แผนการจดั การเรยี นรู้
กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย
รายวิชา โครงงาน รหสั วชิ า ท๓0204
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๓ พากเพียรค้นหา ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5
เร่ือง การเขยี นโครงงาน เวลา 2 คาบ
วนั ที่สอน เดือน กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2564
1. ผลการเรียนรู้
1) ศกึ ษาหลักการสาคัญของโครงงานภาษาไทย
2) บอกกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ได้
3) ลาดบั ข้นั ตอนในการทาโครงงานภาษาไทย
4) เขยี นเคา้ โครงของโครงงานภาษาไทย
5) การนาเสนอโครงงานภาษาไทย
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) อธิบายความหมายและลกั ษณะของโครงงานได้
2) อธิบายความสาคัญของโครงงานได้
3) มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
3. สาระสาคญั
การเขยี นโครงงาน” หมายถึง การส่อื ความหมายซึง่ ต้องเขยี นให้ถูกต้องดว้ ยการใชภ้ าษาให้
ถูกต้อง รู้จกั ประมวลความคิดในการเรยี งลาดับเร่ืองราวใหส้ ัมพนั ธ์กนั และถ่ายทอดเปน็ ภาษาเขยี นท่ีกะทัดรัด
เพือ่ ใหผ้ อู้ ่านเข้าใจไดช้ ดั เจน
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ความรู้
ส่วนประกอบของโครงงาน ลาดับขน้ั ตอนการเขยี นโครงงาน การใช้ถ้อยคา สานวนในการเขียนโครงงาน
การเรยี นรกู้ ระบวนการกลมุ่ วิธีกระบวนการกลุ่ม
4.2 ทกั ษะกระบวนการ
เขียนโครงงาน นาเสนอโครงงาน การสงั เคราะห์ การประเมินค่าการสรปุ ความรู้
4.3 เจตคติ
ซอ่ื สัตยส์ จุ รติ มีวินยั ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ ม่ันในการทางาน รักความเป็นไทย
5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
1) มีความสามารถในการสือ่ สาร
2) มคี วามสามารถในการคดิ
6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1) มีวินัย
2) ใฝเ่ รียนรู้
3) มีความม่นั ใจในการกลา้ แสดงออก
4) รักความเปน็ ไทย
7. คา่ นยิ ม 12 ประการ
1) ใฝห่ าความรหู้ มน่ั ศึกษาเลา่ เรยี นทงั้ ทางตรงและทางอ้อม
2) มศี ลี ธรรม รกั ษาความสัตย์ หวงั ดีตอ่ ผู้อนื่ เผือ่ แผ่และแบ่งปนั
3) คานึงถึงผลประโยชนข์ องส่วนรวมและของชาติมากกวา่ ผลประโยชนข์ องตนเอง
8. ทักษะผู้เรยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R8C)
1) อา่ นออก (3R)
2) เขยี นได้ (3R)
3) มที กั ษะในการคิดวิเคราะห์ ตอบคาถามได้ (8C)
9. บูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (2 เง่ือนไข 3 หลกั การ 4 มติ )ิ
1) นกั เรยี นมคี วามซอื่ สัตย์ในการทางานที่ไดร้ ับมอบหมาย
2) นักเรยี นมคี วามพอใจกับคะแนนของตนเอง
3) นักเรียนพอใจกบั สมาชกิ ในกลุม่ ของตนเอง
10. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชั่วโมงที่ 1
1) ครูผสู้ อนอภปิ รายให้ความร้แู ก่ผู้เรียน ในการเขียนโครงงาน จาเป็นตอ้ งเข้าใจส่วนประกอบ
ตา่ งๆเพ่ือให้การเขยี นโครงงานเปน็ ไปตามลาดับข้นั ตอน มีเหตผุ ลนา่ เช่ือถือ และการเขียนสว่ นประกอบของ
โครงงานครบถว้ น จะช่วยให้การลงมือปฏิบตั ติ ามโครงงานเปน็ ไปโดยรวดเรว็ และสมบูรณ์ ส่วนประกอบของ
โครงงานแบ่งเปน็ 3 สว่ น ดังตอ่ ไปนี้
ส่วนนา หมายถงึ ส่วนทใี่ หข้ ้อมูลเบอื้ งตน้ เกยี่ วกบั โครงงานนัน้ ๆ สว่ นนาของโครงงานมงุ่ ตอบ
คาถามตอ่ ไปน้ี คือ โครงงานนั้นคือโครงงานอะไร เกย่ี วขอ้ งกบั ใคร ใครเปน็ ผเู้ สนอหรอื ดาเนนิ โครงงาน
โครงงานนนั้ มคี วามเป็นมา หรือความสาคัญอยา่ งไร ทาไมจึงจัดโครงงานนน้ั ขึ้นมา และมีวัตถปุ ระสงค์อยา่ งไร
ประกอบด้วย ปก คานา และสารบัญ
สว่ นเนอื้ หา หมายถงึ สว่ นท่ีเป็นสาระสาคัญของโครงงาน ประกอบดว้ ย
(1) หลกั การและเหตผุ ล วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ประโยชน์
(2) วธิ ดี าเนนิ งาน
ภาคผนวกและบรรณานุกรม ซึง่ ได้กลา่ วไว้ในหนว่ ยท่ี 2 ขา้ งตน้ แล้ว
