The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เทคนิคการสอนแบบผังกราฟิก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Marina Charong, 2020-09-04 13:23:07

Graphic Organizers

เทคนิคการสอนแบบผังกราฟิก

Keywords: เทคนิคการสอนแบบผังกราฟิก

เทคนิคการสอนแบบผงั กราฟิก
(Graphic Organizers)

คำนำ

หนงั สอื อเิ ล็กทรอนคิ สเ์ ลม่ น้ี นำเสนอถึงเทคนิคกำรสอนแบบผัง
กรำฟกิ (Graphic Organizers) เพอื่ ใหผ้ ู้อ่ำนเข้ำใจผงั กรำฟกิ และสำมำรถ
นำไปใชใ้ นกำรออกแบบกำรจดั ประสบกำรณ์กำรเรยี นกำรสอนใหบ้ รรลุ
วตั ถปุ ระสงคแ์ ละมคี ณุ ภำพ โดยแบง่ กำรนำเสนอสำระของหนังสืออกเป็น 4
บท ประกอบดว้ ย ควำมหมำยของผกั รำฟกิ ประเภทของผังกำรฟกิ และกำร
เรยี นกำรสอนโดยใชผ้ ังกรำฟกิ รวมถึงประโยชนข์ องผงั กรำฟิก

ทง้ั นผ้ี จู้ ดั ทำหวงั เป็นอย่ำงยง่ิ ว่ำหนงั เลม่ น้จี ะมปี ระโยชนต์ อ่ ผทู้ สี่ นใจ
และสำมำรถนำข้อมลู ไปตอ่ ยอดได้ หำกผิดพลำดประกำรใด ขออภัยไว้ ณ
ทน่ี ี้

วนิดำ จำรง
ผูจ้ ัดทำ

สำรบญั

เร่อื ง หน้า
บทที่ 1 ผังกราฟิกคืออะไร 1
บทท่ี 2 ประเภทของกราฟกิ 4
บทที่ 3 การสอนโดยการใช้เทคนคิ ผงั กราฟกิ 21
บทที่ 4 ประโยชน์ในการเรยี นการสอน 25
เอกสารอา้ งองิ 26

บทท่ี 1

ผงั กรำฟิกคอื อะไร

กอ่ นท่จี ะกลำ่ วถงึ ควำมหมำยของคำว่ำ ผังกรำฟิก (Graphic Organizers)
นั้น ควรทำควำมเข้ำใจเกี่ยวกบั คำว่ำ ผงั และ กรำฟิก กอ่ น เพื่อใหเ้ กิดควำมเขำ้ ใจ
ได้ชัดเจนขึน้

ผงั (Map) ควำมหมำยตำมพจนำนกุ รม ฉบับรำชบณั ฑติ ยสถำน พ.ศ.2554
นั้นได้ใหค้ วำมหมำยไว้หลำกหลำย ซึ่งในท่นี จ้ี ะขอกลำ่ วเฉพำะทส่ี ัมพนั ธ์กบั บรบิ ท
กำรสอน กลำ่ วคอื ผัง หมำยถึง แบบทเี่ ขียนยอ่ หรอื ขยำยจำกส่งิ ต่ำง ๆ เชน่ ตกึ
เรอื น ผงั

กรำฟกิ (Graphic) พงษศ์ กั ดิ์ ไชยทิพ์ (2544) ใหค้ วำมหมำยไวว้ ำ่ หมำยถึง
กำรสอ่ื ควำมหมำยด้วยกำรใช้ศลิ ปะและศำสตรท์ ำงกำรใชเ้ สน้ ภำพวำด ภำพเขยี น
แผนภำพ ตลอดจนสัญลักษณ์ ทัง้ สแี ละขำว-ดำ ซง่ึ มลี กั ษณะให้เหน็ ไดช้ ัดเจน เข้ำใจ
ควำมหมำยไดท้ นั ที ตรงตำมทผ่ี ู้สือ่ สำรตอ้ งกำร

1

ควำมหมำยของผังกกรำฟิก มผี ้นู ิยำมควำมหมำยไวห้ ลำกหลำย ดังน้ี

คลำร์ก ผังกรำฟกิ เป็นรแู บบควำมคิดทีผ่ สู้ อน หรอื ผเู้ รียน
(Clark, 1991) หรือท้ังผสู้ อนและผเู้ รียนสร้ำงขึน้ เพอื่ แสดงควำมคดิ
ควำมเขำ้ ใจออกมำเป็นรูปธรรมวำ่ กำลังคิดอะไรจำกกำร
อ่ำนเนอ้ื หำวชิ ำ

