สิ่งที่อังกฤษทำ: ไมวาคุณจะไปติดตอสาธารณสุข (NHS) หรือจายภาษี ขอมูลพื้นฐานของคุณจะถูกเรียกใชผาน API กลางที่เชื่อมถึงกันหมด ไมตองถายเอกสารสำเนา ไมตองขอเอกสารเพิ่มเติมใหยุงยากบทเรียนถึงไทย: เราตองเลิกเก็บขอมูลไวใน “ถ้ำ” (Silo) ของใครของมัน ถาคุยกับหนวยงานอื่นดวย “ภาษาขอมูล” เดียวกัน ประชาชนก็ไมตองถือเอกสารเปนปกไปติดตอราชการ หรือจัดเตรียมเอกสารขามหนวยงานไปมาใหยุงยาก ตองจัดเก็บและแลกเปลี่ยนขอมูลกันไดอยางถูกตอง มีคุณภาพ เชื่อมโยงได(Data Interoperability) ในทุกระดับ2. “Open Data” คือการปลอยพลังใหประชาชนชวยทำงาน เว็บไซต data.gov.uk คือตัวอยางที่ชัดเจนที่สุดในการเปด Open data ตั้งแตพิกัดหลุมบนถนน สถิติอาชญากรรม ทำใหมีอาสาสมัครและเหลานักพัฒนา (Developers) ที่สามารถนำขอมูลเหลานี้ไปสรางเครื่องมือที่รัฐไมตองเสียเงินจางแมแตบาทเดียว เชน แอปฯ ตรวจสอบความปลอดภัยในพื้นที่ หรือเว็บไซตเปรียบเทียบคุณภาพโรงเรียนทั่วประเทศ ไปจนถึงงบประมาณรายจายของทุกหนวยงาน หนึ่งในตัวอยางที่วาวที่สุดคือ Transport for London (TfL) ครับเขาเปดขอมูลการเดินรถเมลและรถไฟแบบ Real-time ใหใครก็ไดเอาไปใชฟรี ๆ สิ่งที่ไดหลังจากนั้น คือเกิดแอปฯ อยาง Citymapper หรือ Google Maps ที่บอกทางแมนยำและใชงายกวาที่รัฐจะทำเอง3. “Data Ethics” ไมใชแคฉลาด แตตอง “จริงใจ” ในการเรียนที่ Southampton เราจะเนนเรื่อง “จริยธรรมขอมูล” หนักมากครับ เพราะที่นี่เขามีกฎหมาย GDPR ที่เขมงวดสุด ๆ (GDPR: General Data Protection Regulation คือกฎหมายที่บอกวา “ขอมูลสวนบุคคลเปนของเจาของขอมูล ไมใชของรัฐหรือบริษัท” หากใครจะเอาไปใช ตองมีเหตุผลที่ชอบธรรมและโปรงใส)สิ่งที่อังกฤษทำ: แทนที่รัฐจะตองจางคนเขียนแอปฯ เปนรอยลาน เขาแค “เปดขอมูล” แลวปลอยให Startup ไปสรางแอปฯ ผลคือรัฐประหยัดงบฯ แตประชาชนไดแอปฯ ดี ๆ ใชเพียบ นอกจากนี้ การเปดขอมูลชวยยกระดับความรูของคนในสังคม (Data Literacy) เมื่อคนเขาถึงขอมูลงายขึ้น เขาจะเริ่มคุยกันดวย “ขอเท็จจริง” มากกวา “ความรูสึก” เราจะเห็นกลุมชุมชนดึงขอมูลมลภาวะในหมูบานตัวเองออกมาถกเถียงกับสภาเมือง เพื่อขอปรับปรุงพื้นที่ โดยใชหลักฐานจากเว็บไซต Open Data เปนตัวยืนยันบทเรียนถึงไทย: ถาภาครัฐเปดขอมูล (ที่ไมใชขอมูลสวนบุคคล) ออกมาใหมากพอ เราจะเห็นนวัตกรรมแกรถติดหรือจัดการขยะที่สรางโดยฝมือคนไทยเอง โดยที่รัฐไมตองเหนื่อยทำเองทุกอยางยกตัวอยาง กรณีเวลาเกิดวิกฤตตาง ๆ เชน วิกฤตน้ำมันในชวงที่ผานมา บางพื้นที่จัดทำเว็บไซตรายงานปมและจำนวนน้ำมันที่เหลืออยูในพื้นที่ แสดงใหเห็นวาขอมูลที่เกิดจากประชาชนรายงานจะ Real-timeไดดีกวารอใหหนวยงานที่เกี่ยวของตรวจสอบและสงขอมูลมาให เปนตนเทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 49
สิ่งที่อังกฤษทำ: กอนจะวิเคราะหขอมูลอะไร รัฐตองตอบใหไดวา “ประชาชนไดประโยชนอะไร ?” และ “ขอมูลปลอดภัยแคไหน ?” เขาใหความสำคัญกับ Trust (ความไววางใจ) มาก ถาประชาชนไมเชื่อใจ เขาก็ไมใหขอมูล และงาน Data ก็จะลมสลายทันทีบทเรียนถึงไทย: สิ่งที่ตองยอมรับ ณ วันนี้ คนไทยสวนใหญไมไดตระหนักถึงการปองกันขอมูลสวนบุคคลที่มากพอ การใช Data Analytics ในภาครัฐจึงไมใชแคการมีเครื่องมือ หรืออัลกอริทึมเทพ ๆ แตคือการทำใหประชาชนมั่นใจวาขอมูลของเขาจะไมถูกเอาไปใชผิดวัตถุประสงค ความโปรงใสคือหัวใจสำคัญครับ แตทั้งนี้ เราตองตรวจสอบคุณภาพขอมูลกอนใชงาน หลักการงาย ๆ ที่ใชไดทั่วโลกคือ “Garbage in, Garbage out” หากขอมูลตั้งตนไมถูกตอง ผลลัพธที่ไดก็ไมนาเชื่อถือ การตรวจสอบขอมูลกอนใชงานจึงเปนขั้นตอนที่ไมควรมองขาม 4. มองเห็นอนาคตกอนเกิดเหตุ (Predictive Analytics) อีกหนึ่งสิ่งที่ผมไดเรียนรูจากอังกฤษ คือการเปลี่ยนวิธีคิดจาก “รอใหปญหาเกิดแลวคอยแก” มาเปน “มองลวงหนาและปองกันกอน” พูดงาย ๆ คือ ใชขอมูลในอดีตมาชวยคาดการณอนาคต โดยเฉพาะในวงการสาธารณสุขและสวัสดิการสังคมสิ่งที่อังกฤษทำ: หนวยงานรัฐจะนำขอมูลหลายอยางมารวมกัน เชน อายุของประชากร สภาพอากาศ ประวัติการเจ็บปวย และลักษณะพื้นที่อยูอาศัย แลวใชโมเดลวิเคราะหวาพื้นที่ไหนมีแนวโนมจะมีผูสูงอายุลมปวยสูงขึ้นในฤดูหนาวนี้ เมื่อรูลวงหนาเจาหนาที่จะสามารถเขาไปดูแล ใหคำแนะนำ หรือชวยลดความเสี่ยงไดกอนที่เขาจะปวยจนตองเขาโรงพยาบาลจริง ๆบทเรียนถึงไทย: นึกภาพถากรมการปกครองสามารถวิเคราะหไดวา พื้นที่ไหนกำลังจะมีปญหาความขัดแยงหรืออาชญากรรมพุงสูงขึ้นจากขอมูลแวดลอม หรือดูขอมูลเพื่อคาดการณกลุมเปราะบางที่อาจตองการความชวยเหลือเพิ่มขึ้น เราสามารถดำเนินการอยางใดอยางหนึ่งหรือหาวิธีไปยับยั้งไดอยางทันทวงที สิ่งนี้จะเปลี่ยนการทำงานดานขอมูลของเรา จากการ “เยียวยา” เปนการ “ปองกัน” อยางแมนยำ สิ่งสำคัญคือ เราไมจำเปนตองมีเทคโนโลยีที่ซับซอนเสมอไป เพียงแคเริ่มจากการสังเกตขอมูลที่มีอยูมองหารูปแบบ (Pattern) ที่เกิดซ้ำและใชสิ่งนั้นเปน “สัญญาณเตือนลวงหนา”50 เทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569
5. ขอมูลคือ “เรื่องของทุกคน” (Data Literacy) บทเรียนสุดทายที่สำคัญที่สุดคือ Data Analytics ไมใชเรื่องของ “ไอที” แตมันคือเรื่องของ \"ผูบริหาร\" และ \"เจาหนาที่ทุกคน\" เพราะสุดทายแลว คนที่ใชขอมูลในการตัดสินใจไมใชคอมพิวเตอร แตคือ “คนทำงาน”สิ่งที่อังกฤษทำ: ที่นี่ถูกฝกใหตั้งคำถามกับขอมูล (Data-driven mindset) สิ่งที่เห็นไดชัด คือ วัฒนธรรมการทำงานแบบ ตั้งคำถามกับขอมูลอยูเสมอ ไมวาจะเปนในหองเรียนหรือหนวยงานจริง เวลาจะตัดสินใจอะไร เขามักจะถามกอนวา “มีขอมูลอะไรสนับสนุน ?” มากกวาจะใชความรูสึก หรือคำวา “เขาวากันวา…” เปนตัวนำแตจะถามเสมอวา “Data อยูไหน ? มันบอกอะไรเรา ?”บทเรียนถึงไทย: เมื่อมองกลับมาที่ประเทศไทย บทเรียนนี้ไมไดหมายความวา ทุกคนตองเขียนโคดเปน หรือกลายเปนนักวิเคราะหขอมูลแตสิ่งที่สำคัญกวานั้น คือ เราตอง “อานขอมูลเปน” และ “กลาใชขอมูลในการตัดสินใจ” เชน เห็นตัวเลขแลวเขาใจวาหมายความวาอะไร ตั้งคำถามไดวาขอมูลนี้เชื่อถือไดหรือไมและสามารถนำขอมูลมาใชประกอบการตัดสินใจในงานของตัวเองไดบทสรุป: การมองโลกผานขอมูล ประสบการณจากการเรียน Data Analytics ที่อังกฤษ ไมไดสอนเพียงทักษะทางเทคนิค แตสอนให “มองโลกผานขอมูล”ในยุคที่ขอมูลมีอยูรอบตัว หนวยงานภาครัฐ โดยเฉพาะในระดับอำเภอสามารถใชขอมูลเปนเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนได“Data Analyticsไมใชเรื่องของผูเชี่ยวชาญเพียงกลุมเดียวแตเปนทักษะของคนทำงานยุคใหม ที่ทุกคนสามารถเริ่มตนได”และบางที…จุดเริ่มตนที่ดีที่สุดอาจไมใชการหาเครื่องมือใหมแตอยูที่การตั้งคำถามงาย ๆ วา “ขอมูลที่เรามีอยูวันนี้ กำลังบอกอะไรกับเราอยูบาง ?” เพราะเมื่อเราเริ่ม “ฟงขอมูล” เราก็จะเริ่ม “เขาใจประชาชน” มากขึ้น และนั่น คือจุดเริ่มตนของการพัฒนาที่แทจริงการเร�ยนที่ Southampton สอนใหผมรูวาìData ไมใชแคตัวเลขในคอมพ�วเตอรแตมันคือ 'เสียงของประชาชน'ที่รอใหเราเขาไปฟ�งและแกไขใหถูกจุดครับîเทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 51
บทความพ�เศษกองบรรณาธิการนิตยสารเทศาภิบาล สวัสดีทานผูอานทุกทาน สำหรับนิตยสารเทศาภิบาลฉบับที่แลวนั้น กองบรรณาธิการไดนำเสนอผลการวิจัยเชิงปฏิบัติการแกไขปญหาความยากจนดวย “โมเดลพุมพวง” หรือ Operation Model Poom-Puang ภายใตโครงการแกไขปญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแมนยำเพื่อลดความเหลื่อมล้ำจังหวัดบุรีรัมยป พ.ศ. 2564 โดย ดร. พิสมัย ประชานันท และคณะฯ สังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย ซึ่งไดรับการสนับสนุนโดยกองทุนสงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม หรือ ววน. และหนวยบริหารและจัดการทุนดานการพัฒนาระดับพื้นที่ หรือ บพท. ผลการวิจัยดังกลาวไดชี้ใหเห็นวา “โมเดลพุมพวง” เปนการใชตนทุนทางสังคมที่มีอยูเดิมในชุมชน คือ รถพุมพวง มาบูรณาการรวมกับเทคโนโลยีและการจัดการเชิงระบบ เพื่อสรางโอกาสทางเศรษฐกิจใหครัวเรือนยากจนเขาไปเปนสวนหนึ่งของหวงโซคุณคา ตั้งแตการผลิต การรวบรวม การคัดแยก การแปรรูป ไปจนถึงการกระจายสินคาแกผูบริโภคในชุมชน สำหรับฉบับนี้ กองบรรณาธิการขอนำเสนอ “การขยายผลความสำเร็จของโมเดลพุมพวง”จากพื้นที่ตนแบบตำบลสะแกโพรง อำเภอเมืองบุรีรัมย ไปสูการพัฒนา “ศูนยกระจายสินคาชุมชนระดับตำบล” ใหเหมาะสมกับบริบทของแตละพื้นที่ เพื่อรองรับการสรางงาน สรางรายไดใหแกครัวเรือนยากจนในแตละตำบล และผลักดันเขาสูกลไกระดับนโยบายขององคกรปกครองสวนทองถิ่น อำเภอ และจังหวัด เพื่อใหเกิดความตอเนื่องและยั่งยืนตอไป หลังจากผลการวิจัยในระยะแรกไดพิสูจนใหเห็นวา โมเดลพุมพวงสามารถแกไขปญหาความยากจนไดอยางเปนรูปธรรม โดยใชระบบศูนยรวบรวมและคัดแยกสินคาชุมชน หรือ Community Distribution Centre: CDC รวมกับ Application พุมพวง เพื่อเชื่อมโยงครัวเรือนยากจน ผูผลิต ผูประกอบการรถพุมพวง และผูบริโภคเขาดวยกัน การดำเนินงานในระยะตอมาจึงมุง “ขยายผลและพัฒนาระบบ” ใหเหมาะสมกับบริบทของแตละพื้นที่เปาหมาย พื้นที่ดำเนินการขยายผลประกอบดวย 3 อำเภอ ไดแก อำเภอเมืองบุรีรัมย อำเภอนางรอง และอำเภอสตึกโดยมีเปาหมายสำคัญคือ การทำใหระบบปฏิบัติการแกจน หรือ Operation Model ที่เคยดำเนินงานรวมกับชุมชน สามารถดำเนินงานตอเนื่องผานกลไกของสวนราชการและองคกรปกครองสวนทองถิ่น การขับเคลื่อนในระยะนี้จึงไมไดหยุดอยูเพียงการตั้งศูนยกระจายสินคาเทานั้น แตยังออกแบบใหศูนยดังกลาวสัมพันธกับบริบทของพื้นที่แตละตำบล โดยยึดศักยภาพชุมชนเปนฐาน วางกลไกการทำงานใหเชื่อมโยงกับองคกรปกครองสวนทองถิ่น และสรางระบบบริหารจัดการที่สามารถดูแลตอเนื่องไดในอนาคตการขยายผลนวัตกรรมตลาดเคลื่อนที่ผานโมเดล “รถพุมพวง” สู 3 อำเภอ 6 ศูนย 612 ครัวเร�อนยากจนจากโมเดลพุมพวง สูการขยายผลระดับตำบล52 เทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569
