1
เทคนคิ ในการนำเสนอ (Presentation Technique)
ความหมายของการนำเสนอ
การนำเสนอ (Presentation) เป็นวิธีการหรือเครื่องมือในการติดต่อส่ือสาร (Communication) ด้วย
การถ่ายทอด(Delivery) ข้อมูล แผนงาน โครงการ ข้อเสนอ ฯลฯ จากผู้นำเสนอผลงาน กับผู้พิจารณาผลงานหรือ
จากผู้นำเสนอ ไปสู่บุคคล กลุม่ เป้าหมาย เพื่อสร้างความเข้าใจรว่ มกัน ให้บุคคลกลมุ่ เป้าหมายหรือผู้รบั สาร เห็นด้วย
คล้อยตาม สนับสนนุ อนมุ ตั ิ ใหด้ ำเนนิ การ
วัตถุประสงคข์ องการนำเสนอ
การนำเสนออาจมีความต้องการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรืออาจหลายอย่างเพื่อใหเ้ กิดความเขา้ ใจ เพื่อโน้นน้าวใจ
เพื่อให้พิจารณาผลงาน เพอื่ ใหเ้ ห็นดว้ ย ให้การสนับสนุน หรืออนมุ ัติ
จากวัตถุประสงคโ์ ดยรวม สามารถใช้การนำเสนอเปน็ จุดประสงค์เฉพาะ ดังน้ี
1. การต้อนรับ
2. การบรรยายสรปุ
3. การประชาสัมพันธ์
4. การขาย การแนะนำสนิ ค้าหรอื บรกิ าร
5. การเจรจาทำความตกลง
6. การเจรจาต่อรอง
7. การสง่ มอบงาน
8. การฝึกอบรม
9. การสอนงาน
10. การรายงาน
โดยท่ัวไป การนำเสนอควรจะมุ่งเน้นในวัตถปุ ระสงค์ที่เฉพาะเจาะจง ไม่ควรจะนำเสนอด้วยวัตถุประสงคท์ ี่
มากมายหลายด้าน จนเปน็ เหตใุ หไ้ ม่สามารถจะบรรลผุ ลไดอ้ ย่างแท้จรงิ
ประเภทของการนำเสนอ (Type of Presentation)
1. การนำเสนอโดยวิธีธรรมชาติ (Nature Presentation) เช่น ทำตัวอย่างให้ดู สาธิตให้เห็นโดยใช้พฤติกรรม
ตามธรรมชาติ
2. การนำเสนอดว้ ยการพดู (Oral Presentation) เช่น พูดและแสดงให้เหน็ จรงิ
3. การนำเสนอดว้ ยส่ือตา่ งๆ (Presentation Media) เช่น ส่งิ พมิ พ์ โปสเตอร์ วดี ที ศั น์ ภาพยนตร์ นิทรรศการ
4.. การนำเสนอโดยใชเ้ ทคโนโลยสี มัยใหม่เขา้ มาชว่ ย (Hi-technology Audiovisual Aids)
5. การนำเสนอดว้ ยวธิ กี ารผสมผสาน (Presentation by Integration)
รูปแบบของการนำเสนอ
การนำเสนอมีไดห้ ลายรปู แบบ ซ่ึงจะต้องพจิ ารณาเลือกใชร้ ูปแบบให้เหมาะสมกับวัตถุประสงคข์ องการนำเสนอ
และ ความต้องการของผ้รู บั การนำเสนอ โดยทัว่ ไปจะมีการใชอ้ ยู่ สองรปู แบบไดแ้ ก่
1. แบบสรปุ ความ (qutline)
2. แบบเรียงความ (essay)
แบบสรปุ ความ คือ การนำเสนอเน้ือหาท้ังที่เป็นข้อเทจ็ จริง ความคดิ เห็น และ ขอ้ พจิ ารณาเปน็ ข้อๆ
แบบเรียงความ คือ การนำเสนอด้วยการพรรณนา ถงึ เนือ้ หาละเอียด
รายวิชาเทคนิคในการนำเสนอ รหัสวิชา 30202-2104
2
การเลือกใช้รูปแบบใดรูปแบบหน่ึง จะต้องคำนึงถึงความเหมาะสม และ สถานการณ์ในการ
นำเสนอ การนำเสนอแบบสรุปความมักใช้ในการนำเสนอ ข้อมูลอันประกอบด้วย ข้อเท็จจริง ส่ิงที่ค้นพบ
เพ่ือให้ผู้รับการนำเสนอรับรู้อย่างรวดเรว็ ส่วนการนำเสนอแบบเรียงความ มักใช้ในการนำเสนอความคิดเห็น
และการใหเ้ หตุผลโนน้ นา้ วชกั จูงใจ ซึง่ จะต้องมกี ารอรรถาธิบาย ในรายละเอยี ดตา่ งๆประกอบการนำเสนอ
การเลือกใช้รูปแบบของการนำเสนอ จะพิจารณาปริมาณของเน้ือหาสาระ วัตถุประสงค์ และ