โคเลอร์ ผังกรำฟกิ เปน็ กำรนำเสนอโครงสรำ้ งของขอ้ มลู
(Kohlor, 2009) ควำมรู้ในรูปแบบของรปู ภำพหรือแผนภำพ ช่วยให้
นกั เรยี นเห็นควำมสัมพันธข์ องข้อมูลแตล่ ะสว่ นไดอ้ ย่ำง
ชัดเจนยิง่ ขน้ึ

ทิศนำ แขมมณี ผงั กรำฟกิ เปน็ ผงั ทำงควำมคดิ ประกอบด้วย
(2548) ควำมคิดหรือขอ้ มลู สำคัญ ๆ ทเ่ี ชื่อมโยงกันอยู่ใน
รปู แบบตำ่ ง ๆ ซง่ึ ทำใหเ้ ห็นโครงสรำ้ งของควำมรหู้ รอื
เนื้อหำสำระนนั้ ๆ เป็นเทคนิคท่ีผเู้ รียนสำมำรถ
นำไปใชใ้ นกำรเรยี นร้เู นอ้ื หำสำระตำ่ ง ๆ จำนวนมำก
เพื่อช่วยใหเ้ กดิ ควำมเข้ำใจในเน้อื หำสำระนน้ั ไดง้ ำ่ ย
ขึ้น เร็วขน้ึ และจดจำไดน้ ำนข้ึน

2

เครือ่ งมอื ทชี่ ว่ ยใหผ้ ู้เรียนคดิ ชา้ ลง สามารถเกิด
การจดจาเกบ็ รอ่ งรอยของขั้นตอนตา่ ง ๆ ของขอ้ มูลทเี่ รียนได้อยา่ งดี
อกี วิธหี นงึ่ นาไปใชไ้ ด้สาหรบั คนเดียวคิดเปน็ กลมุ่ หรือการสอนคิด
ทั้งห้องเรียน ใหผ้ เู้ รียนมคี วามคดิ ริเรมิ่ สรา้ งสรรค์ การเช่ือมโยง
ความคิดกบั ข้อมลู ทีไ่ ดร้ บั แสดงออกมาใหเ้ ป็นรูปธรรม เชน่ แสดง
ออกเป็นภาพหรือข้อความ ใช้เป็นโปสเตอรใ์ นหอ้ งเรียนเพอ่ื แสดง
“แมแ่ บบของการคิด” และสามารถใช้เป็น
เคร่ืองมอื ช่วยสาหรบั การประเมนิ งานเขยี น

3

บทท่ี 2

ประเภทของผงั กรำฟกิ

ปัจจบุ นั ผงั กรำฟิก เปน็ ทีน่ ิยมใช้กันอยำ่ งแพร่หลำยมำกข้ึนและมีกำรพฒั นำ
รูปแบบใหม่ ๆ ใหเ้ หมำะสมกบั กำรใช้งำนดำ้ นต่ำง ๆ แบ่งตำมวตั ถุประสงค์กำร
นำเสนอขอ้ มูล 4 ลักษะ ดงั นี้

1. กำรนำเสนอข้อมลู ทเี่ ป็นควำมคดิ รวบยอด
2. กำรนำเสนอขอ้ มลู ท่เี ป็นกำรเปรยี บเทยี บ
3. ผังกรำฟิกทม่ี ีวัตถุประสงคข์ องกำรนำเสนอข้อมูลทเี่ ป็นเหตุเป็นผล
4. กำรนำเสนอขอ้ มลู ทีเ่ ป็นกำรเรียงลำดับเหตุกำรณห์ รอื ขนั้ ตอน

4

ลักษณะท่ี 1
กำรนำเสนอขอ้ มลู ทเ่ี ป็นควำมคิดรวบยอด

5

1.1 ผงั ความความคิด (Mind Map)

