"#! ฟสิกส บทที่ 20 ฟสิกสนิวเคลียร ปูพื้นฐานการเขียนสัญลักษณแทนอะตอมเบื้องตน อนุภาค ประจุ (C) ตัวแทน มวล (kg) มวล (amu) โปรตรอน (p) อิเล็กตรอน (e) นิวตรอน (n) +1.6 x 10–19 –1.6 x 20–19 0 +1 –1 0 1.672 x 10–27 9.108 x 10–31 1.674 x 10–27 1.007285 0.000549 1.008665 หมายเหตุ 1 amu = 1.66 x 10–27 kg สัญลักษณแทน เลขมวล (A) = จํานวน p + จํานวน n = จํานวนนิวคลีออน เลขอะตอม (Z) = จํานวน p 1. จากรูปอะตอมของธาตุชนิดนี้มีเลขมวล และเลขอะตอมเทาใด 1. 7 , 2 2. 5 , 3 3. 5 , 2 4. 3 , 3 (ขอ 3) วิธีทํา 2. ขอใดหมายถึงนิวคลีออน (Nucleon) 1. อิเล็กตรอน + โปรตรอน 2. นิวตรอน + อิเล็กตรอน 3. นิวเคลียส + อิเล็กตรอน 4. นิวตรอน + โปรตรอน (ขอ 4.) วิธีทํา 3. ดีบุกมีเลขอะตอม = 50 และ เลขมวล 120 จะมีจํานวนนิวคลีออนเทาไร ก. 50 ข. 70 ค. 120 ง. 170 (ขอ ค.) วิธีทํา He 4 2
"$! ควรทราบ 1. เลขอะตอม = จํานวนโปรตรอน = ลําดับของธาตุในตารางธาตุ ดังนั้น หากทราบเลขอะตอมจะบอกไดวาเปนธาตุอะไร 2. อะตอมปกติ จํานวน p = จํานวน e หากอะตอมปกติรับ e เพิ่มเขาตัว จะมีประจุรวมเปนลบ หากอะตอมปกติเสีย e ออกไป จะมีประจุรวมเปนบวก สัญลักษณแทน เลขมวล (A) บอกประจุ (K) เลขอะตอม (Z) 3. สูตรตอไปนี้ใชหาจํานวน p , n , e จากสัญลักษณอะตอม จํานวน p = Z จํานวน n = A – Z จํานวน e = Z – K 4. คําชี้แจง ใชตารางตอไปนี้ตอบคําถาม อะตอม จํานวนโปรตรอน จํานวนนิวตรอน จํานวนอิเล็กตรอน A B C D 9 9 9 9 7 8 9 9 9 9 9 9 อะตอมใดเปนอะตอมของธาตุเดียวกัน (ขอ 4.) 1. A และ B 2. B และ C 3. C และ D 4. A , B , C และ D He 4 2 ?
"%! 5. จงหาจํานวนโปรตรอน นิวตรอน และ อิเล็กตรอน จากสัญลักษณของอะตอมตอไปนี้ 1. Ar 40 18 P =……… N = ………… e = …………. 2. K 39 19 P =……… N = ………… e = …………. 3. U 235 92 P =……… N = ………… e = …………. 4. -3P 31 15 P =……… N = ………… e = …………. 6. จงหาจํานวนโปรตรอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน จากสัญลักษณของอะตอมตอไปนี้ 1. Kr 83 36 P =……… N = ………… e = …………. 2. Th 232 90 P =……… N = ………… e = …………. 3. 2− O 17 8 P =……… N = ………… e = …………. 4. 1− Cl 35 17 P =……… N = ………… e = …………. 5. 2+ Be 9 4 P =……… N = ………… e = …………. 7. อะตอมของ Po 210 84 ก. มีจํานวนนิวคลีออน = 210 จํานวนนิวตรอน = 84 ข. มีจํานวนอิเล็กตรอน = 84 จํานวนนิวตรอน = 126 ค. มีจํานวนอิเล็กตรอน = 126 จํานวนโปรตรอน = 84 ง. มีจํานวนนิวคลีออน = 210 จํานวนอิเล็กตรอน = 126 (ขอ ข.) วิธีทํา 8. ธาตุ A มีจํานวนอิเล็กตรอน และนิวตรอนเทากัน 13 และ 14 ตามลําดับ ธาตุ A มีเลข อะตอม และเลขมวลเทาไร 1. 14 , 27 2. 13 , 14 3. 13 , 27 4. 27 , 13 (ขอ 3.) วิธีทํา 9(มช 32) อะตอมของธาตุ 78Pt196 และ 79Au197 จะมีจํานวนอะไรเทากัน ก. นิวคลีออน ข. นิวตรอน ค. โปรตรอน ง. อิเล็กตรอน (ขอ ข.) วิธีทํา
&'! !!!ตอนที่ 1 กัมมันตภาพรังสี กัมมันตภาพรังสี กัมมันตภาพรังสี เปนปรากฏการณที่นิวเคลียส ของโอโซโทปที่ไมเสถียรเกิดการปรับตัวเพื่อใหมี เสถียรภาพโดยการปลอยอนุภาคบางชนิด หรือ พลังงานออกมาในรูปของรังสีและธาตุที่มีสมบัติในการแผรังสีไดเองนี้เรียกวาธาตุกัมมันตรังสี 10. ปรากฏการณกัมมันตภาพรังสีคือ .......... .......... .......... .......... .......... .......... .......... .......... ธาตุกัมมันตรังสี คือ.......... .......... .......... .......... .......... .......... .......... .......... .......... ........ รังสีที่คายออกมาจากธาตุกัมมันตรังสี เมื่อนําไปแยกในสนามแมเหล็กจะแยกได 3 ชนิด คือ 1. รังสีแอลฟา (Alpha particte , α) เปนนิวเคลียสของอะตอมของธาตุฮีเลียม มีมวลเทากับ 4 และมีประจุไฟฟา +2 เขียน สัญลักษณจึงได He 4 2 โดยทั่วไปรังสีมีพลังงาน 4 –10 MeV เนื่องจาก มีมวล............ ทําใหตัวกลางแตกตัว............ อัลฟาจะเสียพลังงาน............ ทําใหอํานาจในการเคลื่อนทะลุทะลวง............. (เคลื่อนได 3 – 5 Cm ในอากาศ) รังสีแอลฟา อาจเรียกชื่อวา อนุภาคแอลฟา 11. รังสีอัลฟา มีมวล = ……….. มีประจุ = ............. เนื่องจากมีมวลมาก → ทําใหตัวกลางแตกตัวได.......... → เสียพลังงาน........... → ทะลุทลวงได....... 2. รังสีบีตา (Beta paticle , β) เปนลําของอิเลคตรอนที่มีพลังงานสูงในชวงประมาณ 0.025 – 3.5 MeV เขียนเปน สัญลักษณจะได e 0 -1 เนื่องจากมีมวล............ → ทําใหตัวกลางแตกตัว.............. → เสียพลังงาน.......... → ทําใหอํานาจในการเคลื่อนที่..........กวาอัลฟา นอกจากนี้รังสีบีตายังเบี่ยงเบนในสนามแมเหล็กไดมากกวารังสีแอลฟา เพราะอัตราเร็ว ของการเคลื่อนที่สูงกวาอัลฟา
