ความหมายของอาชพี
อาชีพ (Occupation) หมายถงึ การทามาหากนิ ทาธุรกิจ ตามความชอบหรอื
ความถนัด ไดร้ บั คา่ ตอบแทนเปน็ คา่ จา้ ง หรอื เงินเดือน
ลกั ษณะอาชพี
อาชีพ จาเปน็ ต้องมีความรคู้ วามสามารถเฉพาะดา้ นเรยี กวา่ วิชาชีพ เช่น
วศิ วกร แพทย์ พยาบาล ทนายความ อาชีพทถ่ี กู กฎหมายและศีลธรรม เรยี กวา่
สมั มาชีพ เช่น ค้าขาย ส่วนบางอาชพี ทผี่ ิดกฎหมาย เรยี กว่า มจิ ฉาชพี เช่น โจร อาชพี
อาจมีรายได้แตกต่างกนั ไป ลักษณะอาชพี ทเี่ ปน็ ลกู จ้างจะได้ค่าตอบแทนในรูปแบบ
เงนิ เดอื น อาชพี ค้าขายหรอื ประกอบกิจการส่วนตัว จะไดค้ า่ ตอบแทนในรูปแบบ
กาไร
1. อาชพี ขา้ ราชการ
ขา้ ราชการเป็นเจา้ หน้าทขี่ องรัฐ มหี น้าที่ใหบ้ ริการประชาชนให้ได้รบั ความ
สะดวกสบายในดา้ นต่าง ๆ เช่น งานปกครองของปลดั อาเภอ นายอาเภอ และผู้ว่า
ราชการจงั หวดั ทใี่ หก้ ารดแู ลเอาใจใสป่ ระชาชน ครอู าจารย์ใหค้ วามรู้แก่เยาวชนของ
ชาติ แพทย์ พยาบาล ใหก้ ารดูแลเกย่ี วกับสขุ อนามัยของประชาชน ตารวจดูแลทกุ ข์
สขุ ของประชาชน ทหารมีหน้าท่รี ักษาปอ้ งกนั การรุกรานจากศตั รูของประเทศ ดงั นนั้
อาชพี ขา้ ราชการมหี นา้ ท่ีพฒั นาประเทศดา้ นเศรษฐกจิ สงั คม การเมือง การ
ปกครอง เปน็ ต้น
การทางานของข้าราชการมีระยะเวลาทีแ่ นน่ อนมีวันหยดุ ราชการ รายไดห้ รือ
ค่าตอบแทนทไี่ ด้รับคอื เงนิ เดือน ซงึ่ กาหนดแตล่ ะระดบั ขั้นไวอ้ ยา่ งชดั เจน โอกาสและ
ความกา้ วหน้าของงานอาชีพเล่ือนระดับขนั้ ไดอ้ ย่ทู คี่ วามสามารถของแต่ ละบคุ คลแตล่ ะ
หนว่ ยงานจะมีระบบการบริหารงานแตกต่างกนั ไป เพอ่ื ความสะดวกในการบรหิ ารแลt
ประสทิ ธิภาพในการทางาน โดยมุ่งผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลกั
2. อาชพี ลกู จา้ ง ลกู จ้างหรือพนกั งานเปน็ การประกอบอาชีพท่ีไม่ได้เป็นเจ้าของ
กิจการหรอื ผู้ ประกอบการ แต่เปน็ ลกู จ้างหรอื พนักงานขององค์กรธุรกิจหรอื
หนว่ ยงานต่าง ๆ โดยปฏบิ ตั งิ านตามคาส่งั หรือตามที่ได้รับมอบหมาย คา่ ตอบแทนท่ี
ได้รับคอื เงินเดือน หรือรายไดป้ ระจาวนั การประกอบอาชพี เป็นลูกจ้างของคนไทยมี
จานวนมากที่สดุ เนอ่ื งจากขาดความรู้ ประสบการณ์ ขาดเงินทนุ ไม่กลา้ เสย่ี งกับการ
ลงทุน
อาชพี ลูกจ้างที่พบเหน็ ท่วั ไปมีอยูใ่ นงานเกษตรกรรม เชน่ เป็นลูกจา้ งทานา ทา
สวน ทาไร่ ลกู จ้างเลยี้ งสัตว์ และทาประมง นอกจากนี้ยังมลี ูกจา้ งชวั่ คราว เจ้าหนา้ ท่ี
