The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by naruemol.cha, 2020-11-24 01:38:52

booklet Final

booklet Final

กนิษฐาธริ าชาศริ พาท

สทั ทุลวกิ กิิตฉนั ท ๑๙

๑ สรวมเศยี รสนุ ทรอญั ชลิตวรวไิ ล ธิราช
สมเดจ็ กนิษฐไท
๒ ตางสํานกึ วรกรรณุ าพระปยชาติ
ยกพุทธเขตตศ าสน อาํ รงุ
๓ เสดจ็ ทรงกอปรกจิ พุทธพสิ ุทธ์ศิ ุภผดงุ
ถวายสรรพสุวรรณจรุง ปฏมิ า
๔ จุงคณุ ไตรรตนตุ มานิสงั สศลี า
บันดาลพระชนมา ศตพรรษ
๕ ขอเดชขา ฯ “มหดิ ล” วมิ ลจติ ภวิ นั ทน
ปกภักด์พิ ระบาทนนั้ นริ ันดร

ดว ยเกลาดว ยกระหมอ ม
ขา พระพทุ ธเจา ผูบรหิ าร คณาจารย บคุ ลากร และนักศึกษา มหาวิทยาลัยมหดิ ล

(ผศ. ดร.อภลิ กั ษณ เกษมผลกลู - รอ ยกรอง)





สาํ เนาหนงั สอื พระราชทาน
พระมหากรณุ าธิคุณต‹อ
โครงการเฉลิมพระเกียรติ ๖๕ พรรษาฯ



หนงั สอื พระราชทานพระราชานุญาตจดั ทาํ โครงการเฉลมิ พระเกยี รติ ๖๕ พรรษาฯ





หนงั สือพระราชทานนามพระพท� ธรูป และช่อื หอพระ



หนงั สือพระราชทานผาŒ ไตร



หมายรับส่งั พระราชทานผŒาไตร



หนงั สือแจงŒ เสด็จพระราชดาํ เนนิ ไปทรงเททองหลอ‹ พระเกศ และทรงเปนš ประธานใน
พธ� ีพท� ธาภิเษก “พระพท� ธมหดิ ลมงคลปญ˜ ญาญาณ”

๑๐

หนงั สอื แจŒงเสดจ็ พระราชดาํ เนนิ ไปทรงเททองหลอ‹ พระเกศ และทรงเปนš ประธานใน
พธ� พี �ทธาภเิ ษก “พระพ�ทธมหิดลมงคลป˜ญญาญาณ”
เปšนการส‹วนพระองค

๑๑

หนงั สอื พระราชทานพระราชานญุ าต

๑๒

กาํ หนดการ

สมเดจ็ พระกนิษฐาธริ าชเจŒา กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุ าร�
เสด็จพระราชดําเนินไปทรงเททองหลอ‹ พระเกศ

และทรงเปนš ประธานในพธ� ีพ�ทธาภเิ ษก “พระพ�ทธมหดิ ลมงคลป˜ญญาญาณ”
เปนš การส‹วนพระองค

ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวห� าร เขตพระนคร กรงุ เทพมหานคร
วันเสารที่ ๒๑ พฤศจ�กายน พ�ทธศักราช ๒๕๖๓

๑๓

กําหนดการ

สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจาŒ กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดา เจาŒ ฟ‡ามหาจกั รส� ริ �นธร
มหาวชริ าลงกรณวรราชภกั ดี สิรก� ิจการณ� พี ร� ยพัฒน
รัฐสมี าคุณากรปยชาติ สยามบรมราชกมุ าร�

เสดจ็ พระราชดาํ เนนิ ไปประกอบพธ� ีทรงเททองหลอ‹ พระเกศ
และ

พ�ธีพ�ทธาภเิ ษก “พระพ�ทธมหิดลมงคลปญ˜ ญาญาณ”
ณ พระอุโบสถวัดบวรนเิ วศว�หาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

วนั เสาร ท่ี ๒๑ พฤศจก� ายน ๒๕๖๓
(เปšนการสว‹ นพระองค)

เวลา ๑๓.๔๕ น. - สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยาม
บรมราชกุมารี เสด็จพระราชดําเนินโดยรถยนตพระท่นี ่งั จากวังสระปทุม
ไปยังวดั บวรนิเวศวหิ าร เขตพระนคร

เวลา ๑๔.๐๐ น. - รถยนตพระทน่ี ่งั ถึงวัดบวรนิเวศวหิ าร เขตพระนคร
- ศาสตราจารยป ย ะสกล สกลสตั ยาทร นายกสภามหาวทิ ยาลยั มหดิ ล
ศาสตราจารยบรรจง มไหสวริยะ อธิการบดมี หาวิทยาลัยมหิดล
ศาสตราจารยคณุ หญงิ ไขศรี ศรอี รณุ ทป่ี รึกษาโครงการเฉลิมพระเกียรติ
๖๕ พรรษา ฯ
นายบญุ เกยี รติ โชควฒั นา ประธานอาํ นวยการรว มโครงการเฉลมิ พระเกยี รติ
๖๕ พรรษา ฯ
รองศาสตราจารยธ ันย สุภทั รพันธุ รองอธกิ ารบดีมหาวทิ ยาลยั มหดิ ล
ผชู ว ยศาสตราจารยภ ูดทิ เตชาติวัฒน ผูอ าํ นวยการสถาบันพัฒนาสขุ ภาพ
อาเซยี น
เฝา ฯ รบั เสด็จ
- เสด็จเขา พระอุโบสถ
- ทรงจุดธปู เทียนเครือ่ งนมัสการบูชาพระพทุ ธชินสหี  ประธานพระอโุ บสถ

๑๔

- ทรงจุดธุปเทียนเครื่องทองนอยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคาร
รชั กาลที่ ๖ และรัชกาลท่ี ๙

- ทรงคม
- ประทบั พระราชอาสน
- ทรงศีล

(ประธานสงฆถวายศีล จบ)
- อธิการบดมี หาวิทยาลัยมหดิ ล กราบบงั คมทูลรายงาน
- เสดจ็ ออกจากพระอโุ บสถ
- เสด็จ ฯ ไปยงั แทน มณฑลพธิ ีเททอง
- ทรงรบั แผนทอง นาก เงิน จากนายบญุ เกยี รติ โชควัฒนา แลวทรงหยอ น

แผนทอง นาก เงิน ซึ่งสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ประทาน แลว หยอ นแผนทอง นาก เงิน ลงในชอนทเ่ี จา พนกั งานพระราช
พิธถี อื ถวาย
- ทรงรับชอนจากเจาพนักงานพระราชพิธี ทรงเทแผนทอง นาก เงิน
ลงในเบา แลวพระราชทานชอนคืนเจาพนักงานพระราชพิธี
- ทรงถอื สายสตู รเททองหลอพระเกศ “พระพุทธมหิดลมงคลปญ ญาญาณ”
(ขณะน้ี พระสงฆเจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆองชัย ประโคม
สงั ข แตร ดุริยางค)
- เสดจ็ เขาพระอุโบสถ
- เสด็จ ฯ ไปยังตูเทียนชัย ทรงเจิมเทียนชัย ทรงรับเทียนชนวนจาก
เจาพนักงานพระราชพิธี ทรงจุดไฟจากโคมไฟฟาแลวถวายแดสมเด็จ
พระวันรตั
- สมเดจ็ พระวนั รัต รบั เทยี นชนวนบรกิ รรมคาถา จดุ เทียนชัยแลว ถวายคนื
- สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจา กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรม
ราชกมุ ารี ทรงรบั เทยี นชนวนแลว พระราชทานคนื เจา พนกั งานพระราชพธิ ี
(ขณะนี้ สมเด็จพระวันรัตจุดเทียนชัย พระสงฆเจริญชัยมงคลคาถา
ชาวพนกั งานลัน่ ฆองชัย ประโคม สงั ข แตร ดรุ ยิ างค)
- เสด็จ ฯ ไปทรงเจิมเทียนพระมหามงคล เทียนวิปสสี แลวทรงจุดเทียน
ชนวนจากโคมไฟฟา จุดเทยี นมหามงคล เทียนวปิ สสี และเทยี นนวหรคุณ

๑๕

- ทรงคม
- เสดจ็ ฯ ไปทรงเจมิ “พระพุทธมหดิ ลมงคลปญญาญาณ”

และทรงพระสหุ รา ย แลว ทรงโปรยดอกมะลิในมณฑลราชวัติ
- ทรงประเคนจตุปจจัยไทยธรรม
- ประทบั พระราชอาสน ณ ทเ่ี ดิม
- ทรงหล่ังทกั ษิโณทก

(พระสงฆถ วายอนุโมทนา)
- รองอธิการบดมี หาวิทยาลยั มหดิ ล กราบบังคมทลู เบกิ ผูมอี ุปการคณุ

เขา รบั พระราชทานของทรี่ ะลกึ (จาํ นวน ๒๕ ราย)
- เจา หนา ที่กรมการศาสนา นิมนตพระนง่ั ปรก และพระสวดภาณวาร

ขน้ึ นั่งอาสนสงฆเรยี บรอ ยแลว
- เสด็จ ฯ ไปทรงคมทหี่ นา เครื่องนมสั การ
- ทรงลาพระสงฆ
- เสดจ็ ฯ ไปทรงจุดเทียนทอง เทยี นเงิน และธปู เทยี นเครือ่ งบชู ากระบะมุก

