แผนการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๖ กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง เอกสารล าดับท ี่๑๑/๒๕๖๖
ก คำนำ แผนการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา ของสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาระนอง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา และ ผู้เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับมาตรฐานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยยึดหลักการดำเนินงานแบบองค์ รวม หลักการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องและหลักการใช้มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นฐานการ พัฒนาคุณภาพการศึกษา อันจะส่งผลให้หน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา เป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ในการบริหารและการดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง ขอขอบคุณคณะทำงานทุกท่าน ที่มีส่วน ร่วมให้ข้อเสนอแนะทำให้แผนการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา ของสานักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เล่มนี้ประสบความเสร็จ อันจะเป็น ประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติต่อไป ว่าที่ร้อยตรีสุพจน์ บุญยืน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง
ข สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข ส่วนที่ 1 บทนำ 1 ส่วนที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 5 ส่วนที่ 3 แนวทางการดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา 28 ส่วนที่ 4 การติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา 32 ภาคผนวก 33
ส่วนที่ ๑ บทนำ ความสำคัญและความเป็นมา ตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๒ ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาใช้คู่มือการดำเนินงานของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานและเป็น เครื่องมือในการติดตามผลการดำเนินงานของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบประเมินผลและนิเทศ การศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง อันจะส่งผลให้หน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด เขตพื้นที่การศึกษา เป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการบริหารและการดำเนินการพัฒนา คุณภาพการศึกษา การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา ของคณะกรรมการ ติดตาม ตรวจสอบประเมินผลและนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งเป็นเครือข่ายในการ ติดตามความก้าวหน้าในการกระจายอำนาจการบริหารจัดการของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อ เป็นแนวทางในการพัฒนาการบริหารจัดการและการมีส่วนร่วมในสำนักงานเขตพื้นทีการศึกษาให้ เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพเป็นไปตามตัวชี้วัดและเกณฑ์การประเมินผลการดำเนินงานของ คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบประเมินผลและนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา มีขอบข่ายการ ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา ตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ กระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา พ.ศ.๒๕๕๐ ออกเป็น ๔ ด้าน ประกอบด้วย ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ ด้านการบริหารงานบุคคล และด้านการบริหารทั่วไป ระเบียบ กระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการตรวจราชการ การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษา พ.ศ.๒๕๖๐ ส่วนที่ ๔ การติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ข้อ ๒๕ การติดตาม ประเมินผลและนิเทศการบริหารและการดำเนินการ โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ของ หน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดพื้นที่การศึกษา เพื่อเตรียมการรับการนิเทศ ติดตามและประเมินผล จากหน่วยงานภายนอก และ ข้อ ๒๖ ให้คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศ การศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดจำนวน หลักเกณฑ์ และวิธีการ ได้มาของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบประเมินผลและนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) ส่งเสริม สนับสนุนให้มีการนำมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน มากำหนดเป็นแนวทางในการ ติดตาม ประเมินผลและนิเทศการบริหารและการดำเนินการของหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด เขตพื้นที่การศึกษา (๒) กำหนดแนวทางการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย การบริหารและการดำเนินการของหน่วยงาน และสถานศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา
(๓) พิจารณาแผนการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลและนิเทศการศึกษา โดยมุ่งเน้น ผลสัมฤทธิ์ ของหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา (๔) ติดตาม ประเมินผล และนิเทศการบริหารและการดำเนินการตามแผนที่กำหนด (๕) รับทราบผลการติดตาม ประเมินผล และนิเทศการบริหารและการดาเนินการตามแผน และให้ข้อเสนอแนะ เพื่อการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (๖) ส่งเสริมให้มีการประสานงานการติดตาม ประเมินผล และนิเทศการศึกษากับ คณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (๗) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลการจัดการศึกษาตามความจำเป็น (๘) ปฏิบัติงานอื่นใดตามที่ได้รับมอบหมาย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนา ประสิทธิภาพระบบการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศศึกษา ของเขตพื้นที่การศึกษา โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ของหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อเตรียมการรับการ นิเทศ ติดตามและประเมินผลจากหน่วยงานภายนอก ทำงานร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยยึดหลักการดำเนินงานแบบองค์รวม (Holistic) หลักการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องและหลักการใช้ มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นฐานการพัฒนาคุณภาพการศึกษา อันจะส่งผลให้หน่วยงานและ สถานศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา เป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ในการบริหารและการ ดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษา จึงได้จัดทำแผนการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศ การศึกษา ขึ้น คำนิยาม คณะกรรมการ ก.ต.ป.น. หมายถึง คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศ การศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา หมายถึง องค์คณะบุคคลที่มีบทบาท อำนาจ หน้าที่ ตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีองค์ประกอบของ คณะกรรมการ ทั้งในส่วนของเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษาในสังกัด และผู้ทรงคุณวุฒิ ทำงานร่วมกับ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย นิเทศติดตามตรวจสอบและประเมินผลการ บริหารและการดำเนินการ โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ของหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่ การศึกษา คณะกรรมการ อ.ก.ต.ป.น. หมายถึง คณะอนุกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลการจัด การศึกษา คณะอนุกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลการจัดการศึกษา หมายถึง คณะอนุกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา ของเขตพื้นที่การศึกษาให้ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย
การติดตาม (Monitoring) หมายถึง การศึกษาความก้าวหน้าการบริหารจัดการและ ดำเนินการของหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา การตรวจสอบ (Inspection) หมายถึง การกำกับ ดูแล เพื่อปรับปรุงพัฒนาการบริหารจัด การศึกษาและดำเนินไปตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานที่กำหนดไว้ การประเมินผล (Evaluation) หมายถึง การตีค่าผลการบริหารจัดการศึกษา และดำเนินไป ตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานที่กำหนดไว้ โดยเปรียบเทียบกับเกณฑ์และเป้าหมายที่กำหนดไว้ การนิเทศการศึกษา (Supervision) หมายถึง การให้คำปรึกษา แนะนำ ส่งเสริม สนับสนุน เพื่อปรับปรุงพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา และ สถานศึกษาในสังกัด หน่วยงาน หมายถึง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มาตรฐานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หมายถึง มาตรฐานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตาม ประกาศของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุ่มเครือข่ายพัฒนาการศึกษา หมายถึง การรวมสถานศึกษาหลายแห่งเข้าด้วยกัน เพื่อ พัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา และบุคลากรในกลุ่มเครือข่าย วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อพัฒนาระบบ การติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาของสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนองให้มีประสิทธิภาพ ๒. เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาให้บรรลุมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป้าหมาย เชิงปริมาณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนองและโรงเรียนในสังกัด ได้รับติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา เชิงคุณภาพ ๑. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง มีระบบการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ ๒. โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง ได้รับการนิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษาสามารถบริหารจัดการตามภารกิจงานได้ครบถ้วน มีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนที่สูงขึ้น สำระสำคัญของแผน ๑. กำหนดงานที่จะต้องติดตาม เพื่อสอบถามความก้าวหน้า ปัญหาอุปสรรคในการบริหารและ การดำเนินงานของหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด
๒. กำหนดประเด็นที่จำเป็นตรวจสอบ เพื่อวิเคราะห์ วิจัย หาแนวทางในการแก้ปัญหาและพัฒนา ๓. กำหนดสิ่งที่จะต้องประเมินผล เพื่อนำมาปรับปรุง และพัฒนางานการจัดการศึกษา ๔. กำหนดประเด็นและแนวทางการนิเทศการศึกษา ด้วยการให้คำแนะนาในการแก้ปัญหาและ พัฒนางาน ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง มีระบบการติดตาม ตรวจสอบประเมินผล และนิเทศการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ 2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนองและโรงเรียนในสังกัดได้รับการพัฒนาและ นำนโยบายสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการบริหารจัดการอย่างมีคุณภาพ 3. โรงเรียในสังกัดในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง ได้รับการนิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ ระยะเวลาดำเนินการ กำหนดการดำเนินการติดตามปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๖ จำนวน ๓ ครั้ง
ส่วนที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง การจัดทำแผนพัฒนาการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาของสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง ได้ดำเนินการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ๒.๑ อำนาจหน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2.2 อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา 2.3 องค์ประกอบของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา ๒.4 บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาของ เขตพื้นที่การศึกษา ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการตรวจราชการ การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษา พ.ศ.2560 2.5 นโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ๒.6 นโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖6 ๒.7 นโยบายสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖6 2.8 องค์ความรู้เกี่ยวกับการนิเทศการศึกษา ๒.๑ อำนาจหน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามกำหนด อำนาจหน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 และแก้ไขเพิ่มเติม และประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องการแบ่ง ส่วนราชการภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ.2560 เพื่อให้การดำเนินการแบ่งส่วนราชการ ภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นไปด้วยความเหสมาะสมกับภารกิจ ปริมาณ และคุณภาพการจัด การศึกษาในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 และมาตรา 34 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 กฎกระทรวงกำหนด หลักเกณฑ์การแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ2546 ข้อ 3 และ ข้อ 4 ประกอบกับคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและมติคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน ในการประชุมครั้งที่ 2/2560 เมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ.2560 รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการข้อ 5 ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีอำนาจหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตาม อำนาจหน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ และมีอำนาจดังต่อไปนี้
