การพัฒนาความสามารถการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้เกม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ นางสาวหนึ่งนภา อินทรสูต ครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านวังบัว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต ๒ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
คำนำ ภาษาอังกฤษถือว่ามีความสำคัญอย่างมากซึ่งประเทศไทยได้จัดให้มีการเรียนการสอนวิชา ภาษาอังกฤษตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับอุดมศึกษา โดยในปัจจุบันพบว่าปัญหาพื้นฐานของการเรียน ภาษาอังกฤษทั้งสี่ทักษะคือ ปัญหาคำศัพท์ เนื่องจากความรู้ด้านคำศัพท์ไม่เพียงพอ เป็นสาเหตุสำคัญประการ หนึ่งที่ทำให้นักเรียนไม่ประสบความสำเร็จในการเรียนภาษาอังกฤษในโรงเรียนไม่ว่าจะเป็นทักษะ การฟัง พูด อ่าน และเขียน ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญและจำเป็นที่นักเรียนจะต้องมีพื้นฐานเกี่ยวกับคำศัพท์ จึงจะสามารถเรียน ภาษาได้ดี จึงเป็นที่ยอมรับว่า “คำศัพท์” เป็นหัวใจสำคัญในการศึกษาภาษาอย่างหนึ่งการจัดกิจกรรมการ เรียนร็โดยใช่กิจกรรมเกมต่าง ๆ มาใช้ในขั้นกิจกรรมการเรียนการสอน คือ กิจกรรมหลังการนำเสนอคำศัพท์ ใหม่ให้นักเรียนไปแล้ว เป็นการนำคำศัพท์นั้น ๆ มาทบทวนให้นักเรียนโดยใช้เกม ซึ่งเกมที่ผู้สอนใช้นั้น มีทั้งหมด ๔ เกม คือ เกม Bang Bang , เกมสร้างคำศัพท์, Slap the board และ เกม Word search ซึ่งสามารถประเมินผลโดยการใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์การเขียนสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอกสารฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ทำการศึกษาต่อไป หนึ่งนภา อินทรสูต
สารบัญ เรื่อง หน้า ส่วนที่ ๑ ส่วนนำ ๑ ความเป็นมาและความสำคัญ ๑ วัตถุประสงค์ ๒ กลุ่มเป้าหมาย ๒ ขอบเขตการดำเนินงาน ๒ ส่วนที่ ๒ แนวคิดและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ๓ ส่วนที่ ๓ วิธีการดำเนินงาน ๙ การออกแบบนวัตกรรม ๙ การใช้นวัตกรรม ๑๒ ส่วนที่ ๔ ผลการใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ๑๘ ส่วนที่ ๕ สรุปผลการดำเนินงาน ๒๐ บรรณานุกรม ภาคผนวก ภาพการกิจกรรมการเรียนรู้ และคลิปการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน แผนการจัดการเรียนรู้
1 ส่วนที่ ๑ บทนำ ๑.๑ ความเป็นมาและความสำคัญ ภาษาอังกฤษถือว่ามีความสำคัญอย่างมากซึ่งประเทศไทยได้จัดให้มีการเรียนการสอนวิชา ภาษาอังกฤษตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับอุดมศึกษา โดยในปัจจุบันพบว่าปัญหาพื้นฐานของการเรียน ภาษาอังกฤษทั้งสี่ทักษะคือ ปัญหาคำศัพท์ เนื่องจากความรู้ด้านคำศัพท์ไม่เพียงพอ เป็นสาเหตุสำคัญประการ หนึ่งที่ทำให้นักเรียนไม่ประสบความสำเร็จในการเรียนภาษาอังกฤษในโรงเรียนไม่ว่าจะเป็นทักษะ การฟัง พูด อ่าน และเขียน ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญและจำเป็นที่นักเรียนจะต้องมีพื้นฐานเกี่ยวกับคำศัพท์ จึงจะสามารถเรียน ภาษาได้ดี จึงเป็นที่ยอมรับว่า “คำศัพท์” เป็นหัวใจสำคัญในการศึกษาภาษาอย่างหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การสอนคำศัพท์ในประเทศไทยนั้น ยังได้รับความสนใจน้อย และการละเลยในด้าน การสอน จึงได้ก่อให้เกิดปัญหาแก่นักเรียนไทยในการสอนหลายด้าน ดังนั้นภาษาอังกฤษจึงเป็นส่วนหนึ่งของ หลายๆกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และในการที่จะใช้ภาษาอังกฤษได้ดีนั้น ผู้เรียนต้องฝึกฝนทั้งทักษะการพูด การฟัง การอ่าน และการเขียนโดยเชื่อมโยงกับการนำไปใช้ได้จริงและในทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษทั้งหมด ทักษะการเขียนเป็นทักษะที่สำคัญอย่างหนึ่งต่อการเรียนภาษาเพราะ การเขียนเป็นกระบวนการที่ต้องฝึกฝน อย่างมีระบบ เมื่อศึกษาถึงสาเหตุของปัญหาดังกล่าวพบว่า นักเรียนมีปัญหาอยู่หลายด้านด้วยกัน แต่ที่ชัดเจนที่สุด คือ การเขียนสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษไม่ได้ของนักเรียน ซึ่งมีสาเหตุมาจากการการนำตัวอักษรมาประสมเป็น คำไม่เป็นและไม่มีสื่อที่สามารถดึงดูดความสนใจให้นักเรียนเขียนได้ ทำให้นักเรียนส่วนหนึ่งขาดทักษะการเขียน ภาษาอังกฤษ และยังไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่ควร เพราะเวลาการเรียนการสอนนั้นมีจำกัด และนักเรียนก็มี จำนวนมากจึงทำให้ไม่เพียงพอต่อการให้นักเรียนฝึกฝนได้ครบทุกคน ผู้สอนได้ปฏิบัติการสอนในรายวิชา อ ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษพื้นฐานของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนบ้านวังบัว ปรากฏว่ามีนักเรียนจำนวนหนึ่งประสบปัญหาการเขียนสะกดคำศัพท์ไม่ได้ ทำให้ทราบว่า นักเรียนขาดทักษะทางด้านการเขียนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเมื่อผู้สอนให้นักเรียนเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ นักเรียนไม่สามารถนำตัวอักษรต่าง ๆ มาประสมเป็นคำนั้น ๆ ได้ ดังนั้น จากการศึกษาข้างต้นทำให้ผู้สอนมี ความสนใจที่จะนำเกมต่าง ๆ มาเพื่อพัฒนาทักษะการเขียนคำศัพท์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ โดยผู้สอนจะนำกิจกรรมเกมต่าง ๆ มาใช้ในขั้นกิจกรรมการเรียนการสอน คือ กิจกรรมหลังการนำเสนอคำศัพท์ ใหม่ให้นักเรียนไปแล้ว ผู้สอนจะนำคำศัพท์นั้น ๆ มาทบทวนให้นักเรียนโดยใช้เกม ซึ่งเกมที่ผู้สอนใช้นั้น มีทั้งหมด ๔ เกม คือ เกม Bang Bang , เกมสร้างคำศัพท์, Slap the board และ เกม Word search ซึ่งสามารถประเมินผลโดยการใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์การเรียน
2 ๑.๒ วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อเปรียบเทียบค่าร้อยละความก้าวหน้าของความสามารถการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ระหว่างก่อนและหลังการใช้เกมโดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ๒. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกม ๑.๓ กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ จำนวน ๒๑ คน ๑.๔ ขอบเขตการดำเนินงาน ๑. ขอบเขตด้านเนื้อหา หน่วยการเรียนรู้เรื่อง My house , My home - แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง Talk in about my house. ๒. ขอบเขตด้านเวลา - ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ระหว่างเดือน มกราคม ถึง กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ระยะเวลา ๒ ชั่วโมงต่อสัปดาห์รวมทั้งสิ้น ๔ สัปดาห์