&(! ตองทราบ 1) เมื่อนิวตรอนใหนิวเคลียสเกิดการแตกตัวจะใหอิเลคตรอนออกมากลาย เปนรังสีบีตา ออกมานอกนิวเคลียส และยังจะใหโปรตรอนเหลืออยูในนิวเคลียสอีก 1 ตัว ทําใหนิวเคลียสมีโปรตรอนมากขึ้นแลวเปลี่ยนเปนนิวเคลียสของธาตุชนิดอื่น 2) เนื่องจากอิเลคตรอนที่ออกมาจากนิวเคลียส มีมวลนอย ดังนั้นมวลของ นิวเคลียสจึงคงเดิม 12. รังสีบีตา มีมวล = ……….. มีประจุ = ............. เนื่องจากมีมวลนอย → ทําใหตัวกลางแตกตัวได.........→ เสียพลังงาน.........→ ทะลุทลวงได....... 13. รังสีบีตาคืออิเลคตรอนที่หลุดออกมาจากนิวเคลียส เกิดจากการสลายตัวของ................... 14. เมื่อนิวตรอนสลายตัว นอกจากไดอิเลคตรอนออกมาเปนรังสีบีตาแลว ยังจะได................ 15. เมื่อนิวเคลียสคายรังสีบีตาออกมาแลว นิวเคลียสจะเกิดการเปลี่ยนแปลงชนิดของธาตุ เพราะจํานวน......................จะเพิ่มขึ้น 1 ตัว 16. เมื่อนิวเคลียสคายรังสีบีตาออกมา จํานวนนิวตรอนจะลดลงไป 1 ตัวแตจํานวนโปรตรอน จะเพิ่มขึ้น 1 ตัว จึงทําให.................ของนิวเคลียสคงเดิม 3. รังสีแกมมา (Gamma Rays γ) เปนคลื่นแมเหล็กไฟฟาชนิดหนึ่ง จึงเปนกลางทางไฟฟา เกิดจากการเปลี่ยนแปลงระดับ พลังงานของนิวเคลียส เพราะนิวเคลียสที่เกิดใหมในกัมมันตภาพรังสีนั้น จะอยูในภาวะ Excited Stated และเมื่อนิวเคลียสลดระดับพลังงานลงมาอยูใน Ground Stated จะคายพลัง งานออกมาเปนคลื่นแมเหล็กไฟฟา ในระดับของรังสีแกมมานั่นเอง เนื่องจากรังสีแกมมามี พลังงานสูงมากคือ ปริมาณ 0.04 – 3.2 MeV และทําใหเกิดการแตกตัวเปนอิออนของตัว กลางที่ผานนอยมาก ดังนั้น Gamma Rays จึงมีอํานาจในการทะลุผานสูงมาก 17. รังสีที่คายออกมาจากนิวเคลียสของธาตุกัมมันตรัวสีมี 3 ชนิด คือ อัลฟา , บีตา , แกมมา จงเรียงลําดับรังสี จากมวลมากไปนอย ................................................ ........ ........ .............. จงเรียงลําดับจากความสามารถทําใหตัวกลางแตกตัวจากมากไปนอย........ ........ ........ .......... จงเรียงลําดับอัตราการสูญเสียพลังงานจากมากไปนอย........ ........ ........ ........ ........ ........ ...... จงเรียงลําดับอํานาจในการทะลุทะลวงจากมากไปนอย........ ........ ........ ........ ........ ........ ...... จงเรียงลําดับพลังงานรังสีจากมากไปนอย........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........ ........
&)! 18. การแผรังสีชนิดใดที่มิไดมีแหลงกําเนิดจากนิวเคลียส ก. แอลฟา ข. เบตา ค. แกมมา ง. รังสีเอกซ (ของ.) วิธีทํา 19. รังสีตอไปนี้รังสีใดมีประจุไฟฟา 1. รังสีเอกซ 2. รังสีแอลฟา 3. รังสีแกมมา 4. รังสีเบตา 5. รังสีคาโธด คําตอบที่ถูกตองคือ (ของ.) ก. ขอ 1, 2, 3 ข. ขอ 2, 3, 4 ค. ขอ 3, 4, 5 ง. ขอ 2, 4, 5 วิธีทํา 20. การเรียงรังสีจากสารกัมมันตรังสี โดยคุณสมบัติการทะลุทะลวงจากมากไปนอยคือ ก. แอลฟา เบตา แกมมา ข. แกมมา เบตา แอลฟา ค. เบตา แอลฟา แกมมา ง. เบตา แกมมา แอลฟา (ขอ ข.) วิธีทํา 21. รังสีที่เบี่ยงเบนในสนามแมเหล็กไดมากที่สุดคือ ก. แอลฟา ข. เบตา ค. แกมมา ง. รังสีเอกซ (ขอ ข.) วิธีทํา 22(มช 35) ถาใหรังสีบีตา แกมมา และแอลฟา เคลื่อนที่อยูในน้ํา และ รังสีบีตาทั้งสามชนิดมี พลังงานเทากัน เราจะพบวารังสีบีตาเคลื่อนที่ไดระยะทาง (ของ.) ก. สั้นที่สุด ข. ไกลที่สุด ค. ไกลกวาแกมมาแตใกลกวาแอลฟา ง. ไกลกวาแอลฟาแตใกลกวาแกมมา วิธีทํา 23. อนุภาคแอลฟามีพลังงานโดยเฉลี่ยสูงกวาอนุภาคเบตาและรังสีแกมมาแตเหตุใดจึงมี อํานาจในการทะลุทะลวงไดนอยกวา (ขอก.) ก. อนุภาคสูญเสียพลังงานเร็ว ข. อนุภาคแอลฟามีมวลมาก ค. อนุภาคแอลฟามีประจุมาก ง. อนุภาคแอลฟามีขนาดโต วิธีทํา
&*! 24(มช 38) กระบวนการที่เกิดขึ้นในนิวเคลียส ซึ่งมีลักษณะ คลายกับการปลอยแสงของอะตอม ที่อยูในสถานะกระตุน คือกระบวนการใด (ขอ1.) 1. การแผรังสีแกมมา 2. การปลอยอนุภาคบีตา 3. การปลอยอนุภาคอัลฟา 4. การปลอยอนุภาคนิวตรอน วิธีทํา !!"!"!"!"!"!"!"!"!"!"!"!"!"" ตอนที่ 2 สมการนิวเคลียร แนะนําใหทราบถึงสัญลักษณบางอยาง รังสีอัลฟา = α = He 4 2 รังสีบีตา = β = e 0 -1 รังสีแกมมา = γ โปรตรอน = p = H1 1 นิวตรอน = n = n 1 0 โพซิตรอน = e+ = e 0 1 ดิวเทอรอน = H2 1 ตริตรอน = H3 1 ตัวอยางที่1 กําหนด U 238 92 สลายตัวใหรังสีอัลฟาออกมา จงเขียนสมการแสดงการแตกตัวนี้ วิธีทํา สมการเบื้องตนอยางงาย ตัวเริ่มตน→ ตัวเกิดใหม + รังสีที่คาย U 238 92 → Th 234 90 + He 4 2 ! ! ในสมการนี้ ทุกตัวแสดงถึงนิวเคลียสของอะตอม สมการนี้จึงเรียกสมการนิวเคลียร หลักในการเขียนสมการนิวเคลียร 1) ผลรวมเลขมวล (เลขบน) กอนปฏิกิริยาและผลรวมเลขมวลหลังปฏิกิริยา ตองมีคาเทากัน 2) ผลรวมเลขอะตอม (เลขลาง) กอนปฏิกิริยาและผลรวมเลขอะตอมหลังปฏิกิริยาตอง มีคาเทากัน ตัวอยางท 2ี่ กําหนด Rn 222 86 สลายตัวใหรังสีอัลฟาออกมาจงเขียนสมการแสดงการแตกตัว วิธีทํา สมการเบื้องตนอยางงาย ตัวเริ่มตน → ตัวเกิดใหม + รังสีที่คาย Rn 222 86 → Po 218 84 + He 4 2
