The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by minddittawat, 2020-10-26 11:05:41

จังหวัดสตูลลล

จังหวัดสตูลลล

Satun 1

สตูล

“สตลู สงบ สะอาด ธรรมชาติบริสุทธ์”

2

-คำนำ-

จังหวดั สตูลเปน็ จงั หวดั หนึ่งในประเทศไทยที่ข้นึ ชื่อในเรอ่ื งสถำนทท่ี ่องเทย่ี ว
เนอื่ งจำกจังหวัดสตูลมสี ถำนท่ีท่องเท่ียวทน่ี ำ่ สนใจมำกมำย ไมว่ ำ่ จะเป็นทะเล
น้ำตก ถำ้ สถำนทชี่ ็อปปิ้งต่ำงๆ หรือแมแ้ ต่สถำนทส่ี ำคญั ทำงประวัติศำสตร์กม็ ี
ให้ดูมำกมำยและไดร้ บั ควำมนิยมอยู่มำก สถำนทที่ ไี่ ดร้ บั ควำมนยิ มมำกเป็น
พิเศษ คือ ทะเล หมู่เกำะตำ่ งๆ ซ่ึงกม็ ีใหเ้ ลือกหลำยที่มำก บำงสถำนที่อยู่ใน
หมบู่ ำ้ นเลก็ ๆ จึงไมค่ ่อยมใี ครรู้จัก แต่สำหรับคนทีก่ ำเนดิ และเติบโตทน่ี ่ันแลว้ ย่อม
รูด้ ี และอีกสถำนที่หนง่ึ ทไี่ ดร้ บั ควำมนยิ มไม่แพ้กนั น่นั คอื นำ้ ตก ซ่งึ มอี ยู่หลำย
แหง่ และน้ำตกทที่ กุ คนต้องร้จู กั เมอ่ื พูดถงึ จังหวดั สตลู คือ น้ำตกวังสำยทอง และ
ยงั มสี ถำนทท่ี ่องเท่ียวอืน่ ๆ อกี ที่นำ่ สนใจ

ผู้จดั ทำ
นำงสำว กัญญำรตั น์ ดษิ ฐธ์ วชั

-สำรบัญ- 3

ประวัตจิ งั หวดั สตูล 1
2
ตรำประจำจังหวัด 3
4
คำขวัญประจำจงั หวดั และกำรท่องเท่ียว 5
6
ตน้ ไมป้ ระจำจังหวดั สตลู 7-8
9-10
ดอกไมป้ ระจำจงั หวัด 11
12
สถำนทที่ ่องเที่ยว 13-14
15-17
เกำะอำดัง 18
19-20
หำดสันหลงั มังกรหรอื ทะเลแหวก 21
22-23
เกำะไข่ 24-25
ถำ้ ภูผำเพชร 26
เกำะหลเี ป๊ะ 27-29
เกำะหนิ งำม 30-31
ถำ้ เลสเตโกดอน 32-33
อทุ ยำนแหง่ ชำติทะเลบนั 34-35
ถำ้ เจ็ดคต
นำ้ ตกโตนปลิว
ปรำสำทหนิ พนั ยอด
น้ำตกวงั สำยทอง

เกำะบโุ หลน

สะพำนข้ำมกำลเวลำ

พภิ ิธภณั ฑ์สถำนแหง่ ชำตสิ ตูล

อำหำรประจำจังหวดั สตูล

ประเพณีประจำจังหวัดสตูล 4

36-38

1

-ประวัติ-

ในยุค(รตั นโกสินทร์)ตอนต้น สตูลเป็นเพยี งตำบลหน่งึ ในเขต(เมืองไทรบรุ ี) เรยี กวำ่

มูเกม็ สะตุล (‫ )مقيم ستول‬ประวตั คิ วำมเป็นมำของเมืองสตูลจึงเกี่ยวข้องกบั ไทรบุรี ดงั

ปรำกฏในพระรำชพงศำวดำรกรงุ รัตนโกสินทร์รชั สมยั (พระบำทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหล้ำ

นภำลัย)วำ่ “ตำมเน้ือควำมท่ีปรำกฏดงั กล่ำวมำแล้ว ทำใหเ้ ห็นวำ่ ในเวลำน้ัน พวกเมอื งไทร

เหน็ จะแยกกันเปน็ สองพวกคอื พวกเจำ้ พระยำไทรปะแงรันพวกหน่งึ และพระยำอภัยนุ

รำชคงจะนบน้อมฝำกตัวกบั เมอื ง(นครศรธี รรมรำช) โดยเฉพำะเมื่อพระยำอภัยนรุ ำช

ไดม้ ำเปน็ ผู้ว่ำรำชกำรเมืองสตูล ซง่ึ เขตแดนติดต่อกับนครศรธี รรมรำชมำกกว่ำเมอื งไทร

แต่พระยำอภยั นรุ ำชว่ำรำชกำรเมืองสตูลได้สองปีกถ็ งึ แก่อนิจกรรม ผใู้ ดจะไดว้ ่ำรำชกำร

เมอื งสตูลต่อมำในชัน้ น้ันหำพบจดหมำยเหตุไม่ แตพ่ ิเครำะห์ควำมตำมเหตกุ ำรณท์ เ่ี กดิ ข้ึน

ภำยหลงั เข้ำใจว่ำเช้ือพระวงศข์ องพระอภัยนุรำช (ปศั นู) คงจะไดว้ ่ำรำชกำรเมอื งสตูล

และฟังบังคับบัญชำสนิทสนมกับเมืองนครศรีธรรมรำชอย่ำงครัง้ พระยำอภัยนุรำชหรือ

ย่ิงกวำ่ นั้น” เร่อื งเกย่ี วกับเมืองสตูลนั้นยังปรำกฏในหนงั สือ(พงศำวดำรเมืองสงขลำ) แต่

ขอ้ ควำมที่ปรำกฏบำงตอนเก่ียวกบั ช่ือผูว้ ำ่ รำชกำรเมอื งสตลู ไม่ตรงกบั ในพระรำช

พงศำวดำรกรงุ รัตนโกสินทรร์ ัชสมัย(พระบำทสมเดจ็ พระน่ังเกล้ำเจ้ำอย่หู วั )ประวตั ิ

เกยี่ วกบั เมอื งสตูลในกำรจัดรูปแบบกำรปกครองเมืองตำมระบอบ(มณฑลเทศำภบิ ำล)

กล่ำวไว้ว่ำในปีพ.ศ.2440 (พระบำทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ำเจ้ำอยู่หวั )ทรงพระกรุณำ

โปรดเกล้ำฯ ให้พระยำไทรบุรรี ำมภกั ดีเจ้ำพระยำไทรบรุ ี(อับดุลฮำมิต) เปน็ ข้ำรำชกำร

เทศำภิบำล(มณฑลไทรบุรี) โดยเมอื งสตูลได้แยกออกจำกไทรบรุ ีอยำ่ งเด็ดขำดตำมหนังสือ

สัญญำไทยกับองั กฤษ เร่ืองกำรปักปันดินแดนนะหว่ำงไทยกบั สหพันธรัฐมลำยูซง่ึ ลงนำม

กนั ที่(กรุงเทพมหำนคร) เม่ือวันท่ี 10 มนี ำคม ร.ศ. 127 (พ.ศ. 2452) จำกหนงั สอื สัญญำ

นย้ี งั ส่งผลให้เมืองไทรบุรีและ(เมืองปะลิส)ตกเปน็ ของอังกฤษ ส่วนเมืองสตลู ยังคงเป็นของ

ไทยมำจนถงึ ปัจจบุ ัน

เมอ่ื ปกั ปันดินแดนเสรจ็ แล้ว ได้มพี ระรำชโองกำรโปรดเกล้ำฯ ใหเ้ มืองสตูลเป็นเมอื งจัตวำ
รวมอยใู่ น(มณฑลภเู ก็ต)เมือ่ วนั ที่ 6 สงิ หำคม ร.ศ. 128 (พ.ศ. 2453)

ในปี พ.ศ.2475 ประเทศไทยได้เปลยี่ นแปลงกำรปกครองเป็นระบอบ(ประชำธิปไตย) เมือง
สตลู ก็มีฐำนะเปน็ จังหวัดหนง่ึ ในรำชอำณำจกั รไทยสืบตอ่ มำจนถงึ ปจั จุบันนี้

2

-ตรำประจำจงั หวดั สตลู -

รปู พระสมทุ รเทวำประทับนั่งบนแท่นหิน เบื้องหลังเป็นพระอำทิตย์อสั ดง

3

-คำขวญั ประจำจังหวัดสตลู -

คำขวญั จังหวดั สตูล
สตูล สงบ สะอำด ธรรมชำติบริสุทธ์

คำขวญั กำรทอ่ งเท่ยี วสตลู
สตูลรม่ เย็น สวยเดน่ ตะรเุ ตำ ถ่ึนลำเนำชนใต้
หำดทรำยสขี ำว งำนว่ำวประเพณี โรตรี สเดด็ เพชรอันดำมนั

4

-ต้นไม้ประจำจังหวดั สตลู -

ต้นหมำกพลตู ัก๊ แตน

ชอ่ื วิทยำศำสตร์ Dalbergia parviora Roxb
ชื่อวงศ์ Papilionaceae
ชอ่ื สำมญั Black wood
ชือ่ อืน่ ๆ ซกิ สรี้ ครี้ ประด่ชู ิงชัน ดสู่ ะแตน เก็ดแดง อเี ม็ง พยุงแกลบ กระซิบ
หมำกพลูตัก๊ แตน

5

-ดอกไม้ประจำจงั หวดั สตลู -

ดอกกำหลง

ชอ่ื ดอกไม้ ดอกกำหลง
ชื่อสำมัญ Galaong, Snowy Orchid Tree
ชอ่ื วิทยำศำสตร์ Bauhinia 5cuminate Linn.
ชือ่ วงศ์ LEGUMINOSAE
ช่อื อืน่ เสีย้ วดอกขำว, สม้ เส้ยี ว, เส้ียวน้อย
ลักษณะทว่ั ไป กำหลงเปน็ ไมพ้ ุ่มขนำดกลำง ใบเปน็ ใบไมแ้ ฝดออกสลับกันไป
ตำมตน้ ดอกขำวใหญ่ ดอกเปน็ ช่อมีกลน่ิ หอมเลก็ นอ้ ย ดอกมี 6 กลบี ซอ้ น
เหลือ่ มกนั ช่อหน่งึ ออกดอกประมำณ 5-8 ดอก ออกดอกตลอดปี
กำรขยำยพันธุ์ เพำะเมลด็ , ตอนกง่ิ
สภำพทเี่ หมำะสม ดนิ ร่วนซุย ดินรว่ นปนทรำย
ถน่ิ กำเนิด ประเทศอินเดีย, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

