กลมุ่ สาระภาษาไทย
บ ท เ รี ย น สำ เ ร็ จ รู ป เ รื่ อ ง คำ ส ม ำ ส ส น ธิ
ชั้ น ป ร ะ ถ ม ศึ ก ษ ำ ปี่ ที่ ๔
นางสาววัชรินทร์ ทองเปราะ
รหสั นักศกึ ษา 63121380206
คาชีแ้ จงการใช้บทเรียน
สาเร็จรูป
1 .ทาข้อสอบกอ่ นเรียน
2.ศกึ ษาความหมายหลกั การสงั เกตคาสมาส
3. ศกึ ษาหลกั การอา่ นออกเสียงคาสมาส
4.ให้ศกึ ษาหลกั ารของคาสนธิ
5.เม่ือศกึ ษาแล้วทาความเข้าใจอยา่ งดี ให้
นกั เรียนถามแบบฝึกหดั ท้ายบท
คานา
บทเรียนสาเร็จรูปเลม่ นีจ้ ดั ทาขนึ ้ เพ่ือเป็นส่ือการเรียนรู้
ภาษาไทย โดยมีวตั ถปุ ระสงค์
เพ่ือให้อา่ นเกิดความเข้าใจได้ง่ายในการเรียนของ
คาสมาส คาสนธิ เกิดความเข้าใจได้ย่งิ ขนึ ้
สารบญั หน้า
เร่ือง ก
ข
คาชีแ้ จง ค
คานา ง
สารบญั 1
แบบทดสอบก่อนเรียน 1
คาสมาส 2
บทท่หี น่ึง คาสมาส 3
แบบทดสอบก่อนเรียน 4-5
ความหมายหลักการสังเกตคาสมาส 6-9
ตวั อย่างหลักการสงั เกตคาสมาส 10-11
แบบทดสอบหลังเรียน 12
บทท่ี 2 หลกั การออกเสียงคาสมาส 13
การอ่านออกเสียงคาและการเขียนสะกดคา 14
ลักษณะคาสมาส 17
ข้อสังเกต 18-20
บทท่3ี คาสนธิ 21
แบบทดสอบก่อนเรียน 22
ตัวอย่างคาสนธิ
แบบทดสอบหลังเรียน
บทท่ี 1 คาสมาส
แบบทดสอบกอ่ นเรียน เร่ืองคาสมาส
จงเขียนสะกดคาจากคา
อา่ นตอ่ ไปนี ้
ข้อ คาอ่าน คาท่เี ขียนสะกดถูก
๑. กา - มะ - กาน
๒. คะ- นะ-บอ-ดี
๓. จิต- ตระ- กอน
๔. ประ- หวดั - ต-ิ สาด
บทท่ี๑ ความหมายหลกั การสงั เกตคาสมาส
การสมาส เป็นวิธีการย่อคาของภาษาบาลีสนั สกฤต
ตงั้ แตส่ องคาขนึ ้ ไปให้เป็นคาเดี่ยว เป็นวธิ ีการสร้างคา
สละสลวย เป็นประโยชน์
หลกั การสงั เกต
๑. คาสมาสต้องเป็นคาบาลี สนั กฤต
๒. คาสมามมีลกั ษณะคล้ายคาสองคามาวางเรียงกนั
เวลางานมีเสยี งสระตอ่ เนื่อง
๓. คาสมาสสว่ นใหญ่จะแปลจากคาข้างหลงั ไปหน้า
๔. คา “พระ”ประกอบหน้าคาบาลี สนั สกฤต จดั เป็น
คาสมาส
๕. คาท่ีลงท้ายด้วย ศาสตร์ กรรม ภาพ ภยั ศกึ ษา มกั
เป็นคาสมาส
ตวั อยา่ งหลกั การสงั เกตคาสมาส
๑.คาสมาสต้องเป็ นบาลี สันสกฤต มาต่อกัน
บาลี+บาลี อคั คีภยั อริยสจั ขตั ติยมานะ อริยบคุ คล
บาลี+สนั สกฤต หตั ถศกึ ษา นาฏศิลป์ หตั ถกรรม สจั ธรรม