จดุ มุ่งหมายท่ีต้องการบรรจุ การเร้าความสนใจ สถานการณ์ในการนำเสนอ และ ความสมั พันธ์ระหวา่ งผู้รับ
การนำเสนอกับผูน้ ำเสนอ
ในการนำเสนอข้อมูลเพ่ือการพิจารณา จะนิยมใช้ตาราง และ แผนภาพ ประกอบ เพื่อการ
วิเคราะห์หรือเปรียบเทียบทีเ่ ห็นได้ชัดเจนและรวดเรว็
หลกั การนำเสนอ
ในการนำเสนอเพ่อื วัตถุประสงคใ์ ดๆ ก็ตาม ผู้นำเสนอจะต้องพจิ ารณาถึงหลกั การที่จะใชเ้ ป็นข้อยดึ ถอื คือให้
มคี วามถกู ต้องเหมาะสม มฉิ ะนั้นจะเกดิ ผลเสียต่อผนู้ ำเสนอเองและหน่วยงานของผู้นำเสนอด้วย เพราะการนำเสนอ
จะส่งผลโดยตรง และโดยทางอ้อมต่อภาพลักษณ์ของบุคคลและองค์กรท่ีจัดนำได้ จึงต้องคำนึงถึงหลักการในการ
กำหนดจดุ มุง่ หมายการนำเสนอ การวางโครงสรา้ งการนำเสนอ และการเตรยี มเนื้อหาท่จี ะนำเสนอ
การกำหนดจดุ มุง่ หมายของการนำเสนอ การนำเสนอจะต้องมีจุดมงุ่ หมายทอี่ ยูบ่ นพืน้ ฐานของหลักการ ดงั น้ี
1. ตอ้ งกอ่ ประโยชน์ทั้งตอ่ ฝา่ ยผูน้ ำเสนอและผรู้ บั การนำเสนอ
2. ต้องคำนงึ ถึงผู้รบั การนำเสนอเป็นหลัก
3. ตอ้ งมจี ุดมุ่งหมายทม่ี ีความเป็นไปได้
4. ต้องไม่กำหนดจุดม่งุ หมายมากหลากหลายจนคลุมเครอื
5. ตอ้ งกำหนดจุดมุ่งหมายใหส้ อดคล้องกับสถานการณ์
การวางโครงการนำเสนอ
โครงสร้างการนำเสนอ เปน็ ส่วนสำคัญที่จะช่วยให้การนำเสนอมีความสมรปู ตามเน้ือหาของการนำเสนอ
จงึ ควรจัดโครงสร้างตามหลักการ ดงั น้ี
1. ตอ้ งมสี ่วนของการกลา่ วนำ ให้รู้วา่ ผู้นำเสนอ หรือคณะผู้นำเสนอเป็นใคร หรือประกอบดว้ ยผู้ใดบ้าง และ
นำเสนอในนามของหน่วยงานใด บอกชื่อเรื่องท่ีนำเสนอ พร้อมด้วยวัตถุประสงค์ บอกระยะเวลาท่ีจะใช้ในการ
นำเสนอ และแจง้ ใหร้ ู้ถึงข้อมลู ทไ่ี ด้เสนอใหพ้ จิ ารณาแลว้ ลว่ งหนา้
2. ต้องมีส่วนแจ้งให้รู้ถึงสถานการณ์ ความเป็นมาของเร่ือง ให้รู้ถึงความเดิมก่อนที่จะนำเสนอว่ามีความ
สบื เนอ่ื งประการใด
3. ตอ้ งมสี ่วนทชี่ ้ถี ึงสภาพปัญหา สาเหตุของปญั หา และตวั แปรทีส่ ัมพันธ์เกีย่ วข้อง เช่น ขอ้ กฎหมาย
4. ตอ้ งมสี ่วนทช่ี ้ถี ึงทางเลือกในการแกป้ ัญหาพร้อมดว้ ยการประเมินขอ้ ดีและข้อเสีย
5. ตอ้ งมสี ว่ นทเ่ี ป็นข้อเสนอในการแกป้ ัญหาอนั เป็นการตัดสนิ ใจเลือกทางเลือกทดี่ ีที่สดุ
6. ต้องมีส่วนท่ีเป็นบทสรุป ท้ังข้อเท็จจริง และข้อโต้แย้งที่สำคัญ ถ้าเป็นการนำเสนอเพ่ือขออนุมัติ จะต้อง
กล่าวถงึ ขน้ั ตอนการดำเนินงานต่อไป ถา้ ไดร้ ับอนุมตั ิ
ลักษณะการนำเสนอทีด่ ี
นอกจากการเลือกรูปแบบของการนำเสนอ ให้ถูกต้องและเหมาะสมแล้ว จะต้องคำนึงถึงลักษณะของการ
นำเสนอ ท่ีจะชว่ ยให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ของการนำเสนอด้วย โดยทั่วไปลักษณะของการนำเสนอท่ีดี ควรมี
ดังต่อไปนี้
รายวิชาเทคนิคในการนำเสนอ รหัสวชิ า 30202-2104
3
1. มวี ัตถปุ ระสงค์ท่ีชัดเจน กล่าวคือ มีความตอ้ งการท่ีแน่ชัดว่า เสนอเพื่ออะไร โดยไม่ต้องให้ผรู้ ับรับการนำเสนอ
ต้องถามวา่ ตอ้ งการให้พจิ ารณาอะไร
