การพูดต่อชมุ ชน
และการพดู ในงานสงั คม
การพูดตอ ชุมชนและการพดู ในงานสงั คม
เสนอ
ครปู รยี า ปนธิยะ
นางสาวกุลนาถ แวนศลิ า
เลขท่ี ๓ สบจ ๖๓.๑
สาขาวชิ าการจัดการสาํ นักงาน
รายงานน้เี ปน สว นหน่ึงของรายวชิ า ๓๐๒๑๖๘-๒๐๐๓
โปรแกรมสาํ เร็จรปู ในสํานกั งาน
สาขาการจดั การสาํ นักงาน แผนวชิ าการจัดการสาํ นกั งาน
คณะบริหารธุรกิจ
วิทยาลัยอาชวี ลาํ ปาง
ภาคการศึกษาท่ี ๑ ปการศึกษา ๒๕๖๓
คํานาํ
ก
รายงานเลม นี้ เปน สวนหน่งึ ของรายวิชา 302116 - 2003 โปรแกรมสําเร็จรปู ในงาสํานักงานซง่ึ
ไดรบั มอบหมายจาก ครปู รียา ปนธิยะ ใหศ ึกษาคน ควาเก่ียวกบั เรอ่ื ง การพดู ตอทปี่ ระชุม และการพูด
ในสงั คม โดยมีเนื้อหาสาระของรายงานเลมนี้ ประกอบดวย ความหมายของการพดู ตอที่ประชุม,
ประเภทของการพูดตอท่ปี ระชมุ ชน, การเตรยี มการพูดตอที่ประชมุ ชน, และคุณธรรม จรรยามารยาท
ของผูพูด, การพูดในสงั คม, ขน้ั ตอนการพูดในสงั คม, การกลาวคําพดู แนะนํา, การกลาวขอบคุณผพู ูด,
การกลาวตอนรับผูมาเยี่ยมชม, การกลาวตอ นรบั , การกลา วตอ นรบั ผูเขารับตําแหนง ใหม, การกลาวใน
โอกาสเขารบั ตําแหนงใหม, การกลา วอําลา, การกลา วมอบรางวลั หรอื ของขวัญ, การกลา วตอบที่ไดรบั
รางวัลหรอื ของขวัญ, การกลาวคําไวอาลยั และการกลา วใหโอวาทอีกทัง้ ยังเปนการฝก พิมพ การจัด
หนาการพิมพ และการเขาเลม รายงาน
ผูจัดทําไดทําการคนควา รวบรวม และเรียบเรียง เปน รายงานฉบบั สมบูรณ เพอื่ ใหผูท่สี นใจ
ศึกษาความรูการพูดตอ ที่ประชุมและการพดู ในงานสงั คมเพ่ิมเตมิ จากรายงานเลม นี้
ผูจ ดั ทาํ หวงั เปนอยางย่ิงวา ผูอาน ผทู ่สี นใจ จะไดรับประโยชนแ ละนาํ ไปประยุกตใชใน
ชีวิตประจําวนั ได
กลุ นาถ แวน ศิลา
สาขาการจัดการสํานักงาน
สารบญั ข
คาํ นาํ หนา
สารบัญ ก
สารบัญรูปภาพ ข
บทท่ี ๑ การพดู ตอที่ประชุมชน ค
ความหมายของการพูดตอท่ีประชมุ ชน 1
ประเภทของการพูดตอทป่ี ระชมุ ชน 2
แบง ตามวิธกี ารพดู 2
การเตรียมการพูดตอทปี่ ระชุมชน 3
คุณธรรมและจรรยามารยาทของผูพ ูด 4-5
บทท่ี ๔ การพดู ในงานสังคม 6-7
ขัน้ ตอนการพดู ในงานสังคม 8
การกลาวขอบคณุ ผูพูด 9
การกลาวตอนรบั ผมู าเยี่ยมชม 9
การกลาวตอบการตอนรับ 10
การกลาวตอนรบั ผเู ขารบั ตําแหนงใหม 10
การกลาวในโอกาสเขารับตําแหนง ใหม 10
การกลาวคําอาํ ลา 11
การกลาวมอบรางวัลหรือของขวัญ 11
การกลาวตอบทีไ่ ดรับรางวัลหรือของขวัญ 12
การกลาวตอบคําอวยพร 12
การกลาวคําไวอาลัย 12
การกลาวใหโ อวาท 13
บรรณาณุกรม 13
14
สารบัญภาพ ค
ภาพท่ี ๑.๑ การพดู ตอที่ประชมุ ภาพท่ี
ภาพท่ี๑.๒ การพูดแบบมีบนั ทกึ 2
ภาพท่ี ๑.๓ รบั ฟงความคดิ เห็นจากคนอ่ืน 3
ภาพท่ี ๑.๔ การกลาวแนะนําผูพูด 7
ภาพท่ี ๑.๕ การกลาวตอนรับผเู ขา รับตาํ แหนง 9
ภาพท่ี ๑.๖การกลาวคําอําลา 10
ภาพที่ ๑.๗ การกลาวใหโ อวาท 11
13
1
บทท่ี ๑
การพดู ตอท่ีประชุมชน
สาระการเรียนรู
๑. ความหมายของการพดู ตอท่ีประชุมชน
๒. ประเภทของการพูดตอทป่ี ระชมุ ชน
๒.๑ แบงตามจุดมุงหมาย
๒.๒ แบงตามวิธกี ารพูด
๓. การเตรยี มการพูดตอท่ปี ระชุมชน
๓.๑ การเลือกเรื่อง
๓.๒ การเตรียมเนอื้ เร่ือง
๓.๓ การจัดเนือ้ หา
