The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จัดการความรู้เรื่องการตรวจสอบและซ่อมบำรุงถนนลาดยาง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Winitra Wasprasong, 2024-03-24 12:26:25

จัดการความรู้เรื่องการตรวจสอบและซ่อมบำรุงถนนลาดยาง

จัดการความรู้เรื่องการตรวจสอบและซ่อมบำรุงถนนลาดยาง

แบบบันทึกองค์ความรู้รายบุคคล ๑. ชื่อองค์ความรู้ การตรวจสอบและซ่อมบำรุงถนนลาดยาง ๒. ชื่อเจ้าของความรู้ นางสาววินิทรา วาสประสงค์ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนสระบุรี ๓. ที่มาและเป้าหมายของการจัดการความรู้ เนื่องด้วยถนนที่เปิดการใช้งานแล้ว จำเป็นต้องมีการดูแลรักษาให้มีสภาพดีอยู่เสมอ ถ้ามีร่องรอยการ ชำรุดเสียหายหรือเป็นหลุมเป็นบ่อ ทั้งบริเวณผิวทางและไหล่ทาง ควรรีบดำเนินการซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดี ดังเดิม เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายลุกลามต่อไปอีก ดังนั้นควรศึกษาความเสียหายต่อผิวถนนลาดยาง เก็บรวม รวมข้อมูล บันทึกข้อมูลความเสียหายแล้วพิจารณาว่าสมควรทำการซ่อมแซมโดยเร่งด่วนหรือรวบรวมข้อมูล เพื่อใช้ในการแยกประเภทการบำรุงรักษาถนน และทำการบำรุงรักษา แก้ไขซ่อมแซมได้ทันท้วงทีเพื่อที่ให้ บุคคลทั่วไป หน่วยงานต่างๆ ทราบถึงความเสียหายและการซ่อมบำรุงของถนนลาดยางในเบื้องต้น ทางผู้จัดทำ จึงเห็นควรดำเนินการจัดหาความรู้เกี่ยวกับการตรวจสอบและซ่อมบำรุงถนนลาดยางเบื้องต้น ซึ่งจะเป็น ประโยชน์อย่างมากต่อบุคคล และหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องการตรวจสอบเบื้องต้นและนำไปสู่การตรวจสอบ โครงสร้างและดำเนินการแก้ไขโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ๔. วิธีการ/ขั้นตอนการจัดการความรู้ ถนนที่เปิดการใช้งานแล้ว จำเป็นต้องมีการดูแลรักษาให้มีสภาพดีอยู่เสมอ ถ้ามีร่องรอยการชำรุด เสียหายหรือเป็นหลุมเป็นบ่อ ทั้งบริเวณผิวทางและไหล่ทาง ควรรีบดำเนินการซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดีดังเดิม เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายลุกลามต่อไปอีก ความเสียหายของผิวทางแยกเป็น ๒ ประเภท ความเสียหายในด้านการใช้งาน (Functional Failure) เช่น ผิวถนนเป็นคลื่นขรุขระ ความเสียหายด้านโครงสร้าง (Structure Failure) เช่น ผิวถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ สาเหตุการชำรุดมีหลายประการ เช่น บกพร่องในการก่อสร้าง วัสดุคุณภาพไม่เหมาะสม บด อัดไม่ได้ความแน่นตามมาตรฐาน ส่วนผสมคอนกรีตหรือแอสฟัลต์ที่ใช้ทำผิวทางไม่เหมาะสม ยานพาหนะมี น้ำหนักบรรทุกเกินกว่าถนนที่ออกแบบไว้จะรับน้ำหนักได้ ดินคันทางอ่อนมาก เพื่อให้การบริหารจัดการ บำรุงรักษาถนนที่มีอยู่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงควรมีการศึกษาและกำหนดวิธีการบำรุงรักษา ดังนี้