นกั การ เจา้ หน้าทธ่ี รุ การ หรือในองค์กรภาคธุรกิจ เชน่ พนักงานตามห้างรา้ น หรอื
บรษิ ัทต่าง ๆ เชน่ พนักงานขาย พนักงานบญั ชี พนักงานทาความสะอาด ฯลฯ
3. อาชพี สว่ นตวั การประกอบอาชพี ส่วนตวั หรือาชีพอิสระ หมายถึง การ
ประกอบธรุ กิจเปน็ ของตนเอง หรือเปน็ การลงทุนร่วมกับบคุ คลอนื่ ลักษณะการทางาน
มคี วามเปน็ อิสระ เปน็ นายจ้างตนเอง แตจ่ ะต้องมีความมุ่งมนั่ ต้ังใจ ทมุ่ เท
กาลงั ใจ กาลังกาย มานะและอดทนในการทางาน และพร้อมท่ีจะฟนั ฝา่ อุปสรรค การ
ดาเนนิ งานในระยะแรกจาเปน็ ตอ้ งใช้ความพยายามสูง เพ่ือใหบ้ รรลุเปา้ หมายทก่ี าหนด
ไว้ รายไดข้ องการประกอบอาชีพสว่ นตวั ไม่แนน่ อน ข้ึนอย่กู บั ความขยนั หม่นั เพยี ร
ความอดทน และความพยายาม
ปัจจุบนั ปัญหาการวา่ งงานมีอัตราสูงในกลุ่มผสู้ าเร็จการศึกษา ทุก
ระดับ เนือ่ งจากภาวะเศรษฐกจิ ถดถอย รัฐบาลจงึ สนบั สนุนให้ประชาชนประกอบ
อาชีพสว่ นตวั หรือาชพี อิสระมากขน้ึ เชน่ สนับสนนุ ด้านเงนิ ทนุ มกี องทนุ
หมบู่ ้าน โครงการหน่ึงตาบลหนึ่งผลติ ภัณฑ์ โครงการ SMEs (Small and Medium
Enterprises) โครงการธนาคารประชาชน นอกจากนีไ้ ดใ้ ห้ความรู้และสนับสนนุ ด้าน
การวิจยั และเทคโนโลยี เพ่อื ใหป้ ระชาชนตดั สนิ ใจประกอบอาชีพส่วนตวั มาก
ขน้ึ เช่น การเปดิ ร้านขายอาหาร ขายของชา เปดิ รา้ นซ่อมโทรทัศน์ เลีย้ งปลา เล้ยี ง
ก้งุ เปดิ ร้านขายของท่ีระลกึ รบั พิมพเ์ อกสาร อดั สาเนาและถ่ายสาเนา ปลกู ผัก
อนามัย ปลกู ข้าวโพด ฯลฯ
การประกอบอาชพี สว่ นตวั หรืออาชพี อิสระทีพ่ บเห็นในชีวติ ประจาวันมีมากมาย
หลาย ประเภท มผี ู้จาแนกประเภทของอาชีพตามหลักเกณฑ์ตา่ ง ๆ ไวห้ ลายวิธี ตาม
ความหมายของวสิ าหกิจ(Enterprises) แบ่งอาชีพตามลักษณะของการประกอบการ
คือ
3.1 อาชพี การผลติ (Production Sector)
อาชพี การผลิต เปน็ อาชีพทด่ี าเนนิ การเพ่ือให้เกิดผลผลติ สาหรบั
จาหนา่ ยให้แก่ ผูบ้ ริโภค อาชีพการผลิตแบ่งได้ 2 ประเภท คือ
3.1.1. ธรุ กจิ การเกษตร (Agricultural Processing)
อาชีพเกษตรกรรมเปน็ อาชพี หลักของคนไทยส่วนใหญม่ า
ช้านาน ซึง่ กระจายอยทู่ ่ัวประเทศ โดยเฉพาะในสังคม ชนบททุกครอบครัวจะ
ประกอบอาชพี เกษตรกรรมทงั้ ส้นิ ผลผลิตท่ไี ด้จงึ เป็นผลผลิตขัน้ พ้ืนฐานทจ่ี ะ
นาไปประกอบอาชีพในรปู แบบอน่ื ตอ่ ไป
กจิ กรรมการประกอบอาชพี ธุรกิจการเกษตรมกี ารเพาะปลูก เลี้ยง
สัตว์ และการประมง การเพาะปลูก ที่พบเห็นท่วั ไป ไดแ้ ก่ การทานา การทา