๓.๔ การเตรียมการใชภาษา
๓.๕ การฝก ซอ มการพูด
๔. คณุ ธรรมและจรรยามารยาทของผพู ดู
จดุ ประสงคการเรยี นรู
เมื่อจบบทเรียนแลว นักเรียนสามารถ
๑. บอกความหมายของการพดู ตอท่ปี ระชุมชนได
๒. บอกประเภทของการพูดตอ ที่ประชมุ ชนได
๓. อธิบายการเตรียมการพดู ตอท่ีประชมุ ชนได
๔. บอกคณุ ธรรมและจรรยามารยาทของผูพดู ได
๕. อธิบายประโยชนของการพดู ตอทีป่ ระชุมชนได
2
การพดู ตอท่ีประชมุ เปนการพูดตดิ ตอผูฟงจาํ นวนมาก มีลกั ษณะเปน การส่อื สารท่ีแยกบุคคล
เปน สองฝา ยอยา ชดั เจน คือฝายผูพดู กบั ฝา ยผฟู ง ผูพูดจะเปน ฝายพดู โดยตลอดตั้งแตต นจนจบ ผูฟ ง
จะมีโอกาศพดุ เม่ือผูพ ูดจบแลว ในลกั ษณะของการชกั ถามและอภปิ รายเพ่ิมเติม ดังนนั้ ผูพดุ ตอท่ี
ประชมุ ชนจะประสบความสาํ เร็จ ตามวตั ถุประสงคไดน ั้นจะตอ ง เตรยี นมตัวเปนอยางดี ไดแ ก เตรยี ม
เร่ืองท่ีจะพดู กาํ หนดจดุ มุงหมายในการพดู วเิ คราะหผูฟงใชเทคนคิ ในการพดู ใหผ ูสนใจ ศรัทธา และ
ตดิ ตามรบั ฟงเรอ่ื งราวตั้งแตต นจนจบ ตลอดจนสามารถปรับเปลย่ี นวิธีการพูดในขณะที่พูดใหเหมาะสม
กบั โอกาส กาละเทศะ และสถานที่การพดู ตอ ทีป่ ระชมุ อยางถกู วธิ ี ใหอยูในระดับของผทู ี่ "พดู ดี"
ภาพท่ี ๑.๑ การพูดตอท่ปี ระชุม
ความหมายของการพูดตอท่ปี ระชุมชน
การพูดท่ีประชมุ ชน หมายถงึ การพูดแสดงความรู ความคดิ ความรสู ึก รวมท้งั ขอเสนอแนะ
ตา ง ๆ ตอผูฟง เปนจํานวนมาก ในท่ีประชุมชนหรอื ท่ีสาธารณะ
ประเภทของการพดู ตอทป่ี ระชมุ ชน
แบง ออกเปน ๒ ประเภทคือ
๑ แบงตามจดุ มงุ หมาย ไดแ ก
๑.๑ การพดู เพือ่ ใหความรู คอื การพูดทมี่ ีจดุ หมายเพื่อบอกกลา วขอความรูและ
ขอเทจ็ จรงิ ใหช ัดเจน เรื่องที่พูดจงึ มแี นวโนม ไปดานวชิ าการ เชน การสอน การบรรยาย การปฐมนิเทศ
การปาฐกถา การแถลงขาว เปนตน
๑.๒ การพดู เพ่อื จรรโลงใจ คือ การพดู ทีม่ ีจุดมงุ หมายเพอื่ ใหผ ูฟงเกดิ ความสนุกสนาน
บนั เทิงใจ เชน การเลานิทาน การเลา ประสบการณ เปน การพดู ในโอกาสที่มกี ารพบปะสังสรรค งาน
ร่ืนเริง หรือหลังการรบั ประทานเล้ยี ง เปน ตน
๑.๓ การพูดเพ่ือโนมนาวใจ คือ การพดู ทม่ี ีจดุ มุงหมายเพื่อชกั จูงใจใหผ ฟู ง เกดิ ความ
เชอ่ื ถอื ศรทั ธา มคี วามคิดเหน็ คลอ ยตามหรือการทาํ อยา งใดอยางหน่ึงตามทีผ่ พู ดู ตั้งจุดมุงหมายไว เชน
การพดู หาเสยี ง การพูดเทศนา การพดู เพอ่ื ใหพรอมใจกนั ทํากิจกรรมอยา งใดอยางหน่ึง เปนตน
3
๒ แบงตามวธิ ีการพูด ไดแก
๒.๑ การพดู แบบฉบั พลัน หรอื การพูดแบบไมเตรยี มตวั ลว งหนา ไดแก การพดู ที่มีผูเชิญ
ใหผ ูพูดออกไปพดู โดยกระทันหัน ผูพดู อาจมีเวลาเตรียมตัวเพยี งเล็กนอย จงึ ตอ งอาศยั ไหวพริบและ
ความสามารถเฉพาะตัวเปนอยางมาก จึงจะไดอยา งราบรนื่ และประทบั ใจผฟู ง สว นมากมักจะเปนการ
พูดเชิญผูพ ูดออกไปกลาวเพ่ือเปนเกียรตใิ นงานสงั คมหรืองานมงคลตา งๆ เชน การกลา วอวยพร กลาว
ตอ นรับ กลา วแสดงความยนิ ดี การแสดงความเสยี ใจ กลา วขอบคณุ เปนตน นอกจากน้ีอาจเปนการ
พูดท่ีผูพูดทราบลวงหนาแตไมสามารถเตรยี มตัวกอนได เชน การภาคการแขง ขันกฬี าตาง ๆ การตอบ
ปญ หาในบางโอกาส
