The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เพื่ออนุรักษ์นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-01-13 01:44:17

รายงาน นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ

เพื่ออนุรักษ์นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ

รายงาน

เรอ่ื ง นิทาน พนื้ บา้ น ภาคเหนือ
โดย

ด.ช.นพวิชญ์ อินกรดั เลขท่ี ๑๔
ด.ช.อลงกต ช่ืนบางบา้ เลขท่ี ๙
ด.ช.สกุ ฤษฎิ์ แกว้ บญุ มา เลขท่ี ๑
ด.ช.ศภุ กิตติ์ เนียมจนั ทร์ เลขท่ี ๑๐
ด.ช.ณฐั กร รอดเงิน เลขท่ี ๑๕

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑/๓
เสนอ

นางสาวสวุ ณิชย์ ศิรจิ นั ทร์
รายงานนีเ้ ป็นสว่ นหนง่ึ ของวชิ า ท๒๑๑๐๒ ภาษาไทย

ภาคเรยี นท่ี ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔
โรงเรยี นพษิ ณโุ ลกพิทยาคม



คานา

รายงานเลม่ นีเ้ ป็นสว่ นหนง่ึ ของวชิ าภาษาไทยโดยมเี นือ้ เก่ียว

กบั นิทานภาคเหนือ เพอ่ื ใหน้ ิทานของภาคเหนือแตล่ ะเรอ่ื งไดใ้ ห้
คณุ คา่ ดา้ นความสนกุ สนานเพลิดเพลินตลอดจนใหค้ วามรู้ ความ
เขา้ ใจในขนบธรรมเนียมประเพณี วฒั นธรรมอนั ดีงามของภาคเหนือ
สามารถเป็นเครอ่ื งหล่อหลอมอธั ยาศยั จิตใจของคน ใหม้ คี วาเมตตา
กรุณา ออ่ นโยน ฯลฯ ซง่ึ ส่งิ เหลา่ นีน้ ิทานมีสว่ นสาคญั ต่อการปฏิบตั ิ
ตนทางจรยิ ธรรมไมน่ อ้ ย

ด.ช.นพวิชญ์ อินกรดั และคณะ

สารบญั ข

คานา หนา้
สารบญั ก
ดนตรรี กั ธรรมชาติ ข
เชียงดาว ๙-๑๑
อา้ ยกอ้ งขจี้ ุ๊ ๑๒-๑๕
ผาว่งิ ชู้ ๑๖-๒๒
ลานนางคอย ๒๓-๒๔
บรรณานกุ รม ๒๕-๒๖
๒๗

1

ขอ้ มูลพ้นื ฐานภาคเหนือ

ภาคเหนือ เป็นภมู ภิ าคท่อี ย่ดู า้ นบนสดุ ของไทย มลี กั ษณะภมู ิ
ประเทศอนั ประกอบไปดว้ ยเทอื กเขาสลบั ซบั ซอ้ น ต่อเน่ืองมาจากทวิ
เขาชานในประเทศพมา่ และประเทศลาว ภาคเหนือมีภมู ิอากาศแบบ
ทงุ่ หญา้ สะวนั นา เหมือนกบั พนื้ ท่สี ว่ นใหญ่ของประเทศ การท่มี ีพนื้ ท่ี
อย่เู หนอื ระดบั นา้ ทะเลและมีเสน้ ละตจิ ดู อย่ตู อนบนทาใหส้ ภาพ
อากาศของภาคเหนือเปล่ียนแปลงตามฤดกู าลอยา่ งเหน็ ไดช้ ดั เช่น
มฤี ดหู นาวท่หี นาวเย็นกวา่ ภมู ภิ าคอ่ืน ๆ ทางดา้ นประวตั ิศาสตรข์ อง
ภาคเหนือมีความสมั พนั ธท์ างวฒั นธรรมกบั อาณาจกั รลา้ นนา
ภมู ศิ าสตรภ์ มู ิประเทศของภาคเหนือประกอบไปดว้ ยเทือกเขานอ้ ย
ใหญ่สลบั ซบั ซอ้ น และมีพนื้ ท่สี าคญั ของประเทศหลายจดุ เช่น พนื้ ท่ี
ทางดา้ นตะวนั ตกสดุ ของประเทศทอ่ี าเภอแมส่ ะเรยี ง จงั หวดั
แมฮ่ อ่ งสอน พนื้ ทท่ี างดา้ นเหนือสดุ ของประเทศท่อี าเภอแมส่ าย
จงั หวดั เชียงราย จดุ สงู สดุ ของประเทศท่ดี อยอินทนนท์ จงั หวดั

2

เชียงใหม่ นอกจากนี้ ภาคเหนือยงั เป็นพนื้ ท่แี รกของประเทศท่แี มน่ า้
โขงไหลผ่าน โดยจดุ แรกท่แี มน่ า้ โขงไหลผา่ นประเทศไทยอย่บู รเิ วณ
สามเหล่ยี มทองคา อาเภอเชียงแสน จงั หวดั เชียงราย

ภาคเหนือมีพนื้ ท่รี วมทงั้ หมด ๙๓,๖๙๐.๘๕ ตารางกิโลเมตร คดิ เป็น
สดั สว่ นรอ้ ยละ ๐. ๐๖ของพนื้ ท่บี นผิวโลกเขตแดนตดิ กบั ประเทศ
เพ่อื นบา้ นและภมู ภิ าคอ่ืน ๆ ของภาคเหนือ เรยี งตามเขม็ นาฬกิ า
ไดแ้ ก่ ทศิ ตะวนั ตกและทศิ เหนอื ติดกบั ประเทศพมา่ ทศิ เหนือและทิศ
ตะวนั ออกตดิ กบั ประเทศลาว ทิศใตต้ ิดกบั ภาคกลาง พนื้ ท่จี งั หวดั
พษิ ณโุ ลก และ สโุ ขทยั ทางดา้ นตะวนั ตกเฉียงใตม้ พี นื้ ท่ตี ดิ กบั ภาค
ตะวนั ตก บรเิ วณจงั หวดั ตาก

การแบง่ เขตการปกครอง

จงั หวดั ในภาคเหนอื กาหนดโดยคณะกรรมการภมู ิศาสตรแ์ หง่ ชาติ
เม่อื ปี พ.ศ. ๒๕๒๑ และประกาศใชโ้ ดยราชบณั ฑิตยสถาน เป็นการ
แบง่ ตามลกั ษณะทางภมู ิศาสตร์ ประเพณี สงั คม วฒั นธรรมและ
ภาษา เป็นการ

3

แบง่ ระบบ ๖ ภมู ภิ าค ประกอบไปดว้ ย ๙ จงั หวดั ตามลกั ษณะ
ภมู ิภาคตามธรรมชาติท่ตี งั้ อยใู่ นเขตภเู ขานอกจากการแบง่ ตาม
ราชบณั ฑิตยสถานแลว้ ยงั มีหน่วยงานท่เี คยจดั แบง่ ภมู ิภาคของ
ประเทศไทยขนึ้ เพ่อื กาหนดแผนบรหิ ารงานดา้ นเศรษฐกิจและสงั คม
ซง่ึ เป็นการแบง่ ภมู ิภาคอย่างไมเ่ ป็นทางการไดแ้ ก่ คณะกรรมการ
พฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ โดยกาหนดใหภ้ าคเหนือมี
ทงั้ หมด ๑๗ จงั หวดั ประกอบดว้ ย ๙ จงั หวดั ภาคเหนือขา้ งตน้ กบั อีก
๘ จงั หวดั ไดแ้ ก่ จงั หวดั ตาก พิษณโุ ลก สโุ ขทยั เพชรบรู ณ์ พิจิตร
กาแพงเพชร นครสวรรค์ และจงั หวดั อทุ ยั ธานีจงั หวดั ทงั้ ๙ ของ
ภาคเหนือในการแบง่ เชน่ นีอ้ าจเรยี กวา่ ภาคเหนือตอนบน ซง่ึ สว่ น
ใหญ่เคยเป็นท่ตี งั้ ของอาณาจกั รลา้ นนามาก่อน (สาหรบั จงั หวดั
อตุ รดิตถแ์ ละจงั หวดั ตากเคยเป็นบางสว่ น) และมีภาษาถ่ินเป็นคา

