แผนการจัดการเรียนรู้
รายวิชาภาษาไทย ท 16101
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
เอกสารประกอบการสอบสอน
ครูผู้ช่วย ภาค ค
นางสาวทิพย์สุคนธ์ ไตรพรม
ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
รหัสวชิ ำ (ท16101) กล่มุ สำระกำรเรยี นรภู้ ำษำไทย
ช้นั ประถมศกึ ษำปที ่ี 6
อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทรอ้ ยกรอง อธิบายความหมายของคา ประโยค และข้อความที่เป็นโวหาร
อา่ นเร่ืองสนั้ ๆอยา่ งหลากหลาย โดยจบั เวลาแล้วถามเกยี่ วกับเรือ่ งทอ่ี า่ น แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น อธิบายการ
นาความรู้ ความคิดจากเรื่องท่ีอ่านไปตัดสินใจแก้ปัญหาในการดาเนินชีวิต อ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คาส่ัง
ข้อแนะนา และปฏบิ ัติตาม อธบิ ายความหมายของข้อมูลจากการอ่านแผนผัง แผนท่ี แผนภูมิ และกราฟ อ่าน
หนงั สอื ตามความสนใจและอธิบายคณุ คา่ ที่ได้รับ มีมารยาทในการอา่ น
คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและคร่ึงบรรทัด เขียนส่ือสารโดยใช้คาได้ถูกต้องชัดเจนและเหมาะสม
เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พัฒนางานเขียน เขียนเรียงความ ย่อความ จดหมาย
ส่วนตวั กรอกแบบรายการต่างๆ เขยี นเรื่องตามจนิ ตนาการและสรา้ งสรรค์ มมี ารยาทในการเขยี น
พูดแสดงความรู้ ความเข้าใจ จุดประสงค์ ตั้งคาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผล จากเร่ืองที่ฟังและดู
วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากการฟังและดูสื่อโฆษณาอย่างมีเหตุผล พูดรายงานเร่ืองหรือประเด็นท่ีศึกษาค้นคว้า
จากการฟัง การดู และการสนทนา พูดโน้มน้าวอย่างมีเหตุผลและน่าเช่ือถือ มีมารยาทในการฟัง การดู และ
การพูด
วิเคราะห์ชนิดและหน้าท่ีของคาในประโยค ใช้คาได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล รวบรวมและบอก
ความหมายของคาภาษาต่างประเทศทใี่ ชใ้ นภาษาไทย ระบุลกั ษณะของประโยค แต่งบทร้อยกรอง วิเคราะห์และ
เปรยี บเทียบสานวนที่เป็นคาพงั เพยและสุภาษิต
แสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อ่าน เล่านิทานพ้ืนบ้านท้องถ่ินตนเองและนิทาน
พ้ืนบ้านของท้องถิ่นอื่น อธิบายคุณค่าของวรรณคดีวรรณกรรมท่ีอ่านและนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ท่องจาบท
อาขยานตามท่กี าหนดและบทรอ้ ยกรองที่มีคุณคา่ ตามความสนใจ
มีทักษะทด่ี ใี นการอา่ น อา่ นไดค้ ล่องและเร็ว ปฏบิ ัตติ นในการอา่ นได้ถูกต้อง ปฏิบัติตามข้อตกลงในการอยู่
ร่วมกนั ในโรงเรยี น ทส่ี าธารณะในชมุ ชน คูม่ ือและเอกสารของโรงเรียนท่ีเก่ียวข้องกับนักเรียน การใช้พจนานุกรม
อ่านคาที่มีตัวการันต์ อักษรย่อและใช้เคร่ืองหมายวรรคตอน วัน เดือน ปี แบบไทย อ่านจับใจความได้เร็ว
วเิ คราะหส์ อื่ โฆษณา ตอบคาถามจากเพลงพ้ืนบ้าน บทความ สารคดี เรื่องสั้น ข่าวและ เหตุการณ์สาคัญ พระ
บรมราโชวาท โฆษณา แยกข้อเท็จจริงข้อคิดเห็น อธิบายการนาความรู้และความคิดจากเรื่องไปตัดสินใจ
แก้ปัญหาในการดาเนินชีวิต อธิบายข้อมูลจากแผนผัง แผนที่แผนภูมิ และกราฟ ปฏิบัติตามคาส่ังในการอยู่
ร่วมกันในสังคม เขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็น คาอวยพร ประกาศ เขียนแผนภาพโครงเร่ือง และ
แผนภาพความคิด เขียนเรียงความ ย่อความจากนิทาน จากความเรียงประเภทต่างๆ จดหมายขอโทษ ขอบคุณ
แสดงความเห็นใจ แสดงความยินดี แต่งกลอนสุภาพ เขียนเร่ืองตามจินตนาการและสร้างสรรค์ กรอกแบบคา
ร้องต่างๆ ใบสมัครศึกษาต่อ แบบฝากส่งพัสดุและไปรษณียภัณฑ์ พูดโน้มน้าวในการรณรงค์ด้านต่างๆได้อย่างมี
เหตผุ ลและน่าเชือ่ ถอื พูดแสดงความรู้ความเข้าใจจุดประสงค์ของเรื่อง ตั้งคาถาม ตอบคาถามเชิงเหตุผลท่ีฟังและ
ดูจากส่ือส่ิงพิมพ์ได้ตรงประเด็น พูดรายงาน โต้วาที จาแนกคากริยา คาวิเศษณ์ คาบุพบท คาเชื่อม คาอุทาน
คาราชาศพั ท์ กลุ่มคาหรือวลี ภาษาถนิ่ ขอ้ ความทเี่ ป็นโวหารตา่ งๆ คาทีม่ าจากภาษาต่างประเทศ สานวนที่เป็น
คาพังเพยและสุภาษิต สานวนเปรียบเทียบ และนาไปใช้ได้ถูกต้อง แต่งประโยคสามัญ ประโยครวม ประโยค
