The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ม.๖/๒ กลุ่มที่๑ เรื่องขัตติยพันธกรณี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 31.Suchada Nuthong, 2023-08-27 00:55:08

ม.๖/๒ กลุ่มที่๑ เรื่องขัตติยพันธกรณี

ม.๖/๒ กลุ่มที่๑ เรื่องขัตติยพันธกรณี

ขัตติยพันธกรณี จัดท ำโดย นำงสำว กุลธิดำ มำลัย เลขที่๒ นำงสำว นันทจิรำ เพชรกล้ำ เลขที่๖ นำงสำว ใบบัว จันทะเสน เลขที่๘ นำงสำว ปำณิตำ กรวิทยโยธิน เลขที่๑๓ นำงสำว ภรภัทร โมอุ่ม เลขที่ ๑๙ นำงสำว สรัลรัตน์ เอี่ยมสอำด เลขที่ ๒๒ นำงสำว สิทธิตรำ พิชัยชม เลขที่๒๓ นำงสำว อนุธยำน์ สมใจเพ็ง เลขที่๒๕ นำงสำว อริสำ แว่นแก้ว เลขที่ ๒๗ นำงสำว กชกร ม่วงเพ็ชร เลขที่ ๒๙ นำงสำว สุชำดำ หนูทอง เลขที่ ๓๑ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปี ที่ ๖/๒ เสนอ คุณครู ชมัยพร แก้วปำนกัน อิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชำภำษำไทยพื้นฐำน ท๓๓๑๐๑ ภำคเรียนที่ ๑ ปี กำรศึกษำ ๒๕๖๖ โรงเรียน สงวนหญิงจังหวัดสุพรรณบุรี


คํานํา รายงานฉบบัน้ีจดัทาํข้ึนมาเพื่อเป็นการศึกษาส่วนหน่ึงในวิชาภาษาไทยพ้ืนฐาน มัธยมศึกษาปี ที่๖ เพื่อ ค้นคว้าความรู้ในการอ่านและพิจารณาวรรณคดี เรื่องขัตติยพันธกรณี ซี่งเป็นพระราชนิพนธ์ใน พระบาทสมเดจ็พระจุลจอมเกลา้เจา้อยู่หัวและสมเดจ็พระเจา้บรมวงศเ์ธอกรมพระยาดาํรงราชานุภาพ ท้งัน้ี ในอิเล็กทรอนิกส์ฉบบัน้ีเน้ือหาซ่ึงประกอบดว้ยความรู้เกี่ยวกบัการอ่านและพิจารณาเน้ ือหากลวิธีการใช้ ภาษา ประโยชน์ และการ วิเคราะหค์ คุณค่า ดา้นเน้ ือหา ดา้นวรรณศิลป์ดา้นสังคม ในวรรณคดีและ วรรณกรรม ในการจัดทําอิเล็กทรอนิกส์คร้ังน้ีผูจ้ดัทาํหวงัว่ารายงานฉบบัน้ีจะให้ความรู้และเป็นประโยชน์แก่ ผู้อ่านทุกๆ ท่าน หากมีขอ้แนะนาํหรือขอ้ผิดพลาดประการใด ผูจ้ดัทาํขอนอ้มรับไวแ้ละขออภยัมา ณ ที่น้ีดว้ย คณะผู้จัดทํา วันที่๒๔สิงหาคม ๒๕๖๖


สารบัญ เรื่อง หน้า ค าน า ก ส ารบัญ ข ความเป็นมา ๑ ประวัติผู้แต่ง ๒ ลักษณะค าประพันธ์ ๗ เรื่องย่อและสรุปขัตติยพันธกรณี ๑๑ เนื ้อเรื่องขัตติยพันธกรณีแบบเต็ม ๑๒ วิเคราะห์คุณค่าด้านเนื ้อหา ๒๐ วิเคราะห์คุณค่าด้านวรรณคดี ๒๒ วิเคราะห์คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ๒๖ วิเคราะห์คุณค่าด้านสังคม ๔๕


คüามเป็นมา ขัตติยพันธกรณีมีคüามĀมายถึงเĀตุอันเป็นข้อผูกพันของกþัตริย์ เป็นพระราชĀัตถเลขาของ พระบาทÿมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่Āัüและตอบกลับโดยÿมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ มีที่มาจาก เĀตุการณ์จริงในประüัติýาÿตร์ ช่üง ร.ý.๑๑๒ (พ.ý. ๒๔๓๖) Āรือที่เรียกü่าüิกฤตการณ์ ร.ý.๑๑๒ เกิดจากคüามขัดแย้งเรื่องดินแดนระĀü่างไทยกับฝรั่งเýÿที่พยายามจะยึดครองประเทýลาü ซึ่งในเüลา นั้นเป็นประเทýราชของไทย ÿถานการณ์ได้เริ่มบานปลาย เมื่อฝรั่งเýÿÿ่งเรือปืนแองกงÿตองและเรือโกเมต ข้ามÿันดอนเข้ามายังไทย โดยมีเรือชองบาตีÿต์เซ เป็นเรือนำร่องเข้ามาล่üงล้ำอธิปไตยของÿยาม และใน ขณะเดียüกันนั้น ทĀารที่ประจำ ณ ป้อมพระจุลจอมเกล้าและป้อมผีเÿื้อÿมุทรที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา ก็ได้เกิด การปะทะกัน แต่ในที่ÿุดเรือปืนแองกงÿตองและเรือโกเมต ก็ÿามารถฝ่ากระÿุนเข้ามาทอดÿมอจอดที่Āน้า ÿถานทูตฝรั่งเýÿได้ จากüิกฤตการณ์ ร.ý.๑๑๒ ทำใĀ้พระบาทÿมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่Āัüเÿียพระทัยเป็นอย่างยิ่งจน ประชüรĀนัก ไม่ยอมเÿüยใด ๆ ระĀü่างนั้นจึงได้พระราชนิพนธ์บทโคลงและฉันท์เป็นจดĀมายระบายคüาม ทุกข์โทมนัÿจนไม่ปรารถนาจะดำรงพระชนม์ชีพอีกต่อไป จากนั้นจึงÿ่งไปใĀ้พี่น้องบางพระองค์เพื่ออำลา ÿมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพซึ่งเป็นพระเจ้าน้องยาเธอจึงทรงตอบกลับมาทำใĀ้พระราชĀฤทัยของ พระบาทÿมเด็จพระจุลจอมเจ้าเกล้าอยู่Āัüนั้นดีขึ้น


ประวัติผู้แต่ง พระบาทÿมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่Āัว ทรงเป็นพระราชโĂรÿพระĂงค์ใĀญ่ในพระบาทÿมเด็จพระจĂมเกล้าเจ้าĂยู่Āัü รัชกาลที่ ๔ และÿมเด็จพระเทพýิริน ทราบรมราชินี ประÿูติ เมื่ĂüันĂังคารที่ ๒๐ กันยายน พ.ý. ๒๓๙๖ ทรงพระนามตามจารึกในพระÿุพรรณบัฎü่า ÿมเด็จพระเจ้าลูกยาเธĂ เจ้าฟ้าจุāาลงกรณ์ บดินทรเทพยมĀามกุฎ บุรุþรัตนราชรüิüงý์ üรุตมพงý์บริพัตร ýิริüัฒน ราชกุมาร ทรงได้รับการÿถาปนาเป็นเจ้าฟ้าต่างกรม มีพระนามกรมü่า กรมĀมื่นพิฆเณýüรÿุรÿังกาý Āลังจากทรง ผนüชเป็นÿามเณรทรงได้รับการเฉลิมพระนามาภิไธยขึ้นเป็นÿมเด็จพระเจ้าลูกยาเธĂ เจ้าฟ้าจุāาลงกรณ์ฯ กรมขุน พินิตประชานาถ ทรงเป็นพระราชปิโยรÿที่ÿมเด็จพระบรมชนกนาถโปรดใĀ้เÿด็จĂยู่ใกล้ชิดติดพระĂงค์เÿมĂเพื่ĂใĀ้ มีโĂกาÿแนะนำÿั่งÿĂนüิชาการต่าง ๆ โดยเฉพาะĂย่างยิ่งüิชารัฏฐาภิบาล ราชประเพณีและโบราณคดี นĂกจากนั้น ยังทรงýึกþาภาþามคธ ภาþาĂังกฤþ การยิงปืนไฟ กระบี่กระบĂง มüยปล้ำ รüมทั้งการบังคับช้างĂีกด้üย (https://twitter.com/9yaud/status/1)


ÿมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ นายพลเĂก มĀาĂำมาตย์เĂก ÿมเด็จพระเจ้าบรมüงý์เธĂ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระนามเดิม พระเจ้าลูกยา เธĂ พระĂงค์เจ้าดิýüรกุมาร เป็นพระราชโĂรÿในพระบาทÿมเด็จพระจĂมเกล้าเจ้าĂยู่Āัü ประÿูติแต่เจ้าจĂมมารดา ชุ่ม พระÿนมเĂก และเป็นĂงค์ต้นราชÿกุลดิýกุล ชาüüังĂĂกพระนามโดยลำลĂงü่า “เÿด็จพระĂงค์ดิý” ทรงดำรง ตำแĀน่งที่ÿำคัญทางการทĀารและพลเรืĂน เช่น เจ้าพนักงานใĀญ่ ผู้ช่üยบัญชาการทĀารบก Ăธิบดีกรมýึกþาธิการ เÿนาบดีกระทรüงมĀาดไทย เÿนาบดีกระทรüงมุรธาธร นายกราชบัณฑิตÿภา และยังทรงดำรงตำแĀน่งĂงคมนตรี ในพระบาทÿมเด็จพระปกเกล้าเจ้าĂยู่Āัü นĂกจากนี้ยังทรงพระปรีชาÿามารถในด้านการýึกþา ÿาธารณÿุข ประüัติýาÿตร์ โบราณคดี และýิลปüัฒนธรรม ทรงได้รับพระÿมัญญานามเป็น “พระบิดาแĀ่งประüัติýาÿตร์ไทย” ในüันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ý. ๒๕๐๕ ที่ประชุม ใĀญ่Ăงค์การการýึกþา üิทยาýาÿตร์ และüัฒนธรรมแĀ่งÿĀประชาชาติ (UNESCO) ได้ประกาýยกย่ĂงพระĂงค์ เป็นบุคคลÿำคัญขĂงโลกคนแรกขĂงประเทýไทย และüันที่ ๒๗ พฤýจิกายน พ.ý. ๒๕๔๔ คณะรัฐมนตรีได้มีมติใĀ้ üันที่ ๑ ธันüาคม ขĂงทุกปีเป็น “üันดำรงราชานุภาพ” กำĀนดขึ้นเพื่Ăเป็นการระลึกถึงÿมเด็จพระเจ้าบรมüงý์เธĂ พระĂงค์เจ้าดิýüรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ตรงกับüันคล้ายüันÿิ้นพระชนม์ขĂงพระĂงค์ (https://ktw.ac.th/project/2.html)