เมอื ง สว่ น ๘ จงั หวดั ท่เี หลอื อาจเรยี กวา่ ภาคเหนือตอนลา่ ง ซง่ึ มี
ศนู ยก์ ลางอยทู่ ่จี งั หวดั พษิ ณโุ ลกและจงั หวดั นครสวรรค์ อนั เป็น
ศนู ยก์ ลางการคมนาคมท่สี าคญั ปัจจบุ นั การแบง่ แบบนีไ้ ม่นิยมใช้
อา้ งอิงในเอกสารของทาง

4

ราชการและบทความทางวชิ าการอ่ืน ๆ เน่ืองจากราชบณั ฑิตยสถาน
ไดก้ าหนดใหจ้ งั หวดั เหลา่ นี้ เป็นจงั หวดั ในเขตภาคกลาง ยกเวน้
จงั หวดั ตากอยใู่ นภาคตะวนั ตกจงั หวดั ในภาคเหนือทแ่ี บง่ ตาม
ราชบณั ฑิตยสถานมี ๙ จงั หวดั ไดแ้ กจ่ งั หวดั เชียงราย จงั หวดั
เชียงใหม่ จงั หวดั น่าน จงั หวดั พะเยา แพร่ แมฮ่ ่องสอน ลาปาง
ลาพนู อตุ รดติ ถ์

5

ประเพณีและวฒั นธรรมสาคญั ของภาคเหนือ

ประเพณีภาคเหนือ เรยี นรูข้ นบธรรมเนียมประเพณีท่ดี ีงามของ
ภาคเหนือ ทงั้ การวฒั นธรรม พิธีกรรม ความเช่ือ ภาษา การแตง่ กาย
การละเลน่ พนื้ บา้ น และอาหาร ฯลฯ นบั เป็นกิจกรรมท่มี ีการปฏบิ ตั ิ
สบื เน่อื งกนั มาอยา่ งยาวนานวฒั นธรรมในทอ้ งถ่ินของภาคเหนือ
แบง่ ออกได้ ดงั นีว้ ฒั นธรรมทางภาษาถ่ินชาวไทยทางภาคเหนือมี
ภาษาลา้ นนาท่นี ่มุ นวลไพเราะ ซง่ึ มีภาษาพดู และภาษาเขยี นท่ี
เรยี กวา่ "คาเมอื ง" ของภาคเหนือเอง โดยการพดู จะมสี าเนียงท่ี
แตกตา่ งกนั ไปตามพนื้ ท่ี ปัจจบุ นั ยงั คงใชพ้ ดู ติดตอ่ สอื่ สารกนั
วฒั นธรรมการแตง่ กาย การแตง่ กายพนื้ เมืองของภาคเหนือมี
ลกั ษณะแตกต่างกนั ไปตามเชือ้ ชาตขิ องกลมุ่ ชนคนเมือง เน่ืองจาก

ผคู้ นหลากหลายชาตพิ นั ธอุ์ าศยั อยใู่ นพนื้ ท่ซี ง่ึ บง่ บอกเอกลกั ษณข์ อง
แตล่ ะพนื้ ถ่ิน

6

- หญิงชาวเหนือจะน่งุ ผา้ ซ่นิ หรอื ผา้ ถงุ มีความยาวเกือบถงึ ตาตมุ่
ซง่ึ นิยมน่งุ ทงั้ สาวและคนแก่ ผา้ ถงุ จะมีความประณีต งดงาม ตีนซ่ิน
จะมีลวดลายงดงาม สว่ นเสอื้ จะเป็นเสอื้ คอกลม มสี สี นั ลวดลาย
สวยงาม อาจหม่ สไบทบั และเกลา้ ผม

- ผชู้ ายนิยมน่งุ นงุ่ กางเกงขายาวลกั ษณะแบบกางเกงขายาวแบบ ๓
สว่ น เรยี กติดปากวา่ "เต่ยี ว" "เต่ยี วสะดอ" หรอื "เต่ยี วกี" ทาจากผา้
ฝา้ ย ยอ้ มสนี า้ เงินหรอื สดี า และสวมเสอื้ ผา้ ฝา้ ยคอกลมแขนสนั้ แบบ
ผา่ อก กระดมุ ๕ เมด็ สนี า้ เงินหรอื สีดา ท่ีเรยี กวา่ เสอื้ มอ่ ฮอ่ ม ชดุ นี้
ใสเ่ วลาทางาน หรอื คอจีนแขนยาว อาจมผี า้ คาดเอว ผา้ พาดบา่ และ
มผี า้ โพกศรี ษะ ชาวบา้ นบางแหง่ สวมเสอื้ มอ่ ฮอ่ ม นงุ่ กางเกง สาม
สว่ น และมีผา้ คาดเอว เครอ่ื งประดบั มกั จะเป็นเครอ่ื งเงินและเครอ่ื ง
ทอง

วฒั นธรรมการกิน

ชาวเหนือมีวฒั นธรรมการกินคลา้ ยกบั คนอีสาน คอื กินขา้ วเหนียว
และปลารา้ ซง่ึ ภาษาเหนือเรยี กวา่ "ขา้ วน่ิง" และ "ฮา้ " สว่ นกรรมวิธี
การปรุงอาหารของภาคเหนือจะนิยมการตม้ ปิ้ง แกง หมก ไม่นิยม

7

ใชน้ า้ มนั สว่ นอาหารขนึ้ ช่ือเรยี กวา่ ถา้ ไดไ้ ปเท่ยี วตอ้ งไปลิม้ ลอง ไดแ้ ก่
นา้ พรกิ หนมุ่ , นา้ พรกิ ออ่ ง, นา้ พรกิ นา้ ป,ู ไสอ้ ่วั , แกงโฮะ, แกงฮงั เล,
แคบหม,ู ผกั กาดจอ ลาบหม,ู ลาบเนือ้ , จิน้ สม้ (แหนม), ขา้ วซอย
และขนมจีนนา้ เงยี้ ว เป็นตน้

ประเพณีของภาคเหนือ

ประเพณีปอยหลวง หรอื งานบญุ ปอยหลวง เป็นเอกลกั ษณข์ องชาว
ลา้ นนาซง่ึ เป็นผลดตี อ่ สภาพทางสงั คม ถือวา่ เป็นการใหช้ าวบา้ น
ไดม้ าทาบญุ รว่ มกนั รว่ มกนั จดั งานทาใหเ้ กิดความสามคั คีในการ
ทางาน งานทาบญุ ปอยหลวงยงั เป็นการรวมญาติพ่ีนอ้ งท่ีอยตู่ า่ งถ่ิน
ไดม้ ีโอกาสทาบญุ รว่ มกนั และมีการสบื ทอดประเพณีท่เี คยปฏิบตั กิ นั
มาครงั้ แตบ่ รรพชนไมใ่ หส้ ญู หายไปจากสงั คมช่วงเวลาจดั งานเรม่ิ
จากเดอื น ๕ จนถงึ เดอื น ๗ เหนือ (ตรงกบั เดือนกมุ ภาพนั ธ์ ถงึ เดือน
เมษายนหรอื เดือนพฤษภาคมของทกุ ปี) ระยะเวลา ๓-๗ วนั

ประเพณีย่เี ป็ง (วนั เพญ็ เดือนย่ี) หรอื งานลอยกระทง โดยจะมีงาน
"ตามผางผะตปิ้ " (จดุ ประทีป) ซง่ึ ชาวภาคเหนือตอนลา่ งจะเรยี ก