(1) จัดทำนโยบายแผนพัฒนา และมาตรฐานการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ให้สอดคล้องกับ นโยบายมาตรฐานการศึกษา แผนการศึกษา แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน และความต้องการของ ท้องถิ่น (2) วิเคราะห์การจัดตั้งงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไปของสถานศึกษา และหน่วยงานในเขต พื้นที่การศึกษา และแจ้งจัดสรรงบประมาณที่ได้รับให้หน่วยงานข้างต้นรับทราบ รวมทั้งกำกับ ตรวจสอบติดตามการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานดังกล่าว (3) ประสาน ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาหลักสูตรร่วมกับสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา (4) กำกับ ดูแล ติดตาม และประเมินผลสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และในเขตพื้นที่การศึกษา (5) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และรวบรวมข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา (6) ประสานการระดมทรัพยากรด้านต่างๆ รวมทั้งทรัพยากรบุคคล เพื่อส่งเสริม สนับสนุน การจัดและพัฒนาการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา (7) จัดระบบประกันคุณภาพการศึกษา และประเมินผลสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา (8) ประสาน ส่งเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษาของสถานศึกษาเอกชน องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น รวมทั้งบุคคล องค์กรชุมชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบัน อื่นที่จัดการศึกษารูปแบบที่หลากหลายในเขตพื้นที่การศึกษา (9) ดำเนินการและประสาน ส่งเสริม สนับสนุนการวิจัย และพัฒนาการศึกษาในเขตพื้นที่ การศึกษา (10) ประสาน ส่งเสริม การดำเนินงานของคณะอนุกรรมการ และคณะทำงานด้านการศึกษา (11) ประสานการปฏิบัติราชการทั่วไปกับองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชนและ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (12) ปฏิบัติงานร่วมกันกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือที่ ได้รับมอบหมาย 2.2 อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 มาตรา 20 กำหนดให้กระทรวงศึกษาธิการมีผู้ตรวจราชการของกระทรวงเพื่อทำหน้าที่ในการตรวจราชการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ติดตาม และประเมินผลระดับนโยบายเพื่อนิเทศให้คำปรึกษาและแนะนำเพื่อการ ปรับปรุงพัฒนา ในระดับสำนักงานให้มีคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษา ให้มี หน้าที่ติดตามและประเมินผลนโยบายตามภารกิจ ตลอดจนนิเทศให้คำปรึกษาและแนะนำเพื่อปรับปรุง พัฒนา
ในระดับเขตพื้นที่การศึกษาให้มีคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการศึกษา ของเขตพื้นที่การศึกษา มีหน้าที่ศึกษาวิเคราะห์วิจัย นิเทศติดตามและประเมินผลการบริหารและการ ดำเนินการโดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ของหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อ เตรียมการรับการนิเทศติดตามและประเมินผลจากหน่วยงานภายนอก การดำเนินงานตามวรรคหนึ่งและวรรคสาม ให้มีคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และ ประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการและคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ สำหรับกระทรวงศึกษาธิการ หรือสำหรับแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา ทั้งนี้ จำนวน หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาของคณะกรรมการ ดังกล่าวให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง การดำเนินการในเรื่องการตรวจราชการและการดำเนินการของคณะกรรมการต่างๆ ที่กำหนด ในมาตรานี้เป็นไปตามกฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบหรือข้อบังคับของกระทรวงหรือส่วนราชการหรือ มติคณะรัฐมนตรีหรือคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้จะต้องไม่กระทบกระเทือนต่อสาระการบริหารและ การจัดการของสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคลในสายบังคับบัญชาของ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาที่สามารถดำเนินกิจการได้โดยอิสระ พัฒนาระบบบริหารและ การจัดการที่เป็นของตนเอง มีความคล่องตัว มีเสรีภาพทางวิชาการและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สภาสถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษานั้น โดยสรุปตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 มาตรา 20 วรรค 3 และวรรค 4 กำหนดว่า ในระดับเขตพื้นที่การศึกษาให้เป็นการศึกษา วิเคราะห์วิจัย นิเทศติดตาม และ ประเมินผลการบริหารและการดำเนินการ โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ของหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดเขต พื้นที่การศึกษา เพื่อเตรียมรับการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลจากหน่วยงานภายนอก 2.3 องค์ประกอบของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการได้ออกกฎกระทรวงกำหนดจำนวน หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาของ คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ.2548 ให้มีคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน เก้าคน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เป็นประธานกรรมการ กรรมการที่เป็น ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐ จำนวนหนึ่งคน กรรมการที่เป็นผู้แทนของสถานศึกษา เอกชน จำนวนหนึ่งคน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คน ซึ่งแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงในด้านการศึกษาปฐมวัย ด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้านการวิจัย และประเมินผล ด้านการบริหารการศึกษา ด้านศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม ด้านใดด้านหนึ่งหรือหลาย ด้านรวมกัน และหัวหน้ากลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา เป็นกรรมการและ เลขานุการ ประกอบกับต่อมาเมื่อใกล้ครบวาระของกรรมการผู้ได้รับแต่งตั้งในปี 2551 สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ออกประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดวิธีการสรรหา และการคัดเลือกคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศ
การศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประจำปี 2554 และต่อมาเมื่อใกล้ครบวาระของ คณะกรรมการผู้ได้รับการแต่งตั้งในปี 2554 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ออก ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดวิธีการสรรหา และการคัดเลือก คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ประจำปี 2557 มีใจความของประกาศว่า ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการ ดำเนินการสรรหาและเลือก จำนวนสามถึงห้าคน เพื่อดำเนินการสรรหาและการเลือกผู้แทนผู้บริหาร การศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐ ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของเอกชน และกรรมการการ ผู้ทรงคุณวุฒิตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง เพื่อเป็นการระดมทรัพยากรบุคคลที่ทรงคุณค่าแห่งภูมิ ปัญญาท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมเป็นเจ้าของในการบริหารและจัดการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ในส่วน ของคุณภาพการศึกษาที่อยู่ในกำกับดูแล รับผิดชอบของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการพัฒนา คุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒.4 บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาของเขต พื้นที่การศึกษา ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการตรวจราชการ การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษา พ.ศ.2560 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการตรวจราชการ การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล การจัดการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๐ ส่วนที่ ๔ การติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาระดับ เขตพื้นที่การศึกษา ข้อ 25 การติดตาม ประเมินผลและนิเทศการบริหารและการดำเนินการ โดยมุ่ง ผลสัมฤทธิ์ของหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดพื้นที่การศึกษา เพื่อเตรียมการรับการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลจากหน่วยงานภายนอก และข้อ 26 ให้คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดจำนวน หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่ การศึกษา มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) ส่งเสริม สนับสนุนให้มีการนำมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน มากำหนดเป็นแนวทาง ในการติดตาม ประเมินผลและนิเทศการบริหารและการดำเนินการของหน่วยงานและสถานศึกษา ในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา (๒) กำหนดแนวทางการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย การบริหารและการดำเนินการของหน่วยงาน และสถานศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา (๓) พิจารณาแผนการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลและนิเทศการศึกษา โดยมุ่งเน้น ผลสัมฤทธิ์ของหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา (๔) ติดตาม ประเมินผลและนิเทศการบริหารและการดำเนินการตามแผนที่กำหนด (๕) รับทราบผลการติดตาม ประเมินผลและนิเทศการบริหารและการดำเนินการตามแผน และ ให้ ข้อเสนอแนะ เพื่อการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
(๖) ส่งเสริมให้มีการประสานงานการติดตาม ประเมินผล และนิเทศการศึกษา กับ คณะกรรมการและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (๗) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลการจัดการศึกษาตามความจำเป็น (๘) ปฏิบัติงานอื่นใดตามที่ได้รับมอบหมาย 2.5 นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 กระทรวงศึกษาธิการ ตระหนักถึงความสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและ เสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการพัฒนา ศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ การพัฒนาเด็กตั้งแต่ช่วงการตั้งครรภ์จนถึงปฐมวัย การพัฒนาช่วงวัยเรียน / วัยรุ่น การพัฒนาและ ยกระดับศักยภาพวัยแรงงาน รวมถึงการส่งเสริมศักยภาพวัยผู้สูงอายุ ประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้ที่ ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 และพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลายและประเด็นการ พัฒนาการเรียนรู้ ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 และพหุปัญหาของมนุษย์ที่ หลากหลาย และประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง จึงกำหนดนโยบายและจุดเน้น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เป็น 4 เรื่อง ได้แก่ 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา 3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย 4. การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 2.6 นโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖6 1. ด้านความปลอดภัย 1.1 พัฒนาสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยของผู้เรียนทุกคน พร้อมเสริมสร้างระบบและ กลไกในการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มข้นให้กับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาจากโรคภัย ต่าง ๆ ภัยพิบัติและภัยคุกคามทุกรูปแบบ 1.2 ส่งเสริมการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 1.3 สร้างภูมิคุ้มกัน การรู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยี ในการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) และชีวิตวิถีปกติต่อไป (Next Normal) 2. ด้านโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 2.1 ส่งเสริม สนับสนุน ให้เด็กปฐมวัยที่มีอายุ 3 – 6 ปีทุกคน เข้าสู่ระบบการศึกษา สร้าง สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการดูแลปกป้อง เพื่อให้มีพัฒนาการครบทุกด้าน โดยการมีส่วน ร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
