หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 4
อโลหะ วัสดสุ ังเคราะห์
วัสดหุ ลอ่ ลนื่ และสารหลอ่ เยน็
สาระสาคัญ
ปัจจุบันอุตสาหกรรมแขนงต่างๆ มีการเจริญเติบโตและการแข่งขันสูงมาก เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์
เคร่ืองใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยมีการนาวัสดุสังเคราะห์มาใช้ทาส่วนประกอบมากขึ้นเพื่อพัฒนาท้ัง
รูปร่างและคณุ สมบัตใิ หม้ ีคุณภาพดขี ้นึ จึงอาจกล่าวได้วา่ ปจั จุบันเป็นยคุ “วัสดสุ ังเคราะห์”
สาระการเรียนรู้
1. อโลหะ
2. วัสดสุ ังเคราะห์
3. วัสดหุ ล่อลื่น
4. สารหลอ่ เย็น
สมรรถนะประจาหน่วย
1. แสดงความรู้เกี่ยวกับอโลหะ วัสดุสังเคราะห์ วัสดุหล่อลื่นและสาร
หลอ่ เยน็
2. เลือกใชว้ ัสดุช่วยในงานช่างอุตสาหกรรมได้ตรงตามลักษณะงานและ
จดั เกบ็ ไดต้ รงตามมาตรฐาน
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายความรู้ทั่วไปของอโลหะ วัสดุสังเคราะห์ วัสดุหล่อล่ืนและ
สารหลอ่ เย็นได้
2. เลือกใช้อโลหะ วัสดุสังเคราะห์ วัสดุหล่อลื่นและสารหล่อเย็นได้
เหมาะสมกับงาน
1 อโลหะ
ความหมายของอโลหะ
เป็นวัสดุที่เกิดจากธรรมชาติหรือเกิดจากการสังเคราะห์ขึ้นโดยฝีมือมนุษย์
มีลักษณะเด่น คือมีความเปราะ ผิวด้านไม่เป็นมันวาว นาไฟฟ้าและความร้อน
ได้น้อยมาก อโลหะถูกนามาใช้งานตามคุณสมบัติเฉพาะเพื่อใช้ประโยชน์ใน
งานอุตสาหกรรมท่ัวไป เช่น ปูนซีเมนต์ ไม้ ยาง พลาสติก แก้ว กระเบ้ือง ไวนิล ผ้า
สงิ่ ทอ หนงั ธรรมชาติ หนงั เทียม ยางเทยี ม
1 อโลหะ
สมบตั ขิ องอโลหะ
ของแขง็ เชน่ ไอโอดีน กามะถัน ฟอสฟอรัส • แข็งและเปราะ
ของเหลว เช่น โบรมีน • ดึงยดื เป็นเสน้ หรอื ตีเป็นแผน่ ได้
แกส๊ เช่น ออกซิเจน ไนโตรเจน ฮีเลยี ม • เคาะไม่มีเสียงดงั กังวาน
• ผิวด้าน สะท้อนแสงไมไ่ ด้
• เปน็ ตวั นาความรอ้ นและไฟฟา้ ทไี่ มด่ ี
• มักมจี ุดเดอื ดและจุดหลอมเหลวตา่
1 อโลหะ
ประเภทของอโลหะ
อโลหะธรรมชาติ คอื วัสดุตามธรรมชาติ อโลหะสงั เคราะห์ คือวสั ดทุ ี่สงั เคราะห์ข้ึน
โดยฝีมอื มนษุ ย์ อาจผลติ จากวัตถุดิบธรรมชาติ
เช่น ไม้ ยาง น้ามันดบิ หนังสตั ว์ เชน่ ปนู ซีเมนต์ กระเบอ้ื ง กระจกหรือแกว้
2 วัสดสุ งั เคราะห์
ความหมายของพลาสตกิ
เป็นวัสดสุ ังเคราะห์ท่ีประกอบดว้ ยสารหลายชนิดซึ่งเกิดจากสารอินทรีย์ เช่น ถ่านหิน นา้ มันดิบ