8

ประเพณีนีว้ า่ "พิธีจองเปรยี ง" หรอื "ลอยโขมด" เป็นงานท่ขี นึ้ ช่ือท่ี
จงั หวดั สโุ ขทยั ประเพณีกรวยสลาก หรอื ตานก๋วยสลาก เป็นประเพณี
ของชาวพทุ ธท่มี ีการทาบญุ ใหท้ านรบั พรจากพระ จะทาใหเ้ กิดสริ ิ
มงคลแก่ตนและอทุ ศิ สว่ นกศุ ลใหแ้ กผ่ ลู้ ว่ งลบั ไปแลว้ เป็นการระลกึ
ถึงบญุ คณุ ของผมู้ พี ระคณุ และเป็นการแสดงออกถงึ ความสามคั คี
ของคนในชมุ ชน

9

นิทานพ้ืนบา้ นของภาคเหนือ

๑.เรอ่ื งดนตรรี กั ธรรมชาติ

มีนายพรานผหู้ น่งึ มอี าชีพเขา้ ป่าลา่ สตั ว์ เม่อื งยิงสตั วไ์ ดก้ ็แล่
เนือ้ และยา่ งนามาขายในเมืองสว่ นเขาและหนงั ก็ขายให้ แก่ผู้
ตอ้ งการ วนั หนง่ึ เขาออกจากบา้ นพรอ้ มกบั ปีนคมู่ ือเดินลดั ตรงเขา้
ป่ ามงุ่ ตรงไปยงั หนองนา้ ขา้ งเขา เพราะบรเิ วณนีส้ ตั วป์ ่ามกั จะลงมา
กินนา้ และกินดินโป่ งเสมอ ๆ นายพรานคิดแตใ่ นใจว่า วนั นีถ้ า้ โชคดี
คงจะยิงหมไู ดไ้ มน่ อ้ ยกวา่ ๒ ตวั เพราะฤดนู ีห้ มชู อบลงมากินดนิ โป่ง
ขณะที่นายพรานกาลงั เดนิ ทางไปผา่ นป่าทะลอุ อกสแู่ มน่ า้ สองฟาก
แมน่ า้ มีตน้ ไมใ้ หญ่รม่ ครมึ้ เยือกเยน็ มนี กนานาชนิดจบั คสู่ ง่ เสยี ง
จอแจ นายพรานกวาดสายตาดรู อบ ๆ เพ่อื มองหาสตั วป์ ่าท่จี ะลงมา
กินนา้ ทนั ใดนนั้ ก็เหลือบไปเหน็ หมปู ่าขนาดใหญ่กาลงั เดินดมุ่ ๆ
เสาะหาอาหารตามชายป่ าละเมาะอีกอีกฟากหน่ึง นายพรานก็ทรุด
ตวั ลงน่งั โดยเรว็ เพ่อื เตรยี มพรอ้ มบรรจลุ กู กระสนุ และเลอื กทาเลท่ี
เหมาะคอยดกั ยงิ หมปู ่ าตวั นนั้ คงเดินเสาะหาอาหารไปเรอ่ื ย ๆ

10

จนกระท่งั มนั ไปพบรางไมส้ าหรบั ใสอ่ าหารซง่ึ ชาวไรใ่ สอ่ าหารดกั ลา่
สตั วป์ ่ าไว้ โดยไมร่ รี อมนั ตรงเขา้ กินอาหารในรางนนั้ ทนั ที เผอิญวนั นี้
เจา้ ของไรไ่ มส่ บาย จงึ ไมไ่ ดอ้ อกมาน่งั หา้ งคอยดกั ยงิ สตั วท์ ่ตี นวาง
อาหารลอ่ ไว้ นายพรานขยบั ตงั คลานเขา้ ไปเพ่อื เลือกทาเลยิงท่ี
เหมาะ จนกระท่งั อย่ใู นระยะท่ีมองเหน็ หมตู วั นนั้ ชดั เจนท่สี ดุ เขาจงึ
ยกปืนขนึ้ ประทบั บา่ เลง็ จะยิงใหต้ รงหวั ใจ ขณะท่เี ขากาลงั เลง็ อย่นู นั้
ลมเยน็ พดั มาเอ่ือย ๆ ยอดหญา้ ยอดพงแกวง่ ไกวโอนเอนไปมา
แสงแดดสวา่ งจา้ เขา้ ตาทาใหต้ าเขาพรา่ พราวมองเหน็ หมปู ่าไม่
ชดั เจน เขาจงึ หยดุ ไมก่ ลา้ ยิงไปเพราะเกรงวา่ จะยิงพลาด ขณะท่เี ขา
กาลงั อย่นู นั้ หขู องเขาไดย้ ินเสียงของนกหวั ขวานกาลงั จิกกินหนอนท่ี
กอไผ่ ดงั ป๊ ก ป๊ ก ปง ปง ๆ เป็นระยะ ๆ ประกอบกบั เสยี งระหดั นา้ ท่ี
หมนุ ตามแรงนา้ นา้ ในกระบอกไหลออกตกลงมากระทบรางไมท้ ่ี
รองรบั ดงั ฉ่า ฉ่า ฉบั ฉ่า ฉ่า ฉบั ๆ ผสมกบั เสยี งหมกู ินอาหารในราง
ไมด้ งั ตบุ๊ ตบุ๊ โมง โมง จ๊วบ จ๊วบ ๆ หางของมนั ซง่ึ มีดนิ เหนียวตดิ ตรง
ปลายหางเหน็ เป็นกอ้ นกลมแกวง่ ไปมาไลร่ นิ้ ยง หางแกวง่ ถกู ทอ้ ง
ของมนั ดงั ป๋ งุ ป๋ัง ป๋ งุ ป่ัง ๆ ผสมกบั เสียงลมพดั กอไผ่เสยี ดสีกนั ดงั

11

เอีย๊ ด ๆ อีด๊ ๆ อ๊อด ๆ เสียงแกนระหดั หมนุ ไปตามแรงนา้ ดงั อืด อิด ๆ
นกตอ้ ยตวี ิด บนิ ไปมารอ้ งดงั กระแต๊ แวด๊ ๆ ๆ เสียงตา่ ง ๆ เหลา่ นีด้ งั
ผสมคลกุ เคลา้ กนั ฟังเหมือนเสยี งดนตรสี วรรค์ นายพรานระงบั ใจไว้
ไม่ไดจ้ งึ ลดปืนลงมาพาดกบั ก่ิงไมเ้ ง่ียหฟู ังเสยี งเหลา่ นนั้ อย่างตงั้ ใจ
เสียงเหลา่ นนั้ มนั ดงั ป๊ ก ป๊ ก ปง ปง ๆ ฉ่า ฉ่า ฉบั ๆ ต๊บุ ตบุ๊ โมง ๆ
จ๊วบ จ๊วบ ๆ ป๋ งุ ป่ัง ๆ เอืย๊ ด ๆ อืด๊ ๆ แอ๊ด ๆ อืด อือ อดื ๆกระแตแ้ วด้ ๆ

“เออ เสยี งเหลา่ นชี้ ่างไพเราะแท้ ๆ “ นายพรานอดใจไวไ้ มไ่ ดจ้ งึ ลกุ ขนึ้
ราไปตามจงั หวะ ดงั คาพรรณนาไวด้ งั นีจ้ อ้ ง ๆ มอง ๆ ยอง ๆ ยอ่ ย
แย่ง ไกวแกวง่ อาวธุ ยตุ ิการยิง เอนกายน่งั พิงตน้ ไม้ น่งั พงิ ฟังเสียง
เสนาะไพเราะกระไร แกลกุ ขนึ้ ไอฮะแอม้ ๆ แกม้ ยิม้ เป็นมนั กดั ฟัน
กรอด ๆ หมคู งไมร่ อดจอดแน่ละมงึ พรานทะลง่ึ ลกุ กวางปืนไว้ พลาง
กางแขนออกฟอ้ น หมปู ่ าตกใจโดดหายเขา้ ป่า พรานกลา้ ใจเสียอด
ไดห้ มเู อย