2.2 จัดการศึกษาให้ผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เข้าถึงโอกาสความเสมอภาค และได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะสำหรับการศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพในอานาคตให้ สอดคล้องกับความต้องการของตลาดงานและการพัฒนาประเทศ 2.3 จัดการศึกษาให้ผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เข้าถึงโอกาสความเสมอภาค และได้รับโอกาสในการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ 2.4 ส่งเสริมเด็กพิการและเด็กด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและจัดหาทางเลือก ในการเข้าถึงการเรียนรู้ การฝึกอาชีพ เพื่อให้ทักษะในการดำเนินชีวิต สามารถพึ่งตนเองได้ 2.5 พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นรายบุคคล เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการบริหารจัดการศึกษา โดยเฉพาะการดูแลและป้องกันไม่ให้นักเรียนออกจาก ระบบการศึกษา และช่วยเหลือเด็กตกหล่น เด็กออกกลางคันให้กับเข้าสู่ระบบ 3. ด้านคุณภาพ 3.1 ส่งเสริม สนับสนุน สถานศึกษาที่มีความพร้อม ให้นำหลักสูตรแกนกลางศึกษาขั้น พื้นฐานที่เน้นสมรรถนะไปใช้ตามศักยภาพของสถานศึกษา ให้สามารถออกแบบหลักสูตรที่เหมาะสมกับ ความต้องการและบริบท 3.2 พัฒนาผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะที่เหมาะสมตามช่วงวัย สามารถจัดการตนเองมีการคิด ขั้นสูง มีความสามารถในการสื่อสาร สามารถจัดระบบและกระบวนการทำงานของตนเองและร่วมกับ ผู้อื่น โดยใช้การรวมพลังทำงานเป็นทีม เป็นพลเมืองที่ดี มีศีลธรรมและอยู่ร่วมกับธรรมชาติและ วิทยาการอย่างยั่งยืน รวมทั้งมีความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ ยึดมั่นการปกครองในระบบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 3.3 จัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 นำไปสู่การมีอาชีพมีงานทำ และส่งเสริมความเป็นเลิศของผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 3.4 ส่งเสริม และพัฒนาระบบการวัดและประเมินผลคุณภาพผู้เรียน ให้ควบคู่การเรียนรู้ นำไปสู่การพัฒนาการเรียนรู้และสมรรถนะของผู้เรียนเป็นรายบุคคล รวมทั้งส่งเสริมการนำระบบ ธนาคารหน่วยกิจมาใช้ในการเทียบโอนผลการเรียนรู้และประสงการณ์ต่าง ๆ ของผู้เรียนในสถานศึกษา 3.5 พัฒนา ส่งเสริม ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการ ศึกษา รวมทั้งบุคลากรสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้มีสมรรถนะตามมาตรฐาน ตำแหน่งและมาตรฐานวิชาชีพ 4. ด้านประสิทธิภาพ 4.1 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา โดยการกระจายอำนาจและใช้พื้นที่เป็นฐาน ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ ตามหลักธรรมาภิบาล 4.2 นำเทคโนโลยีดิจิทัลและการจัดการฐานข้อมูลมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัด การศึกษาขั้นพื้นฐาน และการเรียนรู้ของผู้เรียน 4.3 ส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ ใช้พื้นที่เป็นฐานใช้นวัตกรรม ในการ ขับเคลื่อนบริหารจัดการโดยใช้ทรัพยากรร่วมกัน และแสวงหาการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกระดับ เพื่อให้ประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม 4.4 ส่งเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพในโรงเรียน ที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะ โรงเรียนที่ตั้งในพื้นที่ลักษณะพิเศษ และโรงเรียนในพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษา
4.5 เพิ่มประสิทธิภาพการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา และปรับกระบวนการ นิเทศ ติดตามและประเมินผลการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้สอดรับกับชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) และชีวิต วิถีปกติต่อไป (Next Normal)
๒.7 นโยบายสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง ทิศทางการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ ๒๕66 จากผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั้งภายใน/ภายนอก (SWOT) ของสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาระนองนั้น เพื่อส่งเสริมพัฒนาจุดแข็งและโอกาส แก้ไขปรับปรุงจุดอ่อนและ อุปสรรค ซึ่งจะส่งผลให้การบริหารจัดการตามภารกิจของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้มีคุณภาพ สูงขึ้น มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง จึงได้ ร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนา ดังนี้ กรอบนโยบายการจัดการศึกษา ๑. พระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรี สินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ๑.๑ มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง ๑.๒ มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง - มีคุณธรรม ๑.๓ มีงานทำ - มีอาชีพ ๑.๔ เป็นพลเมืองที่ดี ๒. แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ ๒.๑ ใช้กรอบแนวทางตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และพร้อมปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมตามนโยบายเร่งด่วน นโยบาย จุดเน้น ของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖6 จุดเน้นที่ ๑ การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ จุดเน้นที่ ๒ การสร้างความสามารถในการแข่งขัน จุดเน้นที่ ๓ การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา จุดเน้นที่ ๔ การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม จุดเน้นที่ ๕ การพัฒนาการศึกษาเพื่อความมั่นคง จุดเน้นที่ ๖ การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการ นโยบาย จุดเน้น ของ สพฐ. จุดเน้นที่ ๑ ด้านความปลอดภัย จุดเน้นที่ ๒ ด้านโอกาส จุดเน้นที่ ๓ ด้านคุณภาพ จุดเน้นที่ ๔ ด้านประสิทธิภาพ กลยุทธ์ สพฐ. กลยุทธ์ที่ ๑ ส่งเสริมการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีความปลอดภัยทุกรูปแบบ กลยุทธ์ที่ ๒ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับประชากรวัยเรียน ทุกคน กลยุทธ์ที่ ๓ ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษ ที่ ๒๑ กลยุทธ์ที่ ๔ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา
๒.๒ ยุทธศาสตร์จังหวัดระนอง ๑. เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ๒. เมืองน่าอยู่ ๓. ศูนย์กลางการขนส่งสินค้าทางทะเลฝั่งอันดามัน ๒.๓ ทิศทางการพัฒนาการศึกษา ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ระนอง ตามแนวทางการบริหารจัดการขับเคลื่อนภารกิจภายใต้กรอบนโยบาย ๕ ด้าน รูปแบบ SQPOM : Model
วิสัยทัศน์ (VISION) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง เป็นองค์กรคุณธรรม องค์กรแห่งคุณภาพ มี ความเป็นเลิศทางการบริหารจัดการยึดหลักธรรมาภิบาล และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน พันธกิจ (MISSION) 1. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชากรวัยเรียนทุกคนได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ การศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรมตามวิถีความเป็นไทย ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม มีทักษะ การทำงาน และทักษะชีวิตที่ดี น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิต 3. พัฒนาประสิทธิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ความสามารถ ในการจัดการ เรียนการสอนและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ส่งเสริมศักยภาพผู้เรียน 4. ส่งเสริม สนับสนุนการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความรับผิดชอบต่อ คุณภาพการศึกษา เป้าประสงค์ (GOALS) 1. เด็กปฐมวัยได้เข้าเรียนทุกคน มีพัฒนาการที่ดีทั้งทางร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา เหมาะสมกับวัย 2. ประชากรวัยเรียนทุกคนได้รับโอกาสในการศึกษาอย่างทั่วถึง มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน การศึกษา ขั้นพื้นฐาน 3. ผู้เรียนทุกคนมีคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสำนึกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม 4. ผู้เรียนทุกคนมีทักษะวิชาการ ทักษะอาชีพ ทักษะสังคมและมีทักษะชีวิตที่ดี ตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
5. ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีสมรรถนะและวัฒนธรรมในการทำงานที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลส่งเสริมการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 6. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษามีการบริหารจัดการที่เข้มแข็งและเป็นกลไก ขับเคลื่อนการศึกษาตามหลักธรรมาภิบาล โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและการสร้างเครือข่าย ค่านิยมองค์กร : Core Value พัฒนาตน พัฒนาคน พัฒนางาน ด้วยกระบวนการ ๕ รัก ( ๑.รักคุณธรรม ๒. รักตนเอง ๓.รักงาน ๔. รักเพื่อนร่วมงาน ๕. รัก สพป.ระนอง )
วัฒนธรรมองค์กร : (Organization) - วินัยดี มีจิตอาสา รู้ค่าพอเพียง รู้เที่ยงธรรมในการบริการ
ประกาศสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง เรื่อง ปีการศึกษา 2566 “ปีทอง ลูกเมืองนอง อ่านเขียน เรียนดี มีคุณธรรม” ---------------------------- สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง ร่วมกับเครือข่ายการจัดการศึกษาและ สถานศึกษา ได้ประกาศเจตนารมณ์ในการเสริมสร้างสมรรถนะการอ่านออกเขียนได้ ของผู้เรียนว่า “ลูกเมืองนอง น้ำใจสัตย์ซื่อ ลายมืองาม จบ ป.3 ต้องอ่านออกเขียนได้ จบ ป.6 ต้องอ่านคล่องเขียน คล่อง จบ ม.๓ ต้องอ่าน คิดวิเคราะห์ได้” ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหานักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ การเสริมสร้างสมรรถนะการอ่าน ตั้งแต่ปีการศึกษา 2565 เป็นต้นไป โดยมีกลไกการขับเคลื่อน ดังนี้ 1. ระดับเขตพื้นที่การศึกษา มีบทบาทหน้าที่ 1) กำหนดแนวทางการดำเนินงานของเครือข่ายการจัดการศึกษา เพื่อเสริมสร้าง สมรรถนะการอ่าน การเขียน และการเสริมสร้างคุณธรรมของนักเรียนระดับประถมศึกษาและระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น 2) กำหนดให้ผลการอ่านออกเขียนได้ ผลการทดสอบ RT, NT, O-NET และผลการ ประเมินคุณภาพการศึกษาทั้งภายในและภายนอก เป็นองค์ประกอบหนึ่งของการพิจารณายกย่องและ เชิดชูเกียรติ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ ทั้งในระดับนักเรียน คุณครู ผู้บริหารสถานศึกษา สถานศึกษา และเครือข่ายการจัดการศึกษา 3) กำหนดปฏิทินการนิเทศ กำกับ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของ เครือข่าย การจัดการศึกษา เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการอ่าน การเขียน และการเสริมสร้าง คุณธรรมของนักเรียนระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 4) กำหนดกิจกรรมส่งเสริมความเป็นเลิศ ด้านการอ่านออก เขียนได้ และการ เสริมสร้างคุณธรรม ของผู้เรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ขั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 ในระดับเครือข่ายการจัดการศึกษา ๕) สรุปผลการดำเนินงาน จัดทำสารสนเทศ และใช้สารสนเทศในการวางแผน เพื่อ ส่งเสริมพัฒนา และแก้ปัญหาสมรรถนะการอ่าน การเขียน และการเสริมสร้างคุณธรรมของนักเรียน ระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาตอนต้นอย่างเป็นระบบ 2. ระดับเครือข่ายการจัดการศึกษาและสถานศึกษา มีบทบาทหน้าที่ 1) ศึกษา วิเคราะห์ จัดทำแผนการดำเนินการของเครือข่ายการจัดการศึกษาและ สถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการอ่าน การเขียน และการเสริมสร้างคุณธรรมของนักเรียนระดับ ประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 2) ดำเนินการตามแผนของเครือข่ายการจัดการศึกษาและสถานศึกษา เพื่อเสริมสร้าง สมรรถนะการอ่าน การเขียน และการเสริมสร้างคุณธรรมของนักเรียนระดับประถมศึกษาและระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น
3) ประสานงานและร่วมนิเทศ ติดตามการดำเนินงานของเครือข่ายการจัดการศึกษา และสถานศึกษา เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการอ่าน การเขียน และการเสริมสร้างคุณธรรมของนักเรียน ระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 4) ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมความเป็นเลิศ ด้านการอ่าน การเขียน และการเสริมสร้าง คุณธรรมของผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ใน ระดับสถานศึกษา 5) รายงานผลการดำเนินงานของเครือข่ายการจัดการศึกษาและสถานศึกษา ด้านการ เสริมสร้างสมรรถนะการอ่าน การเขียน และการเสริมสร้างคุณธรรมของของนักเรียนระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน ประกาศ ณ วันที่ 21 เดือน เมษายน พ.ศ. 2566 ว่าที่ร้อยตรี (สุพจน์ บุญยืน) ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง
แนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมความเป็นเลิศ ด้านการอ่านออก เขียนได้ ของผู้เรียน ปีการศึกษา 2566 “ปีทอง ลูกเมืองนอง อ่านเขียน เรียนดี มีคุณธรรม” ระดับชั้น ป.3, ป.6 และ ม.3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง 1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง สื่อสาร สร้างความเข้าใจแนวทางการจัด กิจกรรมส่งเสริมความเป็นเลิศ ด้านการอ่านออก เขียนได้ ของผู้เรียน ปีการศึกษา 2566 “ปีทอง ลูกเมืองนอง อ่านเขียน เรียนดี มีคุณธรรม” ให้กับผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนทุกคนได้รับทราบ ก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนองจัดทำบันทึกข้อตกลงเจตนารมณ์ในการ เสริมสร้างสมรรถนะการอ่านออกเขียนได้ และการเสริมสร้างคุณธรรมของผู้เรียน “ลูกเมืองนอง น้ำใจ สัตย์ซื่อ ลายมืองาม จบ ป.3 ต้องอ่านออกเขียนได้ จบ ป.6 ต้องอ่านคล่องเขียนคล่อง จบ ม.๓ ต้องอ่าน คิดวิเคราะห์ได้” ร่วมกันระหว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนองและ ผู้บริหารสถานศึกษา ในสังกัดทุกโรงเรียน (ก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566) 3. โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง จัดกิจกรรมส่งเสริม พัฒนาผู้เรียนตามนโยบายปีการศึกษา 2566 “ปีทอง ลูกเมืองนอง อ่านเขียน เรียนดี มีคุณธรรม” ตาม ประกาศเจตนารมณ์ “ลูกเมืองนอง น้ำใจสัตย์ซื่อ ลายมืองาม จบ ป.3 ต้องอ่านออกเขียนได้ จบ ป.6 ต้องอ่านคล่องเขียนคล่อง จบ ม.๓ ต้องอ่านคิดวิเคราะห์ได้” 4. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนองร่วมกับเครือข่ายการจัดการศึกษา จัดกิจกรรมส่งเสริมความเป็นเลิศ ด้านการอ่านออก เขียนได้ และการเสริมสร้างคุณธรรมของผู้เรียน ปีการศึกษา 2566 “ปีทอง ลูกเมืองนอง อ่านเขียน เรียนดี มีคุณธรรม” ทุกระดับเครือข่ายการจัด การศึกษา เนื่องในสัปดาห์ วันภาษาไทยแห่งชาติประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 17 – 28 กรกฎาคม 2566 และจัดกิจกรรมยกย่อง การอ่าน การเขียน ระดับชั้น ป.3 ( อ่านออก ) -อ่านคำพื้นฐานชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ จำนวนคำทั้งสิ้น ๑,๒๑๐ คำ ระดับชั้น ป.3 ( เขียนได้ ) -การคัดลายมือ -การเขียนบรรยายภาพ (เน้นคุณธรรม มีวินัย กตัญญู จิตอาสา) ระดับชั้น ป.6 ( อ่านคล่อง ) -อ่านทำนองเสนาะ -คำพื้นฐานชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวนคำทั้งสิ้น 952 คำ ระดับชั้น ป.6 ( เขียนคล่อง ) -การคัดลายมือ - การเขียนเรียงความประวัติศาสตร์ท้องถิ่น/ ประวัติศาสตร์จังหวัดระนอง ระดับชั้น ม.๓ ( อ่านคิดวิเคราะห์ได้ ) -การอ่านจับใจความสำคัญตามเทคนิคบันได 6 ขั้น ระดับชั้น ม.3 ( อ่านคิดวิเคราะห์ได้ ) -การวิเคราะห์สถานการณ์ตามแนวทาง PISA 2023