&+! ตัวอยางท 3ี่ กําหนด Bi 210 83 สลายตัวใหรังสีบีตาออกมา จงเขียนสมการแสดงการแตกตัวนี้ วิธีทํา สมการเบื้องตนอยางงาย ตัวเริ่มตน → ตัวเกิดใหม + รังสีที่คาย Bi 210 83 → Po 210 84 + e 0 -1 !!"!"!"!"!"!"!"!"!"!"!"!"!"" ตัวอยางท 4ี่ กําหนด Th 234 90 สลายตัวใหรังสีบีตาและแกมมาออกมา จงเขียนสมการแสดง การแตกตัวนี้ วิธีทํา สมการเบื้องตนอยางงาย ตัวเริ่มตน → ตัวเกิดใหม + รังสีที่คาย Th 234 90 → Pa 234 91 + e 0 -1 + γ 25(En 41) เมื่อบิสมัท–214 ( Bi) 214 83 สลายใหรังสีบีตาลบ นิวเคลียสของธาตุใหมคือขอใด 1. Pb 210 82 2. Bi 210 83 3. At 214 85 4. Po 214 84 (ขอ 4.) วิธีทํา 26(มช 36) จากปฎิกิริยาตอไปนี้ 79Au197 + 1H2 → x + 2He4 นิวเคลียส X จะมีจํานวนโปรตรอนและนิวตรอนอยางไร (ขอ1.) 1. โปรตอน 78 ตัว นิวตรอน 117 ตัว 2. โปรตอน 78 ตัว นิวตรอน 195 ตัว 3. โปรตอน 117 ตัว นิวตรอน 195 ตัว 4. โปรตอน 195 ตัว นิวตรอน 78 ตัว วิธีทํา 27(มช 34) ไอโซโทปกัมมันตรังสี 11Na24 สามารถผลิตไดจากปฎิกิริยา 13Al27 + x → 11Na24 + 2He4 ในสมการนี้อนุภาค X คือ (ขอก.) ก. นิวตรอน ข. โปรตรอน ค. โปสิตรอน ง. อิเล็กตรอน วิธีทํา 28(En 42/1) จากปฏิกิริยานิวเคลียร N 14 7 + H1 1 → N 15 7 + x X คืออนุภาคใด (ขอ 4.) 1. นิวตรอน 2. อิเล็กตรอน 3. โปรตรอน 4. โพซิตรอน
&"! 29(มช 35) นิวเคลียส 84Po216 สลายตัวไปเปนนิวเคลียส 82Pb212 จะใหรังสีหรืออนุภาค ชนิดใดออกมา ก. แกมมา ข. บีตา ค. นิวตรอน ง. แอลฟา (ของ.) วิธีทํา 30(En 38) จากธาตุไอโซโทปของยูเรเนียม U 238 92 สลายตัวแบบอนุกรมไดอนุกรมแอลฟา รวม 8 ตัว และ อนุภาคบีตาลบ รวม 6 ตัว และไดไอโซโทปของธาตุใหมอีก 1 ตัว อยากทราบวาไอโซโทปของธาตุใหมมีเลขมวล และเลขอะตอมตรงกับขอใด (ขอ 4.) ! ! 1. 91 , 234 2. 92 , 206 3. 234 , 91 4. 206 , 82 วิธีทํา 31(En 36) นิวเคลียส $) )(' !" สลายตัวสูไอโซโทปเสถียร ตามลําดับดังนี้ Pb 210 82 → x → y → z จํานวนนิวตรอนในไอโซโทปเสถียร Z เปนเทาไร (124 ตัว) วิธีทํา 32(มช 40) จากการสลายตัวของ Ra 226 88 ตามแผนภาพ ขางลางนี้ A ควรจะเปนอะตอมของขอใด 1. Po 214 84 2. At 218 85 3. Ti 218 81 4. Bi 214 83 (ขอ 4.) 33(En 44/1) จากรูปเปนแผนภาพแสดงบางสวนของอนุกรมการสลายของนิวเคลียสธาตุหนัก ในที่นี้นิวเคลียส ก. สลายเปนนิวเคลียส ข. และ นิวเคลียส ข. สลายเปนนิวเคลียส ค. ในระ หวางการสลายตัวจากนิวเคลียส ก→ข→ค จะปลอยอนุภาคเรียงลําดับไดดังนี้ 1. อนุภาคแอลฟา และอนุภาคบีตาบวก 2. อนุภาคบีตาลบ และอนุภาคแอลฟา 3. อนุภาคบีตาบวกและอนุภาคแอลฟา 4. อนุภาคแอลฟาและอนุภาคบีตาลบ (ขอ 4.) βγ β αγ
&&! 34(มช 43) จากภาพอนุกรมการสลายตัวของ 238U ดังรูปดานลาง ถา 222Rn สลายตัวได 210Po จะมีอนุภาค แอลฟาและ บีตาถูกปลอยออกมาเทาใด 1. มีอนุภาคบีตา 3 ตัว และ อนุภาคแอลฟา 3 ตัว 2. มีอนุภาคบีตา 3 ตัว และ อนุภาคแอลฟา 4 ตัว 3. มีอนุภาคบีตา 4 ตัว และ อนุภาคแอลฟา 3 ตัว 4. มีอนุภาคบีตา 4 ตัว และ อนุภาคแอลฟา 4 ตัว (ขอ 3.) วิธีทํา 35. จงหาจํานวนอนุภาคแอลฟา ( He 4 2 ) และอนุภาคบีตา (e 0 -1 ) จากอนุกรมการสลายตัวของ นิวเคลียสตอไปนี้ Th 232 90 → Pb 208 82 (6α , 4β) วิธีทํา 36. จงหาจํานวนอนุภาคแอลฟา ( He 4 2 ) และอนุภาคบีตา (e 0 -1 ) จากอนุกรมการสลายตัวของ นิวเคลียสตอไปนี้ Np 237 93 → Bi 209 83 (7α , 4β) วิธีทํา !!"!"!"!"!"!"!"!"!"!"!"!"!"" ตอนที่ 3 การสลายตัวของนิวเคลียส เมื่อนิวเคลียสของธาตุกัมมันตรังสีสลายตัวไป จํานวนที่เหลืออยูยอมมีคาลดลง เราสามารถหาปริมาณที่เหลือไดเสมอ โดยอาศัยสมการดังนี้ N = No . T t 2 − หรือ N = N0 t e −λ m = mo . T t 2 − หรือ m = m0 t e −λ A = Ao . T t 2 − หรือ A = A0 t e −λ
&#! เมื่อ No = จํานวนนิวเคลียสของธาตุกัมมันตรังสีเริ่มแรกที่พิจารณา (t = 0) N = จํานวนนิวเคลียสที่เหลืออยูเมื่อเวลาผานไป t Ao = กัมมันตภาพขณะเริ่มตน (t = 0) A = กัมมันตภาพเมื่อเวลา t ใด ๆ นับจากเริ่มตน mo = มวลขณะเริ่มตน (t = 0) m = มวลเวลาผานไป t e = 2.7182818 T = ครึ่งชีวิต λλ In2 0.693 T == λ = คาคงตัวการสลาย 37. ธาตุกัมมันตรังสีชนิดหนึ่ง มีเวลาครึ่งชีวิต 10 วัน ถาเก็บธาตุนั้น จํานวน 24x1018อะตอม ไว 30 วัน จะเหลือธาตุนั้นกี่อะตอม (3 x 1018) วิธีทํา 38(มช 44) สารกัมมันตรังสีชนิดหนึ่งขณะเริ่มตน (t = 0) มีกัมมันตภาพ 12800 เบ็กเคอเรล มีครึ่งชีวิต 6 วัน อยากทราบวาเวลาผานไปเทาใด กัมมันตภาพของสารนี้จะลดลงเหลือ 1600 เบ็กเคอเรล (ขอ 2.) 1. 12 วัน 2. 18 วัน 3. 21 วัน 4. 24 วัน วิธีทํา
