Burirum Ragabhat University
English EBU.
Basic 12Tense
- High School -
ก
คำนำ
หนงั สืออเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ ลม่ นจี้ ดั ทำขนึ้ เพ่อื เป็นสว่ นหนงึ่ ของวิชำนวตั กรรมและเทคโนโลยีสำรสนเทศทำงกำรศกึ ษำ
เพ่อื กำรศกึ ษำโครงสรำ้ งของภำษำองั กฤษ เพ่อื ใหไ้ ดศ้ กึ ษำหำควำมรูใ้ นเรอื่ งรำวของโครงสรำ้ งของภำษำองั กฤษและกำรแตง่
ประโยคอย่ำงถกู ตอ้ ง โดยไดศ้ กึ ษำผำ่ นแหลง่ ควำมรูต้ ำ่ งๆ อำทเิ ชน่ ตำรำ หนงั สือ หอ้ งสมดุ และแหลง่ ควำมรูจ้ ำกเว็บไซตต์ ำ่ งๆ
โดยหนงั สืออิเลก็ ทรอนิกสเ์ ลม่ นตี้ อ้ งมีเนอื้ หำเก่ียวกบั โครงสรำ้ งของภำษำองั กฤษกำรแต่งประโยค และกำรนำไปใชใ้ น
กำรศกึ ษำตอ่ ในระดบั ชน้ั ท่สี งู ขนึ้ ไป
ผจู้ ดั ทำคำดหวงั ว่ำกำรจดั ทำหนงั สืออิเลก็ ทรอนิกสฉ์ บบั นจี้ ะเป็นประโยชนต์ ่อนกั เรยี น นกั ศกึ ษำ และผทู้ ่สี นใจศกึ ษำ
เรอ่ื งโครงสรำ้ งของภำษำองั กฤษ หำกมีขอ้ ผดิ พลำดประกำรใด ผจู้ ดั ทำขอนอมรบั ไว้ ณ ท่นี ี้
ผจู้ ัดทำ
นำงสำวจริ ะประภำ มหำพรม
นำงสำวพรชติ ำ พฒั นะแสง
สารบญั ข
คำนำ ก
พ้นื ฐานก่อนเรยี น Tense 1
Present Simple Tense 4
Present Continuous Tense 5
Present Perfect Tense 6
Present Perfect Continuous Tense 7
Past Simple Tense 8
Past Continuous Tense 9
Past Perfect Tense 10
Past Perfect Continuous Tense 11
Future Simple Tense 12
Future Continuous Tense 13
Future Perfect Tense 14
Future Perfect Continuous Tense 15
วิดโี อการสอน 16
อา้ งองิ
1
ปูพื้นฐานก่อนเรยี น Tense
คำ วลี ประโยค คอื อะไร
คำ คอื คำศพั ท์ ท้ัง 8 ชนิด จาก parts of speech เช่น
boy, dog, cat, man, woman, car, train, pen …
I, you, he, she, it, we, they…
big, small, tall, short, fat, thin…
slowly, fast…
go, come, eat, drink, walk, swim…
วลี คือ กลุ่มของคำทั้ง 8 ชนดิ มารวมกนั แต่ยงั ไม่สือ่ ความหมายชัดเจน เช่น
a tall boy เดก็ ชายตัวสงู คนหนงึ่
a short man ผู้ชายตวั เต้ียคนหนง่ึ
on the table บนโต๊ะ
in the dark room ในหอ้ งมืดๆห้องหน่งึ ที่บอกวา่ ยังส่ือความหมายไม่ชดั เจนก็คือว่า เราไม่รู้วา่ เดก็ ชายตวั สงู คนน้นั
ทำอะไร เปน็ ตน้
ประโยค คือ กลมุ่ ของคำทงั้ 8 ชนิดมารวมกัน และส่ือความหมายใหร้ ชู้ ดั เจน
ประโยคจะประกอบดว้ ย
- ประธาน + กริยา หรอื
- ประธาน + กรยิ า + กรรม
ประโยคที่ไม่ต้องมีกรรม
บางประโยคไม่ต้องมีกรรมนั้นข้นึ อยกู่ ับกริยาว่าต้องการกรรมหรอื ไม่ เชน่
A boy runs. เดก็ ชายคนหนึ่งวง่ิ ประโยคนไี้ ม่ต้องการกรรม
Birds fly. นกหลายๆตวั บิน ประโยคนี้กไ็ ม่ต้องการกรรมเพราะแค่พูดวา่ นกบินกส็ ่ือความได้แล้ว
Birds fly in the sky. นกหลายๆตวั บนิ ใน ท้องฟา้ คำว่า in the sky ไมใ่ ชก่ รรมนะครับ เปน็ ส่วนขยายเพิ่มเติม
ให้รูว้ ่า นกบนิ ท่ไี หน
มีคำกริยาหลายตัวท่ีไมต่ ้องการกรรม เชน่ walk, run, swim, sit, stand, sleep….