ไร่ การทาสวนผกั การทาสวนผลไม้ การทาสวนกลว้ ยไม้ ฯลฯ
การเล้ียงสตั ว์ ไดแ้ ก่ การเล้ียงวัวนม การเลยี้ งวัวเนื้อ การเลยี้ ง
ไก่ การเลย้ี งเป็ด การเลี้ยงสุกร การเล้ียงนกกระทา การเลย้ี ง
นกกระจอกเทศ การเล้ียงกวาง ฯลฯ
การประมง ได้แก่ การเลยี้ งปลาในกระชัง เชน่ ปลาดกุ ปลา
นลิ ปลาทบั ทิม ปลาช่อน การเลย้ี งปลากะพง การเล้ยี งหอยแมลงภู่ การเลย้ี ง
หอยแครง นอกจากนี้ยังหมายถึง การจับสตั วน์ ้าในทะเล แมน่ า้ ลาคลอง เปน็
ต้น
3.1.2 ธรุ กจิ อตุ สาหกรรม (Industrial Business)
เป็นการประกอบอาชพี ท่นี าวตั ถุดิบทางการเกษตรมาแปร
รูป โดยผ่านกระบวนการอตุ สาหกรรมใหเ้ ป็นสินคา้ หรือผลิตภณั ฑต์ ามความ
ตอ้ งการของ ตลาดในทอ้ งถ่นิ หรอื ความตอ้ งการของตลาดท่ัวประเทศ หรือ
ต่างประเทศได้การประกอบอาชีพธรุ กจิ อตุ สาหกรรมสามารถทาได้ในลกั ษณะ
อุตสาหกรรมในครอบครวั เป็นอตุ สาหกรรมขนาดเล็กใชแ้ รงงานภายใน
ครอบครัวเป็นหลกั ใชเ้ งินทุนน้อย
ลักษณะของอุตสาหกรรมจะทาตามภมู ิปญั ญาด้ังเดิมของบคุ คลใน
ครอบครวั หรือชุมชน ปัจจุบนั ให้การสนับสนุนการดาเนนิ ธรุ กจิ ขนาดย่อม
(SMEs) ก่อใหเ้ กิดรายได้และเกดิ การจ้างงานในชุมชนไดเ้ ป็นอย่างดี เช่น
โครงการหนง่ึ ตาบลหนงึ่ ผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑท์ มี่ ีจาหนา่ ย ได้แก่ อุตสาหกรรม
ดอกไมป้ ระดษิ ฐ์ อุตสาหกรรมทอผา้ ไทย อุตสาหกรรมทอผ้าฝา้ ย อุตสาหกรรม
ทาตุ๊กตา อตุ สาหกรรมทารม่ อตุ สาหกรรมทาเคร่ืองจักสาน ฯลฯ
3.2 อาชพี การคา้ (Trading Sector)
เปน็ การประกอบอาชีพทผ่ี ปู้ ระกอบทาหน้าท่ีผลิตสนิ คา้ หรือซ้อื
สินคา้ จากผู้ผลิต แล้วนาไปขายตอ่ เปน็ อาชีพทม่ี ลี กั ษณะซือ้ มาขายไป โดยมี
กาไรจากการขายสนิ คา้ เหล่านั้น อาชีพการค้าแบง่ ออกได้ 2 ประเภท คือ
3.2.1 ธรุ กจิ คา้ สง่ (Wholesale)
เป็นชอ่ งทางการซื้อขายท่เี นน้ ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งผู้คา้ สง่
กับผคู้ ้าปลีก โดยผคู้ ้าสง่ จะซือ้ สินคา้ จากผู้ผลติ จานวนมาก แลว้ นาไปขายให้กับ
ผ้คู ้าปลกี อีกทอดหน่ึง เช่น ห้างสรรพสนิ ค้าแม็คโคร พ่อคา้ ส่งในตลาดไทย
3.2.2 ธรุ กจิ คา้ ปลกี (Retail)
ผู้ประกอบการคา้ พอ่ คา้ ปลกี ซ้อื สินค้าจากผ้ผู ลิตหรอื ผูค้ ้า
สง่ แล้วนาไปขายต่อใหก้ ับผูบ้ รโิ ภคคนสดุ ท้าย ผคู้ ้าปลีกจงึ มคี วามใกลช้ ดิ กับผู้บรโิ ภค
เป็นอย่างมาก เช่น ร้านเซเวน่ อเี ลฟเวน่ หา้ งคาร์ฟูร์ หา้ งเทสโกโ้ ลตัส ร้านขายของชา
