การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง แรงเสียดทาน โดยการสอนด้วยสื่อโปรแกรม Power Point นางสาวกนกพร จันมา ตำแหน่ง ครู กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบ้านว่านบ้านด่าน อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต ๑ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ชื่อเรื่อง : การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เรื่องแรงเสียดทาน โดยการสอนด้วยสื่อโปรแกรม Power Point ชื่อผู้วิจัย : นางสาวกนกพร จันมา กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา การเรียนการสอนเป็นกระบวนการเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอย่างมีคุณภาพทั้งในด้าน ความรู้ ทักษะและสมรรถภาพสมองในด้านต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะวัดและประเมินผลจากคะแนนสอบ หรือคะแนนที่ได้ จากงานที่ครูได้มอบหมายหรือทั้งสองอย่าง ดังนั้นครูผู้สอนเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการจัดกระบวนการเรียนการ สอน และอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน แต่อย่างไรก็ตามผู้ที่มีบทบาท สำคัญที่สุดในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนนั้น คือ ตัวผู้เรียนเอง ผู้เรียนที่เรียนดีนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่มี สติปัญญาเฉลียวฉลาดมาก แต่ต้องเป็นคนที่ต้องรู้จักใช้เวลา ต้องรู้จักวิธีเรียน วิธีทำงานให้ได้ผลดี การเรียนการสอน ที่ดีจะช่วยให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ สามารถสร้างเสริมเติมเต็มกระบวนการคิด มีความรู้และ ทักษะที่จำเป็นตามที่กำหนดไว้ให้ในหลักสูตรการศึกษาของชาติโดยเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ สรุปเนื้อหา สร้าง องค์ความรู้ด้วยตนเอง และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับการดำเนินชีวิต วิชาวิทยาศาสตร์เป็นวิชาที่มีเนื้อหามาก เนื้อหาซับซ้อนบางเรื่องเนื้อหามากเกินไป บางบทเรียนเน้น รูปภาพไม่มีคำอธิบาย ทำให้นักเรียนเกิดความน่าเบื่อหน่าย ผู้เรียนไม่ตั้งใจเรียน นักเรียนส่วนใหญ่ไม่สามารถทำ แบบฝึกหัด และแบบทดสอบย่อยได้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ทำให้ไม่บรรลุตัวชี้วัดที่ตั้งไว้ และส่งผลกระทบต่อ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เช่น เรื่องแรงเสียดทาน หน่วยการเรียนรู้เรื่อง แรงในชีวิตประจำวัน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในปีการศึกษาปีที่ผ่านมานักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ ด้วยเหตุนี้ ผู้วิจัยเล็งเห็นข้อบกพร่องในเรื่องนี้ และพยายามหาเทคนิควิธีที่จะทำให้นักเรียนสนใจเรียนใน เรื่องนี้ ผู้วิจัยศึกษาและพบว่าการนำเสนอเนื้อหาในรูปของ โปรแกรม Power Point จะทำให้เนื้อหาน่าเรียนมากขึ้น เข้าใจเนื้อหาในบทเรียนได้ง่าย จึงคิดพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เรื่องแรงเสียดทาน โดยการสอนด้วยสื่อโปรแกรม Power Point วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เรื่องแรงเสียดทาน โดยการสอนด้วยสื่อโปรแกรม Power Point สมมติฐานของการวิจัย สื่อโปรแกรม Power Point เรื่องแรงเสียดทาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสามารถ ทำให้ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 สูงขึ้น