พระสวดภาณวาร แลว ทรงจดุ เทยี นพทุ ธาภเิ ษกทข่ี นั พระสาครขา งตเู ทยี นชยั
- ทรงคม
- เสดจ็ ออกจากพระอโุ บสถ
- เสดจ็ ฯ ไปประทบั รถยนตพระท่ีนัง่
- เสด็จพระราชดาํ เนนิ กลบั
การแตง กาย ขา ราชการ เครอ่ื งแบบกากคี อพบั
พนกั งานมหาวทิ ยาลยั สภุ าพบรุ ษุ สภุ าพสตรี ชดุ สทู สากล ชดุ สภุ าพ และชดุ ไทย

๑๖

สาํ นึกในพระมหากรุณาธคิ ุณ

โดย นายกสภามหาวิทยาลยั มหดิ ล

สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจา กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี
ไดพ ระราชทานพระมหากรณุ าธคิ ณุ แกช าวมหาวทิ ยาลยั มหดิ ลอยา งอเนกอนนั ต พระองค
ทรงเปนด่ังสายธาร พระเมตตาท่ีสืบสานพระราชปณิธานในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร
อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ผูซึ่งเปนพระราชอัยกาของพระองคทาน ท่ีทรงมี
พระเมตตาตอ มหาวิทยาลยั มหิดลมาอยางชา นานสืบเนอ่ื งมาตราบจนถึงปจ จบุ นั

สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจา กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี
ผทู รงเปน พระราชนดั ดาทที่ รงปฏบิ ตั พิ ระราชกรณยี กจิ ตามรอยเบอื้ งพระยคุ ลบาทแหง สมเดจ็
พระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ดังพระราชปณิธานในสมเด็จ
พระบรมราชชนกท่วี า “ขอใหถ อื ประโยชนส วนตนเปนทีส่ อง ประโยชนข องเพือ่ นมนษุ ย
เปน กจิ ทหี่ นง่ึ ” โดยทที่ รงบาํ บดั ทกุ ขบ าํ รงุ สขุ พสกนกิ รชาวไทยมาโดยตลอดอยา งเนน่ิ นาน
นับต้ังแตที่พระองคทรงดํารงพระอิสริยยศท่ี “สมเด็จพระเจาลูกเธอ เจาฟาสิรินธร
เทพรัตนสดุ า กติ ิวฒั นาดลุ โสภาคย” และตอมาเปนท่ี “สมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ า ฯ
สยามบรมราชกุมารี” โดยลําดับ พระองคไดทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจตามเสด็จ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ออกเยี่ยมพสกนิกทั่วท้ังประเทศไทย และไดพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณตาง ๆ
เพ่ือพลิกฟนชีวิตความเปนอยูของพสกนิกรผูทุกขยากใหดีขึ้นตราบจนส้ินรัชสมัย และ
ตอมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกลาเจาอยูหัว ทรงดํารงพระอิสริยยศที่
“สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกุมารี”
พระองคทรงเปนด่ังหลักชัย ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อแบงเบาพระราชภารกิจ
ในพระบรมเชษฐาธิราชเจา ใหบ รรลุสมประสงคพระราชหฤทัยทุกประการ

๑๗

นํ้าพระทัยของพระองคทรงเปนด่ังแกวใสหยาดน้ําพระทัยแหงพระเมตตา
ทรงสถิตเปนม่ิงขวัญแหงปวงขาพระพุทธเจาคณะผูบริหาร คณาจารย เจาหนาท่ี
และนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลอยางแทจริง พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณตาง ๆ
ใหแกมหาวิทยาลัยมหิดล อาทิเชน การเสด็จพระราชดําเนินแทนพระองคไปทรงเปน
ประธานในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแกผูสําเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล
การเสดจ็ พระราชดาํ เนนิ ทรงประกอบพธิ เี ปด อาคารและสถานทสี่ าํ คญั ของสว นงานตาง ๆ
ภายในมหาวทิ ยาลัย พระราชทานโครงการในพระราชดาํ รอิ ันเปนประโยชนตอ การศกึ ษา
และการวจิ ยั วชิ าการของมหาวทิ ยาลยั ตลอดจนทรงพระกรณุ าโปรดเกลา ฯ พระราชทาน
ช่ืออาคาร สถานที่ และส่ิงสําคัญตาง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยมหิดลแหงนี้ อีกท้ังยงั ทรง
พระกรุณาโปรดเกลาฯ เสด็จฯ ไปทรงวางศิลาฤกษสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน และ
เสด็จฯ ทรงเปดมหาวทิ ยาลัยมหิดล ศาลายา อยา งเปน ทางการ เปน ตน

ณ วาระดิถีอันเปน ม่งิ มหามงคล สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา กรมสมเด็จพระเทพ
รตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทรงเจรญิ พระชนมายุ ๖๕ พรรษา ในวนั ที่ ๒ เมษายน
พุทธศักราช ๒๕๖๓ ปวงขาพระพุทธเจาขอนอมถวายพระพรชัยมงคลดวยความ
จงรักภักดี ขออานุภาพแหงคุณพระศรีรัตนตรัย พระบารมีแหงพระสยามเทวาธิราช
ตลอดจนพระบรมเดชานุภาพแหงสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจาทุกพระองค
ไดโปรดดลบันดาลอภิบาลพระราชทานพร แดสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา กรมสมเด็จ
พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีทรงพระเกษมสําราญ พระราชหฤทัย
ช่ืนบาน มีพระชนมายุย่ิงยืนนาน พระเกียรติคุณขจรขจายแผไพศาล สถิตเปนม่ิงขวัญ
แกพสกนิกรชาวไทยตลอดจริ ฐั ิตกิ าลเทอญ

ดวยเกลาดวยกระหมอม

ศาสตราจารยคลนิ ิกเกียรตคิ ณุ นายแพทยป ยะสกล สกลสัตยาทร
นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล
๑๘

สาํ นกึ ในพระมหากรณุ าธคิ ุณ

โดย ประธานมูลนธิ ิ ดร.เทียม โชควฒั นา

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราช
กุมารี ทรงเปนดั่งรมโพธ์ิชัย สถิตอยูในใจของพสกนิกรมาเนิ่นนาน ดวยทรงประกอบ
พระราชกรณยี กจิ นอ ยใหญน านาประการเพอื่ พฒั นาชวี ติ ความเปน อยขู องปวงชนชาวไทย
ใหมีความอยูดีกินดี มีคุณภาพชีวิตท่ีดีขึ้น นับต้ังแตรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรม
ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตราบจนถึงรชั สมัยพระบาท
สมเดจ็ พระเจา อยหู วั รชั กาลปจ จบุ นั เปน ระยะเวลายาวนานกวา ๖๐ ปท ผี่ า นมา พระองค
พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณแกพสกนิกรของพระองคทาน โดยมิไดเลือกเชื้อชาติ
ลัทธศิ าสนา หรอื ชนช้นั วรรณะใด พระราชทานพระเมตตาความชวยเหลือผานโครงการ
ในพระราชดํารินอยใหญ ท่ีมีอยูทั่วผืนแผนดินไทยแหงปวงประชาอาณาประชาราษฎร
ทกุ คนตา งลว นประจกั ษซ าบซง้ึ ในนา้ํ พระราชหฤทยั อนั ยง่ิ ใหญแ หง “สยามบรมราชกมุ าร”ี
พระองคแรกและพระองคเดียวในประวัตศิ าสตรชาตไิ ทยของเราพระองคน ้ี

พระองคท รงเปน ดงั่ “รตั นะ” ทส่ี าํ คญั ยงิ่ ของสยามประเทศ ทสี่ อ งสวา งกระจา งใจ
เปนด่ังแสงนําทางใหชาวไทยทุกคนไดมีหลักชัยในการดํารงชีวิต เพื่อประกอบคุณงาม
ความดตี อ สว นรวมและสรา งประโยชนต อ ประเทศชาตบิ า นเมอื งไดอ ยา งมคี ณุ คา และยงั่ ยนื
ทรงพลกิ ฟน คณุ ภาพชวี ติ ของประชาชนใหม วี ถิ ชี วี ติ ทพ่ี อเพยี งเลยี้ งตนเองไดโ ดยไมล าํ บาก
เดือดรอน ทรงอาทรพระราชทานพระเมตตาความชวยเหลือตอพสกนิกรผูยากไร และ
มีปญหาทางดานสุขภาพใหเปนผูปวยในพระราชานุเคราะห ทรงสืบสานพระราชภารกิจ
ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ท่ไี ดพ ระราชทานไวใ หแ กป ระชาชนชาวไทย ใหม ีผลดีสบื เน่อื งมาจวบจนถึงปจจบุ ัน

๑๙

เนื่องในมหามงคลสมัย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา กรมสมเด็จพระเทพรัตน
ราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทรงเจรญิ พระชนมายุ ๖๕ พรรษา เมอ่ื วันท่ี ๒ เมษายน
พุทธศกั ราช ๒๕๖๓ ในนามมลู นธิ ิ ดร.เทยี ม โชควฒั นา ขอพระราชทานพระราชวโรกาส
ถวายพระพรชัยมงคล ขออํานาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักด์ิสิทธิ์ท้ังหลายในสากล
ตลอดจนพระบรมเดชานุภาพแหงบูรพกษัตริยาธิราชเจาทุกพระองค โปรดดลบันดาล
พระราชทานพรแดสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
สยามบรมราชกุมารี ขอจงทรงเจริญพระชนมายุย่ิงยืนนาน ทรงพระเกษมสําราญ
ตราบจริ ัฐติ กิ าลเทอญ

ดวยเกลา ดวยกระหมอ ม
นางศิรนิ า ปวโรฬารวิทยา
ประธานมลู นธิ ิ ดร.เทยี ม โชควัฒนา

๒๐

พระราชประวัติ
สมเด็จพระกนษิ ฐาธริ าชเจŒา กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ

สยามบรมราชกุมารี

๒๑

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจาฟามหาจักรี
สิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปยชาติ
สยามบรมราชกมุ ารี เปน สมเดจ็ พระเจา ลกู เธอพระองคท ี่ ๓ ในพระบาทสมเดจ็ พระชนกา
ธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจาสิริกิต์ิ
พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปหลวง ทรงพระราชสมภพเม่ือวันเสารที่ ๒
เมษายน พทุ ธศกั ราช ๒๔๙๘ ณ พระทนี่ งั่ อมั พรสถาน พระราชวงั ดสุ ติ ไดร บั พระราชทาน
พระนามวา สมเด็จพระเจา ลกู เธอ เจาฟาสริ ินธรเทพรตั นสุดา กติ ิวฒั นาดุลโสภาคย

ดวยเหตุท่ีทรงบําเพ็ญพระราชกิจจานุกิจนานัปการอันเปนประโยชนแกแผนดิน
และราษฎร พระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถ
บพิตร จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกลาโปรดกระหมอมใหสถาปนาพระราชอิสริยยศ
เปน สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า เจา ฟา มหาจกั รสี ริ นิ ธร รฐั สมี าคณุ ากรปย ชาติ สยามบรม
ราชกมุ ารี ในการพระราชพธิ ีเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๒๐

เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศร
ภมู พิ ลราชวรางกรู กติ สิ ริ สิ มบรู ณอดลุ ยเดช สยามนิ ทราธเิ บศรราชวโรดม บรมนาถบพติ ร
พระวชริ เกลาเจา อยหู วั เสด็จเถลิงถวลั ยราชสมบตั ิบรมราชาภเิ ษกในวนั ที่ ๔ พฤษภาคม
พุทธศักราช ๒๕๖๒ ทรงพระราชดําริวา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจาฟามหาจักรี
สิรินธร รัฐสีมาคุณากรปยชาติ สยามบรมราชกุมารี เปนพระโสทรกนิษฐภคินี ท่ีไดทรง
รวมสุขรวมทุกขมาแตทรงพระเยาว เม่ือทรงเจริญพระชนมายุ ก็ไดทรงปฏิบัติพระราช
กรณยี กิจสนองพระเดชพระคุณดวยพระวิริยอุตสาหะ เปน คุณูปการแกป ระเทศชาติและ
อาณาประชาราษฎร ครนั้ ในรชั กาลปจ จบุ นั กไ็ ดท รงปฏบิ ตั พิ ระราชกรณยี กจิ แทนพระองค
และชว ยแบงเบาพระราชภารกิจนอยใหญใ หด ําเนนิ ลุลว งไปดว ยความเรียบรอ ย เปนที่ไว
วางพระราชหฤทัย สมควรจะยกยองพระเกยี รตยิ ศตามฐานะแหง พระบรมราชวงศ จงึ มี
พระบรมราชโองการโปรดเกลาโปรดกระหมอมใหสถาปนาพระราชอิสริยยศเปนสมเด็จ
พระกนษิ ฐาธิราชเจา กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ า เจา ฟามหาจักรสี ิรินธร มหาวชิรา
ลงกรณวรราชภักดี สิรกิ จิ การณิ ีพีรยพฒั น รฐั สมี าคุณากรปย ชาติ สยามบรมราชกมุ ารี

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราช
กุมารี ทรงเร่ิมตนการศึกษาในระดับประถมศึกษาจนทรงสําเร็จการศึกษาระดับมัธยม
ศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนจิตรลดา ในเขตพระราชฐานพระตําหนักจิตรลดารโหฐาน
พระราชวังดุสิต จากนั้นทรงสอบเขาศึกษาตอในระดับอุดมศึกษาท่ีจุฬาลงกรณ

๒๒

มหาวทิ ยาลยั ไดร บั พระราชทานปรญิ ญาอกั ษรศาสตรบณั ฑติ เกยี รตนิ ยิ มอนั ดบั ๑ เหรยี ญ
ทอง สาขาวชิ าประวตั ศิ าสตร ตอ มาทรงศกึ ษาตอ ทม่ี หาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร และจฬุ าลงกรณ
มหาวทิ ยาลยั จนไดร บั พระราชทานปรญิ ญาศลิ ปศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ าจารกึ ภาษา
ตะวันออก และปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาบาลี-สันสกฤต ตามลําดับ
ดวยความสนพระทัยในการศึกษาและการพัฒนา ทรงศึกษาตอในระดับดุษฎีบัณฑิต
ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และไดรับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชา
พัฒนศึกษาศาสตร

จากการท่มี ปี ระชาชนและหนวยงานตาง ๆ ทูลเกลาฯ ถวายเงนิ โดยเสด็จพระราช
กุศลหรือสมทบทนุ ดําเนินงานโครงการพัฒนาตา ง ๆ จึงทรงพระกรณุ าโปรดเกลาฯ ใหน าํ
เงินท่ีมีผูทูลเกลาฯ ถวายดังกลาวมาจัดตั้งเปนกองทุน “ทุนการกุศลสมเด็จพระเทพฯ”
เพ่ือใหการสงเคราะหชวยเหลือประชาชนผูทุกขยากเดือดรอน หรือเพ่ือการสาธารณ
ประโยชนอ น่ื ๆ

นอกเหนือจากงานพัฒนา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา กรมสมเด็จพระเทพรัตน
ราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสนพระทัยในงานศิลปวัฒนธรรมไทยเปนอยางย่ิง
มีพระราชดําริวา ควรจะมีการถายทอดงานดานวัฒนธรรมไปสูเด็กและเยาวชนรุนใหม
ผา นกระบวนการจดั การศกึ ษาอบรมทงั้ การศกึ ษาในระบบการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษา
ตามอัธยาศัย เพ่ือใหคนรุนใหมเหลานี้ไดเรียนรู ตระหนักความสําคัญ รักและผูกพัน
ในศิลปวัฒนธรรมของชาติ สามารถสืบทอดเพ่ือการอนุรักษและอาจพัฒนาเปนอาชีพได
ทรงสนบั สนนุ การดาํ เนนิ กจิ กรรมเพอื่ อนรุ กั ษแ ละสบื ทอดมรดกทางศลิ ปวฒั นธรรมของไทย

ในดานการทรงรับราชการ ทรงเขาปฏิบัติหนาที่อาจารยสอนวิชาประวัติศาสตร
และสงั คมวิทยา ทีโ่ รงเรยี นนายรอยพระจลุ จอมเกลาต้งั แตพ ุทธศักราช ๒๕๒๓ ทรงดาํ รง
พระยศพลเอก ตาํ แหนง ผอู าํ นวยการกองวชิ าประวตั ศิ าสตร และทรงเกษยี ณอายรุ าชการ
ในพุทธศกั ราช ๒๕๕๘

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราช
กมุ ารี ทรงเปน ผใู ฝพ ระราชหฤทยั ในการศกึ ษาอยา งยงิ่ ทรงศกึ ษาอยตู ลอดเวลา นอกจาก
วชิ าการดา นอกั ษรศาสตรด งั กลา วแลว ยงั ทรงเลอื กศกึ ษาวชิ าการดา นอนื่ ๆ อกี หลายดา น
ทที่ รงเหน็ วา จะเปน ประโยชน เชน ภมู ศิ าสตรก ายภาพ สงั คมและเศรษฐกจิ พฤกษศาสตร
การจัดการทรัพยากรดินและนํ้า รีโมตเซนซ่ิง แผนท่ี โภชนาการ เปนตน และทรงนํา
ความรจู ากวชิ าการเหลา นไี้ ปประยกุ ตใ ชใ นการพฒั นาชมุ ชนและความเปน อยขู องราษฎร

๒๓

นอกเหนือจากพระราชภารกิจในหนาที่ราชการ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา
กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทรงปฏบิ ตั พิ ระราชกรณยี กจิ ดา น
ตาง ๆ ครอบคลุมงานสําคัญ ๆ อันเปนประโยชนหลักของบานเมืองเกือบทุกดาน
ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่ทรงสืบสานตอจากพระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจาสิริกิต์ิ พระบรม
ราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปหลวง ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ มอบหมาย
ในรชั กาลปจ จบุ นั เมอ่ื พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธบิ ดศี รสี นิ ทรมหาวชริ าลงกรณ
มหศิ รภมู ิพลราชวรางกรู กติ ิสิรสิ มบูรณอดลุ ยเดช สยามินทราธเิ บศรราชวโรดม บรมนาถ
บพิตร พระวชิรเกลาเจาอยูหัว เสด็จขึ้นครองราชย ทรงชวยแบงเบาพระราชภารกิจ
ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองคตามที่ทรงไดรับมอบหมาย เชน การ
พระราชทานพระราชวโรกาสใหค ณะบคุ คลเฝา ฯ การพระราชทานปรญิ ญาบตั ร การถวาย
ผา พระกฐนิ การเสดจ็ พระราชดาํ เนนิ แทนพระองคใ นโอกาสวนั สาํ คญั ทางศาสนา เปน ตน

