บริษทั สรางสรรคส ื่อเพอ่ื การเรยี นรู (สสร.) จาํ กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
บริษทั สรางสรรคส่ือเพอื่ การเรยี นรู (สสร.) จาํ กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
แบบฝกึ หดั รายวชิ าพน้ื ฐาน 6
วทิ ยาศาสตร์
และเทคโนโลยี
บรษิ ทั สร้างสรรค์สือ่ เพือ่ การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้วี ดั
กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551
บริษทั สรา้ งสรรค์สอ่ื เพ่อื การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
ผู้เรยี บเรยี ง
ผศ. ดร.ชาตรี เกิดธรรม
จดั พิมพแ์ ละจ�าหนา่ ยโดย พิมพค์ ร้ังที่ 1
บรษิ ัท สรา้ งสรรค์สอื่ เพ่อื การเรยี นรู้ (สสร.) จา� กดั สงวนลขิ สิทธต์ิ ามพระราชบญั ญัติ
1518/7 ถนนประชาราษฎร์ 1 แขวงวงศส์ วา่ ง เขตบางซือ่ กรุงเทพฯ 10800 ปีทีพ่ ิมพ์ 2563
โทรศพั ท์ : 0-2587-7972, 0-2586-0948, 0-2587-9322-26 จา� นวนที่พิมพ์ 10,000 เลม่
โทรสาร : 0-2044-4472 E-mail : [email protected]
ค�านา�
แบบฝกึ หัดรายวิชาพ้นื ฐาน วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันประถมศกึ ษา
ปีที่ 6 เลม่ น้ี จดั ท�าข้ึนโดยยดึ ตามมาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตวั ช้ีวัด กลุ่มสาระการ
เรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรบริษทั สร้างสรรคส์ อื่ เพ่ือการเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 โดยมงุ่ หวงั ใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ รยี นรู้
วิทยาศาสตร์ที่เน้นการเชื่อมโยงความรู้กับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ขน้ั พนื้ ฐานทงั้ 8 ทกั ษะ ไดแ้ ก่ การสงั เกต การวดั การจา� แนกประเภท การคา� นวณ
การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกบั สเปซและสเปซกับเวลา การจดั กระทา� และ
สอ่ื ความหมายขอ้ มลู การลงความเหน็ จากขอ้ มลู และการพยากรณ์ จงึ จา� เปน็ ตอ้ ง
มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รู้เท่าทันเทคโนโลยีการส่ือสารที่เจริญก้าวหน้าของ
วิทยาการต่างๆ อย่างรวดเร็วในโลกยุคโลกาภิวัตน์และทักษะในศตวรรษท่ี 21
ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สามารถ
แกป้ ญั หาอยา่ งเป็นระบบ
บริษัท สร้างสรรค์ส่ือเพ่ือการเรียนรู้ (สสร.) จ�ากัด หวังเป็นอย่างยิ่งว่า
แบบฝกึ หดั รายวชิ าพนื้ ฐาน วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 เลม่ น้ี
มกี ารนา� เสนอเนอ้ื หาทส่ี อดคลอ้ งกบั กจิ กรรมบรู ณาการทห่ี ลากหลายจะเปน็ เครอื่ งมอื
ช่วยสอนให้ครูและผู้เรียนเกิดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ และ
นา� ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจา� วนั ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ มคี วามคดิ เปน็ เหตเุ ปน็ ผล
มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ คดิ วเิ คราะหว์ จิ ารณ์ มกี ารทา� กจิ กรรมดว้ ยการลงมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ
ช่วยใหผ้ ้เู รียนไดค้ น้ พบความรู้ด้วยตนเอง
บริษทั สรา้ งสรรค์สอื่ เพ่ือการเรียนรู้ (สสร.) จา� กดับรษิ ทั สรา้ งสรรค์สอ่ื เพือ่ การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
เป้าหมายและทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
เป้าหมายสา� คญั ของผ้เู รียน
คณุ ภาพผู้เรียนมเี ป้าหมายท่ีสา� คัญของผูเ้ รยี น 7 ขอ้ โดยยดึ ตามกรอบหลกั สตู ร
แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ดังนี้
บริษัท สรา้ งสรรคส์ ่อื เพอ่ื การเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
ตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่าง
วชิ าวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี
มวลมนษุ ย์ และสภาพแวดล้อม
เข้าใจหลกั การ ทฤษฎี สามารถนา� ความรู้ ความเขา้ ใจ
และกฎในวชิ าวิทยาศาสตร์ ในวชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
เขา้ ใจขอบเขตของธรรมชาติ ไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์
ของวชิ าวิทยาศาสตร์ พฒั นากระบวนการคดิ และจนิ ตนาการ ความ
สามารถในการแกป้ ญั หา และการจดั การ ทกั ษะ
ในการสอ่ื สาร และความสามารถในการตดั สนิ ใจ
มที กั ษะที่สา� คญั ในการศกึ ษา เปน็ ผ้ทู ่ีมจี ิตวิทยาศาสตร์ มคี ุณธรรม
ค้นคว้าและคดิ ค้นทางเทคโนโลยี จรยิ ธรรม และคา่ นยิ มในการใช้
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
เปน็ ทกั ษะการคดิ ของนกั วทิ ยาศาสตรท์ น่ี า� มาใชใ้ นการศกึ ษาคน้ ควา้ สบื เสาะหาความรู้
และแกป้ ญั หาต่าง ๆ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ แบง่ ออกเป็น 13 ทักษะ ดงั น้ี
1. การสงั เกต 7. การลงความเห็นจากข้อมลู
2. การวัด 8. การพยากรณ์
9. การต้ังสมมตฐิ านบรษิ ัท สรา้ งสรรค์สือ่ เพือ่ การเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กดั
3. การจา� แนกประเภท
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
4. การหาความสัมพันธร์ ะหวา่ งสเปซกบั สเปซ 10. การกา� หนดและควบคุมตัวแปร
และสเปซกับเวลา
5. การคา� นวณ 11. การทดลอง
6. การจัดกระทา� และส่ือความหมายข้อมลู 12. การตคี วามหมายขอ้ มูลและลงข้อสรปุ
13. การสรา้ งแบบจ�าลอง
ค�านา�
แบบฝกึ หัดรายวิชาพ้นื ฐาน วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันประถมศกึ ษา
ปีที่ 6 เลม่ น้ี จดั ท�าข้ึนโดยยดึ ตามมาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตวั ช้ีวัด กลุ่มสาระการ
เรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรบริษทั สร้างสรรคส์ อื่ เพ่ือการเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 โดยมงุ่ หวงั ใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ รยี นรู้
วิทยาศาสตร์ที่เน้นการเชื่อมโยงความรู้กับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ขน้ั พนื้ ฐานทงั้ 8 ทกั ษะ ไดแ้ ก่ การสงั เกต การวดั การจา� แนกประเภท การคา� นวณ
การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกบั สเปซและสเปซกับเวลา การจดั กระทา� และ
สอ่ื ความหมายขอ้ มลู การลงความเหน็ จากขอ้ มลู และการพยากรณ์ จงึ จา� เปน็ ตอ้ ง
มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รู้เท่าทันเทคโนโลยีการส่ือสารที่เจริญก้าวหน้าของ
วิทยาการต่างๆ อย่างรวดเร็วในโลกยุคโลกาภิวัตน์และทักษะในศตวรรษท่ี 21
ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สามารถ
แกป้ ญั หาอยา่ งเป็นระบบ
บริษัท สร้างสรรค์ส่ือเพ่ือการเรียนรู้ (สสร.) จ�ากัด หวังเป็นอย่างยิ่งว่า
แบบฝกึ หดั รายวชิ าพนื้ ฐาน วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 เลม่ น้ี
มกี ารนา� เสนอเนอ้ื หาทส่ี อดคลอ้ งกบั กจิ กรรมบรู ณาการทห่ี ลากหลายจะเปน็ เครอื่ งมอื
ช่วยสอนให้ครูและผู้เรียนเกิดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ และ
นา� ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจา� วนั ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ มคี วามคดิ เปน็ เหตเุ ปน็ ผล
มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ คดิ วเิ คราะหว์ จิ ารณ์ มกี ารทา� กจิ กรรมดว้ ยการลงมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ
ช่วยใหผ้ ้เู รียนไดค้ น้ พบความรู้ด้วยตนเอง
บริษทั สรา้ งสรรค์สอื่ เพ่ือการเรียนรู้ (สสร.) จา� กดับรษิ ทั สรา้ งสรรค์สอ่ื เพือ่ การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
เป้าหมายและทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
เป้าหมายสา� คญั ของผ้เู รียน
คณุ ภาพผู้เรียนมเี ป้าหมายท่ีสา� คัญของผูเ้ รยี น 7 ขอ้ โดยยดึ ตามกรอบหลกั สตู ร
แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ดังนี้
บริษัท สรา้ งสรรคส์ ่อื เพอ่ื การเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
ตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่าง
วชิ าวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี
มวลมนษุ ย์ และสภาพแวดล้อม
เข้าใจหลกั การ ทฤษฎี สามารถนา� ความรู้ ความเขา้ ใจ
และกฎในวชิ าวิทยาศาสตร์ ในวชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
เขา้ ใจขอบเขตของธรรมชาติ ไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์
ของวชิ าวิทยาศาสตร์ พฒั นากระบวนการคดิ และจนิ ตนาการ ความ
สามารถในการแกป้ ญั หา และการจดั การ ทกั ษะ
ในการสอ่ื สาร และความสามารถในการตดั สนิ ใจ
มที กั ษะที่สา� คญั ในการศกึ ษา เปน็ ผ้ทู ่ีมจี ิตวิทยาศาสตร์ มคี ุณธรรม
ค้นคว้าและคดิ ค้นทางเทคโนโลยี จรยิ ธรรม และคา่ นยิ มในการใช้