ลักþณะคำประพันธ์ แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภท โคลงÿี่ÿุภาพ และ อินทรวิเชียรฉันท์ โคลงÿี่ ตัวอย่างคำประพันธ์ “ตะปูดอกใĀญ่ตรึง บาทา อยู่เฮย จึงบ่อาจ คล่องได้ เชิญผู้ที่เมตตา แก่ÿัตว์ปวงแฮ ชักตะปูนี้ ใĀ้ÿ่งข้าอันขยม’’ พระบาทÿมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่Āัวทรงปรารภว่าพระองค์ประชวรมานานด้วยโรคฝีÿามยอดและยัง มีÿ่าไข้เป็นผื่นไปทั้งตัว เป็นที่Āนักใจแก่ผู้รักþา แต่นอกจากจะป่วยกายแล้วยังป่วยใจอีกด้วยจึงมีพระราชดำริที่จะ เÿด็จÿวรรคตเพื่อปลดเปลื้องภาระ แต่ไม่อาจทำเช่นนั้นได้ ทรงเปรียบพันธกรณีที่มีต่อชาติบ้านเมืองในฐานะที่ พระองค์เป็นพระมĀากþัตริย์ทำใĀ้เĀมือนถูกตอกตะปูและไปไĀนไม่ได้ เพราะพระองค์จะต้องปกป้องบ้านเมือง และประชาชน


อินทรวิเชียรฉันท์ ตัวอย่างคำประพันธ์ กลัวเป็นทวิราช บ ตริป้องอยุธยา เÿียเมืองจึงนินทา บ ละเว้น ฤ วางวาย คิดใดจะเกี่ยงแก้ ก็ บ พบซึ่งเงื่อนÿาย ÿบĀน้ามนุþย์อาย จึงจะอุดแลเลยÿูญฯ พระบาทÿมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่Āัüทรงบรรยายคüามรู้ÿึกของพระองค์ที่เบื่อĀน่าย Āมดกำลัง พระทัย และกังüลü่าจะรักþาบ้านเมืองไü้ไม่ได้เĀมือนที่ในÿมัยอยุธยาเคยเÿียกรุงไปถึงÿองครั้ง พระองค์ไม่ต้องการ เป็นพระมĀากþัตริย์องค์ที่ÿามที่ทำใĀ้ประเทýÿูญเÿียเอกราช พระบาทÿมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ทรงระบายไü้ใน พระราชĀัตถเลขาü่า กลัüเป็นทüิราช บ่ตริป้องอยุธยา เÿียเมืองจึงนินทา บ่ละเü้นฤü่างüาย ทüิราช Āมายถึง ÿองพระราชา นั้นĀมายถึงพระเจ้าอุทุมพรและพระเจ้าเอกทัý กþัตริย์ÿององค์ÿุดท้าย แĀ่งกรุงýรีอยุธยา ÿมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ตอบกลับ อินทรüิเชียรฉันท์ โดยเนื้อĀาที่ตอบกลับแÿดงถึงคüามüิตกและคüามทุกข์ของประชาชนชาüไทยในพระอาการประชüรของ พระบาทÿมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่Āัüรüมตัüพระองค์เองด้üย ทรงเปรียบประเทýชาติเป็นรัฐนาüาโดยมี พระบาทÿมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯเป็นผู้บัญชาการเรือ Āากไม่ทรงปฏิบัติงาน ผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาก็ย่อมทำตัüไม่


ถูก และเป็นธรรมดาที่เมื่อเüลาเรือแล่นไปในมĀาÿมุทรจะเจอกับพายุĀนักบ้าง ดังนั้นตราบใดที่เรือยังไม่จมก็ต้อง Āาทางออก ถ้าแก้จนÿุดคüามÿามารถแล้üแก้ไม่ได้ก็ยอมรับÿภาพ และจะไม่มีใครกล่าüโทþพระองค์ นอกจากนี้ÿมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพก็ยังเปรียบตัüเองเป็นเĀมือนม้าที่เป็นพระราชพาĀนะ เตรียมพร้อมที่จะรับใช้จนกü่าจะÿิ้นชีพ ÿุดท้ายคืออüยพรขอใĀ้อำนาจแĀ่งคำÿัตย์ของพระองค์ดลบันดาลใĀ้ พระบาทÿมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯทรüงĀายอาการประชüรทั้งพระüรกายและพระราชĀฤทัย ใĀ้พระองค์ดำรงพระ ชนม์ชีพยืนนานเพื่อเกื้อกูลและÿร้างคüามเจริญใĀ้แก่ประเทýชาติต่อไป


ผังกลอน


เรื่องย่อและสรุปขัตติยพันธกรณี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องขัตติยพันธกรณี ด้วยโคลงสี่สุภาพ จํานวน ๗ บทด้วยกัน โดยบรรยายความกังวลใจ ที่ทรงประชวรอย่างหนักเป็นเวลานาน ด้วยโรคฝี สามยอด และไข้ ส่า ทําให้เป็นทหี่ นักใจของผู้ที่ดูแลรักษาอีกท้งัยงับรรยายถึงความเจ็บปวดพระวรกายจากพระ อาการประชวรจึงมีพระราชประสงคท์ ี่จะเสดจ็สวรรคต แตพ่ระองคไ์ม่สามารถทาํเช่นน้ันได้เนื่องจากเป็น กษตัริยท์ ี่มีภาระหนา้ที่อนัยิ่ งใหญ่คือการปกป้องรักษาบา้นเมืองจากประเทศฝรั่ งเศสนนั่เอง หลงัจากน้ัน รัชกาลที่๕ ทรงบรรยายความรู้สึก ด้วยอินทรวิเชียรฉันท์ โดยบรรยายถึงความรู้สึกเบื่อหน่าย หมดกําลัง พระทัย เนื่องจากพระอาการประชวรที่ ยาวนาน และยังมีความเจ็บทางใจที่เกิดจากการต้องป้องกันรักษา บา้นเมืองเอาไว้อีกท้งัยงัมีความกงัวลใหญ่หลวง ในพระทยัและทรงหวนั่เกรงว่าจะทรงกลายเป็น พระมหากษัตริย์ที่ราษฎรจะกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุทําให้เสียบ้าน เสียเมืองแก่ต่างชาติเช่นเดียวกับสมเด็จพระ มหินทราธิราช และสมเด็จพระเจา้เอกทศั (คาํประพนัธ์ใช่ว่า “ทวิราช”แปลว่ากษตัรยิ์์ สองพระองค)์ ในช่วงที่เสียกรุงศรีอยุธยาท้งั๒ คร้ังรัชกาลที่๕ ไม่ตอ้งการจะเป็นกษตัริยอ์ีก พระองคห์น่ึงที่ทาํให้เรา ต้องสญู เสียเอกราชไป ในส่วนของพระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา ดํารงราชานุภาพ แต่งด้วยคําประพันธ์ประเภทอินทรวิเชียรฉันท์ โดยแต่งเพื่อถวายกําลังพระทัยรัชกาลที่๕ และ ถวายข้อคิดให้ ตระหนักถึงสัจธรรม โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดํารงราชานุภาพเปรียบประเทศไทย เป็น เรือลําใหญ่ลําหนึ่ง อันมี รัชกาลที่๕ เป็นกปัตนัซ่ึงเป็นผูท้ ี่เป็นใหญ่ในเรือ มีอาํนาจสั่ งลูกเรือ ซ่ึงหมายถึงชาว สยาม โดยรัชกาลที่๕ ในฐานกัปตันมีหน้าที่นําพาลูกเรือใหร้ อดพ้นจากพายุคลื่นลมมรสุมต่าง ๆ ส่วนสัจธรรมทสี่ มเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดํารงราชานุภาพทรงกล่าวถึงคือเรื่องของการ ทาํงาน ทุกอย่างย่อมมีปัญหาและอุปสรรคเกิดข้ึนทง้ัน้นัอีกท้งัยงัทรงอาสาที่จะถวายชีวิตรับใช้ พระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจา้อยู่หัว ตรงกบัสุภาษิตโบราณที่ว่า “อาสาเจา้จนตวัตาย” นอกจากน้นัยงั ไดถ้วายพระพรให้รัชกาล ที่๕ ทรงฟ้ืนจากอาการประชวรโดยเร็ว


เนื้อเรื่อง ขัตติยพันธกรณี แบบเต็ม เจ็บนานĀนักอกผู้ บริรักþ์ปüงเฮย คิดใครลาลลาญĀัก ปลดเปลื้อง คüามเĀนื่อยแĀ่งÿูจัก พลันÿร่าง ตูจักÿู่พบเบื้อง Āน้านั้นพลันเกþม ประชüรĀนักมานาน จึงคิดอยากตาย ( จึงเขียนจดĀมายลา ) ใĀ้พ้นจากคüามเจ็บคüามเĀนื่อย ถ้าไปÿู่โลกĀน้า จะมีแต่คüามÿบายกายÿบายใจ มีคüามÿุขมากกü่านี้ เป็นฝีÿามยอดแล้ü ยังราย ÿ่านอ ปüดเจ็บใครจักĀมาย ช่üยได้ ใช่เป็นแต่ÿ่üนกลาย เýียรกลัด กลุ้มแฮ ใครต่อเป็นจึ่งผู้ นั่นนั้น เĀ็นจริงรัชกาลที่5 ป่üยเป็นฝีÿามเม็ด มีไข้เป็นระยะปüดมากจนไม่น่าเชื่อ ไม่ได้ป่üยแค่ร่างกาย ปüดĀัüด้üย ถ้าใครไม่เป็นไม่รู้ü่าปüดและทรมานแค่ไĀน ตะปูดอกใĀญ่ตรึ้ง บาทา อยู่เฮย จึง บ อาจลีลา คล่องได้ เชิญผู้ที่เมตตา แก่ÿัตü์ปüงแฮ ชักตะปูนี้ให้ ส่งข้าอัญขยม ร.๕ ทรงอธิบายว่า รู้สึกเหมือนมี“ตะปูดอกใหญ่” ตรึงเท้าทั้ง ๒ ข้างเอาไว้ท าให้เดินไม่สะดวก หรือเดินไม่ได้ใครที่สามารถ ดึงตะปูดอกใหญ่นี้ออกได้ร.๕ จะทรงยินดีให้ดึงออกเป็นอย่างยิ่ง


