ ปในทศิ ทางเดยี วกบั อาหารท่ีทำ
3.สร้างสรรค์ชอื่ เมนแู ละมกี ารจดั รูปเล่มเมนู ซง่ึ เปน็ เรือ่ งของการสื่อสารกบั ลกู ค้าทด่ี ี
4.ตอ้ งเป็นเมนทู ่ีงา่ ย ๆ ไมซ่ ับซ้อน สามารถสอนงานพนกั งานในร้านทำได้
5.ตอ้ งสามารถเสิร์ฟไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว ไม่ใช้เวลามากจนเกินไป
13
6.ตอ้ งคดิ ถงึ วตั ถดุ ิบกอ่ น และตอ้ งมีการระบสุ ูตรอาหาร เพอ่ื เป็นการกำหนดตน้ ทุน
Food Trendคือกระแส ความสนใจของลูกค้าที่เริ่มมาแล้วก็จะผ่านไปในที่สุด ผู้ประกอบการร้านอาหาร
ควรปรับเปลี่ยนเมนูตัวเองเพื่อตามเทรนด์ แต่ไม่ควรใช้เป็นหลักในการสร้างร้านอาหาร เทรนด์ของอาหารในปี
2019 นี้ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารสุขภาพ เนื่องจากคนในยุคปัจจุบันหันมาให้ความสนใจกับสุขภาพร่างกายของ
ตนเองมากขึ้น
1.Veganอาหารท่มี สี ่วนผสมของผัก หรอื ว่าถ่ัวตา่ ง ๆ ไมม่ ีเนื้อสตั ว์ นม หรอื ว่าไข่
Impossible Burgerคือการทำเบอร์เกอรท์ ่ีไม่มีเนื้อสตั ว์ แต่มีกลน่ิ และรสชาติคลา้ ย ๆ กบั เนื้อววั และชีสต่าง ๆ แต่
ความจริงคอื ทำข้ึนมาจากถั่วเหลืองและมนั ฝรงั่
2.Keto Genic Dietอาหารทไี่ มม่ แี ป้ง ไม่มขี ้าว หรอื แม้กระทั่งผัก มีเพียงไขมนั ลว้ น ๆ
3.Dry Aging การทำให้เนื้อให้แห้งโดยการวางบนตะแกรงให้นำ้ จากเนือ้ ไหลออกมาจนตัวเนื้อแห้ง โดยใส่
ตู้เย็นแบบเฉพาะ และเติมเกลือเลก็ น้อย เพ่ือตดั ความชน้ื ออก
4.Less Sugar Menu เมนทู ่ีใชห้ ญา้ หวานเปน็ สารใหค้ วามหวานแทนนำ้ ตาล
5.Insect Menuอาหารจากแมลง ซง่ึ ปจั จบุ ัน ทว่ั โลกกำลังให้การสนใจ ใช้แมลงเขา้ มาแทนเนอ้ื สตั วต์ า่ ง ๆ
6.More ready to eat delivery meal boxเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงเป็นอย่างมาก แต่ต้องให้
ความสำคญั ในเร่ืองของความเหมาะสมดว้ ย ว่าอาหารของคุณเหมาะสมท่ีจะทำการขนสง่ หรือไม่ จึงต้องศึกษาเร่ือง
การขนส่งให้ดี
7.Trade and Menu labal source explaination อาหารทมี่ กี ารรับรอง มกี ารระบสุ ว่ นผสมที่ชัดเจน
8.Super food อาหารท่ีใหค้ ณุ ค่าทางอาหารสูง สามารถทานเแทนม้ือหลัก หรอื วา่ ขา้ วได้ ที่สำคัญคือต้อง
เปน็ อาหารทีด่ ีต่อรา่ งกาย
8.Food for cureคอื อาหารทส่ี ามารถรกั ษาโรค หรอื ทำใหร้ ่างกายเราดขี ้นึ ได้
9.Ingredients Replacementคือการใช้วัตถุดิบทดแทน เช่น การทานอาหารที่ให้โปรตีนแทนการทาน
เน้ือสตั ว์ ไมว่ า่ จะเป็นเตา้ หู้ เมล็ดเจยี ข้าวป่า ฯ เหมาะสำหรบั คนทานมังสวริ ัติและรกั สุขภาพ ใชถ้ ัว่ แทนการใช้แป้ง
ซ่งึ ปัจจุบนั การทำอาหารไทย ให้ได้รสชาติไทย แต่ไม่มีเนอื้ สัตวน์ ัน้ ถอื ว่าเป็นทน่ี ยิ มเปน็ อยา่ งมาก
10.Food Substitutes/Powder (ผง)การใช้ผงรสชาติ เพื่อเพิ่มกลิ่น และเทคนิคการประกอบอาหารต่าง
ๆ ให้ดูดี เป็นการทดแทนการใช้วัตถุดิบจริง เชฟที่เก่ง ๆ ในปัจจุบัน เริ่มเอาผงเหล่านี้เข้ามาใช้เพื่อพัฒนาอาหาร
เพ่อื ใหอ้ าหารมีนา่ ตาสวย น่ารับประทาน รสชาติดี
14
วิชาการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ทางคหกรรมศาสตร์
รหัสวชิ า HE4017105
บทที่ 7
ความหลากหลายทางวัฒนธรรม กบั คหกรรมศาสตร์
วนั ที่ 13 กมุ ภาพันธ์ 2565
“วัฒนธรรม” เป็นเรือ่ งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนเรานับแตเ่ กิดจนตาย แตเ่ ม่ือจะให้ความหมายของคำว่า
“วัฒนธรรม” ดูเหมือนจะมิใช่เรื่องง่าย และไม่มีคำตอบที่ตายตัว ด้วยว่าวัฒนธรรมโดยตัวมันเอง ก็มีความหมาย
หลายนัย และครอบคลุมไปทุกเร่ือง แม้แต่ในต่างประเทศเอง ก็ไม่มีคำตอบที่เฉพาะเจาะจงเช่นกัน สุดแต่วา่ จะพดู
หรือเนน้ ในเรือ่ งใด ดังนน้ั กลมุ่ ประชาสมั พนั ธ์ สำนกั งานคณะกรรมการวฒั นธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม จึง
ได้นำความหมาย ประเด็นแนวคดิ ทเ่ี กย่ี วกับ”วฒั นธรรม” มาเสนอเพื่อทราบเปน็ ความรู้พอสังเขป ดังนี้
นายวีระ บำรุงรักษ์ ได้เขียนไว้ว่า “วัฒนธรรม” เป็นคำที่เกิดขึ้นในสมัยจอมพลป.พิบูลสงครามเป็น
นายกรัฐมนตรี ซง่ึ ได้มองเห็นความสำคัญของเร่ืองนี้ โดยมาจากคำเดิมภาษาอังกฤษคือ “Culture” ซ่ึงในตอนแรก
พระมหาหรุ่น แห่งวัดมหาธาตุไดแ้ ปลคำนี้ว่า “ภูมิธรรม” แต่กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพนั ธ์ ทรงเล็งเห็นว่าคำว่า ”
ภูมิธรรม” มีความหมายค่อนข้างคงที่ พระองค์ท่านทรงมีความประสงคใ์ ห้คำนี้มคี วามหมายในลักษณะเคลื่อนไหว
เปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างต่อเน่ือง จึงทรงแปลใหม่เปน็ “วฒั นธรรม” และไดม้ กี ารนำมาใช้สืบต่อมาจนปัจจุบัน
ซง่ึ ”Culture” นี้มาจากรากศัพทภ์ าษาละตนิ วา่ “Cultura” มีความหมายว่า การเพาะปลูกหรือการปลูกฝัง อธบิ าย
ได้ว่า มนุษย์เป็นผู้ปลูกฝังอบรมบ่มนิสัยให้เกิดความเจริญงอกงาม ส่วนคำว่า “วัฒนธรรม” เป็นคำสมาสระหว่าง
บาลสี ันสฤต มาจาก คำว่า “วฒั นะ” ที่มีความหมายวา่ เจรญิ งอกงาม รงุ่ เรือง สว่ นคำวา่ “ธรรม” ในทีน่ ีห้ มายถึงกฎ
ระเบียบหรือข้อปฏิบัติ ซึ่งเมื่อรวมความแล้ว คำว่า“วัฒนธรรม”น่าจะหมายถึง ความเป็นระเบียบ หรือข้อปฏิบัตทิ ่ี
ทำให้เจริญรุ่งเรือง แต่ในทางปฏิบตั ิแล้ว มีผู้รู้ได้ให้ความหมายของคำว่า“วัฒนธรรม” อย่างหลากหลายยิ่งไม่วา่ ใน
ต่างประเทศหรอื ในประเทศ เช่น
Taylor กล่าวว่า “วัฒนธรรม”เป็นสว่ นท้ังหมดที่ซับซ้อน ประกอบด้วยความรู้ ความเชื่อ ศิลปะ ศีลธรรม
กฏหมาย ประเพณี และความสามารถอน่ื ๆท่มี นษุ ย์ได้มาในฐานะเป็นสมาชกิ ของสงั คม
Encyclopidia of Social Science ได้อธิบายคำว่า “วัฒนธรรม”ว่า เป็นคำที่ใช้ในวิชามานุษยวิทยา
สมัยใหม่ และในด้านสังคมศาสตร์ หมายถึง มรดกสังคม เป็นลักษณะเฉพาะในการดำรงชีวิตของกลุ่มคนที่มาอยู่
ร่วมกัน และได้มกี ารเปลย่ี นแปลงใหเ้ จรญิ ตามยคุ สมัย
ทางไทยพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตพ.ศ.๒๕๔๒ ให้ความหมาย“วัฒนธรรม”ว่า สิ่งที่ทำความเจริญงอก
งามใหแ้ ก่หมคู่ ณะ เชน่ วัฒนธรรมในการแต่งกาย หรือวถิ ีชวี ิตของหมู่คณะ เชน่ วัฒนธรรมชาวเขา
15
จอมพลป. พิบูลสงคราม กล่าวว่า “วัฒนธรรมของชาติเป็นเครื่องแสดงให้เห็นความเจริญงอกงามใหญ่
หลวงของชาติ วฒั นธรรมเปน็ สงิ่ สำคญั มาก วัฒนธรรมไมเ่ ปน็ แค่เคร่อื งหมายภายนอก ไม่เป็นแคเ่ พียงสิง่ ซึ่งอวดโลก
ว่าเป็นชนชาติเจริญเท่านั้น วัฒนธรรมมีผลลึกซึ้งเข้าไปถึงชีวิตจิตใจคน วัฒนธรรมเป็นเครื่องผดุงศีลธรรม เป็น
ปจั จัยแห่งความเจรญิ งอกงาม และความแข็งแรงมั่นคงของชาติบ้านเมอื ง”
พระยาอนุมานราชธน ได้กล่าวว่า “วัฒนธรรม” คือ สิ่งที่มนุษย์เปลี่ยนแปลงปรับปรุงหรือผลิตขึ้น สร้าง
ข้ึนเพื่อความเจริญงอกงามในวิถขี องส่วนรวม ถ่ายทอดกนั ไว้ เอาอย่างกันไว้ รวมทงั้ ผลิตผลของส่วนรวมท่ีมนุษย์ได้
เรียนรู้มาจากคนแต่ก่อนสืบต่อเป็นประเพณีกันมา ตลอดจนความรู้สึก ความคิดเห็น และกิริยาอาการ หรือการ
กระทำใดๆของมนุษย์ในส่วนรวมลงรูปเป็นพิมพ์เดียวกัน และสำแดงออกมาได้ปรากฏเป็นภาษา ศิลปะ ความเช่ือ
ระเบียบประเพณี เปน็ ต้น
พระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ประยตุ ฺโต) ไดเ้ คยใหค้ วามหมายว่า “วัฒนธรรม” เป็นผลรวมของการส่ัง
สมสร้างสรรค์ภูมิธรรม ภูมิปัญญา ที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมาของสังคมนั้นๆ หรือกล่าวสั้นๆได้ว่า วัฒนธรรมคือ
ประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถที่สงั คมน้ันมีอยู่ หรือเน้อื ตวั ทัง้ หมดของสงั คมนัน่ เอง
นายสาโรช บัวศรี กล่าวว่า“วัฒนธรรม”หมายถึง ความดี ความงามและความเจริญในชีวิตมนุษย์ ซ่ึง
ปรากฏในรปู แบบตา่ งๆ และได้ตกทอดมาถงึ เราในปัจจุบัน หรือว่าท่เี ราได้ปรบั ปรุงและสร้างสรรคข์ ึ้นในสมัยเราเอง
( ได้แก่ศลิ ปกรรม มนุษยศ์ าสตร์ การชา่ งฝมี ือ การกีฬาและนนั ทนาการ และคหกรรมศาสตร)์
ศาสตราจารย์ประเวศ วะสี กล่าววา่ “วัฒนธรรม” คือ พลงั ของสงั คมทางภมู ปิ ญั ญา เพอ่ื พัฒนาเศรษฐกิจ
จติ ใจ การเมอื ง สงั คม สงิ่ แวดลอ้ มพรอ้ มกนั ไป
นายนิคม มุสิกะคามะ ให้ความหมายว่า“วัฒนธรรม” คือวิถีชีวิตของคน เกิดจากกระบวนการอันซับซ้อน
ทางสังคมหรือกลุ่มชน โดยรวมเอามิติทางด้านจิตใจ วัตถุ ภูมิปัญญาและอารมณ์เข้าไว้ด้วยกันจนเป็นรูปแบบ
เอกลกั ษณ์ของสงั คมนนั้ มใิ ช่เพยี งเรอ่ื งของศลิ ปะและวรรณกรรม หากหมายรวมถงึ สทิ ธมิ นษุ ยชนขนั้ พน้ื ฐาน ระบบ
คา่ นยิ ม ตลอดจนขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี และความเช่ือตา่ งๆ
ในพ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ.๒๔๘๕ ได้ให้ความหมาย “วัฒนธรรม” ว่าหมายถึง ลักษณะที่แสดง
ความเจรญิ งอกงาม ความเปน็ ระเบยี บ ความกลมเกลยี วก้าวหนา้ ของชาติและศลี ธรรมอันดงี ามของประชาชน สว่ น
ความหมาย “วัฒนธรรม” ตามแนวทางในการรักษาส่งเสริมและพัฒนาวัฒนธรรมพ.ศ. ๒๕๒๙ กล่าวว่า
“วัฒนธรรม”คือ วิถีชีวิต เป็นวิถีการดำเนินชีวิตของสังคม เป็นแบบแผนการประพฤติปฏิบัติและการแสดงออกซ่ึง
ความรู้สึก นึกคดิ ในสถานการณต์ ่างๆท่ีสมาชิกในสังคมเดียวกัน สามารถแกไ้ ขและซาบซึ้งร่วมกัน ดงั น้นั วัฒนธรรม
ไทย คอื วถิ ีชวี ิตทคี่ นไทยได้ส่ังสม เลอื กสรร ปรบั ปรุง แกไ้ ข จนถือว่าเปน็ ส่ิงดีงามเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและ
ได้ใช้เปน็ เคร่ืองมือ หรือเปน็ แนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคม นอกจากนย้ี ังว่า “วฒั นธรรม” คอื มรดก
แหง่ สงั คม ซ่งึ สงั คมปรบั ปรุงและรักษาไว้ให้เจริญ งอกงาม วัฒนธรรมเกดิ จากการประพฤติปฏบิ ัติร่วมกัน เป็นแนว
เดียวกันอย่างตอ่ เนื่องของสมาชกิ ในสงั คม สืบทอดเป็นมรดกทางสังคมต่อกนั มาจากอดีต หรืออาจเปน็ สิ่งประดิษฐ์
16
คิดค้นสร้างสรรค์ข้ึนใหม่ หรืออาจจรับเอาสิ่งที่เผยแพร่มาจากสังคมอื่นๆ ทั้งหมดนี้หากสมาชิกยอมรับและยึดถือ
เป็นแบบแผนประพฤติปฏิบตั ริ ่วมกนั กย็ ่อมถอื วา่ เป็นวัฒนธรรมของสังคมนั้น
และในปีพ.ศ. ๒๕๓๕ ได้ให้ความหมาย “วัฒนธรรม” ว่า หมายถึง ความเจริญงอกงาม ซึ่งเป็นผลจากระบบ
ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ มนุษย์กับสังคม และมนุษย์กับธรรมชาติ จำแนกออกเป็น ๓ ด้านคือ จิตใจ
สังคม และวัตถุ มีการสั่งสมและสืบทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง จากสังคมหนึ่งไปสู่อีกสังคมหนึ่ง จน
กลายเป็นแบบแผนที่สามารถ เรียนรู้และก่อให้เกิดผลิตกรรมและผลิตผล ท้ังที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม อันควร
ค่าแกก่ ารวิจัย อนุรกั ษ์ ฟนื้ ฟู ถา่ ยทอด เสริมสร้างเอตทัคคะ และแลกเปลีย่ น เพอ่ื สร้างดลุ ยภาพแห่งความสัมพันธ์
ระหวา่ งมนษุ ย์ สังคม และธรรมชาติ ซง่ึ จะช่วยใหม้ นุษย์สามารถดำรงชวี ติ อยา่ งมีสุข สันติสุข และอสิ รภาพ อันเป็น
พ้นื ฐานแหง่ อารยธรรมของมนุษย์ชาติ
คณะกรรมาธิการโลกว่าด้วยวัฒนธรรมและการพัฒนา ( The World Commission on Culture and
Development) ได้นำเสนอรายงานเรื่อง ความหลากหลายทางวัฒนธรรม (Our Creation Diversity) ต่อที่
ประชุมสมัยสามัญของยูเนสโก เมื่อตุลาคม ๒๕๓๘ ว่า วัฒนธรรม เป็นปัจจัยในการถ่ายทอดพฤติกรรม และพลัง
แห่งการเปลี่ยนแปลง สร้างสรรค์ เสรีภาพ และความเป็นผู้ตื่นตัวต่อความแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นในวิถีชีวิตอยู่เสมอ
และว่า วัฒนธรรม คือ พลัง จิตสำนึก อำนาจ ความรู้และความหลากหลายสำหรับชุมชนและสังคม ดังนั้น ปัญหา
ท้าทายมนุษยชาติปัจจุบัน คือ การปรับวิถีชีวิตให้สอดคล้องกับสังคมและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน และที่กำลังจะ
เปลย่ี นไปในอนาคต โดยเฉพาะการปรับแนวคิดใหม่ พฤตกิ รรมใหม่ การจัดระเบยี บสังคมใหม่ และการสง่ เสริมแนว
ทางการพฒั นาทงั้ หลายบนพื้นฐานมติ ทิ างวัฒนธรรม
กล่าวโดยสรุป “วัฒนธรรม” หมายถึง วิถีการดำเนินชีวิต (The Way of Life) ของคนในสังคม นับตั้งแต่
วธิ กี ิน วธิ ีอยู่ วิธีแตง่ กาย วิธที ำงาน วธิ พี กั ผ่อน วิธีแสดงอารมณ์ วิธสี ื่อความ วิธีจราจรและขนส่ง วิธีอยู่ร่วมกันเป็น
หมู่คณะ วิธีแสดงความสขุ ทางใจ และหลักเกณฑ์การดำเนินชีวิต โดยแนวทางการแสดงถึงวิถีชีวิตนั้นอาจจมาจาก
เอกชน หรือคณะบุคคลทำเป็นตัวแบบ แล้วต่อมาคนส่วนใหญ่กป็ ฏิบัติสืบตอ่ กันมา วัฒนธรรมย่อมเปลี่ยนแปลงไป
ตามเงื่อนไขและกาลเวลา เมื่อมีการประดิษฐ์หรือค้นพบส่ิงใหม่ วิธีใหม่ท่ีใช้แก้ปัญหาและตอบสนองความต้องการ
ของสังคมได้ดีกว่า ซึ่งอาจทำให้สมาชิกของสังคมเกิดความนิยม และในที่สุดอาจเลิกใช้วัฒนธรรมเดิม ดังนั้น การ
รักษาหรือธำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมเดิม จึงต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาวัฒนธรรมให้เหมาะสมมี
ประสิทธิภาพ ตามยคุ สมัย
งานคหกรรม คือ งานที่เกี่ยวกับการจัดการบ้านเรือนที่อยู่อาศัย มนุษย์ทุกคนต้องมีงานคหกรรมเข้ามา
เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวัน เช่น งานบ้านงานเรือน การทำความสะอาดบ้าน ซักผ้า และยังทำให้ก่อเกิดเป็นรายได้
เพื่อนำมาใช้ในการเลี้ยงชีพ เช่น งานเย็บปัก ถัก ร้อย อาหาร เป็นต้น งานคหกรรมเป็นงานด้านหนึ่งที่เป็น
เอกลักษณ์ของไทย เช่น งานเขียนภาพผนังโบสถ์ งานป้ัน งานแกะสลกั และงานจักสานต่างๆ
งานคหกรรมสามารถแบ่งออกไดเ้ ปน็ หลายดา้ น เชน่
17
1. งานประดษิ ฐ์
2. อาหาร
3. ตัดเย็บ
4. งานใบตอง
5. งานดอกไม้
งานประดิษฐ์
งานประดิษฐ์ คือ งานที่สามารถนำมาทำให้เกิดเป็นผลงานได้โดยใช้วัสดุเหลอื ใช้จากการใชง้ านหรือวัสดุ
จากธรรมชาติ เชน่ กิง่ ไม้ ใบไม้ ก้อนหิน เหลอื กหอย เป็นตน้ สามารถนำมาใช้เปน็ ของประดบั ตกแตง่ ได้ ยกตวั อยา่ ง
เชน่
1. กรอบรปู
2. โมบาย
3. โคมไฟ
4. กระเปา๋
งานอาหาร
อาหาร คอื งานที่เกย่ี วกบั การอุปโภคบรโิ ภคของมนุษย์สามารถรับประทานได้โดยไม่ก่อให้เกิดผลเสียกับ
สุขภาพและเพ่ือความเป็นอยู่ของมนุษย์ ถ้าไมม่ ีอาหารหรือน้ำมนุษย์ก็ไมส่ ามารถดำรงชวี ิตอย่ไู ด้ ดังนัน้ อาหารและ
น้ำจึงมีความสำคญั กบั มนุษยเ์ ปน็ อยา่ งมาก อาหารมหี ลากหลายรูปแบบมที ัง้ อาหารคาวและอาหารหวาน
งานตัดเย็บเสอ้ื ผ้า
งานตดั เยบ็ เสอ้ื ผ้า เปน็ ปจั จัยทสี่ ำคัญอย่างหนึ่ง เพราะเสื้อผา้ เป็นส่งิ ท่ีอำนวยความสะดวกในเร่ืองของการ
แต่งกายและเป็นท่ีนยิ มเพื่อช่วยปกปิดสรรี ะรา่ งกายของเราทำให้เราสามารถทำอะไรได้สะดวกปลอดภัยและทำให้
เกิดความสวยงานเหมาะสมกับผู้สวมใส่ งานตัดเย็บเสื้อผ้าจัดว่าเป็นงานคหกรรมอย่างหนึ่งเป็นที่นิยมเนื่องจากใน
ปัจจบุ นั แฟชัน่ และการแตง่ ตวั ยอ่ มทำให้เป็นผลต่อการทำงานเเละทำให้ผู้สวมใสด่ ูดี
งานใบตอง
คอื งานทนี่ ำใบตองมาประดิษฐ์ให้เปน็ ช้ินงานที่สามารถนำไปใชง้ านได้ เช่น บายศรี กระทง เป็นต้น งาน
ใบตองเป็นงานที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยที่มีความละเอียด สวยงามของไทยมีมาตั้งแต่บรรพบุรุษ และมีการสืบต่อ
กันมาเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน อาจจะมีการประยุกต์แต่ก็ยังมีแบบดั่งเดิมอยู่ ปัจจุบันนำมาประยุกต์เพื่อให้เป็นงาน
ธุรกิจเพราะงานใบตองในปัจจุบนั นิยมใช้กันมากหลายเช่น งานแต่งงาน งานบวช งานบวงสรวง เป็นตน้
ยกตัวอยา่ งงานใบตองทนี ำไปใชใ้ นงานพธิ ตี ่างๆ เช่นงานแตง่ งาน เช่น พานขนั หมาก บายศรี พานรบั นำ้ เปน็ ตน้
งานบวช เชน่ บายศรสี ูข่ วัญ เปน็ ตน้ งานบวงสรวง งานไหวค้ รู เชน่ บายศรีปากชาม บายศรีเทพ เปน็ ตน้
18
งานดอกไม้
เป็นงานที่นิยมมากเช่นกัน ในปัจจุบันมีงานดอกไม้เป็นงานธุรกิจมากมายนิยมนำไปใช้ในงานต่างๆ เช่น
งานแตง่ งาน (เป็นทนี ยิ มมาก) งานเปิดสถานทต่ี ่างๆ งานตอ้ นรบั งานกนิ เลย้ี ง เป็นต้น
ยกตัวอย่าง เช่น การจัดซุ้ม ฉากแต่งงาน โต๊ะรับแขก กรอบรูป โต๊ะอาหาร จัดตกแต่งสถานที่ เเจกัน เป็นต้น การ
จัดดอกไม้เป็นการจำลองธรรมชาติมาไว้ในที่แห่งหนึ่งเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมชาติ สวยงามและเป็นที่น่าจดจำ
ดังนั้น งานคหกรรมที่ยกตัวอย่างมาทั้ง 5 งาน ได้แก่ งานประดิษฐ์ งานอาหาร งานตัดเย็บเสื้อผ้า งานใบตอง งาน
ดอกไม้ ล้วนมีความสำคัญในการดำเนินชีวิตและเป็นงานธุรกิจอย่างหนึ่งที่ไม่แพ้ไปกว่าธุรกิจอื่นๆและยังช่วย
อนุรักษ์ความเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย
19
วิชาการออกแบบเชงิ สรา้ งสรรค์ทางคหกรรมศาสตร์
รหสั วิชา HE4017105
บทท่ี 8
เรอื่ งองค์ประกอบศลิ ป์และการจดั องค์ประกอบศิลป์
วันที่ 27 กมุ ภาพนั ธ์ 2565
1. จุด (Dot) หมายถึง รอยหรือแต้มที่มีลักษณะกลมๆ ปรากฏที่ผิวพื้น ไม่มีขนาด ความกว้าง ความยาว
ความหนา เป็นสิง่ ที่เล็กทีส่ ุดและเป็นธาตเุ รมิ่ แรกทีท่ ำใหเ้ กดิ ธาตุอ่นื ๆ ขน้ึ
2. เสน้ (Line) คอื จุดหลาย ๆ จดุ ตอ่ กนั เป็นสาย เป็นแถวแนวไปในทิศทางใดทศิ ทางหนึ่งเปน็ ทางยาวหรือ
จุดที่เคลื่อนที่ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งด้วยแรงผลักดัน หรือรอยขูดขีดเขียนของวัตถุเป็นรอยยาว เส้ นแบ่งเป็น
ลกั ษณะใหญ่ ๆ 2 ลกั ษณะ คอื เสน้ ตรงและเสน้ โคง้
3.รูปร่าง (Shape) หมายถึง เส้นรอบนอกทางกายภาพของวัตถุ สิ่งของเครื่องใช้ คน สัตว์ และ พืช มี
ลกั ษณะเป็น 2 มติ ิ มีความกว้างและความยาว แบง่ เป็น 3 ประเภท
1.รปู รา่ งธรรมชาติ (Natural Shape)
2.รูปร่างเรขาคณติ (Geometrical Shape)
3.รปู รา่ งอิสระ (Free Shape)
4. รูปทรง (Form) หมายถึง โครงสร้างทั้งหมดของวัตถุที่ปรากฎแก่สายตาในลักษณะ 3 มิติ คือมีท้ัง
สว่ นกวา้ ง สว่ นยาว ส่วนหนาหรอื ลึก คอื จะให้ความรสู้ ึกเปน็ แท่ง มเี น้อื ที่ภายใน มีปรมิ าตร และมนี ้ำหนกั
5. สี (Color) หมายถึง สงิ่ ที่ปรากฏอยูท่ ว่ั ไปรอบ ๆ ตัวเรา ไมว่ า่ จะเป็นสที เ่ี กิดขนึ้ เองในธรรมชาติ หรือ
สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น สีทำให้เกิดความรู้สึกแตกต่างมากมาย เช่น ทำให้รู้สึกสดใส ร่าเริง ตื่นเต้น หม่นหมอง
หรอื เศร้าซึมได้ เป็นต้นสีและการนำไปใช้
1.วรรณะของสี (Tone) จากวงจรสีธรรมชาติ ในทางศิลปะได้มีการแบ่งวรรณะของสีออกเป็น 2 วรรณะ คือ สี
วรรณะร้อน ได้แก่สีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นหรือร้อน เช่น สีเหลือง ส้มเหลือง ส้ม ส้มแดง แดง ม่วงแดง เป็น
ต้น ส่วนสีวรรณะเย็น ได้แก่ สีที่ให้ความรู้สึกเย็น สงบ สบาย เช่น สีเขียว เขียวเหลือง เขียวน้ำเงิน น้ำเงิน
มว่ งน้ำเงนิ ม่วง เป็นตน้
2.ค่าของสี (Value of color) หมายถึง สีใดสีหนึ่งทำให้ค่อย ๆ จางลงจนขาวหรือสว่างและทำให้ค่อย ๆ เข้มขึ้น
จนมดื
3.สีเอกรงค์ (Monochrome) หมายถึง สีที่แสดงอิทธิพลเด่นชัดออกมาเพียงสีเดียว หรือใช้เพียงสีเดียวในการ
เขยี นภาพโดยใหค้ ่าของสีอ่อน กลาง แก่ คลา้ ยกับภาพถ่าย ขาว ดำ
20
4.สีส่วนรวม (Tonality) หมายถงึ สีใดสหี นึง่ ทใ่ี ห้อทิ ธพิ ลเหนือสีอ่นื ทง้ั หมด เชน่ การเขียนภาพทิวทัศน์ ปรากฏ
สสี ่วนรวมเปน็ สีเขยี ว สีนำ้ เงนิ เป็นตน้
5.สที ปี่ รากฏเด่น (Intensity)
6.สตี รงข้ามกันหรือสีตดั กนั (Contrast) หมายถงึ สีที่อยูต่ รงกันขา้ มในวงจรสีธรรมชาติ เชน่ สแี ดงกบั สีเขียว สี
นำ้ เงินกบั สีสม้ สมี ่วงกบั สเี หลอื ง
6. พ้ืนผวิ (Texture) หมายถึง พื้นผวิ ของวัตถุต่าง ๆ ทเ่ี กิดจากธรรมชาติและมนุษย์สร้างสรรค์ข้ึน พื้นผวิ ของวัตถุท่ี
แตกตา่ งกนั ย่อมใหค้ วามรู้สึกท่แี ตกตา่ งกนั ด้วย
การจดั องค์ประกอบศลิ ป์
1. ความสมดลุ (Balance)
ความสมดุล หรือ ดุลยภาพ (Balance) หมายถึง น้ำหนักที่เท่ากันขององค์ประกอบ ไม่เอนเอียงไปข้างใด
ข้างหนึ่ง ในทางศิลปะยังรวมถึงความประสานกลมกลืน ความพอเหมาะพอดีของ ส่วนต่าง ๆ ในรูปทรงหนึ่ง หรือ
งานศิลปะช้ินหนึ่ง การจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ ลงใน งานศิลปกรรมน้ันจะต้องคำนึงถึงจุดศนู ยถ์ ่วง ในธรรมชาติ
นั้น ทุกส่ิงส่ิงทท่ี รงตวั อยไู่ ดโ้ ดยไมล่ ม้ เพราะมนี ำ้ หนักเฉลี่ยเท่ากนั ทกุ ด้าน
2. สดั ส่วน (Proportion)
หมายถึง ความสัมพันธ์กันอย่างเหมาะสมระหว่างขนาดของ องค์ประกอบที่แตกต่างกัน ทั้งขนาดที่อยู่ใน
รูปทรงเดียวกันหรือระหว่างรูปทรง และรวมถึง ความสัมพันธ์กลมกลืนระหว่างองค์ประกอบทั้งหลายด้วย ซึ่งเป็น
ความพอเหมาะพอดี ไม่ มากไม่น้อย ขององค์ประกอบทั้งหลายที่นำมาจดั รวมกัน ความเหมาะสมของสัดส่วนอาจ
พิจารณาจากคุณลักษณะดังตอ่ ไปนี้
1. สัดส่วนที่เป็นมาตรฐาน จากรูปลักษณะตามธรรมชาติ ของ คน สัตว์ พืช ซึ่งโดยทั่วไป ถือว่า สัดส่วนตาม
ธรรมชาติ จะมคี วามงามที่เหมาะสมทีส่ ดุ หรือจากรปู ลกั ษณะที่เป็นการ สรา้ งสรรค์ของมนุษย์ เช่น Gold section
เป็นกฎในการสร้างสรรคร์ ูปทรงของกรกี
2 สดั ส่วนจากความรู้สกึ โดยทีศ่ ิลปะนั้นไม่ได้สร้างข้ึนเพ่ือความงามของรปู ทรงเพียง อย่างเดียว แต่ยังสร้างขึ้นเพ่ือ
แสดงออกถงึ เนอ้ื หา เรือ่ งราว ความรู้สึกด้วย สัดสว่ นจะชว่ ย เน้นอารมณ์ ความรูส้ ึก ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์
3.การเนน้ (Emphasis)
หมายถึง การกระทำให้เด่นเป็นพิเศษกว่าธรรมดา ในงานศิลปะจะต้องมี ส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือจุดใดจุด
หนึ่ง ที่มีความสำคัญกว่าส่วนอื่น ๆ เป็นประธานอยู่ ถ้าส่วนนั้นๆ อยู่ปะปนกับส่วนอื่น ๆ และมีลักษณะเหมือน ๆ
กัน ก็อาจถูกกลืน หรือ ถูกส่วนอื่นๆทีม่ ีความสำคัญนอ้ ยกวา่ บดบัง หรือแย่งความสำคัญ การเน้นจุดสนใจสามารถ
ทำได้ 3 วธิ ี คือ
21
1. การเน้นด้วยการใช้องค์ประกอบที่ตัดกัน (Emphasis by Contrast) สิ่งที่แปลกแตก ต่างไปจากส่วนอื่นๆ ของ
งาน จะเปน็ จดุ สนใจ ดงั นัน้ การใชอ้ งค์ประกอบทีม่ ลี ักษณะ แตกตา่ ง หรือขดั แย้ง กับสว่ นอ่นื กจ็ ะทำให้เกิดจดุ
2. การเน้นด้วยการดว้ ยการอย่โู ดดเดย่ี ว (Emphasis by Isolation) เมื่อส่ิงหนึง่ ถกู แยก ออกไปจากส่วนอ่นื ๆ ของ
ภาพ หรอื กลมุ่ ของมนั ส่งิ นัน้ กจ็ ะเป็นจุดสนใจ เพราะเมอ่ื แยกออกไปแลว้ กจ็ ะเกิดความสำคัญขน้ึ มา ซ่งึ เป็นผลจาก
ความแตกตา่ ง ท่ไี มใ่ ชแ่ ตก ต่างด้วยรูปลกั ษณะ แต่เป็นเรื่องของตำแหน่งทีจ่ ดั วาง
3. การเนน้ ด้วยการจดั วางตำแหนง่ (Emphasis by Placement) เมอื่ องคป์ ระกอบอ่นื ๆ ช้ีนำมายงั จดุ ใด ๆ จุดน้ัน
ก็จะเป็นจุดสนใจทีถ่ ูกเน้นขึ้นมา และการจัดวางตำแหน่งที่ เหมาะสม ก็สามารถทำให้จุดนัน้ เป็นจดุ สำคัญขึ้นมาได้
เช่นกนั
4. การซ้ำ (Repetition)
หมายถึงการสร้างเอกภาพที่นำองค์ประกอบที่เหมือนกัน มาจัดวางเพื่อให้แต่ละองค์ประกอบมีความเป็น
อันหน่ึงอนั เดียวกัน
5.ความประสานกันหรือความกลมกลนื (Harmony)
หมายถงึ ความเขา้ กนั ได้ดไี มข่ ดั แยง้ ความประสานกันในการตกแตง่ อาหารสามารแบง่ ไดด้ งั นี้
5.1 ความประสานกันของอาหารกับภาชนะ
5.2การประสานกนั ของวัตถดุ บิ
ศิลปะการจัดตกแต่งอาหารไทย
การจัดตกแต่งอาหารเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้บริโภคและผู้รับบริการเกิดความพึงพอใจและเกิดความ
ประทบั ใจกับอาหารท่ที ำให้เกดิ ขนึ้ ความอยากท่ีจะรบั ประทานอาหารชนิดน้ันๆ เร่อื งของอาหารตอ้ งใช้ศลิ ปะเข้ามา
ช่วยเพื่อให้เกิดความสวยงามทางสายตา ให้ความรู้สึกที่ดีทางจิตใจมากกว่ารสชาติ การจัดตกแต่งอาหารให้น่า
รบั ประทานนนั้ ไม่ใชส่ ิง่ จำเปน็ ในชวี ติ เราแตเ่ ปน็ สง่ิ ทท่ี ำให้การรับประทานอาหารนา่ ร่ืนรมย์
1. ความหมายของศิปละการจัดตกแต่งอาหาร คำว่าศิลปะ ตามพจนานุกรม หมายถึงการประดับฝีมือ
ทางการช่าง การแสดงออกให้เห็นถงึ อารมณ์ความรสู้ ึก
2. องค์ประกอบศิลป์ ประกอบด้วยดุลยภาพ เอกภาพ การเน้นหรือจุดเด่นในการแต่งอาหาร โดยใช้เส้น
จุด สี พ้ืนผิว
3. หลักการจัด คือการนำเอาสิ่งสำคัญต่างๆในองค์ประกอบศลิ ป์มาจัด มาจัดวางให้ถูกต้องสวยงาม ทำให้
เกิดความสมดลุ มสี ัดสว่ น
หลกั ทั่วไปในการจดั และตกแต่งอาหาร
1. การจดั อาหาร การจดั อาหารเปน็ ศิลปะอยา่ งหนึง่ ทีท่ ำให้ผู้รบั ประทานเกิดความพอใจ
22
2.ภาชนะท่ีใชบ้ รรจอุ าหาร
แบบของการจดั เลี้ยง
แบบของการจัดเลี้ยง เช่นจัดเลี้ยงแบบไทยแท้ ไทยสากล แบบจีน แบบบุฟเฟต์ ต้องเลือกภาชนะให้
เหมาะสมกบั การจดั
การจดั อาหารในโอกาสตา่ งๆ
1.อาหารในครอบครัว
2.อาหารนอกสถานท่ี (ปคิ นกิ )
3.อาหารบฟุ เฟต์
หลกั การจัดตกแต่งอาหาร
1. ตกแต่งพอควร อย่าเยอะเกินไป
2.ส่ิงทีน่ ำมาตกแต่งควรกินได้
3.ส่ิงทีน่ ำมาตกแต่งชว่ ยบอกประเภทของอาหาร
4.อาหารกบั สิง่ ทต่ี กแต่งควรเกบ็ ในอณุ หภูมิเดยี วกนั
5.การตกแต่งไมค่ วรตกแตง่ จนสดุ ขอบจาน จะยากตอ่ การยกจาน
6.ดแู ลผกั ผลไมท้ เ่ี สิรฟ์ ใหส้ ดและไมจ่ มในจานเสิรฟ์
การจดั ตกแต่งอาหารไทย
อาหารไทยมีเอกลักษณ์ประจำชาตมีความประณีตสวยงามและมีการจัดที่ไม่เหมือนใครการจัดตกแต่ง
อาหารไทยส่วนใหญ่มกี ารแกะสลักผัก ผลไม้ นำมาตกแต่งอาหารให้มีความสวยงาม การจัดอาหารลงจานก็เป็นสิ่ง
สำคัญ ควรให้มีความสวยงามมีเส้นลาย รูปทรง ลักษณะที่เห็ฯด้วยตาของอาหารเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คนอยาก
กินอาหาร ดงั นนั้ ควรจำเปน็ ตอ้ งใชว้ ทิ ยาศาสตร์ และศิลปะในการจดั และตกแตง่ อาหาร
การจัดโตะ๊ อาหาร
การจัดโต๊ะอาหารมีหลายรปู แบบข้นึ อยกู่ ับวัตถุประสงคข์ องการใช้งานเชน่ การจดั โต๊ะอาหารแบบค็อกเทล
การจัดอาหารไทบเป็นชุด การจัดอาหารไทยเป็นสำรับ การจัดอาหารจานเดียวประเภทเส้น การจัดอาหารจาน
เดียวประเภทขา้ ว และการจัดอาหารจานเดยี วประเภทของหวาน