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
เปน็ ทกั ษะการคดิ ของนกั วทิ ยาศาสตรท์ น่ี า� มาใชใ้ นการศกึ ษาคน้ ควา้ สบื เสาะหาความรู้
และแกป้ ญั หาต่าง ๆ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ แบง่ ออกเป็น 13 ทักษะ ดงั น้ี
1. การสงั เกต 7. การลงความเห็นจากข้อมลู
2. การวัด 8. การพยากรณ์
9. การต้ังสมมตฐิ านบรษิ ัท สรา้ งสรรค์สือ่ เพือ่ การเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กดั
3. การจา� แนกประเภท
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
4. การหาความสัมพันธร์ ะหวา่ งสเปซกบั สเปซ 10. การกา� หนดและควบคุมตัวแปร
และสเปซกับเวลา
5. การคา� นวณ 11. การทดลอง
6. การจัดกระทา� และส่ือความหมายข้อมลู 12. การตคี วามหมายขอ้ มูลและลงข้อสรปุ
13. การสรา้ งแบบจ�าลอง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 วัฏจักรของหิน หน้า
109
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะท่ี 1 หินอะไรเอย่ 114
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะท่ี 2 วฏั จักรหินบรษิ ัท สรา้ งสรรคส์ ือ่ เพ่ือการเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกัด 118
121
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD 124
125
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะท่ี 3 กระบวนการเกิดซากดึกดา� บรรพ์ 129
แบบฝกึ ทบทวนความรู้ความเข้าใจ 132
แบบทดสอบวัดผลการเรยี นรทู้ ้ายหน่วย
โครงงานบูรณาการหนว่ ยการเรยี นรู้
แบบบนั ทึกผลสัมฤทธิท์ างการเรียน
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 6 ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ 133
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะท่ี 1 ลมบก ลมทะเล 136
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะท่ี 2 แบบจา� ลองการเกดิ ฤดูตา่ ง ๆ 138
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะท่ี 3 ภัยธรรมชาติ 142
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะท่ี 4 ปรากฏการณเ์ รือนกระจก 147
149
แบบฝกึ ทบทวนความรคู้ วามเขา้ ใจ 150
แบบทดสอบวัดผลการเรียนร้ทู า้ ยหน่วย 156
โครงงานบรู ณาการหน่วยการเรียนรู้ 159
แบบบนั ทกึ ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน
แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นตามตวั ชว้ี ดั 160
บรษิ ัท สร้างสรรคส์ ่ือเพ่ือการเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
หน่วยการเรียนรู้ที่
1 สารอาหารกบั การทา� งานของร่างกาย
สารอาหารกับการท�างาน
ของร่างกายบริษทั สร้างสรรคส์ ื่อเพือ่ การเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
1 2
สารอาหาร ระบบ
ยอ่ ยอาหาร
มาตรฐานการเรียนร้แู ละตัวชวี้ ัด
1. ระบสุ ารอาหารและบอกประโยชนข์ องสารอาหารแตล่ ะประเภทจากอาหารทต่ี นเองรบั ประทาน
(มฐ. ว 1.2 ป.6/1)
2. บอกแนวทางในการเลอื กรับประทานอาหารใหไ้ ดส้ ารอาหารครบถ้วน ในสัดส่วนที่เหมาะสม
กับเพศและวัย รวมทง้ั ความปลอดภัยต่อสุขภาพ (มฐ. ว 1.2 ป.6/2)
3. ตระหนกั ถงึ ความสาำ คญั ของสารอาหาร โดยการเลอื กรบั ประทานอาหารทม่ี สี ารอาหารครบถว้ น
ในสัดส่วนท่เี หมาะสมกบั เพศและวยั รวมทัง้ ปลอดภยั ตอ่ สุขภาพ (มฐ. ว 1.2 ป.6/3)
4. สรา้ งแบบจาำ ลองระบบยอ่ ยอาหาร และบรรยายหนา้ ทขี่ องอวยั วะในระบบยอ่ ยอาหาร รวมทงั้
อธบิ ายการยอ่ ยอาหารและการดูดซึมสารอาหาร (มฐ. ว 1.2 ป.6/4)
5. ตระหนักถึงความสำาคัญของระบบย่อยอาหาร โดยการบอกแนวทางในการดูแลรักษาอวัยวะ
ในระบบยอ่ ยอาหารให้ทำางานเปน็ ปกต ิ (มฐ. ว 1.2 ป.6/5)
สาระสา� คญั
บรษิ ทั สร้างสรรคส์ ่อื เพ่ือการเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กัด
คารโ์ บไฮเดรต โปรตนี ไขมนั เกลอื แร ่ วติ า.มSRAนNิ GSA NแSUEลPHUะAKAนRNRาำ้ IANเRปUUน(็SSRส.)COา.,LTรDอาหารทม่ี ปี ระโยชนต์ อ่ การดาำ รงชวี ติ
อาหารแตล่ ะชนดิ ประกอบดว้ ยสารอาหารทแ่ี ตกตา่ งกนั จงึ จาำ เปน็ ตอ้ งรบั ประทานอาหารใหไ้ ดส้ ารอาหาร
ครบถว้ นในสดั สว่ นทเ่ี หมาะสมกบั เพศและวยั
ระบบยอ่ ยอาหารทาำ หนา้ ทย่ี อ่ ยอาหารทร่ี า่ งกายรบั ประทานเขา้ ไปใหเ้ ปน็ สารอาหารทม่ี ขี นาดเลก็ ทส่ี ดุ
จนรา่ งกายสามารถดดู ซมึ ผา่ นผนงั ลาำ ไสเ้ ลก็ และลาำ เลยี งไปตามกระแสเลอื ดสสู่ ว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย
1 สารอาหาร
1. สารอาหารท่ีให้พลังงานแกร่ ่างกาย
1.1 คาร์โบไฮเดรต เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานและความอบอุ่น
แก่ร่างกาย พบมากในอาหารกลุ่มข้าว แป้ง น้ำาตาล เผือก มัน ธัญพืช และ
บริษทั สร้างสรรค์ส่อื เพ่อื การเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกัด
ผลติ ภัณฑ์จากแป้ง
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
1.2 โปรตีน เป็นสารอาหารท่ีให้พลังงานและช่วยซ่อมแซมส่วนที่
สกึ หรอภายในรา่ งกาย พบมากในเนอ้ื สตั ว ์ ไข ่ นม ถวั่ และผลติ ภณั ฑจ์ ากเนอ้ื สตั ว์
นม ไข ่ และถัว่
1.3 ไขมัน เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานและความอบอุ่นแก่ร่างกาย
ไขมนั ชว่ ยละลายวิตามนิ เอ ดี อ ี และเค พบมากในเน้ือสตั ว์ ไขมนั จากพืช ไขมัน
จากสัตว์ น้าำ มันพืช นม เนย ไข่แดง
2. สารอาหารทไี่ ม่ให้พลังงานแก่ร่างกาย
2.1 เกลอื แร่ เป็นสารอาหารท่ีไม่ใหพ้ ลังงาน แต่ทาำ หนา้ ท่คี วบคมุ การ
ทำางานของระบบตา่ งๆ ในร่างกาย เป็นส่วนประกอบของเนอ้ื เยอ่ื เส้นประสาท
และเอนไซม์ เกลือแรท่ ี่สำาคัญตอ่ ร่างกาย เช่น
1) แคลเซยี ม เปน็ สว่ นประกอบของกระดกู และฟนั ชว่ ยในการแขง็ ตวั
ของเลอื ด พบมากในนม ไข ่ และผกั ใบเขยี ว ถา้ ขาดแคลเซยี มจะเปน็ โรคกระดกู พรนุ
2) ฟอสฟอรสั เป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน ช่วยควบคมุ
ระบบประสาท พบมากในนม ไข ่ และเนอื้ สตั ว ์ ถา้ ขาดฟอสฟอรสั จะเจรญิ เตบิ โตชา้
กระดกู และฟนั ไม่แข็งแรง บริษทั สรา้ งสรรคส์ ่ือเพ่อื การเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
3) ไอโอดีน ชว่ ยกระตุ้นการทาำ งานของหัวใจ การเผาผลาญไขมนั
และการหลง่ั นาำ้ นม พบมากในเกลอื สมทุ ร อาหารทะเลทกุ ชนดิ ถ้าขาดไอโอดีน
จะเปน็ โรคคอพอก
2 แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6
4) เหล็ก เป็นส่วนประกอบสำาคัญของเม็ดเลือด ช่วยเสริมสร้าง
กลา้ มเนอื้ พบมากในเลอื ดและเครอื่ งในสตั ว ์ ผกั ใบเขยี ว ถา้ ขาดธาตเุ หลก็ จะทาำ ให้
เกิดอาการโลหิตจาง
5) แมกนีเซียม ช่วยเผาผลาญไขมันและเปล่ียนนำ้าตาลในเลือด
ให้เป็นพลังงาน พบมากในธัญพืชไม่ขัดสี ผักใบเขียว บรษิ ทั สรา้ งสรรคส์ ือ่ เพื่อการเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกัด นม ปลา หอยทุกชนิด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
ถ้าขาดแมกนเี ซยี มจะเป็นตะคริวไดง้ า่ ย
6) สงั กะส ี ชว่ ยสรา้ งโปรตนี ในรา่ งกาย กระตนุ้ การทาำ งานของสมอง
พบมากในตบั หอยนางรม เนอื้ ววั ถา้ ขาดสงั กะสจี ะทาำ ใหผ้ วิ หนงั ลอก หยาบกรา้ น
7) โพแทสเซยี ม ชว่ ยในการทาำ งานของระบบประสาทและกลา้ มเนอ้ื
พบมากในถ่ัว ธัญพืช เห็ด ถ้าขาดโพแทสเซียมจะทำาให้หัวใจเต้นผิดปกต ิ
กลา้ มเน้ือออ่ นแรง
2.2 วติ ามนิ เปน็ สารอาหารทไ่ี มใ่ หพ้ ลงั งานแตช่ ว่ ยใหร้ า่ งกายทาำ งานได้
อยา่ งปกติ
1) วติ ามนิ เอ ชว่ ยบาำ รงุ สายตา พบมากในผกั และผลไมส้ เี หลอื ง สสี ม้
สเี ขยี วเขม้ นม ไข ่ ตบั ถา้ ขาดวติ ามนิ เอจะทาำ ใหม้ องไมเ่ หน็ ในทแี่ สงนอ้ ย เยอ่ื บตุ าแหง้
ผิวหนังหยาบกรา้ น
2) วติ ามนิ บ ี ชว่ ยรกั ษาอาการเหนบ็ ชา ชว่ ยในการทาำ งานของระบบ
ประสาท หวั ใจ สมอง พบมากในขา้ วซ้อมมอื ถ่ัวลิสง ธัญพชื ถ้าขาดวติ ามนิ บี
จะทำาให้เกดิ อาการเหน็บชาที่ปลายมอื ปลายเท้า
3) วติ ามนิ ซ ี ชว่ ยบาำ รงุ ผวิ พรรณ เพม่ิ ความแขง็ แรงของระบบภมู คิ มุ้ กนั
พบมากในผกั และผลไม ้ ถา้ ขาดวติ ามนิ ซบรจีิษัทะสร้าทงสรราคำ ส์ ่อืใเพห่ือการเ้เรปียนรู้น็(สสรโ.)รจ�ำกคัด ลกั ปดิ ลกั เปดิ แผลเปน็ หายชา้
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
4) วติ ามินดี ช่วยดูดซมึ แคลเซียมและฟอสฟอรสั พบมากในปลา
แซลมอน ปลาทูน่า ปลาทู เน้อื ววั ไขแ่ ดง นม ถา้ ขาดวิตามินดีจะทาำ ใหร้ ่างกาย
ออ่ นเพลยี เหนอ่ื ยง่าย
แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 3
5) วติ ามนิ อ ี ชว่ ยชะลอการเสอ่ื มสภาพของเซลล ์ บาำ รงุ ระบบประสาท
พบมากในมะเขือเทศ ถั่วเหลือง ถ้าขาดวิตามินอีจะทำาให้สมองทำางานผิดปกติ
เม็ดเลือดแดงแตกง่าย
6) วติ ามนิ เค ชว่ ยใหเ้ ลอื ดแขง็ ตวั ปอ้ งกนั กระดกู เปราะ พบมากใน
น้าำ มนั ถั่วเหลอื ง นำ้ามนั มะกอก ผกั โขม ถา้ ขาดวิตามินเคจะทำาให้เลอื ดแขง็ ตวั ชา้ บรษิ ทั สร้างสรรคส์ อ่ื เพื่อการเรียนรู้ (สสร.) จำ� กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
