โครงงานสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
จัดทำโดย
นางสาวปิยวรรณ ทองโสม นางสาวณัฐณิชา ฉายา นางสาวเนตรนภา ชาญพลกรัง
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖
คุณครูที่ปรึกษา
นางปิยะนุช ทีทา นางสาวชื่นกมล เทินไพร
โรงเรียนเมืองพลพิทยาคม จังหวัดขอนแก่น
สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น
คำนำ
หนังสือเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงงานสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยมีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมา
ของสิิมบ้านวังคูณ โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์และประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความ
รู้เกี่ยวกับสิมบ้านวังคูณในรูปแบบของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ รวมไปถึงการศึกษา
ความพึงพอใจของนักเรียนโรงเรียนเมืองพลพิทยาคมชุมชน และหน่วยงานราชการ
ที่มีต่อสิมบ้านวังคูณ
คณะผู้จัดทำได้เลือกหัวข้อนี้ในการจัดทำโครงงาน เนื่องมาจากคณะผู้จัดทำ
ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ จึงได้มองเห็นถึงปัญหาและแนวทางในการพัฒนาและแก้ไข
รวมไปถึงการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ในท้องถิ่นนี้เพื่อเชิญชวนให้มาศึกษาข้อมูลทาง
ประวัติศาสตร์ของสิมบ้านวังคูณ คณะผู้จัดทำจึงสนใจที่จะจัดทำโครงงานเรื่องนี้ขึ้น
คณะผู้จัดทำขอขอบคุณ คุณครูปิยะนุช ทีทา และคุณครูชื่นกมล เทินไพร ผู้ให้
ความรู้ให้คำปรึกษาในการจัดทำ คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือที่จัดทำขึ้น
เล่มนี้จะให้ความรู้และเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและผู้ที่สนใจเรื่องราวของสิม
หากมีข้อผิดพลาดประการใด ทางคณะผู้จัดทำต้องขออภัยมา ณ โอกาศนี้ค่ะ
คณะผู้จัดทำ
วัตถุประสงค์
๑. เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาของสิมบ้านวังคูณโดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์
๒. เพื่อประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับ สิมบ้านวังคูณ
๓. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนโรงเรียนเมืองพลพิทยาคม ชุมชน
และหน่วยงานราชการที่มีต่อสิมบ้านวังคูณ
ขอบเขตการศึกษา
กลุ่มเป้าหมาย : นักเรียนโรงเรียนเมืองพลพิทยาคม จำนวน ๑๐๐ คน
ชุมชนและหน่วยงานราชการต่างๆ จำนวน ๒๐๐ คน
ตัวแปรที่ทำการศึกษา : •ตัวแปรต้น คือ สื่อวิดีทัศน์ นิทรรศการ ๓ มิติ และหนังสือ
ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น “ตามฮอยสิมอีสานบ้านวังคูณ”
•ตัวแปรตาม คือ กลุ่มเป้าหมายมองเห็นคุณค่าและความสำคัญ
ของมรดกประวัติศาสตร์ท้องถิ่นมากยิ่งขึ้นและความพึงพอใจ
ของกลุ่มเป้าหมายที่มีต่อ สื่อวิดีทัศน์ นิทรรศการ ๓ มิติและ
หนังสือประวัติศาสตร์ท้องถิ่น “ตามฮอยสิมอีสานบ้านวังคูณ”
Timeline “สิมอีสานบ้านวังคูณ”
ได้รับพระราชทาน
วิสุงคามสีมา
ก่อตั้งวัดสระบัวแก้ว
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ
เสด็จทรงประกอบพิธียกยอดผาสาทสิม
Start พ.ศ.๒๔๗๔ พ.ศ.๒๕๔๒ Present
พ.ศ.๒๔๖๐ พ.ศ.๒๕๔๔
พ.ศ.๒๔๗๕
ก่อตั้งสิมหลังนี้ขึ้น ได้รับการอนุรักษ์จากกรมศิลปากรฯ
ความเป็นมาของ “สิมบ้านวังคูณ”
สิม หมายถึง โรงที่พระสงฆ์ทำสังฆกรรมต่างๆ เป็นภาษาพื้นถิ่นในวัฒนธรรมล้านช้าง
และภาคอีสานของประเทศไทย มีความหมายเดียวกับโบสถ์หรืออุโบสถของภาคกลาง
คำว่า "สิม" มาจากคำว่า สีมา สิมมา หรือพัทธสีมา ที่ปรากฏในคำจารึกบนแผ่นหิน