ชีวิตมนุษย์นี้ เปลี่ยนแปลงจริงนอ ทุกข์และÿุขพลิกแพลง มากครั้ง โบราณท่านจึงแÿดง เป็นเยี่ยง อย่างนา ชั่üนับเจ็ดทีทั้ง เจ็ดข้างฝ่ายดี บอกü่าชีüิตมนุþย์เปลี่ยนแปลงตลอด ไม่แน่นอนไม่มีใครÿุขและทุกข์ได้ตลอด เป็นเด็กมีÿุขคล้าย ดีรฉาน รู้ÿุกรู้ทุกข์Āาญ ขลาดด้üย ละอย่างละอย่างพาล Āย่อนเพราะ เผลอแฮ คล้ายกับผู้จüนม้üย ชีพÿิ้นÿติÿูญ เÿียบชีüิตของเด็กเĀมือนÿัตü์ดีละฉานเพราะมีแต่ÿุขและทุกข์ไปü่าไม่ต้องกังüล คิดมาก แบกรับแก้ไขปัญĀา รัชกาลที่อยากกลับไปเป็นเด็กอีก ฉันไปปะเด็กĀ้า Āกคน โกนเกýนุ่งขาüยล เคลิบเคลิ้ม ถามเขาü่าเป็นคน เชิญเครื่อง ไปที่Āอýพเริ้ม ริกเร้าเĀงาใจ รัชกาลที่ 5 ฝันü่าเจอเด็ก 5-6 คนโกนผมÿีขาüเมื่อถามü่าเด็กไปไĀน เด็กก็ตอบü่าจะใช้เครื่องไปที่Āอýพ


กล้üยเผาเĀลืองแก่ก้ำ เกินพระ ลักþณ์นา แรกก็ออกอร่อยจะ ใคร่กล้ำ นานüันยิ่งเครอะคระ กลืนยาก ทนจ่อซ่อมจิ้มจ้ำ แดกÿิ้นÿุดใบ บอกü่าÿีผิüตนตอนนี้เĀมือนพระเปรียบตนเĀมือนกล้üยü่าช่üงแรกๆก็อยากกินแต่ถ้าปล่อยไü้ไĀนก็ไม่อร่อยไม่ มีประโยชน์ เปรียบการทำงานของตนü่าช่üงแรกๆก็ทำงานได้ดีมาก Āลังๆก็ไม่มีประÿิทธิภาพ เจ็บนานนึกĀน่ายนิตย์ มะนะเรื่องบำรุงกาย ÿ่üนจิต บ มีÿบาย ýิระกลุ้มอุราตรึง แม้Āายก็พลันยาก จะลำบากฤทัยพึง ตริแต่จะถูกรึง อุระรัดและอัตรา อาการป่üยก็เป็นอยู่แล้üผมยังไม่ÿบายใจคิดมากอัดอันตันใจตลอดและคิดü่าคงĀายยาก กลัüเป็นทüิราช บ ตริป้องอยุธยา เÿียเมืองจึงนินทา บ ละเü้น ฤ üางüาย คิดใดจะเกี่ยงแก้ ก็บ พบซึ่งเงื่อนÿาย ÿบĀน้ามนุþย์อาย จึงจะอุดแลเลยÿูญฯ รัชกาลที่ 5 กลัüü่าตนจะเĀมือนพระมĀินทธาธิราชรกับพระเจ้าเอกทัý ที่ทำใĀ้ไทยต้องเÿียกรุงýรีเเละกลัü เป็นที่อับอายประชาชน ขอเดชะเบื้องบาท üรราชะปกýี-


โรตม์ข้าผู้มั่นมี มะนะตั้งกตัญญู ได้รับพระราชทาน อ่านราชนิพันธ์ดู ทั้งโคลงและฉันท์ตู ข้าจึงตริดำริตาม กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้กล่าüü่ขอเดชะใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระĀม่อมตัüพระองค์เป็นผู้ คิดตามคüามคิดได้ อันพระประชüรครั้ง นี้แท้ทั้งไผทÿยาม เĀล่าข้าพระบาทคüาม üิตกพ้นจะอุปมา ประÿาแต่อยู่ใกล้ ทั้งรู้ใช่ü่าĀนักĀนา เลือดเนื้อผิเจือยา ใĀ้Āายได้ชิงถüาย กรมพระยาดำรงราชานุภาพเขียนถึงพี่ü่าตนเองเป็นคนกตัญญูเมื่ออ่านบทพระราชนิพนธ์ของรเชกาลที่ 5 แล้ü คิดü่าการป่üยของพระองค์ทำใĀ้ประชาชนกังüลมากถ้าน้องอยู่ใกล้จะยอมถüายเลือดเนื้อมาทำเป็นยาขอแค่ รัชกาลที่ 5 ดีขึ้น ทุกĀน้าทุกตาตู บ พบผู้จะพึงÿบาย ปรับทุกข์ทุรนทุราย กันมิเü้นทิüาüัน ดุจเĀü่าพละนา- üะเĀü่ü้ากะปิตัน นายท้ายฉงนงัน ทิýทางก็คลางแคลง ไม่มีประชาชนคนไĀนไม่มีคüามÿุขไม่ได้รับü่าข่าüü่าพระองค์ป่üย เจอĀน้ากันก็จะคุยปรับทุกข์กันเĀมือนกับ ลูกเรือและนายท้ายเรือที่ไม่รู้จะบังคับเดินไปทางไĀนเพราะขาดกัปตันคุมเรือ


นายกลประจำจักร จะใช้Āนักก็นึกแĀนง จะรอก็ระแüง จะไม่ทันธุรการ อึดอัดทุกĀน้าที่ ทุกข์ทüีทุกüันüาร เĀตุĀ่างบ่ดียาน อันเคยไü้น้ำใจชน นายเรือช่างกลประจำเรือก็จะทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่มีคนÿั่ง และถ้าเพียงรอก็คงไม่ทันการณ์ทุกคนเป็นทุกข์ มากและขาดผู้นำ ถ้าจะü่าบรรดารกิจ ก็ไม่ผิด ณ นิยม เรือแล่นทะเลลม จะเปรียบต่อก็พอกัน ธรรมดามĀาÿมุทร มีคราüĀยุดพายุผัน มีคราüÿลาตัน ตั้งระลอกกระฉอกฉาน เปรียบการทำงานต่างๆก็เĀมือนการเดินเรือเป็นเรื่องธรรมดาในมĀาÿมุทรจะมีทั้งพายุคลื่นÿูงและเงียบÿงบ ผิüพอกำลังเรือ ก็แล่นรอดไม่ร้าüราน Āากกรรมจะบันดาล ก็คงล่มทุกลำไป ชาüเรือก็ย่อมรู้ ฉะนี้อยู่ทุกจิตใจ แต่ลอยอยู่ตราบใด ต้องจำแก้ด้üยแรงระดม ปกติท่าเรือกำลังมากก็เดินเรือและÿบายแต่ถ้าเจอพายุฤดูลูกใĀญ่โต พัดก็ทำใĀ้ล่มได้เพราะฉะนั้นถ้าถ้าตอนเรือ ลอยอยู่ คนบนเรือก็ต้องร่üมมือร่üมใจกันทำงานĀรือแก้ไขปัญĀา


แก้รอดตลอดฝั่ง จะรอดทั้งจะชื่นชม เĀลือแก้ก็จำจม ใĀ้ปรากฏü่าถึงกรรม ผิüทอดธุระนิ่ง บ üุ่นüิ่งเยียüยาทำ ที่ÿุดก็ÿูญลำ เĀมือนที่แท้ไม่Āüาดไü ถ้าแก้ไขปัญĀารอดตลอดฟังได้จะชื่นชม แต่ถ้าแก้ไขปัญĀาไม่ได้ใĀ้คิดü่ามันเป็นเรื่องของกรรม ผิดกันแต่ถ้าแก้ ใĀ้เต็มแย่จึงจมไป ใครĀ่อนประมาทใจ ü่าขลาดเขลาและมาเมิน เÿียทีก็มีชื่อ ได้เลื่องลือÿรรเÿริญ ÿงÿารü่ากรรมเกิน กำลังดอกจึงจมÿูญ เราได้แก้ไขเต็มที่แล้ü ใครก็ไม่ÿามารถมาต่อü่าเราได้ü่าขี้ขลาดĀรือโง่ถึงจะพลาดก็ยังมีชื่อเÿียงใĀ้เป็นคนที่จดจำ กล่าüขานได้รับคำÿรรเÿริญแต่ด้üยกรรมมากเกินจึงÿูญเÿียÿิ่งที่มี นี่ในน้ำใจข้า อุปมาบังคมทูล ทุกüันนี้อาดูร แต่ที่พระประชüรนาน เปรียบตัüเĀมือนยังม้า ที่เป็นพาĀนยาน ผูกเครื่องบางเĀียนอาน ประจำĀน้าพลับพลาชัย ทุกüันนี้กรมพระยาดำรงราชานุภาพมีคüามเดือดเนื้อร้อนใจ เพราะพระองค์ป่üย เปรียบเĀมือนม้า คอยพระประทับอาÿน์ กระĀยับบาทจะพาไคล


ตามแต่พระทัยไท ธ จะชักไปซ้ายขüา ไกลใกล้บ ได้เลือก จะกระเดือกเต็มประดา ตราบเท่าจะถึงüา ระชีüิตมลายปราณ ถ้าเปรียบตัüข้าĀมือนม้าที่เป็นพาĀนะของพระองค์ผูกเครื่องบังเĀียนอรนไü้คอยใĀ้พระองค์บังคับไปไม่ ü่าซ้ายĀรือขüาไกลใกล้ข้าจะไปโดยไม่ขัดและเต็มที่ ขอตายใĀ้ตาĀลับ ด้üยชื่อนับü่าชายชาญ เกิดมาประÿบภาร ธุระได้บำเพ็ญทำ ด้üยเดชะบุญญา ภินิĀาระแĀ่งคำ ÿัตü์ข้าจงได้ÿัม ฤทธิดังมโนĀมาย ถึงตัüตาย ก็ขอใĀ้ตายตาĀลับด้üยขึ้นชื่อü่าลูกผู้ชายเกิดมาแล้üได้ทำĀน้าที่ที่ÿำคัญขอผลบุญที่ข้าÿะÿมด้üยคำ ÿัตย์จริงจงเกิดผลจริง ขอจงüรพาธ บรมนาถเร่งเคลื่อนคลาย พระจิตพระüรกาย จงผ่องพ้นที่Āม่นĀมอง ขอจงÿำเร็จรา ชะประÿงค์ที่ทรงปอง ปกข้าฝ่าละออง พระบาทใĀ้ÿามัคคี ขอใĀ้อาการป่üยของพระองค์ดีขึ้นและĀายไปขอใĀ้ใจและร่างกายพ้นทุกข์ขอใĀ้พระองค์ทำงานใĀ้ÿำเร็จตาม เป้าĀมาย