เลือดกำาเดาไหลบ่อย
2.3 นา�้ เปน็ สารอาหารทไ่ี มใ่ ห้พลังงานแตม่ คี วามสำาคญั ต่อการทาำ งาน
ของรา่ งกาย นาำ้ เปน็ สว่ นประกอบของทกุ เซลลภ์ ายในรา่ งกาย นาำ้ ชว่ ยกระตนุ้ การ
เผาผลาญพลงั งานในรา่ งกาย กระตนุ้ การทาำ งานของหวั ใจ สมอง และระบบตา่ ง ๆ
ช่วยลาำ เลยี งสารอาหารไปเลีย้ งส่วนตา่ ง ๆ ของร่างกาย และขบั ของเสียออกจาก
รา่ งกาย ชว่ ยลดอาการออ่ นเพลยี ทาำ ใหเ้ กดิ ความสดชนื่ และเพม่ิ ความชมุ่ ชน้ื ใหผ้ วิ
3. การเลือกรับประทานอาหาร
การรบั ประทานอาหารเพอื่ ใหร้ า่ งกายเจรญิ เตบิ โตและมสี ขุ ภาพด ี จาำ เปน็
ต้องรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารเพียงพอและครบถ้วนกับความต้องการ
ของร่างกาย มคี วามเหมาะสมกับเพศและวยั และต้องปลอดภัยต่อสขุ ภาพ ซ่ึงมี
แนวทางดังน้ี
1) การเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับเพศและวัย
ปริมาณสารอาหารที่ร่างกายต้องการในแต่ละเพศและวัยมีความแตกต่างกัน
สดั ส่วนการรับประทานอาหารของแต่ละเพศและวยั จึงแตกตา่ งกันด้วย เชน่ วัย
กอ่ นเรยี น (1-5 ป)ี ตอ้ งการอาหารครบ 3 มอื้ และมสี ารอาหารครบถว้ น วยั เรยี น
(6 -12 ป)ี ตอ้ งการปรมิ าณอาหารเพม่ิ ขนึ้ ตามสดั สว่ น วยั รนุ่ (13 -18 ป)ี ตอ้ งการบริษทั สรา้ งสรรค์สือ่ เพื่อการเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
อาหารทใ่ี หพ้ ลงั งานสงู วยั สงู อาย ุ (60 ปขี น้ึ ไป) ควรลดปรมิ าณอาหาร โดยเฉพาะ
อาหารประเภทไขมัน แปง้ และน้าำ ตาล
4 แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6
2) โภชนบญั ญตั ิ 9 ประการ เป็นขอ้ ปฏบิ ตั ิในการรับประทานอาหาร
เพื่อป้องกันการขาดสารอาหาร การรับประทานอาหารเกินขนาด และป้องกัน
อันตรายจากวัตถุเจือปนในอาหาร เช่น รับประทานอาหารอย่างหลากหลายให้
ครบ 5 หม ู่ รบั ประทานข้าวเปน็ อาหารหลัก รับประทานผกั ผลไม ้ ปลา เนือ้ สตั ว์
ไม่ติดมัน ไข่ และถั่วเมล็ดแห้งสม่ำาบเริษสทั สมร้างสรอรค์ส อ่ื เพือ่ดการเ่ืรมยี นรู้น(สสรม.) จำ� กใดั นปริมาณที่เหมาะสมกับวัย
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
หลีกเล่ียงอาหารท่มี รี สหวานจัดหรอื เคม็ จดั
3) เลอื กรบั ประทานอาหารอยา่ งปลอดภยั การเลอื กรบั ประทานตอ้ ง
คาำ นงึ ถึงสารอาหาร สดั สว่ นทเี่ หมาะสมกับเพศและวัย ชนดิ และปริมาณของวตั ถุ
เจอื ปน เชน่ หลกี เลย่ี งอาหารปรงุ แตง่ หรอื อาหารทมี่ วี ตั ถเุ จอื ปน หลกี เลยี่ งอาหาร
ท่ีบรรจภุ ัณฑ์มีรอยร่ัว มีรอยบบุ ไม่สะอาด หรอื ฉีกขาด เลอื กรับประทานอาหาร
ท่ีมีเครื่องหมายรับรองคุณภาพ และไม่รับประทานอาหารที่มีการเปล่ียนแปลง
ของส ี กล่นิ รสชาต ิ หรอื มีเช้อื รา
กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะท่ี 1 ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
ประเภทของสารอาหาร 1. การสังเกต
2. การจาำ แนกประเภท
3. การลงความเห็นจากขอ้ มลู
จุดประสงค์
วิเคราะห์สารอาหารจากอาหารแต่ละชนิด
บรษิ ัท สร้างสรรค์สื่อเพ่อื การเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
วัสดุ อปุ กรณ์
รูปอาหารต่าง ๆ
แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 5
วิธีท�า
1. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุม่ กลุ่มละ 2 - 3 คน และใหช้ ่วยกันทาำ กจิ กรรม
2. จากรูปท่กี าำ หนดให ้
2.1 สบื คน้ ขอ้ มลู จากแหลง่ คน้ ควา้ ตา่ งๆ เกย่ี วกบั ประเภทและประโยชน์
ของสารอาหาร เพอ่ื เป็นขอ้ มลู บริษเทั พสรา้ งสิม่ รรค์สเอ่ื ตเพอ่ื กมิารเรียปนรู้ (สรสร.ะ) จำ� กกดั อบการวเิ คราะห ์
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
2.2 วิเคราะห์รูปอาหารแต่ละชนิดว่า มสี ารอาหารประเภทใด และให้
ประโยชนอ์ ย่างไรต่อร่างกาย บันทึกผลข้อมลู ทว่ี ิเคราะห์ได ้
3. นำาเสนอผลการทำากิจกรรมหน้าช้ันเรยี นทุกกล่มุ เพ่อื เปรยี บเทียบผล
การทำากจิ กรรม
4. นักเรียนทุกคนอภิปรายผลร่วมกันเพ่ือลงข้อสรุปถึงสารอาหารจาก
อาหารแต่ละชนิด
5. สรปุ ผลการอภิปราย
ตารางบนั ทึกผลการวเิ คราะห์
อาหาร ใหส้ ารอาหารประเภท ประโยชน์ท่ไี ดร้ ับ
........................ บรษิ ทั สรา้ งสรรคส์ อื่ เพอื่ การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกัด
........................
........................ .SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
........................
6 แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ การแยกสารผสม
2 การแยกสารผสม
บริษัท สร้างสรรคส์ อ่ื เพอ่ื การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
12
สาร การแยกสารผสม
ทม่ี ีเน้ือสารไม่เปน็
เน้ือเดียวกัน
มาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตวั ชีว้ ดั
อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสมโดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด
การรนิ ออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใช้หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ รวมทั้งระบุวิธีแก้ปญั หา
ในชวี ติ ประจำาวนั เกย่ี วกับการแยกสาร (มฐ. ว 2.1 ป.6/1)
สาระสาำ คญั
สารผสมประกอบด้วยสารต้ังแต่ 2 ชนิดขึ้นไปผสมกัน วิธีการท่ีเหมาะในการแยกสารผสม
ขน้ึ อยกู่ บั ลกั ษณะและสมบตั ขิ องสารทผี่ สมกนั ถา้ สารผสมเปน็ ของแขง็ อาจใชว้ ธิ กี ารหยบิ ออกหรอื
การรอ่ น ถา้ เปน็ สารแมเ่ หลก็ อาจใชแ้ มเ่ หลก็ ดงึ ดดู ถา้ สารผสมเปน็ ของแขง็ ทไ่ี มล่ ะลายในของเหลว
อาจใชว้ ิธีการรนิ ออก การกรอง หรือการตกตะกอน ซง่ึ วธิ กี ารแยกสารสามารถนาำ ไปใช้ประโยชน์
บรษิ ทั สร้างสรรคส์ ือ่ เพอ่ื การเรียนรู้ (สสร.) จำ� กัด
ในชวี ติ ประจำาวนั ได้
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
1 สาร
สารมอี งคป์ ระกอบทแ่ี นน่ อนทาำ ใหส้ ามารถระบสุ มบตั เิ ฉพาะได ้ สารแบง่ ได้
2 ประเภท ได้แก ่ สารบรสิ ุทธิแ์ ละสารผสม
สารบริสุทธ ิ์ คอื สารที่มอี งค์ประกอบของสารเพียงชนดิ เดยี ว ไม่มีสารอ่ืน
เจือปน มองเห็นเป็นเนื้อเดียว เช่น ทองคำา สังกะสี ปรอท เกลือแกง น้ำา บริษัท สรา้ งสรรค์ส่อื เพือ่ การเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
แกส๊ ไนโตรเจน หนิ ปนู
สารผสม คือ สารท่เี กิดจากการผสมกันของสารตงั้ แต ่ 2 ชนิดขึน้ ไป เช่น
น้าำ มันผสมนาำ้ นา้ำ อดั ลม สารผสมมี 2 ประเภท คอื สารเนื้อเดียว เป็นสารผสม
ทม่ี ลี กั ษณะของเน้อื สารกลมกลนื กันเป็นเนือ้ เดียว เชน่ ทองแดง น้าำ เช่อื ม แก๊ส
หุงต้ม และสารเน้ือผสม ทม่ี ลี กั ษณะของเนื้อสารไมผ่ สมกลมกลนื เป็นเน้อื เดยี ว
มองเหน็ สว่ นผสมแตล่ ะชนดิ ได ้ เชน่ คอนกรตี นา้ำ โคลน สมบตั ขิ องสารแตล่ ะชนดิ
ทม่ี าผสมกนั ยงั คงมสี มบตั เิ ดมิ และสามารถแยกออกจากกนั ไดโ้ ดยไมท่ าำ ใหส้ มบตั ิ
ของสารเปลี่ยนแปลงไป สารผสมมไี ด้ทัง้ 3 สถานะ
กจิ กรรมพฒั นาทักษะท่ี 1 ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
ประเภทของสาร 1. การสงั เกต
2. การจำาแนกประเภท
3. การลงความเหน็ จากขอ้ มลู
จุดประสงค์
วเิ คราะหแ์ ละจาำ แนกประเภทของสารได้
วิธที า� บรษิ ทั สร้างสรรคส์ ือ่ เพอื่ การเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
พิจารณาสารตอ่ ไปนี้ และเขยี นเครือ่ งหมาย ลงในช่องท่ีเปน็ ชนดิ
ของสาร พร้อมระบสุ ถานะของสารนั้น
30 แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6
ตารางบนั ทกึ ผลการวเิ คราะห์
สาร ชนดิ ของสาร สถานะของสาร
1. ปนู ซเี มนต์ สารบริสุทธิ์ สารผสม
2. นำา้ สม้ ค้นั สด
3. นาำ้ อบ บริษทั สรา้ งสรรคส์ ื่อเพื่อการเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกดั
4. ทองคาำ แท่ง
5. ฝุ่นละออง .SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
6. แกส๊ ออกซิเจน
7. ดิน
8. นำา้ สะอาด
9. พรกิ เกลือ
10. ควนั ไฟ
คา� ถามท้ายกิจกรรม
1. สารชนิดใดบ้างเป็นสารผสม และสารชนดิ ใดบา้ งเป็นสารบรสิ ทุ ธิ์
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
2. นักเรียนใชเ้ กณฑใ์ ดในการแยกประเภทของสาร
.................................................................................................................................................
3. สารผสมในตารางข้างตน้ สามารถแยกสารโดยวธิ ีใด
................................................................บ.ร.ิษ.ัท..................สร้างสรรค์สือ่ เพือ่ การเรยี นรู้.(ส.ส.ร..).....จำ� กดั ...................................................
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
.................................................................................................................................................