๒.๒ การพูดแบบทองจํา ไดแก การพดู ท่ีพูดทราบลวงหนา จึงมีโอกาสเตรยี มตัวโดยการ
ทอ งจําเน้ือหาที่จะพูดจนข้นึ ใจ มักใชคํากลาวในโอกาสตา งๆ เชน การกลาวตอนรบั กลา วอําลา กลาว
เปด - ปด งานตา งๆ การใหโอวาท เปน ตน การพดู แบบทอ งจาํ นี้หากผูพ ูดไมม ีความสามารถเพียงพอ
หากลมื บทพดู จะทาํ ใหต ิดขดั และไมม่นั ใจตนเอง ซ่ึงจะทาํ ใหผฟู ง ขาดศรทั ธาหรือหากพูดไมค ลอ งแคลว
เกนิ ไปจะดขู าดชีวิตชีวาในการพดู ดังน้ันจึงควรใชการพดู แบบนใ้ี นบางตอน เชน การยกตัวอยางคําคม
สาํ นวน โวหาร หรือบทประพันธต า งๆ ประกอบการพดู เทา น้ัน
๒.๓ การพดู แบบอานจากตนฉบบั ไดแ ก การพูดท่ีมกี ารเตรียมตวั ไวลวงหนา อยา งดี โดยผู
พดู จะอา นบทจากตน ฉบับซึง่ มีการซอมอานมาลวงหนา แลว ผูพดู จะตองไมก ม หนา อานตลอดเวลาและ
ใชเสียงใหเปนธรรมชาติ การพูดแบบอา นจากตนฉบบั น้มี ักใชใ นโอกาสท่ีเปนพิธีการ เชน การอา นขาว
การกลา วสุนทรพจน การกลาวรายงาน คํากลา วในพิธีเปดและปด การประชุมเชงิ วชิ าการ คําปราศรัย
ในโอกาสตา งๆ คาํ แถลงการของรฐั บาล รวมทง้ั กระแสพระราชดํารสั และพระบรมราโชวาทของ
พระบาทสมเดจ็ พระเจา อยูหัว เปน ตน
๒.๔ การพดู แบบมบี ันทึก ไดแ ก การพูดทผี่ พู ดู รตู ัวลวงหนาวาจะพูดอะไร ที่ไหน ใหใครฟง
แลว จะเตรียมจดหัวขอ หรือขอความสาํ คญั ๆ ไว เชน คําคม สาํ นวน สถิติ คํากลา วของบุคคลทม่ี ี
ชอ่ื เสยี งไวในกระดาษแผน เล็กๆ เพอื่ ใชเตือนความจาํ ในขณะพูดโดยการเหลือบเลือกดูหัวขอ แลวขยาย
ความจากหัวขอนนั้ การพดู แบบมบี นั ทกึ นี้ ผูพูดจะตองศกึ ษาคน ควา และเตรียมตัวลวงหนาพรอมมี
การซอมพดู มาอยางดีอันจะทําใหผ ูพดู มีความมั่นใจในตนเอง จงึ จัดเปนการพูดท่ีไดผ ลดแี ละเปน ทน่ี ิยม
มากกวาการพูดในแบบอนื่ ๆ ทก่ี ลาวมา
ภาพท่๑ี .๒ การพูดแบบมีบนั ทกึ
4
การเตรียมการพดู ตอที่ประชุมชน
๑ การเลือกเร่ือง ในการพูดแตละคร้งั ผูพูดอาจจะตองพูดตามเรื่องทีม่ ผี ูกาํ หนดมาใหหรอื
อาจจะตองเลือกเร่ืองเอง หากไดเลอื กเร่อื งเองผูพดู ตองเลอื กใหสอดคลอ งกบั จดุ ประสงคในการพดู
และควรคํานงึ ถึงความเหมาะสม ดังน้ี
๑.๑ ผพู ดู ควรเลือกเร่ืองท่ผี พู ูดมีความรูเปนอยา งดี รวมทั้งมคี วามสนใจและความรูสึกท่ีดี
ตอเนือ่ งนานๆ
๑.๒ ผูฟง ตองวเิ คราะหผฟู ง เพ่ือเลือกเร่ืองที่เหมาะสมกับเพศ วยั อาชีพ สภาพทาง
เศรษฐกิจและสงั คม ระดับความรู ความคดิ สตปิ ญ ญา และความสนใจของผูฟ ง
๑.๓ สถานการณ ควรเลอื กเร่ืองที่เหมาะสมกับเวลา โอกาส แมส ถานการณป จจบุ ัน
๒. การเตรียมเนือ้ เรือ่ ง ( จนั ทิมา พรหมโชติกลุ ) :๒๕๓๐ ไดเสนอแนะแนวทางปฏบิ ัติไวดังนี้
ขั้นท่ี ๑ คดิ เม่อื ผูพ ูดทราบวา จะพดู เร่ืองอะไร มีจดุ มุงหมายประการใดแลว ก็ควรจะเร่มิ คิดว
เร่ืองท่จี ะพูดนนั้ มีเนอ้ื หารายละเอียดหรือขอมูลอะไรบา งท่รี แู ลว หรอื มอี ยูแ ลว สว นใดบา งท่ยี ังไมร ู ซึง่
จาํ เปนตองไปคน ควา ตอ
ข้ันท่ี ๒ คน ข้ันนี้เปน ข้ันตอนจากข้นั ท่ี 1 เม่ือทราบวา มสี ิง่ ใดบางที่จะตอ งคน เพิ่มเติมกต็ องไป
คนควาหาขอมลู เพิ่มเตมิ ใหมากที่สุดเทา ท่ีจะทําได ดวยวิธตี างๆ เชน คนควา จากหนงั สือ ถามผูรู