สารเซลลูโลส และพลาสติกยังเป็นสารประกอบของไฮโดรคาร์บอนมีมวลโมเลกุลต่อกันเป็นสายยาว
พลาสติกสว่ นใหญ่มีลกั ษณะอ่อนตัวขณะทาการผลติ สว่ นใหญ่จะใชก้ ารผลติ ด้วยความรอ้ นหรอื แรงอดั
2 วัสดสุ งั เคราะห์
คุณสมบัตขิ องพลาสตกิ
• มโี ครงสร้างพิเศษท่เี รียกว่า High Molecular Weight
• คุณสมบตั ทิ างกายภาพ มีความแข็งแรง เหนยี ว ยืดหยุ่น ทนตอ่ การสกึ หรอ น้าหนกั เบา
ลอยน้าได้ สีแร่ใส สามารถผสมสไี ด้ ไม่ตดิ ไฟงา่ ย
• คณุ สมบัติทางไฟฟา้ เปน็ ฉนวนไฟฟา้ ทนความรอ้ น
• คุณสมบัตทิ างเคมี ทนกรด ดา่ ง และสารเคมอี นื่ ๆ ไดด้ ี
2 วสั ดุสงั เคราะห์
พลาสตกิ ประเภทคนื รูป ประเภทของพลาสติก พลาสติกประเภทคงรปู
(Thermoplastic) (Thermosetting)
พลาสติกอ่อน
นากลบั มาใชใ้ หม่ได้
พลาสติกแขง็
มรี ูปทรงถาวร
ใชค้ วามร้อนหรอื แรงอดั ในการขนึ้ รูป
ไม่สามารถหลอมใหม่ไดอ้ กี
2 วสั ดุสังเคราะห์
พอลเิ มทิลเมทาครเิ ลต (Polymethylmethacrylate; PMMA)
• หรือเรียกวา่ อะครลิ ิก (Acrylic) นิยมใช้ทาป้ายร้านค้า กรอบแว่นตา เลนส์
• เปน็ พลาสติกใส แขง็ แรงพอสมควร โคมไฟ และเฟอรน์ ิเจอร์
• มรี อยขดี ข่วนงา่ ย
• ทนต่อแสงแดด ความร้อน ความเย็น
• เปน็ ฉนวนไฟฟา้ ได้ดี
2 วัสดสุ ังเคราะห์
พอลเิ อไมด์ (Polyamide; PA)
• หรอื เรียกว่า ไนลอน (Nylon) นยิ มใช้ทาเกียร์ แบรงิ บชู ในรปู เสน้ ใยใชท้ า
• มีน้าหนกั เบา แข็งแรง ทนทาน รม่ ชชู ีพ ถุงเทา้ เส้อื ผ้า เอ็นตกปลา
• เป็นฉนวนไฟฟา้ แต่ไม่เหมาะสาหรับไฟฟา้ แรงสูง
• ทนทานตอ่ การเสยี ดทานสงู
2 วัสดสุ งั เคราะห์
พอลิไวนลิ คลอไรด์ (Polyvinyl Chloride; PVC)
• ทนต่อสารเคมี นิยมใช้ทาท่อนา้ สายไฟฟ้า ถงุ มอื ถ้วย
• ทาความสะอาดง่าย และถาดบรรจุอาหาร
• ผสมแรใ่ ยหนิ (Asbestos) เพิ่มความเหนียว
ทนทาน ใส และพมิ พง์ ่าย
2 วัสดุสงั เคราะห์
พอลเิ อทลิ ีน (Polyethylene; PE)
• มีนา้ หนกั เบา นยิ มใช้ทาถงุ บรรจอุ าหารและ
• ในรูปของแผ่นบางสามารถพับงอไดด้ ี เส้อื ผ้า ดอกไมพ้ ลาสตกิ ตุ๊กตา
• ลกั ษณะคลา้ ยขผี้ งึ้ เดก็ เลน่
• ไมเ่ กาะตดิ น้า
• เปน็ ฉนวนไฟฟา้ ไดด้ ีมาก
2 วัสดุสงั เคราะห์
พอลสิ ไตรีน (Polystyrene; PS)
• มนี า้ หนกั เบาท่สี ุดในพลาสตกิ ชนดิ แข็ง นยิ มใช้ทากล่องบรรจอุ าหารชนดิ ใส
• คงรูปดีแตเ่ ปราะงา่ ย กลอ่ งบรรจขุ องใช้อน่ื ๆ