6

-สถำนที่ทอ่ งเท่ยี ว-

1.เกำะอำดัง
2.หำดสันหลงั มังกร
3.เกำะไข่
4.ถำ้ ภูผำเพชร
5.เกำะหลีเป๊ะ
6.เกำะหินงำม
7.ถำ้ เลสเตโกดอน
8.อทุ ยำนแห่งชำติทะเลบัน
9.ถำ้ เจ็ดคต
10.น้ำตกโตนปลวิ
11.ปรำสำทหนิ พันยอด
12.น้ำตกวังสำยทอง
13.เกำะบุโหลน
14.สะพำนข้ำมกำลเวลำเขำโตะ๊ หงำย
15.พิพิธภณั ฑ์สถำนแห่งชำติสตลู

7

-เกำะอำดัง-

หมเู่ กำะ อำดงั รำวี จงั หวัดสตลู เปน็ หมู่เกำะทอ่ี ยู่ในเขตพ้ืนท่ขี อง
อทุ ยำนแหง่ ชำติตะรุเตำซึ่งเปน็ เกำะที่ต้ังอยู่ใต้สดุ ของประเทศไทย (เกำะลังกำ
วีของมำเลเซียห่ำงจำกปลำยเกำะตะรุเตำ 4.8กิโลเมตร) เป็นอุทยำนแห่งชำติที่
ตั้งอยู่ในจังหวัดสตูลมีช่ือเสียงที่โด่งดังทำงด้ำนธรรมชำติและตั้งอยู่ในเขตทะเล
อนั ดำมนั

หมู่เกำะ อำดังรำวี เหมำะแก่กำรดำ
น้ำลึก สำรวจรำยละเอียดส่ิงมีชีวิต
เล็กๆ ได้ แต่ก็สำมำรถดำบนผิวน้ำได้
เช่นกัน เพรำะน้ำทะเลค่อนข้ำงใส
สำหรับจุดดำน้ำลึกน้ันอยู่บริเวณ ร่องนำจำบัง มีกองหินจำบังเป็นจุดหมำย
ระหว่ำงเกำะอำดัง เกำะรำวี และเกำะหลีเป๊ะ ลักษณะเป็นกองหินรูปทรง
คลำ้ ยภูเขำ 5 ยอดอยู่ใต้น้ำ นอกจำกนีย้ ังมปี ะกำรังอ่อนหลำกสสี ันเหมือนสวน
ดอกไมเ้ ใตท้ อ้ งทะเล ควำมโดดเด่นท่ีรจู้ ักกนั ดใี นหมนู่ กั ดำนำ้ คือ ท่รี ่องน้ำจำบัง

เป็นจุดท่ีสำมำรถดำน้ำแบบsnorkelingแล้ว
เห็นปะกำรังออ่ นท่มี กั พบในจดุ ดำน้ำลกึ ได้

หมเู่ กำะ อำดงั รำวี นอกจำกเปน็ แหล่ง
ปะกำรงั อ่อนหลำกสีสันแล้ว ร่องน้ำจำบัง
ยังเปน็ แหล่งของปะกำรงั หลำกหลำยชนิด เช่น ปะกำรังเขำกวำง ปะกำรงั
สมอง ปะกำรงั ดำวใหญ่ ปะกำรงั ถว้ ยสสี ม้ ฯลฯ นอกจำกนี้ยงั พบดอกไมท้ ะเล
ปลำกำรต์ ูนอย่ำงนอ้ ย 2 ชนิด คอื ปลำกำรต์ ูนสม้ ขำว และปลำกำรต์ ูนลำย
ปล้อง กลั ปังหำสสี ้ม หอยมอื เสอื ปลำสลิดหนิ ปลำดำวสฟี ำ้ ปลำสงิ โต ฯลฯ

8

หมู่เกำะ อำดังรำวี ยังมีเกำะอื่นๆ ท่ีเป็นแหล่งดำน้ำ ได้แก่ เกำะหินงำม เกำะ
ผ้ึง ซ่ึงเหมำะกำรดำน้ำต้ืน มีแนวปะกำรัง ดอกไม้ทะเล และปลำกำร์ตูน ฯลฯ
นอกจำกน้ี หำกอยำกชมโลกเหนือผิวน้ำบ้ำงบนเกำะอำดัง ยังมีจุดชมวิว ผำ
ชะโด ซ่ึงในอดีตเคยเป็นจุดสังเกตกำรณ์ของโจรสลัด เพ่ือเข้ำโจมตีเรือสินค้ำ
ปัจจุบันเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงำม ใช้
เวลำเดินขึ้น 40 นำที มองออกไปจะเห็น
ทวิ ทศั นข์ องเกำะอำดงั และเกำะหลเี ปะ๊

ข้อมลู ท่องเท่ียว – ใตส้ ุดของทะเลไทยฝ่งั
อนั ดำมนั ในเขตจังหวดั สตลู อยู่ในพื้นที่
ดูแลของอทุ ยำนแหง่ ชำติตะรเุ ตำ ทงั้ จำกทำ่ เรือปำกบำรำ อ.ละงู จ.สตูล หรือ
จำกท่ำเรอื ตำมะลัง อ.เมืองสตูล จ.สตูล

9

-หำดสันหลงั มงั กร-

เดินเที่ยวแหวกทะเล ท่ี หำดสนั หลงั มังกร

หำดสนั หลงั มังกร ตั้งอยู่ที่ ตำบลตันหยงโป อำเภอเมอื งสตูล จังหวดั สตูล
เปน็ หำดสนั ทรำยกลำงทะเลที่เกิดจำกกำรทบั ทมของซำกเปลอื กหอยนับหลำย
ลำ้ นตัวทับถมกัน จนกลำยเป็นเส้นทำงเดนิ ยำวกว่ำ 4 กโิ ลเมตร เชอื่ มระหว่ำง
เกำะหวั มันกบั เกำะสำม อย่กู ลำงทะเล
อนั ดำมนั ถำ้ ไดม้ องดทู ่ี หำดสนั หลงั
มงั กร จะเหมอื นกับมีกำรเคล่ือนไหว
เลย เม่อื ประมำณ 500 ลำ้ นปีท่ีแล้ว
ได้เกิดกำรระเบิดของภูเขำไฟ เม่ือเย็น
ตวั ลงได้กลำยเป็นหินกรวดสแี ดงอยู่
ภำยในหม่บู ้ำนบำกันใหญ่ ที่คน้ พบโดยกรมทรพั ยำกรธรณี ในชว่ งน้ำลงผนื
กรวดสแี ดงนนั้ จะค่อยๆ โผลข่ ้นึ เหนือผืนนำ้ โดยสว่ นหวั จะขนำบกับบนเกำะ
ของชำวบ้ำน สว่ นหำงจะคดเคี้ยวไปตำมน้ำเป็นแนวยำวยืนลงไปในทะเล หำด
สนั หลังมงั กร นี้ จะเห็นไดเ้ ฉพำะตอนนำ้ ลงเทำ่ นน้ั

โดยชว่ งน้ำทลี่ ดลงนน้ั น้ำจะกระทบเขำ้ หำกันจะคล้ำยเกรด็ ของมงั กรเม่อื มองดู
ไกลๆ จำกนน้ั กจ็ ะคอ่ ยๆ เหน็ สันทรำยแนวยำวท่อี ยู่กลำงทะเล เป็นอันซีนท่ีอยู่
ใน จังหวดั สตูล ท่ีเดยี วเท่ำน้ัน ดว้ ยควำมพิเศษของ หำดสนั หลังมงั กร ท่เี ตม็ ไป
ดว้ ยเปลอื กหอย เมอื่ เดินไปตำมสนั
ทรำยกจ็ ะเหมือนกับเรำเดนิ อยบู่ นสนั
หลงั มงั กรท่ีวิบวบั เพรำะแสงแดดที่
ส่องลงมำกระทบสนั ทรำยนั่นเองคะ่
โดยเรำสำมำรถนั่งเรอื จำกบำ้ นบำกนั
ใหญ่ ใชเ้ วลำ 30 นำที กจ็ ะไดช้ มควำม
อนั ซนี ของ หำดสนั หลังมงั กร

10

นอกจำกนีบ้ รเิ วณ หำดสันหลังมังกร
จะมีหมู่บำ้ นบำกนั ใหญท่ ี่จะคอยต้อนรบั
และให้บรกิ ำรนกั ทอ่ งเทย่ี วเป็นกนั เองมำก
กจิ กรรมของทน่ี ี่ ไม่ได้มเี พียงแคก่ ำรไปชม
หำดสนั หลังมังกร เท่ำนัน้ แต่ยงั มีทั้ง กจิ กรรมล่องแพ ชมนก พำยเรอื ชม
ธรรมชำติ ปลอ่ ยปู ปลูกตน้ โกงกำง และทำนอำหำรทะเลสดๆ ทต่ี ้องบอกวำ่
ใครที่ไดม้ ำกต็ ำ่ งประทับใจกนั สดุ ๆ

11

-เกำะไข่-

เกำะไข่ จ.สตูล

อยู่ระหว่ำงเกำะอำดังกบั เกำะรำวี เกำะไขไ่ มเ่ พียงแต่เป็นทำงผ่ำนเพ่อื ม่งุ
หนำ้ สหู่ ำดสวรรค์ทัง้ 2 เกำะเท่ำนน้ั แต่มี เอกลักษณ์ทำงธรรมชำตทิ สี่ วยงำม
มำกนั่นคอื ซมุ้ ประตูหนิ ขนำดใหญข่ นำดสงู เทำ่ หัวขนำดหลำยคนเดนิ เข้ำไป
ลอดได้ ซมุ่ ประตูน้กี ลำยเป็นสัญลักษณ์
ของจังหวัดสตูล ยิ่งไปกว่ำน้นั เกำะไข่
ยงั มชี ำยหำดทข่ี ำวนวล สะอำด เหมอื น
สไี ข่ น้ำทะเลใสสวย ควำมสำคญั ทำง
ธรรมชำติของเกำะนยี้ ังเปน็ ทีเ่ ต่ำทะเล
ชอบขึ้นมำวำงไขเ่ สมอและ ในทะเลย่ำน
น้ยี ังมีปลำชกุ ชุม ทำงอุทยำนฯไมอ่ นญุ ำติให้พักแรมบนเกำะเกำะไขม่ ีควำมเช่อื
วำ่ หนมุ่ สำวคู่ใดทไี่ ด้ ลอด ซ้มุ ประตูหินนีจ้ ะไดแ้ ตง่ งำนกันนอกจำกนี้ในชว่ ง
เทศกำล วนั วำเลนไ์ ทน์ จ.สตลู ไดจ้ ัดให้มกี ำรจดทะเบยี น สมรสใหก้ ับค่บู ่ำวสำว
ณ บริเวณซุม้ เกำ

12

-ถ้ำภูผำเพชร-

ถ้ำขนำดใหญต่ ิดอันดบั 4 ของโลก มีเนือ้ ทีภ่ ำยในถำ้ กว่ำ 50 ไร่ ธรรมชำตไิ ด้
รงั สรรคค์ วำมงำมไว้อย่ำงน่ำอัศจรรย์มีเพดำนถ้ำสูงโปร่ง มีหินงอกหินย้อย
สวยงำม ซงึ่ มีอำยุมำกกวำ่ ร้อยล้ำนปจี นกระทงั่ เมื่อปี พ.ศ. 2541 นักโบรำณคดี
ได้เขำ้ สำรวจบรเิ วณถ้ำตำมคำเลำ่ ของพระธุดงด์นำมวำ่ ”หลวงตำแผลง” ผู้
ค้นพบถ้ำแหง่ นี้