สัมภาษณ ฯลฯ เปนตน
ขน้ั ท่ี ๓ คดั คันน้ีหมายถึงคดั เลือกเน้ือหาจากขอมูลที่คน ความาได และขอมูลทอี่ ยูเดิมเพ่ือใช
เปน เน้ือเรือ่ งโดยคาํ นึงถึงจุดมุงหมายในการพดู ท่วี างไวดวย ตัดเนอ้ื หาสวนทไี่ มจําเปนออกรวบรวม
เนื้อหาสวนท่คี ัดเลอื กแลว เตรยี มไวสาํ หรบั ข้ันตอนตอไป
ขน้ั ที่ ๔ จดั ทา นนีค้ ือการจัดวางโครงเร่ือง ขยายเร่อื ง ตลอดจนเรยี บเรยี งเน้ือหาท้ังหมด จน
สาํ เร็จเปน รปู เร่อื งพรอมที่จะนําไปใชพ ูดได
๓. การจัดเน้ือเร่ือง แยกออกเปน สว นสวนดังน้ี
๓.๑ คําปฏสิ ันถาร หรอื คาํ พูดทกั ทายผูฟง แบง เปน 2 ชนิด คอื
๓.๑.๑คําปฏิสันถารแบบเปนวธิ ีการ ใชในงานพิธีหรืองานที่กระทาํ เปน ทางการ เชน
พธิ ีเปดสมั มนา งานวางศิลาฤกษ วิธแี จกวฒุ บิ ตั ร เปน ตน คําปฏสิ นั ถารจะเรยี กเฉพาะตําแหนง ของผทู ี่
มารวมพิธี ซึง่ โดยทวั่ ไปจะกลาวทักทายไมเกิน 3 กลุม และไมนิยมกลาวคําวา สวัสดี ขนึ้ ตน ทัง้ ไมน ยิ ม
กลา วคําแสดงความรสู ึก เชน ทรี่ กั ที่เคารพนับถือ เชน
" ทา นผูอํานวยการ คณาจารย และนกั ศึกษา"
"ทา นประธาน และทา นผูมีเกียรตทิ ัง้ หลาย"
5
๓.๑.๒ คําปฏสิ นั ถารแบบไมเปน พธิ ีการ ใชในการพูดทีไ่ มเปนพิธีการ หรอื ในกลุมผฟู งท่ี
คอนขางคุน เคย เชน คําปราศรยั ของนักการเมือง การประชุมภายในหนวยงานการอภปิ ราย การแสดง
ปาฐกถา โดยจะใชกลาวทักทายผูฟงเพยี งกลุมเดียว และนิยมเกาแสดงความรสู ึกเพื่อแสดงความเปน
กันเองไวด วย เชน
" พ่นี อ งชาวไทยที่รักท้ังหลาย "
" สวสั ดีเพ่อื นรว มงานท่ีรกั ทกุ ทาน "
๓.๒ คาํ นาํ คือการเกริน่ หรือกลาวนําเขาไปสูเร่ืองท่ีจะพูดตอไป และเปนการเรียกความสนใจ
เบอ้ื งตนของผูฟง ถาคํานําดีผูฟง จะเกิดความเลอ่ื มใสศรทั ธาเปน ผลใหต้ังใจฟง มากขนึ้ เมื่อการเริ่มตน ดี
จะทําใหผูพดู มคี วามมนั่ ใจและประสบความสาํ เร็จในการพูด การข้ึนคาํ นามนั้นมีหลายวิธี กูพดู อัด
ขึ้นตนคํานาํ ดว ยการตง้ั คําถาม ยกสุภาษติ คําคม อางบทกวี หรือ ขึ้นตน แบบพาดหัวขาว ซ่งึ จะตอง
สอดคลองกบั เนื้อเร่อื งทจ่ี ะพดู ทง้ั นสี้ ิ่งที่ควรหลกี เลี่ยงในการกลาวนําคอื การขออภัย การออกตวั การ
ถอมตัว และการพดู ออ มคอม
๓.๓ เน้อื หา เปน สวนเสนอสาระสาํ คัญ ซ่งึ เปรยี บเปน หวั ใจของการพดู ( อําไพ สุจริตกุล และ
ธิดา โมสิกรัตน : ๒๕๔๓ ) ไดกลาวถึงการลาํ ดบั เนื้อหาไว ดังน้ี
๓.๓.๑ ลําดบั เน้ือหาตามเวลาทเ่ี กิดขนึ้
๓.๓.๒ ลาํ ดับเน้ือหาตามสถานทีห่ รอื สภาพภูมศิ าสตร
๓.๓.๓ ลําดับเน้ือหาจากส่ิงทีง่ า ยไปหาส่ิงทยี่ าก
๓.๓.๔ ลาํ ดบั เน้ือหาแบบแกป ญหาตามหลักวิทยาศาสตร หรอื ตามวธิ ีการทางพุทธศาสนา
( ทุกข สมุทยั นิโรธ มรรค )
๓.๓.๕ ลาํ ดบั เนื้อหาตามสาเหตุและผลลพั ธ
๓.๔ สรปุ การสรปุ เรื่องที่พูดมีความสําคัญพอๆ กบั การกลาวคาํ นํา การสรุปเปน การเนนให
ผฟู งเหน็ ความสาํ คญั ของเรื่องท่พี ดู การสรปุ ทีด่ ีควรจะส้นั มีน้ําหนัก และเปนทีน่ าจดจํา โดยขอความท่ี
สรปุ อาจเปน ขอความขําขัน ขอความหนักแนน เด็ดเด่ียว จรงิ ใจหรือสรปุ ดว ยคําคม คติพจน สุภาษิต
ทงั้ น้ขี ึ้นอยกู บั ลักษณะและจุดมงุ หมายของเน้ือเรื่องดวยการสรปุ ไมค วรจบลงเฉยๆ โดยท่ีผูฟง ไมร ูตวั