• ทาเปน็ สีต่างๆ ได้
• มีทง้ั ผิวเรียบและขรขุ ระ
• เปน็ ฉนวนไฟฟ้าได้ดี
2 วัสดุสงั เคราะห์
ฟนี อล-ฟอร์มาลดไี ฮด์ (Phenol-Formaldehyde; PF)
• นิยมเรยี กว่า เบเกลไลท์ (Bakelite)
นยิ มใช้ทาด้ามมือจับ หหู ม้อ หกู ระทะ ฝา
ครอบ จานจ่ายรถยนต์ อปุ กรณไ์ ฟฟา้ ถาด
บรรจสุ ารเคมี
2 วัสดุสงั เคราะห์
พอลเิ อสเทอร์ (Unsaturated Polyester; UP)
• รูจ้ กั กันดีในรปู ของไฟเบอร์กลาสส์ (Fiberglass)
นยิ มใชท้ าเรอื ชน้ิ สว่ นรถยนต์ กระดมุ และไมอ้ ดั
ที่เคลือบด้วยพอลิเอสเทอร์
2 วสั ดุสังเคราะห์
ยเู รยี ฟอร์มาลดีไฮด์ (Urea Formaldehyde; UF)
• ทนตอ่ น้ายาเคมี นยิ มใชท้ ากระดมุ เรอื ช้ินส่วนรถยนต์
• เป็นฉนวนไฟฟ้า
• มีทั้งทบึ แสงและโปร่งแสง
• ไม่เปน็ พิษ
2 วสั ดสุ ังเคราะห์
เมลามนี ฟอร์มาลดีไฮด์ (Melamine Formaldehyde; MF)
• มนี ้าหนกั มากกวา่ พลาสตกิ ท่วั ไป
• เป็นฉนวนไฟฟา้ ทด่ี ีกบั กระแสไฟฟา้ ความถี่ตา่
นิยมใชท้ าถ้วยชามมากทสี่ ดุ ใชท้ าวสั ดุปดิ ผิวโตะ๊
เรียกวา่ โฟร์ไมกา้ (Formica)
2 วัสดสุ ังเคราะห์
พอลเิ ตตระฟลอู อโรเอทลิ นี (Polytetrafluoroethylene; PTFE)
• มนี ้าหนักมาก
• ทนแรงดึงแรงอัดได้ดพี อสมควร
• รบั แรงกระแทกไดด้ มี าก
นิยมใช้ทาฉนวนไฟฟ้ากบั ลวดไฟฟา้ ท่ตี ้องเช่อื มดว้ ย
ความร้อนในเคร่อื งจกั ร แหวนลกู สูบ วาล์ว
2 วัสดุสังเคราะห์
พอลิคาร์บอเนต (Polycarbonate; PC)
• เปน็ พลาสติกใสชนดิ ท่ีแข็งแรงที่สดุ นยิ มใชท้ าขวดนมเด็ก
• ทนทาน โคมไฟฟา้ สาธารณะ
• เป็นฉนวนไฟฟ้าไดด้ ี หน้ากากนักบนิ อวกาศ
• ทนกรด-ด่างได้ดี
2 วัสดุสังเคราะห์
เอบีเอส (Acrylonitrile Butadiene Styrene; ABS)
• ติดไฟงา่ ยปานกลาง ไม่ดับเอง เปลวสีเหลอื ง
มคี วนั เขม่า หลอมและเปน็ ฟอง มกี ลน่ิ สไตรนี
นยิ มใชท้ าเครื่องรบั โทรศัพท์ หน้ากาก เคร่อื งแอร์
ชนิ้ สว่ นพดั ลม ปมุ่ หมุนวทิ ยโุ ทรทศั น์
2 วัสดุสังเคราะห์
ความหมายของปนู ซีเมนต์
เป็นสารประกอบอย่างหนึ่งมีลักษณะเป็นผงที่บดละเอียด เมื่อผสมกับน้าตาม
ความเหมาะสมแล้วทิ้งไว้ระยะเวลาหนึ่งจะเกิดการแข็งตัว ในปัจจุบันปูนทาจากวัตถุดิบที่มี
สว่ นผสมของอะลูมนิ มั หรอื ซลิ ิกา เชน่ ดินดา ดินขาว ศลิ าแลง
2 วัสดุสงั เคราะห์
ปนู ซีเมนตพ์ อรต์ แลนด์
• พบคร้ังแรกที่ประเทศองั กฤษ