ซ้อน ใช้ภาษาได้ถูกต้องตามระดับ แสดงความคิดเห็น อธิบายคุณค่าวรรณคดีและวรรณกรรม เล่านิทานคติธรรม
เพลงพน้ื บ้าน นิทานพนื้ บา้ นท้องถ่นิ ตนเองและท้องถนิ่ อนื่ และท่องอาขยานได้
เห็นคุณค่าของการใช้ภาษาไทยในชีวิตประจาวัน มีความกระตือรือร้น สนใจใฝ่รู้ มีความรับผิดชอบใน
งานของตนและมีสว่ นร่วมในการทากิจกรรม มีนิสัยรักการอ่าน การเขียน มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การฟัง
การดู และการพูด
รหัสตวั ชี้วดั
สาระที่ 1 การอา่ น มฐ. ท 1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9
สาระท่ี 2 การเขียน มฐ. ท 2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9
สาระท่ี 3 การฟัง การดู และการพดู มฐ. ท 3.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5
สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย มฐ. ท 4.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7
สาระที่ 5 วรรณคดแี ละวรรณกรรม มฐ. ท 5.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4
รวม 34 ตวั ชีว้ ัด
โครงสร้ำงรำยวชิ ำ ท 16101 ภำษำไทย
รำยวชิ ำพ้นื ฐำน เวลำ 160 ช่ัวโมง กล่มุ สำระกำรเรียนรภู้ ำษำไทย
ช้ันประถมศกึ ษำปีท่ี 6 ภำคเรียนท่ี 1 คะแนนเต็ม 100 คะแนน
ชอ่ื หน่วยกำรเรียนรู้ ตวั ชีว้ ัด เวลำ คะแนน
ภำษำพำที 6 6
10 10
1. จากผาแต้มสอู่ ยี ปิ ต์ ท 1.1 ป. 6/1-5, 9 ท 4.1 ป. 6/1
5 5
2. ควาย ขา้ วและชาวนา ท 1.1 ป. 6/1-5, 9 ท 2.1 ป. 6/2, 9 7 7
11 11
ท 4.1 ป. 6/1, 3
10 8
3. อา่ นป้ายได้สาระ ท 1.1 ป. 6/1-5, 9 ท 4.1 ป. 6/2, 4 6 6
4. กทลีตานี ท 1.1 ป. 6/1-5, 9 ท 4.1 ป. 6/1 9 7
10 10
5. ละครย้อนคดิ ท 1.1 ป. 6/1-5, 9 ท 2.1 ป. 6/4, 9 74 70
6 30
ท 4.1 ป. 6/1 80 100
6. กลอนกานท์จากบ้านไทย ท 1.1 ป. 6/1-5, 9 ท 4.1 ป. 6/1
7. กวา่ แผ่นดนิ จะกลบหน้า ท 1.1 ป. 6/1-5, 9 ท 3.1 ป. 6/1-2, 6
ท 4.1 ป. 6/6
8. ไมง้ ามในสวนแกว้ ท 1.1 ป. 6/1-5, 9 ท 4.1 ป. 6/4, 5
วรรณคดลี ำนำ ท 1.1 ป. 6/1–5, 8, 9 ท 5.1 ป. 6/1 – 4
รวม
ทบทวนและสอบวดั ผลคร้ังที่ 1
รวมภำคเรยี นท่ี 1
โครงสรำ้ งหนว่ ยกำรเรียนรู้ที่ 4 กทลตี ำนี
รำยวิชำพืน้ ฐำน กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย
ชนั้ ประถมศึกษำปที ่ี 6 ภำคเรียนท่ี 1 เวลำ 7 ชว่ั โมง คะแนนเตม็ 7 คะแนน
******************************************************************************************************
สำระท่ี 1 กำรอำ่ น มฐ. ท 1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8
สำระท่ี 2 กำรเขียน มฐ. ท 2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9
สำระท่ี 3 กำรฟัง กำรดู และกำรพดู มฐ. ท 3.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5
สำระที่ 4 หลกั กำรใชภ้ ำษำไทย มฐ. ท 4.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7
สำระท่ี 5 วรรณคดแี ละวรรณกรรม มฐ. ท 5.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4
คณุ ลักษณะที่พึงประสงค์ ข้อ 1-8
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น ข้อ 1–5
ชือ่ หน่วยกำรเรยี นรู้ ภำษำพำที 4 กทลีตำนี
ตวั ชีว้ ดั สำระกำรเรียนรู้ ภำระงำน/ชนิ้ งำน เวลำ คะแนน
ท 1.1 ป. 6/1-5,9 การอ่านจบั ใจความเร่ือง กทลีตานี - การอา่ นจับใจความ 11
ท 1.1 ป. 6/1-5,9 การอา่ นออกเสียงเรื่อง กทลตี านี - การอา่ นออกเสยี ง 11
ท 1.1 ป. 6/1-5,9 อ่านเสรมิ เรื่อง เรื่องของกลว้ ย
ท 4.1 ป. 6/1 คานาม - การอา่ นจับใจความ 11
ท 4.1 ป. 6/1 คาสรรพนาม - สอ่ื ดาวกระจาย 2 2
ท 4.1 ป. 6/1 คากริยา - แบบฝกึ เร่ืองคานาม 1 1
- แบบฝึกเรอ่ื งคาสรรพนาม
- แบบฝกึ เร่ืองคากรยิ า 11
รวม 7 7
โครงสรำ้ งหน่วยกำรเรียนรู้ท่ี 4 กทลีตำนี
รำยวชิ ำพนื้ ฐำน กล่มุ สำระกำรเรียนรภู้ ำษำไทย
ช้ันประถมศึกษำปที ี่ 6 ภำคเรียนท่ี 1 เวลำ 7 ชัว่ โมง คะแนนเต็ม 7 คะแนน
******************************************************************************************************
สำระท่ี 1 กำรอ่ำน
มำตรฐำน ท 1.1 ใช้กระบวนกำรอำ่ นสร้ำงควำมรู้และควำมคดิ เพอ่ื นำไปใช้ตดั สินใจ แก้ปัญหำในกำรดำเนิน
ชีวติ และมีนสิ ัยรกั กำรอ่ำน
ตัวชว้ี ดั ป. 6/1 อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทรอ้ ยกรองได้ถูกต้อง
ป. 6/2 อธบิ ายความหมายของคา ประโยค และข้อความท่ีเป็นโวหาร
ป. 6/3 อ่านเรอ่ื งส้ันๆอยา่ งหลากหลาย โดยจบั เวลาแลว้ ถามเก่ียวกบั เร่ืองทีอ่ ่าน
ป. 6/4 แยกขอ้ เท็จจรงิ และข้อคิดเห็นจากเร่ืองท่ีอ่าน
ป. 6/5 อธบิ ายการนาความรู้และความคดิ จากเร่ืองท่ีอ่านไปตดั สนิ ใจแก้ปัญหาในการดาเนินชีวติ
ป. 6/9 มีมารยาทในการอ่าน
สำระที่ 4 หลักกำรใช้ภำษำไทย
มำตรฐำน ท 4.1 เข้ำใจธรรมชำตขิ องภำษำและหลักกำรใช้ภำษำไทย กำรเปล่ยี นแปลงของภำษำและพลัง
ของภำษำภูมิปัญญำทำงภำษำ และรักษำภำษำไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชำติ
ตวั ชีว้ ัด ป. 6/1 วเิ คราะห์ชนดิ และหน้าท่ีของคาในประโยค
สำระสำคัญ
การอ่านเร่ืองราวต่าง ๆ จะต้องจบั ใจความสาคัญ วิเคราะหเ์ รือ่ ง แสดงความคดิ เหน็ บอกข้อคิดของเร่อื งท่ี
อา่ น สามารถนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนวชิ าอ่นื หรอื การดาเนนิ ชวี ติ ประจาวันได้ การเรียนรู้เรอื่ งคานาม
คาสรรพนาม และคากรยิ า สามารถนาไปใช้ในประโยคส่ือสารไดถ้ ูกต้อง
สำระกำรเรยี นรู้
1. การอ่านเพอ่ื จับใจความ เรื่อง กทลตี านี
2. การอา่ นออกเสยี ง เรื่อง กทลตี านี
3. อา่ นเสรมิ เรื่อง เรื่องของกลว้ ย
4. คานาม
5. คาสรรพนาม
6. คากริยา
กำรบูรณำกำรกบั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง
1. ความพอประมาณ
รู้จกั ประมาณในการกนิ การอยู่ และใชส้ ิ่งของต่าง ๆ อยา่ งรกู้ าลเทศะ และไมเ่ ปน็ การรบกวนผอู้ นื่
2. ความมเี หตมุ ผี ล
รจู้ กั พจิ ารณาสงิ่ ต่าง ๆ รอบตัวอย่างมีเหตุผล เหมาะสมกับสถานการณ์และความจาเป็น
3. การมภี ูมคิ ุ้มกนั ในตวั ที่ดี
มคี วามตระหนกั และรูจ้ ัก พูดคุยกบั บคุ คลผู้มีภูมปิ ัญญา ย่อมจะได้ข้อคดิ ทด่ี ี เกิดประโยชนเ์ สมอ
4. เงอ่ื นไขความรู้
รจู้ กั คน้ คว้าหาประสบการณ์เพ่มิ เตมิ จะมีความรคู้ วามคดิ ที่กวา้ งขวางนาไปปรบั ประยุกต์ใช้ในการดาเนิน
ชวี ติ ประจาวนั ได้
5. เง่ือนไขคุณธรรม
มคี วามขยนั อดทน และมงุ่ มนั่ ในการทากจิ กรรมต่างๆ เพ่ือให้เกิดผลดตี ่อชวี ติ
กำรบรู ณำกำรกับประชำคมอำเซยี น
การเปรียบเทียบคานาม คาสรรพนาม และคากริยาในภาษาองั กฤษ ซงึ่ เป็นภาษากลางของอาเซยี น
กำรบูรณำกำรกับค่ำนยิ ม 12 ประกำร
ขอ้ ที่ 4. ใฝ่หาความรู้ หม่นั ศกึ ษาเลา่ เรียนทัง้ ทางตรง และทางอ้อม
ขอ้ ที่ 9. มสี ติรู้ตัว รู้คิด รู้ทา
เป้ำหมำยกำรเรียนรู้
ด้ำนควำมรู้
1. อ่าน และสรปุ สาระสาคัญของเรื่องที่อ่านได้
2. ต้ังคาถาม ตอบคาถามจากเรื่องท่ีอ่านได้
3. บอกข้อคิดและคุณคา่ ที่ไดร้ ับจากการอ่านได้
4. บอกลักษณะ และชนิดของคานามได้ถูกต้อง
5. สามารถนาคานามไปใชใ้ นประโยคได้ถกู ต้อง
6. บอกลักษณะ และชนดิ ของคาสรรพนามได้ถูกต้อง
7. สามารถนาคาสรรพนามไปใชใ้ นประโยคได้ถกู ตอ้ ง
8. บอกลักษณะ และชนิดของคากรยิ าได้ถูกตอ้ ง
9. สามารถนาคากรยิ าไปใช้ในประโยคได้ถกู ต้อง
ดำ้ นทักษะ/กระบวนกำร
1. กระบวนการอ่าน
2. กระบวนการคิดวิเคราะห์
3. กระบวนการเขียน
4. กระบวนการพดู
5. กระบวนการฟงั และการดู
6. กระบวนการกลุ่ม
ดำ้ นคุณธรรม จริยธรรมฯ
1. เหน็ คณุ ค่าของการใช้ภาษาไทยในชีวติ ประจาวัน
2. มคี วามกระตอื รือร้น สนใจใฝร่ ู้
3. มคี วามรับผิดชอบในงานของตนและมสี ่วนรว่ มในการทากจิ กรรม
4. มีนสิ ัยรกั การอ่านและการเขียน
5. มีมารยาทในการอ่านและการเขียน
6. มมี ารยาทในการฟัง การดู และการพูด
7. เห็นคณุ คา่ ภมู ปิ ัญญาทางภาษาวรรณคดี และวรรณกรรม
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ข้อที่ 1 รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
ขอ้ ท่ี 2 ซ่อื สัตย์สุจริต
ข้อที่ 3 มวี ินยั
ข้อท่ี 4 ใฝ่เรยี นรู้
ขอ้ ท่ี 5 อยู่อย่างพอเพียง
ข้อท่ี 6 มุ่งม่นั ในการทางาน
ขอ้ ที่ 7 รักความเป็นไทย
ข้อท่ี 8 มจี ิตสาธารณะ
สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
ข้อที่ 1 ความสามารถในการส่ือสาร
ข้อท่ี 2 ความสามารถในการคิด