ใกล้บ้าน ร้านขายกว๋ ยเตย๋ี ว ร้านขายยา ฯลฯ
4. อาชพี การใหบ้ รกิ าร (Service Sector) เปน็ อาชีพท่ีผูป้ ระกอบการทาหนา้ ท่ี
ขายบรกิ ารหรอื ให้บริการ เพอื่ อานวยความสะดวกใหแ้ กผ่ รู้ ับบรกิ ารหรอื ลูกคา้ ซ่ึงจะ
ก่อให้เกดิ ความพงึ พอจากการให้บริการนัน้ ๆ ผใู้ ห้บริการจะได้รบั ค่าตอบแทนจาก
ผรู้ บั บรกิ าร
การประกอบอาชีพประเภทนลี้ งทนุ นอ้ ย ดาเนนิ การไดง้ ่าย แต่ผูป้ ระกอบการ
จะตอ้ งเป็นผู้ท่ีมีความรคู้ วามสามารถ ประสบการณ์และความเชย่ี วชาญใน
อาชีพ เชน่ การเปดิ อู่ซ่อมรถ เจา้ ของอจู่ ะตอ้ งมีความเช่ียวชาญในการซอ่ มรถหรือเปิด
กจิ การรา้ นตัดผม เจ้าของร้านจะต้องมีประสบการณ์ และมฝี ีมือในการตดั ผม ร้านตดั
เส้อื ผา้ ร้านซักรีด โรงพยาบาล นวดแผนไทย เปน็ ต้น อาชพี การให้บรกิ ารจาเปน็ ต้อง
ดแู ลและเอาใจใสล่ ูกคา้ หรอื ผู้รบั บรกิ ารอยา่ ง ใกลช้ ิด
ปัจจุบันประชาชนได้ให้ความสาคญั และหนั มาประกอบอาชีพสว่ นตวั หรอื อาชีพ
อสิ ระ มากขน้ึ เนอ่ื งจากประเทศไทยประสบปญั หาเศรษฐกจิ ถดถอย ธรุ กิจบางแห่งปดิ
กจิ การ ส่วนราชการและรฐั วสิ าหกิจลดจานวนพนักงานลง แตม่ ผี ูส้ าเรจ็ การศกึ ษาทีจ่ ะ
เข้าสู่งานอาชีพเพ่มิ ขน้ึ อตั ราการจ้างงานลดลง ทาใหค้ นจานวนหนึ่งไมส่ ามารถหางาน
ทาได้ ตลอดจนรัฐบาลให้การสนบั สนนุ การประกอบอาชีพส่วนตวั จงึ เป็นอาชีพท่เี ลอื ก
ดาเนนิ การไดต้ ามความรู้ความสามารถ ความถนดั ความสนใจ และการสนบั สนนุ ของ
บุคคลในครอบครัว ย่อมทาใหเ้ กิดความภาคภูมใิ จ เกิดรายได้ และดารงตนอยู่ในสงั คม
ได้อย่างมคี วามสขุ
ความหมายและความสาคญั ของอาชพี
อาชพี หมายถึง การทางานซง่ึ มีผลตอบแทนออกมาในรูปของรายไดเ้ พอ่ื บคุ คล
นาไปดารงชพี ทง้ั ของตนและครอบครวั งานทท่ี านน้ั ต้องเปน็ งานทสี่ จุ ริต ก่อให้เกดิ
ประโยชน์แกส่ งั คมโดยส่วนรวม โดยไมท่ าให้ตนเอง และผอู้ ื่นเดือดร้อน
ความสาคญั ของการประกอบอาชพี
1. ทาใหม้ ีรายไดป้ ระจาเล้ียงตนเองและครอบครัวโดยซอ้ื หรือจัดหาสงิ่ จาเป็น
สาหรับการดารงชีวติ
2.ทาใหม้ ีโอกาศใชค้ วามรคู้ วามสามารถทมี่ อี ยู่ทางานให้เปน็ ประโยชนต์ อ่ สงั คม
และประเทศชาติ
3.ทาให้มีโอกาศสร้างชอ่ื เสยี งให้แก่ตนเองและวงศต์ ระกลู เป็นท่ียอมรับของ
บุคคลในสงั คม
4.ใทาให้มีหลกั ฐานมนั่ คง เปน็ ท่เี คารพนบั ถือของบคุ คลอน่ื ๆ
5.ทาให้รจู้ ักใช้เวลาวา่ ใหเ้ ป็นประโยชน์ จะไดไ้ ม่ประพฤตติ นไรส้ าระ