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราช
กมุ ารี ทรงจดั ตงั้ โครงการตา ง ๆ เพอื่ พฒั นาคณุ ภาพชวี ติ เดก็ และเยาวชนผยู ากไรใ นชนบท
โดยเฉพาะการสงเสริมสุขภาพอนามัยและแกไขปญหาภาวะทุพโภชนาการ ทรงเห็นวา
เด็กจะเรียนหนังสือไมไดถาทองหิวหรือเจ็บปวย จึงทรงริเร่ิมโครงการเกษตรเพื่ออาหาร
กลางวนั ในโรงเรยี นตาํ รวจตระเวนชายแดน ตง้ั แตพ ทุ ธศกั ราช ๒๕๒๓ ทรงเหน็ ความสาํ คญั
ของการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงพระราชทานพระราชทรัพยใหกอสรางโรงเรียนในถ่ิน
ทรุ กันดาร ศนู ยการเรยี นชมุ ชนสําหรับชาวไทยภเู ขา หองเรยี นเคล่ือนที่ ทงั้ พระราชทาน
พระราชทรัพยเปนคาตอบแทนครูผูสอน และทรงจัดหาอุปกรณการเรียนการสอน
พระราชทาน เพ่ือใหเยาวชนมีโอกาสไดรับการศึกษาท่ีเหมาะสม จะไดมีความสามารถ
ในการพ่ึงตนเอง และเปนที่พึ่งของครอบครัวไดในอนาคต ทรงติดตามการดําเนินงาน
โครงการตามพระราชดําริอยางใกลชิด และเสด็จพระราชดําเนินไปทรงเย่ียมราษฎร
ในโครงการดวยพระองคเองเสมอ

พระราชจริยาวัตรที่ประชาชนท่ัวไปไดเห็นประจักษ คือ พระเมตตาและความ
เอาพระทัยใสใ นชีวิตความเปน อยูของประชาชน สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธิราชเจา กรมสมเดจ็
พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชปณิธานท่ีจะชวยเหลือผูท่ี
ทกุ ขย าก เดอื ดรอ นโดยไมเลอื กช้นั วรรณะ เผาพันธุ เชื้อชาติ ศาสนา พสกนิกรตา งยกยอ ง
และช่ืนชมในพระบารมี ดังน้ัน เพ่ือเปนการเทิดพระเกียรติที่ทรงมีคุณูปการตอชาติ
บานเมอื งในดานตา ง ๆ มาโดยตลอด จึงมีบุคคล หนว ยงาน สมาคม และองคกรตาง ๆ

๒๔

ท้ังในราชอาณาจักรและในตางประเทศ ขอพระราชทานอญั เชญิ พระนามาภิไธย และขอ
พระราชทานนามไปเปนช่ือพรรณพืชและสัตวท่ีคนพบใหมในโลก รวมท้ังสถานที่และ
สงิ่ ตา ง ๆ เปน จาํ นวนมากเพอื่ เปน การเฉลมิ พระเกยี รตแิ ละเปน สริ มิ งคลสบื ไป นอกจากนี้
ยงั ไดท รงพระกรณุ ารบั สมาคม สถาบนั และองคก รตา ง ๆ ทจี่ ดั ตง้ั ขนึ้ ตามแนวพระราชดาํ ริ
หรือท่ีมีวัตถุประสงคดําเนินการในเรอ่ื งตา ง ๆ ที่ทรงใหการสนับสนนุ ซงึ่ ลวนเปน ไปเพือ่
ชวยเหลอื ผดู อ ยโอกาส ผูข าดแคลน หรอื เพอ่ื การสาธารณประโยชนไ วใ นพระราชปู ถัมภ
ท้งั ยงั ทรงพระกรณุ าเสด็จพระราชดาํ เนินไปทรงรวมการประชุมสาํ คัญ ๆ อยูเ สมอ

ยามท่ีทรงวางจากพระราชกิจ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา กรมสมเด็จพระเทพ
รัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพักผอนพระอิริยาบถโดยทรงมีงานอดิเรก
ที่ทรงสนพระทัยหลายประเภท เชน ดนตรี งานศิลป กีฬา งานสะสม การทัศนศึกษา
การอานและสะสมหนังสือ ทรงมีหอสมุดสวนพระองค ท่ีจัดเก็บหนังสือหลากหลาย
ประเภท ทั้งที่ทรงเลือกซ้ือดวยพระองคเองและที่มีผูทูลเกลาฯ ถวาย และดังเชน
เปน ทท่ี ราบกนั ทวั่ ไปวา ทรงมพี ระอจั ฉรยิ ภาพในการเรยี งรอ ยอกั ษร จงึ ทรงพระราชนพิ นธ
รอยแกวและรอยกรองไวเปนจํานวนมาก มีทั้งประเภทบทความ เรื่องส้ัน ความเรียง
คํานํา บทกวี บทเพลง เรื่องแปล และสารคดี เปนตน รวมท้ังพระราชนิพนธชุด
เสด็จพระราชดําเนินเยือนตางประเทศ ซ่ึงเปรียบเสมือน “บันทึกการเดินทาง” ที่ให
ทัง้ ความรูและความเพลิดเพลนิ แกผอู าน

ในปจ จุบนั สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจา กรมสมเด็จพระเทพรตั นราชสุดา ฯ สยาม
บรมราชกุมารี ทรงสนพระทัยศกึ ษาและฝก ฝนเรียนรทู ักษะภาษาและวิชาการตา ง ๆ อยู
มิไดข าด เชน ภาษาฝร่ังเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาจีน เทคโนโลยีสารสนเทศ ดาราศาสตร
เทคโนโลยีชีวภาพ เปนตน พระปรีชาสามารถดานภาษาเปนที่ประจักษโดยทั่วหนา
นอกจากนี้ ยังทรงสนพระทยั เขารวมการประชุม แลกเปล่ยี นขอ คดิ เห็น ทรงศึกษาดงู าน
และทรงพบปะสนทนากับปราชญดานตาง ๆ อยูเปนประจํา เพื่อทรงรับความรูใหม ๆ
และทันสมยั อยูเสมอ

บรรณานกุ รม
กองงานในพระองคส มเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจา กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ
สยามบรมราชกมุ าร.ี มปป. “พระราชประวตั .ิ ” [ระบบออนไลน] . http://sirindhorn.net/
hrh_new/index_0.php (๕ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓)

๒๕

โครงการเฉลิมพระเกียรติ ๖๕ พรรษา
สมเดจ็ พระกนิษฐาธริ าชเจŒา กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ

สยามบรมราชกมุ ารี

มลู เหตแุ ห‹งการจัดทําโครงการ

สถาบนั พฒั นาสุขภาพอาเซยี น (ASEAN Institute for Health Development)
มหาวิทยาลัยมหิดล ช่ือเดิม สถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน ไดเร่ิมตนมาจาก
โครงการศูนยฝกอบรมและพัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานอาเซียน (ASEAN Training
Center for Primary Health Care Development Project หรือ ATC/PHC) ซ่ึงเปน
โครงการความรว มมอื ระหวา งมหาวทิ ยาลยั มหดิ ล กระทรวงสาธารณสขุ และองคก ร JICA
ของญ่ีปุน โดยไดมีการลงนามความรวมมือในปพุทธศักราช ๒๕๒๕ โดยมีวัตถุประสงค
เพ่ือสงเสริมการพัฒนางานสาธารณสุขมูลฐานในประเทศไทยและกลุมประเทศอาเซียน
โดยเมือ่ วนั ที่ ๒๓ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๒๖ สมเดจ็ พระกนิษฐาธิราชเจา กรมสมเดจ็
พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ครง้ั ดาํ รงพระอิสริยยศ สมเด็จพระเทพรตั น
ราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงวางศิลาฤกษ อาคารศูนยฝกอบรมและ
พัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล และไดเสด็จพระราชดําเนิน
มาทรงเปดมหาวิทยาลัยมหิดล ณ ศาลายา ในวันเดียวกัน ท้ังนี้ สถาบันพัฒนาสุขภาพ
อาเซียนไดยึดถือวันดังกลา วเปน วันกอ ต้ังสถาบันพัฒนาสขุ ภาพอาเซียน

๒๖

เพ่ือเปนการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครอบรอบ ๓๖ ป แหงการกอต้ังสถาบัน
พฒั นาสขุ ภาพอาเซยี น ในปพ ทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒ และครบรอบ ๕๐ ป วนั พระราชทานนาม
๑๓๑ ป มหาวิทยาลยั มหิดล และเพอ่ื สํานกึ ในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระกนษิ ฐา
ธริ าชเจา กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทรงมตี อ สถาบนั พฒั นา
สขุ ภาพอาเซยี นและมหาวทิ ยาลยั มหดิ ล ซง่ึ ในวนั ที่ ๒ เมษายน พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๓ สมเดจ็
พระกนษิ ฐาธิราชเจา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจรญิ
พระชนมายุครบ ๖๕ พรรษา ดงั นัน้ คณะกรรมการประจําสถาบนั พัฒนาสุขภาพอาเซยี น
ในคราวประชมุ ครั้งท่ี ๖ วนั ท่ี ๒๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๒ ไดมีมติใหเ สนอขออนมุ ตั ิ
จากมหาวทิ ยาลยั ในการจดั ทําโครงการเฉลมิ พระเกยี รติ ๖๕ พรรษา สมเด็จพระกนิษฐา
ธริ าชเจา กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี โดยโครงการฯ ประกอบดว ย
การจัดสรางพระพุทธรูปขนาดหนาตัก ๖๕ นิ้ว ซ่ึงตอมาไดรับพระราชทานนามวา
“พระพุทธมหิดลมงคลปญญาญาณ” โดยนําแบบมาจากพระพุทธมหาลาภ ซึ่งเปน
พระพทุ ธรูปท่ีสมเด็จพระกนษิ ฐาธิราชเจา กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรม
ราชกุมารี พระราชทานใหแกมหาวิทยาลัยมหิดล เม่ือวันที่ ๘ พฤษภาคม พุทธศักราช
๒๕๓๕ และการจัดสรางหอพระเฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งตอมาไดรับพระราชทานชื่อวา