2. มีรูปแบบการนำเสนอเหมาะสม กล่าวคือ มีความกระทัดรัดได้ใจความ เรียงลำดับไม่สนใช้ภาษาเข้าใจง่าย
ใชต้ าราง แผนภมู ิ แผนภาพ ชว่ ยให้พจิ ารณาข้อมูลไดส้ ะดวก
3. เน้ือหาสาระดี กล่าวคือ มีความน่าเช่ือถือ เที่ยงตรง ถูกต้อง สมบูรณ์ครบถ้วน ตรงตามความต้องการ มีข้อมูลท่ี
เปน็ ปัจจุบนั ทันสมยั และมเี นอ้ื หาเพยี งพอแกก่ ารพจิ ารณา
4. มี ข้อเสนอที่ดี กล่าวคือ มีข้อเสนอท่ีสมเหตูสมผล มีข้อพิจารณาเปรียบเทียบทางเลือกที่เห็นได้ชัด เสนอแนะ
แนวทางปฏิบตั ิทช่ี ัดเจน
คณุ สมบตั ิของผู้นำเสนอ
ในการนำเสนอด้วยวาจา คุณสมบัติอันเป็นลักษณะประจำตัวของผู้นำเสนอ ถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญของ
ความสำเร็จในการนำเสนอ เพราะคุณสมบัติของผู้นำเสนอจะมีอิทธิพลต่อการโน้นน้าวชักจูงให้เกิดความสนใจ
ความไวว้ างใจ เชื่อถือ และการยอมรับไดม้ าก เท่ากบั หรือมากกว่าเนอ้ื หาทีน่ ำเสนอ
ผนู้ ำเสนอท่ีประสพความสำเรจ็ สว่ นใหญ่ จะมคี ุณสมบัตดิ ังตอ่ ไปน้ี
1. มบี คุ ลิกดี
2. มีความรู้อยา่ งถ่องแท้
3. มคี วามน่าเชอ่ื ถือไว้วางใจ
4. มีความเช่อื มน่ั ในตนเอง
5. มีภาพลักษณท์ ด่ี ี
6. มีน้ำเสียงชัดเจน
7. มีจิตวทิ ยาโน้นนา้ วใจ
8. มีความสามารถในการใชโ้ สตทศั นอปุ กรณ์
9. มีความชา่ งสงั เกต
10. มีไหวพรบิ ปฏิภาณในการคำถามดี
เทคนคิ ในการนำเสนอ (Presentation Technique)
1. กำหนดวัตถปุ ระสงค์ในการนำเสนอ
1.1 เพ่ือใหค้ วามร้หู รอื ข้อมลู ข่าวสารใหม่ๆ (To inform)
1.2 เพือ่ ปลุกใจหรือเป็นแรงบันดาลใจ (To convince)
1.3 เพือ่ เรยี กร้องให้ผูร้ บั มีปฏิกิริยาตอบสนอง (To request for action)
2. วิเคราะหผ์ ฟู้ งั
2.1 ขนาดของกลมุ่ ผู้ฟงั (Group size)
2.2 อาชพี และการศกึ ษา (Occupation & Education)
2.3 อายุและเพศ (Age & Sex)
2.4 พน้ื ความรู้ (Subject knowledge)
2.5 ทัศนคติ (Attitude)
2.6 ความเช่ือและอคติ (Belief & Prejudice)
3. ทรพั ยากรท่จี ะใช้
3.1 งบประมาณ
รายวชิ าเทคนิคในการนำเสนอ รหสั วิชา 30202-2104
4
3.2 สถานที่นำเสนอ
3.3 วัสดุ-อปุ กรณท์ เ่ี กี่ยวข้อง
3.4 เวลาในการนำเสนอและการเตรยี มการ
3.5 กำลงั คนและสิ่งสนบั สนนุ อ่นื ๆ
4. การเตรยี มเน้ือหา
4.1 กำหนดเปา้ หมาย
4.2 วางโครงเรอ่ื ง
4.3 จดั ทำสครปิ ต์หรือโครงสร้างของการนำเสนอ ได้แก่ ส่วนนำ เน้ือหา บทสรปุ และ เชิญใหซ้ ักถาม
4.4 จัดหาตัวอย่างและกิจกรรมประกอบการนำเสนอ
5. โครงสร้างการนำเสนอ
ส่วนนำ เน้อื หา บทสรุป คำถาม
-ทักทาย สร้างบรรยากาศ -จัดเรียงลำดบั -ประเดน็ หลัก -เชื้อเชญิ คำถาม
-แนะนำตนเอง -กระชับชดั เจน -ความคดิ รวบยอด -ตอบคำถามให้ตรงระเด็น
-ระบเุ รอื่ ง ระบเุ ป้าหมาย -เชอ่ื มโยงสมั พันธ์กัน -เนน้ ส่งิ ทใี่ หท้ ำหรือ -ทิง้ ท้ายใหป้ ระทบั ใจ
หรอื ประเด็นสำคญั -เนน้ ยำ้ ที่สำคญั สิง่ ทคี่ าดหวัง (ถา้ ทำได)้
-มีตวั อย่างประกอบ -ขอบคณุ ผ้ฟู ัง
