4หนว่ ยการเรยี นรู้ที่
ปฏิกิรยิ าเคมี
ตัวชี้วัด
• อธิบายการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี รวมถึงการจัดเรยี งตวั ใหม่ของอะตอมเมอ่ื เกิดปฏกิ ิริยาเคมี โดยใชแ้ บบจาลองและสมการข้อความ
• อธบิ ายกฎทรงมวล โดยใช้หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์
• วเิ คราะห์ปฏิกริ ิยาดูดความร้อน และปฏกิ ิรยิ าคายความร้อน จากการเปลี่ยนแปลงพลังงานความรอ้ นของปฏิกริ ิยา
• อธบิ ายปฏิกิรยิ าการเกดิ สนมิ ของเหล็ก ปฏกิ ริ ยิ าของกรดกบั โลหะ ปฏิกิรยิ าของกรดกบั เบส และปฏิกิรยิ าของเบสกับโลหะ โดยใชห้ ลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ และอธิบายปฏิกิรยิ า
การเผาไหม้ การเกิดฝนกรด การสงั เคราะห์ดว้ ยแสง โดยใชส้ ารสนเทศ รวมทง้ั เขยี นสมการข้อความแสดงปฏิกิริยาดังกล่าว
• ระบปุ ระโยชนแ์ ละโทษของปฏกิ ิริยาเคมีทมี่ ตี ่อส่งิ มชี วี ติ และส่งิ แวดลอ้ ม และยกตัวอย่างวธิ ีปอ้ งกันและแกป้ ญั หาจากปฏกิ ริ ิยาเคมที พี่ บในชีวิตประจาวันจากการสืบคน้ ข้อมลู
• ออกแบบวธิ แี ก้ปญั หาในชีวติ ประจาวนั โดยใช้ความรูเ้ ก่ียวกบั ปฏิกิริยาเคมี โดยบูรณาการวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์
กิจกรรมต่าง ๆ ของมนษุ ย์
เกี่ยวขอ้ งกบั ปฏิกิริยาเคมีอย่างไร
การเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี ปฏกิ ิรยิ าเคมี (chemical reaction) เป็นกระบวนการท่เี กิดจากการเปลีย่ นแปลง
ทางเคมขี องสาร ทาใหเ้ กดิ สารชนดิ ใหมท่ ีม่ สี มบัติเปลย่ี นแปลงไปจากเดิม
การเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี
การเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมสี ามารถเขยี นแทนดว้ ยประโยคสญั ลักษณ์ เรยี กว่า สมการเคมี (chemical equation)
ตัวอย่างเชน่ ปฏกิ ิรยิ าระหวา่ งแกส๊ ไฮโดรเจนกบั แกส๊ ออกซเิ จนได้นา้ เป็นผลติ ภณั ฑ์
สารตั้งต้น สารตง้ั ต้น ผลิตภัณฑ์ เขียนสมการเคมไี ดเ้ ป็น
อะตอมของไฮโดรเจน 2H2 + O2 → H2O
อะตอมของออกซเิ จน วธิ ีสังเกตการ
เกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมี
มวี ิธใี ดบา้ ง
แก๊สไฮโดรเจน แก๊สออกซเิ จน น้า
หลกั การเขียนสมการเคมี
1
เขียนสารตง้ั ตน้ ไวท้ างดา้ นซ้ายมือของสมการ โดยมลี ูกศร → เขยี นไว้ระหว่างสารตั้งต้นกับผลติ ภัณฑ์
หวั ลูกศรช้ีไปยงั ผลิตภัณฑ์ทีไ่ ด้จากปฏิกิริยาเคมี ซงึ่ เขียนไว้ทางด้านขวามอื