กิจกรรมพฒั นาทักษะท่ี 1
คะแนนเต็ม 10 คะแนน
คะแนนท่ีได้ คะแนน แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 31
2 การแยกสารผสมทมี่ เี น้อื สารไม่เป็นเนอ้ื เดยี วกนั
สารผสมทมี่ เี นอ้ื สารไมเ่ ปน็ เนอ้ื เดยี วกนั การแยกสารผสมจงึ ทาำ ไดโ้ ดยใชว้ ธิ ี
ทางกายภาพ แต่เน่ืองจากสมบัติของสารที่แตกต่างกัน วิธีการแยกสารผสม
จึงแตกตา่ งกัน ดังนี้
การหยบิ ออก เปน็ วธิ แี ยกสารผสมทมี่ อี งคป์ ระกอบเปน็ ของแขง็ กบั ของแขง็บรษิ ทั สร้างสรรค์สื่อเพื่อการเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
ท่มี ขี นาดหรือสีแตกต่างกนั อย่างชัดเจน และมีขนาดใหญ่พอที่จะใช้มือหยิบออก
ได้ เชน่ การแยกกรวดทรายออกจากข้าวสาร
การร่อน เป็นวิธีแยกสารผสมที่มีองค์ประกอบเป็นของแข็งกับของแข็ง
ทมี่ ขี นาด รปู รา่ ง และลกั ษณะแตกตา่ งกนั เชน่ การรอ่ นแปง้ การรอ่ นแร ่ อปุ กรณ์
ท่ีใช้ในการร่อนจะเปน็ วัสดทุ ่มี รี ู เชน่ กระชอน ตะแกรง
การใช้แม่เหล็กดึงดูด เป็นวิธีแยกสารผสมที่มีลักษณะเป็นสารแม่เหล็ก
มสี ถานะของแข็ง และขนาดเล็กใกล้เคียงกัน โดยใชอ้ ำานาจแมเ่ หล็กดึงดูดสารใด
สารหนง่ึ ทีเ่ ป็นสารแมเ่ หล็ก เช่น การแยกผงเหลก็ จากดิน
การรินออก เป็นวิธีแยกสารผสมทม่ี ีองคป์ ระกอบเป็นของแขง็ ทไ่ี มล่ ะลาย
ในของเหลว โดยการเทของเหลวออกเพื่อแยกจากของแขง็ ท่ีกน้ ภาชนะ เช่น การ
รินนา้ำ ซาวขา้ วสารออกจากภาชนะ
การกรอง เป็นวิธีแยกสารผสมท่ีมีองค์ประกอบเป็นของแข็งที่ไม่ละลาย
ในของเหลว โดยการเทสารผสมผา่ นกระดาษกรองหรอื ผา้ ขาวบาง ของแขง็ ทผี่ สม
อยใู่ นของเหลวจะตดิ อยบู่ นวสั ดทุ น่ี าำ มากรอง ซง่ึ ของแขง็ ทนี่ าำ มากรองตอ้ งมขี นาด
ใหญ่กวา่ รูของกระดาษกรอง เช่น การกรองชา การกรองนา้ำ กะทิ
การตกตะกอน เป็นวิธีแยกสารผสมท่ีมีองค์ประกอบเป็นของแข็งที่ไม่
ละลายในของเหลว โดยการตั้งสารผสมบรนิษทั สั้นรา้ งสทรรค์ส้ิงื่อเพไอ่ื กวารเร้ ยี นรู้เ(สพสร.) ่อืจ�ำกดั ให้ของแข็งตกตะกอนลงสู่
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
กน้ ภาชนะ เชน่ การวางนำ้าโคลนท้งิ ไว้เพ่ือให้ดินตกตะกอนสู่กน้ ภาชนะ นาำ้ โคลน
จะใสขึน้ และสามารถรนิ น้าำ ออก เพือ่ แยกน้ำากับดินได้
32 แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6
กจิ กรรมพัฒนาทักษะที่ 2 ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
กสาถราแนยะกขสอางรแผขสง็ มใน 1. การสงั เกต
2. การจาำ แนกประเภท
3. การลงความเหน็ จากข้อมลู
จุดประสงค์ บริษัท สร้างสรรค์สอื่ เพื่อการเรียนรู้ (สสร.) จำ� กดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
ทดลองและอธิบายการแยกสารผสมระหวา่ งของแข็งกับของแข็ง
วสั ดุ อปุ กรณ์ 2. ทรายผสมผงตะไบเหลก็
1. ทรายผสมถ่วั ดาำ 4. แท่งแมเ่ หล็ก
3. ตะแกรงสำาหรับร่อน
5. ถว้ ยพลาสติก
วิธที �า
1. ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ 2 - 3 คน และใหช้ ว่ ยกนั 1 2
ทำากิจกรรม
2. เททรายผสมถ่ัวดำาลงในถ้วยพลาสติกใบท่ี 1 และ 1 2
เททรายผสมผงตะไบเหลก็ ลงในถว้ ยพลาสตกิ ใบท ี่ 2 1 2
3. เทสารผสมทั้งสองถ้วยผ่านตะแกรงแล้วร่อนเบา ๆ
สังเกตและบันทึกผล
4. นำาแท่งแม่เหล็กมาจ่อใกล้ถ้วยสารผสมท้ังสองถ้วย
สังเกตและบันทึกผล
5. นำาเสนอผลการทำากิจกรรมหน้าช้ันเรียนทุกกลุ่ม
เพ่ือเปรียบเทียบผลการทดลองบรษิ ัท สรา้ งสรรคส์ ือ่ เพือ่ การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
6. อภิปรายผลร่วมกันเพ่ือลงข้อสรุปถึงวิธีการแยก
สารผสมระหว่างของแข็งกับของแข็ง บันทึกผลการ
อภิปราย
แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 33
ตารางบนั ทึกผลการทดลอง
การทดลอง ผลการสงั เกต
1. ทรายผสมถั่วดาำ เทผ่านตะแกรง จอ่ ด้วยแทง่ แม่เหลก็
ในถ้วยพลาสติกใบท ่ี 1
2. ทรายผสมผงตะไบเหลก็ บริษทั สรา้ งสรรค์สือ่ เพอื่ การเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกัด
ในถ้วยพลาสตกิ ใบที ่ 2
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
สรปุ ผลการอภิปราย
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
คา� ถามทา้ ยกิจกรรม
1. เม่อื เทสารผสมในถ้วยพลาสตกิ ใบท่ ี 1 และใบท่ ี 2 ผา่ นตะแกรง เกดิ การ
เปลย่ี นแปลงอยา่ งไร
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
2. เมอื่ นาำ แทง่ แมเ่ หลก็ มาจอ่ ใกลส้ ารผสมในถว้ ยพลาสตกิ ใบท ี่ 1 และใบท ี่ 2
เกดิ การเปลี่ยนแปลงอย่างไร
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ...............................บรษิ ทั สรา้ งสรรค์สื่อเพอื่ การเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กัด . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
34 แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ ไฟฟา้ และแสงเงา
3 ไฟฟ้าและแสงเงา
บรษิ ัท สรา้ งสรรค์สื่อเพอ่ื การเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD 3
1 เงามดื เงามัว
แรงไฟฟ้า 2
วงจรไฟฟา้
มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชี้วดั
1. อธบิ ายการเกดิ และผลของแรงไฟฟา้ ซง่ึ เกดิ จากวตั ถทุ ผ่ี า่ นการขดั ถ ู โดยใชห้ ลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ ์
(มฐ. ว 2.2 ป.6/1)
2. ระบุส่วนประกอบและบรรยายหน้าท่ีของแต่ละส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายจาก
หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ (มฐ. ว 2.3 ป.6/1)
3. เขยี นแผนภาพและต่อวงจรไฟฟา้ อยา่ งง่าย (มฐ. ว 2.3 ป.6/2)
4. ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีท่ีเหมาะสมในการอธิบายวิธีการและผลของการ
ตอ่ เซลลไ์ ฟฟา้ แบบอนุกรม (มฐ. ว 2.3 ป.6/3)
5. ตระหนกั ถงึ ประโยชนข์ องความรขู้ องการตอ่ เซลลไ์ ฟฟา้ แบบอนกุ รมโดยบอกประโยชนแ์ ละการ
ประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตประจำาวนั (มฐ. ว 2.3 ป.6/4)
6. ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีท่ีเหมาะสมในการอธิบายการต่อหลอดไฟฟ้าแบบ
อนุกรมและแบบขนาน (มฐ. ว 2.3 ป.6/5)บริษทั สรา้ งสรรค์สื่อเพ่ือการเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
7. ตระหนกั ถงึ ประโยชนข์ องความรขู้ องการตอ่ หลอดไฟฟา้ แบบอนกุ รมและแบบขนาน โดยบอก
ประโยชน์ ข้อจำากัด และการประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ประจำาวัน (มฐ. ว 2.3 ป.6/6)
8. อธิบายการเกดิ เงามดื เงามวั จากหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ (มฐ. ว 2.3 ป.6/7)
9. เขียนแผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกดิ เงามืดเงามัว (มฐ. ว 2.3 ป.6/8)
สาระสาำ คัญ
เมอ่ื นาำ วตั ถ ุ 2 ชนดิ ทผี่ า่ นการขดั ถเู ขา้ ใกลก้ นั จะเกดิ แรงไฟฟา้ ระหวา่ งวตั ถทุ มี่ ปี ระจไุ ฟฟา้ วตั ถุ
ท่ีมปี ระจไุ ฟฟ้าชนดิ เดยี วกนั จะผลกั กัน วตั ถุที่มีประจไุ ฟฟา้ ชนิดตรงข้ามกนั จะดึงดดู กนั
วงจรไฟฟา้ ประกอบด้วยแหลง่ กำาเนิดไฟฟ้า สายไฟฟา้ และอุปกรณ์ไฟฟา้ แหล่งกาำ เนดิ ไฟฟ้า
ให้พลังงานไฟฟ้า สายไฟฟ้าเป็นตัวนำาไฟฟ้า เคร่ืองใช้ไฟฟ้ามีหน้าที่เปล่ียนพลังงานไฟฟ้าเป็น
บริษทั สรา้ งสรรค์ส่อื เพ่อื การเรียนรู้ (สสร.) จำ� กัด
พลังงานอน่ื
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
เมื่อนำาเซลล์ไฟฟ้ามาเรียงต่อกันโดยให้ขั้วบวกของเซลล์ไฟฟ้าหน่ึงต่อกับข้ัวลบของอีกเซลล์
หนึ่งเป็นการต่อแบบอนุกรม แต่การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมเมื่อถอดหลอดไฟฟ้าดวงหนึ่ง
ออกทาำ ใหห้ ลอดไฟฟา้ ทเี่ หลอื ดบั ทงั้ หมด สว่ นการตอ่ หลอดไฟฟา้ แบบขนานเมอื่ ถอดหลอดไฟฟา้
ดวงหนึ่งออก หลอดไฟฟ้าทเ่ี หลือก็ยงั สวา่ งได ้ ทาำ ใหก้ ารต่อหลอดไฟฟา้ หลายดวงในบา้ นจึงต้อง
ต่อแบบขนาน เพอ่ื เลอื กใชห้ ลอดไฟฟา้ ได้ตามตอ้ งการ
เมื่อนำาวัตถุทึบแสงมาก้ันทางเดินแสงจะทำาให้เกิดเงาด้านหลังวัตถุ โดยเงามัวเป็นบริเวณที่มี
แสงบางส่วนตกลงบนฉาก ส่วนเงามืดเปน็ บริเวณทไ่ี ม่มแี สงตกลงบนฉากเลย
1 แรงไฟฟา้
แรงไฟฟ้า เป็นแรงไม่สัมผัสท่ีเกิดขึ้นระหว่างวัตถุที่มีประจุไฟฟ้า ซึ่ง
ประจุไฟฟ้าเกิดจากการนำาวัตถุ 2 ชนิดมาขัดถูกัน และเมื่อนำาวัตถุท้ังสองชนิด
เข้าใกลก้ ันจะทาำ ให้เกิดแรงไฟฟ้าข้ึน
ประจุไฟฟา้ เกิดจากการนำาวตั ถตุ า่ งชนิดมาขดั ถูกนั ทำาใหเ้ กิดการถา่ ยเท
ประจุไฟฟ้าจากวัตถุหนึ่งไปยังอีกวัตถุหน่ึง วัตถุที่เสียประจุไฟฟ้าลบให้อีกวัตถุ
หน่ึงจะกลายเป็นวัตถุท่ีมีประจุไฟฟ้าบวก ส่วนวัตถุที่รับประจุไฟฟ้าลบจากอีก
วัตถุหน่งึ จะกลายเปน็ วัตถทุ ม่ี ีประจไุ ฟฟ้าลบ โดยประจุไฟฟา้ รวมบนวตั ถุทั้งสอง
จะมีจาำ นวนเท่ากนั
ประจไุ ฟฟา้ ม ี 2 ชนดิ คอื โปรตอนและอเิ ลก็ ตรอน โดยโปรตอนเปน็ อนภุ าคบรษิ ัท สร้างสรรค์สอ่ื เพื่อการเรียนรู้ (สสร.) จำ� กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