๒. คาสมาสมีลักษณะคล้ายคาสองคามาวางเรียง
กนั เวลาอ่านมีเสียงสระต่อเน่ืองกัน เชน่
พทุ ธประวตั ิ พดุ -ทะ-ประ –หวดั
โบราณคดี โบ- ราน-นะ-คะ-ดี
พลศกึ ษา พา-ละ-สกึ -สา
๓.คาสมาสบ้างคาไม่อ่านออกเสียงสระต่อเนือง
เพราะอ่านตามความนิยม
เช่น ชลบรุ ี ชน-บ-ุ รี
ปทมุ ธานี ปะ-ทมุ -ทา-นี
ชาตนิ ิยม ชาด-นิ-ยม
๔.คา พระ ซ่งึ แผลงมาจากคาว่า วร ประกอบหน้าคา
บาลีสันสกฤตจัดเป็ นคาสมาสด้วย
เช่น พระบาท พระพกั ตร์ พระชงฆ์ พระขรรค์ พระกร
พระกรรณ พระเนตร พระครรภ์
แตถ่ ้าคาอยขู่ ้างหลงั คาวา่ พระ ไมใ่ ชบ่ าลี สนั สกฤต ไม่
จดั เป็นคาสมาส เช่น พระเขนย พระขนง
พระศอ พระอู่ พระธามรงค์ พระสาง
๕.คา ท่ีลงท้ายด้วย ศาสตร์ กรรม ภาพ ภัย ศกึ ษา
มักเป็ นคาสมาส เช่น
เกษตรศาสตร์ เกษตรกร กายภาพ อคั คีภยั สงั คมศกึ ษา
วศิ วกรรม วินาศภยั สขุ ศกึ ษา มติ รภาพ
รัฐศาสตร์ ศิลปกรรม คณุ ภาพ
บทท่ี1. ข้อสอบหลังเรียน
คาสมาส
ข้อ คาอ่าน คาท่เี ขียนสะกดถูก
๑. กา - มะ - กาน กรรมการ
๒. คะ- นะ-บอ-ดี คณบดี
๓. จิต- ตระ- กอน จิตรกร
๔. ประ- หวดั - ต-ิ สาด ประวตั ศิ าสตร์
คาสง่ั เลือก หรือ เตมิ คาตอบท่ถี กู ต้องที่สดุ
ข้อที่1. คาสมาสมีภาษาใด
ก.ไทย
ข.บาลี
ค.สนั สกฤต
ง.บาลี สนั สกฤต
ข้อท่ี 2. ข้อใดสะกดถกู ต้องตามหลกั คาสมาส
ก. ธุรการ ข. อิสรภาพ
ค.ศลิ ปกรรม ง.มนษุ ย์สมั พนั ธ์
ข้อท่ี3. ข้อใดไมใ่ ชค่ าสมาส
ก. พระกร
ข. พระอู่
ค. พระนขา
ง. พระเศียร
ข้อท่ี 4. วทิ ยะ+อาลยั สนธิ เป็นคาใด
ก.วทิ ยา
ข.วิทยาลยั
ค.วชิ า
ง. วชิ าชยั
ข้อท่ี5. ข้อใดเป็ นคาสมาส
ก. ราชการ ข.พลความ
ค. ราชวงั ง.ทนุ ทรัพย์
ข้อท่ี6 คาใดต่อไปนีเ้ ป็ นคาสมาสทงั้ หมด
ก. เอกภาพ ตรัสรู้ สารคดี
ข. วรรณกรรม พลเมือง วฒั นธรรม
ค. ยทุ ธวิธี วีรบรุ ุษุ อิสรภาพ
ง. ผลไม้ วทิ ยาเขต เคมีภณั ฑ์
ข้อท่ี7. ข้อใดเป็ นคาสมาสทุกคา
ก. ประถมศกึ ษา มลู นิธิ ข.อบุ ตั ิเหตุ รัตนาธิเบศร์
ค. กรรมกร จลุ นิ ทรีย์ ง.ราชงวงศ์ ราชาธิราช
ข้อท่ี8. ข้อใดไม่ใช่คาสมาสทุกคา
ก. ราชินปู ถมั ภ์ มโหฬาร
ข. ศิลปากร ปรมนิ ทร์
ค. กศุ โลบาย มหศั จรรย์