หรอื ไดข อ คดิ และไมควรสรุปดวยความท่ีออกนอกเร่ือง หรือยาวเกนิ ไปเพราะจะทาํ ใหผ ูฟง เบอื่ และ
รําคาญได
๓.๕ คาํ ลงทาย หลงั จากทพี่ ดู สรุปแลว ผูพดู มกั จะกลา วคาํ วา สวสั ดี หรือขอบคณุ พรอมท้งั
กมศรี ษะแลวเดินลงเวที ท้งั นี้อาจเปนการกลาวโอวาท คาํ ปราศรยั คําอวยพรตา งๆ ไมต องลงทายดวย
คาํ วา สวสั ดี หรือ ขอบคุณ
6
๔. การเตรียมการใชภาษา ผูพูดจะตองเลือกใชถ อยคาํ ท่ีกะทดั รัด ชัดเจน เขาใจงาย และ
ตรงประเด็น ละเวนคําหยาบโลนตลกคะนอง โดยเฉพาะอยางยิ่งการพูดโดยวิธกี ารอา นจากราง ตอง
ระมดั ระวงั การใชถอ ยคาํ หยาบมาก การใชภาษาและถอยคําในการพูดตอ ทป่ี ระชมุ ท่เี หมาะสมจะทาํ
ใหผูฟงเขาใจสารไดอยางชดั เจนตรงตามที่ผูพดู ตั้งจดุ ประสงคไว
๕ การฝก ซอ มการพูด การเรยี นรทู ฤษฎีการพูดเพียงอยางเดียวไมส ามารถชวยใหก ารพูด
สัมฤทธผ์ิ ล หากแตจะตองอาศยั การฝกซอม ซึ่งถือวา เปน สงิ่ จําเปน ทีส่ ดุ ที่จะทาํ ใหการพูดประสบ
ผลสาํ เร็จ ท้ังนี้ในการฝก ซอมไมค วรใหความสัมคันแตวัจนภาษาเพยี งอยางเดยี ว ตองคาํ นึงถึงอวัจน
ภาษาดวย ไดแ ก การใชน ํา้ เสียง บคุ ลิกลักษณะ เชน การยืน การเดิน การนง่ั การใชสายตา การ
แสดงออกทางสีหนา และการแสดงกิรยิ าทา ทางประกอบการพูดตา งๆ
คณุ ธรรมและจรรยามารยาทของผูพดู
ธดิ า โมวิกรัตน และปรียา หิรัญประดษิ ฐ ( ๒๕๔๐ ) ไดก ลาวถึงคณุ ธรรมและจรรยามารยาทของผูพ ูด
ไว ดงั นี้
๑ คุณธรรมในการพดู
คุณธรรม หมายถงึ สภาพคุณงามความดี ซ่ึงเปนผลมาจากการศึกษาและการอบรมจิตใจเปน
เวลานาน ส่ิงใดที่จะคิดไตรตรอง และเลือกพดู แตส ่งิ ท่ดี ี กอใหเกิดประโยชนท งั้ ตนเองและสวนรวม
การพดู ท่มี คี ุณธรรมควรจะมีลกั ษณะดงั นี้
๑.๑ พูดถอ ยคําทีเ่ ปนจริง ไมหลอกลวงใหผูฟงหลงผดิ หรื อเกดิ ความเขา ใจผิดๆ
๑.๒ ใชถอยคําสุภาพ ไมใชคาํ ดา คําหยาบ คาํ ตํา่ คาํ สบถ หรือพดู ประชดกระทบกระเทยี บ
แดกดนั ผอู ื่น
๑.๓ พูดสิ่งทม่ี ีประโยชน มีเจตนาทด่ี ี มุง หวงั ใหผ ูฟงไดรับประโยชนในการฟง
๒. จรรยาบรรณในการพูด
จรรยาหรือจรยิ า หมายถึง ความประพฤติอยางมีคุณธรรม ทัง้ การคิด การพูดและการกระทาํ ผทู ม่ี ี
จรรยาในการพดู จะมีคณุ สมบัติดงั น้ี
๒.๑ มีสติ ในขณะพูดจะรตู ัวเสมอวาไดพดู อะไรออกไป มีจุดประสงคอยางไรและมีประโยชน
หรอื ไม
๒.๒ ใหเกียรติ ไมแ สดงกิรยิ าอาการตลอดจนใชคําพูดทํานองดถู กู ผูฟง หรือยกตนชมผฟู ง
๒.๓ มีเจตนาสจุ ริตและเคารพความจรงิ ไมสงสารทีผ่ ิดพลาดหรือคาดเคล่ือน ลาสมัย หรือไม
ครบถวน โดยเจตนาท่ีจะเอาประโยชนเปนของตนฝา ยเดยี ว
7
๓ มารยาทในการพดู
มารยาทหรอื กิรยิ าวาจาที่เรียบรอย ถกู ตอง และงดงามแบบแผนของสังคมมารยาทเปนคณุ สมบัติ
ประจําตนท่ีทําใหผ ฟู งเกิดศรัทธา ในการพดู แตละคร้ังจึงควรมมี ารยาทในการพูด ซึ่งแสดงออกใน
ลกั ษณะดังนี้
๓.๑ มีกิริยาทา ทางสงาผาเผยและสาํ รวม สุภาพเรยี บรอ ย มีดวงหนา ทีย่ ม้ิ แยมแจมใส อาการ
นง่ั ยืน หรอื เคล่ือนไหว เหมาะสมกบั ภาคภูมิ
๓.๒ แตงกายสะอาดเรยี บรอย เลอื กใชเสอ้ื ผาท่ีเหมาะสมกาละเทศะและโอกาส