6.ทาใหบ้ ุคคลเกิดความภาคภูมใิ จในตนเอง ท่ีสามารถพึ่งตนเองได้ และยงั ทา
ประโยชน์แก่สงั คมโดยส่วนร่วมด้วย
อาชพี ในประเทศไทย
คา่ นยิ มในการประกอบอาชีพ คือ การเลอื กประกอบอาชีพที่บุคคลสว่ นใหญเ่ ช่อื วา่
เป็นอาชพี ท่มี ีคุณคา่ ซงึ่ ค่านิยมทีม่ อี ทิ ธพิ ลตอ่ การเอกประกอบอาชพี นนั้ มา 2 ปจั จัย
หลัก ไดแ้ ก่
1. ปจั จยั ภายในทม่ี อี ทิ ธพิ ลตอ่ การเลอื กประกอบอาชพี
1. การไดป้ ระกอบอาชพี ทีต่ นเองชนื่ ชอบ
2. การประกอบอาชีพทไี่ ด้ใช้ความคิดสร้างสรรค์
3. การประกอบทที่ า้ ทายความสามารถของตนเอง
4. การประกอบอาชีพที่สามารถแสดงความเป็นตวั ตนของตนเอง
2. ปจั จยั ภายนอกทมี่ อี ทิ ธพิ ลตอ่ การเลอื กประกอบอาชพี
1. การประกอบอาชีพทม่ี อี านาจ
2. การประกอบอาชีพที่สะท้อนคณุ คา่
3. การประกอบอาชีพทไี่ ด้รบั คา่ ตอบแทนสงู
อาชพี เสรใี นอาเซยี น
1. อาชพี วศิ วกร คอื ผทู้ ี่ประกอบอาชพี ทางด้านวิศวกรรม มีหน้าท่ี ศกึ ษา
วิเคราะห์ คานวณ ออกแบบ ตรวจสอบแก้ไขปัญหาและควบคุมการผลติ อาทิการ
ก่อสร้างสงิ่ ก่อสรา้ ง การออกแบบและผลติ รถยนต์ การควบคุมเครื่องจกั รกลโรงงาน
ต่าง ๆ โดยวิศวกรยังแบง่ ออกไดเ้ ปน็ หลายสาขา เช่น วศิ วกรรมส่งิ แวดล้อม วิศวกรรม
เคมี วิศวกรรมอตุ สหการ วิศวกรรมโทรคมนาคม
2. อาชพี พยาบาล คอื พยาบาล (อาจเรียกวา่ นางพยาบาล หรอื บุรษุ
พยาบาล) เป็นวชิ าชีพทท่ี าหนา้ ทดี่ ูแลรกั ษาผปู้ ว่ ยพยาบาลพบได้ทว่ั ไปทางานตาม
โรงพยาบาล หรือสถานพยาบาลอน่ื ๆ พยาบาลเปน็ วิชาชีพท่กี อ่ นจะปฏบิ ัตงิ านจะตอ้ ง
ผา่ นการสอบขน้ึ ทะเบียนความรูจ้ ากสภาการพยาบาลก่อนจึงจะสามารถปฏิบตั งิ านได้
อย่างสมบรู ณ์ โดยพยาบาลสามารถท่ีจะดแู ลผปู้ ่วยได้ตามหลักการพยาบาลทีไ่ ดเ้ รยี น
มา
3. อาชพี สถาปนกิ สถาปนิก คอื บุคคลผู้เก่ยี วขอ้ งในการออกแบบ และ วางแผน
ในการก่อสรา้ ง หรอื ทเ่ี รียกวา่ งานสถาปตั ยกรรม โดยสถาปนกิ จะเป็นผ้ทู เี่ ขา้ ใจใน
มาตรฐานการกอ่ สรา้ งของอาคาร เข้าใจถงึ หน้าที่ใช้สอยของอาคารนนั้ รวมถงึ วสั ดทุ ่ี
จะนามาเปน็ สว่ นประกอบของสง่ิ ก่อสร้างนัน้ สถาปนกิ จาเปน็ ต้องไดร้ บั การศกึ ษาทาง
สถาปตั ยกรรมศาสตรแ์ ละไดร้ ับใบอนุญาติประกอบอาชีพสถาปัตยกรรม ถงึ จะสามารถ
ทางานในวิชาชพี สถาปนิกได้ ซ่ึงคล้ายกับการทางานในสาขาวชิ าชีพอนื่
4. อาชพี การสารวจ คอื ผู้ปฏิบตั ิงานอาชพี น้ี ไดแ้ ก่ ผคู้ วบคมุ และทาการสารวจ
