The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สไลด์ประกอบเนื้อหา เรื่อง Plant Transpotation

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by todsapon, 2021-04-29 02:29:55

Plant Transpotation

สไลด์ประกอบเนื้อหา เรื่อง Plant Transpotation

Keywords: ชีววิทยา,biology

Plant Transpotation

M. Todsapon Kositpon

Root structure

• ปลายราก (root tip) ประกอบดว้ ยบริเวณต่างๆ 4
บริเวณ เรียงลาดับจากปลายสุดข้นึ มา ดังนี้

• บริเวณหมวกราก (Region of root cap)
• บรเิ วณเซลล์แบ่งตัว (Region of cell division)
• บรเิ วณเซลล์ยืดตัว (Region of cell elongation)
• บริเวณเซลล์มีการเปลี่ยนแปลงไปทาหน้าที่เฉพาะ

และเจริญเติบโตเต็มที่ (Region of cell
differentiation and maturation)



• สาหรับบริเวณเซลล์ที่มีการเปลี่ยนไปทาหน้าที่
เฉพาะแล้วนั้น เมื่อพิจารณาตามขวาง จะแบ่ง
ออกเป็นบริเวณต่างๆ จากชั้นนอกสุดเข้าไปข้าง
ในสุดดังน้ี

Epidermis

• เป็นเนือ้ เยือ่ ที่อยูช่ ั้นนอกสุด
• บางเซลล์เจริญเป็นขนราก ช่วยในการดูดน้า

และแร่ธาตุต่างๆ ให้แก่พืช







Cortex

• อยูร่ ะหว่าง Epidermis และ Vascular tissue
• ประกอบดว้ ยเซลล์ Parenchyma เปน็ ส่วนใหญ่
• ทาหน้าที่ในการสะสมอาหาร
• อยู่ชั้นในสุดของชั้น Cortex จะเป็นเนื้อเยื่อ

Endodermis
• ทาหน้าทีค่ วบคมุ การลาเลียงนา้







Stele

• อยู่ถัดจาก endodermis ประกอบดว้ ย
• Pericycle ชั้นของเซลล์ที่ต่อจาก endodermis

เขา้ มาเรียงตัวแถวเดยี วหรอื 2 แถว

• เป็นจุดกาเนิดของรากแขนง (Secondary
root/Lateral root)

• Vascular bundle หรือ Vascular tissue
• ประกอบด้วย Xylem Phloem และ Vascular
cambium

• มีการจัดเรียงตัวในพืช Monocot และพืช Dicot
แตกตา่ งกัน

• ตรงกลางของรากพืช Monocot เป็นเนื้อเยื่อ
Parenchyma เรียกชัน้ นี้ว่า Pith แต่จะไมพ่ บใน
รากพืช Dicot













Stem structure

• การเรียงตัวของเนื้อเยื่อในลาต้นพืช มีความ
คลา้ ยคลงึ กับราก แต่มีความแตกต่างดังตอ่ ไปนี้

Epidermis

• อยู่ชั้นนอกสุด บางส่วนมีการเปลี่ยนแปลงเป็นขน
หนาม

• ในพืชที่มีเนื้อไม้จะพบเฉพาะในปีแรกๆ แต่ในปีต่อๆ
มา จะมีเซลล์ Cork เจริญกลายเป็นเปลือกไม้
(Bark) และดันให้ Epidermis หลุดไป





Cortex

• มีอาณาเขตแคบกว่าในราก
• ประกอบด้วยเซลล์ Parenchyma เรียงตัวกัน

หลายชั้น ส่วนใหญ่สังเคราะห์ด้วยแสงได้
นอกจากนยี้ ังชว่ ยสะสมน้าและอาหารใหแ้ กพ่ ืช

• ชั้นคอร์เทกซ์ที่อยู่ติดกับเอพิเดอร์มิส 2-3 แถว
คือ Collenchyma และมี Sclerenchyma แทรก
อยูช่ ่วยใหล้ าตน้ แขง็ แรงขึน้

• การแตกกิ่งของพืชจะแตกในชั้นนี้เรียกว่า
Exogenous branching ซ่งึ แตกต่างจากราก

• ชั้นในของคอร์เทกซ์คือ Endodermis เรียงตัว
ชัน้ เดียวในลาตน้

• พืชส่วนใหญ่มักเห็นชั้น Endodermis ได้ไม่
ชัดเจนหรอื ไมเ่ หน็ เลย

• เซลล์ที่ทาหน้าทีห่ ลัง่ สาร (Secretory Cell) เช่น
Resin, Latex ก็อยูใ่ นชั้นนี้



Stele

• อยู่ถัดจากชั้นคอร์เทกซ์เข้ามา ในลาต้นจะแยก
ออกจากชัน้ คอร์เทกซไ์ ดไ้ ม่ชัดเจนนัก

• ประกอบดว้ ย 2 สว่ น คือ

Vascular bundle

• อยู่ถัดจากชั้นคอร์เทกซ์เขา้ มา
• ประกอบด้วย Phloem อยูช่ ั้นนอกสดุ
• ถัดเข้ามาเป็น Vascular cambium เรียงตัวอยู่