&$! 39. ทิ้งน้ํายาซึ่งเปนสารกัมมันตรังสีไวเปนเวลานาน วัดกัมมันตภาพได 4200 ครั้ง/วินาที ถาน้ํายานี้เปนของใหม จะวัดกัมมันตรังสีได 16800 ครั้ง/วินาที ถาชวงครึ่งชีวิตของสาร ในน้ํายานี้เปน 8 วัน จงหาวาทิ้งน้ํายาไวเปนเวลานานเทาใด (16 วัน) วิธีทํา 40(มช 35) ไอโซโทปกัมมันตรังสีชนิดหนึ่งมีคาครึ่งชีวิต 30 นาที อยากทราบวาจะตองใช เวลากี่นาที จึงจะมีปริมาณลดลงเหลือเพียง 1/10 ของปริมาณเมื่อตอนเริ่มตน (100 นาที) วิธีทํา 41. เศษไมโบราณเมื่อนําไปวัดกัมมันตภาพจะได 12.5 ตอนาที ของคารบอน –14 แตไมชนิด เดียวกัน ซึ่งมีชีวิตและอบแหงแลวเปนปริมาณเทากันวัดได 100 ตอนาที อยากทราบวา เศษ ไมโบราณไดตายมากี่ปแลว กําหนดเวลาครึ่งชีวิตของ 14 C เทากับ 5600 ป (16800 นาที) วิธีทํา 42(En 43/2) สารกัมมันตรังสีโคบอลต –60 สลายตัวใหรังสีเบตา และรังสีแกมมา โดยมีครึ่ง ชีวิต 5.30 ป จงหาเปอรเซ็นตของสารกัมมันตรังสีที่เหลือยูเมื่อเวลาผานไป 15.9 ป 1. 6.25 % 2. 12.5 % 3. 18.75 % 4. 25 % (ขอ 2.) วิธีทํา
&%! 43(En 41/2) ในการทดลองวัดปริมาณรังสีจากธาตุ กัมมันตรังสีชนิดหนึ่ง เมื่อเขียนกราฟแสดงความ สัมพันธระหวางมวลของธาตุกัมมันตรังสีที่เวลา ผานไป t ใดๆ กับเวลาที่ผานไป t จะไดผลดัง รูป แสดงวาที่เวลาผานไป 8 ชั่วโมง นับจาก ตอนตนธาตุกัมมันตรังสีนี้จะเหลืออยูกี่มิลลิกรัม 1. 6.25 mg 2. 3.13 mg 3. 1.56 mg 4. 0.78 mg (ขอ1.) วิธีทํา 44(En 34) ไอโอดีน –131 มีคาคงตัวของการสลายเทากับ 0.087 ตอวัน ถามีไอโอดีน –131 อยู 10 กรัม ตอนเริ่มตนเมื่อเวลาผานไป 24 วัน จะมีไอโอดีน –131 เหลืออยูเทาไร (กําหนดให In2 = 0.693) (ขอ 2.) 1. 0.63 กรัม 2. 1.25 กรัม 3. 2.50 กรัม 4. 5.00 กรัม วิธีทํา 45(มช 37) คาคงตัวของการสลายของธาตุกัมมันตรังสีซึ่งเริ่มตนมีจํานวนอะตอม 24 x 1018 อะตอม เมื่อเวลาผานไป 90 วัน จะเหลือ 3 x 1018 อะตอม คือขอใด (ขอ 3.) 1. 0.069/วัน 2. 0.035 /วัน 3. 0.023 / วัน 4. 0.017 / วัน วิธีทํา
#'! 46(มช 42) สารกัมมันตรังสี A มีคากัมมันตภาพในตอนเริ่มตนอยู 1.28 คูรี ขณะที่สารกัมมัน– ตรังสี B มีคากัมมันตภาพอยู 160 มิลลิคูรี เมื่อเวลาผานไป 36 ชั่วโมง สารทั้ง 2 เหลือ คากัมมันตภาพอยู 20 มิลลิคูรี เทากัน จงหาอัตราสวนของคาคงที่ของการสลายของสาร A ตอสาร B (λA /λB ) (ขอ 3.) 1. 0.5 2. 1 3. 2 4. 4 วิธีทํา คากัมมันตภาพ (A) คากัมมันตภาพ คือ อัตราการสลายตัว ณ เวลาหนึ่ง (นิวเคลียสตอวินาที , Bq) A = dt dN คากัมมันตภาพ อาจใชหนวยเปนนิวเคลียสตอวินาทีเรียกอีกอยางหนึ่ง Bq หรือ อาจใช หนวยเปน คูรี (Ci) 1 Ci = 3x1010 Bq เราอาจหาคากัมมันตภาพ (A) ไดจากสมการ A = λN เมื่อ A = กัมมันตภาพ (นิวเคลียสตอวินาที , ฺBq) λ = คาคงตัวการสลาย (ตอวินาที) N = จํานวนนิวเคลียส ณ. เวลานั้น ๆ (นิวเคลียส) 47(En 44/2)ธาตุกัมมันตรังสีจํานวนหนึ่ง มีกัมมันตภาพ 1ไมโครคูรีและมีครึ่งชีวิตเทากับ 1000 วินาที จํานวนนิวเคลียสกัมมันตรังสีขณะนั้นเปนเทาใด (1คูรี = 3.7x1010 Bq ) 1. 3.7x107 2. 5.3 x107 3. 3.7x109 4. 5.3x109 (ขอ 2.) วิธีทํา
#(! 48(En42/2)(En 43/1) ถาธาตุ x มีจํานวนอะตอมเปน 2 เทาของธาตุ y แตมีกัมมันตภาพเปน 3 เทาของธาตุ y ครึ่งชีวิตของธาตุ x จะเปนกี่เทาของธาตุ y 1. 6 1 เทา 2. 3 2 เทา 3. 2 3 เทา 4. 6 เทา (ขอ 2.) วิธีทํา 49. ธาตุกัมมันตรังสีชนิดหนึ่งครึ่งชีวิต 15 วัน และเริ่มตนของธาตุนี้มีกัมมันตภาพ 10 ไมโครคูรี จํานวนอนุภาคที่ปลดปลอยออกมาใน 1วินาที เปนเทาใด เมื่อทิ้งธาตุนี้ไวเปนเวลา 30 วัน (กําหนด 1คูรี = 3.7x1010 s–1) (9.25x 104 นิวเคลียส) วิธีทํา 50(มช 38) คนไขคนหนึ่งตองการไดรับรังสีแกมมาจากโคบอลด–60 แตปริมาณรังสีแกมมาที่ ใชมีมากเกินไปนําแผนตะกั่วมากั้น จะตองใชแผนตะกั่ว 3 แผนมากั้น จึงจะไดปริมาณรังสี แกมมาที่พอดี ถาตะกั่ว 1 แผน สามารถกั้นรังสีแกมมามาไมใหผานมาได 90 เปอรเซ็นต อยากทราบวาปริมาณรังสีแกมมาที่ออกมาไดพอดีจะคิดเปนกี่เปอรเซ็นตของปริมาณเดิม 1. 0.01% 2. 0.1 % 3. 3% 4. 30% (ขอ 2.) วิธีทํา
#)! 51(En 35) คาคงที่ของการสลายตัวของธาตุธอเรียม–232 เทากับ 1.6x10–18 ตอวินาที ธาตุ นั้นจํานวน 464 กรัม จะสลายตัวกี่ลานอะตอมตอวินาที (1.92 ลานอะตอม/วินาที) วิธีทํา 52(En 43/2) ในการทดลองทอดลูกเตาเพื่อเปรียบเทียบกับการสลายตัวของนิวเคลียสกัมมันตรังสี นักเรียนคนหนึ่งใชลูกเตา 6 หนา จํานวน 600 ลูกโดยแตมสีไวหนึ่งหนาทุกลูกและหยิบ ลูกที่ขึ้นหนาสีออกทุกครั้งที่ทอด จงประมาณวาหลังจากการทอดลูกเตาครั้งที่ 3 เมื่อหยิบ ลูกที่ขึ้นหนาสีออกแลว นาจะเหลือลูกเตากี่ลูก 1. 250 ลูก 2. 300 ลูก 3. 350 ลูก 4. 400 ลูก (ขอ 4) วิธีทํา 53(En 41) ในการทดลองอุปมาอุปไมยการทอดลูกเตากับการสลายของธาตุกัมมันตรังสี โดยการโยน ลูกเตาแลวคัดหนาที่ไมแตมสีออกไป ถาลูกเตามี 6 หนา มีหนาที่แตมสี 2 หนา และมีจํานวน 90 ลูก จงหาวาถาทําการโยนลูกเตาทั้งหมด 2 ครั้ง โดยสถิติจะเหลือจํานวนลูกเตาเทาใด 1. 10 ลูก 2. 30 ลูก 3. 40 ลูก 4. 56 ลูก (ขอ1) วิธีทํา !!"!"!"!"!"!"!"!"!"!"!"!"!""