จำกหลกั ฐำนนกั โบรำณคดีได้สันนิษฐำนว่ำ ถ้ำภูผำเพชรแห่งนี้น่ำจะเปน็ ที่อยู่
อำศัยของมนษุ ย์ยุคก่อนประวัติศำสตร์ประมำณ 3000 ปีมำแล้ว โดยพบ
หลกั ฐำนทำงโบรำณคดี กระดูกมนษุ ย์ยคุ โบรำณส่วนกะโหลกศีรษะ พบเศษ
ภำชนะดินเผำเคลือบลำยเชอื กทำบ ทก่ี น้ ภำชนะมีเปลอื กหอยยึดเกำะ

ภำยในถำ้ จัดสรรแบง่ เป็นห้องตำ่ งๆ 20 หอ้ ง มีไฟสอ่ งสว่ำงตำมทำงเดนิ มกี ำร
ตงั้ ชอ่ื แตล่ ะหอ้ งตำมธรณีสณั ฐำนทพี่ บเหน็ เชน่ หอ้ งมำ่ นเพชร มีลักษณะ
คลำ้ ยผ้ำมำ่ นแขวนเป็นหลบื ซ้อนกนั หอ้ งพญำนำค มีหนิ งอกตอ่ ตวั กันคล้ำยงู
ใหญห่ รอื พญำนำค

ส่วนประเภทของหินงอกก็จะมีชื่อตำ่ งๆ
ตำมรปู ทรงที่พบเหน็ มมี ำกถงึ 31 แห่ง
เชน่ ดอกเหด็ ซุม้ ประตู หัวแหวนเพชร
สำยน้ำเพชร หวั พญำนำค เศยี รพระ

ท่ตี ้ัง : บำ้ นป่ำพน ตำบลปำล์มพฒั นำ อำเภอมะนงั จังหวดั สตูล

13

-เกำะหลเี ปะ๊ -

เกำะหลีเปะ๊ ที่เทีย่ วสถำนหนง่ึ ในอทุ ยำนแห่งชำติหมเู่ กำะตะรุเตำ อยู่สดุ เขต
แดนใตแ้ ถบหมเู่ กำะอำดงั – รำวี ต้งั อยู่ทำงทิศ
ตะวนั ตกของเกำะตะรเุ ตำ หำ่ งจำกเกำะตะรุเตำ
45 กิโลเมตร ห่ำงจำกฝง่ั ทำ่ เรอื ปำกบำรำ 62
กิโลเมตร “เกำะหลีเปะ๊ ” หมำยถงึ เกำะที่
รำบเรียบคล้ำย กระดำษ ซี่งมที ่มี ำจำกภำษำ
ทอ้ งถนิ่ ชำวนำ้ หรอื ชำวเล เกำะหลเี ปะ๊ ถงึ แม้
จะอยใู่ นเขตอทุ ยำนฯ แตว่ ่ำพืน้ ท่ีทั้งหมดเป็น
ของชำวบ้ำนซึง่ อยอู่ ำศัยบนเกำะมำเปน็ รอ้ ยกวำ่
ปีกอ่ นประกำศจดั ต้ังอุทยำนแหง่ ชำติ ดังน้ัน
กำรจัดกำรพนื้ ท่บี นเกำะจึงอยู่นอกเหนอื
อำนำจของอทุ ยำน ปลอ่ ยให้เป็นหนำ้ ที่ของ
ชมุ ชนบริกำรจัดกำร โดยอทุ ยำนแห่งชำติคอย

ดแู ลควำมเรยี บร้อยและควำมปลอดภยั สำหรับนักทอ่ งเที่ยว

สภำพแวดล้อมโดยท่วั ไปของ “เกำะหลเี ปะ๊ ” เต็มไปดว้ ยป่ำปะกำรังอัน
สมบรู ณ์ มีเวงิ้ อ่ำวทสี่ วยงำม หำดทรำยขำวละเอียดชำยหำดบนเกำะหลเี ปะ๊ มี
3 หำด หำดพทั ยำ หรือ บนั ดำหยำ,
หำดชำวเล หรือ หำดซันไรซ์ (Sunrise
Beach) และ อำ่ วประมง (Sunset
Beach) โดยแตล่ ะหำดสำมำรถเดนิ ทำง
เชอื่ มต่อกนั ไดโ้ ดยใช้เวลำเดินประมำณ
15-20 นำที

14

หำดทค่ี ึกคกั ท่สี ุดจนไดร้ บั กำรขนำนนำมวำ่ เป็น “พทั ยำ 2” คือ หำดพัทยำ
หรือ หำดบนั ดำหยำ เหมำะสำหรบั คนไม่ชอบ
สนั โดษ ตั้งอยู่ทศิ ตะวนั ตกของเกำะ “หำด
พัทยำ” ถือเปน็ จดุ ชมพระอำทติ ยต์ กท่ีสวยงำม
ทส่ี ุดในทะเลสตูล ส่วนจดุ ชมพระอำทิตย์ขนึ้ ท่ี
สวยทสี่ ุดแหง่ หน่งึ ของอนั ดำมันต้องยกให้
“หำดชำวเล” หรอื หำดซันไรซ์ บรรยำกำศ
เงียบ สงบ อำกำศบรสิ ุทธ์ิ ร่มรน่ื ภำยใตแ้ นว

สนใหญ่ เปน็ สถำนทที่ ่นี ่ำผอ่ นกำยพักใจทส่ี ดุ

15

-เกำะหนิ งำม-

เกำะหนิ งำม Unseen หนงึ่ เดียวในไทยของอทุ ยำนแห่งชำตติ ะรุเตำ
จงั หวดั สตูล เกำะขนำดเล็กที่เต็มไปดว้ ยกอ้ นกรวดสดี ำมนั วำว ลวดลำย
สวยงำมไมซ่ ้ำกนั ไปในแตล่ ะกอ้ น ที่เชอ้ื เชิญใหน้ กั ท่องเที่ยวอยำกแวะมำเท่ียว
สกั คร้ังเมอ่ื มำเยอื นทะเลในแถบนี้

ทม่ี ำ เกำะหนิ งำม

เกำะหินงำม นบั เปน็ อุทยำนธรณโี ลกแห่งแรกในไทย และแห่งที่ 5 ของ
อำเซียน ท้ังหำดจะเตม็ ไปดว้ ยกอ้ นหนิ
สดี ำ ไซสเ์ ล็กใหญแ่ ตกต่ำงกนั ไปหลำย
ขนำด แตล่ กั ษณะทคี่ ล้ำยกนั ทกุ ก้อนก็
คือควำมกลมเกลยี้ ง ท่พี อโดนนำ้ และ
แสงแดดสำดส่องแล้ว จะกลำยเป็นสี
มนั วำววบั ที่สวยงำมมำก

กำรเกิดของหนิ เหลำ่ นี้ มีควำมเกี่ยวข้องกบั กระบวนกำรทำงธรณีวทิ ยำ
โดยแหลง่ กำเนดิ อยบู่ ริเวณด้ำนใต้ของเกำะ ทีก่ ระแสนำ้ ทำให้หนิ โผลข่ องหิน
“ฮอร์นเฟลส์” ทีม่ ีแนวแตกหลำยแนว แตกออกเป็นเศษก้อนหนิ เหลยี่ มจำก
กระแสคลืน่ เกดิ กระแสน้ำเลียบชำยฝ่ังไหลออ้ มไปจนถงึ บริเวณสันดอนกรวด
มน ตลอดระยะทำงของกระแสนำ้ เลียบชำยฝ่ังทำใหก้ อ้ นหินเกดิ กำรขดั สีมำ
เร่อื ยๆ ทำให้กรอ่ นจนมขี นำดเล็กลงตำมระยะทำง และมีควำมกลมมนมำกขนึ้
จนไปสะสมตวั บรเิ วณสนั ดอนกรวดนน่ั เอง บำ้ งก็สันนษิ ฐำนว่ำ หินทนี่ ่ีเปน็ หนิ
ท่ีมกี ำรทับถมอยใู่ ต้ทอ้ งทะเลมำยำวนำน ควำมกลมมนเงำงำมของมนั น้ันเกิด
จำกแรงกัดกร่อนจำกคลื่นนบั ล้ำนๆ ปี จนเกดิ เปน็ หำดหินงำมดังเชน่ ทกุ วนั นี้

16

ควำมเชอ่ื บนเกำะหนิ งำม

แนน่ อนวำ่ ดว้ ยควำมสวยของหินทุกๆ ก้อนบนน้ี ทำให้นกั ทอ่ งเทย่ี วบำง
รำย ไม่ว่ำจะท้ังชำวไทย หรือชำวตำ่ งชำติ แอบหยิบก้อนหินตดิ ไมต้ ดิ มือกลับ
บำ้ นไปด้วย แตก่ ็มเี รอื่ งเล่ำว่ำทุกๆ รำยตำ่ งก็ตอ้ งรบี สง่ หินกลบั มำคนื อยูเ่ สมอ
เรอื่ งนแ้ี ม้เปน็ ควำมเชื่อส่วนบุคคล แตก่ ็มขี ่ำว
เร่ืองนกั ทอ่ งเท่ียวต่ำงชำตหิ ลำยคนต้อง
นำมำคนื หรอื ส่งคืนทำงพัสดุเพรำะอยไู่ ม่
เป็นสุข ควำมนำ่ สนใจอกี อยำ่ ก็คอื มปี ้ำย
เตอื นอยำ่ งจรงิ จงั ถึง 3 ภำษำดว้ ยกัน ทงั้
ไทย อังกฤษ และจีน ขอ้ ควำมวำ่ "คำสำป
เจ้ำพอ่ ตะรุเตำ ผใู้ ดบังอำจเก็บหนิ จำกเกำะน้ี
ไป ผู้นั้นจะพบแต่ควำมหำยนะ นำนำประกำร จะกลับไม่ถึงบ้ำน จะประสบ
อุบัตเิ หตุ จะหลดุ พ้นจำกหนำ้ ที่กำรงำน จะพบภยั พิบัตไิ ม่มที ส่ี น้ิ สดุ ..."

