The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Settawut Saesueng, 2023-05-31 23:03:42

เครื่องดนตรีไทยประเภทเป่า

ประวัติ

เครื่องดนตรีไทยประเภทเป่า จัดท าโดย นาย ธนพล แซ่จ๊ะ ม.6/2 เลขที่ 3 นาย เสฎฐวุฒิ แซ่ซึ้ง ม.6/2 เลขที่ 5 เสนอ ครูจิรายุ จันทร์เพ็ง


ปี่กลาง ประวัติ ปี่ชนิดหนึ่งที่ใช้ในวงปี่พาทย์ มีขนาดเล็กกว่าปี่ใน แต่ใหญ่กว่าปี่ นอก บรรเลงประกอบการแสดงหนังใหญ่ มีขนาดกลาง ยาวประมาณ ๓๗ ซม. กว้างประมาณ ๔ ซม. ส าหรับเล่นประกอบการแสดงหนังใหญ่ มีส าเนียงเสียงอยู่ ระหว่างปี่นอกกับปี่ใน เสียงของปี่กลางจะ ไม่แหลมหรือว่าต ่า เกินไปแต่จะอยู่ในระดับปานกลาง


แคน ประวัติ แคน เป็นเครื่องดนตรีพื้นเมืองชนิดหนึ่งของประเทศลาวและภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ในประเทศไทย และถือเป็นสัญลักษณ์ประจ า กลุ่มชาติพันธุ์ลาวอีกด้วย เครื่องดนตรีชนิดนี้จะใช้ไม้ซางขนาดต่าง ๆ ประกอบกันเข้าเป็นตัวแคน แคนเป็นเครื่องเป่ามีลิ้นโลหะ เสียงเกิดจากลม ผ่านลิ้นโลหะไปตามล าไม้ที่เป็นลูกแคน การเป่าแคนต้องใช้ทั้งเป่าลมเข้าและดูด ลมออกด้วย จึงเป่ายากพอสมควรและแคนมีหลายขนาด ถือเป็นเครื่อง ดนตรีชนิดหนึ่งที่ให้เสียงไพเราะ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สร้างเสียงประสาน ได้ในตัวเอง บ่งบอกถึงวิถีชีวิตของชาวพื้นเมืองบริเวณลุ่มแม่น ้าโขงได้เป็น อย่างดี ใครเป็นผู้คิดประดิษฐ์เครื่องดนตรีที่เรียกว่า "แคน" เป็น คนแรก และท าไมจึงเรียกว่า "แคน"


ขลุ่ยหลิบ ประวัติ ขลุ่ยหลิบ หรือ ขลุ่ยหลีก เป็นขลุ่ยที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาขลุ่ย ไทยมีความยาวประมาณ 25 เซนติเมตร มีเสียงสูงกว่าขลุ่ย เพียงออเป็นคู่สี่ คือปิดหมดทุกนิ้วเป่าเป็นเสียงฟา นิยมใช้เป่าในวง มโหรีเครื่องคู่ เครื่องใหญ่ และวงเครื่องสายคู่ โดยเป็นเครื่องน าใน วงเช่นเดียวกับระนาด หรือซอด้วง นอกจากนี้ยังใช้ในวงเครื่องสาย ปี่ชวา โดยบรรเลงเป็นพวกหลังเช่นเดียวกับซออู้


โหวด ประวัติ โหวดเป็นเครื่องดนตรีของชาวอีสาน เดิมโหวดเป็นของ เล่นของเด็กเลี้ยงควายชาวภาคอีสานทั่วๆนิยมน าไปแกว่ง เล่นเหมือน “สนู“ ใช้เล่นในช่วงปลายฤดูฝนก่อนเก็บ เกี่ยวข้าวนาปีของเล่นชนิดหนึ่งของชาวอีสาน ต่อมา โหวดได้ดัดแปลงมาเป็นเครื่องดนตรีพื้นเมืองอีสาน


แตรงอน ประวัติ เข้าใจว่าได้แบบอย่างจากอินเดีย เนื่องจากอินเดียมีแตรรูปแบบ เดียวกันนี้ใช้อยู่ และมีชื่อซึ่งแปลความหมายว่าเขาสัตว์ ซึ่งเดิม คงท าจากเขาสัตว์ แตรงอนของไทยที่ใช้ในงานพระราชพิธีของ ไทย ท าด้วยโลหะชุบเงิน ท าเป็นสองท่อนสวมต่อกัน ท่อนแรก เป็นหลอดโค้งเรียวยาว ส าหรับเป่าลมปากตรงที่เป่าท าให้บาน รับกับริมฝีปาก เรียกว่า "ก าพวด" ท่อนปลายเป็นล าโพง มี เส้นเชือกริบบิ้นผูกโยง ท่อนเป่ากับท่อนล าโพงไว้ด้วยกัน


แตรฝรั่ง ประวัติ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "แตรล าโพง" มีลักษณะ ปาก บานคล้ายดอกล าโพง ในกฎมณเฑียรบาล เรียกว่า "แตรลางโพง" ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้ าจุฬาโลกมหาราช เรียกว่า "แตร วิลันดา"


Click to View FlipBook Version