#*! ตอนที่ 4 แรงนิวเคลียรและพลังงานยึดเหนี่ยว รัศมีนิวเคลียส เราสามารถหารัศมีนิวเคลียสของอะตอมธาตุใ ด ๆ ไดจากสมการ R = 3 1 A 0 r เมื่อ ro ≈ (1.2 x 10 –15) – (1.5 x 10–15) เมตร A = เลขมวล 54. จงหารัศมีของนิวเคลียส Zn 64 30 กําหนด ro = 1.2x10 –15 เมตร (4.8 x 10–15) วิธีทํา 55(En33) ถารัศมีนิวเคลียสธาตุไฮโดรเจนเปน 1.4x10 –15 เมตร รัศมีนิวเคลียสของธาตุ 27Al จะเปนกี่เมตร 1. 4.2x10–15 เมตร 2. 5.6x10–15 เมตร 3. 12.6x10–15 เมตร 4. 27x10–15 เมตร (ขอ1.) วิธีทํา 56. ธาตุไอโซโทปของ Ra 224 88 จะมีรัศมีเปนกี่เทาของธาตุไอโซโทปของ Na 28 11 1. 2 เทา 2. 3 เทา 3. 4 เทา 4. 5 เทา (ขอ1.) วิธีทํา
#+! แรงนิวเคลียร แรงที่เกี่ยวของกับนิวคลีออนในนิวเคลียส 1) แรงผลักระหวางประจุไฟฟา (มีคามาก) 2) แรงดึงดูดระหวางมวล (มีคานอย) 3) แรงนิวเคลียร คอยผูกมัดนิวคลีออนตาง ๆ เอาไวมิใหฟุง กระจายออกมานอกนิวเคลียส (มีคามหาศาล เมื่อเทียบกับ แรงผลักประจุ) ลักษณะของแรงนิวเคลียร 1) เปนแรงดึงดูดระยะสั้น 2) ไมเกี่ยวกับชนิดของประจุ 3) มีคามากกวาแรงผลักระหวางประจุไฟฟา 57(มช 33) ขอตอไปนี้ขอใดอธิบายธรรมชาติของแรงนิวเคลียรไดถูกตองที่สุด ก. แรงนิวเคลียรเปนแรงระยะสั้น , ดึงดูด , ขึ้นอยูกับระยะทางกําลังสองผกผันและไม ขึ้นกับชนิดประจุไฟฟา ข. แรงนิวเคลียรเปนแรงระยะสั้น , ดึงดูด , ขึ้นอยูกับระยะทางกําลังสองผกผันและขึ้น กับชนิดประจุไฟฟา ค. แรงนิวเคลียรเปนแรงระยะยาว , ดึงดูด , ขึ้นอยูกับชนิดของประจุไฟฟาและขนาด ใหญกวาแรงโนมถวงมาก ง. แรงนิวเคลียรเปนแรงระยะสั้น , ดึงดูด , ไมขึ้นอยูกับชนิดประจุไฟฟาและขนาด ใหญกวาแรงไฟฟามาก (ของ.) วิธีทํา
#"! พลังงานยึดเหนี่ยว (binding energy , B E.) คือพลังงานที่ใชในการยึดเหนี่ยวนิวคลีออนทั้งหมดเอาไวดวยกัน พลังงานยึดเหนี่ยวเกิด จากมวลที่พรองไปของนิวคลีออน เมื่อนิวคลีออนเหลานั้นเขาไปอยูในนิวเคลียส เราสามารถหา คาพลังงานยึดเหนี่ยวไดจาก มวล p = 1.007276 u B. E = m.c2 มวล n = 1.008665 u เมื่อ m = มวลพรอง (kg) มวล p+n = 2.015941 u = มวลรวมของทุกนิวคลีออน – มวลนิวเคลียส 1 u = 1.66 x 10–27 kg มวลเมื่ออยูในนิวเคลียส c = ความเร็วแสง = 3 x 108 m/s = 2.013553 u B.E. = พลังงาน (จูล) B.E = 931 m มวลที่หายไป = มวลพรอง เมื่อ B.E. = พลังงาน (MeV) = 2.015941 – 2.013553 m = มวลพรอง (u) = 0.002388 u 931 คือ พลังงานของมวล 1 u 1 MeV = 1.6x10–13 จูล 58. กําหนด มวลของโปรตรอน = 1.007825 u มวลของนิวตรอน = 1.008665 u และเมื่อโปรตรอนกับนิวตรอนกันรวมอยูในนิวเคลียสของดิวเทอรอนจะมีมวลรวมเทากับ 2.013553 จงหาพลังงานยึดเหนี่ยวทั้งหมด และพลังงานยึดเหนี่ยวตอนิวคลีออน วิธีทํา ( 2.22 MeV , 1.11 MeV )
#&! 59(มช 34) นิวเคลียส 10Ne20 มีมวลอะตอม 19.992434 จะมีพลังงานยึดเหนี่ยวตอนิวคลีออน กี่ MeV กําหนดมวลนิวตรอน 1 ตัว = 1.008665 amu มวลโปรตรอน 1 ตัว = 1.007825 amu ก. 160.652 ข. 16.065 ค. 8.033 ง. 5.335 (ขอ ค.) วิธีทํา 60(En 34) ธาตุตริเดียมซึ่งมีเลขอะตอมเปน 1 เลขมวลเปน 3 และมวลอะตอม 3.016049 u มี คาพลังงานยึดเหนี่ยวตอนิวคลีออนเทากับเทาใดในหนวย MeV (ทศนิยม 2 ตําแหนง) กําหนด มวลอะตอมของไฮโดรเจน = 1.007825 u มวลของนิวตรอน = 1.008665 u และ 1u = 930 MeV (2.82 MeV) วิธีทํา !!"!"!"!"!"!"!"!"!"!"!"!"!"" ตอนที่ 5 ปฏิกิริยานิวเคลียร ปฏิกิริยานิวเคลียร คือกระบวนการที่นิวเคลียสเกิดการเปลี่ยนแปลงองคประกอบ หรือระดับพลังงาน การเขียนรูป X (a, b) Y N 14 7 + He 4 2 → O 17 8 + H1 1 สมการนี้ อาจเขียนเปน N 14 7 (α!,!-) O 17 8 อานวา ปฏิกิริยาอัลฟาโปรตรอนของ N 14 7 เปา ตัวชนเปา ตัวเกิดใหม ตัวคายหลังชน
##! ดังนั้น ปฏิกิริยา X + a →!!!Y + b อาจเขียนเปน X (a , b) Y อานวาปฏิกิริยา a , b ของ X เมื่อ X = นิวเคลียสที่ใชเปนเปา a = อนุภาคที่ใชยิงเขาไปชนเปา Y = นิวเคลียสของธาตุใหม b = อนุภาคที่ปลดปลอยออกมาหลังชน 61. พิจารณาสมการนิวเคลียรดังนี้ 27 Al 13 + 4 He 2 30 Si 14 + 1 H1 ก. ปฏิกิริยานี้เขียนแบบยอไดอยางไร ข. ปฏิกิริยานี้มีชื่อเรียกวาอยางไร วิธีทํา 62. จงเขียนสมการปฏิกิริยานิวเคลียรตอไปนี้ ก. Li 7 3 (α , n) B 10 5 ข. Be 9 4 (p , α ) Li 6 3 วิธีทํา 63. จงเขียนสมการปฏิกิริยานิวเคลียรตอไปนี้ ก. Na 23 11 (d , p) Na 24 11 ข. Al 27 13 ( n , γ ) Al 28 13 วิธีทํา 64(En 35) ปฏิกิริยานิวเคลียร Hg 198 80 ( n , Y ) Au 197 79 ถามวา Y คืออนุภาคอะไร 1. ดิวเทอรอน 2. อนุภาคแอลฟา 3. โปรตอน 4. ทริทอน (ขอ1.) วิธีทํา
