The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การทำงานในสถานที่-อับอากาศ-4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nongnuchpathong32, 2021-09-14 11:07:29

การทำงานในสถานที่-อับอากาศ-4

การทำงานในสถานที่-อับอากาศ-4

924-302 OCC HEALTH,SAFE & ENV LAW



การทำงานในสถานที่
อับอากาศ

น.ส ฐิติกานต์ สุขเกษม 6240311305
น.ส. นงค์นุช เเพทอง 6240311315
น.ส. พรรณวรท เส้งรอด 6240311327
นาย สุรเดช ทองแก้ว 6240311342
น.ส. อรพิม นวลศรี 6240311345

เสนอ อาจารย์กัญธิมา หล่าดอนดู่

ขั้นตอนการปฏิบัติก่อนทำงานในที่อับอากาศ

จากกฎกระทรวงกำหนด

-ให้นายจ้างจัดทำป้ายแจ้งข้อความว่า “ที่อับอากาศ อันตราย ห้ามเข้า ” ให้มีขนาดมองเห็นได้ชัดเจน ติดตั้งไว้โดยเปิดเผยบริเวณทางเข้า
ออกของที่อับอากาศทุกแห่ง สำหรับที่อับอากาศซึ่งต้องมีอุปกรณ์เฉพาะในการเปิดทางเข้าออก
ให้นายจ้างจัดให้มีมาตรการควบคุมเพื่อความปลอดภัย ในการเปิดทางเข้าออกและต้องติดป้ายแจ้งข้อความดังกล่าว

-ให้นายจ้างจัดให้มีการประเมินสภาพอันตรายในที่อับอากาศ หากพบว่ามีสภาพอันตราย นายจ้างต้องจัดให้มีมาตรการควบคุมสภาพ
อันตรายเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อลูกจ้าง และให้นายจ้างเก็บหลักฐานการดำเนินการไว้ ณ สถานประกอบกิจการ หรือสถานที่
ทำงาน เพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้

-ให้นายจ้างจัดให้มีการตรวจวัด บันทึกผลการตรวจวัด และประเมินสภาพอากาศในที่อับอากาศก่อนให้ลูกจ้างเข้าไปทำงานและ
ในระหว่างที่ลูกจ้างทำงานในที่อับอากาศ
-จัดทำแผนการปฏิบัติงานและการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานและแผนช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานในกรณีเกิดเหตุ
ฉุกเฉิน และปิดประกาศหรือแจ้งให้ลูกจ้างทราบ
-ให้นายจ้างจัดให้มีหนังสืออนุญาตให้ลูกจ้างทำงานในที่อับอากาศทุกครั้ง โดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

(1) ที่อับอากาศที่อนุญาตให้ลูกจ้างเข้าไปทำงาน
(2) วัน เวลา ในการทำงาน
(3) งานที่ให้ลูกจ้างเข้าไปทำ
(4) ชื่อลูกจ้างที่อนุญาตให้เข้าไปทำงาน ชื่อผู้ควบคุม และชื่อผู้ช่วยเหลือ
(6) มาตรการความปลอดภัย
(7) ผลการตรวจสภาพอากาศ
(8) อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ช่วยเหลือ
(9) อันตรายที่อาจเกิดและวิธีการหลีกหนีภัย
(10) ชื่อและลายมือชื่อผู้ขออนุญาตและผู้มรหน้าที่รับผิดชอบในการอนุญาต

-จัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล อุปกรณ์ช่วยเหลือ และช่วยชีวิตที่เหมาะสมกับลักษณะงานตามมาตรฐานที่
กำหนดตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยอำชีวอนำมัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน และต้องควบคุมดูแลให้ลูกจ้างซึ่งทำงาน
ในที่อับอากาศและผู้ช่วยเหลือสวมใส่หรือใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ช่วยเหลือและช่วยชีวิตนั้น
-ให้นายจ้างจัดให้มีการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศแก่ลูกจ้างทุกคน ที่ทำงานในที่อับอากาศรวมทั้งผู้ที่
เกี่ยวข้อง ให้มีความรู้ความเข้าใจในทักษะที่จำเป็นในการทำงาน อย่างปลอดภัยตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย พร้อมทั้งวิธีการและขั้น
ตอนในการปฏิบัติงาน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด

การเตรียมตัวทำงานในสถานที่อับอากาศ




1.จัดอบรมพนักงานในข้อปฏิบัติในการทำงาน ณ สถานที่อับอากาศ เพื่อเตรียมความพร้อม
ให้พนักงานในการปฏิบัติงาน
2.ก่อนเข้ารับการทำงานในสถานที่อับอากาศ ต้องตรวจสอบปริมาณออกซิเจน รวมถึงสาร
เคมีอื่นๆในสถานที่ปฏิบัติงาน เพื่อวางแผนเตรียมพร้อมการทำงาน
3.พนักงานผู้ปฏิบัติงานต้องมีใบอนุญาตการทำงานในพื้นที่อับอากาศ
4.ถ้าตรวจสอบพบว่าสภาพอากาศในพื้นที่ปฏิบัติงานไม่ปลอดภัย ต้องทำการระบายอากาศ
เหล่านั้นให้หมดจนปลอดภัย จึงค่อยให้พนักงานปฏิบัติงานได้
5.ต้องรู้จักสถานที่ปฏิบัตินั้นดี ถึงวิธีเข้าและวิธีออกในพื้นที่นั้น
6.เตรียมอุปกรณ์ช่วยเหลือให้พร้อมในสถานการณ์ฉุกเฉิน
7.ทำการวางแผน แบ่งความรับผิดชอบในทีมให้ดี
8.เน้นย้ำให้พนักงานทุกคนยึดมั่นปฏิบัติตามกฎระเบียบ

ขั้นตอนการปฏิบัติระหว่างการทำงานในที่อับอากาศ




• ให้นายจ้างจัดให้มีการตรวจวัด บันทึกผลการตรวจวัด และประเมินสภาพอากาศในที่อับอากาศในระหว่างที่ลูกจ้าง
ทำงานในที่อับอากาศ หากพบว่ามีสภาวะที่เป็นบรรยากาศอันตราย ให้นายจ้างดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) ห้ามบุคคลใดเข้าไปในที่อับอากาศ • หากนายจ้างได้ดำเนินการตามข้อ ๖ แล้ว ที่อับ
(๒) กรณีที่มีลูกจ้างอยู่ระหว่างกํารทำงานในที่อับอากาศ ให้นำลูกจ้างออกจาก อากาศยังมีบรรยากาศอันตรายอยู่
บริเวณนั้นทันที แต่นายจ้างมีความจำเป็นที่จะต้องให้ลูกจ้างหรือ
(๓) ประเมินและค้นหาสาเหตุของกํารเกิดบรรยากาศอันตราย บุคคลใดเข้าไปในที่อับอากาศที่มีบรรยากาศ
(๔) ดำเนินการเพื่อทำให้สภาพอากาศในที่อับอากาศนั้นไม่มีบรรยากาศอันตราย อันตรายนั้น
เช่น ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างหรือบุคคลนั้นสวมใส่หรือ
การระบายอากาศหรือการปฏิบัติตามมาตรการอื่นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการ ใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่
ทำงานแก่ลูกจ้าง เหมาะสม
กับลักษณะงาน และใช้อุปกรณ์การทำงานชนิดที่
ให้นายจ้างเก็บบันทึกผลการตรวจวัด การประเมินสภาพอากาศ และการ ทำให้บุคคลดังกล่าวทำงานในที่อับอากาศได้โดย
ดำเนินการเพื่อให้สภาพอากาศในที่อับอากาศไม่มีบรรยากาศอันตรายไว้ ณ สถาน ปลอดภัย
ประกอบกิจการ หรือสถานที่ทำงาน เพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบ
ได้อย่างน้อยหนึ่งปี