ขอ้ คิด/คติสอนใจนิทานเรอ่ื งนที้ าใหผ้ อู้ า่ นทราบวา่ ธรรมชาติก็มี

อิทธิพลตอ่ จิตใจ สามารถทาใหค้ นตงึ เครยี ดไดห้ รอื ผอ่ นคลายอารมณ์
ได้ เช่น เสยี งดนตรี ทาใหม้ ีอารมณส์ นกุ สนานจนลืมส่งิ ท่ตี งึ เครยี ดไป

12

๒.เรอ่ื งเชียงดาว

ในอดีตกาลมนี ครแหง่ หน่งึ นามวา่ นครพะเยา กษัตรยิ ผ์ คู้ รอง
นครมีราชธิดา ๖ องค์ และมโี อรสเป็นองคส์ ดุ ทา้ ย นามว่า เจา้ คา
แดง อายุ ๑๖ ชนั ษา ราชธิดาทกุ องคส์ มรสหมดแลว้ กบั เจา้ เมอื งตา่ ง
ๆ สาหรบั เจา้ คาแดงเป็นผกู้ ลา้ หาญ เขม้ แข็งในการสงครามย่ิงนกั
ทรงโปรดการออกป่ าลา่ สตั วอ์ ย่เู สมอ ๆครนั้ หน่งึ มกี องทพั ฮอ่ ยมา
ลอ้ มนครพะเยา พระราชาทรงเรยี กเขยทงั้ ๖ องคม์ าถามวา่ “ศกึ ครงั้
นีใ้ ครจะเป็นผอู้ าสาออกไปปราบปราม” เขยทงั้ ๖น่ิง ไมม่ ีใครกลา้
อาสา เพราะทราบวา่ ศตั รูมีกาลงั มากมายและเขม้ แข็งย่ิงนกั ดงั นนั้
พระราชาจงึ ตรสั เรยี กเจา้ คาแดงออกมา เม่อื เจา้ คาแดงทราบเรอ่ื งจงึ
รบั อาสาออกปราบเอง พรอ้ มดว้ ยไพรพ่ ลหนึ่งหม่นื การรบครงั้ ขา้ ศกึ
ไดแ้ ตกพ่ายไป เม่อื เจา้ คาแดงไดช้ ยั ชนะก็ยกทพั กลบั ขณะเดนิ ทาง
บงั เอญิ เจา้ คาแดงเหน็ กวางทองรูปงามตวั หนึ่ง ก็อยากจะไดเ้ พ่อื
นาไปถวายพระบดิ า จงึ ส่งั ใหพ้ วกทหารเขา้ ลอ้ ม เม่อื ไพรพ่ ลเขา้ ลอ้ ม
อย่างกระชนั้ ชิดเขา้ ไปมาก กวางก็ตกใจกระโจนหนีออกทางดา้ นเจา้

13

คาแดง ดงั นนั้ เจา้ คาแดงจงึ ควบมา้ ตดิ ตามไปพรอ้ มดว้ ยไพรพ่ ล การ
ติดตามใชเ้ วลาหลายวนั จากนครพระเยาจนเขา้ เขตเชียงใหม่ จนเขา้
ใกลเ้ ขาลกู หนง่ึ สงู มาก สงู เทยี มดาว ไพรพ่ ลเรยี กเขาลกู นีว้ า่ “สงู
เพยี งดาว” ตอ่ มาช่ือนีเ้ พยี้ นไปเป็น “เชียงดาว”บรเิ วณเชิงเขาเป็นทงุ่
กวา้ ง กวางทองวง่ิ หายไปในป่าหญา้ ตอ้ งใชเ้ วลาคน้ หาเป็น
เวลานานบรเิ วณทงุ่ หญา้ ตรงนีช้ าวบา้ นเรยี กวา่ “ทงุ ผวน” (ทงุ่ กวาง
หาย) “ผวน” เป็นคาพนื้ เมือง แปลวา่ “สบั สน” ต่อมาพวกทหารได้
มองเหน็ แตไ่ กล คดิ วา่ เป็นเนือ้ ทราย แต่พจิ ารณาดดู ี ๆ จงึ รูว้ า่ เป็น
กวางทอง ตรงบรเิ วณนีช้ าวบา้ นใหช้ ่ือวา่ “บา้ นแมท่ ลาย” (แมท่ ราย)
เจา้ คาแดงคงติดตามไปไมล่ ดละกวางเหน็ จวนตวั จงึ ถอดคราบ
กวางทองออกไว้ เรอื นรา่ งภายในกลายเป็นสตรสี าวสวยย่ิงนกั นาม
วา่ “อนิ ทรเ์ หลา” แลว้ หนีต่อไป ทงั้ หมดจงึ รูว้ า่ กวางทองเป็นคน
หมบู่ า้ นท่กี วางถอดคราบออกนีเ้ รยี กวา่ “บา้ นสบคราบ” (สบ ปาก
ทางแพร)่ อนิ ทรเ์ หลาหนีขนึ้ ไปตามลาธารเลก็ ๆ เน่อื งดว้ ยมีเครอ่ื ง
แตง่ กายเพยี งเลก็ นอ้ ย เจา้ คาแดงท่ตี ิดตามมาอยา่ งใกลช้ ิดเกรงวา่
นางจะอาย จงึ ยกมอื โบกใหท้ หารติดตามมาหมอบราบกบั พนื้ เพอ่ื มิ

14

ใหน้ างเหน็ ตรงนีเ้ รยี กวา่ “นา้ แมแ่ มบ” (แมบ – หมอบ) ตอ่ มาเพยี้ น
เป็นแมน่ า้ แมะ นางหนีขนึ้ ไปถึงบนเนินเขาซง่ึ เป็นทางแคบ ๆ ทหาร
ตรูเขา้ จะจบั ตวั นาง แตเ่ จา้ คาแดงยกมือหา้ มไว้ พระองคจ์ ะตามไป
เอง พอดีนางอินทรเ์ หลาหนีเขา้ ป่าไปได้ หมบู่ า้ นตรงนีเ้ รยี กวา่ “แม่
นะ” และเพ่อื ไมใ่ หน้ างหลบหนีไปได้ เจา้ คาแดงจงึ ส่งั ใหท้ หารลอ้ มไว้
พรอ้ มกบั ขดุ คกู นั้ ไว้ คนู ีต้ อ่ มาเรยี กวา่ “คอื ฮอ่ ” (คือ-ค)ู นางอินทร์
เหลาจวนตวั จงึ พยายามปีนป่าขนึ้ เขาได้ เจา้ คาแดงติดตามไปแต่ผู้
เดียว และไปพบตวั นางบนเนินเขาเตยี้ ๆ นางจงึ ถามวา่ “มาจบั ฉนั
ทาไมฉนั มคี วามผิดอะไรหรอื ”เจา้ คาแดงตอบวา่ “ขา้ พเจา้ เป็นราช
โอรสของกษัตรยิ พ์ ะเยา เหน็ กวางทองกอ็ ยากจะไดจ้ งึ ตดิ ตามมา แต่
ปรากฏวา่ กวางทองตวั นนั้ ความจรงิ เป็นนางผสู้ วยงาม เกิดรูส้ กึ รกั
และอยากจะไดเ้ ป็นชายา” นางตอบวา่ “หากพระองคร์ กั ขา้ พเจา้ จรงิ
ควรจะตอ้ งไปบอกมารดาเสียก่อน ขณะนอี้ ย่ใู นถา้ ” เจา้ คาแดงเหน็
ตามคากลา่ ว จงึ ลงมาจากมา้ เดินตามนางเขา้ ไปในถา้ เพ่อื ไปหา
มารดาของนาง ซง่ึ มชี ่ือวา่ “อนิ ทรล์ งเหลา” พวกเสนาท่ตี ิดตามมา
พบแตม่ า้ ท่ปี ลอ่ ยไว้ แลเหน็ รอยเทา้ ทงั้ สองหายเขา้ ไปในถา้ พวกเขา