หัวใจสำคัญของการขยายผลครั้งนี้ คือ การพัฒนาระบบ “ศูนยจัดการสินคาปลอดภัยและการทองเที่ยวระดับตำบล” ใหเปนกลไกกลางในการรวบรวม คัดแยก ตรวจสอบคุณภาพ จัดการสินคา และเชื่อมโยงสินคาในชุมชนไปสูผูบริโภค ในเชิงโครงสราง ไดดำเนินการใหนายอำเภอออกคำสั่งแตงตั้ง “คณะกรรมการสภานโยบายอาหารและโภชนาการระดับตำบล” โดยมีนายกองคการบริหารสวนตำบลเปนประธาน จากนั้นนายกองคการบริหารสวนตำบลจะมีคำสั่งแตงตั้งคณะกรรมการกำกับติดตามการดำเนินงาน เพื่อทำหนาที่ใหนโยบายและกำกับการดำเนินงานของศูนยจัดการสินคาปลอดภัยและการทองเที่ยวระดับตำบล ภายในศูนยฯ มีพนักงานปฏิบัติการประมาณ 3-5 คน โดยมีครัวเรือนยากจนเปนสวนหนึ่งของพนักงานประจำศูนย ทำหนาที่รับสินคา คัดแยก ตรวจสอบคุณภาพ จัดการขอมูลสินคา และเชื่อมโยงคำสั่งซื้อไปยังผูผลิตหรือเครือขายในพื้นที่กลไกการขับเคลื่อน: ศูนยกระจายสินคาชุมชนระดับตำบล การขยายผลโมเดลพุมพวงสูศูนยกระจายสินคาชุมชนระดับตำบลดำเนินงานผานกระบวนการหลัก 4 ดาน1. การสำรวจและเก็บขอมูลพื้นที่เปาหมาย เริ่มจากการสำรวจขอมูลดานการผลิตสินคา การรวบรวมสินคา การแปรรูปสินคา และกลุมผูบริโภคสินคาในระดับชุมชนและตำบล รวมถึงการเก็บขอมูลครัวเรือนยากจนที่ตองการหลุดพนจากกับดักความยากจนในแตละพื้นที่ ขอมูลดังกลาวถูกนำมาแยกแยะและบันทึกลงในระบบ เพื่อใชเปนฐานขอมูลสำคัญในการออกแบบการดำเนินงานของแตละศูนย2. การสรางเครือขายผูผลิต ผูแปรรูป ผูรวบรวมสินคา และผูบริโภค ศูนยกระจายสินคาชุมชนระดับตำบลไมไดทำงานแยกสวน แตทำหนาที่เชื่อมโยงเครือขายผูผลิตผูแปรรูป ผูรวบรวมสินคา และผูบริโภคอาหารปลอดภัยระดับตำบลเขากับครัวเรือนยากจน ผานการจัดทำแผนพัฒนาระบบอาหารปลอดภัย การพัฒนาแปลงเกษตรสรางสุขบนพื้นที่สาธารณะ การพัฒนาผูประกอบการรายใหมบนฐานการแปรรูปสินคาเกษตร การยกระดับผลิตภัณฑเพื่อสรางมูลคาเพิ่ม และการพัฒนาผลิตภัณฑทองเที่ยวโดยชุมชน3. การจัดตั้งศูนยจัดการสินคาปลอดภัยและการทองเที่ยวระดับตำบล การจัดตั้งศูนยฯ เริ่มจากการจัดเวทีเลือกพื้นที่รวมกับประชาชนในพื้นที่ การปรับปรุงและจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ การวางโครงสรางบริหารจัดการภายในศูนย การฝกอบรมพนักงานประจำศูนย และการจัดทำขอมูลสินคาเขาสูระบบ Tracking เพื่อจัดทำ QR Code รายสินคา จากนั้นจึงดำเนินการรับสินคาจากชุมชนและเครือขาย ควบคุม คัดแยก ตรวจสอบคุณภาพ จัดการสินคา และสงตอสินคาไปยังผูบริโภคแตละราย 4. การเชื่อมโยงศูนยฯ เขากับกลไกองคกรปกครองสวนทองถิ่น เพื่อใหการดำเนินงานมีความตอเนื่อง ศูนยจัดการสินคาปลอดภัยและการทองเที่ยวระดับตำบลถูกเชื่อมโยงเขากับกลไกการทำงานหลักขององคกรปกครองสวนทองถิ่นแตละแหง ผานการประชุมทำความเขาใจแนวทางการแกไขปญหาความยากจน การจัดทำแผนพัฒนาและกำกับติดตามศูนยฯ การจัดทำคำสั่งคณะกรรมการอาหารและโภชนาการระดับตำบลและระดับหมูบาน ตลอดจนการกำกับติดตามการดำเนินงานของศูนยอยางตอเนื่องกระบวนการดำเนินงาน 4 ดานหลัก เทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 53
จากการดำเนินงาน พบวา เกิดโมเดลแกจนในพื้นที่ 3 อำเภอ รวม 6 ศูนย โดยมีครัวเรือนยากจนเขาสูหวงโซทั้งหมด 612 ครัวเรือน ในพื้นที่อำเภอเมืองบุรีรัมย เกิดศูนยรวบรวมและคัดแยกสินคาในชุมชน 2 ศูนย ไดแก ตำบลสะแกโพรง และตำบลเสม็ด รวมครัวเรือนยากจนเขาสูหวงโซ 311 ครัวเรือน ตำบลสะแกโพรง อำเภอเมืองบุรีรัมย มีครัวเรือนยากจนเขาสูหวงโซ 188 ครัวเรือน จำนวน 1 ศูนยโดยใชเปนโมเดลตนแบบศูนยกระจายสินคาชุมชนที่ขยายผลมาจากการวิจัยในป 2565 เนนการรวบรวมและกระจายสินคาในพื้นที่ใหกับกลุมผูประกอบการรถพุมพวง ซึ่งประสบผลสำเร็จและเกิดการสรางรายไดใหกับครัวเรือนยากจนในพื้นที่อยางตอเนื่อง ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย มีครัวเรือนยากจนเขาสูหวงโซ 123 ครัวเรือน จำนวน 1 ศูนย เนนการรวบรวมและกระจายสินคาผลิตภัณฑเดนในพื้นที่ เชน ปลาสม ขาวอินทรีย และสินคา OTOP โดยครัวเรือนยากจนที่ไดรับการฝกอบรมและเขามาเปนพนักงานในศูนยกระจายสินคาชุมชน สามารถหา Order สินคาไดเฉลี่ยวันละ 1,400 บาท สงผลใหครัวเรือนยากจนมีรายไดจากกำไรสุทธิรอยละ 30 หรือประมาณวันละ 420 บาท ตอคน ในพื้นที่อำเภอนางรอง เกิดศูนยรวบรวมและคัดแยกสินคา 2 ศูนย รวมครัวเรือนยากจนเขาสูหวงโซ 105 ครัวเรือน ไดแก พื้นที่ตำบลสะเดาและตำบลหัวถนน มีครัวเรือนยากจนเขาสูหวงโซ 69 ครัวเรือน จำนวน1 ศูนย และพื้นที่เทศบาลเมืองนางรอง มีครัวเรือนยากจนเขาสูหวงโซ 36 ครัวเรือน จำนวน 1 ศูนย โดยเนนการรวบรวมและกระจายสินคาผลิตภัณฑเดนในพื้นที่ เชน ขาว GI จากดินภูเขาไฟ ผลไมที่ปลูกในพื้นที่ดินภูเขาไฟ ผาทอ และสินคา OTOPผลการขยายผล: 3 อำเภอ 6 ศูนย 612 ครัวเร�อนยากจน54 เทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569
ในพื้นที่อำเภอสตึก เกิดศูนยรวบรวมและคัดแยกสินคา 2 ศูนย รวมครัวเรือนยากจนเขาสูหวงโซ 196 ครัวเรือน ไดแก ตำบลนิคม มีครัวเรือนยากจนเขาสูหวงโซ 112 ครัวเรือน จำนวน 1 ศูนย เนนการรวบรวมและกระจายสินคาผลิตภัณฑเดน เชน ปลาสม แจวบอง ปลาราชิ้น ขาวอินทรีย และสินคา OTOP รวมถึงการนำเศษวัสดุเหลือทิ้ง คือ เศษฉลากของขวดเหลาจากภาคเอกชนของบริษัท อธิมาตร จำกัด หรือโรงเหลาอำเภอสตึก มาสรางมูลคาเพิ่มเปนผลิตภัณฑเพื่อจำหนายในศูนยกระจายสินคา สวนตำบลทุงวัง อำเภอสตึก มีครัวเรือนยากจนเขาสูหวงโซ 84 ครัวเรือน จำนวน 1 ศูนย เนนการรวบรวมและกระจายสินคาผลิตภัณฑปลาสม แจวบอง ปลาราชิ้น สินคา OTOP ขาวอินทรีย และพืชผักทางการเกษตรอินทรีย ผลจากการขยายผลการดำเนินงาน ทำใหเกิดฐานขอมูลสินคาและบริการพื้นที่เปาหมาย 1 ระบบตอ 1 พื้นที่ และเกิดฐานขอมูลผูบริโภคสินคาและบริการ 1 ระบบตอ 1 พื้นที่ ไดแก พื้นที่อำเภอเมืองบุรีรัมย อำเภอสตึก และอำเภอนางรอง นอกจากนี้ ยังเกิดเครือขายความรวมมือทางวิชาการ 7 หนวยงาน ไดแก โรงเรียนสตึก โรงเรียนบานโคกกลองโรงเรียนบานดงยายเภา พัฒนาการอำเภอสตึก อุตสาหกรรมจังหวัดบุรีรัมย ทองเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย และวัฒนธรรมจังหวัดบุรีรัมย ขณะเดียวกัน เกิดเครือขายความรวมมือทางสังคมและเศรษฐกิจ 12 หนวยงาน ไดแก ขบวนองคกรชุมชนจังหวัดบุรีรัมย หอการคาจังหวัดบุรีรัมย สภาอุตสาหกรรมจังหวัดบุรีรัมย บริษัท อธิมาตร จำกัด เทศบาลเมืองบุรีรัมย พัฒนาการจังหวัดบุรีรัมย องคการบริหารสวนตำบลสะแกโพรง องคการบริหารสวนตำบลเสม็ด องคการบริหารสวนตำบลนิคม องคการบริหารสวนตำบลทุงวัง องคการบริหารสวนตำบลหัวถนน และเทศบาลเมืองนางรองผลลัพธที่เกิดข�้นจร�งเทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 55
“โมเดลพุมพวง” ในระยะแรก ไดพิสูจนใหเห็นวา การใชตนทุนทางสังคมที่มีอยูเดิมในชุมชน มาบูรณาการรวมกับเทคโนโลยีและการจัดการเชิงระบบ สามารถสรางรายไดใหครัวเรือนยากจน และลดความเหลื่อมล้ำไดอยางเปนรูปธรรม การขยายผลใน ระยะตอมา จึงเปนการยกระดับจาก “รถพุมพวงแกจน” ไปสู “ศูนยกระจายสินคาชุมชนระดับตำบล” ที่เชื่อมโยงคนจนเขาสูหวงโซเศรษฐกิจของชุมชน ตั้งแตตนน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ พรอมทั้งวางระบบการทำงานรวมกับองคกรปกครองสวนทองถิ่น ภาคีเครือขาย และหนวยงานระดับจังหวัด จากผลการประเมินผลกระทบทางสังคม หรือ Social Return on Investment: SROI พบวา การลงทุน 1 บาท ใหผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคม 5.14 บาท มีอัตราผลตอบแทนภายใน หรือ IRR รอยละ 528 และมีครัวเรือนคนจนกลุมเปาหมายไดรับผลกระทบ 612 ครัวเรือน กลาวไดวา การขยายผลโมเดลพุมพวงในครั้งนี้ ไมไดเปนเพียงการเพิ่มจำนวนศูนยกระจายสินคาในพื้นที่เทานั้น แตเปนการสราง “กลไกแกจนระดับตำบล” ที่ใชศักยภาพของชุมชนเปนฐาน ใชระบบขอมูลเปนเครื่องมือ ใชเครือขายเปนพลังขับเคลื่อน และใชกลไกทองถิ่นเปนฐานความยั่งยืนในการแกไขปญหาความยากจนของจังหวัดบุรีรัมยอยางตอเนื่องและเปนรูปธรรม บทสรุป: จากตนแบบสูกลไกแกจนที่ยั�งยืน ที่สำคัญ การดำเนินงานครั้งนี้ทำใหเกิดศูนยกระจายสินคาปลอดภัยและการทองเที่ยวระดับตำบลที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ 6 แหง ไดแก ตำบลสะแกโพรง และตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย ตำบลทุงวัง และตำบลนิคม อำเภอสตึก ตำบลนางรอง และตำบลหัวถนน อำเภอนางรอง การขยายผลโมเดลรถพุมพวงสูศูนยกระจายสินคาชุมชนระดับตำบล สงผลใหครัวเรือนยากจนเกิดรายไดเพิ่มขึ้นในภาพรวมโดยเฉลี่ยรอยละ 30 เกิดความรวมมือระหวางชุมชน และเกิดเครือขายนอกชุมชนที่เขามาสนับสนุนการดำเนินงาน ในดานสิ่งแวดลอม การดำเนินงานยังนำเศษวัสดุเหลือทิ้ง คือ เศษฉลากของขวดเหลาจากภาคเอกชนของบริษัท อธิมาตร จำกัด หรือโรงเหลาอำเภอสตึก ประมาณวันละ 700 กิโลกรัม มาสรางมูลคาเพิ่มเปนผลิตภัณฑและนำมาจำหนายในศูนยกระจายสินคา กลายเปนอีกชองทางหนึ่งในการสงเสริมใหสมาชิกในครัวเรือนยากจนเกิดการสรางรายได นอกจากนี้ การดำเนินงานยังนำไปสูการสงเสริมการทองเที่ยวในพื้นที่ทั้ง 3 อำเภอ ทำใหเกิดการกระจายรายไดใหกับคนในชุมชน และทำใหแหลงทองเที่ยวในพื้นที่เปนที่รูจักเพิ่มมากขึ้นผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ�งแวดลอม56 เทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569
ผูที่สนใจสามารถติดตามอานรายงาน “นวัตกรรมการยกระดับกลไกความรวมมือ เพื่อขจัดความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม แบบเบ็ดเสร็จและแมนยำจังหวัดบุรีรัมย”ไดที่ https://shorturl.at/vUn4qเทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 57
ปญหาไฟปา หมอกควัน และฝุนละอองขนาดเล็ก PM2.5 เปนปญหาที่เกิดซ้ำในพื้นที่ภาคเหนือ และสงผลกระทบตอระบบนิเวศ สุขภาพประชาชน เศรษฐกิจฐานราก การทองเที่ยว และคุณภาพชีวิตของประชาชนอยางกวางขวาง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีลักษณะภูเขาสูง ปากวาง และมีชุมชนพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ เชน อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม การจัดการปญหานี้จึงไมสามารถอาศัยเพียงมาตรการหามเผาหรือการดับไฟเมื่อเกิดเหตุเทานั้น แตจำเปนตองมีระบบบริหารจัดการเชิงพื้นที่ที่เขาใจความสัมพันธระหวาง “ปา คน งบประมาณกฎหมาย เทคโนโลยี สุขภาพ และเศรษฐกิจชุมชน” อยางรอบดาน รายงานการถอดบทเรียนและพัฒนารูปแบบการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการในการแกไขปญหาไฟปาและ PM2.5 กรณีศึกษา “เชียงดาวโมเดล” จึงเปนกรณีศึกษาสำคัญที่สะทอนใหเห็นวา การแกไขปญหาไฟปาในพื้นที่ซับซอนตองเปลี่ยนจากการทำงานแบบแยกสวน ไปสูการบริหารพื้นที่รวมกันของภาครัฐ องคกรปกครองสวนทองถิ่น ชุมชน ภาคเอกชน และภาคีสนับสนุนภายนอก โดยมีนายอำเภอเปนแกนกลางในฐานะผูจัดการพื้นที่ หรือ Area Manager ภายใตระบบบัญชาการแบบมีเอกภาพ หรือ Single Command อำเภอเชียงดาวเปนพื้นที่ที่มีความซับซอนสูง ทั้งในเชิงภูมิประเทศ ระบบนิเวศ และสังคม พื้นที่สำคัญอยางดอยหลวงเชียงดาวอยูในเขตปาอนุรักษ ขณะที่พื้นที่โดยรอบเปนปาชุมชน พื้นที่เกษตร และพื้นที่ที่ประชาชนใชประโยชนเพื่อหาอาหาร ทำกิน รับจางลูกหาบ บริการรถยนต ทองเที่ยว จัดการขยะ และพัฒนาผลิตภัณฑชุมชน ความสัมพันธระหวางคนกับปาจึงมีทั้งมิติของการพึ่งพา การอนุรักษ และความเสี่ยง หากเกิดไฟจากพื้นที่รอบนอกโดยไมมีแนวกันไฟ การเฝาระวัง และกติกาชุมชนที่เขมแข็ง ไฟอาจลามเขาสูพื้นที่ปาอนุรักษซึ่งมีความเปราะบางสูงได ความยากของเชียงดาวไมไดอยูเพียงการมีพื้นที่ปากวางเทานั้น แตยังรวมถึงภูเขาสูง ความลาดชันเสนทางเขาถึงจำกัด และชนิดปาที่หลากหลาย ปาดิบเขาและปาตนน้ำเปนพื้นที่ที่ไมควรเกิดไฟโดยเด็ดขาด เพราะจะกระทบตอระบบน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพ ขณะที่ปาเบญจพรรณหรือปาผลัดใบบางพื้นที่มีเชื้อเพลิงสะสมสูง จึงอาจตองมีมาตรการจัดการเชื้อเพลิงเฉพาะจุด หากใชมาตรการเดียวกันทั้งอำเภออาจทำใหพื้นที่ที่ไมควรเกิดไฟเด็ดขาดไดรับการดูแลไมเพียงพอ และพื้นที่ที่ตองจัดการเชื้อเพลิงกลับไมมีทางออกกอนเขาสูชวงวิกฤตบทความพ�เศษกองบรรณาธิการนิตยสารเทศาภิบาลเช�ยงดาวโมเดล: บทเร�ยนการบร�หารพ��นที่เพ��อลดไฟปาและ PM2.5 อยางบูรณาการ58 เทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569