พ้ืนดนิ และท้องน้า เพอื่ งานทาแผนทหี่ รือแผนภมู งิ านกอ่ สรา้ ง งานเหมืองแร่ หรอื เพือ่
งานอ่ืนๆ โดยการกาหนดสถานที่ตัง้ และวาดภาพแสดงลักษณะภมู ปิ ระเทศรวมถึงการ
สารวจบรเิ วณพน้ื ดินและทอ้ งน้า การสารวจบรเิ วณทะเล และเหมอื งแร่ และการสารวจ
ประเภทอน่ื ๆ เป็นผชู้ ่วยนักสารวจเก่ยี วกบั การใช้ และดูแลรกั ษาเครื่องมอื ต่างๆ ในขณะ
ปฏิบัตงิ าน ช่วยแปลข้อมลู ที่ได้จากงานสนาม และทางานอื่นๆทีค่ ลา้ ยคลึงกัน
5. อาชพี พนกั งานบญั ชี คอื นกั บญั ชี เปน็ ผปู้ ระกอบกจิ ในดา้ นการบัญชี ซึ่งเป็น
การวัด การเปดิ เผยและการจดั เตรยี มขอ้ มูลทางการเงินซง่ึ ชว่ ยใหผ้ ้บู รหิ าร นกั ลงทุน
และเจ้าหนา้ ท่ภี าษี ตลอดจนผทู้ าการตดั สนิ ใจอ่นื ๆ ในการที่จะตัดสินใจแบง่ สว่ น
ทรพั ยากร
6. อาชพี ทนั ตแพทย์ คอื แพทยผ์ ู้มบี ทบาทในการดแู ลสขุ ภาพภายในชอ่ งปาก
ใหแ้ กป่ ระชาชน ทาหนา้ ท่ีดูแลและบารงุ รักษาโรคฟนั โรคเหงือก และความผดิ ปกติ
ต่างๆ ภายในชอ่ งปาก ซึ่งสุขภาพปากและฟนั ท่ดี ี จะนาไปส่สู ขุ ภาพรา่ งกายโดยรวมท่ดี ี
เพราะสัญญาณของโรคร้ายแรงบางอยา่ ง มกั แสดงอาการโดยเริม่ จากเกิดความ
ผดิ ปกตภิ ายในชอ่ งปากกอ่ นเป็นอันดบั ตน้ ๆ
แนวโนม้ ของอาชพี ไทยในอนาคต
1. การเปลี่ยนแปลงระดบั โลก เป็นการเปล่ียนแปลงในดา้ นตา่ งๆ เชน่ การ
ปรับตวั ด้านเศรษฐกิจทพ่ี ฒั นาไปสู่เศรษฐกจิ โลกแบบหลายศูนยก์ ลาง
2. การเปลย่ี นแปลงระดับโลกเกิดข้ึนในหลายๆดา้ น ท้งั การเปลีย่ นแปลงทางดา้ น
สภาวะทางเศรษฐกิจ เชน่ การเปน็ สงั คมผสู้ ูงอายุ สภาวะทางการเมอื ง การศกึ ษา
คณุ ธรรมเเละจรยิ ธรรมในการประกอบอาชพี
ความหมายของคณุ ธรรม
คณุ ธรรม หมายถึง สภาพคณุ งามความดแี ละความถกู ตอ้ งซง่ึ บุคคลควรยึดมนั่ ไว้
เป็นหลกั การในการปฏบิ ตั ิตนจนเป็นนสิ ยั ความประพฤติดงี าม เพือ่ ประโยชน์แก่ตนและ
สงั คม ซง่ึ มพี ้ืนฐานมาจากหลกั ศีลธรรมทางศาสนา คา่ นยิ มทางวฒั นธรรม ประเพณี
หลักกฎหมาย จรรยาบรรณวิชาชพี การร้จู กั ไตรต่ รองว่าอะไรควรทาไมค่ วรทา และ
อาจกลา่ วไดว้ า่ คณุ ธรรม คอื จริยธรรมทนี่ ามาปฏิบตั จิ นเป็นนิสยั เช่น การเปน็ คน
ซื่อสัตย์ เสยี สละ และ มคี วามรบั ผดิ ชอบ
ความหมายของจรยิ ธรรม
จรยิ ธรรม หมายถึง ความประพฤติทีเ่ กิดจากคณุ ธรรม กฎเกณฑท์ เ่ี ป็นแนวทางใน
การประพฤตปิ ฏิบตั ติ นในสง่ิ ที่ดงี าม ส่ิงทที่ าไดใ้ นทางวนิ ยั จนเกิดความเคยชนิ มีพลงั ใจ มี