15

รออยเู่ ป็นเวลานานเจา้ คาแดงก็ไมอ่ อกมา เม่อื เขา้ ไปดใู นถา้ ก็ไปไม่
ถกู จงึ ตอ้ งยกทพั กลบั นครพะเยา ชาวบา้ นใกล้ ๆ ทราบเรอ่ื งตา่ ง
กลา่ ววา่ เจา้ คาแดงขณะนีไ้ ดเ้ ป็นอารกั ษค์ มุ้ ครองดแู ลถา้ ขนุ เขาลกู นี้
และเรยี กเจา้ คาแดงวา่ “เจา้ หลวงคาแดง” ทกุ วนั นี้

ขอ้ คิด/คติสอนใจ

นิทานเรอ่ื งนี้ เป็นการบอกใหเ้ ราคนหลงั ๆ ไดท้ ราบถึงความเป็นมา
ของสถานท่ที ่มี ชี ่อื ในถ่ินนนั้ และแสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความ กลา้ หาญ เดด็
เด่ยี ว และความพยายามเป็นอย่างมากจนพบกบั ความสาเรจ็ แตก่ ็มี
ความเช่ือเก่ียวกบั ทางไสยศาสตรเ์ ช่นกนั

16

๓.เรอ่ื งอา้ ยกอ้ งขจี้ ุ๊

ใคร ๆ ในเวลานนั้ ก็รูก้ นั ว่าอา้ ยกอ้ งเป็นคนขีจ้ ุ๊ (มกั กลา่ วเทจ็ )
จ๊ไุ มเ่ ลอื กวา่ เป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นธเุ จา้ (พระสงฆ)์ หรอื เป็นพระยาเจา้
เมือง เรอ่ื งทกี่ อ้ งหลอกพอ่ แม่ มเี รอ่ื งเลา่ ดงั นีว้ นั หนง่ึ กอ้ งลาพอ่ แมไ่ ป
เท่ียวท่ไี กล หายหนา้ ไปหลายวนั พอกลบั มาก็เลา่ ใหพ้ อ่ แมฟ่ ังวา่ ท่ไี ป
เท่ียวมานนั้ มว่ น (สนกุ ) มาก คา้ ขายก็ดี พอ่ คา้ ววั ตา่ งววั หลงั (ขายดี
ของท่บี รรทกุ หลงั ววั มาหมดเกลีย้ ง) ทาใหก้ อ้ งอยากเป็นพอ่ คา้ ววั
ต่างบา้ ง ขอใหพ้ ่อช่วยซอื้ ววั ซอื้ สินคา้ ให้ แลว้ ชวนพอ่ ไปคา้ กบั ตนท่ี
เมอื งนนั้ พอ่ เองทงั้ นกึ กลวั วา่ กอ้ งจะจ๊เุ อาอีกอย่างทแ่ี ลว้ ๆ มา แต่
กอ้ งกย็ ืนยนั ว่าคราวนีจ้ ะไม่จ๊แุ น่นอน ทงั้ พ่อก็กากบั ไปเองดว้ ย ไม่
ตอ้ งกลวั ว่ากอ้ งจะทาเหลวไหลใหเ้ สยี เงินเสียทอง พอ่ แมจ่ งึ ยอมตก
ลงซือ้ ววั ซอื้ ของบรรทกุ ไปคา้ ขายกบั กอ้ ง เมอื งทว่ี า่ คา้ ขายดนี นั้ ดีจรงิ
เหมือนกอ้ งพดู พอ่ กบั กอ้ งขายของหมด ซือ้ ไปขายมาไดเ้ งินมากได้
กาไรจนเพลินไปเกือบจะไมไ่ ดป้ ิ๊กบา้ นปิ๊กเมือง (กลบั บา้ นกลบั เมอื ง)
อยมู่ าวนั หน่งึ กอ้ งเตือนพอ่ ขนึ้ วา่ จากบา้ นมานานแลว้ นึกเป็นหว่ งแม่

17

อยากจะกลบั ไปเย่ียม พอ่ ก็เหน็ ดีดว้ ย แตข่ ณะท่กี าลงั ซอื้ ขายคลอ่ ง
ถา้ กลบั ไปก็เสยี ดาย จงึ ตกลงกนั วา่ ใหพ้ ่อคา้ ขายอย่ทู างนี้ ใหก้ อ้ ง
กลบั ไปเย่ียมแมค่ นเดยี วเอาเงินเอาทองทที่ ามาหาไดไ้ ปฝากแมด่ ว้ ย
กอ้ งรบั เงินทองจากพอ่ แลว้ ออกเดนิ ทางไป แตไ่ ม่ตรงไปหาแมเ่ ดยี ว
เท่ียวไถลไปไหน ๆ จนเงินทองหมดตวั จงึ กลบั ไปหาแม่ พอพบหนา้
แมก่ ็ทาเป็นเศรา้ โศกรอ้ งไหฟ้ มู ฟายวา่ ไปมาคราวนีพ้ าพอ่ ไปลม้ ไป
ตาย ขา้ วของสมบตั อิ ะไร ๆ ทต่ี ดิ ตวั ไปกล็ ม่ หมด พอ่ ตายทาบญุ ให้
แลว้ ก็รบี กลบั มากาแมน่ ่ีแหละ อู้ (พดู ) อย่างนีแ้ ลว้ ก็แนะแมว่ า่ เวลา
นีพ้ ่อก็หาไมแ่ ลว้ (ตาย) ควรขายบา้ นเก่าเสยี แลว้ ยา้ ยไปเมืองอ่ืนท่ีทา
มาหากินไดด้ ีกวา่ เมอื งนี้ กอ้ งจะอยชู่ ่วยแมค่ า้ ขาย ไมจ่ ากแมไ่ ปไหน
อกี แลว้ แมก่ าลงั เศรา้ โศกเสยี ใจก็ตกลงทาตามท่กี อ้ งแนะนา ขาย
บา้ นเก่าแลว้ ยา้ ยมาอย่ทู ่ใี หมแ่ ลว้ แมก่ ็ยงั ไมห่ ายเสียใจ รอ้ งไหค้ ดิ ถึง
พอ่ อยเู่ สมอ กอ้ งจงึ ปลอบแมว่ า่ “แมอ่ ยา่ รอ้ งไหเ้ สยี ใจไปนกั เลย ไหน
ๆ พอ่ ก็ตายไปแลว้ นกึ หาเอาใหม่ก็แลว้ กนั ” แมต่ อบวา่ “จะหาคน
เหมอื นพอ่ ไมไ่ ดแ้ ลว้ ถา้ ไดอ้ ย่างพอ่ ก็จะเอาใหม่” กอ้ งจงึ บอกแมว่ า่
“ถา้ ตอ้ งการอย่างนนั้ ก็บย่ าก แต่กอ่ นเม่อื ขา้ เท่ยี วไป ขา้ ปะพ่อชาย