2) ผูเ้ รียนบอกส่วนนา สว่ นเน้อื หา และภาคผนวก-บรรณานุกรมของโครงงาน จากโครงงาน
ตลาดนดั ชมุ ชนหม่บู า้ น…………………..ฯลฯ เป็นตน้
ช่ัวโมงที่ ๒
1) ครูอธิบายและใหผ้ ูเ้ รยี นเขียนโครงงานตามส่วนประกอบของโครงงานตามลาดับขั้นตอน โดย
ใชถ้ ้อยคา สานวนในการเขยี นโครงงานทีถ่ ูกตอ้ ง และใช้สอ่ื ประกอบการเรียนใหส้ ัมพนั ธ์กับจุดประสงคก์ าร
เรียนรู้ ให้ผเู้ รียนเข้าใจไดง้ ่ายขน้ึ เกี่ยวกับ
(1).ส่วนประกอบของโครงงาน
(2).ลาดับข้นั ตอนการเขียนโครงงาน
(3).การใชถ้ ้อยคา สานวนในการเขียนโครงงาน
(4).การเรยี นรกู้ ระบวนการกลุม่
(5).วิธีกระบวนการกลุ่ม
ช่ัวโมงที่ ๓
2) ครูนาภาพข่าวการเปดิ โครงงานตลาดสเี ขยี ว แลว้ ให้ผู้เรียนเขียนโครงงานที่ถูกต้องสมบูรณ์
ตามสว่ นประกอบที่ได้ศึกษาในหนว่ ยการเรยี น โดยใชช้ อื่ โครงงานตลาดสีเขียวตามภาพข่าวข้างลา่ งนี้
ชัว่ โมงที่ ๔
ผู้เรยี นเขียนโครงงานคนละ 1 โครงงานตามความสนใจของผู้เรียนแต่ละคน ตามส่วนประกอบของ
โครงงานใหถ้ ูกต้องสมบรู ณ์
ชวั่ โมงท่ี ๕
1) ครูแนะนาผ้เู ขยี นโครงงานต้องมีความรู้ ความเข้าใจในเรอื่ งการใชถ้ ้อยคา สานวนภาษาเปน็
อย่างดี เพราะโครงงานจะบรรลุเป้าหมาย หรือประสบผลสาเร็จข้ึนอยู่กับการใช้ถ้อยคาภาษาเป็นสาคัญ ถ้าใช้
ถ้อยคาภาษาถูกต้อง ชัดเจน สละสลวย ย่อมสื่อความหมายได้ง่ายและรวดเร็ว ดังนั้นผู้เขียนโครงงานจึงต้อง
ร้จู ักเลือกใชถ้ ้อยคาที่มีลักษณะดงั ตอ่ ไปนี้
-ใช้ภาษาให้ถูกต้อง
-ใช้ภาษาให้กะทดั รดั
-ใช้ภาษาให้ชดั เจน
-ใชภ้ าษาใหเ้ หมาะสม
-ใช้ภาษาใหส้ ุภาพ
2) ผ้เู รยี นยกตวั อยา่ งการใชถ้ ้อยคา สานวนภาษาทถ่ี ูกต้อง
ชว่ั โมงท่ี ๖
1) ครผู ู้สอนการบรรยาย (Lecture) เพ่อื ช่วยใหผ้ ู้เรยี นเกิดการเรยี นร้ตู ามวตั ถปุ ระสงค์ท่ีกาหนด
โดยการพูด บอก เลา่ อธบิ าย ในสิ่งทีต่ ้องการสอนแกผ่ เู้ รยี น ใหผ้ ู้เรยี นซักถามแลว้ ประเมินการเรียนร้ขู อง
ผู้เรียนดว้ ยวธิ ีใดวธิ หี น่งึ ซ่งึ มอี งคป์ ระกอบสาคัญที่ขาดไม่ได้ของวิธีสอน และครูผสู้ อนใชเ้ ทคนิคการอธิบาย
พร้อมการสาธิต และฝึกปฏิบัติ เพ่ือศกึ ษาในเร่อื ง
-ลาดับข้นั ตอนการเขียนโครงงาน
-.การใช้ถอ้ ยคา สานวนในการเขียนโครงงาน
-.การเรยี นรกู้ ระบวนการกลุม่
-.วธิ ีกระบวนการกลุ่ม
ช่ัวโมงท่ี ๗
1) ครอู ธิบายการเรยี นรกู้ ระบวนการกลุ่มเป็นวธิ ีท่จี ะชว่ ยใหส้ มาชิกผเู้ ข้าร่วมโครงงานได้เรยี นรู้
ปฏิกิริยาภายในกลุ่มเพื่อให้รู้จักปรับตัว ทาความเข้าใจ รู้จักศึกษาผู้อื่น ตนเอง และหาหนทางให้ได้ข้อตกลง
ร่วมกนั ลักษณะการเรียนรวู้ ธิ กี ระบวนการกล่มุ จึงเปน็ แนวทางท่สี ามารถนามาปรับใชก้ บั วธิ ีการจดั สมั มนา
2) ผู้เรียนบอกลักษณะของการเรียนรกู้ ระบวนการกลมุ่ ดังนี้
๑. ผเู้ รียนจะมีส่วนรว่ มในกจิ กรรมโครงงานตลอดเวลา โดยมบี ทบาทในการแสดงความ
คิดเห็น คิดค้น วิเคราะห์ ตัดสินใจ แก้ปัญหา รวมท้ังแสวงหาหนทางที่จะค้นพบในส่ิงท่ีต้องการ อันเป็นการ
เรียนรู้ด้วยตนเอง และผลการเรียนรูน้ ้ันจะเกดิ จากตวั ผู้เรยี นโดยตรง
๒. การเรยี นรโู้ ดยวธิ กี ระบวนการกลมุ่ น้ี จะมีมากหรอื นอ้ ยขึ้นอยกู่ ับการแลกเปล่ยี น
ประสบการณข์ องสมาชิกในกลุ่ม
๓. ครทู าหน้าท่เี ป็นเพยี งผู้จดั กิจกรรมใหส้ อดคลอ้ งกับความต้องการของผู้เรยี นและช่วย
ประสานงานใหก้ ารสัมมนาดาเนนิ การไปอย่างราบรื่น จงึ ถือไดว้ ่าครกู ็อยู่ในฐานะของผู้เรียนคนหน่ึง
๔. การเรยี นรู้จะเกิดขึน้ กับผ้เู รียนไดน้ ้ัน คอื ผูเ้ รียนเขา้ ใจในส่ิงท่เี รยี นได้อยา่ งถ่องแท้ดว้ ย
ตนเอง โดยการเรยี นรูน้ น้ั จะมีความสัมพันธก์ ับความต้องการและประสบการณ์ของแตล่ ะกลุ่ม
๕. การเรียนรวู้ ิธีกระบวนการกลุ่มจะเป็นการเรียนรู้ใน 3 ลกั ษณะ คือ
-การเรยี นรเู้ รื่องของตนเอง
-การเรยี นรู้เรอ่ื งของสมาชิกคนอ่นื ๆ ในกลุ่ม
-การเรยี นรู้เร่อื งกระบวนการกลมุ่
ชัว่ โมงท่ี ๘