ง. สนุ ทรพจน์ สจั ธรรม
ข้อท่ี9 . ข้อใดไม่ใช่คาสมาส
ก. ผลไม้ พระเขนย เทพเจ้า
ข. พลเมือง คณุ ธรรม ผลติ ภณั ฑ์
ค. อทุ กภยั วรรณคดี พระกร
ง. ทนั ตแพทย์ บตุ รภรรยา ประวตั วิ รรณคดี
เฉลยคาตอบท้ายบท
1.ง
2.ก
3.ข
4.ข
5.ก
6.ง
7.ก
8.ง
9 .ก
บทที่ 2 หลกั การอา่ นออก
เสยี งคาสมาส
การอา่ นออกเสียงคาและการเขียนสะกดคาบาล-ี สนั สกฤต มี
หลกั การ คือ
๑.ออกเสยี งสระรูปตาม ซงึ่ คาใดท่ีไมม่ ีรูปสระกากบั อยจู่ ะออก
เสียงอะ ภาษาไทย
นามาใช้จะออกเสียงพยญั ชนะตวั ท้าย เป็นตวั สะกด
เชน่ กมล ( กะ- มะ-ละ) ไทยอา่ น กะ- มน
นิยม (นิ-ยะ-มะ ) ไทยอา่ น นิ-ยม
วินยั (ว-ิ นะ-ยะ) ไทยอา่ น ว-ิ ไน
๒.จะออกเสยี งอะตามตวั สะกดท่ีเป็นพยญั ชนะ วรรค โดยมีตวั ตาม ย ร
มว
ซงึ่ ออกเสียง อะ กงึ่ เสียง
เชน่ วทิ ยุ สตั ยา สกั วา
๓. คาท่ีเป็นตวั สะกดเป็นพยญั ชนะวรรค ตวั ตามจะเป็นพยญั ชนะวรรค
หรือ
เศษวรรค จะไมม่ ีเสียง อะ ตามหลงั ตวั สะกด
เชน่ อกั ษร ปรัชญา อาชญา
คาเหลา่ นีเ้ป็นคาสมาส
ริษยา มาตกิ า นาตยา อุทกภัย
ราชบุรี กจิ การ นาฏศลิ ป์ ปฐมยาม
คัมภีรภาพ โบราณวัตถุ ชาตภิ ูมิ กรรมการ
เพชรบุรี กรรมการ กามเทพ กายภาพ
ยุตธิ รรม ยุทธภมู ิ วารสาร วัฒนธรรม
วีรชน สุนทรพจน์ วัฒนธรรม วีรบรุ ุษ
คาสมาสบางท่ไี ม่นิยมออกเสียงสระ ท่ีพยางค์ท้ายของคาหน้า
เชน่ ชลบรุ ี เกตมุ าลา สมทุ รสาคร ชาตินิยม
การอา่ นออกเสียงคาและการเขยี นสะกดคา
บาลี - สนั สกฤต
การอา่ นออกเสียงคาและกา•รเขียนสะกดคาบาลี –
สนั สกฤต มีหลกั การ คือ
• กรณีที่คานนั้ เป็นตวั สะกด ด้วยพยญั ชนะตวั สดุ ท้ายในวรรค ซงึ่ ได้แก่ ง ญ ม น
และมีตวั ตามเป็น ย ร ล ว
• จะมีออกเสยี งอะ ตอ่ เน่ืองกนั เช่น สงั วร กนั ยา ธนั วาคม
• พยญั ชนะตวั สะกดเป็น ย ร ล ว ส ศ ษ พยญั ชนะตวั ตามเป็นพยญั ชนะใดๆ
ให้ออกเสียงสระอะ ตามหลงั ตวั สะกดเป็นเสยี งอะ กึ่งเสียง เช่น บษุ ยา ริษยา
ลกั ษณะสาคญั ของคาสมาส
ลกั ษณะคาสามสทส่ี าคญั คือ
๑. ต้องเป็นคาในภาษาบาลี-สนั สกฤต เช่น มธั ยม ประถม ศกึ ษา
พกั ตร์
๒. การเรียงคา คาสมาสนนั้ การเรียงคาจะเรียงคาหลกั ไว้หลงั ขยาย