ขอเĀตุที่ขุ่นขัด จะüิบัติพระขันตี จงคลายเĀมือนĀลายปี ละลืมเลิกละลายÿูญ ขอจงพระชนมา ยุÿถาüรพูน เพิ่มเกียรติอนุกูล ÿยามรัฐพิพัฒน์ผล ขอใĀ้คüามกังüลใจจงĀายไปด้üยคüามอดทนอดกลั้นของพระองค์ขอใĀ้อายุยืนนานและช่üยเĀลือประเทýใĀ้ เจริญต่อไป เนื้อเรื่องเต็มทั้งĀมด จากĀนังÿือเรียน รายüิชาพื้นฐาน ภาþาไทย üรรณคดีüิจักþ์ ชั้นมัธยมýึกþาปีที่ ๖


วิเคราะห์คุณค่าด้านเนื้อหา เนื้อเรื่อง เกี่ยวกบัการที่ฝรั่ งเศสนา เรือรบมาปิดอ่าวไทย ทา ให้ไทยเสียเปรียบอย่างมาก โครงเรื่อง การปฏิวัติอุตสาหกรรม แรงกดดนัจากประเทศฝรั่ งเศส การขยายดินแดน ความขดัแยง้ระหว่างไทยกบัฝรั่ งเศส วิสัยทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มหาราช ตัวละคร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช กรมพระยาด ารงราชานุภาพ ฉากท้องเรื่อง กรุงรัตนโกสินทร์ ในวิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ แก่นเรื่อง ขัตติยพันธกรณีเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่มีความกังวล พระทัยมีต่อ พระองค์เองและประชาชนไทย ซ่ึงในบทน้ีจะเด่นชดัในดา้นของความรักที่พระองคท์ ่านมีให้แก่ประเทศชาติและราษฎร จากน้นัต่อดว้ยการถวายบทตอบของสมเด็จพระเจา้บรมวงศ์เธอ กรมพระยาด ารงราชานุภาพ มีเน้ือความเกี่ยวกบัการ ให้กา ลงัพระทยัแด่พระบาทสมเดจ็พระจุลจอมเกลา้เจา้อยู่หัวให้ทรงลุกข้ึนสู้ต่อไป พร้อมกับการให้ข้อคิดเกี่ยวกับสัจธรรมว่าทุกอย่างย่อมมีอุปสรรคเสมอในตอนท้ายของบทถวายตอบเป็นกา รถวายพระพรและถือเป็นแสดงออกถึง ความจงรักภักดีที่มีต่อพระมหากษัตริย์และประเทศชาติ การรสรรคํา ในวรรณคดีเรื่องขตัติยพนัธกรณีน้นัเป็นการกล่าวให้กา ลงัพระหฤทยัแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้เจา้ อยู่หัว ในขัตติยพันธกรณีมีการใช้โวหารภาพพจน์ต่างๆ เช่น ในบทพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาด ารงราชานุภาพทรงอุปมาว่าพระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็น “กะปิ ตัน” ท าให้เมื่อ“กะปิ ตัน” ป่ วย


ลูกเรือท้งัหลายเป็นชาวสยามก็เกิดกา ลงัสับสนไม่รู้ทิศทาง และมีการสรรค าเพื่อแสดงถึงความห่วงใยที่มีต่อพระองค์ท่านเช่น “เลือดเนื้อผิเจือยา ให้หายได้จะชิงถวาย” จากเน้ือความสื่อถึงว่าเขาพร้อมที่จะสละเลือดเน้ือและ ชีวิตเพอื่ให้ท่านหายประชวร และไม่ใช่เพียงแต่พระองคเ์ท่าน้นัที่เป็นห่วงพระทยัของพระมหากษตัริย์ แต่ประชาชนทุกคนเป็นห่วงพระองคเ์ช่นกัน จากขอ้ความ “อนัพระประชวรคร้ังน้ีแทท้ ้งัไผทสยาม” ในกวีนิพนธ์เรื่องน้ียงัเตือนให้ท่านตระนกัถึงสัจธรรมว่า การด าเนินกิจการงานใดๆก็ตามย่อมต้องพบกับอุปสรรคต่างๆนานา โดยการใช้โวหารภาพพจน์โดยการเปรียบเทียบค าว่า “บรรดากิจ” เหมือนกับเรือที่แล่นอยู่ในทะเลย่อมเจอกับพายุเป็นธรรมดาจากวรรค “ธรรมดามหาสมุทร มีคราวพายุผัน” ซึ่งการใช้อุปมาโวหารภายในขัตติยพันกรณีเป็นการเปรียบเปรยเพื่อบอกว่าประชาชนจะอยู่หนุนหลังท่านเส มอจาก “ชาวเรือย่อมรู้ ฉะนี้อยู่ทุกจิตใจแต่ลอยอยู่ตราบใด จ้องจําแก้ด้วยแรงระดม” ค าว่า “แรงระดม” ก็แสดงให้เห็นถึงศรัทธาที่มีต่อพระมหากษัตริย์ของ ประชาชนไทย การเรียบเรียงค า ขตัติยพนัธกรณีเป็นบทพระนิพนธ์และพระนิพนธ์ที่ถูกแต่งข้ึนเป็นคา ฉันท์ท้งัสองพระองคท์รงเลือกใช้ อินทรวิเชียรฉันท์โดยมิได้ทรงเคร่งครัดในการใช้ค าครุ-ลหุตามแบบที่คณะฉันท์ใช้ แต่ทรงใช้ตามการออกเสียงตาม ธรรมชาติของการพูดภาษาไทยและเน้นการใช้ค าที่สร้างจินตภาพและอารมณ์สะเทือนใจเป็นหลัก การใช้โวหาร พรรณนาโวหาร อุปมาโวหาร


วิเคราะห์คุณค่าทางวรรณคดี คุณค่าดา้นเน้ือหา ๑. รูปแบบ ๑.๑ มีการใช้โคลงสี่สุภาพซึ่งเป็นโคลงที่นิยมแต่งมาก เพราะมีเสน่ห์ในเรื่องของการบังคับวรรณยุกต์ ท้งัวรรณยุกตเ์อกและวรรณยุกตโ์ทซ่ึงทา ให้เกิดความไพเราะ ๑.๒ ใช้ค าราชาศัพท์ที่เหมาะสมกับบุคคล ๑.๓ มีการใชอ้ินทรวิเชียรฉันท์๑๑ มีแบบแผนเหมือนกบักาพยย์านี๑๑ แต่เพิ่ ม ครุ ,ลหุ เข้าไป (อินทรวิเชียร แปลว่า เพชรพระอินทร์ หรือ สายฟ้าจากพระอินทร์ หมายถึง ฉันท์ที่มีลีลาประดุจเพชรของ พระอินทร์ หรือ สายฟ้าจากพระอินทร์ ) นิยมใชแ้ต่งขอ้ความที่เป็นบทชมหรือบทคร่ าครวญนอกจากน้ียงั แต่งเป็นบทสวดหรือพากย์โขนด้วย ค าครุ ๑) เป็นค าที่ประสมด้วยสระเสียงยาวในแม่ ก กา ๒) เป็นคา ที่ประสมดว้ยสระเสียงส้ันหรือยาวก็ไดท้ ี่มีตวัสะกด ๓) เป็นค าที่ประสมด้วยสระ อ า ไอ ใอ เอา (ถือว่าเป็นเสียงมีตัวสะกด) ค าลหุ ๑) เป็นคา ที่ประสมดว้ยสระเสียงส้ันในแม่กกา ๒) ค าที่ใช้พยัญชนะค าเดียว เช่น ก็ บ่ ณ ธ บ ๓) นอกจากน้ีคา ที่ประสมดว้ยสระอา บางทีก็อนุโลมให้เป็นคา ลหุได้ วิเคราะห์คุณค่าด้านวรรณคดี คุณค่าด้านเน้ือหา โคลงสี่สุภาพ ในส่วนแรกน้ันมีโคลงสี่สุภาพท้งัสิ้ นจา นวน ๗ บท ตัวอย่างโคลงสี่สุภาพ เช่น ตะปูดอกใหญ่ตร้ึง บาทาอยู่เฮย จึง บ อาจลีลาคล่องได้ เชิญผู้ที่เมตตา แก่สัตว์ปวงแฮ ชกัตะปูน้ีให้ส่งข้าอัญขยม ในบทน้ีมีการใชอุ้ปมาโวหารเปรียบดงั่ความทุกขแ์ละอุปสรรคเป็นตะปูดอกใหญ่ที่ตรึงเทา้พระองคไ์ว้ ท าให้ ไม่สามารถขยบัไปไหนไดโ้ดยสะดวกไดแ้ตห่วงัว่าจะมีผูท้มี่คีวามสามารถมาช่วยถอนตะปูดอกน้ีให้หลุด ออกไปได้


อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ ในส่วนแรกน้ันมีอินทรวิเชียรฉันทท์ ้งัสิ้ น จ านวน ๔ บทตัวอย่างอินทรวิเชียรฉันท์ เช่น แม้หายก็พลันยากจะล าบากฤทัยพึง ตริแต่จะถูกรึงอุระรัดและอัตรา บทน้ีมีการใชพ้รรณนาโวหารพรรณนาว่าถึงแมจ้ะหายป่วยแต่ก็ยงัรู้สึกไม่สบายใจคอยคิดถึงแต่ปัญหาต่างๆ ที่ อดัอ้ นัเพราะบีบค้ นั ในส่วนที่สองน้นัมีอินทรวิเชียรฉันทท์ ้งัสิ้ นจา นวน ๒๖ บท ตัวอย่างอินทรวิเชียรฉันท์ เช่น เปรียบตัวเหมือนอย่างม้า น้ีเป็นพาหนยาน ผูกเครื่องบังเหียนอาน ประจ าหน้าพลับพลาชัย ในบทน้ีมีการใชอุ้ปมาโวหารเปรียบตวัเองเหมือนมา้ที่เป็นพาหนะประจา หนา้ที่เตรียมพร้อมทจี่ะรับ ใช้รัชกาลที่๕ วิเคราะห์คุณค่าทางวรรณคดี คุณค่าดา้นเน้ือหา ๒. องค์ประกอบของเรื่อง ๒.๑ สาระ ตอ้งการให้ผูอ้่านไดร้ับความรู้คติคา สอนขอ้เตือนใจช้ีช่องทางให้มองเห็นความจริงความดีและช้ีทางให้ แกป้ ัญหาและขอ้เท็จจริงเกี่ยวกบัเหตุการณ์ความขดัแยง้ระหวา่งประเทศไทยและประเทศฝรั่ งเศสในปีรศ. ๑๑๒ (พ.ศ. ๒๔๓๖) ๒.๒ โครงเรื่อง การด าเนินเรื่องเป็นการเขียนจดหมายโต้ตอบกันระหว่างพระมหากษัตริย์กับคนสนิทของพระองค์ โดย เน้ือหาในส่วนของพระมหากษตัริยห์รือก็คือในส่วนแรกน้ัน มีเน้ือหาที่กล่าวถึงความกงัวลพระทยัที่ทรง ประชวรเป็นเวลานาน รวมถึงความเจ็บปวดพระวรกายจากพระอาการประชวร จึงมีพระประสงค์ที่จะเสด็จ สวรรคต แต่ไม่สามารถท าเช่นน้นัไดเ้พราะพระองคไ์ม่สามารถละทิ้ งบา้นเมืองของพระองคไ์ด้และเน้ือหา ในส่วนที่สองหรือส่วนของคนสนิทของพระองค์น้นัเป็นการโตต้อบกลบัมาของสมเด็จพระเจา้บรมวงศเ์ธอ กรมพระยาดา รงราชานุภาพ มีเน้ือหาเกี่ยวกบัการให้กา ลงัใจถวายขอ้คิดให้ตระหนกัถึงสัจธรรมและพร้อมที่ จะถวายท้งัชีวิตของตนเพื่อรับใชพ้ระมหากษตัริยข์องตน บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแสดงให้เห็นถึงความกังวลพระทัยที่ ทรงประชวรเป็นเวลานานรวมถึงความเจ็บปวดพระวรกายจากพระอาการประชวร จึงมีพระประสงค์ที่จะ เสด็จสวรรคต


เจ็บนานหนักอกผู้บริรักษ์ ปวงเฮย คิดใคร่ลาลาญหัก ปลดเปล้ือง ความเหนื่อยแห่งสูจัก พลันสร่าง ตูจกัสู่ภพเบ้ือง หนา้น้นัพลนัเขษม บทนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาด ารงราชานุภาพที่สามารถถวายได้แม้ชีวิตเพื่อให้ พระองค์หายจากอาการประชวร ประสาแต่อยู่ใกล้ท้งัรู้ใช่ว่าหนกัหนา เลือดเน้ือผิเจือยา ให้หายได้จะชิงถวาย วิเคราะห์คุณค่าทางวรรณคดี คุณค่าดา้นเน้ือหา ๓. ตัวละคร ๓.๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว : ทรงรักประเทศชาติบ้านเมืองและเป็นห่วงประชาชน ชาวไทยเป็นอย่างมาก ทรงวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมือง ทรงประปรีชาสามารถในการแต่งบท ประพันธ์ ทรงเข้มแข็งและกล้าเผชิญกับปัญหา ๓.๒ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาด ารงราชานุภาพ: แสดงให้ถึงความเคารพรัก ความ จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ มีความสามารถในการแต่งบทประพันธ์และเฉลียวฉลาดในการเปรียบเทียบให้ ก าลังใจแต่สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ๔. ฉากและบรรยากาศ ๔.๑ เรื่องขัตติยพันธกรณีในสมัยรัชกาลที่๕ ได้เกิดวิกฤตการณ์ ร.ศ.๑๑๒ เกิดความขดัแยง้ข้ึนระหว่าง ประเทศไทยและประเทศฝรั่ งเศสซึ่งเกี่ยวกับ เขตแดนทางด้านหลวงพระบาง ๔.๒ รัชกาลที่๕ ทรงแต่งบทประพันธ์เพื่อบอกลาญาติพี่น้องและคนของพระองค์ เมื่อสมเด็จพระเจ้า บรมวงศ์เธอกรมพระยาด ารงราชานุภาพได้รับก็ทรงแต่งค าประพันธ์ตอบกลับรัชกาลที่ ๕ เพื่อให้ก าลังใจ และแสดงถึงความจงรักภักดีที่มีต่อองค์เหนือหัว เจ็บนานหนักอกผู้บริรักษ์ ปวงเฮย คิดใคร่ลาลาญหัก ปลดเปล้ ือง ความเหนื่อยแห่งสูจัก พลันสร่าง ตูจกัสู่ภพเบ้ือง หนา้น้นัพลนัเขษม เป็นการตดัพอ้ถึงความทุกขค์วามเหนื่อยการเหนื่อยใจถึงข้ นักล่าวว่าจะสามารถหลุดพน้ไดก้็ต่อเมื่อ ไปสู่โลกหน้า ๕. กลวิธีในการแต่ง ๕.๑ ใช้วิธีการบรรยายเรื่องได้อย่างละเอียด ๕.๒ สื่ออารมณ์ให้ผู้อ่านมีอารมณ์ร่วมเกิดความรู้สึกสะเทือนใจ


๕.๓ ท าให้ทราบลักษณะนิสัยของตัวละคร ๕.๔ บทประพันธ์มีความน่าสนใจตรงที่มีการแต่งเป็นโคลงสี่สุภาพและอินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ ๕.๕ การเล่าถึงการล่าอาณานิคมของประเทศฝรั่ งเศสที่ตอ้งการประเทศอาณานิคมของประเทศไทย ๕.๖ มีเน้ือหาสาระที่ดีมีแง่การให้ความรู้คติคา สอนขอ้เตือนใจช้ีช่องทางให้มองเห็นความจริงความดี และช้ีทางให้แกป้ ัญหาแนะนา สิ่งที่ควรปฏิบตัิหรือสิ่งที่ควรละเวน้ ๕.๗ ใช้วิธีการเปรียบเทียบ ยกตัวอย่างให้เห็นถึงข้อคิดได้น่าติดตาม


วิเคราะĀ์คุณค่าด้านวรรณศิลป์ บทประพันธ์ใช้ภาþาได้ไพเราะ มีการใช้คำเล่นคำที่ÿละÿüย การเล่นÿัมผัÿอักþร ÿัมผัÿÿระ มีจังĀüะ กระทบเพื่อใĀ้เกิดอารมณ์ การใช้ซ้ำคำเพื่อเน้นคüามĀมายใĀ้เข้าใจชัดเจนมากขึ้นดังตัüอย่างต่อไปนี้ - การÿรรคำ ๑.๑ ผู้แต่งมีการเลือกใช้รÿÿัลลาปังคพิไÿยในการบรรยายและÿื่อถึงอารมณ์และความรู้ÿึก ดังตัวอย่าง เจ็บนานĀนักอกผู้ บริรักþ์ ปüงเฮย คิดใคร่ลาลาญĀัก ปลดเปลื้อง คüามเĀนื่อยแĀ่งÿูจัก พลันÿร่าง ตูจักÿู่ภพเบื้อง Āน้านั้นพลันเขþม ได้บรรยายถึงความเจ็บปวดโศกเศร้าเÿียใจความทุกข์ใจ จนไม่อยากที่จะมีชีวิตคงอยู่ต่อไป ๑.๒ การเลือกใช้คำที่เĀมาะÿมกับเนื้อเรื่องและฐานะของบุคคลในเรื่อง ดังตัวอย่างเช่น ขอเดชะเบื้องบาท üรราชะปกýี โรตม์ข้าผู้มั่นมี มะนะตั้งกตัญญู ในบทประพันธ์นี้ได้มีการเลือกÿรรคำอย่างถูกต้องตามฐานะบุคคลในเรื่องคือบทที่กรมพระยาดำรง ราชานุภาพนิพนธ์ถึงพระบาทÿมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ มีการใช้คำถูกต้องตามกาลเทศะที่เĀมาะÿม กับตัวละคร ๑.๓ การเลือกใช้คำโดยคำนึงถึงเÿียง ๑.๓.๑ การซ้ำคำเพื่อเนันความ ดังตัวอย่างเช่น ทุกĀน้าทุกตาดู บ พบผู้จะพึงÿบาย ปรับทุกข์ทุรนทุราย กันมิเü้นทิüาüัน ใช้การเล่นคำซ้ำ คือ ทุก เพื่อเน้นความใĀ้ชัดเจนมากขึ้น เพื่อใĀ้เข้าใจคำนั้นมีĀลายความĀมาย


ใช้การเล่นคำซ้ำ คือ ทุก เพื่อเน้นคüามใĀ้ชัดเจนมากขึ้น เพื่อใĀ้เข้าใจคำนั้นมีĀลายคüามĀมาย üิเคราะĀ์คุณค่าด้านüรรณýิลป์ ๑.๓.๒ การเล่นÿัมผัÿพยัญชนะ ดังตัüอย่างเช่น เจ็บนานนึกĀน่ายนิตย์ มะนะเรื่องบำรุงกาย ÿ่üนจิต บ มีÿบาย ýิระกลุ้มอุราตรึง นี้ในน้ำใจข้า อุปมาบังคมทูล ทุกüันนี้อาดูร แต่ที่พระประชüรนาน มีการเล่นÿัมผัÿพยัญชนะ "น" นั่นคือคำü่า นี้ในน้ำ ใĀ้มีÿัมผัÿคล้องจองของคำประพันธ์ การเล่นÿัมผัÿพยัญชนะÿัมผัÿÿระ ดังตัüอย่างเช่น เจ็บนานนึกĀน่ายนิตย์ มะนะเรื่องบำรุงกาย ÿ่üนจิต บ มีÿบาย ýิระกลุ้มอุราตรึง มีการเล่นÿัมผัÿÿระ กาย กับ ÿบาย ÿัมผัÿพยัญชนะ นั่นคือคำü่า นานนึกĀน่ายนิตย์ ๑.๓.๓ คำอัพภาÿ อังตัüอย่างเช่น ขอเĀตุที่ขุ่นขัด จะüิบัติพระข้นตี จงคลายเĀมือนĀลายปี ละลืมเลิกละลายÿูญ มีการเล่นคำอัพภาÿ ละลืม ละลาย ๑.๓.๔ คำปฏิพากย์ ดังตัüอย่างเช่น ไกลใกล้ บ ได้เลือก จะกระเดือกเต็มประดา ตราบเท่าจะถึงüา- ระชีüิตมลายปราณ มีการเล่นคำปฏิพากย์ คำü่าไกลใกล้ คือการกล่าüในÿิ่งที่ขัดแย้งกัน Āรือตรงกันข้าม