ขอ้ ที่ 3 ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ข้อท่ี 4 ความสามารถในการใชช้ ีวิต
ข้อที่ 5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
ภำระงำน/ชิ้นงำน
1. การอ่านจบั ใจความ
2. การอา่ นออกเสยี ง
3. ส่ือดาวกระจายคานาม
4. แบบฝึกเรอื่ งคานาม
5. แบบฝกึ เรอ่ื งคาสรรพนาม
6. แบบฝกึ เรื่องคากรยิ า
กำรประเมนิ ผล
ประเดน็ กำรประเมนิ ระดับคณุ ภำพ
การจับใจความ
การอ่านออกเสียง 32 1
จับใจความสาคัญของเรือ่ งได้ จบั ใจความสาคญั ของเรือ่ งได้ จบั ใจความสาคญั ของเรอื่ งไม่
ถูกต้อง และไม่ครบถ้วน
ถูกต้อง ครบถ้วนสมบรู ณ์ ถูกต้อง แต่ไม่ครบถว้ น
อ่านออกเสียงคาท่ีมี ร ล
อ่านออกเสยี งคาที่มี ร ล อ่านออกเสยี งคาท่ีมี ร ล ควบกลา้ ไม่ถูกต้อง
เว้นวรรคตอนยังไม่ถูกตอ้ งนัก
ควบกล้าได้ถกู ต้องทุกคา ควบกล้าได้ถกู ต้องทุกคา มคี วามพยายามทจ่ี ะใช้
นา้ เสยี งแสดงอารมณแ์ ตย่ ัง
เวน้ วรรคตอนถูกต้อง เว้นวรรคตอนทาได้ดี มี ทาได้ไม่ดีเทา่ ทีค่ วร
เหมาะสมและใช้น้าเสียง ตดิ ขัดเพียงบางชว่ ง และใช้
แสดงอารมณท์ สี่ มั พนั ธก์ บั น้าเสียงแสดงอารมณ์ได้
เร่ืองได้ดี สมั พันธก์ ับเรื่อง
ระดบั คณุ ภำพ
8 – 10 คะแนน ระดบั คณุ ภาพ 3 ดี
5 – 7 คะแนน ระดบั คณุ ภาพ 2 พอใช้
0 – 4 คะแนน ระดบั คณุ ภาพ 1 ปรบั ปรงุ
สอ่ื กำรเรียนรู้
1. แบบทดสอบก่อนเรยี น
2. หนงั สอื ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 6
3. บตั รคา คายาก และความหมาย
4. ใบความรู้ pop up twist เรือ่ งคานาม
5. สอื่ ดาวกระจายคานาม (สามานยนาม และวิสามานยนาม)
6. แบบฝึกคานาม
7. ใบความรู้เร่ืองคาสรรพนาม
8. แบบฝึกคาสรรพนาม
9. ใบความร้เู รอ่ื งคากริยา
10. แบบฝึกคากริยา
11. แบบทดสอบหลังเรียน
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย รายวิชา ท13101 ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2563 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 กทลีตานี
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 4 เรือ่ ง คานาม
จานวน 2 ช่ัวโมง
สอนโดย นางสาวทิพย์สุคนธ์ ไตรพรม
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชวี้ ดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ
ตัวช้วี ัด
ท 4.1 ป.6/1 วเิ คราะห์ชนิดและหนา้ ที่ของคาในประโยค
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
คานาม เปน็ คาทใ่ี ช้เรยี กชื่อคน สตั ว์ สิ่งของ สถานท่ี สภาพ อาการ ทั้งท่มี ตี ัวตนและไม่มีตัวตัวตน แบ่ง
ออกเป็น 5 ชนิด คือ สามานยนาม วิสามานยนาม สมุหนาม อาการนาม และลักษณนาม การเรียนรู้เรื่อง
คานาม จะทาให้นาไปใชไ้ ดถ้ กู ต้อง
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 บอกความหมายและชนิดของคานามไดถ้ ูกต้อง (K)
3.2 เขียนคานามตามชนิดที่กาหนดไดถ้ กู ต้อง (P)
3.3 นาความรเู้ ร่อื งคานามไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวันได้อยา่ งเหมาะสม (A)
4. สาระการเรยี นรู้ () ซื่อสัตย์ สจุ รติ
4.1 ความรู้ () ใฝเ่ รียนรู้
- ความหมายและชนดิ ของคานาม () ม่งุ มนั่ ในการทางาน
4.2 ทกั ษะ / กระบวนการ ( ) มีจติ สาธารณะ
- เขยี นคานามแตล่ ะชนดิ ได้ถูกต้อง
4.3 คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
( ) รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
( ) มีวนิ ยั
( ) อยอู่ ย่างพอเพียง
( ) รกั ความเปน็ ไทย
4.4 การพัฒนาทักษะชีวติ (เทคนคิ R-C-A)
เทคนคิ R-C-A คาถาม
คาถามสะท้อน (Reflect) คานามคืออะไร /คาสามานยนาม และคาวิสามานยนามต่างกนั อย่างไร
คาถามเช่ือมโยง (Connect) จงยกตัวอย่างคานาม (สามานยนาม และวสิ ามานยนาม)
คาถามนาไปใช้ (Apply) การเรยี นเร่อื งคานามมีความสาคัญอยา่ งไร
5. หลกั ฐานการเรียนรู้ (ภาระงาน/ช้ินงาน)
- สื่อดาวกระจาย (คาสามานยนาม และคาวิสามานยนาม)
- แบบฝึกหัด เรอ่ื ง คานาม
6. การวัดและประเมนิ ผล วิธีวดั เคร่อื งมือวดั เกณฑ์การวดั
จดุ ประสงค/์ ตวั ชีว้ ดั ระดับคุณภาพ ดี
การตอบคาถามในชัน้ แบบประเมนิ การตอบ
1. บอกความหมายและชนิด เรียน คาถามในชน้ั เรียน
ของคานามได้ถูกต้อง (K)