ประโยคที่ต้องมกี รรม
บางประโยคถ้าไม่มกี รรม จะไม่สามารถสอื่ ความหมายไดช้ ัดเจน จงึ ตอ้ งมีกรรมมารับ ซ่ึงขึ้นอยกู่ ับคำกรยิ าอีกเชน่
เคย เชน่
2
A boy eats. เด็กชาย กิน ประโยคนถ้ี ือวา่ ไม่สมบรู ณ์ เพราะจะมีคำถามถามต่ออีกว่า อา้ วแลว้ กินอะไรกนั
A boy eats a banana. เด็กชาย กิน กล้วยหนึ่งผล ทถี่ กู ต้องเปน็ อยา่ งนแี้ หละ
คำกริยาที่ตอ้ งมีกรรมมารบั เชน่ buy, do, get, give, take, clean, love…
แต่มีประโยคชนิดหนึง่ ทีม่ ีแคค่ ำกริยา ไม่ต้องมีประธานเลยคือ ประโยคำส่งั เชน่
Sit down. นั่งลง
Stand up. ยนื ขนึ้
Come here. มานี่
Go there. ไปโน่น
ประธานเอกพจน์ พหูพจน์ มีอะไรบ้าง
ประธานของประโยคส่วนใหญ่จะมาจากคำนาม และสรรพนาม (นอกจากน้ยี งั มี Gerund และ คำกริยาท่ี
นำหน้าดว้ ย To)
ประธานเอกพจน์ เช่น
- คำนามเอกพจน์ เชน่ a dog, a man, a teacher, a pen, a bank, John, Somchai, Somying….
- คำนามนบั ไม่ได้ เช่น water, coffee, paper, soap, meat, beef, sugar…
- สรรพนามที่หมายถึงอันเดียว เช่น He, She, It, This, That, someone (บางคน), something (บางสง่ิ ),
everyone/ everybody (ทุกคน) Everything (ทกุ สิ่ง)
- Gerund ( กรยิ าเตมิ ing) เชน่ waking (การเดิน) , sleeping (การนอน), running (การวิ่ง)….
- คำกริยาทน่ี ำหน้าด้วย to เชน่ To walk (การเดิน), To sleep (การนอน), To run (การวิง่ )….
ประธานพหูพจน์ เชน่
- คำนามพหูพจน์ เชน่ dogs, men, teachers, pens, banks….