แมจ้ ะเป็นควำมจริงหรอื ไม่ แตก่ ำรนำหนิ กลบั ไปกน็ ับเปน็ กำรทำผดิ กฎหมำย
ของอุทยำนฯ อยำ่ งแน่นอนครบั อกี อยำ่ ง ถ้ำนักทอ่ งเท่ยี วหยิบหนิ กลับบ้ำนไป
คนละกอ้ นสองก้อน วันหน่ึงเกำะอำจจะไม่มหี ินเหลือใหด้ ูอกี ก็เปน็ ได้

17

กำรเดินทำงมำยงั เกำะหินงำม

เกำะหินงำมเป็นสว่ นหนึง่ ของหมเู่ กำะอำดงั -รำวี อยู่หำ่ งจำก
เกำะอำดงั ประมำณ 2.5 กิโลเมตร
กำรเดินทำงทีส่ ะดวกท่ีสดุ คอื ควร
เหมำเรอื หำงยำวจำกเกำะหลเี ปะ๊ ไป
ใช้เวลำเดินทำงประมำณ 20 นำที
ก่อนถงึ เกำะหนิ งำมจะผ่ำนเกำะจำ
บัง ซง่ึ เป็นเกำะเลก็ ๆ แต่มจี ดุ ดำน้ำ
ทเี่ ป็นเหมอื นไฮไลทข์ องหลีเปะ๊ เลย
เพรำะเปน็ แหลง่ รวมของปะกำรังออ่ น และปะกำรงั 7 สแี สนสวย

 ทต่ี ้ัง : อทุ ยำนแหง่ ชำติตะรุเตำ เกำะหนิ งำม ตำบลเกำะสำหรำ่ ย
อำเภอเมอื งสตูล จงั หวดั สตูล

 พกิ ัด : https://goo.gl/maps/BLQHUL2BKaX9QHQM6

18

-ถำ้ เลสเตโกดอน-

ถ้ำเลสเตโกดอน

ถำ้ เลทม่ี คี วำมยำวทีส่ ดุ ในประเทศไทย เพรำะมคี วำมยำวกวำ่ 4 กโิ ลเมตร

สว่ นคำว่ำ “สเตโกดอน” คือชอ่ื ของช้ำงดกึ
ดำบรรพ์ เนือ่ งจำกมีกำรพบฟอสซลิ ของ
ช้ำงสเตโกดอนในถำ้ แห่งนี้และพบหินรปู ร่ำง
แปลกตำ จงึ นำมำซ่ึงกำรสำรวจถ้ำและ
ค้นพบซำกฟอสซลิ อีกมำกมำยภำยในถ้ำน้ี และตำมผนังถ้ำเรำกย็ งั พอเหน็
ฟอสซลิ ของสำหร่ำยทะเลอกี ดว้ ย

กำรเดินทำงไปเท่ียวถำ้ ด้ำนหนำ่ จะพบกบั สะพำนแขวน และทำงลงสู่ปำก
ทำงเขำ้ ถำ้ เลสเตโกดอน นกั ทอ่ งเทีย่ วสำมำรถโดยสำรเรือแคนูเปน็ พำหนะพำ
เขำ้ ไปชมทัง้ ควำมงำมและควำมมหศั จรรย์ของถำ้ น้ี

ภำยในถ้ำเลสเตโกดอนนนั้ นอกจำกควำมสวยงำมของหนิ ตำ่ งๆ ภำยในถ้ำแล้ว
ที่น่ียังมีน่ำสนใจอย่ำงเช่นฟอสซิลของซำกพืช ซำกสัตวด์ กึ ดำบรรพท์ ม่ี อี ำยโุ ดย

เฉลี่ยถงึ 500 ลำ้ นปีที่ยัง
หลงเหลืออยอู่ กี ดว้ ย เหมำะ
สำหรบั คนรักกำรทอ่ งเทย่ี วแบบ
แอดเวนเจอรแ์ ละรักธรรมชำติ
อยำ่ งยง่ิ

ที่ต้ัง : หมู่ 7 หม่บู ำ้ นครี ีวง ตำบล
ทงุ่ หวำ้ จังหวัดสตลู

19

-อทุ ยำนแหง่ ชำติทะเลบัน-

อุทยำนแหง่ ชำตทิ ะเลบัน มพี ืน้ ทีท่ ้ังหมดประมำณ 196 ตำรำงกิโลเมตร
ครอบคลุมพ้ืนที่ป่ำหัวกะหมงิ ป่ำกปุ งั
ป่ำปุโล้ต และปำ่ ควนบอ่ นำ้ ในท้องที่
ตำบลควนสตอ อำเภอควนโดน และ
ตำบลเกตรี ตำบลบำ้ นควน ตำบลปยู ู
อำเภอเมอื งจงั หวัดสตลู ไดร้ บั กำร
ประกำศใหเ้ ป็นอทุ ยำนฯ เมื่อวันท่ี 27
ตุลำคม พ.ศ. 2523 นบั เปน็ อุทยำน
แหง่ ชำติลำดบั ท่ี 20 ของประเทศ มีพื้นท่ีสว่ นใหญเ่ ป็นภูเขำสลบั ซับซ้อน มเี ขำ
วงั ชำ้ ง เขำหินรอ้ ง เขำวงั พะเนียด เขำจีน เขำมดแดง เขำหำบเคย เขำกวงใหญ่
เขำกวงเล็ก เขำวังหมู เขำวงั กลวง เขำกำยัง เขำกลำ่ เขำปยู ู และเขำวังกูนอง
เปน็ ยอดเขำสำคัญ โดยมีเทือกเขำจีนเป็นยอดเขำสูงสุด สูง 756 เมตรจำก

ระดบั นำ้ ทะเลปำนกลำง

เทอื กเขำจีนยงั เปน็ แหล่งตน้ น้ำลำธำรสำคญั
มำกมำยทงั้ คลองกลำงบำ้ น คลองยำโรย
และคลองตูโย้ะ ทำใหเ้ กิดนำ้ ตกสวยงำมมี
ช่ือเสยี งอย่ำงนำตกยำโรย และนำตกโตน
ปลวิ ไม่เพยี งเท่ำนีค้ ณุ ยงั สำมำรถพบสภำพ
ปำ่ หลำกหลำยท้ังป่ำดงดบิ ที่เป็นทอี่ ยู่ของชำวซำไกหรือเงำะป่ำ ปำ่ ร่นุ หรือป่ำ
เหลำ่ และปำ่ ชำยเลน ในพืน้ ทข่ี องอุทยำนฯ ทะเลบนั และดว้ ยควำมสมบรู ณ์
ของปำ่ ไมท้ ำให้ทีน่ ่มี ี หมำน้ำหรือเขียดว้ำก สัตว์ท่ีถือเป็นสญั ลักษณ์หน่ึงของ
หนองน้ำทะเลบนั เลย เขียดวำ้ กชอบอำศัยอยตู่ ำมปำ่ บำกง จะสง่ เสยี งรอ้ ง
คล้ำยเสียงของลูกสุนัข และจะส่งเสยี งวำ้ กในฤดูผสมพันธุ์

20

อุทยำนฯ ทะเลบัน มพี น้ื ทีป่ ำ่ ทำงดำ้ นทศิ ใต้ติดกบั รัฐเปอร์ลิส ประเทศมำเลเซีย
ควำมสมบูรณข์ องผืนป่ำแห่งน้ี เม่อื รวมเขำ้ กบั ควำมงำมของเขำมดแดงกับเขำ
จนี ทเ่ี ปน็ ภเู ขำหินปูนแกรนติ ดว้ ยแล้ว อุทยำนฯ ทะเลบนั จงึ มแี หลง่ ทอ่ งเทีย่ ว
ทำงธรรมชำตนิ ำ่ สนใจมำกมำยทง้ั ถำโตน
ดิน อยู่ห่ำงจำกทท่ี ำกำรอุทยำนฯ 1.5
กโิ ลเมตร ภำยในถำ้ ลกึ 700 เมตร เต็มไป
ด้วยหินงอกหนิ ย้อย และยังมเี ครื่องมือขุด
แร่ในสมัยสงครำมโลกครง้ั ที่ 2 หลงเหลอื
อยู่ดว้ ย บงึ ทะเลบนั บงึ นำ้ จดื ขนำดใหญม่ ี
เน้อื ทป่ี ระมำณ 125 ไร่ เกดิ จำกกำรยบุ ตัวของแผ่นดนิ กลำงหบุ เขำของ
เทือกเขำจนี และเขำวงั ประ ภำยในบงึ มีปลำน้ำจืดและสัตวน์ ำ้ อ่นื ๆอำศัยอยมู่ ำก

นำตกยำโรย อยหู่ ำ่ งจำกท่ที ำกำรอทุ ยำนฯ
ประมำณ 7 กิโลเมตร ตน้ น้ำเกดิ จำกปำ่ หวั
กะหมงิ เทอื กเขำจีน มที ้ังหมด 9 ชั้น ชั้นที่ 9
เป็นชนั้ สวยทสี่ ุด สำยน้ำจะไหลแยกเป็นพุ่ง
สองสำยตกลงมำจำกหนำ้ ผำสงู กวำ่ 10 เมตร
สวยมำก นำตกโตนปลวิ อยหู่ ่ำงจำกท่ที ำ
กำรอุทยำนฯ ประมำณ 13 กโิ ลเมตร เป็น
น้ำตกทสี่ วยงำมทส่ี ุดในเขตอุทยำนฯ ทะเลบนั
เป็นน้ำตกสวยที่มีนำ้ ไหลตลอดท้งั ปี ท่งุ หญำ้
วงั ประ อย่หู ำ่ งจำกท่ที ำกำรอทุ ยำนฯ
ประมำณ 18 กิโลเมตร ลกั ษณะเปน็ ทวิ ทงุ่
หญ้ำสะวนั น่ำกว้ำงใหญ่ เหมำะเปน็ แหล่ง
เฝำ้ ดสู ตั วห์ ลำกชนดิ และถำลอดปูยู กำรเดินทำงไปถำ้ ลอดปยู ตู ้องลงเรือท่ี
ทำ่ เรือตำมะลงั ที่อยหู่ ำ่ งจำกจงั หวัดสตูลเพยี ง 9 กิโลเมตร ใช้เวลำประมำณ
45 นำที ลกั ษณะเปน็ ถำ้ ลอดทพี่ อใหเ้ รือเลก็ แลน่ ผำ่ นเข้ำไปชมควำมงำมของ
หินงอกหินย้อย และป่ำโกงกำงที่ขึน้ ขนำบสองฟำกฝ่ังลำคลองสวยงำม

21

-ถำ้ เจ็ดคต-

ถ้ำเจ็ดคต เปน็ พน้ื ทท่ี มี่ กี ำรล่องแก่งทม่ี ชี ื่อเสยี งของอทุ ยำนธรณสี ตลู มี
ลกั ษณะเป็นถำ้ ธำรลอด มปี ำกถำ้ สองดำ้ นทะลุเขำ้ หำกนั ลกั ษณะคลำ้ ยอุโมงค์
มคี วำมยำวประมำณ 0.6 กิโลเมตร ลักษณะคดเค้ยี วไปมำผำ่ นสณั ฐำนถำ้ ที่
โดดเดน่ 7 ลักษณะ ทำให้เปน็ ทม่ี ำของชื่อถ้ำ 7
คต อำทิ คตม่ำนเพชร เป็นหนิ ยอ้ ยสขี ำวและ
สีน้ำตำล เปน็ กลีบซอ้ นกนั คลำ้ ยผ้ำมำ่ นและมี
กำรกอ่ ตวั ของผลกึ แร่แคลไซต์ ทำให้เมือ่ ส่อง
แสงไฟไปกระทบจะเกิดประกำยระยิบระยับ
เหมอื นม่ำนเพชร

