ภัยพิบัติธรรมชาติ คืออะไร?
อยากรู้ต้องอ่านให้จบ...
ภัยพิบัติธรรมชาติ
ทรุนรัแพรย์งสคิขืนอองเกเศหรรตะุษบกฐวากนริจณก์แาอรัลนทะตสาิ่งรงธแายรวรหดมรลื้ชออาภมัตยิอทยีท่่ีเ่าสกง่ิงดกผวจ้ลาางตก่ขคอวชวาีวางิมต
ภัยพิบัติ แบ่งตามลักษณะการเกิดได้ 2 ประเภท ได้แก่
1. ภัยด้านสภาพภูมิอากาศ เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดจากปัจจัยด้านสภาพอากาศ
ลม พายุ อุณหภูมิ ปริมาณฝน และความกดอากาศ
(Windstorm) (Flood) (Drought) (Forest Fire)
2. ธรณีภัยพิบัติ เป็นภัยธรรมชาติที่เกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยา
ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม
(Earthquake) (Volcano) (Tsunami) (Landslide)
ภัยด้านสภาพภูมิอากาศ
วาตภัย (Windstorm)
สาเห
ตุ
เป็นภัยธรรมชาติ (Natural Disasters) ซึ่งเกิดจากพายุลมแรง มีสาเหตุมาจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ ดังนี้
1.พายุหมุนเขตร้อน เป็นพายุหมุนที่เกิดเหนือทะเลหรือมหาสมุทรในเขตร้อน
เกิดจากน้ำทะเลมีอุณหภูมิสูง ความกดอากาศต่ำ
2. พายุฤดูร้อน ส่วนใหญ่เกิดในช่วงอากาศร้อนอบอ้าวติดต่อกันหลายวันแล้วมีกระแสอากาศเย็นจาก
ความกดอากาศสูงในประเทศจีนพัดมาปะทะกัน ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนอง มีพายุลมแรง และอาจมีลูกเห็บตกได้
การเกิด
พายุ
12 3
1 2 3
118 กม./
ชม.ขึ้นไป 62-117 กม
./ชม.ขึ้นไป 61 กม
./ชม.
แผนภาพแสดงชื่อเรียกพายุหมุนเขตร้อน
ที่มีความเร็วลมตั้งแต่ 118 กม./ชม.ขึ้นไป
ภัยด้านสภาพภูมิอากาศ
วาตภัย (Windstorm)
ผลกร
ะทบ
1อ.าจต้เนกิไดมเ้พล้มลิถงไอหนมร้ากถอนโคน ไร่นาเสียหาย เสาไฟฟ้าล้ม สายไฟฟ้าขาด ไฟฟ้าช๊อต
2. บ้านเรือนที่ไม่แข็งแรงพังทลาย ชิ้นส่วนของบ้านถูกลมพายุพัดปลิว เป็นอันตรายต่อ
ผู้ที่อยู่ในที่โล่งแจ้ง บ้านเรือน
3. ฝนตกหนักมากทั้งวันทั้งคืน จนทำให้เกิดน้ำป่าและแผ่นดินถล่ม
4. ในทะเลมีคลื่นลมแรงจัดมากเป็นอันตรายต่อการเดินเรือ โดยเฉพาะเรือเล็ก และ
อาจมีคลื่นใหญ่ซัดชายฝั่ง ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นมากจนท่วมอาคารบ้านเรือนได้
แนวทางก
ารรับมือ
กรณีอยู่ในอาคาร
1.ตัดกิ่งไม้ หรือรีดกิ่งไม้ที่อาจหักได้จากลมพายุ
2.สิ่งของควรไว้ในที่ต่ำ เพราะอาจจะตกหล่น แตกหักเสียหายได้
3.พักในอาคารที่มั่นคงตลอดเวลาขณะเกิดวาตภัย อย่าออกมาในที่โล่งแจ้ง