#$! การหาพลังงานเกี่ยวกับปฏิกิริยานิวเคลียร 1. หาจากมวลที่เปลี่ยน (∆m) ใชสมการ ∆E = 931 . ∆m ∆m = มวลกอน – มวลหลัง 2. หาจากพลังงานยึดเหนี่ยวของนิวเคลียส (B.E) ใชสมการ∆E = BEกอน – BEหลัง ในการสลายตัวของธาตุกัมมันตรังสี ปฏิกิริยาที่ไดเปนปฏิกิริยาคายพลังงานทั้งหมด พลังงานที่ปลอยออกมาจากปฏิกิริยานิวเคลียร เรียกวา พลังงานนิวเคลียร (nuclear energy) ซึ่งพลังงานนี้อาจอยูในรูปพลังงานจลนของอนุภาคหรือในรูปคลื่นแมเหล็กไฟฟาก็ได 65(มช 36) พลังงานนิวเคลียรที่เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียรที่กําหนดใหนี้จะมีคากี่ MeV X + a → Y + b ในที่นี้ (9.31 MeV) X มีมวล 196.966600 u Y มีมวล 194.968008 u a มีมวล 2.014012 u b มีมวล 4.002604 u และ มวล 1.0 u = 931 MeV วิธีทํา 66. ในการยิงนิวตรอนเขาชนอลูมิเนียม Al 27 13 เพื่อใหเกิดปฏิกิริยา Al 27 13 (n . p) Mg 27 12 เราจะตองใชนิวตรอนซึ่งมีพลังงานจลนอยางนอยเทาใด กําหนดใหมวลอะตอมของ Al 27 13 = 26.981535 Mg 27 12 = 26.984346 H1 1 = 1.007825 n 1 0 = 1.008665 (1.84 MeV) วิธีทํา เงื่อนไขการใชสมการนี้ 1. หาก ∆E เปนบวก แสดงวาปฏิกิริยาเปน แบบคายพลังงาน เกิดเมื่อ *มวลรวมหลัง ปฏิกิริยามีคานอยกวามวลรวมกอนปฏิกิริยา 2. หาก ∆E เปนลบ แสดงวาปฏิกิริยาเปน แบบดูดพลังงาน เกิดเมื่อ *มวลรวมหลัง ปฏิกิริยามีคามากกวามวลรวมกอนปฏิกิริยา 3. การใชคา B.E. ของนิวเคลียสมาคํานวณ ตองใชคา B.E. มาเปนลบ
#%! 67. จากปฏิกิริยานิวเคลียร He 4 2 + Be 9 4 → C 12 6 + n 1 0 จงหาพลังงานและบอกดวยวาเปนปฏิกิริยาประเภทใด กําหนด B.E ของ He 4 2 , Be 9 4 , C 12 6 คือ 28.3 MeV , 58.1 MeV และ 92.1 MeV ตามลําดับ (5.7 MeV) วิธีทํา 68. จงหาพลังงานที่ใชในการแยกนิวเคลียส Ne 20 10 ออกมาเปนแอลฟา 2 อนุภาคและ C 12 6 1 นิวเคลียส กําหนดใหพลังงานที่ยึดเหนี่ยวตอนิวคลีออนในนิวเคลียสของ Ne 20 10 , He 4 2 และ C 12 6 เปน 8.03 , 7.07 และ 7.68 MeV ตามลําดับ (11.88 MeV) วิธีทํา 69. ในการเกิดปฏิกิริยา He 4 2 + He 4 2 → H1 1 + Li 7 3 พบวาตองใชพลังงาน 17.2 MeV ถาพลังงานยึดเหนี่ยวของนิวเคลียส Li 7 3 = –39.2 MeV จงหาพลังงานยึดเหนี่ยวของนิวเคลียส He 4 2 (28.2 MeV) วิธีทํา
$'! 70. ในการทดลองระเบิดนิวเคลียรลูกหนึ่งใช U 235 92 ทําใหเกิดฟชชัน ไดพลังงานทั้งสิ้น 9.0 x 1012 จูล หลังจากการระเบิดมวลที่หายไปทั้งสิ้นกี่กิโลกรัม (10–4) วิธีทํา ฟชชัน คือ ปฏิกิริยานิวเคลียรที่เกิดจากนิวเคลียสของธาตุหนักเกิดการแตกตัวออกเปน 2 สวนที่มีขนาดใกลเคียงกันจะทําใหไดนิวเคลียสใหม ซึ่งมีพลังยึดเหนี่ยวตอนิวคลีออนเพิ่มขึ้น ตัวอยางปฏิกิริยาที่เกิดจากการยิงนิวตรอนเขาไปในนิวเคลียสของยูเรเนียม ดังสมการ 92u235 + on1 → 56Ba141 + 36Kr92 + 3on1 + พลังงาน นักเรียนจะเห็นวาผลของปฏิกิริยานี้ จะไดนิวเคลียสใหม 2 ตัว ตัวหนึ่งมีเลขอะตอมอยู ระหวาง 30 ถึง 63 และอีกตัวอยูระหวาง 72 ถึง 158 และปฏิกิริยานี้ยังใหพลังงานออกมา อยางมหาศาล และใหนิวตรอนอีก 3 ตัว ซึ่งถานิวตรอนเหลานี้มีพลังงานสูงพอ ก็จะวิ่งเขาชน นิวเคลียสของยูเรเนียมอะตอมตอๆ ไป กอใหเกิดปฏิกิริยาอยางตอเนื่องที่เรียกวา ปฏิกิริยาลูกโซ เฟรมี เปนนักวิทยาศาสตรคนแรกที่สามารถควบคุมอัตราการเกิดปฏิกิริยาลูกโซใหสม่ําเสมอได โดยใชเครื่องมือที่เรียกวา เครื่องปฏิกรณนิวเคลียร ซึ่งควบคุมอัตราการเกิดฟงชันโดยการควบ คุมจํานวนนิวตรอนที่เกิดขึ้น ฟวชัน คือ ปฏิกิริยาที่เกิดจากการรวมตัวกันของธาตุเบา 2 ธาตุ แลวยังผลใหเกิดธาตุซึ่ง หนักกวาและมีการปลดปลอยพลังงานนิวเคลียรออกมาดวย ตัวอยางเชน 41H1 → 2He4 + 2 1 e 0 + 26 MeV จะเห็นวาปฏิกิริยานี้เกิดจาก 1H1 4 ตัว รวมกันเปน 2He4 1 ตัว แลวมีการปลอยอนุภาค ที่มีประจุบวกและมีมวลใกลเคียงกับอิเลคตรอน เรียกวา โพชิตรอนอีก 1 ตัว ปฏิกิริยานี้มีการ ปลดปลอยพลังงานออกมากมายเชนกัน ปฏิกิริยานี้เปนปฏิกิริยาที่เกิดบนดวงอาทิตยหรือ บน ดาวฤกษ ที่มีพลังงานสูงทั้งหลาย สําหรับบนโลกเราปฏิกิริยาฟวชันสามารถทําใหเกิดขึ้นไดใน หองปฏิบัติการ