ท 4.1 ป.6/1
2. เขียนคานามตามชนดิ ที่ ตรวจสือ่ ดาวกระจาย แบบประเมินการทาส่ือ ระดับคุณภาพ ดี
กาหนดถูกตอ้ ง (P) ท 4.1 ป. ดาวกระจาย ระดบั คุณภาพ ดี
6/1 ตรวจแบบฝึกหัดเร่ือง
คานาม (สามานยนาม แบบประเมนิ การทา
3. นาความรู้เร่ืองคานามไปใช้ และวิสามานยนาม) แบบฝกึ หดั เร่ืองคานาม
ในชีวิตประจาวนั ได้อย่าง (สามานยนาม และวิสา
เหมาะสม (A) มานยนาม)
7. กิจกรรมการเรยี นรู้ (เทคนิคการสอน STAD : Student Teams Achievement Divisions )
ขน้ั นาเข้าสูบ่ ทเรียน
1. ครกู ลา่ วทกั ทายนักเรยี น แลว้ พานักเรยี นรอ้ งเพลง “แอปเปลิ มะละกอ กลว้ ย ส้ม” โดยครรู อ้ งและ
แสดงทา่ ทางเปน็ ตัวอยา่ ง 1 รอบ จากน้ันใหน้ ักเรียนทุกคนร้องเพลงและทาทา่ ทางตาม เพ่อื กระตุ้นใหผ้ ู้เรียน
ตืน่ ตัวและพร้อมที่จะเรียนต่อไป
2. ครถู ามนักเรยี นว่าจากเพลง “แอปเปลิ มะละกอ กล้วย ส้ม” ท่ีรอ้ งจบไปมีคาชนดิ ใดอยู่ (คานาม)
แลว้ คานาม คืออะไร (คาท่ีใชเ้ รยี กช่ือคน สตั ว์ สงิ่ ของ สถานท)่ี เพ่ือเชื่อมโยงความรูเ้ ดมิ ในการเรียนเรื่อง ชนดิ
ของคา ของนกั เรยี นในการเข้าสูบ่ ทเรยี นต่อไป
ขั้นการเรียนรู้
3. ครใู ห้นักเรยี นดสู อื่ ดาวกระจายคานาม (สามานยนาม และวสิ ามานยนาม) โดยให้นกั เรียนอ่านคาใน
ส่อื ดาวกระจายจากซ้ายไปขวา และแจง้ ใหน้ ักเรียนทราบว่าวันน้เี ราจะเรียนคานาม 2 ชนิด คอื สามานยนาม
และวิสามานยนาม (ครอู ธิบายเพ่มิ เติมวา่ คานามมี 5 ชนดิ คอื สามานยนาม วสิ ามานยนาม สมุหนาม อาการ-
นาม และลักษณนาม)
4. ครูแบ่งนกั เรียน 5 กลุม่ กลุ่มละ 4-5 คน โดยสมาชิกในแต่ละกลมุ่ จะคละความสามารถเก่ง ปาน-
กลาง อ่อน และอธบิ ายกติกาว่าในกิจกรรมนสี้ มาชิกทุกคนในกลมุ่ จะไดร้ บั คะแนนเทา่ กนั ดังนัน้ ทกุ คนตอ้ ง
ชว่ ยเหลือซง่ึ กนั และกนั ไม่ทิง้ หนา้ ท่ีใหค้ นใดคนหนึง่ ทาทง้ั หมด
5. ครแู จกใบความรู้ เรอ่ื งคานาม และอธบิ ายลกั ษณะของคานาม (สามานยนาม และวิสามานยนาม)
ในรูปแบบของการถามคาถาม คือ
(1) คาสามานยนาม มีลักษณะอยา่ งไร (แนวคาตอบ : คาสามานยนาม เปน็ คานามท่ีใช้
เรยี กช่อื ทวั่ ไปไม่เจาะจง ซง่ึ อาจมีความหมายกวา้ ง หรือความหมายแคบ เชน่ แมว เมฆ แกว้ คน ฝน สตั ว์
ผลไม้ เป็นต้น)
(2) คาวสิ ามานยนาม มลี กั ษณะอยา่ งไร (แนวคาตอบ : คาวสิ ามานยนาม เปน็ คานามทีใ่ ช้
เรยี กช่ือคน สตั ว์ สิง่ ของ หรอื สถานทแ่ี บบเฉพาะเจาะจง เช่น ชอ่ื คน ชือ่ โรงเรียน ชื่อสถานทท่ี อ่ งเที่ยว ชอ่ื วดั
ชื่อจังหวดั เป็นตน้ )
จากนัน้ ถามเชื่อมโยงกบั คาที่ปรากฏในเพลง “แอปเปิล มะละกอ กลว้ ย สม้ ” และคาในสือ่ ดาว
กระจายคานาม เพ่อื ให้นักเรยี นไดล้ งมือหาคาตอบด้วยตนเอง (สมาชิกกล่มุ ใดตอบถกู จะได้รบั ดาวคนละ 1
ดวง)
6. ครมู อบหมายใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ทาส่อื ดาวกระจายคานาม ซง่ึ กลุม่ 1-3 ใหท้ าดาวกระจาย
คานาม ชนดิ “สามานยนาม” และกลุม่ 4-5 ให้ทาดาวกระจายคานาม ชนิด “วิสามานยนาม” โดยให้ทกุ กลุ่ม
ศกึ ษาจากใบความรู้ เรือ่ ง คานาม หรือคน้ หาเพ่มิ เติมในอนิ เทอรเ์ น็ต จากน้นั นาคานามท่ีได้มาเขียนลงในส่อื
ดาวกระจายให้ถูกต้อง พร้อมตกแต่งใหส้ วยงาม (ในสว่ นของการพบั ส่ือดาวกระจาย ใหน้ ักเรียนศกึ ษาจากส่ือ
ดาวกระจายของครเู ป็นแบบอย่าง โดยลองพบั ดว้ ยตนเองก่อน ซงึ่ ครจู ะมหี น้าท่ีคอยเดนิ ให้คาปรึกษาในแต่ละ
กลมุ่ หากกลุ่มใดยงั พบั ไม่ได้ หรือมขี ้อสงสยั ใหย้ กมอื ถามครไู ดต้ ลอดเวลา)
7. ครใู ห้แตล่ ะกลุ่มออกมานาเสนอส่ือดาวกระจายของตนเอง นกั เรยี นกลมุ่ ท่เี หลือและครูช่วยกัน
ตรวจสอบคานามทก่ี ลมุ่ นาเสนอเขียนมาวา่ ถกู หรือไม่ เมือ่ นาเสนอหมดทุกกลุ่ม ครูกลา่ วชมเชยและให้นกั เรยี น
ปรบใหเ้ พ่ือนและตนเอง จากนั้นจึงใหค้ ะแนนแก่นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ ตามความถกู ต้องของชนิ้ งาน
ข้นั สรุป
8. ครแู ละนักเรียนร่วมกันสรปุ ความหมายและชนดิ ของคานาม (สามานยนาม และวสิ ามานยนาม)
ด้วยคาถาม R-C-A
(1) คาถามสะทอ้ น (Reflect) : คานามคืออะไร (แนวคาตอบ คานาม คือ คาท่ีใช้เรยี กชือ่ คน สัตว์
สงิ่ ของ สถานที่ ) /คาสามานยนาม และคาวสิ ามานยนามต่างกนั อย่างไร (แนวคาตอบ คาสามานยนามใช้