4.ปิดประตู หน้าต่างทุกบาน รวมทั้งยึดให้มั่นคงแข็งแรงและปิดกั้นช่องทางลมและช่องทางต่าง ๆ
5.เตรียมโทรศัพท์มือถือ อาหารแห้ง น้ำดื่มสะอาด ยารักษาโรคและอุปกรณ์สิ่งจำเป็นต่าง ๆ
6.ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า เตาแก๊ส ยกเบรกเกอร์ ปิดบ้านให้เรียบร้อยก่อนออกจากบ้าน
7.เมื่อลมสงบแล้วต้องรออย่างน้อย 3 ชั่วโมง ถ้าพ้นระยะนี้แล้วไม่มีลมแรงเกิดขึ้นอีก เมื่อ
ศูนย์กลางพายุผ่านไปแล้วจะต้องมีลมแรงและฝนตกหนักผ่านมาอีก ประมาณ 2 ชั่วโมง
กรณีอยู่กลางแจ้ง
1.อยู่ห่างจากสิ่งก่อสร้างที่ไม่มั่นคงแข็งแรง ป้องกันการถูกล้มทับ
2.ไม่อยู่ใกล้วัตถุที่เป็นสื่อนำไฟฟ้า ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่า
3.งดใช้เครื่องมือสื่อสารและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ลดเสี่ยงการถูกฟ้าผ่า
ภัยด้านสภาพภูมิอากาศ
อุทกภัย (Flood)
สาเหตุ
ผลกร
ะทบ
ถทเีูศ่กไรหก2143.ษ.ร.ล.ฐะนเเรพ้ชแืสีก่้ำะ้ิยนทสจนบ่วทนโวทีบพ่้ดมกัำาสงพยอางาทัรคทาดธัลเ่คมวใากาาไรหนษย้รปณพาไตบูัค้ดงปเรา้มทกนโแิคแดภลเลนรคาโลืะยรอะกสคไกจนัาดตาะรร้รไสะปวิ์่ดขบงพ้ศนกรุาั่าสบสดอหั่ตสงคนสอวรวุ์ะ้าขจาาจภงมะแจไาเลบดพสะ้้ีะถารยจูสันิกับหตตเตคารเัวืยสด์วอือ่อาขนาเมามจชหด่เนไรสแืดีอโ้ยลโรดอัหทะบยาสารคอูคยัญศนาัวพรเสตา่สสมงีทิร่ย์ผงแากคลไย่รอฟวกถงึสารขฟงม้รอชะ้ีาปทาวงิงตกลเบทปรีอจต็่ไนะ่ดาอมแกต่ภแ้ัสกยนขนา็้งรำแจถรมนงน้จนำะตสถูาะกยพการนะอแาสจนจ้ำะ
ภัยด้านสภาพภูมิอากาศ
อุทกภัย (Flood)
การเฝ้า
ระวังภัย
เตือ21.น. ภตสัิัยดงอเตกยูา่ตเมสจเมฝา้กอาธระรวรังมภัชยาตหิ มัเ่ชน่นติดฝตนาตมกข่หาวนัสกาตริดพต่ยอากักนรหณล์อายากชั่าวศโมแง ลหะรปือรนะ้กำใานศคลองขึ้นสูงผิดปกติ
ระดับการ
เตือนภัย
ผทลรั31แ42กพ..ร..บย่์ะเงกสอกฝทิอ้านพาาบอรรรยจกเกะตพาเลวืปัักอทง็บันนอนน้เุำขทภท้4ทัาีย่กสวูภ:ร่มัภ:ะยแาดกัวจ:บ้าะงรดปรเ้เตะวกตืดืยอตัอิบกนนันท:เีภม่ัืมก่ยีดอคัาวเง่รวากนิีแจา้ดมะจน้เเ้งกปำเิ็ทดตน่ืวนอไ้มปนำรทไเุ่นมดวื้่มแอว่เาแรหจงนตะุ่นเกกอิาดนรนณ้แ์ำกทล่ลวะับมใหแสู้่รภลับาะวอมืะยอูป่ใเกตนตรริีหยะหมรืวอพ่าเรงป้็กอนามพรืป้้สนอังทงีเ่กกทัี่นตไตมก่ัไวาดรเ้อณรั์งบและ
แนวทางก
ารรับมือ แนวทางก
ารป้องกัน
กรณีรู้ล่วงหน้า 1. สร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ โดยกักน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำ
1. เตรียมสิ่งของจำเป็นเอาไว้ใช้ยามเกิดภัย หรือแหล่งเก็บกักน้ำเพื่อควบคุมปริมาณน้ำไม่ให้