ขอบเขตการวิจัย 1. ด้านประชากร ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 13 คน โรงเรียนบ้านว่านบ้านด่าน จังหวัดปราจีนบุรี 2. ด้านเนื้อหา เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง แรงในชีวิตประจำวัน แผนการ จัดการเรียนรู้ เรื่อง แรงเสียดทาน 3. ตัวแปรที่ใช้ในการศึกษา 3.1 ตัวแปรต้น ได้แก่ สื่อโปรแกรม Power Point 3.2 ตัวแปรตาม ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถม ศึกษาปีที่ 5 เรื่องแรงเสียดทาน 4. เครื่องมือที่ใช้ 4.1 แผนจัดการเรียนรู้เรื่องแรงเสียดทาน 4.2 แบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน 4.3 สื่อโปรแกรม Power Point เรื่องแรงเสียดทาน สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 4.4 แบบบันทึกการส่งงาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 รายวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องแรงเสียดทาน วิธีดำเนินการวิจัย 3.1 ให้นักเรียนทำแบบทดสอบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียน 3.2 ดำเนินการสอนตามแผนจัดการเรียนรู้ โดยสื่อโปรแกรม Power Point เรื่องแรงเสียดทาน 3.3 เมื่อสิ้นสุดการสอนแล้ว จึงทำการทดสอบหลังเรียนโดยใช้แบบแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน หลังเรียน 3.4 สถิติที่ใช้และวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล คะแนนเฉลี่ย(Mean) และร้อยละของนักเรียนที่สอบผ่าน เกณฑ์ประเมิน 3.4.1 คะแนนเฉลี่ย (Mean) หาได้โดยสูตร เมื่อ แทน คะแนนเฉลี่ย แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด แทน จำนวนข้อมูล 3.4.2 ร้อยละ (Percentage) เป็นค่าสถิติที่นิยมใช้กันมาก โดยเป็นการ เปรียบเทียบความถี่ หรือจำนวนที่ต้องการกับความถี่หรือจำนวนทั้งหมด ที่เปรียบเทียบ เป็น 100 จะหาค่าร้อยละจากสูตรต่อไปนี้ P =
เมื่อ P แทน ค่าร้อยละ f แทน ความถี่ที่ต้องการแปลงให้เป็นร้อยละ N แทน จำนวนความถี่ทั้งหมด สรุปผลการวิจัย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนโดยการสอนด้วยสื่อโปรแกรม Power Point แรงเสียดทาน มี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน คิดเป็นร้อยละ 47.69 ภาคผนวก
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 แรงในชีวิตประจำวัน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง แรงเสียดทาน เวลา 1 ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ว 2.2 ป. 5/4 ระบุผลของแรงเสียดทานที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุจากหลักฐานเชิง ประจักษ์ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. วัดขนาดของแรงและอธิบายแรงเสียดทานที่มีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ 2. เขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงที่กระทำต่อวัตถุในแนว เดียวกัน 3. สาระสำคัญ เมื่อมีแรงหลายแรงมากระทำต่อวัตถุหนึ่ง ๆ ผลรวมของแรงเหล่านั้น คือ แรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุการหา แรงลัพธ์ต้องพิจารณาทั้งขนาดและทิศทางของ แรงทั้งหมดที่กระทำต่อวัตถุนั้น ถ้าแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุที่อยู่นิ่งมี ค่าเป็นศูนย์ วัตถุก็จะอยู่นิ่งต่อไปถ้ามีแรงมากระทำต่อวัตถุเพื่อให้วัตถุเคลื่อนที่ โดยวัตถุนั้นสัมผัส กับผิวสัมผัสของ