เครือ่ งมอื ชว่ ยสอนการคดิ แบบมกี ระบวนการ ทน่ี าเอาทกั ษะของสมองทงั้ ซีก
ซา้ ยและซกี ขวามาใช้รว่ มกัน โดยเป็นการเชื่อมโยงทางความคดิ จากประสบการณ์
เดมิ และความคิดทเี่ ป็นอสิ ระ (จินตนาการ) ของนักเรียน ใหถ้ ่ายทอดสิง่ ท่ีเดก็ รูแ้ ละ
เขา้ ใจออกมาในลักษณะคล้ายแผนท่ี แผนภาพ การสอนแบบ Mind Map จะทาให้
เดก็ สอื่ สารความคดิ ออกมาเปน็ ภาพ เส้น สี และสัญลกั ษณ์ ซง่ึ จะง่ายต่อการจดจา
สรา้ งความเข้าใจและสามารถเชอ่ื มโยงความสมั พันธ์ระหวา่ งความคิดได้เปน็ อย่างดี

ขน้ั ตอนการเขียน
1. เขียนความคิดหลกั หรือหวั ขอ้ ตรงก่งึ กลางหน้ากระดาษ
2. เขียนความคดิ รองทส่ี ัมพันธ์กบั ความคิดหลกั หรอื หัวขอ้ กระจายออกไป

รอบ ๆ ความคิดหลัก
3. เขียนความคดิ ย่อยท่สี ัมพนั ธก์ บั ความคิดรองแตกออกไปเรือ่ ย โดยเขียน

ข้อความไวบ้ นเสน้ แตล่ ะเส้น เสน้ ท่ใี ช้อาจเปน็ เส้นตรงหรอื เส้นโคง้ กไ็ ด้
แตเ่ ส้นท่ใี ช้กบั ความคดิ รองจะเปน็ เส้นทใ่ี หญก่ วา่ ความคดิ ย่อย

6

1.2 ผงั มโนทัศน์ (Concept map)

เปน็ ผักราฟิกทีแ่ สดงมโนทศั นห์ รอื ความคิดรวบยอดใหญไ่ ว้ตรงกลางและ
แสดงความสมั พันธร์ ะหวา่ งมโนทศั น์หลกั และมโนทัศน์ยอ่ ยเปน็ ลาดับขนั้ ด้วยเส้น
เช่ือมโยง แผนที่ความคิดเป็นการทางานร่วมกนั ของสมองด้านซา้ ยและขวา สมอง
ด้านซา้ ยจะทาหนา้ ทใี่ นการวเิ คราะหค์ า สญั ลกั ษณ์ ตรรกวทิ ยา สมองดา้ นขวาจะทา
หน้าท่ใี นการสงั เคราะห์ รปู แบบ สี รปู รา่ ง

ขั้นตอนการเขียน
1. เขยี นมโนทศั นไ์ ว้ตรงกลาง
2. เขียนมโนทศั น์ทมี่ คี วามสาคัญรองลงมาเปน็ ลาดับขนั้ จากใหญ่ไปย่อย โดย
ใชเ้ สน้ เชื่อมโยงใหเ้ หน็ ถงึ ความสัมพนั ธ์
3. เขียนคาเช่อื มทแี่ สดงถงึ ลกั ษณะของความสมั พนั ธ์ระหว่างมโนทัศน์

7

ลกั ษณะท่ี 2
กำรนำเสนอขอ้ มูลท่เี ปน็ กำรเปรยี บเทยี บ

8

2.1 เวนน์ไดอะแกรม (Venn diagram)

เปน็ ผังกราฟิกทเ่ี ปน็ ผงั วงกลม 2 วง หรอื มากกว่า ที่มสี ่วนหน่งึ ซอ้ นกนั อยู่
เปน็ ผังกราฟิกทเ่ี หมาะสาหรบั การนาเสนอ 2 สงิ่ ซงึ่ มีความเหมือนและความ
แตกตา่ ง

ขั้นตอนการเขียน
1. วาดวงกลม 2 วง ซอ้ นทบั กนั เพยี งบางส่วน
2. เขยี นช่ือกลมุ่ ของลักษณะที่แตกตา่ งกันไวส้ ่วนบนของวงกลมแต่ละวง
3. เขียนรายละเอยี ดของลักษณะทแี่ ตกตา่ งไวใ้ นวงกลมแตล่ ะวง
4. เขียนรายละเอียดส่วนทเ่ี หมือนกันไวใ้ นวงกลมส่วนทีซ่ ้อนกัน

9

2.2 ทีชารต์ (T-chart)
เปน็ ผังกราฟิกท่ีแสดงความแตกตา่ งของสงิ่ ทศ่ี ึกษา โดยแบ่งกระดาษออกเป็น