2. ตุนน้ำสะอาดสำหรับดื่มและใช้ให้ได้มากที่สุด ไหลมากเกินไปโดยเฉพาะในช่วงน้ำท่วม
3. ปิดช่องปลั๊กไฟเพื่อป้องกันน้ำเข้าและไฟดูด 2. การจำกัดเส้นทางการไหลของลำน้ำโดยการ
4. ยกของใช้ในบ้านขึ้นที่จำเป็นและสำคัญขึ้นที่สูง สร้างพนังกั้นน้ำหรือคลอง
5. ปิดจุดที่น้ำจะเข้าบ้าน เช่น ใช้กระสอบทรายกันน้ำ 3. ปรับปรุงสภาพลำน้ำ เช่น การสร้างทางระบาย
กรณีที่น้ำท่วมฉับพลัน หรือต้องอพยพอกะทันหัน น้ำ การขุดลอกลำน้ำในบริเวณที่ตื้นเขิน กำจัด
1. ปิดระบบไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้า วัชพืชหรือทำลายสิ่งกีดขวางทางน้ำไหล
2. สวมเสื้อผ้าที่กระฉับกระเฉงและมีโทนสีสว่างเพื่อ 4. การระบายน้ำออกจากลำน้ำที่มีสภาพวิกฤต
ให้ง่ายต่อการเคลื่อนไหวและสังเกตเห็น เช่นการใช้เครื่องสูบน้ำ
3. ห้ามเข้าใกล้สายไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า
4. หลีกเลี่ยงการเดินตามเส้นทางที่น้ำไหล
ภัยด้านสภาพภูมิอากาศ
ภัยแล้ง (Drought)
เกิดในช่วงทีต่อาามกฤาศดูกแาหล้งนผิาดนปกกว่ตาิปทกำติใหส้่ปงผริมลาใณห้ขนา้ำดฝแนคน้ลอนยนห้ำรือฝนไม่ตก
! !สาเหตุจาก
ธรรมชาติ
1.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 3.ไฟป่า (Forest fire)
เช่น ภาวะโลกร้อน (climate change)
2.การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเล 4.ดินไม่สามารถอุ้มน้ำได้ดี
สาเหตุจา
กมนุษย์ 3.การเพิ่มขึ้นของจำนวน
ประชากร
1.การใช้น้ำอย่างไม่เหมาะสม
หรือสิ้นเปลือง
2.พฤติกรรมของมนุษย์ที่ทำลาย 4.ขาดแหล่งกักเก็บน้ำไว้
ชั้นโอโซน เช่น การเผาพลาสติก ใช้ประโยชน์จากน้ำฝน
การเฝ้า
ระวังภัย
1. ติดตามการคาดการณ์ปริมาณน้ำฝนของกรมอุตุนิยมวิทยา
2. การเกิดไฟป่า
ภัยด้านสภาพภูมิอากาศ
ภัยแล้ง (Drought)
แนวทางก
ารรับมือ
!1. เตรียมกักเก็บน้ำสะอาดเพื่อการบริโภคให้เพียงพอ โดยเริ่มดำเนินการก่อนช่วง
! เกิดภัยแล้ง
2. ขุดลอกคูคลอง ดูแลแหล่งเก็บน้ำในชุมชนให้มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มปริมาณกัก
เก็บน้ำ
3. วางแผนใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้มีน้ำใช้ตลอดช่วงภัยแล้ง เช่น ใช้น้ำจาก
ฝักบัวเพื่อชำระร่างกายจะประหยัดน้ำมากกว่าการตักอาบ นำน้ำที่ใช้ชำระร่างกายหรือน้ำ
จากการซักผ้าไปใช้ต่อทางการเกษตร
4. การใช้น้ำเพื่อการเกษตร ควรใช้ในช่วงเช้าและเย็น เพื่อลดอัตราการระเหยน้ำ
แนวทางก