ขอมูลจากรายงานสะทอนขอจำกัดของพื้นที่อยางชัดเจน เขตรักษาพันธุสัตวปาเชียงดาวมีพื้นที่ประมาณ 325,325 ไร มีเจาหนาที่ 40 นาย และในป 2569 มีจุดเฝาระวัง 30 จุด จุดละ 3 คน รวม 90 คน สวนสถานีควบคุมไฟปาเชียงดาวดูแลพื้นที่กวา 200,000 ไร มีเจาหนาที่ 25 นาย แมจะมีเครือขายจุดเฝาระวังและอาสาสมัครเขามาชวย แตกำลังพล อุปกรณ และงบประมาณยังไมสมดุลกับขนาดพื้นที่และความยากในการเขาถึงจุดเกิดไฟ หัวใจของเชียงดาวโมเดล คือการทำใหการจัดการไฟปาไมใชภารกิจของหนวยงานใดหนวยงานหนึ่งแตเปนภารกิจรวมของทั้งพื้นที่ นายอำเภอทำหนาที่เปนศูนยกลางในการรวมขอมูล ประสานงบประมาณจัดกำลังคน เชื่อมเทคโนโลยี และสั่งการภาคสนาม ขอมูลที่นำมาใชประกอบการตัดสินใจมีหลายประเภท เชน จุดความรอน หรือ Hotspot การจัดกลุมจุดความรอน หรือ Fire Group แอปพลิเคชัน FireD, Drone, GPS ขอมูลพื้นที่เผาไหม หรือ Burn Scar และการแจงเหตุจากชุมชน ขอมูลเหลานี้ถูกนำมาประเมินรวมกับขอเท็จจริงภาคสนาม เชน จุดเกิดไฟอยูในปาอนุรักษ ปาชุมชน หรือพื้นที่เกษตร มีเสนทางเขาถึงหรือไม มีแหลงน้ำใกลเคียงหรือไม และตองใชชุดปฏิบัติการประเภทใด กลุมผูเกี่ยวของในเชียงดาวโมเดลแบงออกเปน 4 กลุมหลัก กลุมแรกคือระดับอำนวยการและนโยบาย ไดแก นายอำเภอ ปลัดอำเภอ และสำนักงานปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม สาขาเชียงดาว ทำหนาที่กำหนดทิศทาง ประสานเครื่องมือ และเชื่อมโยงจังหวัดกับพื้นที่ กลุมที่สองคือองคกรปกครองสวนทองถิ่นและหนวยงบประมาณ ทำหนาที่สนับสนุนคน เครื่องมือ เสบียง น้ำมัน และศูนยปฏิบัติการระดับตำบล กลุมที่สามคือหนวยวิชาการและการสงเสริม ไดแก เขตรักษาพันธุสัตวปา สถานีควบคุมไฟปา เกษตรอำเภอ และสาธารณสุขอำเภอ ทำหนาที่วิเคราะหชนิดปา เชื้อเพลิง พื้นที่เผาไหม อาชีพลดเผา และผลกระทบสุขภาพ สวนกลุมที่สี่คือชุมชน กำนัน ผูใหญบาน ชรบ. อสม. คณะกรรมการปาชุมชน กลุมลูกหาบ กลุมรถ และศูนยขยะวิทยา ซึ่งเปน “มือและตา” ของพื้นที่จริง บทบาทของนายอำเภอในเชียงดาวโมเดลจึงไมไดจำกัดอยูที่การสั่งการตามสายราชการ แตเปนบทบาทของผูจัดการระบบพื้นที่ที่เชื่อมโยง 3 มิติสำคัญ ไดแก มิติทางกฎหมาย มิติทางงบประมาณ และมิติทางปฏิบัติ ในมิติทางกฎหมาย นายอำเภอเชื่อมอำนาจของผูวาราชการจังหวัด หนวยงานปาไม ปภ. อปท. ฝายปกครอง กำนัน ผูใหญบาน และกฎหมายที่เกี่ยวของกับสาธารณภัย ปาไม ปาชุมชน และการบริหารราชการแผนดินในระดับอำเภอ ในมิติทางงบประมาณ นายอำเภอประสานงบจากจังหวัด อปท. งบฉุกเฉิน ภาคเอกชน มูลนิธิ กองทุนปาชุมชน และคารบอนเครดิตใหตอบโจทยภารกิจจริง สวนในมิติทางปฏิบัติ นายอำเภอจัดศูนยบัญชาการประสานขอมูลจุดความรอน FireD, Drone, Burn Scar การแจงเหตุจากชุมชน การใชรถดับเพลิง การขออากาศยานปกหมุน การดูแลกลุมเปราะบาง และการฟนฟูพื้นที่หลังเกิดเหตุ เมื่อวิเคราะหดวยทฤษฎีระบบ เชียงดาวโมเดลมีองคประกอบครบวงจร เริ่มจาก Inputs ไดแก คน กฎหมาย งบประมาณ ขอมูลพื้นที่ เครื่องมือ เทคโนโลยี ชุมชน และภาคีสนับสนุน ตอดวย Process คือการทำงาน 3 ระยะไดแก กอนเกิดเหตุ เผชิญเหตุ และฟนฟูหลังเหตุ ผลผลิต หรือ Outputs ไดแก แนวกันไฟ จุดตรวจ จุดเฝาระวังการลาดตระเวน FireD, Drone, Burn Scar หนากากอนามัย หองปลอดฝุน กองทุนปาชุมชน และคารบอนเครดิตสวน Outcomes คือผลลัพธที่ตองการ ไดแก ลดจุดความรอน ลดไฟลามเขาสูปาอนุรักษ ลดผลกระทบตอสุขภาพเพิ่มรายไดจากการดูแลปา และสรางความรูสึกเปนเจาของพื้นที่ สุดทายคือ Feedback หรือขอมูลปอนกลับเชน งบลาชา กำลังคนไมพอ อุปกรณไมพอ FireD ยังไมสอดคลองกับบริบทพื้นที่ และระเบียบเบิกจายไมรองรับรถวิบาก ซึ่งตองนำกลับไปปรับปรุงแผนในปถัดไปเทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 59
ในกรอบ 4M จุดแข็งดาน Man คือการมีเครือขายคนหลายระดับ ตั้งแตนายอำเภอ หนวยปาไม อปท. ชุมชน ชรบ. อสม. คณะกรรมการปาชุมชน กลุมลูกหาบ และกลุมรถ แตจุดออนคือจำนวนคนและสวัสดิการยังไมเพียงพอกับความเสี่ยง ดาน Money มีงบฯ จากหลายแหลง แตยังมีปญหางบประมาณมาลาชา อปท.ตองสำรองจาย และบางปงบฯ ลดลงเมื่อพื้นที่เกิดไฟนอย ดาน Material มี FireD, Drone, GPS, วิทยุสื่อสาร และอุปกรณภาคสนาม แตยังตองเพิ่มเครื่องมือที่เหมาะกับพื้นที่ภูเขาสูง ดาน Method มี Single Command,FireD, กติกาปาชุมชน, Social Sanction, Zero-fire Reward, AAR และคารบอนเครดิต แตยังตองปรับการบริหารเชื้อเพลิงใหยืดหยุนตามชนิดปา ความชื้น ทิศทางลม คาฝุน และรอบเก็บเกี่ยว ปจจัยความสำเร็จของเชียงดาวโมเดลเกิดจากการประกอบกันของหลายเงื่อนไข เงื่อนไขแรกคือภาวะผูนำเชิงพื้นที่ของนายอำเภอที่สามารถเชื่อมนโยบายกับพื้นที่ เชื่อมขอมูลกับการตัดสินใจ และเชื่อมหนวยงานกับชุมชน เงื่อนไขที่สองคือ Single Command ซึ่งทำใหการสั่งการไมกระจัดกระจาย เมื่อเกิดจุดความรอนทุกฝายรูวาตองรายงานใคร ใครประเมินพื้นที่ ใครนำกำลังเขาไป ใครสนับสนุนเครื่องมือ และใครดูแลผลกระทบสุขภาพ เงื่อนไขที่สามคือเครือขายชุมชนและปาชุมชน โดยเฉพาะปาชุมชน 53 แหง ที่ทำหนาที่เปนแนวกันชนทั้งทางสังคมและทางพื้นที่ อีกเงื่อนไขสำคัญคือกติกาปาชุมชนและมาตรการทางสังคม เชน การทำแนวกันไฟ การลาดตระเวนการหามบุกรุกหรือตัดไม และคาปรับผูฝาฝน ซึ่งมีพลังเพราะเกิดจากขอตกลงของคนในพื้นที่ ไมใชคำสั่งจากรัฐเพียงฝายเดียว ขณะเดียวกันแนวคิด Zero-fire Reward หรือการสนับสนุนพื้นที่ที่ลดการเกิดไฟได ตองถูกทำใหเปนระบบจริง เพื่อเปลี่ยนงบประมาณจากเครื่องมือเยียวยาหลังเหตุใหเปนแรงจูงใจเชิงบวกกอนเกิดเหตุ มิติทางเศรษฐกิจเปนอีกจุดเดนของเชียงดาวโมเดล การขายคารบอนเครดิต กองทุนปาชุมชน การจัดการขยะ การตอยอดเศษวัสดุ การทองเที่ยวอยางรับผิดชอบ และอาชีพทางเลือก เชน เลี้ยงผึ้ง เลี้ยงไก ปลูกกาแฟและแมคคาเดเมีย ทำใหการรักษาปาเชื่อมโยงกับรายได การจางงาน และศักดิ์ศรีของชุมชน ความรวมมือจึงไมเกิดจากการบังคับเพียงอยางเดียว แตเกิดจากการที่ชุมชนเห็นประโยชนของการดูแลปาอยางเปนรูปธรรม ที่สำคัญ เชียงดาวโมเดลไมไดแยกไฟปาออกจากสุขภาพประชาชน เพราะ PM2.5 กระทบตอเด็กผูสูงอายุ ผูปวยโรคทางเดินหายใจ ผูปวยเรื้อรัง ผูปวยติดเตียง และกลุมเปราะบางอื่น ๆ ในพื้นที่มีกลุมเปราะบางประมาณ 12,600 กวาคน จึงตองมีระบบดูแลตั้งแตกอนวิกฤต เชน หนากากอนามัย เครื่องผลิตออกซิเจน เครื่องฟอกอากาศ หองปลอดฝุน การอัดอากาศดี และระบบแจงเตือนคาฝุน รายงานระบุวามีการสนับสนุนหนากากอนามัยรวม 100,000 ชิ้น แบงเปนบริษัท Double A 50,000 ชิ้น องคการบริหารสวนจังหวัดเชียงใหม 20,000 ชิ้น และภาคราชการ 30,000 ชิ้น อยางไรก็ตาม เชียงดาวโมเดลยังมีปญหาและชองวางที่ตองแกไข ไดแก พื้นที่สูงชันและเขาถึงยาก กำลังพลไมเพียงพอ งบประมาณลาชาและบางปลดลงเมื่อเกิดไฟนอย ชองวางเชิงเวลาระหวางปฏิทินนโยบายกับปฏิทินเชื้อเพลิงจริง ขอจำกัดของ FireD ที่ควรพัฒนาใหเปนระบบสนับสนุนการตัดสินใจเชิงพื้นที่มากขึ้น และขอจำกัดของมาตรการแบบเดียวที่ไมสามารถใชไดกับทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ปาดิบเขา ปาผลัดใบ พื้นที่เกษตร พื้นที่ทองเที่ยว และปาชุมชนที่ตองการมาตรการแตกตางกัน ขอเสนอสำคัญของรายงานคือ ควรเริ่มจากการจัดทำ One Map รายหมูบาน เพื่อใหทุกหนวยใชขอมูลชุดเดียวกัน แสดงชนิดปา จุดเสี่ยง เสนทางเขาถึง แหลงน้ำ จุดเฝาระวัง แนวกันไฟ ปาชุมชน ปาอนุรักษ พื้นที่เกษตร พื้นที่ทองเที่ยว และจุดบริการสุขภาพ จากนั้นควรจัดทำปฏิทินไฟปาที่เชื่อมปฏิทินปา ปฏิทินเกษตร ปฏิทินทองเที่ยว และปฏิทินสุขภาพ เพื่อใหการตัดสินใจไมยึดเพียงคำสั่งหามเผา แตเห็นจังหวะเวลาจริงของพื้นที่60 เทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569
ดานเชื้อเพลิง ควรมีระบบบริหารแบบมีเงื่อนไขเฉพาะจุด โดยไมใชการเปดใหเผาเสรี แตพิจารณาจากคาฝุน สภาพอากาศ ทิศทางลม ความชื้น ชนิดปา ปริมาณเชื้อเพลิง ความลาดชัน แนวกันไฟ และความพรอมของชุดควบคุมไฟ ดานงบประมาณควรสนับสนุนงบฯ ปองกันลวงหนาในชวงตุลาคมถึงธันวาคม เพิ่มสวัสดิการให ชรบ. อาสาสมัคร และผูปฏิบัติงาน ปรับระเบียบใหรองรับรถวิบากและคาใชจายภาคสนามจริง และทำ Zero-fire Reward ใหเปนระบบ ในเชิงนโยบาย รายงานเสนอใหยกระดับเชียงดาวโมเดลเปนตนแบบระดับอำเภอผาน 7 กลไก ไดแก หนึ่ง ศูนยบัญชาการระดับอำเภอ หรือ Area Command สอง แผนที่เสี่ยงรวม หรือ One Map สาม เครือขายชุมชนเฝาระวังไฟ หรือ Community Fire Watch สี่ แรงจูงใจลดไฟ หรือ Zero-fire Reward หา เทคโนโลยีสนับสนุนการตัดสินใจ หรือ Smart Response หก อาชีพทางเลือกและผลประโยชนรวม หรือ LivelihoodShift และเจ็ด การถอดบทเรียนและสงตอเชิงนโยบาย หรือ AAR & Policy Feedback โดยสรุป เชียงดาวโมเดลคือบทเรียนสำคัญวา การแกปญหาไฟปาและ PM2.5 ตองจัดการทั้ง “ไฟ ฝุน คน ปา งบประมาณ สุขภาพ และรายได” ไปพรอมกัน ความสำเร็จไมไดอยูที่การดับไฟเร็วเพียงอยางเดียวแตอยูที่การมีขอมูลรวม งบประมาณมากอนฤดูไฟ เครื่องมือเหมาะกับพื้นที่ภูเขา คนทำงานมีสวัสดิการชุมชนมีบทบาทและไดรับประโยชน ระบบสุขภาพรองรับกลุมเสี่ยง และมีการถอดบทเรียนเพื่อปรับนโยบายทุกป หากนำหลักคิดนี้ไปปรับใชกับบริบทของอำเภออื่นอยางยืดหยุน เชียงดาวโมเดลจะสามารถเปนตนแบบการบริหารความเสี่ยงเชิงพื้นที่สำหรับพื้นที่ที่เผชิญปญหาไฟปาและ PM2.5 ไดอยางเปนรูปธรรมและยั่งยืน สำหรับผูที่สนใจศึกษารายงานฉบับสมบูรณ ทานสามารถดาวนโหลด รายงานการถอดบทเรียนและพัฒนารูปแบบการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ ในการแกไขปญหาไฟปาและฝุนละอองขนาดเล็ก (PM2.5) กรณีศึกษา “เชียงดาวโมเดล” อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม ไดตาม QR Code ดานลางนี้ เทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 61