๓.๓ ใชคําพดู สุภาพ เหมาะสมกับเรอ่ื งที่พูด ไมพดู ปด หยาบคาย สอเสียด โออ วด กา วราว
เพอ เจอ และไมน าํ เรื่องสวนตัวของผอู ่นื มาเปดเผย
๓.๔ พดู ใหเหมาะ สมกับเวลา และพยายามพูดใหดีทีส่ ุดในทกุ โอกาส
๓.๕ ควบคมุ อารมณในขณะพูด ไมแสดงอารมณท ี่ไมพึงประสงคซ ่งึ จะทาํ ใหก ารสือ่ สาร
๓.๖ รบั ฟง ความคิดเหน็ จากคนอ่นื เปด โอกาสใหผ ูฟง แสดงทรรศนะซ่ึงแตกตา งจากตนไม
ผกู ขาดการพูดแตเพียงผูเดียว
ภาพท่ี ๑.๓ รบั ฟงความคดิ เห็นจากคนอืน่
8
บทที่ ๔
การพดู ในงานสงั คม
สาระการเรยี นรู
๑. การกลา วแนะนาํ ผพู ูด
๒. การกลา วขอบคุณผูพดู
๓. การกลา วตอนรบั ผูมาเยยี่ มชม
๔. การกลาวตอบการตอ นรบั
๕. การกลา วตอนรับผูเขา มารับตาํ แหนง ใหม
๖. การกลา วใหโอกาสเขารบั ตาํ แหนง ใหม
๗. การกลา วคําอาํ ลา
๘. การกลาวมอบของรางวัลหรอื ของขวญั
๙. การกลาวตอบท่ีไดรับรางวัลหรือของขวัญ
๑๐. การกลาวอุทศิ หรือกลา วมอบถาวรวัตถุ
๑๑. การกลา วตอนรับมอบถาวรวตั ถุ
๑๒. การกลา วอวยพรในงานมงคลสมรส
๑๓. การกลาวอวยพรในงานวันเกิด
๑๔ การกลา วตอบคาํ อวยพร
๑๕.การกลา วคาํ ไวอ าลยั
๑๖. การกลาวใหโอวาท
๑๗. ขอ ควรคาํ นึงในการใชภาษาสําหรับการพดู ในงานสังคม
จดุ ประสงคก ารเรียนรู
เม่ือจบบทเรยี นแลว นักเรยี นสามารถ
๑. บอกหลกั การพูดในงานสงั คมได
๒. แสดงการพูดในงานสงั คมตามหัวขอ ทีก่ ําหนดใหได
๓. เขยี นรา งขอความท่ีจะตอ งพดู ในงานสังคมได
๔. บอกคณุ คา ของการพูดในงานสังคมได
9
ในการรว มกิจกรรมทางสังคมตา งๆ ของมนษุ ย นอกจากจะมกี ารส่ือสารกนั ดว ยการพดู
ตามปกติแลว ยังตองมกี ารพูดเพ่ือมารยาททางสังคมดว ย ไดแก การกลา วอวยพร การกลา วตอนรบั ผู
มาเยย่ี มเยยี นหนวยงาน การกลาวมอบของหรอื รางวัล การกลา วตอนรบั ผูรว มงานใหม การกลาว
แสดงความยนิ ดี การกลา วแนะนําวิทยากร หรือการกลา วคาํ อาํ ลา เปนตน การพดู ในโอกาสตางๆ
เหลานี้สว นใหญเปนการพดู ตอที่ประชมุ ชน จึงจาํ เปน อยางยิ่งท่จี ะตอ งศึกษาหลักการพดู ในงานสงั คม
ไว เพื่อปฏิบัติไดถูกตองเหมาะสมตามมารยาททางสงั คม
ขั้นตอนการพดู ในงานสังคม
การกลาวแนะนําผูพูดจะกลาวในโอกาสแนะนําองคปาฐก ผูดําเนนิ การอภปิ ราย และ
วทิ ยากรในการสมั มนา เปนตน การกลาวจะใชภ าษากงึ่ ทางการ และใชเวลาสัน้ ๆ ท้ังนต้ี อ งระวังไมให
พูดผิดพลาดในเรื่องตาํ แหนง หนา ทีก่ ารงานเปนอนั ขาด และไมยกยองผูพูดมากเกินไป ซ่งึ มขี ้นั ตอนการ
พูดดงั น้ี
๑. กลาวปฏสิ นั ถาน
๒. สถาบนั ที่จบการศึกษา วุฒกิ ารศึกษา ตําแหนงหนาที่การงานในปจจุบัน
๓. กลา วถึงความสามารถและความชาํ นาญพิเศษของผูพูดตอเรอ่ื งท่ีจะมาพดู
๔. บอกช่อื นามสกุลของผูพดู ( อาจจะบอกช่ือหลักการปฏิสนั ถาร )
ภาพที่ ๑.๔ การกลาวแนะนําผูพูด
การกลา วขอบคุณผูพูด
พูดที่ทาํ หนาทแี่ นะนําผพู ดู ควรเปนผูกลา วขอบคุณ ขอความที่กลาวควรมลี กั ษณะดังนี้
๑. กลาวปฏสิ นั ถาร
๒. กลาวขอบคุณผูพดู
๓. พดู ถึงความสาํ คญั ของเร่ืองทีพ่ ูดจบไปแลว อยางสน้ั ๆ
๔. เนน ประโยชนท่ผี ูฟง ไดรับ
๕. จบลงดว ยการกลา วขอบคุณผูพดู อีกคร้ัง
10
การกลาวตอนรับผูมาเย่ียมชม