ารป้องกัน
1. แก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น แจกน้ำให้ประชาชน ขุดเจาะน้ำบาดาล สร้างศูนย์
จ่ายน้ำ จัดทำฝนเทียม
2. การแก้ปัญหาระยะยาว ได้แก่ การพัฒนาลุ่มน้ำ การสร้างฝาย การสร้างเขื่อน
ขุดลอกแหล่งน้ำ การให้ความร่วมมือและมีส่วนร่วมมือในการจัดทำและพัฒนา
ชลประทาน การรักษาป่าและปลูกป่า เช่น การปลูกป่า 3 อย่าง ได้ประโยชน์ 4 อย่าง
ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น
ภัยด้านสภาพภูมิอากาศ
ไฟป่า (Forest Fire)
เป็นภัยที่เกิดในฤดูร้อนและฤดูแล้งที่มีอุณหภูมิสูง อากาศแห้ง สภาพป่าที่แห้งแล้งทำให้
ติดไฟได้ง่ายและลุกลามเป็นบริเวณกว้าง
สาเหตุจาก
ธรรมชาติ
1.ฟ้าผ่าในฤดูแล้ง 3.กิ่งไม้เสียดสีกันอาจเกิดขึ้นได้ใน
2.ภูเขาไฟปะทุ พื้นที่ป่าที่มีไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นและ
มีสภาพอากาศแห้งจัด เช่น ในป่าไผ่
หรือป่าสน
สาเหตุจา
กมนุษย์ 3.การเผาไร่เพื่อกำจัดวัชพืชเพื่อ
เตรียมเพาะปลูก
1.การจุดไฟหาของป่า
2.ความประมาทจากการเข้าใช้พื้นที่
3.หน้าดินเปิดโล่ง
เช่น การทิ้งก้นบุหรี่ 4.สัตว์ป่าลดลง และ
การอพยพของสัตว์ป่า
ภัยที่ต
ามมา
1.ฟัญหาหมอกควัน
2.พื้นที่ป่าลดลง
ภัยด้านสภาพภูมิอากาศ
ไฟป่า (Forest Fire)
แนวทางก
ารรับมือ 3.ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด
4.ขับรถด้วยความระมัดระวัง
1.หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง
2.สวมหน้ากากอนามัย
แนวทางก
ารป้องกัน
1.ทำระบบป้องกันไฟไหม้ป่า โดยใช้แนวคลองส่งน้ำและแนวพืชชนิดต่าง ๆ ปลูกตามแนวคลอง
2.การปลูกต้นไม้โตเร็วคลุมแนวร่องน้ำ เพื่อให้ความชุ่มชื้นค่อย ๆ ทวีขึ้นและแผ่ขยายออกไปทั้ง
สองข้างของร่องน้ำ จะทำให้ต้นไม้งอกงามและมีส่วนช่วยป้องกันไฟป่า
3.การสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้น หรือที่เรียกว่า "Check Dam" เพื่อปิดกั้นร่องน้าหรือลำธารขนาด
เล็กเป็นระยะ ๆ เพื่อใช้เก็บกักน้ำและตะกอนดินไว้บางส่วน โดยน้ำที่เก็บไว้จะซึมเข้าไปสะสมในดิน
ทำให้ความชุ่มชื้นแผ่ขยายเข้าไปทั้งสองด้านกลายเป็น "ป่าเปียก"
4.ปลูกต้นกล้วยในพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นช่องว่างของป่า ประมาณ 2 เมตร หากเกิดไฟไหม้ป่าก็จะ
ปะทะต้นกล้วยซึ่งอุ้มน้ำไว้ได้มากกว่าพืชอื่น ทำให้ลดการสูญเสียน้าลงไปได้มาก
ธรณีภัยพิบัติ
แผ่นดินไหว (Earthquake)
เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของพื้นดิน
