Tตรัง
rang
ตรัง
Trang
“ตรงั ” เปน จังหวัดหนึง่ ทางภาคใตของประเทศไทยดา นฝงทะเลตะวันตก มหี ลักฐานความเปนมาทย่ี าวนาน
กอใหเกิดความหลากหลายทางชาตพิ ันธแุ ละวฒั นธรรมเปนอยา งมาก ซง่ึ ประกอบดวยชาวไทยพทุ ธ ไทยมสุ ลมิ และ
ชาวไทยเชื้อสายจนี แตล ะกลมุ ก็มีวฒั นธรรมขนบธรรมเนยี มและอตั ลกั ษณข องตนเอง เชน การแตงกาย การกนิ
ความเชื่อ ความศรทั ธา คา นิยม ประเพณตี าง ๆ ลักษณะทางสังคมและวฒั นธรรมท่ีแสดงใหเหน็ ถงึ การสัง่ สมความรู
และถายทอดมาจากบรรพบรุ ษุ ก็พบไดห ลากหลาย ทงั้ ในดานศลิ ปการแสดงและศิลปหตั ถกรรม ศลิ ปการแสดง เชน
มโนราห หนังตะลงุ ลิเกปา ศิลปหัถตกรรม เชน การจกั สานเสื่อเตยปาหนัน มีดพรานาปอ ผา ทอพน้ื เมือง (ผาทอ
นาหม่นื ศร)ี และเสวียนหมอ จากกานจาก เปน ตน
ยกตวั อยางเสนทางการทอ งเทยี่ วทางวัฒนธรรม จังหวัดตรงั : 3 เสน ทาง คือ ตึกเกา ยา นเมืองตรัง โบราณ
สถานอโุ บสถวดั กะพังสุรนิ ทร และวสิ าหกจิ ชุมชนผาทอ นาหม่นื ศรี
ตรัง
Trang
เสน้ ทางที 1
ตึกเก่ายา่ นเมอื งตรงั
ตึกเกาเมอื งตรัง ตัง้ อยูกระจายลัดเลาะเรอ่ื ย ๆ ในตวั เมอื งตรัง ตามถนนราชดาํ เนนิ ถนนกนั ตัง
และถนนพระรามหก จะพบเหน็ ตึกเกา ซอ นตัวอยูเ ปน ระยะ ลักษณะของตึกจะเปนตึกในรูปแบบชโิ น-
โปรตกุ ีส คลา ยกับเมอื งภูเก็ตแตอ าจมไี มเ ยอะเทา เจา ของอาคารเกาเหลานีส้ วนใหญเปน ชาวจนี ทีเ่ ขา มา
ต้ังรกรากรบั จา งเปน กลุ ี เปน ชา ง หรือทาํ การคา วัฒนธรรมจนี ซึ่งหลั่งไหลมากบั ชาวจีนที่มาต้งั รกรากทนี่ ่ี
จงึ ฝง ตวั กลมกลืนกลายเปนวฒั นธรรมแบบชาวตรังท่เี ปนเอกลกั ษณเ ฉพาะถน่ิ เดมิ เขาใจวา อาคารเหลาน้ี
คงมหี ลายหลังตอ เนอื่ งกนั แตต อมามีการร้ือออกและสรา งเปนอาคารสมยั ใหมแ ทรกอยู
ปจจุบันจึงเหลอื อาคารรปู ทรงเกากระจายกนั อยทู ว่ั ไป เชน ในยานตลาดสดและยานการคา
ใกลกับสถานีรถไฟ หอนากิ าตรงั ซ่งึ สามารถเดินชมไดแตเชา โดยเรมิ่ มือ้ แรกของวนั ดวยอาหารพน้ื
เมืองของตรงั เชน ติม่ ซํา ขนมจบี ซาลาเปา ปาทองโก ฯลฯ กับกาแฟ ชารอนๆหรือจะเปน หมยู างกบั
กาแฟรอ นเปนมื้อเชา อยา งคนตรงั ขนานแท
ตรัง
Trang
เสน้ ทางที 2
โบราณสถานอุโบสถวดั กะพงั สรุ นิ ทร์
วดั กะพงั สรุ ินทร ต้งั อยทู ีต่ ําบลทับเที่ยง อําเภอเมืองตรัง จังหวัดตรงั สรา งขนึ้ เม่อื ป พ.ศ. 2440 เดิมชอ่ื วา