• กรณีที่นํายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในที่อับอากาศ
นายจ้างต้องจัดให้มีลูกจ้างซึ่งได้รับการฝึกอบรม
ความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศตามข้อ
๒๐ คนหนึ่งหรือหลายคนตามความจำเป็น
เป็นผู้ควบคุมงานประจำในบริเวณพื้นที่ทำงานตลอด
เวลาเพื่อทำหน้าที่ เช่น สั่งให้หยุดการทำงานไว้
ชั่วคราวในทันที ในกรณีที่มีเหตุซึ่งอาจก่อให้เกิด
อันตรายต่อลูกจ้างหรือลูกจ้างแจ้งว่าอาจเกิด
อันตราย จนกว่าเหตุนั้นจะหมดไป และหากจำเป็นจะ
ขอให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุญาตตํามข้อ ๑๗
ยกเลิกการอนุญาตให้ลูกจ้างทำงานในที่อับอากาศนั้น
เสียก็ได้

ขั้นตอนการปฏิบัติหลังทำงานในที่อับอากาศ



- ให้นายจ้างเก็บบันทึกผลการตรวจวัด การประเมินสภาพอากาศ และการดำเนินการเพื่อให้สภาพอากาศ
ในที่อับอากาศไม่มีบรรยากาศอันตรายไว้ ณ สถานประกอบกิจการ หรือสถานที่ทำงานเพื่อให้พนักงาน
ตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้อย่างน้อยหนึ่งปี

ให้นายจ้างเก็บหนังสืออนุญาตให้ลูกจ้างทำงานในที่อับอากาศตามข้อ ๑๘ (รายละเอียดในหนังสืออนุญาตการ
ทำงานในที่อับอากาศ) ไว้ ณ สถานประกอบกิจการหรือสถานที่ทำงาน เพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัย
ตรวจสอบได้และให้ปิดหรือแสดงสำเนาหนังสือดังกล่าวไว้ที่บริเวณทางเข้าที่อับอากาศให้เห็นชัดเจนตลอดเวลา
ที่ลูกจ้างทำงาน

ขั้นตอนการปฏิบัติที่ได้ศึกษาเพิ่มเติมจากเว็บไซต์

หากต้องหยุดปฏิบัติงานชั่วคราว (หลังจากผู้ปฏิบัติงานออกมาจากที่อับอากาศแล้ว) จะต้องมีการปิด
ช่องทาง เข้า–ออก โดยมีป้ายเครื่องหมายแสดง “ ที่อับอากาศ อันตราย ห้ามเข้า ” ติดไว้ให้เห็นเด่นชัด
- ให้ผู้ปฏิบัติงานลงชื่อ/เวลาที่เข้า-ออก
- ก่อนและหลังปฏิบัติงาน ต้องตรวจเช็คจำนวนผู้ปฏิบัติงานร่วมทีมงานทุกครั้ง
- หลังจากปฏิบัติงานเสร็จแล้วทุกครั้ง ให้ทำการตรวจสอบอุปกรณ์การทำงานในที่อับอากาศ เช่น
เครื่องช่วยหายใจ (SCBA) เชือกนิรภัย หรืออุปกรณ์ป้องกันอันตรายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้อยู่ในสภาพ
พร้อมใช้งาน อยู่ตลอดเวลา และหากเครื่องช่วยหายใจ (SCBA) ถูกนำไปใช้งานจนอากาศภายในถัง
หมดแล้วหรือเหลือน้อยกว่าที่จะนำไปใช้งานเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ปฏิบัติงานได้ ให้ทำการแยก
ออกจากจุดเก็บหรือติดป้ายบ่งชี้ว่า “ถังเก็บอากาศหมดแล้ว รอส่งไปเติม”
การขอปิดงาน
- งานเสร็จตามกำหนด เจ้าของงานนำใบอนุญาตคืนผู้ออกใบอนุญาตพร้อมแจ้งขอปิดงาน
- หัวหน้าหน่วยงาน ผู้รับผิดชอบสถานที่ ร่วมกับผู้ขออนุญาต ตรวจสอบความเรียบร้อยเก็บรวบรวม
ใบอนุญาตทั้ง 2 ฉบับคืนให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป. วิชาชีพ)
- หัวหน้าหน่วยงานผู้รับผิดชอบสถานที่นำใบอนุญาตเก่าที่หมดอายุส่ง เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย
(จป.วิชาชีพ)