• มีสว่ นผสมหลัก ได้แก่ หนิ ปนู ดินเหนียว
• มีเหลก็ ออกไซดแ์ ละโดโลไมต์ผสมอย่เู ล็กน้อย
2 วัสดสุ ังเคราะห์
ประเภทของปูนซีเมนตพ์ อรต์ แลนดท์ ก่ี าหนดโดยสมาคมทดสอบวัสดอุ เมริกา
• ปูนซเี มนต์พอร์ตแลนด์ธรรมดา (Normal Portland Cement)
• ปนู ซีเมนต์พอร์ตแลนด์ดัดแปลง (Modified Portland Cement)
• ปูนซีเมนต์พอร์ตแลนด์ความแขง็ แรงสงู โดยเร็ว (High Early Strength Portland Cement)
• ปูนซเี มนต์พอร์ตแลนดช์ นดิ เกดิ ความร้อนต่า (Low Heat Portland Cement)
• ปนู ซีเมนตพ์ อรต์ แลนด์ชนดิ ทนซลั เฟตสูง (Sulfate Resistant Portland Cement
2 วสั ดสุ งั เคราะห์
ปูนซีเมนตธ์ รรมชาติ
• ทาจากถ่านหนิ ทีข่ ุดไดใ้ นดนิ แล้วนามาเผา บดเปน็ ผง
• มสี ว่ นผสมคล้ายกบั ปนู ซเี มนตพ์ อรต์ แลนด์
• แขง็ ตัวในน้าไดแ้ ตม่ กี าลงั ต่ากว่าปูนซเี มนต์พอร์ตแลนด์มาก
• สว่ นผสมไม่แน่นอนขนึ้ อยู่กบั สมบตั ขิ องหนิ ที่ได้จากธรรมชาติ
2 วสั ดสุ งั เคราะห์
ปนู ซีเมนตพ์ อซโซลานาหรอื ปูนซเี มนตส์ แล็ก
• นาปนู ขาว+ขตี้ ะกรนั +หินภูเขาไฟมาผสมกัน บดใหล้ ะเอียด
• ชาวโรมนั สมัยโบราณนิยมใช้
• ไม่แขง็ เท่าปนู ซเี มนต์พอรต์ แลนด์
• ผสมเป็นปูนก่อหรือคอนกรีตจะเหนยี วและแตกยากกว่าปูนซีเมนตพ์ อร์ตแลนด์
2 วัสดุสงั เคราะห์
ปนู ซีเมนต์อะลมู นิ สั
• ผลติ ขนึ้ คร้งั แรกในประเทศฝร่ังเศส
• บอกไซต์+ปูนขาว เผาแลว้ บดใหล้ ะเอยี ด
• ให้กาลงั อดั เรว็
2 วสั ดุสังเคราะห์
ปนู ซเี มนต์ซลิ ิกา
• ปนู ซเี มนตพ์ อร์ตแลนด์ 70%+ทราย 30% + ยปิ ซมั เลก็ นอ้ ย
• เพ่ือใหม้ ีราคาถูกลง
• แพรห่ ลายในอังกฤษและยุโรป
• ใช้เชอ้ื เพลงิ ในการผลิตน้อยกว่าปูนซเี มนต์พอรต์ แลนด์
2 วสั ดุสงั เคราะห์
การผลิตปูนซเี มนตแ์ บบกรรมวธิ ีเผาแหง้
นาวัตถุดิบท่ีมีธาตุอะลูมินา+ธาตุซิลิกากับเหล็กผสมกันในอัตราส่วน บดให้
ละเอียด นามาตกี ับน้าจะเป็นน้าดิน แล้วนาไปเผาในหม้อเผาจนกระทั่งเกิดปฏกิ ิริยาทาง
เคมี จับตัวกันเป็นเม็ดเล็กๆ ท่ีเรียกวา่ ปูนเม็ด แล้วนาปนู เม็ดไปบดรวมกับยิปซัมก็จะได้
ปนู ซีเมนตต์ ามทีต่ ้องการ
2 วัสดสุ งั เคราะห์
การผลิตปูนซเี มนตแ์ บบกรรมวธิ กี ารเผาเปยี ก
วิธีการเบื้องตน้ เหมือนกรรมวิธกี ารเผาแห้ง ต่างกันท่ีกรรมวิธีเผาเปียกก่อนท่ีจะ
ปอ้ นเข้าหม้อเผาดนิ จะต้องมีความชืน้ ถึง 40% เม่ือเม็ดดนิ ร้อนประมาณ 1,450 C จะ