“วดั กะพัง” และมีหนองนํ้าใหญเ รยี กวา “สระกะพงั ” ตอมาในสมยั พระยาสรุ นิ ทรราชาเปนสมหุ เทศาภบิ าลไดพ ัฒนา
สระกะพังใหเ ปนสถานทีพ่ ักผอ นประชาชนจึงเรยี กวา “สระกะพังสรุ ินทร” เพือ่ เปนเกียรตแิ กผูพ ัฒนา และชอื่ วัดกไ็ ด
เปลี่ยนชอื่ เปน “วดั กะพังสุรนิ ทร” ตามไปดว ย เม่ือป พ.ศ. 2483 ไดร บั พระราชทานวิสุงคามสีมาเม่อื วนั ที่ 2 กันยายน
พ.ศ. 2480
อาคารอุโบสถ รปู ทรงส่ีเหลย่ี มผนื ผา สรางเม่อื ป พ.ศ. 2480 ลักษณะทรงไทยภาคใต หลงั คาโครงสรางไม
ซอ นลดหล่ัน 3 ช้ันแตเดิมมงุ ดว ยกระเบอื้ งวา ว ตอมาไดบ ูรณะใหมแ ละเปลย่ี นเปน กระเบือ้ งซเี มนตลอนเลก็ ผนงั อาคาร
เปนผนงั หลอตามรปู แบบทองถนิ่ มีใบเสมาโดยรอบท้งั 8 ทิศ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประทานปางมารวชิ ยั
พระพุทธรูปปางสมาธิ และพระพทุ ธรปู ไมประทับยืนอกี จํานวนหน่งึ
กรมศิลปากรไดประกาศข้ึนทะเบียน และกาํ หนดเขตท่ีดินโบราณสถาน ในราชกจิ จานเุ บกษา เลมที่ 116
ตอนพิเศษ 17 ง ลงวันท่ี 17 มีนาคม 2542 มพี ้ืนท่ี 1 งาน 95 ตารางวา
ตรัง
Trang
เสน้ ทางที 3
วสิ าหกิจชุมชนผา้ ทอนาหมนื ศรี
การทอผาของคนนาหม่นื ศรีมีมากวา 200 ปแ ลว คนนาหมื่นศรผี ูกพนั กับผา ทอ จนเปน วิถที ีส่ ืบทอดในผนื ผา
คอื 3 ชว งแหงชีวติ ไดแ ก ผาตัง้ (ชว งแตง งาน) ผา พาด (ชวงบวช) ผา พานชาง (เตรยี มพาดโลงศพตัวเองและสาม)ี และ
เร่ิมนอยลงเมอ่ื สงครามโลกคร้งั ท่ี 2 ท่ีขาดวตั ถดุ ิบ และหลังสงครามกม็ ีผาจากโรงงานอตุ สาหกรรมออกขาย การทอผา
พื้นบา นจงึ ลดนอ ยถอยลง จนเกอื บหมดไป แตในป 2514 มกี ลุมผอู าวโุ ส กลมุ หน่ึงทีฟ่ นฟูมาอกี คร้ัง คอื ยายนาง
ชว ยรอด, ยายผอม ขนุ ทอง, ยายอิน เชยชื่นจิตร, ยายเฉมิ ชบู ัว ชวยกันซอ มก่ี และเครอ่ื งมือทอผา โดยต้งั ใจให
ลกู หลานไดรจู กั และสบื ทอดทอผา แบบด้งั เดมิ
ตอมาปากศุ ล นิลละออ บตุ รสาวของยายนาง ไดร บั ชวงตอ มา และตงั้ เปนกลมุ ทอผา นาหมนื่ ศรี จนไดร บั การ
สนับสนนุ โดยหนว ยงานราชการเร่ือยมา ทาํ ใหส มาชกิ หันมาทอผา ดว ยกกี่ ระตกุ กนั มากขนึ้
ปจจุบันนางสาวอารอบ เรอื งสังข ไดเ ปนประธานของทนี่ ี่ ถือเปน รุนท่ี 5 นบั จากทวดของทวด โดยไดซ ึมซบั
และไดเหน็ คณุ คาของสง่ิ ที่ตกทอดมาจากบรรพบุรษุ และดูแลจัดการกลุมทอผานาหมน่ื ศรมี าถงึ ปจ จุบนั