อยหู่ น้า เวลาแปลความหมายจะไปจากหลงั ไปหน้า
เชน่ มหาราช – ราชาผ้ยู ง่ิ ใหญ่
กาฬพกั ตร์ -- หน้าดา
๓. การอา่ นคาสมาส จะอา่ นออกเสยี งสระทพ่ี ยางค์ท้ายของคาหน้า
ตอ่ เนื่องกบั คาหลงั แม้จะไมม่ ีรูปสระปรากฏ เช่น วีรชน อ่านวา่
วี- ระ-ชน
ราชการ อา่ นวา่ ราด-ชะ-กาน
๔. คาสมาสบางคาออกเสียงที่พยางค์ท้ายของคาหน้าอยา่ งคาสมาส
ทงั่ ไปหรือไมอ่ อกก็ได้ เชน่
เกตมุ าลา อา่ นวา่ เก – ตุ – มา – ลา หรือ เกด – มา – ลา
๕. คาสมาสบางคาไมน่ ิยมออกเสยี งสระท่ีพยางค์ท้ายคาหน้า เช่น
ชลบรุ ี อา่ นวา่ ชน – บุ – รี
ข้อสงั เกตคา
คาบ้างคาไมใ่ ช่คาสมาสแตอ่ า่ นเหมือนคาสามส เชน่
มูลค่า- มูน – ละ – ค่า
พลเรือน พน – ละ – เรือน
เทพเจ้า เทบ – พะ – เจ้า
กรมทา่ กรม – มะ – ทา่
ราชวงั ราด – ชะ - วงั
แบบทดสอบหลงั เรียน การเขยี นสะกดคา
มาลองฝึกหดั อา่ น – หดั เขียน กนั เถอะคาไหนอา่ น- เขียน
อยา่ งไร
คาสง่ั ให้นกั เรียนแก้คาให้ถกู ต้อง
๑.รดนิยม ๖.พมู ภิ าค
๒.รสชาต ๗.ภมู ิศาสร์
๓. พมู ลิ าเนา ๘. ยทุ ธวิที
๔.รัฐถะนิยม
๕. รัชชสมยั
บทท่ี ๓ คาสนธิ
คาสนธิ คือ การสมาสโดยเชื่อมคาเข้าระหวา่ งพยางค์หลงั ของคาหน้า
พยางค์ หน้าของคาหลงั
เปน้ การยอ่ อกั ขระให้น้อยลงเวลาอาจจะเกิดเสยี งกลมกลนื เป็นอนั
เดียวกนั
หลกั การสงั เกตคาสนธิในภาษาไทย
การสนธิแบง่ ออกเป็น 3 ประเภท คือ 1. สระสนธิ 2. พยญั ชนะสนธิ
3. นฤคหติ สนธิ
สระสระสนธิ คือ การนาคาท่ีลงท้ายด้วยสระไปสนธิกบั คาที่ขนึ ้ ด้วยคา
สระ ซง่ึ เม่ือสนธิแล้วจะมรการปล่ียนแปลงรูปสระตามกฏเกณฑ์
- ตดั ด้วยสระพยางค์ท้ายคาหน้า แล้วใช้สระพยางค์หน้าคาหลงั เช่น
ราช อานภุ าพ – ราชานภุ าพ สาธารณ อปุ โภค - สาธารณปู โภค
- ตดั สระพยางค์ท้ายคาหน้า และใช้สระพยางค์ต้นของคา
หลงั โดยเปลย่ี นสระพยางค์ต้นของคาหลงั
อะ เป็น อา อิ เป็น เอ อุ เป็น อู อ,ุ อู
เป็น โอ
เช่น พงศ อวตาร เป็น พงศาวตาร ปรม อินทร์
เป็น ปรเมนทร์
- เปลี่ยนสระพยางค์ท้ายของคาหน้าเป็นพยญั ชนะ คือ อิ
อี เป็น ย อุ อู เป็น ว
ใช้สระพยางค์ต้นของคาหลงั ซงึ่ อาจเปล่ยี นรูปก็ได้ ในกรณี
