ผ้จู ัดทำ
นำงสำวกรกนก มะลทิ อง
โรงเรยี นบำ้ นเบกิ ไพร
สำนักงำนเขตพน้ื ทก่ี ำรศกึ ษำประถมศึกษำรำชบุรี เขต 1
คำนำ
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) เล่มนี้ มี
เนื้อหาเก่ียวกับความหมายของคา ประสม
ลักษณะของคาประสม วิธีสร้างคาประสม และ
ขอ้ สงั เกตเก่ยี วกับคาประสม
ผู้ จั ด ท า ห วั ง เ ป็ น อ ย่ า ง ย่ิ ง ว่ า ห นั ง สื อ
อิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) เล่มนี้ จะเป็นประโยชน์
สาหรับผู้เรียนและผู้ที่สนใจศึกษาหาความรู้
เพม่ิ เตมิ ไมม่ ากกน็ ้อย
นางสาวกรกนก มะลิทอง
ผจู้ ดั ทา
สำรบญั หนำ้
1
คาประสมคอื อะไร 2
ลกั ษณะของคาประสม 3
วธิ สี รา้ งคาประสม 6
ขอ้ สังเกตเก่ียวกับคาประสม 8
บรรณานุกรม
คำประสมคืออะไร ?
คำประสม หมายถึง การนาคามูลตั้งแต่
2 คาข้ึนไป มาประสมกันเป็นคาใหม่ คาท่ี
นามาประสมกันตอ้ งมีความหมายตา่ งกัน เม่ือ
รวมกันแล้วเกิดความหมายใหม่ โดย
ความหมายใหม่ที่ได้ยังคงเค้ากับความหมาย
เดิม หรืออาจมีความหมายโดยนัยเชิงอุปมาก็
ได้
ลักษณะของคำประสม
1. คำที่นำมำประสมต้องเขยี นต่ำงกัน
เช่น พอ่ + ครวั = พอ่ ครัว
2. คำที่นำมำประสมต้องมีควำมหมำย
ต่ำงกนั เชน่
เตา (คานาม) + รีด (คากรยิ า) = เตารีด
3. เม่ือประสมคำแล้วจะได้ศัพท์ใหม่ มี
ควำมหมำยใหมท่ ่คี ลำ้ ยเนือ้ ควำมเดมิ เช่น
ราว + ตาก + ผา้ = ราวตากผ้า
(หมายถึง ไมห้ รือเสน้ ราวเอาไวต้ ากผา้ )
รถ + ด่วน = รถด่วน (หมายถึง รถท่ีวิ่ง
ดว้ ยความเรว็ สงู เปน็ พเิ ศษ)
วิธีสร้ำงคำประสม
1. คำนำม ประสมกบั คำวเิ ศษณ์
เชน่ มดแดง, รถดว่ น, น้าแข็ง, หัวอ่อน
2. คำนำม ประสมกับ คำกรยิ ำ
เช่น ไม้เท้า, มา้ น่ัง, ของกินเลน่ , เครือ่ งบนิ
3. คำนำม ประสมกบั คำนำม
เช่น แกงไก,่ น้าส้ม, หบี เพลง, ขา้ วของ
4. คำนำม ประสมกบั คำบุพบท
เชน่ คนกลาง, เมอื งนอก, เคร่ืองใน
5. คำกริยำ ประสมกับ คำกรยิ ำ
เช่น วิ่งเต้น, ต้มยา, พิมพ์ดีด, วาดเขียน
6. คำกรยิ ำ ประสมกับ คำนำม
เช่น กินเสน้ , วางใจ, ถอื ตัว
7. คำวิเศษณ์ ประสมกบั คำนำม
เชน่ ดใี จ, หลายใจ, แข็งขอ้
8. คำบพุ บท ประสมกบั คำนำม
เชน่ นอกใจ, นอกคอก, เหนอื หัว
9. คำภำษำตำ่ งประเทศประสมกับคำไทย
ภำษำไทย ประสมกับ ภำษำเขมร
เชน่ ของขลัง, นายตรวจ
ภำษำไทย ประสมกับ ภำษำจนี
เช่น กินโตะ๊ , เขา้ หุน้
ภำษำไทย ประสมกบั ภำษำบำลี
เชน่ ตูน้ ิรภัย, แม่พมิ พ์
10. สร้ำงคำเลียนแบบคำสมำส
เช่น พลเมือง, พลขบั , ผลไม้, คุณค่า
11. คำประสมบำงคำมีควำมหมำยโดยนัย
ในเชิงอปุ มำ เชน่
หลายใจ = คนหลายใจ
(คนจิตใจโลเลชอบหลายอยา่ ง)
หัวไม้ = นักเลงหวั ไม้ (นกั เลงอนั ธพาล)
12. คำทีข่ ึน้ ตน้ ด้วย นัก, ชำว, กำร, ควำม,
เร่ือง, โรง, ช่ำง, หมอ, ของ, ผู้, ที่, เคร่ือง
จดั เปน็ คำประสม เชน่
ช่าง เช่น ชา่ งไม,้ ช่างเงิน, ช่างทอง
13. คำประสมท่ีสร้ำงจำกกำรจำแนกคน
สตั ว์ สง่ิ ของ ลักษณะ อำกำร เช่น
คน เช่น คนกลาง, คนนอก, คนใน
ขอ้ สังเกตเกยี่ วกบั คำประสม
1. คำประสมจะต้องประกอบด้วย 2 ส่วน
ส่วนหน่ึงจะเป็นคำหลัก อีกส่วนหนึ่งเป็น
คำประกอบขยำย เชน่
นา้ ปลา, บา้ นพัก, ผงซกั ฟอก, โรงรบั จานา
2. ควำมหมำยของคำท่ีนำมำประสมกัน
ต้องไม่เหมือนกัน ใกล้เคียงกัน หรือตรงกัน
ขำ้ มกัน ซง่ึ เป็นคำซอ้ นไมใ่ ช่คำประสม เชน่
คาซ้อน ไดแ้ ก่ เส่อื สาด, หน้าตา, ขาวดา
3. คำที่นำมำประสมกันต้องมีควำมหมำย
ใหม่ เกดิ เปน็ ศัพทใ์ หม่ขึ้นมำ เชน่
แม่ + น้า = แมน่ ้า (ลาน้าขนาดใหญ่)
4. คำที่นำมำประสมกันแล้วไม่มีควำมหมำย
ใหม่ ไม่เกิดศัพท์ใหม่ทั้งควำมหมำยโดยตรง
และควำมหมำยโดยนัย ถือว่ำไม่ใช่คำประสม
อำจเปน็ กลมุ่ คำหรือประโยคกไ็ ด้ เช่น
ปาก + กา = ปากกา (ปากของกา)
ตา + กวาง = ตากวาง (ตาของกวาง)
ลกู + แมว = ลกู แมว (ลกู ของแมว)
การสรา้ งคา - SlideShare
https://www.slideshare.net/
ssuserf64384/ss-15016285