โครงการเสริมสร้างความดี นวัตวิถี สพป.ระนอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง จัดทำกิจกรรมยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคล ต้นแบบที่เป็นเลิศด้านการศึกษาและสนับสนุนการศึกษา ประจำปี 2566 จำนวน 3 กลุ่ม คือ กลุ่ม นักเรียน กลุ่มผู้บริหาร ครู ศึกษานิเทศก์ บุคลากรทางการศึกษา และกลุ่มชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลทั้ง 4 กลุ่ม ให้เกิดความภาคภูมิใจ ตลอดจนสร้างขวัญกำลังใจในการประพฤติ ตนและการปฏิบัติงาน ดังนั้น เพื่อให้การคัดเลือกบุคคลทั้ง 3 กลุ่ม ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ระนอง ด้านการศึกษาและสนับสนุนการศึกษา เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในการประพฤติและการ ปฏิบัติงาน วิธีการพิจารณาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการ คัดเลือกบุคคลต้นแบบดังนี้ คุณสมบัติบุคคลต้นแบบ 1. ลูกเมืองนองพันธุ์ดีหมายถึง นักเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ระนองที่มีผลงานเชิงประจักษ์ดังต่อไปนี้ 1.1 มีกิจกรรมเข้าค่ายคุณธรรมระหว่างเรียนหรือบวชสามเณรภาคฤดูร้อน, ลูกเสือ, เนตรนารี, ยุวกาชาด ศึกษาเรียนรู้แหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นของเรา 1.2 มีกิจกรรมจิตอาสา เพื่อพัฒนาสังคมและสาธารณประโยชน์ 1.3 มีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดีเด่น เป็นแบบอย่าง 1.4 นักเรียนมีผลการเรียนดีเป็นที่ประจักษ์ 2. คนดีศรีระนอง หมายถึง ผู้บริหาร ครู ศึกษานิเทศก์ และบุคลากรทางการศึกษา สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง ที่มีผลงานเชิงประจักษ์ดังต่อไปนี้ 2.1 มีการพัฒนาตนเอง ได้แก่การพัฒนากาย หรือการพัฒนาจิต 2.2 มีการพัฒนาคน โดยการให้การนิเทศ การกำกับ ติดตาม 2.3 มีการพัฒนางาน โดยการอบรมพัฒนาประสิทธิภาพงาน PLC/PDCA 2.4 ได้รับรางวัลดีเด่นด้านต่าง ๆ 2.5 ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษทางวินัย หรืออยู่ระหว่างดำเนินการทางวินัย 3. ชุมชนรักษ์ระนอง หมายถึง ชุมชน หรือสมาคม หรือมูลนิธิ หรือหน่วยงาน ในจังหวัด ระนอง ที่ให้การสนับสนุนการศึกษาแก่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง หรือ สถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง อย่างน้อยด้านใดด้านหนึ่ง ได้แก่ ด้านวิชาการ ด้านบริหารบุคคล ด้านบริหารทั่วไป และด้านงบประมาณ
ขั้นตอนการคัดเลือก 1. ลูกเมืองนองพันธุ์ดี 1.1 ให้สถานศึกษาทุกโรง พิจารณาคัดเลือกนักเรียนตามคุณสมบัติระดับชั้นละ 1 คน ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นนักเรียนต้นแบบของ สถานศึกษา ภายในเดือนกรกฎาคม 2566 1.2 ส่งรายชื่อนักเรียนตาม 1.1 ไปยังเครือข่ายการจัดการศึกษา เพื่อให้เครือข่าย การจัดการศึกษาคัดเลือกนักเรียนในระดับเครือข่ายการจัดการศึกษา ภายในวันที่ 20 กรกฎาคม 2566 1.3 เครือข่ายการจัดการศึกษาจัดส่งรายชื่อนักเรียนที่ได้รับคัดเลือกจากเครือข่าย การจัดการศึกษาไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง เพื่อประกาศรายชื่อนักเรียนที่ ได้รับการคัดเลือกเป็นลูกเมืองนองพันธุ์ดี ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2566 1.4 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง ประกาศรายชื่อลูกเมืองนอง พันธุ์ดี ภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2566 2. คนดีศรีระนอง 2.1 เครือข่ายการจัดการศึกษาพิจารณาคัดเลือกผู้บริหาร ครู ตามคุณสมบัติ เครือข่ายละ 1 คน ส่งรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกของเครือข่ายการจัดการศึกษาไปยังสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาระนอง เพื่อประกาศรายชื่อผู้บริหาร และครู ที่ได้เป็นคนดีศรีระนอง ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2566 2.2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนองพิจารณาคัดเลือกผู้บริหาร การศึกษา ศึกษานิเทศก์ และบุคลากรทางการศึกษา ประเภทละ 1 คน ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2566 2.3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการ คัดเลือก เป็นคนดีศรีระนอง ภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2566 3. ชุมชนรักษ์ระนอง 3.1 เครือข่ายการจัดการศึกษาพิจารณาคัดเลือกชุมชนตามคุณสมบัติเครือข่ายละ 1 ชุมชน ส่งรายชื่อชุมชนที่ได้รับการคัดเลือกของเครือข่ายการจัดการศึกษาไปยังสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาระนอง เพื่อประกาศรายชื่อชุมชนที่ได้เป็นชุมชนรักษ์ระนอง ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2566 3.2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนองพิจารณาคัดเลือกชุมชนตาม คุณสมบัติ จำนวน 1 ชุมชน ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2566 3.3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง ประกาศรายชื่อชุมชนที่ได้รับ การคัดเลือกเป็นชุมชนรักษ์ระนอง ภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2566 การมอบรางวัล ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นบุคคลต้นแบบที่เป็นเลิศด้านการศึกษาและการสนับสนุนการศึกษาจะ ได้รับเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง ตามโครงการ เสริมสร้างความดี นวัตวิถี สพป.ระนอง
แนวทางการพัฒนาการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ระนอง SQ-POM : Model ๑. ความปลอดภัย : (Safety) ส่งเสริมและสนับสนุนให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง และสถานศึกษา มีความอบอุ่น ปลอดภัย มีการปลูกฝัง ป้องกันและปราบปราม ๑) ภัยความรุนแรง ๒) ภัยอุบัติเหตุ ๓) ภัยการละเมิดสิทธิ ๔) ภัยสุขภาพกายและจิต ตัวชี้วัดความสำเร็จ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง และสถานศึกษา มีคณะกรรมการด้านความ ปลอดภัย สามารถแก้ไขปัญหาตามแผนเผชิญเหตุ ตามลำดับ (ครู, ผู้บริหาร, สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษา) ๒. ด้านคุณภาพ : (Quality) ผู้เรียน ๒.๑ พัฒนา ส่งเสริมผู้เรียนให้มีคุณภาพตามหลักสูตร มีสมรรถนะสำคัญ และมีคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ และทักษะองค์ความรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ (3R8C) ด้านการอ่าน การเขียน คณิตศาสตร์ การคิดวิเคราะห์ นวัตกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและภาษาต่างประเทศ ครูและบุคลากรทางการศึกษา ๒.๒ พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีองค์ความรู้ทางวิชาชีพ มุ่งมั่นตั้งใจจัดการเรียน การสอนให้กับศิษย์อย่างเต็มความรู้ เต็มกำลัง เต็มเวลา และการปฏิบัติงานตามภารกิจอย่างมีคุณภาพ และประสิทธิภาพ ๒.๓ ครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้รับการพัฒนา ๔ เรื่อง และ ๑ คน ๑ นวัตกรรม ผู้บริหาร ๒.๔ พัฒนาผู้บริหารเป็นผู้นำทางวิชาการและผู้นำการเปลี่ยนแปลง ๒.๕ สร้างและส่งเสริมความเข้มแข็งให้ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้นิเทศภายในอย่างมี ประสิทธิภาพ สถานศึกษา ๒.๖ พัฒนาห้องเรียนให้เป็นห้องเรียนคุณภาพ ๒.๗ ส่งเสริม สนับสนุน สถานศึกษามีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนในทุกสถานการณ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ๒.๘ พัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศ มุ่งผลการประเมินอยู่ในระดับสูงสุดในทุกส่วนของการ ประเมินสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง ตัวชี้วัดความสำเร็จ ๑. ร้อยละ ๑๐๐ ของผู้เรียน ได้รับการพัฒนาด้านการอ่าน การเขียน คณิตศาสตร์ การคิด วิเคราะห์ นวัตกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดิจิทัล และภาษาต่างประเทศ รวมทั้งเพิ่มขีด ความสามารถในการแข่งขัน และการเรียนต่อเพื่อการมีงานทำ (๑ ดนตรี ๑ กีฬา ๑ อาชีพ)
๒. ร้อยละ ๑๐๐ ของครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาให้มีองค์ความรู้ทางวิชาชีพ ในตำแหน่งได้อย่างมืออาชีพ ๓. โรงเรียนมีห้องเรียนคุณภาพเป็นไปตามหลักเกณฑ์ครบทุกโรงเรียนอย่างน้อย โรงเรียนละ ๑ ห้องเรียน ๔. ร้อยละ ๑๐๐ ของสถานศึกษามีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนในทุกสถานการณ์ ๕. ร้อยละ ๑๐๐ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง มีการพัฒนาในทุกส่วน ของการประเมินอยู่ในระดับสูงสุด ๓. ด้านประสิทธิภาพ : (Performance) ส่งเสริม สนับสนุนให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนองและสถานศึกษา ดำเนินการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ใช้หลักธรรมาภิบาล ใช้พื้นที่เป็นฐาน และ โรงเรียนใช้นวัตกรรมในการขับเคลื่อน ตัวชี้วัดความสำเร็จ ร้อยละ ๑๐๐ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนองและสถานศึกษา ดำเนินการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ใช้หลักธรรมาภิบาล ใช้นวัตกรรมในการ ขับเคลื่อน ๔. ด้านโอกาส : (Opportunity) ผู้เรียน ๔.๑ ประชากรวัยเรียนทุกคน ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาให้เข้าถึงบริการทาง การศึกษาได้อย่างเต็มตามศักยภาพ ต่อเนื่อง จนจบหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ และส่งเสริมการเรียน ต่อในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๔.๒ ส่งเสริม สนับสนุนระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน เพื่อช่วยเหลือผู้เรียนกลุ่มเปราะบางและ ป้องกันภัยคุกคามต่าง ๆ ๔.๓ ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนให้มีทักษะอาชีพ เพื่อต่อยอดการประกอบอาชีพ และการมีงานทำ ตัวชี้วัดความสำเร็จ ๑. ร้อยละ ๑๐๐ ของผู้เรียนที่ได้รับการดูแลช่วยเหลือและส่งเสริมให้ได้รับการศึกษาตามศักยภาพ ๒. ร้อยละ ๑๐๐ ของผู้เรียนได้รับการส่งเสริมให้มีทักษะชีวิต ทักษะสังคม ทักษะอาชีพและต่อ ยอดการประกอบอาชีพและการมีงานทำ ๕. ด้านคุณธรรม : (Moral) ส่งเสริมคุณธรรม น้อมนำศาสตร์พระราชา พัฒนาตามพระบรมราโชบาย ตัวชี้วัดความสำเร็จ ๑. ร้อยละ ๑๐๐ ของผู้เรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ๘ ประการ บนพื้นฐานความเป็นไทย มี วินัย กตัญญู จิตอาสา และมีความพอเพียง ๒. ร้อยละ ๑๐๐ ของผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา มีคุณธรรม จริยธรรม น้อมนำ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในการทำงานและชีวิตประจำวัน
กลยุทธ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง ใช้กลยุทธ์ในการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อ พัฒนาคุณภาพการศึกษา SQ-POM : Model ให้บรรลุเป้าหมาย ดังต่อไปนี้ กลยุทธ์ที่ ๑ พัฒนาครูและบุคลากรเพื่อการปฏิบัติงาน กลยุทธ์ที่ ๒ พัฒนาวิชาการเพื่อการเรียนรู้ทุกระดับ กลยุทธ์ที่ ๓ พัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศ กลยุทธ์ที่ ๑ พัฒนาครูและบุคลากรเพื่อการปฏิบัติงาน จุดเน้นที่ ๑ พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา (๑ คน ๔ เรื่อง/ ๑ ปี ๑ นวัตกรรม) จุดเน้นที่ ๒ พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ระนองและสถานศึกษา ให้พร้อมปฏิบัติงานตามภาระหน้าที่อย่างมีคุณภาพ กลยุทธ์ที่ ๒ พัฒนาวิชาการเพื่อการเรียนรู้ทุกระดับ จุดเน้นที่ ๓ เพิ่มโอกาสทางการศึกษา ประชากรวัยเรียนทุกคนได้รับการดูแล ช่วยเหลืออย่าง ทั่วถึงโดยการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน จุดเน้นที่ 4 พัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัยและคุณภาพผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตาม หลักสูตรแกนกลางฯ น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในหลวงรัชกาลที่ 10 สู่การปฏิบัติ ผู้เรียน มีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด 8 กลุ่มสาระฯ ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ( Active Learning) ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ 5 ด้าน รวมทั้งคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ หรือ เพิ่มเติมให้สอดคล้องตามบริบท และจุดเน้นสถานศึกษา จุดเน้นที่ ๕ พัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน วัดและประเมินผล และห้องเรียน คุณภาพ กลยุทธ์ที่ ๓ พัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศ จุดเน้นที่ ๖ พัฒนาองค์กรให้เอื้อต่อการทำงานและการเรียนรู้ สร้างจุดขายที่แตกต่าง ให้มี จุดเด่น เป็นเอกลักษณ์ สู่ความเป็นเลิศ เป็นที่ยอมรับของชุมชน สังคม จุดเน้นที่ ๗ สร้างความปลอดภัย มีระบบ มีภูมิคุ้มกัน ทันเวลา จุดเน้นที่ ๘ พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายใน และดำรงคุณภาพอย่างยั่งยืน จุดเน้นที่ ๙ สร้างเครือข่ายโดยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการบริหารจัดการศึกษา สำนักงาน (๑ กลุ่ม/หน่วย ๑ นวัตกรรม) สถานศึกษา (๑ โรงเรียน ๑ นวัตกรรม)