18

คนหน่งึ เหมือนพอ่ ไมผ่ ิดกนั เลย ขา้ จะไปชกั มาใหแ้ ม่”ครนั้ แลว้ กอ้ งก็
ลาแมไ่ ป กลบั ไปหาพอ่ ทคี่ อยฟังขา่ วอยู่ กอ้ งพบพอ่ ทาเป็นรอ้ งไห้
ราพนั ร่าไรวา่ กลบั ไปบา้ นนีเ้ คราะหร์ า้ ยมาก ไมไ่ ดพ้ บหนา้ แม่ แมต่ าย
เสียแลว้ ตงั้ แตย่ งั คา้ ขายกนั อยู่ บา้ นชอ่ งกเ็ สียหายเป็นของเขาอ่ืนไป
แลว้ พอ่ ไดย้ ินวา่ แมต่ ายเสียแลว้ อยา่ งนนั้ ก็เสยี ใจมาก รอ้ งไหค้ ิดถงึ
แมอ่ ยหู่ ลายวนั วนั หน่งึ กอ้ งไดช้ อ่ ง (ไดโ้ อกาส) ก็เขา้ ไปปลอบพอ่ วา่
“พอ่ อยา่ รอ้ งไหไ้ ปเลย เม่อื ก่อนท่ขี า้ เท่ียวไป ขา้ ปะหญิงคนหน่งึ
เหมอื นแมไ่ ม่มีผิด เม่อื พอ่ อยากเหน็ ขา้ จะพาไปท่บี า้ น”กอ้ งชกั พอ่ มา
หาแมท่ ่เี มอื งทแ่ี มย่ า้ ยมาอย่ใู หม่ แลว้ รบี หนีไปเท่ยี วเสยี ท่ีอ่ืนตอ่ ไป
พ่อแมพ่ บกนั นกึ วา่ เป็นพอ่ ชาย แมห่ ญิง ทเี่ หมอื นคเู่ ก่าของตนท่ตี าย
ไปแลว้ ก็ดีใจมาก ตกลงอย่กู ินกนั ต่างคนตา่ งนกึ วา่ ตนไดค้ คู่ นใหม่
อย่มู าวนั หนง่ึ แมบ่ น่ ถึงกอ้ งวา่ หายไปนานแลว้ ไมก่ ลบั ไปเทย่ี วจ๊อุ ยทู่ ่ี
บา้ นไหนก็ไม่รู้ พอ่ ไดย้ ินออกช่อื กอ้ งก็สงสยั ซกั ถามกนั ขนึ้ ก็ความ
แตกวา่ ตา่ งคนมีลกู ช่ือกอ้ งขีจ้ ๊คุ นนนั้ เอง ลกู หลอกใหม้ าไดก้ นั เหมือน
ไดผ้ วั ใหมเ่ มียใหม่ สว่ นท่กี อ้ งจ๊ธุ เุ จา้ นนั้ มเี รอ่ื งเลา่ วา่ อาจารยเ์ จา้ วดั
หน่งึ เป็นคนขีห้ วง ถึงหนา้ ตน้ ไมใ้ นวดั ออกลกู ออกผล อาจารยก์ ็

19

ปอ้ งกนั แข็งแรงกลวั วา่ ใครจะมาขอมาขโมย คราวหนง่ึ มะมว่ งในวดั
ออกลกู มากมาย คนในวดั และชาวบา้ นแถวนนั้ รูด้ ีวา่ เจา้ วดั หวงมาก
ถงึ อยา่ งไร ๆ ก็คงไมย่ อมใหม้ ะมว่ งใคร กอ้ งอยากลองดีจงึ บอกกบั
พอ่ วา่ ฉนั จะเอามะมว่ งในวดั มาใหพ้ อ่ กินใหไ้ ด้ พอ่ ก็หวั เราะประมาท
หนา้ แน่ใจวา่ เอาของทา่ นมาไมไ่ ด้ กอ้ งทา้ พนนั กบั พอ่ วา่ ถา้ เอามา
ไดพ้ อ่ จะใหเ้ ทา่ ไร พอ่ บอกวา่ ไดม้ ะมว่ งมาลกู หนง่ึ จะใหพ้ นั ตาลงึ ทอง
กอ้ งจงึ รบั รองา่ ถา้ ไดพ้ นั ตาลงึ ทองจะเอามาใหพ้ ่อตะกรา้ ใหญ่ ไม่
ตอ้ งนบั วา่ ก่ีลกู แลว้ ก็แตง่ ตวั โอโ่ ถง ลงเรอื หายหนา้ ไป ๒ – ๓ วนั พอ่
ก็ไมร่ ูว้ า่ กอ้ งไปไหนพอกลบั มากอ้ งรบี มาท่วี ดั เขา้ ไปเคารพอาจารย์
เจา้ วดั แลว้ บอกวา่ “ขา้ พเจา้ เป็นคนรบั คาส่งั ทา่ นพญาเจา้ เมืองให้
มาตรวจดสู ถานท่ีในวดั ทา่ นจะมาแปง (สรา้ ง) หอหลวง ทา่ นใหม้ า
ถามอาจารยก์ อ่ นวา่ จะยอมอนญุ าตใหส้ รา้ งหรอื ไม่” อาจารยเ์ จา้ วดั
เหน็ กอ้ งแตง่ ตวั ภมู ิฐาน ทา่ ทางดี นกึ วา่ พญาเจา้ เมอื งใชใ้ หม้ าจรงิ ๆ
ก็บอกอนญุ าตใหก้ อ้ งเท่ยี วเดินไปท่วั วดั ตรวจไปพลางเอาเชือกเท่ยี ว
วดั ตรงนนั้ ตรงนีท้ าท่าเหมือนจรงิ ครนั้ วดั และจดไดเ้ สรจ็ แลว้ กบ็ น่ ดงั
ๆ ใหเ้ จา้ วดั ไดย้ ินวา่ “สะดายสะดาย ( เสยี ดาย ) มะมว่ งตอ้ งตดั หอ

20

หลวงนีใ้ หญ่โตมาก กินท่ไี ปถงึ ตน้ มะมว่ งพวกนีด้ ว้ ย” อาจารยเ์ หน็ วา
ไดห้ อหลวงใหญ่ถงึ จะตดั มะมว่ งสกั ตน้ ก็ยอม และเมอ่ื ไหน ๆ จะตดั
มะมว่ งอยแู่ ลว้ กอ้ งจะเก็บเอาลกู ไปบา้ งก็ไดไ้ มห่ วงเอาไวเ้ หมือนแต่
ก่อน ทงั้ กอ้ งกเ็ ป็นคนท่จี ะไปนาพญาเจา้ เมืองมาแปงหอหลวงในวดั
นี้ จงึ ใหก้ อ้ งเก็บมะมว่ งเอาไปตะกรา้ หนง่ึ กอ้ งเอามะมว่ งไปใหพ้ อ่
พอรอ้ งทวงตาลงึ ทองตามท่พี อ่ สญั ญาไว้ พอ่ กลบั รอ้ งดา่ เอาวา่ “มงึ
รูจ้ กั จ๊ธุ เุ จา้ เอามะมว่ งมาได้ กไู มร่ ูจ้ กั จะจ๊ใุ คร จะเอาคาท่ไี หนมาหอื้
(ให)้ มงึ ตงั้ พนั ”สว่ นเรอ่ื งท่ีกอ้ งจ๊พุ ญาเจา้ เมือง มวี า่ พญาเจา้ เมอื งรู้
วา่ กอ้ งเป็นคนขีจ้ ุ๊ ใคร ๆ ก็เสียรู้ นกึ อยากลองปัญญา จงึ ใหค้ นไปหา
ตวั มาเฝา้ แลว้ ทา้ ใหจ้ ๊ตุ วั บา้ งดวู า่ ตนจะหลงเช่อื เสยี รูก้ อ้ ง หรอื ไม่ กอ้ ง
ก็รบั ปากวา่ จะลองดู แลว้ ทลู ขอเอาไวก้ ่อนลว่ งหนา้ วา่ อย่าเอาโทษ
ตนเป็นอนั ขาด ไมว่ า่ ตนจะทาใหพ้ ญาเสียรูส้ กั แคไ่ หน เจา้ เมอื งก็
รบั คาแลว้ บอกใหก้ อ้ งเรม่ิ ได้ แตก่ อ้ งบอกวา่ จะจ๊เุ จา้ เมอื งในวงั ไมไ่ ด้
ตอ้ งออกไปขา้ งนอกไกล ๆ แลว้ พาเจา้ เหนือหวั เดนิ ออกไปนอกเมอื ง
ไกลจนถึงบวก (หนองนา้ ) แหง่ หน่งึ แลว้ ทลู ขอใหเ้ จา้ เมอื งลงไปยืน
ในหนองนา้ นนั้ ตนจะจ๊ใุ หข้ นึ้ จากหนองนา้ ใหไ้ ด้ พญาเจา้ เมืองก็ลง