ความตง้ั ใจแน่วแน่จึงตอ้ งอาศยั ปัญญา และปญั ญาอาจเกิดจากความศรทั ธาเช่ือถอื
ผ้อู น่ื ในทางพทุ ธศาสนาสอนว่า จริยธรรมคอื การนาความรู้ ความจริงหรือกฎธรรมชาติ
มาใชใ้ หเ้ ปน็ ประโยชน์ต่อการดาเนินชีวติ ทด่ี งี าม
ความสาคญั ของคณุ ธรรมจรยิ ธรรม
คุณธรรมเปน็ สานกึ ภายในของบคุ คลทจ่ี ะทาดเี พ่ือประโยชน์ของตน ผู้อืน่ และสงั คม
ผู้ท่ถี ือยดึ คุณธรรมและจริยธรรมในการประกอบอาชีพและการดาเนนิ ชีวิตจะเปน็ ผู้ที่มี
สติ โดยคณุ ธรรมและจริยธรรมมคี วามสาคัญ
ดังนี้
1. ชว่ ยให้บุคคลดาเนนิ ชีวติ เป็นไปดว้ ยราบรื่นและสงบสุข
2. ชว่ ยใหบ้ คุ คลมสี ติ
3. ชว่ ยสร้างความมีระเบียบ
4. ชว่ ยให้เกิดกานาความร้แู ละประสบการณ์มาสร้างสรรคใ์ นสง่ิ ท่ีมีคณุ คา่
คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมในการประกอบอาชพี
คณุ ธรรมในการประกอบอาชพี คือ สง่ิ ทค่ี วรประพฤตปิ ฎบิ ัตเิ พอ่ื ให้เกดิ คุณงามความ
ดี ยึดมัน่ ในคุณธรรม เพ่ือใชเ้ ป็นแนวทางในการปฎบิ ตั งิ านให้ราบร่นื ดงั น้ี
1. ความรับผิดชอบ คือ การรบั ร้แู ละสานึกในการกระทาของตนอยา่ งเต็มใจ
2 .ความมีระเบียบวินัย คอื การปฎบิ ตั ิตนตามขอ้ กาหนด คาส่ัง ข้อบงั คบั ทีเ่ กีย่ วขอ้ งกับ
การทางาน
3. ความเสยี สละ หมายถงึ การยอมเสยี สิง่ ทีเ่ ปน็ ของตนเองเพ่ือให้เกิดประโยชน์แก่
ผูอ้ ื่น หรือสังคม
4. ความสามัคคี คือ ความพร้อมเพรยี งของหมคู่ ณะ ซงึ่ ในการปฎบิ ตั งิ านใดๆ จะสาเรจ็
ลลุ ่วงไดด้ ีนน้ั จะต้องเกดิ ความสามัคคี
5. ความซอ่ื สัตย์สุจริต คอื การประพฤตปิ ฎบิ ัตอิ ยา่ งตรงไปตรงมา ทัง้ ทางกายทาง
วาจา และทางใจ ไมค่ ดโกงเอาเปรยี บ
จรยิ ธรรมในการประกอบอาชพี
จริยธรรมในการประกอบอาชพี คอื หลกั ธรรมทค่ี วรประพฤตปิ ฎิบตั หิ รอื ใช้เป็น
แนวทางในการดาเนนิ ชวี ติ
สปั ปรุ สิ ธรรม 7 (ธรมของคนดี) หรอื ธรรมทท่ี าให้บคุ คลเปน็ สัตบรุ ษุ เปน็ ธรรมของคนดี
อทิ ธบิ าท 4 (ธรรมสคู่ วามสาเรจ็ ) หลักธรรมในการส่งเสริมใหเ้ กิดความสาเร็จ
พรหมวหิ าร 4 (ธรรมประจาใจทท่ี าใหเ้ ปน็ พรหม) พรหมวิหาร 4หลกั ธรรมในการ
สง่ เสริมให้เกดิ ความสาเรจ็ ธรรมทบ่ี ุคคล โดยเฉพาะหวั หนา้ หรือผนู้ าควรมไี ว้ประจาใจ
ในการประพฤติปฎบิ ตั ิให้เสมอดว้ ยพรหม
สติสมั ปชญั ญะ คอื ความรใู้ นตวั ขณะท่ที า พูด หรือคิด สงิ่ ใดสิง่ หนึง่ และระลกึ ถงึ สิ่ง
ตา่ งๆ
ความสาคญั ของคณุ ธรรมและจริยธรรมในการประกอบอาชีพ
คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมในการประกอบอาชีพ คอื ส่งิ ที่ช่วยควบคุมพฤตกิ รรม
ของบุคคลในการประกอบอาชพี โดยการคานงึ ถึงผลกระทบท่เี กิดขึน้ กบั ตนเองและ
ผู้อ่นื หรือไมใ่ ช่ความร้คู วามสามารถไปทาทไ่ี ม่ถกู ตอ้ ง จงึ ทาใหเ้ กิดผลเสยี ต่อตนเอง
1. ชว่ ยให้ชีวติ ดาเนินไปดว้ ยความราบรน่ื และสงบ
2. ชว่ ยให้มสี ติสมั ปชญั ญะอยู่ตลอดเวลา
3. ช่วยสร้างความมรี ะเบียบวนิ ยั ใหแ้ ก่บคุ คลในชาติ
4. ชว่ ยควบคมุ ไมใ่ หค้ นชั่วมจี านวนมากข้ึน
5. ชว่ ยให้มนษุ ยน์ าความรูแ้ ละประสบการณม์ าสร้างสรรคแ์ ตส่ ่งิ ทมี่ คี ุณคา่
6. ชว่ ยควบคมุ ความเจรญิ ทางดา้ นวตั ถแุ ละจิตใจของคนให้เจรญิ ไปพร้อม ๆ กัน
จรรยาบรรณในการประกอบอาชพี
จรรยาบรรณในการประกอบอาชพี คือ กฎเกณฑ์หรอื แนวทางในการพฤตปิ ฎิบัติ
ตนของผูป้ ระกอบอาชพี ในแตล่ ะสาขาอาชพี กาหนดขนึ้ เขยี นเปน็ ลายลักษณอ์ ักษร
หรือไมก่ ็ได้ จรรยาบรรณวิชาชพี ในการประกอบอาชพี
1. จรรยาบรรณในการประกอบอาชพี คา้ ขาย
1.1 มสี จั จะ คอื มีความจงิ ใจในอาชพี ของตน
1.2 มเี มตตากรุณา
1.3 ไม่มุ่งผลกาไรเพยี งอย่างเดียว
2. จรรยาบรรณในการประกอบอาชพี ครู
2.1 เลอ่ื มใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตย
2.2 ยึดมั่นในหลักศาสนา
2.3 ตัง้ ใจอบรมส่ังสอนศษิ ย์ ถา่ ยทอดวชิ าความรู้ โดยไม่บิดเบยี นหรอื ปกปดิ อาพราง
2.4 สุภาพเรียบร้อย
3. จรรยาบรรณในการประกอบอาชพี แพทย์
3.1 มีเมตตาจติ ใจผูป้ ว่ ยโดยไมแ่ บง่ ช่นั วรรณะ
3.2 อ่อนนอ้ มถ่อมตน
3.3 มีความละเอียดและเกรงกลัวต่อบาป
3.4 ไม่โอ้อว้ ดวิชาให้ผอู้ น่ื หลงเช่อื
4. จรรยาบรรณในการประกอบอาชพี ทหาร
4.1 จงรักภักดตี ่อชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์
4.2 ยึดม่นั ในการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย
4.3 เสยี สละประโยชนส์ ุขสว่ นตวั
4.5 มคี ณุ ธรรม ซอื่ ตรง
4.6 รักษาชอื่ เสียงและเกียรติยศของทหาร
การสรา้ งคณุ ธรรมและจรยิ ธรรมในการประกอบอาชพี
คุณธรรมและจรยิ ธรรมเกิดขนึ้ โดยการพฒั นาทางดา้ นสตปิ ญั ญาและการอบรม
กล่อมเกลาจติ ใจใหร้ ้จู กั ผดิ ชอบชัว่ ดี คุณธรรมจรยิ ธรรมในการประกอบอาชีพนั้นจงึ
สามารถเรยี นรูแ้ ละสรา้ งเสรมิ ให้เกดิ ขนึ้ ไดต้ ลอด หลักการสร้างคณุ ธรรมและจริยธรรม
ในการประกอบอาชพี มีดงั น้ี
1. การปลกู ฝ่ังในตวั บุคคล
2. การปลกู ฝ่ังคา่ นิยมในสังคม
3. การพฒั นาคณุ ธรรมและจรยิ ธรรมดว้ ยสตปิ ญั ญาของตนเอง