วัตถุอื่น จะเกิดแรงเสียดทานต้านการ เคลื่อนที่ของวัตถุในบริเวณผิวสัมผัสของวัตถุนั้น และ สำหรับวัตถุที่กำลัง เคลื่อนที่ก็จะมีแรงเสียดทานต้าน การเคลื่อนที่ของวัตถุเช่นกัน 4. สาระการเรียนรู้ 1. วัดขนาดของแรงและอธิบายแรงเสียดทาน 2. เขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงที่กระทำต่อวัตถุในแนว เดียวกัน 5. ชิ้นงานหรือภาระงาน - สืบค้นข้อมูลแรงเสียดทาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ รูปแบบการสอน: สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ดำเนินการเรียนการสอนดังต่อไปนี้ 1. ขั้นสร้างความสนใจ (engagement) 1. ครูทบทวนความรู้พื้นฐานและตรวจสอบความรู้เดิมของนักเรียน โดยให้ นักเรียนดูภาพคนกำลัง ปีนต้นไม้ จากนั้นครูซักถามด้วยคำถามต่อไปนี้ 1.1 นักเรียนคิดว่ามีแรงอะไรกระทำต่อคนในภาพนี้ และทิศทางของแรง นั้นเป็นอย่างไร (มีแรงดึงดูดของโลกหรือแรงโน้มถ่วงของโลกมากระทำ โดยมีทิศทางลงสู่พื้นโลก) 1.2 นอกจากแรงดึงดูดของโลกแล้ว นักเรียนคิดว่ายังมีแรงอะไรที่กระทำ ต่อคนปีนต้นไม้ ในภาพอีก จึงทำให้เขาปีนต้นไม้ได้โดยไม่ตกลงมา (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ เช่น แรงต้าน แรงฝืด หรือแรงเสียด ทาน) 2. ครูเชื่อมโยงความรู้เดิมของนักเรียนสู่เรื่องแรงที่ต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุ โดยใช้คำถามว่าแรงที่ ต้านไม่ให้คนในรูปตกลงมาจากต้นไม้เป็นแรงอะไร มีลักษณะอย่างไร จากนั้นครูชักชวนให้นักเรียนหาคำตอบจากการ อ่าน เรื่องแรงเสียดทาน 2. ขั้นสำรวจและค้นหา(exploration) ให้นักเรียนทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประสบการณ์ตรง ดังนี้ 1. นักเรียนอ่านชื่อเรื่อง และคำถามใน คิดก่อนอ่าน แล้วร่วมกันอภิปรายในกลุ่มเพื่อหาคำตอบตาม ความเข้าใจของกลุ่ม ครูบันทึกคำตอบของนักเรียนบนกระดานเพื่อใช้เปรียบเทียบกับคำตอบ ภายหลังการอ่านเนื้อ เรื่อง 2. นักเรียนอ่านคำใน คำสำคัญ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (หาก นักเรียนอ่านไม่ได้ ครูควรสอน อ่านให้ถูกต้อง) ครูชักชวนให้นักเรียนหา ความหมายของคำภายหลังจากการอ่านเนื้อเรื่อง 3. นักเรียนอ่านเนื้อเรื่องตามวิธีการอ่านที่เหมาะสมกับความสามารถของ นักเรียน และร่วมกัน อภิปรายใจความสำคัญ 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (explanation)
