The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

102 กวินธิดา เทอม 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 102กวินธิดา มาตราช, 2024-02-09 10:39:24

102 กวินธิดา เทอม 2

102 กวินธิดา เทอม 2

งจ


คำอธิบายรายวิชา รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่2 เวลา 40 ชั่วโมง สมบัติทางกายภาพด้านความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การนำความร้อน และการนำไฟฟ้าของวัสดุ การนำ สมบัติทาง กายภาพของวัสดุไปใช้ในชีวิตประจาวัน สมบัติของสสารทั้ง 3 สถานะ จากข้อมูลที่ได้จากการสังเกต มวล การต้องการที่อยู่ รูปร่างและปริมาตรของสสาร รวมทั้งการใช้เครื่องมือเพื่อวัดมวลและปริมาตรของสสาร ทั้ง 3 สถานะ สร้างแบบจาลองแสดงองค์ประกอบของระบบสุริยะ และคาบการโคจรของดาวเคราะห์ต่าง ๆ จาก แบบจาลอง แบบรูปเส้นทางการขึ้นและตกของดวงจันทร์ สร้างแบบจาลองที่อธิบายแบบรูปการ เปลี่ยนแปลง รูปร่างปรากฏของดวงจันทร์และพยากรณ์รูปร่างปรากฏของดวงจันทร์ โดยมุ่งหวังให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่สามารถนาไปใช้อธิบาย แก้ไขปัญหา หรือสร้างสรรค์ พัฒนางานในชีวิตจริงได้ ซึ่งเน้นการเชื่อมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีกับ กระบวนการ ทางวิศวกรรมศาสตร์ และให้มีทักษะสาคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้โดยใช้กระบวนการ สืบเสาะหาความรู้และการแก้ปัญหาที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะการคิด และมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ทุกขั้นตอน รวมทั้ง ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดจิตวิทยาศาสตร์และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ ตัวชี้วัด ว 2.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4 ว 3.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 รวม 7 ตัวชี้วัด


โครงสร้างรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.4 เทอม 2 ลำดับ ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ชื่อเรื่อง มาตฐานการ เรียนรู้/ ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) 1 วัสดุและสสาร บทที่ 1 สมบัติ ทางกายภาพ ของวัสดุ ว 2.1 ป.4/1 ว 2.1 ป.4/2 - วัสดุแต่ละชนิดมีสมบัติทาง กายภาพแตกต่างกัน วัสดุที่ มีความแข็งจะทนต่อแรงขูด ขีด วัสดุที่มีสภาพยืดหยุ่นจะ เปลี่ยนแปลงรูปร่างเมื่อมี แรงมากระทำและก ลั บ สภาพเดิมได้ วัสดุที่นำความ ร้อนจะร้อนได้เร็วเมื่อได้รับ ความร้อน และวัสดุที่นำ ไฟฟ้าได้จะให้กระแสไฟฟ้า ไหลผ่านได้ ดังนั้นจึงอาจนำ สมบัติต่าง ๆ มาพิจารณา เพื่อใช้ในกระบวนการ ออกแบบชิ้นงานเพื่อใช้ ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน 10 บทที่ 2 สถานะของ สสาร ว 2.1 ป.4/3 ว 2.1 ป.4/4 -วัสดุเป็นวัสสารเพราะมีมวล และต้องการที่อยู่ สสารมี ส ถ า น ะ เ ป ็ น ข อ ง แ ข็ ง ข อ ง เ ห ล ว ห ร ื อ แ ก๊ ส ของแข็งมีปริมาตรและ รูปร่างคงที่ ของเหลวมี ปริมาตรคงที่แต่มีรูปร่าง เปลี่ยนไปตามภาชนะเฉพาะ ส่วนที่บรรจุของเหลว ส่วน แก๊สมีปริมาตรและรูปร่าง 13


เปลี่ยนไปตามภาชนะที่ บรรจุ 2 โลกและอวกาศ บทที่ 1 ดวง จันทร์ของเรา ว 3.1 ป.4/1 ว 3.2 ป.4/2 -ดวงจันทร์เป็นวัตถุที่เป็น ทรงกลม แต่รูปร่างของดวง จันทร์ที่มองเห็นหรือรูปร่าง ปรากฏของ ดวงจันทร์บน ท้องฟ้าแตกต่างกันไปในแต่ ละวัน โดยในแต่ละวันดวง จันทร์จะมีรูปร่างปรากฏเป็น เสี้ยวที่มีขนาดเพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่องจนเต็มดวง จากนั้น รูปร่างปรากฏของดวงจันทร์ จะแหว่ง และมีขนาดลดลง อย่างต่อเนื่องจนมองไม่เห็น ดวงจันทร์ จากนั้นรูปร่าง ปรากฏของดวงจันทร์จะเป็น เสี้ยวใหญ่ขึ้นจนเต็มดวงอีก ครั้ง การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ เป็นแบบรูปซ้ำกันทุกเดือน 5 บทที่ 2 ระบบ สุริยะของเรา ว 3.1ป.4/3 -ระบบสุริยะเป็นระบบที่มี ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง และมีบริวารประกอบด้วย ดาวเคราะห์แปดดวง และ บริวาร ซึ่งดาวเคราะห์แต่ละ ดวงมีขนาดและระยะห่าง จากดวงอาทิตย์แตกต่างกัน และ ยังประกอบด้วยดาว เคราะห์แคระ ดาวเคราะห์ 5


น้อย ดาวหาง และวัตถุ ขนาดเล็กอื่น ๆ โคจรอยู่ รอบดวงอาทิตย์ วัตถุขนาด เล็กอื่น ๆ เมื่อเข้ามา ๆ ใน ชั้นบรรยากาศเนื่องจากแรง โน้มถ่วงของโลก ทำให้เกิด เป็นดาวตกหรือผีพุ่งใต้และ อุกกาบาต สอบปลายภาค 1 รวม 34


กำหนดการสอน รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2/2566 เวลา 40 ชั่วโมง ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ชื่อเรื่อง จำนวน คาบ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 วัสดุ และสสาร ความแข็งของวัสดุ 3 สภาพยืดหยุ่นของวัสดุ 3 การนำความร้อนของวัสดุ 2 การนำไฟฟ้าของวัสดุ 2 ของแข็งมีมวลและต้องการที่อยู่หรือไม่และมีรูปร่างอย่างไร 3 ของแข็งมีปริมาตรเป็นอย่างไร 2 ของเหลวมีมวลและต้องการที่อยู่หรือไม่ 2 ของเหลวมีปริมาตรรูปร่างและระดับผิวหน้าเป็นอย่างไร 2 แก๊สมีมวลและต้องการที่อยู่หรือไม่ 2 แก๊สมีปริมาตรและรูปร่างเป็นอย่างไร 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 โลก และอวกาศ ดวงจันทร์มีการขึ้นและตกหรือไม่อย่างไร 3 ในแต่ละวันมองเห็นดวงจันทร์มีรูปร่างอย่างไร 2 ระบบสุริยะ 2 ระบบสุริยะ 3 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1


กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาพื้นฐาน รหัสวิชา ว14101 วิชาวิทยาศาสตร์1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หน่วยที่ 4 วัสดุและสสาร จำนวน 23 ชั่วโมง บทที่ 1 สมบัติทางกายภาพของวัสดุ เรื่อง ความแข็งของวัสดุ จำนวน 3 ชม. ผู้สอน นางสาวกวินธิดา มาตราช ภาคเรียนที่ 2/2566 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ว 2.1 ป.4/1 เปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพด้านความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การนำความร้อน และการ นำไฟฟ้าของวัสดุโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์จากการทดลองและระบุการนำสมบัติเรื่องความแข็ง สภาพ ยืดหยุ่น การนำความร้อน และการนำไฟฟ้าของวัสดุไปใช้ในชีวิตประจำวัน ผ่านกระบวนการออกแบบชิ้นงาน ว 2.1 ป.4/2 แลกเปลี่ยนความคิดกับผู้อื่น โดยการอภิปรายเกี่ยวกับสมบัติทางกายภาพของวัสดุ 2. สาระสำคัญ วัสดุแต่ละชนิดมีสมบัติทางกายภาพแตกต่างกัน วัสดุที่มีความแข็งจะทนต่อแรงขูดขีด วัสดุที่มีสภาพ ยืดหยุ่นจะเปลี่ยนแปลงรูปร่างเมื่อมีแรงมากระทำและกลับสภาพเดิมได้ วัสดุที่นำความร้อนจะร้อนได้เร็วเมื่อ ได้รับความร้อน และวัสดุที่นำไฟฟ้าได้จะให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ ดังนั้นจึงอาจนำสมบัติต่าง ๆ มาพิจารณา เพื่อใช้ในกระบวนการออกแบบชิ้นงานเพื่อใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ยกตัวอย่างการนำสมบัติความแข็งของวัสดุมาใช้ประโยชน์ได้(K) 2. ทดลองเพื่ออธิบาย และเปรียบเทียบความแข็งของวัสดุชนิดต่าง ๆ ได้(P) 3. ใฝ่เรียนรู้และมุ่งเน้นในการแสวงหาความรู้ (A) 4. สาระการเรียนรู้ - ความแข็งของวัสดุต่าง ๆ 5. กิจกรรมการเรียนรู้(จัดกระบวนการสอนแบบ 5E) คาบที่ 1 (1 ชม.) ขั้นที่ 1 สร้างความสนใจ


1.1 ครูสร้างความสนใจโดยใช้ภาพและใช้คำถามดังนี้ - นักเรียนเคยเห็นอุปกรณ์กีฬาเหล่านี้ไหม มีอะไรบ้าง - แล้วนักเรียนคิดว่าอุปกรณ์เหล่านี้ทำมาจากวัสดุอะไรบ้าง (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ) - แล้ววัสดุที่นำมาทำอุปกรณ์กีฬาแต่ละชนิด มีสมบัติอย่างไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ) - นักเรียนคิดว่าการเรียนรู้สมบัติของวัสดุจะมีประโยชน์กับเราอย่างไร (นักเรียนตอบตาม ความเข้าใจ) ขั้นที่ 2 สำรวจและค้นหา 2.1 นักเรียนทำแบบสำรวจความรู้ก่อนเรียน เรื่อง สมบัติทางกายภาพของวัตถุจาก แบบฝึกหัดหน้าที่ 3 2.2 นักเรียนอ่าน บันทึกการเรียนรู้ของพอเพียง เกี่ยวกับการสร้างปราสาทหินพิมาย และครู ใช้คำถามดังนี้ - นักเรียนคิดว่า คนในสมัยก่อนแกะสลักหินเพื่อนำมาสร้างปราสาทหินได้อย่างไร ใช้อุปกรณ์ อะไรในการแกะสลักทั้งที่หินมีความแข็งมาก (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ) - นักเรียนตอบคำถามรู้หรือยัง 2 ข้อลงในแบบฝึกหัด คาบที่ 2 (1 ชม.) 2.3 ครูกระตุ้นนักเรียนโดยใช้เกมบอกชื่อสี 2.4 ครูใช้คำถาม ดังนี้ - นักเรียนคิดว่าวันนี้เราจะทำกิจกรรมอะไร (วางแผนการทดลอง เรื่อง วัสดุแต่ละชนิดมีความ แข็งเป็นอย่างไร) 2.5 ครูแจ้งชื่อกิจกรรม ดังนี้ “วัสดุแต่ละชนิดมีความแข็งเป็นอย่างไร” และแจ้งจุดประสงค์ ของกิจกรรมนี้ 2.6 นักเรียนอ่านสิ่งที่ต้องใช้และขั้นตอนการทำกิจกรรมข้อที่ 1-3 ดังนี้ - 1) สังเกตลักษณะของวัสดุแต่ละชนิด ได้แก่ ไม้ พลาสติก เหล็ก อะลูมิเนียม และกระจก บันทึกผล - 2) เลือกวัสดุมา 1 ชนิด ตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับความแข็งของวัสดุนั้น เปรียบเทียบ กับวัสดุที่ เหลือทั้งหมด และระบุตัวแปรในการทดลอง บันทึกผล - 3) ออกแบบการทดลองและตารางบันทึกผล เพื่อเปรียบเทียบความแข็งของวัสดุ และ ร่วมกันอภิปรายสรุปวิธีการทดสอบความแข็งของวัสดุ 2.7 นักเรียนลงมือทำกิจกรรมตามขั้นตอน และตั้งสมมติฐาน กำหนดตัวแปร และบันทึกลง ในแบบฝึกหัด


คาบที่ 3 (1 ชม.) 2.8 ครูใช้คำถามเพื่อทบทวนบทเรียนในคาบที่แล้ว ดังนี้ - ในคาบที่ผ่านมา นักเรียนได้ทำอะไร (วางแผนการทดลอง เรื่อง วัสดุแต่ละชนิดมีความแข็ง เป็นอย่างไร) - แล้วคาบนี้เราจะทำอะไร (ทำการทดลองตามแผนที่ได้วางไว้) 2.9 นักเรียนอ่านขั้นตอนการทำกิจกรรม ข้อที่ 4-6 ดังนี้ - 4) ทำการทดลองตามวิธีที่ร่วมกันอภิปรายเพื่อตรวจสอบสมมติฐาน บันทึกผล - 5) นำเสนอผลการทดลองและร่วมกันอภิปรายเพื่อตีความหมายข้อมูลและ ลงข้อสรุปเกี่ยวกับความแข็งของวัสดุ - 6) สืบค้นข้อมูลและอภิปรายการใช้ประโยชน์จากสมบัติความแข็งของวัสดุ ใน ชีวิตประจำวัน และนำเสนอ 2.10 นักเรียนทำการทดลองตามแผนที่วางไว้ โดยบันทึกผลการทดลองลงในแบบฝึกหัด 2.11 นักเรียนเล่นเกมกลุ่ม แบ่งเป็น 4 กลุ่ม โดยให้แต่ละกลุ่มออกมาเขียนประโยชน์จาก คุณสมบัติความแข็งของเหล็กให้ได้มากที่สุด ภายใน 30 วินาที จากนั้นทุกคนช่วยกันตรวจสอบคำตอบของแต่ ละกลุ่ม ขั้นที่ 3 อธิบายและลงข้อสรุป 3.1 ครูสรุปเกี่ยวกับ กิจกรรม เรื่อง วัสดุแต่ละชนิดมีความแข็งเป็นอย่างไร ดังนี้ ความแข็งของวัสดุ คือ ความทนทานต่อการขูดขีดของวัสดุ ทดสอบโดยนำวัสดุชนิดหนึ่งมาขูดขีดบน วัสดุอีกชนิดหนึ่งแล้วดูการเกิดรอยบนเนื้อของวัสดุ วัสดุที่เกิด รอยแสดงว่ามีความแข็งน้อยกว่าวัสดุที่ไม่เกิด รอย จากการทดลอง วัสดุที่แข็งที่สุด คือ กระจก เพราะใช้วัสดุทั้ง 4 ชนิดขูดไม่เกิดรอย แข็งลำดับถัดมาคือ เหล็ก อะลูมิเนียม พลาสติก และไม้ ขั้นที่4 ขยายความรู้ 4.1 ครูใช้คำถามเพื่อขยายความรู้นักเรียน ดังนี้ - จากที่นักเรียนได้ทดสอบความแข็งของวัสดุ พบว่า กระจก มีความแข็งมากที่สุด แด่ทำไม เราถึงทำให้กระจกแตกได้ง่าย ๆ (เพราะกระจกมีความแข็ง แต่เปราะ สามารถทำให้แตกหักได้ง่าย) ขั้นที่ 5 ประเมิน 5.1 ประเมินจากการตอบคำถามระหว่างเรียน 5.2 ประเมินจากการตอบคำถามในแบบบันทึกกิจกรรม