แถวเดยี ว
• ชัน้ ในสุดคอื Xylem

• ในพืชใบเลี้ยงคู่ เนื้อเยื่อลาเลียงจะเรียงตัวเป็น
มัดและเรียงเปน็ วงรอบลาตน้

• ระหว่างมัดท่อลาเลียงจะมีเนื้อเยื่อพาเรงไคมา
แทรกอยูเ่ รียกว่า Pith ray

• ทาหน้าที่ลาเลียงน้า แร่ธาตุ และสารอาหารไป
ตามแนวรัศมีของลาต้น

• สาหรับพืชใบเลี้ยงเดี่ยว เนื้อเยื่อลาเลียงจะ
รวมกันเป็นมัดแทรกกระจัดกระจายทั่วไป
ภายในลาตน้ ไม่เรียงเปน็ วงเหมือนพืชใบเลีย้ งคู่

• ไม่มีวาสคิวลารแ์ คมเบียมอยูใ่ นมัดทอ่ ลาเลียง

Pith

• อยู่ชั้นในสุดของลาต้นพืชใบเลี้ยงคู่โดยถัดจาก
เนือ้ เยือ่ ลาเลียงเขา้ มา

• ประกอบด้วยเนือ้ เยื่อ Parenchyma
• ทาหนา้ ที่สะสมแป้งและสารตา่ งๆ
• ในไม้เนื้อแข็ง ชั้นนี้จะมีความแข็งแรงมากเนื่องจาก

มีสารลิกนินสะสมอยู่
• สาหรับพืชใบเลี้ยงเดี่ยว จะไม่มีชั้นนี้ แต่จะมีลักษณะ

เปน็ ชอ่ งว่างแทน เรียกว่า Pith cavity







การลาเลียงในพืช

• พืช ที่ วิวัฒนาการมาอยู่บนบก ต้องปรับ
โครงสรา้ งใหเ้ หมาะกับการดารงชีวิต...อยา่ งไร?

• ใบทาหนา้ ที่สังเคราะหด์ ว้ ยแสง
• รากทาหนา้ ที่ดูดนา้ และเกลือแร่
• นา้ มีความสาคัญต่อพืชอย่างไร?

เมแทบอลิ ตัวทา
ซมึ ละลาย

สารหล่อ ความสาคัญ สังเคราะ
ลืน่ ของนา้ ตอ่ พืช ห์ดว้ ยแสง

รักษา ลาเลียง
สมดุล สาร

• มีเส้นทางลาเลียงน้าและเกลือแร่จากรากผ่าน
ลาตน้ สูย่ อด  Xylem

• และเส้นทางลาเลียงสารอาหารจากส่วนยอดลง
ไปเลีย้ งสว่ นราก  Phloem

• พืชมีวิธีการลาเลียงน้าและสารอาหารอยา่ งไร?

การลาเลียงน้าจากดนิ สู่รากพืช

ดนิ
Root hair
Cortex
Endodermis
Pericycle
Xylem









Active การดูดน้า Passive
absorption ของพืช absorption
การดูดนา้ ของ การดูดน้าโดย
รากโดยตรง อาศัยการคาย

นา้

Imbibition

กลไกการลาเลียงนา้ ในต้นพืช

• Non – vascular plant  แพร่จากเซลลห์ นึง่
ไปยังอีกเซลลห์ น่งึ

• Vascular plant  พืชมีท่อลาเลียง มีการ
ลาเลียงนา้ 3 ชอ่ งทาง คือ

Apoplast route

การลาเลยี งนา้ ผ่านทาง
ผนังเซลล์หรือทางช่องวา่ ง

ระหวา่ งเซลล์

Symplast route Transmembrane route

การลาเลียงน้าผา่ นทาง การลาเลยี งผ่านเยื่อหุม้
cytoplasm และ ระหวา่ งสองเซลล์
plasmodesmata





การลาเลียงน้าในลาต้นพืช

• มี ค ว า ม ส า คั ญ กั บ พื ช ที่ อ า ศั ย อ ยู่ บ น บ ก
โดยเฉพาะไมย้ ืนตน้ ที่มีความสงู

• อาศัยแรง 3 แรง คือ

Root pressure

เกิดขณะมีน้าในดินมาก อัตราการดูดน้ามากกว่าการ
คายน้า เมือ่ สะสมสารละลายในไซเลม็ มาก ทาให้โมเลกุล
น้าเคลื่อนเข้าสูไ่ ซเล็มโดยการออสโมซสิ ผนังของเอนโด
เดอร์มิสจะกั้นการไหลออกของน้า ทาให้น้าเคลื่อนข้ึนสู่
เบื้องบนได้ ในพืชที่มีความสูงมากอาจไม่มีแรงดันราก
ดังนั้น แรงดันราก จึงไม่ใช่แรงหลักในการลาเลียงน้า
และแร่ธาตขุ ้นึ สูย่ อดลาตน้ ของพืช


Click to View FlipBook Version