3 ส่วนที่ ๒ แนวคิดและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้กรอบความคิดในการวิจัย ผู้สอนได้ศึกษาค้นคว้าเอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องโดยนำเสนอ ผลการศึกษาตามลำดับดังนี้ ๑. เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเขียนสะกดคำศัพท์ ผู้สอนได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลและทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับการเขียนสะกดคำ ประกอบไปด้วย ประเด็นดังต่อไปนี้ ความหมายของการเขียนสะกดคำความสำคัญของการเขียนสะกดคำศัพท์จุดมุ่งหมายของ การเขียนสะกดคำหลักการเขียนสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยมีนักการศึกษาได้ให้ข้อมูลไว้ดังนี้ ความหมายของการเขียนสะกดคำศัพท์ สุกัญญา ศรีณะพรหม (๒๕๔๑: ๑๙) ได้กล่าวว่า การเขียนสะกดคำเป็นการจำตัวอักษรตาม ความหมายของรูปคำนั้น ๆ เมื่อออกเสียงเป็นคำ ๆ หนึ่งที่เข้าใจความหมายของคำศัพท์นั้นร่วมกัน ณัฐชา เรืองเกษม (๒๕๔๗: ๒๕) ได้กล่าวว่า การเขียนสะกดคำเป็นเรื่องเกี่ยวกับการกำหนดตัวอักษร หรือสัญลักษณ์แทนเสียง ซึ่งจะช่วยให้ผู้เขียนสามารถถ่ายทอดความคิดของตนเองออกมาเป็นตัวหนังสือ และ ให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ตรงตามจุดมุ่งหมายที่ผู้เขียนต้องการ กล่าวโดยสรุป การเขียนสะกดคำ นั้นผู้เรียนต้องสามารถจำตัวอักษรตามความหมายของรูปนั้น ๆได้ และสามารถถ่ายทอดความคิดของตนเองออกมาเป็นตัวหนังสือ อีกทั้งสามารถเรียงพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ ได้อย่างถูกต้อง ความสำคัญของการเขียนสะกดคำศัพท์ ประเทิน มหาขันธ์ (๒๕๑๙: ๖๑) ให้ความเห็นเกี่ยวกับการเขียนสะกดคำไว้ว่า การสะกดคำมี ความสำคัญที่สุดในการสื่อสารโดยวิธีการเขียน ทั้งนี้เพราะทำให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจความหมายที่ถูกต้องจาก เรื่องราวต่าง ๆ ยุพดี พูลเวชประชาสุข (๒๕๒๕: ๕) ให้ความเห็นเกี่ยวกับความสำคัญของการเขียนสะกดคำสอดคล้อง กับ ประเทิน มหาขันธ์ ว่า การสอนเขียนสะกดคำเป็นแนวทางที่จะนำไปสู่การเขียนหนังสือได้ถูกต้อง ณัฐชา เรืองเกษม (๒๕๔๗: ๒๖) ให้ความเห็นเกี่ยวกับความสำคัญของการเขียนสะกดคำไว้ว่า การ เขียนสะกดคำมีความสำคัญที่สุดในการสื่อความหมายด้วยวิธีการเขียน การเขียนผิดก็เหมือนกับการพูดผิด ความหมายของคำก็จะเปลี่ยนไปและประสิทธิภาพของการเขียนก็จะลดลง แต่ถ้าหากเขียนสะกดคำได้ถูกต้องก็ จะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจข้อความได้อย่างถูกต้อง กล่าวโดยสรุปได้ว่า การเขียนสะกดคำ มีความสำคัญเป็นอย่างมาก หากเขียนสะกดคำถูกต้อง ผู้อ่านก็ จะเข้าใจความหมายได้อย่างถูกต้อง ในทางกลับกัน หากเขียนสะกดคำผิด ก็จะทำให้ผู้อ่านเข้าใจความหมายผิด ไปด้วย การสะกดคำจึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นต่อการเรียนภาษา
4 จุดมุ่งหมายของการเขียนสะกดคำ บุญปก อ่อนเผ่า (๒๕๒๖: ๑๑-๑๒) ได้สรุปจุดมุ่งหมายของการเขียนสะกดคำไว้ ดังนี้ มุ่งให้นักเรียนรู้จักการเขียนสะกดคำครูจะต้องให้นักเรียนมีทักษะการใช้คำและจำเป็นต้องมีสิ่งเร้าให้ นักเรียนเกิดความสนใจในการเขียนสะกดคำศัพท์ ช่วยให้นักเรียนคุ้นเคยกับรูปคำเพื่อให้นักเรียนรู้จักคำในวง กว้างขึ้น อีกทั้งมีความสามารถที่จะเขียนสะกดคำได้ถูกต้องนักเรียนจะต้องเรียนรู้คำสามารถจัดรูปของคำ จำ ลำดับอักษรได้จึงจะสามารถเขียนสะกดคำได้ถูกต้อง รองรัตน์ อิศรภักดี และเทือกกุสุมา ณ อยุธยา (๒๕๓๖: ๑๒๑) ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการเขียนสะกด คำศัพท์ไว้ว่า การสอนสะกดคำเป็นสิ่งสำคัญ และจำเป็นในการวางรากฐานของการเรียนการสอนสะกดคำ มี จุดมุ่งหมายดังนี้ คือ ๑. ช่วยให้นักเรียนรู้จักคำต่างๆ ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยให้เด็กเขียนเป็นเรื่องราวต่างๆได้ ๒. ช่วยให้เด็กรู้จักสะกดคำต่างๆได้ถูกต้อง ๓. ช่วยส่งเสริมให้เด็กรู้จักใช้คำต่างๆได้กว้างขวางขึ้น ๔. ช่วยให้เด็กค้นคว้าและคิดหาคำใหม่ๆตามที่เด็กต้องการ กล่าวโดยสรุป จุดมุ่งหมายของการเขียนสะกดคำ คือ นักเรียนต้องรู้จักรูปคำและรู้จักการเขียนสะกด คำและสามารถเรียงพยัญชนะและสระได้อย่างถูกต้อง หลักการเขียนสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษ พิตรวัลย์ โกวิทวที (๒๕๒๕: ๗๘-๘๑) ได้เสนอแนวคิดว่า การสอนสะกดคำ ครูควรจะสอนให้นักเรียน รู้จักวิธีการสะกดคำอย่างมีหลักเกณฑ์ มีเหตุผล รู้จักใช้การสังเกตมาเป็นเครื่องช่วยในกรสะกดคำ โดย เสนอแนะไว้ดังนี้ 1. ให้นักเรียนออกเสียงเป็นจังหวะแทนการออกเสียงที่สะกดติดกันไป ใช้น้ำเสียงเน้นหนักมีชีวิตชีวา เหมือนกันเวลาร้องเพลงเชียร์กีฬา ในคำหนึ่งๆ ครูอาจช่วยนักเรียนแบ่งช่วงของการสะกดคำออก เช่น teacher นักเรียนจะออกเสียงดังนี้ tea-ch-er teacher แทนการสะกดคำ 2. ฝึกให้รู้จักสังเกต รู้จักเปรียบเทียบ โดยนำเอาความรู้เรื่องการสะกดคำจากคำที่เรียนไปแล้วมา เปรียบเทียบคำใหม่ดูว่ามีตัวสะกดที่คล้ายกันหรือเหมือนกันอย่างไร จะช่วยให้นักเรียนจำคำใหม่ ได้รวดเร็วและแม่นยำ เช่น คำที่เรียนมาแล้ว คำใหม่ ear year, dear, hear cake make drink think ในการสอนทุกครั้งถ้าครูสามารถแนะให้นักเรียนใช้ความสังเกตเรื่องการสะกดคำได้เมื่อไรจะต้อง แนะนำทันทีไม่ควรจะสอนเพียงแต่บอกว่าคำ ๆ นั้นสะกดอย่างไร ๓. บวกลบตัวอักษร เช่น บวกด้วย e ลบด้วย h บวกด้วย a = tea เป็นต้น
5 ๔. เรียงตัวอักษรให้เป็นคำ เช่น tsdneit= dentist, mhorte= mother เป็นต้น ๕. นำเอาส่วนของคำไม่สมบูรณ์มารวมกันให้เป็นคำที่ถูกต้อง pa cher = paper mon key = monkey chic per = chicken tea ken = teacher ๖. นำส่วนของคำและภาพรวมกันโดยที่นักเรียนเคยเรียนส่วนของคำนั้น ๆแล้วหรือรู้ความหมายจากภาพนั้น ๆ แล้ว เช่น wo + กล่าวโดยสรุปได้ว่า หลักการเขียนสะกดคำนั้น จะต้องรู้จักสังเกต รู้จักเปรียบเทียบคำใหม่กับคำเก่าที่มี ลักษณะการเขียนที่คล้ายคลึงกัน จะทำให้จดจำได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้นไปอีก ๒. เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้เกมเพื่อพัฒนาทักษะการเขียน ผู้สอนได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลและทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับการการใช้เกมเพื่อพัฒนาทักษะการเขียน ประกอบไปด้วยประเด็นดังต่อไปนี้ ความหมายของเกมส์ ความสำคัญของการใช้เกมส์ประเภทของเกมเพื่อ พัฒนาทักษะการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษหลักการใช้เกมในการสอนซึ่งมีนักการศึกษาให้ข้อมูลไว้ดังนี้ ความหมายของเกม ชลิยา ลิมปิยากร (๒๕๓๖: ๑๙๑) ให้ความหมายของเกมไว้ว่า เป็นกิจกรรมการเล่นที่ผู้เล่นพยายาม เล่นให้บรรลุเป้าหมาย ภายใต้กติกาของกฎเกณฑ์ที่กำหนดให้ โดยมีจุดประสงค์เฉพาะเพื่อพัฒนานักเรียนไปสู่ จุดประสงค์นั้นๆ เช่น พัฒนาทักษะทางกาย เพื่อพัฒนาการคิด และเพื่อพัฒนาทางอารมณ์ เป็นต้น ดอบสัน (Dobson. ๑๙๙๘: ๙ – ๑๗) ให้ความหมายของเกมไว้ว่า เกม หมายถึง กิจกรรมที่สนุกสนาน มีกฎเกณฑ์ กติกา กิจกรรมที่เล่น มีทั้ง เกมเงียบ (Passive Games) หรือเกมที่เล่นไม่ต้องเคลื่อนที่ และเกมที่ใช้ ความว่องไว (Active Games) หรือเกมที่ต้องเคลื่อนไหว เกมเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความว่องไว ความแข็งแรง การ เล่นเกมมีทั้งเล่นคนเดียว สองคน หรือเล่นเป็นกลุ่ม บางเกมก็กระตุ้นการทำงานของร่างกายและสมอง บางเกม ก็ฝึกทักษะบางส่วนของร่างกายและจิตใจ กรมวิชาการ (๒๕๔๖: ๓๔) ให้ความหมายของเกมไว้ว่า เป็นกิจกรรมที่มีคุณค่าในการสร้างความ สนุกสนาน เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ให้แก่นักเรียนได้เป็นอย่างดี เกมเป็นกิจกรรมพิเศษที่สำคัญ ซึ่งคุณครูสอน ภาษาจะนำมาสอนในชั่วโมงเรียนหรือนอกชั่วโมงได้ดี เช่นเดียวกับเพลง คุณครูควรเลือกหรือดัดแปลงให้ เหมาะสมกับวัยและระดับชั้นของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความยากง่ายของคำศัพท์ ไวยากรณ์ที่ใช้และวิธีการเล่น กล่าวโดยสรุปได้ว่า เกม หมายถึง กิจกรรมที่สร้างความสนุกสนาน ผ่อนคลาย และสร้างความรู้ให้แก่ผู้ เล่นได้ในเวลาเดียวกันซึ่งเกมส์มีหลายประเภทยกตัวอย่างเช่น เกมเงียบ (Passive Games) หรือเกมที่เล่นไม่ ต้องเคลื่อนที่ และเกมที่ใช้ความว่องไว (Active Games) หรือเกมที่ต้องเคลื่อนไหว แต่จะต้องมีกติกากำหนดไว้ รูปผู้ชาย