- สรรพนามทห่ี มายถึง หลายอัน เชน่ You, We, They, I, These, Those…
คำวา่ I หมายถงึ คนเดยี ว แต่ส่วนใหญจ่ ะใช้กรยิ ารว่ มกนั พหูพจน์ เลยจัดให้อยู่ในหมวดหมู่น้ี มคี ำกรยิ าตวั เดยี วที่ใช้
ร่วมกนั เอกพจน์ คือ was และอีกตวั หนึง่ ทใ่ี ชค้ นเดียวคอื am นอกนัน้ ใชร้ ว่ มกับพหูพจน์ทงั้ หมด
ทำไมเอกพจนก์ ับพหพู จน์สำคัญนักเชยี ว
เพราะวา่ มีบาง Tense ทป่ี ระธานสองกลุม่ น้ใี ชก้ ริยาตา่ งกัน เพราะฉะนน้ั การศกึ ษาให้แตกฉานเรอื่ ง
ประธานเอกพจน์กบั พหูพจน์จงึ มีความสำคัญอย่างยิ่งในเบ้ืองต้น ยกตัวอยา่ งเชน่
She drinks coffee everyday. หล่อน ดื่ม กาแฟ ทุกวนั
We drink coffee everyday. พวกเรา ดม่ื กาแฟ ทกุ วัน
He is drinking water. เขา กำลงั ดมื่ นำ้
They are drinking water. พวกเขา กำลังดืม่ นำ้
3
ยังมีอกี ไหมเกีย่ วกับประธานเอกพจนพ์ หูพจน์
ในการเรียนการสอนให้นกั เรียนเขา้ ใจเรื่อง Tense ครูจะไม่พยายามใช้คำท่ีเราไม่คนุ้ เคย หรือเอาประธาน
ของประโยคทเี่ ราไม่ร้จู ัก นำมายกตัวอยา่ งนะครับ เพราะจะสรา้ งความงุนงงเพมิ่ ข้ึน
เราจึงจะเห็นได้ว่า เวลายกตวั อยา่ งประธานของประโยค ครูมกั จะยกตัวอย่างแค่
He, She, It อยใู่ นกลุ่มประธานเอกพจน์
I, You, We, They อยูใ่ นกลุ่มประธานพหูพจน์
เอ้า…มาดูกันตอ่ อีกนิดหนง่ึ ค่ะ ประธานเอกพจน์ พหูพจน์มีอะไรกนั อกี บ้าง
- ประธานท่ีเช่ือมดว้ ย and ถอื วา่ เป็น พหูพจน์ เชน่ A dog and a cat (แมว + หมา= 2 ตวั ) A pen and a
book ( ปากกา + หนงั สอื = 2 อัน)
ยกเว้นว่า มี and เป็นตวั เช่ือม แต่เปน็ สงิ่ ๆเดยี ว เชน่ Rice and curry is 20 baht. ขา้ วราดแกง (ไม่ใช่ข้าวและ
แกงนะคะ) Two and one is three. สองบวกหน่ึง (ไม่ใช่สองและหน่ึง) The manager and owner is tall.
ผจู้ ัดการและเปน็ เจ้าของร้านด้วย (ไมใ่ ชผ่ ูจ้ ดั การ และเจา้ ของรา้ น) แต่ถา้ The manager and the owner จงึ จะ
แปลว่า ผู้จดั การและเจ้าของร้าน (สองคน)
- ประธานท่ีเชื่อมด้วย or ใหด้ ู คำท่อี ยหู่ ลงั or เช่น A cat or dogs ( พหูพจน์) Dogs or a cat (เอกพจน)์
- One of + นามพหูพจน์ เช่น One of my friends.. ให้ยดึ one (หน่ึง) เปน็ ประธาน ไม่ใช่ friends ดงั นั้นประธาน
ของประโยคเปน็ เอกพจน์ นะครับ ถ้าเจอแบบนี้ เพราะคำแปลคือ หน่ึงในบรรดาเพื่อนๆ
- นาม + บุรพบท + นาม ให้ยดึ นามตวั หน้า ไมใ่ ช่นามท่ีอยู่หลังบรุ พบท เช่น
Cats in my room ประธานคือ Cats ไม่ใช่ room ดังนนั้ ประธานจึงเป็น พหูพจน์
A cat from those houses ประธานคือ A cat ไม่ใช่ houses ดังนั้นประธานจึงเป็น เอกพจน์
4
Tense คืออะไร
ความหมายของ Tense คือ รปู แบบของประโยคที่มคี ำกรยิ า แสดงระบุเวลากำกบั การกระทำในขณะที่พดู