-สนับสนุนด้วยขอ้ มูล
-ใหก้ จิ กรรมเสริม
6. การเตรียมงานด้านวัสดุ-อปุ กรณ์
6.1 ตดั สินใจวา่ จะใชอ้ ะไรบ้าง เตรียมจดั หาไวใ้ ห้พรอ้ ม
6.2 เตรียม Accessories ตา่ ง ๆ ทเี่ ก่ยี วขอ้ งด้วย (อยา่ หวงั นำ้ บอ่ หน้า)
6.3 ถ้าระยะทางไกล ตอ้ งสอบถามว่ามอี ุปกรณอ์ ะไรใหใ้ ช้บา้ ง คณุ ภาพเป็นเชน่ ไร (สอบถามคณุ สมบัตคิ รา่ ว ๆ)
6.4 ตรวจสอบการใช้งาน และจดบนั ทกึ รายการอปุ กรณ์ท่นี ำไปใช้ หลงั ใชง้ านให้ตรวจสอบก่อนเดินทางกลับ
7. ฝกึ ซ้อมก่อนนำเสนอ
7.1 ฝกึ ซ้อมใหน้ ำเสนอได้ในเวลาท่กี ำหนด
7.2 ฝึกซ้อมใชส้ ่ือ-อุปกรณท์ ีจ่ ะใช้จริง
7.3 ฝึกซ้อมในสถานท่ีเสมือนจรงิ ตอ่ หนา้ ผู้ที่จะใหค้ ำแนะนำเราได้
7.4 ฝึกซอ้ มใหม้ ั่นใจก่อนนำเสนอจรงิ
8. กอ่ นนำเสนอ
8.1 มั่นใจในเรือ่ งที่นำเสนอ
8.2 มที ัศนคตทิ ีด่ ตี ่อผู้ฟงั
8.3 รู้จักผอ่ นคลายอิริยาบถ
8.4 อย่ากงั วลประหม่า
8.5 ถา้ มีผชู้ ว่ ย ต้องนัดแนะซกั ซอ้ มกันให้ดี อย่าแสดงสดโดยไม่ได้นัดหมาย
8.6 เลอื กเครื่องแตง่ กายให้เหมาะสมกับกลมุ่ ผฟู้ งั และสถานที่ (ไม่มากหรือนอ้ ยเกินไป)
8.7 เตรียมบทสรุป ตอบข้อซักถาม ดว้ ยความมั่นใจ สุขมุ สภุ าพ กำหนดเวลาในการซกั ถามไวด้ ้วย
8.8 ควรเดนิ ทางไปถงึ สถานท่นี ำเสนอก่อนเวลาอยา่ งน้อย 15 นาที
8.9 หากมเี วลาควรทดลองใชอ้ ปุ กรณ์เพอื่ ให้แน่ใจว่าใช้ได้
รายวชิ าเทคนิคในการนำเสนอ รหัสวชิ า 30202-2104
5
9. ขณะนำเสนอ
9.1 รักษาเวลาให้ไดต้ ามกำหนด
9.2 ใช้ภาพหรือขอ้ ความให้ตรงกับคำบรรยาย
9.3 อยา่ หันหลงั ให้ผ้ฟู งั มากเกนิ ไป
9.4 นำเสนอใหเ้ ป็นธรรมชาติ
9.5 ยมิ้ แย้มเสมอ สอื่ ความรสู้ กึ ที่ดีกับผู้ฟัง
9.6 ใช้ภาษาและทา่ ทีท่ีสุภาพ เข้าใจงา่ ย คล่องแคลว่ ราบรน่ื
9.7 ใช้ทา่ ทางหรือสอื่ ประกอบการบรรยายไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
9.8 หากมขี ้อผิดพลาดเกิดขนึ้ อยา่ โยนความผดิ ใหผ้ ้อู นื่
9.9 ใช้หลกั การพูดในท่ีชุมชนมาประยุกต์ใช้
10. หลงั การนำเสนอ
10.1 สงั เกตการแสดงออกหรือปฏกิ ิริยาของผฟู้ งั
10.2 ประเมนิ ผลผ้ฟู งั ด้วยแบบสอบถาม
10.3 นำผลการสงั เกตและประเมนิ มาใชใ้ นการแกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ งหรอื พฒั นาการนำเสนอในครั้งต่อไป
การนำเสนอที่มปี ระสิทธิภาพ (Effective Presentation) ควรจะประกอบด้วย
1. ผูฟ้ งั และผนู้ ำเสนอควรเห็นกนั ได้ชัดเจนและท่วั ถึง
2. ผฟู้ งั และผู้นำเสนอได้ยนิ เสยี งชดั เจน
3. ผฟู้ ังและผนู้ ำเสนอต้องเห็นภาพและข้อความบนจออย่างชดั เจน
4. ผฟู้ ังเข้าใจถึงเน้อื หาและเปา้ หมายของสงิ่ ที่นำเสนอไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
5. ผนู้ ำเสนอได้รับการตอบสนองตามเปา้ หมายของการนำเสนอ
ภาษาทา่ ทางสำหรับผนู้ ำเสนอ (Non-verbal Language for Presenter)
1. เสียง (Voice) ไม่ควรพูดเร็วมากเกนิ ไป หรือใช้เสียงสงู /แหลม เกินความจำเป็น ควรพดู ใหเ้ ป็นธรรมชาตไิ ม่