พยางค์ต้นของคาหลงั ไมใ่ ช่ อิ อี อุ อู อยา่ งตรงพยางค์ท้าย
ของคาหน้า เชน่ กิตติ อากร เป็น กิตยากร สามคั คี
อาจารย์ เป็น สามคั ยาจารย์
คาสนธิบางคาไมเ่ ปลย่ี นสระ อิ อี เป็น ย แตต่ ดั ทงิ ้ ทงั้
พยางค์หน้าคาหลงั จะไมม่ ี อิ อี ด้วยกนั เช่น
ศกั คิ อานภุ าพ เป็น ศกั ดานภุ าพ
ราชินี อปุ ถมั ภ์ เป็นราชินปู ถมั ภ์
หสั ดี อาภรณ์ เป็นหสั ดาภรณ์
2. พยญั ชนะสนธิ คือการเช่ือมคาด้วยพยญั ชนะเป็นการเชื่อมเสยี ง
พยญั ชนะในพยางค์ท้ายของคาแรก
กบั เสียงพยญั ชนะหรือสระในพยางค์แรก ของคาหลงั เชน่
-สนธิเข้าด้วยวิธี โลโป คือลบพยางค์สดุ ท้ายของคาหน้าทงิ ้ เชน่
นิรส ภยั เป็น นิรภยั
ทรุ ส พล เป็น ทรุ พล
อายรุ ส แพทย์ เป็น อายรุ แพทย์
- สนธิเข้าด้วยวิธี อาเสโท คือแปลงพยญั ชนะท้ายของคาหน้า เป็น โอ
แล้วสนธิตามปกติ เชน่
มนส ภาพ เป็น มโนภาพ
ยสส ธร เป็น ทรุ ภาพ
รหส ฐาน เป็น รโหฐาน
3. นฤหติ สนธิ คอื คาเชื่อมด้วยนฤคหิต เป็นการเช่ือมเม่ือพยางค์หลงั
ของคาแรกเป็นนฤหติ สนธิกบั เสียงสระ ในพยางค์แรกของคา หลกั มี 3
วธิ ี คือ
นฤคหิตสนธิกบั สระ ให้เปลยี่ นนฤคหิตเป็น ม แล้วสนธิกนั เช่น
ส อาคม เป็น สม อาคม หรือ สมาคม
ส อทุ ยั เป็น สม อทุ ยั หรือ สมทุ ยั
นฤคหิตสนธิกบั พยญั ชนะของวรรค ให้เปล่ียนนฤคหิตเป็นพยญั ชนะ ตวั สดุ ท้าย
ของพยญั ชนะในแตล่ ะวรรค ได้แก่ วรรคกะ เป็น ง วรรคฏะ เป็น ณ
วรรคจะ เป็น ญ วรรคปะ เป็น ม
วรรคตะ เป็น น
เชน่ ส จร เป็น สญ จร หรือ สญั จร
ส นิบาต เป็น สน นิบาต หรือ สนั นิบาต
วรรคกะ เป็นสนธิกบั พยญั ชนะเศษวรรค ให้ดปลยี่ น นฤคหิต เป็น ง
เช่น ส สาร เป็น สงสาร
ส หรณ์ เป็น สงั หรณ์
ตวั อย่างคาสนธิ
นครินทร์ ราโชวาท ราชานสุ รณ์ คมนาคม ผลานิสงส์
สมาคม
ศิษยานศุ ิษย์ จลุ ินทรีย์ ธนคาร มหิทธิ นภาลยั สงสาร หิมาลยั
นโยบาย หสั ดาภรณ์ มโนภาพ รโหฐาน มหรรณพ
มหศั จรรย์
มหานิสงส์ วลั ยาภรณ์ เป็นต้น
บททดสอบหลังเรียน คาสนธิ
จงวงกลมพยัญชนะบาลี - สันสกฤตให้ถกู ต้อง
นางสาววัชรินทร์ ทองเปราะ
รหสั นักสกึ ษา 63121380206
นาเสนออาจารย์นฤมล อนันโท
คณะครุศาสตร์ สาขาภาษาไทย