ในโอกาสท่ีมีผมู าเยีย่ มชมหนวยงานหรือกิจการ จะมีการกลาวตอนรับเพื่อแสดงอัธยาศยั ไมตรี
อนั ดีตอ กัน ใหเกียรติและเปนการแนะนาํ ใหผมู าเย่ียมรูจักสถานท่ีนนั้ ๆดขี ึ้น
นอกจากนจี้ ะทําใหผ ูรบั การตอ นรับรสู กึ อบอนุ และเกิดความสมั พนั ธภ าพอนั ดี การกลา วตอ นรบั มหี ลัก
ดังนี้
๑. กลาวปฏิสันถาร
๒. กลาวถงึ ความรูสึกยินดขี องผูเปน เจาของสถานที่
๓. กลาวถึงความเปน มาและลักษณะของหนวยงานหรือกิจการพอสงั เขป
๔. กลาวแสดงความหวงั วา ผูมาเยีย่ มจะพอใจ และไดรับประโยชนจากการเยยี่ มชม
การกลา วตอบการตอ นรับ
ผพู ดู จากกาวตอบหลังจากการกลา วตอนรบั เลย หรือกลาวตอบกลับกไ็ ด เร่อื งที่ควรกลา วตอคอื
๑. กลาวปฏิสนั ถาร
๒. กลาวขอบคุณ โดยระบุชื่อใหชัดเจนวาใครมาเย่ยี ม หรือตอบรบั โดยใคร
๓. ยกยองเกียรติยศชอื่ เสยี งของสถาบันหรอื สถานที่ทีม่ าเยี่ยม
๔ กลา วถงึ ความประทับใจและประโยชนท ่ีไดรับ
๕. จบลงดว ยการกลาวใหความหวังวา ในอนาคตจะกลบั มาเยี่ยมเยือนอกี ครั้ง
การกลาวตอนรบั ผเู ขารบั ตําแหนงใหม
การกลา วตอ นรบั ผูเขารับตําแหนง ใหมนี้ อาจเปนการกลาวตอนรับหัวหนาสายงาน ผบู ริหารงานหรือ
นักปกครอง เชน นายอําเภอ ปลดั เทศบาล ครูใหญ ศกึ ษาธิการ เปน ตน ซ่งึ มีหลักเกณฑในการกลา ว
ดังนี้
๑. กลา วปฏิสันถาร
๒. กลาวแสดงความยนิ ดตี อนรบั
๓. พูดเกย่ี วกบั ประวตั ิของผูเขารับตาํ แหนง อยางยอ แลวจึงพูดถึงผลงาน ความดี
ความสามารถ
๔. กลา วถึงความหวงั วา ผูเขารับตําแหนง จะมีความสขุ ความพอใจในสถานที่ใหมรวมมอื
ชว ยเหลือกันในการทํางาน และเปนมติ รตอ กนั
ภาพท่ี ๑.๕ การกลา วตอนรบั ผูเขารับตําแหนง
ใหม
11
การกลา วในโอกาสเขา รับตําแหนงใหม
การพูดในโอกาสนี้ จะตอ งพูดใหเขมแขง็ จรงิ จงั เพื่อแสดงใหผูใตบงั คบั บญั ชาเหน็ ความสามารถในการ
เปนผูนํา และไมควรพูดถงึ ตนเองในทํานองแสดงความใหญโต หรอื อวดตัว และ ไมควรกาวหรอื แสดง
ถงึ ความไมม่ันใจในตนเอง ซง่ึ มแี นวทางในการพูด ดังนี้
๑. กลา วปฏิสนั ถาร
๒. กลาวถงึ ความรูสึกยนิ ดที ี่ไดมาทาํ งานรว มกัน
๓. ยกยองหนวยงานหรอื กิจการท่ีไดเขามารบั ตําแหนง
๔. กลาวถงึ หลักการหรอื อดุ มคติในการทํางานของตนเอง
๕. พูดใหท ุกคนเหน็ วา ทกุ คนมคี วามรับผดิ ชอบ และมคี วามสาํ คญั ตอหนวยงาน หรือกิจการ
แลว จึงเรยี กรองใหทกุ คนรวมกนั ทาํ งาน
การกลา วคาํ อําลา
ในกรณที ผี่ ูพดู ออกจากงานหรอื โยกยา ยตาํ แหนงหนาทไี่ ปอยทู ่ีอ่ืนเพือ่ รับตําแหนง หนาท่ใี หม จะตองมี
การกลา วคาํ อาํ ลา ซงึ่ มีหลกั ในการกลา วดังน้ี
๑. กลาวปฏสิ ันถาร
๒. พูดถงึ เหตุที่ตองจากไป ถาผูฟ งทราบกอนแลว ก็พูดถงึ ความอาลัยในการตองจากไปเทา นั้น
๓. พูดถงึ ตําแหนง ใหม งานใหม ซ่ึงตองระวังไมใหกลายเปน วาผูพูดดีใจหรือภูมใิ จกับงานใหม
มากเกนิ ไป
๔. ยํา้ ถึงการไมอยากจากไป แสดงความอาลัย และความสขุ และมิตรภาพที่เคยไดรบั บทเรียน
และประโยชนท ไ่ี ดรับจากหนวยงาน รวมทั้งบุคคลท่ีเคยชวยเหลอื
๕. แสดงความหวงั วา จะไดกลบั มาอีก และเชญิ เพอ่ื นๆใหไปเย่ียมทห่ี นว ยงานใหมบ าง
๖. พดู วาจะจดจาํ ความสขุ ทไ่ี ดรับจากท่ีนี่