22

-น้ำตกโตนปลวิ -

นำตกโตนปลิว
เปน็ นำ้ ตกทส่ี วยงำมท่ีมีเสน้ ทำงผ่ำนถนนในตำบล “น้ำตกโตนปลิว”อีก

หนงึ่ สถำนทที่ อ่ งเทยี่ ว Unseen ของจังหวดั สงขลำ อย่ทู ำงดำ้ นทิศใต้ของอำเภอ
รตั ภูมิ ทศิ เหนอื ของเขตรกั ษำพนั ธุ์สตั ว์ป่ำโตนงำชำ้ ง เทอื กเขำบรรทัด ในท้องท่ี
ขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลทำ่ ชะมวง
อำเภอรัตภูมิ จังหวดั สงขลำ ห่ำงจำกท่วี ำ่
กำรอำเภอรตั ภูมิ 14.5 กิโลเมตร หำ่ งจำก
อำเภอหำดใหญ่ 28 กโิ ลเมตร ลกั ษณะ
ธรรมชำตขิ อง โตนปลวิ เปน็ น้ำตกท่ลี ดหลั่น
กนั เปน็ ช้นั ๆ รวมแลว้ 10 ชั้น ไล่เลียงตำม
กนั มำ ตำมไดแ้ ก่ ช้นั 1 โตนปลิว เปน็ ชัน้ ทมี่ ี
นกั ท่องเทีย่ วเขำ้ มำใชบ้ รกิ ำรมำกท่ีสุด ชน้ั ท่ี
1-2 มีควำมห่ำงกันประมำณ 300 เมตร มี
ควำมสงู ชัน ใชเ้ วลำกำรเดนิ ทำงจำกชน้ั ท่ขี น้ึ
ชัน้ ท่ี 2 ประมำณ 45 นำที ซ่ึงกค็ ือ “โตนสำยร้งุ ”ส่วนช้ันท่ี 2-10 มีระยะห่ำงกนั
และควำมสงู ชันไมม่ ำกประมำณ 10 ชัน้ ละ 80-100 เมตร ทำงดำ้ นบน ยังมี
น้ำตกแยกเปน็ สำขำหลำยสำยด้วยกนั ชั้น 3 โตนอ่ำงแกว้ ชน้ั 4 โตนอ่ำงศลิ ำ
ช้ัน 5 โตนพลว้ิ ชัน้ 6 โตนวังไทร ชนั้ 7 โตนตะไคร่ ชนั้ 8 โตนนำ้ ดำ ชนั้ 9 โตน
ไมไ้ ผ่ ช้ัน 10 โตนตะวนั แตล่ ะชนั้ จะมีควำมสวยงำมของสำยนำ้ ท่ีไหลผำ่ น
เหลอื บเขำลงมำสู่เบอ้ื งลำ่ ง ผ่ำนผำหนิ แมกไม้ สวยงำมแตกต่ำงกันไป ลำธำร
ไหลโกรกแตกกระซ่ำนปลิวพร่ำพรมไปทว่ั บรเิ วณสมกบั ฉำยำ“โตนปลิว”บรเิ วณ
น้ำตกน้นั ยังรำยลอ้ มไปด้วยหมูไ่ มน้ อ้ ยใหญ่ท่ีใหค้ วำมรม่ รืน่ ได้เปน็ อยำ่ งดี

23

นอกจำกควำมสวยงำมของน้ำตกแลว้ ยังมีสง่ิ ศักดิส์ ิทธปิ์ ระดษิ ฐำนอยู่บริเวณ
น้ำตกชั้น 1 คอื พระพุทธรูป “พระพทุ ธรตั นบรรพต” ใหน้ กั ทอ่ งเทยี่ วไดก้ รำบ
สักกำระบูชำ เพอื่ ควำมเปน็ สริ มิ งคลแก่ผู้ที่
เดินทำงไปทอ่ งเทย่ี ว

สภำพแวดลอ้ มทอี่ ดุ มสมบรู ณ์ รปู แบบ
ของป่ำดิบ กเ็ ป็นปำ่ ชนื้ ภำคใต้ เต็มไปด้วย
ตน้ ไมน้ ำนำพนั ธ์ุ นักทอ่ งเทยี่ วยงั สำมำรถเขำ้
ไปศกึ ษำผืนป่ำในบรเิ วณนำ้ ตกได้อกี ฤดทู ี่
สวยงำมมำกท่ีสดุ ของน้ำตก คือชว่ งเดือนตุลำคม-มนี ำคม ควำมสมบูรณ์ของ
นำ้ ตกและธรรมชำติอยใู่ นสภำพ 100 เปอรเ์ ซน็ ต์

สมั ผสั ควำมสวยงำมของ “น้ำตกโตนปลิว” ซึ่งสวยงำมไม่แพ้ นำ้ ตกโตน
งำช้ำง ลองเดนิ ทำงไปสมั ผสั บรรยำกำศสดชน่ื และด่ืมดำ่ กับควำมงำมของ
ธรรมชำติกนั

24

-ปรำสำทหินพันยอด-

ปรำสำทหนิ พันยอด ขุมทรัพยก์ ลำงทะเล สตูล

อำยกุ วำ่ ล้ำนปี

ปรำสำทหนิ พันยอด สถำนที่ท่องเท่ยี ว ท่ีมชี ำยหำดและนำ้ ทะเลสีเขยี ว
มรกต ซ่อนตัวอยู่ รำยลอ้ มไปด้วยหนิ หน้ำตำประหลำด ลกั ษณะคลำ้ ย
ปรำสำทที่มยี อดแหลม เป็นหนิ ปูนยุคออโดวิ
เชียน อำยุมำกกวำ่ 450 ลำ้ นปี อยทู่ ี่ บำ้ น
บ่อเจ็ดลกู ในเขตอุทยำนแห่งชำติหมเู่ กำะ
เภตรำ จังหวดั สตลู ควำมสวยงำมน้ี เกดิ
จำกกำรยกตวั ของเปลือกโลก ทำใหห้ ินมี
รูปรำ่ งแปลกตำ และยงั มรี ่องรอยฟอสซิลตำ่ งๆ เช่น แมงดำทะเล ปลำหมกึ
โบรำณ และหอยงวงชำ้ ง กำรทจี่ ะมำเที่ยวทน่ี ี่ได้นน้ั ต้องพำยเรือคำยัค ลอด
ผำ่ นชอ่ งแคบเข้ำไป แล้วจงึ จะพบกับควำมสวยงำมของหนิ ทรงปรำสำทแห่งนี้
เมอ่ื ก่อนน้ัน สถำนทแ่ี ห่งน้ถี กู นำ้ ใต้ดนิ กัดเซำะ จนทำให้ดำ้ นลำ่ งเกิดเป็นโพรง
เมอ่ื หินปูนยกตัวขึน้ จำกกำรกัดเซำะของธรรมชำติ จงึ กลำยเป็นเทือกเขำ
หนิ ปูน และเมื่อด้ำนบนถกู นำ้ ฝนกดั เซำะ จนบำงลง ก็รับน้ำหนกั ไม่ไหว เลย
ยบุ ตัวลงกลำยเปน็ หลมุ ยบุ บำงสว่ นก็กลำยเป็นรอ่ งลกึ ทำใหก้ ลำยเปน็ ยอด
แหลมคมเกิดข้นึ มำค่ะ ทำใหด้ ูคลำ้ ยกับปรำสำทเลย พอไดล้ อดถำ้ เขำ้ มำขำ้ งใน
ก็จะใหร้ ู้สึกเหมอื นกบั ห้องโถงของปรำสำทเลยค่ะ จะมีควำมกว้ำง 20-30 เมตร
โดยประมำณ และถกู ปูพรมดว้ ยนำ้ ทะเลสเี ขยี วมรกต ดำ้ นบนจะสำมำรถ
มองเหน็ ท้องฟำ้ สสี ันตัดกบั ยอดแหลมสีดำของปรำสำท ถำ้ ไปในชว่ งนำ้ ลด จะ
สำมำรถเห็นหำดทรำยเลก็ ๆ และลงไปยนื ถ่ำยรปู สวยๆ ได้เลยค่ะ แต่ถ้ำน้ำข้นึ
ก็ต้องลงไปลุยนำ้ เพือ่ ถ่ำยรูปกนั สกั หนอ่ ยคะ่

25

ทน่ี ค่ี งจะเหมำะสมแลว้ จรงิ ๆ กบั คำว่ำ ขมุ ทรพั ย์ เพรำะววิ ที่เรำไดเ้ หน็ อยู่
ตรงหนำ้ นน้ั ไมส่ ำมำรถประเมนิ รำคำได้เลยจริงๆ ใครทสี่ นใจมำท่ีน่ี ตอ้ งมำ
ในช่วงฤดทู ่องเที่ยวเท่ำน้ัน เพรำะถ้ำมำในฤดมู รสมุ จะมกี ำรปดิ เกำะ ในช่วง

หน้ำฝนนนั่ เอง ให้ธรรมชำตไิ ด้ฟ้ืนฟูตัวเอง
บวกกับคลื่นลมจะแรง อำจเกดิ อันตรำยกับ
นกั ท่องเทย่ี วได้ นอกจำก ปรำสำทหนิ พัน
ยอด เกำะเขำใหญ่ นแี้ ลว้ ทำงชุมชนบำ้ นบอ่
เจ็ดลูก ยงั มบี ริกำรนำเทย่ี วเส้นทำงพำยเรอื
คำยคั ชมสันหลังมงั กรตวั เล็ก หรอื ทะเลแหวก แหง่ สตลู ทอ่ี ยไู่ มไ่ กลจำก
ชำยหำดบำ้ นบ่อเจ็ดลกู อกี ด้วย นอกจำกนั้นก็จะมี ควำมมหัศจรรยข์ องหินกอ้ น
กลม ท่ี อำ่ วหนิ งำม ถำ้ ลอดพบรกั โดยสำมำรถเทีย่ วได้ในเวลำคร่งึ วัน แต่ถำ้
สนใจชมแหล่งท่องเทยี่ วอยำ่ ง ฟอสซลิ ยคุ หินดกึ ดำบรรพ์ ทห่ี ำชมไดย้ ำกก็
จะตอ้ งเทยี่ วแบบเตม็ วนั เทำ่ นนั้

 ทอี่ ยู่ : เกำะเขำใหญ่ ปรำสำทหนิ พันยอด ชมุ ชนบ้ำนบ่อเจด็ ลูก อำเภอ
ละงู จงั หวัดสตูล

 พิกัด : https://goo.gl/maps/atsSYDkDoPqRkGFBA
 เปิดใหเ้ ขำ้ ชม : 08.00-17.00 น. (ชว่ งเวลำท่สี ำมำรถเขำ้ ชมไดข้ นึ้ อยูก่ ับ

ช่วงเวลำนำ้ ขึ้น-น้ำลง)