ส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและบ้านเรือน
สาเหตุจาก
ธรรมชาติ
1. การสั่นสะเทือนจากการประทุของภูเขาไฟ
2. การเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนบริเวณเปลือกโลก
ประเภทของรอยเลื่อน
แผ่นธรณีเคลื่อนที่ออกจากกัน (Divergent boundaries)
ทำให้เกิดแผ่นดินไหวไม่รุนแรง โดยมีศูนย์กลางอยู่ในระดับตื้น (ลึกจาก
พื้นผิวน้อยกว่า 70 กิโลเมตร) โดยมี 2 ลักษณะ คือ แผ่นธรณีทวีป
เคลื่อนที่ออกจากกัน และแผ่นธรณีมหาสมุทรเคลื่อนที่ออกจากกัน
แผ่นธรณีเคลื่อนที่เข้าหากัน (Convergent boundaries)
เกิดขึ้นในบริเวณที่แผ่นธรณีปะทะกันเรียกว่า “เขตมุดตัว” (Subduction
zone) ทำให้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงที่ระดับลึก (300 – 700
กิโลเมตร) และหากเกิดขึ้นในมหาสมุทรก็จะทำให้เกิดคลื่นสึนามิ โดยมี 3
ลักษณะ คือ แผ่นธรณีมหาสมุทรชนกัน แผ่นธรณีมหาสมุทรชนกับแผ่น
ธรณีทวีป และแผ่นธรณีทวีปชนกัน
แผ่นธรณีเคลื่อนที่ผ่านกัน (Transform fault)
แผ่นธรณีจะเคลื่อนที่ผ่านกันด้วยความเร็วเพียงปีละประมาณ 3 – 6
เซนติเมตร แต่เมื่อเวลาผ่านไปเป็นเวลานานจะสามารถปลดปล่อยพลังงาน
มหาศาลได้ โดยทั่วไปจะทำให้เกิดแผ่นดินไหวในระดับตื้น มีความรุนแรง
ปานกลาง
สาเหตุจา
กมนุษย์
การทดลองระเบิดปรมาณูหรือการประทุของระเบิดนิวเคลียร์
ธรณีภัยพิบัติ
แผ่นดินไหว (Earthquake)
วงแหวนแห่งไฟ (The Ring of Fire)
เป็นบริเวณที่เกิดแผ่นดินไหวขึ้นบ่อยครั้งและ
รุนแรงมาก โดยอยู่รอบมหาสมุทรแปซิฟิก
ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่เทือกเขาแอนดีส ในทวีป
อเมริกาใต้ ผ่านอเมริกากลาง เทือกเขาร็อกกี
อะแลสกา หมู่เกาะญี่ปุ่น หมู่เกาะฟิลิปปิน หมู่เกาะ
อินโดนีเซีย หมู่เกาะแปซิฟิกใต้ถึงประเทศนิวซีแลนด์
มีความยาวประมาณ 3200 กิโลเมตร
ผลกร
ะทบ
1.แผ่นดินไหวขนาดเล็กหรือปานกลางเกิดขึ้น (ขนาดปานกลาง 4-6 ริกเตอร์ ขนาดเล็ก
1-3 ริกเตอร์) จะเกิดรอยร้าวของอาคารและสิ่งของตกลงพื้นหรือแกว่ง
2.แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ คือ ตั้งแต่ 7 ริกเตอร์ขึ้นไปจะเกิดความรุนแรงมาก คือ
อาคารที่ไม่แข็งแรงจะพังทรุดถล่ม มีผู้เสียชีวิตมาก
3.กรณีที่เกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่ที่เป็นเกาะ และมีขนาดตั้งแต่ 7.5 ริกเตอร์ขึ้นไป ส่ง
ผลให้เกิดคลื่นสึนามิ
แนวทางก
ารรับมือ