2 ส่วน
ขัน้ ตอนการเขยี น
1. ลากเส้นตรงสองเสน้ ตง้ั ฉากกัน
2. เขยี นชนิดหรือประเภทข้อมลู ไวด้ า้ นบน
3. เขยี นขอ้ มลู แยกความแตกต่างไว้ทลี ะด้าน

10

2.3 แผนภูมริ ูปวงกลม (Pie-chart)

เปน็ ผงั กราฟิกแสดงการเปรียบเทียบขอ้ มลู โดยเปน็ การแสดงสัดสว่ นของ
ขอ้ มูล

ขน้ั ตอนการเขยี นผัง
1. หาปรมิ าณของข้อมลู ทั้งหมดและใหป้ รมิ าณของขอ้ มลู ทง้ั หมดแทนมมุ รอบ

จดุ ศูนยก์ ลางของวงกลมท่มี ีขนาด 360 องศา
2. นาปรมิ าณของขอ้ มลู แตล่ ะประเภทเทยี บหาขนาดของมมุ ท่จี ุดศนู ยก์ ลาง

ของวงกลม
3. เขยี นรูปวงกลม แลว้ ลากรศั มขี องวงกลมเปน็ ส่วน ๆ ตามขนาดของมมุ ที่

จุดศูนย์กลางของวงกลมทหี่ าได้

11

2.4 แผนภูมิแทง่ (Bar graph)
เปน็ ผงั ราฟกิ ทแี่ สดงใหเ้ ห็นและเข้าใจความสมั พนั ธข์ องตวั แปรตา่ ง ๆ ได้

ชดั เจน เป็นการแสดงความสมั พันธ์ระหว่างตัวแปร 2 ตวั โดยตวั แปรนั้นมีคา่ ไม่
ต่อเนอ่ื ง

ขั้นตอนการเขยี นผงั
1. วาดเส้นแนวตง้ั และแนวนอนตัง้ ฉากกนั เขียนตัวเลขระบปุ รมิ าณและเตมิ

ขอ้ ความระบุชนิดของปรมิ าณทัง้ สองแนว
2. วาดแทง่ สเี่ หล่ียมท่ีมีความสงู เทา่ กับระดบั ท่ีตอ้ งการ

12

2.5 ตารางเปรยี บเทียบ (Compare table)
เปน็ ผังกราฟกิ ทเ่ี สนอข้อมลู ในรปู แบบตาราง ช่วยให้เขา้ ใจไดง้ า่ ย เพราะจัด

ขอ้ มลู ไวเ้ ปน็ หมวดหมู่ ซ่ึงขอ้ มลู ทเี่ สนอนน้ั อาจเปน็ การเปรยี บเทยี บความเหมอื นกัน
หรือต่างกนั ของข้อมูล

ขน้ั ตอนกรเขยี นผัง
1. วาดตารางโดยมจี านวนชอ่ งตามขอ้ มลู
2. เขียนรายละเอยี ดของขอ้ มลู ลงในตารางใหส้ มั พันธ์กันทั้งคอลัมนแ์ ละแถว

13

2.6 ผงั ต้นไม้ (Tree diagrams)

เปน็ ผังกราฟิกท่ีใชแ้ สดงความสมั พนั ธข์ องเรอ่ื งทีม่ คี วามสาคัญลดหลัน่ กันเปน็
ช้นั ๆ มีรปู ร่างคล้ายแผนภูมบิ รหิ ารองคก์ าร โดยนามาจัดเรยี งให้มรี ูปรา่ งคลา้ ย
ต้นไม้ที่มีก่งิ ก้าน สาขา ดอก ใบ ทาใหม้ องเหน็ แผนผงั ระบบท่เี ป็นระบบหลาย ๆ
ความคิดเหลา่ นัน้ ได้อย่างชดั เจน

ข้นั ตอนการเขียนผัง
1. เขียนมโนทัศน์หลักหรือหวั ขอ้ ใหญไ่ วต้ รงกลางด้านบนสดุ หรอื ดา้ นขา้ ง
2. เขียนมโนทศั นท์ ่ีมคี วามสาคญั รองลงมาเปน็ ลาดับขน้ั
3. เช่ือมมโนทศั น์ต่าง ๆ โดยเส้นเช่อื ม

14

ลักษณะท่ี 3
กำรนำเสนอขอ้ มูลที่เปน็ เหตผุ ล

15

3.1 ผังก้างปลา (Fishbone map)