26

-น้ำตกวงั สำยทอง-

เปน็ นำ้ ตกชน้ั หนิ ปนู ขนำดใหญเ่ ปน็ ชน้ั นอ้ ยชนั้ ใหญ่ มคี วำมสวยงำมและ
มหัศจรรย์นำ่ หลงใหล ซ่งึ เปน็ น้ำตกหินปนู แหง่ แรกในภำคใตท้ เี่ ดนิ แลว้ ไม่ลน่ื
ด้วยทรัพยำกรธรรมชำตทิ ี่มีควำมอุดมสมบรู ณ์ที่หำดไู ด้ยำก เป็นน้ำตกหนิ ปนู ท่ี
มแี หล่งน้ำแตล่ ะช้นั ไหลลดหลนั่ ผ่ำนช้ันหนิ ปูนสีเหลอื งอรำ่ มด่งั ทองเมือ่ กระทบ
กบั แสงอำทติ ย์ดงู ดงำมรำวกับดอกบวั บรเิ วณน้ำตกมีตน้ ไม้สูงใหญ่ร่มร่นื

แหลง่ นำ้ มำจำกกำรอดั และทะลกั ของน้ำ
ในถ้ำใตภ้ เู ขำทะลอุ อกมำตำมชอ่ งเขำลงสู่
แอ่งต่ำงๆ ทรี่ องรับอยูบ่ รเิ วณรอบๆ ท่ีถกู
พอกด้วยหินปนู น้ำจดื เปน็ ทำนบเลก็ ๆ
และเตม็ ไปดว้ ยพันธไ์ุ มน้ ำนำชนดิ แลว้
ไหลลงสูค่ ลองละงู มีกำรพอกพนู ของ
สำรแคลเซียมคำรบ์ อเนตเกิดเปน็ ริ้วสำยของปนู นำ้ จืดตำมกำรไหลของกระแส
น้ำตก แตล่ ะช้ันเปน็ ขนั้ บนั ไดเกยกนั ไปมำ เกดิ เปน็ อ่ำงนำ้ ธรรมชำติเล็กใหญ่
ภำยใตร้ ่มไม้รม่ รืน่ สำมำรถลงเล่นนำ้ ได้อยำ่ งสนกุ สนำมช่ืนใจ มีควำม
สะดวกสบำยเนอื่ งจำกจดุ เท่ียวชมนำ้ ตกอย่ใู กล้บริเวณถนนจดุ จอดรถ ทำให้
เป็นทีน่ ยิ มของนักท่องเทย่ี วทล่ี งเล่นนำ้ คลำยร้อนเปน็ อย่ำงมำก

27

-เกำะบุโหลน-

เกำะบโุ หลน หรือ หมู่เกำะบโุ หลน เปน็ เกำะสวยอกี แหง่ หน่งึ ของจงั หวัดสตลู
ประกอบเกำะเลก็ ใหญ่จำนวน 5 เกำะ กบั อกี 1 หนิ ไดแ้ ก่ เกำะบุโหลนเล หรือ
เกำะบโุ หลนใหญ่ เกำะบุโหลนดอน เป็นทต่ี ัง้
ของหน่วยพทิ กั ษอ์ ทุ ยำนแห่งชำตหิ ม่เู กำะเภตรำ
เกำะบุโหลนรงั และอีกสองเกำะจำชือ่ ไม่ได้
และยงั มีอกี หนง่ึ หิน คอื หินขำว เปน็ แท่งหนิ โผล่
พน้ น้ำไมใ่ ช่เกำะ แท่งหนิ นี่แหละ่ เปน็ ศนู ย์รวม
ควำมสวยงำมของปะกำรงั อ่อนแห่งหมู่เกำะบุ
โหลน หำกไปหม่เู กำะตะรเุ ตำคนมักจะพดู กัน
ถงึ จำบงั แตม่ ำหมู่เกำะบุโหลนตอ้ งนกึ ถงึ หนิ
ขำว เกำะบโุ หลน ต้งั อยู่ท่พี ิกัด 6º49'45" N - 99º32'06" E ตงั้ อยู่ในทอ้ งที่
ตำบลเกำะบุโหลน จงั หวดั สตูล อยหู่ ำ่ งจำกชำยฝ่งั 18 กโิ ลเมตร ห่ำงจำก
ท่ำเรือปำกบำรำประมำณ 25 กโิ ลเมตร เปน็ หมเู่ กำะในพนื้ ทอ่ี ทุ ยำนแหง่ ชำติ
หม่เู กำะเภตำ ยกเว้นเกำะบโุ หลนใหญ่เปน็ พน้ื ท่ีกนั ออกจำกพ้นื ทีอ่ ุทยำน
แหง่ ชำติเนื่องจำกมีชุมชนอยู่อำศยั มำก่อนที่จะประกำศตง้ั อุทยำนฯ จุดเดน่ ของ
หมเู่ กำะบุโหลนคือ เงียบสงบเหมำะทีจ่ ะไปพักผอ่ น หำดทรำยสวย โลกใตน้ ำ้ ก็
สวย จุดเดน่ ของโลกใต้นำ้ ที่หมู่เกำะบโุ หลนคอื ปะกำรังอ่อน หรอื ทม่ี ักเรยี กกัน
วำ่ ปะกำรงั เจ็ดสี ลักษณะเดียวกนั กับทหี่ มูเ่ กำะอำดงั

28

หมเู่ กำะบุโหลน ประกอบดว้ ย 5 เกำะ คอื

1. เกำะบุโหลนเล หรอื บุโหลนใหญ่ เป็นเกำะที่มขี นำดใหญท่ ี่สดุ เปน็ เกำะทีถ่ กู
กันพนื้ ทไ่ี วส้ ำหรบั เปน็ ท่ีอยอู่ ำศยั ของประชำชนท่ีเคยอำศัยมำก่อนทจี่ ะประกำศ
ตัง้ เปน็ อทุ ยำนแหง่ ชำตหิ ม่เู กำะเภตรำ เกำะบโุ หลนเลเป็นศนู ยก์ ลำงของส่ิง
อำนวยควำมสะดวกสำหรับนกั ท่องเท่ียว บนเกำะมรี สี อรท์ เล็กๆ ไว้บริกำร
หลำยแหง่ ดำ้ นทิศตะวันตกมีแนวปะกำรงั นำ้ ต้นื สำหรบั ดำชมปะกำรงั
ลกั ษณะเป็นปะกำรงั แข็งทั่วไปจำพวก ปะกำรงั โตะ๊ ปะกำรังเขำกวำง ปะกำรัง
โขด และปะกำรงั แขง็ อีกหลำยชนดิ นอกด้ำนตะวนั ออกเปน็ หวั แหลมมหี ำด
ทรำยขำวละเอยี ด เหมำะสำหรับเลน่ น้ำ

2. เกำะบุโหลนดอน เปน็ เกำะท่อี ยู่ในพน้ื ทกี่ ำรดแู ลของอุทยำนแหง่ ชำติหมู่เกำะ
เภตรำ เป็นเกำะขนำดเล็กที่มีควำมสวยงำม ทำงด้ำนทิศตะวันออกมหี ำดที่
สวยงำม เหมำะสำหรบั กำงเตน็ ท์ต้ังแค้มปพ์ กั แรม

3. เกำะบุโหลนไม้ไผ่ เปน็ เกำะขนำดเลก็ ทมี่ ชี ำยหำดแคบๆ อยู่ทำงทิศตะวนั ออก
บนเกำะไม่มสี ิง่ อำนวยควำมสะดวก นกั ทอ่ งเที่ยวมกั แวะไปเที่ยวชมแตไ่ ม่พัก
คำ้ งคืนบนเกำะ

4. เกำะบโุ หลนรัง เปน็ เกำะขนำดเล็กอยทู่ ำงทิศใต้ เป็นเกำะทเี่ ป็นหนิ ไมม่ ี
ชำยหำด ไม่มีแนวปะกำรงั

5. เกำะบุโหลนไก่ เป็นเกำะทไี่ ม่มชี ำยหำด ไมม่ แี นวปะกำรงั

6. หนิ ขำว หินขำวไมใ่ ช่เกำะเป็นเพียงแท่งหนิ ทีโ่ ผล่พน้ น้ำ ท่หี นิ ขำวแหง่ นีค้ ือ
ศูนยร์ วมควำมสวยงำมของโลกใต้ทะเล ท่ีโดดเดน่ คอื ปะกำรังเจด็ สี หรอื แนว
ปะกำรงั ออ่ นทีม่ หี ลำกสีทีเ่ กำะอยตู่ ำมโขดหินใตน้ ำ้ นักท่องเท่ียวทีม่ ำเท่ยี วเกำะ
บุโหลนจะต้องมำดำกันทจี่ ดุ นี้ แต่เนอ่ื งจำกหนิ ขำวตงั้ โดดเด่นอยกู่ ลำงทะเลทำ
ให้บำงครง้ั มคี วำมยำกลำบำกในกำรลงดำเพรำะปญั หำเรอื่ งคลื่นลม

29

กำรเดนิ ทำงไปเกำะบโุ หลน

เกำะบุโหลนไปได้อย่ำงสะดวกสบำย จำกทำ่ เรอื ปำกบำรำ อำเภอละงู จ. สตลู
( ท่ำเรอื เดียวกบั ท่ีไปเกำะตะรเุ ตำ อำดงั รำวี หลีเปะ๊ ) มีเรอื โดยสำรวิ่ง
ให้บริกำรทกุ วัน เรอื ออกเวลำ 10.00
น. โดยวิง่ จำกท่ำเรอื ปำกบำรำ เกำะโหลน
เล เกำะเกำะอำดงั รำวี เกำะหลเี ปะ๊ คำ่
โดยสำรสอบถำมได้จำกทำ่ เรือปำกบำรำ

30

-สะพำนขำ้ มกำลเวลำ-

เขำโต๊ะหงำยเปน็ ภเู ขำลกู โดด ๆ มีขนำดพนื้ ทป่ี ระมำณ 600×300 ตำรำงเมตร
ด้ำนเหนอื จรดพื้นที่รำบสว่ นดำ้ นใตเ้ ปน็ ลักษณะของหัวแหลมผำชนั ยืน่ ออกไป
ในทะเล ด้ำนตะวนั ออกเฉยี งเหนือเปน็ อ่ำวทเี่ ปน็ หำดทรำยโค้งเว้ำเข้ำไปใน