เรียกชื่อทว่ั ไป ส่วนคาวิสามานยนามใช้เรยี กชอื่ ทเ่ี ฉพาะเจาะจง)
(2) คาถามเชอ่ื มโยง (Connect) : จงยกตัวอย่างคาสามานยนาม และวิสามานยนาม (แนวคาตอบ
คาสามานยนาม เช่น โทรทศั น์ กระดานดา กระดาษ ปากกา โตะ๊ เกา้ อ้ี เปน็ ตน้ / คาวิสามานยนาม เช่น ครูนนิ
โรงเรยี นสรุ นารีวทิ ยา วดั ศาลาลอย อนุสาวรยี ท์ า้ วสุรนารี เปน็ ตน้ )
(3) คาถามนาไปใช้ (Apply) : การเรยี นเรือ่ งคานามมีความสาคญั อย่างไร (แนวคาตอบ ทาให้เรารู้จกั
คานามแต่ละชนิด เพื่อจะได้นาไปใช้ได้อย่างถกู ต้อง)
9. ครมู อบหมายใหน้ ักเรยี นทาแบบฝกึ หัด เรอื่ ง คานาม (สามานยนาม และวิสามานยนาม) เพื่อ
ทบทวนบทเรยี น และตรวจสอบการนาความรู้เรือ่ งคานามไปใชใ้ ห้ถูกต้อง
8. สื่อการเรยี นรู้/แหลง่ เรยี นรู้
8.1 เพลง แอปเปลิ มะละกอ กล้วย สม้
8.2 ใบความรู้ Pop up twist เรอื่ ง คานาม
8.3 แบบฝกึ หัดเรื่อง คานาม
8.4 ส่อื ดาวกระจายคานาม
9. บันทึกผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
สอนวันที่ ............... เดอื น ...................... พ.ศ. ..............
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 4 เร่ือง คานาม
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................................
(นางสาวทิพย์สุคนธ์ ไตรพรม)
ครู
แบบประเมนิ การตอบคาถามในช้ันเรียน
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 4 เร่ือง คานาม
จุดประสงคก์ ารเรียนรทู้ ี่ประเมนิ : บอกความหมายและชนิดของคานามได้ถกู ตอ้ ง (K)
ประเมนิ การเรยี นรวู้ นั ที่.......................เดือน................................................พ.ศ..................................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ลาดับ ชื่อ – สกลุ ความ ความ การตอบ มสี ่วนรว่ ม รวม ระดบั
ที่ ต้ังใจใน สนใจและ คาถาม ใน (16) คุณภาพ
การเรยี น
การ (4) กิจกรรม
(4) ซักถาม (4)
(4)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
ลงช่ือ................................................................ผูป้ ระเมนิ
(นางสาวทิพย์สุคนธ์ ไตรพรม)
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดังตารางแนบทา้ ย
เกณฑ์การประเมนิ ในการสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ ดงั นี้
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ เกณฑก์ ารสรปุ ผลการประเมิน
14-16 ดมี าก นักเรียนท่ีไดร้ ะดับคุณภาพดีข้ึนไป ถือว่า ผา่ น
11-13 ดี
8-10 พอใช้
0-7 ปรบั ปรงุ
เกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผลการตอบคาถามในชนั้ เรียน (Rubric)
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ที่ประเมนิ : บอกความหมายและชนิดของคานามได้ถูกตอ้ ง (K)
ประเดน็ การ ดีมาก (4) เกณฑก์ ารให้คะแนน ปรับปรุง (1)
ประเมนิ ดี (3) พอใช้ (2)
1. ความต้ังใจใน สนใจในการเรียนไมค่ ุย สนใจในการเรียนคุย สนใจในการเรียนคุย ไมส่ นใจในการเรยี น
การเรียน
หรอื เลน่ กนั ในขณะ กันเล็กนอ้ ยในขณะ กันและเลน่ กนั คุยและเล่นกนั
2. ความสนใจ
และการซักถาม เรียน เรียน ในขณะเรยี นเปน็ ในขณะเรียน
3. การตอบ บางครง้ั
คาถาม
มีการถามในหัวข้อทีต่ น มีการถามในหวั ข้อท่ี มกี ารถามในหวั ข้อท่ี ไมถ่ ามในหวั ข้อท่ี
4. มสี ่วนร่วมใน
กจิ กรรม ไมเ่ ข้าใจทกุ เร่อื งและ ตนไม่เข้าใจเป็น ตนไมเ่ ข้าใจเปน็ ตนไมเ่ ข้าใจและไม่
กลา้ แสดงออก ส่วนมากและกลา้ บางคร้ังและไม่ค่อย กล้าแสดงออก
แสดงออก กลา้ แสดงออก
รว่ มตอบคาถามในเร่อื ง รว่ มตอบคาถามใน รว่ มตอบคาถามใน ไมต่ อบคาถาม
ทีค่ รูถามและตอบ เรือ่ งที่ครถู ามและ เรอ่ื งที่ครูถามเปน็
คาถามถกู ทกุ ข้อ ตอบคาถามสว่ นมาก บางครั้งและตอบ
ถูก คาถามถูกเปน็
บางครั้ง
รว่ มมือและช่วยเหลือ รว่ มมือและชว่ ยเหลือ ร่วมมือและชว่ ยเหลือ ไม่มีความร่วมมือ
เพือ่ นในการทา เพอื่ นเปน็ สว่ นใหญ่ใน เพื่อนในการทา ในขณะทากิจกรรม
กจิ กรรม การทากจิ กรรม กิจกรรมเปน็ บางครัง้
แบบประเมนิ การทาส่ือดาวกระจาย (กล่มุ ท.ี่ ...............)