๒๗

“หอพระพุทธมหาสิริพีรยพัฒน” เพื่อประดิษฐานพระพุทธมหิดลมงคลปญญาญาณ
ขนาดหนา ตกั ๖๕ นว้ิ และลานปฏบิ ตั ธิ รรมบรเิ วณดา นหนา อาคารอาํ นวยการของสถาบนั
พัฒนาสุขภาพอาเซียน เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีของบุคลากรมหาวิทยาลัยมหิดลตอ
สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจา กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี และ
เพ่ือเปนที่สักการบูชา เปนสถานที่ยึดเหน่ียวจิตใจใหประพฤติตนโดยยึดพระองคทาน
เปนแบบอยางแหงการเสียสละเพื่อประชาชนและประเทศชาติ และใชสถานท่ีดังกลาว
สําหรบั การปฏบิ ตั ิธรรมของนักศกึ ษา คณาจารย บคุ ลากรของมหาวทิ ยาลยั มหดิ ล และ
ประชาชนทวั่ ไป

๒๘

พระพุทธมหาลาภ

๒๙

พระพทุ ธมหาลาภ เปนพระพทุ ธรูปทรงเครอื่ งแบบไทใหญ ลงรกั ปดทอง ประดับ
อญั มณี มขี นาดหนา ตัก ๑๖ นิ้ว ขนาดฐานพระยาว ๑๘ นิ้ว กวา ง ๑๓ นวิ้ สูง ๓๓ นวิ้
ซ่ึงพระเทพปริยัติมงคล (ครูบาโอภาส โอภาโส) เจาอาวาสวัดจองคํา ตําบลบานหวด
อาํ เภองาว จงั หวดั ลาํ ปาง ไดน อ มเกลา ฯ ถวายแดส มเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจา กรมสมเดจ็
พระเทพรตั นราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ณ วัดศรีโคมคาํ อาํ เภอเมอื ง จงั หวัดพะเยา
เม่ือวันที่ ๒๖ พฤศจกิ ายน พุทธศกั ราช ๒๕๓๒

ในการตอมา เมื่อผูบริหารมหาวิทยาลัยมหิดลไดเขาเฝาทูลละอองพระบาท
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
กราบบังคมทลู ถวายรายงานเก่ยี วกบั อปุ สรรคตา ง ๆ ในการดาํ เนินงานของมหาวิทยาลยั
มหดิ ล ศาลายา ตอ มา จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา โปรดกระหมอ มใหศ าสตราจารยค ลนิ กิ
เกยี รตคิ ณุ นายแพทยป ระดษิ ฐ เจรญิ ไทยทวี อธกิ ารบดมี หาวทิ ยาลยั มหดิ ล ศาสตราจารย
เกยี รติคุณ นายแพทยพูนพิศ อมาตยกุล ผอู าํ นวยการสถาบนั วจิ ยั ภาษาและวฒั นธรรม
เพอ่ื พฒั นาชนบท และคณะผบู รหิ ารมหาวทิ ยาลยั มหดิ ลในขณะนน้ั เฝา ทลู ละอองพระบาท
เพ่ือรับพระราชทานพระพุทธมหาลาภ ณ ศาลาดุสิดาลัย พระตําหนักจิตรลดารโหฐาน
ในวันท่ี ๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๓๕

๓๐

เม่ือไดรับพระราชทานพระพุทธมหาลาภมาแลว ทานอธิการบดีไดออกประกาศ
มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล เรอื่ ง สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี พระราชทาน
พระพุทธรปู สําคัญแกม หาวทิ ยาลัยมหดิ ล ศาลายา ลงวันท่ี ๑๒ พฤษภาคม พุทธศกั ราช
๒๕๓๕ ความโดยสรปุ วา สมเด็จพระกนษิ ฐาธริ าชเจา กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ า ฯ
สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกลาโปรดกระหมอมพระราชทานพระพุทธ
มหาลาภ สําหรับเปนพระพุทธรูปประจํามหาวิทยาลัยมหิดล ณ ศาลายา เพื่อใหเปน
สวัสดิมงคล บังเกิดเปนความสถาพรแกมหาวิทยาลัยมหิดล ณ ศาลายา และเปนที่
สักการะ ยดึ เหน่ียวเปน สรณะของบรรดาผบู ริหาร คณาจารย ขาราชการ เจา หนาที่ และ
นักศึกษา โดยมหาวิทยาลัยจะสรางศาลาสําหรับประดิษฐาน เพ่ือสนองพระราชดําริ
สบื ตอ ไป และไดอ ญั เชญิ พระพทุ ธมหาลาภตงั้ เปน พระประธานในพธิ กี ารสาํ คญั ตา ง ๆ ของ
มหาวทิ ยาลยั ซง่ึ มหาวทิ ยาลยั ไดน าํ เรอ่ื งดงั กลา วแจง ตอ ทปี่ ระชมุ สภามหาวทิ ยาลยั มหดิ ล
เพื่อทราบ ในการประชุมครั้งท่ี ๒๑๙ วันท่ี ๒๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๓๕
วาระท่ี ๑.๒๔

๓๑

ปจจุบัน พระพุทธมหาลาภ ประดิษฐาน ณ หนาหองประชุมศาสตราจารย
เกียรติคุณ นายแพทยนที รกั ษพลเมือง ชนั้ ๕ อาคารสํานกั งานอธกิ ารบดี มหาวิทยาลัย
มหดิ ล ศาลายา

๓๒

พระพทุ ธเจาŒ ไภษัชยคุรไุ วฑรู ยประภา
พระพุทธเจาŒ แห‹งแพทย ยา และการรักษาโรค

๓๓

พระพทุ ธเจŒาไภษชั ยคุรุไวฑูรยประภา
พระพทุ ธเจŒาแห‹งแพทย ยา และการรักษาโรค

รองศาสตราจารย ดร.เชษฐ ติงสญั ชลี
คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
บทนาํ
ความเจบ็ ปว ยเปน ภยั ทอี่ ยคู กู บั มนษุ ยม าตง้ั แตอ ดตี ถงึ ปจ จบุ นั แมว า ความพยายาม
ในการคนควาเรอ่ื งยาสมุนไพรและการรกั ษาจะมีมาตง้ั แตสมัยโบราณ แตกไ็ มอาจปฏเิ สธ
ไดว า ความตอ งการทพี่ ง่ึ ทางใจยอ มทาํ ใหเ กดิ การสมมตเิ ทพเจา ผรู กั ษาโรคในทกุ ๆ ศาสนา
และความเชือ่
ในศาสนาฮินดู เทพเจาหรือเทพีหลายองค เชน พระอัศวินผูมีเศียรเปนมา
พระธันวันตริ ผูถือน้ําอมฤตพระ แมศีตลาเทวีผูถือหมอนํ้าเย็น และพระแมมารีอัมมาน
ผูเปนเทพีแหงฝดาษ ถอื เปนตวั อยา งของการสมมติเทพเจาผูร กั ษาโรคในอินเดีย
แมวาพุทธศาสนาเถรวาทจะไมไดมีความพยายามในการสมมติเทพเจาแหง
การรกั ษาโรคเปนพิเศษ แตก ม็ คี วามพยายามในการสรางบทสวดมนตรหลายบททเี่ ช่ือวา
จะบันดาลใจโรคและความเจ็บปวยสูญสิ้นไปได เชน รัตนสูตร ซึ่งเปนบทสวดที่กลาว
สรรเสรญิ พระพทุ ธเจา และขอใหเหลาภตู (ตวั แทนของโรค) สงบลง อีกบทสวดหนึง่ ก็คือ
โพชฌงคปริตร ซึ่งมีตํานานที่เลาวาพระพุทธเจาไดเสด็จไปสวดใหพระภิกษุอาพาธฟง
จนหายจากโรค อยางไรกต็ าม คตินี้คงเปนความคิดใหมท ี่รเิ ร่ิมขนึ้ ในลงั กามากกวาที่จะมี
กําเนิดเกาแก
ในกรณขี องพุทธศาสนามหายาน ความปรารถนาใหพน จากโรคภยั นน้ั ยอ มทําให
เกิดการสมมติหรือบุคลาธิษฐานขึ้นเปนพระพุทธเจาอีกพระองคหนึ่ง ผูมีคุณในการ
ประทานความปราศจากโรคภยั ใหก บั ผศู รทั ธา พระพทุ ธเจา พระองคน นั้ กค็ อื พระพทุ ธเจา
ไภษชั ยคุรไุ วฑูรยประภานั้นเอง