6 โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนานักเรียนในด้านใดด้านหนึ่งซึ่งเกมส์นั้นสามารถดึงสมรรถภาพของผู้เรียนให้เด่น ออกมาได้รวมทั้งสามารถทดสอบเด็กได้อีกด้วย ความสำคัญของการใช้เกม ครูแชงค์ (Cruickshank. ๑๙๙๙: ๒๘ – ๓๒) กล่าวถึงความสำคัญของการใช้เกมประกอบการสอน ดังนี้ ๑. ช่วยพัฒนาทักษะทางการเรียนของเด็ก ๆ ๒. เป็นการทบทวนวิชาที่เรียนไปแล้ว ๓. เป็นการเพิ่มพูนทักษะที่ดีแก่ผู้เล่นทีละน้อยด้วยตัวของเขาเอง ๔. ช่วยเสริมการสอนของครูให้น่าสนใจยิ่งขึ้น และช่วยแก้ไขปัญหาการเรียนการสอนที่น่าเบื่อ นิตยา ฤทธิ์โยธี (๒๕๔๐: ๖) กล่าวว่า ความสำคัญของการใช้เกมช่วยให้บรรยากาศในการเรียน การ สอนเป็นไปอย่างมีชีวิตชีวา สร้างความเป็นกันเอง ระหว่างครูและนักเรียนได้มากขึ้น กล่าวสรุปได้ว่า การใช้เกมในการพัฒนาทักษะ ช่วยให้บรรยากาศในการเรียนผ่อนคลาย ไม่เครียด อีก ทั้งได้ความรู้ที่หลากหลายไปในตัว ซึ่งที่ความสำคัญต้องรู้จักใช้ในเหมาะสมกับเวลา โอกาสและสถานที่ รวมถึง ความสามารถของนักเรียนเกมส์ยังสามารถใช้ในการประกอบการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเภทของเกมเพื่อพัฒนาทักษะการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ บำรุง โตรัตน์ (๒๕๒๕: ๑๔๘) ได้แบ่งประเภทเกมในการสอนภาษาออกเป็น ๒ ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้ 1. เกมเฉื่อย (Passive Game) หมายถึง เกมที่ผู้เล่นหรือนักเรียนไม่ต้องเคลื่อนที่ หรือ เคลื่อนไหวส่วนของร่างกายมากนักและเป็นกิจกรรมที่เล่นแล้วไม่ต้องส่งเสียดังมาก 2. เกมเคลื่อนไหว (Active Game) หมายถึง เกมที่ผู้เล่นหรือนักเรียนต้องใช้ความ เคลื่อนไหวของร่างกายมากกว่า นักเรียนอาจจะต้องเคลื่อนที่ไปรอบๆห้องเรียนหรือ บางครั้ง นักเรียนอาจต้องออกเสียงหรือส่งเสียงดัง วรรณพร ศิลาขาว (๒๕๔๐: ๑๖๐) เกมที่ใช้ประกอบการสอนมีลักษณะดังนี้ ๑. ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมตัวล่วงหน้า ๒. เล่นได้ง่ายแต่เป็นการส่งเสริมความเฉลียวฉลาด ๓. สั้น และสามารถนำไปแทรกในบทเรียนได้ ๔. ทำให้นักเรียนได้รับความสนุกสนาน แต่ครูก็ยังควบคุมชั้นได้ ๕. ถ้ามีการเขียนตอบในตอนหลังก็ไม่ต้องเสียเวลาตรวจแก้ วิไลพร ธนสุวรรณ (๒๕๓๑ หน้า ๑-๕) ได้สรุปไว้ว่า เนื่องจากการเรียนการสอนภาษาอังกฤษใน ปัจจุบันได้มีการเรียนเปลี่ยนการสอนและวิธีการสอน ที่เห็นได้ชัดเจนคือ จากที่เน้นการเรียนการสอนที่เป็น แบบการเรียนรู้กฎเกณฑ์ของภาษาเปลี่ยนมาเป็นการเรียนรู้เพื่อการสื่อสาร ดังนั้นเกมภาษาจึงแยกออกได้เป็น ๒ ประเภท ดังนี้
7 ๑. Communicative Games เกมประเภทนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เรียนได้สื่อสาร สนทนา แลกเปลี่ยน หรือปรุงแต่งข้อมูล โดยใช้โครงสร้าง ภาษา หรือคาศัพท์ที่กำหนดให้ ๒. Non – communicative Games เป็นเกมที่สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนได้รับความสนุกสนานคลาย เครียดจากบทเรียนประจาวัน ส่วนใหญ่จะเน้นในรูปของการแข่งขัน มีผู้แพ้ ผู้ชนะ สังเวียน สฤษดิกุล (๒๕๔๑ : ๓๑๕) ได้แบ่งเกมที่ใช้ในการสอนเป็น ๗ ชนิด ดังนี้ ๑. เกมตัวเลข (Number Games) เป็นเกมที่เกี่ยวกับการฝึกนับตัวเลขและจำนวน ๒. เกมสะกดคำ (Spelling Games) เป็นเกมเกี่ยวกับการสะกดคำ สอนคำศัพท์หรือเรียงอักษร ภาษาอังกฤษ ๓. เกมคำศัพท์ (Vocabulary Games) เป็นเกมคำศัพท์อังกฤษ ๔. เกมฝึกสร้างประโยค (Structure Practice Games) เป็นเกมฝึกสร้างประโยคและการพูดที่ถูกต้อง ๕. เกมออกเสียงคำ Pronunciation Games เป็นเกมฝึกการออกเสียงของคำต่างๆ ๖. เกมจังหวะ (Rhyming Games) เป็นเกมฝึกการออกเสียงของคำต่างๆ ลักษณะสัมผัสเสียง ๗. เกมมผสมผสาน (Miscellaneous Games) เป็นเกมการฝึกผสมผสานกันหลายแบบ ครูเลือกฝึก ตามที่เห็นว่าเหมาะสมกับวัยและระดับนักเรียน คณะนักวิชาการบริษัทนานมีบุ๊คส์ (๒๕๔๓: ๑๕) ได้แบ่งชนิดของเกมฝึกภาษาที่ใช้ในระดับ ประถมศึกษาเป็น ๗ ชนิด ดังนี้ ๑. Alphabet Game เป็นเกมฝึกตัวอักษร ๒. Pronunciation Game เป็นเกมการฝึกการออกเสียง ๓. Listening and Speaking Games เป็นเกมการฝึกการฟัง และการพูด ๔. Vocabulary Game เป็นเกมฝึกคำศัพท์ ๕. Spelling Game เป็นเกมฝึกการสะกดคำ ๖. Structure Practice Game เป็นเกมฝึกไวยากรณ์ ๗. Reading Game เป็นเกมฝึกการอ่าน กล่าวโดยสรุปได้ว่า ประเภทของเกมในการสอนภาษานั้นแบ่งได้หลายประเภท ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมาย และเนื้อหาของเกมที่จะนำไปใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้จัดทำใช้เกมส์ Bingo ในการสอนเนื่องจากทางโรงเรียนจะมี การแข่งขันเกมส์ bingo ในกิจกรรมสัปดาห์ภาษาต่างประเทศบ่อยครั้งและเป็นเวลาทุกๆปี ดังนั้นผู้วิจัยจึงเลือก เกมส์นี้เนื่องจากนักเรียนมีความคุ้นชินและเข้าใจกติกาเป็นอย่างดีง่ายต่อการเรียนรู้ ๓. ทฤษฎีแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร การสอนภาษาต่างประเทศในระยะเวลาที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ว่ามีวิธีการสอนที่แตกต่างหลาก หลาย ตามหลักแนวคิดพื้นฐานและวิธีการสอนภาษาที่แตกต่างกันออกไป ตามแต่ที่นักภาษาศาสตร์และครูผู้สอนจะ คิดค้นขึ้นเพื่อใช้ในการสอน หรือเพื่อปรับปรุงการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งในประมาณปี ค.ศ. ๑๙๗๐ การสอนภาษาอังกฤษตามแนวทางการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศอังกฤษ
8 เนื่องจากเป็นแนวทางการสอนที่เน้นในเรื่องการสื่อสารตามสถานการณ์ในการใช้ภาษาจริงๆ มากกว่าการที่จะ เน้นการสอนที่รูปแบบหรือโครงสร้างของภาษาเท่านั้น Widdowson (๑๙๗๘) อ้างใน Larsen-Freeman (๒๐๐๐: ๑๒๑) ได้กล่าวไว้ว่าในช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงโดยการนำแนวทางการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร มาใช้นั้นมีเหตุผลมาจากการที่ผู้เรียนสามารถผลิตประโยคที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ในชั้นเรียนได้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะนำความรู้ทางตัวภาษาที่ได้เรียนนั้นไปใช้ในสถานการณ์จริงได้อย่างเหมาะสมถูกต้องตาม ปริบท ที่เป็นเช่นนี้เนื่องมากจากการรู้ถึงกฎในตัวภาษาของผู้เรียนนั้นยังไม่เพียงพอแต่การใช้ภาษาใน สถานการณ์จริงๆ นั่นเอง การสอนภาษาเพื่อการสื่อสารจะมุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ทางภาษาที่มีไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ซึ่งนอกจากที่ผู้เรียนต้องมีความรู้ในเรื่องไวยากรณ์ภาษาแล้วผู้เรียนยังต้องมีความรู้ในสิ่งที่อยู่ นอกเหนือตัวภาษา เช่น บทบาทของแต่ละคนทางสังคม เจตนาในการสื่อสารของผู้พูดและผู้ฟัง เป็นต้น (กนก มนต์ คงสะอาด ๒๕๓๓ : ๖) Littlewood (๑๙๘๑:๑๗) กล่าวว่าการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารนั้นควรเน้นเรื่องหน้าที่ ของภาษามากกว่าเรื่องรูปแบบของภาษา คือการเรียนภาษาไม่ได้หมายถึงการเรียนในส่วนของไวยากรณ์เท่านั้น หากแต่ผู้เรียนต้องมีความสามารถในการที่จะต้องสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้อีกด้วย Hymes (๑๙๘๑:๑๙) กล่าวว่าความสามารถในการใช้ภาษานั้นต้องอาศัยการตีความที่ ถูกต้องเหมาะสมเมื่อมีปฎิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นๆ ในสังคม และสามารถรู้ได้ว่าเมื่อไรควรพูด และควรพูดอะไร กับใคร เมื่อไร ที่ไหน และควรมีลักษณะอย่างไร ซึ่งสอดคล้องกับกระบวนการในการเรียนการสอนภาษาเพื่อ การสื่อสาร นั่นเอง จากแนวคิดข้างต้นสรุปได้ว่าการสอนภาษาตามแนวทางการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารนั่นเน้นถึงการใช้ ภาษาของผู้เรียนมากกว่าเน้นถึงหลักเกณฑ์การใช้ภาษา อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับความคล่องแคล่วในการใช้ ภาษาและความถูกต้องอีกด้วย ดังนั้นการเรียนการสอนแนวนี้จะต้องเน้นการทำกิจกรรมเพื่อการฝึกฝนการใช้ ภาษาให้ใกล้เคียงสถานการณ์จริงมากที่สุด เช่นมีการสร้างสถานการณ์ให้ผู้เรียนได้สนทนาโต้ตอบกันเป็นคู่ กลุ่ม ย่อย กลุ่มใหญ่ มีการสวมบทบาท การเล่นเกมส์ เป็นต้น และการที่ผู้เรียนจะสามารถใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร นั้น ผู้เรียนต้องมีทักษะความสามารถทั้ง ๔ ด้าน นั่นคือความสามารถในด้านกฎเกณฑ์ไวยากรณ์ ความสามารถ ด้านภาษาศาสตร์เชิงสังคม ความสามารถด้านความสัมพันธ์ของข้อความ และ ความสามารถด้านการใช้กลวิธี ในการสื่อความหมาย
9 ส่วนที่ ๓ วิธีการดำเนินงาน ๓.๑ การออกแบบนวัตกรรม / พัฒนานวัตกรรม การพัฒนาทักษะการเขียนสะกดคำโดยใช้เกม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ กิจกรรมเกมที่นำ มาใช้ในขั้นกิจกรรมการเรียนการสอน ที่ผู้สอนใช้นั้น ประกอบด้วย ๔ เกม ดังนี้ เกม Bang Bang , เกม word mix up , Slap the board และ เกม Word search ซึ่งมีขั้นตอนในการพัฒนากระบวนการในกิจกรรมของ แต่ละเกมดังนี้ ๑. ศึกษาเอกสารและบทความที่เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเกมที่ใช้การพัฒนาทักษะการเขียน ภาษาอังกฤษที่สอดคล้องกับการจัดกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ ๒. คัดเลือกเกมที่มีกระบวนการเล่นที่สอดคล้องกันมาผสมผสานวิธีการเล่น สามารถผสมผสานจนเกิด เกมใหม่ดังนี้ ๑. BANG BANG GAME มีวิธีการจัดกิจกรรมดังนี้ ๑. คุณครูเตรียมภาพที่สื่อถึงคำศัพท์เป้าหมายไว้ ๒. นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม ๆ แข่งกันทีละ 2 กลุ่ม ยืนเข้าแถวเรียงหนึ่งหน้าชั้นเรียน ยืน ประจันหน้ากัน ๓. ครูแสดงภาพคำศัพท์ นักเรียนหัวแถวบอกคำศัพท์จากภาพ แล้วพูดคำว่า Bang Bang! พร้อม ท่ายิงปืนประกอบ ยิงไปที่ฝั่งตรงข้าม ๔. ทีมที่พูดคำศัพท์ได้ถูกต้องก่อน และยิงได้ก่อนก็จะชนะในคำนั้นไป ส่วนหัวแถวอีกฝั่งที่โดนยิง ก็ต้องออกจากเกมไป ให้คนถัดไปมาทายคำศัพท์แทน ๕. ทำซ้ำขั้นตอนที่แล้วจนกว่าทีมใดทีมหนึ่งจะหมดผู้เล่น ทีมที่เหลืออยู่ก็จะเป็นผู้ชนะ
10 ๒. Word Mix up มีวิธีการจัดกิจกรรมดังนี้ ๑. นักเรียนจับคู่ และรับกระดานไวท์บอร์ด ปากกาเคมี คู่ละ 1 ชุด ๒. ครูเขียนคำศัพท์แบบไม่เรียงตัวอักษร ติดที่กระดานใหญ่ จับเวลา ๓ นาที ๓. นักเรียนแต่ละคู่ช่วยกันระดมสมอง เรียงตัวอักษรให้เป็นคำศัพท์ที่มีความหมาย ๔. ครูนับ One Two Show นักเรียนโชว์กระดานที่เขียนคำศัพท์ของตนเองให้ครูตรวจสอบ ๕. นักเรียนคู่ใดเขียนได้ถูกต้อง ได้รับ ๑ คะแนน
11 ๓. Slap the board มีวิธีการจัดกิจกรรมดังนี้ ๑. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๖-๑๐ คน จากนั้นครูติดกระดาษคำศัพท์ต่างๆบน กระดาน หรือ หากไม่มีกระดาษ ครูก็สามารถเขียนคำศัพท์บนกระดานแทนก็ได้ ๒. นักเรียนทุกคนอ่านคำศัพท์บนกระดาน เพื่อให้นักเรียนเกิดความรู้และทักษะการอ่าน คำศัพท์ทุกคำ ๓. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มยืนแถวตอนลึก โดยที่นักเรียนคนแรกจะได้รับไม้ตีกระดาน (ไม้ตี ยุง) เพื่อเป็นอุปกรณ์ในการตีคำศัพท์ ๔. กรณีที่ ๑ ในกรณีที่เป็นนักเรียนที่กำลังเรียนด้านคำศัพท์ครูสามารถอ่านคำศัพท์บน กระดานแล้วให้นักเรียนวิ่งไปตีคำศัพท์คำนั้นได้เลย กรณีที่ ๒ ในกรณีที่นักเรียนมีทักษะด้านการอ่านคำศัพท์และทักษะทางด้านการเรียน ภาษาอังกฤษได้ดี ครูสามารถอ่านบทความเช่น Who am I? หรือการอธิบายคำศัพท์ต่างๆ แล้วให้ นักเรียนหาคำตอบบนกระดานได้เช่นกัน ๖. นักเรียนที่ตีคำศัพท์บนกระดานได้ถูกต้องก่อนเพื่อน จะเป็นผู้ชนะ
12 ๔. เกม Word search มีวิธีการจัดกิจกรรมดังนี้ ๑. ครูแจกแผ่นเกม Word search ให้นักเรียนคนละ ๑ แผ่น ๒. ครูออกเสียงคำศัพท์ พร้อมอธิบายความหมายของคำศัพท์ ๓. นักเรียนค้นหาคำศัพท์จากตาราง Word search วงล้อมรอบคำศัพท์ และเขียนเลขลำดับของคำ ๔. นักเรียนที่สามารถวงล้อมรอบคำ และ เขียนลำดับได้ถูกต้อง มากที่สุดเป็นผู้ชนะ ๓.๒ การใช้นวัตกรรม การพัฒนาทักษะการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้เกม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ มีองค์ประกอบที่มีความสอดคล้องกันดังนี้ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระสำคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้ สาระ การเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ชิ้นงานภาระงาน การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ โดยมีขั้นของกิจกรรมดังนี้ ๑) Lead in (นำเข้าสู่บทเรียน) ครูกระตุ้นให้นักเรียนนำความรู้และประสบการณ์เดิม ของนักเรียนให้มีความตื่นตัวและกระตือรือร้น กิจกรรมที่นำมาใช้ประกอบด้วย Songs, Action from teacher Showing real objects, Using questions ๒) Presentation (ขั้นนำเสนอเนื้อหาใหม่) ครูสร้างบรรยากาศเพื่อให้นักเรียนได้ แสดงออกด้วยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผ่านการคิด พูด เขียน โดยการท่องบทพูดตามจังหวะ การทาย คำศัพท์กิจกรรมที่นำมาใช้ประกอบด้วย,Chant for presenting vocabularies, Picture card, Flash card, Drill vocabularies, Guessing