เปน็ ภาพการจดั ระบบความคดิ รปู แบบหนงึ่ เพ่อื จัดสรรหรือรวบรวมสาเหตุ
ปัญหาทม่ี คี วามซบั ซ้อน ซง่ึ แสดงใหเ้ หน็ ถงึ ปญั หาหลกั และปญั หายอ่ ย ๆ ใน
สถานศกึ ษานามาใช้ในการหาทางแก้ปญั หาในดา้ นการเรยี นและพฤติกรรมของ
นักเรยี น นอกจากนี้ยงั สามารถนาไปประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ประจาวันได้อีกดว้ ย

ขนั้ ตอนการเขยี นผงั
1. ระบุปญั หาท่ตี าแหน่งหวั ปลา
2. เขียนสาเหตุหลกั หรอื สาเหตยุ อ่ ยเป็นก้างปลาใหญ่ ๆ
3. เขียนสาเหตุยอ่ ยจากแตล่ ะสาเหตุหลกั เป็นก้างปลาเลก็ ๆ

16

3.2 ผังใยแมงมุม (Web diagram)

มีลกั ษณะคลา้ ยใยแมงมมุ เปน็ การนาเสนอความสมั พันธร์ ะหว่างความคิด
รวบยอดของกจิ กรรมหรอื สาระการเรียนร้ใู นเร่ืองใดเรื่องหนง่ึ ซงึ่ เป็นการเปดิ โอกาส
ใหน้ กั เรยี นไดใ้ ช้ศิลปะและสร้างสรรค์ทางความคิด โดยจะเขยี นความคดิ รวบยอดไว้
ตรงกลางหนา้ กระดาษ และเขียนคาอธิบายหรือบอกลักษณะของความคดิ รองไว้
รอบนอก

ขน้ั ตอนการเขียน
1. เขยี นมโนทศั น์หลกั หรือหวั ขอ้ เรอื่ งไว้ตรงกลางหน้ากระดาษ
2. จดั ลาดบั ข้อมลู ทมี่ ีความสัมพันธ์กนั ต้ังแต่องคป์ ระกอบหลกั องค์ประกอบ

รอง องคป์ ระกอบย่อย ตามลาดบั
3. เช่อื มโยงมโนทัศน์ต่าง ๆ โดยใชเ้ ส้น

17

ลักษณะท่ี 4
กำรเรียงลำดบั เหตกุ ำรณห์ รอื ขั้นตอน

18

4.1 ผงั ลาดบั (Sequential map)
ใชแ้ สดงลาดับขัน้ ตอนของสง่ิ ตา่ ง ๆ หรอื กระบวนการต่าง ๆ

ขน้ั ตอนการเขียนผงั
1. เขยี นคาสาคัญและเรยี บเรยี งข้นั ตอน
2. นาคาสาคญั ของข้นั ตอนเปน็ จุดตั้งตน้
3 นาคาสาคัญของข้นั ตอนต่อจากขน้ั ตอนแรก จนถึงขัน้ ตอนสุดทา้ ยของ

กระบวนการ

19

4.2 ผงั วัฏจักร (Cycle map)

ผังวัฏจกั รหรอื ผังวงจร เป็นผงั ท่ีแสดงลาดับข้นั ตอนทเ่ี น่อื งกนั เปน็ วงกลมหรอื
เปน็ วัฏจักรทีไ่ ม่แสดงจดุ สน้ิ สุดหรือจุดเรมิ่ ต้นท่ีแนน่ อน การนาเอาความคิดรวบยอด
มาจัดเรียงให้เปน็ ภาพรวม โดยใชว้ งกลมหรือสญั ลกั ษณอ์ น่ื ๆ ใชล้ กู ศรชี้เป็น
สญั ลกั ษณเ์ ชือ่ มโยงลาดบั ความคิด

ขัน้ ตอนการเขยี นผัง
1. ระบุหัวเรอื่ ง
2. เขยี นขนั้ ตอนปรากฏการณต์ งั้ แต่ข้นั ตอนแรกจนถึงข้ันตอนสดุ ทา้ ย
3. นาข้อมูลมาเรยี งลาดบั เปน็ วงจรหรอื วฏั จักร
4. ลากเส้นและหวั ลกู ศรตามลาดับของเหตุการณ์