2 เขียนสารตงั้ ต้นและผลิตภัณฑ์ด้วยสตู รเคมี และเขยี นสถานะของสารแต่ละชนดิ ด้วยอักษรยอ่ ไว้ดา้ นข้าง ดงั น้ี
สารท่อี ยใู่ นสถานะของแข็ง (solid) เขยี นแทนดว้ ย (s) สารที่อยใู่ นสถานะของเหลว (liquid) เขียนแทนด้วย (l)
สารทอ่ี ยู่ในสถานะแกส๊ (gas) เขียนแทนด้วย (g) และสารทีอ่ ยู่ในรปู ของสารละลาย (aqueous) เขยี นแทนด้วย (aq)
3
ดุลจานวนอะตอมของธาตแุ ต่ละธาตุในสารต้ังต้นและผลิตภณั ฑ์ให้มีจานวนเท่ากัน
โดยนาตวั เลขท่เี หมาะสมเตมิ ดา้ นหนา้ สตู รเคมีในสมการ และนับจานวนอะตอมของธาตุทง้ั 2 ด้านให้มจี านวนเทา่ กนั
ระบบปดิ ผลติ ภัณฑท์ ี่เกิดขน้ึ ในภาชนะเปดิ กบั ภาชนะปดิ แตกต่างกันอยา่ งไร
CH4
ปฏกิ ริ ยิ าในภาชนะปดิ
2O2 CO2 2H2O มวลของสารก่อนเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าจะเทา่ กบั
มวลของสารหลังเกิดปฏิกิริยา
ซึ่งเป็นไปตามกฎทรงมวล
ระบบเปดิ 2H2O CO2 ปฏิกริ ยิ าในภาชนะเปดิ
CH4 2O2
มวลของสารก่อนเกดิ ปฏกิ ิริยาจะไมเ่ ทา่ กบั
มวลของสารหลังเกิดปฏิกิริยา เน่ืองจากแกส๊
ที่เปน็ ผลติ ภณั ฑ์จะออกสู่ภายนอกภาชนะ
ประเภทของปฏิกริ ยิ าเคมี
เพราะเหตุใด ผลติ ภณั ฑ์ของปฏิกริ ยิ าเคมีบางชนิดจงึ มีอณุ หภูมิแตกตา่ งจากสารตง้ั ต้น
การเกิดปฏกิ ิริยาเคมีจะมกี ารเปลี่ยนแปลงพลังงานเกดิ ขึ้นเสมอ
สังเกตไดจ้ ากการเปลย่ี นแปลงอุณหภูมิของสารกอ่ นเกิดปฏิกริ ิยาและหลังเกดิ ปฏิกริ ยิ า
เน่ืองจากมกี ารถ่ายโอนความรอ้ นระหวา่ งระบบกับสิ่งแวดลอ้ ม
ปฏกิ ริ ยิ าดดู ความรอ้ น (endothermic reaction)
ปฏกิ ิรยิ าที่ระบบดดู พลงั งานความรอ้ นเขา้ ไปสลายพันธะมากกวา่ คายพลังงานความรอ้ นออกมาเพ่อื สรา้ งพนั ธะ
สารตงั้ ตน้ มีพลงั งานตา่ กวา่ ผลิตภัณฑ์ ทาใหส้ งิ่ แวดล้อมมอี ณุ หภมู ลิ ดลง
พลงั งานท่ดี ูดเขา้ > พลังงานทีค่ ายออก
พลังงาน
สารตงั้ ต้น ผลติ ภณั ฑ์
การด้าเนินไปของปฏิกิริยา
ปฏกิ ริ ิยาคายความรอ้ น (exothermic reaction)
ปฏกิ ริ ยิ าท่รี ะบบดดู พลงั งานความรอ้ นเขา้ ไปสลายพันธะน้อยกวา่ คายพลังงานความร้อนออกมาเพอ่ื สร้างพนั ธะ
สารตง้ั ต้นมีพลังงานสงู กว่าผลติ ภณั ฑ์ จึงปล่อยพลงั งานความร้อนออกส่สู ิ่งแวดลอ้ ม ทาให้สิ่งแวดลอ้ มมอี ุณหภูมสิ ูงข้นึ
พลังงานท่ีดดู เขา้ < พลงั งานทค่ี ายออก
พลังงาน สารตัง้ ต้น
ผลิตภัณฑ์
การดา้ เนนิ ไปของปฏิกิริยา