13 ๓) Practice (ขั้นฝึก) ขั้นตอนการสร้างความเข้าใจของนักเรียนเอง โดยการเล่นเกม ดังนี้ ๓.๑) เกม BANG BANG GAME ๓.๒) เกม Word Mix up ๓.๓) เกม Slap the board ๓.๔) เกม Word search โดยการจัดกิจกรรมโดยใช้เกม ในขั้น Practice ๒ ชั่วโมงต่อ ๑ เกม เพื่อให้นักเรียนเข้าใจ กระบวนการเล่นเกมอย่างถ่องแท้ และเล่นเกมจนเกิดประโยชน์ต่อการจำการสะกดคำของภาษาอังกฤษได้ อย่างแท้จริง ๔) Production (ขั้นนำไปใช้)การถ่ายทอดความรู้ด้านความรู้ของนักเรียน โดยการ ทำ แบบฝึกหัด การอ่าน และการเขียน กิจกรรมที่นำมาใช้ประกอบด้วย Exercises, Writing, Reading ตัวอย่างการใช้นวัตกรรมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 UNIT3 TALK ABOUT WHAT IS IN A HOUSE จำนวน 1 ชั่วโมง 1. เป้าหมายการเรียนรู้ สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความ คิดเห็นอย่างมีเหตุผล ต 1.1 ม.1/1 ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้อง คำแนะนำ และคำชี้แจงง่าย ๆ ที่ฟังและอ่าน มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ ต 1.2 ม.1/1 สนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง กิจกรรม และสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ต 1.2 ม.1/4 พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟัง หรืออ่านอย่างเหมาะสม มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการพูดและการเขียน ต 1.3 ม.1/1 พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ์ และ สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และ นำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ ต 2.1 ม.1/1 ใช้ภาษา น้ำเสียง และกิริยาท่าทางสุภาพ เหมาะสมตามมารยาทสังคม และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
14 มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษากับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ต 2.2 ม.1/1 บอกความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่าง ๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน และการลำดับคำตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการ เรียนรู้อื่น และเป็นพื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน ต 3.1 ม.1/1 ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล/ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการ เรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้ และนำเสนอด้วยการพูด/การเขียน สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ต 4.1 ม.1/1 ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จำลองที่เกิดขึ้นใน ห้องเรียนและ สถานศึกษา มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การ ประกอบอาชีพและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก ต 4.2 ม.1/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น/ค้นคว้า ความรู้/ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ 1.2 สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การรู้คำศัพท์เรียกห้องและสิ่งของต่าง ๆ ภายในบ้าน ช่วยให้สามารถพูดขอและให้ ข้อมูล รรยายสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวได้ และสื่อสารตามโครงสร้างภาษาได้อย่างถูกต้อง 1.3 สาระการเรียนรู้ Vocabulary bathroom, bathtub, bedroom, couch, dining room, dresser, kitchen, living room, refrigerator, table Grammar and Structures There is / are, Basic prepositions of place Speaking Talk about what is in a house Pronunciation/ʃ/ vs /tʃ/ 1.4 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด 1.5 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน
15 2. กิจกรรมการเรียนรู้ เป้าหมายการเรียนรู้ 1. บอกความหมายคำศัพท์เรียกห้องและสิ่งของต่าง ๆ ภายในบ้านได้ถูกต้อง (K) 2. ให้และเขียนข้อมูลบรรยายสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวได้ถูกต้อง (S) ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (Lead in ) 1. นักเรียนสังเกตภาพที่ครูติดที่กระดาน และ ตอบคำถามใต้ภาพ What do you see in the picture? What rooms are there in your house? How many rooms in a house can you name? Which room is your favorite? Why? ขั้นนำเสนอ (Presentation) 1. นักเรียนฟังคำศัพท์ที่ครูออกเสียง พร้อมดูภาพประกอบ 2. ครูเปิด CD นักเรียนฝึกออกเสียงตาม [Track 03-01] Number 1, couch, couch Number 2, bedroom, bedroom Number 3, refrigerator, refrigerator Number 4, kitchen, kitchen Number 5, table, table Number 6, dresser, dresser Number 7, bathtub, bathtub Number 8, living room, living room Number 9, dining room, dining room Number 10, bathroom, bathroom
16 3. นักเรียนรับรูปภาพ และ ครูเปิด CD 3-01 นักเรียนฟังอีกครั้งและใส่หมายเลข กิจกรรมที่ 1 Listen and number. ๔. นักเรียนฟัง คำศัพท์อีกครั้ง ออกเสียงตาม และ ตรวจสอบคำตอบ ขั้นฝึกฝน (Practice) ๑. นักเรียนทบทวนออกเสียงคำศัพท์ตามรูปภาพอีกครั้ง ๒. นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่มๆ แข่งกันทีละ 2 กลุ่ม ยืนเข้าแถวเรียงหนึ่งหน้าชั้นเรียน ยืนประจันหน้ากัน ๓. ครูแสดงภาพคำศัพท์ นักเรียนหัวแถวบอกคำศัพท์จากภาพ แล้วพูดคำว่า Bang Bang! พร้อมท่ายิงปืนประกอบ ยิงไปที่ฝั่งตรงข้าม ๔. ทีมที่พูดคำศัพท์ได้ถูกต้องก่อน และยิงได้ก่อนก็จะชนะในคำนั้นไป ส่วนหัวแถว อีกฝั่งที่โดนยิงก็ต้องออกจากเกมไป ให้คนถัดไปมาทายคำศัพท์แทน ๕. ทำซ้ำขั้นตอนที่แล้วจนกว่าทีมใดทีมหนึ่งจะหมดผู้เล่น ทีมที่เหลืออยู่ก็จะเป็นผู้ชนะ
17 ขั้นนำไปใช้ (Production) 1. นักเรียนดูโครงสร้างประโยคในกิจกรรมที่ 2 There is a (furniture) in the (room). 2. ครูอธิบายว่าช่องที่ 1 ใส่เฟอร์นิเจอร์ ช่องที่ 2 ใส่ห้องภายในบ้าน 3. นักเรียนจับกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน ฝึกพูดประโยคโดยใช้โครงสร้างในกิจกรรมที่ 2 คนละ 1 ประโยค ตัวอย่าง There is a bathtub in the bathroom. There is a dresser in the bedroom. There is a couch in the living room. 4. ครูให้คำศัพท์เพิ่ม ดังนี้ stove / television / bed / fan / shower / chairs / plates 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มฝึกพูดตามโครงสร้าง There is a ……….. in the …………. There are ……….. in the …………. ๖. นักเรียนสรุปคำศัพท์ที่ใช้เรียกเฟอร์นิเจอร์และห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน ๗. นักเรียนทำแบบฝึกหัด 3. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. รูปภาพ 2. Class Audio CD 3. แบบฝึกหัด 4. สมาร์ตโฟน 5. ดิกชันนารี