๓๔

ขอŒ มูลเบื้องตนŒ เก่ียวกบั พระพทุ ธเจŒาไภษชั ยคุรุ
พระพุทธเจาไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา (บางทีเรียกยอเปน พระไภษัชยคุรุ) หรือ
ท่ีรูจักกันโดยทั่วไปวา Medicine Buddha ในภาษาอังกฤษ เปนพระพุทธเจาองคหน่ึง
ในพุทธศาสนามหายาน ไดรับการนับถืออยางมากเน่ืองจากพระองคในอดีตชาติเม่ือคร้ัง
ยังคงเปนพระโพธิสตั ว องคหนง่ึ ชื่อพระไภษชั ยราชไดต ัง้ ปณธิ านอันแนว แน ๑๒ ประการ
ทีจ่ ะรกั ษาคนใหพน จากโรค ทัง้ โรคทางกาย (คือความเจบ็ ปวย) และโรคทางใจ (คือกเิ ลส)
พระองคจงึ ไดร ับการนบั ถือทฐ่ี านะพระผชู ว ยเหลอื ใหพนจากความเจบ็ ปวยท้งั มวล
ตัวอยางปณิธาน ๑๒ ประการท่ีสําคัญ เชน ขอใหผูพิการ ผูปวย และผูยากจน
ไดรับพรแหงความปราศจากโรค ถาคนเหลาน้ันศรัทธาในพระพุทธองคอยางจริงใจ
ขอใหคนผูถูกกิเลสควบคุมไดรับความชวยเหลือใหพนจากความชั่วรายเหลาน้ันและ
เขาสูหนทางแหงพุทธะ ฯลฯ
ดว ยเหตทุ ปี่ ณธิ านของพระองคต รงกบั “ความตอ งการ” ของสตั วโ ลกผทู กุ ขท รมาน
จากความเจบ็ ปว ย ดว ยเหตนุ ้ี พระองคจ งึ ไดร บั การนบั ถอื อยา งมากในโลกของพทุ ธศาสนา
มหายานซ่ึงมีแนวคําสอนในการชวยเหลือมวลสรรพสัตวอยูแลว ไมวาจะเปนจีน ญี่ปุน
เกาหลี ทิเบต หรือแมแตเขมรโบราณก็ลวนแตนับถือพระองควาเปนเจาแหงยาและ
การรกั ษาโรค
คมั ภรี ไ ภษชั ยครุ ไุ วฑรู ยประภาราชสตู ร ซง่ึ เปน คมั ภรี ท เ่ี ขยี นขนึ้ ในอนิ เดยี ไดก ลา วถงึ
พุทธเกษตรของพระองควา เมื่อพระองคไดตรัสรูเปนพระพุทธเจาแลว พระองคประทับ
อยูในพุทธเกษตรช่ือ “ไวฑูรยนิรภาส” หรือสวรรคที่มีประกายของไพฑูรยอันบริสุทธิ์
พระโพธสิ ตั วท ปี่ รากฏขนาบขา งพระองค คอื พระสรู ยประภา พระโพธสิ ตั วแ หง แสงอาทติ ย
และพระจันทรประภา พระโพธิสัตวแหงแสงจันทร มนตรประจําของพระองค คือ
โอม ไภษชเฺ ย ไภษชเฺ ย ไภษชฺยสมทุ ฺคเต สวฺ าหา
ทน่ี า สงั เกตก็คือ นอกจากทีจ่ ะทรงเกี่ยวขอ งกบั ยาแลว พระองคย ังมคี วามสัมพันธ
กับแสงสวางที่เปลงประกายมาจากดวงดาวดวย เนื่องจากพระองคมีประกายสีนํ้าเงิน
ประหน่ึงดวงดาว นอกจากน้ี พระโพธิสัตวที่ลอมรอบพระองคเองก็ยังเกี่ยวของกับ
พระอาทติ ยแ ละพระจนั ทร พระพทุ ธเจา องคน ย้ี งั สมั พนั ธก บั พระพทุ ธเจา องคอ นื่ ๆ ในกลมุ
พระพุทธเจา ๗ พระองค ซ่ึงแตละองคสามารถประทานพรในการรักษาโรคตาง ๆ กัน
พระพุทธเจาในกลุม ๗ พระองคนี้ปรากฏอยูในคัมภีรไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาสัปตพุทธ
ปรู วปณธิ านวิเศษสตู ร

๓๕

ประติมานวิทยาของพระไภษชั ยคุรุในศิลปะเอเชียตะวนั ออก
นา แปลกทแ่ี มว า คมั ภรี ข องพระองคไ ดร บั การเขยี นขนึ้ ในอนิ เดยี แตก ลบั ไมป รากฏ
รูปประติมาของพระองคในอินเดียเลย กลับกลายเปนวา พระพุทธเจาองคน้ีไดรับความ
นิยมมากนอกประเทศอนิ เดยี โดยเฉพาะอยา งย่งิ ในเอเชียตะวนั ออก อันไดแก ทิเบต จีน
ญี่ปนุ เกาหลี โดยมกั แสดงพระองคในรูปพระพทุ ธเจามากกวาทจี่ ะเปน พระโพธิสตั ว
อาจเปนไปไดท่ีวา เน่ืองดวยคัมภีรเลมน้ีถูกแปลเปนภาษาจีนโดยพระสงฆจีนท่ี
เดินทางไปสืบศาสนาท่ีอินเดียและนําคัมภีรกลับมา จึงทําใหพระพุทธเจาองคนี้ไดรับ
ความสนใจโดยชาวจีนเปนพิเศษ พระภิกษุจีนคนสําคัญท่ีแปลคัมภีรเลมดังกลาวจาก
ภาษาสนั สกฤตเปนภาษาจนี กค็ ือพระภกิ ษุเห้ียนซาง (พระถังซําจง๋ั )
ในศิลปะทิเบต พระไภษัชยคุรุมักอยูในรูปของพระพุทธเจาท่ีทรงจีวร มีอุษณีษะ
มวยผมคลา ยคลงึ กบั พระพทุ ธเจา ศรศี ากยมนุ ี แตส ง่ิ ทแ่ี ตกตา งออกไปกค็ อื พระองคม ผี วิ กาย
สีนํ้าเงิน อันเปนสีผิวประหนึ่งไพฑูรย พระองคมักประทับนั่งและหอยพระหัตถขวาลง
โดยถือผลสมอหรือตนสมอในพระหัตถ อน่ึง ตนสมอถือเปนยาสมุนไพรท่ีสําคัญในสมัย
โบราณ สวนอีกพระหัตถหนึ่งอาจถือหรือไมถือหมอยาก็ได พระองคอาจมีพระโพธิสัตว
สูรยะประภา (ผิวสีแดง ถือพระอาทิตย) และจันทรประภา (ผิวสีนวล ถือพระจันทร)
ขนาบสองขาง (รูปที่ ๑)

รปู ท่ี ๑ พระไภษชั ยครุ ใุ นจติ รกรรมทเิ บต
มพี ระวรกายสนี า้ํ เงนิ ถอื ผลสมอ
ในพระหตั ถ ขนาบขา งดว ยพระสรู ยประภา
และจนั ทรประภา
๓๖

ในศิลปะจีน พระไภษัชยคุรุไดรับการนับถือมาต้ังแตกอนราชวงศถังแลว สวนใน
ระยะหลัง พระไภษัชยคุรุมักแสดงเปนพระพุทธเจาประทับนั่งถือเจดียจีน (ถะ) ซึ่งเปน
สัญลักษณของธรรมกายของพระพุทธเจาพันองคและความมีอายุยืน พระไภษัชยคุรุ
มักปรากฏเปน ๑ ในพระพทุ ธรปู ๓ องคทีป่ ระดิษฐานในอาคารหลกั ของวดั ซึง่ ประกอบ
ดวยพระศรีศากยมุนีและพระอมิตาภะ การกราบไหวพระพุทธเจาไภษัชยคุรุยอมแสดง
ใหเ ห็นวา ผศู รทั ธาคงตอ งการใหต นเองมีอายยุ นื และแข็งแรง

ในศลิ ปะญีป่ นุ พระไภษัชยครุ ุเรยี กวา พระ “ยากุช”ิ (ครูแหงยา) ปรากฏมาตั้งแต
สมยั นาระ โดยแสดงเปน รูปพระพทุ ธเจา ถอื หมอยาในพระหัตถซ าย (รปู ท่ี ๒) ขนาบขา ง
ดว ยพระโพธสิ ตั วส รู ยประภาและจนั ทรประภา หรอื บางครงั้ กแ็ วดลอ มไปดว ยขนุ พล ๑๒ คน
ทก่ี ลายรา งมาจากปณธิ าน ๑๒ ประการทพ่ี ระองคเ คยทรงอธษิ ฐานเพอื่ การเอาชนะโรคภยั
พระพุทธเจาองคนี้ไดรับการนับถือมากและมีการสรางวัดเพ่ือถวายเปนการเฉพาะ โดย
วดั ท่ีประดิษฐานพระองคมักไดร บั การตง้ั ช่อื วา “วดั ยากชุ จิ ิ” หรือวัดพระไภษัชยครุ ุ

รปู ท่ี ๒ พระไภษชั ยครุ ใุ นศลิ ปะญปี่ นุ
วดั ยากชุ จิ ิ เมอื งนาระ พระหตั ถซ า ย
เคยถอื หมอ ยา แตห มอ ยาไดห ายไปแลว
๓๗

พระไภษัชยคุรุในเขมร
พระเจาชัยวรมันท่ี ๗ มหาราชองคสําคัญของจักรวรรดิเขมรโบราณทรงนับถือ
พุทธศาสนามหายานอยางเครงครัด นอกจากนี้ ยังมีพระทัยกรุณาตอประชาชนของ
พระองคดวยการโปรดใหสถาปนาอโรคยศาลา หรือโรงพยาบาลขึ้นท่ัวราชอาณาจักร
มีการสรางเทวาลัยประจําโรงพยาบาลเพ่ืออุทิศใหกับพระไภษัชยคุรุโดยท่ีจารึกประจํา
โรงพยาบาลไดกลาววา พระไภษัชยคุรุประทับพรอมดวยพระโพธิสัตวสูรยประภา และ
จันทรประภา
ไมแนชัดวาพระพุทธเจาไภษัชยคุรุในศิลปะเขมรมีลักษณะทางประติมานวิทยา
อยางไร ความเช่ือเดิมเชื่อวาพระพุทธรูปนาคปรกท่ีมีหมอยาหรือผลสมออยูในพระหัตถ
ทก่ี าํ ลงั แสดงปางสมาธนิ า จะหมายถงึ พระองค (รปู ท่ี ๓) อยา งไรกต็ าม การขดุ แตง อโรคยศาล
ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือทําใหไดรับขอมูลใหมวา พระไภษัชยคุรุอาจแสดงในรูป
พระโพธิสัตวทรงเครอื่ งทป่ี ระคองสิง่ ของบางอยา งไวท ีพ่ ระอุระ (รูปที่ ๔)