üิเคราะĀ์คุณค่าด้านüรรณýิลป์ - การใช้ภาพพจน์ ๒.๑ การใช้พรรณนาโüĀาร เช่น เจ็บนานĀนักอกผู้ บริรักþ์ ปüงเฮย คิดใคร่ลาลาญĀัก ปลดเปลื้อง คüามเĀนื่อยแĀ่งÿูจัก พลันÿร่าง ตูจักÿู่ภพเบื้อง Āน้านั้นพลันเขþม เป็นการใĀ้รายละเอียดในเรื่องโดยแทรกอารมณ์คüามรู้ÿึกลงไป เพื่อใĀ้เกิดภาพในใจ ๒.๒ การใช้เทýนาโüĀาร เช่น ชีüิตมนุþย์นี้ เปลี่ยนแปลง จริงนอ ÿุขและทุกข์พลิกแพลง มากครั้ง โบราณท่านจึงแÿดง เป็นเยี่ยง อย่างนา ชั่üนับเจ็ดทีทั้ง เจ็ดข้างฝ่ายดี ในบทประพันธ์นี้เป็นการกล่าüในเชิงÿั่งÿอนเกี่ยüกับชีüิต เพราะชีüิตคนเรานั้นเกิดการเปลี่ยนแปลง อยู่เÿมอ มีทั้งÿุขและทุกข์ เĀมือนกับที่โบราณü่าไü้ü่า ชั่üเจ็ดทีดีเจ็ดĀน ๒.๓ การใช้อุปมาโüĀาร โดยการกล่าüเปรียบเทียบเพื่อใĀ้เĀ็นภาพซัดเจน เช่น ดุจเĀüาพละนา- üะเĀü่ü้ากะปิตัน นายท้ายฉงนงัน ทิýทางก็คลางแคลง มีคำü่า ดุจ เป็นการเปรียบü่าเĀมือนพüกชาüเรือที่ขาดกัปตัน นายท้ายก็ÿงÿัย ไม่รู้จะไปทางไĀน üิเคราะĀ์คุณค่าด้านüรรณýิลป์


๒.๔ การใช้อุปลักþณ์โüĀาร เช่น ตะปูดอกใĀญ่ตรึ้ง บาทา อยู่เฮย จึงบ่อาจลีลา คล่องได้ เชิญผู้ที่มีเมตตา แก่ÿัตü์ ปüงแฮ ซักตะปูนี้ใĀ้ ÿ่งข้าอัญขยม ทรงเปรียบพันธกรณีที่มีต่อซาติบ้านเมืองในฐานะที่พระองค์เป็นพระมĀากþัตริย์ เป็นตะปูดอกใĀญ่ ที่ตรึงพระบาทไü้มิใĀ้ก้าüย่างไปได้ ๒.๕ การใช้อติพจน์ เช่น ประÿาแต่อยู่ใกล้ ทั้งรู้ใช่ü่าĀนักĀนา เลือดเนื้อผิเจือยา ใĀ้Āายได้จะชิงถüาย กล่าüได้ü่าถ้าเลือดเนื้อของตนเจือยาถüายใĀ้Āายประชüรได้ก็จะทูลเกล้าฯ ถüายเป็นการกล่าüเกิน คüามจริง ๒.๖ การใช้บุคคลüัตโüĀาร เช่น ผิüพอกำลังเรือ ก็แล่นรอดได้ไม่ร้าüราน Āากกรรมจะบันดาล ก็คงล่มทุกลำไป เป็นการกล่าüถึงเรือที่ไม่มีชีüิตü่าĀากเรือพอมีกำลังก็จะต้านลมได้ทำใĀ้แล่นไปอย่างปลอดภัย Āาก กรรมก็จะบันดาลใĀ้ล่มทุกลำไป ๒.๗ การใช้นามนัย เช่น ดุจเĀü่าพละนา- üะเĀü่ü้ากะปิตัน นายท้ายฉงนงัน ทิýทางก็คลางแคลง


ในบทประพันธ์นี้ได้คำü่า กะปิตัน Āมายถึงกัปต้นเรือ เปรียบถึงพระมĀากþัตริย์ ๒.üิเคราะĀ์คุณค่าด้านüรรณýิลป์ üิเคราะĀ์üรรณคดีด้านโüĀาร เป็นฝีÿามยอดแล้ü ยังราย ÿ่านอ ปüดเจ็บใครจักĀมาย ช่üยได้ ใช่เป็นแต่ÿ่üนกลาย เýียรกลัด กลุ้มแฮ ใครต่อเป็นจึ่งผู้ นั่นนั้นเĀ็นจริง พรรณนาโüĀาร กüีเลือกใช้คำง่ายๆ แต่ÿื่ออารมณ์ได้อย่างดี ทรงเล่าถึงพระอาการประชüรü่าเป็นฝีÿามยอด และยังมีÿ่าไข้เป็นผื่นไปทั่üเจ็บปüดอย่างไม่น่าเชื่อ การประชรครั้งนี้มิใช่แต่พระüรกายแต่ยังทรงกลัดกลุ้มพระ ราชĀฤทัยด้üยผู้ใดได้มาเป็นเช่นพระองค์จึงจะรู้ถึงคüามเจ็บปüดü่ามากเพียงใด เปรียบตัüเĀมือนอย่างม้า ที่เป็นพาĀนยาน ผูกเครื่องบังเĀียนอาน ประจำĀน้าพลับพลาชัย อุปมาโüĀาร เปรียบตัüข้าพระพุทธเจ้าเĀมือนอย่างม้าที่เป็นพาĀนะผูกเครื่องพร้อมประจาอยู่ที่Āน้าพลับพลา ผิüทอดธุระนิ่ง บ üุ่นüิ่งเยียüยาทำ ที่ÿุดก็ÿูญลำ เĀมือนที่แก้ไม่ĀüาดไĀü ผิดกันแต่ถ้าแก้ ใĀ้เต็มแย่จึงจมไป ใครĀ่อนประมาทใจ ü่าขลาดเขลาและเมาเมิน เทýนาโüĀาร Āากนิ่งเฉยไม่ขüนขüายที่จะแก้ไขĀรือทำอะไรเลย ในที่ÿุดก็จะ ÿูญเÿียเรือทั้งลำเĀมือนกับที่ แก้ไขปัญĀาไม่ได้ แตกต่างกันตรงที่ü่าถ้ามีการแก้ไขอย่างเต็มกำลังคüามÿามารถแล้üเรือยังจม ก็จะไม่มีใครÿบ ประมาทได้


ฉันไปปะเด็กĀ้า Āกคน โกนเกýนุ่งขาüยล เคลิบเคลิ้ม ถามเขาü่าเป็นคน เชิญเครื่อง ไปที่Āอýพเริ้ม ริกเร้าเĀงาใจ บรรยายโüĀาร พระองค์เÿด็จไปพบเด็กแต่งชุดขาüประมาณĀ้าถึงĀกคน ทาĀน้าที่เป็นคนเชิญเครื่องในพิธีýพ ทำใĀ้รู้ÿึกเýร้าพระราชĀฤทัย กล้üยเผาเĀลืองแก่ถ้ำ เกินพระ ลักþณ์นา แรกก็ออกอร่อยจะ ใคร่กล้ำ นานüันยิ่งเครอะคระ กลืนยาก ทนจ่อซ่อมจิ้มจ้ำ แดกÿิ้นÿุดใบ ÿาธกโüĀาร กล้üยเผาจนเĀลืองทีแรกก็อร่อย ใครๆก็อยากกิน แต่พอĀลายüันเข้าก็แข็ง กลืนยากจะเอาÿ้อมจิ้ม กี่ครั้งก็ไม่อ่อนลงได้ üิเคราะĀ์üรรณคดีด้านคüามงาม คำไüพจน์ บริรักþ์ =- ป้อง ลาญ =- Āัก อัญขยม = ข้า ข้าพเจ้า เขþม =- ÿุข อุรา ÿบาย เกý = ýิระ ýิโรตม์ เýียร บาทา = บาท พระบาท เบื้องบาท ขลาด = üิตก กลัü


มะนะ = มโน ฤทัย อุระ พระทัย ม้üย = ÿิ้น มลายÿูญ Āาย ละลาย ตาย คำไüพจน์ นิตย์ = อัตรา แล = ดู มโน = ดำริ ตริ อุปมา คิด นึก ประชüร = เจ็บ ปüด üราพาธ ถüาย = แก่ ใĀ้ เปรียบ = ดุจ คล้าย เยี่ยง แĀนง = Āมาง ระแüง Āüาด กิจ = ธุระ อาดูร = üุ่น ไคล = เÿด็จ ไป อนุกูล = ช่üย ÿลาตัน = พายุ ไม่ = บ ละ ทüี = พูน มาก เพิ่ม ไคล = ไป ลีลา คล่อง ขาü = ยล üัน = ทิüา


อติพจน์ กล้üยเผาเĀลืองแก่ก้ำ เกินพระ ลักþณ์นา เลือดเนื้อผิเจือยา ใĀ้Āายได้จะชิงถüาย ㆍ คำซ้ำ - เจ็บนานĀนักอกผู้ บริรักþ์ ปüงเฮย คิดใคร่ลาลาญĀัก ปลดเปลื้อง คüามเĀนื่อยแĀ่งÿูจัก พลันÿร่าง ตูจักÿู่ภพเบื้อง Āน้านั้นพลันเขþม - เป็นฝีÿามยอดแล้ü ยังร่าย ÿ่านอ ปüดเจ็บใครจักĀมาย เชื่อได้ ใช่เป็นแต่ÿ่üนกาย เýียรกลัด กลุ้มแฮ ใครต่อเป็นจึงผู้ นั่นนั้นจริง -เป็นเด็กมีÿุขคล้าย ดีรฉาน รู้ÿุขรู้ทุกข์Āาญ ขลาดด้üย -ละอย่างละอย่างพาล Āย่อนเพราะ เผลอแฮ คล้ายกับผู้จüนม้üย ชีพÿิ้นÿติÿูญ - กลัüเป็นทüิราช บ ตริป้องอยุธยา เÿียเมืองจึงนินทา บ ละเü้น ฤ ü่างüาย - นายกลประจำจักร จะใช้Āนักก็นึกแĀนง จะรอก็ระแüง จะไม่ทันธุรการ


