แผนการจดั การเรียนรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ ป.6
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 24
สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์ รหัสวชิ า ว 16101
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 6 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2562
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 เรือ่ ง การแยกสารในชวี ิตประจำวัน เวลา 1 ชวั่ โมง
วนั ท.ี่ ...........เดือน..........................................พ.ศ.......................
ครผู ู้สอน นางสาวนูรมัน ปาแนแจกะ
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เขา้ ใจสมบตั ขิ องสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งสมบัติของสสารกับ
โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด
สารละลาย และการเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมี
2. ตัวช้ีวัดช้นั ปี
อธิบายและเปรียบเทยี บการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก
การกรอง และการตกตะกอน โดยใชห้ ลักฐานเชิงประจักษ์ รวมทง้ั ระบวุ ธิ ีแกป้ ัญหาในชวี ิตประจำวันเกี่ยวกับการ
แยกสาร (ว 2.1 ป. 6/1)
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. สำรวจการแยกสารในชีวิตประจำวนั ได้ (K)
2. มีความสนใจใฝ่ร้หู รอื อยากร้อู ยากเห็น (A)
3. พอใจในประสบการณ์การเรยี นรูท้ เ่ี กีย่ วกบั วทิ ยาศาสตร์ (A)
4. ทำงานร่วมกบั ผอู้ ่นื อยา่ งสร้างสรรค์ (A)
5. สอื่ สารและนำความรูเ้ รื่องการแยกสารในชีวติ ประจำวนั ไปใช้ในชวี ิตประจำวันได้ (P)
4. สาระสำคญั
การแยกสารวิธีต่างๆ ต้องสังเกตลักษณะและสมบัติของสารที่ผสมกัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญใน
การเลือกวิธีการที่เหมาะสมเพื่อใช้แยกสาร ซึ่งการแยกสารบางชนิดในชีวิตประจำวันอาจต้องใช้วิธี
แยกสารมากกวา่ 1 วิธี เพ่อื ใหไ้ ด้สารท่ีตอ้ งการ
5. สาระการเรียนรู้
การแยกสาร
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ป.6
6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทำงาน
4. มจี ิตวทิ ยาศาสตร์
7. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
8. ชิ้นงานหรือภาระงาน
สำรวจการแยกสารในชีวติ ประจำวัน
9. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำเข้าสู่บทเรยี น
1) ครูถามคำถามเกย่ี วกับประสบการณ์เดิมของนกั เรยี น เชน่
– ถ้าต้องการแยกเศษผงออกจากน้ำควรใชว้ ิธีใด (แนวคำตอบ การกรอง)
– ถ้าตอ้ งการแยกกรวดออกจากขา้ วสารควรใช้วธิ ีใด (แนวคำตอบ การร่อน)
2) นักเรียนร่วมกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบ เพื่อเชื่อมโยงไปสูก่ ารเรียนรู้เรือ่ ง
การแยกสารในชีวติ ประจำวัน
ข้นั จัดกิจกรรมการเรียนรู้
จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ร่วมกับแบบกลับด้าน
ชัน้ เรยี น (flipped classroom) ซึ่งมขี นั้ ตอนดังน้ี
1) ขน้ั สร้างความสนใจ (Engagement)
(1) ครูถามคำถามนกั เรยี นเพื่อกระตนุ้ ความสนใจ เช่น
– การกรองและการร่อนมลี ักษณะใดเหมือนกัน (แนวคำตอบ การกรองและการร่อนต้องใช้อุปกรณ์
ท่ีมีรพู รุนเพื่อแยกของผสมออกจากกันเหมือนกนั )
– การกรองและการร่อนมีลกั ษณะใดแตกต่างกัน (แนวคำตอบ การกรองใชแ้ ยกของแข็งท่ีไม่ละลาย
ในของเหลวออกจากของเหลว สว่ นการร่อนใชแ้ ยกของแข็งออกจากของแขง็ )
(2) นักเรยี นร่วมกนั อภปิ รายหาคำตอบเก่ยี วกบั คำถามตามความคิดเห็นของแต่ละคน
แผนการจดั การเรียนร้วู ชิ าวิทยาศาสตร์ ป.6
2) ขนั้ สำรวจและค้นหา (Exploration)
(1) ครูให้นักเรียนสำรวจการแยกสารบริเวณโรงเรียนหรือชุมชน พร้อมกับระบุวิธีแยกสารที่ใช้ แล้ว
นำเสนอหน้าห้องเรียน
(2) ครคู อยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบตั ิกิจกรรม โดยครเู ดินดูบริเวณท่นี ักเรียนสำรวจและเปิด
โอกาสให้นักเรียนทุกคนซกั ถามเมือ่ มีปัญหา
3) ขั้นอธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation)
(1) นักเรียนแตล่ ะกลุม่ นำเสนอผลการปฏิบตั กิ จิ กรรมหนา้ ห้องเรียน
(2) ครูและนกั เรยี นรว่ มกันอภปิ รายผลจากการปฏบิ ัติกิจกรรม โดยใช้แนวคำถาม เชน่
– ยกตัวอย่างการแยกสารที่สำรวจได้มา 2 ตัวอย่าง (แนวคำตอบ การแยกเศษขยะจากน้ำที่ไหลลง