21

ไปในหนองนา้ แลว้ ตงั้ ใจว่ากอ้ งจะจ๊อุ ยา่ งไรก็ไมย่ อมขนึ้ พอเจา้ เหนือ
หวั ลงไปอยใู่ นหนองเรยี บรอ้ ยแลว้ กอ้ งก็รอ้ งทลู วา่ “ขา้ พเจา้ จ๊ใุ หท้ า่ น
เดินออกจากวงั มานอกเมอื งไกลแค่นีแ้ ลว้ สว่ นท่จี ๊ใุ หล้ งไปอย่ใู นนา้
นนั้ จะขนึ้ หรอื ไมก่ ต็ ามพระทยั เถิด” กอ้ งกลา่ วดงั นนั้ แลว้ ก็ถวาย
บงั คมลากลบั ไปเสียเฉย ๆ พญาเจา้ เมอื งกร็ ูว้ า่ เสยี ทา่ กอ้ งเสยี แลว้
และตงั้ แตเ่ สยี รูก้ อ้ งวนั นนั้ แลว้ ก็ผกู ใจเจ็บอย่เู สมอ วนั หนง่ึ จงึ ใหไ้ ป
จบั กอ้ งลงโทษ ใหเ้ อาใสห่ บี ไมล้ อ่ (โผล)่ แคค่ อแลว้ แขวนเอาไวบ้ น
ตน้ ไมร้ มิ แมน่ า้ ใกลท้ างหลวง แขวนประจานเอาไวเ้ จด็ วนั ใหค้ น
ทงั้ หลายดหู นา้ คนบงั อาจจเุ๊ จา้ เหนอื หวั เม่อื ครบเจ็ดวนั แลว้ จะให้
โคน่ ตน้ ไมต้ กแมน่ า้ ไปใหก้ อ้ งจมนา้ ตายอย่ใู นหบี ไมใ้ บนนั้ ผคู้ นก็พา
มาดอู า้ ยกอ้ งขีจ้ ๊กุ นั มากมาย ในเยน็ ท่กี อ้ งจะตอ้ งตายนนั้ เผอิญอา้ ย
เงีย้ วตาฟางคนหน่งึ เดนิ ง่มุ ง่ามมา กอ้ งแลเหน็ แตไ่ กลก็ดใี จมาก รอ้ ง
เรยี กใหเ้ ขา้ มาใกล้ ๆ เงยี้ วตาฟางจงึ ถามวา่ กอ้ งเป็นใคร กอ้ งบอกวา่
ตนเป็นคนตาบอด หมอรกั ษาตาเอาใสห่ ีบแขวนไว้ เวลานีต้ าหาย
แลว้ เหน็ ดแี ลว้ เงยี้ วตาฟางอยากตาดีบา้ ง จึงขอใหก้ อ้ งชว่ ยเอาตวั ใส่
หบี แขวนไว้ เงีย้ วจงึ ช่วยกอ้ งออกมาแลว้ เขา้ ไปอยใู่ นหีบแทน ครบ

22

กาหนดเจ็ดวนั เพชฌฆาตก็มาโคน่ ตน้ ไม้ เงีย้ วตาย สว่ นกอ้ งพน้ ตาย
ไปได้ แลว้ ก็ไปเฝา้ เจา้ เมือง เจา้ เมอื งแปลกใจวา่ เหตใุ ดกอ้ งตากนา้
แลว้ ยงั ไมต่ าย กอ้ งจงึ กเุ รอ่ื งขนึ้ เลา่ วา่ “ตกนา้ ไปจรงิ แตไ่ ม่ตาย ไดไ้ ป
เท่ยี วถึงเมอื งพญานาค เมืองนนั้ สนกุ สนานมาก มแี ตผ่ หู้ ญิงงาม ๆ
ทงั้ เมือง ไมม่ ผี ชู้ ายเลย” แลว้ ขยายเรอ่ื งจนเจา้ เมอื งอยากไปบา้ ง
ขอใหก้ อ้ งช่วยจดั การใหไ้ ดไ้ ปเท่ยี วถึงเมืองพญานาค กอ้ งจงึ เอาเจา้
เมืองใสห่ บี ทงิ้ นา้ เป็นอนั ว่าพญาเจา้ เมืองไมไ่ ดก้ ลบั มาครอง
บา้ นเมืองอกี ตอ่ ไป ส่วนกอ้ งกลบั มาเฝา้ นางเทวี ชายาเจา้ เมอื ง เลา่
วา่ เจา้ เมืองไปอย่เู มืองพญานาค มคี วามสขุ สนกุ สนาน ไมย่ อมกลบั
บา้ นเมอื งอกี แลว้ มอบใหก้ อ้ งเป็นพญาแทน สว่ นเจา้ นางเทวีนนั้
พญาส่งั วา่ อย่าใหเ้ อาผใู้ ดเป็นผวั นอกจากกอ้ ง อา้ ยกอ้ งขจี้ ๊กุ ็ไดเ้ ป็น
พญาแตน่ นั้ มา

ขอ้ คิด/คติสอนใจ

ใหเ้ หน็ ถึงความโกหกหลอกลวงของคนท่โี กหกหลอกลวงไมเ่ ลอื ก
แมแ้ ตพ่ อ่ แม่ พระสงฆ์ คนมสี ติปัญญาสามารถเอาตวั รอดไดเ้ สมอ

23

๔.เรอ่ื งผาว่งิ ชู้

นานมาแลว้ มเี จา้ หญิงไตองคห์ นง่ึ (ไต – ไทย) เม่อื เตบิ โตเป็น
สาวก็ไปหลงรกั กบั ชายหน่มุ คนหน่งึ ชายหนมุ่ ก็หลงรกั เจา้ หญิงมาก
ทงั้ สองมคี วามรกั ซง่ึ กนั และกนั อย่างแนน่ แฟน้ แต่เพราะความ
แตกตา่ งกนั ในเรอ่ื งฐานะ ศกั ดิ์ ตระกลู ความรกั ของเขาทงั้ สองจงึ มี
อปุ สรรค มนั เป็นอปุ สรรคอนั ใหญ่หลวงยากท่จี ะฟันฝ่าไปใหถ้ ึง
จดุ หมายได้ ในเม่ือกาเนิดของเขาต่างกนั ราวฟา้ กบั กิน ชายหน่มุ เป็น
ลกู ชายของมหาอามาตยท์ า่ นหน่ึง ความรกั ของคนทงั้ สองก็ตอ้ งถกู
กีดขวางไมใ่ หต้ ดิ ตอ่ กนั แตค่ วามรกั คอื ความรกั ท่รี ุนแรง ไมม่ ีกาแพง
ใด ๆ จะสงู เกินไปกวา่ ความรกั เหมอื นโรเมโอกลา่ ววา่ “แมร้ วั้ สิลา บม่ ิ
อาจกนั้ เราได”้ แลว้ หน่มุ สาวก็ถือโอกาสลอบพบปะกนั เสมอ นบั วนั ก็
จะถกู กีดขวางมากขนึ้ วนั หน่งึ ทงั้ สองก็นดั กนั ว่าจะหนีไปดว้ ยกนั
โดยข่ีมา้ หนีไป พอไดเ้ วลานดั ชายหนมุ่ ก็มาคอยรบั เจา้ หญิงในท่ลี บั
ๆ แหง่ หน่งึ นอกเมอื ง ในท่สี ดุ ชายหนมุ่ ก็พาเจา้ หญิงหนีไปใน
กลางดกึ คนื วนั นนั้ แต่ทงั้ สองไปไมร่ อดเพราะพระราชบิดาของเจา้