DOPA Think lab พ��นที่ความคิด ว�จัย และนวัตกรรมสวนว�จัยและประเมินผล กองว�ชาการและแผนงาน62 เทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569
Easy English with DOPAสวนว�เทศสัมพันธ กองว�ชาการและแผนงานGlobal Diplomatic Hub ว�เทศทัศน เปดโลกสากลเทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 63
ขอที่ 1 คำถาม นายยุติธรรม อายุ 38 ป จดทะเบียนสมรสและอยูกินกับ นางสาวเนติพร อายุ 37 ป โดยมีบุตรรวมกัน 2 คน ชื่อ นายฎีกา อายุ 20 ป และนายเสมา อายุ 19 ป โดยเชาบานพักอาศัยอยูรวมกันเรื่อยมา ตอมา นายยุติธรรมไดบวชเปนพระภิกษุเพื่อเปนพุทธบูชาเนื่องในวันสำคัญทางศาสนา ณ วัดพระธรรมาราม โดยมิไดหยากับ นางสาวเนติพร โดยบวชเปนพระภิกษุเปนเวลา 2 ป จึงไดลาสิกขาออกมาและมีเงินเก็บจากเงินปจจัยที่มีผูถวายใหตอนเปนพระภิกษุ จำนวน 980,000 บาท และกลับมาอยูกินกับ นางสาวเนติพร เชนเดิม จากนั้นนายยุติธรรม ไดนำเงิน จำนวน 980,000 บาทที่เปนเงินเก็บจากตอนเปนพระภิกษุ ซื้อบาน 1 หลังพรอมที่ดิน และไดยายภรรยาและบุตรทั้ง 2 คน เขาไปอยูในบานพักหลังดังกลาว ตอมาอีก 2 ป นายยุติธรรม กับ นางสาวเนติพร มีปญหาทะเลาะจนถึงขั้นจะไปจดทะเบียนหยาแตปรากฏวานายยุติธรรมไดเกิดเสียชีวิตกะทันหันภายในบานพักโดยไมทราบสาเหตุ ตอมานายเสมา บุตรชายไดตรวจสอบกลองวงจรปดในบาน พบวาบิดาของตนเสียชีวิตจากการถูกนายอำนาจ คนในหมูบานฆาตกรรมโดยใชหมอนกดศีรษะใหขาดอากาศหายใจขณะนอนหลับ แตนายเสมา บุตรชาย เห็นวาเหตุการณผานมาหลายเดือนแลวและนายอำนาจก็ไดยายออกจากหมูบานโดยไมทราบวายายไปที่ใด จึงไมไดเดินทางไปแจงความดำเนินคดี ดังนั้นจากขอเท็จจริง บาน 1 หลังพรอมที่ดินดังกลาวขางตน ตองจัดการทรัพยสินดังกลาวใหเปนไปตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยอยางไร ขอใดถูกตอง 1. บาน 1 หลังพรอมที่ดิน ทรัพยมรดกของผูตายตองตกเปนของวัดพระธรรมารามกึ่งหนึ่ง เพราะทรัพยสินดังกลาวไดมาจากเงินปจจัยในขณะที่บวชเปนพระภิกษุ และทรัพยมรดกตองตกเปนของ นางสาวเนติพร ในฐานะภรรยาโดยชอบดวยกฎหมายอีกกึ่งหนึ่ง เพราะ ถือเปนสินสมรสเปนทรัพยสินที่หาไดมาระหวางสมรส สวนนายฎีกา และนายเสมา บุตรโดยชอบดวยกฎหมาย ไมสามารถรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมได เนื่องจาก นางสาวเนติพร มารดาโดยชอบดวยกฎหมายและเปนภรรยาโดยชอบดวยกฎหมายของผูตายยังมีชีวิตอยู นายฎีกา และนายเสมาจะมีสิทธิรับมรดกไดตอเมื่อ นางสาวเนติพร เสียชีวิตแลว 2. บาน 1 หลังพรอมที่ดิน ทรัพยมรดกของผูตายตองตกเปนของ นางสาวเนติพร ในฐานะภรรยาโดยชอบดวยกฎหมายกึ่งหนึ่ง เพราะ ถือเปนสินสมรสเปนทรัพยสินที่หาไดมาระหวางสมรสกันโดยชอบดวยกฎหมาย และทรัพยมรดกในสวนของผูตายตองตกเปนของนายฎีกา บุตรโดยชอบดวยกฎหมายอีกกึ่งหนึ่งในฐานะทายาทโดยธรรมแตนายเสมา ไมมีสิทธิไดรับสวนแบงจากทรัพยมรดก เนื่องจาก ถูกกำจัดมิใหรับมรดกฐานเปนผูไมสมควร เพราะทราบวาเจามรดกถูกฆาโดยเจตนา แตมิไดนำขอความนั้นขึ้นรองเรียน เพื่อเปนทางที่จะเอาตัวผูกระทำผิดมาลงโทษ 3. บาน 1 หลังพรอมที่ดิน ทรัพยมรดกเปนทรัพยสินสวนตัวของผูตายมิใชสินสมรส จึงตองตกเปนของนายฎีกา และนายเสมา บุตรโดยชอบดวยกฎหมายในฐานะทายาทโดยธรรม แบงคนละสวนเทากัน 4. บาน 1 หลังพรอมที่ดิน ทรัพยมรดกเปนทรัพยสินสวนตัวของผูตายแตเพียงผูเดียว ตองตกเปนของนายฎีกา บุตรโดยชอบดวยกฎหมาย และ นางสาวเนติพร ภรรยาโดยชอบดวยกฎหมาย ในฐานะทายาทโดยธรรม โดยแบงกันคนละสวนเทากัน เพราะ คูสมรสที่ยังมีชีวิตอยูนั้น มีสิทธิรับทรัพยมรดกในทรัพยสินสวนตัวเสมือนหนึ่งวาตนเปนทายาทชั้นบุตร แตนายเสมา ไมมีสิทธิไดรับสวนแบงจากทรัพยมรดก เนื่องจาก ถูกกำจัดมิใหรับมรดกฐานเปนผูไมสมควร เพราะทราบวาเจามรดกถูกฆาโดยเจตนา แตมิไดนำขอความนั้นขึ้นรองเรียน เพื่อเปนทางที่จะเอาตัวผูกระทำผิดมาลงโทษ 5. บาน 1 หลังพรอมที่ดิน ทรัพยมรดกเปนทรัพยสินสวนตัวของผูตายมิใชสินสมรส จึงตองตกเปนของนายฎีกาและนายเสมา บุตรโดยชอบดวยกฎหมาย และ นางสาวเนติพร ภรรยาโดยชอบดวยกฎหมาย โดยแบงกันคนละสวน คือ 3 สวนเทากัน เพราะคูสมรสที่ยังมีชีวิตอยูนั้น มีสิทธิไดสวนแบงเสมือนหนึ่งวาตนเปนทายาทชั้นบุตรในกรรมสิทธิของผูตาย ถาม - ตอบ พ�ช�ตคะแนนDOPA HR ถาม - ตอบ พ�ช�ตคะแนน64 เทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569
ขอที่ 2 ขอใดกลาวผิดเกี่ยวกับกฎหมายวาดวยสัญชาติและกฎหมายที่เกี่ยวของ 1. “คนไทยพลัดถิ่น” หมายความวา ผูซึ่งมีเชื้อสายไทยที่ตองกลายเปนคนในบังคับของประเทศอื่นโดยเหตุอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของราชอาณาจักรไทยในอดีตซึ่งปจจุบันผูนั้นมิไดถือสัญชาติของประเทศอื่น และไดอพยพเขามาอยูอาศัยในประเทศไทยเปนระยะเวลาหนึ่งและมีวิถีชีวิตเปนคนไทย โดยไดรับการสำรวจจัดทำทะเบียนตามกฎหมายวาดวยการทะเบียนราษฎรภายใตหลักเกณฑและเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนด หรือเปนผูซึ่งมีลักษณะอื่นทำนองเดียวกันตามที่กำหนดในกฎกระทรวง 2. หญิงซึ่งเปนคนตางดาวและไดสัญชาติไทยโดยการสมรส อาจถูกถอนสัญชาติไทยไดเมื่อปรากฏวาการสมรสนั้นไดเปนไปโดยปกปดขอเท็จจริง หรือแสดงขอความเท็จอันเปนสาระสำคัญ ซึ่งการถอนสัญชาติไทยดังกลาวใหเปนอำนาจของรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย 3. ผูซึ่งมีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรโดยมีบิดาหรือมารดาเปนคนตางดาวอาจถูกถอนสัญชาติไทยได เมื่อปรากฏวาไปอยูในตางประเทศที่บิดาหรือมารดามีหรือเคยมีสัญชาติเปนเวลาติดตอกันเกินหาปนับแตวันที่บรรลุนิติภาวะ ซึ่งการถอนสัญชาติดังกลาวใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยเปนผูสั่ง และเมื่อรัฐมนตรีสั่งถอนสัญชาติไทยแลวใหนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบเฉลย ขอ 4 ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา 1471 กำหนดวา สินสวนตัวไดแกทรัพยสิน…. (3) ที่ฝายใดฝายหนึ่งไดมาระหวางสมรสโดยการรับมรดกหรือโดยการใหโดยเสนหา…. เมื่อนายยุติธรรมไดเงินที่มีผูถวายใหตอนเปนพระภิกษุ จำนวน 980,000 บาท จึงเปนการไดรับทรัพยสินมาจากการใหโดยเสนหา เงินจำนวน 980,000 บาท จึงเปนสินสวนตัวของนายยุติธรรม เมื่อนายยุติธรรม นำทรัพยสินดังกลาวไปซื้อบาน 1 หลัง พรอมที่ดิน บาน 1 หลัง พรอมที่ดินดังกลาว จึงเปนสินสวนตัวของนายยุติธรรม เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 145/2563 (คำพิพากษาฎีกาที่ 145/2563 โจทกใชเงินสินสวนตัวของโจทกซื้อที่ดินพิพาทพรอมสิ่งปลูกสรางเปนบานเล็ก ๆ มีแตหลังคาแตไมมีฝาบานมาในระหวางสมรส และใชเงินสินสวนตัวของโจทกในการกอสรางบาน โรงจอดรถ คอกวัว และศาลาริมน้ำในที่ดินพิพาทของโจทก แมเปนการกอสรางในระหวางที่โจทกกับจำเลยที่ 1 เปนสามีภริยากันก็จะถือวาบานพิพาทเปนทรัพยสินที่โจทกกับจำเลยที่ 1 ไดมาระหวางสมรส บานพิพาทยอมเปนสินสวนตัวของโจทกตาม ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา 1472 วรรคหนึ่ง โจทกจึงมีอำนาจฟองขับไลจำเลยทั้งสองออกจากบานพิพาทและเรียกคาเสียหายได) กรณีนายเสมา ทราบวานายยุติธรรมถูกฆาโดยเจตนา แตมิไดนำขอความนั้นขึ้นรองเรียน เพื่อเปนทางที่จะเอาตัวผูกระทำผิดมาลงโทษ จึงถูกกำจัดไมใหรับมรดกตามมาตรา 1606 แหง ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย (มาตรา 1606 แหง ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย กำหนดวาบุคคลดังตอไปนี้ ตองถูกกำจัด มิใหรับมรดกฐานเปนผูไมสมควร คือ (3) ผูที่รูแลววาเจามรดกถูกฆาโดยเจตนา แตมิไดนำขอความนั้นขึ้นรองเรียนเพื่อเปนทางที่จะเอาตัวผูกระทำผิดมาลงโทษ แตขอนี้มิใหใชบังคับถาบุคคลนั้นมีอายุยังไมครบสิบหกปบริบูรณ หรือเปนคนวิกลจริตไมสามารถรูผิดชอบ หรือถาผูที่ฆานั้นเปนสามีภริยาหรือผูบุพการีหรือผูสืบสันดานของตนโดยตรง) ดังนั้น บาน 1 หลัง พรอมที่ดิน ทรัพยมรดกของผูตายจึงตองตกแกทายาทโดยธรรม โดยแบงกันคนละสวนเทา ๆ กัน ตามมาตรา 1629 (1) ประกอบ มาตรา 1635 แหง ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย (มาตรา 1629 ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเทานั้น และภายใตบังคับแหงมาตรา 1630 วรรค 2 แตละลำดับมีสิทธิไดรับมรดกกอนหลังดังตอไปนี้ คือ (1) ผูสืบสันดาน....) มาตรา 1635 กำหนดวา ลำดับและสวนแบงของคูสมรสที่ยังมีชีวิตอยูในการรับมรดกของผูตายนั้น ใหเปนไปดังตอไปนี้ (1) ถามีทายาทตามมาตรา 1629 (1) ซึ่งยังมีชีวิตอยูหรือมีผูรับมรดกแทนที่แลวแตกรณี คูสมรสที่ยังมีชีวิตอยูนั้น มีสิทธิไดสวนแบงเสมือนหนึ่งวาตนเปนทายาทชั้นบุตร....)เทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 65
4. รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจถอนสัญชาติไทยแกผูซึ่งไดสัญชาติไทย โดยการแปลงสัญชาติเมื่อปรากฏวาบุคคลผูซึ่งไดสัญชาติไทย โดยการแปลงสัญชาติไปอยูในตางประเทศโดยไมมีภูมิลำเนาในประเทศไทยเปนเวลาเกินหาป 5. รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ในหมวดสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย บัญญัติวาการถอนสัญชาติของบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทยโดยการเกิดจะกระทำมิไดเฉลย ขอ 3 พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 และที่แกไขเพิ่มเติม มาตรา 16 กำหนดวา หญิงซึ่งเปนคนตางดาวและไดสัญชาติไทยโดยการสมรส อาจถูกถอนสัญชาติไทยไดเมื่อปรากฏวา (1) การสมรสนั้นไดเปนไปโดยปกปดขอเท็จจริงหรือแสดงขอความเท็จอันเปนสาระสำคัญ (2) กระทำการใด ๆ อันเปนการกระทบกระเทือนตอความมั่นคงหรือขัดตอประโยชนของรัฐ หรือเปนการเหยียดหยามประเทศชาติ (3) กระทำการใด ๆ อันเปนการขัดตอความสงบเรียบรอยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 และที่แกไขเพิ่มเติม มาตรา 17 กำหนดวา ผูซึ่งมีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรไทยโดยมีบิดาเปนคนตางดาวอาจถูกถอนสัญชาติไทยได เมื่อปรากฏวา (1) ไปอยูในตางประเทศที่บิดามีหรือเคยมีสัญชาติเปนเวลาติดตอกันเกินหาป นับแตวันที่บรรลุนิติภาวะ (2) มีหลักฐานแสดงวาใชสัญชาติของบิดาหรือสัญชาติอื่น หรือฝกใฝอยูในสัญชาติของบิดาหรือสัญชาติอื่น (3) กระทำการใด ๆ อันเปนการกระทบกระเทือนตอความมั่นคงหรือขัดตอประโยชนของรัฐ หรือเปนการเหยียดหยามประเทศชาติ (4) กระทำการใด ๆ อันเปนการขัดตอความสงบเรียบรอยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การถอนสัญชาติไทยตาม (1) หรือ (2) ใหรัฐมนตรีเปนผูสั่ง สวนการถอนสัญชาติไทยตาม (3) หรือ(4) เมื่อพนักงานอัยการรองขอ ใหศาลเปนผูสั่ง พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 และที่แกไขเพิ่มเติม มาตรา 19 กำหนดวา รัฐมนตรีมีอำนาจถอนสัญชาติไทยแกผูซึ่งไดสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ เมื่อปรากฏวา (1) การแปลงสัญชาตินั้นไดเปนไปโดยปกปดขอเท็จจริงหรือแสดงขอความเท็จอันเปนสาระสำคัญ (2) มีหลักฐานแสดงวาผูแปลงสัญชาตินั้นยังใชสัญชาติเดิม (3) กระทำการใด ๆ อันเปนการกระทบกระเทือนตอความมั่นคงหรือขัดตอประโยชนของรัฐ หรือ เปนการเหยียดหยามประเทศชาติ (4) กระทำการใด ๆ อันเปนการขัดตอความสงบเรียบรอยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน (5) ไปอยูในตางประเทศโดยไมมีภูมิลำเนาในประเทศไทยเปนเวลาเกินหาป (6) ยังคงมีสัญชาติของประเทศที่ทำสงครามกับประเทศไทย การถอนสัญชาติไทยตามมาตรานี้ จะขยายไปถึงบุตรของผูถูกถอนสัญชาติไทยในเมื่อบุตรนั้นยังไมบรรลุนิติภาวะและไดสัญชาติไทยตามมาตรา 12 วรรคสองดวยก็ได และเมื่อรัฐมนตรีสั่งถอนสัญชาติไทยแลวใหนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 39 กำหนดวา การเนรเทศบุคคลสัญชาติไทยออกนอกราชอาณาจักร หรือหามมิใหผูมีสัญชาติไทยเขามาในราชอาณาจักรจะกระทำมิได การถอนสัญชาติของบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทยโดยการเกิดจะกระทำมิได66 เทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569
*นางสาวภัสสร ภัทรเภตรา หัวหนาสำนักงานศูนยปฏิบัติการตอตานการทุจริต กรมการปกครองผูเขียน กมลวิช อองบางนอยจ�ตว�ทยาการตัดสินใจแบบนักบิน เชื่อวาทานผูอานคงเคยไดยินไดฟงแนวคิดวาดวยการตัดสินใจในสถานการณตาง ๆ ไมวาจะเปนการตัดสินใจในภาวะวิกฤต การตัดสินใจเชิงกลยุทธ การตัดสินใจในทางกฎหมาย ฯลฯ ซึ่งการตัดสินใจเหลานี้ลวนเปนหัวใจสำคัญของการเปนผูนำและเปนนักปกครองที่ดี แตบทความนี้ดิฉันอยากพาทุกทานสัมผัสการตัดสินใจของคนกลุมหนึ่งซึ่งไดรับการยอมรับวามีจิตวิทยาในการตัดสินใจดีเยี่ยมนั่นก็คือ “นักบิน” คะ “จิตวิทยาการตัดสินใจแบบนักบิน” ถายทอดผานการเขียนโดย กมลวิช อองบางนอย ครูฝกสอนการบินเฮลิคอปเตอร ผูมีประสบการณการบินกวา 20 ป โดยแบงเนื้อหาออกเปน 4 สวน คือ จิตวิทยาการตัดสินใจของนักบิน จิตวิทยาอคติของนักบิน จิตวิทยาเชิงพฤติกรรมของนักบิน และจิตวิทยาการเรียนรูของนักบิน โดยผูเขียนไดยกเอาทฤษฎีวาดวยจิตวิทยาการบินมาอธิบายควบคูกับตัวอยางสถานการณจริง ในบางกรณีศึกษาเมื่ออานแลวยังไดอรรถรสเมื่อกำลังชมภาพยนตรแนวฝาภาวะวิกฤต หลายบทจบลงดวยความโลงใจ บางบทก็จบลงดวยความเศราสะเทือนใจ แตในทุกบทก็ลวนใหบทเรียนสำหรับการตัดสินใจในครั้งตอไป เนื้อหาสวนแรก กมลวิช ออนบางนอย ไดสะทอนใหเห็นวาสิ่งที่ทำใหนักบินตัดสินใจในสถานการณที่เดิมพันสูงไดดีเยี่ยมก็คือการฝกซอมในสถานการณจำลองครั้งแลวครั้งเลา เพื่อใหสมองเกิดความคุนเคยและตัดสินใจไดรวดเร็วในวินาทีความเปนความตาย ผูแทนยังวิเคราะหวาความผิดพลาดของนักบินมีจากหลายสาเหตุ ตั้งแตการเผลอทำผิด เชน หมุนความถี่วิทยุผิด การวางแผนผิด เชน วางแผนลวงหนาโดยไมมีขอมูลครบถวน การหลงลืม เชน ลืมกางลอเครื่องบินเนื่องจากขาดสมาธิ และการจงใจฝาฝน เชน ตั้งใจบินต่ำกวาระดับความสูงที่กฎหมายกำหนด ซึ่งแตละสาเหตุก็ตองไดรับการแกไขแตกตางกัน บทเรียนหนึ่งที่ดิฉันสนใจเปนพิเศษก็คือ “หวงโซแหงความผิดพลาด(The Error Chain)” โดยผูเขียนยกกรณีศึกษาเที่ยวบินที่บินชนยอดเขาในทวีปแอนตารกติกาซึ่งเมื่อวิเคราะหสาเหตุแลวพบวามิไดมาจากความผิดพลาดในการตัดสินใจของนักบินเพียงอยางเดียว หากแตมาจากหวงโซความผิดพลาดถึง 11 ชั้นที่เกิดขึ้นตอเนื่องกันเปนเวลาถึง 2 ป ไมวาจะเปนการปกหมุดพิกัดผิดตั้งแตแรก แตไมมีใครทักทวง การเปลี่ยนแผนการบินใหมไปในเสนทางเดิมที่กำหนดไวแตแรกโดยไมแจงนักบินและลูกเรือ ประกอบกับในวันเกิดเหตุมีทัศนวิสัยทำใหไมเห็นภูเขาที่อยูตรงหนา ซึ่งดิฉันเห็นวาสามารถนำบทเรียนดังกลาวมาวิเคราะหความผิดพลาดของการทำงานในองคกรไดเชนกัน นอกจากนี้ ผูเขียนยังเสนอวาในการบินแตละครั้งควรมีการรักษาสมดุลความเครียดและความตื่นตัวของนักบิน หากมีมากเกินไปก็จะเกิดความรอนรนจนตัดสินใจผิดแตหากมีนอยเกินไปก็จะเฉื่อยชาและไมสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติภัสสร ภัทรเภตรา*อานครอบจักรวาล ยกเวนงานในหนาที่เทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 67
ในสวนที่สอง ผูเขียนกลาวถึงจิตวิทยาอคติของนักบิน ไมวาจะเปนอคติแหงกรอบความคิด (Framing Bias) กลาวคือ มนุษยมักไมไดตัดสินใจจากขอเท็จจริงเพียงอยางเดียว แตยังตัดสินใจจากกรอบความคิดที่ขอมูลนั้นถูกนำเสนอ เชน กรณีการเปลี่ยนสนามบินลงจอด (Divert) หากคิดในแงลบวาหมายถึงการเสียเวลาและไมเปนมืออาชีพ นักบินก็ลังเลที่จะ Divert แตหากเปลี่ยนกรอบคิดวาการ Divert คือการเพิ่มโอกาสรอด การตัดสินใจของนักบินก็จะเปลี่ยนแปลงไป ไปจนถึงอคติจากความคาดหวัง (Expectation Bias) ซึ่งนำไปสูความผิดพลาดจากความเคยชิน เชน การที่นักบินนำเครื่องเขาออกสนามบินเดิมมาหลายครั้ง และทุกครั้งเจาหนาที่ควบคุมการจราจรทางอากาศก็อนุญาตใหเขาไปในรันเวยเดิมจนนักบินเคยชิน จนวันหนึ่งเกิดสถานการณที่เจาหนาที่สั่งใหนักบินคนเดิมหยุดรอกอน แตสมองนักบินกลับคาดหวังจะไดยินคำสั่งแบบเดิมคือคำสั่งอนุญาต ซึ่งผูเขียนไดเสนอวิธีแกไขคือการฝกตั้งคำถามกับสิ่งที่คุนเคยอยูเสมอ นอกจากนี้ยังมีอคติอื่น ๆ ที่ตองรูทัน เชน อคติจากการยึดมั่นในแผนเดิม อคติจากความคลุมเครือ เปนตน สวนที่สามเปนเรื่อง จิตวิทยาพฤติกรรมของนักบิน เชน Atomic Habits หรืออุปนิสัยเล็ก ๆ ของนักบินที่ฝกฝนอยางสม่ำเสมอจนประกอบกันเปนเครือขายของความปลอดภัย ตั้งแตการตรวจเครื่องตามเช็กลิสตทุกครั้ง การพูด “Clear left, Clear right” ทุกครั้งกอนเลี้ยว ผูเขียนยังจำแนกประเภทนักบินตามลักษณะพฤติกรรม เชน นักบินแบบเมลันโคลิก ซึ่งมีขอดีตรงการใสใจรายละเอียด เตรียมตัวลวงหนาทุกขั้นตอน แตมีจุดออนคือเกิดความกังวลงายเมื่อสถานการณเปลี่ยนแปลง สวนนักบินแบบโคเลอริกจะมีความเปนผูนำสูงตัดสินใจรวดเร็ว ขอเสียคืออาจขาดความยับยั้งชั่งใจและไมรับฟงความคิดเห็นของนักบินผูชวยหรือลูกเรือ ในขณะที่นักบินแบบแซงกวินจะสดใสราเริงและเขากับทีมไดงาย แตก็มีจุดออนคืออาจผอนคลายเกินไปจนละเลยรายละเอียดและเสียสมาธิได ซึ่งนักบินแตละประเภทตองการการพัฒนาและทีมสนับสนุนที่แตกตางกันไป นอกจากนี้ ผูเขียนยังแสดงตัวอยางใหเห็นวาหากนักบินมีความ Ego สูง ก็จะทำใหลูกเรือไมกลาทักทวงและบางครั้งนำไปสูอุบัติเหตุได เนื้อหาสวนสุดทายพูดถึงจิตวิทยาการเรียนรูของนักบิน เชน การเรียนรูครั้งแรกสำคัญที่สุดเพราะเปนสิ่งสุดทายที่เราจะลืม ดังนั้นครูการบินจึงใหความสำคัญกับทาทางการบินและฝกฝนเพื่อใหเกิดความชำนาญ เชน การฝกทา Hovering หรือการบินลอยตัวนิ่ง ๆ ของเฮลิคอปเตอรซึ่งเปนทาพื้นฐานที่ยากที่สุด รวมทั้งการเพิ่มความเขมขนของประสบการณจริงเพื่อสรางความจำที่ยั่งยืน เชน การที่ศิษยการบินเคยฝกบินรวมกับครูฝกหลายครั้งทางรันเวยดานหนึ่ง แตเมื่อบินเดี่ยวกลับเกิดลมเปลี่ยนทิศ จึงตองใชอีกทิศหนึ่งของรันเวย เหตุการณเชนนี้จะทำใหผูเรียนจดจำไดดีมาก นอกจากนี้ ผูเขียนเสนอวาเราไมควรยึดติดกับความสมบูรณแบบ เชน กรณีนักเรียนการบิน หากรอจนมีความพรอมรอยเปอรเซ็นตก็จะไมมีวันไดฝกบินเดี่ยว ควรเนนที่ความกาวหนาในการเรียนรูมากกวา หากทานผูอานไดอานหนังสือเลมนี้ ดิฉันเชื่อวาทานก็จะรูสึกดื่มด่ำไปกับการพัฒนาตนเองและจังหวะการตัดสินใจของนักบินในสถานการณตาง ๆ เชนเดียวกับดิฉัน และไมแนวาทานก็อาจนำบทเรียนที่ไดมาประยุกตใชเพื่อตัดสินใจในการทำงานและการใชชีวิตประจำวันไดคะ68 เทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569
MISSION TO THE MOONรว�ศ หาญอุตสาหะเสร�จ vs สำเร�จ พี่โจ ธนา เคยบอกผมวาเวลาเลือกคนทำงาน ตองดูเรื่องนี้เปนสำคัญ เราตองเลือกคนที่มี Mindsetวาการทำงานตอง “สำเร็จ” ไมใชแคทำให “เสร็จ”ฟงดูคลายกัน แตสองคำนี้ตางกันมากครับ การทำงาน “เสร็จ” คือทำครบทุกขั้นตอน สงงานตรงเวลา ทำตาม Requirement ที่ไดรับมาแตไมไดแปลวาได ผลลัพธที่ดี ไมตั้งคำถาม ไมคิดตอยอด ไมติดตามผล ทำไดแคไหนก็แคนั้น การทำงาน “สำเร็จ” คือบรรลุวัตถุประสงคจริง ๆ ใหความสำคัญกับคุณภาพ คิดถึงผลลัพธและผลกระทบในระยะยาว ไมใชแคทำใหจบ ๆ ไป เหมือนกับตอนที่เราบอกใหลูกนองติดตอลูกคา คนที่ทำ “เสร็จ” สงอีเมลไปแลวก็จบ แตคนที่ทำ “สำเร็จ” สงอีเมล สงขอความ แลวโทรไปถามวาลูกคาไดรับไหม มีอะไรใหชวยเพิ่มเติมอีกไหม ผมขอเลาเรื่องนี้ผานตัวละครสมมติที่มีพื้นฐานมาจากเรื่องจริงนะครับ คนแรกชื่อ แกว คนที่สองชื่อ เตอร ทั้งสองคนเติบโตมาในสภาพแวดลอมใกลเคียงกัน เรียนโรงเรียนเดียวกัน คณะเดียวกัน แทบทุกอยางเหมือนกัน แต Mindset ในการทำงานตางกันราวฟากับดินแกวเปนคนทำงาน “เสร็จ” ครับ ในชวง 5 ปแรก เธอไดรับการยกยองวาเปนพนักงานที่นาเชื่อถือทำงานตรงเวลา ตรง Requirement ทุกขอ แตไมเคยเสนอไอเดียใหม ไมเคยทำเกินกวาที่ถูกขอมา หัวหนาถามวา “ลูกคามีความเห็นยังไงบางกับรายงานที่ทำ ?” แกวตอบวา “ไมทราบคะ แตทำเสร็จตามที่ขอแลว”หัวหนาถามวา “มีอะไรที่อยากปรับปรุงในครั้งหนาไหม ?” แกวตอบวา “ถาลูกคาตองการอะไรเพิ่ม ก็แจงมาไดเลยคะ” เพื่อนรวมงานถามวา “โปรเจ็กตที่ทำใหบริษัท X เมื่อเดือนที่แลว ชวยเขาประหยัดตนทุนไดเยอะไหม ? ลองติดตามผลดูไหม อาจได Case Study ดี ๆ” แกวตอบวา “ถาเขาอยากไดอะไรเพิ่ม เขาคงบอกเองแหละ” ผมแตงบทสนทนาเหลานี้ขึ้นมา แตอยากใหเห็นภาพวา Mindset แบบ “ทำเสร็จ” มันเปนยังไง ทำครบ ทำตาม แตไมเคยคิดถึงผลลัพธ ไมเคยทำเกินกวาที่ถูกสั่ง เทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 69