ท่อระบายน้ำดว้ ยการกรอง และการแยกกรวดและหนิ ออกจากทรายท่ีใช้ในการก่อสร้างดว้ ยการร่อน)
– วิธแี ยกสารทีพ่ บมากท่สี ดุ คอื วธิ ใี ด (แนวคำตอบ การกรอง)
– การแยกสารผสมใดที่ต้องใช้วิธีการแยกสารมากกว่า 1 วิธี และใช้วิธีการแยกสารใดบ้าง (แนว
คำตอบ การทำน้ำหมักชีวภาพใช้การตกตะกอนเพื่อตกตะกอนชิ้นผลไมท้ ี่นำมาทำนำ้ หมักชีวภาพ ใช้การรินออก
เพื่อรินเฉพาะของเหลวออกจากสารผสม และใช้การกรองเพื่อให้ไดเ้ ฉพาะของเหลวที่ไม่มีเศษผลไม้ขนาดเลก็ ปน
อยู่)
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบตั ิกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า เมื่อพิจารณา
ลักษณะและสมบตั ิของสารทผ่ี สมกนั ได้ เรากส็ ามารถใช้วิธกี ารแยกสารท่ีเหมาะสมเพ่ือแยกสารทีต่ ้องการได้
4) ข้ันขยายความรู้ (Elaboration)
(1) ครูอธิบายเรื่องน่ารู้ เรื่อง เครื่องกรองน้ำ ให้นักเรียนเข้าใจว่า เครื่องกรองน้ำทำให้น้ำสะอาดขึ้นได้
ด้วยการกรอง แต่เทคโนโลยใี นปจั จุบนั ช่วยให้เครื่องกรองน้ำมปี ระสทิ ธิภาพมากขน้ึ เชน่ การผลิตไส้กรองท่ีกรอง
อนุภาคไดเ้ ลก็ ถงึ 0.5 ไมครอน และการเพ่มิ หลอดยวู ีเพ่อื กำจดั เชอ้ื โรค
(2) ครใู ห้นักเรียนเลน่ เกม คน้ หาคำศพั ท์ จากหวั ข้อสนุกทำ สนกุ คิด กับวทิ ยาศาสตร์ ตามทีก่ ำหนด
5) ข้ันประเมนิ (Evaluation)
(1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างที่ยังไม่
เขา้ ใจหรือยังมีขอ้ สงสยั ถ้ามี ครูชว่ ยอธิบายเพิม่ เติมให้นักเรยี นเขา้ ใจ
(2) นักเรยี นรว่ มกันประเมนิ การปฏบิ ตั ิกิจกรรมกลุ่มว่ามปี ัญหาหรืออปุ สรรคใด และได้มีการแก้ไขอย่างไร
บา้ ง
(3) ครูและนักเรยี นร่วมกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับประโยชน์ทีไ่ ดร้ ับจากการปฏิบตั กิ ิจกรรม และการ
นำความรูท้ ี่ไดไ้ ปใช้ประโยชน์
(4) ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เช่น
แผนการจดั การเรียนรู้วิชาวทิ ยาศาสตร์ ป.6
– ถ้าต้องการแยกใบชาออกจากน้ำชา วัสดุกรองต้องมีลักษณะสำคัญใด (แนวคำตอบ รูของวัสดุ
กรองตอ้ งมีขนาดเลก็ กวา่ ขนาดของใบชา)
– การรินออกใช้แยกน้ำปูนใสออกจากสารผสมได้หรือไม่ เพราะอะไร (แนวคำตอบ ได้ เพราะปูน
แดงมขี นาดใหญ่จึงตกตะกอนเมื่อต้ังท้ิงไว้ การรนิ นำ้ ปูนใสท่ีอยู่ส่วนบนออกจะสามารถแยกน้ำปูนใสออกจากสาร
ผสมได้)
ข้ันสรปุ
1) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการแยกสารในชีวิตประจำวัน โดยร่วมกันเขียนเป็นแผนท่ี
ความคดิ หรือผงั มโนทศั น์
2) ครูดำเนินการทดสอบหลังเรียน โดยให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อวัดความก้าวหน้า/
ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 3 ของนกั เรยี น
3) ครูเชื่อมโยงเนื้อหาจากบทเรียนนี้กับบทเรียนชั่วโมงหน้า เพื่อให้นักเรียนเตรียมความพร้อมในการ
เรียนช่ัวโมงตอ่ ไป โดยการใชค้ ำถามกระตุ้น ดงั นี้
– ถ้าเราไม่มีแม่เหล็ก เรามวี ธิ ีใดทจ่ี ะแยกเศษกระดาษออกจากลวดเยบ็ กระดาษได้ (แนวคำตอบ ทำ
ใหเ้ กิดแรงไฟฟ้าทีป่ ลายไมบ้ รรทดั พลาสติกเพื่อดึงดดู เศษกระดาษให้แยกออกมา)
4) ครูมอบหมายให้นักเรียนไปศึกษาค้นคว้าเนื้อหาของบทเรียนชั่วโมงหน้า เพื่อจัดการเรียนรู้ครั้งต่อไป
โดยใหน้ กั เรียนศกึ ษาคน้ ควา้ ลว่ งหนา้ ในหัวขอ้ แรงไฟฟา้
5) ครูให้นักเรียนเตรียมประเด็นคำถามที่สงสัยมาอย่างน้อยคนละ 1 คำถาม เพื่อนำมาอภิปรายร่วมกัน
ในหอ้ งเรียนครั้งตอ่ ไป
10. สื่อการเรียนรู้
1. แบบทดสอบหลังเรียน
2. หนังสอื เรยี นภาษาตา่ งประเทศหรืออนิ เทอรเ์ นต็
3. คมู่ ือการสอน วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6
4. สอ่ื การเรียนรู้ PowerPoint รายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปีที่ 6
5. แบบฝกึ ทกั ษะรายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6
6. หนังสือเรียนรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6
แผนการจดั การเรียนรู้วชิ าวิทยาศาสตร์ ป.6
11. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
จติ วทิ ยาศาสตร์ (A)
1. ซักถามความรูเ้ รื่องการแยกสารใน 1. ประเมินเจตคติทางวทิ ยาศาสตร์ 1. ประเมนิ ทกั ษะการคิดโดย
ชวี ติ ประจำวัน เปน็ รายบุคคลโดยการสังเกตและ การสงั เกตการทำงานกลมุ่
2. ตรวจช้ินงานหรอื ภาระงานของ ใช้แบบวัดเจตคติทาง 2. ประเมนิ พฤติกรรมในการ