๗.ขอบคณุ ในไมตรจี ติ ของเพ่อื นรวมงาน และอวยพรใหทุกคนมีความสุข
ภาพที่ ๑.๖การกลาวคาํ อาํ ลา
12
การกลา วมอบรางวลั หรือของขวญั
ในโอกาสท่ีมีการมอบรางวัลหรอื ของขวญั ใหก าวมอบควรพยายามพดู ใหส ้นั ท่สี ดุ มีชวี ิตชีวาและให
ผอู ืน่ ฟง แลวอยากจะทําความดีตอ ไป การพูดแบบน้ีมีหลักการดงั น้ี
๑. การปฏสิ ันถาร
๒. กลา วถึงความรูส ึกยนิ ดีตอผูร ับรางวัล เน่ืองในโอกาสนั้นๆ
๓. ยกยองผไู ดร บั รางวลั แตพอสมควร และควรจดจําขอเท็จจริงตางๆ เชน ชอ่ื นามสกลุ และ
คณุ สมบตั ติ ลอดจนผลงานของผไู ดรบั รางวลั ใหแ มน ยาํ
๔. กาวเนนถงึ ความหมายของการใหรางวลั ( ดวยไมกลาวถึงราคาของรางวัล ) วารางวัล
นบั เปนเพียงของท่ีระลึกความดที ผี่ ูไดรับกระทาํ ไว
การกลา วตอบท่ไี ดรบั รางวัลหรือของขวญั
ผไู ดรบั รางวัลหรือของขวัญจะตอ งกลาวขอบคณุ อยางจรงิ ใจ ซงึ่ มีหลักการดังนี้
๑. กลาวปฏิสนั ถาร
๒. กลา วแสดงความรูสึกยนิ ดีที่ไดรบั รางวลั หรอื ของขวัญ
๓. กลาวขอบคุณผทู ่ีมีสว นชวยใหประสบความสําเร็จ
๔. พูดแสดงความรสู ึกกวาของขวญั หรือของรางวลั นนั้ มีความหมายมาก
๕. กลาวขอบคุณ
ถากลา วในฐานะผแู ทนกลมุ จะตองกลาววา ความสาํ เร็จนนั้ เปน ความสาํ เร็จของเพ่ือนรวมงานดวย
การกลาวตอบคาํ อวยพร
มีหลกั การดงั นี้
๑. กลา วปฏิสนั ถาร
๒. กลาวขอบคุณผูท่ีมารว มงาน ตลอดจนมีสวนรวมในการจัดการอยา งจริงจัง
๓. กราบขออภยั ถา มีสิ่งบกพรองในงาน
๔. กลา วอวยพรตอบ
13
การกลา วคําไวอ าลยั
การกลาวคําไวอาลยั เปน การพดู ถึงความงามความดขี องผเู สียชีวติ เปน การใหเกยี รติแกผูเสียชวี ติ
มหี ลักการดังน้ี
๑. กลา วปฏสิ ันถาร
๒. กลา วถึงชีวประวัติของผูเสยี ชวี ิตอยางส้ันๆ
๓. กลาวถึงผลงานของผูเสียชวี ติ และเหตุทท่ี าํ ใหไดรบั ช่อื เสียง มเี กียรติ
๔. สาเหตุท่ีทําใหต อ งเสยี ชีวติ
๕. พดู ถึงความอาลัยของผทู ีย่ ังอยู ดีและมสี ขุ
การกลา วใหโอวาท
การกลาวใหโ อวาท คือการพูดแนะนาํ ตกั เตือน และสัง่ สอน เร่ืองที่ผูพูดมักเก่ียวกบั การศึกษา
ความประพฤติและการปฏบิ ัติตนใหอยใู นศลี ธรรม มีหลักการกลาวดังน้ี
๑. กลา วปฏิสนั ถาร
๒. กลา วถึงโอกาศทใ่ี หโอวาท
๓. เนนถึงหนา ท่ีและความรบั ผดิ ชอบของผูรับโอวาท
๔ ใหขอแนะนํา ตกั เตอื น โดยอธบิ ายประกอบ
๕. กลาวอวยพร
ภาพท่ี ๑.๗ การกลา วใหโอวาท
14
บรรณาณกุ รม
จารุวรรณ พุฑฒบิ ณั บิต และคณะ ภาษาไทย ๑. กรงุ เทพมหานคร: (๒๕๓๕) ,
๒๕๓๗
จุไรรัตน วรรณยงิ่ . คูมือวรรณสานวิจกั ษณ เลนม ๑-๒ กรงุ เทพมหานคร: Science Center,
บ.ป.ป.
เจนจบ ยงิ่ สกลุ . ตามรอยสุนทรภู. พิมพค ร้ังท่ี ๓. กรงุ เทพมหานคร : ตนออ แกรมม่ี, ๒๕๔๐
ชนมสวัสดิ์ ชมพูนุท ม.ร.ว. พระราชประวัติ ๙ รัชกาล และ ๑๕ พระบรมราชินี. กรุงเทพ
มหานคร : เอกศิปการพิมพ, ๒๕๒๔
นติ มิ า พรหมเกษตรินทร, สิริวรรณ ทัพพะรังสี และ องอาจ โอโลม. ภาษาไท ๑.
กรุงเทพมหานคร : แม็ค, ม.ป.ป.
ประจกั ษ ประภาพิทยากร, เปลือ้ ง ณ นคร และภิญโญ ศรีจําลอง. พอภู ครกู วศี รสี ยาม
กรุงเทพมหานคร : โอเดียนสดตร, ม.ป.ป.
พรทิพย แฟงสดุ และคณะ คูมอื ภาษาไทย ฉบับรวม ม, ๔-๕-๖ กรงุ เทพมหานคร : ฟสิกส
เซ็ตเตอร, ม.ป.ป.