24

หญิงทราบเรอ่ื งก็ใหไ้ พรพ่ ลควบมา้ ติดตามไป ตามไปทนั ในขณะท่ี
มา้ ของชายหน่มุ กบั เจา้ หญิงไปถงึ ฝ่ังของแมน่ า้ ซง่ึ เป็น หนา้ ผาสงู ชนั
มาก เม่ือหมดทางหนีเขาทงั้ สองคดิ วา่ จะตอ้ งถกู นาตวั ไปลงโทสถาน
หนกั อาจถงึ ขนั้ ประหารชีวติ ก็ได้ แตช่ ายหนมุ่ ก็ไมอ่ าจตดั สินใจได้
เสียงฝีเทา้ มา้ ดงั ใกลเ้ ขา้ มาทกุ ขณะ เจา้ หญิงซง่ึ น่งั ขา้ งหลงั มา้ จงึ
เปลยี่ นมาน่งั ขา้ งหนา้ เสยี เอง เธอเป็นผถู้ ือบงั เหยี นมา้ แลว้ ใหว้ ่งิ ลงมา
จากหนา้ ผาทนั ที ทาใหท้ งั้ สองคนเสียชีวิต ณ ทนี่ นั้ แตน่ นั้ มาผาสงู
นนั้ ก็ไดช้ ่ือวา่ “ผาว่งิ ช”ู้ และส่งิ ต่าง ๆ ท่หี ลน่ มาจากหนา้ ผารวมทงั้ ช่ือ
ของคนทงั้ สองก็เป็นช่ือเรยี กแก่งหลาย ๆ แก่งในลานา้ ปิง เป็นท่รี ะลกึ
ถงึ ความรกั ของคนทงั้ สองซง่ึ ถือวา่ ความรกั เป็นศาสนาอนั บรสิ ทุ ธิ์

ขอ้ คิด/คติสอนใจ

เรอ่ื งนีเ้ ป็นเรอ่ื งทนี่ ่ากลา่ วถงึ และเศรา้ ดว้ ย ใครไปท่นี ่นั ตอ้ งนกึ ถงึ
นิยายของหญิงชายคนู่ ีซ้ ง่ึ รกั กนั แลว้ ตอ้ งมาจบชวี ติ ท่ผี านี้ คนยงั ไมม่ ี
อสิ ระพอตอ้ งถือตามประเพณีอย่างเครง่ ครดั เม่อื ฝ่าฝืนตอ้ งมโี ทษ
ทาใหข้ าดอิสรภาพในตวั เอง

25

๕.เรอ่ื งลานนางคอย

ถา้ ผานางเป็นถา้ สวยงามอยใู่ นจงั หวดั แพร่ ปากถา้ อยภู่ เู ขาสงู
จากพนื้ ดนิ ประมาณ ๕๐ เมตร มบี นั ไดไตเ่ ลยี บเลีย้ ววกขนึ้ ไปจนสดุ
ทาง บนั ไดเป็นดนิ และหนิ มลี านกวา้ งเป็นท่นี ่งั พกั กอ่ นจะเขา้ สถู่ า้
ดา้ นขวามอื เป็นซอกเขา มที างขนึ้ ไปไมส่ งู ขา้ งบนมลี านหนิ เลก็ ๆ ซง่ึ
เป็นท่นี ่งั เรยี กกนั วา่ ลานนางคอย เรอ่ื งถา้ ผานางและลานนางคอยมี
อย่วู า่ ครนั้ อาณาจกั รแสนหวยี งั เจรญิ รุง่ เรอื ง เจา้ ผคู้ รองนครมีราช
ธิดาผสู้ ิรโิ ฉมงดงามมาก นามว่านางอรญั ญนี วนั หนง่ึ นางเสด็จ
ประพาสโดยเรอื พระท่นี ่งั เกิดมพี ายใุ หญ่พดั กระหน่ามา ทาใหเ้ รอื
พระท่นี ่งั พลกิ คว่านางอรญั ญนีพลดั ตกลงในนา้ ฝีพายหนมุ่ คนหน่งึ
ไดก้ ระโดลงไปช่วยชีวิตนางไวไ้ ด้ ตงั้ แตน่ นั้ มา ทงั้ สองคนก็ไดล้ อบ
ติดตอ่ รกั ใครก่ นั โดยปิดบงั ไมใ่ หพ้ ระราชบิดาของนางลว่ งรู้ จนนาง
อรญั ญนีตงั้ ครรภข์ นึ้ พระราชบิดาของนางกรวิ้ มาก ส่งั ใหโ้ บยนาง
และกกั ขงั ไว้ แต่คนรกั ของนางก็ไดล้ อบเขา้ ไปหาถึงในท่คี มุ ขงั และ
พานางหลบหนีไป เมอ่ื เจา้ ครองนครทรงทราบก็ส่งั ใหท้ หารออก

26

ติดตามคนทงั้ สอง ทหารข่ีมา้ ทนั ทงั้ สองคนท่ซี อกเขาแหง่ หน่งึ และยิง
ธนไู ปหมายจะเอาชีวิตชายหน่มุ แตธ่ นพู ลาดไปถกู นางอรญั ญนี
ไดร้ บั บาดเจ็บสาหสั สามขี องนางจงึ พานางเขา้ ไปหลบซอ่ นอย่ใู นถา้
นางอรญั ญนีรูต้ วั วา่ คงไม่รอดชีวิต จงึ ขอรอ้ งใหส้ ามีหนีเอาตวั รอด
โดยใหส้ ญั ญาว่าจะรออย่ทู ่ถี า้ แหง่ นีต้ ลอดไป ชายหนมุ่ จงึ จาใจตอ้ ง
จากไปตามคาขอรอ้ งของนาง สว่ นนางอรญั ญนีก็น่งั มองดสู ามีควบ
มา้ หนีหา่ งไปจนลบั ตา และสนิ้ ใจตายอยใู่ นถา้ แหง่ นนั้ ลานท่ีนางน่งั
ดสู ามีควบมา้ จากไปนนั้ ตอ่ มาเรยี กวา่ ลานนางคอย สว่ นถา้ แหง่ นนั้
ก็ไดช้ ่ือวา่ ถา้ ผานาง

ขอ้ คิด/คติสอนใจ

ความเสียสละคือคณุ สมบตั ิท่ดี อี ยา่ งหนง่ึ ของคนรกั กนั ด่งั เช่น
พระธิดาท่เี สียสละใหส้ ามตี นหนีไปไมต่ อ้ งอย่ดู แู ลตนและยงั รอคอย
สามีอย่ทู ่ถี า้ แหง่ นดี้ ว้ ยหากปลอ่ ยใหส้ ามอี ยตู่ อ่ อาจเสยี ชีวิตกนั หมด
น่นั เอง

27

บรรณานุกรม

นิรนาม. (ม.ป.ป.). นิทานพนื้ บา้ นภาคเหนือ. (ออนไลน์).

แหลง่ ท่มี า:https://culture55520936.wordpress.co

m/2015/03/01/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%
B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E
0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9
A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B
8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%80%E
0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%A

D/. (วนั ท่คี น้ ขอ้ มลู : ๑๑ มกราคม ๒๕๖๕).


Click to View FlipBook Version