เกดิ ปฏิกิริยาเคมี คือเมด็ ดินเปลยี่ นเปน็ ปนู เม็ดโดยฉับพลัน แลว้ จึงนาไปบด
2 วสั ดุสงั เคราะห์
ยาง (Rubber)
เกิดจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงของวัสดุ
ทางธรรมชาติ โดยได้น้ายางสีเหมือนนมสดจาก
การกรีดต้นยางพาราเติมกรดแอซีติก นามารมควัน
กลายเป็นยางดิบท่ีเป็นช้ันหนา เมื่อถูกความร้อนจะมี
ความเหนียวเหมือนกาว
2 วสั ดุสงั เคราะห์
ยางอ่อน
• ไดจ้ ากการผสมกามะถนั 3-20% นยิ มใชท้ ายางรถยนต์ สายยาง ปะเก็น
• จะมีความยืดหยนุ่ เพม่ิ ขึ้นเมือ่ มี สายพาน ฉนวนเคเบลิ สายพานลาเลยี ง
พืน้ รองเทา้
กามะถนั ผสมอยู่น้อยลง
• จะใสไ่ ขในยางรถยนต์เพอ่ื ป้องกันรังสี
อลั ตราไวโอเลตจากแสงอาทิตย์
2 วสั ดุสังเคราะห์
ยางแขง็
• เกดิ จากกระบวนการวัลคาไนเซชัน
• มีกามะถนั 30-50%
• ใชป้ าดผวิ ได้ง่ายแตเ่ คร่อื งมือปาดผวิ จะสกึ หรอเร็ว
นยิ มใชท้ าเรอื นแบตเตอรี่ ลอ้ รถลาก
สารประสานสาหรับแผ่นขัดชนิ้ งาน
2 วัสดุสังเคราะห์
ยางสังเคราะห์
• หรอื เรยี กว่า ยางเทยี ม
• ผลติ ข้นึ มาเพ่ือทดแทนการขาดแคลนยางธรรมชาติ
• ผลิตจากน้ามนั ปโิ ตรเลียม+ถา่ นหนิ +พืชเกษตร โดยใชป้ ฏกิ ริ ยิ าทางเคมี
• สามารถพับไปมาและยดื หยนุ่ ได้เหมอื นยางธรรมชาติ
2 วสั ดุสังเคราะห์
ยางบวิ ทาไดอนี
• บวิ ทาไดอนี +ยางธรรมชาติ
• ทนตอ่ การเสยี ดสแี ละสกึ หรอไดส้ ูง
• เนือ้ แน่น ยดื หยุ่นดี
นยิ มใช้ทาล้อรถยนต์ พื้นรองเทา้ สายพานลาเลียง
ยางแทน่ เคร่อื งกันสะเทือน
2 วัสดสุ งั เคราะห์
ยางสไตรีนบิวทาไดอนี
สารสไตรีนโมโนเมอร์กับสารบิวทาไดอีนโมโนเมอร์
เติมสารเสริมแรง เช่น เขม่าดา เพื่อให้รับแรงดึงได้ดีข้ึน
ทนต่อการเสียดสี และไมฉ่ ีกขาดง่าย
นิยมใช้ทายางห้มุ สายไฟ ท่อยาง
2 วสั ดสุ งั เคราะห์
ยางบวิ ไทล์
• ทนตอ่ การเสื่อมสภาพเนือ่ งจากแสงแดด
• ยืดหยุ่นสูง
• ทนต่อการกัดกรอ่ นของกรด-ด่าง
• ตา้ นทานการซึมผ่านของแก๊ส
นยิ มใชท้ ายางในลอ้ รถ เรือยาง ยางกันซึม
2 วสั ดสุ งั เคราะห์
ยางซิลโิ คน
• ซิลิคอน+แกส๊ ออกซิเจน ใชป้ ระโยชน์ในงานเครอื่ งมือทางการแพทย์
• สถานะเปน็ ของเหลวที่มคี วามหนดื สูง ชิน้ ส่วนอากาศยาน ฉนวนสายเคเบิล
• ทนตอ่ การขัดสี แรงดงึ
• เปน็ ฉนวนไฟฟ้าได้ดี
• ป้องกันการซมึ ผา่ นของแก๊สและของเหลวอน่ื ได้
3 วัสดุหลอ่ ล่นื