ที่ประกาศเจตนาอุทิศของผู้สร้างปักไว้ด้านหลังสิมมีปรากฏอยู่ทั่วไป ความหมายของคำเหล่านี้
หมายถึง เขตแดนที่กำหนดในการประชุมทำสังฆกรรมอันเป็นกิจของสงฆ์โดยมีแผ่นสีมาหิน
เป็นเครื่องหมายแสดงขอบเขตรอบบริเวณตัวสิม
แต่เดิมสิมประจำหมู่บ้านเป็นสิมน้ำอยู่ที่ด้านใต้ของวัด ต่อมาในสมัยพระครูวิบูลย์
-พัฒนานุยุต (หลวงปู่ผุย) เป็นเจ้าอาวาส ท่านได้สร้างสิมบกหลังนี้ขึ้น โดยนำรูปแบบ
มาจากสิมวัดบ้านยาง ต.บัวมาศ อ.บรบือ จ.มหาสารคาม และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา
เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๕ ประชากรเป็นชาวไท-ลาว ๒ กลุ่มใหญ่ ประชากรกลุ่มแรกอพยพมาจาก
อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด และ อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม
ที่ตั้งของ “สิมบ้านวังคูณ”
หมู่ที่ ๔ บ้านวังคูณ ตำบลหนองเม็ก อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น
รูปแบบของ “สิมบ้านวังคูณ”
สิมบ้านวังคูณเป็นสิมแบบทึบพื้นบ้าน ประยุกต์โดยช่างพื้นบ้าน(รุ่นหลัง) เป็นสิมทึบ
แบบมีเสารับปีกนกและถูกดัดแปลงเฉพาะส่วนหลังคาที่เป็นจั่วชั้นเดียวยื่นออกไปด้านหน้า
ส่วนปีกนกก็ทำยาวตามออกไปล้อมรอบด้านหน้าทั้งหมดทำให้มีพื้นที่ใช้สอยด้านหน้าสิมเพิ่มขึ้น
ลักษณะพิเศษของสิมหลังนี้ คือ ระเบียงแก้ว ซึ่งยกพื้นสูง ๗๐ ซม. บนฐานปัทม์ เป็นสิม
มหาอุดแบบเดียวกับสิมทึบพื้นบ้านของอีสาน มีประตูด้านหน้าประตูเดียว แปลนเป็นรูปสี่เหลี่ยม
ผืนผ้ายาว ๓ ช่วงเสา มีหน้าต่างขนาดเล็กด้านข้างด้านละ ๒ บาน ฐานแอวขันสูง ๑ เมตร
บันไดเป็นการปั้นปูนรูปสิงห์(ตัวมอม) เฝ้าอยู่ ๑ คู่ บานประตูมีอกเลาและทำวงกรอบล่างบนให้
โค้งล้อกันแบบศิลปะพื้นบ้านแท้ๆ ปัจจุบันทางวัดยังให้สิมหลังนี้ทำสังฆกรรมอยู่นับว่าเป็นสิม
สำคัญอีกหลังหนึ่งของอีสาน
เรื่องราวของ ฮูปแต้ม
เรื่องราวฮูปแต้มที่ปรากฏบนฝาผนังภายนอกเป็นเรื่องพระลัก-พระลาม(ฉบับลาว)
และวิถีการดำรงชีพของผู้คนในยุคนั้น เช่น การทำคลอดหมอตำแย พิธีฮดสรง(สรงน้ำ)
โดยมีอักษรธรรมเขียนเล่าเรื่องไว้เป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมเผยแพร่เข้ามาในภาคอีสาน
มีหลายตอนที่ปรากฏ เช่น ตอนกำเนิดยักษ์ทศกัณฐ์ หรือท้าวลุมลู่ ตอนกำเนิดนางสีดา
นางสีดาลอยแพ กำเนิดทรพี ทรพา สุครีพ พะลีจัน เป็นต้น
ส่วนภาพจิตรกรรมที่ปรากฏอยู่บนผนังด้านในสิมนั้น เป็นเรื่องราวพุทธประวัติ
เริ่มตั้งแต่ตอนเจ้าชายสิทธัตถะออกบวชจนถึงปรินิพพานเรื่องราวในพระปฐมสมโพธิกถา
กล่าวถึง นรก สวรรค์ รวมถึงเรื่องราว “สินไซ” หรือ สังข์ศิลป์ชัย อันเป็นวรรณกรรม
ท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงแม้ตัวอักษรประกอบภาพนั้นส่วนใหญ่เป็นตัวอักษรธรรมแต่มีอักษร
ไทยน้อยปะปนอยู่บ้าง บางภาพเป็นอักษรที่น่าจะเขียนขึ้นใหม่ด้วยภาษาที่รับรู้ได้ในปัจจุบัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพการแต่งกายที่ปรากฏในประเพณีพิธีกรรมซึ่งอยู่ที่ผนังด้านนอกตรง
ประตูทางเข้าสิม
ความเชื่อเกี่ยวกับ “สิมบ้านวังคูณ”
ในอดีตสิมถือเป็นพื้นที่สำหรับการประกอบกิจทางสงฆ์เท่านั้น ห้ามสตรีเข้าโดยเด็ดขาด
แต่ในปัจจุบันอาจมีการละเว้นในบางท้องถิ่น อีกทั้งยังมีคติความเชื่อในการสร้างสิม คือห้ามสร้าง
สิมหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ถือว่าไม่เป็นสิริมงคล ส่วนการก่อสร้างสิมต้องไม่ค้ำตอไม้ บ่อน้ำ
ครกข้าว หากมีความจำเป็นต้องสร้างบริเวณนี้ต้องขุดเอาสิ่งเหล่านี้ออกให้หมดจากนั้นทำพิธีสวด
ถอนเพื่อขออนุญาตเจ้าที่เจ้าทางและอัญเชิญท่านไปสถิตยังบริเวณอื่น
ความเชื่อเกี่ยวกับการใช้วัสดุในการก่อสร้างต้องไม่ขัดต่อความเชื่อในท้องถิ่นและในทาง
พระพุทธศาสนา วัสดุสำคัญที่ใช้ในการก่อสร้างส่วนใหญ่จะนิยมใช้เป็นวัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่น
เช่น ยางบง น้ำหนังวัวควาย น้ำเขื๋อ ทราย เป็นต้น
ความเชื่อเกี่ยวกับการตกแต่งมีอยู่ ๒ ประการ คือ ตกแต่งเพื่อความสวยงามและตกแต่ง
เพื่อป้องกันภัยศัตรู เช่นการแกะบานประตูเป็นยักษ์หรือเทวดามีหน้าที่ในการป้องกันอารักขา
ส่วนบันไดทางขึ้นลงคันทวยหรือหน้าจั่วนิยมทำเป็นพญานาคโดยมีความเชื่อว่าเป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์
และปกป้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด
วิธีดำเนินงานโดยวิธีการทางประวัติศาสตร์
ขั้นตอนที่ 1 กำหนดปัญหาและตั้งคำถาม
ขั้นตอนที่ 2 สืบค้นรวบรวมข้อมูล
ขั้นตอนที่ 3 การประเมินข้อมูล
ขั้นตอนที่ 4 การวิเคราะห์ข้อมูล
ขั้นตอนที่ 5 นำเสนอข้อมูล
ขั้นตอนที่ 1 กำหนดปัญหาและตั้งคำถาม
What ➺ เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นในอดีตกับการสร้างสิม
When ➺ สิมบกหลังนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่
Where ➺ สิมอีสานบ้านวังคูณ ตั้งอยู่ที่ไหน
Why ➺ ทำไมต้องเป็นสิมบก
How ➺ สิมบก มีความสำคัญอย่างไร
ขั้นตอนที่ 2 สืบค้นรวบรวมข้อมูล
แบ่งเป็น ๒ ประเภท
หลักฐานชั้นต้นและหลักฐานชั้นรอง
หลักฐานชั้นต้น : หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร
เช่น สิมวัดบ้านวังคูณเป็นหลักฐานทางศิลปกรรมด้านจิตรกรรม
หลักฐานชั้นรอง : หลักฐานที่เป็นไม่ลายลักษณ์อักษร
เช่น คำบอกเล่าของพระครูวิบูลย์ เจ้าอาวาสวัดสระบัวแก้ว
พระครูธรรมาภิสมัย รองเจ้าคณะอำเภอบ้านแฮด
ชาวบ้าน และเว็บไซต์ของกรมศิลปากร เป็นหลักฐานทางด้านภาษา
ขั้น ตอน ที่ ๓ ประ เมิน ข้อ มูล
ผู้ศึกษาได้ไปลงพื้นที่และได้ศึกษาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ
คัดแยกประเภทของข้อมูลและเปรียบเทียบว่าข้อมูลไหนน่าเชื่อถือ
และตรงกันมากที่สุด จึงนำมาสรุปเป็นรูปเล่มโครงงาน
ขั้น ตอน ที่ ๔ วิ เคราะห์ ข้อ มูล
เนื่องจากศึกษาข้อมูลตามขั้นตอนประวัติศาสตร์จึงทําให้ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ผู้ศึกษาจึงนํามา
ประยุกต์และต่อยอดเป็นโครงงาน “ตามฮอยท้องถิ่น สิมอีสานบ้านวังคูณ”
ขั้นตอนที่ ๕ นำเสนอข้อมูล
ผู้ศึกษาได้ข้อมูลข้างต้นแล้วเราจึงนํามาเรียบเรียง
และสรุปเป็นโครงงานเพื่อที่จะนําไปนำเสนอ
ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่สื่อ
โดยนําเสนอ ๓ รูปแบบ คือ
๑. วิดิทัศน์
๒. นิทรรศการ ๓ มิติ
๓. หนังสือประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
“ตามฮอยสิม อีสานบ้านวังคูณ”
ขอเชิญชวนทุกท่าน
“ตามฮอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น สิมอีสานบ้านวังคูณ”
ไปกับพวกเรา ได้ที่ช่องทางด้านล่างนี้เลยค่ะ
ขอขอบคุณทุกท่าน
ที่ให้ความสนใจหนังสือประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเล่มนี้
คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเผยแพร่ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นในครั้งนี้
จะทำให้ท่านมองเห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของมรดกประวัติศาสตร์ท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น