1. จัดเตรียมเครื่องอุปโภค บริโภค ยารักษาโรคไว้ให้พร้อม
2.ออกจากอาคารไปสู่ที่โล่งแจ้งในทันที หากออกจากอาคารไม่ได้ให้หมอบอยู่ใต้โต๊ะ หรือยืนชิด
ติดกับเสาร์ที่แข็งแรง
4. ห้ามใช้ลิฟต์ขณะเกิดแผ่นดินไหว
5. หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เช่น อาคารสูง เสาไฟฟ้า กำแพง เป็นต้น
6. หากกำลังขับรถให้หยุดรถและอยู่ในรถจนกว่าแผ่นดินไหวสงบ
7. หากอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลให้รีบขึ้นที่สูง เพราะอาจเกิดคลื่นสึนามิได้
ธรณีภัยพิบัติ
ภูเขาไฟปะทุ (Volcano)
สาเ
หตุ
เกิดจากหินหนืดที่อยู่ใต้เปลือกโลกเกิดการเคลื่อนตัวทำให้มีแรงดัน โดยจะปะทุและแทรก
ขึ้นมาตามรอยแยก หรือปะทุออกมาจากปล่องภูเขาไฟ มักเกิดบริเวณวงแหวนแห่งไฟ เพราะเป็น
รอยต่อของแผ่นเปลือกโลก เช่น ภูเขาไฟในญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เป็นต้น
แก๊สต่าง ๆ
ปากปล่องภูเขาไฟ
ลาวา
หินหนืดแทรกตัว
ชั้นหิน ลาวาหลาก
กระเปาะแทรกตัว
ประเภธรทณีภขาคอ
งภูเขาไฟ
ภูเขาไฟมีพลัง (active ภูเขาไฟสงบ (dormant ภูเขาไฟดับสนิท (extinct
volcanoes) volcanoes) volcanoes)
ภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา ภูเขาไฟที่ไม่มีการปะทุแต่อาจ ภูเขาไฟที่จะไม่เกิดการปะทุ
อาจปะทุเมื่อใดก็ได้ เช่น จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต เช่น อีก เช่น ภูเขาไฟหินพนมรุ้ง
ภูเขาไฟมาโยน ในฟิลิปปินส์
ภูเขาไฟฟุจิ ในญี่ปุ่น ในไทย
ธรณีภัยพิบัติ
ภูเขาไฟปะทุ (Volcano)
12 3
ผลกร
ะทบ
1) สร้างความสูญเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สิน
2) เกิดมลภาวะทางอากาศและทางน้ำ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต
3) ควันหรือเถ้าถ่านเป็นอุปสรรคต่อระบบขนส่ง โดยเฉพาะการขนส่งทางอากาศ
แนวทางก
ารรับมือ
1. สวมเสื้อคลุม กางเกงขายาว ถุงมือเพื่อป้องกันเถ้าภูเขาไฟ และความร้อนจากการระเบิด
2. ใส่หน้ากากอนามัย แว่นตาเพื่อป้องกันเถ้าภูเขาไฟ
3. เตรียมเสบียง ยารักษาโรค เครื่องใช้ที่จำเป็นรวมทั้งเครื่องมือสื่อสาร+
4. ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างเคร่งครัด และเมื่อทางการสั่งอพยพ
ให้อพยพออกจากพื้นที่ ทันทีอาจไปรวมตัวกันที่สถานที่หลบภัยทันที
5. ขับรถด้วยความระมัดระวังเปิดไฟเพื่อเพิ่มทัศนวิสัย เถ้าภูเขาไฟที่ปกคลุม
อาจทำให้ผิวถนนลื่นควรปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด
ธรณีภัยพิบัติ
สึนามิ (Tsunami)
เป็นคลื่นทะเลขนาดใหญ่ที่เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วและมีพลังมาก เมื่ออยู่ในทะเลคลื่นจะสูงไม่มาก
แต่จะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง เมื่อเคลื่อนเข้าหาฝั่งคลื่นจะสูงได้ถึง 30 เมตร
การเกิด
สึนามิ
1 23
เมื่อเกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเล เกกิิมโโตลลเคคคเเรววมมลาาืตต่มมอรรนสยู/างทีชวัข่่ดวคอ้โวงลมืยค่นงคลื่ว1น0าทมี0่จเุ-รด็1วเ0ริ7่0ม00ต้0น-81-050 เมื่อใกล้ฝั่ง ความยาวคลื่นและ
ทำให้น้ำทะเลเคลื่อนตัวเพื่อปรับสมดุล ความเร็วลดลง แต่จะมีความสูงเพิ่มขึ้น
ได้มากถึง 30 เมตร
ศูนย์กลางแผ่นดินไหว
ระบบเตือ
นภัยสึนามิ
ธรณีภัยพิบัติ
สึนามิ (Tsunami)
ผลกร
ะทบ 2.ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ เช่น
สัตว์น้ำต้องเปลี่ยนที่อยู่อาศัย เป็นต้น
1.ทำให้สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน
เช่น บ้านเรือนเสียหาย เป็นต้น
3.กระทบต่อการประกอบอาชีพ 4.ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยว
เช่น การทำประมง เป็นต้น ทำให้นักท่องเที่ยวลดลง
แนวทางก
ารรับมือ
กรณีที่อยู่บนบก
1.หากได้รับสัญญาณเตือนภัยข่าวการเกิดคลื่นสึนามิ ควรเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยทันที
2.หากอยู่บริเวณชายหาดและรู้สึกได้ถึงแผ่นดินไหว ให้รีบหนีไปอยู่บริเวณที่สูง
3.หากเกิดคลื่นสึนามิในมหาสมุทรที่ห่างไกล ก็มีเวลาเพียงพอที่จะหาบริเวณที่สูงสำหรับหลบภัยได้
แต่สำหรับคลื่นสึนามิที่เกิดขึ้นประจำในท้องถิ่นเมื่อรู้สึกถึงแผ่นดินไหวก็จะมีเวลาเพียง 2 -3 นาทีเท่านั้น
4.สำหรับตึกสูงหลายชั้นและมีโครงสร้างเสริมความแข็งแรงให้รีบขึ้นไปชั้นบนของตึก
กรณีที่อยู่ในทะเล
เมื่อได้ยินการเตือนภัยห้ามเข้าชายฝั่งเพราะระดับน้ำจะเปลี่ยนแปลงอย่างมากที่ชายฝั่ง แต่ถ้าเรือ
กำลังจะออกจากท่าเรือให้ติดต่อกับท่าเรือเพื่อรับฟังคำแนะนำ ถ้ารับทราบคำเตือนและมีเวลาที่จะไปยัง
น้ำลึกก็อาจจะไปอย่างเป็นระเบียบ
แนวทางก
ารป้องกัน
ภาครัฐบาล
1.ควรมีการประชาสัมพันธ์และให้ความรู้เแก่ประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันและบรรเทาภัยจากสึนามิ
2.พัฒนาการสร้างระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพเพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารได้รวดเร็วและถูกต้องแม่นยำ