ความหมายของวัสดุหล่อลน่ื (Lubricant)
เป็นสารทีม่ สี มบัติเปน็ ฟิลม์ เคลือบผิวโลหะก้ันระหวา่ งผิวโลหะ เพ่ือให้เกิดการ
เสียดสีน้อยท่ีสุด เป็นสารที่มีการระบายความร้อนได้ดี รับแรงส่ันสะเทือนของชิ้นส่วน
เครือ่ งจกั รได้ มีความหนืดสมา่ เสมอ ทนความร้อนและสารเคมี วสั ดหุ ล่อลนื่ ได้ดีหรอื ไม่
จะข้นึ อย่กู ับความหนดื ทีม่ ีอยูใ่ นวัสดุหล่อล่ืนเป็นหลัก
3 วสั ดุหลอ่ ลื่น
วัสดหุ ลอ่ ล่นื แบบแข็ง
วัสดุหล่อล่ืนแบบแข็งท่ีใช้กันท่ัวไปในงานอุตสาหกรรม ได้แก่ ผงโมลิบดีนัม -
ไดซัลไฟด์ ผงหินสบู่ ผงแกรไฟต์ เหมาะสาหรับงานท่ีต้องการรับแรงกระแทกสูงความเร็ว
ไม่มากนัก เช่น หัวขุดเจาะน้ามันดิบหรืองานอุตสาหกรรมหรืองานท่ีเก่ียวข้องกับ
สารกมั มันตรังสี งานสุญญากาศ และชนิ้ ส่วนงานที่เล็กมากๆ
3 วสั ดุหล่อลื่น
คุณสมบัตขิ องสารหล่อล่ืนแบบแขง็ ชนิดต่างๆ
โมลบิ ดนี มั ซัลไฟด์ แกรไฟต์
• มลี กั ษณะเป็นผง
• เกาะตดิ ผิววัสดุอุปกรณ์ไดด้ ี • มีลักษณะเปน็ ผง
• เหมาะกบั ชิ้นงานทขี่ นาดเล็ก • เกาะติดผิวงานไดท้ นและดีเย่ยี ม
• รับแรงกระแทกไดส้ งู • รบั ภาระงานไดส้ ูง
• สามารถใชใ้ นงานท่ีมอี ณุ หภมู ิต่าถึงสงู มากได้ • ใช้ปนกับจาระบีหรอื น้ามันเครื่องได้
3 วสั ดหุ ลอ่ ลืน่
วสั ดุหลอ่ ล่นื แบบเหลว
• เปน็ สารหลอ่ ลน่ื ทีพ่ บเหน็ ได้ท่ัวไป
• น้ามันหลอ่ ลืน่ ในงานอตุ สาหกรรม แบง่ เป็น 18 เกรด
ตามมาตรฐาน ISO แบง่ ตามลกั ษณะความหนดื
• โดยมตี ัวเลขความหนดื ต่อท้าย มีสญั ลกั ษณโ์ ดยย่อ คอื ISO-VG
3 วัสดหุ ล่อลน่ื วัสดุหล่อลื่นแบบเหลว นามนั พชื (Vegetable Oil)
นามันแร่ (Mineral Oil) นามันสตั ว์ (Animal Oil) ได้จากการสังเคราะหจ์ ากพืช
• นา้ มนั มะพรา้ ว
ได้จากการกลัน่ น้ามนั ดบิ ได้จากไขมนั สตั ว์ • นา้ มันละหงุ่
• นา้ มันเครอ่ื ง • น้ามันหมู • น้ามนั ปาลม์
• น้ามันจกั รเยบ็ ผา้ • นา้ มันปลาวาฬ • น้ามันมะกอก
• นา้ มนั เบรก • นา้ มนั แมวนา้
3 วสั ดุหลอ่ ลน่ื
วสั ดุหล่อล่นื แบบหนดื
• หรือเรียกว่าจาระบี
• มลี กั ษณะคล้ายไขมัน
• ไดม้ าจากนา้ มนั ปิโตรเลยี มผสมกบั สบู่ในอตั ราสว่ นตา่ งๆ
3 วสั ดหุ ลอ่ ล่ืน
ความแตกตา่ งในการเลอื กใชร้ ะหวา่ งนามนั กบั จาระบี
น้ามัน จาระบี
• เหมาะสาหรบั ท่เี ตมิ สารหลอ่ ลน่ื ไดง้ า่ ย • เหมาะกบั งานที่เตมิ สารหล่อลนื่ ยาก