แผน่ ดินและเปน็ ทต่ี ง้ั ท่ที ำกำรอุทยำน
แหง่ ชำติหมูเ่ กำะเภตรำ แหล่งมี
ลักษณะเป็นผำชนั ตดิ ทะเลทำงด้ำน
ตะวนั ตก ด้ำนใต้ และดำ้ น
ตะวันออก มสี ะพำนเดินเทำ้ จำกที่
ทำกำรอทุ ยำนแห่งชำตหิ มู่เกำะ
เภตรำเลยี บไปตำมชำยฝั่งผำชันด้ำน
ตะวนั ออก แลว้ โคง้ ไปทำงตะวันตกผำ่ นเขตรอยตอ่ ระหวำ่ งหินปูนสีเทำกับหนิ
ทรำยสแี ดง แมจ้ ะไมม่ ีหลักฐำนจำกซำกดกึ ดำบรรพ์ แตจ่ ำกกำรเปรียบเทียบ
ลำดบั ชน้ั หนิ นน้ั กลำ่ วไดว้ ำ่ หินปูนสีเทำนนั้ เปน็ หินปนู กล่มุ หนิ ทงุ่ สูงยุคออรโ์ ดวิ
เชียน สว่ นหนิ ทรำยสแี ดงน้ันเป็นหนิ ทรำยกลุม่ หินตะรเุ ตำยคุ แคมเบรยี น โดย
ระนำบสมั ผสั ระหวำ่ งกล่มุ หนิ ท้ังสองนัน้ เปน็ ระนำบรอยเลื่อนทมี่ ีกำรวำงตัว
เอยี งเทไปทำงทิศตะวนั ออก และจำกกำรที่ชน้ั หนิ ทรำยสแี ดงมีกำรวำงตวั ไป
ทำงตะวันออกเฉยี งเหนือดว้ ยมุมเอยี งเท 22 องศำแลว้ คอ่ ยๆเพิ่มกำรเอียงเท
มำกขนึ้ ๆ จนอยู่ในแนวตง้ั ฉำกท่ีบริเวณดำ้ นใต้ของระนำบรอยเล่ือนนนั้ ทำให้
กลำ่ วได้ว่ำเป็นรอยเล่ือนปกติ และหำกนักทอ่ งเท่ียวเดนิ บนสะพำนจำกดำ้ น
หินปูนสีเทำข้ำมระนำบรอยเล่อื นไปยังด้ำนหนิ ทรำยสแี ดง ถอื ได้ว่ำกำลังมีอำยุ
มำกข้ึนจำกยคุ ออร์โดวเิ ชยี นไปเป็นยุคแคมเบรยี นโดยผำ่ นระนำบรอยเลือ่ นที่
ถอื วำ่ เปน็ “เขตขำ้ มกำลเวลำเขำโตะ๊ หงำย”

31

ชันหนิ ทรำยสแี ดงยคุ แคมเบรียน (กลุ่มหนิ ตะรุเตำ) เหล่ำน้มี ีหนิ ปนู ยุค
ออรโ์ ดวิเชยี น (กล่มุ หนิ ทุง่ สง) วำงตวั ปิดทบั อยดู่ ้ำนบน ทำใหเ้ หน็ รอยสัมผสั
แบบรอยเลือ่ นปกตริ ะหว่ำงกลุ่มหินทั้งสองที่มีอำยแุ ตกตำ่ งกัน ประกอบกับ
ทัศนยี ภำพที่เปน็ หน้ำผำสงู ชันและทอ้ งทะเลสุดลกู หูลูกตำ อุทยำนแห่งชำติหมู่
เกำะเภตรำจงึ ได้สร้ำง
สะพำนเดนิ เทำ้ รอบภเู ขำ
ดำ้ นตดิ ทะเล ซงึ่ ให้ฉำยำ
นำมว่ำ “สะพำนขำ้ ม
กำลเวลำ” ดว้ ยเหตนุ ี้
อทุ ยำนธรณสี ตลู ร่วมกับ
อทุ ยำนแห่งชำติหมเู่ กำะ
เภตรำ และ จังหวัดสตูล
ได้มแี นวคดิ จัดพิธีววิ ำห์
หม่ขู ้ำมกำลเวลำ เพอ่ื
สร้ำงเรอ่ื งรำวใหป้ ระชำชนในพน้ื ทเี่ กิดกำรเรยี นรู้ และถอื เป็นกำรสง่ เสริม
อุตสำหกรรมกำรท่องเท่ียว ท่ีมีควำมเกี่ยวข้องสมั พันธ์กับธรณวี ิทยำในพนื้ ที่
แหล่งน้จี ึงเปน็ แหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว แหล่งเรียนรสู้ บื สำนประเพณีววิ ำหห์ มูข่ ำ้ ม
กำลเวลำกันสบื ไป

32

-พิภธิ ภัณฑส์ ถำนแห่งชำตสิ ตูล-

อำคำรคฤหำสนก์ ูเดน็ สร้ำงข้ึนโดยพระยำภูมินำรถภักดหี รอื ตนกูบำฮำรุดดนิ

บนิ ตำมะหงง เจำ้ เมอื งในรัชสมยั พระบำทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้ำเจำ้ อยหู่ ัว

เปน็ สถำปตั ยกรรมยโุ รปแบบโคโรเนยี ล สรำ้ งขนึ้ เพื่อเป็นท่ีประทบั ของรัชกำลท่ี

5 ครำวเสด็จปักษใ์ ต้ แตพ่ ระองคม์ ิได้ประทับแรม ตอ่ มำจงึ ใช้เปน็ สถำนที่

สำคัญๆ อำทิเป็นบ้ำนพักและศำลำว่ำกำรเมือง

สตลู ใชเ้ ปน็ กองบัญชำกำรทหำรญ่ีปนุ่ ใช้เป็นศำลำ

กลำงจงั หวดั สตลู เป็นทว่ี ่ำกำรอำเภอเมืองสตูล เปน็

โรงเรยี นแลว้ และเป็นสำนักงำนกองอำนวยกำรรักษำ

ควำมมั่นคงภำยในด้วยควำมสำคญั ทำงประวัตศิ ำสตร์

และรูปแบบ(ก.อ.ร.ม.น.)ทำงสถำปัตยกรรมทม่ี ีควำม

งดงำมโดดเด่น กรมศลิ ปำกรจงึ ได้ประกำศขึ้น

ทะเบยี นคฤหำสนก์ ูเดน็ เปน็ โบรำณสถำนแห่งชำติ และได้ดำเนนิ กำรปรบั ปรงุ

อำคำร เพื่อใช้เปน็ พพิ ธิ ภณั ฑสถำนแหง่ ชำติประจำเมือง เก็บรวบรวมขอ้ มูล

และจดั แสดงประวัตศิ ำสตรเ์ มืองตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณี วถิ ีชวี ิตชำว

สตูล

กำรจัดแบ่งเปน็ หอ้ งตำ่ งๆ ดงั นี้

หอ้ งท่ี 1 ห้องขอ้ มลู ข่ำวสำร เป็นห้องสำหรับบรกิ ำรอำ่ นหนงั สอื คน้ คว้ำขอ้ มูล
และบรกิ ำรชุมชน

ห้องที่ 2 ห้องภูมิหลังเมืองสตูล จัดแสดงเรือ่ งรำวภูมหิ ลังเมืองสตลู ด้ำนตำ่ งๆ
เชน่ สภำพภมู ิศำสตร์ ธรณวี ทิ ยำ เรื่องรำวสมัยก่อนประวตั ิศำสตร์ เหตุกำรณ์
สำคัญในอดีตของเมอื งสตูล วิถีชวี ติ ของชนกลุ่มนอ้ ยซำไก และเร่อื งรำวของ

33

เกำะตะรุเตำ โดยกำรจัดแสดงโบรำณวตั ถุที่พบจำกแหล่งโบรำณคดใี นจังหวัด
สตูล ตวั อยำ่ งทรพั ยำกรแร่ของจังหวัด และฉำกจำลองเหตุกำรณ์สำคัญ

หอ้ งที่ 3 หอ้ งวถิ ีชีวิตชำวสตูล จดั แสดงวถิ ีชวี ติ ชำวสตลู ในดำ้ นต่ำงๆ ไดแ้ ก่
ชวี ิตชำวเลทเี่ กำะหลเี ปะ กำรปัน้ หมอ้ -เผำหมอ้ แบบโบรำณที่บ้ำนย่ำนซ่อื ชวี ิต
ชำวประมงทีบ่ ้ำนตำมะลัง โดยกำรจัดแสดงดว้ ยสื่อ
ประกอบดว้ ยกำรจำลองแสดงภำพวถิ ชี ีวิต

หอ้ งที่ 4 หอ้ งบำ้ นเจ้ำเมอื ง จดั แสดงอตั ถชวี ประวตั ิ
ของพระยำภูมนิ ำรถภกั ดี เจ้ำเมืองสตูล ผู้สร้ำง
คฤหำสนก์ ูเดน็ จัดแสดงแบบเคร่อื งเรอื นเป็นข้ำวของเคร่อื งใชต้ ำมแบบท่พี ระ
ยำภูมนิ ำรถภกั ดีเคยใช้ แสดงเปน็ มุมตำ่ งๆ เช่น มุมห้องนอน มุมพักผ่อน และ
มมุ หอ้ งทำงำน เปน็ ต้น

ห้องที่ 5 ห้องเรอื นชำนชำวบ้ำนสตูล จดั แสดงแบบบำ้ นจำลองของชำวบ้ำน
สตลู โดยจดั แสดงใหเ้ หน็ วถิ ชี วี ิตของชำวบำ้ นด้ำนต่ำงๆ เชน่ ห้องครวั ห้องนอน
และหอ้ งอเนกประสงค์ เป็นต้น

หอ้ งที่ 6 หอ้ งรับแขกรว่ มสมัยคฤหำสน์กเู ด็น จัดแสดงชดุ รบั แขกร่วมสมยั
คฤหำสนก์ เู ด็น โดยสร้ำงขึ้นใหม่ตำมรปู แบบเดิม

หอ้ งที่ 7 หอ้ งวัฒนธรรมชำวไทย-มสุ ลิมในสตลู จัดแสดงต้หู ่นุ จำลองและ
กำรละเลน่ ของชำวไทยมสุ ลิม ตูห้ ุน่ จำลองแสดงภำพโรงเรียนปอเนำะ มมุ จัด
แสดงหอ้ งละหมำด พธิ ีกำรเข้ำสนุ ตั หนุ่ จำลองพธิ นี กิ ะฮ์ (แต่งงำน)

ส่วนดำดฟำ้ และร้ำนอำหำร เป็นสว่ นจำหน่ำยอำหำรว่ำงและเครื่องดื่ม

34

-อำหำรประจำจังหวดั สตลู -

-ชำชัก-

ของขนึ้ ชอ่ื ของสตูล และเป็นจุดเริม่ ตน้ ของชำชกั แห่งแรกในไทย โดยคุณวรรณำ
แช่ตนั เจำ้ ของรำ้ น “ขอบคุณสตูล”
คิดหำเครือ่ งดม่ื ทเ่ี หมำะทำนคกู่ บั โรตี
ฝึกชงชำชักทไี่ ดด้ ูและชิมในมำเลเซยี
มำพฒั นำสูตรในแบบของตนเอง ชำ
ชกั สตลู นยิ มทำนค่กู ับโรตีแกงแพะ
แกงไก่ หรือแกงเน้อื เพ่ิมรสชำติใน
กำรดื่มชำชกั ให้กลมกลอ่ มย่ิงข้นึ