6. สื่อ - หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.4 เล่ม 2 - แบบบันทึกกิจกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.4 เล่ม 2 - ภาพอุปกรณ์กีฬา - เกมบอกชื่อสี 7. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดผลการ เรียนรู้ เครื่องมือการวัดผล การเรียนรู้ เกณฑ์การประเมินผล ด้านความรู้ (K: Knowledge) • ยกตัวอย่างการนำสมบัติความ แข็งของวัสดุมาใช้ประโยชน์ได้ ตรวจชิ้นงาน ตรวจแบบบันทึก กิจกรรม ผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70 ด้านทักษะกระบวนการ (P: Process) • ทดลองเพื่ออธิบาย และ เปรียบเทียบความแข็งของวัสดุ ชนิดต่าง ๆ ได้ ตรวจชิ้นงาน ตรวจแบบบันทึก กิจกรรม ผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A: Attitude) • ใฝ่เรียนรู้และมุ่งเน้นในการ แสวงหาความรู้ สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกต พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70 บันทึกหลังการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………


……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ..........................................................ครูผู้สอน (นางสาวกวินธิดา มาตราช) นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ.......................................................... (นางนงนุช จันทยุทธ) ครูพี่เลี้ยง ความคิดเห็นของผู้บริหาร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………


……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………..………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ.......................................................... (นายวิริยันต์ ตะวัน) ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองสำโรงวิทยา แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ใฝ่เรียนรู้และมุ่งเน้นในการแสวงหาความรู้)


เรื่อง การสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คำชี้แจง จงทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องที่ตรงกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ผู้เรียนแสดงออก โดยจำแนก ระดับพฤติกรรมการแสดงออกไว้เป็น 3 คะแนน ดังนี้ 3 คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมการแสดงออกอย่างสม่ำเสมอ 2 คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมการแสดงออกเป็นครั้งคราว 1 คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมการแสดงออกน้อยครั้ง ลำดับ ชื่อ-สกุล พฤติกรรมบ่งชี้ คะแนนรวม สรุปผลการ ประเมิน มีความกระตือรือร้น ในทำงาน มีความรับผิดชอบต่อ งานที่ได้รับมอบหมาย ทำงานเสร็จทันเวลา มีความสนใจต่อสิ่งที่ ได้รับมอบหมาย 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ผ่าน ไม่ผ่าน 1 2 3 4 5 เกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 70 ขึ้นไป ( 8-12 คะแนน) ผ่านเกณฑ์ น้อยกว่าร้อยละ 70 ( 0-7 คะแนน ) ไม่ผ่านเกณฑ์ ลงชื่อ..........................................................ครูผู้สอน (นางสาวกวินธิดา มาตราช)


เกมบอกสี


แบบสำรวจความรู้ก่อนเรียน


แบบบันทึกกิจกรรม


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาพื้นฐาน รหัสวิชา ว14101 วิชาวิทยาศาสตร์1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หน่วยที่ 4 วัสดุและสสาร จำนวน 23 ชั่วโมง บทที่ 1 สมบัติทางกายภาพของวัสดุ เรื่อง สภาพยืดหยุ่นของวัสดุ จำนวน 3 ชม. ผู้สอน นางสาวกวินธิดา มาตราช ภาคเรียนที่ 2/2566 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ว 2.1 ป.4/1 เปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพด้านความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การนำความร้อน และการ นำไฟฟ้าของวัสดุโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์จากการทดลองและระบุการนำสมบัติเรื่องความแข็ง สภาพ ยืดหยุ่น การนำความร้อน และการนำไฟฟ้าของวัสดุไปใช้ในชีวิตประจำวัน ผ่านกระบวนการออกแบบชิ้นงาน ว 2.1 ป.4/2 แลกเปลี่ยนความคิดกับผู้อื่น โดยการอภิปรายเกี่ยวกับสมบัติทางกายภาพของวัสดุ 2. สาระสำคัญ วัสดุแต่ละชนิดมีสมบัติทางกายภาพแตกต่างกัน วัสดุที่มีความแข็งจะทนต่อแรงขูดขีด วัสดุที่มีสภาพ ยืดหยุ่นจะเปลี่ยนแปลงรูปร่างเมื่อมีแรงมากระทำและกลับสภาพเดิมได้ วัสดุที่นำความร้อนจะร้อนได้เร็วเมื่อ ได้รับความร้อน และวัสดุที่นำไฟฟ้าได้จะให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ ดังนั้นจึงอาจนำสมบัติต่าง ๆ มาพิจารณา เพื่อใช้ในกระบวนการออกแบบชิ้นงานเพื่อใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ยกตัวอย่างการนำสมบัติสภาพยืดหยุ่นของวัสดุมาใช้ประโยชน์ได้(K) 2. ทดลองเพื่ออธิบาย และเปรียบเทียบสภาพยืดหยุ่นของวัสดุชนิดต่าง ๆ ได้(P) 3. ใฝ่เรียนรู้และมุ่งเน้นในการแสวงหาความรู้ (A) 4. สาระการเรียนรู้ - สภาพยืดหยุ่นของวัสดุต่าง ๆ 5. กิจกรรมการเรียนรู้(จัดกระบวนการสอนแบบ 5E) คาบที่ 1 (1 ชม.) ขั้นที่ 1 สร้างความสนใจ 1.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มสังเกตฟองน้ำกับดินน้ำมันและนำเสนอสมบัติที่แตกต่างกันให้ได้มาก ที่สุด (คำตอบที่ได้อาจหลากหลาย เช่น สี ขนาด รูปร่าง น้ำหนัก นุ่ม ทึบ การดูดซับน้ำ) 1.2 ครูสาธิตเพื่อให้นักเรียนสังเกตความแตกต่างของวัสดุ 2 ชนิด โดยใช้มือหนึ่งบีบฟองนํ้า และอีกมือหนึ่งบีบดินน้ำมันแล้วถามคำถามดังนี้