- อึดอัดทุกĀน้าที่ ทุกข์ทüีทุกüันüาร เĀตุĀ่างบดียาน อันเคยไü้น้ำใจชน อติพจน์ - ถ้าจะü่าบรรดากิจ ก็ไม่ผิด ณ นิยม เรือแล่นทะเลลม จะเปรียบต่อก็พอกัน -ธรรมดามĀาÿมุทร มีคราüĀยุดพายุผัน มีคราüÿลาตัน ตั้งระลอกกระฉอกฉาน - ผิüพอกำลังเรือ ก็แล่นรอดไม่ร้าüราน Āากกรรมจะบันดาล ก็คงล่มทุกลาไป - ชาüเรือก็ย่อมรู้ ฉะนี้อยู่ทุกจิตใจ แต่ลอยอยู่ตราบใด ต้องจำแก้ด้üยแรงระดม - คอยพระประทับอาÿน์ กระĀยับบาทจะพาไคล ตามแต่พระทัยไท ธ จะชักไปซ้ายขüา - ไกลใกล้ บ ได้เลือก จะกระเดือกเต็มประดา ตราบเท่าจะถึงüา - ระชีüิตมลายปราณ ขอจงüราพาธ บรมนาถเร่งเคลื่อนคลาย พระจิตพระüรกาย จงผ่องพ้นที่Āม่นĀมอง คำถามเชิงüาทýิลป์ - เป็นฝีÿามยอดแล้ü ยังราย ÿ่านอ ปüดเจ็บใครจักĀมาย เชื่อได้


ใช่เป็นแต่ÿ่üนกาย เýียรกลัด กลุ้มแฮ ใครต่อเป็นจึ่งผู้ นั่นนั้นเĀ็นจริง - คิดใดจะเกี่ยงแก้ ก็ บ พบซึ่งเงื่อนÿาย ÿบĀน้ามนุþย์อาย จึงจะอุดแลเลยÿูญ คำถามเชิงüาทýิลป์ - ถ้าจะü่าบรรดากิจ ก็ไม่ผิด ณ นิยม เรือแล่นทะเลลม จะเปรียบต่อก็พอกัน - ชาüเรือก็ย่อมรู้ ฉะนี้อยู่ทุกจิตใจ แต่ลอยอยู่ตราบใด ต้องจำแก้ด้üยแรงระดม - ผิดกันแต่ถ้าแก้ ใĀ้เต็มแย่จึงจมไป ใครĀ่อนประมาทใจ ü่าขลาดเขลาและเมาเมิน อุปลักþณ์ - ใครต่อเป็นจึ่งผู้ นั่นนั้นเĀ็นจริง - ตะปูดอกใĀญ่ตรึ้ง บาทาอยู่เฮย - กลัüเป็นทüิราช บ ตริป้องอยุธยา - เปรียบตัüเĀมือนอย่างม้า ที่เป็นพาĀนยาน


üิเคราะĀ์คุณค่าด้านüรรณýิลป์ การใช้นามนัย เช่น นายกลประจำจักร จะใช้Āนักก็นึกแĀนง จะรอก็ระแüง จะไม่ทันธุรการ ในบทประพันธ์นี้ได้คำü่า นายกล Āมายถึงกัปต้นผู้ดูแลเรือ Āรือเปรียบข้าราซการ/ข้าราชบริพาร ๒.๘ การใช้คำถามเซิงüาทýิลป์ เช่น ตะปูดอกใĀญ่ตรึ้ง บาทา อยู่เอย จึง บ อาจลีลา คล่องได้ เชิญผู้ที่เมตตา แก้ÿัตü์ ปüงแอ ซักตะปูนี้ใĀ้ ÿงข้าอัญขยม เป็นการตั้งคำถามตรงที่ "เชิญผู้ที่เมตตา แก้ÿัตü์ ปüงแอ ซักตะปูนี้ใĀ้ ÿ่งข้าอัญขยม "ใครที่ÿามารถดึงตะปูดอก ใĀญ่นี้ออกได้ ร.๕ จะทรงยินดีใĀ้ดึงออกเป็นอย่างยิ่ง คำปฏิปุจฉา ดังตัüอย่างเช่น ซาüเรือก็ย่อมรู้ ฉะนี้อยู่ทุกจิตใจ แต่ลอยอยู่ตราบใด ต้องจำแก้ด้üยแรงระดม คือ คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ คือ แต่ลอยอยู่ตราบใด แปลได้ü่า แต่ตราบใดยังคงลอยลำอยู่ ก็จำต้องร่üมแรง ร่üมใจแก้ไขไปด้üยกัน ๒.๙ จินตภาพด้านการเคลื่อนไĀü (นาฏการ) เช่น ฉันไปปะเด็กĀ้า Āกคน โกนเกýนุ่งขาüยล เคลิบเคลิ้ม คำü่า ไป แÿดงคüามเคลื่อนไĀü จินตภาพด้านÿีและรÿชาติ เช่น กล้üยเผาเĀลืองแก่ก้า เกินพระ ลักþณ์นา แรกก็ออกอร่อยจะ ใคร่กล้า


๒.๑๐ การใช้คำไüพจน์ ตัüอย่างเช่น นี้ในน้ำใจข้า อุปมาบังคมทูล ทุกüันนี้อาดูร แต่ที่พระประชüรนาน คำไüพจน์ในบทนี้นั่นคือคำü่า อาดูร Āมายถึง การทนทุกข์ เดือดร้อนทนทุกข์ ๓.การใช้รÿüรรณคดี เช่น ๓.๑ การใช้ÿัลลาปังคพิÿัย เช่น ฉันไปปะเด็กĀ้า Āกคน โกนเกýนุ่งขาüยล เคลิบเคลิ้ม ถามเขาü่าเป็นคน เชิญเครื่อง ไปที่Āอýพเริ้ม ริกเร้าเĀงาใจ เป็นการกล่าüถึงในเรื่องของงานýพที่ใĀ้อารมณ์แĀ่งคüามเýร้าโกเÿียใจ ใĀ้ผู้อ่านได้มีอารมณ์เข้าถึงและเĀ็น ภาพออกมาซัดเจน ๓.๒ การใช้กรุณารÿ เช่น เป็นฝีÿามยอดแล้ü ยังราย ÿ่านอ ปüดเจ็บใครจักĀมาย เชื่อได้ ใช่เป็นแต่ÿ่üนกาย เตียรกลัด กลุ้มแอ ใครต่อเป็นจึงผู้ นั่นนั้นเĀ็นจริง เป็นบทพรรณนาที่ทำใĀ้ผู้อ่านĀดĀู่เĀี่ยüแĀ้ง เกิดคüามเĀ็นใจ พลอยเป็นทุกข์ไปด้üย จากคüามเจ็บปüดที่ กล่าüถึงเรื่องของฝี ถ้าใครไม่เป็นก็คงไม่รู้ ๓.๓ การใช้üีรรÿ เช่น ซีüิตมมนุþย์นี้ เปลี่ยนแปลง จริงนอ ÿุขและทุกข์พลิกแพลง มากครั้ง โบราณท่านจึงแÿดง เป็นเยี่ยง อย่างนา ชั่üนับเจ็ดทีทั้ง เจ็ดข้างฝ่ายดี เป็นบทที่มีกลิ่นอายของüีรรÿอยู่เนือง ๆเมื่อผู้อ่านได้อ่านแล้üเĀ็นถือคüามเป็นธรรมชาติของชีüิตที่จะมีทั้งดีและ ร้าย บางคนอ่านแล้üก็เกิดคüามเข้ากล้าที่จะเผชิญĀน้าที่อุปÿรรคมากขึ้น


๔. การใช้ÿำนüนÿภาþิต เช่น ชีüิตมนุþย์นี้ เปลี่ยนแปลง จริงนอ ÿุขและทุกข์พลิกแพลง มากครั้ง โบราณท่านจึงแÿดง เป็นเยี่ยง อย่างนา ชั่üนับเจ็ดทีทั้ง เจ็ดข้างฝ่ายดี ÿั่งÿอนเกี่ยüกับชีüิต เพราะชีüิตคนเรานั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่เÿมอ มีทั้งÿุขและทุกข์ เĀมือนกับที่ โบราณü่าไü้ü่า ชั่üเจ็ดทีดีเจ็ดĀน


ÿัมผัÿอักþร ÿระ - เจ็บนานĀนักอกผู้ บริรักþ์ ปüงเฮย คิดใครลาลาญĀัก ปลดเปลื้อง ÿัมผัÿแพรüพราüตรงตามฉันท์ลักþณ์ คüามเĀนื่อยแĀ่งÿูจัก พลันÿร่าง ตูจักÿู่พบเบื้อง Āน้านั้นพลันเกþม -ชีüิตมนุþย์นี้ เปลี่ยนแปลง จริงนอ ÿัมผัÿแพรüพราüตรงตามฉันท์ลักþณ์ ทุกข์และÿุขพลิกแพลง มากครั้ง โบราณท่านจึงแÿดง เป็นเยี่ยง อย่างนา ชั่üนับเจ็ดทีทั้ง เจ็ดข้างฝ่ายดี - เจ็บนานนึกĀน่ายนิตย์ มะนะเรื่องบำรุงกาย ÿ่üนจิต บ มีÿบาย ýิระกลุ้มอุราตรึง มีการเล่นเÿียง น ÿัมผัÿแพรüพราü - ทุกĀน้าทุกตาตู่ บ พบผู้จะพึ่งÿบาย ÿัมผัÿแพรüพราü ปรับทุกข์ทุรนทุราย กันมิเü้นทิüาüัน -ดุจเĀü่าพละนา- üะเĀü่ü้ากะปีตัน มีการเล่นเÿียง ü ÿัมผัÿแพรüพราü ตรงตามฉันทลักþณ์ นายท้ายฉงนงัน ทิýทางก็คลางแคลง -อึดอัดทุกĀน้าที่ ทุกข์ทüีทุกüันüาร ÿัมผัÿแพรüพราü ตรงตามฉันทลักþณ์ เĀตุĀ่างบดียาน อันเคยไü้น้ำใจชน - นี้ในน้ำใจข้า อุปมาบังคมทูล มีการเล่นเÿียง น ÿัมผัÿแพรüพราü ตรงตามฉันทลักþณ์ ทุกüันนี้อาคูร แต่ที่พระประชüรนาน -ขอเĀตุที่ขุ่นขัด จะüิบัติพระขันตี -จงคลายเĀมือนĀลายปีละลืมเลิกละลายÿูญ มีการเล่นเÿียง ล ÿัมผัÿแพรüพราü ตรงตามฉันทลักþณ์ .