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 4 เรอ่ื ง คานาม
จดุ ประสงค์การเรียนรทู้ ป่ี ระเมิน : เขียนคานามตามชนิดทก่ี าหนดไดถ้ กู ต้อง (P)
ประเมินการเรยี นรูว้ นั ท่ี.......................เดอื น................................................พ.ศ..................................
คาชแ้ี จง : ตรวจสื่อดาวกระจาย เรือ่ ง คานาม แล้วขีด ลงในชอ่ งว่างที่ตรงกบั ระดับคะแนน
ลาดับ ชอ่ื – สกลุ เขยี นคานาม เขียนถกู ตอ้ ง ความสะอาด การนาเสนอ รวม
ตามชนิดท่ี ตามหลกั ผลงาน
ท่ี กาหนดให้ ภาษาไทย 321
321
321 321
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครัง้ ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั
ระดับคุณภาพ
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ (7 คะแนน ผ่านเกณฑ)์ ดมี าก
ช่วงคะแนน ดี
10-12 พอใช้
7-9 ปรบั ปรุง
4-6
1-3
เกณฑก์ ารวัดและประเมินผลการทาส่ือดาวกระจาย
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ท่ีประเมิน : เขียนคานามตามชนิดท่ีกาหนดไดถ้ ูกต้อง (P)
ประเด็นการ เกณฑ์การให้คะแนน 1
ประเมิน 32
เขยี นคานามตาม การเขียนคานามตาม การเขยี นคานามตาม การเขยี นคานามตาม
ชนิดทก่ี าหนดให้ ชนิดทีก่ าหนดถูกต้อง ชนดิ ท่กี าหนดถูกตอ้ ง ชนิดท่ีกาหนดถูกต้อง
ทุกคา เป็นส่วนใหญ่ เพียงสว่ นน้อย
เขียนถกู ต้องตาม เขียนถูกต้องตามหลัก
หลักภาษาไทย ภาษาไทยทกุ คา เขยี นถกู ต้องตามหลกั เขยี นไม่ถกู ต้องตาม
ทางานสะอาด สวยงาม ภาษาไทยบางคา หลกั ภาษาไทย
ความสะอาด และเปน็ ระเบยี บ
เรยี บรอ้ ย ทางานสะอาด ทางานไม่สะอาด ไม่
การนาเสนอ สวยงาม และเปน็ สวยงาม และเป็น
ผลงาน มคี วามพร้อม และ ระเบยี บเรยี บร้อย ระเบยี บเรยี บรอ้ ย
ความน่าสนใจในการ เป็นบางส่วน บางสว่ น
นาเสนอ ผลงานที่ ไมม่ ีความพร้อม และ
นาเสนอถกู ตอ้ งทุกคา มคี วามพร้อม และ ความนา่ สนใจในการ
ความนา่ สนใจในการ นาเสนอ ผลงานที่
นาเสนอ ผลงานท่ี นาเสนอไม่ถกู ต้อง
นาเสนอถกู ต้องบาง
คา
แบบประเมินการทาแบบฝึกหดั เรอื่ ง คานาม
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 4 เรอ่ื ง คานาม
จุดประสงค์การเรียนร้ทู ปี่ ระเมนิ : นาความรเู้ รือ่ งคานามไปใช้ในชวี ิตประจาวันไดอ้ ยา่ งเหมาะสม (A)
คาชี้แจง : ตรวจแบบฝกึ หดั เรอ่ื ง คานาม แล้วขีด ลงในช่องว่างทต่ี รงกับระดับคะแนน
ประเมนิ การเรยี นรู้วันท่ี.......................เดอื น................................................พ.ศ..................................
ลาดับ ชือ่ – สกุล เลอื กใชค้ าได้ ความเป็น ความสะอาด การส่งงานตาม รวม
สอดคล้องกบั ระเบียบ เวลาท่กี าหนด
ที่ เรียบร้อย
ประโยค
321321321321
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
ระดบั คุณภาพ
เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ (7 คะแนน ผ่านเกณฑ์) ดีมาก
ช่วงคะแนน ดี
10-12 พอใช้
7-9 ปรบั ปรุง
4-6
1-3
เกณฑ์การวัดและประเมินผลการทาแบบฝกึ หัด
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ที่ประเมิน : นาความรู้เรื่องคานามไปใช้ในชวี ติ ประจาวันไดอ้ ยา่ งเหมาะสม (A)
ประเด็นการ เกณฑ์การให้คะแนน 1
ประเมนิ 32
เลอื กใช้คาได้ เลอื กใช้คาได้สอดคล้อง เลอื กใช้คาได้ เลือกใช้คาได้
สอดคลอ้ งกบั กบั ประโยคไดถ้ ูกต้อง สอดคล้องกับ สอดคลอ้ งกับ
ประโยค ชัดเจน ประโยคได้ถูกต้อง ประโยคได้ถกู ต้อง
เป็นส่วนใหญ่ เพยี งส่วนน้อย
เว้นช่องไฟพองาม เว้นชอ่ งไฟพองาม เว้นช่องไฟไม่เป็น
ระดับบรรทดั เป็น ระดับบรรทดั เปน็ ระเบียบ ตวั อกั ษรหัว
ความเปน็ ระเบียบเสมอกัน ระเบียบเสมอกัน บอด ตัวเอยี งไม่
ระเบียบเรียบรอ้ ย ตัวอักษรหัวไมบ่ อด ตัว ตวั อักษรหวั ไมบ่ อด สวยงาม เป็นตวั ใหญ่
ตรงสวยงาม ตวั ตรงสวยงาม
บางสว่ น
ทางานสะอาด สวยงาม ทางานสะอาด ทางานไมส่ ะอาด ไม่
ความสะอาด และเปน็ ระเบยี บ สวยงาม และเปน็ สวยงาม และเป็น
เรยี บรอ้ ย ระเบียบเรียบรอ้ ย ระเบยี บเรยี บร้อย
เปน็ บางสว่ น บางส่วน
การส่งงานตาม ส่งงานครบถ้วนตรง สง่ งานครบถ้วนแตช่ ้า ส่งงานครบถว้ นแต่ช้า
เวลาท่กี าหนด ตามเวลาทีก่ าหนด กว่าเวลาทีก่ าหนด กว่าเวลาท่ีกาหนด 1
วนั ขนึ้ ไปหรือไมส่ ง่
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
คาช้แี จง ให้ครปู ระเมินพฤติกรรมคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ของนกั เรยี น และใหค้ ะแนนลงในชอ่ งทต่ี รงกับ
พฤติกรรม
รายการประเมนิ
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
เลขท่ี ชอ่ื -นามสกุล ซ่ือ ัสตย์ ุสจริต รวม ระดบั คุณภาพ
ใ ่ฝเรียนรู้
ุ่มง ่ัมนในการทางาน
3 3 3 12
1.