ทม่ี ปี ระจไุ ฟฟา้ บวก และอเิ ลก็ ตรอนเปน็ อนภุ าคทมี่ ปี ระจไุ ฟฟา้ ลบ วตั ถทุ มี่ ปี ระจุ
ไฟฟ้าชนิดเดียวกันจะเกิดแรงผลักกัน และวัตถุท่ีมีประจุไฟฟ้าชนิดตรงข้ามกัน
จะเกิดแรงดึงดูดกัน
54 แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6
กจิ กรรมพฒั นาทักษะที่ 1 ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
แรงไฟฟ้า 1. การสังเกต
2. การจาำ แนกประเภท
จดุ ประสงค์ 3. การลงความเห็นจากข้อมลู
4. การกาำ หนดและควบคุมตัวแปร
5. การทดลอง
บรษิ ัท สร้างสรรค์ส่ือเพ่อื การเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กัด
ทดลอง อธบิ ายการเกดิ และผลขอ.SRAงNGSแANSรUEPงHUAไKAฟRNRIAฟNRUUา้ (SSซR.)Cงึ่O.,LเTDกดิ จากวตั ถทุ ผี่ า่ นการขดั ถู
วสั ดุ อุปกรณ์ 2. ไม้บรรทัดเหลก็
1. ลกู โป่ง 4. กระดาษชำาระ
3. ไมบ้ รรทดั พลาสติก 6. ผา้ แหง้
5. ดินสอไม้ 8. หลอดดดู พลาสติก
7. ปากกาพลาสตกิ
9. กระป๋องนาำ้ อัดลม 10. ฝาขวดนำ้าพลาสตกิ
วธิ ที า� ตอนที่ 1
1. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 2 - 3 คน และให้ช่วยกันทำากิจกรรม
2. นาำ ลกู โปง่ ไมบ้ รรทดั เหล็ก ไม้บรรทัดพลาสตกิ ดินสอไม ้ และปากกา
พลาสติกจ่อใกล้กระดาษชำาระท่ีฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ และจ่อใกล้กระป๋อง
นาำ้ อัดลม สงั เกตและบนั ทกึ ผล
3. นำาลูกโป่ง ไม้บรรทัดเหล็ก ไม้บรรทัดพลาสติก ดินสอไม้ และปากกา
พลาสติกถูกบั ผา้ แหง้ แลว้ นาำ ไปจอ่ ใกลก้ ระดาษชาำ ระท่ฉี ีกเปน็ ช้ินเล็กๆ
บริษทั สรา้ งสรรคส์ อ่ื เพื่อการเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กดั
และจ่อใกล้กระป๋องน้ำาอัดลม สังเกตและบันทึกผล.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU(SSR.)CO.,LTD
แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 55
ตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง
การเปลย่ี นแปลงเมอ่ื จอ่ ใกล้ การเปลย่ี นแปลงเมอื่ จอ่ ใกล้
ชนดิ ของวัตถุ กระดาษชา� ระ กระปอ๋ งนา้� อดั ลม
1. ลกู โปง่ ก่อนถูดว้ ยผ้า หลงั ถดู ้วยผา้ กอ่ นถดู ว้ ยผา้ หลงั ถูด้วยผา้
บริษทั สรา้ งสรรค์สื่อเพือ่ การเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
2. ไมบ้ รรทดั เหล็ก
3. ไมบ้ รรทดั พลาสตกิ
4. ดนิ สอไม้
5. ปากกาพลาสตกิ
วธิ ีท�า ตอนท่ี 2
1. ให้นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ กลุม่ ละ 2 - 3 คน และให้ชว่ ยกนั ทาำ กจิ กรรม
2. นาำ ลกู โปง่ ถกู บั ลกู โปง่ เสรจ็ แลว้ นาำ มาวางบนฝาขวดนา้ำ พลาสตกิ ใกล้ๆ กนั
สงั เกตและบนั ทกึ ผล
3. จากนน้ั ทำาเชน่ เดยี วกัน โดยนาำ ลูกโป่งถกู บั ปากกาพลาสติก ไม้บรรทัดบริษทั สรา้ งสรรค์สื่อเพ่อื การเรียนรู้ (สสร.) จำ� กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
พลาสติกถูกับไม้บรรทัดพลาสติก หลอดดูดพลาสติกถูกับหลอดดูด
พลาสติก และไม้บรรทดั พลาสตกิ ถูกับปากกาพลาสตกิ เสร็จแลว้ นำามา
วางบนฝาขวดนำา้ พลาสตกิ ใกล้ ๆ กนั สังเกตและบันทกึ ผล
56 แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6
ตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง
ชนดิ ของวัตถุ การเปลย่ี นแปลงทเี่ กิดข้นึ
1. ลกู โปง่ กบั ลกู โปง่
2. ลกู โปง่ กบั ปากกาพลาสตกิ บริษทั สรา้ งสรรคส์ ่ือเพื่อการเรียนรู้ (สสร.) จำ� กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
3. ไมบ้ รรทัดพลาสติกกับ
ไม้บรรทดั พลาสติก
4. หลอดดูดพลาสติกกบั
หลอดดูดพลาสติก
5. ไมบ้ รรทดั พลาสติกกบั
ปากกาพลาสติก
4. นำาเสนอผลการทำากิจกรรมหน้าชั้นเรียนทุกกลุ่ม เพื่อเปรียบเทียบผล
การทดลอง
5. อภิปรายผลร่วมกันเพื่อลงข้อสรุปถึงการเกิดและผลของแรงไฟฟ้า
ซึ่งเกิดจากวัตถุท่ีผ่านการขัดถู บันทึกผลการอภิปราย
สรุปผลการอภิปราย
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
คา� ถามทา้ ยกิจกรรม
บรษิ ทั สร้างสรรค์สื่อเพอ่ื การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
1. เพราะเหตใุ ดจงึ ตอ้ งนาำ วตั ถมุ าถดู ว้ ยผา้
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 57
2. เมอ่ื นาำ วตั ถ ุ 2 ชน้ิ ทผ่ี า่ นการขดั ถมู าวางใกลก้ นั เกดิ การเปลย่ี นแปลงกบั วตั ถุ
อยา่ งไร
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
3. เพราะเหตใุ ดในบางวตั ถเุ มอ่ื นาำ มบริษาทั สถร้างกสู รรคนั์สอื่ เพแอื่ กาลรเรยี นว้ รู้ (ไสสมร.) จเ่ำ� กกดั ดิ การเปลย่ี นแปลง
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
4. การเปล่ยี นแปลงทีเ่ กิดขนึ้ กบั วัตถุเปน็ เพราะสาเหตใุ ด
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
5. การเปลย่ี นแปลงดงั กลา่ วสามารถเกดิ ขน้ึ ในชวี ติ ประจาำ วนั ไดห้ รอื ไม ่ อยา่ งไร
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
6. กิจกรรมตอนที่ 1 สรปุ ไดว้ า่ อย่างไร
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
7. กจิ กรรมตอนท ี่ 2 สรปุ ได้วา่ อย่างไร
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
..................................................................บรษิ ัท......................สรา้ งสรรค์สอ่ื เพ่ือการเรยี นรู้ (สสร.)....จ�ำกดั .....................................................
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
กิจกรรมพฒั นาทักษะที่ 1
คะแนนเต็ม 10 คะแนน
คะแนนท่ีได้ คะแนน
58 แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6
หน่วยการเรียนร้ทู ี่
ปรากฏการณ์ของดวงดาว
4 และเทคโนโลยีอวกาศ
ปรากฏการณ์ของดวงดาว
และเทคโนโลยีอวกาศบรษิ ทั สร้างสรรค์ส่อื เพอ่ื การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
1 2
ปรากฏการณ์ เทคโนโลยี
สรุ ยิ ปุ ราคาและ อวกาศ
จนั ทรปุ ราคา
มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ช้วี ัด
1. สรา้ งแบบจาำ ลองทอ่ี ธบิ ายการเกดิ และเปรยี บเทยี บปรากฏการณส์ รุ ยิ ปุ ราคาและจนั ทรปุ ราคา
(มฐ. ว 3.1 ป.6/1)
2. อธิบายพัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ และยกตัวอย่างการนำาเทคโนโลยีอวกาศมาใช้
ประโยชน์ในชีวติ ประจำาวนั จากข้อมูลที่รวบรวมได ้ (มฐ. ว 3.1 ป.6/2)
สาระสาำ คญั
เมอ่ื โลก ดวงจนั ทร ์ และดวงอาทติ ยโ์ คจรมาอยใู่ นแนวเสน้ ตรงเดยี วกนั ในระยะทางทเ่ี หมาะสม
ทาำ ใหด้ วงจนั ทรบ์ งั ดวงอาทติ ย ์ เงาของดวงจนั ทรท์ อดมายงั โลก ผสู้ งั เกตทอ่ี ยบู่ รเิ วณเงาจะมองเหน็
ดวงอาทติ ยม์ ดื ไป เรยี กวา่ ปรากฏการณส์ รุ ยิ ปุ ราคา
ถา้ ดวงจนั ทร ์ โลก และดวงอาทติ ยโ์ คจรมาอยใู่ นแนวเสน้ ตรงเดยี วกนั แลว้ ดวงจนั ทรเ์ คลอ่ื นท่ีบรษิ ัท สรา้ งสรรคส์ อื่ เพือ่ การเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
ผา่ นเงาของโลก ผสู้ งั เกตจะมองเหน็ ดวงจนั ทรม์ ดื ไป เรยี กวา่ ปรากฏการณจ์ นั ทรปุ ราคา
เทคโนโลยีอวกาศเป็นเคร่อื งมือท่เี กิดจากความต้องการของมนุษย์ เพ่อื ศึกษาและสำารวจวัตถุ
ทอ้ งฟา้ หรอื นาำ มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาำ วนั เชน่ การใชด้ าวเทยี มเพอ่ื การสอ่ื สาร การพยากรณ์
อากาศ หรอื การสาำ รวจทรพั ยากรธรรมชาติ
1 ปรากฏการณส์ รุ ิยุปราคาและจันทรปุ ราคา
สรุ ยิ ปุ ราคา เปน็ ปรากฏการณท์ เ่ี กดิ ขน้ึ กบั ดวงอาทติ ยใ์ นเวลากลางวนั เมอื่
โลกและดวงจนั ทร์โคจรมาอยูใ่ นแนวเส้นตรงเดียวกันกับดวงอาทติ ยใ์ นระยะทาง
ท่ีเหมาะสม ทำาให้ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ เงาของดวงจันทร์ทอดมายังโลก
ผสู้ งั เกตท่ีอย่บู ริเวณเงาจะมองเห็นดวงอาทิตย์มดื ไปบรษิ ทั สรา้ งสรรคส์ ื่อเพ่ือการเรียนรู้ (สสร.) จำ� กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
เงามัว
เงามดื
สรุ ิยปุ ราคา
เต็มดวง
สรุ ิยุปราคา
บางสว่ น
ปรากฏการณส์ รุ ยิ ปุ ราคาม ี 3 ประเภท ไดแ้ ก ่ สรุ ยิ ปุ ราคาเตม็ ดวง สรุ ยิ ปุ ราคา
บางส่วน และสรุ ิยุปราคาวงแหวน ดังนี้
สุริยุปราคาเต็มดวง เป็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาที่ดวงจันทร์บัง
ดวงอาทติ ยไ์ ดม้ ดิ ดวง เกดิ ขน้ึ เมอ่ื ผสู้ งั เกตอยใู่ นเงามดื บนพน้ื ผวิ โลก ทาำ ใหม้ องเหน็
ดวงอาทติ ยม์ ืดทัง้ ดวง
สุริยุปราคาบางส่วน เป็นสุริยุปราคาที่ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์เพียง
บางสว่ น เกดิ ขนึ้ เมอ่ื ผสู้ งั เกตอยใู่ นเงามวั บนพน้ื ผวิ โลก ทาำ ใหม้ องเหน็ ดวงอาทติ ย์บรษิ ทั สร้างสรรค์สอ่ื เพอื่ การเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
สวา่ งเป็นเส้ยี ว
สุริยุปราคาวงแหวน เป็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาที่ดวงจันทร์บัง
ดวงอาทิตยเ์ ฉพาะกลางดวง ทำาใหผ้ ้สู งั เกตมองเห็นดวงอาทติ ยเ์ ปน็ รูปวงแหวน