นค่ี อื ความหมายคร่าวๆ ถา้ ยน่ ยอ่ กันจริงๆในการเรยี นหลกั ภาษาแลว้ Tense คอื กาล (เวลา)
โครงสรา้ งของ 12 Tense และหลักการใช้
ว่ากนั ไปแล้ว Tense ใหญๆ่ แค่ 3 เทา่ น้นั เอง แต่แยกย่อยออกอีก 4 จึงรวมกันได้ 12 tense
1. Present Tense (ปจั จบุ นั กาล) กล่าวถงึ เรื่องราวในปจั จุบัน
2. Past Tense (อดีตกาล) กล่าวถึงเรื่องราวในอดตี
3. Future Tense (อนาคตกาล) กลา่ วถึงเรือ่ งราวในอนาคต
Present Simple Tense
โครงสร้าง: S. + V.1(s/es)
หลักการใช้: บอกเล่าข้อเท็จจริงทว่ั ไป ของคน สัตว์ สง่ิ ของ สถานท่ี …
ตวั อย่างประโยค: I eat rice every day. ฉันกินขา้ วทกุ วนั
A dog has four legs. สุนขั มีสข่ี า
Bangkok is the capital city of Thailand. กรุงเทพเป็นเมอื งหลวงของประเทศไทย
My class starts at 9.00 ชั่วโมงเรยี นของฉันเร่มิ เวลา 9 นาฬิกา
5
Present Continuous Tense
Tense น้อี กี ชื่อหนึ่งคือ Present Progressive Tense
โครงสร้าง: S. + is, am, are + Ving
หลกั การใช:้ บอกเล่าเหตุการณท์ ีก่ ำลังเกดิ ขึ้นขณะนี้ บอกเลา่ เหตุการณ์ท่ีกำลงั จะเกดิ ในอนาคตแน่ๆ
ตัวอยา่ งประโยค: I am eating rice now. ฉันกำลังกินขา้ วอยู่ตอนน้ี
A dog is walking. สุนัขกำลังเดนิ
I’m going to London next week. ฉันกำลังจะไปลอนดอนสปั ดาหห์ น้า
We are visiting our granddad tomorrow. พวกเรากำลังจะไปเยี่ยมปูพ่ รุ่งนี้
6
Present Perfect Tense
โครงสร้าง: S. + has, have + V3
หลกั การใช:้ บอกเล่าเหตุการณท์ ด่ี ำเนนิ เสร็จแลว้ บอกเล่าเหตกุ ารณท์ ด่ี ำเนินมาไดใ้ นระยะเวลาหนงึ่ จนถงึ ปัจจบุ ัน
ตวั อยา่ งประโยค: I have eaten rice. ผมกนิ ขา้ วแลว้ (กนิ เสร็จแลว้ )
She has finished her homework. หล่อนทำการบ้านเสรจ็ แลว้
I have eaten rice for 20 minutes. ผมกนิ ข้าวมาแล้ว 20 นาที
He has lived here since 2000. เขาอาศยั อย่ทู ีน่ ต่ี ้งั แต่ปี 2000
7
Present Perfect Continuous Tense
โครงสร้าง: S. + has, have +been+ Ving
หลักการใช้: บอกเลา่ เหตุการณท์ ่ีดำเนนิ มาได้ในระยะเวลาหน่งึ จนถงึ ปัจจบุ นั คล้าย present perfect tense แต่
เปน็ การเน้นยำ้ วา่ ทำอย่างต่อเนื่อง
ตวั อย่างประโยค: I have been playing football since 8 o’clock. ฉันเลน่ ฟุตบอล (อย่างต่อเนื่อง) ตั้งแต่ 8 โมง
She has been walking for 30 minutes. หลอ่ นเดนิ (อยา่ งตอ่ เนื่อง) เปน็ เวลา 30 นาที
Toon has been running for 4 hours. ตนู วงิ่ (อย่างตอ่ เน่อื ง) เป็นเวลา 4 ช่วั โมง)
He has been working here since 1999. เขาทำงานท่นี ี่ (อยา่ งต่อเนื่อง)ตง้ั แตป่ ี 1999 (ไม่