ปฏกิ ริ ิยาเคมีในชีวติ ประจา้ วัน
รอบ ๆ ตวั เรามปี ฏิกิริยาเคมหี ลายชนดิ สามารถน้ามาใชป้ ระโยชน์ในชวี ิตประจ้าวนั
ทง้ั ดา้ นอตุ สาหกรรม ด้านเกษตรกรรม และด้านการแพทย์
ในทางกลับกนั ก็สง่ ผลกระทบตอ่ การดา้ รงชวี ติ ของมนษุ ย์และสิง่ แวดล้อม
ปฏิกริ ยิ าเคมีมคี วามสา้ คญั ต่อ
การดา้ รงชวี ติ ของมนษุ ย์
อย่างไร
ชนดิ ของปฏิกิริยาเคมี
1 ปฏกิ ริ ยิ าการเผาไหม้
ปฏิกริ ิยาเคมีระหว่างสารกับ
แก๊สออกซิเจน สารที่เกิด
ปฏกิ ิริยาการเผาไหม้
สว่ นใหญเ่ ป็นสารที่มีธาตุ
คารบ์ อน (C) และไฮโดรเจน (H)
เป็นองค์ประกอบ
2 ปฏิกิริยาการเกดิ สนมิ เหลก็ ปฏิกิรยิ าเคมรี ะหวา่ งเหลก็ นา้ และแกส๊ ออกซเิ จน ไดผ้ ลิตภณั ฑ์เป็นสนมิ ของเหล็ก
4Fe (s) + 3O2 (g) + 3H2O (l) 2Fe2O3·3H2O (s)
เหลก็ แกส๊ ออกซิเจน น้า สนมิ ของเหล็ก
3 ปฏกิ ริ ยิ าของกรดกับโลหะ ปฏกิ ิริยาเคมีระหว่างกรดกับโลหะ ไดผ้ ลิตภัณฑ์เป็นเกลอื ของโลหะและแก๊สไฮโดรเจน
Fe (s) + 2HCl (aq) FeCl2 (aq) + H2 (g)
เหล็ก กรดไฮโดรคลอริก ไอร์ออน (II) คลอไรด์ แกส๊ ไฮโดรเจน
4 ปฏกิ ริ ยิ ากรดกับเบสหรอื ปฏิกริ ิยาสะเทนิ ปฏิกริ ิยาเคมีระหวา่ งกรดกบั เบส ได้ผลติ ภัณฑ์เปน็ เกลือของโลหะและน้า
หรอื อาจไดเ้ พยี งเกลือของโลหะชนิดเดียว
ตัวอย่างเชน่ ปฏกิ ริ ิยาระหว่างกรดซัลฟิวริกกับแคลเซียมไฮดรอกไซด์ ได้ผลิตภัณฑเ์ ป็นแคลเซยี มซัลเฟตและนา้
H2SO4 (aq) + Ca(OH) 2 (aq) CaSO4 (s) + 2H2O (l)
กรดซลั ฟวิ ริก แคลเซียมไฮดรอกไซด์ แคลเซียมซัลเฟต นา้
ปฏิกิรยิ าระหว่างกรดไฮโดรคลอรกิ กับแอมโมเนีย ไดผ้ ลิตภณั ฑเ์ ป็นแอมโมเนียมคลอไรด์
HCl (aq) + NH3 (aq) NH4Cl (s)
กรดไฮโดรคลอรกิ แอมโมเนยี แอมโมเนียมคลอไรด์
5 ปฏกิ ริ ยิ าเบสกบั โลหะบางชนดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมีระหว่างเบสกับโลหะบางชนดิ ได้ผลิตภณั ฑ์เปน็ เกลือของโลหะและแก๊สไฮโดรเจน
Zn (s) + 2NaOH (aq) Na2ZnO2 (s) + H2 (g)
สังกะสี โซเดยี มไฮดรอกไซด์ โซเดียมซงิ คเ์ คต แกส๊ ไฮโดรเจน
6 ปฏิกริ ยิ าของกรดกบั สารประกอบคารบ์ อเนต
ปฏิกริ ยิ าเคมีระหว่างกรดกับสารประกอบคารบ์ อเนต ไดผ้ ลิตภัณฑ์เป็นเกลือของโลหะ แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ และน้า เชน่ ปฏกิ ิรยิ า
ระหวา่ งแคลเซียมคาร์บอเนต หรือหินปูนกับกรดซลั ฟวิ ริก ได้ผลิตภณั ฑเ์ ป็นแคลเซยี มซัลเฟต แกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ และน้า
CaCO3 (s) + H2SO4 (aq) CaSO4 (s) + CO2 (g) + H2O (l)
แคลเซียมคาร์บอเนต กรดซลั ฟิวรกิ แคลเซียมซลั เฟต แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ นา้
7 ปฏกิ ิริยาการเกิดฝนกรด ปฏกิ ริ ยิ าเคมรี ะหว่างน้าฝนกบั ออกไซด์ของไนโตรเจน หรือออกไซด์ของซัลเฟอร์
ทาใหน้ า้ ฝนมีสมบตั ิเป็นกรด
ตวั อย่าง ฝนกรดที่เกดิ จากออกไซด์ของไนโตรเจน เชน่ แกส๊ ไนตริกออกไซด์ (NO) แกส๊ ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2)
แก๊สไนตรัสออกไซด์ (N2O) ทาให้เกิดกรดไนตริก (HNO3)
2NO (g) + O2 (g) 2NO2 (g)
แก๊สไนตริกออกไซด์ แก๊สออกซิเจน แกส๊ ไนโตรเจนไดออกไซด์
3NO2 (g) + H2O (l) 2HNO3 (aq) + NO (g)
แกส๊ ไนโตรเจนไดออกไซด์ นา้ กรดไนตรกิ แกส๊ ไนตริกออกไซด์
ตัวอย่าง ฝนกรดทีเ่ กิดจากออกไซด์ของซลั เฟอร์ เช่น แกส๊ ซัลเฟอรไ์ ดออกไซด์ (SO2) แก๊สซัลเฟอร์ไตรออกไซด์ (SO3)
ทาให้เกดิ กรดซัลฟิวรกิ (H2SO4)
2SO2 (g) + O2 (g) 2SO3 (g)
แก๊สซลั เฟอร์ไดออกไซด์ แกส๊ ออกซิเจน
แก๊สซลั เฟอรไ์ ตรออกไซด์
SO3 (g) + H2O (l) H2SO4 (aq)
แก๊สซัลเฟอร์ไตรออกไซด์ นา้
กรดซัลฟิวรกิ
8 ปฏิกริ ิยาการสังเคราะหด์ ้วยแสงของพชื
ปฏกิ ิริยาเคมรี ะหว่างแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์กับนา้ ได้ผลิตภัณฑเ์ ป็นนา้ ตาลกลโู คสและแก๊สออกซเิ จน
โดยมแี สงช่วยในการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าและมคี ลอโรฟิลล์เปน็ สารสีช่วยดูดกลืนแสง
6CO2 (g) + 6H2O (l) แสง C6H12O6 (aq) + 6O2 (g)
แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ น้า คลอโรฟิลล์ กลโู คส แก๊สออกซิเจน
ประโยชน์และโทษของปฏิกิรยิ าเคมี ประโยชนข์ องปฏกิ ิริยาเคมี
ใชป้ ฏิกริ ยิ าของกรดกบั เบส ใชพ้ ลังงานความรอ้ นจาก ปฏกิ ิรยิ าของกรดกบั สารประกอบ ปฏิกริ ยิ าการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง
โดยการปรับสภาพน้าทงิ้ ปฏกิ ริ ิยาเผาไหมไ้ ปใช้ในการ คารบ์ อเนต ทาให้เกิดหนิ งอกหินย้อย ของพืช จาเปน็ ตอ่ กระบวนการ
ของโรงงานอตุ สาหกรรม หงุ ตม้ อาหาร การทางานของ ซง่ึ เป็นปรากฏการณท์ างธรรมชาติ หายใจของสง่ิ มชี วี ิต และเป็นแหลง่
พลังงานใหก้ ับส่งิ มีชีวติ บนโลก
เคร่อื งยนต์ เครอื่ งจกั ร ท่ีทาใหเ้ กดิ ความงดงาม
รวมทัง้ การผลติ กระแสไฟฟ้า และใช้เปน็ สถานทท่ี อ่ งเท่ียว
ประโยชน์และโทษของปฏกิ ริ ิยาเคมี โทษของปฏกิ ิริยาเคมี
ฝนกรดทาอนั ตรายตอ่ ระบบหายใจและ แก๊สคาร์บอนมอนอกไซดท์ จ่ี ากปฏิกริ ยิ าการ สนมิ เหลก็ ท่จี ากปฏิกริ ยิ าระหว่างโลหะ
เนือ้ เยือ่ ของรา่ งกายของสง่ิ มชี ีวิต รวมทง้ั เผาไหมแ้ บบไมส่ มบูรณ์ เมื่อเขา้ สู่รา่ งกาย น้า และแกส๊ ออกซเิ จน ทาใหว้ สั ดทุ ท่ี าจาก
ทาลายสิ่งปลูกสร้างท่ีมโี ลหะและหนิ ปนู ส่งิ มชี ีวติ จะไปจบั กบั เฮโมโกลบนิ ของเซลลเ์ มด็
เลือดแดง ทาใหป้ ระสทิ ธิภาพในการลาเลยี ง โลหะเกดิ สนมิ และผุกกร่อนงา่ ย
เป็นองคป์ ระกอบ และมคี วามแข็งแรงลดลง ส่งผลใหโ้ ครงสรา้ ง
ออกซิเจนลดลง
ของวสั ดุพงั ทลาย
ประโยชน์และโทษของปฏกิ ิรยิ าเคมี โทษของปฏิกริ ยิ าเคมี
ปรากฏการณ์เรอื นกระจก เนอื่ งจากกจิ กรรมของมนษุ ยเ์ ปน็ สาเหตทุ ี่กอ่ ให้เกิด
แก๊สเรอื นกระจกลอยไปสะสมอยบู่ นชั้นบรรยากาศ ทา้ ให้รังสคี วามรอ้ น
ทส่ี ่องเข้ามายังโลกไมส่ ามารถทะลุผ่านออกไปได้ โลกจงึ มอี ุณหภมู สิ ูงขนึ้
และกอ่ ใหเ้ กดิ ภาวะโลกร้อน
หมอกควันซึง่ เกดิ จากการใช้เชอ้ื เพลงิ ฟอสซลิ ในปรมิ าณมากโดยเฉพาะ
ในเขตอุตสาหกรรมการผลิต ในเมอื ง รวมท้งั ควันจากไฟป่าที่ประกอบด้วย
แก๊สคารค์ ารบ์ อนไดออกไซด์ แกส๊ คารบ์ อนมอนอกไซด์ แก๊สไนโตรเจนไดออกไซด์
แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ฝนุ่ ละอองขนาดเลก็ แกส๊ เหล่าน้ีส่งผลกระทบตอ่
สิ่งมชี วี ิตและสิง่ แวดล้อม
Summary หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 4 ปฏกิ ริ ยิ าเคมี การเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมี
การเปลย่ี นแปลงทางเคมขี องสาร ทา้ ให้เกดิ สารใหม่ที่มีสมบตั เิ ปลย่ี นไปจากเดมิ
สารตง้ั ตน้ ผลิตภัณฑ์
2H2 (g) + O2 (g) 2H2O (l)
การเขียนสมการเคมี กฎทรงมวล
มีหลกั การดงั น้ี “ในปฏิกิริยาเคมใี ดๆ มวลของสาร
สารต้ังต้นอย่ซู ้าย ผลิตภณั ฑ์อยขู่ วา คนั้ ด้วย กอ่ นเกิดปฏิกริ ิยา จะเท่ากับมวลของสาร
เขยี นด้วยสารตัง้ ต้นและผลติ ภณั ฑด์ ้วยสตู รเคมี และระบสุ ถานะของสาร หลังเกิดปฏิกริ ิยา”
ดุลจานวนอะตอมของธาตุแต่ละธาตุของสารตงั้ ตน้ และผลิตภัณฑใ์ หเ้ ท่ากัน
Summary หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 4 ปฏกิ ิรยิ าเคมี ประเภทของปฏกิ ริ ิยาเคมี
ปฏกิ ริ ิยาดูดความร้อน ปฏกิ ิริยาคายความร้อน