เตอรนั้นตางออกไปครับ เขาทำงานในบริษัทที่ขายสินคาเกษตร ไมนานก็ไดรับมอบหมายใหดูแลทีมของตัวเอง เมื่อลูกคาสั่งขาวหอมมะลิ 100 ตัน เตอรไมไดแคผลิตใหครบตามจำนวน แตเสนอไปวาอยากทำแพ็คเกจพิเศษที่เลาเรื่องราวของเกษตรกรไทย วิธีการผลิตที่รักษาสิ่งแวดลอม เพื่อเพิ่มมูลคาในตลาดตางประเทศ ลูกคาบอกวาเกินจากที่ขอ งบฯ ก็จำกัดดวย เตอรบอกวาไมเปนไรครับ ขอทำโมเดลใหดูกอน ไมคิดคาใชจายเพิ่ม นองในทีมรายงานวา “พี่ครับ ผลิตไดครบ 100 ตันแลว สงมอบไดเลยไหม ?” เตอรบอกวา “ดีมากนอง แตมาดูกันกอนวาคุณภาพดานอื่นเปนยังไง มีอะไรที่ปรับปรุงไดอีกไหม” นองบอกวา “แตลูกคาไมไดขอใหทำอะไรเพิ่มนะครับ” เตอรบอกวา “จริง แตถาเราทำไดดีกวาที่เขาคาดหวัง เขาจะกลับมาซื้อจากเราอีก เราไมไดแคขายขาว เรากำลังสรางความสัมพันธระยะยาว” แมในยามวิกฤตเศรษฐกิจ ขณะที่ทุกคนบอกใหลดการผลิต เตอรกลับมองวานี่คือโอกาสพัฒนาผลิตภัณฑใหม ทั้งอาหารพรอมทานและน้ำมันรำขาว เพื่อเจาะตลาดใหมที่ยังไมมีใครเขาไป บริษัทของเตอรไมเพียงแตรอดพนจากวิกฤต แตยังเติบโตไดในชวงเวลาที่ยากลำบากดวย สวนแกว ในที่สุดก็ตกงานตอนบริษัท Layoff เธอเปนหนึ่งในคนแรก ๆ ที่โดนใหออก เธอตัดสินใจเปดรานกาแฟเล็ก ๆ ในยานออฟฟศ และในชวงแรกก็ยังใชวิธีคิดเดิม ทำตามออเดอรเปะ ๆ ไมมีอะไรพิเศษ ลูกคาถามวามีเมนูพิเศษไหม เธอบอกวามีแตตามเมนูเทานั้น จนวันหนึ่งเพื่อนถามวาทำไมรานถึงไมคอยมีคน เธอบอกวาทำทุกอยางตามตำราเปดรานกาแฟเปะเลย เพื่อนถามกลับวาเคยถามลูกคาไหมวาเขาชอบอะไร อยากไดอะไรเพิ่มเติม แกวเงียบไปครูหนึ่ง จากนั้นเธอเริ่มปรับตัว พูดคุยกับลูกคา รับฟง พัฒนาเมนูใหม จัดกิจกรรม ทำใหรานเปนพื้นที่สรางสรรค รานของเธอก็เปนที่นิยมขึ้นเรื่อย ๆ และเธอรูสึกมีความสุขมากขึ้นในทุก ๆ วัน ผมมีครั้งนึงเจอกับนองในทีมที่เปนตัวอยางของคนทำงาน “สำเร็จ” จริง ๆ ครับ มีโปรเจกตที่คอนขางเรงและเงินเยอะดวย หลังจากมอบหมายงานไปซักพัก นองกลับมาพรอมกับ Option A, B, C ผมดูเร็ว ๆแลวรูสึกวาทั้งสามทางมีขอดีขอเสียใกลเคียงกัน เลยบอกวาลองทดสอบดูกอนดีไหม นองตอบวา “เริ่มทดสอบไปแลวคะ ใชงบฯ ทดสอบแบบเร็ว ๆ ไมเกิน 0.5% ของมูลคาโปรเจกต เพื่อใหไดขอมูลสำหรับตัดสินใจ จะไดผลในอีก 3 - 4 วัน”นี่แหละครับที่เรียกวาทำงาน “สำเร็จ” โชคดีที่ชีวิตผมไดเจอคนแบบนี้คอนขางเยอะครับ สิ่งที่นาสนใจคือสองอยางนี้ใชพลังงานตางกันไมมากนัก สิ่งที่ตางคือ “ความใสใจ” กับ “การวางแผน” เทานั้นเอง ผมคิดวาในยุคนี้ ถาเราอยากประสบความสำเร็จไมวาเรื่องอะไรก็ตาม เราตองปรับ Mindset จากทำให “เสร็จ” มาเปนทำให “สำเร็จ” ใหความสำคัญกับคุณภาพ ผลลัพธ และการบรรลุเปาหมายที่แทจริง ขอใหทุกคนทำชีวิตใหสำเร็จนะครับ#RawitsThought#DoneVsSuccessful#GrowthMindset#MissionToTheMoon#missiontothemoonpodcast70 เทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569
ช�่อบานนามเมือง ตอนที่ 5ตอน ประวัติความเปนมาของช�่ออำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเช�งเทรา สวัสดีทานผูอานทุกทาน… จากนิตยสารเทศาภิบาลฉบับกอนหนา ไดพาทุกทานไปรูจักกับประวัติความเปนมาของชื่ออำเภอเบตง จังหวัดยะลา กันไปเเลว สำหรับนิตยสารเทศาภิบาลฉบับเดือนพฤษภาคมนี้ กองบรรณาธิการนิตยสารเทศาภิบาลจะขอพาทานผูอานทุกทาน มารูจักกับประวัติความเปนมาของอำเภอ พนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา วามีที่มาอยางไรและจะนาสนใจเพียงใด ขอเชิญทานผูอานทุกทานมาติดตามไปพรอม ๆ กันครับ… อำเภอพนมสารคาม เปนอำเภอที่ตั้งอยูทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดฉะเชิงเทรา มีพื้นที่บางสวนติดกับจังหวัดปราจีนบุรี ลักษณะภูมิประเทศเปนที่ราบสูงสลับกับที่ราบลุม มีทางออกสูทะเลอาวไทยทางดานปากอาวบางปะกง มีการอาศัยแหลงทรัพยากรน้ำจากลำน้ำทาลาดที่ไหลผาน และตั้งถิ่นฐานในบริเวณใกลเคียงกับลำน้ำนี้ภายในพื้นที่มีการผสมผสานของผูคน วัฒนธรรม และความเชื่อ โดยเฉพาะอิทธิพลวัฒนธรรมลาวที่สะทอนผานประเพณี นิทานชาดก และการตั้งชื่อเมือง จนกอเกิดอัตลักษณทองถิ่นที่โดดเดน มีประวัติความเปนมายาวนานตั้งแตยุคสมัยโบราณและมีพัฒนาการของความเปนเมืองเรื่อยมาจนถึงสมัยปจจุบัน จากหลักฐานทางโบราณคดีที่พบในเขตพื้นที่ของอำเภอนั้น สันนิษฐานไดวา อำเภอพนมสารคาม เคยมีการตั้งถิ่นฐานในบริเวณดังกลาว แบงเปน 2 ยุคดวยกัน คือยุคที่ 1 สมัยทวารดี หลักฐานที่พบจากแหลงโบราณคดีบานตนกระจับ พบเศษภาชนะดินเผา เครื่องถวยจีนเคลือบแหลงโบราณคดีบานโคกหัวขาว พบระฆังหินปูน โบราณสถาน และเครื่องสังคโลก แสดงใหเห็นวา พนมสารคาม มีความเหมาะสมในเชิงยุทธศาสตรของพื้นที่ ที่เคยเปนทั้งเมืองที่มีผูคนอาศัยอยู และเปนเมืองทาคาขายติดตอกับดินแดนอื่น ๆ ในละแวกใกลเคียงทั้งทางบกและทางน้ำยุคที่ 2 สมัยอยุธยา ผูคนในชุมชน “พนมสารคาม” มีการตั้งถิ่นฐานตามลำน้ำทาลาดและคลองบึงกระจับมากขึ้นเชน บริเวณบานเกาะขนุนที่มีการคนพบขันสำริด เครื่องมือเครื่องใชที่มีอายุตั้งแตสมัยอยุธยาลงมา แสดงใหเห็นวาเคยมีการตั้งถิ่นฐาน ตามริมฝงลำน้ำนี้มากขึ้น เพื่อเหตุผลในดานเศรษฐกิจ การคา การคมนาคม การปองกันตัวเองจากภัยสงคราม และการอาศัยเเหลงน้ำเพื่อการดำรงชีวิต ตามความรับรูของผูคนทั่วไป “ดงยาง”เปนชื่อที่ใชเรียกพื้นที่บริเวณนี้มากอน ในป พ.ศ. 2376 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว (รัชกาลที่ 3)โปรดเกลาใหพระยาบดินทรเดชา (สิงห สิงหเสนี) ยกทัพไปตีลาวและเขมร และกวาดตอนชาวลาว เขมร เขามาเปนจำนวนมาก พรอมกันนั้น ไดกำหนดพื้นที่ใหอยูเปนหลักแหลงในเขตอำเภอพนมสารคามและอำเภอสนามชัยเขตดวยเหตุนี้เอง ชุมชนดังกลาวจึงหนาแนนขึ้นเปนลำดับ จนในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว (รัชกาลที่ 4) โปรดเกลาใหยกบาน “ทาถาน” ซึ่งตั้งอยูริมคลองทาลาดเปนเมืองพนมสารคาม มีพระพนมสารนรินทร เปนเจาเมืองปกครองในป พ.ศ. 2395 โดยแบงเขตแดนตั้งแตปากแมน้ำโจโล เขาไปตามลำน้ำทาลาดฝายเหนือเปนเมืองพนมสารคาม สวนตั้งแตปากน้ำโจโล เขาไปตามลำคลองทาลาดฝายใต เปนแขวงเมืองฉะเชิงเทรา ช�่อบานนามเมือง กองบรรณาธิการนิตยสารเทศาภิบาลภาพชุมชนบริเวณลำน้ำทาลาดประวัติศาสตรความเปนมาของอำเภอเทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 71
ตอมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว (รัชกาลที่ 5) ทรงโปรดเกลาฯ ใหรวมหัวเมืองทางลำแมน้ำบางปะกง จำนวน 4 เมือง คือ เมืองปราจีนบุรี เมืองฉะเชิงเทรา เมืองนครนายก และเมืองพนมสารคาม ตั้งขึ้นเปน มณฑลปราจีนจนกระทั่งในป พ.ศ. 2444 ไดมีการยุบเมืองพนมสารคาม เปลี่ยนมาเปนอำเภอพนมสารคาม และไดยายที่ตั้งมณฑลปราจีน มาตั้งที่เมืองฉะเชิงเทรา สำหรับที่วาการอำเภอพนมสารคาม มีการยายที่ตั้ง 2 ครั้งดวยกัน กลาวคือ เดิมทีที่วาการอำเภอหลังเกาตั้งอยูที่บานเมืองเกา (ปจจุบันคือพื้นที่ในตำบลเมืองเกา) ยายไปฝงขวาของริมน้ำทาลาด บริเวณโรงเรียนไพบูลยประชานุกูล ตอมาในป พ.ศ. 2479 ไดยายที่วาการอำเภอมาอยูที่ หมูที่ 1 ตำบลพนมสารคาม ฝงซายของลำน้ำทาลาดใกลกับตลาดทาเกวียน และอยูที่นี่จนถึงปจจุบัน พิธีกรรมลอมบาน หรือ “ฮีบาน” เปนความเชื่อดั้งเดิมของชาวไทยพวน อำเภอพนมสารคาม ที่จัดขึ้นเมื่อเกิดเหตุเจ็บปวยและลมตายติดตอกันในหมูบาน ชาวบานเชื่อวาเปนเคราะหของบานเมือง จึงรวมกันประกอบพิธีสะเดาะเคราะห โดยทำกระทงหนาวัวและนำหญาคามาลอมรอบหมูบานพรอมประกอบพิธีสูขวัญและขับไลเคราะหรายออกจากชุมชน เพื่อความเปนสิริมงคลและสรางขวัญกำลังใจใหแกคนในหมูบาน ดวยรากเหงาทางประวัติศาสตร วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่ผูกพันกับลำน้ำทาลาด ทำใหอำเภอพนมสารคามยังคงเปยมดวยเสนหและอัตลักษณอันงดงาม สะทอนถึงความศรัทธา ความเรียบงาย และความสัมพันธอันแนนแฟนของผูคนในชุมชนที่รวมกันสืบสานภูมิปญญาทองถิ่นจากอดีตสูปจจุบันอยางทรงคุณคา จากที่ไดกลาวมาขางตน คือเรื่องราวความเปนมาของอำเภอพนมสารคาม สวนในฉบับหนาจะเปนที่มาของชื่ออำเภอใด โปรดติดตามตอนตอไปครับ พนมสารคาม เปนคำบาลีที่ผูกขึ้นใหม ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว (รัชกาลที่ 4) มีขอสังเกตวา ชื่อ “พนมสารคาม” เดิมสะกดวา “พนมสาลคาม” เพราะคำบาลี สาล (อานวา สา-ละ) หมายถึง ตนยาง มักเรียกทับศัพทวา ตนสาละ ซึ่งสอดคลองกับภูมิประเทศบริเวณลุมลำน้ำทาลาดที่เต็มไปดวยปายาง และมีสินคาสงออกที่สำคัญคือ น้ำมันยางจากตนยาง ขณะเดียวกันก็มีการนำตนยางมาเผาสุมเปนถาน ตรงตามที่ตั้งเมืองครั้งแรกที่มีชื่อวา “ทาถาน” พนม หมายถึง ปา ดง ดงไม สาร หมายถึง สำคัญ ประเสริฐยิ่ง แข็งแรง แกนของไมชั้นในสุดและสวนที่แข็งที่สุด คาม หมายถึง หมูบาน ชุมชนความหมายของชื่ออำเภอ “พนมสารคาม” ภาพที่วาการอำเภอพนมสารคามความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรมภาพถายประเพณี “บุญลอมบาน”ของชาวไทพวน ในอำเภอพนมสารคาม• กระทรวงมหาดไทย. (2542). ประวัติศาสตรทองถิ่น : ความเปนมาของอำเภอสำคัญในประวัติศาสตรภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพองคการสงเคราะหทหารผานศึก.ï แผนพัฒนาระดับอำเภอ กรมการปกครอง.แหลงอางอิง 72 เทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569
การงาน งานเริ่มตนดีแตมีความกดดันจากหัวหนา อยาใจรอน แลวทุกอยางจะเขาที่การเงิน รายรับยังมี แตตองระวังการใชจายของฟุมเฟอยความรัก คนมีคู ตางคนตางยุง ควรมีเวลาเติมหวานใหกัน คนโสด มีคนเขามาคุยผานการทำงานสุขภาพ ระวังความเครียดและนอนไมพอการงาน มีการเปลี่ยนแปลงเล็กนอยในทีม อยากังวล เพราะสุดทายจะเปนผลดีการเงิน พอหมุนได แตจะมีรายจายเกี่ยวกับบาน หรือครอบครัว อยาใชเงินปลอบใจตัวเอง เดี๋ยวหมดไมรูตัวความรัก คนมีคู ระวังอารมณขึ้นลง คนโสด มีคนตางถิ่นเขามา แตยังไมชัดเจนสุขภาพ ระวังภูมิแพ ระบบทางเดินหายใจ ควรพักผอนใหมากขึ้นโหรา…เทศาเดือนมกราคม เดือนกรกฎาคมเดือนกุมภาพันธ เดือนมีนาคมเดือนเมษายนเดือนพฤษภาคมกองบรรณาธิการนิตยสารเทศาภิบาลโหรา…เทศาการงาน งานราบรื่นแตเหนื่อยเพราะตองทำหลายอยางพรอมกันอยารับงานเกินกำลังการเงิน ไดรับเงินคืน หรือของมีคา ระวังการลงทุนแบบใจรอนความรักคนมีคู เริ่มการวางแผนอนาคตรวมกัน คนโสด เริ่มคุยกับคนใหมที่นาสนใจสุขภาพ ระวังอาการรอนใน ผื่น หรือเจ็บคอจากอากาศรอนการงาน โอกาสดีเขามาแบบไมคาดคิด เหมาะกับการขยับขยายแตตองละเอียดรอบคอบการเงิน มีลาภเล็กนอย มีเกณฑไดเงินคืน แตระวังการใชจายตามอารมณความรัก คนมีคู หวานขึ้นกวาเดิม คนโสด อาจเริ่มความสัมพันธแบบไมตั้งใจ แตลงตัวสุขภาพ ระวังความเครียด ปวดเมื่อยหลัง หรือสายตาลาเดือนมิถุนายนการงาน มีโปรเจกตใหม แตอาจมีแรงตานจากคนรอบขาง ใชความนิ่งสยบอารมณจะผานไปไดการเงิน มีโอกาสไดเงินกอน แตควรเก็บไว อยาสรางหนี้เพิ่มความรัก คนมีคู หึงหวงงาย อยาปลอยใหอารมณนำเหตุผล คนโสดมีคนอายุมากกวามาใหคำแนะนำดี ๆสุขภาพ ระวังไมเกรนและอาการนอนไมหลับเดือนสิงหาคมเดือนกันยายนเดือนตุลาคมเดือนพฤศจ�กายนการงาน งานยุงสุดในรอบป แตผลลัพธคุมคา อยาทอกลางทางการเงิน รายรับดีแตรายจายเรื่องครอบครัวสูง ควรวางแผนกอนใชความรัก คนมีคู เราตองใจเย็นใหมากกวานี้ คนโสด มีคนเขามาแตตองใชเวลาศึกษาตัวตนสุขภาพ ระวังออฟฟศซินโดรม และนั่งทาเดิมนานเกินไปการงาน เจอแรงกดดันจากหัวหนา งดการโตแยง แตใหใชผลงานพิสูจนการเงิน มีรายรับเพิ่มจากงานเสริม แตควรเก็บออมมากกวานำไปใชจายความรัก คนมีคู ตางคนตางเหนื่อย อยาปลอยใหหางกันเกินไป คนโสด ยังไมคอยแนใจตัวเองสุขภาพ ระวังระบบยอยอาหารและความเครียดสะสมการงาน โดดเดน มีขาวดีเรื่องการเลื่อนตำแหนง หรือไดผลตอบแทนที่ดี แตอยาประมาทเรื่องเวลาการเงิน เก็บเงินไดมากขึ้น เหมาะกับการทำแผนออมระยะยาวความรัก คนมีคู มีความเขาใจกันอยางลึกซึ้งขึ้น คนโสด จะเจอคนเขามาและจริงใจสุขภาพ ระวังอาการทองอืดและอาหารไมยอยการงาน งานเริ่มนิ่งแตมั่นคง เตรียมพรอมวางแผนปหนาไดเลยการเงิน รายรับมั่นคงดี บางคนจะไดรับโบนัสลวงหนาความรัก คนมีคู เขาใจกันมากขึ้น คนโสด เริ่มเปดใจใหรักครั้งใหมสุขภาพ ระวังเจ็บคอ ไขหวัด หรือไหลตึงการงาน ปดปอยางสวยงาม ผลงานโดดเดน มีผูใหญใหโอกาสใหม ๆการเงิน มีโบนัส หรือโชคกอนเล็ก แตตองใชดวยสติความรัก คนมีคู รักหวานและมั่นคงดี คนโสด มีเกณฑพบคนถูกใจในชวงปลายปสุขภาพ ระวังของมัน ควรดื่มน้ำใหมากขึ้นและพักผอนใหเพียงพอเดือนธันวาคม เปดดวงนักษัตรคนเกิดปเถาะ ของแตละเดือน ประจำป 2569การงาน งานเริ่มเขาที่ มีโอกาสไดโปรเจกตใหญ อยาประมาทเรื่องเอกสารการเงิน รายไดดีขึ้นจากงานเสริม แตรายจายจุกจิกยังเยอะความรัก คนมีคู เขาใจกันมากขึ้น คนโสด เจอคนอบอุนถูกใจสุขภาพ ระวังอาหารเปนพิษ ระบบยอยไมดีการงาน มีโอกาสดี ๆ จากผูใหญ งานที่คางไวเริ่มเดินหนาเร็วการเงิน ไดโชคเล็ก ๆ หรือรายไดพิเศษ แตยังตองควบคุมการใชจายความรัก คนมีคู กลับมาหวานชื่นอีกครั้ง คนโสด มีเกณฑพบคนที่เขากันไดดีสุขภาพ ระวังอาการแพฝุน หรืออาหารไมยอยเทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 73
เปดดวงนักษัตรคนเกิดปมะโรง ของแตละเดือน ประจำป 2569การงาน มีเกณฑเปลี่ยนแปลงงานใหม หรือทีมใหม อยากังวลเพราะจะดีกวาเดิมแนนอนการเงิน มีลาภเล็ก ๆ แตระวังการใชเงินแกเบื่อ หรือชวยคนอื่นจนเกินกำลังความรัก คนมีคู ระวังความเขาใจผิดกัน คนโสด เริ่มคุยกับคนถูกใจแตยังไมแนนอนสุขภาพ ระวังภูมิแพ ระบบหายใจ หรือเจ็บคอเดือนมกราคม เดือนกรกฎาคมเดือนกุมภาพันธ เดือนมีนาคมเดือนเมษายนเดือนพฤษภาคมการงาน เปดตนปดวยงานที่ดี มีผูใหญเริ่มเห็นผลงาน แตระวังเจอคนพูดลับหลังการเงิน รายรับเริ่มเขาที่ แตรายจายจุกจิกยังเยอะ ควรวางแผนกอนใชความรัก คนมีคู เหนื่อยเรื่องงานจนหางกัน คนโสด มีคนแอบสนใจในที่ทำงานสุขภาพ ระวังปวดหัว นอนไมพอจากความคิดมากการงาน งานหนักแตจะไดผลตอบแทนคุมคา เจานายใหความไววางใจการเงิน ใชจายเยอะชวงตนเดือน แตปลายเดือนจะมีเงินกอนเขาความรัก คนมีคู มีเวลาใหกันมากขึ้น คนโสด มีคนเขามาชวนคุยถูกใจสุขภาพ ระวังอาการรอนใน หรือผื่นคันเดือนมิถุนายนการงาน งานเยอะ ตองจัดลำดับความสำคัญใหดี หากขยันตอเนื่องจะไดรับชื่อเสียงการเงิน รายไดดี แตระวังเสียเงินกอน เพราะซอมแซมของบางอยางหรือจากการชวยเหลือคนความรัก คนมีคู มีเรื่องงอนกันเล็กนอย อยาดื้อใสกัน คนโสดมีคนตางวัยเขามาสุขภาพ ระวังไมเกรน หรือพักผอนไมเพียงพอการงาน ไดโอกาสขยายงาน หรือเปลี่ยนหนาที่ใหมที่ทาทาย และจะไดรับผลตอบแทนดีการเงิน เริ่มคลองตัวขึ้น แตยังมีรายจายจากการเดินทางความรัก คนมีคู กลับมาหวานอีกครั้ง คนโสด มีเกณฑเจอคนจริงใจผานเพื่อนสุขภาพ ระวังปวดเมื่อย หรือออฟฟศซินโดรมจากการนั่งนานเดือนสิงหาคมเดือนกันยายนเดือนตุลาคมเดือนพฤศจ�กายนการงาน มีเรื่องเรงดวนเขามา แตจะผานไปไดดวยสติ อยาลนการเงิน รายรับมากแตรายจายเรื่องที่อยูเยอะ อยาหลงใชเพราะอารมณความรัก คนมีคู มีความเขาอกเขาใจกันมากขึ้น คนโสด มีคนใกลตัวมาแอบชอบสุขภาพ ระวังปวดไหล หลัง จากการนั่งทำงานเปนเวลานานการงาน จะเจอแรงกดดันจากหัวหนา แตผลงานเริ่มมีผลลัพธดี อยาทอการเงิน มีรายไดจากงานพิเศษ แตควรออมเงินมากกวาซื้อของชิ้นใหญความรัก คนมีคู มีเรื่องขัดแยง ควรพูดกันดี ๆ คนโสด มีคนเขามา ใหศึกษาดูใจกันไปกอนสุขภาพ ระวังระบบยอยอาหารและความเครียดการงาน งานราบรื่น จะมีขาวดีเรื่องการเลื่อนขั้น หรือทำโปรเจกตสำเร็จการเงิน เก็บเงินไดมากขึ้น จะมีโชคเล็ก ๆ จากคนอายุนอยกวาความรัก คนมีคู มีความเขาอกเขาใจกันดี คนโสด จะเริ่มคุยกับคนใหมอยางมีความหวังสุขภาพ ระบบขับถาย หรืออาหารไมยอยการงาน งานนิ่งขึ้น เหมาะกับการเก็บเกี่ยวผลสำเร็จและวางแผนในปหนาการเงิน รายรับมั่นคง อาจไดโบนัส หรือของมีคาความรัก คนมีคู รูสึกหวานชื่น อบอุนขึ้น คนโสด จะเริ่มเปดใจกับรักครั้งใหมสุขภาพ ระวังอาการหวัด เจ็บคอ หรือไหลตึงการงาน ปดปไดสวยงาม จะไดรับคำชม มีโอกาสกาวหนาในปตอไปการเงิน ไดรับโบนัส หรือโชคลาภเขามา แตตองบริหารใหดีความรักคนมีคู รักมั่นคงดี คนโสด มีเกณฑเริ่มคุยจริงจังชวงปลายเดือนสุขภาพ ระวังอาหารมันและการพักผอนนอยจากการสังสรรคเดือนธันวาคม การงาน งานเดินหนาดี แตตองรอบคอบกับรายละเอียด อยาทำหลายอยางพรอมกันการเงิน รายรับดีขึ้นจากงานเสริม แตหามการลงทุนที่เสี่ยงความรักคนมีคู เริ่มเขาใจกันมากขึ้น คนโสด เจอคนอบอุนเขามาใกลชิดสุขภาพ ระวังระบบยอยอาหาร และทองอืดจากการกินไมเปนเวลาการงาน ผลงานโดดเดน มีเกณฑไดรางวัล หรือเลื่อนขั้นปรับตำแหนงการเงิน มีโชคจากงานเสริม แตอาจใชจายหมดไปกับของฟุมเฟอยความรัก คนมีคู รักแนนแฟนกันดี คนโสด มีเสนห คนเขาหาเยอะสุขภาพ ระวังภูมิแพ นอนหลับไมเพียงพอ หรือเจ็บกลามเนื้อ74 เทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569
แหลงที่มา : จากคำทำนายของ มาสเตอรภัทร สถาปตย 5 ธาตุเปดดวงนักษัตรคนเกิดปมะเส็ง ของแตละเดือน ประจำป 2569การงาน งานเริ่มหนักขึ้น แตผูใหญจะเริ่มเห็นผลงาน อยาใจรอนจะไดผลดีการเงิน หมุนเงินพอได แตยังไมควรลงทุนใหญความรัก คนมีคู ควรพูดกันดี ๆ อยาประชดใสกัน คนโสด พบคนตางถิ่นเขามาสนใจสุขภาพ ระวังภูมิแพ เจ็บคอเดือนมกราคม เดือนกรกฎาคมเดือนกุมภาพันธ เดือนมีนาคมเดือนเมษายนเดือนพฤษภาคมการงาน เริ่มตนปดวยงานใหม หรือโอกาสดี ๆ แตตองระวังอารมณตอคนรอบขางการเงิน รายรับพอใช แตรายจายมากจากเรื่องบานและครอบครัวความรัก คนมีคู มีโอกาสงอนกันเล็กนอย คนโสด เริ่มมีคนเขามามากขึ้นสุขภาพ ระวังความเครียด นอนนอย ระวังปวดหัวการงาน งานเยอะ มีผูใหญสนับสนุน ไดโชวศักยภาพอยางเต็มที่การเงิน มีเงินกอนใหญเขามา แตควรเก็บไว อยาซื้อของใหญความรัก คนมีคู ความรักหวานขึ้น คนโสด มีคนเขามาทำใหใจเตนสุขภาพ ระวังรอนใน หรือแผลในปากเดือนมิถุนายนการงาน ภาระเยอะแตจะมีผลตอบแทนดี มีชื่อเสียงเพิ่มการเงิน มีรายรับดี แตอาจเสียเงินกอนเพราะซอมแซม หรือรักษาสุขภาพความรัก คนมีคู ควรใจเย็นใหมากกวานี้ คนโสด พบคนตางวัยเขามาสนใจสุขภาพ ระวังปวดหัวไมเกรน นอนนอยการงาน ผลงานเดนจนมีโอกาสเลื่อนขั้น หรือเปลี่ยนงานที่ดีกวาเดิมการเงิน เริ่มคลองตัวขึ้น แตระวังคาใชจายเรื่องการเดินทางความรัก คนมีคู มีความเขาอกเขาใจกันดี คนโสด มีเกณฑพบคนผานงานสุขภาพ ระวังปวดเมื่อย ออฟฟศซินโดรมเดือนสิงหาคมเดือนกันยายนเดือนตุลาคมเดือนพฤศจ�กายนการงาน มีงานเรงดวนเขามา แตจะจัดการได อยาอารมณรอนการเงิน รายรับเพิ่ม แตรายจายยังคงมาก ควรเก็บออมไวกอนความรัก คนมีคู เขาใจกันดี คนโสด มีเพื่อนมาแอบชอบสุขภาพ ระวังเมื่อยไหล ปวดหลังการงาน มีแรงกดดันจากหัวหนา แตผลงานเริ่มชัดเจน อยาทอการเงิน รายรับดีมีงานเสริมเพิ่ม แตอยาใชจายตามใจตัวเองความรัก คนมีคู ตางคนตางเหนื่อย ควรใหกำลังใจกัน คนโสดมีคนเขามาแตยังไมมั่นใจสุขภาพ ระวังระบบยอยอาหาร ความเครียดสะสมการงาน งานโดดเดน มีเกณฑไดเลื่อนขั้น ปรับตำแหนง หรือปรับเงินเดือนการเงิน เก็บเงินไดมากขึ้น เหมาะกับการวางแผนลงทุนเล็ก ๆความรัก คนมีคู เขาใจกันลึกซึ้ง คนโสด เริ่มคุยจริงจังกับคนใหมสุขภาพ ระวังระบบขับถาย หรืออาหารไมยอยการงาน งานนิ่งแตมั่นคง เหมาะกับการเก็บเกี่ยวผลสำเร็จปนี้การเงิน รายรับมั่นคง อาจไดโบนัส หรือของมีคาความรัก คนมีคู เขาใจกันมากขึ้น คนโสด ไดเริ่มตนรักใหมสุขภาพ ระวังไขหวัด เจ็บคอการงาน ปดปไดสวย ไดเลื่อนขั้นปรับตำแหนง หรือไดรับมอบหมายงานใหมการเงิน มีโชคเรื่องโบนัส หรือของขวัญปใหม แตตองใชใหพอดีความรัก คนมีคู หวานชื่นจนนาอิจฉา คนโสด เจอรักใหมชวงปลายเดือนสุขภาพ ระวังอาหารหนัก และพักผอนนอยจากการสังสรรคเดือนธันวาคม การงาน ไดรับมอบหมายงานใหม มีโอกาสแสดงฝมือ ตองละเอียดใหมากขึ้นการเงิน มีลาภเล็กนอย ควรควบคุมรายจายไมใหใชเกินตัวความรัก คนมีคู เขาใจกันมากขึ้น คนโสด พบเจอคนออนโยนเขามาสนใจสุขภาพ ระบบยอยอาหารรวนจากความเครียดการงาน งานเดน เจานายชื่นชม มีโอกาสไดรางวัล หรือโบนัสการเงิน มีโชคเล็ก ๆ และจะสามารถควบคุมการใชจายไดดีความรัก คนมีคู รักกันกลมเกลียว คนโสด มีเสนห คนเขาหาเยอะสุขภาพ ระวังภูมิแพ หรือเจ็บกลามเนื้อจากอากาศเปลี่ยนเทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 75
เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ตั้งเเตเวลา 14.00 น. นายสุเทพ คำโต นายอำเภอผักไห/นายกกิ่งกาชาดอำเภอผักไห พรอมดวยปลัดอำเภอหัวหนากลุมงานบริหารงานปกครอง ปลัดอำเภอหัวหนากลุมงานทะเบียนและบัตร และปลัดอำเภอฝายความมั่นคง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและมอบถุงยังชีพแกนางสาวเครือวัลย พยัฆวงค บานเลขที่ 8 หมูที่ 3 ตำบลบานใหญ อำเภอผักไห จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากไดประสบเหตุอัคคีภัย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2569 เวลา 18.56 น. พรอมทั้ง มอบหมายใหผูอำนวยการโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลบานใหญดูเเลผูไดรับผลกระทบอยางใกลชิด อีกทั้งไดหารือกับสมาชิกสภาเทศบาลเมืองผักไหเพื่อหาแนวทางการชวยเหลือตอไปอำเภอผักไห จังหวัดพระนครศร�อยุธยา เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.30 น. เปนตนไป ภายใตการอำนวยการของ นายบัญชา เชาวรินทร ผูวาราชการจังหวัดสระบุรี/ผอ.ศอ.ปส.จ.สระบุรี นายสุรพันธ ศิลปสุวรรณ รองผูวาราชการจังหวัดสระบุรี นายอรรถการณ จิตถวิล ปลัดจังหวัดสระบุรี นายธนเดช เทวิน นายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี/ผอ.ศป.ปส.อ.เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี พรอมฝายปกครอง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ที่ 13 ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาล รวมพลังรักศรัทธา แกปญหายาเสพติด แบบบูรณาการ Quick Big Win : ขับเคลื่อนอยางรวดเร็ว สูชัยชนะที่ยิ่งใหญ ลงพื้นที่ดำเนินการจับกุมผูกระทำผิด จำนวน 4 ราย พบยาเสพติดใหโทษประเภท 1 ไดแก ยาบา 23 เม็ด ยาไอซ น้ำหนัก 3 กรัม โดยประมาณ ทั้งนี้ เจาหนาที่ไดนำตัวผูตองหาพรอมของกลางทั้งหมดนำสงพนักงานสอบสวน สภ.เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในสวนที่เกี่ยวของตอไปอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุร�DOPA NEWSNEWS76 เทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เวลา 21.00 น. เปนตนไป ภายใตการอำนวยการของนายรัฐศาสตร ชิดชู ผูวาราชการจังหวัดสงขลา นายสังคม เกิดกอ รองผูวาราชการจังหวัดสงขลา นายประทีป อุยเจริญ ปลัดจังหวัดสงขลา และนายไพโรจน ศรีละมุล นายอำเภอรัตภูมิ ไดสั่งการให ส.ต.ต.สุรศักดิ์ ชนะกิจ พรอมดวยฝายปกครอง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอรัตภูมิ ที่ 7 บูรณาการรวมกับเจาพนักงานตำรวจกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 เจาพนักงานตำรวจ สภ.รัตภูมิ กอ.รมน.จังหวัดสงขลา และศูนยปฏิบัติการกองทัพบก ดำเนินการจับกุมผูตองหา จำนวน 2 ราย รายละเอียดดังนี้ 1. พบยาเสพติดใหโทษประเภท 1 ยาบา จำนวน 72 เม็ด และไมสามารถนับเปนเม็ดได จำนวน 8 ชิ้น 2. อาวุธปนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ พรอมแม็กกาซีนบรรจุ ขนาด 0.45 มม. จำนวน 1 กระบอก 3. เครื่องกระสุนปนขนาด 0.45 มม. จำนวน 7 นัด และเครื่องกระสุนปนขนาด 7.62 มม. จำนวน 119 นัด 4. อุปกรณการเสพ จำนวน 1 ชุด โทรศัพทมือถือยี่หอ iPhone 11 และกระเปาสะพายสีน้ำตาล ทั้งนี้ เจาหนาที่ไดนำตัวผูตองหาพรอมของกลางทั้งหมดนำสงพนักงานสอบสวน สภ.รัตภูมิเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในสวนที่เกี่ยวของตอไปNEWSอำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลาเทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 77
แฟนพันธุแทเทศาภิบาลกองบรรณาธิการนิตยสารเทศาภิบาลเฉลย : คำถาม - คำตอบ กิจกรรมแฟนพันธุแทเทศาภิบาล ประจำเดือนเมษายน 25691. ผูใดเปนผูมีอำนาจหนาที่รับรองผลการปฏิบัติงานของผูรับจาง ในการตรวจรับงานจางของราชการสวนทองถิ่น ก. ผูบริหารทองถิ่น ข. นายอำเภอค. ผูวาราชการจังหวัด ง. คณะกรรมการตรวจการจางเฉลย: ขอ ค. จากคอลัมนกฎหมายฝายปกครอง บทความ เมื่อมิตรภาพเหนือระเบียบวินัย: นายก อบต. พนเกาอี้ เหตุใจดีจายเงินกอน ทั้งที่งานยังไมแลวเสร็จ ! (หนา 8 - 11)2. ขอใดไมใชเหตุที่จะสั่งใหนายกองคการบริหารสวนตำบลพนจากตำแหนงได ก. กระทำการฝาฝนตอความสงบเรียบรอย หรือสวัสดิภาพของประชาชน ข. ละเลยไมปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไมชอบดวยอำนาจหนาที่ค. มีความสนิทสนมกับผูรับจาง ง. ถูกทั้งขอ ก. และขอ ข. เฉลย: ขอ ค. จากคอลัมนกฎหมายฝายปกครอง บทความ เมื่อมิตรภาพเหนือระเบียบวินัย: นายก อบต. พนเกาอี้ เหตุใจดีจายเงินกอน ทั้งที่งานยังไมแลวเสร็จ ! (หนา 8 - 11)3. พระราชบัญญัติวินัยกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2509 ตองรักษาวินัยตามที่บัญญัติไวโดยเครงครัด ขอใดเปนการกระทำผิดวินัยก. ไมรักษาระเบียบการเคารพระหวางผูใหญผูนอย ข. กอใหเกิดความแตกแยกความสามัคคีในกองอาสารักษาดินแดน ค. กลาวเท็จตอผูบังคับบัญชาง. ถูกทุกขอเฉลย: ขอ ง. จากคอลัมนกฎหมายฝายปกครอง บทความ วินัยกองอาสารักษาดินแดน (หนา 12 - 15)4. การปลอยเชารายวันสงผลกระทบโดยตรงตอความปลอดภัยใน 3 มิติหลัก ขอใดไมใชผลกระทบก. การคัดกรองบุคคล ข. การละเมิดสิทธิและความเปนสวนตัวค. ความสะดวกและรวดเร็ว ง. ความเสื่อมโทรมของทรัพยสินสวนกลางเฉลย: ขอ ค. จากคอลัมนสอบสวนและนิติการ บทความ คืนความปลอดภัยสูสังคมอาคารชุดหยุดปญหาคอนโดปลอยเชารายวัน เมื่อ “บาน” กลายเปน “โรงแรม” (หนา 16 – 19)5. 1 เมษายน พ.ศ. 2435 เกิดการสถาปนาระบบบริหารราชการแผนดินในรูปแบบกระทรวงขึ้น 12 กระทรวง ยกเวนขอใดก. กระทรวงเกษตราธิการ ข. กระทรวงพระคลังมหาสมบัติค. กระทรวงการคลัง ง. กระทรวงมุรธาธิการเฉลย: ขอ ค. จากคอลัมนเทศาวิชาการ บทความ วันขาราชการพลเรือน (หนา 25 - 26)78 เทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569
6. นายอำเภอหลมสักมีแนวคิดและเทคนิคการบริหาร เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ใหเกิดความเจริญกาวหนา ขอใดตอไปนี้คือแนวคิดของนายอำเภอหลมสัก ก. นักพัฒนาที่เขาใจพื้นที่และประชาชน ข. นักแกไขปญหาที่มีความสามารถในการคิดวิเคราะหและตัดสินใจ ค. ทำงานเชิงรุกเพื่อปองกันและแกไขปญหาในพื้นที่ง. ถูกทุกขอเฉลย: ขอ ง. จากคอลัมนลูกไมมหาดไทย บทความ นายอำเภอหลมสัก...กับการเปน “นักพัฒนา นักแกไขปญหา และนักบูรณาการ” (หนา 39 - 42)7. ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยการจัดทำแผนและประสานแผนพัฒนาพื้นที่ในระดับอำเภอและตำบล พ.ศ. 2562 ไดกำหนดใหแผนพัฒนาพื้นที่ ประกอบดวยแผนใดบาง ก. แผนพัฒนาอำเภอ แผนพัฒนาทองถิ่น แผนพัฒนาตำบล แผนพัฒนาหมูบาน และแผนพัฒนาทองที่ ข. แผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนาอำเภอ แผนพัฒนาทองถิ่น แผนพัฒนาตำบล และแผนหมูบานค. แผนพัฒนาอำเภอ แผนพัฒนาทองถิ่น แผนพัฒนาตำบล แผนชุมชน และแผนพัฒนาหมูบาน ง. แผนพัฒนาหมูบาน แผนชุมชน แผนพัฒนาตำบล แผนพัฒนาทองที่ และแผนพัฒนาจังหวัดเฉลย: ขอ ค. จากคอลัมน “คิด แบบ แผน” ตอนกันทรลักษโมเดล เปลี่ยน “แผน” เปน “พลัง” (Kantharalak Model) (หนา 31 - 36)8. บอน้ำพุรอนวังขาม เปนแหลงทองเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของอำเภอศรีเทพ มีที่ตั้งอยูในตำบลใด ก. ตำบลสระกรวด ข. ตำบลศรีเทพ ค. ตำบลคลองกระจัง ง. ตำบลโคกสะอาดเฉลย: ขอ ก. จากคอลัมน เลาะรั้วอำเภอ บทความอำเภอ“ศรีเทพ” มรดกโลกแหงความภาคภูมิใจ สายใยแหงศรัทธาสองพันป (หนา 43 - 47)9. ขอใดคือ คำขวัญของอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ก. เทียนเหงพรางตา ผาทอกะเหรี่ยง เสนาะเสียงสาละวิน งามถิ่นธรรมชาติ พระธาตุสี่จอม กลวยไมหอมเอื้องแซะ ข. ชางเผือกคูบารมี สับปะรดดีเกะรอ ตะโละหะลอกริชงาม ลือนามปลามังกร อนุสรณเมืองเกา ค. เที่ยวบอน้ำแร ลองแพน้ำแจม พักแรมน้ำตก ผาตีนจกยอดน้ำมือง. เมืองในหมอก ดอกไมงาม ใตสุดสยาม เมืองงามชายแดนเฉลย: ขอ ง. จากคอลัมน ชื่อบานนามเมือง ตอน ที่มาของชื่ออำเภอ “เบตง” จังหวัดยะลา (หนา 67 - 69)10. ศูนยรวบรวมและคัดแยกสินคาชุมชน (Community Distribution Centre: CDC) ทำหนาที่เปนตัวกลางในการรวบรวมผลผลิตตามคำสั่งซื้อและคัดแยกบรรจุภัณฑกอนสงตอใหรถพุมพวง ซึ่งจะสงผลดีตอครัวเรือนยากจนในมิติใดบางก. การสรางรายไดรายวัน การจางงานในพื้นที่ การลดความเสี่ยงดานการลงทุนข. การสรางรายไดรายวัน การจางงานในพื้นที่ การสรางแรงจูงใจในการผลิต ค. การจางงานในพื้นที่ การลดความเสี่ยงดานการลงทุน การควบคุมมาตรฐานการเกษตร ง. การสรางแรงจูงใจในการผลิต การควบคุมมาตรฐานการเกษตร การสรางรายไดรายวันเฉลย: ขอ ข. จากคอลัมนเทศา...สาระ บทความพิเศษ ผลการวิจัยเชิงปฏิบัติการแกไขปญหาความยากจนดวยโมเดลพุมพวง (Operation Model Poom-Puang) (หนา 54 - 57)เทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 79
นิตยสารเทศาภิบาล ถือเปนอีกหนึ่งสื่อที่รวบรวมสาระความรูที่มีประโยชนไวอยางครบถวน ทั้งดานกฎหมาย ระเบียบราชการ ขาวสารสำคัญ รวมถึงแนวทางการดำเนินงานของภาครัฐและภารกิจของฝายปกครองในดานตาง ๆ โดยนำเสนอเนื้อหาไดอยางทันสมัย อานงาย และมีความนาสนใจ ทำใหผูอานไดรับทั้งความรูและมุมมองใหม ๆ ที่สามารถนำไปปรับใชไดจริง นอกจากนี้ กิจกรรม “แฟนพันธุแทเทศาภิบาล” ยังชวยสรางความสนุกและกระตุนใหผูอานติดตามนิตยสารมากยิ่งขึ้น ผานการรวมตอบคำถามและลุนรับของรางวัล ถือเปนกิจกรรมที่ไดทั้งความรู ความเพลิดเพลิน และสรางการมีสวนรวมกับผูอานไดเปนอยางดีครับแฟนพันธุแทเทศาภิบาลกองบรรณาธิการนิตยสารเทศาภิบาลผูโชคดีกิจกรรมแฟนพันธุแทเทศาภิบาล ฉบับเดือนเมษายน 2569รางวัลเสื้อแจ็กเกตแฟนพันธุแทเทศาภิบาล นิตยสารเทศาภิบาลเปนนิตยสารที่รวบรวมขาวสารความเคลื่อนไหวตาง ๆของกรมการปกครอง เพื่อใหผูอานไดทราบถึงกิจกรรมที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังมีสาระความรูมากมายที่นาสนใจ ทั้งดานกฎหมาย ดานวิชาการ และยังมีกิจกรรมแฟนพันธุแทเทศาภิบาลใหติดตามอานไดตลอดเวลาอีกดวย นับไดวา นิตยสารเทศาภิบาล เปนนิตยสารที่ทรงคุณคา ควรแกการติดตามเปนอยางยิ่งรางวัลเสื้อโปโลแฟนพันธุแทเทศาภิบาลรางวัลแกวเก็บความเย็นแฟนพันธุแทเทศาภิบาลรางวัลแกวเก็บความเย็นแฟนพันธุแทเทศาภิบาล โดยสวนตัวแลว “นิตยสารเทศาภิบาล” เปนเหมือนคลังความรูปลึก ที่ชวยใหเราไดศึกษาเรื่องราวในอดีต ปจจุบัน และเปนสวนหนึ่งในการปูทางไปสูอนาคตได เรื่องราวอดีตในคอลัมนที่เกี่ยวของกับประวัติศาสตรตาง ๆ ทำใหนิตยสารนี้มีเสนห นอกจากนี้ เรื่องราวกฎหมายและระเบียบที่ยกกรณีตัวอยางมาประกอบ ชวยใหผมรูสึกสนุกไปกับการอานและรูสึกตัวเองก็เกงขึ้นบางนิดหนึ่ง ซึ่งแนนอนครับ สิ่งเหลานี้ทำใหผมคิดวาตัวตนในอนาคตในยามที่ตองหาความรู เพื่อเลื่อนตำแหนงก็จะกลับมาเปดนิตยสารเทศาภิบาลเพื่อเพิ่มพูนความรูในคลังสมองอยางแนนอน นิตยสารเทศาภิบาล เปนนิตยสารที่ใหความรู ทางดานขาวสาร ความรูรอบตัวระเบียบ กฎหมาย นโยบายการดำเนินการของรัฐ และบทบาทภารกิจของฝายปกครอง โดยมีเนื้อหาที่ทันสมัยและการนำเสนอที่นาสนใจและนาติดตามมาก ซึ่งชวยใหพัฒนาทักษะและความรูของผูอาน ซึ่งนอกจากจะไดความรูแลวยังมีกิจกรรมแฟนพันธุแทเทศาภิบาล ตอบคำถาม ลุนรับรางวัล ขอเชิญชวนทุกทานติดตามอานนิตยสารเทศาภิบาลและรวมสนุกกับกิจกรรมตอบคำถามลุนรับของรางวัลกันครับนายชาญสิทธิ์ รัตนาวงศไชยตำแหนง เจาหนาที่วิเคราะหนโยบายและแผนสังกัด กองวิชาการและแผนงานนายวรกันต เรือนนำวัฒนาตำแหนง เจาพนักงานปกครองปฏิบัติการสังกัด ที่ทำการปกครองจังหวัดพะเยานายธัญวิตต รักษมาตาตำแหนง เจาพนักงานปกครองปฏิบัติการสังกัด สำนักงานเลขานุการกรมนายณัฏฐ ปรางคนอยตำแหนง บุคคลทั่วไป80 เทศาภิบาล ปที่ 121 ฉบับที่ 05 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569
เสื้อแจ�กเกต โฉมใหมเสร�มลุคเท พรอมลุยทุกงานประกาศรายช�่อผูโชคดีและติดตามรายละเอียดเพ��มเติมไดที่Fanpage : นิตยสารเทศาภิบาล กรมการปกครองSCAN MEตอบคำถามที่นี่SCAN MEอานเทศาภิบาลที่นี่ลุนรับของรางวัลพ�เศษ Limited Editionขอเช�ญชวนนักอานเทศาภิบาลทุกทานรวมสนุกตอบคำถามเสื้อโปโล ใสสบายดูโปร…ทุกวันทำงานแกวเก็บความเย็นสุดคูล พร�เมียมกิจกรรมแฟนพันธุแทเทศาภิบาลฉบับเดือนพฤษภาคม 2569