รอยแตกแบบหนังจระเข้หรือรอยแตกจากความล้า สาเหตุดินคันทาง พื้นทางอ่อนตัว บดอัดไม่ดี ผิวทางล้าเนื่องจากมีน้ำหนักสูงมาก ออกแบบโครงสร้าง ความหนาชั้นทางไม่เพียงพอ วัสดุชั้นทางไม่ได้คุณภาพ วิธีการซ่อม ขุดซ่อม (Deep Patch) รอยแตก (Cracking) รอยแตกจากการหดตัว สาเหตุ เกิดจากการขยายตัวหรือการหดตัวของวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีต เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ หรือวัสดุแอสฟัลต์ไม่ได้คุณภาพ จนเกิดการหดตัวของชั้นพื้นทางและรองพื้นทาง วิธีการซ่อม ปะซ่อมผิวทาง (Skin Patching), ปรับระดับผิวทาง (Leveling) การศึกษาความเสียหายต่อผิวถนนลาดยาง การชำรุดของถนนลาดยางอาจเกิดจาก การล้าของผิวถนน การทรุดตัวในชั้นดินคันทาง พื้นทางหรือผิวทาง เกิดแรงเฉือนสูงเกินความสามารถของโครงสร้างทาง สังเกตได้จากรอยยุบและการทะลักของดินใน บริเวณใกล้เคียง ก่อนทำการซ่อมแซมจะต้องพิจารณาให้ละเอียด ลักษณะความเสียหายของถนนลาดยาง ๑


รอยแตกแบบเลื่อนไถล สาเหตุ เกิดจากวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมและการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน มีการ ปนเปื้อนของสิ่งสกปรกระหว่างชั้นทาง โครงสร้างรับน้ำหนักเกินขีดจำกัด วิธีการซ่อม ปะซ่อมผิวทาง (Skin Patching), ขุดซ่อม (Deep Patch) รอยแตกขอบผิวทางและตามยาว สาเหตุ เกิดจากการเลื่อนไหลของดินข้างทาง หรือทรายถมคันทางไหลออกมาจากโครงสร้างทาง หรือความ มั่นคงของทางลาดไม่เพียงพอ วิธีการซ่อม อุดรอยแตก, การฉาบผิว, การปะซ่อม


ยุบตัวเป็นแอ่ง สาเหตุ เกิดจากโครงสร้างทางได้รับน้ำหนักบรรทุกมากกระทำซ้ำๆ เกิดเป็นความล้าและเสื่อมสภาพส่งผล ให้โครงสร้างไม่สามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้ หรือพื้นที่ทางบริเวณนั้นได้รับการบดอัดไม่เพียงพอ วิธีการซ่อม ขุดซ่อม (Deep Patch) เปลี่ยนรูปร่าง (Distortion) ร่องล้อ สาเหตุ เกิดจากการทรุดตัวของดินฐานรากใต้โครงสร้าง เนื่องจากพื้นดินเดิมเป็นดินอ่อนและเกิดการอัดตัว คายน้ำ หรือเกิดจากชั้นโครงสร้างไม่แข็งแรง วิธีการซ่อม ปะซ่อม, ขุดซ่อม, การฉาบผิว, การปรับระดับผิวทาง


ลอนคลื่นและรอยย่น สาเหตุ เกิดจากการเคลื่อนตัวของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต เนื่องจากการเบรกหรือการออกตัวของ ยานพาหนะที่มีน้ำหนักบรรทุกสูง วิธีการซ่อม ขุดซ่อม, การปรับระดับผิวทาง บวมตัว สาเหตุ เกิดจากความชื้นของน้ำในโครงสร้างทาง ทำให้เกิดการยุบตัว บวมตัวและขยายตัวของชั้นโครงสร้าง ทางและผิวทาง วิธีการซ่อม ขุดซ่อม


หลุมบ่อ สาเหตุพัฒนาจากรอยแตกร้าวในลักษณะต่างๆ หรือผิวทางมีความหนาไม่เหมาะสมต่อการใช้งาน วิธีการซ่อม ปะซ่อม, ขุดซ่อม หลุดร่อน (Disintegration) พัฒนาจากรอยแตกร้าวหรือการขัดสีของยานพาหนะ สึกกร่อน สาเหตุ เกิดจากการหลุดร่อนของมวลรวมในผิวลาดยาง จนผิวขางขรุขระไม่เรียบ วิธีการซ่อม ปะซ่อม, ขุดซ่อม