20

บทที่ 3

การสอนโดยใช้เทคนิคผังกราฟกิ
เทคนคิ การเรยี นการสอนโดยใช้ผังกราฟกิ มหี ลายรูปแบบ ไดแ้ ก่
 การเรียนการสอนโดยใชก้ ราฟกิ ของโจนส์และคณะ มี 5 ขน้ั ตอน ดงั นี้
1. ผ้สู อนเสนอตวั อย่างการจดั ข้อมลู ด้วยผังกราฟกิ ท่เี หมาะสมกบั เนอ้ื หา

และวตั ถปุ ระสงค์
2. ผูส้ อนแสดงวิธีการสร้างผงั กราฟกิ
3. ผู้สอนชแ้ี จงเหตุผลของการใชผ้ ังกราฟกิ นัน้ และอธิบายวิธกี ารใช้
4. ผ้เู รยี นฝึกการสร้างและใช้ผงั กราฟิกในการทาความเข้าใจเน้ือหาเป็น

รายบคุ คล
5. ผูเ้ รียนเขา้ กลมุ่ และนาเสนอผงั กราฟิกของตนแลกเปลี่ยนกัน

21

การเรยี นการสอนโดยใชผ้ ังกราฟิกของคล้าก มีขั้นตอนดังน้ี

ขนั้ ก่อนสอน
1. ผู้สอนพจิ ารณาลักษณะของเน้ือหาท่จี ะสอนสาระนัน้ และวตั ถปุ ระสงคข์ อง
การสอนเนอ้ื หาสาระนนั้
2. ผสู้ อนพจิ ารณาและคิดหาผังกราฟิก หรือวธิ ี หรือระบบในการจัดระเบยี บ
เน้อื หาสาระนน้ั ๆ
3. ผสู้ อนเลือกผงั กราฟิกหรือวธิ ีการจัดระบบเนอ้ื หาทีเ่ หมาะสมทส่ี ดุ
4. ผ้สู อนคาดคะเนปญั หาท่ีอาจจะเกิดขึ้นกบั ผเู้ รียนในการใช้ผังกราฟิกนัน้

ขนั้ สอน
1. ผู้สอนเสนอผงั กราฟกิ ทเ่ี หมาะสมกับลักษณะเนื้อหาสาระแก่ผู้เรียน
2. ผเู้ รยี นทาความเขา้ ใจเนอื้ หาสาระและนาเน้อื หาสาระใสล่ งในผงั กราฟกิ
ตามความเขา้ ใจของตนเอง
3. ผสู้ อนซักถาม แกไ้ ขความเข้าใจผดิ ของผเู้ รียนหรือขยายความเพ่ิมเตมิ
4. ผู้สอนกระต้นุ ใหผ้ เู้ รยี นคิดเพม่ิ เตมิ โดยนาเสนอปัญหาทเี่ กีย่ วขอ้ งกับ
เน้อื หา แลว้ ใหผ้ เู้ รยี นใช้ผงั กราฟกิ เปน็ กรอบในการคิดแกป้ ัญหา
5. ผสู้ อนให้ขอ้ มูลป้อนกลบั แกผ่ เู้ รียน

22

การเรียนการสอนโดยใช้ผังกราฟิกของจอยสแ์ ละคณะ มี 8 ขน้ั ตอน ดังน้ี

1. ผ้สู อนช้ีแจงจดุ มงุ่ หมายของบทเรยี น
2. ผสู้ อนนาเสนอผังกราฟกิ ท่เี หมาะสมกบั ลักษณะของเนอื้ หา
3. ผสู้ อนกระต้นุ ใหผ้ เู้ รยี นระลกึ ถึงความรเู้ ดมิ เพื่อเตรียมสรา้ งความสมั พันธ์
กับความรู้ใหม่
4. ผสู้ อนเสนอเนอ้ื หาสาระที่ต้องการใหผ้ เู้ รียนได้เรียนรู้
5. ผสู้ อนเสนอเนื้อหาสาระทเ่ี รยี นกบั ผังกราฟิกและให้นกั เรยี นนาเน้ือหา

สาระใสล่ งในผังกราฟิกตามความเข้าใจของตน
6. ผู้สอนให้ความรูเ้ ชิงกระบวนการโดยขแ้ี จงเหตผุ ลในการใชผ้ ังกราฟกิ และ