รปู ท่ี ๓ พระพทุ ธรปู นาคปรก รปู ท่ี ๔ พระโพธสิ ตั ว ซง่ึ คน พบจากการขดุ แตง
ทบ่ี างทา นเชอื่ วา หมายถงึ พระไภษชั ยครุ ุ อโรคยศาลในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
เปน พระนาคปรกปางสมาธิ มสี ง่ิ ทเ่ี ชอื่ วา ทาํ ใหบ างทา นเชอ่ื วา นคี่ อื ประตมิ านวทิ ยา
เปน หมอ ยาหรอื ผลสมอในพระหตั ถ ของพระไภษชั ยครุ ใุ นประตมิ านวทิ ยาบายน
๓๘

พระไภษชั ยคุรใุ นศิลปะพม‹า
แมวาประเทศพมาจะนับถือพุทธศาสนาเถรวาทมาตั้งแตสมัยพุกาม แตตอง
ไมลืมวา เน่ืองจากพมามีอาณาเขตติดตอกับทิเบตและจีนที่นับถือพุทธศาสนามหายาน
จึงทําใหพระพุทธเจาแบบมหายานเขามามีอิทธิพลตอประติมานวิทยาของพระพุทธรูป
ในศลิ ปะพมา มาตลอดดวย โดยเฉพาะอยา งยิ่งศิลปะองั วะ ศลิ ปะอมรปรุ ะ-มัณฑเล และ
ศลิ ปะพนื้ ถนิ่ ในรฐั ฉาน โดยทปี่ ระตมิ านวทิ ยาแบบมหายานทไ่ี ดเ ขา มามบี ทบาท มกั เขา มา
พรอมกบั พระพุทธเจา ๒ พระองค คือ พระอมิตายสุ (พระอมติ าภะทีท่ ําปางสมาธิและ
ประคองหมอน้ําอมฤตไวในพระหัตถท้ังสอง) และพระไภษัชยคุรุ (พระพุทธเจาผูถือ
ผลสมอ) โดยพระพุทธรูปต้ังแตศิลปะอังวะลงมา พบวามีหลายองคแสดงการประคอง
หมอ น้าํ อมฤตหรือถอื ผลสมอในพระหตั ถ (รปู ท่ี ๕)
ในศิลปะมัณฑเลและศิลปะในรัฐฉาน พระพุทธรูปพมาหลายองคแสดงการถือ
ผลสมอในพระหัตถขวาท่ีในกรณีของพระพุทธรูปยืน (รูปที่ ๖) พระหัตถขวามักมีผลไม
เม็ดเลก็ ๆ ในพระหตั ถ สวนพระหตั ถซ ายแหวกชายจวี ร (รปู ท่ี ๖ ก) ในกรณขี องพระนง่ั
การถือผลสมออาจอยใู นพระหตั ถข วาทหี่ อ ยลงคลา ยปางมารวิชยั และหงายพระหัตถขึน้
และถอื ผลสมอเล็ก ๆ ในพระหตั ถ (รูปที่ ๗)

รปู ท่ี ๕ พระพทุ ธรปู ประทบั นง่ั ในศลิ ปะ
องั วะ ซงึ่ มหี มอ นาํ้ ในพระหตั ถท แี่ สดง
ธยานมทุ รา แสดงอทิ ธพิ ลพระพทุ ธเจา
ฝา ยมหายาน เชน พระอมติ ายสุ
ทม่ี า : Pamela Gutman, Burma’s Lost
Kingdom: Splendor of Arakan.
Bangkok: Orchid Press, 2001.

๓๙

รปู ที่ ๖ พระพทุ ธรปู ยนื ในศลิ ปะมณั ฑเล รปู ท่ี ๖ ก ภาพขยายผลสมอในพระหตั ถ
ปรากฏผลสมอขนาดเลก็ ในพระหตั ถข วา ดา นขวาของพระพทุ ธรปู ประทบั ยนื
ตวั อยา งทเี่ จดยี ช เวซกิ อง พกุ าม ในศลิ ปะมณั ฑเล

รปู ท่ี ๗ พระพทุ ธรปู ประทบั นงั่
ทป่ี รากฏผลสมอขนาดเลก็ ในพระหตั ถข วา
แสดงความเกยี่ วขอ งกบั พระไภษชั ยครุ ุ
ตวั อยา งจากถาํ้ ปน ดายา รฐั ฉาน
๔๐

พระพทุ ธมหาลาภ
สาํ หรับพระพทุ ธรปู “พระพุทธมหาลาภ” (รปู ท่ี ๘) ทส่ี มเดจ็ พระกนิษฐาธริ าชเจา
กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี พระราชทานใหก บั มหาวทิ ยาลยั
มหิดล ซ่ึงเปนตนแบบของพระพุทธรูปที่มหาวิทยาลัยมหิดลจัดสรางข้ึนใหม และไดรับ
พระราชทานนามวา “พระพทุ ธมหดิ ลมงคลปญ ญาญาณ” นน้ั เปน พระพุทธรปู ในศิลปะ
ไทใหญของรัฐฉาน เม่ือพิจารณาจากรูปแบบศิลปะจะพบวาเปนพระพุทธรูปทรงเครื่อง
ตามแบบไทยใหญ อันไดแ ก การทรงมงกฎุ ท่ีมกี รรเจียกขนาดใหญ มยี อดมงกฎุ แหลมสงู
ในขณะท่ีตาบประดับกะบังหนามีขนาดเล็กแหลม ทรงเคร่ืองประดับรูปวงโคงคลุม
พระอุระลงมาถงึ พระอุทร
เครื่องทรงเชนน้ีปรากฏมากอนในศิลปะอังวะ อันเปนรูปแบบที่ไดรับอิทธิพล
มาจากศลิ ปะทิเบตอีกทหี น่ึง อยางไรกต็ าม ศิลปะในรฐั ฉานไดนาํ มาใชกับพระทรงเครือ่ ง
เปนปกติ ตวั อยางทอี่ าจเทียบไดก็คอื พระพทุ ธรูปท่ถี ้าํ ปน ดายา (รูปท่ี ๙)
สาํ หรบั ประตมิ านวทิ ยานน้ั พระพทุ ธรปู องคน ม้ี ลี กั ษณะพเิ ศษ คอื พระหตั ถท ง้ั สอง
อยใู นทา ทางพเิ ศษ คอื ดา นซา ยประคองดอกบวั ในพระหตั ถ สว นพระหตั ถข วากาํ ลงั แสดง
การเปด หรือแยมดอกบัว ทาทางเชน น้แี สดงใหเห็นวา พระพทุ ธรูปองคน้มี ีความเก่ยี วขอ ง
กับประติมานวิทยามหายานอยางไมตองสงสัย สอดรับกับอิทธิพลมหายานที่เขามา
ยังประเทศพมาอยา งทว มทนมาตง้ั แตส มยั องั วะ
ในแงหนึ่งอาจโยงพระพุทธรูปองคนี้ไดกับพระพุทธรูปที่ประคองหมอน้ําดวย
พระหัตถท้ังสองในทาธยานมุทรา (ปางสมาธิ) ซึ่งเปนทาทางของพระอมิตายุสที่ไดรับ
อิทธิพลทเิ บตมาตงั้ แตศลิ ปะอังวะแลว ในอีกแงห นึ่งก็ทําใหนกึ ไปถงึ ประติมานวิทยาของ
พระไภษัชยคุรุท่ีมักประคองหมอน้ําหรือผลสมอในพระหัตถ พระพุทธรูปองคนี้จึงไดรับ
การออกแบบใหประคองสิ่งของในพระหัตถโดยเปล่ียนใหกลายเปน “ดอกบัว” หรือ
“ผอบรูปดอกบัว” ในขณะที่พระหัตถซายวางบนพระเพลา แตพระหัตถขวากลับกําลัง
แสดงทา ทางแบบพเิ ศษซึง่ อาจเปนการคลีห่ รอื เปดดอกบัวหรอื ผอบรปู ดอกบวั
แมวาไมแนชัดที่พระพุทธรูปองคนี้จะหมายถึงพระไภษัชยคุรุหรือไม แตสิ่งที่
แนนอนก็คือ การถือของในพระหัตถยอมแสดงวาพระพุทธรูปในศิลปะไทใหญองคน้ี
ไดรบั การปูพน้ื ฐานมาจากศิลปะทเิ บตในฝา ยมหายาน โดยอาจจะหมายถงึ พระอมิตาภะ
ในภาคพระอมิตายสุ หรอื พระไภษชั ยคุรุก็ได

๔๑

รปู ท่ี ๘ “พระพทุ ธมหาลาภ” ทส่ี มเดจ็ พระกนษิ ฐา รปู ท่ี ๙ พระทรงเครอ่ื งในศลิ ปะไทยใหญ
ธริ าชเจา กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ หรอื ศลิ ปะพน้ื เมอื งรฐั ฉานทถ่ี าํ้ ปน ดายา
สยามบรมราชกมุ ารี พระราชทานใหม หาวทิ ยาลยั ทรงเครอื่ งแบบเดยี วกบั พระพทุ ธรปู
มหดิ ล เปน พระพทุ ธรปู ทตี่ คี วามวา อาจหมายถงึ ทมี่ หาวทิ ยาลยั มหดิ ลไดร บั พระราชทาน
พระไภษชั ยครุ ุ