(ที่มา : กลุ่มพัฒนาบุคลากร สำนักฝึกอบรม. ๒๕๖๔. การซ่อมบำรุงปกติผิวทางลูกรัง ลาดยาง และคอนกรีต. สืบค้นเมื่อ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๖. จากเว็บไซต์https://pubhtml5.com/uegv/joel/basic/51-100) ผิวทางเยิ้ม สาเหตุ เกิดจากส่วนผสมของยางผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตขณะก่อสร้างมากเกินไป หรือการใช้แอสฟัลต์ เกรดอ่อนเกินไป จนทำให้ยางไหลเยิ้มบนผิวทางในบริเวณสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูง วิธีการซ่อม ฉาบผิวทางใหม่ ผิวทางเปลี่ยนคุณสมบัติ (Surface Defect) ผิวทางถูกขัดสี สาเหตุ เกิดจากการขัดสีของผิวทางและยานพาหนะจนผิวทางเกิดการสึกกร่อนเป็นมันเงา และลื่น วิธีการซ่อม ฉาบผิวทางใหม่


การเก็บข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูลจากการตรวจหรือได้รับแจ้งถึงความเสียหายของผิวถนน ทางเดินและทางเท้าแล้ว ให้ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการบันทึกข้อมูลความเสียหาย แล้วพิจารณาว่าสมควรทำการซ่อมแซมโดยเร่งด่วน หรือรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ในการแยกประเภทการบำรุงรักษาถนน การแยกประเภทการบำรุงรักษา งานบำรุงรักษาปกติ = ทำเป็นประจำตลอดเวลา เพื่อไม่ให้เกิดการลุกลามเพิ่มขึ้น เช่น งานซ่อมแซมรอยแตกต่างๆ งานบำรุงรักษาตามกำหนดเวลา = บำรุงรักษาตามช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อเป็นการต่ออายุ เช่น งานฉาบผิวแอสฟัลต์ งานบำรุงพิเศษ = เสริมแต่งป้องกันถนนที่ชำรุดเกินกว่างานซ่อมบำรุงปกติแต่ ไม่แข็งแรงเท่าตอนก่อสร้าง เช่น งานปรับระดับผิวถนนโดยการซ่อมแซมผิวแอสฟัลต์ งานบำรุงฉุกเฉิน = งานซ่อมบำรุงถนนที่ชำรุดเสียหายมาก เช่น การซ่อมแซมถนนที่เสียหายอันเกิดจากอุทกภัย การดำเนินการซ่อมแซมผิวถนนลาดยาง (งานบำรุงรักษาปกติ) การซ่อมที่เกิดจากความเสียหายในลักษณะรอยแตกร้าว ที่ไม่ต่อเนื่องกันเป็นตะแกรง แตกตามยาว ตามขวาง ตามขอบผิวทาง โดยการใช้ยางแอสฟัสต์ผสมมวลละเอียดอุดรอยแตก ป้องกันไม่ให้น้ำซึมผ่านรอยแตก ขั้นตอนการดำเนินการ ๑. เตรียมพื้นที่โดยการเป่าลมไล่เศษวัสดุในรอยแตก ๒. กว้างน้อยกว่า ๕ มม. ใช้ยางแอสฟัลท์อุดรอย กว้างมากกว่า ๕ มม. ใช้มวลละเอียดอุดหรืออุดแล้วปิดทับด้วยแอสฟัลท์ผสมมวลละเอียด ๓. สาดหินหรือทรายปิดทับ หลังอุดรอยแตกทันที การอุดรอยแตก (Crack Sealing) ๒ ๓ ๔ เป็นรูปแบบการซ่อมชั่วคราว