การนิเทศ ติดตาม และประเมินการบริหารจัดการศึกษา ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง ระดับเขตพื้นที่การศึกษา มาตรฐานส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา การจัดการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ระนอง โดยใช้แนวทางของ SQ-POM : Model, ๓ กลยุทธ์ ๙ จุดเน้น และเครื่องมือการเมิน ประสิทธิภาพของ สพฐ. จุดเน้นที่ ๑ การดำเนินการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ (PMQA, KRS) จุดเน้นที่ ๒ การดำเนินการตามมาตรการประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา (e-MES) จุดเน้นที่ ๓ การดำเนินการตามรายการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส่ในการดำเนินงาน ของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) จุดเน้นที่ ๔ ๑ กลุ่ม/หน่วย ๑ นวัตกรรม จุดเน้นที่ ๕ เอกสารสรุปผลการดำเนินกิจกรรม โครงการ (5 บท) ประเด็นการพิจารณาและระดับคุณภาพ เครื่องมือในการประเมินผลตามจุดเน้นที่ ๑ - ๕ ใช้รูปแบบ ของสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการปฏิบัติงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง เป็นการนำค่าคะแนนจากผลการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษาของสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง มาจัดลำดับตามเกณฑ์การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการ ปฏิบัติงาน เพื่อให้การปฏิบัติงานมีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงขึ้น เกณฑ์การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการปฏิบัติงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ระนอง ระดับดีเด่น 1. ระดับผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามมาตรฐานฯ ตัวชี้วัด ระดับดีเยี่ยม 2. ผลการประเมินส่วนราชการตามมาตรฐานการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติ ราชการ ระดับคุณภาพ 3. ผลการประเมินเขตสุจริต ITA ระดับ AA
4. การเผยแพร่ผลการดำเนินงาน มีผลงานเชิงประจักษ์ ระดับเขตพื้นที่ /ระดับภาค/ ระดับชาติ ตามลำดับ (ชนะเลิศ, รองชนะเลิศ) ระดับดีมาก 1. ระดับผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามมาตรฐานฯ ตัวชี้วัด ระดับดีมาก 2. ผลการประเมินส่วนราชการตามมาตรฐานการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติ ราชการ ระดับมาตรฐานขั้นสูง 3. ผลการประเมินเขตสุจริต ITA ระดับ A 4. การเผยแพร่ผลการดำเนินงาน มีผลการดำเนินงานเชิงประจักษ์ ระดับดี 1. ระดับผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามมาตรฐานฯ ตัวชี้วัด ระดับดี 2. ผลการประเมินส่วนราชการตามมาตรฐานการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติ ราชการ ระดับมาตรฐานขั้นต้น 3. ผลการประเมินเขตสุจริต ITA ระดับ B 4. การเผยแพร่ผลการดำเนินงาน มีผลการดำเนินงานเชิงประจักษ์ ระดับสถานศึกษา มาตรฐานส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา การจัดการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาระนอง โดยใช้ แนวทางของ SQ-POM : Model กลยุทธ์ที่ ๑ พัฒนาครูและบุคลากรเพื่อการปฏิบัติงาน จุดเน้นที่ ๑ พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา (๑ คน ๔ เรื่อง/ ๑ ปี ๑ นวัตกรรม) ตัวชี้วัดประเด็นการพิจารณา ๑. ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ทำการสอนในสถานศึกษาพัฒนาทางภาษาและดิจิทัล (๑ คน 4 เรื่อง/๑ ปี ๑ นวัตกรรม) และมีผลงานเชิงประจักษ์ระดับเครือข่าย ๒. ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ทำการสอนในสถานศึกษาพัฒนาทางภาษาและดิจิทัล (๑ คน 4 เรื่อง/๑ ปี ๑ นวัตกรรม) และมีผลงานเชิงประจักษ์ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ๓. ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ทำการสอนในสถานศึกษาพัฒนาทางภาษาและดิจิทัล (๑ คน 4 เรื่อง/๑ ปี ๑ นวัตกรรม) และมีผลงานเชิงประจักษ์ระดับภาค ๔. ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ทำการสอนในสถานศึกษาพัฒนาทางภาษาและดิจิทัล (๑ คน ๔ เรื่อง/๑ ปี ๑ นวัตกรรม) และมีผลงานเชิงประจักษ์ระดับประเทศ ระดับคุณภาพ ปฏิบัติได้จำนวน ๔ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ปฏิบัติได้จำนวน ๓ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ ดี ปฏิบัติได้จำนวน ๒ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ พอใช้ ปฏิบัติได้จำนวน ๑ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ ควรปรับปรุง
จุดเน้นที่ ๒ พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา ให้พร้อมปฏิบัติงาน ตามภาระหน้าที่อย่างมีคุณภาพ ตัวชี้วัดประเด็นการพิจารณา ๑. ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับมอบหมายมีความรู้ในการบริหารจัดการงาน ๔ ด้าน ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ ด้านบริหารงานบุคคล และด้านบริหารทั่วไป ๒. มีการวางแผนการดำเนินงาน กำหนดกิจกรรม โครงการ คำสั่ง การประชุม การกรอกข้อมูล ตามภาระงาน ๔ ด้าน ทันเวลา ๓. มีกระบวนการ วิธีการดำเนินงาน ติดตาม ตรวจสอบ ตามภาระงาน ๔ ด้าน ทันเวลา ๔. มีเอกสารรายงานและสรุปผลการดำเนินงานที่เป็นระบบและเป็นแบบอย่างได้ ระดับคุณภาพ ปฏิบัติได้จำนวน ๔ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ปฏิบัติได้จำนวน ๓ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ ดี ปฏิบัติได้จำนวน ๒ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ พอใช้ ปฏิบัติได้จำนวน ๑ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ ควรปรับปรุง กลยุทธ์ที่ ๒ พัฒนาวิชาการเพื่อการเรียนรู้ทุกระดับ จุดเน้นที่ ๓ เพิ่มโอกาสทางการศึกษา ประชากรวัยเรียนทุกคนได้รับการดูแล ช่วยเหลืออย่าง ทั่วถึงโดยการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ตัวชี้วัดประเด็นการพิจารณา ๑. มีการกำหนดรูปแบบ วิธีการ กระบวนการในการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน การเรียนภาคบังคับ และการศึกษาต่อระดับมัธยม หรือสายอาชีพของผู้เรียนทุกคน ๒. มีกิจกรรม โครงการ สร้างทักษะให้ผู้เรียนมีความสามารถในการดูแลตนเองจากภัยอันตราย ต่างๆ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางสังคม ๓. การมีส่วนร่วมของภาครัฐและเอกชน ๔. มีเอกสารรายงานและสรุปผลการดำเนินงานที่เป็นระบบและเป็นแบบอย่างได้ ระดับคุณภาพ ปฏิบัติได้จำนวน ๔ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ปฏิบัติได้จำนวน ๓ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ ดี ปฏิบัติได้จำนวน ๒ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ พอใช้ ปฏิบัติได้จำนวน ๑ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ ควรปรับปรุง
จุดเน้นที่ ๔ พัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัยและคุณภาพผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามหลักสูตร แกนกลางฯ น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในหลวงรัชกาลที่ 10 สู่การปฏิบัติ ผู้เรียนมี คุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด 8 กลุ่มสาระฯ ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ( Active Learning) ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ 5 ด้าน รวมทั้งคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ หรือ เพิ่มเติมให้สอดคล้องตามบริบทและจุดเน้นสถานศึกษา ประเด็นการพิจารณา ๑. มีการกำหนดรูปแบบการพัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัยและคุณภาพผู้เรียนระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้านพัฒนาการ ด้านการอ่าน การเขียน คิดเลขเป็น และภาษา ด้วยระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ทันสมัยใน การจัดการเรียนรู้ และทักษะในศตวรรษที่ 21 ๒. มีร่องรอย เอกสาร กิจกรรม โครงการ คำสั่ง การประชุม ในการดำเนินการพัฒนาคุณภาพ ผู้เรียน ๓. มีการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ ๔. มีเอกสารรายงานและสรุปผลการดำเนินงานที่เป็นระบบและเป็นแบบอย่างได้ ระดับคุณภาพ ปฏิบัติได้จำนวน ๔ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ปฏิบัติได้จำนวน ๓ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ ดี ปฏิบัติได้จำนวน ๒ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ พอใช้ ปฏิบัติได้จำนวน ๑ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ ควรปรับปรุง จุดเน้นที่ ๕ พัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน และห้องเรียนคุณภาพ คำอธิบาย ห้องเรียนคุณภาพ ประกอบด้วย คุณภาพด้านผู้เรียน ครู บรรยากาศ การจัดกิจกรรม การเรียนรู้ และสื่อเทคโนโลยี ผู้เรียน ได้แก่ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ, คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ครู ได้แก่ครูมีการพัฒนาตน พัฒนางาน ตามที่กำหนด และเป็นแบบอย่างได้ บรรยากาศ ได้แก่ การจัดสภาพแวดล้อมในห้องเรียนให้เอื้ออำนวยต่อการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้แก่กระบวนการจัดการเรียนรู้ของครู โดยมีหน่วยการเรียนรู้ และแผนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษา เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีการวิเคราะห์ ผู้เรียนและติดตามความก้าวหน้าในการเรียนเป็นรายบุคคล ใช้การวัดและประเมินผลตามสภาพจริง อย่างหลากหลายและเหมาะสมกับธรรมชาติของวิชา จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ ผู้เรียนเห็นคุณค่าของตนเอง และมีแรงจูงใจในการเรียน สร้างวินัยเชิงบวกกับผู้เรียน และสอดแทรก คุณธรรมจริยธรรมในกระบวนการจัดการเรียนรู้ นิเทศ ติดตาม การจัดการเรียนการสอนประจำชั้นเรียน และมีการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาผู้เรียน สื่อและเทคโนโลยีได้แก่การนำสื่อและเทคโนโลยีที่หลากหลาย เหมาะสม มาใช้ในการ จัดการเรียนการสอน โดยคัดเลือกสื่อที่เหมาะสมกับกิจกรรมการเรียนการสอน ใช้ประเมินและนำผล
การประเมินมาปรับปรุง การจัดการเรียนการสอน มีการผลิตสื่อ นวัตกรรม ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการ เรียนการสอนตามความพร้อมของโรงเรียน ตัวชี้วัดประเด็นการพิจารณา ๑. มีรูปแบบการพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอนโดยยึดความสามารถของผู้เรียน เป็นหลัก และการพัฒนาห้องเรียนคุณภาพ ๕ ด้าน ๒. มีวิธีการ กระบวนการดำเนินการพัฒนาหลักสูตร และการพัฒนาห้องเรียนคุณภาพ ๕ ด้าน ๓. มีการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดเก็บและเผยแพร่ เพื่อให้ผู้เรียน นำไปเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ๔. มีเอกสารรายงานและสรุปผลการดำเนินงานที่เป็นระบบและเป็นแบบอย่างได้ ระดับคุณภาพ ปฏิบัติได้จำนวน ๔ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ปฏิบัติได้จำนวน ๓ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ ดี ปฏิบัติได้จำนวน ๒ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ พอใช้ ปฏิบัติได้จำนวน ๑ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ ควรปรับปรุง กลยุทธ์ที่ ๓ พัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศ จุดเน้นที่ ๖ พัฒนาองค์กรให้เอื้อต่อการทำงานและการเรียนรู้ สร้างจุดขายที่แตกต่าง ให้มีจุดเด่น เป็น เอกลักษณ์สู่ความเป็นเลิศ เป็นที่ยอมรับของชุมชน สังคม ตัวชี้วัดประเด็นการพิจารณา ๑. มีการจัดกิจกรรม โครงการ การเรียนรู้ที่เป็นจุดเด่น จุดขาย เป็นเอกลักษณ์ ๑ โรงเรียน ๑ ผลิตภัณฑ์ ๒. มีการจัดบรรยากาศสิ่งแวดล้อมให้สะอาด สวยงาม ร่มรื่น น่าดู น่าอยู่ น่ามอง ๓. มีกระบวนการ วิธีการขั้นตอนการปฏิบัติที่ตรวจสอบได้ ได้รับความพึงพอใจจากผู้ใช้บริการ ทั้งภายในและภายนอกองค์กร ๔. มีผลงานเชิงประจักษ์ ในระดับภูมิภาคหรือระดับชาติ ระดับคุณภาพ ปฏิบัติได้จำนวน ๔ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ปฏิบัติได้จำนวน ๓ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ ดี ปฏิบัติได้จำนวน ๒ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ พอใช้ ปฏิบัติได้จำนวน ๑ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ ควรปรับปรุง จุดเน้นที่ ๗ สร้างความปลอดภัย มีระบบ มีภูมิคุ้มกัน ทันเวลา ตัวชี้วัดประเด็นการพิจารณา ๑. มีมาตรการรักษาความปลอดภัย มีการดูแล ช่วยเหลือผู้เรียน ที่เป็นระบบและทันเวลา ๒. มีกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้านความปลอดภัย ๓. เปิดโอกาสให้ครู ผู้เรียน และชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการช่วยเหลือผู้เรียน และมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยใช้ในการควบคุม ดูแล ให้บริการ ๔. มีผลงานเชิงประจักษ์ ในระดับภูมิภาคหรือระดับชาติ