3.ควรมีการจัดวางผังเมืองให้เหมาะสม กำหนดโครงสร้างอาคารที่เหมาะสม
ภาคประชาชน
1.หากปลูกที่พักอาศัยอยู่ใกล้ชายหาดควรปลูกต้นไม้ป่าชายเลนเพื่อลดแรงปะทะของคลื่น หรือสร้างที่พัก
อาศัยให้มั่นคง อยู่ห่างจากชายฝั่งในระยะที่ปลอดภัย
2. ดำเนินชีวิตด้วยความรอบคอบ และคอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมใกล้ตัว
ภัยด้านสภาพภูมิอากาศ
แผ่นดินถล่ม (Landslide)
เป็นการเคลื่อนที่ของดินหรือหินตามบริเวณพื้นที่ลาดชันที่เป็นภูเขาหรือเนินเขา
เนื่องจากแรงดึงดูดโลก อาจเคลื่อนหรือพังทลายลงมาได้
สาเหตุจาก
ธรรมชาติ 2.ฝนตกหนักต่อเนื่องกันหลายวัน
ทำให้น้ำฝนจะซึมไปสะสมอยู่ใน
1.การเกิดแผ่นดินไหวที่ เนื้อดิน เมื่อดินไม่สามารถอุ้มน้ำไว้
รุนแรงมากจะส่งผลต่อพื้นที่ ได้จะลื่นไถลลงตามความลาดชัน
ที่มีความชันพังทลายลงมา
สาเหตุจา
กมนุษย์ 3.การสูบน้ำใต้ดิน
ที่มากเกินไป
1.การขุดดินบริเวณไหล่เขา ลาดเขา 4.การทำลายป่า
หรือเชิงเขาเพื่อทำการเกษตรหรือถนน เพื่อทำไร่ ทำสวน
2.การขุดดินลึก ๆ ในการก่อสร้าง
ห้องใต้ดินของอาคาร 3) ทำให้ดินเสื่อมคุณภาพ
ผลกร
ะทบ
1.สร้างความเสียหายให้แก่ชีวิต
ทรัพย์สินและระบบสาธารณูปโภค
2.พื้นที่ทางการเกษตรและสภาพ- 4) อาจสร้างความเสียหาย
แวดล้อมโดยรอบได้รับความเสียหาย ต่อเขื่อนได้
ภัยด้านสภาพภูมิอากาศ
แผ่นดินถล่ม (Landslide)
แนวทางก
ารรับมือ
1.อพยพไปตามเส้นทางที่ปลอดภัย โดยให้ห่างจากแนวการไหลของดิน
2-5 กิโลเมตร
2.หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีกระแสน้ำไหลเชี่ยว ไม่อยู่ใกล้ลำน้ำ เพราะอาจ
ได้รับอันตรายจาก ดิน หิน ต้นไม้ที่ไหลมากับสายน้ำ
3.หากพลัดตกน้ำ ให้หาต้นไม้ใหญ่ ยึดเกาะและปีนให้พ้นน้ำ ห้ามว่ายน้ำหนี
โดยเด็ดขาดเพราะอาจกระแทกกับซากต้นไม้หรือหินที่ไหลมาตามน้ำ
4.ห้ามเข้าใกล้หรือกลับเข้าไปในบ้านที่ได้รับความเสียหาย เนื่องจาก
อาจจะเกิดการถล่มซ้ำ
5.ปฏิบัติตนตามประกาศแจ้งเตือนภัยอย่างเคร่งครัด
แนวทางก
ารป้องกัน
1.ปลูกต้นไม้เพื่อให้ช่วยซับน้ำและปลูกป่าในพื้นที่ต้นน้ำ จะช่วยป้องกันการ
เกิดดินถล่มได้
2.ในหมู่บ้านที่อาศัยอยู่ใกล้ที่ราบเชิงเขาไม่ควรสร้างบ้านหรือสิ่งปลูกสร้าง
ขวางทางน้ำหรือลำห้วยมากเกินไป
3.ติดตามฟังข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ทราบถึงสภาพอากาศ
JOIN US FOR THE PARTY
ภั ยพิบัติ
ใ น ท วี ป เ อ เ ชี ย
RSVP TO
LORA 123-456-7890