86 แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6
จนั ทรปุ ราคา เปน็ ปรากฏการณท์ เ่ี กดิ ขน้ึ กบั ดวงจนั ทรใ์ นเวลากลางคนื ของ
คนื ทดี่ วงจนั ทรเ์ ตม็ ดวง เมอื่ ดวงจนั ทรแ์ ละโลกโคจรมาอยใู่ นแนวเสน้ ตรงเดยี วกนั
กับดวงอาทิตย์ แล้วดวงจันทร์เคล่ือนท่ีผ่านเงาของโลก ทำาให้ผู้สังเกตมองเห็น
ดวงจันทร์ค่อยๆ มืดลง ปรากฏการณ์จันทรุปราคาจะเกิดในคืนวันที่พระจันทร์
เต็มดวงหรือคืนวันข้ึน 15 คา่ำ เทา่ นน้ั บริษัท สรา้ งสรรคส์ อ่ื เพอื่ การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
เงามดื
เงามัว
ปรากฏการณ์จันทรุปราคาจะเกิดในขณะท่ีดวงจันทร์โคจรเข้าสู่เงาของโลก
ผสู้ งั เกตบนโลกจะมองเหน็ ดวงจนั ทรม์ แี สงสวา่ งนอ้ ยลง จากนน้ั ดวงจนั ทรจ์ ะโคจร
เขา้ สเู่ งาของโลกทง้ั ดวง แสงจากดวงอาทติ ยท์ เ่ี ดนิ ทางผา่ นชน้ั บรรยากาศของโลก
จะเกิดการหักเหไปตกกระทบดวงจันทร์ ทำาให้ผู้สังเกตมองเห็นดวงจันทร์เป็นสี
คอ่ นขา้ งแดงหรือท่เี รยี กว่า “พระจนั ทบรรษิ ทั ส์ สร้างเี สลรรค์สือ่ือเพอ่ืดการเร”ียน รู้แ(สสรล.) จำ�ะกัดเมื่อดวงจันทรโ์ คจรออกจาก
เงาของโลก ผู้สังเกตบนโลกจะมองเห.Sน็RANGดSANSวUEPHงUAKจARNนัRIANRทUU(SรSR.)์สCO.,LวTD ่างเช่นปกติ
แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 87
กิจกรรมพัฒนาทักษะที่ 1 ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
อกาปุ รรเากคิดาปรากฏการณ์ 1. การสงั เกต
2. การจำาแนกประเภท
3. การลงความเหน็ จากข้อมูล
4. การทดลอง
จุดประสงค์ บริษทั สรา้ งสรรค์สื่อเพ่อื การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
สร้างแบบจำาลองเพื่ออธิบายการเกิดและเปรียบเทียบปรากฏการณ์
สรุ ยิ ปุ ราคาและจนั ทรปุ ราคา
วสั ดุ อปุ กรณ์ 2. ลูกปงิ ปอง
1. ตลบั เมตร 4. ไฟฉาย
3. ลูกบอล
วธิ ที า� ตอนท่ี 1
1. ให้นักเรยี นแบง่ กลมุ่ กล่มุ ละ 2 - 3 คน และให้ช่วยกนั ทาำ กจิ กรรม
2. ปดิ ไฟใหห้ อ้ งมดื สนทิ จัดไฟฉาย ลูกปงิ ปอง และลกู บอลวางบนโตะ๊
ใหอ้ ยูใ่ นระนาบเดยี วกนั
3. จดั ไฟฉายให้ห่างจากลกู บอล 80 เซนติเมตร นำาลกู ปงิ ปองมาบังแสงบรษิ ทั สรา้ งสรรคส์ ื่อเพื่อการเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
จากไฟฉาย เลอ่ื นลกู ปงิ ปองใหห้ า่ งจากลูกบอล 10, 20, 40 และ 60
เซนตเิ มตร ตามลาำ ดบั สงั เกตลกั ษณะของเงาทเี่ กดิ บนลกู บอลและบนั ทกึ ผล
88 แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6
10
20
40 60
4. นำาเสนอผลการทำากิจกรรมหน้าช้ันเรียนทุกกลุ่ม เพ่ือเปรียบเทียบผลบริษัท สร้างสรรคส์ ื่อเพื่อการเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
การทดลอง
5. อภิปรายผลร่วมกันเพ่ือลงข้อสรุปถึงการเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา
บันทึกสรุปการอภิปราย
ตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง
ระยะหา่ งระหวา่ งลูกปิงปองกบั ลูกบอล ลกั ษณะของเงาทีเ่ กิดบนลูกบอล
10 เซนตเิ มตร
20 เซนตเิ มตร
40 เซนติเมตร
60 เซนติเมตร
สรปุ ผลการอภปิ ราย
บรษิ ทั สรา้ งสรรค์สื่อเพอ่ื การเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกัด
......................................................................................SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU.........(SSR.)CO.,LTD ...................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 89
ค�าถามท้ายกิจกรรม
1. เงาของลกู ปงิ ปองเกดิ บนลกู บอลทกุ ระยะทเี่ ลอ่ื นลกู ปงิ ปองหรอื ไม ่ อยา่ งไร
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
2. ถา้ ลกู ปงิ ปองอยู่ระหว่างไฟฉายบแรษิ ัทลสร้างะสรรลค์สื่อเกูพอ่ื กาบรเรยี นอรู้ (สลสร.)ใจำ�นกัด ระยะพอเหมาะจนเงาของ
ลกู ปิงปองตกลงบนลกู บอลจะเกดิ อะไรข้ึน.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU(SSR.)CO.,LTD
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
3. การจดั ตาำ แหนง่ ของลกู ปงิ ปอง ไฟฉาย และลกู บอลเทยี บไดก้ บั ปรากฏการณ์
อปุ ราคาใด และลูกปิงปอง ไฟฉาย และลกู บอลเทยี บได้กบั อะไร
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
4. ถา้ ไฟฉาย ลกู ปงิ ปอง และลกู บอลไมอ่ ยใู่ นระนาบเดยี วกนั การทดลอง
ดงั กลา่ วจะทาำ ใหเ้ กดิ เงาบนลกู บอลหรอื ไม ่ อยา่ งไร
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
วธิ ีท�า ตอนที่ 2
1. ใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 2 - 3 คน และใหช้ ่วยกันทาำ กจิ กรรม
2. ปดิ ไฟใหห้ อ้ งมดื สนทิ จดั ไฟฉาย ลกู บอล และลกู ปงิ ปองใหอ้ ยใู่ นระนาบ
เดียวกนั
บริษทั สรา้ งสรรค์ส่ือเพ่อื การเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
90 แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี วัฏจักรของหิน
5 วฏั จกั รของหนิ
บรษิ ัท สร้างสรรค์สือ่ เพ่ือการเรียนรู้ (สสร.) จำ� กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
12
หินและแร่ ซากดกึ ดำาบรรพ์
มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชีว้ ดั
1. เปรียบเทียบกระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร และอธิบายวัฏจักรหินจาก
แบบจำาลอง (มฐ. ว 3.2 ป.6/1)
2. บรรยายและยกตวั อยา่ งการใชป้ ระโยชนข์ องหนิ และแรใ่ นชวี ติ ประจาำ วนั จากขอ้ มลู ทร่ี วบรวมได ้
(มฐ. ว 3.2 ป.6/2)
3. สร้างแบบจำาลองท่ีอธิบายการเกิดซากดึกดำาบรรพ์และคาดคะเนสภาพแวดล้อมในอดีตของ
ซากดึกดำาบรรพ ์ (มฐ. ว 3.2 ป.6/3)
สาระสาำ คญั
หนิ เปน็ วสั ดแุ ขง็ ทเ่ี กดิ ขน้ึ เองตามธรรมชาต ิ ประกอบดว้ ยแรต่ ง้ั แต ่ 1 ชนดิ ขน้ึ ไป สามารถจาำ แนกหนิ
ตามกระบวนการเกดิ ไดเ้ ปน็ 3 ประเภท ไดแ้ ก ่ หนิ อคั น ี เกดิ จากการเยน็ ตวั ของแมกมา หนิ ตะกอน
เกดิ จากการทบั ถมของตะกอนเมอ่ื ถกู แรงกดทบั และมสี ารเชอ่ื มประสานจงึ เกดิ เปน็ หนิ และหนิ แปร
เกดิ จากการแปรสภาพของหนิ เดมิ ซง่ึ อาจเปน็ หนิ อคั น ี หนิ ตะกอน หรอื หนิ แปร หนิ ทง้ั 3 ประเภท
บริษัท สรา้ งสรรคส์ ื่อเพือ่ การเรียนรู้ (สสร.) จำ� กดั
มีการเปล่ยี นแปลงคงท่แี ละต่อเน่อื งเป็นวัฏจ.SRAักNGSรAN SUEซPHU่งึAKหARNRินIANRแUUล(SSRะ.)CแO.,LรTD่แต่ละชนิดจะมีลักษณะและสมบัติ
แตกตา่ งกนั มนษุ ยจ์ งึ ใชป้ ระโยชนจ์ ากหนิ และแรใ่ นลกั ษณะแตกตา่ งกนั
ซากดกึ ดาำ บรรพเ์ กดิ จากการทบั ถมของสง่ิ มชี วี ติ ในอดตี จนเกดิ เปน็ รอ่ งรอยของสง่ิ มชี วี ติ ทป่ี รากฏ
อยใู่ นหนิ ซากดกึ ดาำ บรรพส์ ามารถใชเ้ ปน็ หลกั ฐานอธบิ ายสภาพแวดลอ้ มของพน้ื ทใ่ี นอดตี ขณะเกดิ
สง่ิ มชี วี ติ นน้ั ได ้ นอกจากนซ้ี ากดกึ ดาำ บรรพย์ งั สามารถใชร้ ะบอุ ายขุ องหนิ และเปน็ ขอ้ มลู ในการศกึ ษา
ววิ ฒั นาการของสง่ิ มชี วี ติ ได้
1 หนิ และแร่
1. ประเภทของหนิ หนิ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของพนื้ ผวิ โลก หินแตล่ ะ
ประเภทจะมีกระบวนการเกิด เน้ือหิน และการนำาไปใช้ประโยชน์แตกต่างกัน
มีการเปล่ียนแปลงจากประเภทหนึ่งไปเป็นอีกประเภทหนึ่งหรือประเภทเดิมได ้
นกั ธรณีวิทยาได้จาำ แนกหินตามกระบวนการเกดิ เป็น 3 บรษิ ัท สร้างสรรค์สื่อเพอื่ การเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกัด ประเภท ไดแ้ ก ่ หินอัคน ี
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
หนิ ตะกอน และหินแปร
1.1 หนิ อคั น ี เกดิ จากการเยน็ ตวั ลงของแมกมา ซงึ่ มที งั้ หนิ อคั นที เ่ี ยน็ ตวั
ลงใต้เปลือกโลกและหินอัคนีท่ีเย็นตัวบนพ้ืนผิวโลก เน้ือหินมีลักษณะเป็นผลึก
บางชนดิ อาจเป็นเนือ้ แกว้ หรอื มรี พู รุน หินอคั นีมีหลายชนิด เช่น
1) หินแกรนิต เกดิ จากการเย็นตัวลงอยา่ งช้าๆ ของแมกมา มีเน้ือ
หยาบ มผี ลกึ แรข่ นาดใหญ่ มคี วามแข็งแรง ทนทาน นยิ มนาำ มาใช้ในงานก่อสรา้ ง
อาคารบ้านเรือน
2) หินบะซอลต์ เกิดจากการเย็นตัวลงของแมกมาบนพื้นผิวโลก
อย่างรวดเรว็ เนือ้ หินละเอยี ด มรี ูพรนุ มีสเี ขม้ นำามาใช้กอ่ สร้างถนนและทำาแผ่น
ปูพืน้ หรือผนังได้
3) หินพัมมิซ เกิดจากการเย็นตัวลงของแมกมาบนพ้ืนผิวโลก
เน้ือหินมีรูพรุน มีน้ำาหนักเบา มีเน้ือสีจาง นิยมใช้เป็นหินถูตัวหรือขัดถูภาชนะ
ใหม้ ีผิวเงาวาว
4) หินออบซิเดียน เกิดจากการเย็นตัวอย่างรวดเร็วของแมกมา
บนพ้ืนผิวโลก เน้ือหินมีผลึกแร่ขนาดเล็ก เป็นเน้ือแก้วแข็ง นิยมนำามาใช้
เป็นอาวธุ ภาชนะ และเครือ่ งประดบั
1.2 หินตะกอน หรือหินช้ัน เกิดจากการทับถมของตะกอน ถูกแรงบริษัท สรา้ งสรรคส์ อื่ เพือ่ การเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
กดทบั และมสี ารเชอ่ื มประสานจงึ เกดิ เปน็ หนิ เนอ้ื หนิ สว่ นใหญม่ ลี กั ษณะเปน็ เมด็
ตะกอน มีทั้งเนื้อหยาบและเนื้อละเอียด และอาจพบซากดึกดำาบรรพ์ได้ใน
หินตะกอน ตัวอย่างหินตะกอน เช่น