เรว็ หรือชา้ จนเกินไป และไม่ควรใชว้ ิธีอ่านจากสคริปต์ทเี่ ตรียมมาตลอดเวลา อาจจะหยุดให้มคี วามเงยี บบ้างเมอื่ จบแต่
ละประเด็นกไ็ ด้ แต่อย่าเงยี บนานเกนิ ไป
2. สายตา (Eyes) ควรมีการประสานสายตากบั กลุ่มผ้ฟู งั มองผ้ฟู ังใหท้ ั่ว ๆ ซึ่งจะช่วยใหผ้ ฟู้ ังรสู้ ึกประทบั ใจได้
3. การเคล่ือนไหว (Movement) อย่าเดินไปเดินมาบ่อยๆ อย่าเลน่ กุญแจ ปากกา ดนิ สอ เพราะจะทำให้ผู้ฟัง
รำคาญ
4. การใชม้ อื (Hands) ควรใช้มอื ประกอบการพดู ใหเ้ ปน็ ธรรมชาตมิ ากที่สดุ
5. การวางท่าทาง (Posture) ตวั ผนู้ ำเสนอเป็นจุดสนใจของผู้ฟัง ดังน้นั จงึ ควร
5.1 มองตรงไปยงั ผูฟ้ งั ให้ทัว่ ๆ
5.2 พยายามหลีกเลยี่ งกริ ิยาอาการทจี่ ะก่อให้เกดิ ความรำคาญใจแกผ่ ูฟ้ ัง
5.3 เนน้ การพูด ไมใ่ ช่การอา่ น
5.4 พดู ใหถ้ งึ ผูฟ้ ังแถวหลังด้วย ไมใ่ ชเ่ นน้ แตแ่ ถวหนา้
5.5 วางตวั ใหร้ ูส้ กึ สบายๆ เชอ่ื มั่นในตนเอง และมีความกระตอื รอื รน้
รายวิชาเทคนคิ ในการนำเสนอ รหสั วชิ า 30202-2104
6
จติ วทิ ยาในการนำเสนอ
การนำเสนอประสพความสำเร็จ ต่อเมอื่ ผรู้ ับการนำเสนอเกดิ การยอมรับ และพงึ พอใจ จงึ ตอ้ งใช้จิตวทิ ยาอัน
เป็นวิชาที่เก่ียวข้องกับ พฤติกรรม หรือการกระทำของมนุษย์ มาช่วยใน การสื่อสารทำความเข้าใจ และป้องกันการ
ขัดขวาง ลำพังการนำเสนอข้อเท็จจริง ข้อมูล และสารสนเทศ ต่อผู้รับการนำเสนอยังไม่เพียงพอ เพราะผู้รับการ
นำเสนอเปน็ มนุษย์ปุถชุ น มคี วามรสู้ กึ และอารมณ์ จึงต้องนำเสนอใหส้ นองตอบต่ออารมณ์ ของผู้รบั การเสนอด้วย
การวเิ คราะห์การนำเสนอ
เราจำเป็นต้องวิเคราะห์ผู้รับการนำเสนอเพื่อให้รู้ถึงความคิด ความรู้สึก อารมณ์ ทัศนคติ ค่านิยม และ
รสนิยม ตลอดจนความคาดหวัง ของผู้รับการนำเสนอ เป็นการทำความรู้จัก อันจะช่วยให้สามารถสนองความ
ตอ้ งการ หากผู้รับการนำเสนอ เป็นบุคคลเดียว หรือคณะบุคคลกลุ่มเล็กๆก็สามารถวิเคราะห์ ลักษณะของผู้รับการ
นำเสนอได้สะดวก แต่ถ้าผู้รับการนำเสนอจำนวนมากเป็นกลุ่มใหญ่นับสิบนับร้อยคนข้ึนไป การวิเคราะห์ผู้รับการ
นำเสนอยอ่ มกระทำไดย้ ากข้นึ ซง่ึ จะต้องวิเคราะห์ลักษณะของส่วนใหญโ่ ดยรวม
ในด้านจิตวิทยา เราต้องศึกษาถึงพฤติกรรมของผู้รับการนำเสนอ และ มีการตระเตรียมการนำเสนอ การ
สร้างความนา่ เช่อื ถือ ความน่าไวว้ างใจ การสร้างความพงึ พอใจต่อผรู้ บั การนำเสนอ
การตระเตรียมการนำเสนอ
หลังจากการกำหนดจุดมุ่งหมายการนำเสนออย่างชัดเจน และวิเคราะห์ผู้รับการนำเสนอแล้ว จะต้องเลือก
รูปแบบการนำเสนอให้เหมาะสม มกี ารรวบรวมข้อมูลทั้งที่เป็นข้อมูลเท็จจรงิ หลักฐาน สถิติ เพอ่ื นำมาสนับสนุนการ
นำเสนอ ด้วยการนำมาเขียนคำกล่าวนำและเน้ือเร่ือง ตลอดจนคำสรุป ในการนี้จะต้องจัดเตรียมการใช้โสตทัศน
อุปกรณ์ ตามความเหมาะสม
การนำเสนอที่พร้อมจะต้องมีการฝึกฝน ฝึกซ้อมการนำเสนอก่อนจะนำเสนอจริง เมื่อพบข้อบกพร่องก็
จะต้องปรบั ปรุงแก้ไขในส่วนท่ไี มส่ มบูรณ์ และคิดหาทางเพม่ิ ประสทิ ธิภาพการนำเสนอให้ดียง่ิ ขึ้น เพราะการนำเสนอ