- ฟองน้ำและดินน้ำมันมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างอย่างไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ ครูรับ ฟังคำตอบของนักเรียน) ครูคลายมือที่บีบฟองนํ้าและดินนํ้ามันแล้วสอบถามต่อไปว่า - เมื่อคลายมือที่บีบฟองน้ำและดินน้ำมัน ฟองน้ำและดินน้ำมันมีการเปลี่ยนแปลง รูปร่างใน ลักษณะเดียวกันหรือไม่และมีสมบัติด้านใดแตกต่างกัน (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ ครูรับ ฟังคำตอบของ นักเรียน หรืออาจจดบันทึกไว้) ขั้นที่ 2 สำรวจและค้นหา 2.1 ครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน เรื่อง สภาพยืดหยุ่น โดยใช้คำถาม ดังนี้ - นักเรียนคิดว่า ระหว่างฟองน้ำกับดินน้ำมัน วัสดุไหนมีความยืดหยุ่น (นักเรียนตอบ ตาม ความเข้าใจ) - แล้วนักเรียนรู้ไหมว่าสภาพยืดหยุ่น คืออะไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ) 2.2 นักเรียนอ่านเนื้อเรื่องเกี่ยวกับ สภาพยืดหยุ่น จากหนังสือเรียนหน้าที่ 10 2.3 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายจนได้ข้อสรุปจากการอ่านว่า น้ำยางสดที่ได้จาก ต้น ยางพารานำมาทำเป็นยางแผ่นสำหรับป้อน โรงงานอุตสาหกรรมเพื่อผลิตสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ยาง มีสมบัติสำคัญคือ มีสภาพยืดหยุ่น กันน้ำ นุ่ม สภาพยืดหยุ่นเป็นสมบัติของวัสดุที่ สามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่าง เมื่อได้รับแรงกระทำและกลับคืนสู่รูปร่างเดิมได้เมื่อหยุดแรงกระทำ 2.4 นักเรียนตอบคำถาม รู้หรือยัง ลงในแบบบันทึกกิจกรรม คาบที่ 2 (1 ชม.) 2.5 ครูใช้คำถามเพื่อทบทวนกิจกรรมในคาบที่แล้ว ดังนี้ - สมบัติทางกายภาพของวัสดุมีอะไรบ้าง (ความแข็ง, สภาพยืดหยุ่น, การนำไฟฟ้า, การนำ ความร้อน) - แล้วชั่วโมงที่ผ่านมาเราเรียนเกี่ยวกับอะไร (สภาพยืดหยุ่น) - สภาพยืดหยุ่นคืออะไร (สมบัติของวัสดุที่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างเมื่อได้รับแรง กระทำ และกลับคืนสู่รูปร่างเดิมได้เมื่อหยุดแรงกระทำ) - แล้วรู้ไหมว่าวันนี้นักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับอะไร (วัสดุแต่ละชนิดมีสภาพยืดหยุ่น เป็น อย่างไร) 2.6 นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรมที่ 2 เรื่อง วัสดุแต่ละชนิดมีสภาพยืดหยุ่นเป็นอย่างไร 2.7 ครูแจ้งจุดประสงค์ของกิจกรรมนี้ และนักเรียนอ่าน วัสดุที่ต้องใช้ 2.8 นักเรียนอ่านวิธีทำกิจกรรม หน้า 12 ข้อ 1-3 ดังนี้


- 1. จัดอุปกรณ์ ดังรูป โดยมัดปลายด้านหนึ่งของเส้นเอ็นไนลอนและเส้นเอ็นยืด เข้ากับลวด เสียบกระดาษที่คัดเป็นตะขอ และมัดปลายอีกด้านหนึ่งกับคานไม้ สังเกตลักษณะของเส้นเอ็นไนลอนและเส้น เอ็นยืด บันทึกผล - 2. ร่วมกันอภิปรายเพื่อตั้งคำถามเปรียบเทียบสภาพยืดหยุ่นของเส้นเอ็นไนลอน และเส้น เอ็นยืด บันทึกผล - 3. ร่วมกันอภิปรายเพื่อตั้งสมมติฐาน ระบุตัวแปรในการทดลอง และกำหนดวิธี สังเกต สภาพยืดหยุ่นของวัสดุ บันทึกผล 2.9 ครูใช้คำถามเพื่อทบทวนความเข้าใจในขั้นตอนการทำกิจกรรม 2.10 นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอน ข้อที่ 1-3 โดยตั้งสมมติฐาน ระบุตัวแปรในการ ทดลอง และกำหนดวิธี สังเกตสภาพยืดหยุ่นของวัสดุ บันทึกผลลงในแบบฝึกหัด คาบที่ 3 (1 ชม.) 2.11 ครูใช้คำถามเพื่อทบทวนกิจกรรมในคาบที่แล้ว ดังนี้ - คาบที่แล้วนักเรียนได้ทำอะไร (ตั้งสมมติฐาน ระบุตัวแปรในการทดลอง และกำหนดวิธี สังเกตสภาพยืดหยุ่นของวัสดุ) - ในกิจกรรมนี้ นักเรียนมีการตั้งสมมติฐานว่าอย่างไร (คำตอบขึ้นอยู่กับนักเรียน) - ตัวแปรต้นในการทดลองนี้อะไร (เส้นเอ็นยืด, เส้นเอ็นไนลอน) - ตัวแปรตามในการทดลองนี้อะไร (การเปลี่ยนแปลงความยาวของวัสดุ) - ตัวแปรต้นในการทดลองนี้อะไร (ขนาดของเส้นเอ็นทั้งสองชนิด, น้ำหนักของถ่าย ไฟฉายแต่ ละก้อน) 2.12 นักเรียนอ่านวิธีการทดลอง ข้อ 4-7 ดังนี้ - 4. ทำการทดลองเพื่อทดสอบสมมติฐาน โดยใส่ถ่านไฟฉาย 1 ก้อนลงใน ถุงพลาสติก แขวน ไว้เป็นเวลา 30 วินาที แล้ววัดความยาวของเส้นเอ็นไนลอน บันทึกผล นำ ถ่านไฟฉายออก วัดความยาวเส้น เอ็นไนลอนอีกครั้งหนึ่ง บันทึกผล


- 5. ทำข้อ 4 ซ้ำ โดยเติมถ่านไฟฉายเพิ่มขึ้นทีละ 1 ก้อน จนกระทั่งความยาวของ เส้นเอ็น ไนลอนหลังนำถ่านไฟฉายออกแตกต่างจากความยาวของเส้นเอ็นไนลอนก่อนใส่ถ่านไฟฉาย - 6. ทำข้อ 4 - 5 ซ้ำ โดยเปลี่ยนวัสดุจากเส้นเอ็นไนลอนเป็นเส้นเอ็นยืด - 7. สืบค้นข้อมูลและอภิปรายการใช้ประโยชน์ของวัสดุในชีวิตประจำวันโดยอาศัย สมบัติ ด้านสภาพยืดหยุ่น บันทึกผลและนำเสนอ 2.13 นักเรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอน ขั้นที่ 3 อธิบายและลงข้อสรุป 3.1 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการทดลองได้ดังนี้ - เส้นเอ็นไนลอนมีสภาพยืดหยุ่นดีกว่าเส้นเอ็นยืด รู้ได้จากเส้นเอ็นไนลอนใช้จำนวน ถ่านไฟฉายเพื่อถ่วงน้ำหนักมากกว่าเส้นเอ็นยืดและเมื่อหยุดถ่วงน้ำหนักหรือหยุดออกแรง เส้นเอ็น ไนลอน กลับสู่สภาพเดิมได้ 3.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายจนได้ข้อสรุปว่า สภาพยืดหยุ่น หมายถึง สภาพของวัสดุที่ เปลี่ยนแปลงรูปร่างเมื่อมีแรงมากระทำ และสามารถกลับสู่รูปร่างเดิมได้เมื่อหยุดแรงกระทำ วัสดุแต่ละชนิดมี สภาพ ยืดหยุ่นแตกต่างกัน เช่น เส้นเอ็นไนลอนมีสภาพยืดหยุ่นดีกว่าเส้นเอ็นยืด เนื่องจากเส้นเอ็นไนลอน สามารถรับแรงกระทำได้มากกว่าเส้นเอ็นยืดแต่ก็ยังกลับสู่สภาพเดิมได้ ขั้นที่4 ขยายความรู้ 4.1 นักเรียนตอบคำถาม ฉันรู้อะไร ลงในแบบฝึกหัดหน้า 7 ขั้นที่ 5 ประเมิน 5.1 ประเมินจากการตอบคำถามระหว่างเรียน 5.2 ประเมินจากการตอบคำถามในแบบบันทึกกิจกรรม 6. สื่อ/อุปกรณ์ 6.1 สื่อ - หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.4 เล่ม 2 - แบบบันทึกกิจกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.4 เล่ม 6.2 อุปกรณ์ - ดินน้ำมัน - ฟองน้ำ - เส้นเอ็นยืด, เส้นเอ็นไนลอน - ไม้เมตร


7. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดผลการ เรียนรู้ เครื่องมือการวัดผล การเรียนรู้ เกณฑ์การประเมินผล ด้านความรู้ (K: Knowledge) • ยกตัวอย่างการนำสมบัติสภาพ ยืดหยุ่นของวัสดุมาใช้ประโยชน์ ได้ ตรวจชิ้นงาน ตรวจแบบบันทึก กิจกรรม ผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70 ด้านทักษะกระบวนการ (P: Process) • ทดลองเพื่ออธิบาย และ เปรียบเทียบสภาพยืดหยุ่นของ วัสดุชนิดต่าง ๆ ได้ ตรวจชิ้นงาน ตรวจแบบบันทึก กิจกรรม ผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A: Attitude) • ใฝ่เรียนรู้และมุ่งเน้นในการ แสวงหาความรู้ สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกต พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70


บันทึกหลังการสอน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ..........................................................ครูผู้สอน (นางสาวกวินธิดา มาตราช) นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ.......................................................... (นางนงนุช จันทยุทธ) ครูพี่เลี้ยง


ความคิดเห็นของผู้บริหาร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………..………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ.......................................................... (นายวิริยันต์ ตะวัน) ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองสำโรงวิทยา


แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ใฝ่เรียนรู้และมุ่งเน้นในการแสวงหาความรู้) เรื่อง การสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คำชี้แจง จงทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องที่ตรงกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ผู้เรียนแสดงออก โดยจำแนก ระดับพฤติกรรมการแสดงออกไว้เป็น 3 คะแนน ดังนี้ 3 คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมการแสดงออกอย่างสม่ำเสมอ 2 คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมการแสดงออกเป็นครั้งคราว 1 คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมการแสดงออกน้อยครั้ง ลำดับ ชื่อ-สกุล พฤติกรรมบ่งชี้ คะแนนรวม สรุปผลการ ประเมิน มีความกระตือรือร้น ในทำงาน มีความรับผิดชอบต่อ งานที่ได้รับมอบหมาย ทำงานเสร็จทันเวลา มีความสนใจต่อสิ่งที่ ได้รับมอบหมาย 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ผ่าน ไม่ผ่าน 1 2 3 4 5 เกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 70 ขึ้นไป ( 8-12 คะแนน) ผ่านเกณฑ์ น้อยกว่าร้อยละ 70 ( 0-7 คะแนน ) ไม่ผ่านเกณฑ์ ลงชื่อ..........................................................ครูผู้สอน (นางสาวกวินธิดา มาตราช)


แบบฝึกหัด


บันทึกผลการทดลอง


คำถามท้ายกิจกรรม


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาพื้นฐาน รหัสวิชา ว14101 วิชาวิทยาศาสตร์1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หน่วยที่ 4 วัสดุและสสาร จำนวน 23 ชั่วโมง บทที่ 1 สมบัติทางกายภาพของวัสดุ เรื่อง การนำความร้อนของวัสดุ จำนวน 2 ชม. ผู้สอน นางสาวกวินธิดา มาตราช ภาคเรียนที่ 2/2566 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ว 2.1 ป.4/1 เปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพด้านความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การนำความร้อน และการ นำไฟฟ้าของวัสดุโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์จากการทดลองและระบุการนำสมบัติเรื่องความแข็ง สภาพ ยืดหยุ่น การนำความร้อน และการนำไฟฟ้าของวัสดุไปใช้ในชีวิตประจำวัน ผ่านกระบวนการออกแบบชิ้นงาน ว 2.1 ป.4/2 แลกเปลี่ยนความคิดกับผู้อื่น โดยการอภิปรายเกี่ยวกับสมบัติทางกายภาพของวัสดุ 2. สาระสำคัญ วัสดุแต่ละชนิดมีสมบัติทางกายภาพแตกต่างกัน วัสดุที่มีความแข็งจะทนต่อแรงขูดขีด วัสดุที่มีสภาพ ยืดหยุ่นจะเปลี่ยนแปลงรูปร่างเมื่อมีแรงมากระทำและกลับสภาพเดิมได้ วัสดุที่นำความร้อนจะร้อนได้เร็วเมื่อ ได้รับความร้อน และวัสดุที่นำไฟฟ้าได้จะให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ ดังนั้นจึงอาจนำสมบัติต่าง ๆ มาพิจารณา เพื่อใช้ในกระบวนการออกแบบชิ้นงานเพื่อใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ยกตัวอย่างการนำสมบัติการนำความร้อนของวัสดุมาใช้ประโยชน์ได้(K) 2. ทดลองเพื่ออธิบายและเปรียบเทียบการนำความร้อนของวัสดุชนิดต่าง ๆ ได้(P) 3. ใฝ่เรียนรู้และมุ่งเน้นในการแสวงหาความรู้ (A) 4. สาระการเรียนรู้ - การนำความร้อนของวัสดุชนิดต่าง ๆ 5. กิจกรรมการเรียนรู้(จัดกระบวนการสอนแบบ 5E) คาบที่ 1 (1 ชม.) ขั้นที่ 1 สร้างความสนใจ 1.1 ครูพานักเรียนเล่นเกมทายภาพ เพื่อเป็นการกระตุ้นเตรียมความพร้อมสู่การเรียน 1.2 ครูนำภาพถ้วยแก้ว ถ้วยพลาสติก ถ้วยเซรามิก และถ้วยสแตนเลสมาให้นักเรียนดู และ สอบถามว่าถ้าครูจะเลือกถ้วยสำหรับใส่ข้าวต้มร้อนๆ ควรจะเลือกใช้ถ้วยชนิดใด เพราะเหตุใด (คำตอบของ นักเรียนอาจแตกต่างกัน)