1) ครอู ธิบายการใช้กระบวนการกลุ่ม 6 ขัน้ ตอน ในแตล่ ะข้นั มิได้แยกออกจากกันโดยเด็ดขาด ใน
การทากิจกรรมแต่ละคร้งั น้ันผเู้ รยี นเองกจ็ ะไมร่ ูส้ กึ ว่าได้มาถงึ ข้ันตอนใดแล้ว เน่ืองจากในแต่ละขั้นตอนจะคอ่ ยเปน็
ค่อยไป
2) ผ้เู รียนบอกข้นั ตอนการเรยี นรู้กระบวนการกลุ่ม ดงั นี้
๑.ขั้นวางแผน กอ่ นที่จะมีการเรียนรโู้ ครงงาน ต้องวางแผนก่อนวา่ จะจัดโครงงาน
ใดใหส้ อดคล้องกบั เนือ้ หาทกี่ าหนดไว้
2.ข้นั ลงมือปฏบิ ตั ิ ผเู้ รยี นจะเปน็ ผู้ใช้โครงงานโดยการเปิดโอกาสให้สมาชิกได้มีสว่ นร่วมใน
กิจกรรมทุกคน
3. ข้ันคน้ พบ ผเู้ รียนต้องร่วมกิจกรรมอยา่ งจริงจัง รวมทัง้ คอยสงั เกตทาความเข้าใจ คิดคน้
เพือ่ คน้ พบสิง่ ทเ่ี รียนรู้ด้วยตนเอง
4. ข้นั วิเคราะห์ เม่อื เกดิ ความเข้าใจในโครงงานเป็นอย่างดีกจ็ ะเกดิ การเรยี นรู้ สามารถนาสงิ่
ที่เรียนรู้ด้วยความเขา้ ใจนั้นไปวิเคราะหด์ ว้ ยตนเอง
5. ขั้นประเมนิ ผล เม่ือไดว้ ิเคราะห์รว่ มกนั แลว้ ก็จะมีการประเมนิ ผล ซึง่ อาจจะประเมนิ ร่วมกนั
เปน็ กลุ่ม หรือผู้เรยี นอาจวเิ คราะหแ์ ละประเมินผลเองไดห้ ลงั จากอภปิ รายเสร็จแล้ว
6.ขน้ั นาไปใช้ เปน็ การนาสิง่ ท่ีได้เรียนรู้และประเมินผลแล้วนาไปปรับปรุงแก้ไข แล้วจงึ นาไป
ประยกุ ตใ์ หเ้ กดิ ประโยชน์ต่อตนเองและสว่ นรวมในขนั้ น้เี ป็นขั้นตอนทยี่ ากต่อการตดิ ตามผล เพราะจะข้ึนกับ
ผเู้ รียนเปน็ สาคัญว่าเมอ่ื ศึกษาโดยกระบวนการกลมุ่ แลว้ ได้นาสงิ่ ทีไ่ ด้รบั จากการเรยี นรู้ไปใชโ้ ดยวธิ ีใด อย่างไร
และได้ผลเช่นใด
ชัว่ โมงที่ ๙
1) ครูถามคาถามหรือกาหนดปญั หาโดยให้ผู้เรียนระดมสมองชว่ ยกันคดิ หาคาตอบแลว้ อธบิ าย
คาตอบใหเ้ พ่อื นทกุ คนในกลุ่มของตนเองเขา้ ใจ
2) ครใู หน้ ักเรยี นทาใบงานที่ ๓ การเขยี นโครงงาน แล้วส่งให้ครตู รวจรายบคุ คล
3) ครใู ชว้ ิธสี มุ่ ผู้เรยี นทกุ กลมุ่ ตอบคาถามและอธิบายใหเ้ พ่ือนฟงั ทง้ั ช้นั เรียน
11. การวดั และประเมนิ ผล
11.1 วิธกี าร
1) สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในการเข้าร่วมกิจกรรม
2) สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม
3) ประเมนิ จากการทาโครงงานและการนาเสนอ
4) ประเมนิ ใบงาน
11.2 เคร่ืองมือ
1) แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรม
2) แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
3) แบบประเมินจากการทาโครงงานและการนาเสนอ
4) แบบประเมนิ ใบงาน
11.3 เกณฑ์
๑) การประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรม
ผา่ นตั้งแต่ ๒ รายการ ถอื ว่า ผ่าน
ผา่ น ๑ รายการ ถอื วา่ ไม่ผา่ น
๒) การประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลมุ่
คะแนน ๙-๑๐ ระดบั ดีมาก
คะแนน ๗-๘ ระดับ ดี
คะแนน ๕-๖ ระดบั พอใช้
คะแนน ๐-๔ ระดับ ควรปรับปรงุ
๓) การประเมินโครงงานและการนาเสนอ
คะแนน ๙-๑๐ ระดบั ดมี าก
คะแนน ๗-๘ ระดบั ดี
คะแนน ๕-๖ ระดับ พอใช้
คะแนน ๐-๔ ระดับ ควรปรบั ปรุง
12. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้ มากทีส่ ดุ ระดบั ความเหมาะสม นอ้ ยทสี่ ดุ
๑) ตวั อยา่ งโครงงาน 5 มาก ปานกลาง นอ้ ย 1
๒) ใบงานที่ ๓ เร่อื ง การเขียนโครงงาน 432
13. บันทึกผลหลังการจัดการเรยี นรู้
การใชแ้ ผนการจดั การเรียนรู้
ผลการเรยี นรู้( KPA )
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ – สมรรถนะสาคัญ-
ทกั ษะผเู้ รยี นในศตวรรษที่ 21 (3R8C)
สาระ/เน้ือหา
กิจกรรม
สื่อการเรียนรู้
การวัดและประเมนิ ผล
- จานวนนักเรียนทงั้ ส้ิน คน เข้าเรยี น จานวน............... คน คดิ เป็นร้อยละ...............
ขาดเรียน จานวน............... คน คดิ เปน็ ร้อยละ...............
- จานวนนักเรยี นผ่านตามจุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวน............... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ...............
- จานวนนักเรยี นไม่ผ่านตามจุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวน............... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ...............
พฤติกรรมของผู้เรียน (เขียนคะแนนโดยอ้างอิงจากแบบประเมินพฤติกรรมนักเรียนรายบุคคล/กลมุ่ )
............................................................................................................................. .........................................
......................................................................................................................................................................
ปัญหาทีเ่ กิดขึ้นในช้ันเรียน
............................................................................................................................. .........................................
............................................................................................................................. .........................................
การแก้ไขปัญหา / ความสาเร็จ
................................................................................................................................................. .....................
............................................................................................................. .........................................................
ลงช่อื
(นายนรายุทธ ลาโพธ์ิ)
ครผู ้สู อน
ความคดิ เหน็
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ
(.........................................................)
รองผอู้ านวยการฝา่ ยวชิ าการ
ความคิดเหน็
................................................................................................................................................ ..............................
.................................................................................................... ..........................................................................
ลงชือ่
(นางนัฐวรรณ ศรที อง)
ผอู้ านวยการสถานศึกษา
ใบงำนท่ี ๓
เรือ่ ง กำรเขยี นโครงงำน
ช่ือ...................................................นามสกุล.................................เลขท่.ี .............ช้นั ................
คำช้ีแจง : ใหน้ ักเรียนเขียนโครงงาน โดยระบใุ นช่องวา่ งที่กาหนดให้
ชือ่ โครงงาน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
หลกั การและเหตผุ ล
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
วัตถุประสงค์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เป้าหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
วิธดี าเนนิ การ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
สถานท/่ี ระยะเวลาดาเนนิ การ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
งบประมาณ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ผลที่คาดวา่ จะไดร้ บั
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
การติดตามและประเมนิ ผล
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หาและอปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ผู้รับผิดชอบโครงงาน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ท่ปี รกึ ษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ...........................................................ผู้อนุมัตโิ ครงงาน
(...................................................................)
ตาแหนง่ ........................................................................
.............../................../.................
แผนการจัดการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
รายวชิ า โครงงาน รหสั วชิ า ท๓0204
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ ๔ ร้อยรัดเนือ้ หาเรื่องราว ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 5
เร่อื ง การสรปุ ผลการดาเนนิ งานและการจัดทารายงาน เวลา ๔ คาบ
วันทส่ี อน เดอื น กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2564
1. ผลการเรียนรู้
1) ศึกษาหลักการสาคญั ของโครงงานภาษาไทย
2) บอกกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรไ์ ด้
3) ลาดบั ขน้ั ตอนในการทาโครงงานภาษาไทย
4) เขยี นเค้าโครงของโครงงานภาษาไทย
5) การนาเสนอโครงงานภาษาไทย
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) อธิบายความหมายและลักษณะของโครงงานได้
2) อธบิ ายความสาคัญของโครงงานได้
3) มีการพัฒนาคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
3. สาระสาคญั
การสรุปผลการดาเนินงาน และการจัดทารายงานเป็นขั้นตอนสุดท้าย หลังจากท่ีผู้เรียนได้ดาเนินงาน
ตามโครงงานเรยี บร้อยแลว้ การสรุปผลการดาเนนิ งานจะช่วยทาให้ทราบว่าผลการดาเนินงานบรรลุ
วตั ถุประสงค์ตามท่ีต้งั ไวห้ รือไม่ ระหวา่ งดาเนินงานพบปัญหาหรืออปุ สรรคอยา่ งไร และมีข้อเสนอแนะสาหรับผู้
ท่ีจะจัดทาโครงงานในแนวทางเดียวกันอย่างไร หลังจากนั้นแล้วผู้เรียนต้องมีการจัดทารายงาน แจกแจง
รายละเอียดการดาเนินงานตามโครงงานตั้งแต่ต้นจนส้ินสุด ซึ่งรูปแบบการจัดทารายงานของโครงงานแต่ละ
ประเภทจะแตกต่างกันออกไปตามความเหมาะสม
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ความรู้
สว่ นประกอบของโครงงาน ลาดบั ขัน้ ตอนการเขยี นโครงงาน การใช้ถ้อยคา สานวนในการเขียนโครงงาน
การเรียนรู้กระบวนการกล่มุ วิธกี ระบวนการกลุ่ม
4.2 ทกั ษะกระบวนการ
เขยี นโครงงาน นาเสนอโครงงาน การสังเคราะห์ การประเมินค่าการสรปุ ความรู้
4.3 เจตคติ
ซอื่ สตั ย์สจุ รติ มวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งม่นั ในการทางาน รักความเปน็ ไทย
5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
1) มีความสามารถในการสื่อสาร
2) มคี วามสามารถในการคิด
6. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1) มีวินยั
2) ใฝเ่ รียนรู้
3) มคี วามมั่นใจในการกลา้ แสดงออก
4) รกั ความเปน็ ไทย
7. คา่ นยิ ม 12 ประการ
1) ใฝ่หาความร้หู ม่ันศึกษาเลา่ เรยี นทัง้ ทางตรงและทางอ้อม
2) มศี ลี ธรรม รักษาความสัตย์ หวงั ดตี อ่ ผู้อ่นื เผื่อแผ่และแบง่ ปัน
3) คานึงถงึ ผลประโยชนข์ องส่วนรวมและของชาติมากกว่าผลประโยชนข์ องตนเอง
8. ทกั ษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R8C)
1) อา่ นออก (3R)
2) เขยี นได้ (3R)
3) มีทักษะในการคิดวเิ คราะห์ ตอบคาถามได้ (8C)
9. บรู ณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง (2 เงื่อนไข 3 หลักการ 4 มิติ)
1) นักเรียนมีความซ่อื สัตย์ในการทางานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย
2) นกั เรยี นมีความพอใจกับคะแนนของตนเอง
3) นกั เรยี นพอใจกับสมาชิกในกลุ่มของตนเอง
10. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชัว่ โมงท่ี 1
1) ครูผู้สอนอภปิ รายรว่ มกับผู้เรียนว่าหลงั จากท่ีผ้เู รยี นไดป้ ฏิบัตติ ามโครงงานเรยี บร้อยแลว้
จะต้องสรปุ ผลการดาเนนิ งานน้ันว่าเป็นอย่างไร บรรลตุ ามวัตถปุ ระสงค์ทีต่ ั้งไว้หรอื ไม่ และขณะท่ดี าเนนิ งานนั้น
ได้ประสบกบั ปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ อย่างไร ตลอดจนข้อเสนอแนะสาหรบั ผ้ทู จี่ ดั ทาโครงงานในลกั ษณะ
เดียวกนั น้ี
2) ผ้เู รยี นสรุปผลการดาเนนิ งานควรประกอบด้วยสง่ิ ตอ่ ไปนี้
ผลการดาเนินงาน เปน็ การสรุปผลหลังจากทไี่ ด้ดาเนินงานตามโครงงานสนิ้ สดุ ลงแล้ว
อาจสรุปออกมาในเชิงคุณภาพ เช่น สามารถผลิตกระเป๋าจากผา้ ญี่ปุ่นไดจ้ านวน 80 ใบ จาหน่ายในราคาใบละ
40 บาท ทาให้มีรายได้ทัง้ สน้ิ 3,200 บาท สามารถผลิตเครอื่ งสีข้าวขนาดเล็ก ทส่ี ามารถสขี า้ วได้ 50 กโิ ลกรัม
ต่อช่วั โมง เป็นตน้
ปญั หาและอุปสรรคท่ีเกดิ ข้นึ ระหว่างการดาเนนิ งานตามโครงงานนน้ั ผเู้ รยี นไดป้ ระสบ
กบั ปัญหาหรอื อุปสรรคอย่างไรบา้ ง พยายามคน้ หาปญั หาหรืออปุ สรรค และสาเหตทุ ี่ทาให้เกดิ เพ่ือจะไดเ้ ป็น
แนวทางในการปฏิบตั คิ ร้งั ต่อไป หรือผูท้ จ่ี ะจดั ทาโครงงานในลักษณะเชน่ เดียวกันจะไดห้ าแนวทางแก้ไขเพื่อ
ไมใ่ หป้ ญั หาหรืออุปสรรคเหลา่ น้ีเกิดข้ึนได้อีก
ข้อเสนอแนะ เป็นการเสนอแนะแนวทางเพื่อจะทาให้การปฏบิ ัติตามโครงงานครั้งต่อไป
สามารถหลกี เล่ียงปญั หาและอปุ สรรคทจ่ี ะเกิดข้นึ อนั ทาให้การดาเนนิ ตามโครงงานสามารถประสบผลสาเร็จได้
งา่ ยข้นึ
ชวั่ โมงที่ ๒
1) ครูผสู้ อนใชเ้ ทคนิคการสอนโดยการอธปิ รายประกอบสอื่ แผ่นใส เพ่ือสื่อความหมายใหผ้ ูเ้ รียน
เข้าใจได้ง่ายยง่ิ ข้นึ ในเรือ่ งที่ศึกษาต่อไปน้ี
(1). การสรปุ ผลการดาเนินงาน
(2). การจดั ทารายงาน
(3).ตัวอยา่ งการจัดทารายงานโครงงานสง่ิ ประดิษฐ์
(4).ตวั อยา่ งการจัดทารายงานโครงงานการจัดทาธุรกจิ และบรกิ าร
(5).ตัวอยา่ งการจัดทารายงานโครงงานทดลองและวจิ ัย
ชว่ั โมงท่ี ๓
ผเู้ รยี นทากจิ กรรมดังนี้
สมมุตวิ า่ นักเรียนจดั ทาโครงงานจดั จาหนา่ ยสนิ ค้าและบริการ โดยผลิตสนิ ค้าแลว้ นาไปจาหนา่ ยบริเวณ
งาน Otop Festival 2009 ระหว่างวนั ท่ี 27 มนี าคม – 5 เมษายน 2552 ณ สนามศุภชลาศัย ให้นักเรยี น
สรุปปญั หาและอุปสรรคทีเ่ กิดข้ึนจากการดาเนนิ งาน (โดยศึกษาจากข้อมูลท่ีเกดิ ขึ้นจรงิ จากส่ือตา่ งๆ ประกอบ
ช่ัวโมงที่ ๔
1) ใหน้ กั เรียนออกแบบปกรายงานการดาเนนิ งานตามโครงงานลงในชอ่ งว่างด้านลา่ ง โดย
คานงึ ถึงความครบถว้ นของข้อมูล ความสวยงาม และความคิดสร้างสรรค์
2) ผู้เรียนสรุปเน้ือหาในการเรยี น ซ่งึ สามารถนาไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ ประจาวันได้
3) ครแู ละผู้เรียนทบทวนบทเรยี น โดยการอธบิ ายซกั ถาม และใหแ้ ต่ละกล่มุ ทากจิ กรรมส่งเสริม
การเรียนรู้ โดยรว่ มมือกนั ทากิจกรรมสง่ ครู
4) สรุปเนอื้ หาในหน่วยการเรยี นอีกคร้ัง โดยวธิ ีถาม–ตอบและซกั ถามข้อสงสัย
11. การวดั และประเมนิ ผล
11.1 วิธกี าร
1) สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้ารว่ มกิจกรรม
2) สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม
3) ประเมินจากการทาโครงงานและการนาเสนอ
11.2 เครอ่ื งมอื
1) แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม
2) แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม
3) แบบประเมนิ จากการทาโครงงานและการนาเสนอ
11.3 เกณฑ์
๑) การประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม
ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถอื ว่า ผา่ น
ผา่ น ๑ รายการ ถือว่า ไมผ่ ่าน
๒) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกล่มุ
คะแนน ๙-๑๐ ระดับ ดมี าก
คะแนน ๗-๘ ระดับ ดี
คะแนน ๕-๖ ระดบั พอใช้
คะแนน ๐-๔ ระดบั ควรปรับปรุง
๓) การประเมินโครงงานและการนาเสนอ
คะแนน ๙-๑๐ ระดับ ดีมาก
คะแนน ๗-๘ ระดับ ดี
คะแนน ๕-๖ ระดบั พอใช้
คะแนน ๐-๔ ระดับ ควรปรับปรงุ
12. สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้ มากที่สดุ ระดับความเหมาะสม น้อยทส่ี ดุ
ตัวอยา่ งโครงงาน 5 มาก ปานกลาง นอ้ ย 1
432
13. บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
การใชแ้ ผนการจัดการเรยี นรู้
ผลการเรยี นรู้( KPA )
คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ – สมรรถนะสาคญั -
ทกั ษะผเู้ รียนในศตวรรษที่ 21 (3R8C)
สาระ/เนอื้ หา
กจิ กรรม
ส่อื การเรียนรู้
การวัดและประเมินผล
- จานวนนักเรียนท้งั สน้ิ คน เข้าเรยี น จานวน............... คน คดิ เปน็ ร้อยละ...............
ขาดเรียน จานวน............... คน คิดเป็นร้อยละ...............
- จานวนนกั เรยี นผ่านตามจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ จานวน............... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ...............
- จานวนนักเรียนไม่ผ่านตามจุดประสงค์การเรียนรู้ จานวน............... คน คิดเป็นร้อยละ...............
พฤติกรรมของผู้เรียน (เขยี นคะแนนโดยอา้ งอิงจากแบบประเมินพฤติกรรมนักเรยี นรายบคุ คล/กลุม่ )
............................................................................................................................. .........................................
............................................................................................................................. .........................................
ปัญหาที่เกิดขึน้ ในชั้นเรยี น
........................................................................................................................................................ ..............
.................................................................................................................... ..................................................
การแก้ไขปัญหา / ความสาเร็จ
............................................................................................................................. .........................................
........................................................................................................................................ ..............................
ลงชือ่
(นายนรายุทธ ลาโพธิ์)
ครูผู้สอน
ความคดิ เหน็
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื
(.........................................................)
รองผอู้ านวยการฝ่ายวชิ าการ
ความคดิ เหน็
................................................................................................................................................ ..............................
.................................................................................................... ..........................................................................
ลงชื่อ
(นางนฐั วรรณ ศรีทอง)
ผ้อู านวยการสถานศกึ ษา
แผนการจดั การเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
รายวชิ า โครงงาน รหัสวชิ า ท๓0204
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี ๔ อภิปรายผลงาน ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 5
เรอ่ื ง การนาเสนอผลงาน เวลา ๓ คาบ
วนั ทีส่ อน เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564
1. ผลการเรยี นรู้
1) ศึกษาหลักการสาคัญของโครงงานภาษาไทย
2) บอกกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรไ์ ด้
3) ลาดับขนั้ ตอนในการทาโครงงานภาษาไทย
4) เขยี นเค้าโครงของโครงงานภาษาไทย
5) การนาเสนอโครงงานภาษาไทย
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) อธบิ ายความหมายและลักษณะของโครงงานได้
2) อธบิ ายความสาคัญของโครงงานได้
3) มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
3. สาระสาคญั
การนาเสนอผลงานเปน็ ขัน้ ตอนทส่ี าคัญของการจัดทาโครงงาน หลงั จากท่ีผ้เู รยี นได้ดาเนนิ งานตาม
โครงงานจนเสรจ็ สนิ้ แล้ว ต้องนาเสนอผลงานนนั้ ใหอ้ าจารย์ผู้สอน เพอ่ื นรว่ มชัน้ เรยี น และผ้ทู ่ีสนใจไดร้ ับรู้ถึงผล
การดาเนินงาน ปัญหาและอุปสรรคทพ่ี บ พร้อมท้ังข้อเสนอแนะสาหรบั เปน็ แนวทางแกผ่ ู้อื่นตอ่ ไป ซง่ึ การ
นาเสนอผลงานจาเป็นอย่างย่ิงทผี่ นู้ าเสนอจะนาเทคนิคการนาเสนอมาใช้เพือ่ การนาเสนอน้ันมีคณุ ภาพ สื่อสาร
ได้ชัดเจน และเปน็ ท่ีประทบั ใจแก่ผ้ฟู ัง
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้
ส่วนประกอบของโครงงาน ลาดบั ขั้นตอนการเขียนโครงงาน การใช้ถ้อยคา สานวนในการเขียนโครงงาน
การเรยี นร้กู ระบวนการกลมุ่ วิธีกระบวนการกลุ่ม
4.2 ทักษะกระบวนการ
เขยี นโครงงาน นาเสนอโครงงาน การสงั เคราะห์ การประเมินคา่ การสรุปความรู้
4.3 เจตคติ
ซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ มวี นิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งมนั่ ในการทางาน รักความเปน็ ไทย
5. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1) มีความสามารถในการส่อื สาร
2) มคี วามสามารถในการคดิ
6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1) มวี ินัย
2) ใฝเ่ รียนรู้
3) มคี วามมัน่ ใจในการกลา้ แสดงออก
4) รกั ความเปน็ ไทย
7. ค่านยิ ม 12 ประการ
1) ใฝ่หาความรหู้ ม่ันศึกษาเล่าเรยี นทงั้ ทางตรงและทางอ้อม
2) มศี ลี ธรรม รกั ษาความสัตย์ หวงั ดตี ่อผูอ้ นื่ เผ่อื แผ่และแบง่ ปนั
3) คานงึ ถงึ ผลประโยชนข์ องส่วนรวมและของชาติมากกวา่ ผลประโยชน์ของตนเอง
8. ทกั ษะผู้เรยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R8C)
1) อ่านออก (3R)
2) เขยี นได้ (3R)
3) มีทักษะในการคิดวิเคราะห์ ตอบคาถามได้ (8C)
9. บูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง (2 เง่ือนไข 3 หลกั การ 4 มิต)ิ
1) นักเรยี นมีความซอ่ื สตั ยใ์ นการทางานท่ไี ดร้ ับมอบหมาย
2) นักเรียนมีความพอใจกบั คะแนนของตนเอง
3) นกั เรยี นพอใจกบั สมาชิกในกลุ่มของตนเอง
10. กิจกรรมการเรียนรู้
ชว่ั โมงท่ี 1
1) ครกู ลา่ วถงึ การนาเสนอผลงานเป็นการแสดงออกถึงผลิตผลของความคิด ความพยายามในการ
ทางาน และเปน็ วิธีทท่ี าให้ผ้อู ่นื ได้รับรู้ เขา้ ใจถึงผลงานน้ัน
2) ผู้เรียนบอกความหมายของการนาเสนอผลงาน หมายถึง การที่ผเู้ รยี นไดน้ ารายละเอียดของ
โครงงานมานาเสนอแก่ผู้ที่เก่ียวข้องได้รับทราบถึงเหตุของการจัดทาโครงงาน วิธีการดาเนินงาน ผลการ
ดาเนินงาน ปัญหาและอุปสรรคท่ีเกิดขึ้น รวมถึงข้อเสนอแนะเพ่ือเป็นแนวทางสาหรับผู้ที่จะจัดทาโครงงาน
ลักษณะเดียวกนั ในโอกาสตอ่ ไป
3) ครใู ชเ้ ทคนคิ การอธบิ ายความหมายของการนาเสนอผลงาน เทคนิคการนาเสนอผลงานและการใช้
ส่ือโสตทัศน์ประกอบการนาเสนอผลงานโครงงาน โดยใช้ส่ือวีดีทัศน์ประกอบเพื่อให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้
เหมอื นสภาพจรงิ ท่ีมปี ระสบการณ์มา
ชว่ั โมงที่ ๒
1) ครูนารปู ภาพการนาเสนอผลงานมาประกอบและใหผ้ เู้ รยี นตอบคาถาม ดงั น้ี
๑.1. นักเรยี นในภาพกาลงั ทากจิ กรรมใด
๑.2. นกั เรยี นในภาพควรจะต้องพูดรายละเอียดเกี่ยวกับเรอ่ื งใดบา้ ง จงอธิบาย
๑.3. การปฏบิ ัตกิ จิ กรรมของนักเรียนในภาพ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อใครบ้าง จงอธิบาย
2) จากการฟงั เพ่อื นในช้ันเรยี น ให้นักเรียนคดั เลือกผทู้ ่สี ามารถรายงานผลการดาเนินงานได้ประทับใจ
นักเรียนที่สุด แล้วนาภาพของนักเรียนผู้นั้นติดลงในกระดาษพร้อมบอกเทคนิคการนาเสนอท่ีเพ่ือนใช้ และ
เหตุผลของความประทบั ใจนน้ั
ช่วั โมงท่ี ๓
1) ครใู ห้นักเรียนทาใบงานท่ี ๔ การนาเสนอผลงาน แล้วนาส่งให้ครตู รวจรายบุคคล
2) ครผู สู้ อนและผเู้ รยี นสรุปความหมายของการนาเสนอผลงาน เทคนิคการนาเสนอผลงาน และการ