ที่ดี จะช่วยให้ประผลสำเร็จคุ้มค่าของการทำงานก่อนการนำเสนอ แต่ถ้าการนำเสนอผิดพลาดเพียงครั้งเดียวจะ
ทำลายทุกส่ิงทกุ อย่างท่ีไดท้ ำมากอ่ นหน้านอี้ ยา่ งส้นิ เชงิ
1.การเลือกรูปแบบการนำเสนอ เป็นการพิจารณาความเหมาะสมว่าจะใช้การนำเสนอในรูปแบบใด จึงจะ
เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการนำเสนอ เหมาะกับลักษณะและความต้องการของผู้รับการนำเสนอหากเป็นการ
นำเสนอเพื่อการตอ้ นรับการบรรยายสรปุ การสง่ มอบงาน และการรายงาน มักจะนิยมใช้แบบสรุปความ เพ่อื นำเสนอ
ข้อเท็จจริง เป็นข้อๆเป็นการประหยัดเวลา แต่ถา้ เป็นการนำเสนอเพ่อื การประชาสัมพันธ์การขาย การแนะนำสินค้า
หรือบริการ การฝกึ อบรม การสอนงาน มกั จะนิยมใช้ แบบเรยี งความ เพอ่ื จะโน้นนา้ วชกั จูงใจด้วยการพรรณนา
2. การรวบรวมข้อมลู จะต้องค้นหาข้อเท็จจริงท้งั ที่เป็นมาในอดีต และปัจจุบัน ถ้ามีหลักฐานอ้างอิง บุคคล
หรือองค์กรจะต้องเป็นบุคคลหรือองคก์ รท่ีนา่ เช่ือถือ ถ้ามีหลักฐานอา้ งอิง เป็นเอกสารจะต้องตรวจสอบความถูกต้อง
สมบูรณ์ การใช้สถิติ หรือบันทึกเหตุการณ์จากแห่ลงข้อมูลใด ก็จะต้องใช้พิสูจน์ความถูกต้องครบถ้วนได้ ในประการ
สำคัญผู้นำเสนอจะต้องทำความเข้าใจข้อมูลต่างๆ ให้แจ่มชัด การนำเสนอเอกสารประกอบจะต้องมีความรอบคอบ
จัดทำอยา่ งเป็นระบบ มีความสมบรู ณ์ครบถว้ นไมว่ า่ จะทำโดยผใู้ ด ผนู้ ำเสนอกจ็ ะต้องเป็นผรู้ บั ผดิ ชอบสุดทา้ ยนน่ั เอง
การนำเสนอปัญหาท่ีเกิดข้ึน จะต้องรู้ท่ีมาหรือสาเหตุของปัญหา ถ้าเป็นเร่ืองเก่ียวกับกฎหมายจะต้อง
ศึกษาข้อกฎหมายท่ีเกี่ยวข้อง จะพิจารณาแค่เฉพาะข้อเท็จจริงประการเดียวไม่ได้ และเม่ือเสนอปัญหาแล้วจะต้อง
เตรียมข้อเสนอในการแกป้ ัญหาดว้ ย มฉิ ะน้นั จะกลายเป็นเพียงผรู้ ู้ปัญหาแต่ไมส่ ามารถแก้ปญั หา
3. การเตรียมเขียนคำกล่าวนำเน้ือเร่ือง และคำสรุปเป็นขั้นตอนท่ีสำคัญ เพราะเป็นส่วนของเน้ือหาไม่น้อย
กว่า 85 % ของการนำเสนอท้ังหมด จะต้องจัดทำขึ้นอย่างระมัดระวังด้วยการนำข้อมูลจากการวิเคราห์ ผู้รับการ
นำเสนอมาพิจารณาว่า ผู้รับการนำเสนอต้องการรู้อะไร ต้องการรู้ปัญหาใด ต้องการรู้ข้อมูลนำไปพิจารณา
ประกอบการวิเคราะห์และการตัดสินใจในเรื่องใด จะต้องคำนึงถึงผู้รับการนำเสนอเป็นหลัก ด้วยการกล่าวนำให้
รายวชิ าเทคนิคในการนำเสนอ รหัสวิชา 30202-2104
7
น่าสนใจ เร้าความรู้สึกใคร่รู้ และมีเนื้อเร่ืองท่ีเป็นประโยชน์ ในการรับรู้และการพิจารณาซ่ึงดำเนินเรื่องชวนติดตาม
และเข้าใจง่าย ด้วยการปรับวิธีการนำเสนอข้อมูลให้สะดวกแก่การทำความเข้าใจและเปรยี บเทียบเป็นภาพ แผนภูมิ
ตาราง กราฟ แทนการพรรณนา เป็นตัวอักษร หรือข้อความยืดยาว ในส่วนคำกล่าวนำซึ่งไม่ควรจะมีความยาวเกิน
กว่า 10% ของเน้ือหาทั้งหมด เป็นการเร้าความสนใจให้เกิดสมาธิตั้งใจรับการนำเสนอโดยทั่วไปการขนึ้ ต้นให้ตื่นเต้น
เรา้ ใจ ดว้ ยการตง้ั คำถามหรือนำขอ้ ความสำคญั มากล่าว นำเขา้ สู่เร่ืองอนั เปน็ ตัวเนือ้ หาสาระ
ในส่วนเนื้อเร่ืองจะต้องประมวลความคิดด้วยการรวบรวมข้อมูล สถิติ หลักฐานมีการคิดหาเหตุผล และ
จดั ลำดับความคิด นำมาเรียบเรยี งถอ้ ยคำ และเลือกใชถ้ ้อยคำใหส้ อื่ ความหมายตรงตามวตั ถุประสงค์อย่างเหมาะสม
ในส่วนคำสรุปไม่ควรมีคำกล่าววกวน แต่จะต้องมีความส้ันกระชับ ระหว่าง 5% - 10% ของเนื้อหา เพราะ
การสรุปเปน็ การประมวลความ จากเน้ือหาให้หลอมรวมกัน เพ่ือเน้นยำ้ สาระของเร่อื งท่นี ำเสนอ แตไ่ มใ่ ช่การกล่าวซ้ำ
ความในเนอ้ื เร่ือง
4. การเตรียมโสตทัศนอุปกรณ์ประกอบการนำเสนอ จะต้องพิจารณาความเหมาะสมหลายด้าน แม้ว่าใน
ปัจจุบันจะมีเคร่ืองมือทันสมัยใช้เป็นเคร่ืองในการนำเสนอที่เร้าความสนใจ ด้วยรูปแบบ วิธีการ และสีสันงดงาม
power point แต่ก็มีข้อจำกัดในบางสถานการณ์ ท่ีขาดอุปกรณ์ และการใช้เครื่องมือเพียงคร้ังเดียวก็อาจไม่คุ้มค่า
เวลาและค่าใช้จ่ายในการจัดทำ จงึ ต้องพิจารณาถึงโสตทัศนอุปกรณ์อ่นื ๆ อนั เหมาะสมกับการนำเสนอในแต่ละกรณีด้วย
5. การฝึกซ้อมการนำเสนอ เป็นส่ิงสำคัญทจ่ี ะช่วยให้เกิดความเคยชิน และมีความมน่ั ใจในการนำเสนอ การ
ได้ฝึกฝนบ่อยๆ ด้วยการฝึกซ้อม การนำเสนอในแต่ละสถานการณ์ก่อนหน้าเสนอจริงจะช่วยให้ลดความประหม่า
เนื่องจากความกังวลว่าจะนำเสนออย่างไร เพราะได้ผ่านการทดดลองนำเสนอมาแล้ว ผู้ประสพความสำเร็จในการ
นำเสนอส่วนใหญ่ จะให้ความสำคัญกบั การเตรยี มความพรอ้ ม ด้วยการฝกึ ซอ้ มทกุ ครั้งก่อนนำเสนอ
6. การปรบั ปรุงแก้ไข เป็นส่วนท่ีจะละเลยไม่ได้ ในการฝึกซอ้ ม จะพบข้อติดขดั หรือบกพร่องอยู่ หากปล่อย
ให้เลยตามเลยไมค่ ดิ หาวิธีแก้ไข และดำเนินการปรับปรุง การฝึกซ้อมก็จะได้รับผลประโยชน์ไม่เต็มท่ี รวมทัง้ เมอ่ื มีการ
นำเสนอจรงิ ก็จะต้องประเมนิ ผล และ คน้ หาจุดบกพร่องท่ีตอ้ งนำมาปรับปรงุ ให้การนำเสนอครง้ั คอ่ ไปสมบูรณ์ย่ิงขึน้
7. การเตรียมรับข้อโตแ้ ย้ง เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองขา้ ม เพราะการนำเสนอทุกเรื่องและทุกคร้ัง อาจจะมที ัง้ ผูท้ ่ีซึ่ง
เห็นด้วยและไม่เห็นดว้ ย ผู้ซึ่งเห็นด้วยอาจจะเห็นด้วยทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน ซึ่งย่อมจะมีข้อโต้แย้งอยบู่ ้าง สว่ นผู้
ซง่ึ ไม่เห็นด้วยทั้งหมด ย่อมจะมีข้อโต้แย้งรนุ แรง การคาดการณ์ไว้ก่อนว่าอาจจะมีประเด็นข้อแย้งในเร่ืองใด ย่อมจะ
เป็นทางช่วยให้เกิดความคิดว่าจะหาข้อช้ีแจงความไม่เข้าใจ หรือความเคลือบแคลงสงสัยในแง่มุมใดบ้าง อย่างไร
จะต้องเตรยี มขอ้ มลู หลกั ฐาน สถติ ิ อา้ งงบุคคลเปน็ พยานอยา่ งไร
การนำเสนอเพอื่ เสนอขอ้ คดิ เห็น
ลักษณะ เป็นการบอกเล่าข่าวสาร ที่เกิดจากความคิดเห็น ของผู้นำเสนอหรือของหน่วยงาน ให้ผู้รับการ
นำเสนอได้รบั ทราบ เชน่ การอภิปรายความเห็นในการประชุมแบบใดแบบหน่ึง การพดู ตอ่ ท่ีชุมนุมชนการแถลงขอ้ มูล
พร้อมดว้ ยทัศนะของผู้นำเสนอ