18 ส่วนที่ ๔ ผลการใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การพัฒนาทักษะการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้เกม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ มีวัตถุประสงค์๑. เพื่อเปรียบเทียบค่าร้อยละความก้าวหน้าของความสามารถการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ระหว่างก่อนและหลังการใช้เกมโดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน ๒. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมพัฒนาทักษะการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้เกม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑มีการดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกมจำนวน ๔ รูปแบบ ประกอบด้วย ๑) เกม BANG BANG GAME ๒) เกม Word Mix up ๓) เกม Slap the board และ ๔) เกม Word search ในขั้น Practice ของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน ๔ แผนการจัดการเรียนรู้ เป็นเวลา ๘ ชั่วโมง ระยะเวลาดำเนินการ เดือน ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๕ (ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๕) ทำการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อน และ หลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกม ซึ่งสามารถ รายงานผลได้ดังนี้ ตารางที่ ๑ แสดงผลการเปรียบเทียบค่าร้อยละความก้าวหน้าของความสามารถการเขียน คำศัพท์ภาษาอังกฤษระหว่างก่อนและหลังการใช้เกมโดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน เลขที่ ผลการทดสอบก่อนเรียน ผลการทดสอบหลังเรียน ความก้าวหน้า ร้อยละ ความก้าวหน้า 1 4 10 6 20.00 2 4 10 6 20.00 3 13 26 13 43.33 4 13 24 11 36.67 5 15 20 5 16.67 6 4 16 12 40.00 7 9 13 4 13.33 8 8 10 2 6.67 9 15 21 6 20.00 10 13 18 5 16.67 11 4 10 6 20.00 12 11 24 13 43.33 13 11 26 15 50.00
19 เลขที่ ผลการทดสอบก่อนเรียน ผลการทดสอบหลังเรียน ความก้าวหน้า ร้อยละ ความก้าวหน้า 14 11 29 18 60.00 15 16 26 10 33.33 16 12 19 7 23.33 17 11 21 10 33.33 18 5 14 9 30.00 19 5 12 7 23.33 20 13 22 9 30.00 21 4 10 6 20.00 22 4 16 12 40.00 ค่าเฉลี่ย 9.32 18.05 8.73 29.09 จากตารางที่ ๑ ผลการเปรียบเทียบค่าร้อยละความก้าวหน้าของความสามารถการเขียนคำศัพท์ ภาษาอังกฤษหลังจากใช้กิจกรรมพัฒนาทักษะการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้เกม มีค่าเฉลี่ย ความก้าวหน้าร้อยละ 29.09 ซึ่งแสดงให้เห็นความก้าวหน้าของความสามารถในการเขียนคำศัพท์ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ตารางที่ ๒ แสดงผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมพัฒนาทักษะการเขียนคำศัพท์ ภาษาอังกฤษโดยใช้เกม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ รายการประเมิน S.D. ความหมาย รูปแบบกิจกรรมเกม ๑. กิจกรรมเกมที่ใช้สามารถสร้างความสนใจในการเรียน 4.50 0.69 พึงพอใจมากที่สุด ๒. กิจกรรมเกมมีขั้นตอนการเล่นที่เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน 4.50 0.51 พึงพอใจมากที่สุด ๓. กิจกรรมเกมเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในขณะเล่น 4.35 0.49 พึงพอใจมาก ๔. กิจกรรมเกมส่งผลให้มีความอยากเรียนภาษาอังกฤษ 4.75 0.44 พึงพอใจมากที่สุด ๕. ระยะเวลาในการใช้กิจกรรมเกมในการเรียนรู้ 4.40 0.68 พึงพอใจมาก ๖. ความพึงพอใจในภาพรวมของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยเกม 4.50 0.15 พึงพอใจมากที่สุด รวม 4.37 0.23 พึงพอใจมาก จากตารางที่ ๒ พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ที่เรียนโดยใช้กิจกรรมพัฒนาทักษะการเขียน คำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้เกม ในภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( = 4.37) ซึ่งเมื่อแยกพิจารณา เป็นรายประเด็น พบว่า มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก และ มากที่สุด ตามลำดับ
20 ส่วนที่ ๕ สรุปผลการดำเนินงาน การพัฒนาทักษะการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้เกม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ มีวัตถุประสงค์๑. เพื่อเปรียบเทียบค่าร้อยละความก้าวหน้าของความสามารถการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ระหว่างก่อนและหลังการใช้เกมโดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน ๒. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมพัฒนาทักษะการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้เกม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑มีการดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกมจำนวน ๔ รูปแบบ ประกอบด้วย ๑) เกม BANG BANG GAME ๒) เกม Word Mix up ๓) เกม Slap the board และ ๔) เกม Word search ในขั้น Practice ของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน ๔ แผนการจัดการเรียนรู้ เป็นเวลา ๘ ชั่วโมง ระยะเวลาดำเนินการ เดือน ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๕ (ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๕) ทำการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อน และ หลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกม ซึ่งสามารถ สรุปผลการดำเนินงานได้ดังนี้ ๑. ค่าร้อยละความก้าวหน้าของความสามารถการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษหลังจากใช้กิจกรรม พัฒนาทักษะการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้เกม มีค่าเฉลี่ยความก้าวหน้าร้อยละ ๒๙.๐๙ ซึ่งแสดงให้เห็น ความก้าวหน้าของความสามารถในการเขียนคำศัพท์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ๒. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ที่เรียนโดยใช้กิจกรรมพัฒนาทักษะการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้เกม ในภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( = ๔.๓๗)
21 บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ กรมวิชาการ. (๒๕๕๑). สาระและมาตรฐานการเรียนรูกลุมสาระการเรียนรูภาษาตาง ประเทศในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ: วิชาการ กรม. คณะนักวิชาการบริษัทนามมีบุคส. เกมสนุกฝกภาษาอังกฤษ. (๒๕๔๓). พิมพครั้งที่ ๑๑. กรงเทพฯ: นามมีบุคส. ณัฐิมา จุรุเทียบ. (๒๕๔๗). การใชกิจกรรมคายภาษาอังกฤษเพื่อสรางแรงจูงใจในการเรียนภาษาอังกฤษของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๖. สารนิพนธ กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. ถายเอกสาร.เทคโนโลยีทางการศึกษา). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนค รินทรวิโรฒ. นิตยา สุวรรณศรี. (๒๕๔๐). เพลงและเกมประกอบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ. พิมพครั้งที่ ๒ กรุงเทพฯ: ตนออ แกรมมี่. นิตยา ฤทธิ์โยธี. (๒๕๔๐). เกมประกอบการสอนอานชั้นประถมศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพคุรุสภา.