ระดับคุณภาพ ปฏิบัติได้จำนวน ๔ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ปฏิบัติได้จำนวน ๓ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ ดี ปฏิบัติได้จำนวน ๒ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ พอใช้ ปฏิบัติได้จำนวน ๑ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ ควรปรับปรุง จุดเน้นที่ ๘ พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายใน และดำรงคุณภาพอย่างยั่งยืน คำอธิบาย : การจัดระบบการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียน ประกอบด้วย ๑. การประเมินคุณภาพภายใน เป็นการประเมินคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษากระทำ โดยบุคลากรของสถานศึกษาหรือโดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือโดยหน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่ กำกับดูแลสถานศึกษา ทั้งนี้เพื่อนำผลจากการประเมินไปใช้ในการวางแผนพัฒนากิจกรรม/โครงการ พัฒนาที่สนองตอบต่อสภาพความจริง มีความเป็นไปได้ในการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา ๒. การติดตาม ตรวจสอบคุณภาพการศึกษาเป็นกระบวนการติดตาม ตรวจสอบความก้าวหน้าของ การปฏิบัติตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาและจัดทำรายงานการติดตาม ตรวจสอบ คุณภาพการศึกษาพร้อมทั้งเสนอแนะมาตรการ เร่งรัดการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ๓. การพัฒนาคุณภาพการศึกษา เป็นกระบวนการพัฒนาการศึกษาเข้าสู่คุณภาพที่สอดคล้องกับ มาตรฐานการศึกษาของชาติ โดยมีการกำหนดมาตรฐานการศึกษา การจัดระบบและโครงสร้าง การ วางแผนและการดำเนินงานตามแผน รวมทั้งสร้างจิตสำนึกให้เห็นว่าการพัฒนาคุณภาพการศึกษา จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน ตามกฎกระทรวงว่าด้วย ระบบหลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2561 ได้กำหนดหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติ เกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาดำเนินการโดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของชุมชนและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ดังนี้ ๑) กำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ๒) จัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่มุ่งคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา ๓) ดำเนินงานตามแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ๔) ประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ๕) ติดตามผลการดำเนินงานเพื่อพัฒนาสถานศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา ๖) จัดทำรายงานผลการประเมินตนเอง ตัวชี้วัดประเด็นการพิจารณา ๑. มีการติดตาม ตรวจสอบคุณภาพการศึกษา วิเคราะห์ปัญหา ระบบประกันคุณภาพภายใน สถานศึกษา ๒. มีการวางแผน กำหนดหลักเกณฑ์ เตรียมการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายใน สถานศึกษา ๓. การมีส่วนร่วมพัฒนาจัดระบบการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา มีระดับคุณภาพที่สูงขึ้น ๔. การประเมินตนเองของสถานศึกษา(SAR) และมีการเตรียมความพร้อมรองรับการประเมิน คุณภาพจากภายนอก
ระดับคุณภาพ ปฏิบัติได้จำนวน ๔ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ปฏิบัติได้จำนวน ๓ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ ดี ปฏิบัติได้จำนวน ๒ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ พอใช้ ปฏิบัติได้จำนวน ๑ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ ควรปรับปรุง จุดเน้นที่ ๙ สร้างเครือข่ายโดยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการบริหารจัดการศึกษา สถานศึกษา (๑ โรงเรียน ๑ นวัตกรรม) ตัวชี้วัดประเด็นการพิจารณา ๑. มีการสื่อสารภายในและภายนอกสถานศึกษาหลากหลายช่องทาง ๒. มีกระบวนการดำเนินงานการสร้างเครือข่ายโดยมีการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการ บริหารจัดการ ๓. มีเอกสารรายงานและสรุปผลการดำเนินงานที่เป็นระบบและเป็นแบบอย่างได้ ๔. มีผลงานเชิงประจักษ์ ในระดับภูมิภาคหรือระดับชาติ ระดับคุณภาพ ปฏิบัติได้จำนวน ๔ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ปฏิบัติได้จำนวน ๓ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ ดี ปฏิบัติได้จำนวน ๒ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ พอใช้ ปฏิบัติได้จำนวน ๑ ข้อ อยู่ในระดับคุณภาพ ควรปรับปรุง เกณฑ์ระดับคุณภาพ มาตรฐานการบริหารจัดการศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา ซึ่งมี จำนวน ๑ มาตรฐาน จึงใชเกณฑระดับคุณภาพรายตัวชี้วัดประเด็นการพิจารณา และเกณฑระดับคุณภาพ ราย มาตรฐาน ดังรายละเอียดตอไปนี้ เกณฑระดับคุณภาพรายตัวชี้วัดในประเด็นการพิจารณา หมายถึง เกณฑบงชี้คุณภาพของ จุดเน้น ในมาตรฐานต่าง ๆ มี ๔ ระดับคุณภาพ ไดแก ดีมาก ดี พอใช ปรับปรุง รายละเอียดของระดับ คุณภาพต่าง ๆ ปรากฏในสวนท้ายของตัวชี้วัดประเด็นการพิจารณา ต่าง ๆ แลวข้างตน ในแต่ละระดับ คุณภาพมีความหมายดังนี้ ระดับคุณภาพ ดีมาก มีค่าคะแนน ๔ ระดับคุณภาพ ดี มีค่าคะแนน ๓ ระดับคุณภาพ พอใช มีค่าคะแนน ๒ ระดับคุณภาพ ปรับปรุง มีค่าคะแนน ๑ เกณฑระดับคุณภาพรายมาตรฐาน หมายถึง เกณฑบงชี้คุณภาพของแต่ละมาตรฐาน มี 4 ระดับคุณภาพ ไดแก ดีมาก ดี พอใช ปรับปรุง ไดจากการนําคาคะแนนของตัวชี้วัดต่างๆ ภายใน มาตรฐานมาหาคาเฉลี่ย โดยคาเฉลี่ยคะแนนของแต่ละมาตรฐานมีความหมายดังนี้
คาเฉลี่ยรวม 3.50 - 4.00 หมายถึง ดีมาก คาเฉลี่ยรวม 2.75 - 3.49 หมายถึง ดี คาเฉลี่ยรวม 2.00 - 2.74 หมายถึง พอใช คาเฉลี่ยรวม 1.00 - 1.99 หมายถึง ปรับปรุง การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการปฏิบัติงานของสถานศึกษา เป็นการนำค่าคะแนนจากผลการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ทั้งส่วนของ สถานศึกษา มาจัดลำดับตามเกณฑ์การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการปฏิบัติงาน เพื่อให้การปฏิบัติงานมี คุณภาพและประสิทธิภาพสูงขึ้น เกณฑ์การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการปฏิบัติงานของสถานศึกษา ระดับดีเด่น 1. ระดับผลการทดสอบคุณภาพนักเรียนสูงกว่าระดับโรงเรียน/ระดับเขตพื้นที่/ ระดับชาติ ร้อยละ 71-100 2. ผลการประเมินตามมาตรฐานตัวชี้วัด 3 กลยุทธ์ 9 จุดเน้น ระดับคุณภาพ 4 3. ผลการประเมินสถานศึกษาสุจริต ITA ระดับ AA 4. การเผยแพร่ผลการดำเนินงาน มีผลงานเชิงประจักษ์ระดับชาติขึ้นไป (ชนะเลิศ,รอง ชนะเลิศ) ระดับดีมาก 1. ระดับผลการทดสอบคุณภาพนักเรียนสูงกว่าระดับโรงเรียน/ระดับเขตพื้นที่/ ระดับชาติ ร้อยละ 61-70 2. ผลการประเมินตามมาตรฐานตัวชี้วัด 3 กลยุทธ์ 9 จุดเน้น ระดับคุณภาพ 3 3. ผลการประเมินสถานศึกษาสุจริต ITA ระดับ A 4. การเผยแพร่ผลการดำเนินงาน มีผลงานเชิงประจักษ์ ระดับเขตพื้นที่/ระดับจังหวัด /ระดับภาค (ชนะเลิศ, รองชนะเลิศ) ระดับดี 1. ระดับผลการทดสอบคุณภาพนักเรียนสูงกว่าระดับโรงเรียน ระดับเขตพื้นที่ ร้อยละ 50-60 2. ผลการประเมินตามมาตรฐานตัวชี้วัด 3 กลยุทธ์ 9 จุดเน้น ระดับคุณภาพ 2 3. ผลการประเมินสถานศึกษาสุจริต ITA ระดับ B 4. การเผยแพร่ผลการดำเนินงาน มีผลงานเชิงประจักษ์ระดับเครือข่าย (ชนะเลิศ, รอง ชนะเลิศ)
2.8 องค์ความรู้เกี่ยวกับการนิเทศการศึกษา การนิเทศมีรูปแบบที่หลากหลาย เมื่อพิจารณาจากอดีตมาถึงปัจจุบันจะพบว่ามีนักวิชาการแบ่ง รูปแบบการนิเทศไว้แตกต่างกันตามยุคสมัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่เนื่องจากรูปแบบ และลักษณะการนิเทศไม่แตกต่างกันนัก คือจะเน้นการนิเทศแบบตรวจตรา และแบบประชาธิปไตยเป็น ส่วนใหญ่จึงไม่ได้แยกตามยุคสมัย แต่แบ่งการนิเทศตามรูปแบบการนาไปใช้แทน ดังนี้ 1. รูปแบบการนิเทศ แฮริส (Harris,1985) แบ่งการนิเทศตามลักษณะที่เด่นของการนิเทศ ได้ 2 แบบ ดังนี้ 1. การนิเทศแบบเน้นการให้คําแนะนํา (Tractive Supervision) แบบนี้ผู้นิเทศจะให้คําแนะนํา ให้ผู้ได้รับการนิเทศนาไปปรับปรุงแก้ไข 2. การนิเทศแบบเน้นความเป็นพลวัต (Dynamic Supervision) แบบนี้ผู้นิเทศจะจุดประกาย ทางด้านความคิดเพื่อส่งเสริมให้ผู้ได้รับการนิเทศนําไปปฏิบัติผู้ได้รับการนิเทศสามารถใช้ความรู้ ความสามารถตลอดจนประสบการณ์ที่ตนเองมีมาปรับปรุงการสอนตามความเหมาะสมกับสภาพความ เป็นจริง ดีเทนเนอร์และ แอล เทนเนอร์(D. Tanner and L. Tanner,1987) แบ่งการนิเทศตาม ลักษณะของผู้นิเทศได้4 แบบ ดังนี้ 1. การนิเทศแบบตรวจตรา (Inspection Supervision) การนิเทศแบบนี้เป็นแบบเก่าแก่ที่มีใช้ มานาน ผู้นิเทศจะตรวจการทางานของสถานศึกษาให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ระเบียบของหลักสูตร ที่กำหนดไว้ 2. การนิเทศแบบเน้นผลงาน (Supervision as Production) การนิเทศแบบนี้จะดูผลงานของ สถานศึกษาว่าสามารถผลิตผู้เรียนออกสู่สังคมอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่มากน้อยเพียงใด บางคนเรียก การนิเทศแบบวิทยาศาสตร์เพราะมีการวางแผนการททำงานอย่างเป็นระบบระเบียบตรวจสอบ ย้อนกลับได้อย่างเป็นขั้นตอนที่ชัดเจน 3. การนิเทศแบบคลินิก (Clinical Supervision) การนิเทศแบบนี้เน้นที่การปรับปรุง กระบวนการเรียนการสอนในลักษณะที่พิจารณาและแก้ไขตามความเหมาะสมของผู้ได้รับการนิเทศแต่ ละแห่ง จึงคล้ายกับการรักษาอาการเจ็บป่วยของคนไข้ให้มีการฟื้นฟูสภาพได้ดีขึ้น แต่การนิเทศ การศึกษาจะมุ่งให้ผู้ได้รับการนิเทศเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเรียนการสอนให้มีความเหมาะสม โดยผู้ นิเทศและผู้ได้รับการนิเทศจะได้พบปะเผชิญหน้ากันและรับคําแนะนําไปปรับใช้ตามความเหมาะสมและ ความจําเป็นเพื่อประโยชน์ของการใช้งาน 4. การนิเทศแบบเน้นการพัฒนา (Developmental Supervision) การนิเทศแบบนี้เน้น พัฒนาผู้ได้รับการนิเทศ ให้มีความรู้ความสามารถในการแก้ไขปัญหาของตนเองได้ตามสถานการณ์ที่ เกิดขึ้นในสถานศึกษา กลิคแมน(Glickmam,1981) ได้แบ่งวิธีการนิเทศแบบนี้เป็น 3 วิธีคือวิธีที่มีการ ชี้นํา ไม่มีการชี้นํา และวิธีผสมผสาน โดยพิจารณาตามความสามารถของผู้ได้รับการนิเทศ
การนิเทศในประเทศไทยมีการนํารูปแบบการนิเทศของต่างประเทศมาใช้ ขณะเดียวกันก็มีการ พัฒนารูปแบบการนิเทศของตนเองขึ้นมาเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพสังคมของไทย ซึ่งมีรูปแบบหลาย รูปแบบดังต่อไปนี้ การนิเทศการสอนแบบคู่สัญญา การนิเทศการสอนแบบคู่สัญญา (Buddy Supervision) (บูรชัย ศิริมหาสาคร, 2552, Online) คือ การนิเทศโดยตรงที่เปิดโอกาสให้ครู2 คน ได้ดึงเอาศักยภาพทางการสอนที่มีอยู่ในตัวของแต่ละคน ออกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน โดยเริ่มต้นจากการจับคู่สัญญา เพื่อสร้างมิตรสัมพันธ์อันดีต่อกัน และใช้ สัมพันธภาพอันดีนี้เป็นตัวนําไปสู่กิจสัมพันธ์หรือความสําเร็จในการจัดกระบวนการเรียนการสอนแบบนี้ ใช้ระบบกระบวนการทํางานแบบกลุ่มสัมพันธ์(Group Process) และใช้แนวคิดที่มุ่งทั้งการพัฒนาคน และพัฒนางาน คือ เน้นมิตรสัมพันธ์ (Concern for People) และกิจสัมพันธ์ (Concern for Production) เป็นหลักเพราะทุกคนย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสียอยู่ในตัวเอง โดยถ้ามีความชอบที่ เหมือนกันจะทําให้เป็นเพื่อนกันได้ง่ายขึ้น การนิเทศก็จะเป็นไปอย่างราบรื่น การนิเทศการสอนแบบกัลยาณมิตร การนิเทศการสอนแบบกัลยาณมิตร (อัญชลี ธรรมะวิธีกุล, 2009, Online) เป็นการชี้แนะและ ช่วยเหลือด้านการเรียนการสอนในกลุ่มเพื่อนครูด้วยกัน มีหลักการนิเทศที่เน้นประเด็นสําคัญ 4 ประการ คือ 1) การสร้างศรัทธา ผู้นิเทศจะต้องสร้างศรัทธา เพื่อให้เพื่อนครูยอมรับและเกิดความสนใจที่จะ ใฝ่รู้ที่ใฝ่ปรับปรุงการจัดกระบวนการเรียนรู้ 2) การสาธิตรูปแบบการสอน ผู้ให้การนิเทศจะต้องแสดงให้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า การสอนที่ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญนั้นสามารถปฏิบัติและทำได้จริงๆ และเพื่อนครูสามารถนํารูปแบบไปประยุกต์ใน ชั้นเรียนได้ 3) การร่วมคิดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ จะต้องมีการพบปะกันอย่าง สม่ำเสมอ มีการร่วมคิดแก้ปัญหาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน 4) การติดตามประเมินผลตลอดกระบวนการ ผู้นิเทศจะต้องบันทึกการนิเทศอย่างสม่ำเสมอ สังเกตและรับฟังข้อมูลป้อนกลับจากเพื่อนครูผู้รับการนิเทศ ศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไข เพื่อสร้าง สังคมแห่งการเรียนรู้ขึ้นใหม่อย่างเป็นระบบและต่อเนื่องสืบไป จุดประสงค์ของการนิเทศแบบนี้(สุมน อมรวิวัฒน์, 2545, หน้า217-220)เพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้ซึ่งประกอบด้วยการเปิดใจ การให้ ใจ การร่วมใจ ตั้งใจสร้างสรรค์คุณภาพ และเงื่อนไขที่ไม่เน้นปริมาณงานแต่เน้นคุณภาพ รูปแบบการนิเทศของไทยจะมีลักษณะของความสัมพันธ์ทางใจเข้ามาเกี่ยวของ โดยจะเป็นการ ช่วยเหลือกันอย่างจริงใจ เพื่อให้งานดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้องตามความต้องการของผู้นิเทศและผู้ ได้รับการนิเทศร่วมกัน
การนิเทศแบบร่วมพัฒนา การนิเทศแบบร่วมพัฒนา(Cooperative Development Supervision) (ศิริวรรณ์ ฉายะเกษ ริน,2542, Online) เป็นปฏิสัมพันธ์ทางการนิเทศระหว่างผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์และ ครูผู้สอนในกระบวนการนิเทศการศึกษาที่มุ่งแก้ปัญหาและพัฒนาการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ โดย ใช้เทคนิคการนิเทศการสอนเป็นปัจจัยหลัก บนพื้นฐานของสัมพันธ์ภาพแห่งการร่วมคิด ร่วมทํา พึงพา ช่วยเหลือ ยอมรับซึ่งกันและกัน ให้เกียรติและจริงใจต่อกันระหว่างผู้นิเทศ ผู้สอนและคู่สัญญา เพื่อ ร่วมกันพัฒนาทักษะวิชาชีพ อันจะส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การนิเทศแบบนี้มุ่ง แก้ปัญหา และพัฒนาการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนของผู้เรียน โดย การปรับปรุงการปฏิบัติงานของผู้สอนให้เกิดประสิทธิภาพสูงขึ้น การนิเทศแบบสอนงาน การนิเทศสอนงาน (Coaching) (อัญชลี ธรรมะวิธีกุล, 2009, Online) เป็นการนิเทศที่เน้น การพัฒนาผลการปฏิบัติงาน (Individual Performance) และพัฒนาศักยภาพ (Potential) ของครู การนิเทศแบบนี้จัดเป็นการสื่อสารอย่างหนึ่งซึ่งจะทําอย่างเป็นทางการและ/หรือไม่เป็นทางการก็ได้โดย มีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอน เป็นการสื่อสารแบบสองทาง (Two way Communication) ทําให้ผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้ทําการสอนได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่ เกิดขึ้นในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้การนิเทศแบบนี้จะก่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้สอนงาน (Coach) และผู้ถูกสอนงาน (Coachee) ซึ่งการสอนงานที่ดีจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อมีความพร้อม โดยเป็น ความพร้อมของทั้งผู้สอนงานและผู้ถูกสอนงานร่วมกัน เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาครูให้มีความรู้ (Knowledge) ทักษะ(Skills) และคุณลักษณะเฉพาะตัว (Personal Attributes) ในการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ (Result Oriented) โดยจะต้องมีการตกลงยอมรับ ร่วมกัน (Collaborative) ระหว่างผู้นิเทศและครูผู้ได้รับการนิเทศ โดยการนิเทศการสอนงานจะมุ่งเน้น ไปที่การพัฒนาผลการปฏิบัติงานของครูผู้สอนเป็นสำคัญ (Individual Performance) 2. กระบวนการนิเทศ กระบวนการนิเทศ (Process of Supervision)(ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์) หมายถึง ขั้นตอน ในการดําเนินงานและการปฏิบัติงานการนิเทศอย่างมีระบบ มีการประเมินสภาพการทำงาน การจัดลำดับงานที่ต้องทำ การออกแบบงาน การประสานงาน ตลอดจนการอํานวยการให้งานลุล่วงไป กระบวนการนิเทศจะมีความสอดคล้องกับรูปแบบของการนิเทศ จึงขอกล่าวถึงกระบวนการที่ เป็นสากล ซึ่งประเทศไทยได้นํามาประยุกต์ใช้และพัฒนาเข้ากับกระบวนการการนิเทศของไทยเอง ควบคู่กับกระบวนการนิเทศที่ไทยคิดและพัฒนาขึ้น ดังรายละเอียดต่อไปนี้ กระบวนการนิเทศของแฮริส (Harris, 1985) เดิมแฮริสแบ่งกระบวนการไว้5 ขั้นคือ กระบวนการวางแผน, กระบวนการจัดระเบียบงาน, กระบวนการนํา, การควบคุม และการประเมินผล ต่อมาได้พัฒนาให้มีความสมบูรณ์เหมาะสมกับการนิเทศมากขึ้น โดยเน้นการวางแผนการปฏิบัติงาน มากกว่าการควบคุมงานเหมือนที่เคยแบ่งไว้ทําให้มีขั้นตอนเพิ่มขึ้นเป็น 6 ขั้นตอนดังนี้ (ปรียาพร วงศ์ อนุตรโรจน์, 2548, หน้า41 - 43)