• เหมาะกบั งานที่มีฝาปิดกนั้ • เหมาะกบั งานที่ไมม่ ีการปดิ
• เหมาะกบั งานที่มอี ณุ หภมู ิในชนิ้ งานไมส่ งู • เหมาะกบั งานทมี่ อี ณุ หภูมิสูง
• งานทีใ่ ช้ตอ้ งมีภาชนะเกบ็ น้ามันเพือ่ ป้องกนั • ไมจ่ าเปน็ ที่ต้องมีภาชนะเกบ็ เพราะมคี วามหนืด
3 วสั ดุหล่อล่นื
คุณสมบัตขิ องสารหล่อล่ืนทด่ี ี
• ล่นื แต่เกาะตดิ ผวิ ชิน้ งานได้ดี
• ทนความร้อนและอณุ หภมู ิสูงได้ ไมต่ ดิ ไฟง่าย
• ไมแ่ ปรสภาพงา่ ย
• ทนตอ่ การเสยี ดสี
• ผลติ ให้ข้นหรือเหลวไดห้ ลายแบบเพือ่ สามารถเลือกใชไ้ ดเ้ หมาะกบั สภาพงาน
• ลดการเสยี ดทานระหว่างช้ินส่วนเครอ่ื งจกั ร
• ลดการสกึ หรอของช้นิ ส่วนเครอ่ื งจักร
• ไม่ทาปฏกิ ิรยิ าตอ่ ช้นิ งาน
3 วสั ดหุ ล่อลืน่
หลักการพิจารณาในการใชง้ านวัสดหุ ล่อล่นื
อุณหภมู ิ หากอณุ หภูมใิ นชิ้นสว่ นเครือ่ งจักรสูงควรใชว้ สั ดหุ ลอ่ ล่นื ท่มี คี วามหนดื สงู
ลักษณะสภาพเคร่อื งจักร ความหา่ งระหว่างผวิ สมั ผัสมากสามารถใชส้ ารหล่อล่ืนท่ีมคี วามหนืดสูงได้
ความหา่ งของผิวสมั ผัสน้อยใชส้ ารหลอ่ ลืน่ ท่ีมคี วามหนืดต่า
ความเร็วรอบของเครอื่ งจกั ร หากความเร็วรอบสงู ให้ใชส้ ารหลอ่ ล่ืนท่ีมีความหนืดต่า
หากความเร็วรอบต่าให้ใช้สารหล่อลื่นที่มคี วามหนืดสงู
3 วัสดุหล่อลื่น
ประโยชนข์ องวัสดหุ ล่อลนื่ ที่มตี อ่ ชนิ งาน
• ลดความเสยี ดทาน
• ลดความร้อน
• ลดการสกึ หรอ
• ชิ้นงานเคลอื่ นท่ีได้เรว็ ข้นึ
• เพ่มิ ประสิทธิภาพของเครอ่ื งจกั ร
• ป้องกนั สนมิ
3 วัสดหุ ลอ่ ลน่ื
ลักษณะการใช้งานของนามนั หลอ่ ลื่น
นามนั ตัด นิยมใช้กับงานอุตสาหกรรมท่มี ีความเร็วรอบตา่ งานท่ตี ้องการใหผ้ ิวหน้าเรยี บ
นามนั เจาะ ใชก้ บั งานเจาะทั่วไป
นามันทีก่ ระจายตัวได้ในนา ผลติ โดยนา้ มนั แรผ่ สมกับสารเคมเี พือ่ เพม่ิ ความเขม้ ข้น
มสี ีเหมอื นน้านม เรยี กวา่ นา้ คลู แลนต์ (Coolant)
นามนั สบู่ ใช้กับงานที่มอี ณุ หภมู ิ ความเร็วรอบสงู เชน่ งานกลึง ไส ปอก และปาดผวิ
4 สารหลอ่ เย็น
ความหมายของสารหลอ่ เยน็ (Coolants Cutting Fluid)
ในงานอุตสาหกรรมแปรรูปชิ้นงานต่างๆ เช่น งานไส เจียระไน กลึง เจาะ ตัด
ท่ีมีการขัดสีระหว่างใบมีดหรือใบเล่ือยตัดช้ินงาน จะเกิดความร้อนขึ้น
ในเครื่องจักร ทาให้หมดคมง่ายจึงต้องใช้สารหล่อเพื่อช่วยระบายความร้อนและ
ลดการเสยี ดทาน