1.3 ครูเชื่อมโยงประสบการณ์เดิมของนักเรียนสู่เรื่องที่จะเรียนว่าวัสดุต่างชนิดกันเมื่อได้รับ ความร้อน วัสดุแต่ละชนิดจะร้อนมากน้อยแตกต่างกันหรือไม่ และขึ้นอยู่กับสมบัติใดของวัสดุ (นักเรียนตอบ ตามความเข้าใจ) ขั้นที่ 2 สำรวจและค้นหา 2.1 นักเรียนอ่านชื่อเรื่องที่ 3 การนำความร้อนของวัสดุ และอ่านเนื้อเรื่องเกี่ยวกับการนำ ความร้อนของวัสดุ 2.2 ครูใช้คำถามอภิปรายเนื้อเรื่องจากการอ่าน ด้วยคำถามดังนี้ - การถ่ายโอนความร้อนเกิดขึ้นได้อย่างไร (การถ่ายโอนความร้อนเกิดขึ้นได้เมื่อ 2 บริเวณมี อุณหภูมิต่างกัน ความร้อนจากบริเวณที่อุณหภูมิสูงกว่าจะถ่ายโอนไปยังบริเวณที่อุณหภูมิต่ำกว่า) - ขณะนักเรียนอยู่ในน้ำ มีการถ่ายโอนความร้อนหรือไม่อย่างไร (มี โดยมีการถ่ายโอนความ ร้อนจากร่างกายของเราไปสู่น้ำ ทำให้ร่างกายรู้สึกเย็น) - การนำความร้อนเกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนความร้อนหรือไม่ อย่างไร (เกี่ยวข้อง การนำ ความร้อนเป็นการถ่ายโอนความร้อนผ่านอนุภาคของวัสดุจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงกว่าไปยังบริเวณที่มี อุณหภูมิต่ำกว่า) 2.3 นักเรียนตอบคำถาม รู้หรือยัง 3 ข้อ แล้วตอบคำถามลงในแบบฝึกหัด คาบที่ 2 (1 ชม.) 2.4 ครูใช้คำถามเพื่อทบทวนบทเรียนในคาบที่แล้ว ดังนี้ - คาบที่แล้วนักเรียนได้เรียนรู้เรื่องอะไร (การถ่ายโอนความร้อนและการนำความร้อน) - การนำความร้อนเกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนความร้อนหรือไม่ อย่างไร (เกี่ยวข้อง การนำ ความร้อนเป็นการถ่ายโอนความร้อนผ่านอนุภาคของวัสดุจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงกว่าไปยังบริเวณที่มี อุณหภูมิต่ำกว่า) 2.5 นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรมที่ 3 “วัสดุแต่ละชนิดมีการนำความร้อนเป็นอย่างไร” 2.6 ครูแจ้งจุดประสงค์ของกิจกรรมนี้ 2.7 นักเรียนอ่านสิ่งที่ต้องใช้ในกิจกรรมนี้และวิธีทำการทดลอง ดังนี้


- 1. สังเกตชุดการนำความร้อน ดังรูป และบอกชนิดของวัสดุที่จะทดสอบการนำความร้อน บันทึกผล - 2. ถ้าเทน้ำร้อนลงไปในชุดการนำความร้อนที่มีหยดเทียนขนาดเท่ากันติดอยู่ที่ ปลายแท่ง วัสดุแต่ละแท่ง ร่วมกันอภิปรายเพื่อตั้งสมมติฐานว่า วัสดุชนิดใดน่าความร้อนได้ดีที่สุด ระบุตัวแปรที่เกี่ยวข้อง กำหนดวิธีสังเกตการนำความร้อนของวัสดุ ออกแบบตารางบันทึกผลและบันทึกผล - 3. ทำการทดลองเพื่อตรวจสอบสมมติฐาน สังเกตและบันทึกผล - 4. นำเสนอผลการทดลองและร่วมกันอภิปรายตีความหมายข้อมูลและ ลงข้อสรุป เกี่ยวกับ การนำความร้อน - 5. สืบค้นข้อมูลและอภิปรายการใช้ประโยชน์ของวัสดุในชีวิตประจำวันที่อาศัย สมบัติการ นำความร้อน บันทึกผลและนำเสนอ 2.8 นักเรียนปฏิบัติการทดลองตามขั้นตอน ขั้นที่ 3 อธิบายและลงข้อสรุป 3.1 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปผลการทดลอง โดยใช้คำถามดังนี้ - จากการทดลองนักเรียนสังเกตเห็นการนำความร้อนของวัสดุหรือไม่ (มองไม่เห็น) - สิ่งที่นักเรียนสังเกตเห็นคืออะไร (การเปลี่ยนแปลงของหยด เทียนไข) - หยดเทียนไขบนแท่งวัสดุแต่ละชนิดมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ อย่างไร (หยดเทียน ไขบน ปลายแท่งทองแดง อะลูมิเนียม และเหล็กมีการเปลี่ยนแปลงโดยหยดเทียนไขหลอมเหลว ส่วนหยดเทียนไขบน ปลายแท่งแก้วและไม้ไม่มีการเปลี่ยนแปลง) - การเปลี่ยนแปลงของหยดเทียนไขเกี่ยวข้องกับการนำความร้อนของวัสดุอย่างไร (วัสดุที่นำ ความร้อนได้ดีทำให้หยดเทียนไขหลอมเหลวได้เร็ว) - วัสดุที่ทำให้หยดเทียนไขเปลี่ยนแปลง มีสมบัติการนำความร้อนเป็นอย่างไร ได้แก่อะไร (วัสดุที่ทำให้หยดเทียนไขเปลี่ยนแปลงมีสมบัติการนำความร้อนได้ดี ได้แก่ ทองแดง เหล็ก อะลูมิเนียม) - วัสดุที่ไม่ทำให้หยดเทียนไขเปลี่ยนแปลง มีสมบัติการนำความร้อนเป็นอย่างไร ได้แก่อะไร (วัสดุที่ไม่ทำให้หยดเทียน ไขเปลี่ยนแปลง มีสมบัติการนำความร้อนไม่ดี ได้แก่ แก้ว และไม้


3.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและลงข้อสรุปร่วมกันว่า การนำความร้อนของวัสดุคือ การที่ความร้อนถ่ายโอนผ่านอนุภาคของวัสดุอย่างต่อเนื่องจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงกว่าไปยังบริเวณที่มี อุณหภูมิต่ำกว่า วัสดุแต่ละชนิดนำความร้อนได้แตกต่างกัน วัสดุที่นำความร้อนได้ดี เรียกว่า ตัวนำความร้อน วัสดุที่นำความร้อนได้ไม่ดีหรือไม่นำความร้อนเรียกว่า ฉนวนความร้อน ขั้นที่4 ขยายความรู้ 4.1 นักเรียนตอบคำถาม ฉันรู้อะไร ลงในแบบฝึกหัดหน้า 18 ขั้นที่ 5 ประเมิน 5.1 ประเมินจากการตอบคำถามระหว่างเรียน 5.2 ประเมินจากการตอบคำถามในแบบบันทึกกิจกรรม 6. สื่อ/อุปกรณ์ 6.1 สื่อ - หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.4 เล่ม 2 - แบบบันทึกกิจกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.4 เล่ม 2 6.2 อุปกรณ์ - ชุดการนำความร้อน - เทียนไข - กาต้มน้ำ


7. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดผลการ เรียนรู้ เครื่องมือการวัดผล การเรียนรู้ เกณฑ์การประเมินผล ด้านความรู้ (K: Knowledge) • ยกตัวอย่างการนำสมบัติการ นำความร้อนของวัสดุมาใช้ ประโยชน์ได้ ตรวจชิ้นงาน ตรวจแบบบันทึก กิจกรรม ผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70 ด้านทักษะกระบวนการ (P: Process) • ทดลองเพื่ออธิบายและ เปรียบเทียบการนำความร้อน ของวัสดุชนิดต่าง ๆ ได้ ตรวจชิ้นงาน ตรวจแบบบันทึก กิจกรรม ผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A: Attitude) • ใฝ่เรียนรู้และมุ่งเน้นในการ แสวงหาความรู้ สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกต พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70