การซ่อมแซมผิวทางที่เสียหายในลักษณะหลุดร่อน ร่องล้อ ที่ไม่มาก โดยพ่นแอสฟัลต์ลงบนผิวทาง ตามด้วย โรยและเกลี่ยวัสดุหินย่อยปิดทับ ให้ได้ระดับ ป้องกันไม่ให้น้ำซึมผ่าน ขั้นตอนการดำเนินการ ๑. กำหนดขอบเขตให้ครอบคลุมเป็นรูปสี่เหลี่ยม ๒. เป่าลมไล่เศษหิน คราบดิน ๓. พ่นหรือราดแอสฟัลท์ลงบนพื้นที่กำหนดไว้ ๔. โรยหินหรือกรวด ๕. บดทับด้วยรถบดล้อยาง ๖. ทำความสะอาดพื้นที่ การซ่อมผิวทางแบบชิพซีล (Chip Seal) การซ่อมถนนลาดยางที่ลักษณะผิวทางเยิ้ม ถูกขัดมัน ผิวทางเดิมหลุด โดยการใช้ยางแอสฟัสต์อิมัลชันผสม หินฝุ่นฉาบปิดทับ ให้มีความฝืดเพิ่มขึ้น ป้องกันไม่ให้น้ำซึมผ่าน ขั้นตอนการดำเนินการ ๑. กำหนดขอบเขตให้ครอบคลุมเป็นรูปสี่เหลี่ยม ๒. เป่าลมไล่เศษหิน คราบดิน ๓. ผสมยางแอสฟัสต์อิมัลชันกับหินฝุ่น ๔. ฉาบด้วยเครื่องฉาบ ๕. ทำความสะอาดพื้นที่ การฉาบผิวทางแบบสเลอรี่ซีล (Slurry Seal) ไม่นิยมใช้งานซ่อมบำรุงปกติในปัจจุบัน การซ่อมถนนลาดยางที่ลักษณะผิวทางหลุดร่อน ร่องล้อ ยุบตัว ในบริเวณที่มีความเสียหายมากและต่อเนื่อง โดยการเสริมวัสดุแอสฟัลต์บนผิวทางเดิม ขั้นตอนการดำเนินการ ๑. กำหนดขอบเขตให้ครอบคลุมเป็นรูปสี่เหลี่ยม ๒. เป่าลมไล่เศษหิน คราบดิน ๓. ผสมยางแอสฟัสต์กับวัสดุผสมเย็นที่ทำความสะอาดแล้ว ๔. พ่นยาง Tack Coat ให้คลุมพื้นที่เสียหาย ๕. บดทับด้วยรถบดล้อยาง/ล้อเหล็ก ๖. ทำความสะอาดพื้นที่ การปรับระดับผิวทาง (Leveling)