1. การประเมินสภาพการทํางาน (Assessing) เป็นกระบวนการศึกษาถึงสภาพต่างๆ เพื่อให้ได้ ข้อมูลเพื่อเป็นตัวกําหนดการเปลี่ยนแปลง มีกระบวนการย่อยๆ ดังนี้ - การวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อจะศึกษาถึงธรรมชาติและความสัมพันธ์ของเรื่องต่างๆ - การสังเกตเป็นการมองสิ่งรอบตัวด้วยความละเอียดถี่ถ้วน - การทบทวนเป็นการตรวจสอบสิ่งรอบตัวอย่างตั้งใจ - การวัดพฤติกรรมการทํางาน - การเปรียบเทียบพฤติกรรมการทํางาน 2. การจัดลําดับความสําคัญของงาน (Prioritizing) เป็นกระบวนการกําหนดความสําคัญของ งานตามเป้าหมายวัตถุประสงค์และกิจกรรมตามลําดับความสําคัญ ซึ่งประกอบด้วยหัวข้อต่อไปนี้ - การกําหนดเป้าหมาย - การกําหนดวัตถุประสงค์เฉพาะ - การกําหนดทางเลือก - การจัดลําดับความสําคัญของงาน 3. การออกแบบวิธีการทํางาน (Designing) เป็นกระบวนการวางแผนหรือกําหนดโครงการ ต่างๆ เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยประกอบด้วยกระบวนการย่อยๆ ดังนี้ - การจัดสายงานเป็นการจัดส่วนประกอบต่างๆของงานให้สัมพันธ์กัน - การหาวิธีการนําเอาทฤษฎีหรือหลักการไปสู่การปฏิบัติ - การเตรียมการต่างๆให้พร้อมที่จะทํางาน - การจัดระบบการทํางาน - การกําหนดแผนในการทํางาน 4. การจัดสรรทรัพยากร (Allocating Resources) เป็นกระบวนการกําหนดทรัพยากรต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการทํางาน ซึ่งประกอบด้วยกระบวนการย่อยๆ ดังนี้ - การกําหนดทรัพยากร ที่ต้องใช้ความต้องการของหน่วยงานต่างๆ - การจัดสรรทรัพยากรไปให้หน่วยงานต่างๆ - การกําหนดทรัพยากร ที่จําเป็นจะต้องใช้สําหรับความมุ่งหมายเฉพาะอย่าง - การมอบหมายบุคลากร ให้ทํางานในแต่ละโครงการหรือแต่ละเป้าหมาย 5. การประสานงาน (Coordination) เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับงาน เวลา วัสดุอุปกรณ์ และสิ่งอํานวยความสะดวกทุกๆอย่าง เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงบรรลุผล ซึ่งประกอบด้วยกระบวนการ ย่อยๆ ดังนี้ - การประสานการปฏิบัติงานในฝ่ายต่างๆให้ดําเนินการไปด้วยความราบรื่น - การสร้างความกลมกลืนและความพร้อมเพรียงกัน - การปรับการทํางานในส่วนต่างๆให้มีประสิทธิภาพให้มากที่สุด - การกําหนดเวลาในการทํางานในแต่ละช่วง - การสร้างความสัมพันธ์ให้เกิดขึ้น
6. การอำนวยการ (Directing) เป็นกระบวนการที่มีอิทธิพลต่อการปฏิบัติเพื่อให้เกิดสภาพที่ เหมาะสมที่จะสามารถบรรลุผลแห่งการเปลี่ยนแปลงให้มากที่สุด มีกระบวนการย่อยๆ ดังนี้ - การแต่งตั้งบุคลากร - การกําหนดแนวทางหรือกฎเกณฑ์ในการทํางาน - การกําหนดระเบียบแบบแผนเกี่ยวกับเวลา ปริมาณ หรืออัตราเร่งในการทํางาน - การแนะนําการปฏิบัติงาน - การตัดสินใจเกี่ยวกับทางเลือกในการปฏิบัติงาน เนื่องจากกระบวนการนิเทศของไทยมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันจึงขอกล่าวเฉพาะกระบวนการที่มี ลักษณะเด่นบางกระบวนการ ดังนี้ กระบวนการของการนิเทศแบบกัลยาณมิตร กระบวนการของการนิเทศแบบกัลยาณมิตร มีกระบวนการดังนี้(อัญชลี ธรรมะวิธีกุล, 2009,Online) 1. ไม่มุ่งเน้นปริมาณ - เน้นความชัดเจนของขั้นตอน วิธีการ 2. สานพลังอาสา - เริ่มที่ศรัทธา / อาสาสมัคร / ไม่ใช่การสั่งการ 3. เสวนาร่วมกัน - ใช้อปริหานิยธรรม 7 ดังนี้- หมั่นประชุมเป็นเนืองนิตย์– พร้อมเพรียงทํากิจ ที่พึงทํา - ปฏิบัติตามหลักการที่วางไว้/สิ่งใดดีอยู่รู้รักษา - ศรัทธา ยอมรับนับถือกันและกัน - ไม่บังคับ / ไม่ห้าหั่น /ลุแก่อํานาจบังคับบัญชา - พัฒนาไปตามสภาพจริงของสถานศึกษาที่เป็นเรื่องชัดแจ้ง - คุ้มครองเสริมแรง ให้กําลังใจ 4. สร้างสรรค์ความเป็นมิตร - ชักชวนให้ร่วมกันพัฒนา 5. ฝึกคิดมุ่งมั่น - มีความเพียร อดทน รู้จักใช้เหตุผล 6. ทุกวันปฏิบัติ- ทําอย่างต่อเนื่อง 7. จัดทําบันทึกแนวทาง - รู้จักสังเกตแล้วบันทึก กระบวนการนิเทศการสอนแบบร่วมพัฒนา กระบวนการนิเทศการสอนแบบร่วมพัฒนา มีลักษณะคล้ายกระบวนการของการนิเทศแบบ อื่นๆ แต่มีขั้นตอนมากกว่าดังนี้(ศิริวรรณ์ ฉายะเกษริน, 2542, Online) 1. คู่สัญญาตกลงร่วมกัน 2. วิเคราะห์ปัญหาการเรียนการสอนร่วมกัน 3. กําหนดวัตถุประสงค์ในการแก้ปัญหาหรือพัฒนา 4. วางแผนการสอนและผลิตสื่อ 5. วางแผนการนิเทศการสอน 6. สอนและสังเกตการณ์สอน 7. วิเคราะห์ผลการสอนและผลการสังเกตการสอน 8. ให้ข้อมูลป้อนกลับซึ่งกันและกัน 9. วางแผนการสอนและการนิเทศการสอนต่อเนื่อง
กระบวนการนิเทศแบบ 5 ขั้นตอนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ขั้นที่ ๑ การศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหาและความต้องการ เป็นการกำหนดปัญหาและความต้องการในแก้ปัญหาหรือพัฒนา ดังนี้ ๑.๑ การจัดทำข้อมูลสารสนเทศพื้นฐาน เพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาวางแผนการ ดำเนินงาน ๑.๒ การแลกเปลี่ยนระดมความคิด วิเคระห์เพื่อหาสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นและความ ต้องการในการพัฒนาตามบริบทของหน่วยงาน ๑.๓ การจัดลำดับปัญหาและเลือกปัญหาที่เป็นความจำเป็นหรือต้องการในลำดับ เร่งด่วนหรือลำดับที่เห็นว่าสำคัญที่สุด ๑.๔ การสร้างการรับรู้ระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การ ประชุม การสัมมนา ฯลฯ เพื่อสร้างวิสัยทัศน์หรือสร้างเป้าหมายร่วมกันในการดำเนินงาน ขั้นที่ ๒ การวางแผนการนิเทศ เป็นการนำปัญหาและความต้องการ กำหนดรายละเอียดของกิจกรรมในการจัดทำ แผนนิเทศ ดังนี้ ๒.๑ กำหนดแนวทาง/วิธีการการพัฒนาที่หลากหลายตามปัญหาที่เกิดขึ้น ตามความ ต้องการและจำเป็น มีการใช้กระบวนการชุมชนการเรียนรู้วิชาทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) และการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนา วิชาชีพครูและการพัฒนาผู้เรียนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ๒.๒ เลือกแนวทาง/วิธีการในการพัฒนาโดยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ๒.๓ วางแผนการดำเนินงานพัฒนา ๑) การประชุมเตรียมการนิเทศ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกัน ๒) สร้างคณะนิเทศ เป็นทีมงานในการนิเทศร่วมกัน ๓) กำหนดประเด็นการนิเทศ เป็นการกำหนดเนื้อหาที่จะนิเทศ ๔) กำหนดระยะเวลาในการนิเทศ โดยกำหนดระยะเวลาในการนิเทศที่ เหมาะสมกับการแก้ปัญหาและการพัฒนา ๕) กำหนดวิธีการนิเทศและกิจกรรมการนิเทศที่เหมาะสมตามสภาพปัญหา และความต้องการ เช่น การประชุมสัมมนา การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสังเกตชั้นเรียน การสาธิต การ บันทึกวิดีโอและการถ่ายภาพ การสัมภาษณ์ การ Coaching & Mentoring ฯลฯ โดยเน้นการใช้ ICT ในรูปแบบต่างๆ เช่น การใช้ Line Application การใช้ Clip Video การ Conference การใช้ Video Line You Tube Facebook Live เป็นต้น ๒.๔ จัดทำแผนนิเทศ ประกอบด้วย หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ เป้าหมาย แผนการดำเนินการ กิจกรรมสำคัญ ปฏิทินการปฏิบัติงาน ทรัพยากรที่ต้องการ เครื่องมือนิเทศ ผลที่ คาดว่าจะได้รับ
ขั้นที่ ๓ การสร้างสื่อและเครื่องมือนิเทศ สื่อและเครื่องมือนิเทศเป็นสิ่งที่จะช่วยให้การนิเทศมีประสิทธิภาพ บรรลุวัตถุประสงค์ และเป็นสิ่งที่จะช่วยเก็บรายละเอียดที่ผู้รับการนิเทศไม่สามารถแสดงออกมาได้ และสามารถเก็บข้อมูล นำมาเปรียบเทียบผลที่เกิดขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนา และสิ่งที่ทำให้มีความเข้าใจตรงกันระหว่าง ผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ ๓.๑ สร้างสื่อการนิเทศที่ทำให้การนิเทศบรรลุวัตถุประสงค์ เช่น วิธีการนิเทศ ทักษะ การนิเทศ เทคนิคการนิเทศ โดยเป็นสื่อที่สอดคล้องคล้องในยุคศตวรรษที่ ๒๑ เน้นการใช้ ICT ใน รูปแบบต่างๆ เช่น การใช้ Line Application การใช้ Clip Video การ Conference การใช้ Video Line You Tube Facebook Live เป็นต้น ๓.๒ สร้างเครื่องมือการนิเทศเพื่อเก็บข้อมูลเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาและพัฒนา ตรวจสอบ ติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงาน และการประเมินผลการดำเนินงาน ซึ่งเป็น เครื่องมือที่มีคุณภาพ ใช้ง่าย สามารถเก็บข้อมูลที่ตอบประเด็นปัญหาความต้องการ และเป็นประโยชน์ ในการแก้ปัญหา ปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษา ขั้นที่ ๔ การปฏิบัติการนิเทศ ดำเนินการนิเทศตามวิธีการการนิเทศและกิจกรรมการนิเทศที่กำหนด ๔.๑ ประชุมเตรียมการก่อนการนิเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจของผู้นิเทศ ให้การนิเทศ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ๔.๒ นิเทศตามขั้นตอน ระยะเวลา และใช้เครื่องมือตามที่กำหนด ๔.๓ การสะท้อนผลการนิเทศ ๔.๔ ปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงาน ขั้นที่ ๕ การประเมินผลและรายงานผล ๕.๑ ประเมินความก้าวหน้าของการดำเนินงาน เช่น การดำเนินงานของผู้รับการนิเทศ เพื่อนำผลไปปรับปรุงแนวทางการดำเนินงาน ๕.๒ ประเมินผลการนิเทศเมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติการนิเทศตามระยะเวลาที่ต้องการใน การนำผลไปใช้ในการพัฒนา หรือในแต่ละปีการศึกษา ๕.๓ รายงานผลการนิเทศต่อผู้เกี่ยวข้อง ๕.๔ นำผลการนิเทศที่เป็นปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะไปพัฒนาการนิเทศในครั้ง ต่อไปหรือในปีการศึกษาต่อไป 3. กิจกรรมการนิเทศ กิจกรรมการนิเทศการศึกษา เป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อส่งเสริมและพัฒนาการปฏิบัติงาน ซึ่งจะ ช่วยให้การดำเนินการนิเทศบรรลุเป้าหมาย ผู้นิเทศสามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับจุดมุ่งหมายของการ นิเทศ สามารถแก้ปัญหาและความต้องการแต่ละครั้ง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดังนั้นผู้นิเทศจึงต้องมี ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกิจกรรมการนิเทศ โดยขอนำเสนอกิจกรรมการนิเทศที่สำคัญ ดังนี้
1. การบรรยาย (Lecturing) เป็นกิจกรรมที่เน้นการถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจของผู้นิเทศ ไปสู่รับการนิเทศ ใช้เพียงการพูดและการฟังเท่านั้น 2. การบรรยายโดยใช้สื่อประกอบ (Visualized Lecturing) เป็นการบรรยายที่ใช้สื่อเข้ามาช่วย เช่น สไลด์ แผนภูมิ แผนภาพ ฯลฯ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ฟังมีความสนใจมากยิ่งขึ้น 3. การบรรยายเป็นกลุ่ม (Panel presenting) เป็นกิจกรรมการให้ข้อมูลเป็นกลุ่มที่มีจุดเน้นที่ การให้ข้อมูลตามแนวความคิดหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน 4. การให้ดูภาพยนตร์หรือโทรทัศน์ (Viewing film and television) เป็นการใช้เครื่องมือที่สื่อ ทางสายตา ได้แก่ ภาพยนตร์โทรทัศน์ วิดีโอเทปเพื่อทำให้ผู้รับการนิเทศได้รับความรู้และเกิดความสนใจ มากขึ้น 5. การจัดนิทรรศการเกี่ยวกับวัสดุและเครื่องมือต่าง ๆ (Exhibiting materials and equipments) เป็นกิจกรรมที่ช่วยในการฝึกอบรมหรือเป็นกิจกรรมสำหรับงานพัฒนาสื่อต่าง ๆ 6. การสังเกตในชั้นเรียน (Observing in classroom) เป็นกิจกรรมที่ทำการสังเกตการ ปฏิบัติงานในสถานการณ์จริงของบุคลากร เพื่อวิเคราะห์สภาพการปฏิบัติงานของบุคลากร ซึ่งจะช่วยให้ ทราบจุดหรือจุดบกพร่องของบุคลากรเพื่อใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติงานและใช้ในการพัฒนา บุคลากร 7. การสาธิต (Demonstrating) เป็นกิจกรรมการให้ความรู้ที่มุ่งให้ผู้อื่นเห็นกระบวนการและ วิธีการดำเนินการ 8. การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง (Structured interviewing) เป็นกิจกรรมสัมภาษณ์ที่ กำหนดจุดประสงค์ชัดเจนเพื่อให้ได้ข้อมูลต่าง ๆ ตามต้องการ 9. การสัมภาษณ์เฉพาะเรื่อง (Focused interviewing) เป็นกิจกรรมการสัมภาษณ์แบบกึ่ง โครงสร้าง โดยจะทำการสัมภาษณ์เฉพาะโรงเรียนที่ผู้ตอบมีความสามารถจะตอบได้เท่านั้น 10. การสัมภาษณ์แบบไม่ชี้นำ (Non-directive interview) เป็นการพูดคุยและอภิปราย หรือ การแสดงแนวความคิดของบุคคลที่สนทนาด้วย ลักษณะการของการสัมภาษณ์จะสนใจกับปัญหาและ ความสนใจของผู้รับการสัมภาษณ์ 11. การอภิปราย (Discussing) เป็นกิจกรรมที่ผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศปฏิบัติร่วมกัน ซึ่ง เหมาะสมกับกลุ่มขนาดเล็ก มักใช้ร่วมกับกิจกรรมอื่น ๆ 12. การอ่าน (Reading) เป็นกิจกรรมที่ใช้มากกิจกรรมหนึ่ง สามารถใช้ได้กับคนจำนวนมาก เช่น การอ่านข้อความจากวารสารมักใช้ร่วมกับกิจกรรมอื่น 13. การวิเคราะห์ข้อมูลและการคิดคำนวณ (Analyzing and calculating) เป็นกิจกรรมที่ใช้ ในการติดตามประเมินผล การวิจัยเชิงปฏิบัติการและการควบคุมประสิทธิภาพการสอน 14. การระดมสมอง (Brainstorming) เป็นกิจกรรรมที่เกี่ยวข้องกับการเสนอแนวความคิด วิธีการแก้ปัญหาหรือใช้ข้อแนะนำต่าง ๆ โดยให้สมาชิกแต่ละคนแสดงความคิดโดยเสรี ไม่มีการวิเคราะห์ หรือวิพากษ์วิจารณ์แต่อย่างใด