วิธีการใช้ผังกราฟกิ
7. ผู้เรียนและผูส้ อนอภปิ รายผลการใชผ้ งั กราฟิกกบั เน้ือหา
8. ผสู้ อนซกั ถาม ปรบั ความเขา้ ใจและขยายความจนผเู้ รียนเกดิ ความเข้าใจ

23

การเรยี นการสอนโดยใช้ผงั กราฟิกของสุปรยี า ตนั สกลุ มี 7 ขน้ั ตอน ดงั นี้

1. การทบทวนความรู้เดิม
2. การชแี้ จงวตั ถุประสงค์ ลักษณะของบทเรียน ความรทู้ ่คี าดหวังใหเ้ กิดแก่

ผู้เรียน
3. การกระตุน้ ให้ผเู้ รยี นตระหนกั ถงึ ความรเู้ ดมิ เพ่ือเตรียมการสรา้ ง

ความสมั พนั ธ์กับสง่ิ ทเ่ี รียนและจดั เน้ือหาสาระดว้ ยแผนภาพ
4. การนาเสนอการจดั เนอ้ื หาสาระดว้ ยแผนภาพทเ่ี หมาะสมกับลกั ษณะของ

เนอื้ หา ผลการเรียนรูท้ ีค่ าดหวงั
5. ผู้เรียนรายบุคคลทาความเขา้ ใจเน้อื หา และฝึกใชแ้ ผนภาพ
6. การนาเสนอปญั หาใหผ้ เู้ รยี นใช้แผนภาพเป็นกรอบในการแกป่ ัญหา
7. การทาความเข้าใจใหก้ ระจา่ งชัด

24

บทที่ 4

ประโยชน์ในกำรเรยี นกำรสอน

 สำมำรถนำมำใช้เพือ่ ระดมสมองท้งั รำยกลมุ่ และรำยบคุ คล
 สรปุ ควำมคิดเปน็ รูปภำพและสญั ลักษณ์ สง่ ผลตอ่ ควำมจำ ทำใหจ้ ำได้ระยะ

ยำว
 เรียบเรียงขอ้ มลู วำงแผนเนอ้ื หำ รวมถึงสำมำรถจดั ประเภทข้อมูลใหเ้ ปน็

ระเบยี บง่ำยตอ่ กำรจดจำ
 ช่วยให้เกิดควำมเขำ้ ใจในเน้ือหำสำระนนั้ ได้ง่ำยขึน้ เรว็ ขึ้น และจดจำไดน้ ำน

ขึ้น
 สำมำรถประยกุ ต์ใช้ไดก้ บั ทุกเน้ือหำ ทกุ สำระวิชำตำมวัตถุประสงคใ์ นรำยวขิ ำ

นั้น ๆ

25

เอกสำรอำ้ งองิ
ธีรนันทน์ ไกรเลศิ . (ม.ป.ป.). “ผงั กราฟิก (Graphic Organizers)” กับการ

พฒั นาความสามารถด้านการคดิ . สบื ค้น 30 สงิ หาคม 2563, จาก
http://www.kbtc.ac.th/KM/
files/14031410101928989_18070414140346.pdf?
fbclid=IwAR0bIciud_p4SABdX_4nrKi6pe54GJyX1KqsECZlA7
5Ia4vPh-zqMrerNB4
วรนาท รกั สกลุ ไทย. (ม.ป.ป.). การใช้ผงั กราฟกิ (Graphic Organizer)
เพ่ือพฒั นาเดก็ ปฐมวัย. กรงุ เทพฯ: สานักพมิ พ์แฮปปี้ เลริ น์ น่งิ .

26

“...ผงั กรำฟกิ จงึ เป็นกำรเรยี นรู้เพอื่ พัฒนำสมองส่วนคดิ ชน้ั สงู
(Brain Executive Function) ได้อย่ำงมีประสิทธภิ ำพ กำรใชผ้ ัง
กรำฟิกจงึ สำคญั มำกในระบบกำรศึกษำกบั กำรพฒั นำศกั ยภำพเดก็
และยังทำให้เกดิ ควำมคิดสรำ้ งสรรค์ ควำมคิดต่อยอด ควำมคิดรวบ
ยอด กำรเรียนรทู้ ี่เป็นเหตเุ ป็นผล ตดิ ตัวไปตลอดชวี ติ ของเขำและ
เป็นสมรรถนะท่ีสำคัญตอ่ ประสิทธิภำพกำรทำงำนเวลำที่เด็กเติบโต

เปน็ ผู้ใหญ”่


Click to View FlipBook Version