(ที่มา : กลุ่มพัฒนาบุคลากร สำนักฝึกอบรม. ๒๕๖๔. การซ่อมบำรุงปกติผิวทางลูกรัง ลาดยาง และคอนกรีต. สืบค้นเมื่อ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๖. จากเว็บไซต์https://pubhtml5.com/uegv/joel/basic/51-100) การซ่อมแซมเฉพาะผิวทางที่เสื่อมสภาพหรือเสียหายในลักษณะต่างๆ โดยขุดรื้อวัสดุผิวทางเดิมออกและปู ด้วยวัสดุใหม่ ป้องกันไม่ให้น้ำซึมผ่าน ขั้นตอนการดำเนินการ ๑. กำหนดขอบเขตให้ครอบคลุมเป็นรูปสี่เหลี่ยม ๒. ใช้เครื่องตัดตามแนวขอบเขต ๓. ใช้เครื่องสกัด รื้อผิวทางเดิม ๔. ทำความสะอาดด้วยเครื่องเป่าลม ๕. ถ้าชั้น Prime Coat ยังมีสภาพดี สามารภพ่นยาง Tack Coat ให้คลุมพื้นที่เสียหายใน อัตราส่วน ๐.๑ – ๐.๓ ลิตร/ตร.ม. ๖. ปูวัสดุผสมเสร็จและเกลี่ยปรับระดับ ๗. บดทับผิวทางด้วยรถบดล้อยาง/ล้อเหล็ก ๘. ทำความสะอาดพื้นที่ การปะซ่อมผิวทาง (Skin Patching) การซ่อมแซมโครงสร้างชั้นทางที่เสื่อมสภาพหรือเสียหายในลักษณะต่างๆ โดยขุดรื้อวัสดุผิวทางเดิมออก และทดแทนด้วยวัสดุใหม่ เพื่อแก้ไขชั้นโครงสร้างที่ไม่แข็งแรง ไม่ให้ความเสียหายลุกลามเพิ่ม และคืนสภาพชั้น โครงสร้างและผิวทางให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ ขั้นตอนการดำเนินการ ๑. กำหนดขอบเขตให้ครอบคลุมเป็นรูปสี่เหลี่ยม ๒. ใช้เครื่องตัดตามแนวขอบเขต ๓. ใช้เครื่องสกัด รื้อผิวทางเดิม ๔. บดทับชั้นโครงสร้างเดิมให้แน่น ๕. พ่นยาง Prime Coat ให้คลุมพื้นที่เสียหายใน อัตราส่วน ๐.๘ – ๑.๒ ลิตร/ตร.ม. ๖. ปูวัสดุผสมเสร็จและเกลี่ยปรับระดับ ๗. บดทับผิวทางด้วยรถบดล้อยาง/ล้อเหล็ก ๘. ทำความสะอาดพื้นที่ การขุดซ่อมผิวทาง (Skin Patching)


๕. ผลลัพธ์ที่ได้จากการจัดการความรู้ ๕.๑ เทคนิคการสังเกตและวิเคราะห์ความเสียหายที่เกิดบนผิวทางเบื้องต้น - เทคนิคการสังเกต เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุของความเสียหายนั้น และดำเนินการแก้ไข ซ่อมแซมในเบื้องต้น เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายลุกลามเป็นวงกว้าง ด้วยข้อมูลตามหัวข้อที่ ๔. สามารถประเมินหาสาเหตุของความเสียหายของผิวทางและ บำรุงรักษาได้เบื้องต้น ความเสียหายบางรูปแบบสามารถซ่อมแซมเองได้เมื่อรู้ถึงสาเหตุและขั้นตอนการ ซ่อมแซม โดยส่วนใหญ่ความเสียหายบนผิวทางในระดับเริ่มต้น เมื่อมีน้ำซึมผ่านรอยแตกนั้น อาจนำพาไปสู่ ความเสียหายในชั้นโครงสร้างผิวทาง นำไปสู่การซ่อมแซมที่ระดับใหญ่ขึ้น ๕.๒ ข้อพึงระวัง ควรวิเคราะห์ความเสียหาย แล้วพิจารณาว่าสมควรทำการซ่อมแซมโดยเร่งด่วน หรือรวบรวม ข้อมูลเพื่อใช้ในการแยกประเภทการบำรุงรักษาถนน ก่อนทำการซ่อมแซมจะต้องพิจารณาให้ละเอียด ๕.๓ ปัจจัยแห่งความสำเร็จ การสังเกตและวิเคราะห์ความเสียหายที่เกิดบนผิวทางเบื้องต้น นำไปสู่การแก้ไขและบำรุง ซ่อมแซมได้ถูกวิธี ๕.๔ ปัญหาและวิธีการแก้ไข บุคคลทั่วไปที่ไม่มีความรู้พื้นฐานทางด้านผิวทางถนนลาดยาง สาเหตุและวิธีซ่อมบำรุง จึงมัก ละเลยความเสียหายที่เกิดกับผิวทางถนนลาดยาง ให้ความรู้และจัดทำคู่มือการจัดความรู้ เรื่องการตรวจสอบและซ่อมบำรุงถนนลาดยาง ๕.๕ ผลลัพธ์จากการแก้ปัญหาและการพัฒนาเรื่องนั้น ได้รับความรู้เกี่ยวกับผิวทางลาดยาง สามารถแก้ไข ซ่อมแซมเบื้องต้นได้


Click to View FlipBook Version