ใช้ส่ือโสตทัศน์ประกอบการนาเสนอผลงานโครงงาน พร้อมเสนอแนะการทาโครงงานแต่ละกลุ่มที่ได้จัดทามา
และสมาชกิ ทุกคนแสดงความคิดเห็นร่วมกัน
11. การวดั และประเมินผล
11.1 วิธีการ
1) สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม
2) สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
3) ประเมินจากการทาโครงงานและการนาเสนอ
4) ประเมนิ ใบงาน
11.2 เคร่ืองมอื
1) แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรม
2) แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม
3) แบบประเมนิ จากการทาโครงงานและการนาเสนอ
4) แบบประเมนิ ใบงาน
11.3 เกณฑ์
๑) การประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
ผา่ นตงั้ แต่ ๒ รายการ ถือว่า ผา่ น
ผา่ น ๑ รายการ ถอื ว่า ไมผ่ า่ น
๒) การประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม
คะแนน ๙-๑๐ ระดับ ดีมาก
คะแนน ๗-๘ ระดับ ดี
คะแนน ๕-๖ ระดบั พอใช้
คะแนน ๐-๔ ระดบั ควรปรบั ปรุง
๓) การประเมินใบงาน โครงงานและการนาเสนอ
คะแนน ๙-๑๐ ระดับ ดีมาก
คะแนน ๗-๘ ระดบั ดี
คะแนน ๕-๖ ระดบั พอใช้
คะแนน ๐-๔ ระดับ ควรปรับปรุง
12. ส่ือและแหลง่ การเรยี นรู้
๑) ตัวอยา่ งโครงงาน
๒) ใบงานท่ี ๔ เรือ่ ง การนาเสนอผลงาน
13. บนั ทึกผลหลงั การจดั การเรยี นรู้ มากที่สุด ระดบั ความเหมาะสม นอ้ ยท่สี ดุ
5 มาก ปานกลาง นอ้ ย 1
การใช้แผนการจัดการเรยี นรู้ 432
ผลการเรยี นรู้( KPA )
คุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ – สมรรถนะสาคัญ-
ทักษะผเู้ รียนในศตวรรษที่ 21 (3R8C)
สาระ/เนอ้ื หา
กิจกรรม
ส่ือการเรยี นรู้
การวัดและประเมนิ ผล
- จานวนนักเรยี นท้ังสนิ้ คน เขา้ เรยี น จานวน............... คน คดิ เป็นร้อยละ...............
ขาดเรยี น จานวน............... คน คิดเป็นร้อยละ...............
- จานวนนกั เรยี นผ่านตามจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ จานวน............... คน คิดเปน็ รอ้ ยละ...............
- จานวนนักเรยี นไมผ่ า่ นตามจุดประสงค์การเรียนรู้ จานวน............... คน คิดเป็นร้อยละ...............
พฤติกรรมของผู้เรียน (เขยี นคะแนนโดยอา้ งองิ จากแบบประเมินพฤติกรรมนักเรียนรายบุคคล/กลมุ่ )
............................................................................................................................. .........................................
......................................................................................................................................................................
ปญั หาที่เกดิ ขนึ้ ในช้ันเรียน
........................................................................................................................... ...........................................
............................................................................................................................. .........................................
การแก้ไขปัญหา / ความสาเร็จ
............................................................................................................................................... .......................
........................................................................................................... ...........................................................
ลงช่อื
(นายนรายุทธ ลาโพธ์ิ)
ครผู ู้สอน
ความคิดเห็น
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอื่
(.........................................................)
รองผ้อู านวยการฝา่ ยวชิ าการ
ความคดิ เห็น
................................................................................................................................................ ..............................
.................................................................................................... ..........................................................................
ลงช่ือ
(นางนัฐวรรณ ศรที อง)
ผ้อู านวยการสถานศกึ ษา
ใบงำนที่ ๔
เร่ือง กำรนำเสนอผลงำน
ช่ือ........................................นามสกลุ .................................เลขที่..............ช้ัน................
คำชีแ้ จง : จากการฟังเพื่อนในชัน้ เรยี น ให้นักเรยี นคดั เลอื กผ้ทู ีส่ ามารถรายงานผลการดาเนนิ งานได้ประทับใจ
นักเรียนท่ีสุด แล้วนาภาพของนักเรยี นผนู้ ั้นติดลงในช่องวา่ งดา้ นล่าง พร้อมบอกเทคนิคการนาเสนอที่เพื่อนใช้
และเหตุผลของความประทบั ใจน้ัน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………