22 ภาคผนวก
23 ภาพการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกม
24 ภาพการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกม
25 ภาพการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกม
26 ภาพการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกม
27 ภาพการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกม
28 ภาพการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกม ผลงานนักเรียนหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
29 ภาพการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกม ผลงานนักเรียนหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
30 ภาพการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกม ผลงานนักเรียนหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
31 ภาพการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกม ผลงานนักเรียนหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
32
33 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน เรื่อง My house My home Vocabulary Comprehension ① Circle the correct answer. ๑. I need a shower. I go to the ___________________________. a. dining room b. bathroom c. refrigerator d. kitchen ๒. Please sit at the ___________________________. It’s time to eat dinner. a. couch b. dresser c. table d. bedroom ๓. Put your dishes beside the ___________________________. I need to wash them. a. sink b. clothes c. mirror d. lamp ๔. It’s cold ___________________________ today. Wear your scarf and hat. a. ice b. inside c. outside d. countryside ๕. It’s time for school. You need to go ___________________________ the building. a. inside b. outside c. countryside d. city ๖. Please open the ___________________________. It is a warm day. a. wall b. television c. roof d. window ๗. There is a ___________________________ in the bathroom. a. armchair b. toilet c. living room d. couch ๘. Mom cooks food on the ___________________________. a. stove b. mirror c. lamp d. armchair ๙. How do you look today? Look in the ___________________________. a. shower b. mirror c. closet d. toilet ๑๐. That is my ___________________________. I like the water! a. inside b. outside c. boat d. apartment Grammar Practice ② Write if the sentence is correct and x if the sentence is wrong. Write a correction on the line. ๑. The armchair is on the closet. ________ _____________________________________ ๒. The food is in the refrigerator. ________ _____________________________________
34 ๓. My dish is on the table. ________ _____________________________________ ๔. The dresser is under the bedroom. ________ _____________________________________ ๕. My notebook is on my desk. ________ _____________________________________ Expressions Practice ③ Match the questions with the answers. ๑. Where are the clothes? a. There is a sink and a stove. ๒. What’s in the kitchen? b. Yes. It is in the living room. ๓. What’s on the desk? c. It is in the bedroom. ๔. Is there a couch? d. They are in the closet. ๕. Where is the bed? e. There is a computer. Reading Comprehension Jenny lives in a house in the country. It has a red roof and a blue door. It’s big inside, and the walls are white. The living room has an armchair and a couch. The kitchen is big but it has a small sink. There are brown stairs. The house has three bedrooms. Jenny likes her bedroom. It has a big bed and dresser. Her computer is on her desk. Her wastebasket is beside her dresser. Jenny’s room also has big windows. Jenny loves her big windows. The bathroom has a nice bathtub. There is a pretty garden in the yard. Jenny likes to play outside. There is a farm beside the house. Jenny visits the farm to see the animals. It’s such fun! ④ Circle true or false. ๑. The house is in the city. true false ๒. The kitchen is small. true false ๓. Jenny likes her room’s windows. true false ๔. The garden is inside. true false ๕. The farm is beside the house. true false
35 ⑤ Circle the answers. ๑. There is a computer on Jenny’s ____________. ๒. The bed is ____________bedroom. a. sink a. in an b. couch b. beside the c. desk c. on the d. dresser d. in the ๓. Jenny plays ____________ in the garden. ๔. The house has white ____________ and a blue ____________. a. on the yard a. walls; door b. outside b. stairs; roof c. beside the animals c. roof; door d. inside d. walls; stairs ๕. There is a __________ beside the house a. famr b. farm c. tarm d. tamr
36 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน เรื่อง My house My home Vocabulary Comprehension ๑. Write if the sentence is correct and x if the sentence is wrong. Write a correction on the line. ๑. The armchair is on the closet. ________ _____________________________________ ๒. The food is in the refrigerator. ________ _____________________________________ ๓. My dish is on the table. ________ _____________________________________ ๔. The dresser is under the bedroom. ________ _____________________________________ ๕. My notebook is on my desk. ________ _____________________________________ ๒. Reading Comprehension Jenny lives in a house in the country. It has a red roof and a blue door. It’s big inside, and the walls are white. The living room has an armchair and a couch. The kitchen is big but it has a small sink. There are brown stairs. The house has three bedrooms. Jenny likes her bedroom. It has a big bed and dresser. Her computer is on her desk. Her wastebasket is beside her dresser. Jenny’s room also has big windows. Jenny loves her big windows. The bathroom has a nice bathtub. There is a pretty garden in the yard. Jenny likes to play outside. There is a farm beside the house. Jenny visits the farm to see the animals. It’s such fun! ๓. Circle true or false. ๑. The house is in the city. true false ๒. The kitchen is small. true false ๓. Jenny likes her room’s windows. true false ๔. The garden is inside. true false ๕. The farm is beside the house. true false ๔. Match the questions with the answers. ๑. Where are the clothes? a. There is a sink and a stove. ๒. What’s in the kitchen? b. Yes. It is in the living room. ๓. What’s on the desk? c. It is in the bedroom. ๔. Is there a couch? d. They are in the closet. ๕. Where is the bed? e. There is a computer. ๕. Circle the answers.
37 ๑. There is a computer on Jenny’s ____________. ๒. The bed is ____________bedroom. a. sink a. in an b. couch b. beside the c. desk c. on the d. dresser d. in the ๓. Jenny plays ____________ in the garden. ๔. The house has white ____________ and a blue ____________. a. on the yard a. walls; door b. outside b. stairs; roof c. beside the animals c. roof; door d. inside d. walls; stairs ๕. There is a __________ beside the house a. famr b. farm c. tarm d. tamr ๖. Circle the correct answer. ๑. I need a shower. I go to the ___________________________. a. dining room b. bathroom c. refrigerator d. kitchen ๒. Please sit at the ___________________________. It’s time to eat dinner. a. couch b. dresser c. table d. bedroom ๓. Put your dishes beside the ___________________________. I need to wash them. a. sink b. clothes c. mirror d. lamp ๔. It’s cold ___________________________ today. Wear your scarf and hat. a. ice b. inside c. outside d. countryside ๕. It’s time for school. You need to go ___________________________ the building. a. inside b. outside c. countryside d. city ๖. Please open the ___________________________. It is a warm day.