1. ครูตรวจสอบความเข้าใจ ครูนำอภิปรายผลจากการอ่าน โดยใช้คำถามดังนี้ 1.1 แรงมีผลต่อวัตถุอย่างไร (แรงทำให้วัตถุเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่) 1.2 การเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุมีลักษณะใดบ้าง (วัตถุที่อยู่นิ่ง เปลี่ยนเป็น เคลื่อนที่ หรือจากเคลื่อนที่อยู่แล้วเปลี่ยนเป็นเคลื่อนที่เร็ว ขึ้น ช้าลง หยุดนิ่ง หรือเปลี่ยนทิศทาง) 1.3 เมื่อออกแรงกระทำต่อตู้ แรงที่ต้านการเคลื่อนที่ของตู้ คืออะไร (แรง เสียดทาน) 1.4 แรงเสียดทานเกิดขึ้นเมื่อใด (เมื่อมีแรงมากระทำต่อวัตถุเพื่อทำให้วัตถุ เคลื่อนที่ ซึ่ง วัตถุอาจจะเคลื่อนที่หรือไม่เคลื่อนที่ก็ได้) 1.5 แรงเสียดทานเกิดขึ้นที่ใด และมีทิศทางใด (แรงเสียดทานเกิดขึ้น ระหว่างผิวสัมผัส ของตู้กับพื้นบริเวณที่สัมผัสกับตู้ โดยแรงเสียดทาน มีทิศทางตรงกันข้ามกับทิศทางที่ต้องการให้ตู้เคลื่อนที่) 2. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่าเมื่อออกแรงกระทำ ต่อวัตถุเพื่อทำให้วัตถุ เคลื่อนที่จะมีแรงต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุนั้น เรียกแรงที่ต้านการเคลื่อนที่นี้ว่า แรงเสียดทาน ซึ่งเกิดขึ้นบริเวณ ผิวสัมผัสระหว่างวัตถุ และมีทิศทางตรงกันข้ามกับทิศทางการเคลื่อนที่ของวัตถุ 4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) นักเรียนค้นคว้าคำศัพท์ภาษาต่างประเทศเกี่ยวกับแรงเสียดทาน จากหนังสือเรียน ภาษาต่างประเทศ หรืออินเทอร์เน็ต และนำเสนอให้เพื่อนในห้องฟัง 5. ขั้นประเมิน(evaluation) 1. ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างที่ยัง ไม่เข้าใจหรือยังมีข้อสงสัย ถ้ามี ครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ 2. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข อย่างไรบ้าง 3. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม และ การนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ 4. ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เช่น “โต้งพยายามลากกล่องใบหนึ่ง จนสามารถเคลื่อนที่ไปได้” จากคำกล่าวนี้ นักเรียนคิดว่าแรงเสียดทานเกิดขึ้นเมื่อใด (แนวคำตอบ เกิดขึ้นเมื่อโต้งเริ่ม ออกแรงลากกล่องให้เคลื่อนที่) 7. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. การประเมินก่อนเรียน - แบบทดสอบก่อน เรียนหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 - ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน - แบบทดสอบก่อนเรียน - ประเมินตาม สภาพจริง
แรงเสียดทาน 2. การประเมินหลังเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 แรง เสียดทาน - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - ประเมินตาม สภาพจริง 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 2. แบบบันทึกกิจกรรม(ใบงาน เรื่องแรงเสียดทาน) 3. อินเตอร์เน็ต 4. สื่อโปรแกรม Power Point เรื่องแรงเสียดทาน 9. ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของผู้บริหารโรงเรียน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….……… ลงชื่อ.......................................... ( นางสาวชัญญ์ชญา มุ้งบัง ) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านว่านบ้านด่าน
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เรื่องแรงเสียดทาน จำนวน 10 ข้อ คะแนน 10 คะแนนเวลา 10 นาที คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดและทำเครื่องหมาย X ลงในกระดาษคำตอบ 1. ข้อความใดถูกต้องเกี่ยวกับแรง Aสามารถมองเห็นแรงได้ Bสามารถรู้ได้ว่าเกิดแรง Cทำให้วัตถุเคลื่อนที่ได้ Dทำให้วัตถุเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ ก. B และ C ข. A, B และ C ค. B, C และ D ง. A, B, C และ D 2. ถ้ามีแรง 2 แรงกระทำต่อวัตถุในแนวเดียวกันและมีทิศทางเดียวกัน วัตถุจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางใด ก. ไม่เคลื่อนที่ ข. ทิศทางเดียวกับแรงทั้งสอง ค. ทิศทางตั้งฉากกับแรงทั้งสอง ง. ทิศทางตรงกันข้ามกับแรงทั้งสอง 3. ข้อความใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับแรงเสียดทาน ก. แรงต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุ ข. มีความสัมพันธ์กับน้ำหนักของวัตถุ ค. เกิดขึ้นระหว่างพื้นผิวสัมผัสของวัตถุ ง. มีทิศทางเดียวกับทิศทางการเคลื่อนที่ของวัตถุ 4. ถ้าวัตถุหนึ่งกำลังเคลื่อนที่ แรงเสียดทานที่เกิดขึ้นจะมีผลต่อการเคลื่อนที่ของวัตถุในลักษณะใด 1. หยุดนิ่ง 2. เคลื่อนที่ช้าลง 3. เคลื่อนที่เร็วขึ้น 4. เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่าเดิม ก. 1 และ 2 ข. 1 และ 3 ค. 2 และ 4 ง. 3 และ 4 5. กิจกรรมใดต้องลดแรงเสียดทาน ก. การปีนเขา ข. การเล่นฟุตบอล ค. การผลักตู้เสื้อผ้า ง. การเปิดขวดน้ำฝาเกลียว
6. ถ้าออกแรง 30 นิวตัน ลากวัตถุให้เคลื่อนที่ไปบนพื้นราบเรียบ ปรากฏว่าวัตถุสามารถเคลื่อนที่ได้ แผนภาพใดแสดงแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นขณะออกแรงลากวัตถุได้ถูกต้อง ก. ข. ค. ง. 7. ข้อความใดกล่าวถูกต้อง ก. แรงเสียดทานจะต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุเสมอ ข. แรงเสียดทานมีค่าคงที่ตลอดการเคลื่อนที่ของวัตถุ ค. เมื่อแรงเสียดทานมีค่าเท่ากับศูนย์ วัตถุจะเคลื่อนที่ช้าลง ง.วัตถุที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่จะเคลื่อนที่เร็วขึ้นเมื่อมีแรงเสียดทานมากขึ้น 8. วัตถุหนึ่งมีแรงเสียดทาน 78 นิวตัน ถ้านักเรียนออกแรงผลัก 50 นิวตันไปทางขวา วัตถุจะมีการเคลื่อนที่ ลักษณะใด ก. ไม่เคลื่อนที่ ข. เริ่มเคลื่อนที่ ค. เคลื่อนที่เล็กน้อยไปทางขวา ง. เคลื่อนที่เล็กน้อยไปทางซ้าย 9. ถ้านักเรียนต้องการนำวัสดุมาติดที่พื้นของขาเก้าอี้เพื่อทำให้เก้าอี้ไม่ลื่น นักเรียนควรเลือกวัสดุชนิดใด ก. ผ้า ข. ยาง ค. กระดาษ ง. พลาสติก 10.ต้นออกแรง 60 นิวตันผลักวัตถุหนึ่งให้เคลื่อนที่ไปบนพื้นราบในแนวระดับ ดังแผนภาพ ข้อสรุปใดกล่าวไม่ถูกต้อง ก. แรงที่กระทำต่อวัตถุมีค่ามากกว่าแรงเสียดทาน ข. วัตถุเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกับแรงเสียดทาน ค. แรงเสียดทานเกิดขึ้นระหว่างพื้นผิวสัมผัสของวัตถุกับพื้นราบ 30 นิวตัน แรงเสียดทาน แรงเสียดทาน 30 นิวตัน 30 นิวตัน แรงเสียดทาน 30 นิวตัน แรงเสียดทาน 60 นิวตัน แรงเสียดทาน
ง. แรงเสียดทานมีทิศทางตรงกันข้ามกับทิศทางของแรงที่กระทำต่อวัตถุ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เรื่องแรงเสียดทาน จำนวน 10 ข้อ คะแนน 10 คะแนนเวลา 10 นาที คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดและทำเครื่องหมาย X ลงในกระดาษคำตอบ 1. ข้อความใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับแรงเสียดทาน ก. แรงต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุ ข. มีความสัมพันธ์กับน้ำหนักของวัตถุ ค. เกิดขึ้นระหว่างพื้นผิวสัมผัสของวัตถุ ง. มีทิศทางเดียวกับทิศทางการเคลื่อนที่ของวัตถุ 2. ข้อความใดถูกต้องเกี่ยวกับแรง Aสามารถมองเห็นแรงได้ Bสามารถรู้ได้ว่าเกิดแรง Cทำให้วัตถุเคลื่อนที่ได้ Dทำให้วัตถุเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ ก. B และ C ข. A, B และ C ค. B, C และ D ง. A, B, C และ D 3. กิจกรรมใดต้องลดแรงเสียดทาน ก. การปีนเขา ข. การเล่นฟุตบอล ค. การผลักตู้เสื้อผ้า ง. การเปิดขวดน้ำฝาเกลียว 4. ถ้ามีแรง 2 แรงกระทำต่อวัตถุในแนวเดียวกันและมีทิศทางเดียวกัน วัตถุจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางใด
ก. ไม่เคลื่อนที่ ข. ทิศทางเดียวกับแรงทั้งสอง ค. ทิศทางตั้งฉากกับแรงทั้งสอง ง. ทิศทางตรงกันข้ามกับแรงทั้งสอง 5. ถ้าวัตถุหนึ่งกำลังเคลื่อนที่ แรงเสียดทานที่เกิดขึ้นจะมีผลต่อการเคลื่อนที่ของวัตถุในลักษณะใด 1. หยุดนิ่ง 2. เคลื่อนที่ช้าลง 3. เคลื่อนที่เร็วขึ้น 4. เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่าเดิม ก. 1 และ 2 ข. 1 และ 3 ค. 2 และ 4 ง. 3 และ 4 6. วัตถุหนึ่งมีแรงเสียดทาน 78 นิวตัน ถ้านักเรียนออกแรงผลัก 50 นิวตันไปทางขวา วัตถุจะมีการเคลื่อนที่ ลักษณะใด ก. ไม่เคลื่อนที่ ข. เริ่มเคลื่อนที่ ค. เคลื่อนที่เล็กน้อยไปทางขวา ง. เคลื่อนที่เล็กน้อยไปทางซ้าย 7. ข้อความใดกล่าวถูกต้อง ก. แรงเสียดทานจะต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุเสมอ ข. แรงเสียดทานมีค่าคงที่ตลอดการเคลื่อนที่ของวัตถุ ค. เมื่อแรงเสียดทานมีค่าเท่ากับศูนย์ วัตถุจะเคลื่อนที่ช้าลง ง.วัตถุที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่จะเคลื่อนที่เร็วขึ้นเมื่อมีแรงเสียดทานมากขึ้น 8. ถ้านักเรียนต้องการนำวัสดุมาติดที่พื้นของขาเก้าอี้เพื่อทำให้เก้าอี้ไม่ลื่น นักเรียนควรเลือกวัสดุชนิดใด ก. ผ้า ข. ยาง ค. กระดาษ ง. พลาสติก 9. ต้นออกแรง 60 นิวตันผลักวัตถุหนึ่งให้เคลื่อนที่ไปบนพื้นราบในแนวระดับ ดังแผนภาพ ข้อสรุปใดกล่าวไม่ถูกต้อง ก. แรงที่กระทำต่อวัตถุมีค่ามากกว่าแรงเสียดทาน ข. วัตถุเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกับแรงเสียดทาน ค. แรงเสียดทานเกิดขึ้นระหว่างพื้นผิวสัมผัสของวัตถุกับพื้นราบ ง. แรงเสียดทานมีทิศทางตรงกันข้ามกับทิศทางของแรงที่กระทำต่อวัตถุ 60 นิวตัน แรงเสียดทาน
10.ถ้าออกแรง 30 นิวตัน ลากวัตถุให้เคลื่อนที่ไปบนพื้นราบเรียบ ปรากฏว่าวัตถุสามารถเคลื่อนที่ได้ แผนภาพใดแสดงแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นขณะออกแรงลากวัตถุได้ถูกต้อง ก. ข. ค. ง. 30 นิวตัน แรงเสียดทาน แรงเสียดทาน 30 นิวตัน 30 นิวตัน แรงเสียดทาน 30 นิวตัน แรงเสียดทาน
เฉลยแบบทดสอบก่อน-หลังเรียน ก่อนเรียน หลังเรียน 1. ค 1. ง 2. ข 2. ค 3. ง 3. ค 4. ก 4. ข 5. ค 5. ก 6. ข 6. ก 7. ก 7.ก 8. ก 8. ข 9. ข 9. ข 10. ข 10. ค
ตัวอย่าง Power Point สำหรับใช้ประกอบการสอน เรื่องแรงเสียดทาน