เคยย้ายไปไหน)
8
Past Simple Tense
โครงสรา้ ง: S. + V2
หลกั การใช:้ บอกเล่าเหตุการณใ์ นอดีต ท่เี กิดข้ึน ณ จดุ เวลาใดเวลาหนึง่
ตวั อยา่ งประโยค: I went to school yesterday. ฉนั ไปโรงเรยี นเม่ือวานน้ี
I ate bananas last week. ฉนั กนิ กล้วยเมื่อสัปดาห์ทแ่ี ลว้
My dad washed his car last Sunday. พอ่ ของผมล้างรถของเขาเมอื่ วนั อาทิตยท์ ่ีแล้ว
She watched this movie last year. หล่อนดูหนังเรือ่ งน้ปี ีทแี่ ล้ว
Sam visited his parents five years ago. แซมไปเย่ยี มพ่อแม่ของเขาเม่ือห้าปีท่แี ล้ว
9
Past Continuous Tense
โครงสรา้ ง: S. + was, were + Ving
หลักการใช:้ บอกเลา่ เหตุการณ์ท่ีกำลังเกิดข้นึ ในอดีต แล้วมีอกี เหตุการณ์หนงึ่ แทรกข้นึ มา
ตัวอยา่ งประโยค: I saw a big elephant while I was walking to school. ฉันเหน็ ชา้ งตวั หน่งึ ขณะทฉี่ นั กำลงั
เดินไปโรงเรียน
We were eating dinner when dad came home. พวกเรากำลังกนิ ข้าวเย็นอยู่ ตอนท่พี ่อมาถึงบา้ น
The light went out when they were watching TV. ไฟดับตอนที่พวกเขากำลังดทู ีวีอยู่
She was taking a bath when I called her. หลอ่ นกำลังอาบนำ้ อยู่ ตอนทีผ่ มโทรหาหลอ่ น
Sam was driving home when it started to rain. แซมกำลงั ขับรถกลบั บา้ น ตอนท่ีฝนเริม่ ตก
10
Past Perfect Tense
โครงสร้าง: S. + had + V3
หลักการใช้: บอกเลา่ เหตุการณ์ทีส่ นิ้ สดุ แลว้ ในอดตี กอ่ นจะมีอีกเหตกุ ารณ์ตามมา
ตวั อยา่ งประโยค: I had eaten a pizza before I went to bed.ฉนั ได้กนิ พิซซา่ ก่อนท่ีฉันเขา้ นอน (กนิ กอ่ น )
John called me after I had left. จอห์นโทรหาฉัน หลังจากทฉ่ี นั ไดอ้ อกจากบ้านแล้ว
All people had gone home when we reached the cinema. คนได้กลบั บ้านหมดแล้ว
เมอื่ เราไปถึงโรงหนงั
They had had dinner before they did homework. พวกเขาไดเ้ ขากินข้าว กอ่ นพวกเขาทำการบา้ น
The train had left when we got to the station. รถไฟออกไปแลว้ ตอนที่เราไปถงึ สถานี
11
Past Perfect Continuous Tense
โครงสร้าง: S. + had + been + Ving
หลกั การใช:้ บอกเลา่ เหตุการณ์ทเี่ กดิ ขึน้ ในอดีต และดำเนนิ มาเปน็ ระยะเวลาหนึง่ เนน้ การบอกเวลามากกวา่ การ
กระทำ
ตวั อยา่ งประโยค: I had been waiting for the train for three hours before it arrived. ฉนั ไดร้ อคอยรถไฟ
เปน็ เวลา(ตงั้ ) 3 ชว่ั โมง (นะ) ก่อนท่ีมนั จะมาถงึ
We had been walking for one hour when we saw that bird.
พวกเราได้เดนิ (ตง้ั ) 1 ช่วั โมง (แน่ะ) ตอนท่ีพวกเราเห็นนกตัวนั้น
They had been playing football for four hours when it started to rain.