38 a. wall b. television c. roof d. window ๗. There is a ___________________________ in the bathroom. a. armchair b. toilet c. living room d. couch ๘. Mom cooks food on the ___________________________. a. stove b. mirror c. lamp d. armchair ๙. How do you look today? Look in the ___________________________. a. shower b. mirror c. closet d. toilet ๑๐. That is my ___________________________. I like the water! a. inside b. outside c. boat d. apartment
39 แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ UNIT ๓ TALK ABOUT WHAT IS IN A HOUSE จำนวน ๒ ชั่วโมง ๑. เป้าหมายการเรียนรู้ สาระที่ ๑ ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต ๑.๑ เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล ต ๑.๑ ม.๑/๑ ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้อง คำแนะนำ และคำชี้แจงง่าย ๆ ที่ฟังและอ่าน มาตรฐาน ต ๑.๒ มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ ต ๑.๒ ม.๑/๑ สนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง กิจกรรม และสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ต ๑.๒ ม.๑/๔ พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรืออ่าน อย่างเหมาะสม มาตรฐาน ต ๑.๓ นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการพูดและการเขียน ต ๑.๓ ม.๑/๑ พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ์และสิ่งแวดล้อม ใกล้ตัว สาระที่ ๒ ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต ๒.๑ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้ อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ ต ๒.๑ ม.๑/๑ ใช้ภาษา น้ำเสียง และกิริยาท่าทางสุภาพ เหมาะสมตามมารยาทสังคม และวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษา มาตรฐาน ต ๒.๒ เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา กับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ต ๒.๒ ม.๑/๑ บอกความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่าง ๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน และการลำดับคำตามโครงสร้างประโยคของ ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
40 สาระที่ ๓ ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น มาตรฐาน ต ๓.๑ ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็นพื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน ต ๓.๑ ม.๑/๑ ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล/ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น จากแหล่งเรียนรู้และนำเสนอด้วยการพูด/การเขียน สาระที่ ๔ ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต ๔.๑ ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ต ๔.๑ ม.๑/๑ ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จำลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและ สถานศึกษา มาตรฐาน ต ๔.๒ ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก ต ๔.๒ ม.๑/๑ ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น/ค้นคว้า ความรู้/ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและ แหล่งการเรียนรู้ต่างๆในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ ๑.๒ สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การรู้คำศัพท์เรียกห้องและสิ่งของต่าง ๆ ภายในบ้าน ช่วยให้สามารถพูดขอและให้ข้อมูล บรรยายสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวได้ และสื่อสารตามโครงสร้างภาษาได้อย่างถูกต้อง ๑.๓ สาระการเรียนรู้ Vocabulary bathroom, bathtub, bedroom, couch, dining room, dresser, kitchen, living room, refrigerator, table Grammar and Structures There is / are, Basic prepositions of place Speaking Talk about what is in a house Pronunciation /ʃ/ vs /tʃ/ ๑.๔ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
41 ๑.๕ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน ๒. กิจกรรมการเรียนรู้ เป้าหมายการเรียนรู้ ๑. ใช้คำศัพท์เรียกห้องและสิ่งของต่าง ๆ ภายในบ้านได้ถูกต้อง (P) ๒. ให้และเขียนข้อมูลบรรยายสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวได้ถูกต้อง (P) ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (Lead in) ๑. ครูทบทวนคำศัพท์เกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์และห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน ขั้นนำเสนอ (Presentation) ๑. นักเรียนอ่านบทสนทนาสั้น ๆ ในกิจกรรมที่ ๓ ๒. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน แต่ละกลุ่มช่วยกันเขียนเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งของที่พบในห้อง ต่าง ๆ เหล่านี้ นักเรียนสามารถใช้สมาร์ตโฟนหรือดิกชันนารีหาข้อมูลและคำศัพท์เพิ่มเติมได้ bathroom / bedroom / kitchen / dining room / living room ๓. ครูใช้ flashcards-home ทบทวนห้องในบ้านและสอนคำศัพท์เพิ่มเติม https://learnenglishkids.britishcouncil.org/sites/kids/files/attachment/flashcardshome.pdf ๔. ครูติด flashcards บนกระดานสอนนักเรียนออกเสียงคำศัพท์ ๕. ขออาสาสมัครนักเรียนออกมาเขียนคำศัพท์ใต้ภาพ ขั้นฝึกฝน (Practice) ๑. นักเรียนในกลุ่มฝึกพูดประโยคโดยใช้โครงสร้าง There is a ……….. in the …………. There are ……….. in the …………. ๒. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มฝึกถาม-ตอบเพื่อนกลุ่มอื่น โดยใช้โครงสร้าง ดังนี้ G๑: What is in the kitchen? G๒: There are plates in the kitchen. ๓. นักเรียนใช้ข้อมูลกลุ่มของตนเองในการตอบคำถามเพื่อน
42 ๔. นักเรียนฝึกถาม-ตอบข้อมูลทุกห้องในบ้านจนครบ ๕. นักเรียนเล่นเกม Word Mix up มีวิธีการจัดกิจกรรมดังนี้ ๑. นักเรียนจับคู่ และรับกระดานไวท์บอร์ด ปากกาเคมี คู่ละ ๑ ชุด ๒. ครูเขียนคำศัพท์แบบไม่เรียงตัวอักษร ติดที่กระดานใหญ่ จับเวลา ๓ นาที ๓. นักเรียนแต่ละคู่ช่วยกันระดมสมอง เรียงตัวอักษรให้เป็นคำศัพท์ที่มีความหมาย ๔. ครูนับ One Two Show นักเรียนโชว์กระดานที่เขียนคำศัพท์ของตนเองให้ครูตรวจสอบ ๕. นักเรียนคู่ใดเขียนได้ถูกต้อง ได้รับ ๑ คะแนน ขั้นนำไปใช้(Production) ๑. นักเรียนฟังและเติมคำที่หายไปในกิจกรรมที่ ๔ [Track ๐๓-๐๒] M: Hey, Kim! How’s the new house? W: Oh! Hi, Joe! My new house is great. The best part is my bathroom. M: Really? What’s in the bathroom? W: There’s a huge bath tub. It’s nice to relax in. M: Yeah? Where is your bedroom? W: It’s next to the bathroom. I put my TV on my dresser. Now, I can watch TV in bed. M: Very nice! W: The only problem is in my kitchen. M: Oh really? What's the problem? W: There’s a refrigerator. It’s way too small. M: Oh, I see. ๒. นักเรียนฟังและตอบคำถามในกิจกรรมที่ ๕ ๓. ครูให้นักเรียนจับคู่สนทนา โดยใช้ประโยคคำถามในกิจกรรมที่ ๕ เป็นแนวทาง เช่น What do you not like about your bedroom? What can you do in your living room? Why? ๔. ครูสุ่มนักเรียนออกมา ๕ คู่ สนทนาหน้าห้องเรียน ๕. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปการใช้ There is / There are ๖. นักเรียนทำใบงาน
43 ๓. สื่อการเรียนรู้ ๑. บัตรคำ ๒. Class Audio CD ๓. แบบฝึกหัด ๔. สมาร์ตโฟน ๕. ดิกชันนารี ๔. การวัดและการประเมินผล การประเมินผลการเรียนรู้แบบ KPA เป้าหมายการเรียนรู้ ชิ้นงาน/การแสดงออก ของผู้เรียน วิธีประเมิน/เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ๑. ใช้คำศัพท์เรียกห้อง และสิ่งของต่าง ๆ ภายใน บ้านได้ถูกต้อง (P) พฤติกรรมการใช้คำศัพท์ เรียกห้องและสิ่งของ ต่าง ๆ ภายในบ้าน สังเกต-ประเมิน พฤติกรรมการใช้คำศัพท์ เรียกห้องและสิ่งของ ต่าง ๆ ภายในบ้าน ได้ระดับ ๓ ตามเกณฑ์ ประเมินเชิงคุณภาพ ๔ ระดับถือว่าผ่านการ ประเมิน ๒. ให้และเขียนข้อมูล บรรยายสิ่งแวดล้อมใกล้ ตัวได้ถูกต้อง (P) พฤติกรรมการให้และ เขียนข้อมูลบรรยาย สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว สังเกต-ประเมิน พฤติกรรมการให้และ เขียนข้อมูลบรรยาย สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว ได้ระดับ ๓ ตามเกณฑ์ ประเมินเชิงคุณภาพ ๔ ระดับถือว่าผ่านการ ประเมิน หมายเหตุ กำหนดเกณฑ์การผ่านการประเมินไว้ในระดับดี (๓) เพื่อท้าทายผู้เรียนให้ยกระดับคุณภาพ ชิ้นงานของตนหรือเพิ่มพูนทักษะให้สูงขึ้น ทั้งนี้การกำหนดเกณฑ์การผ่านจุดประสงค์ควรพิจารณาความยาก ง่ายของจุดประสงค์การเรียนรู้และพื้นฐานของผู้เรียน การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics) ระดับคะแนน/ เป้าหมายการ เรียนรู้ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. ใช้คำศัพท์ เรียกห้องและ สิ่งของต่าง ๆ ภายในบ้านได้ ถูกต้อง (P) ใช้คำศัพท์เรียก ห้องและสิ่งของ ต่าง ๆ ภายใน บ้านได้ถูกต้อง ทั้งหมด ใช้คำศัพท์เรียก ห้องและสิ่งของ ต่าง ๆ ภายใน บ้านได้ถูกต้อง เกือบทั้งหมด ใช้คำศัพท์เรียก ห้องและสิ่งของ ต่าง ๆ ภายใน บ้านได้ถูกต้อง เล็กน้อย ใช้คำศัพท์เรียก ห้องและสิ่งของ ต่าง ๆ ภายใน บ้านได้ถูกต้อง น้อยมาก
44 ระดับคะแนน/ เป้าหมายการ เรียนรู้ ๔ ๓ ๒ ๑ ๒. ให้และเขียน ข้อมูลบรรยาย สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว ได้ถูกต้อง (P) ให้และเขียนข้อมูล บรรยาย สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว ได้ถูกต้องทั้งหมด ให้และเขียนข้อมูล บรรยาย สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว ได้ถูกต้องเกือบ ทั้งหมด ให้และเขียนข้อมูล บรรยาย สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว ได้ถูกต้องเล็กน้อย ให้และเขียนข้อมูล บรรยาย สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว ได้ถูกต้องน้อยมาก
45