15. การบันทึกวิดีโอและการถ่ายภาพ (Videotaping and photographing) วิดีโอเทปเป็น เครื่องมือที่แสดงให้เห็นรายละเอียดทั้งภาพและเสียง ส่วนการถ่ายภาพมีประโยชน์มาก ในการจัด นิทรรศการ กิจกรรมนี้มีประโยชน์ในการประเมินผลงานและการประชาสัมพันธ์ 16. การจัดทำเครื่องมือและแบบทดสอบ (Instrumenting and testing) กิจกรรมนี้เกี่ยวข้อง กับการใช้แบบทดสอบและแบบประเมินต่าง ๆ 17. การประชุมกลุ่มย่อย (Buzz session) เป็นกิจกรรมการประชุมกลุ่มเพื่ออภิปรายในหัวข้อ เรื่องที่เฉพาะเจาะจงมุ่งเน้นการปฏิสัมพันธ์ภายในกลุ่มมากที่สุด 18. การจัดทัศนศึกษา (Field trip) กิจกรรมนี้เป็นการเดินทางไปสถานที่แห่งอื่นเพื่อศึกษาดู งานที่สัมพันธ์กับงานที่ตนปฏิบัติ 19. การเยี่ยมเยียน (Intervisiting) เป็นกิจกรรมที่บุคคลหนึ่งไปเยี่ยมและสังเกตการทำงาน ของอีกบุคคลหนึ่ง 20. การแสดงบทบาทสมมติ (Role playing) เป็นกิจกรรมที่สะท้อนให้เห็นความรู้สึกนึกคิดของบุคคล กำหนดสถานการณ์ขึ้นแล้วให้ผู้ทำกิจกรรมตอบสนองหรือปฏิบัติตนเองไปตามธรรมชาติที่ควรจะเป็น 21. การเขียน (Writing) เป็นกิจกรรมที่ใช้เป็นสื่อกลางในการนิเทศเกือบทุกชนิด เช่น การ เขียนโครงการนิเทศ การบันทึกข้อมูล การเขียนรายงาน การเขียนบันทึก ฯลฯ 22. การปฏิบัติตามคำแนะนำ (Guided practice) เป็นกิจกรรมที่เน้นการปฏิบัติ ในขณะที่ ปฏิบัติมีการคอยดูแลช่วยเหลือ มักใช้กับรายบุคคลหรือกลุ่มขนาดเล็ก 23. การประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เป็นการประชุมที่เน้นให้ผู้เข้าประชุม มีความรู้ความ เข้าใจและทักษะทั้งทางด้านทฤษฎีและด้านปฏิบัติอย่างแท้จริง โดยสามารถนำไปพัฒนางานให้มีคุณภาพ 24. การศึกษาเอกสารทางวิชาการ เป็นการมอบหมายเอกสารให้ผู้รับการนิเทศ ไปศึกษา ค้นคว้าเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วนำความรู้นั้นมาถ่ายทอดให้แก่คณะครู 25. การสนทนาทางวิชาการ เป็นการประชุมครูหรือกลุ่มผู้สนใจในเรื่องราว ข่าวสารเดียวกัน โดยกำหนดให้มีผู้นำสนทนาคนหนึ่ง นำสนทนาในเรื่องที่กลุ่มสนใจ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจ แนวทางปฏิบัติงาน เทคนิควิธีการแก่คณะครูในสถานศึกษา 26. การสัมมนา เป็นการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่สนใจ เพื่อสรุป ข้อคิดเห็น และหาแนวทางในการปฏิบัติงานร่วมกัน 27. การอบรม เป็นการให้ครูเข้าศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในวิชาชีพ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ครูมีความตื่นตัว ทางวิชาการ และนำความรู้ความสามารถที่ได้จากการอบรมไปใช้พัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ 28. การให้คำปรึกษาแนะนำ เป็นการพบปะกันระหว่างผู้นิเทศกับผู้รับการนิเทศ เพื่อช่วย แก้ปัญหา ทั้งด้านส่วนตัวและการปฏิบัติงาน หรือช่วยแนะนำส่งเสริมให้การปฏิบัติงานประสบ ความสำเร็จยิ่งขึ้น การให้คำปรึกษาแนะนำดำเนินการได้ทั้งเป็นรายบุคคลและรายกลุ่ม 29. การสังเกตการสอน เป็นการจัดให้บุคคลที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการเรียนการสอนมา สังเกตพฤติกรรมการสอนของครูในขณะที่ทำการสอน เพื่อให้ครูสามารถพัฒนาหรือปรับปรุงการสอนให้ มีประสิทธิภาพ โดยใช้ข้อมูลย้อนกลับจากการสังเกตการสอนของผู้นิเทศ
ส่วนที่ ๓ แนวทางการดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง โดยกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ได้ศึกษาระเบียบและเอกสารที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการบริหารและการดำเนินการของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและ สถานศึกษาในสังกัด เพื่อให้การปฏิบัติงานของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศ การศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาประสบความสำเร็จตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยดำเนินการ ดังต่อไปนี้ 1. ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ยุทธศาสตร์นโยบาย จุดเน้นของชาติ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จังหวัดระนอง และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ระนอง 2. กำหนดแนวทางและเป้าหมายความสำเร็จ ในการทำงานของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ที่สอดคล้องกับข้อ 1 ตามภารกิจ ของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา 3. กำหนดกลไกการทำงานในการขับเคลื่อนงานในภารกิจของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ประกอบด้วย 3.1 จัดทำแผนการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา เสนอขออนุมัติจาก คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา 3.2 แต่งตั้งอนุกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลการจัดการศึกษา 3.3 สร้างเครื่องมือในการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาที่สอดคล้อง กับข้อ 1 และข้อ 2 4. สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาระนอง ผู้อำนวยการกลุ่ม/หน่วย ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา ประธาน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน หัวหน้างานวิชาการ และบุคลากรทางการศึกษาที่เกี่ยวข้อง 5. ดำเนินการตามแผนการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาที่กำหนดไว้ 6. สรุป รวบรวมข้อมูล และผลที่ได้จากการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา 7. เสนอสรุปรายงานผลการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาต่อผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง และคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา 8. รับทราบผลการดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา การ ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ และให้ข้อเสนอแนะเพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ระนอง นำไปแก้ปัญหาและปรับปรุงพัฒนาการบริหารและการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
รูปแบบการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม 5 ร เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่คณะกรรมการ ก.ต.ป.น. ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง รูปแบบการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา ภายใต้การมีส่วนร่วมกับทุก ภาคส่วน คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา (ก.ต.ป.น.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง ดำเนินการส่งเสริม สนับสนุนให้เขตพื้นที่ การศึกษาและสถานศึกษา ในการนำยุทธศาสตร์ นโยบายจุดเน้นของชาติ นโยบายสำคัญแห่งรัฐ กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาเป็นองค์ประกอบสำคัญใน การจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปี คู่มือการนิเทศ แผนการนิเทศ และ เครื่องมือการนิเทศ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล ซึ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ของงานเพื่อยกระดับคุณภาพ การศึกษา ครอบคลุมภาระงานทั้ง 4 ด้านของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาในสังกัด โดยใช้กระบวนการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม 5 ร ดังแผนภาพที่ 1 ดังนี้ แผนภาพที่ 1 รูปแบบการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม 5 ร เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ คณะกรรมการ ก.ต.ป.น. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง
จากแผนภาพที่ 1 มีการดำเนินการตามกรอบแนวคิดการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม ๕ ร เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาระนองดังนี้ ร ที่ ๑ ร่วมศึกษา คณะกรรมการ ก.ต.ป.น. ทีมบริหาร และบุคลากรทางการศึกษาทุกกลุ่ม ร่วมกันศึกษาสภาพ ปัจจุบัน/ปัญหาตามกรอบภาระงาน 4 ด้าน โดยวิเคราะห์จากการสรุป การรายงานผลการดำเนินงาน ของโครงการ/กิจกรรม และจากการนิเทศติดตามในรอบปีที่ผ่านมาว่ามีอะไรบ้างที่เป็นจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค มีอะไรบ้างที่เป็นปัญหา และสาเหตุของปัญหา มีตัวชี้วัด มาตรฐานใดบ้างที่ยังไม่ ประสบความสำเร็จตามตัวชี้วัดความสำเร็จหรือไม่ เป็นไปตามจุดเน้นของนโยบายแห่งรัฐ กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมกับศึกษาความต้องการ ของบุคลากรทางการศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนในระดับ สถานศึกษา และผู้มีส่วนได้เสีย โดยผ่านกระบวนการ PLC ร ที่ ๒ ร่วมวางแผน คณะกรรมการ ก.ต.ป.น. วางแผนการทำงานร่วมกับทีมบริหาร ศึกษานิเทศก์ บุคลากรทางการ ศึกษาผู้บริหารสถานศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยนำข้อมูลที่ได้จากการศึกษาสภาพและความต้องการมา วางแผนการทำงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ นโยบายจุดเน้นของชาติ นโยบายสำคัญแห่งรัฐ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เหมาะสมกับบริบทของเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษาในสังกัด โดยออกแบบวิธีการ/นวัตกรรม กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จเพื่อสร้างโอกาส และพัฒนาคุณภาพการศึกษา จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพ การศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปี เครื่องมือการนิเทศ คู่มือการนิเทศ ตามกรอบภาระงานทั้ง ๔ ด้าน โดยมีมติเห็นชอบในการใช้กระบวนการนิเทศ PANOR Model และแต่งตั้งอนุกรรมการ ก.ต.ป.น. ระดับ เขตพื้นที่การศึกษา ร ที่ ๓ ร่วมปฏิบัติ คณะกรรมการ ก.ต.ป.น. คณะอนุกรรมการ ก.ต.ป.น. ทีมบริหาร ศึกษานิเทศก์และบุคลากร ทางการศึกษา ลงมือปฏิบัติตามแผนที่ออกแบบไว้ ดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศ การศึกษาตามเครื่องมือการนิเทศ และแผนการนิเทศ ที่ครอบคลุมภาระงานทั้ง ๔ ด้าน โดยกำหนด กรอบการนิเทศ ๓ ระดับ ประกอบด้วย ระดับที่ ๑ ต้นน้ำ (ก่อนเปิดภาคเรียน) ระดับที่ ๒ กลางน้ำ (กลางภาคเรียน) และระดับปลายน้ำ (ก่อนสิ้นภาคเรียน) โดยการใช้กระบวนการนิเทศ PANOR Model
ร ที่ ๔ ร่วมสรุป คณะกรรมการ ก.ต.ป.น. คณะอนุกรรมการ ก.ต.ป.น. ทีมบริหาร ศึกษานิเทศก์และบุคลากร ทางการศึกษา ร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูล สังเคราะห์ผล สะท้อนผลและสรุปผลการนิเทศ ตามจุดเน้น นโยบายสำคัญแห่งรัฐ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ครอบคลุมภาระงานทั้ง 4 ด้าน ในแต่ละขั้นตอนว่าบรรลุตัวชี้วัด ความสำเร็จหรือไม่ เป็นไปตามที่วางแผนหรือไม่ เพื่อจะได้นำมาปรับปรุง/แก้ไข/พัฒนาให้ดีขึ้นไป พร้อม ทั้งสรุปผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ ทั้งในระดับเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในสังกัด เพื่อเผยแพร่ ต่อไป ร ที่ ๕ รวมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ คณะกรรมการ ก.ต.ป.น. คณะอนุกรรมการ ก.ต.ป.น. ทีมบริหาร ศึกษานิเทศก์และบุคลากร ทางการศึกษา ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ชื่นชมความสำเร็จของบุคลากรในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาในสังกัด พร้อมทั้งเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เช่น Facebook กลุ่ม PLC Supervision Ranong ผ่านเว็บไซต์กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา สพป.ระนอง http://www.nites-rn.org และผ่านเว็บไซต์ สพป.ระนอง http://www.rnedu.go.th นอกจากนี้มีการ จัดงานแสดงผลงานหรือกิจกรรมที่เป็นเลิศ ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ชื่นชมความสำเร็จร่วมกัน ประกอบด้วย ๑. ภาคเรียนที่ ๑ จัดกิจกรรม “งานสรรพศาสตร์ ตลาดนัดวิชาการ สะพานเชื่อมโยงสู่โลก อาชีพ” ๒. ภาคเรียนที่ ๒ จัดกิจกรรม “เกียรติยศศักดิ์ศรี เก่ง ดี เด็กระนอง”
ส่วนที่ 4 การติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา การติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา ของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2566 มีขั้นตอนการดำเนินงาน ดังนี้ 1. การติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา ขั้นที่ ๑ การศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหาและความต้องการ 1) การจัดทำข้อมูลสารสนเทศพื้นฐาน เพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาการดำเนินงาน 2) การนำข้อมูลสารสนเทศพื้นฐานมาวิเคราะห์ เพื่อกำหนดสภาพปัญหาและความ ต้องการในการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา 3) การสร้างการรับรู้ระหว่างผู้นิเทศติดตามและผู้รับนิเทศ ติดตาม โดยประกาศเป็น นโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 4) ระดมความคิดเพื่อกำหนดกลุ่มพื้นที่ เป้าหมาย จุดเน้นและกระบวนการการ ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา ขั้นที่ ๒ การวางแผนการนิเทศ ติดตาม ๑) การประชุมเตรียมการนิทศ ติดตามเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกันของ คณะอนุกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลการจัดการศึกษา 2) กำหนดระยะเวลาในการนิเทศ ติดตาม ตามปฏิทินการปฏิบัติงาน ขั้นที่ ๓ การสร้างสื่อและเครื่องมือนิเทศ ติดตาม 1) จัดทำแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2) สร้างสื่อและเครื่องมือการนิเทศ ติดตาม ขั้นที่ ๔ การปฏิบัติการนิเทศ ติดตาม 1) นิเทศ ติดตาม ตามปฏิทินการปฏิบัติงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2) การสะท้อนผลการนิเทศติดตาม โดยร่วมกันพิจารณาข้อมูลและการสะท้อนผลการ ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลการจัดการศึกษา ตามประเด็นของการนิเทศติดตาม ขั้นตอนที่ ๕ สรุปและรายงานผล สรุปและรายงานผลกรดำเนินงาน จากแบบบันทึก และแบบสรุปผลการนิเทศ ติดตาม การพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ต่อคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบประเมินผล และนิเทศ การศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา