มาโกเมะ (Magome) ย้อนกลับไปราว 400 ปีก่อน ผู้คนที่เดินทางระหว่างโตเกียวกับเกียวโต จะต้องเดินเท้าเป็นเวลานาน กว่า 10 วัน ซึ่งหนึ่งในเส้นทางส าคัญที่เชื่อมระหว่างโตเกียวกับเกียวโตก็คือถนนนากาเซ็นโด (Nakasendo) และมาโกเมะจุกุ (Mogome-juku) ซึ่งมาโกเมะคือ 1 ในเมืองพักแรม 69 แห่งในสมัยก่อน โดยในปัจจุบัน เมืองพักแรมโบราณแบบนี้เหลืออยู่แค่เพียง 6 แห่งเท่านั้น มาโกเมะนั้นค่อนข้างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวหาก เทียบกับหมู่เมืองต่างๆ ในประเทศ เนื่องจากตั้งอยู่บนภูมิประเทศที่สูงชันมาก โดยว่ากันว่าชื่อ มาโกเมะ มาจาก การที่นักเดินทางถูกบังคับให้ทิ้งม้าไว้ที่พักแรม เพราะทางสูงชันเกินกว่าที่ม้าจะปีนขึ้นไปได้ ในอดีตเมืองนี้ค่อนข้างเจริญรุ่งเรืองและมีความเป็นสากล แต่หลังจากการปิดทางรถไฟ เมืองก็ตกอยู่ ในความยากจน ต่อมาได้รับการปรับปรุงและบูรณะให้มีลักษณะเหมือนในสมัยเอโดะ จนปัจจุบันนี้กลายเป็น สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยว 50
อาคารต่างๆที่เคยมีในสมัยเอโดะถูกไฟไหม้จากเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ช่วงยุคเมจิ (Meiji era) และยุคไทโช (Taisho era) แต่ผู้คนท้องถิ่นได้พยายามรักษาภูมิทัศน์เมืองและสร้างถนนสายเก่าขึ้นมาใหม่ มาโกเมะ ยังเป็นบ้านเกิดของ โทซง ชิมาซากิ (Shimazaki Toson) นักเขียนและผู้น าลัทธิธรรมชาตินิยม ของญี่ปุ่นในยุคเมจิ ซึ่งหนึ่งในนวนิยายของเขา เรื่อง ก่อนรุ่งสาง หรือ Before the Dawn , Yoakemae ที่บรรยายถึงชีวิตในมาโกเมะและนาคัตสึกาวะ ช่วงการฟื้นฟูของยุคเมจิ 51
ถนนอันเก่าแก่ที่เคยถูกใช้งานในอดีตนี้มีธารน้ าสะอาดไหลผ่านตลอดเวลา และเป็น ถนนที่เหล่าซามูไรในอดีตใช้สัญจรไปมาระหว่างเกียวโตและโตเกียวในปัจจุบัน บ้านเรือนทรงเก่าแก่โบราณที่ในอดีตเป็นจุดพักค้างแรม แลกเปลี่ยนข่าวสารราชการ และร้านค้าที่คึกคัก 52
หินบนพื้นถนนเป็นเพียงเศษหินที่หลงเหลือจากสมัยเอโดะ ในสมัยเอโดะ ผู้คนพยายามหลีกเลี่ยงเส้นทางโทไคโด (Tokaido route) เนื่องจากมีแม่น้ าที่คดเคี้ยวและเลือกที่เดินทางเดินบนภูเขาแทน 53
ที่นี่ยังถูกใช้เป็นเส้นทางส าหรับส่งลูกสาวของตระกูลที่มีฐานะดีไปแต่งงานกับราชวงศ์อิมพีเรียล (Imperial House of Japan) และตระกูลโทคุงาวะ (Tokugawa-shi) กล่าวกันว่าเป็นเส้นทางประจ าของหญิงสาวหรือเจ้าหญิงจากตระกูลขุนนางใช้เดินทาง จากเกียวโตไปยังเอโดะ หรือโตเกียว ท าให้เส้นทางนี้ถูกเรียกอีกอย่างว่า “เส้นทางเจ้าหญิง” มาโกะเมะจุกุมีร้านค้าขายผลิตภัณฑ์ในท้องที่ตั้งแต่เครื่องเซรามิกไปจนถึงสาเก อีกทั้งยังมีผู้คนอยู่อาศัยอยู่จริง คงกลิ่นอายภาพบรรยากาศประวัติศาสตร์อันคึกคักที่มีมายาวนานยังคงอยู่ 54