110 แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6
1) หินกรวดมน เกิดจากการทับถมกันของกรวดและทรายท่ีถูก
กระแสน้าำ พัดมารวมกัน เนอื้ หินหยาบ มลี กั ษณะกลมมน นิยมใช้ตกแตง่ สวน
2) หินทราย เกิดจากการทับถมกันของทรายท่ีเน้ือหินหยาบ
มหี ลายส ี หนิ ทรายนยิ มใชก้ อ่ สรา้ งถนน โบราณสถาน งานแกะสลกั และหนิ ลบั มดี
3) หินดินดาน เกิดจากการทับถมกันของทรายและดินเหนียว
เนอ้ื หนิ ละเอยี ด แยกชน้ั ไดง้ า่ ย มหี ลายส ี ใชเ้ ปน็ วสั ดผุ สมของซเี มนต ์ เครอ่ื งปน้ั ดนิ เผา บริษทั สรา้ งสรรคส์ อื่ เพอื่ การเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
ทำาหินประดบั
4) หินปูน เกิดจากการทับถมของตะกอนแคลเซียมคาร์บอเนต
ซากพืช ซากสัตว์ มีเนื้อหินละเอยี ด สามารถละลายน้าำ ได้ จึงนำามาทาำ ปนู ซีเมนต์
เพือ่ ใชใ้ นงานกอ่ สรา้ ง
5) ถา่ นหิน เกิดจากการทบั ถมของต้นไม้หรอื ซากพืชท่อี ัดกนั แน่น
เนอื้ หินมีสดี ำา มนั วาว มีน้ำาหนกั เบา ถ่านหนิ เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลติ ไฟฟา้
1.3 หินแปร เกิดจากการแปรสภาพของหินเดิม ซ่ึงอาจเป็นหินอัคนี
หนิ ตะกอน หรอื หนิ แปร โดยการกระทาำ ของความรอ้ น ความดนั และปฏกิ ริ ยิ าเคม ี
เนื้อของหนิ แปรบางชนิดผลึกของแรเ่ รียงตวั ขนานกนั เป็นแถบ บางชนิดแซะออก
เปน็ แผ่นได้ บางชนิดเป็นเนอ้ื ผลกึ ท่ีมคี วามแขง็ มาก ตัวอย่างหินแปร เช่น
1) หินไนส์ แปรสภาพมาจากหินแกรนิต เนื้อหินหยาบและมีร้ิว
ขนาน มีสีขาวและดำาสลับกัน นิยมนาำ มาทาำ ครก หนิ บด และหินประดับ
2) หนิ ชนวน แปรสภาพมาจากหนิ ดนิ ดาน เนอ้ื หนิ ละเอยี ด สามารถ
แยกเป็นแผน่ ได ้ นิยมนาำ มาทำากระดานชนวนสำาหรบั เขียน ประดับตกแต่งบา้ น
3) หนิ ออ่ น แปรสภาพมาจากหนิ ปนู เนอื้ หนิ มที งั้ เนอื้ ละเอยี ดและ
เนื้อหยาบ มีความเงาวาว มีหลายสี นิยมใช้เป็นหินประดับ บรษิ ทั สรา้ งสรรค์สื่อเพื่อการเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกัด หินขัด หินตกแต่ง
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
หรือนำามาแกะสลกั
4) หินควอร์ตไซต์ แปรสภาพมาจากหินทราย นิยมใช้ใน
อุตสาหกรรมเคร่ืองแก้ว คอนกรีต วัสดุทนไฟ และหนิ ประดับ
แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 111
แหลง่ หนิ ในประเทศไทย
หนิ อัคนี หนิ แกรนติ พบมากในจงั หวดั เลย นา่ น ตาก เพชรบรู ณ ์ สระแกว้ จนั ทบรุ ี ระนอง เชยี งใหม ่ ลาำ ปาง
หนิ บะซอลต์ อุทยั ธานี เพชรบุรี สงขลา ภูเก็ต นครศรีธรรมราช ยะลา แมฮ่ ่องสอน กาญจนบรุ ี
หินพัมมิซ พบมากในจงั หวดั แมฮ่ ่องสอน ลาำ ปาง แพร ่ เลย บุรรี มั ย ์ อุบลราชธานี นครราชสีมา
จนั ทบรุ ี ตราด กาญจนบรุ ี
พบมากในจงั หวดั ระยอง ลพบรุ ีบริษัท สรา้ งสรรคส์ ือ่ เพื่อการเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
ไม่พบในประเทศไทย
หนิ ออบซเิ ดียน
พบมากในจงั หวดั นครราชสีมา ชยั ภมู ิ อบุ ลราชธาน ี ขอนแกน่
หนิ กรวดมน
หินตะกอน หนิ ทราย พบมากในจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ นครพนม สกลนคร ราชบุรี เพชรบุรี
หนิ ดนิ ดาน กาญจนบุรี
พบมากในจงั หวดั สระบรุ ี พระนครศรีอยุธยา ลพบุร ี สมุทรปราการ นนทบรุ ี เลย
ลาำ ปาง สงขลา นครศรีธรรมราช ยะลา
พบมากในจงั หวดั สระบุร ี กาญจนบรุ ี ประจวบครี ขี นั ธ์ พังงา ชุมพร
หินปูน
พบมากในจงั หวดั ลำาปาง กระบี ่ สงขลา เลย แพร่
ถา่ นหิน
หนิ ไนส์ พบมากในจังหวัดเชียงใหม่ ตาก กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี ระยอง
นครศรีธรรมราช นราธวิ าส
พบมากในจงั หวดั นครราชสีมา กาญจนบรุ ี ชลบรุ ี ระยอง
หนิ แปร หินชนวน พบมากในจงั หวดั สระบรุ ี ตาก ยะลา นครราชสมี า กาำ แพงเพชร
หนิ ออ่ น
บรษิ ัท สรา้ งสรรค์สือ่ เพอื่ การเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
พบมากในจงั หวดั ตาก สุพรรณบรุ ี อุทยั ธาน ี กาญจนบุร ี ราชบุรี
หนิ ควอรต์ ไซต์
112 แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6
2. วฏั จกั รของหนิ หมายถงึ การเปลยี่ นแปลงของหนิ อคั น ี หนิ ตะกอน และ
หินแปร จากหนิ ประเภทหนงึ่ ไปเป็นอกี ประเภทหนงึ่ หรืออาจเปลี่ยนกลบั ไปเปน็
หนิ ประเภทเดมิ โดยมแี บบรปู การเปล่ียนแปลงคงทแี่ ละต่อเนอ่ื งเป็นวฏั จักร
เย็นตวั ลง การระเบิดของภูเขาไฟ
บรษิ ัท สร้างสรรคส์ ่ือเพอ่ื การเรียนรู้ (สสร.) จำ� กดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
หนิ อคั นี หลอมละลาย แมกมา
ตะกอน หนิ แปร
ผพุ ัง แปรสภาพ หลอมละลาย หลอมละลาย
ผผพุ พุ ังัง
หินตะกอน แปรสภาพ
เมื่อแมกมาเย็นตัวลงและตกผลึกภายในเปลือกโลกจะกลายเป็นหินอัคนี
ที่มีผลึกขนาดใหญ่ แมกมาท่ีไหลข้ึนมาบนพ้ืนผิวโลกเม่ือเย็นตัวลงจะกลายเป็น
หินอัคนีท่ีมีผลึกขนาดเล็ก เม่ือหินอัคนีผุพังสึกกร่อนจะเป็นตะกอนสะสมอยู ่
เมื่อมีแรงอัดและมีสารละลายเข้าไปเช่ือมประสานจะเกิดเป็นหินตะกอนข้ึน
เมอ่ื หนิ ตะกอนไดร้ บั ความรอ้ นและแรงอดั สงู จะแปรสภาพเปน็ หนิ แปร หนิ ทกุ ชนดิ
เมื่อได้รับความร้อนสูงมากจะหลอมละลายกลายเป็นแมกมา เม่ือเย็นตัวลงจน
ตกผลึกเปน็ หินอัคนอี ีกคร้ัง การเปล่ยี นแปลงน้ีจะเกดิ ขึ้นต่อเนื่องเปน็ วัฏจักร
3. การเปล่ียนแปลงของหิน เปลือกโลกมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ทำาให้หินซ่ึงเป็นส่วนประกอบของเปลือกโลกมีการเปล่ียนแปลงเกิดข้ึน การ
เปลี่ยนแปลงของหนิ ในธรรมชาติ มดี งั น้ ี บรษิ ทั สร้างสรรคส์ อ่ื เพอื่ การเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
3.1 การผพุ งั อยู่กับที ่ เปน็ การแตกสลายของหินทเี่ กดิ จากปัจจยั ต่างๆ
ตามธรรมชาติ เชน่ นา้ำ ฝน อณุ หภมู ิ กระแสนาำ้ รากพืช ตวั อยา่ งสถานทท่ี ีเ่ กิดการ
ผพุ งั อยกู่ ับท่ ี เชน่ ลานหนิ แตก ณ อุทยานแหง่ ชาตภิ หู นิ รอ่ งกลา้
แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 113
3.2 การกร่อนของหิน เป็นการเปล่ียนรูปร่างหรือขนาดของหิน
เนอ่ื งจากการเปลยี่ นแปลงของอณุ หภมู ิ กระแสนา้ำ กระแสลม นาำ้ ฝน แรงโนม้ ถว่ ง
ของโลก หรือปฏิกิริยาทางเคมี ตัวอย่างสถานท่ีที่เกิดการกร่อนของหิน เช่น
วนอทุ ยานแพะเมอื งผ ี จงั หวดั แพร่
4. แร่ คือ ธาตุหรือสารที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีสมบัติทางเคมีและทางบรษิ ทั สรา้ งสรรค์ส่อื เพ่ือการเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
กายภาพท่แี นน่ อน แร่เปน็ ส่วนประกอบของหนิ ซ่งึ แร่แตล่ ะกลุม่ มสี มบัติตา่ งกนั
ทาำ ให้หินท่มี ีส่วนประกอบของแร่นนั้ ๆ มสี มบตั ิแตกตา่ งกนั ดว้ ย ตัวอย่างของแร ่
เชน่ แร่ควอตซ์ แร่เฟลดส์ ปาร ์ แรแ่ คลไซต ์ แรย่ ปิ ซมั แร่รัตนชาติ
แร่รตั นชาตแิ บง่ ออกเปน็ 2 ประเภท ได้แก่ เพชรและพลอยสีต่าง ๆ ซ่งึ
พลอยแตล่ ะสกี ม็ ชี อ่ื เรยี กแตกต่างกัน เช่น
• ทับทิม คือ แร่รัตนชาติสีแดง
• มรกต คือ แร่รัตนชาติสีเขียว
• บุษราคัม คือ แร่รัตนชาติสีเหลือง
• โกเมน คือ แร่รัตนชาติสีแดงเลือดหมู
• ไพลิน คือ แร่รัตนชาติสีน้ำาเงิน
• เพทาย คือ แร่รัตนชาติสีฟ้า
กจิ กรรมพฒั นาทักษะท ่ี 1 ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
หินอะไรเอย่ 1. การสังเกต
2. การจาำ แนกประเภท
จดุ ประสงค์ 3. การลงความเหน็ จากขอ้ มูล
บรษิ ัท สร้างสรรคส์ ื่อเพอ่ื การเรียนรู้ (สสร.) จำ� กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
สาำ รวจและวเิ คราะหล์ กั ษณะของหนิ พร้อมระบชุ นิดของหนิ ได้
114 แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี
6 ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
ปรากฏการณ์
ทางธรรมชาติบริษัท สรา้ งสรรค์สอื่ เพ่ือการเรียนรู้ (สสร.) จำ� กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
13
ลมบก ลมทะเล 2 ปรากฏการณ์
และมรสุม เรือนกระจก
ภัยธรรมชาตแิ ละ
ธรณีพิบัติภยั
มาตรฐานการเรยี นร้แู ละตัวชว้ี ัด
1. เปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม รวมท้ังอธิบายผลท่ีมีต่อสิ่งมีชีวิตและ
สิ่งแวดลอ้ มจากแบบจาำ ลอง (มฐ. ว 3.2 ป.6/4)
2. อธบิ ายผลของมรสมุ ตอ่ การเกดิ ฤดขู องประเทศไทยจากขอ้ มลู ทรี่ วบรวมได ้ (มฐ. ว 3.2 ป.6/5)
3. บรรยายลกั ษณะและผลกระทบของน้าำ ท่วม การกัดเซาะชายฝงั่ ดินถล่ม แผน่ ดนิ ไหว สนึ าม ิ
(มฐ. ว 3.2 ป.6/6)
4. ตระหนกั ถงึ ผลกระทบของภยั ธรรมชาตแิ ละธรณพี บิ ตั ภิ ยั โดยนาำ เสนอแนวทางในการเฝา้ ระวงั
และปฏิบตั ติ นให้ปลอดภัยจากภัยธรรมชาตแิ ละธรณีพิบตั ิภัยทอี่ าจเกดิ ในท้องถ่นิ
(มฐ. ว 3.2 ป.6/7)
5. สร้างแบบจำาลองที่อธิบายการเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก และผลของปรากฏการณ์
เรือนกระจกต่อสงิ่ มีชวี ติ (มฐ. ว 3.2 ป.6/8)บริษัท สรา้ งสรรค์ส่อื เพื่อการเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
6. ตระหนกั ถึงผลกระทบของปรากฏการณเ์ รอื นกระจก โดยนาำ เสนอแนวทางการปฏิบัติตนเพอื่