พลงั งานที่ดูดเข้า > พลงั งานทค่ี ายออก พลังงานท่ดี ดู เข้า < พลังงานทคี่ ายออก
พ ัลงงาน สารตง้ั ต้น
พ ัลงงาน
ผลิตภัณฑ์ ผลิตภณั ฑ์
การดา้ เนินไปของปฏกิ ริ ิยา
สารตง้ั ตน้
การดา้ เนินไปของปฏิกริ ิยา
Summary หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 ปฏกิ ริ ยิ าเคมี ปฏกิ ริ ิยาเคมีในชวี ติ ประจา้ วนั
ปฏกิ ริ ยิ าเคมี สารตั้งตน้ ผลติ ภณั ฑ์
การเผาไหมแ้ บบสมบรู ณ์ สารประกอบท่มี ี H และ C แกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ +
การเผาไหมแ้ บบไม่สมบูรณ์ + แกส๊ ออกซิเจน (เพยี งพอ) น้า + พลงั งาน
+ สแากร๊สปอรอะกกซอิเบจกทน่ีม(ี ไHม่เแพลียะงพCอ) แกส๊ คารบ์ อนมอนอกไซด์ + นา้ +
พลงั งาน + เขมา่ ควัน
การเกดิ สนิมของเหลก็ เหลก็ + นา้ + แก๊สออกซเิ จน
สนมิ ของเหล็ก
กรดกบั โลหะ กรด + โลหะ เกลือของโลหะ + แกส๊ ไฮโดรเจน
กรดกับเบส กรด +เบส เกลือของโลหะ + น้า
Summary หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 4 ปฏกิ ิรยิ าเคมี ปฏกิ ิริยาเคมใี นชวี ติ ประจา้ วัน
ปฏกิ ริ ิยาเคมี สารต้ังตน้ ผลติ ภัณฑ์
เบสกับโลหะบางชนดิ เบส + โลหะบางชนดิ (Al Zn) เกลือของเบส + แกส๊ ไฮโดรเจน
กรดกับสารประกอบคาร์บอเนต กรด + สารประกกอบคาร์บอเนต เกลือของโลหะ + แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์
+ นา้
การเกดิ ฝนกรด น้าฝน + ออกไซดข์ องไนโตรเจน น้าฝนที่มสี มบตั ิเปน็ กรด
การสังเคราะหด์ ว้ ยแสงของพชื หรอื ออกไซด์ของซัลเฟอร์ (กรดซัลฟวิ ริกหรือกรดไนตรกิ )
แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ + น้า นา้ ตาลกลูโคส + แกส๊ ออกซเิ จน
(มคี ลอโรฟลิ ลด์ ูดกลืนพลังงานแสง)
Summary หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 4 ปฏิกริ ยิ าเคมี ประโยชนแ์ ละโทษของปฏิกิรยิ าเคมี
√ ×ประโยชน์ของปฏิกิริยาเคมี
โทษของปฏิกริ ิยาเคมี
• ปรบั สภาพนา้ ท้ิงโดยปฏิกริ ิยาของกรดกบั เบส ก • เกดิ แก๊สทสี่ ง่ ผลกระทบตอ่ สง่ิ มีชีวิตและสงิ่ แวดลอ้ ม
• สร้างพลงั งานความร้อนโดยปฏกิ ิริยาการเผาไหม้
• สร้างแก๊สออกซิเจนและนา้ ตาลกลโู คสโดยปฏิกริ ิยา เช่น C สง่ ผลต่อการลา้ เลียงแกส๊ ออกซเิ จนของเซลล์
การสังเคราะหด์ ้วยแสง เม็ดเลือดแดง CO2 กอ่ ให้เกดิ ปรากฏการณเ์ รอื น
• ตกตะกอนไอออนของโลหะหนักบางชนดิ กระจก SOX และ NOX กอ่ ให้เกิดฝนกรด
• ท้าลายวสั ดุที่ท้าจากโลหะและหินปูน