นามนัย -เป็นเด็กมีÿุขคล้าย ดรีฉาน ดีรฉาน = ÿัตü์ดีรฉาน - ขอเดชะเบื้องบาท üรราชะปกýี เบื้องบาท = พระมĀากþัตริย์ร.5 - ดุจเĀล่าพละนา- üะเĀü่ü้ากะปิตัน กะปิตัน = กัปตันเรือ (เปรียบมĀากþัตริย์) - นายกลประจำจักร จะใช้ĀนักนึกแĀนง นายกล = ผู้ดูแลเครื่องจักเรือ(ข้าราชการ/ข้าราชการบริพาร) - เĀตุĀ่างบดียาน อันเคยไü้น้ำใจชน บดียาน = นายเรือ เจ้าของเรือ -ชาüเรือก็ย่อมรู้ ฉะนี้อยู่ทุกจิตใจ ชาüเรือ = ปüงชน


ค าปฏิพากย์ - รู้สุขรู้ทุกข์หาญ ขลาดด้วย - ทุกข์และสุขพลิกแพลง มากครั้ง - ชั่วนับเจ็ดทีทั้ง เจ็ดข้างฝ่ายดี - รู้สุขรู้ทุกข์หาญ ขลาดด้วย ค าอัพภาส - จงคลายเหมือนหลายปี ละลืมเลิกละลายสูญ อุปมา - โบราณท่าจึงแสดง เป็นเยี่ยง อย่างนา ชั่วนับเจ็ดที่ทั้ง เจ็ดข้างฝ่ายดี แปล ชีวิตคนเรานั้นเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอมีทั้งทุกข์และสุขสลับกันไป ดังค าโบราณที่ว่า ชั่วเจ็ดทีดีเจ็ดหน (ข้อความนี้แสดงถึงความไม่แน่นอน) - เป็นเด็กมีสุขคล้าย ดีรฉาน แปล ในยามที่เป็นเด็กนั้นมีความสุขเหมือนเดรัจฉาน - ละอย่างละอย่างพาล หย่อนเพราะ เผลอแฮ แปล ตามประสาเด็ก ๆ ก็อาจพลั้งเผลอบกพร่องผิดพลาดเพราะความเป็นเด็ก - คล้ายกับผู้จวนม้วย ชีพสิ้นสติสูญ แปล คล้ายกับคนที่จวนจะตาย - เหล่าข้าพระบาทความ วิตกพ้นจะอุปมา แปล ปวงชนชาวสยามและเหล่าข้าพระบาทล้วนแล้วแต่รู้สึกวิตกกังวลเกินกว่าจะเปรียบได้


- ดุจเหล่าพละนา- วะเหว่ว๊ากะปิตัน แปล เปรียบเหมือนชาวเรือที่ขาดกัปดัน - เรือแล่นทะเลลม จะเปรียบต่อก็พอกัน แปล เปรียบได้กับเรือที่ล่องในมหาสมุทร - ที่สุดก็สูญล า เหมือนที่แก้ไม่หวาดไหว แปล ในที่สุดก็สูญเสียเรือทั้งล าเหมือนกับที่แก้ปัญหาไม่ไหว - นี้ในน ้าใจข้า อุปมาบังคมทูล แปล น ้าใจข้านี้เปรียบได้ดังที่บังคมทูล - เปรียบตัวเหมือนอย่างม้า ที่เป็นพาหนยาน แปล เปรียบข้าพเจ้าเหมือนอย่างม้าเป็นพาหนะ - สัตย์ข้าจงได้สัม- ฤทธิดังมโนหมาย แปล ขอใหด้า อธิฐานจงสมัฤทธิ์ ผลดังใจหมาย


จินตภาพด้านการเคลื่ อนไหว (นาฎการ) - ตูจักสู่ภพเบื้อง หน้านั้นพลันเขษม - ชักตะปูนี้ให้ ส่งข้าอัญขยม - ทุกข์และสุขพลิกแพลง มากครั้ง - ฉันไปปะเด็กห้า หกคน - ไปที่หอศพเริ้ม ริกเร้าเหงาใจ - ทนจ่อซ่อมจิ้มจ ้า แดกสิ้นสุดไบ จินตภาพด้านสี - โกนเกศนุ่งขาวยล เคลิบเคลิ้ม = เห็นสีขาว - กล้วยเผาเหลืองแก่ถ ้า เกินพระ ลักษณ์มา = เห็นสีเหลือง - เลือดเนื้อผิเจือยา ให้หายจะได้ชิงถวาย = เห็นสีแดง - พระจิตพระวรกาย จงผ่องพ้นที่หม่นหมอง = เห็นความหม่นหมอง - จินตภาพด้านเสียง - ทนจ่อซ่อมจิ้มจ ้า แดกสิ้นสุดใบ = ได้ยินเสียงส้อมที่จิ้มลงบนกล้วย - มีคราวสลาตัน ตั้งระลอกกระฉอกฉาน = ได้ยินเสียงน ้าเป็นในกระเพื่อมอย่างแรงเพราะ ความสั่นสะเทือน จินตภาพด้านรสชาติ - แรกก็ออกอร่อยจะ ใคร่กล ้า =รสชาติอร่อย สัลลาปังคพิสัย - เจ็บนานหนักอกผู้ บริรักษ์ ปวงเฮย คิดใคร่ลาลาญหัก ลดเปลื้อง


- เป็นฝีสามยอดแล้ว ยังราย ส่านอ ปวดเจ็บใครจักหมาย เชื่อได้ กรุณารส อันพระประชวรครั้ง นี้แท้ทั้งไผทสยาม เหล่าข้าพระบาทความ วิตกพ้นจะอุปมา ประสาแต่อยู่ใกล้ ทั้งรู้ใช่ว่าหนักหนา เลือดเนื้อผิเจือยา ให้หายได้จะชิงถวาย เป็นการใช้ค าเพื่อแสดงออกถึงความเมตตาสงสาร ท าให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกสลดหดหู่ใจตามไปด้วย วีรรส เจ็บนานหนักอกผู้ บริรักษ์ ปวงเฮย คิดใครลาลลาญหัก ปลดเปลื้อง ความเหนื่อยแห่งสูจัก พลันสร่าง ตูจักสู่พบเบื้อง หน้านั้นพลันเกษม รสแห่งความกล ้าหาญ น ้าพระราชพฤทัยของพระองค์ที่ยอมสละพระชนม์ชีพลาสวรรคตก็เพื่อที่จะไม่เป็น ภาระแก่พระญาติและข้าราชบริพาร โดยไม่หวาดกลัวความตายเลย


วิเคราะĀ์คุณค่าด้านÿังคม ขัตติยพันธกรณี พระราชนิพนธ์ เจ็บนานĀนักอกผู้ บริรักþ์ ปüงเฮย คิดใคร่ลาลาญĀัก ปลดเปลื้อง คüามเĀนื่อยแĀ่งÿูจัก พลันÿร่าง ตูจักÿู่พบเบื้อง Āน้านั้นพลันเขþม üิเคราะĀ์ÿะท้อนคüามเชื่อเรื่องการเüียนü่ายตายเกิด เป็นฝีÿามยอดแล้ü ยังราย ÿ่านอ ปüดเจ็บใครจักĀมาย ช่üยได้ ใช่เป็นแต่ÿ่üนกลาย เýียรกลัด กลุ้มแฮ ใครต่อเป็นจึ่งผู้ นั่นนั้นเĀ็นจริง üิเคราะĀ์เป็นโรคที่ไม่ÿามารถมีใครรับรู้ถึงคüามเจ็บปüด ไม่มีใครช่üยได้เครียดจนปüดĀัüไปทั้งตัü ตะปูดอกใĀญ่ตรึ้ง บาทาอยู่เฮย จึง บ อาจลีลา คล่องได้ เชิญผู้ที่เมตตา แก้ÿัตü์ ปüงแฮ ชักตะปูนี้ใĀ้ ÿ่งข้าอัญขยม üิเคราะĀ์ ÿะท้อนÿังคมระบอบÿมบรูณาญาÿิทธิราชย์อันพระมĀากþัตริย์ทรงมีอำนาจÿิทธิ์ขาดÿูงÿุดคอน ปกครองบริĀารและปกครองประเทýชาติ ชีüิตมนุþย์นี้ เปลี่ยนแปลง จริงนอ ทุกข์และÿุขพลิกแพลง มากครั้ง โบราณท่านจึงแÿดง เป็นเยี่ยง อย่างนา ชั่üนับเจ็ดทีทั้ง เจ็ดข้างฝ่ายดี üิเคราะĀ์ÿะท้อนคüามเชื่อเรื่องคüามดี คüามชั่ü


เป็นเด็กมีÿุขคล้าย ดีรฉาน รู้ÿุกรู้ทุกข์Āาญ ขลาดด้üย ละอย่างละอย่างพาล Āย่อนเพราะ เผลอแฮ คล้ายกับผู้จüนม้üย ชีพÿิ้นÿติÿูญ üิเคราะĀ์ÿะท้อนüิถีชีüิตของเด็กๆในÿมัยนั้นที่ใช้ชีüิตไปüันๆไม่ต้องคอยกังüลเกี่ยüกับปัณĀาต่างๆในชีüิต ฉันไปปะเด็กĀ้า Āกคน โกนเกýนุ่งขาüยล เคลิบเคลิ้ม กามเขาü่าเป็นคน เชิญเครื่อง ไปที่Āอýพเริ้ม ริกเร้าเĀงาใจ üิเคราะĀ์ÿะท้อนด้านüิถีชีüิตด้านคüามคิด คüามตาย คüามเชื่อ และประกอบพิธีกรรมทางýาÿนา กล้üยเผาเĀลืองแก่ก้ำ เกินพระ ลักþณ์นา แรกก็ออกอร่อยจะ ใคร่กล้ำ นานüันยิ่งเครอะคระ กลืนยาก ทนจ่อซ่อมจิ้มจ้ำ แดกÿิ้นÿุดใบ üิเคราะĀ์ÿะท้อนค่านิยมเรื่องผิüพรรณÿีเĀลืองนüล


บรรณานุกรม ขัตติยพันธกรณี(ออนไลน์) สืบค้นจาก ขัตติยพันธกรณี.pdf (weebly.com) ขัตติยพันธกรณี(ออนไลน์) สืบค้นจาก รายงานขัตติยพันธกรณี.pages (weebly.com) ขัตติยพันธกรณี(ออนไลน์) สืบค้นจาก ขัตติยพันธกรณี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 วิชาภาษาไทย (startdee.com) ประวัติ(ออนไลน์) สืบค้นจากพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ: พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว [จุฬาลงกรณ์ราชบรรณาลัย] (chula.ac.th) ที่มาของขัตติยพันธกรณี(ออนไลน์) สืบค้นจาก https://nockacademy.com/thai-language/thai-language- %E0%B8%A10%B9%80%E0%B8%


Click to View FlipBook Version