สวนการใหความหมายในปจจบุ นั น้ี พระพทุ ธรูปดงั กลาวไดรบั การนบั ถือในฐานะ
พระไภษชั ยครุ ไุ วฑรู ยประภา พระพทุ ธเจา แหง แพทยแ ละพระพทุ ธเจา แหง ยาทสี่ อดคลอ ง
กับมหาวิทยาลัยมหิดลท่ีมีพ้ืนฐานด้ังเดิมมาจากมหาวิทยาลัยทางดานแพทยศาสตร
การใหความหมายพระพุทธรูปองคน้ีวาหมายถึงพระไภษัชยคุรุ ยังเปนสัญลักษณสําคัญ
ทจ่ี ะทาํ ใหบุคลากรในมหาวิทยาลัยมหดิ ลไดรบั “กําลงั ใจ” ท่ีโยงใยระหวางพระพุทธเจา
แหงแพทยที่ไดรับการนับถือมาแตอดีตกับการปฏิบัติหนาท่ีเพ่ือความเปนเลิศทางดาน
วชิ าการในปจ จบุ นั และยงั เปน สญั ลกั ษณแ หง พระมหากรณุ าธคิ ณุ ของสมเดจ็ พระกนษิ ฐา
ธิราชเจา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ท่ีมีตอมหาวิทยาลัย
มหิดลอกี ดว ย

๔๒

พระพทุ ธมหดิ ลมงคลป˜ญญาญาณ

๔๓

พระพุทธมหิดลมงคลปญ ญาญาณ เปนนามของพระพุทธรูปท่ีสมเด็จพระกนษิ ฐา
ธิราชเจา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานใหกับ
ชาวมหาวทิ ยาลัยมหดิ ล เม่ือวันท่ี ๒ มกราคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๓ ซึง่ มีความหมายของ
นามพระราชทานวา พระพทุ ธรปู ทน่ี าํ มาซง่ึ ปญ ญาหยงั่ รอู นั กระจา งแจง และเปน มงคลแหง
มหาวิทยาลัยมหิดล โดยไดนําแบบของพระพทุ ธมหาลาภ ซง่ึ สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธิราชเจา
กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี พระราชทานใหก บั มหาวทิ ยาลยั
มหดิ ล เมอื่ วันท่ี ๘ พฤษภาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๓๕ มาเปน ตนแบบ โดยปรบั แบบใหม ี
ความออนหวาน และสวยงามยิ่งข้ึน พรอมท้ังเพิ่มฐานบัวและผาทิพยประดิษฐานอักษร
พระนามาภิไธย “สธ.” องคพระหลอ ดว ยโลหะทองเหลือง ปดผวิ ดว ยทองคําและอัญมณี
ขยายขนาดเปนพระพุทธรูป พระพุทธมหิดลมงคลปญญาญาณ สูง ๙๘ น้ิว หนาตัก
กวาง ๖๕ นิ้ว โดยไดรับการอุปถัมภการจัดสรางโดยมูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา
โดย ดร.บุญเกียรติ โชควฒั นา ประธานอปุ ถัมภโครงการเฉลมิ พระเกยี รติ ๖๕ พรรษาฯ
ซึ่งไดเปนผูใหการสนับสนุนศิลปนในการออกแบบคืออาจารย ดร.สุพร ชนะพันธุ ท้ังน้ี
ไดรับการปรับแตงใหมีพุทธลักษณะท่ีงดงามและออนชอยมากยิ่งข้ึนโดยอาจารยมานพ
อมรวฒุ ิโรจน อดีตผอู ํานวยการสาํ นกั ชา งสิบหมู กรมศิลปากร โดยพระพทุ ธมหิดลมงคล
ปญ ญาญาณจะประดษิ ฐานอยู ณ หอพระพทุ ธมหาสริ พิ รี ยพฒั น ดา นหนา อาคารอาํ นวยการ
สถาบนั พัฒนาสขุ ภาพอาเซยี น มหาวทิ ยาลัยมหิดล ศาลายา

อาจารย ดร.สพุ ร ชนะพันธุ อาจารยม านพ อมรวุฒิโรจน

๔๔

สําหรับพระพุทธมหิดลมงคลปญญาญาณ ไดรับพระเมตตาจากสมเด็จ
พระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ประทานแผนทองทรงจารและชนวน สําหรับนําไปประกอบพิธีเททองพระเกศและ
หลอองคพระพุทธมหิดลมงคลปญญาญาณ และไดรับความเมตตาจากสมเด็จพระวันรัต
(จนุ ท พรฺ หมฺ คุตฺโต) กรรมการมหาเถรสมาคม ผปู ฏิบัตหิ นา ทีแ่ ทนเจาคณะใหญธรรมยตุ
เจาอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร มอบพระบรมสารีริกธาตุใหอัญเชิญไปบรรจุบนพระเกศ
ของพระพุทธมหิดลมงคลปญญาญาณ ซึ่งพระบรมสารีริกธาตุน้ี สมเด็จพระสังฆราชเจา
กรมหลวงวชริ ญาณสงั วร ไดป ระทานใหแ กว ดั บวรนเิ วศวิหาร

๔๕

สาํ เนาหนงั สอื โปรดประทานแผน‹ โลหะทรงจาร

๔๖

แผน ทองทรงจารประทานจากสมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ (อมั พร อมพฺ โร)
สมเดจ็ พระสังฆราช สกลมหาสังฆปรณิ ายก

ศาสตราจารยคลนิ ิกเกียรติคณุ
นายแพทยป ย ะสกล สกลสัตยาทร
นายกสภามหาวิทยาลยั มหดิ ล (กลาง) และ
ศาสตราจารย นายแพทยบ รรจง มไหสวรยิ ะ
อธิการบดีมหาวิทยาลยั มหดิ ล (ซาย) และ
ดร.บุญเกยี รติ โชควัฒนา ประธานกรรมการ
บริษทั ไอ.ซ.ี ซ.ี อินเตอรเนชน่ั แนล จาํ กดั
(มหาชน) (ขวา) เขา เฝา
สมเดจ็ พระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมพฺ โร)
สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปริณายก
รับประทานแผน ทองทรงจารและชนวน
เมือ่ วันท่ี ๒๔ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๓
๔๗

นอกจากน้ีแลว มหาวิทยาลัยยังไดรับพระราชานุญาตใหจัดสรางพระพุทธมหิดล
มงคลปญญาญาณ (จําลอง) ขนาดหนาตัก ๑๖ น้ิว จํานวน ๙ องค โดยประกอบดวย
องคพ ระหลอ ดว ยเนอ้ื บรอนซ ๓ องค นอ มเกลา นอ มกระหมอ มถวายแดส มเดจ็ พระกนษิ ฐา
ธริ าชเจา กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ๑ องค โดยมกี ารประดบั
อัญมณีและอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุบรรจุบนพระเกศพระพุทธรูปเหมือนกับองค
พระพุทธมหดิ ลมงคลปญ ญาญาณ ๖๕ นิว้ และนอมถวายสมเด็จพระอรยิ วงศาคตญาณ
(อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ๑ องค และอีก ๑ องค
มอบใหมูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา และ ดร.บุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานอุปถัมภ
โครงการฯ และพระพทุ ธรปู จาํ นวน ๖ องค หลอ ดว ยเนอื้ ทองเหลอื งปด ทอง มหาวทิ ยาลยั
จะนาํ ถวายสมเดจ็ พระวนั รตั (จนุ ท พรฺ หมฺ คตุ โฺ ต) กรรมการมหาเถรสมาคม ผปู ฏบิ ตั หิ นา ท่ี
แทนเจา คณะใหญธ รรมยตุ เจา อาวาสวดั บวรนเิ วศวหิ าร ๑ องค ถวายพระเทพปรยิ ตั มิ งคล
(ครูบาโอภาส โอภาโส) ๑ องค มอบแกส มาคมศิษยเกามหาวิทยาลยั มหิดล ๑ องค และ
อกี ๓ องค มหาวทิ ยาลยั จะอัญเชญิ ไปประดิษฐาน ณ วิทยาเขตตาง ๆ ของมหาวิทยาลยั
ไดแก กาญจนบรุ ี นครสวรรค และอํานาจเจรญิ

๔๘

มหาวิทยาลัยไดรับพระราชานุญาตใหจัดสรางพระพุทธมหิดลมงคลปญญาญาณ
(จาํ ลอง) ขนาดหนา ตกั ๙ นว้ิ จาํ นวน ๖๕ องค ประกอบดว ยพระพทุ ธรปู หลอ ดว ยทองเหลอื ง
ปดทองคํา จาํ นวน ๓๗ องค โดยมหาวทิ ยาลยั จะมอบใหส ว นงานตา ง ๆ ของมหาวิทยาลยั
มหิดล สวนงานละ ๑ องค จํานวนท้ังสิ้น ๓๓ องค เพ่ือนําไปประดิษฐานที่สวนงาน
เพ่ือใหบุคลากรและนักศึกษาของสวนงาน รวมถึงประชาชนท่ัวไปไดสักการบูชา และ
๔ องค สําหรบั ผมู ีอปุ การะคุณตอมหาวทิ ยาลยั ในการดาํ เนินโครงการเฉลิมพระเกียรติ
๖๕ พรรษาฯ และมหาวิทยาลัยไดจัดทําพระพุทธมหิดลมงคลปญญาญาณ (จําลอง)
ขนาดหนา ตกั ๙ นิว้ หลอ ดวยเนือ้ บรอนซ จํานวน ๒๘ องค เพื่อมอบใหแกผ บู รจิ าคเงนิ
สนับสนุนใหแกมหาวิทยาลัยโดยผานมูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดลในพระราชูปถัมภ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มากกวา ๓๐๐,๐๐๐ บาท
โดยจะนํารายชือ่ ผบู ริจาคสลกั บนดานหลงั หอพระพุทธมหาสริ ิพีรยพฒั นอ กี ดวย

๔๙


Click to View FlipBook Version