เน้ือหา ประกอบด้วยข้อคิดเห็นอันเป็นสาระสำคัญและผู้นำเสนอเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมหรือ
หน่วยงานในด้านต่าง ๆ ด้วยการลำดับความสำคัญจากมากไปหาน้อยมีการแถลงเหตุผล หลักฐานอ้างอิง สถิติและ
ขอ้ มูลสนบั สนุนความคิดเห็น การประมวลข้อแถลงเหตุผล (Argumentation) ถือเปน็ ส่ิงสำคัญเพ่ือให้เกดิ ความเขา้ ใจ
และการยอมรับ
วธิ ีการ ผู้นำเสนอจะต้องมีความม่นั ใจ และนำเสนออย่างชัดเจนทุกขน้ั ตอน ด้วยการใช้ภาษาที่เขา้ ใจง่าย ถ้า
เป็นการนำเสนอด้วยการพูด จะต้องแสดงออกอย่างมีชีวติ ชวี า ช้ใี ห้เห็นถึงประโยชน์ของข้อคิดเห็นดว้ ยการเช่ือมโยง
เหตุผลจากตอนหนึง่ ไปสู่อีกตอนหนงึ่ ให้สอดคลอ้ งกลมกลืนกัน
รายวิชาเทคนคิ ในการนำเสนอ รหัสวชิ า 30202-2104
8
ข้อคิดเหน็ ท่นี ำเสนอ อาจไมเ่ ป็นท่ีรูม้ าก่อนหรือรู้แล้วแต่ไม่ชดั เจน ฉะนั้นผู้นำเสนอจะต้องค้นคว้าและศึกษา
วิเคราะห์ให้ถ่องแท้ เป็นที่น่าสนใจของผู้รับการนำเสนอ แล้วจึงจะนำเสนอให้เกิดความเข้าใจ ด้วยการใช้โสตทัศน
อปุ กรณช์ ว่ ยอย่างเหมาะสม
การนำเสนอเพือ่ เสนอข้อคิดเหน็ จะต้องมกี ารสรุปประเดน็ สำคญั ให้ได้ใจความสั้นกระชับ ชัดเจนจงึ จะเป็น
ทส่ี นใจของผู้รับการนำเสนอ
การตอบคำถามในการนำเสนอ
การตอบคำถามเป็นส่วนหน่ึงของการนำเสนอ แม้ว่าการนำเสนอเรื่องตา่ งๆจะเป็นการนำเสนอทมี่ ีวัตถปุ ระสงค์
เพ่ือการบอกเล่าเร่อื งให้ทราบ ซึ่งเป็นการส่ือสารทางเดียวจากผู้นำเสนอไปยังผู้รับการนำเสนอ แต่ในการที่จะให้เกิด
การสอื่ สารทสี่ มบูรณ์ มีความเข้าใจถูกต้องตรงกัน ก็ควรจะมีช่วงเวลาท่ีเปิดให้มกี ารซักถามข้อสงสยั หรือสง่ิ ท่ีตอ้ งการ
คำอธิบายเพิ่มขน้ึ เป็นการสอ่ื สารสองทาง
ในการนำเสนอส่วนใหญ่ จะมีการเช้ือเชิญให้มีการซักถามในตอนท้ายของการนำเสนอ ดังนั้นผู้นำเสนอจงึ ต้องมี
หลกั การเป็นข้อยึดถอื ในการปฏบิ ัตดิ ังน้ี
1. ต้องจัดเวลาให้เหมาะสมในการเปิดการซักถาม อย่าให้มีเวลามากเกินไป จนเกิดคำถามท่ีไม่มีสาระหรือ
คำถามที่ตงั้ ใจให้การนำเสนอเกิดการเสยี หาย แต่กค็ วรจะเผอ่ื เวลาให้เพยี งพอ
2. ต้องคาดคะเนคำถามท่ีจะเกิดข้นึ ไวล้ ่วงหน้า เพ่ือจะไดเ้ ตรยี มคำตอบท่เี หมาะสม และสามารถเตรียมเอกสาร
หรอื หลักฐานประกอบคำตอบได้
3. ต้องแสดงความยินดีต้อนรับคำถาม แม้จะเป็นคำถามท่ีไร้สาระ หรือแฝงด้วยความประสงค์ร้าย แต่ก็
สามารถจะเลือกตอบ และสงวนคำตอบไว้ตอบเฉพาะตัวผู้ถามภายหลังกไ็ ด้
4. ต้องรู้จักการช่วยขัดเกลาคำถามท่ีวกวน หรือคลุมเครือ หรือช่วยเรียบเรียงคำถามท่ีมีข้อความยืดยาว เยิ่น
เย้อให้กระชับขน้ึ
5. ตอ้ งตอบให้ตรงประเดน็ หมายถึงตรงกบั เร่ืองทถ่ี ามไมต่ อบเลยี่ ง หรือตอบคลุมเครือ ตอบเป็นภาษาวชิ าการ
ตอบเปน็ หลักทฤษฎพี ูดเป็นนามธรรม พดู ยอกย้อน ประชดประชัน ทำให้เกิดประเด็นคำถามตามมาอกี ไม่รจู้ บสิน้
**************************
รายวชิ าเทคนคิ ในการนำเสนอ รหัสวชิ า 30202-2104