-ขำ้ วเหนียวอดั หรือเหนยี วเขียว-

เป็นขนมพน้ื เมืองของชำวจนี ในสตูล โดยเฉพำะใน ต.ฉลุง และ ต.พิมำน
อ.เมืองสตูล เป็นข้ำวเหนียวผสมนำ้
ดอกอญั ชญั นง่ึ กับ กะทิ เกลอื และ
สำรสม้ แล้วอดั ขำ้ วเหนยี วลงในลงั ไม้
ให้แน่น จนได้ข้ำวเหนียวอัดตำมขนำด
ของลงั ไม้ นำมำห่ันหรอื ตดั เป็นชิ้น
ตำมท่ีต้องกำร รับประทำนกับสงั ขยำ

35

-แกงตอแมะห-์

มำจำกภำษำมลำยวู ่ำ ตูมหิ ์ (TUMTH) หมำยถงึ กำรผดั เครอื่ งแกงคลกุ เคล้ำให้
เขำ้ กบั น้ำกะทิสดหรอื น้ำมัน เปน็
อำหำรพนื้ เมืองของชำวมสุ ลิม ใน
มำเลเซีย และมำ
เปน็ อำหำรพื้นเมืองชำวสตลู
รบั ประทำนกับข้ำวมัน หรอื โรตี ทำ
จำก ปลำ, กะท,ิ มะขำมเปยี ก, ขม้ิน,
พริกแห้ง, หอมแดง, เคร่ืองเทศและ
สมุนไพรอีกหลำยชนดิ

-ปสั มอส-

อำหำรท้องถนิ่ เสน่หข์ องเมืองสตูล เนอื่ งจำกสตลู น้ัน รอ้ ยละ 80 นบั ถอื
ศำสนำอิสลำม วัฒนธรรมกำรกินจึงเปน็ อำหำรพนื้ ถน่ิ ที่ค่อนขำ้ งหลำกหลำย
มอี ำหำรมำกมำยให้ไดล้ ิม้ ลอง ต่อให้ยุคสมยั จะเปลยี่ นไปแตร่ สนิยมกำรกินของ
คนสตลู กย็ งั คงนยิ มทำนอำหำรแบบท้องถน่ิ อยู่ดี “ปสั มอส” หรอื ภำษำไทย
เรยี กวำ่ “สลดั แขก” ประกอบด้วย ไกฉ่ กี เน้ือแดง ไข่ต้ม แตงกวำ กงุ้ ทอด รำด
น้ำดว้ ย “กว๊ั ” คลำ้ ยๆกับนำ้ พรกิ ของขนมจีน ส่วนในด้ำนรสชำตนิ ้นั ทำงทีมงำน
ไดล้ องชมิ ต้องยกนิว้ ให้เลยคะ วำ่ สม
ช่ือรำคำคุยเลยทเี ดียว เพรำะรสชำติ
ของน้ำกวั๊ นัน้ ท้งั หวำนทงั้ มนั กลม
กล่อมเขำ้ กับเคร่ืองเคียงทีจ่ ดั ต้งั เรียง
รำยอยใู่ นจำน ดำ้ นคุณค่ำทำงอำหำร
ก็ครบสมบรู ณแ์ บบเลยทเี ดียว

36

-ประเพณีประจำจงั หวัดสตูล-

1.งำนมหกรรมเทศกำลโรตีของดเี มืองสตลู
เปน็ กำรแสดงและจำหนำ่ ยโรตีของจงั หวัดสตลู ที่มีหลำกหลำยประเภท
โดยเฉพำะกำรจัดทำโรตลี อยฟำ้ กำรโชว์ชำชักโดยจะจดั เดอื นมกรำคมของทุกปี

2.งำนแขง่ ขันว่ำวประเพณจี งั หวัดสตูล
จดั กำรแขง่ ขนั คร้งั แรกเมื่อวนั ท่ี 19 กมุ ภำพนั ธ์ 2519 มวี ำ่ วเข้ำแขง่ ขันประมำณ
50 ตัว และได้มีกำรจดั กำรแขง่ ขันเรอ่ื ยมำจนถงึ ปัจจุบนั โดยมีวตั ถปุ ระสงค์
เพอื่ ส่งเสรมิ กำรทอ่ งเทีย่ ว และสร้ำงควำมสมั พันธอ์ นั ดี กบั ประเทศเพอื่ นบ้ำน
โดย จะจดั ขึน้ ในเดือน กมุ ภำพนั ธ ของทกุ ปี ณ บริเวณสนำมบนิ สตูล ก่อนถงึ
เขตเทศบำลเมอื งสตลู ประมำณ 4 ก.ม.

3. งำนแขง่ ขันกำรตกปลำ
"ตะรเุ ตำ - อำดงั ฟชิ ช่ิงคัพ" เปน็ กำรแข่งขนั ตกปลำที่มีผเู้ ขำ้ รว่ มแขง่ ขนั ทั้งใน
และตำ่ งประเทศจำนวนมำก โดยเฉพำะประเทศเพ่ือนบำ้ น เชน่ อนิ โดนเี ซีย
มำเลเซีย มกี ำรแหข่ บวนมัจฉำ กำรประกวดหนุ่ ปลำ และกำรแสดงศลิ ป
พนื้ บำ้ นของชำวสตูล จดั เดือนมนี ำคมของทกุ ปี

4. งำนวันข้ำวโพดหวำนอำเภอทำ่ แพ
เป็นงำนประจำปีของอำเภอ ภำยในงำนมีกำรจำหน่ำยผลผลติ ทำงกำรเกษตรที่
ข้ึนชอ่ื คือ ขำ้ วโพดหวำน ซง่ึ มีรสชำดหวำนอรอ่ ย จัดประมำณเดอื นมีนำคม
ของทุกปี

37

5. งำนวนั เมำลิดกลำงจังหวัดสตูล
เปน็ งำนที่จดั ขึ้นเพอ่ื เปน็ กำรรำลึกถึงหลกั ธรรมคำสอน และผลงำนของทำ่ นน
บมี ฮู มั มดั เพือ่ เปน็ กำรส่งเสริมสถำบนั ศำสนำอิสลำมและเพ่อื ผนึกกำลังของพ่ี
นอ้ งมุสลมิ ใน กำรรว่ มกันแก้ปัญหำทีส่ ำคัญของจงั หวัด จดั เดอื น พฤษภำคม
ของทกุ ปี

6. งำนประเพณีลอยเรอื ของชำวเลเกำะหลีเป๊ะ
ซ่ึงทำกันปลี ะ 2 ครัง้ คือ ในเดือน 6 (พฤษภำคม) และเดอื น 12 (พฤศจิกำยน)
โดยมีจุดมุ่งหมำยเพือ่ ลอยบำปและเป็นกำรเสย่ี งทำยในกำรประกอบอำชพี ได้
กระทำกนั มำนำนแล้ว ผรู้ เิ ริ่ม คือ “โต๊ะฮหี ลี” ซึ่งชำวเลถือวำ่ เปน็ บรรพบุรษุ คน
สำคัญ เพรำะเป็นผู้บกุ เบิกเกำะนเี้ ป็นคนแรก และเป็นทเ่ี คำรพนับถอื ของ
ชำวเลเปน็ อย่ำงยิ่งในขณะมชี ีวติ อยู่

7.งำนวันจำปำดะและของดเี มอื งสตูล
เป็นกำรแสดงสนิ คำ้ ผลิตผลด้ำนกำรเกษตรโดยเฉพำะผลไม้ทส่ี ำคญั ของจงั หวดั
จัดเดอื น กรกฎำคม ของทกุ ปี

8. งำนมหกรรมอำหำรจำนเด็ดและของดีเมอื งสตลู
เป็นงำนแสดงฝมี ือกำรทำอำหำร พน้ื บำ้ นของชำวสตูล ภำยในงำนมอี ำหำร
จำหน่ำยจำนวนมำกลว้ นเป็นอำหำรท่ีขึ้นชือ่ ของจงั หวัดสตลู โดยจะจดั งำน
ประมำณเดอื นสิงหำคมของทุกปี

38

9. งำนประเพณถี ือศลี กินเจ
เปน็ งำนประเพณีของคนไทย เช้ือสำยจีนทอ่ี ำศยั อยใู่ นจงั หวดั สตูล จดั ข้นึ
ประมำณเดอื นตุลำคมของทกุ ปี ณ บริเวณศำลเจ้ำโป้เจเ้ ก้ง อำเภอเมืองสตูล
เทศกำลกินเจเป็นควำมเชือ่ ของชำวจีนท่ีถือเอำวนั ท่ี 1 เดอื น 9 ของทกุ ปี

10. งำนเปิดฤดกู ำลทอ่ งเทยี่ วทำงทะเลจงั หวดั สตลู
มีเป้ำหมำยหลักเพ่ือท่อง เท่ยี ว ณ อุทยำนแห่งชำติตะรุเตำ ทม่ี หี ำดสวย น้ำใส
หำดทรำยขำว เช่น เกำะอำดงั เกำะหลีเป๊ะ โดยเฉพำะเกำะตะรุเตำ ซึง่ เป็น
แหล่งประวัติศำสตรท์ ่สี ำคัญ ชมกำรแขง่ ขันหนนี รกตะรเุ ตำ ชมกำรแสดงแสง
สี เสียง และวิถชี วี ติ ของชาวเล จดั เดือนธันวาคมของทกุ ปี

39

-บรรณำนกุ รม-

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%
AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B9%
E0%B8%A5
https://blog.traveloka.com/th/local-trip/satun-attractions/
https://sites.google.com/site/canghwadstulang/khakhway
https://www.technologychaoban.com/folkways/article_42248
https://www.panmai.com/PvFlower/fl_05.shtml
https://travel.mthai.com/region/south/51912.html
https://travel.trueid.net/detail/3yML6oblN4qZ
https://www.paiduaykan.com/76_province/south/satun/kohkhai.html
http://www2.satun.go.th/travel_activity/detail/20/data.html
https://travel.mthai.com/blog/15099.html
https://travel.trueid.net/detail/zxdWOAXEGEBZ
http://www2.satun.go.th/travel_activity/detail/17/data.html

40

https://www.ทอ่ งท่ัวไทย.
com/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%
99%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%
E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%
B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99-
%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B9%E0%B8%A5/

http://www.satun-
geopark.com/%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%87%
E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%
B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%
B4%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B9%80/%E0%B8%96%E0%B9%89
%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%84%E0
%B8%95-tham-chet-khot/

http://www.me-fi.com/tourismdb/halaltourism-imt-
gt/data_detail.php?cateLv=&cateID=&subid=243&dataID=2767

https://travel.trueid.net/detail/bAvEGWzB58Xx

http://www.satun-
geopark.com/%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%87%
E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%
B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%
B4%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B9%80/%E0%B8%99%E0%B9%89
%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%
B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87-wang-
sai-thong-waterfall/

http://www.nemotour.com/sea/koh_bulon.htm

41

http://www.thailibrary.in.th/2020/05/10/fault-contact/
https://www.museumthailand.com/th/museum/Satun-National-Museum
https://sites.google.com/site/shero5720210254/xahar-praca-
canghwad-stul
http://www.satun.go.th/91000/index.php/satun-profile/traditions-
culture-festivals

42


Click to View FlipBook Version