$(! 1H2 +1H2 → 1H3 + 1H1 + 4 MeV 1H2 + 1H2 → 1H3 + 0n1 + 3.2 MeV 71(มช 40) จากการคํานวณพบวาในน้ําทะเล 1 ลิตร ประกอบดวยโมเลกุลของน้ํา จํานวน 3.3 x 1023โมเลกุล และพบวาในทุก ๆ 6600 โมเลกุลของน้ํานี้จะมีดิวทีเรียมอยู 1อะตอม เมื่อนําดิวทีเรียมทั้งหมดที่มีอยูในน้ํา 1 ลิตรนี้ มาหลอมละลายเปนปฏิกิริยาฟวชันดังสมการ H2 1 + H2 1 → He 3 2 + n + 3.3 MeV จะมีพลังงานปลดปลอยออกมาทั้งหมดกี่เมกกะจูล (MJ) 1. 0.48 2. 6.6 3. 13.2 4. 26.4 (ขอ 3.) วิธีทํา 72. ในการทําปฏิกิริยาฟวชั่นโดยใชดิวเทอรอน ( ( ) H) พบวามีปฏิกิริยาดังนี้ H2 1 + H2 1 → H3 1 + H1 1 + 4 MeV H2 1 + H3 1 → He 4 2 + n 1 0 + 17.6 MeV อยากทราบวาถาในน้ําทะเลมีดิวเทอเรียมประมาณ 5x1018 อะตอม ถานํามาทําใหเกิด ฟวชันทั้งหมดจะไดพลังงานเทาใด (3.6 x 1019 MeV) วิธีทํา
$)! 73(En 41) ปฏิกิริยาฟชชันของธาตุชนิดหนึ่ง ใหมวลรวมของธาตุหลังเกิดปฏิกิริยาลดลง 0.025 u จงคํานวณวาจะตองเกิดฟชชันกี่ครั้งตอวินาทีจึงจะทําใหกําลังงาน 930 วัตต กําหนดให 1 u = 930 MeV และ 1 MeV = 1.6x10–13 J 1. 2.5 x 1014 ครั้ง 2. 5.0 x 1014 ครั้ง 3. 7.5 x 1014 ครั้ง 4. 1.0 x 1015 ครั้ง (ขอ1.) วิธีทํา 74. วัตถุที่ใชเปนเชื้อเพลิงปรมาณูในปจจุบัน นอกจาก U – 235 แลวยังมี (ขอ ค.) ก. U – 238 ข. Au – 198 ค. Pu – 239 ง. Na – 34 วิธีทํา 75(มช 37) ขอความตอไปนี้ ขอความใดถูก 1. เครื่องปฏิกรณนิวเคลียรที่ใชผลิตไฟฟาในปจจุบัน ไดพลังงานจากฟวชันไปทําใหน้ํา กลายเปนไอ ไอน้ําไปหมุนกังหัน ทําใหเครื่องกําเนิดไฟฟาผลิตกระแสไฟฟาออกมา 2. เครื่องปฏิกรณนิวเคลียรที่ใชผลิตไฟฟาในปจจุบันได พลังงานจากปฏิกิริยาที่ นิวเคลียสของธาตุหนักแตกตัวออกเปน 2 สวนขนาดใกลเคียงกัน และปฏิกิริยาลูกโซ 3. เครื่องปฏิกรณนิวเคลียรจะสามารถทํางานไดตลอดไป เนื่องจากปฏิกิริยานิวเคลียรที่ เกิดขึ้น จึงไมตองมีการเติมแทงเชื้อเพลิง ! ! 4. ถาแทงเชื้อเพลิงในเครื่องปฏิกรณนิวเคลียรคือ U – 235 แลวที่เกิดขึ้นหลัง !!! ปฏิกิริยานิวเคลียรเปนสารเสถียรไมอันตราย! ! ! ! ! ! ! ! ! ! (ขอ 2.) วิธีทํา !!"!"!"!"!"!"!"!"!"!"!"!"!""
$*! แบบฝกหัด ฟสิกส บทที่ 20 ฟสิกสนิวเคลียร กัมมันตภาพรังสี 1(En 36) พิจารณาขอความตอไปนี้สําหรับรังสีแอลฟา บีตา และ แกมมา ก. มีความสามารถในการทําใหกาซแตกตัวเปนไอออนไดดีกวา ข. ตองใชวัสดุที่มีความหนามากในการกั้นรังสี ค. เมื่อเคลื่อนที่ผานบริเวณที่มีสนามแมเหล็กแนวการเคลื่อนที่เปนแนวโคง ง. อัตราสวนระหวางประจุตอมวลมีคามากที่สุด ขอความใดเปนสมบัติของรังสีบีตา 1. ก และ ง 2. ก และ ค 3. ข และ ง 4. ค และ ง (ขอ 4) 2(En 39)ธาตุ A สลายเปนธาตุ B โดยปลอยรังสีบีตา ลบออกมาธาตุทั้งสองจะมีจํานวนใดเทากัน 1. นิวตรอน 2. โปรตอน 3. ผลรวมของนิวตรอนและโปรตอน 4. ผลตางของนิวตรอนและโปรตอน (ขอ 3) สมการนิวเคลียร 3(En 43/1) ในการสลายตัวตอ ๆ กันของธาตุกัมมันตรังสี โดยเริ่มจาก U 238 92 เมื่อสลายให อนุภาคทั้งหมดเปน 2α , 2β– และ 2γ จะทําใหไดนิวเคลียสใหมมีจํานวนโปรตอน และจํานวนนิวตรอนเทาใด 1. จํานวนโปรตอน 88 จํานวนนิวตรอน 140 2. จํานวนโปรตอน 90 จํานวนนิวตรอน 140 3. จํานวนโปรตอน 88 จํานวนนิวตรอน 142 4. จํานวนโปรตอน 90 จํานวนนิวตรอน 142 (ขอ 2) 4(มช 32) X+อนุภาคนิวตรอน→ Y+ อนุภาคแอลฟา Z+อนุภาคบีตา ถา Z ในปฎิกิริยานิวเคลียรนี้มีเลขมวลเปน 2 เทาของเลขอะตอมนิวเคลียสของธาตุ X คือ ก. 14Si31 ข. 15P31 ค. 16S31 ง. 17Cl31 (ขอ ข)