2.
3.
4.
5.
ลงช่ือ…………………………………………………………………..ผู้ประเมนิ
(นางสาวทิพยส์ ุคนธ์ ไตรพรม)
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครงั้
ระดับคณุ ภาพ
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ (7 คะแนน ผ่านเกณฑ์) ดีมาก
ชว่ งคะแนน ดี
10-12 พอใช้
7-9 ปรับปรุง
4-6
1-3
เกณฑ์การประเมินด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ประเดน็ การ เกณฑก์ ารให้ระดบั คะแนน
ประเมิน ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)
ทางานอย่างตรงไปตรงมา ทางานอย่างตรงไปตรงมา ทางานอย่างตรงไปตรงมา
ซอ่ื สตั ย์ ยอมรบั ในข้อผิดพลาดและ ไม่ยอมรบั ในข้อผดิ พลาดและ ไม่ยอมรบั ในข้อผิดพลาดและ
สุจรติ
บกพร่องของตนเอง พอใจ บกพร่องของตนเอง พอใจใน บกพร่องของตนเอง ไมค่ ่อย
ในสิง่ ท่ีตนมี ส่ิงทต่ี นมี พอใจในสิง่ ท่ตี นมี
ใฝ่เรียนรู้ มคี วามมานะม่งุ ม่ันในการ มคี วามมานะมุ่งม่ันในการ ไม่มีความมานะมงุ่ มัน่ ในการ
ทางานที่ได้รับมอบหมาย ทางานท่ีไดร้ บั มอบหมาย ทางานท่ีได้รับมอบหมาย ไม่
ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ศกึ ษาคน้ คว้าด้วยตนเองเปน็ ค่อยศึกษาคน้ คว้าด้วยตนเอง
ทางานเสร็จทนั เวลาและ บ้างครง้ั ทางานเสร็จทนั เวลา ทางานไม่เสรจ็ ทันเวลา
ถกู ต้อง เปน็ บางคร้ัง
ตัง้ ใจและรบั ผดิ ชอบในการ
ตงั้ ใจและรบั ผดิ ชอบใน ตัง้ ใจและรับผดิ ชอบในการ ปฏิบตั หิ น้าท่ีทีไ่ ด้รบั
มอบหมายใหส้ าเร็จ
การปฏิบตั ิหนา้ ท่ที ่ีไดร้ ับ ปฏิบตั หิ น้าที่ที่ได้รับ
มงุ่ ม่ันใน มอบหมายให้สาเร็จ มีการ มอบหมายใหส้ าเรจ็ มีการ
ปรับปรุงและพัฒนาการ ปรบั ปรงุ และพัฒนาการ
การทางาน ทางานให้ดีข้นึ ภายในเวลา ทางานใหด้ ีขน้ึ
ท่ีกาหนด
คานาม
คาใชเ้ รยี ก คน สัตว์ ส่ิงของ สถานที่
คานามในภาษาไทยแบง่ ออกเป็น 5 ชนิด คือ
1 สามานยนาม
2 วิสามานยนาม
3 สมหุ นาม
4 อาการนาม
5 ลกั ษณนาม
แปะกาว
แปะกาว
ชนิ ดของคา
คำนำม
1 สามานยนาม 2 วิสามานยนาม แปะกาว
นามทเี่ ป็นชอ่ื ทวั่ ไป ไม่เจาะจง นามทใ่ี ชเ้ รยี กชอื่ เฉพาะ
เชน่ แมว เมฆ แกว้ คน ฝน เชน่ ชอ่ื ถนน ชอื่ จังหวัด ชอื่ คน
หมี ชอื่ ประเทศ ชอื่ วัด
มานี
วัดเบญจมบพิตร
ดสุ ิตวนาราม
3 สมหุ นาม 4 อาการนาม
นามทใี่ ชเ้ รยี กชอื่ คน สัตว์ สิ่งของ ท่ี นามบอกอาการ นาหน้าดว้ ย “การ”
รวมกนั เป็นกลมุ่ เป็นหมวดหมู่ หรอื “ความ” เชน่ ความสขุ การเรยี น
เชน่ โขลงชา้ ง คณะ บรษิ ัท
การเรยี น
ฝูงปลา
ความรกั
โขลงชา้ ง
“การ” จะนาหน้ าคากริยา เชน่ การเดิน
การกิน การออกเสียง
“ความ” จะนาหน้ าคากริยาท่ีเป็นความนึ กคิด
ทางจิตใจ เชน่ ความรกั ความดี
5 ลักษณนาม
บอกลกั ษณะอยหู่ ลงั คาบอกจานวน
เชน่ เส้ือ 1 ตวั กรรไกร 2 ดา้ ม
ขอ้ แตกตา่ ง
สมหุ นาม อย่หู น้า คานาม
ลกั ษณนาม อยหู่ ลงั คานาม
ตวั อยา่ ง ฝูง
ฝูงผง้ึ (สมหุ นาม)
ผงึ้ 1 ฝงู (ลกั ษณนาม)
แปะ
กาว
แปะ
กาว