การจัดทำใบขออนุญาตการทำงานในสถานที่อับอากาศ

หมวด ๓ การอนุญาต ข้อ ๑๘ ได้กำหนดให้ จัดให้มีหนังสืออนุญาตให้ลูกจ้างทำงานใน
ที่อับอากาศทุกครั้ง (CONFINED SPACES ENTRY PERMIT) ซึ่งในหนังสือนั้นต้องมี
รายละเอียด ดังนี้เป็นอย่างน้อย

(๑) ที่อับอากาศที่อนุญาตให้ลูกจ้างเข้าไปทำงาน
คือ ชื่อที่อับอากาศ ตามรายการ (LIST) ที่ได้จัดทำไว้อยู่แล้ว
(๒) วัน เวลาในการทำงาน
ควรกำหนดวันที่ปฏิบัติงาน เวลาเริ่ม และเวลาสิ้นสุดไว้ด้วย ซึ่งใบอนุญาต ๑ ใบต้องใช้ในการเข้าไปปฏิบัติงาน
๑ ครั้ง
(๓) งานที่ให้ลูกจ้างเข้าไปทำ
ควรระบุให้ชัดเจนถึงงานที่เข้าไปทำ เช่น ซ่อมบำรุงด้วยการเชื่อม, ทำความสะอาด เป็นต้น
(๔) ชื่อลูกจ้างที่อนุญาตให้เข้าไปทำงาน
ลูกจ้างทุกคนที่ระบุชื่อต้องมีใบผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรที่กำหนด พร้อมแนบใบรับรองแพทย์
(๕) ชื่อผู้ควบคุมงาน
ผู้ควบคุมงาน ต้องมีใบผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรที่กำหนด
(๖) ชื่อผู้ช่วยเหลือ
ผู้ช่วยเหลือ ต้องมีใบผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรที่กำหนด
(๗) อันตรายที่ลูกจ้างอาจได้รับ และวิธีการปฏิบัติตนและการช่วยเหลือลูกจ้างออกจากที่อับอากาศในกรณี
ฉุกเฉิน และวิธีการหลีกหนีภัย
อาจจะใช้แบบชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยงแนบ
(๘) ผลการประเมินสภาพอันตรายและบรรยากาศอันตราย
เช่น ผลการตรวจวัดปริมาณออกซิเจน, ผลการตรวจวัดสารเคมีหรือก๊าซพิษ เป็นต้น
(๙) มาตรการความปลอดภัยที่เตรียมไว้ก่อนการให้ลูกจ้างเข้าไปทำงาน
(๑๐) อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล และอุปกรณ์ช่วยเหลือและช่วยชีวิต
มาตรการความปลอดภัย และอุปกรณ์ฯ ที่จำเป็นต้องใช้/ต้องมี อาจกำหนดรายการมาจาก "การชี้บ่ง
อันตรายและประเมินความเสี่ยง"
(๑๑) ชื่อและลายมือชื่อผู้ขออนุญาต และชื่อและลายมือชื่อผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการขออนุญาต (ผู้อนุญาต)
ผู้อนุญาต ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ/มอบหมายหน้าที่จากนายจ้างด้วย
(๑๒) ผลการตรวจสุขภาพของผู้ปฏิบัติในที่อับอากาศ โดยมีใบรับรองแพทย์

ตัวอย่างใบขออนุญาต

ตัวอย่างใบขออนุญาต

THYAONUK


Click to View FlipBook Version