พวกเขาไดเ้ ลน่ ฟุตบอล (ตั้ง) 4 ชัว่ โมง ก่อนที่ฝนเริม่ ตก (วนั น้ีเลน่ ได้นาน ปกติไม่เกินชัว่ โมงก็ตกแล้ว)
12
Future Simple Tense
โครงสร้าง: S. + will + V1
หลกั การใช้: บอกเล่า คาดการณ์เหตุการที่จะเกิดขึน้ ในอนาคต
ตัวอย่างประโยค: I will go to school tomorrow. ฉันจะไปโรงเรยี นพรงุ่ นี้ (คิดวา่ ต้องไป เด๋ียวหมดสิทธส์ิ อบ)
I will watch Chin Jang this evening. ฉันจะดูชินจังเย็นนี้ (เพื่อนบอกว่าสนุก จะลองดูหน่อย)
You will eat papaya salad tonight. คุณจะกินสม้ ตำคืนนี้ (คุณเคยบอกไว้ วา่ จะกินคนื นี้)
He will clean the car next week. เขาจะล้างรถสัปดาหห์ นา้ (เขาบอกมา ว่าจะล้าง)
She will buy a bike next month. หลอ่ นจะซื้อจักรยานเดอื นหน้า (หล่อนว่าเดนิ ไปเรียนแลว้ เหนี่อย)
13
Future Continuous Tense
โครงสรา้ ง: S. + will + be + Ving
หลกั การใช:้ บอกเล่าเหตุการณท์ กี่ ำลังเกิดข้นึ อยู่ในอนาคต
ตวั อย่างประโยค: I will be reading books at 8 o’clock tomorrow. ฉนั จะกำลังอ่านหนังสือเวลา 8 นาฬิกา วนั พรงุ่ น้ี
At nine o’clock tomorrow, we will be working on the farm.พรุ่งนี้เวลา 9 นาฬกิ า พวกเราจะ
กำลงั ทำงานในฟารม์
At six o’clock, we will be eating dinner with our granddad. เวลา 6 นาฬกิ า พวกเราจะกำลงั กิน
ขา้ วกับปูข่ องพวกเรา
She will be waiting when you arrive. หลอ่ นจะกำลงั รอคอย เมอ่ื คณุ มาถึง
14
Future Perfect Tense
โครงสรา้ ง: S. + will + have + V3
หลกั การใช:้ บอกเล่าเหตุการณท์ ีส่ นิ้ สุดแล้วในอนาคต
ตวั อย่างประโยค: I will have eaten breakfast at 8 o’clock tomorrow. ฉันจะกินขา้ วเช้าเรียบรอ้ ยแล้ว เวลา 8
นาฬิกาวนั พรงุ่ น้ี
Tomorrow morning, we will have finished our project. พรงุ่ นเี้ ช้า พวกเราจะดำเนนิ โครงการของ
พวกเราเสรจ็ แลว้
She will have gone when you arrive. หลอ่ น(คง)จะไปแลว้ เมอ่ื คุณมาถึง
I will have cleaned the floor when my mom gets home. ฉนั (คง)จะทำความสะอาดพื้นเรยี บร้อย
แลว้ ตอนทแ่ี มม่ าถงึ
15
Future Perfect Continuous Tense
โครงสรา้ ง: S. + will + have + been + Ving
หลกั การใช:้ บอกเลา่ เหตุการณท์ ด่ี ำเนินมาไดร้ ะยะเวลาหนึง่ ในอนาคต กอ่ นมีอีกเหตกุ ารณ์หนึ่งแทรกเข้ามา
ตวั อย่างประโยค I will have been eating breakfast for 30 minutes at 8 o’clock tomorrow.
ฉันจะได้กำลงั กินขา้ วเชา้ เป็นเวลา 30 นาทีแลว้ ณ เวลา 8 นาฬิกา วันพร่งุ น้ี
At 10 o’clock tomorrow, we will have been working on the farm for two hours.
เวลา 10 นาฬิกาพรุง่ น้ี พวกเราจะได้กำลงั ทำงานในฟารม์ เปน็ เวลา 2 ชว่ั โมงแลว้
You will have been waiting for two hours when the plane arrives.
คุณจะได้กำลังรอ เป็นเวลาสองชวั่ โมง เมือ่ เครอ่ื งบนิ มาถึง
17
เอกสารอา้ งองิ
สบื ค้นเมอ่ื 25 มกราคม 2565 เร่อื งหลักการใช้ Tense 12 แสนจะงา่ ย ใครว่ายาก มาเรยี นร้พู รอ้ มกนั เล้ย.
https://xn12cl9ca5a0ai1ad0bea0clb11a0e.com/tense-12-usage.
สืบค้นเมอ่ื 25 มกราคม 2565 จำโครงสรา้ ง Tense งา่ ยๆไมต่ ้องทอ่ ง
https://www.youtube.com/watch?v=M0cIqtwzFEg
ผู้จดั ทำ
นางสาวจิระประภา มหาพรม นางสาวพรชติ า พฒั นะแสง
รหสั 630113102041 รหัส 630113102052
สาขาวิชาภาษาอังกฤษ ช้นั ปที ่ี 2 สาขาวชิ าภาษาอังกฤษ ชนั้ ปที ่ี 2
12Tense