ลดกิจกรรมท่กี อ่ ใหเ้ กิดแกส๊ เรอื นกระจก (มฐ. ว 3.2 ป.6/9)
สาระสาำ คัญ
เมื่อพ้ืนดินและพื้นนำ้า ร้อนและเย็นไม่เท่ากัน ทำาให้อุณหภูมิอากาศเหนือพื้นดินและพ้ืนนำ้า
แตกตา่ งกนั จงึ เกดิ การเคลอ่ื นทข่ี องอากาศจากบรเิ วณทม่ี อี ณุ หภมู ติ าำ่ ไปยงั บรเิ วณทมี่ อี ณุ หภมู สิ งู
สง่ ผลใหเ้ กดิ ลมบก ลมทะเล และมรสุม
ลมบก ลมทะเลเปน็ ลมประจาำ ถน่ิ ทเี่ กดิ บรเิ วณชายฝง่ั ทะเล มรสมุ เปน็ ลมประจาำ ฤด ู เกดิ บรเิ วณ
เขตรอ้ นของโลก ประเทศไทยได้รับผลจากมรสมุ ในแตล่ ะชว่ งแตกต่างกนั ทำาให้แตล่ ะช่วงของปีบริษทั สร้างสรรค์ส่อื เพอ่ื การเรียนรู้ (สสร.) จำ� กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
มีฤดูแตกตา่ งกัน กลางเดือนตลุ าคมจนถึงเดือนกุมภาพันธเ์ ปน็ ฤดูหนาว กลางเดอื นพฤษภาคม
จนถงึ กลางเดอื นตลุ าคมเปน็ ฤดฝู น กลางเดอื นกมุ ภาพนั ธจ์ นถงึ กลางเดอื นพฤษภาคมเปน็ ฤดรู อ้ น
ภยั ธรรมชาต ิ เชน่ นา้ำ ทว่ ม การกดั เซาะชายฝง่ั ดนิ ถลม่ แผน่ ดนิ ไหว และสนึ าม ิ มผี ลกระทบตอ่
ชวี ติ และสง่ิ แวดลอ้ มแตกตา่ งกนั มนษุ ยจ์ งึ ควรเรยี นรวู้ ธิ ปี ฏบิ ตั ติ นใหป้ ลอดภยั เมอ่ื เกดิ ภยั ธรรมชาติ
และธรณีพบิ ัติภัย
ปรากฏการณเ์ รอื นกระจกเกดิ จากแกส๊ เรอื นกระจกในชน้ั บรรยากาศของโลกกกั เกบ็ ความรอ้ น
แลว้ คายความรอ้ นบางสว่ นกลบั สผู่ วิ โลก หากปรากฏการณเ์ รอื นกระจกรนุ แรงมากขนึ้ จะมผี ลตอ่
การเปลยี่ นแปลงภมู ิอากาศโลก มนษุ ยจ์ งึ ควรรว่ มกนั ลดกิจกรรมที่กอ่ ให้เกดิ แก๊สเรอื นกระจก
1 ลมบก ลมทะเล และมรสุม
ลมบก ลมทะเล และมรสมุ เกดิ จากอณุ หภมู อิ ากาศเหนอื พนื้ ดนิ และพน้ื นาำ้
แตกตา่ งกนั จงึ เกดิ การเคลอื่ นทข่ี องอากาศจากบรเิ วณทมี่ อี ณุ หภมู ติ าำ่ ไปยงั บรเิ วณ
ทีม่ อี ณุ หภมู สิ ูง
ลมบก เกดิ ในเวลากลางคนื เนื่องจากกลางคนื พ้นื ดินระบายความร้อนได้
เร็วกว่าพื้นน้ำา อากาศเหนือพ้ืนดินจึงมีอุณหภูมิตำ่ากว่าพ้ืนน้ำา พื้นนำ้าซึ่งระบาย
ความร้อนได้ช้ากว่าจึงมีอุณหภูมิสูง ทำาให้อากาศร้อนเหนือพื้นน้ำาลอยตัวสูงขึ้น
และอากาศเย็นจากพื้นดินไหลเข้าแทนที่ ทำาให้เกิดลมบกท่ีพัดจากชายฝั่งไปสู่
ทะเล
ลมทะเล เกดิ ในเวลากลางวนั เน่ืองจากกลางวัน พ้ืนดินจะได้รับแสงแดดบริษัท สร้างสรรค์สื่อเพื่อการเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
ตลอดวนั อากาศเหนอื พนื้ ดนิ จงึ มอี ณุ หภมู สิ งู กวา่ พนื้ นา้ำ อากาศรอ้ นเหนอื พนื้ ดนิ
จึงลอยตัวสูงขึ้น และมีอากาศเย็นจากพ้ืนน้ำาไหลเข้าแทนท่ี ทำาให้เกิดลมทะเล
ท่พี ัดจากทะเลเข้าสูช่ ายฝ่งั
134 แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6
ลมบกและลมทะเลมปี ระโยชนก์ บั เรอื ประมงขนาดเลก็ ทอ่ี อกหาปลา ซงึ่ จะ
อาศยั ลมบกพดั เรอื ประมงออกสทู่ ะเลในเวลากลางคนื และอาศยั ลมทะเลพดั เรอื
ประมงจากทะเลเข้าสูฝ่ ง่ั ในเวลากลางวัน
มรสมุ เปน็ ลมประจาำ ฤด ู เกดิ บรเิ วณเขตรอ้ นของโลกเปน็ บรเิ วณกวา้ ง มรสมุ
เกิดจากความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิของพ้ืนดินและพ้ืนนำ้า ในฤดูหนาว
อุณหภูมิเหนือพื้นดินจะต่ำากว่าอุณหภูมิเหนือพื้นนำ้า อากาศเหนือพ้ืนน้ำาซ่ึงมีบริษทั สรา้ งสรรคส์ ่อื เพื่อการเรยี นรู้ (สสร.) จำ� กดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
อณุ หภมู สิ งู กวา่ จงึ ลอยตวั สงู ขนึ้ และอากาศเหนอื พน้ื ดนิ ซง่ึ ตา่ำ กวา่ จะไหลมาแทนท่ี
ทำาให้เกิดลมพัดจากพื้นดินไปพื้นนำ้า ในฤดูร้อน อุณหภูมิเหนือพื้นดินสูงกว่า
อณุ หภมู เิ หนอื พนื้ นา้ำ อากาศเหนอื พนื้ ดนิ ซง่ึ มอี ณุ หภมู สิ งู กวา่ จงึ ลอยตวั สงู ขนึ้ และ
อากาศเหนอื พนื้ นาำ้ ซงึ่ ตา่ำ กวา่ จะไหลมาแทนท ่ี ทาำ ใหเ้ กดิ ลมพดั จากพนื้ นา้ำ ไปพนื้ ดนิ
ฤดู เกดิ จากการที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตยด์ ้วยมุมทโ่ี ลกเอียง 23.5 องศา
ทำาให้แต่ละพ้ืนท่ีของโลกมีฤดูแตกต่างกัน เนื่องจากได้รับแสงจากดวงอาทิตย์
ไม่เทา่ กนั
20-21 มีนาคม
ฤดูใบไมผ้ ลิ ฤดหู นาว
20-21 มถิ ุนายน 20-21 ธนั วาคม
ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง
22-23 กันยายน
ประเทศไทยตงั้ อยเู่ หนอื เสน้ ศนู ยส์ ตู รเลก็ นอ้ ย ประเทศไทยจงึ ไดร้ บั แสงสวา่ งบรษิ ัท สร้างสรรคส์ ือ่ เพือ่ การเรียนรู้ (สสร.) จำ� กดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
จากดวงอาทติ ย์ตลอดปี และได้รบั อทิ ธพิ ลจากมรสมุ 2 ชนิด คือ มรสุมตะวันตก
เฉยี งใตแ้ ละมรสมุ ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ประเทศไทยจงึ มเี พยี ง 3 ฤด ู คอื ฤดหู นาว
ฤดรู ้อน และฤดูฝน
แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 135
ฤดูหนาว มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจะพัดเอาความหนาวเย็นและ
แห้งแล้งจากมองโกเลียและจีนเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงประมาณกลางเดือน
ตุลาคมจนถึงเดือนกุมภาพันธ ์ ทำาให้อากาศแห้งแล้งและหนาวเย็น โดยเฉพาะ
ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื และภาคเหนือ
ฤดรู อ้ น อยชู่ ว่ งประมาณกลางเดอื นกมุ ภาพนั ธจ์ นถงึ กลางเดอื นพฤษภาคม
เปน็ ชว่ งเปลยี่ นมรสมุ และประเทศไทยอยใู่ กลเ้ สน้ ศนู ยส์ ตู ร ทาำ ใหไ้ ดร้ บั ความรอ้ นบรษิ ัท สรา้ งสรรคส์ อ่ื เพ่ือการเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
จากดวงอาทติ ย์อย่างเตม็ ท่ ี อากาศจึงร้อนอบอา้ ว ทาำ ใหเ้ กดิ ฤดูร้อน
ฤดูฝน มรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะพัดพาความชื้นจากมหาสมุทรอินเดีย
มาสู่ประเทศไทยในช่วงประมาณกลางเดือนพฤษภาคมจนถึงกลางเดือนตุลาคม
ทาำ ให้ทอ้ งฟ้ามีเมฆมากและฝนตกชุก
กจิ กรรมพฒั นาทักษะท่ี 1 ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
ลมบก ลมทะเล 1. การสังเกต
2. การจาำ แนกประเภท
3. การลงความเหน็ จากขอ้ มูล
จดุ ประสงค์
เปรยี บเทยี บการเกดิ ลมบก ลมทะเล รวมทง้ั อธบิ ายผลทมี่ ตี อ่ สงิ่ มชี วี ติ และ
สง่ิ แวดลอ้ มจากแบบจำาลอง
วธิ ที �า
1. ใหน้ กั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 2 - 3 คน และให้ช่วยกนั ทำากิจกรรม
2. ศกึ ษาเปรียบเทยี บการเกิดลมบก ลมทะเลจากแผนภาพ และจากขอ้ มูล
ที่ได้มาจากการค้นคว้า การสืบค้นเร่ืองการเกิดลมบก ลมทะเลจากบริษทั สรา้ งสรรค์สอ่ื เพื่อการเรยี นรู้ (สสร.) จ�ำกดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
แหลง่ เรียนรตู้ ่าง ๆ จากนัน้ วาดภาพและอธบิ ายการเกิดลมบก ลมทะเล
3. อภิปรายผลรว่ มกันเพอ่ื ลงข้อสรุปถึงการเกิดลมบก ลมทะเล บนั ทกึ ผล
การอภปิ ราย
136 แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6
บันทกึ ผลการท�ากจิ กรรม
.......................................................................................
.......................................................................................
...........บ.ร.ษิ .ัท..................สรา้ งสรรคส์ ือ่ เพ่อื การเรยี นรู้ .........(สสร.) จำ� กัด ..............................................
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
สรปุ ผลการอภปิ ราย
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
คา� ถามท้ายกจิ กรรม
1. ลมบก ลมทะเลแตกตา่ งกนั อยา่ งไรบริษัท สรา้ งสรรคส์ ่อื เพอื่ การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกดั
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 137
2. ลมบก ลมทะเลมีผลตอ่ สิง่ มชี วี ิตและสิง่ แวดล้อมอย่างไร
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
3. การเกิดลมบก ลมทะเลเกย่ี วข้องกับการหมนุ รอบตวั เองของโลกหรือไม่
อยา่ งไร
บรษิ ัท สร้างสรรค์ส่อื เพ่ือการเรียนรู้ (สสร.) จำ� กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
4. กจิ กรรมนสี้ รปุ ไดว้ า่ อยา่ งไร
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
กจิ กรรมพัฒนาทกั ษะท่ี 1
คะแนนเต็ม 10 คะแนน
คะแนนท่ีได้ คะแนน
กจิ กรรมพัฒนาทกั ษะท่ี 2 ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
1. การสงั เกต
แบบจา� ลองการเกิดฤดตู ่าง ๆ 2. การจาำ แนกประเภท
3. การลงความเหน็ จากขอ้ มลู
จุดประสงค์ บรษิ ัท สรา้ งสรรคส์ อื่ เพ่อื การเรียนรู้ (สสร.) จ�ำกัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
สงั เกตและอธบิ ายการเกดิ ฤดตู า่ งๆ จากแบบจาำ ลอง
138 แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6
บริษทั สรางสรรคส ื่อเพอ่ื การเรยี นรู (สสร.) จาํ กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD
บริษทั สรางสรรคส่ือเพอื่ การเรยี นรู (สสร.) จาํ กัด
.SRANGSANSUEPHUAKARNRIANRUU (SSR.) CO.,LTD