บันทึกหลังการสอน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ..........................................................ครูผู้สอน (นางสาวกวินธิดา มาตราช) นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ.......................................................... (นางนงนุช จันทยุทธ) ครูพี่เลี้ยง


ความคิดเห็นของผู้บริหาร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………..………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ.......................................................... (นายวิริยันต์ ตะวัน) ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองสำโรงวิทยา


แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ใฝ่เรียนรู้และมุ่งเน้นในการแสวงหาความรู้) เรื่อง การสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คำชี้แจง จงทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องที่ตรงกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ผู้เรียนแสดงออก โดยจำแนก ระดับพฤติกรรมการแสดงออกไว้เป็น 3 คะแนน ดังนี้ 3 คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมการแสดงออกอย่างสม่ำเสมอ 2 คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมการแสดงออกเป็นครั้งคราว 1 คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมการแสดงออกน้อยครั้ง ลำดับ ชื่อ-สกุล พฤติกรรมบ่งชี้ คะแนนรวม สรุปผลการ ประเมิน มีความกระตือรือร้น ในทำงาน มีความรับผิดชอบต่อ งานที่ได้รับมอบหมาย ทำงานเสร็จทันเวลา มีความสนใจต่อสิ่งที่ ได้รับมอบหมาย 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ผ่าน ไม่ผ่าน 1 2 3 4 5 เกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 70 ขึ้นไป ( 8-12 คะแนน) ผ่านเกณฑ์ น้อยกว่าร้อยละ 70 ( 0-7 คะแนน ) ไม่ผ่านเกณฑ์ ลงชื่อ..........................................................ครูผู้สอน (นางสาวกวินธิดา มาตราช)


แบบฝึกหัด รู้หรือยัง


บันทึกผลการทดลอง


คำถามท้ายกิจกรรม


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาพื้นฐาน รหัสวิชา ว14101 วิชาวิทยาศาสตร์1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หน่วยที่ 4 วัสดุและสสาร จำนวน 23 ชั่วโมง บทที่ 1 สมบัติทางกายภาพของวัสดุ เรื่อง การนำไฟฟ้าของวัสดุ จำนวน 2 ชม. ผู้สอน นางสาวกวินธิดา มาตราช ภาคเรียนที่ 2/2566 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ว 2.1 ป.4/1 เปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพด้านความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การนำความร้อน และการ นำไฟฟ้าของวัสดุโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์จากการทดลองและระบุการนำสมบัติเรื่องความแข็ง สภาพ ยืดหยุ่น การนำความร้อน และการนำไฟฟ้าของวัสดุไปใช้ในชีวิตประจำวัน ผ่านกระบวนการออกแบบชิ้นงาน ว 2.1 ป.4/2 แลกเปลี่ยนความคิดกับผู้อื่น โดยการอภิปรายเกี่ยวกับสมบัติทางกายภาพของวัสดุ 2. สาระสำคัญ วัสดุแต่ละชนิดมีสมบัติทางกายภาพแตกต่างกัน วัสดุที่มีความแข็งจะทนต่อแรงขูดขีด วัสดุที่มีสภาพ ยืดหยุ่นจะเปลี่ยนแปลงรูปร่างเมื่อมีแรงมากระทำและกลับสภาพเดิมได้ วัสดุที่นำความร้อนจะร้อนได้เร็วเมื่อ ได้รับความร้อน และวัสดุที่นำไฟฟ้าได้จะให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ ดังนั้นจึงอาจนำสมบัติต่าง ๆ มาพิจารณา เพื่อใช้ในกระบวนการออกแบบชิ้นงานเพื่อใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ยกตัวอย่างการนำสมบัติการนำไฟฟ้าของวัสดุมาใช้ประโยชน์ได้(K) 2. ทดลองเพื่ออธิบายและเปรียบเทียบการนำไฟฟ้าของวัสดุชนิดต่าง ๆ ได้(P) 3. ใฝ่เรียนรู้และมุ่งเน้นในการแสวงหาความรู้ (A) 4. สาระการเรียนรู้ - การนำไฟฟ้าของวัสดุชนิดต่าง ๆ 5. กิจกรรมการเรียนรู้(จัดกระบวนการสอนแบบ 5E) คาบที่ 1 (1 ชม.) ขั้นที่ 1 สร้างความสนใจ 1.1 ครูทบทวนความรู้ที่เรียนมาแล้ว โดยใช้คำถามต่อไปนี้ - สมบัติทางกายภาพของวัสดุมีอะไรบ้าง (ความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การนำความร้อน) - การทำกิจกรรมที่ผ่านมา นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับสมบัติทางกายภาพ ของวัสดุด้วยวิธีการใดบ้าง (การสังเกต การทดลอง การสืบค้นข้อมูล)


- นอกจากสมบัติทางกายภาพได้แก่ ความแข็ง สภาพยืดหยุ่นและการนำความร้อน แล้วยังมี สมบัติอะไรอีกบ้างที่เราจะได้เรียนต่อไป (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ ตัวอย่างคำตอบ เช่น สมบัติการนำ ไฟฟ้า) ขั้นที่ 2 สำรวจและค้นหา 2.1 นักเรียนอ่าน ชื่อเรื่องที่ 4 การนำไฟฟ้าของวัสดุ และเนื้อเรื่องในหน้า 24 2.2 จากนั้นตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน โดยใช้คำถามดังต่อไปนี้ - นวัตกรรมรถยนต์รุ่นใหม่จะใช้พลังงานอะไร (พลังงานไฟฟ้า) - รถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามีข้อดีกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอย่างไร (รถยนต์ไฟฟ้าใช้ พลังงานสะอาดช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมดีกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง) - วัสดุที่นำไฟฟ้าได้มีสมบัติอย่างไร (วัสดุที่นำไฟฟ้ามีสมบัติให้ไฟฟ้าผ่านได้) - ถ้าพลังงานไฟฟ้าในแบตเตอรี่หมด จะเติมพลังงานไฟฟ้าให้รถยนต์ได้อย่างไร (ต้อง นำ แบตเตอรี่ไปประจุไฟฟ้า) - วัสดุที่ใช้หาสายไฟฟ้ามีสมบัติอย่างไร (นำไฟฟ้าได้) 2.3 นักเรียนตอบคำถามใน รู้หรือยัง ในแบบบันทึกกิจกรรม หน้า 21 คาบที่ 2 (1 ชม.) 2.4 ครูใช้คำถามเพื่อทบทวนบทเรียนในคาบที่แล้ว ดังนี้ - คาบที่แล้วนักเรียนได้เรียนเกี่ยวกับอะไร (การนำไฟฟ้าของวัสดุ) - วัสดุที่นำไฟฟ้าได้มีสมบัติอย่างไร (วัสดุที่นำไฟฟ้ามีสมบัติให้ไฟฟ้าผ่านได้) 2.5 ครูชวนนักเรียนเล่นเกม โดยมีโจทย์ดังนี้ “ถ้านักเรียนไฟเจอผู้ประสบเหตุไฟช็อต นักเรียน จะใช้วัสดุที่อยู่รอบตัวชนิดใดในการช่วยนำตัวผู้ประสบเหตุออกจากจุดไฟรั่ว” นักเรียนแต่ละกลุ่มจะต้อง ออกมาเขียนคำตอบให้ได้มากที่สุดภายใน 30 วินาที โดยครูมีรางวัลให้กลุ่มชนะ 2.6 นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรมที่ 4 วัสดุแต่ละชนิดมีการนำไฟฟ้าเป็นอย่างไร จากนั้นครูแจ้ง จุดประสงค์ของกิจกรรม และนักเรียนอ่านอุปกรณ์ที่ต้องใช้ 2.7 นักเรียนอ่านวิธีการทดลอง ดังนี้ - 1. ต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย โดยต่อถ่านไฟฉาย สายไฟฟ้า และหลอดไฟฟ้าเข้าด้วยกัน ตรวจสอบการทำงานของวงจรไฟฟ้า โดยสังเกตความสว่างของหลอดไฟฟ้า