$+! 5. จงหาจํานวนอนุภาคแอลฟา ( He 4 2 ) และอนุภาคบีตา (e 0 -1 ) จากอนุกรมการสลายตัวของ นิวเคลียสตอไปนี้ U 238 92 → Pb 206 82 (8α, 6β) 6. จงหาจํานวนอนุภาคแอลฟา ( He 4 2 ) และอนุภาคบีตา (e 0 -1 ) จากอนุกรมการสลายตัวของ นิวเคลียสตอไปนี้ U 235 92 → Pb 207 82 (7α, 4β) การสลายตัวของนิวเคลียส 7. ธาตุกัมมันตรังสีชนิดหนึ่ง มีเวลาครึ่งชีวิต 5 วัน ถาเก็บธาตุนั้น จํานวน 64x1018อะตอม ไว 15 วัน จะเหลือธาตุนั้นกี่อะตอม ( 8x1018) 8. ทิ้งน้ํายาซึ่งเปนสารกัมมันตรังสีไวเปนเวลานาน วัดกัมมันตภาพได 4200 ครั้ง/วินาที ถาน้ํายานี้เปนของใหม จะวัดกัมมันตรังสีได 16800 ครั้ง/วินาที ถาชวงครึ่งชีวิตของสาร ในน้ํายานี้เปน 2 วัน จงหาวาทิ้งน้ํายาไวเปนเวลานานเทาใด (4 วัน) 9. สารกัมมันตรังสีจํานวนหนึ่งเมื่อทิ้งไว 2 ชั่วโมง ปรากฏวาสลายไป 16 15 เทาของของเดิม จงหาคานิจของการสลายตัวของสารนี้ (1.386/ชั่วโมง) 10(En 31) ไอโซโทปของโซเดียม ( Na) 24 11 มีครึ่งชีวิต 15 ชั่วโมง จงหาวาเวลาผานไป 75 ชั่วโมง นิวเคลียสของไอโซโทปนี้จะสลายไปแลวประมาณกี่เปอรเซ็นตของจํานวนที่ ตั้งตน ถาตอนเริ่มแรกนิวเคลียสของไอโซโทปนี้มีคา 5 คูรี 1. 75 % 2. 87.5 % 3. 94 % 4. 97 % (ขอ 4) 11(มช 32) สารกัมมันตรังสีชนิดหนึ่งมีคานิจของการสลายตัว 0.077 ตอป จะตองใชเวลานาน เทาไร จึงจะมีมวลลดลงจาก 40 กรัม เหลือเพียง 2.5 กรัม ก. 3 ป ข. 13 ป ค. 36 ป ง. 45 ป (ขอ ค) 12(มช 31) ธาตุชนิดหนึ่งมีมวล 10 กรัม ใชเวลา 20 วัน จึงจะมีมวลเหลืออยู 2.5 กรัม คานิจของการสลายตัวมีคาเปน ก. 0.069 ตอวัน ข. 0.035 ตอวัน ค. 0.054 ตอวัน ง. 0.015 ตอวัน (ขอก)
$"! 13(En 35) คาคงที่ของการสลายตัวของธาตุธอเรียม–232 เทากับ 1.6x10–18 ตอวินาที ธาตุ นั้นจํานวน 464 กรัม จะสลายตัวกี่ลานอะตอมตอวินาที (1.92 ลานอะตอม/วินาที) 14(En 43/2) ในการทดลองทอดลูกเตาเพื่อเปรียบเทียบกับการสลายตัวของนิวเคลียสกัมมันตรังสี นักเรียนคนหนึ่งใชลูกเตา 6 หนา จํานวน 600 ลูกโดยแตมสีไวหนึ่งหนาทุกลูกและหยิบ ลูกที่ขึ้นหนาสีออกทุกครั้งที่ทอด จงประมาณวาหลังจากการทอดลูกเตาครั้งที่ 3 เมื่อหยิบ ลูกที่ขึ้นหนาสีออกแลว นาจะเหลือลูกเตากี่ลูก 1. 250 ลูก 2. 300 ลูก 3. 350 ลูก 4. 400 ลูก (ขอ 4) 15(En 41) ในการทดลองอุปมาอุปไมยการทอดลูกเตากับการสลายของธาตุกัมมันตรังสี โดยการโยน ลูกเตาแลวคัดหนาที่ไมแตมสีออกไป ถาลูกเตามี 6 หนา มีหนาที่แตมสี 2 หนา และมีจํานวน 90 ลูก จงหาวาถาทําการโยนลูกเตาทั้งหมด 2 ครั้ง โดยสถิติจะเหลือจํานวนลูกเตาเทาใด 1. 10 ลูก 2. 30 ลูก 3. 40 ลูก 4. 56 ลูก (ขอ1) 16(En42/2) ในการทอดลูกเตา 6 หนาที่มีการแตมสี 1 หนาเหมือนกันทุกลูก จํานวน 180 ลูก ถาทอดแลวทําการคัดลูกเตาที่มีหนาแตมสีหงายขึ้นออกไปถาทําการทอด 2 ครั้งโดยเฉลี่ยจะ คัดลูกเตาออกกี่ลูก 1. 60 ลูก 2. 55 ลูก 3. 30 ลูก 4. 25 ลูก (ขอ 2) แรงนิวเคลียรและพลังงานยึดเหนี่ยว 17. ธาตุไอโซโทปของ Ra 224 88 จะมีรัศมีเปนกี่เทาของธาตุไอโซโทปของ Na 28 11 1. 2 เทา 2. 3 เทา 3. 4 เทา 4. 5 เทา (ขอ1.) 18(En 34) จงหาเลขมวลของนิวเคลียสซึ่งมีรัศมีเปน 3 2 เทาของนิวเคลียส Al 27 13 1. 8 2. 9 3. 16 4. 18 (ขอ1) 19(มช 34) นิวเคลียส 10Ne20 มีมวลอะตอม 19.992434 จะมีพลังงานยึดเหนี่ยวตอนิวคลีออน กี่ MeV กําหนดมวลนิวตรอน 1 ตัว = 1.008665 amu มวลโปรตรอน 1 ตัว = 1.007825 amu ก. 160.652 ข. 16.065 ค. 8.033 ง. 5.335 (ขอ ค.)
$&! 20(En 34) ธาตุตริเดียมซึ่งมีเลขอะตอมเปน 1 เลขมวลเปน 3 และมวลอะตอม 3.016049 u มี คาพลังงานยึดเหนี่ยวตอนิวคลีออนเทากับเทาใดในหนวย MeV (ทศนิยม 2 ตําแหนง) กําหนด มวลอะตอมของไฮโดรเจน = 1.007825 u มวลของนิวตรอน = 1.008665 u และ 1u = 930 MeV (2.82 MeV) ปฏิกิริยานิวเคลียร 21. พิจารณาสมการนิวเคลียรดังนี้ N 14 7 + He 4 2 → O 17 8 + H1 1 ก. ปฏิกิริยานี้เขียนแบบยอไดอยางไร ข. ปฏิกิริยานี้มีชื่อเรียกวาอยางไร 22. จงเขียนสมการปฏิกิริยานิวเคลียรตอไปนี้ ก. Li 7 3 (α , n) B 10 5 ข. Be 9 4 (p , α ) Li 6 3 23. ในปฎิกิริยา (n , γ) ของนิวเคลียส 47Ag109 นิวเคลียสที่เกิดใหมมีเลขมวลเทาใด ( 110 ) 24(มช 36) พลังงานนิวเคลียรที่เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียรที่กําหนดใหนี้จะมีคากี่ MeV X + a → Y + b ในที่นี้ ( 9.31 MeV) X มีมวล 196.966600 u Y มีมวล 194.968008 u a มีมวล 2.014012 u b มีมวล 4.002604 u และ มวล 1.0 u = 931 MeV 25. จากปฏิกิริยานิวเคลียร He 4 2 + Be 9 4 → C 12 6 + n 1 0 จงหาพลังงานและบอกดวยวาเปนปฏิกิริยาประเภทใด กําหนด B.E ของ He 4 2 , Be 9 4 , C 12 6 คือ 28.3 MeV , 58.1 MeV และ 92.1 MeV ตามลําดับ (5.7 MeV) ! ! !!"!"!"!"!"!"!"!"!"!"!"!"!""