กิจกรรมฝึกทักษะระหว่างเรยี น วทิ ยาศาสตร์ ปฏบิ ัติกจิ กรรมเปน็ รายบุคคล
3. ทดสอบหลงั เรียนโดยใช้ 2. ประเมนิ เจตคติตอ่ วทิ ยาศาสตร์ หรอื รายกลมุ่ โดยการสงั เกต
แบบทดสอบหลังเรยี น เปน็ รายบุคคลโดยการสังเกตและ การทำงานกลุ่ม
ใช้แบบวดั เจตคตติ ่อวิทยาศาสตร์
แผนการจดั การเรียนร้วู ชิ าวิทยาศาสตร์ ป.6
12. บันทึกผลหลังการจดั การเรยี นรู้
12.1 สรปุ ผลหลังการจดั การเรียนรู้
1. นกั เรียนจำนวน..................คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้......................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ..................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู.้ .................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..................
นกั เรยี นนไ่ี มผ่ า่ น มีดังนี้
1............................................................ 2............................................................
3............................................................ 4............................................................
5............................................................ 6............................................................
แนวทางแก้ไขนักเรยี นที่ไมผ่ ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้
.........................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................
2. นกั เรียนมีความรูค้ วามเข้าใจ (K)
............................................................................................................................. ............................
...................................................................................................................................................
3. นกั เรยี นมคี วามรู้เกิดทกั ษะ (P)
............................................................................................................................. ............................
............................................................................................................................. ......................
4. นกั เรยี นมีเจตคติ ค่านยิ ม คณุ ธรรมจริยธรรม (A)
.........................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................
12.2 ปญั หา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
12.3 ขอ้ เสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงชือ่ ..................................................
(.................................................)
ตำแหน่ง.....................................
แผนการจดั การเรยี นรู้วิชาวทิ ยาศาสตร์ ป.6
ความเห็นของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ผ้ทู ีไ่ ด้รับมอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ................................................................แลว้ มีความเห็นดงั น้ี
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรงุ
2. การจดั กิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
เนน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อย่างเหมาะสม
ยงั ไม่เนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
3. เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
นำไปใช้ไดจ้ รงิ
ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ
.................................................................................................................................................... .............................
...................................................................................................... ...........................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
ลงช่อื ..................................................
(.................................................)
ตำแหน่ง............................................