- 2. นำวัสดุแต่ละชนิดต่อแทรกในวงจรไฟฟ้า โดยนำคลิปปากจระเข้หนีบที่ปลายทั้งสองของ วัสดุแต่ละชนิดดังรูป สังเกตและบันทึกผล - 3. สืบค้นข้อมูล และนำเสนอการใช้ประโยชน์ของวัสดุในชีวิตประจำวันที่อาศัยสมบัติ การ นำไฟฟ้า 2.8 ครูใช้คำถามเพื่อตรวจสอบความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการทดลอง 2.9 นักเรียนลงมือปฏิบัติตามขั้นตอน ขั้นที่ 3 อธิบายและลงข้อสรุป 3.1 ครูชักชวนนักเรียนอภิปรายผลการทำกิจกรรมโดยใช้ คำถามดังนี้ - นักเรียนสังเกตเห็นการนำไฟฟ้าของวัสดุหรือไม่ (มองไม่เห็น) 3.2 ข้อมูลที่สังเกตได้นี้เกี่ยวข้องกับสมบัติการนำไฟฟ้าของวัสดุอย่างไร (วัสดุที่ต่อกับ วงจรไฟฟ้าแล้วทำให้หลอดไฟสว่าง แสดงว่าวัสดุนั้นนำไฟฟ้า วัสดุที่ต่อกับวงจรไฟฟ้าแล้วไม่ทำให้หลอดไฟสว่าง แสดงว่าวัสดุนั้นไม่นำไฟฟ้า) 3.2 นักเรียนลงความเห็นว่าวัสดุใดนำไฟฟ้า และวัสดุใดไม่นำไฟฟ้า สังเกตจากอะไร (ไส้ดินสอ 2B เหล็ก อะลูมิเนียมและ ทองแดง นำไฟฟ้า สังเกตจากวัสดุเหล่านี้เมื่อต่อกับวงจรไฟฟ้าแล้วทำให้ หลอดไฟ สว่าง ไม้ แก้ว พลาสติก และถ่านไม้ และไส้ดินสอ HB ไม่นำไฟฟ้า เพราะต่อกับวงจรไฟฟ้าแล้วหลอดไฟฟ้าไม่ สว่าง) 3.3 ครูอธิบายว่าวัสดุที่ให้ไฟฟ้าผ่านได้หรือผ่านได้ดี เรียกว่า ตัวนำไฟฟ้า ส่วนวัสดุที่ไฟฟ้า ผ่านไม่ได้หรือผ่านได้ไม่ดี เรียกว่า ฉนวนไฟฟ้า ครูถามนักเรียนว่า จากกิจกรรม วัสดุใดเป็นตัวนำไฟฟ้า และ วัสดุใดเป็นฉนวนไฟฟ้า (ตัวนำไฟฟ้า ได้แก่ เหล็ก ทองแดง อะลูมิเนียม ไส้ดินสอ 2B ส่วนฉนวนไฟฟ้า ได้แก่ ไม้ แก้ว พลาสติก ถ่านไม้ ไส้ดินสอ HB) 3.4 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและลงข้อสรุปร่วมกันว่า การนำไฟฟ้าของวัสดุคือการที่ วัสดุให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้ ทดสอบโดยการนำวัสดุมาต่อแทรกในวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย วัสดุที่นำไฟฟ้าได้หรือ ตัวนำไฟฟ้าจะทำให้หลอดไฟฟ้าสว่าง ส่วนวัสดุที่ไม่นำไฟฟ้าหรือฉนวนไฟฟ้าหลอดไฟฟ้าจะไม่สว่าง


ขั้นที่4 ขยายความรู้ 4.1 นักเรียนตอบคำถาม ฉันรู้อะไร ลงในแบบฝึกหัดหน้า 23 ขั้นที่ 5 ประเมิน 5.1 ประเมินจากการตอบคำถามระหว่างเรียน 5.2 ประเมินจากการตอบคำถามในแบบบันทึกกิจกรรม 6. สื่อ/อุปกรณ์ 6.1 สื่อ - หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.4 เล่ม 2 - แบบบันทึกกิจกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.4 เล่ม 2 6.2 อุปกรณ์ - ชุดวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย - วัสดุที่จะใช้ทดสอบ ได้แก่ แท่งอะลูมิเนียม แท่งแก้ว แท่งเหล็ก แท่งทองแดง แท่งไม้ ใส้ดินสอ 7. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดผลการ เรียนรู้ เครื่องมือการวัดผล การเรียนรู้ เกณฑ์การประเมินผล ด้านความรู้ (K: Knowledge) • ยกตัวอย่างการนำสมบัติการ นำไฟฟ้าของวัสดุมาใช้ประโยชน์ ได้ ตรวจชิ้นงาน ตรวจแบบบันทึก กิจกรรม ผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70 ด้านทักษะกระบวนการ (P: Process) • ทดลองเพื่ออธิบายและ เปรียบเทียบการนำไฟฟ้าของ วัสดุชนิดต่าง ๆ ได้ ตรวจชิ้นงาน ตรวจแบบบันทึก กิจกรรม ผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A: Attitude) • ใฝ่เรียนรู้และมุ่งเน้นในการ แสวงหาความรู้ สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกต พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70


บันทึกหลังการสอน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ..........................................................ครูผู้สอน (นางสาวกวินธิดา มาตราช) นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ.......................................................... (นางนงนุช จันทยุทธ) ครูพี่เลี้ยง


ความคิดเห็นของผู้บริหาร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………..………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ.......................................................... (นายวิริยันต์ ตะวัน) ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองสำโรงวิทยา


แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ใฝ่เรียนรู้และมุ่งเน้นในการแสวงหาความรู้) เรื่อง การสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คำชี้แจง จงทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องที่ตรงกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ผู้เรียนแสดงออก โดยจำแนก ระดับพฤติกรรมการแสดงออกไว้เป็น 3 คะแนน ดังนี้ 3 คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมการแสดงออกอย่างสม่ำเสมอ 2 คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมการแสดงออกเป็นครั้งคราว 1 คะแนน หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมการแสดงออกน้อยครั้ง ลำดับ ชื่อ-สกุล พฤติกรรมบ่งชี้ คะแนนรวม สรุปผลการ ประเมิน มีความกระตือรือร้น ในทำงาน มีความรับผิดชอบต่อ งานที่ได้รับมอบหมาย ทำงานเสร็จทันเวลา มีความสนใจต่อสิ่งที่ ได้รับมอบหมาย 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ผ่าน ไม่ผ่าน 1 2 3 4 5 เกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 70 ขึ้นไป ( 8-12 คะแนน) ผ่านเกณฑ์ น้อยกว่าร้อยละ 70 ( 0-7 คะแนน ) ไม่ผ่านเกณฑ์ ลงชื่อ..........................................................ครูผู้สอน (นางสาวกวินธิดา มาตราช)


แบบฝึกหัด รู้หรือยัง


บันทึกผลการทดลอง


Click to View FlipBook Version